ทำไมถึงไม่มีอะไรติดเทฟลอนเลย? - Ashwini Bharathula: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
633 คำ 147 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้อธิบายว่า PTFE ซึ่งคนทั่วไปคุ้นเคยในชื่อแบรนด์ Teflon ถูกค้นพบได้อย่างไร เหตุใดโครงสร้างระดับโมเลกุลจึงทำให้วัสดุชนิดนี้ลื่นและทนต่อปฏิกิริยาเคมี ผู้ผลิตทำให้สารเคลือบยึดติดกับเครื่องครัวได้อย่างไร และเพราะเหตุใดการทำอาหารที่อุณหภูมิปกติจึงถือว่าปลอดภัยโดยทั่วไป ขณะที่ความร้อนสูงเกินไปกับมลพิษจากการผลิตเป็นข้อกังวลคนละด้าน ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. stumbled upon accidentally — กริยาวลี: เรียนรู้ว่า stumbled upon หมายถึง “ค้นพบโดยบังเอิญ” ไม่ใช่การสะดุดล้มตามความหมายตรงตัว และใช้สำนวนนี้เล่าการค้นพบที่ไม่ได้วางแผนไว้ของรอย พลันเกตต์ในห้องทดลองได้อย่างเป็นธรรมชาติ 2. if you're careful. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจว่าอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย if ทำหน้าที่จำกัดคำตอบว่า yes ก่อนหน้า กล่าวคือ เครื่องครัวเคลือบ PTFE ถือว่าปลอดภัยที่อุณหภูมิปานกลาง แต่ข้อสรุปนี้มีเงื่อนไขว่าต้องไม่ปล่อยให้กระทะเปล่าร้อนจัดเกินไป 3. all the charges stuck." — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจมุกเล่นคำช่วงท้ายที่ stuck หมายถึงข้อกล่าวหาทางอาญาทั้งหมดเอาผิดได้ในที่สุด พร้อมเชื่อมกลับไปยังคุณสมบัติไม่ติดของ Teflon และฉายาเดิมของจอห์น กอตตีว่า the Teflon Don

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Nothing stuck to mafia boss John Gotti, สำนวน

0:08

ไม่มีข้อหาใดเอาผิด John Gotti หัวหน้าแก๊งมาเฟียได้เลย

สำนวน

Nothing stuck to: เมื่อข้อกล่าวหาเอาผิดไม่ได้

ในประโยคนี้ Nothing stuck to John Gotti หมายความว่า ข้อกล่าวหาหรือข้อหาทางอาญาที่มีต่อเขาไม่อาจพิสูจน์ให้มีมูลได้และไม่ก่อให้เกิดผลทางกฎหมาย stuck เป็นคำเปรียบเทียบ โดยมองข้อกล่าวหาเหมือนสิ่งที่ไม่สามารถ “ติด” อยู่กับตัวบุคคลได้ โดยทั่วไป ถ้ากล่าวว่าข้อกล่าวหา ข้อหา ความรับผิด หรือป้ายด้านลบ sticks หมายความว่าผู้คนยอมรับว่าสิ่งนั้นมีมูล หรือสิ่งนั้นยังส่งผลต่อบุคคลนั้นต่อไป ถ้า does not stick ก็หมายความว่าสิ่งนั้นไม่เป็นที่ยอมรับหรือไม่ก่อผลที่ยาวนาน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ stick to อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อหมายความว่า “ข้อกล่าวหาไม่อาจตั้งให้มีมูลต่อบุคคลได้”

  1. The allegations never stuck to the senator.
  2. The senator never stuck to the allegations.
  3. The allegations never glued the senator.
ดูคำตอบ

The allegations never stuck to the senator.

who evaded justice for years by bribing and threatening jurors and witnesses. โน้ต

0:11

ผู้ซึ่งหลบหนีความยุติธรรมมาหลายปีด้วยการติดสินบนและข่มขู่คณะลูกขุนและพยาน

การใช้คำ

evaded justice: หลบหนีความรับผิดตามกฎหมาย

Evaded justice หมายถึงหลีกเลี่ยงการถูกจับกุม พิจารณาคดี ตัดสินว่ามีความผิด หรือลงโทษโดยระบบกฎหมายได้สำเร็จ justice ในที่นี้หมายถึงการรับผิดตามกฎหมาย ไม่ใช่แนวคิดทั่วไปเรื่องความยุติธรรม Evade เป็นทางการกว่า avoid ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน และมักสื่อถึงการจงใจหรือใช้ชั้นเชิงในการหลบหนี วลีนี้พบบ่อยในข่าวอาชญากรรมและกฎหมาย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเหมาะที่สุดกับข่าวทางการที่กล่าวถึงบุคคลซึ่งหลีกเลี่ยงความรับผิดตามกฎหมาย

  1. The suspect evaded justice for more than ten years.
  2. The suspect escaped honesty for more than ten years.
  3. The suspect avoided fairness for more than ten years.
ดูคำตอบ

The suspect evaded justice for more than ten years.

ไวยากรณ์

by bribing and threatening...: บอกวิธีการด้วย by + รูป -ing

by + รูป -ing ใช้บอกวิธีที่ทำให้การกระทำหรือผลลัพธ์เกิดขึ้น ในที่นี้ by bribing and threatening jurors and witnesses อธิบายว่าเขาหลบเลี่ยงกระบวนการยุติธรรมได้อย่างไร ในโครงสร้างนี้ by เป็นคำบุพบท กริยาที่ตามหลังจึงต้องเป็นรูป -ing ส่วน bribing และ threatening เป็นการกระทำสองอย่างที่วางขนานกันและเชื่อมด้วย and

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย by และรูปที่ถูกต้องของ check เพื่อบอกวิธีการ: You can avoid mistakes ____ the dates carefully.

ดูคำตอบ

by checking

That earned him the name the Teflon Don, โน้ต

0:16

สิ่งนั้นทำให้เขาได้รับฉายาว่า Teflon Don

after one of the slipperiest materials on earth.

0:18

ซึ่งตั้งชื่อตามหนึ่งในวัสดุที่ลื่นที่สุดในโลก

วลี

earned him the name...: สาเหตุที่ทำให้คนหนึ่งได้รับฉายา

ในโครงสร้าง earn someone the name/title... ประธานคือการกระทำ ลักษณะ หรือเหตุการณ์ที่ทำให้คนหนึ่งได้รับชื่อหรือฉายา ในที่นี้ That คือสาเหตุ him คือผู้ได้รับ และ the Teflon Don คือชื่อที่ได้รับ earn ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “หาเงิน” แต่หมายถึง “ได้รับอันเป็นผลจากสิ่งที่คนหนึ่งทำหรือสิ่งที่เขากลายเป็น” ชื่อที่ได้รับอาจเป็นคำชม คำวิจารณ์ หรือเพียงคำบรรยายก็ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ earn + บุคคล + ตำแหน่ง เพื่อแสดงว่าการกระทำของคนนั้นทำให้ได้รับตำแหน่งดังกล่าว

  1. The judges called her Journalist of the Year after reading her reports.
  2. She worked as a journalist throughout the year.
  3. Her fearless reporting earned her the title Journalist of the Year.
ดูคำตอบ

Her fearless reporting earned her the title Journalist of the Year.

วัฒนธรรม

the Teflon Don: ฉายาที่อาศัยคุณสมบัติไม่ติดของเทฟลอน

the Teflon Don เป็นฉายาที่สื่อใช้เรียกจอห์น ก็อตตี เทฟลอนขึ้นชื่อว่าเป็นวัสดุที่สิ่งต่าง ๆ ไม่ค่อยติด ฉายานี้จึงเปรียบว่าข้อกล่าวหาทางอาญาดูเหมือนจะติดตัวเขาไม่ได้และไม่ลงเอยด้วยคำตัดสินว่ามีความผิด ในบริบทเกี่ยวกับมาเฟีย don หมายถึงหัวหน้าที่มีอำนาจ ตรงนี้ Don เป็นส่วนหนึ่งของฉายา ไม่ใช่ชื่อหรือนามสกุลของก็อตตี

แบบฝึกหัด

ใจความสำคัญของฉายา the Teflon Don คืออะไร

  1. เปรียบการที่เขารอดพ้นจากคำตัดสินว่ามีความผิดกับคุณสมบัติไม่ติดของเทฟลอน
  2. หมายความว่า Teflon เป็นนามสกุลของเขา
  3. หมายความว่าเขาผลิตเครื่องครัวชนิดไม่ติดกระทะ
ดูคำตอบ

เปรียบการที่เขารอดพ้นจากคำตัดสินว่ามีความผิดกับคุณสมบัติไม่ติดของเทฟลอน

Teflon was in the spacesuits the Apollo crew wore for the moon landing,

0:22

Teflon อยู่ในชุดอวกาศที่ลูกเรือ Apollo สวมใส่เพื่อลงจอดบนดวงจันทร์

in pipes and valves used in the Manhattan project,

0:26

ในท่อและวาล์วที่ใช้ในโครงการแมนฮัตตัน

and maybe in your kitchen as the nonstick coating on frying pans and cookie sheets. การใช้คำ

0:29

และอาจจะอยู่ในห้องครัวของคุณในฐานะสารเคลือบกันติดบนกระทะทอดและถาดอบคุกกี้

การใช้คำ

the nonstick coating: ชั้นผิวที่ช่วยไม่ให้อาหารติด

the nonstick coating คือชั้นบาง ๆ บนเครื่องครัวหรือถาดอบที่ช่วยไม่ให้อาหารติด coating เป็นคำนามหลัก ส่วน nonstick อธิบายว่าชั้นนี้ทำหน้าที่อะไร nonstick ในที่นี้เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่เขียนติดกันเป็นคำเดียว ไม่ใช่ประโยคปฏิเสธ โครงสร้างนี้พบได้บ่อยในคำอธิบายสินค้าและคำแนะนำการดูแล เช่น a nonstick coating และ a nonstick pan

แบบฝึกหัด

ใช้ nonstick และ coating เติมคำแนะนำการดูแลให้สมบูรณ์: Use a soft sponge to protect the ____.

ดูคำตอบ

nonstick coating

So what is this slippery solid, ลำดับความ

0:35

แล้วของแข็งที่ลื่นนี้คืออะไร

and why doesn't anything stick to it?

0:37

และทำไมถึงไม่มีอะไรติดมันได้เลย?

ลำดับความ

So what is ... and why ...?: เกริ่นสิ่งที่จะอธิบายต่อไป

คำถามสองข้อที่เชื่อมกันนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อถามหาข้อมูลเท่านั้น So เชื่อมตัวอย่างก่อนหน้าเข้าสู่คำอธิบายหลัก ส่วน what is ... และ why ... ระบุสองเรื่องที่ผู้พูดจะอธิบายต่อไป คือวัสดุนี้คืออะไรและทำไมสิ่งต่าง ๆ จึงไม่เกาะติดมัน รูปแบบที่ตั้งคำถามก่อนเช่นนี้พบได้บ่อยในสื่ออธิบายวิทยาศาสตร์ ช่วยสร้างความสงสัยใคร่รู้และให้ภาพรวมง่าย ๆ ว่าจะอธิบายอะไรต่อไป

แบบฝึกหัด

คำถามสองข้อที่เชื่อมกันนี้มีหน้าที่หลักอะไร

  1. เป็นการสรุปขั้นสุดท้ายหลังจากอธิบายทุกอย่างเสร็จแล้ว
  2. เป็นการเกริ่นสองประเด็นที่คำอธิบายจะกล่าวถึง
  3. เป็นการขอให้ผู้ฟังเลือกระหว่างวัสดุสองชนิด
ดูคำตอบ

เป็นการเกริ่นสองประเด็นที่คำอธิบายจะกล่าวถึง

Teflon is a brand name for polytetrafluoroethylene, การใช้คำ

0:39

Teflon เป็นชื่อแบรนด์ของ พอลิเตตระฟลูออโรเอทิลีน (polytetrafluoroethylene)

or PTFE.

0:43

หรือ PTFE

การใช้คำ

a brand name for ...: เชื่อมชื่อแบรนด์กับสิ่งที่ชื่อนั้นใช้เรียก

ในโครงสร้าง A is a brand name for B นั้น A คือชื่อทางการค้า ส่วน B คือผลิตภัณฑ์ สาร หรือหมวดหมู่ที่ชื่อนั้นใช้เรียก ในประโยคนี้ Teflon คือชื่อแบรนด์ polytetrafluoroethylene คือชื่อทางเคมีของวัสดุ และ PTFE คือคำย่อของชื่อนั้น คำบุพบท for เชื่อมชื่อแบรนด์กับสิ่งที่ชื่อนั้นใช้เรียก ไม่ได้หมายความว่าแบรนด์มีอยู่ “เพื่อ” วัสดุนั้น

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายที่เชื่อมชื่อทางการค้ากับวัสดุให้สมบูรณ์: Teflon is ____ polytetrafluoroethylene.

