ดาวนิวตรอน – สิ่งที่อันตรายและสุดขั้วที่สุดที่ไม่ใช่หลุมดำ: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Kurzgesagt – In a Nutshell

ความยากในการเรียน
1,068 คำ 168 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: คำอธิบายนี้ติดตามดาวนิวตรอนตั้งแต่ดาวยุบตัว ผ่านภายในที่หนาแน่นและการรวมตัว แล้วเชื่อมโยงธาตุหนักที่เกิดขึ้นกับดาวเคราะห์และชีวิตสมัยใหม่ ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. “one of the most extreme and violent things” — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ใช้ one of the + ขั้นสูงสุด + คำนามพหูพจน์ เพื่อจัดสมาชิกหนึ่งไว้ในกลุ่มตัวอย่างที่โดดเด่นที่สุด 2. “Put another way,” — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตสัญญาณการกล่าวใหม่ที่อธิบายข้อเท็จจริงยากด้วยภาพหรือมาตราส่วนที่ชัดขึ้น 3. “Not only do stars have to die to create elements, they have to die twice.” — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจการกลับลำดับหลัง Not only ต้นประโยค และข้อความที่สองแบบคู่ขนานซึ่งสร้างข้อสรุปเน้นย้ำ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Neutron stars are one of the most extreme and violent things in the universe. ไวยากรณ์

0:00

ดาวนิวตรอนเป็นหนึ่งในสิ่งที่สูดขั้วและรุนแรงที่สุดในเอกภพ

ไวยากรณ์

one of the most ... things: การเป็นสมาชิกของกลุ่มระดับสูงสุด

โครงสร้าง one of the + คำคุณศัพท์ขั้นสูงสุด + คำนามพหูพจน์ ใช้จัดให้สมาชิกหรือประเภทหนึ่งอยู่ในกลุ่มที่มีระดับสูงสุดของเกณฑ์หนึ่ง ๆ โดยไม่จำเป็นต้องบอกว่าสมาชิกนั้นเป็นสิ่งเดียวที่อยู่ในระดับสูงสุด ในประโยคนี้ ดาวนิวตรอนถูกมองว่าเป็นวัตถุประเภทหนึ่งในกลุ่มระดับสูงสุดนั้น คำนามหลังคำขั้นสูงสุดต้องเป็นพหูพจน์ things ไม่ใช่ thing ประโยคนี้ใช้ are เพราะประธาน Neutron stars เป็นพหูพจน์ แต่ถ้าวลี one of ทั้งวลีเป็นประธาน กริยามักเป็นเอกพจน์: One of the stars is collapsing.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง one of the + ขั้นสูงสุด + คำนามพหูพจน์ โดยใช้ deepest และ canyons: This is ____ in the region.

ดูคำตอบ

one of the deepest canyons

Giant atomic nuclei only a few kilometers in diameter,

0:07

นิวเคลียสของอะตอมขนาดยักษ์ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางเพียงไม่กี่กิโลเมตร

but as massive as stars.

0:11

แต่มีมวลมหาศาลพอๆ กับดาวฤกษ์

And they owe their existence to the death of something majestic. วลี

0:13

และกาารมีอยู่ของพวกมันนั้นเป็นผลมาจากความตายของสิ่งที่ยิ่งใหญ่

วลี

owe their existence to: เชื่อมโยงการมีอยู่กับสาเหตุ

โครงสร้างตายตัว X owes its existence to Y หมายความว่า Y เป็นเหตุผลที่ทำให้ X มีอยู่ ในที่นี้ owe ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบเพื่อระบุสาเหตุหรือที่มา ไม่ได้หมายถึงการติดหนี้เงิน คำแสดงความเป็นเจ้าของต้องสอดคล้องกับ X: it owes its existence แต่ใช้ they owe their existence กับประธานพหูพจน์ ส่วน to ใช้นำเข้าสาเหตุ ในคำบรรยาย their ย้อนกลับไปหมายถึง neutron stars และ the death of something majestic ถูกนำเสนอว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้พวกมันมีอยู่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย owe + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + existence + to และปรับให้สอดคล้องกับประธานพหูพจน์: Many coastal villages ____ the river.

ดูคำตอบ

owe their existence to

Stars exist because of a fragile balance.

