เด็กชายที่ถูกรังแกเคาะประตูเพื่อนบ้านเพื่อตามหาเพื่อน: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Inside Edition

ความยากในการเรียน
420 คำ 175 คำ/นาที

แนะนำวิดีโอ: เด็กชายวัยสิบสองปีที่ถูกกลั่นแกล้งจนโดดเดี่ยวขอให้เจ้าของบ้านช่วยหาเพื่อน บทสนทนาจากกล้องแพร่ไปทั่ว ครอบครัวนั้นต้อนรับเขา ความเมตตาช่วยเพิ่มความมั่นใจ และเงินบริจาคยังช่วยผู้อื่นด้วย ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. ในวัจนปฏิบัติ “just wanted to see if” ทำให้คำถามส่วนตัวนุ่มนวลและเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายตอบ ไม่ได้บอกเพียงความต้องการในอดีต 2. กริยาวลี “hit it off with” หมายถึงเข้ากันได้ทันที ใช้เป็นวลีเต็มกับบุคคลโดยไม่แปล hit หรือ off ตรงตัว 3. สำนวน “gone through the roof.” หมายถึงความมั่นใจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่การเคลื่อนที่จริง และใช้กับการเพิ่มขึ้นมากแบบอื่นได้

คำอธิบายในบทเรียนนี้

What's up man? น้ำเสียง/เจตนา

0:00

ว่าไง เจ้าหนู?

น้ำเสียง/เจตนา

What's up man? ในฐานะคำทักทายแบบไม่เป็นทางการ

ในประโยคนี้ What's up? เป็นคำทักทายแบบไม่เป็นทางการ หมายถึง “เป็นอย่างไรบ้าง” หรือใช้เพื่อเริ่มคุยอย่างเป็นมิตร ไม่ได้ถามตามตัวอักษรว่ามีอะไรอยู่เหนือใคร man เป็นคำเรียกผู้ฟังโดยตรง ทำให้น้ำเสียงสบาย ๆ และเป็นกันเอง ในที่นี้เป็นคำเรียกแบบกันเอง ไม่ได้ใช้เพื่อเน้นเพศของผู้ฟัง

แบบฝึกหัด

เติมคำทักทายแบบไม่เป็นทางการที่หมายถึง “เป็นอย่างไรบ้าง” และลงท้ายด้วยคำเรียกอย่างเป็นมิตร man: ____?

ดูคำตอบ

What's up man

The homeowner has an unexpected visitor,

0:00

เจ้าของบ้านได้พบกับแขกที่มาเยือนอย่างไม่คาดคิด

a boy in need of help. วลี

0:03

เด็กชายคนหนึ่งที่กำลังต้องการความช่วยเหลือ

วลี

in need of + นามวลี

ใน a boy in need of help นั้น in need of เป็นวลีตายตัวที่หมายถึงต้องการหรือขาดสิ่งจำเป็น กรรมหลัง of ระบุสิ่งที่ต้องการ ซึ่งในที่นี้คือ help วลี in need of help ทั้งหมดใช้ขยาย boy คล้ายกับ who needs help คำว่า need ในวลีนี้เป็นคำนาม ไม่ใช่กริยาหลักของประโยค

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีตายตัวที่หมายถึง “ต้องการ”: The old bridge is ____ urgent repairs.

ดูคำตอบ

in need of

Um I just wanted to see if you if you knew any kids around like น้ำเสียง/เจตนา

0:05

เอ่อ ผมแค่อยากมาถามว่าคุณรู้จักเด็กแถวนี้ที่อายุประมาณ

น้ำเสียง/เจตนา

“just wanted to see if” สำหรับเกริ่นถามอย่างสุภาพ

ในที่นี้ just wanted to see if ใช้เกริ่นคำถามอย่างระมัดระวัง คำว่า just ช่วยให้การเข้าหาฟังดูไม่กดดันเกินไป ส่วน wanted ที่เป็นรูปอดีตช่วยสร้างระยะห่างอย่างสุภาพก่อนถามข้อมูลส่วนตัว ผู้พูดยังต้องการรู้คำตอบในตอนนี้ wanted ไม่ได้หมายความว่าความต้องการนั้นจบไปแล้ว เมื่อต้องการตรวจสอบบางอย่างโดยไม่ให้ฟังดูตรงเกินไป สามารถใช้รูป I just wanted to see if + อนุประโยคได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเกริ่นสุภาพห้าคำจากบทเรียน: I ____ you had picked up my charger by mistake.

ดูคำตอบ

just wanted to see if

11 or 12 maybe

0:10

11 หรือ 12 ขวบบ้างไหม

cuz I need I need I need some friends like

0:12

เพราะผมต้องการ ต้องการ ต้องการเพื่อน

really bad. การใช้คำ

0:14

มากจริง ๆ

การใช้คำ

“really bad” ในฐานะคำบอกระดับแบบไม่เป็นทางการ

ในประโยคนี้ really bad ไม่ได้บอกว่าเพื่อนเป็นคนไม่ดี แต่ bad ถูกใช้อย่างไม่เป็นทางการคล้ายคำวิเศษณ์เพื่อขยาย need ดังนั้น really bad จึงหมายถึง “very badly” หรือ “very much” และแสดงว่าความต้องการนั้นเร่งด่วนมาก การใช้ bad แบบคำวิเศษณ์เช่นนี้พบได้บ่อยในภาษาอังกฤษแบบอเมริกันที่ใช้พูดกันเอง เมื่อใช้กับคำกริยาอย่าง need หรือ want อาจได้ยินรูป ประธาน + กริยา + กรรม + really bad แต่รูปนี้เป็นภาษาสนทนาแบบไม่เป็นทางการ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ really bad แบบไม่เป็นทางการและทำหน้าที่คล้ายคำวิเศษณ์เหมือนในตัวอย่าง?

  1. I need a day off really bad.
  2. That was a really bad idea.
  3. The weather is really bad today.
ดูคำตอบ

I need a day off really bad.