ดูคำตอบ

a brand name for

It was stumbled upon accidentally in 1938 by a 27-year-old American chemist named Roy Plunkett, กริยาวลี

0:45

มันถูกค้นพบโดยบังเอิญในปี 1938 โดยนักเคมีชาวอเมริกันวัย 27 ปีที่ชื่อ Roy Plunkett

กริยาวลี

stumbled upon accidentally: พบสิ่งหนึ่งโดยบังเอิญ

stumble upon something หมายถึงพบหรือเจอบางสิ่งโดยบังเอิญโดยไม่ได้วางแผนว่าจะค้นหาสิ่งนั้น ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการสะดุดล้มจริง ๆ ประโยคนี้ใช้รูปกรรมวาจก was stumbled upon ดังนั้นสิ่งที่ถูกค้นพบจึงเป็นประธาน ส่วน accidentally เน้นย้ำความหมายเรื่องความบังเอิญอีกครั้ง ไม่ได้บอกว่ามีการกระทำอีกอย่างหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่า Leo พบแผนที่โดยบังเอิญ

  1. Leo searched for the map all morning and finally located it.
  2. Leo stumbled upon the map while sorting old papers.
  3. Leo tripped over the map on the floor.
ดูคำตอบ

Leo stumbled upon the map while sorting old papers.

while he was trying to develop a non-toxic refrigerant fluid for DuPont, โน้ต

0:52

ขณะที่เขากำลังพยายามพัฒนาของเหลวทำความเย็นที่ปลอดสารพิษให้กับ DuPont

ไวยากรณ์

while he was trying to develop: การกระทำเบื้องหลังที่กำลังดำเนินอยู่

while ในที่นี้หมายถึง “ในช่วงเวลาที่” ไม่ได้หมายถึง “อย่างไรก็ตาม” อนุประโยค he was trying to develop... แสดงการกระทำที่กำลังดำเนินอยู่แล้วในขณะนั้น โครงสร้าง while + past continuous มักใช้สร้างฉากหลังของเรื่อง จากนั้นเหตุการณ์ที่สั้นกว่าหรือไม่คาดคิดอาจเกิดขึ้นระหว่างกิจกรรมที่กำลังดำเนินอยู่นั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูป past continuous ของ test: While Nia ____ the robot, it suddenly stopped.

ดูคำตอบ

was testing

a chemicals company.

0:56

ซึ่งเป็นบริษัทสารเคมี

การใช้คำ

a non-toxic refrigerant fluid: คำขยายหลายชั้นหน้าคำนาม

ในวลี a non-toxic refrigerant fluid คำนามหลักคือ fluid ซึ่งบอกว่าสิ่งนั้นคืออะไร ส่วน refrigerant บอกว่าเป็นของไหลชนิดใด—คือของไหลที่ใช้ในระบบทำความเย็น—และ non-toxic เพิ่มคุณสมบัติที่เกี่ยวกับความปลอดภัย ภาษาอังกฤษเชิงเทคนิคมักวางคำขยายหลายคำไว้หน้าคำนามหลัก ให้อ่านย้อนจากคำนามคำสุดท้าย: เป็น fluid โดยเจาะจงว่าเป็น refrigerant fluid และถูกอธิบายว่า non-toxic ในที่นี้ refrigerant หมายถึงสารที่ใช้ทำความเย็น ไม่ใช่ตู้เย็น

แบบฝึกหัด

วลีใดหมายถึง “ของไหลที่ใช้ทำความเย็นและถูกอธิบายว่าไม่เป็นพิษ”

  1. a toxic cleaning fluid
  2. a non-toxic refrigerant fluid
  3. a non-toxic refrigerator
ดูคำตอบ

a non-toxic refrigerant fluid

The strange white substance that formed inside his lab canister was chemically inert, การใช้คำ

0:58

สารสีขาวแปลกประหลาดที่ก่อตัวขึ้นภายในถังทดลองของเขานั้นเฉื่อยต่อปฏิกิริยาเคมี

meaning it wouldn't react with other substances. ลำดับความ

1:03

หมายความว่ามันจะไม่ทำปฏิกิริยากับสารอื่นๆ

การใช้คำ

chemically inert: ไม่เกิดปฏิกิริยาเคมีได้ง่าย

Chemically inert หมายถึงสารชนิดหนึ่งไม่เกิดปฏิกิริยาเคมีกับสารอื่นได้ง่ายภายใต้สภาวะที่เกี่ยวข้อง chemically เป็นคำวิเศษณ์ที่จำกัดความหมายของ inert ให้หมายถึงพฤติกรรมทางเคมี ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวอธิบายความเสถียรของวัสดุ inert ในที่นี้บอกคุณสมบัติของสสาร ไม่ได้บอกว่าคนคนหนึ่งขี้เกียจหรือไม่มีพลัง

แบบฝึกหัด

chemically inert หมายถึงอะไรในคำอธิบายเชิงเทคนิคของวัสดุ

  1. มันไม่ทำปฏิกิริยากับสารอื่นได้ง่ายภายใต้สภาวะที่เกี่ยวข้อง
  2. มันไม่มีสารเคมีใด ๆ อยู่เลย
  3. มันเคลื่อนที่ช้าเพราะมีพลังงานน้อย
ดูคำตอบ

มันไม่ทำปฏิกิริยากับสารอื่นได้ง่ายภายใต้สภาวะที่เกี่ยวข้อง

ลำดับความ

meaning it wouldn't react with other substances: กล่าวอธิบายศัพท์เทคนิคใหม่ด้วยภาษาง่าย ๆ

หลังเครื่องหมายจุลภาค meaning it wouldn't react with other substances กล่าวซ้ำความหมายของ chemically inert ด้วยภาษาที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ตรงนี้ meaning เป็นรูป -ing ของคำกริยา mean ไม่ใช่คำนาม meaning ที่แปลว่า “ความหมาย” โครงสร้าง “ศัพท์เทคนิคหรือข้อความ + จุลภาค + meaning + อนุประโยค” ใช้เพิ่มคำอธิบายหรือผลที่เกิดขึ้นจริงทันที ช่วยให้ผู้อ่านเชื่อมโยงถ้อยคำที่ยากกับสิ่งที่ถ้อยคำนั้นสื่อจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ใช้รูป -ing ของ mean เพื่อขึ้นต้นคำอธิบายที่เข้าใจง่าย: The window is opaque, ____ you cannot see through it.

ดูคำตอบ

meaning

It also had an extremely low coefficient of friction, การใช้คำ

1:06

นอกจากนี้ยังมีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานที่ต่ำมาก

การใช้คำ

extremely low coefficient of friction: พื้นผิวเลื่อนได้ง่ายเพียงใด

สัมประสิทธิ์ความเสียดทานคือค่าตัวเลขที่ใช้บอกว่าพื้นผิวสองด้านที่สัมผัสกันต้านการเลื่อนผ่านกันมากเพียงใด ค่าสัมประสิทธิ์ความเสียดทานที่ต่ำมากหมายความว่าพื้นผิวต้านการเลื่อนเพียงเล็กน้อย วัตถุจึงเคลื่อนผ่านพื้นผิวได้ง่ายขึ้น ในกลุ่มคำนามนี้ coefficient เป็นคำนามหลัก low ขยาย coefficient และ extremely เน้นระดับของ low ทั้งวลีหมายถึงค่าที่เล็กมาก ไม่ใช่ปริมาณทั่วไปหรือจำนวนที่นับได้

แบบฝึกหัด

extremely low coefficient of friction บอกอะไรเกี่ยวกับพื้นผิวสองด้านที่สัมผัสกัน?

  1. หมายถึงมีแรงต้านค่อนข้างน้อยเมื่อพื้นผิวสองด้านเลื่อนผ่านกัน
  2. หมายถึงวัสดุทำปฏิกิริยากับสารเคมีอื่นอย่างรวดเร็ว
  3. ใช้วัดปริมาณแสงที่วัสดุปล่อยออกมา
ดูคำตอบ

หมายถึงมีแรงต้านค่อนข้างน้อยเมื่อพื้นผิวสองด้านเลื่อนผ่านกัน

making other materials slide right off it. โน้ต

1:10

ทำให้วัสดุอื่นๆ ลื่นไหลหลุดออกจากมันไปได้เลย

ไวยากรณ์

making other materials slide right off it: ใช้อนุประโยค -ing เพื่อบอกผลลัพธ์

อนุประโยค -ing making other materials slide right off it แสดงผลที่เกิดจากใจความในอนุประโยคก่อนหน้า โดยเชื่อมอยู่กับอนุประโยคนั้นและไม่ได้เริ่มประโยคอิสระใหม่ ภายในส่วนนี้ making ใช้โครงสร้างบอกเหตุ make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน โดย other materials เป็นกรรม และ slide ไม่เติม to โครงสร้างนี้วางหลังอนุประโยคที่สมบูรณ์ได้เพื่อบอกว่าสถานการณ์นั้นก่อให้เกิดผลอะไร

แบบฝึกหัด

ใช้รูป -ing ของ make เพื่อแสดงผลลัพธ์: The icy wind hit the windows, ____ them rattle.

ดูคำตอบ

making

กริยาวลี

slide right off: ลื่นหลุดออกจากพื้นผิวโดยตรง

slide off หมายถึงเคลื่อนตัวอย่างลื่นไถลแล้วหลุดออกจากพื้นผิว off บอกทั้งทิศทางที่ออกจากพื้นผิวและผลว่าไม่ได้อยู่บนพื้นผิวนั้นแล้ว ในที่นี้ right เป็นคำเน้น หมายถึงโดยตรงหรือจนหลุดออกไปเลย ทำให้ slide right off สื่อว่าลื่นออกได้ง่ายและทันที ไม่ได้หมายถึงเคลื่อนไปทางขวา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ slide right off: When I tilted the tray, the cups ____ and landed on the floor.

ดูคำตอบ

slid right off

Teflon's properties make it perfect when you need something slippery, ไวยากรณ์

1:13

คุณสมบัติของ Teflon ทำให้มันสมบูรณ์แบบเมื่อคุณต้องการอะไรที่ลื่น

ไวยากรณ์

make it perfect when you need...: อธิบายความเหมาะสม

ประโยคนี้ใช้โครงสร้าง make + กรรม + คำคุณศัพท์ โดย Teflon's properties เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดผลลัพธ์ it เป็นกรรมที่ย้อนกลับไปหมายถึง Teflon และ perfect บอกว่าเทฟลอนเหมาะกับงานนั้นมาก อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย when ระบุเงื่อนไขว่าเมื่อต้องการวัสดุที่ลื่น โครงสร้างนี้ใช้บอกได้ว่าคุณสมบัติหนึ่งทำให้สิ่งของเหมาะกับสถานการณ์ใดสถานการณ์หนึ่งอย่างไร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ make + it + perfect: Its small size ____ for carrying in a backpack.

ดูคำตอบ

makes it perfect

chemical resistant, การใช้คำ

1:17

ทนต่อสารเคมี

or waterproof,

1:18

หรือกันน้ำ

การใช้คำ

chemical resistant ... waterproof: การเลือกคำบอกประสิทธิภาพของวัสดุ

ในรายการนี้ chemical resistant และ waterproof เป็นคำอธิบายคุณสมบัติของวัสดุแบบกระชับ chemical resistant หมายถึงสามารถทนต่อความเสียหายหรือการเปลี่ยนแปลงจากสารเคมี ส่วน waterproof หมายถึงสามารถป้องกันไม่ให้น้ำผ่านเข้าไปได้ สองคำนี้อธิบายการป้องกันคนละประเภท ดังนั้นวัสดุอาจมีคุณสมบัติอย่างหนึ่งโดยไม่มีอีกอย่างหนึ่งก็ได้

แบบฝึกหัด

เคสโทรศัพท์รับน้ำกระเด็นเล็กน้อยได้ แต่ไม่ควรนำไปแช่น้ำ ป้ายใดอธิบายได้แม่นยำที่สุด?

  1. water-resistant
  2. waterproof
  3. chemical resistant
ดูคำตอบ

water-resistant

which means it has a lot of applications. ลำดับความ

1:19

ซึ่งหมายความว่ามันมีการนำไปใช้งานมากมาย

ลำดับความ

which means ...: ใช้บอกผล

which means ใช้บอกผลหรือความสำคัญของข้อมูลที่เพิ่งกล่าวไป ในที่นี้ which ย้อนกลับไปอ้างถึงคุณสมบัติทั้งหมดที่อธิบายไว้ก่อนหน้า ไม่ได้อ้างถึงเพียงคุณสมบัติที่อยู่ใกล้ที่สุด อนุประโยคหลัง means เชื่อมคุณสมบัติเหล่านั้นเข้ากับข้อสรุปที่ใช้ได้จริงว่า วัสดุนี้นำไปใช้ได้หลายอย่าง โครงสร้างนี้พบได้บ่อยในคำอธิบาย: ข้อเท็จจริงหรือคุณสมบัติ + which means + ผลหรือสิ่งที่ตามมา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ which means เพื่อบอกผลได้ถูกต้อง

  1. The battery lasts for two days, which meaning you do not need to charge it tonight.
  2. The battery lasts for two days, which means you do not need to charge it tonight.
  3. The battery lasts for two days, which it means you do not need to charge it tonight.
ดูคำตอบ

The battery lasts for two days, which means you do not need to charge it tonight.