0:29

ดาวฤกษ์ดำรงอยู่ได้เพราะความสมดุลที่เปราะบาง

The mass of millions of billions of trillions of tons of hot plasma

0:32

มวลของพลาสมาที่ร้อนจัดหลายล้านพันล้านล้านล้านตัน

are being pulled inwards by gravity and squeeze material together with so much force that nuclei fuse. ไวยากรณ์

0:37

ถูกดึงเข้าสู่ศูนย์กลางด้วยแรงโน้มถ่วงและบีบอัดสสารเข้าด้วยกันด้วยแรงมหาศาลจนนิวเคลียสหลอมรวมกัน

ไวยากรณ์

with so much force that: ระดับที่สูงจนทำให้เกิดผล

ใน with so much force that nuclei fuse คำว่า with นำเข้าวิธีที่สสารถูกบีบอัด ส่วน so much force แสดงว่าแรงนั้นมีระดับสูงมาก ในที่นี้ force เป็นคำนามนับไม่ได้ จึงใช้ so much ไม่ใช่ so many อนุประโยคที่ตามหลัง that บอกผลที่เกิดจากระดับดังกล่าว กล่าวคือ แรงมากพอที่จะทำให้นิวเคลียสหลอมรวมกัน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ with so much + คำนามนับไม่ได้ + that + อนุประโยคบอกผล

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีบอกระดับและผลที่ตรงกับบทเรียนข้างต้น: The wave struck the boat ____ everyone grabbed the rail.

ดูคำตอบ

with so much force that

Hydrogen fuses into helium.

0:44

ไฮโดรเจนหลอมรวมกลายเป็นฮีเลียม

This releases energy,

0:47

กระบวนการนี้ปลดปล่อยพลังงานออกมา

which pushes against gravity and tries to escape.

0:48

ซึ่งจะผลักต้านกับแรงโน้มถ่วงและพยายามที่จะหนีออกมา

As long as this balance exists, ไวยากรณ์

0:52

ตราบใดที่ความสมดุลนี้ยังมีอยู่

stars are pretty stable.

0:54

ดาวฤกษ์ก็จะค่อนข้างเสถียร

ไวยากรณ์

As long as: เงื่อนไขที่ยังคงเป็นจริง

ใน As long as this balance exists คำว่า As long as นำเข้าเงื่อนไขที่ทำให้ข้อความในประโยคหลักเป็นจริง ข้อความที่ว่าดาวมีความเสถียรยังเป็นจริงขณะที่ความสมดุลนี้ดำเนินต่อไป ในที่นี้หมายถึง ตราบใดที่ หรือ หากเงื่อนไขนี้ยังคงอยู่ ไม่ใช่การเปรียบเทียบความยาว รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ As long as + เงื่อนไข, ผลลัพธ์ และอนุประโยคเงื่อนไขยังวางไว้หลังผลลัพธ์ได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ as long as เพื่อนำเข้าเงื่อนไข

  1. The bridge is as long as two football fields.
  2. As long as you save your work, you can restart the computer safely.
  3. We stayed at the park as long as we could.
ดูคำตอบ

As long as you save your work, you can restart the computer safely.

Eventually, the hydrogen will be exhausted.

0:57

ในท้ายที่สุด ไฮโดรเจนจะหมดลง

Medium stars like our sun go through a giant phase กริยาวลี

1:00

ดาวฤกษ์ขนาดกลางอย่างดวงอาทิตย์ของเราจะเข้าสู่ช่วงดาวยักษ์

where they burn helium into carbon and oxygen

1:03

ที่ซึ่งพวกมันจะเผาผลาญฮีเลียมให้กลายเป็นคาร์บอนและออกซิเจน

before they eventually turn into white dwarfs.

1:06

ก่อนที่พวกมันจะกลายเป็นดาวแคระขาวในที่สุด

กริยาวลี

go through a giant phase: ผ่านช่วงดาวยักษ์

ในประโยคนี้ go through หมายถึง “ประสบ” หรือ “ผ่านช่วงหนึ่ง” ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนผ่านด้านในของสิ่งใดจริง ๆ ส่วน a giant phase คือช่วงที่ดาวฤกษ์ขนาดปานกลางขยายตัวและมีลักษณะเป็นดาวยักษ์ โครงสร้าง go through a/an + คำคุณศัพท์ + phase ใช้บอกการผ่านขั้นตอนหนึ่งโดยเฉพาะในกระบวนการหรือการพัฒนา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ประสบ” หรือ “ผ่าน”:Most teams ____ a learning phase when they first form.

ดูคำตอบ

go through

But in stars many times the mass of our sun,

1:09

แต่ในดาวฤกษ์ที่มีมวลมากกว่าดวงอาทิตย์ของเราหลายเท่า

things get interesting when the helium is exhausted.