The homeowner says he knows of some kids in the neighborhood, การใช้คำ

0:16

เจ้าของบ้านบอกว่าเขารู้จักเด็กบางคนในละแวกนี้

การใช้คำ

knows of: รู้ว่ามีอยู่ แต่ไม่ได้รู้จักคุ้นเคย

ในประโยคนี้ knows of หมายถึง “รู้ว่ามีเด็กบางคนอยู่” เจ้าของบ้านกำลังบอกว่าเขาพอทราบว่ามีเด็กบางคนในละแวกนั้น ไม่ได้หมายความว่าเขารู้จักเด็กเหล่านั้นเป็นการส่วนตัวหรือมีข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับพวกเขา โครงสร้าง know of + คนหรือสิ่งของ ใช้ได้ดีเมื่อความรู้มาจากทางอ้อมหรือมีอยู่อย่างจำกัด การคง of ไว้จะรักษาความหมายที่กล่าวอ้างเพียงในระดับนี้

แบบฝึกหัด

ในประโยค “I know of a dentist who works on Saturdays,” คำว่า know of น่าจะหมายถึงอะไรมากที่สุด

  1. ฉันรู้รายละเอียดเกี่ยวกับงานของทันตแพทย์คนนั้น
  2. ฉันรู้ว่ามีทันตแพทย์แบบนั้นอยู่
  3. ฉันรู้จักทันตแพทย์คนนั้นเป็นการส่วนตัว
ดูคำตอบ

ฉันรู้ว่ามีทันตแพทย์แบบนั้นอยู่

but the youngster,

0:19

แต่เด็กชายคนนั้น

who's wearing a Jaws T-shirt,

0:20

ซึ่งสวมเสื้อยืดลาย Jaws

reveals he has a problem.

0:22

เผยว่าเขามีปัญหาอยู่

Okay.

0:24

โอเค

Well, um they're not my friends anymore ไวยากรณ์

0:26

คือ เอ่อ ตอนนี้พวกเขาไม่ใช่เพื่อนผมแล้ว

ไวยากรณ์

not ... anymore: สถานะในอดีตที่สิ้นสุดลงแล้ว

not และ anymore ทำงานร่วมกันเพื่อแสดงการเปลี่ยนแปลงตามเวลา กล่าวคือ เมื่อก่อนเป็นเพื่อนกัน แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว ใช้ not + คำกริยา หรือ be ... anymore เพื่อบอกว่าสถานะ นิสัย หรือสถานการณ์ต่อเนื่องในอดีตได้สิ้นสุดลงแล้ว anymore ย้อนอ้างถึงช่วงเวลาก่อนหน้า และในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ปริมาณที่มากขึ้น”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง not ... anymore: She used to take piano lessons, but she does ____ take lessons ____.

ดูคำตอบ

not · anymore

cuz um they're bullies to me. ไวยากรณ์

0:29

เพราะพวกเขาชอบรังแกผม

ไวยากรณ์

ความแตกต่างระหว่าง they're bullies to me. กับ They bully me

ความหมายที่เด็กต้องการสื่อนั้นชัดเจน คือเด็กคนอื่นกำลังปฏิบัติไม่ดีต่อผู้พูดด้วยการรังแก แต่ bullies เป็นคำนามพหูพจน์ หมายถึงคนที่รังแกผู้อื่น ดังนั้น they're bullies to me จึงพอเข้าใจได้ในฐานะคำพูดสด ๆ แต่ไม่ใช่โครงสร้างปกติที่ใช้บอกการกระทำต่อบุคคลหนึ่ง ในภาษาอังกฤษมาตรฐานที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ให้ใช้ bully เป็นคำกริยาแล้วตามด้วยผู้ที่ได้รับผลโดยตรงว่า They bully me. หากเป็นเพียงความไม่เป็นมิตรทั่ว ๆ ไป ไม่ใช่การข่มขู่หรือคุกคามซ้ำ ๆ ให้พูดว่า They're mean to me.

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเป็นวิธีพูดที่เป็นธรรมชาติที่สุดว่าเพื่อนร่วมชั้นบางคนข่มขู่หรือคุกคามผู้พูดซ้ำ ๆ

  1. They are bullies.
  2. They're bullies to me.
  3. They're mean to me.
  4. They bully me.
ดูคำตอบ

They bully me.

Oh, I'm sorry about that man. น้ำเสียง/เจตนา

0:32

โอ้ ฉันเสียใจด้วยนะ เจ้าหนู

น้ำเสียง/เจตนา

การใช้ I'm sorry about that เพื่อแสดงความเห็นใจ

ในที่นี้ I'm sorry about that เป็นการแสดงความเห็นใจ โดย that หมายถึงสถานการณ์ที่น่าเศร้าซึ่งอีกฝ่ายเพิ่งเล่า ผู้พูดกำลังแสดงความห่วงใย ไม่ได้ยอมรับว่าตนเป็นฝ่ายผิด เราสามารถใช้ sorry เพื่อตอบรับข่าวร้ายของผู้อื่นได้ แม้เราไม่ได้เป็นสาเหตุของเรื่องนั้น คำที่ตามหลังมักช่วยแสดงความแตกต่าง เช่น sorry about that หรือ sorry to hear that มักใช้แสดงความเห็นใจ ส่วน sorry I did that เป็นการขอโทษโดยตรงต่อการกระทำของตนเอง

แบบฝึกหัด

เพื่อนพูดว่า “My dog is very sick.” แล้วคุณตอบว่า “I'm sorry about that.” คำตอบของคุณน่าจะหมายถึงอะไรที่สุด

  1. ฉันยอมรับว่าฉันทำให้น้องหมาของคุณป่วย
  2. ฉันเห็นใจต่อสิ่งที่คุณกำลังเผชิญ
  3. ฉันไม่เชื่อสิ่งที่คุณพูด
ดูคำตอบ