It can be found all over the place วลี

1:22

มันสามารถพบได้ทุกหนทุกแห่ง

วลี

found all over the place: พบได้ทั่วไปในหลายสถานที่

can be found all over the place หมายถึงสิ่งหนึ่งปรากฏหรือมีอยู่ในสถานที่หลายแห่ง จึงเป็นสิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไป can be found เป็นรูปถูกกระทำ โดยเน้นว่าสิ่งนั้นอยู่หรือปรากฏที่ไหน ไม่ได้เน้นว่าใครเป็นผู้พบ ในประโยคนี้ all over the place บอกว่าสิ่งนั้นกระจายอยู่หลายแห่ง ไม่ได้หมายถึงการวางของอย่างรกหรือไม่เป็นระเบียบ ต้องดูไวยากรณ์และบริบทรอบ ๆ เพื่อเลือกความหมายที่ต้องการ

แบบฝึกหัด

ใน These charging stations can be found all over the place คำว่า all over the place หมายถึงอะไร

  1. ไม่มีใครรู้ว่าจะหาสถานีเหล่านี้ได้อย่างไร
  2. สถานีเหล่านี้ถูกเก็บรวมกันในห้องรกห้องเดียว
  3. สถานีเหล่านี้พบได้ทั่วไปในหลายสถานที่
ดูคำตอบ

สถานีเหล่านี้พบได้ทั่วไปในหลายสถานที่

as a coating on raincoats, วลี

1:24

เช่น สารเคลือบบนเสื้อกันฝน

วลี

as a coating on raincoats: การอธิบายการใช้งานของวัสดุ

ในวลีนี้ as a coating บอกหน้าที่ของวัสดุว่าใช้เป็นชั้นบาง ๆ ที่เคลือบสิ่งหนึ่ง ส่วน on raincoats ระบุพื้นผิวหรือสิ่งของที่ได้รับการเคลือบนั้น as ในที่นี้หมายถึง “ในฐานะ” ไม่ได้หมายถึง “ขณะที่” หรือ “เพราะว่า” โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ use/apply X as a coating on Y

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายที่หมายถึง “ในฐานะชั้นเคลือบพื้นผิว” ให้สมบูรณ์: A waterproof polymer is used ____ fabric.

ดูคำตอบ

as a coating on

industrial ball bearings, การใช้คำ

1:26

ตลับลูกปืนอุตสาหกรรม

การใช้คำ

industrial ball bearings: การอ่านกลุ่มคำนามเชิงเทคนิค

Industrial ball bearings เป็นกลุ่มคำนามเชิงเทคนิค คำนามหลักคือ bearings ซึ่งหมายถึงชิ้นส่วนเครื่องจักรที่ช่วยให้ชิ้นส่วนอื่นเคลื่อนที่หรือหมุนโดยมีแรงเสียดทานน้อยลง Ball บอกชนิดว่าเป็นตลับลูกปืนที่ใช้เม็ดกลม ส่วน industrial บอกขอบเขตหรือจุดประสงค์การใช้งาน เมื่อต้องอ่านกลุ่มคำนามภาษาอังกฤษที่มีข้อมูลหลายชั้น ให้อ่านจากขวาไปซ้าย โดยหาคำนามหลักก่อนแล้วจึงเพิ่มข้อมูลจากคำขยายแต่ละคำ ในที่นี้ bearings เป็นคำนามพหูพจน์ ไม่ใช่การกระทำที่หมายถึง “แบก” หรือ “ทน”

แบบฝึกหัด

ข้อใดตีความโครงสร้างคำนาม industrial ball bearings ได้ถูกต้อง?

  1. ลูกบอลที่รับน้ำหนักทางอุตสาหกรรมได้
  2. ตลับลูกปืนเม็ดกลมที่ผลิตเพื่อใช้ในอุตสาหกรรม
  3. อาคารอุตสาหกรรมที่มีรูปร่างเหมือนตลับลูกปืน
ดูคำตอบ

ตลับลูกปืนเม็ดกลมที่ผลิตเพื่อใช้ในอุตสาหกรรม

artificial joints,

1:27

ข้อเทียม

circuit boards,

1:29

แผงวงจร

and even the Rocky Mountains-themed roof of the Denver International Airport. วัฒนธรรม

1:30

และแม้กระทั่งหลังคาที่มีธีมเทือกเขาร็อกกีของสนามบินนานาชาติเดนเวอร์

วัฒนธรรม

Rocky Mountains-themed roof of the Denver International Airport: หลังคาท่าอากาศยานนานาชาติเดนเวอร์ที่ออกแบบในธีมเทือกเขาร็อกกี

ท่าอากาศยานนานาชาติเดนเวอร์มีหลังคาสีขาวทรงยอดแหลม ซึ่งมักอธิบายว่าออกแบบให้ชวนให้นึกถึงเทือกเขาร็อกกีที่ปกคลุมด้วยหิมะ ในที่นี้ Rocky Mountains-themed หมายถึงรูปลักษณ์ของหลังคาได้รับแรงบันดาลใจจากเทือกเขา ไม่ได้หมายความว่าหลังคาสร้างจากภูเขาจริง ๆ การยกหลังคาขนาดใหญ่ของสนามบินแห่งนี้เป็นตัวอย่างยังแสดงให้เห็นว่า วัสดุที่กำลังกล่าวถึงสามารถใช้กับอาคารสาธารณะขนาดใหญ่ได้ ไม่ใช่แค่ของใช้ในบ้านชิ้นเล็ก ๆ

แบบฝึกหัด

Rocky Mountains-themed ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. การออกแบบหลังคาได้รับแรงบันดาลใจจากเทือกเขาร็อกกี
  2. หลังคาทำจากหินที่นำมาจากเทือกเขาร็อกกี
  3. หลังคาตั้งอยู่ภายในเทือกเขาร็อกกี
ดูคำตอบ

การออกแบบหลังคาได้รับแรงบันดาลใจจากเทือกเขาร็อกกี

The incredible properties of PTFE

1:34

คุณสมบัติอันน่าทึ่งของ PTFE

come from its molecular structure. วลี

1:37

มาจากโครงสร้างโมเลกุลของมัน

วลี

come from its molecular structure: การบอกที่มาหรือสาเหตุ

ใน come from its molecular structure คำว่า come from หมายถึงมีต้นกำเนิดจากหรือเกิดจาก ประโยคนี้บอกว่าโครงสร้างระดับโมเลกุลของ PTFE เป็นที่มาของคุณสมบัติอันโดดเด่น ไม่ได้พูดถึงการเคลื่อนที่ทางกายภาพ รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ ผลลัพธ์หรือคุณสมบัติ + come from + ที่มาหรือสาเหตุ คำกริยาต้องสอดคล้องกับประธาน ถ้าเป็นคุณสมบัติหนึ่งอย่างใช้ comes from แต่ถ้าเป็นหลายอย่างใช้ come from

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ come from: The plant's rapid growth ____ the extra sunlight.

ดูคำตอบ

comes from

It's a polymer, การใช้คำ

1:39

มันเป็นโพลีเมอร์

การใช้คำ

It's a polymer: การจัดวัสดุว่าเป็นพอลิเมอร์

ในที่นี้ polymer หรือพอลิเมอร์ คือสารที่มีโมเลกุลขนาดใหญ่มากซึ่งสร้างจากหน่วยเล็ก ๆ จำนวนมากที่เกิดซ้ำและเชื่อมต่อกัน ประโยค It's a polymer จัดวัสดุนี้ไว้ในกลุ่มพอลิเมอร์ ก่อนที่ประโยคถัดไปจะอธิบายโครงสร้างคล้ายสายโซ่ Polymer เป็นศัพท์วิทยาศาสตร์ทั่วไป ไม่ใช่ชื่อแบรนด์ คำนำหน้านาม a แสดงว่าวัสดุนี้เป็นสมาชิกชนิดหนึ่งในกลุ่มพอลิเมอร์ที่กว้าง

แบบฝึกหัด

polymer ในประโยค “The casing is a polymer” หมายถึงอะไร?

  1. วัสดุที่โมเลกุลขนาดใหญ่มีหน่วยซ้ำจำนวนมากเชื่อมต่อกัน
  2. ชื่อแบรนด์ของผลิตภัณฑ์เคมีชนิดหนึ่ง
  3. เครื่องจักรที่เชื่อมอะตอม
  4. อะตอมเพียงหนึ่งอะตอม
ดูคำตอบ

วัสดุที่โมเลกุลขนาดใหญ่มีหน่วยซ้ำจำนวนมากเชื่อมต่อกัน

meaning it's made of long chains of repeating units of atoms strung together. การใช้คำ

1:41

หมายความว่ามันทำจากสายโซ่ยาวของหน่วยอะตอมซ้ำๆ ที่ร้อยเรียงเข้าด้วยกัน

การใช้คำ

made of ... repeating units ... strung together: หน่วยซ้ำที่เชื่อมต่อกัน

วลีนี้อธิบายแนวคิดทางเทคนิคเป็นลำดับชั้น it is made of บอกส่วนประกอบว่าพอลิเมอร์ประกอบด้วยสายยาว ส่วน repeating units of atoms ระบุว่าสายเหล่านั้นเกิดจากอะไร strung together เป็นวลี past participle ที่ตามหลัง units หมายถึงหน่วยต่าง ๆ เชื่อมต่อกันทีละหน่วย chains และ strung together เป็นภาพเปรียบเทียบเพื่ออธิบายโครงสร้างโมเลกุล ไม่ได้หมายถึงโซ่โลหะหรือเชือกจริง

แบบฝึกหัด

ใช้ made of และ strung together เติมประโยคให้สมบูรณ์: The paper chain is ____ colored loops ____ by hand.

ดูคำตอบ

made of · strung together

A PTFE chain has a backbone of carbon atoms, การใช้คำ

1:45

สายโซ่ PTFE มีกระดูกสันหลังเป็นอะตอมของคาร์บอน

การใช้คำ

a backbone of carbon atoms: สายโซ่หลักของโมเลกุล

ในวิชาเคมี backbone หมายถึงสายโซ่หลักของอะตอมที่เชื่อมต่อกันในโมเลกุลหรือพอลิเมอร์ ใน a backbone of carbon atoms อะตอมคาร์บอนประกอบกันเป็นสายโซ่ตรงกลางนี้ ในที่นี้ backbone เป็นการขยายแนวคิดทั่วไปเรื่องกระดูกสันหลังที่คอยค้ำจุนมาใช้เป็นศัพท์เฉพาะ โดยหมายถึงโครงสร้างแกนกลางที่ส่วนอื่นมาเชื่อมต่อ ไม่ได้หมายถึงกระดูกสันหลังของมนุษย์

แบบฝึกหัด

ในวลี a backbone of carbon atoms คำว่า backbone หมายถึงอะไร?

  1. กระดูกสันหลังของคน
  2. เครื่องมือที่ใช้สำหรับนับอะตอมคาร์บอน
  3. สายโซ่หลักที่เชื่อมต่อกันในโมเลกุล
  4. อะตอมฟลูออรีนที่เกาะกับสายโซ่
ดูคำตอบ

สายโซ่หลักที่เชื่อมต่อกันในโมเลกุล

each of which is attached to two fluorines. ไวยากรณ์

1:49

ซึ่งแต่ละอะตอมจะเกาะติดกับฟลูออรีนสองตัว

ไวยากรณ์

each of which is attached to two fluorines: การอ้างถึงสมาชิกแต่ละตัว

เมื่อวางหลังนามวลีพหูพจน์ each of which จะเพิ่มอนุประโยคสัมพันธ์ที่คั่นด้วยจุลภาคเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับสมาชิกทุกตัวในกลุ่ม ในที่นี้หมายความว่าอะตอมคาร์บอนแต่ละอะตอมเชื่อมติดกับอะตอมฟลูออรีนสองอะตอม โดย which อ้างถึง carbon atoms ไม่ใช่สายโซ่ PTFE ทั้งสาย เนื่องจาก each เป็นเอกพจน์ตามหลักไวยากรณ์ อนุประโยคจึงใช้ is attached ไม่ใช่ are attached โครงสร้างนี้พบบ่อยในงานเขียนอธิบายแบบเป็นทางการ เพราะช่วยหลีกเลี่ยงการกล่าวซ้ำว่า each carbon atom

แบบฝึกหัด

เลือกโครงสร้างที่เพิ่มข้อมูลเสริมแบบไม่จำกัดความเกี่ยวกับห้องจัดแสดงแต่ละห้องได้อย่างถูกต้อง: The museum has five galleries, ____ closes at six.