1:12

สิ่งต่างๆ จะน่าสนใจขึ้นเมื่อฮีเลียมหมดลง

For a moment,

1:15

เพียงชั่วครู่

the balance of pressure and radiation tips สำนวน

1:16

ความสมดุลของแรงดันและการแผ่รังสีจะพังทลายลง

and gravity wins,

1:19

และแรงโน้มถ่วงจะเป็นฝ่ายชนะ

สำนวน

the balance of pressure and radiation tips: สมดุลของแรงดันและการแผ่รังสีเอียง

ในที่นี้ tips เป็นคำกริยาที่หมายถึง “เอียงหรือเคลื่อนออกจากตำแหน่งที่สมดุล” ประโยคนี้เปรียบแรงที่ต่อต้านกันเป็นตุ้มน้ำหนักบนตาชั่ง โดยแรงดันและการแผ่รังสีที่พุ่งออกด้านนอกต้านแรงโน้มถ่วงที่ดึงเข้าด้านใน เมื่อสมดุลเอียง ความเท่ากันก็หายไปและแรงโน้มถ่วงมีอำนาจมากกว่า ในความหมายทั่วไป the balance tips หมายถึงสถานการณ์ที่เคยสูสีกันเปลี่ยนไปจนแรง ทางเลือก หรือฝ่ายหนึ่งได้เปรียบ สำนวนนี้บอกถึงจุดเปลี่ยน โดยไม่จำเป็นต้องมีตาชั่งจริง ๆ เคลื่อนที่

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ “the balance tipped” หมายความว่าอย่างไร? “The two plans had equal support until one new vote arrived and the balance tipped.”

  1. สถานการณ์ยังคงเท่าเทียมกันอย่างสมบูรณ์
  2. มีคนให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์
  3. สถานการณ์เปลี่ยนไปจนฝ่ายหนึ่งแข็งแกร่งกว่า
ดูคำตอบ

สถานการณ์เปลี่ยนไปจนฝ่ายหนึ่งแข็งแกร่งกว่า

squeezing the star tighter than before.

1:20

บีบอัดดาวฤกษ์ให้แน่นขึ้นกว่าเดิม

The core burns hotter and faster

1:23

แกนกลางจะลุกไหม้ร้อนขึ้นและเร็วขึ้น

while the outer layers of the star swell by hundreds of times,

1:25

ในขณะที่ชั้นนอกของดาวฤกษ์ขยายตัวขึ้นหลายร้อยเท่า

fusing heavier and heavier elements. ไวยากรณ์

1:28

หลอมรวมธาตุที่หนักขึ้นเรื่อยๆ

ไวยากรณ์

รูป comparative ซ้ำ heavier and heavier

รูป comparative ที่ซ้ำกันใน heavier and heavier หมายความว่าธาตุต่าง ๆ หนักขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่การหลอมรวมนิวเคลียสดำเนินต่อไป ในที่นี้ heavier หมายถึงมีมวลอะตอมมากขึ้น ไม่ใช่มีขนาดทางกายภาพใหญ่ขึ้น โครงสร้าง comparative + and + comparative คำเดิม ใช้บอกว่าคุณสมบัติหนึ่งเปลี่ยนไปทีละน้อยตามเวลา ไม่ได้ใช้เปรียบเทียบสิ่งที่คงที่สองสิ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย comparative ของ strong ที่ซ้ำกัน เพื่อแสดงการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง: As the storm approached, the wind became ____.

ดูคำตอบ

stronger and stronger

Carbon burns to neon in centuries,

1:31

คาร์บอนเผาไหม้กลายเป็นนีออนในเวลาหลายศตวรรษ

neon to oxygen in a year,

1:33

นีออนเป็นออกซิเจนในเวลาหนึ่งปี

oxygen to silicon in months,

1:35

ออกซิเจนเป็นซิลิกอนในเวลาหลายเดือน

and silicon to iron in a day.

1:37

และซิลิกอนเป็นเหล็กในเวลาหนึ่งวัน

And then, death.

1:40

แล้วจากนั้น คือความตาย

Iron is nuclear ash.

1:43

เหล็กคือเถ้าถ่านนิวเคลียร์

It has no energy to give and cannot be fused.

1:45

มันไม่มีพลังงานที่จะมอบให้และไม่สามารถหลอมรวมได้อีก

The fusion suddenly stops and the balance ends.

1:49

การหลอมรวมหยุดชะงักอย่างกะทันหันและความสมดุลก็สิ้นสุดลง

Without the outward pressure from fusion, ไวยากรณ์

1:52

เมื่อปราศจากแรงดันที่ผลักออกไปด้านนอกจากการหลอมรวม

the core is crushed by the enormous weight of the star above it.