ฉันเห็นใจต่อสิ่งที่คุณกำลังเผชิญ

The man isn't home,

0:33

ชายเจ้าของบ้านไม่ได้อยู่บ้าน

but he's touched by the earnest 12-year-old's story วลี

0:34

แต่เรื่องราวอันจริงใจของเด็กวัย 12 ปีทำให้เขาซาบซึ้ง

วลี

touched by: รู้สึกซาบซึ้งใจ

ในที่นี้ is touched by หมายถึง “รู้สึกสะเทือนใจหรือซาบซึ้งเพราะบางสิ่ง” เรื่องราวที่จริงใจของเด็กชายเป็นสาเหตุของความรู้สึกของชายคนนั้น ส่วน touched ไม่ได้หมายถึงการสัมผัสทางกาย โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ be touched by + คน คำพูด การกระทำ หรือเหตุการณ์ โดยทั่วไปวลีนี้สื่อถึงความเห็นอกเห็นใจ ความอบอุ่นใจ หรือความขอบคุณที่เกิดจากสิ่งที่จริงใจ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย touched และคำบุพบทที่ใช้บอกสาเหตุ: I was ____ the kind messages from my classmates.

ดูคำตอบ

touched by

and continues to speak to him over Ring cam. วัฒนธรรม

0:37

เขาจึงคุยกับเด็กชายต่อผ่านกล้อง Ring

วัฒนธรรม

Ring cam: กล้องหน้าประตูหรือกล้องรักษาความปลอดภัยที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต

Ring เป็นแบรนด์กริ่งประตูแบบวิดีโอและกล้องรักษาความปลอดภัยภายในบ้านที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ส่วน cam เป็นรูปย่อแบบไม่เป็นทางการของ camera กล้อง Ring cam ช่วยให้ผู้อยู่อาศัยมองเห็นและพูดคุยกับคนที่อยู่หน้าประตูได้จากสถานที่อื่น dังนั้น over Ring cam จึงหมายถึง “ผ่านการเชื่อมต่อเสียงสองทางของกล้อง” ซึ่งอธิบายว่าชายคนนั้นยังสนทนาต่อได้อย่างไรแม้จะไม่อยู่บ้าน

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ Ring cam หมายถึงอะไร?

  1. เสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์ที่ใช้โทรหาเจ้าของบ้าน
  2. กล้องหน้าประตูหรือกล้องรักษาความปลอดภัยภายในบ้านที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและสื่อสารได้สองทาง
  3. กล้องที่มีรูปร่างเหมือนแหวน
ดูคำตอบ

กล้องหน้าประตูหรือกล้องรักษาความปลอดภัยภายในบ้านที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและสื่อสารได้สองทาง

I'm just wondering though, น้ำเสียง/เจตนา

0:41

แต่ผมสงสัยว่า

do you have any kids?

0:42

คุณมีลูกไหมครับ

น้ำเสียง/เจตนา

“I'm just wondering though” เพื่อเปลี่ยนมุมสนทนาอย่างระมัดระวัง

“I'm just wondering” ทำให้คำถามที่จะตามมาฟังเหมือนเป็นความสงสัยชั่วครู่ ไม่ใช่การเรียกร้องข้อมูล จึงช่วยลดความตรงเมื่อต้องเข้าสู่คำถามส่วนตัว ในคำเกริ่นนี้ “though” บอกถึงการเปลี่ยนจากเรื่องที่เพิ่งพูดไปเล็กน้อยเพื่อถามต่อในอีกมุมหนึ่ง คำนี้เป็นสัญญาณเปลี่ยนทิศทางในการสนทนา ไม่ได้เริ่มโครงสร้างสมบูรณ์แบบ “though X, Y” เมื่อนำส่วนเกริ่นที่ช่วยลดความตรงกับสัญญาณเปลี่ยนทิศทางมาใช้ร่วมกัน ผู้พูดจึงเปลี่ยนมุมคำถามได้โดยยังคงน้ำเสียงสบาย ๆ และระมัดระวัง

แบบฝึกหัด

เติมคำเกริ่นสี่คำที่ตรงกับบทเรียนเพื่อให้คำถามต่อเนื่องนี้สมบูรณ์: You mentioned that the commute is difficult. ____, have you considered taking the train?

ดูคำตอบ

I'm just wondering though

Yeah,

0:44

มีสิ

she's 2 years old though man.

0:44

แต่ลูกฉันเพิ่ง 2 ขวบเองนะ

Oh, okay that's great cuz I actually I actually

0:46

อ๋อ โอเค เยี่ยมเลย เพราะจริง ๆ แล้วผม ผม

I love 2-year-olds to be honest. น้ำเสียง/เจตนา

0:50

พูดตามตรงนะ ผมชอบเด็ก 2 ขวบมาก

น้ำเสียง/เจตนา

“To be honest” ท้ายประโยคเพื่อเน้นความจริงใจ

เมื่ออยู่ท้ายประโยค “to be honest” เป็นคำที่ผู้พูดใช้เสริมข้อความว่าตนชอบเด็กอายุสองขวบ ทำให้ท่าทีดังกล่าวฟังเป็นความรู้สึกส่วนตัวที่จริงใจและเน้นความตรงไปตรงมา วลีนี้ไม่ได้หมายความโดยอัตโนมัติว่าก่อนหน้านี้ผู้พูดไม่ซื่อสัตย์ ในบริบทนี้หน้าที่หลักคือยืนยันให้ผู้ฟังเชื่อว่าปฏิกิริยาเชิงบวกนั้นจริงใจ แม้บางครั้งอาจสื่อว่าผู้พูดรู้สึกว่าข้อความนั้นต้องการคำชี้แจงหรือความน่าเชื่อถือเพิ่มขึ้น

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความต่อไปนี้: ในประโยค “I really enjoyed the quiet weekend, to be honest,” วลีนี้จำเป็นต้องหมายความว่าผู้พูดเคยโกหกมาก่อน

  1. จริง
  2. เท็จ
ดูคำตอบ

เท็จ

Cool man.

0:54

เยี่ยมเลยครับ

If I see you around ไวยากรณ์

0:55

ถ้าผมเจอคุณแถวนี้

I'll I'll say hi.