  1. all of which
  2. each of which
  3. each of them
  4. which each
ดูคำตอบ

each of which

The fluorine atoms surround the carbon like armor, สำนวน

1:52

อะตอมฟลูออรีนล้อมรอบคาร์บอนเหมือนชุดเกราะ

สำนวน

อะตอมฟลูออรีนล้อมรอบคาร์บอนเหมือนเกราะ: การเปรียบเทียบเพื่อสื่อการปกป้อง

surround the carbon หมายความว่าอะตอมฟลูออรีนอยู่รอบคาร์บอนและก่อตัวเป็นชั้นด้านนอก ส่วน like armor ใช้การเปรียบเทียบ โดยเกราะสื่อถึงสิ่งห่อหุ้มที่ช่วยปกป้อง ดังนั้นประโยคนี้จึงนำเสนออะตอมฟลูออรีนเหมือนเป็นแนวกั้นที่ปกป้องคาร์บอนจากการสัมผัสภายนอก สำนวนนี้ช่วยให้เราจินตนาการถึงการจัดเรียงของโมเลกุลที่มองไม่เห็นได้ง่ายขึ้น คาร์บอนไม่ได้มีเกราะจริง ๆ การเปรียบเทียบนี้เน้นหน้าที่ในการปกป้อง

แบบฝึกหัด

like armor สื่อความหมายอะไรในประโยคนี้

  1. คาร์บอนกำลังสวมเกราะจริง
  2. อะตอมฟลูออรีนก่อตัวเป็นชั้นปกป้องรอบคาร์บอน
  3. อะตอมฟลูออรีนทำจากเกราะโลหะ
ดูคำตอบ

อะตอมฟลูออรีนก่อตัวเป็นชั้นปกป้องรอบคาร์บอน

spiraling around the chain,

1:55

ขดเป็นเกลียวรอบสายโซ่

and the bond between carbon and fluorine is incredibly tight. การใช้คำ

1:57

และพันธะระหว่างคาร์บอนและฟลูออรีนนั้นแน่นหนาอย่างไม่น่าเชื่อ

การใช้คำ

พันธะระหว่างคาร์บอนกับฟลูออรีนแข็งแรงอย่างเหลือเชื่อ

the bond between carbon and fluorine หมายถึงพันธะที่เชื่อมอะตอมสองชนิดนี้เข้าด้วยกัน ส่วน between A and B ใช้ระบุปลายทั้งสองด้านของพันธะนั้น tight ในที่นี้ใช้ในความหมายเปรียบเทียบ หมายถึงพันธะยึดอะตอมไว้ด้วยกันอย่างแข็งแรงมากและขาดได้ยาก ไม่ได้หมายความว่าอะตอมอยู่ในพื้นที่แคบ incredibly ใช้เพิ่มระดับของ tight และเน้นย้ำอย่างมาก ในคำอธิบายวิทยาศาสตร์ที่เข้าใจง่าย คำทั่วไปนี้ช่วยให้เราจินตนาการถึงความแข็งแรงของพันธะได้

แบบฝึกหัด

tight ในประโยคนี้หมายความว่าอะไร

  1. พันธะนี้แข็งแรงมากและขาดได้ยาก
  2. พื้นที่รอบพันธะแคบมาก
  3. อะตอมถูกมัดไว้ด้วยเชือกจริง ๆ
ดูคำตอบ

พันธะนี้แข็งแรงมากและขาดได้ยาก

Like a couple that ignores everyone except each other, สำนวน

2:00

เหมือนคู่รักที่เพิกเฉยต่อทุกคนยกเว้นกันและกัน

สำนวน

Like a couple that ignores everyone except each other: อุปมาแบบไม่ตรงตัวด้วยภาพคู่รัก

ในที่นี้ Like a couple that ignores everyone except each other เป็นการเปรียบเทียบแบบอุปมา โดยชวนให้นึกถึงคู่รักที่สนใจเพียงกันและกัน แล้วนำภาพนั้นไปเทียบกับคาร์บอนและฟลูออรีน ประโยคนี้ไม่ได้บอกว่ามีคู่รักที่เป็นมนุษย์อยู่จริง ภาพนี้ช่วยให้แนวคิดทางวิทยาศาสตร์เห็นชัดขึ้นว่า คาร์บอนและฟลูออรีนมีปฏิสัมพันธ์กันอย่างมาก สารอื่น ๆ จึงส่งอิทธิพลผ่านแรงดึงดูดตามปกติได้น้อย

แบบฝึกหัด

อุปมาเรื่องคู่รักช่วยให้ผู้ฟังเข้าใจอะไร?

  1. คาร์บอนกับฟลูออรีนหลีกเลี่ยงกันและยึดติดกับสารอื่นทุกชนิดได้ง่าย
  2. วัสดุนี้มีคู่รักจริง ๆ ที่ไม่สนใจคนอื่นอยู่ข้างใน
  3. คาร์บอนกับฟลูออรีนมีปฏิสัมพันธ์กันอย่างมาก ส่วนสารภายนอกมีอิทธิพลเพียงเล็กน้อย
ดูคำตอบ

คาร์บอนกับฟลูออรีนมีปฏิสัมพันธ์กันอย่างมาก ส่วนสารภายนอกมีอิทธิพลเพียงเล็กน้อย

carbon and fluorine interact so strongly ไวยากรณ์

2:03

คาร์บอนและฟลูออรีนทำปฏิกิริยากันอย่างรุนแรงมาก

that the normal intermolecular forces that help substances stick to each other

2:06

จนแรงระหว่างโมเลกุลตามปกติที่ช่วยให้สารยึดติดกัน

don't stand a chance. สำนวน

2:10

ไม่มีโอกาสได้ทำหน้าที่เลย

ไวยากรณ์

so strongly that: เชื่อมระดับเข้ากับผลลัพธ์

so strongly that ใช้ตามโครงสร้าง verb + so + adverb + that + result โดย strongly บอกว่าคาร์บอนกับฟลูออรีนมีปฏิสัมพันธ์กันอย่างไร และ so ชี้ว่าระดับนั้นสูงผิดปกติ อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกผลจากระดับดังกล่าว นั่นคือแรงระหว่างโมเลกุลตามปกติแทบไม่มีโอกาสทำให้สารยึดติดกันได้ ในที่นี้ that ใช้เริ่มผลลัพธ์ ไม่ได้เป็นคำชี้เฉพาะที่หมายถึง “สิ่งนั้น”

แบบฝึกหัด

ใช้ strongly เติมโครงสร้างที่แสดงระดับและผลลัพธ์ให้สมบูรณ์: The magnets attract each other ____ they are hard to separate.

ดูคำตอบ

so strongly that

สำนวน

don't stand a chance: แทบไม่มีโอกาสสำเร็จ

Don't stand a chance เป็นสำนวนที่หมายถึงแทบไม่มีโอกาสประสบความสำเร็จ ต้านทาน หรือชนะ คำว่า stand ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการยืนตามตัวอักษร ในประโยคนี้ แรงระหว่างโมเลกุลตามปกติถูกนำเสนอเหมือนเป็นคู่ต่อสู้ที่อ่อนแอกว่า ปฏิสัมพันธ์ระหว่างคาร์บอนกับฟลูออรีนมีอำนาจเหนือแรงเหล่านั้น จึงทำให้สารยึดติดกันแบบปกติไม่ได้

แบบฝึกหัด

ความหมายใดตรงกับ don't stand a chance ในตัวอย่างมากที่สุด?

  1. แรงระหว่างโมเลกุลแทบไม่มีโอกาสเอาชนะปฏิสัมพันธ์ที่แข็งแรงกว่า
  2. แรงระหว่างโมเลกุลมีโอกาสชนะเท่ากัน
  3. แรงระหว่างโมเลกุลกำลังยืนรอโอกาส
ดูคำตอบ

แรงระหว่างโมเลกุลแทบไม่มีโอกาสเอาชนะปฏิสัมพันธ์ที่แข็งแรงกว่า

Even the famously adhesive feet of geckos

2:12

แม้แต่เท้าของตุ๊กแกที่ขึ้นชื่อเรื่องความเหนียวแน่น

usually can't get a grip. วลี

2:15

ก็มักจะไม่สามารถยึดเกาะได้

วลี

usually can't get a grip: มักจะเกาะพื้นผิวไม่อยู่

Get a grip ในที่นี้มีความหมายทางกายภาพ คือจับให้แน่นหรือมีแรงยึดเกาะมากพอที่จะติดอยู่กับพื้นผิว ประธานคือเท้าที่มีคุณสมบัติยึดเกาะของตุ๊กแก ดังนั้นจึงพูดถึงการเกาะจริง ๆ ไม่ใช่อารมณ์ Usually can't ทำให้ข้อความมีน้ำหนักมากแต่ไม่ใช่คำกล่าวแบบเด็ดขาด หมายความว่าในกรณีส่วนใหญ่ แม้แต่เท้าตุ๊กแกก็ยังเกาะพื้นผิวที่กล่าวถึงไม่ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ get a grip ในความหมายทางกายภาพแบบเดียวกับประโยคเกี่ยวกับตุ๊กแก?

  1. The tires couldn't get a grip on the icy road.
  2. After panicking, Maya told herself to get a grip.
  3. We need to get a grip on the budget problem.
ดูคำตอบ

The tires couldn't get a grip on the icy road.

But wait, ลำดับความ

2:17

แต่เดี๋ยวก่อน

if PTFE doesn't stick to anything,

2:17

ถ้า PTFE ไม่ติดกับอะไรเลย

how can it be so firmly attached to something like a pan? วลี

2:20

แล้วมันจะเกาะติดแน่นกับของอย่างกระทะได้อย่างไร?

ลำดับความ

But wait: หยุดแนวคิดชั่วครู่เพื่อเสนอความขัดแย้งที่ดูเหมือนมีอยู่

But wait เป็นคำเชื่อมทางความคิดที่ขัดจังหวะแนวการให้เหตุผลที่กำลังดำเนินอยู่ชั่วครู่ คำนี้ส่งสัญญาณว่าข้อเท็จจริงหรือคำถามถัดไปดูเหมือนจะไม่สอดคล้องกับสิ่งที่เพิ่งกล่าวไป ในที่นี้ คำนี้นำเสนอความขัดแย้งที่เห็นได้ในตอนแรกระหว่างการที่ PTFE ไม่เกาะติดกับสิ่งต่าง ๆ แต่กลับยึดติดกับกระทะได้อย่างมั่นคง คำนี้ช่วยจัดลำดับคำอธิบายและทำให้ผู้ฟังอยากฟังต่อ ไม่ได้เป็นการขอให้รอจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ But wait เพื่อขัดจังหวะการให้เหตุผลและเสนอความขัดแย้งที่ดูเหมือนมีอยู่

  1. But wait—if the battery is dead, why is the screen still glowing?
  2. For example, the battery powers the screen.
  3. In conclusion, the screen uses very little power.
ดูคำตอบ

But wait—if the battery is dead, why is the screen still glowing?

วลี

firmly attached to: การเชื่อมต่อที่แน่นและมั่นคง

ในโครงสร้าง be firmly attached to คำว่า attached บอกว่าสิ่งหนึ่งเชื่อมต่อ ยึด หรือติดอยู่กับอีกสิ่งหนึ่ง และ to ใช้นำหน้าสิ่งที่มันเชื่อมต่ออยู่ ส่วน firmly เน้นว่าการเชื่อมต่อนั้นมั่นคงและแยกออกได้ยาก วลีนี้ใช้บรรยายสารเคลือบบนพื้นผิว ป้ายบนภาชนะ หรือชิ้นส่วนที่ยึดอยู่กับวัตถุขนาดใหญ่กว่าได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่ตรงกับบทเรียนทุกคำ: The safety sign is ____ the door.

ดูคำตอบ

firmly attached to

One method involves sandblasting the pan โน้ต

2:24

วิธีหนึ่งเกี่ยวข้องกับการพ่นทรายที่กระทะ

ลำดับความ

involves sandblasting the pan: บอกว่าวิธีหนึ่งประกอบด้วยอะไร

One method ใช้เสนอขั้นตอนหนึ่งที่เป็นไปได้ จากนั้น involves sandblasting the pan บอกว่าขั้นตอนนั้นมีการทำอะไรอยู่ด้วย จึงทำให้คำอธิบายเปลี่ยนจากการบอกชื่อวิธีไปสู่การอธิบายการกระทำในวิธีนั้น หลัง involve ใช้นามวลีหรือรูป -ing ในที่นี้ sandblasting the pan เป็นวลี -ing ที่ระบุการกระทำซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวิธี ไม่ใช่อนุประโยคสมบูรณ์ที่มีกริยาผันตามประธานหรือกาล

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ heat: One method involves ____ the metal slowly.

ดูคำตอบ

heating

or etching it with chemicals to make it rough. โน้ต

2:27

หรือกัดกร่อนด้วยสารเคมีเพื่อให้มันหยาบ

การใช้คำ

sandblasting: การปรับสภาพพื้นผิวด้วยการพ่นวัสดุขัด

Sandblasting คือกระบวนการปรับสภาพพื้นผิวที่พ่นอนุภาควัสดุขัดด้วยความเร็วสูงให้กระแทกพื้นผิว เพื่อทำความสะอาด ลอกสารเคลือบ หรือทำให้พื้นผิวขรุขระขึ้น ในประโยคนี้ sandblasting the pan หมายถึงการปรับสภาพที่ทำให้ผิวกระทะขรุขระได้ คำนี้ไม่ได้หมายถึงการระเบิดที่เกี่ยวกับทราย ในที่นี้ blasting หมายถึงการพ่นวัสดุขัดออกไปอย่างแรง แม้ชื่อจะมีคำว่า sand แต่กระบวนการที่มักเรียกว่า sandblasting ก็อาจใช้วัสดุขัดชนิดอื่นที่ไม่ใช่ทรายได้

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ sandblasting มากที่สุด

  1. พ่นอนุภาควัสดุขัดใส่พื้นผิวด้วยความเร็วสูง
  2. ใช้วัตถุระเบิดทำลายวัตถุโลหะ
  3. ใช้กระดาษทรายขัดพื้นผิวโดยตรง
ดูคำตอบ

พ่นอนุภาควัสดุขัดใส่พื้นผิวด้วยความเร็วสูง

การใช้คำ

etching it with chemicals: การกัดผิวด้วยสารเคมี

ในที่นี้ etching it with chemicals หมายถึงการใช้สารเคมีให้ทำปฏิกิริยากับพื้นผิวและเปลี่ยนสภาพพื้นผิวนั้น โดยทั่วไปจะกำจัดเนื้อวัสดุออกเพียงเล็กน้อย ทำให้ผิวหยาบขึ้น ไม่ได้หมายถึงแค่การเขียนหรือแกะสลักตัวอักษร รูป -ing ในที่นี้ใช้เรียกหนึ่งในวิธีการของขั้นตอนงาน ส่วน with ใน with chemicals บอกวัสดุหรือวิธีที่ใช้ และ it หมายถึงวัตถุหรือพื้นผิวที่กำลังถูกนำไปผ่านกระบวนการ ไม่ได้หมายถึง chemicals

แบบฝึกหัด

ประโยคใดอธิบายกระบวนการกัดผิวด้วยสารเคมีเพื่อเปลี่ยนสภาพพื้นผิว?