0:55

ผมจะ จะทักทายนะ

ไวยากรณ์

If I see you around, I'll say hi: ประโยคเงื่อนไขแบบที่ 1

นี่คือประโยคเงื่อนไขแบบที่ 1 ที่พูดถึงความเป็นไปได้ในอนาคตซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นจริง แม้ว่าการพบกันอาจเกิดในอนาคต แต่อนุประโยค if ใน “If I see you around” ใช้ present simple ส่วนประโยคหลัก “I’ll say hi” ใช้ will โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ If + present simple, will + base verb ซึ่งใช้ให้คำมั่น วางแผน เตือน หรือคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อเงื่อนไขที่เป็นไปได้เกิดขึ้น ในที่นี้ see you around หมายถึงพบกันแบบไม่ได้นัดหมายหรือโดยบังเอิญ การพูด “I’ll” ซ้ำเป็นการชะงักแบบฉับพลันและไม่เปลี่ยนโครงสร้างเงื่อนไข

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเงื่อนไขแบบที่ 1 ด้วยรูปที่ถูกต้องของ find และ call: If Maya ____ her keys, she ____ me.

ดูคำตอบ

finds · will call

Okay.

0:57

โอเค

All right man.

0:57

เอาละ เจ้าหนู

You have a good day.

0:58

ขอให้วันนี้เป็นวันที่ดีนะ

Homeowner Brennan Ray and his wife Angel posted the video

0:59

เจ้าของบ้าน Brennan Ray กับ Angel ภรรยาของเขาโพสต์วิดีโอนี้

and it is now going viral with 10 million views. วลี

1:03

และตอนนี้วิดีโอกำลังเป็นไวรัลด้วยยอดชม 10 ล้านครั้ง

วลี

Going viral: แพร่กระจายอย่างรวดเร็วบนอินเทอร์เน็ต

ใน “going viral” โครงสร้าง go + adjective หมายถึงการเข้าสู่สภาวะใหม่ วลีนี้บอกว่าเนื้อหากำลังแพร่กระจายอย่างรวดเร็วมากผ่านการแชร์ออนไลน์และเข้าถึงผู้ชมจำนวนมหาศาล ไม่ได้หมายถึงโรคหรือมัลแวร์คอมพิวเตอร์ Now แสดงว่าการเปลี่ยนแปลงกำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ ส่วน 10 million views เป็นหลักฐานแสดงขนาดของการแพร่กระจาย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ go viral: After millions of users shared the clip in one day, it ____.

ดูคำตอบ

went viral

I think everybody can feel it.

1:07

ผมคิดว่าทุกคนสัมผัสความรู้สึกนั้นได้

Uh he's he's begging for someone.

1:09

เอ่อ เขากำลังวิงวอนขอให้ใครสักคนเข้ามาหา

Uh he's calling out for some help. กริยาวลี

1:11

เอ่อ เขากำลังร้องขอความช่วยเหลือ

กริยาวลี

calling out for some help: ร้องขอความช่วยเหลือ

Call out for help หมายถึงการร้องขอความช่วยเหลือให้ผู้อื่นได้ยินหรือรับรู้อย่างเปิดเผย ในประโยคนี้ calling out for some help แสดงการกระทำของเด็กชายว่าเป็นความพยายามเชิงรุกในการขอแรงสนับสนุน ไม่ใช่การโทรศัพท์ธรรมดา คำว่า out ให้ความรู้สึกว่าคำขอนั้นถูกส่งออกไปเพื่อให้คนอื่นสังเกตเห็น โครงสร้างคือ call out for + สิ่งที่ต้องการ ส่วน some help หมายถึงความช่วยเหลือในปริมาณที่ไม่ได้ระบุแน่ชัด

แบบฝึกหัด

สำนวนใดหมายถึงการร้องขอความช่วยเหลือด้วยเสียงดังหรืออย่างเปิดเผย

  1. call someone
  2. call someone out
  3. call out for help
ดูคำตอบ

call out for help

How brave goes one comment. ลำดับความ

1:13

ความคิดเห็นหนึ่งเขียนว่า “กล้าหาญมาก”

ลำดับความ

goes one comment: ระบุแหล่งที่มาหลังคำอ้าง

ในโครงสร้างการรายงานนี้ ปฏิกิริยาที่อ้างถึงจะมาก่อน แล้วจึงเติมแหล่งที่มาในภายหลัง: How brave + goes one comment คำว่า goes ทำหน้าที่เป็นกริยารายงานแบบไม่เป็นทางการ ซึ่งมีความหมายใกล้กับ says หรือ is worded ดังนั้น one comment จึงเป็นแหล่งที่มาของปฏิกิริยานั้น ลำดับนี้ช่วยให้ผู้บรรยายเน้นปฏิกิริยาก่อน แล้วค่อยระบุแหล่งที่มาหลังจากผู้ฟังได้ยินแล้ว เป็นโครงสร้างแบบสื่อหรือการเล่าเรื่องที่กระชับและมีลีลาเล็กน้อย ไม่ได้กล่าวถึงการเคลื่อนที่

แบบฝึกหัด

ใน “How brave,” goes one comment ส่วน goes one comment ทำหน้าที่อะไร

  1. ระบุว่าคำว่า “How brave” มาจากความคิดเห็นหนึ่ง
  2. กล่าวว่าอนุญาตให้มีความคิดเห็นได้เพียงหนึ่งรายการ
  3. กล่าวว่าความคิดเห็นหนึ่งกำลังเคลื่อนไปยังอีกสถานที่หนึ่ง
ดูคำตอบ

ระบุว่าคำว่า “How brave” มาจากความคิดเห็นหนึ่ง

I'd be his friend goes another.

1:16

อีกความคิดเห็นบอกว่า “ฉันจะเป็นเพื่อนกับเขา”

We were both getting emotional over it วลี

1:18

เราสองคนต่างก็รู้สึกสะเทือนใจ

วลี

get emotional over something: รู้สึกสะเทือนอารมณ์เพราะบางสิ่ง

ในที่นี้ getting emotional หมายถึงการค่อย ๆ เริ่มรู้สึกถึงอารมณ์ที่รุนแรง โดยเฉพาะความซาบซึ้งหรือความเสียใจ รูป -ing ตามหลัง were เพราะ were getting บรรยายการเปลี่ยนแปลงที่กำลังดำเนินอยู่แล้ว Over it ระบุสิ่งที่ทำให้เกิดอารมณ์นั้น ซึ่งก็คือวิดีโอและสถานการณ์นี้ ในโครงสร้างนี้ over หมายถึง “เพราะ” หรือ “เกี่ยวกับ” ไม่ได้หมายถึง “อยู่เหนือ” หรือ “จบไปแล้ว”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “เริ่มรู้สึกถึงอารมณ์ที่รุนแรงเพราะบางสิ่ง”: Looking through the old photos, I started to ____ how much had changed.

ดูคำตอบ

get emotional over

and we're like we need to do something about this. โน้ต

1:20

และคิดว่าเราต้องทำอะไรสักอย่าง

การใช้คำ

we're like เพื่อเกริ่นปฏิกิริยาแบบไม่เป็นทางการ

ในที่นี้ we're like ใช้เกริ่นถึงปฏิกิริยาที่ทั้งคู่จำได้ว่า “We need to do something about this.” ในการเล่าเรื่องแบบสนทนา be like สามารถนำหน้าคำพูดโดยประมาณ ความคิดในใจ หรือปฏิกิริยาได้ โดยไม่ได้รับรองว่าเป็นคำพูดที่ตรงทุกคำ รูปของ be เปลี่ยนตามประธานและเวลา เช่น I'm like, she's like, we were like ส่วนที่ตามมาจะแสดงปฏิกิริยานั้นให้เห็นอย่างมีชีวิตชีวา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ be like เพื่อนำปฏิกิริยาแบบไม่เป็นทางการและเป็นคำพูดโดยประมาณ?

  1. The guide said, 'Please wait here.'
  2. I look like my older brother.
  3. I opened the results, and I was like, 'No way!'
ดูคำตอบ

I opened the results, and I was like, 'No way!'

วลี

need to do something about this: จำเป็นต้องลงมือจัดการเรื่องนี้

Need to do something about this หมายถึงผู้พูดเห็นว่าจำเป็นต้องลงมือจัดการสถานการณ์ที่ this อ้างถึง ส่วน do something about a problem หมายถึงการใช้มาตรการเพื่อทำให้ปัญหาดีขึ้น หยุดปัญหา หรือแก้ปัญหา ไม่ใช่เพียงสังเกตเห็นหรือพูดถึงปัญหาเท่านั้น Something เปิดไว้ว่า具体แล้วจะทำอะไร ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดไม่เข้าใจปัญหา แต่หมายความว่าพวกเขายังไม่ได้ระบุวิธีรับมือที่เฉพาะเจาะจง

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “ลงมือจัดการปัญหา” ให้สมบูรณ์: The leak is getting worse, so we need to ____ this.

ดูคำตอบ

do something about

They also made it a mission วลี

1:21

ทั้งคู่ยังตั้งใจแน่วแน่ว่า

to meet young Shayden of Amarillo Texas in person.

1:23

จะไปพบ Shayden เด็กชายจากเมืองแอมะริลโล รัฐเทกซัสด้วยตัวเอง

วลี

made it a mission to meet: ตั้งการพบกันเป็นเป้าหมายสำคัญ

Made it a mission to meet หมายถึงพวกเขาจงใจทำให้การพบ Shayden กลายเป็นเป้าหมายสำคัญ และมุ่งมั่นว่าจะทำให้เกิดขึ้นจริง ในที่นี้ mission หมายถึงจุดมุ่งหมายส่วนตัว ไม่ใช่ภารกิจทางทหารหรือศาสนา ในรูปแบบ make it a mission to + กริยารูปพื้นฐาน คำว่า it เป็นตัวแทนเชิงโครงสร้าง และ to-infinitive ระบุว่าเป้าหมายคืออะไร Made แสดงว่าการตัดสินใจตั้งเป้าหมายเกิดขึ้นในอดีต สำนวนนี้สื่อถึงความมุ่งมั่นและความพยายามมากกว่าการเพียงวางแผนหรืออยากทำบางอย่าง

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างที่หมายถึง “ถือว่าสิ่งนี้เป็นเป้าหมายส่วนตัวที่สำคัญ” ให้สมบูรณ์: After missing two family reunions, she ____ attend the next one.

ดูคำตอบ

made it a mission to

The connection was immediate.

1:26

พวกเขาสนิทกันทันที

The boy even hit it off with their 2-year-old กริยาวลี

1:29

เด็กชายยังเข้ากันได้ดีกับลูกสาววัย 2 ขวบของทั้งคู่

just like he said he would.

1:31

ตรงตามที่เขาบอกไว้เลย

กริยาวลี

Hit it off with someone: ถูกคอกับใครทันที

Hit it off with someone เป็นสำนวนที่หมายถึงรู้สึกสบายใจเมื่ออยู่กับใครคนหนึ่งและสร้างความสัมพันธ์ที่เป็นมิตรได้อย่างรวดเร็ว โดยมักเกิดขึ้นตั้งแต่พบกันครั้งแรก ในประโยคนี้ เด็กชายกับเด็กวัยสองขวบเข้ากันได้ทันที คำทั้งหมดเป็นสำนวนตายตัวในโครงสร้าง X hits it off with Y โดย it ไม่ได้อ้างถึงสิ่งใดโดยเฉพาะ และ off ก็ไม่ได้หมายถึงการแยกจากกัน ส่วนคนที่ถูกคอกันจะอยู่หลัง with

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึงสร้างความสัมพันธ์ที่เป็นมิตรได้ทันที: At orientation, Ben ____ his roommate within minutes.

ดูคำตอบ

hit it off with

I love 2-year-olds to be honest.