  1. The technician etched the metal with chemicals to make it rough.
  2. The technician cleaned the chemical bottles with water.
  3. The technician engraved a serial number on the metal with a sharp tool.
ดูคำตอบ

The technician etched the metal with chemicals to make it rough.

ไวยากรณ์

to make it rough: การบอกจุดประสงค์

to make it rough เป็น infinitive ที่บอกจุดประสงค์ โดยอธิบายว่าทำไมจึงทำกระบวนการก่อนหน้า นั่นคือมีเป้าหมายให้พื้นผิวที่ผ่านการ处理变得粗糙。รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ การกระทำ + to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใน make it rough โครงสร้าง make + กรรม + คำคุณศัพท์ หมายถึง “ทำให้บางสิ่งกลายเป็น...” โดย it หมายถึงวัตถุหรือพื้นผิวที่นำไป处理 ไม่ได้หมายถึง chemicals และ rough บอกสภาพที่ต้องการ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเพื่อสื่อว่าโค้ชเปิดหน้าต่างเพื่อทำให้โรงยิมเย็นขึ้น โดยใช้ to make + กรรม + คำคุณศัพท์: The coach opened the windows ____.

ดูคำตอบ

to make the gym cooler

Then a special primer's applied, การใช้คำ

2:30

จากนั้นจึงทาสีรองพื้นพิเศษลงไป

การใช้คำ

special primer's applied = special primer is applied: มีการทาไพรเมอร์ชนิดพิเศษ

primer คือสารเคลือบชั้นฐานที่ทาก่อนชั้นอื่น โดยมักช่วยให้ชั้นถัดไปยึดติดได้ดีขึ้น ในประโยคเกี่ยวกับกระบวนการผลิตนี้ special ขยาย primer จึงหมายถึงไพรเมอร์ชนิดพิเศษ ใน primer's applied นั้น 's เป็นรูปย่อของ is และ applied เป็นกริยาช่องที่สามในโครงสร้างกรรมวาจก รูปเต็มคือ a special primer is applied ประโยคจึงเน้นว่าวัสดุถูกทาลงไป ไม่ได้เน้นว่าใครเป็นผู้ทา

แบบฝึกหัด

ในบริบทการผลิตนี้ ข้อใดตรงกับความหมายของ “a special primer's applied” มากที่สุด

  1. ชั้นเคลือบอีกชั้นเป็นของสารเคลือบชั้นฐานชนิดพิเศษ
  2. มีการทาสารเคลือบชั้นฐานชนิดพิเศษ
  3. กำลังใช้หนังสือปูพื้นฐานเล่มพิเศษ
ดูคำตอบ

มีการทาสารเคลือบชั้นฐานชนิดพิเศษ

which acts like glue. วลี

2:32

ซึ่งทำหน้าที่เหมือนกาว

วลี

acts like glue: ทำหน้าที่เหมือนกาว

ในประโยคนี้ acts หมายถึงทำหน้าที่หรือใช้งานได้ ไม่ได้หมายถึงแสดงในละคร acts like glue บอกว่าไพรเมอร์ทำหน้าที่คล้ายกาว โดยช่วยให้ชั้นเคลือบต่าง ๆ ยึดติดกัน ใช้ act like + คำนาม เพื่อเปรียบเทียบพฤติกรรมหรือหน้าที่ โดยไม่ได้บอกว่าสองสิ่งนั้นเป็นสิ่งเดียวกันจริง ๆ เนื่องจาก which อ้างถึง primer ซึ่งเป็นเอกพจน์ กริยาในปัจจุบันกาลจึงใช้รูป acts

แบบฝึกหัด

ใน “The foam acts like a cushion” คำว่า acts like หมายความว่าอย่างไร

  1. โฟมเป็นเบาะรองจริง ๆ
  2. โฟมทำหน้าที่คล้ายกับเบาะรอง
  3. โฟมมีเพียงรูปลักษณ์ที่คล้ายกับเบาะรอง
ดูคำตอบ

โฟมทำหน้าที่คล้ายกับเบาะรอง

Its exact composition is a trade secret การใช้คำ

2:34

องค์ประกอบที่แน่นอนของมันเป็นความลับทางการค้า

guarded by each manufacturer.

2:36

ที่ถูกปกปิดโดยผู้ผลิตแต่ละราย

การใช้คำ

a trade secret: ข้อมูลทางธุรกิจที่เป็นความลับ

trade secret คือข้อมูลทางธุรกิจที่มีมูลค่า เช่น สูตร กระบวนการ วิธีการ หรือแบบออกแบบ ซึ่งบริษัทเก็บเป็นความลับ ในประโยคนี้ ส่วนประกอบที่แน่นอนได้รับการปกป้องแทนที่จะเปิดเผยต่อสาธารณะ ในคำประสมตายตัว trade secret คำว่า trade ขยาย secret และหมายถึงธุรกิจหรืออุตสาหกรรม วลีนี้ไม่ได้หมายถึงข้อตกลงลับหรือการซื้อขายที่ปกปิด

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะที่สุดที่จะเรียกว่า trade secret?

  1. รัฐบาลเผยแพร่กฎการนำเข้าใหม่ให้ทุกคนอ่านได้
  2. เด็กคนหนึ่งไม่บอกเพื่อนว่าเซอร์ไพรส์วันเกิดคืออะไร
  3. บริษัทเก็บสูตรผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าไว้เป็นความลับเพื่อรักษาความได้เปรียบทางธุรกิจ
ดูคำตอบ

บริษัทเก็บสูตรผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าไว้เป็นความลับเพื่อรักษาความได้เปรียบทางธุรกิจ

The pan is sprayed with liquid PTFE ไวยากรณ์

2:39

กระทะจะถูกพ่นด้วย PTFE เหลว

and heated to around 800 degrees Fahrenheit.

2:41

และให้ความร้อนประมาณ 800 องศาฟาเรนไฮต์

ไวยากรณ์

is sprayed with ... and heated to ...: ขั้นตอนกรรมวาจกที่เชื่อมคู่กัน

is sprayed with ... and heated to ... แสดงการกระทำแบบกรรมวาจกสองอย่างที่เชื่อมคู่กัน ประธาน The pan เป็นสิ่งที่ได้รับการจัดการทั้งสองอย่าง และ is ใช้ร่วมกับคำกริยาช่องสามทั้งคู่ ได้แก่ is sprayed ... and (is) heated ... คำอธิบายกระบวนการมักใช้กรรมวาจกเพื่อเน้นวัตถุและขั้นตอน แทนที่จะเน้นคนทำงานหรือเครื่องจักร with ใช้นำหน้าวัสดุที่พ่นลงไป ส่วน to ใช้นำหน้าอุณหภูมิที่ไปถึง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคกระบวนการด้วยรูปกรรมวาจกของ spray และ heat โดยใช้ are เพียงครั้งเดียว: The panels ____ with a protective coating and ____ to 120 degrees Celsius.

ดูคำตอบ

are sprayed · heated

The layers then solidify into a smooth, slick coating. วลี

2:45

จากนั้นชั้นสารจะแข็งตัวเป็นสารเคลือบที่เรียบเนียนและลื่น

วลี

solidify into a smooth, slick coating: การบอกผลลัพธ์ของการเปลี่ยนแปลง

Solidify หมายถึงกลายเป็นของแข็งหรือแข็งขึ้น โครงสร้าง solidify into + ผลลัพธ์ ใช้บอกลักษณะที่เกิดขึ้นหลังการเปลี่ยนแปลง ในที่นี้ a smooth, slick coating คือผลลัพธ์ ไม่ใช่สถานที่ที่ชั้นต่าง ๆ เคลื่อนที่ไป smooth บอกว่าพื้นผิวเรียบสม่ำเสมอ ส่วน slick บอกว่าพื้นผิวลื่นมาก ทั้งสองคำช่วยอธิบายสารเคลือบที่เสร็จสมบูรณ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ solidify และคำบุพบทที่ใช้บอกผลลัพธ์: As it cooled, the melted wax ____ a hard layer.

ดูคำตอบ

solidified into

When you later cook eggs in this PTFE-coated pan, ไวยากรณ์

2:49

เมื่อคุณทอดไข่ในกระทะที่เคลือบ PTFE นี้ในภายหลัง

ไวยากรณ์

When you later cook eggs in this PTFE-coated pan: การกำหนดเวลา

When ใช้นำหน้าอนุประโยคบอกเวลา: When you later cook eggs in this PTFE-coated pan อนุประโยคนี้กำหนดสถานการณ์ด้านเวลาที่ผลลัพธ์หลักจะเกิดขึ้น ส่วน later บอกว่าขั้นตอนการทำอาหารนี้เกิดหลังจากกระบวนการที่อธิบายไว้ก่อนหน้า เนื่องจากอนุประโยคจบด้วยเครื่องหมายจุลภาค ความคิดจึงยังไม่สมบูรณ์ ต้องฟังหรืออ่านต่อไปจนถึงประโยคหลัก ซึ่งจะบอกว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อทำไข่

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคที่สมบูรณ์: When the bell rings, we will leave. อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย When ทำหน้าที่อะไร?

  1. บอกการกระทำหลักได้ด้วยตัวมันเอง
  2. กำหนดเวลาที่การกระทำหลักจะเกิดขึ้น
  3. ถามเรื่องเวลาโดยตรง
ดูคำตอบ

กำหนดเวลาที่การกระทำหลักจะเกิดขึ้น

the extra-tight carbon-fluorine bonds การใช้คำ

2:52

พันธะคาร์บอน-ฟลูออรีนที่แน่นเป็นพิเศษ

การใช้คำ

extra-tight carbon-fluorine bonds: คำนามหลักและชั้นของคำขยาย

คำนามหลักคือ bonds โดยทั้งวลีหมายถึงพันธะเคมี carbon-fluorine บอกว่าพันธะนั้นเชื่อมอะตอมคาร์บอนกับอะตอมฟลูออรีน ส่วน extra-tight บอกว่าพันธะแข็งแรงมาก ในที่นี้ tight เป็นคำอธิบายแบบไม่เป็นทางการว่าอะตอมยึดเหนี่ยวกันอย่างแข็งแรง ไม่ได้หมายถึงวัตถุที่สวมติดกันแน่น เมื่อต้องแยกวลีคำนามทางวิทยาศาสตร์ที่มีข้อมูลแน่น ให้เริ่มจากคำนามหลักตัวสุดท้ายแล้วไล่ไปทางซ้าย: bonds → carbon-fluorine bonds → extra-tight carbon-fluorine bonds

แบบฝึกหัด

วลี extra-tight carbon-fluorine bonds ในที่นี้หมายถึงอะไร?

  1. อะตอมคาร์บอนกับฟลูออรีนที่อัดแน่นอยู่ในภาชนะที่ปิดสนิท
  2. พันธะเพิ่มเติมที่ใส่ไว้รอบอะตอมคาร์บอน
  3. พันธะที่แข็งแรงมากระหว่างอะตอมคาร์บอนกับอะตอมฟลูออรีน
ดูคำตอบ

พันธะที่แข็งแรงมากระหว่างอะตอมคาร์บอนกับอะตอมฟลูออรีน

just ignore the water and fat and protein molecules สำนวน

2:55

จะเพิกเฉยต่อโมเลกุลของน้ำ ไขมัน และโปรตีน

สำนวน

just ignore ... molecules: บุคลาธิษฐานทางวิทยาศาสตร์สำหรับปฏิสัมพันธ์ที่อ่อนมาก

ในที่นี้ ignore เป็นการใช้บุคลาธิษฐาน โดยบรรยายพันธะเคมีราวกับว่ามันเลือกที่จะไม่สนใจโมเลกุลของน้ำ ไขมัน และโปรตีนได้ ความหมายทางวิทยาศาสตร์คือ โมเลกุลเหล่านั้นกับวัสดุเคมีที่กำลังกล่าวถึงมีแรงดึงดูดหรือปฏิสัมพันธ์กันน้อยมาก ไม่ได้หมายความว่าสิ่งใดมีจิตสำนึก just ทำให้คำอธิบายฟังดูเรียบง่ายและเป็นกันเอง การมีปฏิสัมพันธ์น้อยถูกนำเสนอราวกับว่าวัสดุปล่อยให้โมเลกุลเหล่านั้นผ่านไปเฉย ๆ แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีปฏิสัมพันธ์ใด ๆ เลย

แบบฝึกหัด

ในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์นี้ ignore the water and fat and protein molecules หมายถึงอะไร?

  1. โมเลกุลเหล่านั้นหยุดมีอยู่เมื่อเข้าใกล้วัสดุ
  2. วัสดุกับโมเลกุลเหล่านั้นมีปฏิสัมพันธ์กันน้อยมาก
  3. วัสดุตัดสินใจอย่างมีสติว่าจะไม่มองโมเลกุลเหล่านั้น
ดูคำตอบ

วัสดุกับโมเลกุลเหล่านั้นมีปฏิสัมพันธ์กันน้อยมาก

in the eggs.