1:33

พูดตามตรงนะ ผมชอบเด็ก 2 ขวบมาก

Brennan's now wearing a Jaws T-shirt

1:36

ตอนนี้ Brennan ก็สวมเสื้อยืดลาย Jaws

in solidarity with his new buddy. วลี

1:39

เพื่อแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกับเพื่อนใหม่ของเขา

วลี

In solidarity with someone: แสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกับใคร

In solidarity with หมายถึงการแสดงการสนับสนุนบุคคล กลุ่ม หรือแนวคิดอย่างเปิดเผย และแสดงว่าตนยืนอยู่ฝ่ายเดียวกับอีกฝ่าย ในที่นี้ การสวมเสื้อยืดลาย Jaws เป็นการสนับสนุนเพื่อนใหม่ในเชิงสัญลักษณ์ ไม่ใช่เพียงการสวมเสื้อที่คล้ายกัน โครงสร้างคือ การกระทำ + in solidarity with + บุคคล กลุ่ม หรือแนวคิด มักใช้บอกเหตุผลที่คนหนึ่งสวมสัญลักษณ์ ออกแถลงการณ์ เข้าร่วมการประท้วง หรือทำสิ่งอื่นที่สังเกตเห็นได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีทางการที่หมายถึงการแสดงการสนับสนุนร่วมกันต่อสาธารณะ: The musicians wore black ____ the dismissed conductor.

ดูคำตอบ

in solidarity with

So what do Shayden and his mom Krishna think

1:41

แล้ว Shayden กับ Krishna แม่ของเขาคิดอย่างไร

about all this attention?

1:43

กับความสนใจที่หลั่งไหลมาทั้งหมดนี้

I was just scared that Shayden would be วลี

1:45

ฉันแค่กลัวว่า Shayden จะ

a victim of more bullying.

1:47

ตกเป็นเหยื่อของการกลั่นแกล้งอีก

วลี

be a victim of: ตกเป็นเหยื่อของ

ในโครงสร้าง be a victim of + คำนาม ประธานคือผู้ที่ได้รับความเสียหาย ส่วนคำนามหลัง of ระบุการกระทำหรือสถานการณ์ที่ก่อให้เกิดความเสียหาย ในประโยคนี้ Shayden คือผู้ที่อาจตกเป็นเหยื่อ และ bullying คือสิ่งที่ก่อให้เกิดความเสียหาย วลีนี้บอกบทบาทของผู้ได้รับผลกระทบ ไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นเป็นผู้กลั่นแกล้ง คำว่า more bullying ยังบอกเป็นนัยด้วยว่าเคยเกิดการกลั่นแกล้งมาก่อนแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมาย: A child can ____ repeated online harassment.

ดูคำตอบ

be a victim of

But when I saw all the love and affection,

1:48

แต่เมื่อฉันได้เห็นความรักและความเอ็นดูทั้งหมด

it was awe-inspiring and beautiful

1:51

มันทั้งงดงามและสร้างความประทับใจอย่างลึกซึ้ง

and the two people who created this video

1:54

และคนสองคนที่สร้างวิดีโอนี้

have the biggest heart of gold. สำนวน

1:57

มีจิตใจดีงามอย่างที่สุด

สำนวน

have a heart of gold: มีจิตใจดีงามมาก

have a heart of gold เป็นสำนวนที่หมายถึงการเป็นคนใจดี เอื้อเฟื้อ และมีความเห็นอกเห็นใจอย่างยิ่ง heart สื่อถึงนิสัยหรือความเมตตา ส่วน gold สื่อถึงคุณค่าอันสูงส่ง ไม่ได้หมายถึงอวัยวะจริงหรือความมั่งคั่งส่วนตัว รูปแบบทั่วไปคือ have a heart of gold ตัวอย่างนี้เพิ่มความเข้มของสำนวนด้วย the biggest heart of gold จึงเป็นการชื่นชมคนที่สร้างวิดีโออย่างมากเป็นพิเศษ

แบบฝึกหัด

เติมคำชมด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้: Ms. Lee volunteers every weekend and always helps her neighbors; she ____.

ดูคำตอบ

has a heart of gold

As for the boy who was once in desperate need of friends,

1:59

ส่วนเด็กชายที่ครั้งหนึ่งเคยต้องการเพื่อนอย่างมาก

I need some friends like

2:02

ผมต้องการเพื่อน

really bad.

2:04

มากจริง ๆ

We're happy to report ลำดับความ

2:05

เรายินดีที่จะรายงานว่า

things have changed. ไวยากรณ์

2:06

ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว

ลำดับความ

We're happy to report: สัญญาณว่าข่าวดีจะตามมา

We're happy to report บอกผู้ฟังก่อนเข้าสู่ข้อมูลหลักว่า ข้อมูลที่กำลังจะตามมาเป็นข่าวที่น่ายินดีหรือทำให้สบายใจ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเตรียมผู้ฟังให้พร้อมรับผลลัพธ์เชิงบวกที่แสดงด้วย things have changed วลีนี้ยังช่วยจัดลำดับข้อมูลในรายงาน โดยแสดงท่าทีของผู้พูดก่อน แล้วจึงบอกข่าวจริง ในการใช้นี้ report หมายถึง “บอกหรือประกาศอย่างค่อนข้างเป็นทางการ” ไม่จำเป็นต้องหมายถึง “เขียนหรือส่งรายงาน”

แบบฝึกหัด

หัวหน้าทีมพูดว่า “We're happy to report that every missing file has been recovered.” วลีเปิดนี้ส่งสัญญาณอะไร?

  1. หัวหน้ากำลังขอให้ใครบางคนเขียนรายงาน
  2. หัวหน้าไม่แน่ใจว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงหรือไม่
  3. หัวหน้ากำลังเกริ่นนำข่าวที่น่ายินดี
ดูคำตอบ

หัวหน้ากำลังเกริ่นนำข่าวที่น่ายินดี

ไวยากรณ์

things have changed: present perfect ที่เน้นผลในปัจจุบัน

ใน things have changed คำว่า have changed เป็น present perfect ซึ่งมีโครงสร้าง have + past participle changed โครงสร้างนี้บรรยายการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นก่อนตอนนี้ แต่เน้นผลที่เป็นจริงอยู่ในปัจจุบัน กล่าวคือสถานการณ์ไม่เหมือนเดิมแล้ว รูปแบบสั้น ๆ นี้ใช้เมื่อเวลาที่เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเจาะจงไม่ใช่ประเด็นสำคัญ โดยสรุปว่าสถานการณ์ ความสัมพันธ์ หรือแผนการอยู่ในสภาพใดตอนนี้ แทนที่จะเพียงวางเหตุการณ์ไว้ในช่วงอดีตที่สิ้นสุดแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป present perfect สองคำของ change: The plans ____ since Monday, so check the latest version.

ดูคำตอบ

have changed

Have you made new friends now

2:08

ตอนนี้เธอได้เพื่อนใหม่แล้วหรือยัง

because of this video?

2:09

เพราะวิดีโอนี้?

Oh yeah.

2:11

ได้แล้วครับ

Oh yeah.

2:13

ได้แล้วครับ

How's that make you feel? ไวยากรณ์

2:15

แล้วรู้สึกอย่างไรบ้าง

ไวยากรณ์

How's that make you feel? เท่ากับ How does that make you feel?

ในคำถามแบบกันเองมากนี้ How's เป็นรูปพูดที่ย่อเสียงจาก How does ไม่ใช่ How is คำถามเต็มคือ How does that make you feel? โครงสร้าง How does + สิ่งของหรือสถานการณ์ + make + คน + feel? ใช้ถามถึงผลทางอารมณ์ที่เกิดจากบางสิ่ง ในที่นี้ that หมายถึงสถานการณ์นั้น you คือคนที่ได้รับผล และ feel ยังคงเป็นกริยารูปพื้นฐานหลัง make

แบบฝึกหัด

เติมคำถามให้เป็นรูปที่ชัดเจนและเป็นมาตรฐาน: How ____ that make you feel?

ดูคำตอบ

does

My confidence has gone through the roof. สำนวน

2:16

ความมั่นใจของผมพุ่งสูงขึ้นมาก

สำนวน

gone through the roof: การเพิ่มขึ้นอย่างมาก

ใน My confidence has gone through the roof วลี gone through the roof ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายความว่าความมั่นใจของผู้พูดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วมากหรือขึ้นไปอยู่ในระดับสูงมาก ไม่ได้มีอะไรทะลุผ่านหลังคาจริง ๆ ประธานเป็นตัวกำหนดความหมาย เมื่อใช้กับ confidence, prices หรือ demand วลี go through the roof หมายถึงเพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่เมื่อใช้คนเป็นประธาน อาจหมายถึงโกรธจัด Has gone แสดงการเปลี่ยนแปลงจากสภาพก่อนหน้าและผลของการเปลี่ยนแปลงนั้นยังสำคัญในปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

ราคาตั๋วเพิ่มเป็นสองเท่าอย่างฉับพลัน ประโยคใดใช้สำนวนได้เหมาะสมที่สุดสำหรับการเพิ่มขึ้นนี้

  1. Ticket prices raised the roof.
  2. Ticket prices went through the roof.
  3. Ticket prices hit the roof.
ดูคำตอบ

Ticket prices went through the roof.

Inside Edition brought the group together.

2:18

Inside Edition พาทุกคนมารวมตัวกัน

You guys all consider yourselves friends now? ไวยากรณ์

2:20

ตอนนี้พวกคุณทุกคนถือว่าเป็นเพื่อนกันแล้วใช่ไหม

ไวยากรณ์

โครงสร้างส่วนเติมเต็มกรรมใน consider yourselves friends

ใน consider yourselves friends คำว่า consider รับกรรมคือ yourselves แล้วตามด้วยส่วนเติมเต็มกรรมที่เป็นคำนามคือ friends ส่วนเติมเต็มนี้ระบุอัตลักษณ์หรือประเภทที่กำหนดให้กรรม กล่าวคือ คนกลุ่มนั้นมองตนเองว่าเป็นเพื่อนกัน yourselves อ้างกลับไปยังประธานพหูพจน์ you guys ดังนั้นผู้ที่ตัดสินและผู้ที่ถูกจัดประเภทคือคนกลุ่มเดียวกัน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ consider + กรรม + คำนามหรือคำคุณศัพท์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคตามรูปแบบที่กำหนดโดยใช้ consider และ family: "The four musicians say their bond is closer than friendship, so they ____."

ดูคำตอบ

consider themselves family

Oh yeah.

2:22

ใช่เลยครับ

Oh yeah.

2:23

ใช่เลยครับ

I I think family is a better word. ลำดับความ

2:24

ผม ผมคิดว่าคำว่า “ครอบครัว” น่าจะเหมาะกว่า

ลำดับความ

family is a better word ในฐานะคำเรียกความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกว่า

Family is a better word รับคำเรียกก่อนหน้าคือ friends แล้วแทนด้วยคำเรียกที่มีน้ำหนักมากกว่า ข้อมูลถูกจัดในรูปของการแก้คำพูด กล่าวคือ ผู้พูดไม่ได้ปฏิเสธความสัมพันธ์ แต่ยกระดับชื่อที่ใช้เรียกความสัมพันธ์นั้น family ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่จำเป็นต้องหมายถึงความสัมพันธ์ทางสายเลือด การแต่งงาน หรือกฎหมาย แต่สื่อถึงความใกล้ชิดทางอารมณ์ ความภักดี และการยอมรับ ส่วน a better word หมายถึงคำบรรยายที่แม่นยำกว่าในสถานการณ์นี้

แบบฝึกหัด

มีคนเรียกกลุ่มที่ช่วยเหลือกันมาเป็นเวลานานว่า "friends" แต่คุณต้องการนิยามความสัมพันธ์นั้นใหม่ให้ใกล้ชิดกว่าเดิม คำตอบใดทำหน้าที่ยกระดับคำเรียกนี้?

  1. I think "friends" is a perfectly good word.
  2. I think family is a better word.
  3. I think we became friends last year.
ดูคำตอบ

I think family is a better word.