2:57

ในไข่

Without those interactions, ลำดับความ

2:59

หากไม่มีปฏิกิริยาเหล่านั้น

ลำดับความ

Without those interactions: บอกเงื่อนไขที่ขาดไปก่อนนำไปสู่ผลลัพธ์

Without those interactions เป็นวลีบุพบทที่วางไว้ต้นประโยคเพื่อบอกเงื่อนไขที่ไม่มีอยู่ เครื่องหมายจุลภาคเตรียมให้ผู้ฟังรอฟังอนุประโยคหลักซึ่งจะบอกผลที่ตามมา กล่าวคือ ถ้าไม่มี X ก็จะเกิด Y Those ย้อนกลับไปอ้างถึง interactions ที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ซึ่งในที่นี้คือปฏิสัมพันธ์ระหว่างโมเลกุลจากคำอธิบายก่อนหน้านี้ การอ้างกลับเช่นนี้เชื่อมผลลัพธ์เข้ากับข้อมูลเดิมโดยไม่ต้องพูดคำอธิบายเต็มซ้ำ

แบบฝึกหัด

วลี Without those interactions ที่ต้นประโยคทำหน้าที่จัดข้อมูลอย่างไร?

  1. บอกเงื่อนไขที่ไม่มีอยู่ก่อน แล้วอนุประโยคหลักจึงบอกผลลัพธ์
  2. เปลี่ยนหัวข้อไปเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องเลย
  3. แจกแจงปฏิสัมพันธ์หลายอย่างที่เกิดขึ้นพร้อมกัน
ดูคำตอบ

บอกเงื่อนไขที่ไม่มีอยู่ก่อน แล้วอนุประโยคหลักจึงบอกผลลัพธ์

the food just slides around without sticking. วลี

3:00

อาหารก็จะลื่นไหลไปมาโดยไม่ติดกระทะ

วลี

slides around without sticking: เลื่อนไปมาบนพื้นผิวโดยไม่ติด

slides around หมายถึงสิ่งหนึ่งเคลื่อนที่ได้ง่ายบนพื้นผิวและเปลี่ยนตำแหน่งภายในบริเวณนั้น ในที่นี้ around บอกการเคลื่อนที่บนพื้นผิว ไม่ได้หมายถึงการไปทุกที่ without sticking บอกว่าไม่มีการติดเกิดขึ้นระหว่างที่กำลังเลื่อน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ คำกริยา + without + คำกริยา-ing ซึ่งแสดงว่าการกระทำหนึ่งเกิดขึ้นโดยไม่มีอีกการกระทำหรือปัญหาหนึ่งเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยวลีที่ตรงกับความหมายว่าเคลื่อนที่บนพื้นผิวโดยไม่ติด: On the nonstick tray, the cookie ____.

ดูคำตอบ

slides around without sticking

You might wonder if it's safe to cook in a PTFE-coated pan. ลำดับความ

3:03

คุณอาจสงสัยว่าการทำอาหารด้วยกระทะที่เคลือบ PTFE นั้นปลอดภัยหรือไม่

ลำดับความ

You might wonder if ... เพื่อเกริ่นคำถามล่วงหน้า

ในประโยคนี้ You might wonder if ... ใช้เกริ่นคำถามที่ผู้ฟังอาจสงสัยและตอบได้ว่าใช่หรือไม่ โดยช่วยจัดลำดับคำอธิบายด้วยการยกคำถามขึ้นมาก่อนที่ผู้พูดจะให้คำตอบ might ทำให้การคาดเดานี้นุ่มนวลขึ้น ผู้พูดเพียงเสนอว่าผู้ฟังอาจกำลังคิดถึงคำถามนี้ ไม่ได้ยืนยันว่าทุกคนคิดเหมือนกัน ในที่นี้ if นำเข้าสิ่งที่สงสัยหลัง wonder และหมายถึง “หรือไม่” ไม่ได้แสดงเงื่อนไข

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้คำเชื่อมเป้าหมายเพื่อเกริ่นคำถามที่ผู้ฟังอาจสงสัยล่วงหน้า

  1. The new bus definitely runs on electricity.
  2. Let me explain why the new bus runs on electricity.
  3. You might wonder if the new bus runs on electricity.
ดูคำตอบ

You might wonder if the new bus runs on electricity.

The answer is yes,

3:07

คำตอบคือใช่

if you're careful. ไวยากรณ์

3:08

หากคุณระมัดระวัง

ไวยากรณ์

if you're careful: เงื่อนไขที่จำกัดคำตอบ yes

ในประโยคนี้ if you're careful เป็นเงื่อนไขที่ต่อท้าย yes คำตอบจะเป็นบวกก็ต่อเมื่อเป็นไปตามเงื่อนไขนี้ ดังนั้น yes จึงไม่ใช่การรับรองแบบไม่มีเงื่อนไข if ตรงนี้หมายถึง “ถ้า” หรือ “ภายใต้เงื่อนไขว่า” ไม่ได้หมายถึง “หรือไม่” การวางเงื่อนไขไว้หลังคำตอบสั้น ๆ ทำให้ผู้พูดบอกข้อสรุปก่อน แล้วจึงเพิ่มข้อจำกัดสำคัญ

แบบฝึกหัด

ตัดสิน: ในประโยค “The answer is yes, if you're careful,” คำว่า yes ใช้ได้โดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ

  1. ถูก
  2. ผิด
ดูคำตอบ

ผิด

PTFE is stable at moderate temperatures, การใช้คำ

3:10

PTFE มีความเสถียรที่อุณหภูมิปานกลาง

การใช้คำ

PTFE มีความเสถียรที่อุณหภูมิปานกลาง

ในบริบทเกี่ยวกับวัสดุนี้ stable หมายถึง PTFE ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมีหรือทางกายภาพที่สำคัญได้ง่ายภายใต้เงื่อนไขที่ระบุ วลี at moderate temperatures กำหนดเงื่อนไขด้านอุณหภูมิที่ทำให้ข้อความนี้เป็นจริง moderate เป็นคำที่มีความหมายสัมพัทธ์ ไม่ใช่ตัวเลขตายตัว โดยหมายถึงอุณหภูมิที่ไม่ถือว่าสูงสำหรับการใช้งานนี้ วลีนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้ระบุขีดจำกัดความปลอดภัยที่แน่นอน

แบบฝึกหัด

ในประโยคทางวิทยาศาสตร์นี้ "stable at moderate temperatures" หมายความว่าอย่างไร

  1. PTFE ปลอดภัยและไม่เปลี่ยนแปลงในทุกอุณหภูมิที่เป็นไปได้
  2. PTFE รักษาคุณสมบัติสำคัญไว้ได้โดยไม่เปลี่ยนแปลงง่ายในช่วงอุณหภูมินั้น
  3. PTFE วางตัวอย่างสมดุลบนพื้นผิวสำหรับทำอาหาร
ดูคำตอบ

PTFE รักษาคุณสมบัติสำคัญไว้ได้โดยไม่เปลี่ยนแปลงง่ายในช่วงอุณหภูมินั้น

like you'd use to cook eggs or fish. ไวยากรณ์

3:13

เช่น อุณหภูมิที่คุณใช้ทอดไข่หรือปลา

ไวยากรณ์

like you'd use to cook eggs or fish: การยกตัวอย่างที่คุ้นเคย

ในที่นี้ like ใช้ยกตัวอย่างที่คุ้นเคยเพื่ออธิบาย moderate temperatures ที่กล่าวถึงก่อนหน้า นั่นคือระดับความร้อนที่คนทั่วไปจะใช้ปรุงไข่หรือปลา like ในที่นี้หมายถึง “ตัวอย่างเช่น แบบที่...” ไม่ได้หมายถึง “ชอบ” You'd เป็นรูปย่อของ you would โดย would แสดงสถานการณ์ทั่วไปหรือสถานการณ์สมมุติ ไม่ใช่เหตุการณ์ในอดีต กรรมของ use ซึ่งก็คืออุณหภูมิเหล่านั้น ละไว้เพราะเข้าใจได้จากข้อความก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

"like you'd use to cook eggs or fish" ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้

  1. หมายความว่าอุณหภูมิเหล่านั้นใช้เฉพาะในอดีต
  2. เป็นการยกตัวอย่างที่คุ้นเคยของอุณหภูมิปานกลางที่กำลังกล่าวถึง
  3. หมายความว่าผู้ฟังชอบปรุงไข่หรือปลา
ดูคำตอบ

เป็นการยกตัวอย่างที่คุ้นเคยของอุณหภูมิปานกลางที่กำลังกล่าวถึง

But above 500 degrees Fahrenheit, การใช้คำ

3:16

แต่ถ้าสูงกว่า 500 องศาฟาเรนไฮต์

it starts to degrade, การใช้คำ

3:18

มันจะเริ่มเสื่อมสภาพ

การใช้คำ

above 500 degrees Fahrenheit: สูงเกินเกณฑ์อุณหภูมิ

above + ตัวเลข หมายถึง “มากกว่าตัวเลขนั้น” ในที่นี้ above 500 degrees Fahrenheit กำหนดค่าเกณฑ์ของอุณหภูมิ โดยเงื่อนไขนี้ใช้เมื่ออุณหภูมิสูงกว่า 500°F ไม่ใช่เท่ากับ 500°F พอดี เมื่อวางวลีนี้ไว้หน้าประโยคหลัก ผู้พูดจะบอกเงื่อนไขก่อน แล้วจึงบอกว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากเกินค่าเกณฑ์ การใช้ above กับตัวเลขแบบนี้ยังใช้กับอายุ ราคา ความเร็ว และปริมาณได้ด้วย ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งที่อยู่ด้านบน

แบบฝึกหัด

above 500 degrees Fahrenheit หมายถึงช่วงอุณหภูมิใด?

  1. อุณหภูมิที่สูงกว่า 500°F โดยไม่รวม 500°F พอดี
  2. อุณหภูมิที่ไม่สูงกว่า 500°F
  3. เฉพาะ 500°F พอดี
ดูคำตอบ

อุณหภูมิที่สูงกว่า 500°F โดยไม่รวม 500°F พอดี

การใช้คำ

starts to degrade: เริ่มเสื่อมสภาพ

ในบริบทของวัสดุหรือวิทยาศาสตร์ degrade หมายถึงค่อย ๆ สลายตัว เสื่อมสภาพ หรือสูญเสียคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์ Starts to degrade เน้นว่ากระบวนการนี้เพิ่งเริ่มต้น ไม่ได้หมายความว่าวัสดุหายไปทันทีหรือเสียหายอย่างสมบูรณ์แล้ว ในที่นี้ degrade เป็นกริยาที่ไม่ต้องมีกรรม โดยตัววัสดุเองเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลง ซึ่งต่างจาก degrade someone ที่หมายถึงปฏิบัติต่อหรือกล่าวถึงคนหนึ่งคนราวกับว่าเขามีคุณค่าน้อยลง

แบบฝึกหัด

ในบริบทของวัสดุศาสตร์ starts to degrade หมายถึงอะไร?

  1. มันเริ่มสลายตัวหรือสูญเสียคุณสมบัติเดิม
  2. มันเริ่มดูหมิ่นหรือทำให้ใครบางคนอับอาย
  3. มันหายไปทั้งหมดในทันที
ดูคำตอบ

มันเริ่มสลายตัวหรือสูญเสียคุณสมบัติเดิม

and heating it further ไวยากรณ์

3:19

และการให้ความร้อนไปมากกว่านี้

releases fumes that can make you feel sick. ไวยากรณ์

3:21

จะปล่อยควันที่ทำให้คุณรู้สึกป่วยได้

ไวยากรณ์

heating it further releases fumes: อนุประโยค -ing ที่ทำหน้าที่เป็นประธาน

Heating it further เป็นอนุประโยค -ing ที่ทำหน้าที่เป็นประธาน โดยเรียกการกระทำที่ให้ความร้อนเพิ่มขึ้น กริยาหลักของประโยคคือ releases และ fumes เป็นกรรม ประธานทั้งหมดถือเป็นการกระทำหนึ่งอย่าง กริยาจึงใช้รูปเอกพจน์ releases อนุประโยค -ing สามารถวางไว้หน้ากริยาหลักเพื่ออธิบายว่าการกระทำใดทำให้เกิดผลลัพธ์ ในที่นี้ heating ไม่ใช่ส่วนของรูป progressive เพราะไม่ได้ใช้คู่กับรูปใดรูปหนึ่งของ be

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยค -ing เป็นประธานเพื่อบอกผลลัพธ์ได้ถูกต้อง

  1. Leaving the refrigerator door open wastes energy.
  2. Leaving the refrigerator door open waste energy.
  3. Leave the refrigerator door open wastes energy.
ดูคำตอบ

Leaving the refrigerator door open wastes energy.

ไวยากรณ์

that can make you feel sick: อนุประโยคสัมพัทธ์ที่มี make

That can make you feel sick เป็นอนุประโยคสัมพัทธ์ที่ขยาย fumes คำว่า That ย้อนกลับไปอ้างถึง fumes ดังนั้นอนุประโยคนี้จึงบอกว่าควันอาจส่งผลอย่างไร ไม่ได้อ้างถึง heating ภายในอนุประโยคสัมพัทธ์ make ใช้โครงสร้าง make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน: make you feel คำว่า Sick เป็นคำคุณศัพท์หลัง feel และบอกสภาพร่างกาย ซึ่งมักหมายถึงความรู้สึกไม่สบายทั่วไปหรือคลื่นไส้ can make you feel sick ทั้งหมดจึงหมายถึง “อาจทำให้คุณรู้สึกไม่สบาย”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดอธิบายควันได้ถูกต้องโดยใช้อนุประโยคสัมพัทธ์และโครงสร้าง make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน

  1. The fumes that can make you feel dizzy are dangerous.
  2. The fumes that can make you feeling dizzy are dangerous.
  3. The fumes that can make you to feel dizzy are dangerous.
ดูคำตอบ

The fumes that can make you feel dizzy are dangerous.