And it's getting better. ไวยากรณ์

2:28

และทุกอย่างก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ

ไวยากรณ์

getting better: get + ขั้นกว่า เพื่อบอกการเปลี่ยนแปลงที่กำลังดำเนินอยู่

ในประโยคนี้ getting better หมายถึง “ค่อย ๆ ดีขึ้น” คำว่า get ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “ได้รับ” แต่โครงสร้าง get + คำคุณศัพท์ขั้นกว่า ใช้บอกการเปลี่ยนจากสภาวะหนึ่งไปสู่อีกสภาวะหนึ่ง รูปกำลังกระทำ it's getting แสดงว่าการพัฒนากำลังเกิดขึ้นและยังดำเนินต่อไป ไม่ได้กล่าวว่าเป็นผลลัพธ์ที่เสร็จสิ้นแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ get ในรูปกำลังกระทำและรูปขั้นกว่าของ good: After a week of practice, her serve is ____.

ดูคำตอบ

getting better

A GoFundMe account for Shayden วัฒนธรรม

2:29

บัญชี GoFundMe สำหรับ Shayden

raised $37,000 in just 24 hours, การใช้คำ

2:31

ระดมเงินได้ 37,000 ดอลลาร์ในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง

วัฒนธรรม

A GoFundMe account: หน้าระดมทุนออนไลน์

GoFundMe เป็นชื่อของแพลตฟอร์มระดมทุนออนไลน์ บุคคลหรือกลุ่มสามารถสร้างหน้าในแพลตฟอร์มเพื่อขอรับเงินบริจาคจากสาธารณชน โดยมักใช้เพื่อความจำเป็นส่วนบุคคล กิจกรรมของชุมชน หรือการกุศล ในที่นี้ A GoFundMe account หมายถึงหน้าหรือบัญชีระดมทุนที่สร้างขึ้นเพื่อ Shayden ไม่ได้หมายถึงเพียงบัญชีธนาคารหรือโปรไฟล์โซเชียลมีเดียทั่วไป คำว่า raised แสดงว่าแคมเปญที่เชื่อมโยงกับหน้านั้นระดมเงินได้ 37,000 ดอลลาร์

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ “A GoFundMe account” หมายถึงอะไร?

  1. หน้าระดมทุนออนไลน์ที่สร้างขึ้นเพื่อรับเงินบริจาคจากสาธารณชน
  2. บัญชีธนาคารที่ใช้เก็บเงินออมส่วนตัวเท่านั้น
  3. โปรไฟล์โซเชียลมีเดียสำหรับแชร์รูปภาพ
ดูคำตอบ

หน้าระดมทุนออนไลน์ที่สร้างขึ้นเพื่อรับเงินบริจาคจากสาธารณชน

การใช้คำ

ใช้ raise เพื่อบอกจำนวนเงินที่ระดมได้: raised $37,000

ในบริบทของการระดมทุน raise หมายถึงรวบรวมเงินจากผู้บริจาคเพื่อเป้าหมายหรือโครงการหนึ่ง ๆ ในที่นี้ raised $37,000 หมายความว่าแคมเปญรวบรวมเงินได้ทั้งหมด 37,000 ดอลลาร์ ไม่ได้หมายถึงการยกสิ่งของขึ้นจริง ๆ เมื่อใช้ในความหมายนี้ raise เป็นสกรรมกริยา โดยวางเงินหรือจำนวนเงินไว้หลังคำกริยาโดยตรง เช่น raise money หรือ raise $500 รูปอดีตคือ raised

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ raise เพื่อแสดงว่ามีการรวบรวมเงินบริจาค: Our class ____ $800 for the animal shelter.

ดูคำตอบ

raised

but Shayden is not keeping all of the money.

2:35

แต่ Shayden ไม่ได้เก็บเงินทั้งหมดไว้เอง

He's donating a portion วลี

2:37

เขาบริจาคเงินส่วนหนึ่ง

to war relief in Ukraine,

2:38

เพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสงครามในยูเครน

วลี

บริจาคเพียงส่วนหนึ่ง: donating a portion to

Donating a portion to หมายถึงการมอบเพียงส่วนหนึ่งของจำนวนที่มากกว่าให้แก่ผู้รับหรือกิจกรรมเพื่อสังคม ในประโยคนี้ a portion คือเงินบางส่วน แต่ไม่ได้ระบุว่าเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ โครงสร้างคือ donate + สิ่งของหรือจำนวนเงิน + to + ผู้รับหรือจุดประสงค์ เช่น donate a portion to war relief คำว่า to ใช้บอกว่าเงินบริจาคไปที่ใดหรือกิจกรรมใดเป็นผู้รับ

แบบฝึกหัด

ใช้ a portion และคำบุพบทที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Mia is donating ____ the food bank and saving the rest.

ดูคำตอบ

a portion to

as well as to tornado victims here in this country. ไวยากรณ์

2:41

รวมถึงผู้ประสบภัยจากพายุทอร์นาโดในประเทศนี้

ไวยากรณ์

การใช้ as well as เชื่อมวลี to แบบขนาน

ในประโยคนี้ as well as หมายถึง “นอกจาก…แล้วยัง…” หรือ “รวมทั้ง” โดยเชื่อมจุดหมายของเงินบริจาคสองแห่ง ได้แก่ งานบรรเทาทุกข์จากสงครามในยูเครนและผู้ประสบภัยพายุทอร์นาโดในประเทศของผู้พูด ไม่ได้เป็นการเปรียบเทียบว่ากลุ่มใดทำสิ่งใดได้ดีกว่า การใช้ to ซ้ำทำให้เกิดโครงสร้างขนานที่ชัดเจน: donating ... to war relief ..., as well as to tornado victims เมื่อ as well as เชื่อมส่วนที่ใช้คำบุพบทเดียวกัน การกล่าวคำบุพบทนั้นซ้ำจะช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะเมื่อส่วนแรกยาว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมสามคำที่หมายถึง “นอกจาก…แล้วยัง…”: The company donated supplies to the clinic, ____ to the rescue team.

ดูคำตอบ

as well as