An empty pan can reach 500 degrees fast วลี

3:23

กระทะเปล่าสามารถมีอุณหภูมิสูงถึง 500 องศาได้อย่างรวดเร็ว

over high heat,

3:26

เมื่อใช้ไฟแรง

วลี

reach 500 degrees ... over high heat: มีอุณหภูมิถึงค่าหนึ่งเมื่อใช้ไฟแรง

reach สามารถตามด้วยตัวเลขโดยตรงเพื่อหมายถึง “ไปถึงค่าหรือระดับนั้น” เช่น reach 500 degrees ไม่ต้องใส่ to ไว้หน้าตัวเลข can แสดงว่าอุณหภูมินี้เป็นผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ ส่วน fast บอกว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ในบริบทการทำอาหาร over high heat หมายถึงกระทะกำลังถูกทำให้ร้อนด้วยแหล่งความร้อนที่แรง ซึ่งแปลอย่างเป็นธรรมชาติได้ว่า “ใช้ไฟแรง” ในที่นี้ over ไม่ได้หมายถึงมีสิ่งใดปกคลุมความร้อนอยู่

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ใช้ reach หน้าค่าตัวเลขได้อย่างถูกต้อง

  1. The oven can arrive 250 degrees in ten minutes.
  2. The oven can reach to 250 degrees in ten minutes.
  3. The oven can reach 250 degrees in ten minutes.
ดูคำตอบ

The oven can reach 250 degrees in ten minutes.

but most kitchens are ventilated well enough to dissipate the fumes. ไวยากรณ์

3:27

แต่ห้องครัวส่วนใหญ่มีการระบายอากาศที่ดีพอที่จะกระจายควันเหล่านั้น

ไวยากรณ์

ventilated well enough to dissipate the fumes: ระบายอากาศดีพอที่จะทำให้ควันจางไป

well enough to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้เชื่อมระดับที่เพียงพอกับผลลัพธ์ที่ระดับนั้นทำให้เกิดขึ้นได้ ใน are ventilated well enough to dissipate the fumes คำว่า enough อยู่หลัง well และ to dissipate บอกผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นได้เมื่อมีการระบายอากาศเพียงพอ dissipate the fumes หมายถึงทำให้ควันกระจายตัว มีความเข้มข้นลดลง และค่อย ๆ จางไป เป็นกระบวนการทางกายภาพ ไม่ใช่เพียงการที่แนวคิดนามธรรมหายไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ well enough to: The filter works ____ remove fine dust.

ดูคำตอบ

well enough to

People used to also think that accidentally consuming PTFE ไวยากรณ์

3:31

ผู้คนเคยคิดว่าการเผลอบริโภค PTFE

that flaked off a scratched pan was bad for you. กริยาวลี

3:35

ที่หลุดลอกออกมาจากกระทะที่เป็นรอยนั้นไม่ดีต่อร่างกาย

ไวยากรณ์

People used to also think: ใช้ used to บอกความเชื่อในอดีต

used to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกนิสัยหรือสภาพในอดีต และมักสื่อว่าตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว ในประโยคนี้ used to think แสดงว่าข้อความต่อมาเป็นความเชื่อที่ผู้คนเคยมีในอดีต ไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาจำเป็นต้องยังเชื่ออยู่ในปัจจุบัน also เพิ่มความเชื่อนี้เข้าไปในกลุ่มความเชื่อเก่าอื่น ๆ ที่กำลังพูดถึงอยู่

แบบฝึกหัด

ใน “People used to think the map was accurate” คำว่า used to think แสดงความหมายใด?

  1. แผนที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือสำหรับคิด
  2. เป็นความเชื่อในอดีตที่ตอนนี้อาจไม่มีใครเชื่อแล้ว
  3. ผู้คนคุ้นเคยกับการคิดเกี่ยวกับแผนที่
ดูคำตอบ

เป็นความเชื่อในอดีตที่ตอนนี้อาจไม่มีใครเชื่อแล้ว

กริยาวลี

flaked off a scratched pan: หลุดจากพื้นผิวเป็นชิ้นเล็ก ๆ

flaked off หมายถึงวัสดุหลุดออกจากพื้นผิวเป็นชิ้นเล็กและบาง ในวลีนี้ วัสดุหลุดออกจากพื้นผิวของกระทะที่มีรอยขีดข่วน off สื่อถึงการแยกออกจากพื้นผิว คำว่า flake เพียงคำเดียวอาจบอกถึงการเกิดเป็นแผ่นเล็ก ๆ แต่ flake off ระบุชัดว่าแผ่นเหล่านั้นหลุดออกมา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบรรยายชั้นบนพื้นผิวที่หลุดออกมาเป็นชิ้นเล็ก ๆ?

  1. The whole shelf fell off the wall.
  2. Sam lifted the lid off the box.
  3. Dry paint began to flake off the window frame.
ดูคำตอบ

Dry paint began to flake off the window frame.

But the current consensus is that it's harmless. การใช้คำ

3:38

แต่ฉันทามติในปัจจุบันคือมันไม่เป็นอันตราย

การใช้คำ

the current consensus is that...: การรายงานความเห็นร่วมกันในปัจจุบัน

the current consensus is that... ใช้บอกสิ่งที่คนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งมักเป็นผู้เชี่ยวชาญหรือนักวิจัย เห็นพ้องกันโดยทั่วไปว่าเป็นจริงในขณะนี้ ในประโยคนี้ ข้อสรุปร่วมคือสิ่งนั้นไม่เป็นอันตราย ส่วน consensus ไม่ใช่ความคิดเห็นของคนเพียงคนเดียว current แสดงว่าข้อสรุปนี้เป็นข้อสรุป ณ ตอนนี้ โดยสะท้อนหลักฐานที่มีอยู่ในปัจจุบันและอาจเปลี่ยนแปลงได้เมื่อมีหลักฐานใหม่ อนุประโยคที่ตามหลัง that บอกเนื้อหาของข้อสรุปร่วม

แบบฝึกหัด

นักวิจัยหลายคนเห็นพ้องกันจากหลักฐานที่มีอยู่ในปัจจุบันว่า การรักษาวิธีหนึ่งโดยทั่วไปปลอดภัย ประโยคใดรายงานสถานการณ์นี้ได้เหมาะสมที่สุด

  1. My opinion is that the treatment is generally safe.
  2. The current consensus is that the treatment is generally safe.
  3. One researcher believes that the treatment is generally safe.
ดูคำตอบ

The current consensus is that the treatment is generally safe.

Because PTFE doesn't interact with other chemicals very well, ไวยากรณ์

3:41

เนื่องจาก PTFE ไม่ค่อยทำปฏิกิริยากับสารเคมีอื่นๆ ได้ดีนัก

ไวยากรณ์

Because + อนุประโยค: บอกเหตุผลก่อนข้อสรุป

Because ใช้นำหน้าอนุประโยคที่บอกเหตุผล ในที่นี้ PTFE doesn't interact with other chemicals very well ให้เหตุผลและเตรียมผู้ฟังให้รอประโยคหลักที่จะบอกผลหรือข้อสรุป ในตัวอย่างนี้ Because ตามด้วยอนุประโยคที่สมบูรณ์ซึ่งมีประธานของตัวเองคือ PTFE และคำกริยา doesn't interact เครื่องหมายจุลภาคหลังอนุประโยค because บอกว่าประโยคยังไม่จบ จึงต้องฟังหรืออ่านต่อเพื่อหาประโยคหลัก

แบบฝึกหัด

เติม because หรือ because of: ____ the material is stable, it does not break down easily.

ดูคำตอบ

Because

it isn't thought to break down inside your body. ไวยากรณ์

3:45

จึงเชื่อกันว่ามันจะไม่สลายตัวภายในร่างกายของคุณ

ไวยากรณ์

isn't thought to break down: การรายงานแบบถูกกระทำอย่างระมัดระวัง

โครงสร้าง be thought to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้รายงานความเชื่อโดยไม่ระบุว่าใครเป็นผู้เชื่อ ใน it isn't thought to break down รูปปฏิเสธหมายถึง “โดยทั่วไปเชื่อกันว่ามันจะไม่สลายตัว” จึงฟังดูระมัดระวังและเป็นกลางกว่าการกล่าวว่าเป็นข้อเท็จจริงที่แน่นอน break down ในที่นี้หมายถึง “สลายตัวเป็นสารที่เรียบง่ายกว่า” ภายในร่างกาย ความหมายนี้มาจากบริบทของวัสดุและร่างกาย ไม่ได้หมายถึงเครื่องจักรเสียหรืออารมณ์พังทลาย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้างรายงานแบบถูกกระทำได้ถูกต้องเพื่อแสดงมุมมองทั่วไปอย่างระมัดระวัง

  1. The material doesn't thought to break down in the stomach.
  2. The material isn't thought breaking down in the stomach.
  3. The material isn't thought to break down in the stomach.
ดูคำตอบ

The material isn't thought to break down in the stomach.

Whether it's safe to manufacture Teflon is another story. สำนวน

3:47

ว่าการผลิต Teflon จะปลอดภัยหรือไม่นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

สำนวน

is another story: เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

สำนวน be another story หมายถึง “เป็นประเด็นที่ต้องแยกพิจารณาและอาจมีคำตอบที่ต่างออกไปหรือซับซ้อนกว่า” ในประโยคนี้ อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย whether ทำหน้าที่เป็นประธาน กล่าวคือ ความปลอดภัยในการผลิตเทฟลอนต้องได้รับการพิจารณาแยกต่างหาก สำนวนนี้ใช้บอกว่าการสนทนากำลังเปลี่ยนไปพูดอีกประเด็นหนึ่ง ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่าจะเริ่มเล่าเรื่องใหม่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “เป็นประเด็นแยกต่างหากที่อาจยากกว่า”: Booking the trip is easy, but paying for it ____.

ดูคำตอบ

is another story

DuPont and its spin-off company, Chemours, การใช้คำ

3:51

DuPont และบริษัทในเครืออย่าง Chemours

now face lawsuits worth millions of dollars. การใช้คำ

3:54

กำลังเผชิญกับการฟ้องร้องมูลค่าหลายล้านดอลลาร์

การใช้คำ

its spin-off company, Chemours: บริษัทเคมอร์สที่แยกออกมา

spin-off company คือบริษัทที่เกิดจากการแยกส่วนหนึ่งของบริษัทเดิมออกมาเป็นบริษัทของตนเอง ในประโยคนี้ its ย้อนกลับไปหมายถึง DuPont จึงระบุว่า Chemours เป็นบริษัทที่แยกออกมาจากดูปองท์ Chemours อยู่ระหว่างเครื่องหมายจุลภาคในฐานะคำอธิบายซ้อน เพื่อบอกชื่อของ spin-off company คำว่า spin-off ในที่นี้เป็นศัพท์ธุรกิจ ไม่ได้หมายถึงการหมุนตามตัวอักษร

แบบฝึกหัด

แผนกซอฟต์แวร์แยกออกจากบริษัทขนาดใหญ่และกลายเป็นธุรกิจอิสระ คำใดอธิบายธุรกิจใหม่นี้ได้เหมาะสมที่สุด

  1. A parent company
  2. A branch office
  3. A spin-off company
ดูคำตอบ

A spin-off company

การใช้คำ

face lawsuits worth millions of dollars: เผชิญคดีความมูลค่าหลายล้านดอลลาร์

face ในที่นี้หมายถึง 'เผชิญกับบางสิ่งและต้องรับมือ' หลังประธานจะตามด้วยกริยา face และกรรมตรง lawsuits ส่วน now บอกว่านี่คือสถานการณ์ปัจจุบัน ณ จุดที่รายงานข่าว worth millions of dollars อยู่หลัง lawsuits เพื่อบอกขนาดทางการเงินของข้อเรียกร้องทางกฎหมาย วลีนี้บอกว่ามีเงินเกี่ยวข้องมากเพียงใด ไม่ใช่มูลค่าทางกายภาพของสิ่งของ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคแบบภาษาข่าวด้วยโครงสร้างสามคำ face + lawsuits + worth และเปลี่ยนรูป face ให้สอดคล้องกับประธาน: The company now ____ several million dollars.

ดูคำตอบ

faces lawsuits worth

They've been accused of polluting the environment วลี

3:57

พวกเขาถูกกล่าวหาว่าสร้างมลพิษให้กับสิ่งแวดล้อม

วลี

They've been accused of polluting: be accused of + -ing ในโครงสร้าง present perfect แบบ passive

They've เป็นรูปย่อของ They have ส่วน have been accused เป็นโครงสร้าง present perfect แบบ passive หมายถึงมีคนกล่าวหาพวกเขา แต่ไม่ได้ระบุว่าใครเป็นผู้กล่าวหา present perfect นำเสนอข้อกล่าวหานั้นเป็นข้อมูลที่ยังเกี่ยวข้องกับปัจจุบัน โครงสร้างแบบ active คือ accuse someone of + คำนามหรือรูป -ing เมื่อเปลี่ยนเป็น passive จะเป็น someone has/have been accused of doing something ดังนั้นจึงใช้ polluting หลัง of ข้อกล่าวหาเป็นเพียงคำอ้างว่ามีการกระทำผิด ไม่ใช่หลักฐานว่ามีความผิดจริง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป present perfect แบบ passive ของ accuse และคำบุพบทที่จำเป็น: The factory has ____ dumping waste into the river.

ดูคำตอบ

been accused of

for decades

3:59

มาเป็นเวลาหลายสิบปี

and exposing employees and local communities วลี

4:00

และทำให้พนักงานตลอดจนชุมชนในท้องถิ่น

to health risks

4:02

มีความเสี่ยงด้านสุขภาพ

วลี

exposing ... to health risks: โครงสร้าง expose someone to something

Expose someone or something to something หมายถึงทำให้คนหรือสิ่งของสัมผัสกับอิทธิพล สภาพ หรืออันตรายบางอย่าง ในประโยคนี้ employees and local communities คือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ ส่วน health risks คืออันตรายที่ทำให้พวกเขามีความเสี่ยง ในโครงสร้างนี้ expose ไม่ได้หมายถึงเปิดโปง Exposing อยู่ในรูป -ing เพราะเชื่อมขนานกับ polluting หลัง accused of: they have been accused of polluting ... and exposing ....

แบบฝึกหัด

ใช้ expose ... to ... เติมประโยคให้สมบูรณ์: A security flaw can ____ users ____ identity theft.

ดูคำตอบ

expose · to

associated with a toxic chemical called PFOA. วลี

4:03

ที่เกี่ยวข้องกับสารเคมีมีพิษที่เรียกว่า PFOA

วลี

associated with ... called PFOA: การรายงานความเชื่อมโยง

associated with หมายถึง “เกี่ยวข้องหรือเชื่อมโยงกับ” ในกลุ่มคำนามที่ยาวขึ้น เช่น health risks associated with a toxic chemical ส่วน associated with a toxic chemical เป็นอนุประโยคขยายคำนามแบบย่อ ซึ่งเท่ากับ health risks that are associated with a toxic chemical โดยเชื่อมคำนามข้างหน้ากับสารเคมีนั้น called PFOA ใช้บอกชื่อของสารเคมี โดย a toxic chemical called PFOA มีความหมายเท่ากับ a toxic chemical that is called PFOA วลีนี้รายงานเพียงความเกี่ยวข้องกัน และ associated with เพียงอย่างเดียวไม่ได้พิสูจน์ว่าสารเคมีนั้นเป็นสาเหตุของความเสี่ยง

แบบฝึกหัด

งานวิจัยหนึ่งพบความเชื่อมโยงระหว่างภาวะหนึ่งกับการนอนหลับที่ไม่ดี แต่ไม่ได้พิสูจน์สาเหตุ ประโยคใดรายงานผลการค้นพบได้ถูกต้อง?

  1. The condition is caused by poor sleep.
  2. The condition is associated with poor sleep.
  3. The condition causes poor sleep.
ดูคำตอบ

The condition is associated with poor sleep.

That chemical was involved in manufacturing Teflon. วลี

4:07

สารเคมีชนิดนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับการผลิต Teflon

วลี

was involved in manufacturing: การมีบทบาทในกระบวนการ

be involved in + คำนามหรือรูป -ing หมายถึงมีบทบาทในกิจกรรมหรือกระบวนการ ในที่นี้ in เป็นคำบุพบท ดังนั้น manufacture จึงเปลี่ยนเป็น manufacturing เนื่องจากประธานเป็นสารเคมี was involved in manufacturing จึงหมายความว่าสารเคมีนั้นมีบทบาทในกระบวนการผลิต ไม่ได้หมายความว่าสารเคมีมีเจตนาและลงมือทำด้วยตัวเอง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ be involved in + V-ing: The lab was ____ testing the new material.

ดูคำตอบ

involved in

As for John Gotti, ลำดับความ

4:11

ส่วน John Gotti

ลำดับความ

As for John Gotti: การย้อนกลับไปยังหัวข้อก่อนหน้า

As for + นามวลี ใช้เกริ่นถึงบุคคลหรือสิ่งที่จะพูดต่อไป ในที่นี้ As for John Gotti ดึงความสนใจกลับมาที่ John Gotti หลังจากพูดถึงหัวข้ออื่น วลีนี้ใช้จัดลำดับข้อมูล ไม่ได้บอกเหตุผล จึงควรเข้าใจว่า “ต่อไปมาพูดถึง John Gotti” ไม่ใช่ “เพราะ John Gotti”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้คำบอกหัวข้อเพื่อเปลี่ยนจากราคาที่ตกลงกันแล้วไปพูดถึงวันส่งของ แทนที่จะบอกสาเหตุหรือเพียงเพิ่มข้อเท็จจริง?

  1. We have agreed on the price, and the delivery date is written in the contract.
  2. We have agreed on the price. As for the delivery date, we'll confirm it tomorrow.
  3. We have agreed on the price because the delivery date is flexible.
ดูคำตอบ

We have agreed on the price. As for the delivery date, we'll confirm it tomorrow.

in 1992,

4:12

ในปี 1992

the mob boss was finally convicted of five counts of murder, การใช้คำ

4:14

หัวหน้าแก๊งมาเฟียรายนี้ถูกตัดสินว่ามีความผิดในข้อหาฆาตกรรม 5 กระทงในที่สุด

การใช้คำ

finally convicted of five counts of murder: คำตัดสินว่ามีความผิดและจำนวนกระทงทางกฎหมาย

Be convicted of a crime หมายถึงศาลตัดสินว่าบุคคลหนึ่งมีความผิดในอาชญากรรมนั้น โครงสร้างรูปถูกกระทำคือ บุคคล + be convicted of + อาชญากรรม ส่วน Finally แสดงว่าคำตัดสินว่ามีความผิดเป็นผลที่เกิดขึ้นในที่สุดหลังจากกระบวนการที่ยาวนานหรือยากลำบาก ในภาษาอังกฤษทางกฎหมาย a count คือความผิดหนึ่งกระทงที่ระบุแยกไว้ในคดี Five counts of murder หมายถึงความผิดฐานฆาตกรรมห้ากระทงที่แยกจากกัน ไม่ใช่การนับเลขตามความหมายทั่วไป

แบบฝึกหัด

ศาลตัดสินแล้วว่า Elena มีความผิดในข้อหาฉ้อโกงสามกระทงที่ระบุแยกกัน ประโยคใดกล่าวได้ถูกต้อง?

  1. Elena was accused of three counts of fraud.
  2. Elena was convicted of three counts of fraud.
  3. Elena was charged with three counts of fraud.
ดูคำตอบ

Elena was convicted of three counts of fraud.

among other charges. วลี

4:17

ท่ามกลางข้อหาอื่นๆ ด้วย

วลี

among other charges: บอกว่ารายการข้อหายังไม่ครบทั้งหมด

among other charges หมายความว่า ข้อหาที่กล่าวถึงไปแล้วเป็นเพียงส่วนหนึ่งของข้อหาทั้งหมด ยังมีข้อหาอื่นอีกแต่ไม่ได้แจกแจงไว้ที่นี่ among ในที่นี้แสดงว่ารายการหนึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มที่ใหญ่กว่า ไม่ได้บอกตำแหน่งทางกายภาพว่าอยู่ท่ามกลางคนหรือสิ่งของ สำนวนนี้ช่วยให้ข่าวหรือข้อความทางกฎหมายกล่าวถึงข้อหาสำคัญได้โดยไม่ต้องแจกแจงทั้งหมด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดกล่าวอย่างเป็นธรรมชาติว่าการฉ้อโกงเป็นหนึ่งในหลายข้อหาที่อยู่ในคำฟ้อง?

  1. The indictment included fraud, among other charges.
  2. The indictment placed the fraud charge among a group of people.
  3. The indictment included fraud and no other charges.
ดูคำตอบ

The indictment included fraud, among other charges.

That prompted the head of the FBI office in New York City to announce, วลี

4:19

นั่นกระตุ้นให้หัวหน้าสำนักงาน FBI ในนครนิวยอร์กออกมาประกาศว่า

วลี

Prompted ... to announce: ทำให้เกิดการตอบสนองอย่างเป็นทางการ

That ในที่นี้อ้างถึงเหตุการณ์หรือข้อเท็จจริงที่เพิ่งกล่าวไป Prompted หมายความว่าเรื่องนั้นทำให้หัวหน้าสำนักงาน FBI ตอบสนองด้วยการประกาศ โดยแสดงถึงสาเหตุหรือสิ่งกระตุ้น ไม่ได้หมายถึงคำสั่งหรือการบังคับเสมอไป โครงสร้างคือ prompt + บุคคลหรือองค์กร + to + กริยารูปพื้นฐาน คำนามหลัง prompt บอกว่าใครเป็นผู้ลงมือ ส่วน to-infinitive บอกว่าทำอะไร เช่น prompted the head ... to announce

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ prompt: The safety report ____ the company to inspect every machine.

ดูคำตอบ

prompted

"The Teflon is gone. สำนวน

4:22

"Teflon ได้หายไปแล้ว

สำนวน

The Teflon is gone: จุดจบของภาพลักษณ์ “Teflon Don”

Teflon เป็นวัสดุที่ไม่ติดพื้นผิว และในที่นี้ยังย้อนถึงฉายา “the Teflon Don” ของ John Gotti ด้วย ฉายานี้ทำให้เขาดูเหมือนคนที่ข้อกล่าวหาทางอาญาไม่สามารถ “ติดตัว” ได้ “The Teflon is gone” หมายความว่าภาพลักษณ์ที่ดูเหมือนแตะต้องไม่ได้นั้นสิ้นสุดลงแล้ว เขาไม่อาจหนีผลที่ตามมาได้เหมือนก่อน นี่คือการเล่นคำ ไม่ใช่ข่าวว่าชิ้นส่วนเทฟลอนหายไปจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ The Teflon is gone สื่อความหมายว่าอย่างไร?

  1. ชื่อเสียงที่ว่าเขาหลีกเลี่ยงการถูกตัดสินว่าผิดได้เสมอสิ้นสุดลงแล้ว
  2. ผลิตภัณฑ์ไม่ติดพื้นผิวทุกชนิดถูกสั่งห้ามแล้ว
  3. สิ่งของที่ทำจากวัสดุไม่ติดพื้นผิวหายไปจริง ๆ
ดูคำตอบ

ชื่อเสียงที่ว่าเขาหลีกเลี่ยงการถูกตัดสินว่าผิดได้เสมอสิ้นสุดลงแล้ว

The Don is covered in Velcro and all the charges stuck." สำนวน

4:24

ตอนนี้ The Don ถูกปกคลุมด้วย Velcro (ตีนตุ๊กแก) และทุกข้อหาก็ติดแน่นเลย"

สำนวน

The Don is covered in Velcro: การกลับภาพลักษณ์แบบไม่ติด

“The Don” หมายถึง Gotti ในฐานะหัวหน้าองค์กรอาชญากรรม Velcro คือแถบตีนตุ๊กแกที่ทำให้พื้นผิวสองด้านยึดติดกัน ดังนั้น covered in Velcro จึงเปรียบว่าเขาเป็นเหมือนพื้นผิวที่สิ่งต่าง ๆ ติดได้ง่าย อุปมานี้กลับภาพ Teflon ที่กล่าวถึงก่อนหน้า แทนที่ข้อกล่าวหาจะลื่นหลุดไป ตอนนี้ทั้งข้อกล่าวหาและผลทางกฎหมายกลับติดอยู่กับเขา ไม่ใช่คำบรรยายเสื้อผ้าของเขาตามตัวอักษร

แบบฝึกหัด

อุปมา The Don is covered in Velcro สื่อความหมายว่าอย่างไรในที่นี้?

  1. เขาทำงานให้บริษัทที่ผลิตอุปกรณ์ยึดติด
  2. ตอนนี้ข้อกล่าวหาและผลทางกฎหมายสามารถ “ติด” อยู่กับเขาได้
  3. เขาสวมเสื้อผ้าที่คลุมด้วย Velcro จริง ๆ
ดูคำตอบ

ตอนนี้ข้อกล่าวหาและผลทางกฎหมายสามารถ “ติด” อยู่กับเขาได้

สำนวน

all the charges stuck: การเล่นคำระหว่างความหมายทางกฎหมายกับความหมายทางกายภาพ

ในประโยคนี้ charges หมายถึงข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการกระทำผิด และ stuck เป็นรูปอดีตของ stick เมื่อพูดว่า a charge sticks หมายถึงข้อกล่าวหานั้นยังคงอยู่แม้ถูกโต้แย้ง หรือถูกมองว่ามีน้ำหนักพอที่จะใช้กล่าวโทษบุคคลนั้นต่อไป แต่สำนวนนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้ระบุผลคดีที่แน่นอน วลีนี้ยังใช้ความหมายทางกายภาพของ stick คือ ติดอยู่ ด้วย การใช้ทั้งสองความหมายพร้อมกันทำให้เกิดการเล่นคำในตอนจบ: ข้อกล่าวหาติดอยู่กับคนในเชิงเปรียบเทียบ เหมือนของเหนียวที่ติดอยู่จริง ๆ

แบบฝึกหัด

ในที่นี้ all the charges stuck มีความหมายใกล้เคียงกับข้อใดมากที่สุด

  1. ข้อกล่าวหาทางกฎหมายทุกข้อยังคงมีผลต่อบุคคลนั้น
  2. ประจุไฟฟ้าทุกประจุคงอยู่ที่เดิม
  3. ค่าใช้จ่ายทุกรายการติดอยู่บนพื้นผิว
ดูคำตอบ

ข้อกล่าวหาทางกฎหมายทุกข้อยังคงมีผลต่อบุคคลนั้น