1:54

แกนกลางจะถูกบดขยี้ด้วยน้ำหนักมหาศาลของดาวฤกษ์ที่อยู่ด้านบน

ไวยากรณ์

Without + นามวลี เพื่อบอกเงื่อนไขที่ขาดไป

ส่วนต้น Without the outward pressure from fusion บอกเงื่อนไขที่ขาดไป นั่นคือไม่มีแรงดันออกด้านนอกแล้ว จากนั้นประโยคหลักจึงบอกผลว่าแกนกลางถูกบดอัด ใช้ without + นามวลี เพื่อวางสิ่งที่ไม่มีไว้เป็นข้อมูลเบื้องหลังและเน้นผลที่ตามมา ความหมายอาจคล้ายเงื่อนไข if ... not แต่ without เป็นคำบุพบท ไม่ใช่อนุประโยคเงื่อนไขที่สมบูรณ์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ without + นามวลี ได้ถูกต้องเพื่อบอกเงื่อนไขที่ขาดไป?

  1. Without we have a map, we might get lost.
  2. Without of a map, we might get lost.
  3. Without a map, we might get lost.
ดูคำตอบ

Without a map, we might get lost.

What happens now is awesome and scary.

1:58

สิ่งที่เกิดขึ้นต่อไปนี้น่าทึ่งและน่าหวาดกลัว

Particles like electrons and protons really don't want to be near each other. สำนวน

2:02

อนุภาคอย่างอิเล็กตรอนและโปรตอนไม่ได้อยากจะอยู่ใกล้กันเลย

สำนวน

การใช้บุคลาธิษฐานใน really don't want to be near each other

ในที่นี้ really don't want to be near each other พูดถึงอนุภาคราวกับว่ามันมีความชอบแบบมนุษย์ ไม่ได้หมายความว่าอนุภาคมีความรู้สึกหรือตัดสินใจอย่างมีสติ แต่เป็นวิธีพูดให้เห็นภาพว่าสสารต้านการบังคับให้อนุภาคเหล่านี้เข้าใกล้กันมาก ๆ อย่างรุนแรง ในการอธิบายวิทยาศาสตร์แบบไม่เป็นทางการ want และ don't want มักใช้บอกแนวโน้มว่าสิ่งต่าง ๆ มีพฤติกรรมอย่างไร จึงควรเข้าใจว่านี่คือการทำให้แนวโน้มทางกายภาพดูเหมือนพฤติกรรมของคน ไม่ใช่ศัพท์วิทยาศาสตร์

แบบฝึกหัด

really don't want to be near each other ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร

  1. อิเล็กตรอนและโปรตอนทุกตัวเคลื่อนออกห่างจากอนุภาคอื่นทุกตัวเสมอ
  2. อนุภาคมีความรู้สึกและตัดสินใจว่าจะเคลื่อนที่ไปทางไหน
  3. มีการพูดถึงอนุภาคเหมือนคนเพื่อแสดงว่ามันต้านการถูกบังคับให้เข้าใกล้กันมาก ๆ อย่างรุนแรง
ดูคำตอบ

มีการพูดถึงอนุภาคเหมือนคนเพื่อแสดงว่ามันต้านการถูกบังคับให้เข้าใกล้กันมาก ๆ อย่างรุนแรง

But the pressure of the collapsing star is so great

2:06

แต่แรงดันจากดาวฤกษ์ที่ยุบตัวลงนั้นมีมหาศาลมาก

that electrons and protons fuse into neutrons,

2:09

จนทำให้อิเล็กตรอนและโปรตอนหลอมรวมกันกลายเป็นนิวตรอน

which then get squeezed together as tightly as in atomic nuclei.

2:12

ซึ่งจากนั้นก็จะถูกบีบอัดเข้าด้วยกันอย่างแน่นหนาเหมือนในนิวเคลียสของอะตอม

An iron ball the size of the Earth ลำดับความ

2:17

ลูกบอลเหล็กขนาดเท่าโลก

is squeezed into a ball of pure nuclear matter the size of a city.

2:19

ถูกบีบอัดให้กลายเป็นลูกบอลของสสารนิวเคลียร์บริสุทธิ์ที่มีขนาดเท่าเมือง

ลำดับความ

การเปรียบเทียบแบบคู่ขนานด้วย the size of the Earth ... the size of a city

วลี the size of ทั้งสองตำแหน่งใช้กรอบการเปรียบเทียบเดียวกัน The size of the Earth บอกขนาดเริ่มต้น ส่วน the size of a city บอกขนาดสุดท้ายหลังจาก squeezed into การใช้กรอบเดิมซ้ำทำให้ข้อมูลก่อนและหลังอยู่ในตำแหน่งที่สอดคล้องกัน จึงเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ได้ง่าย สิ่งที่นำมาอ้างอิงแต่ละอย่างบอกเพียงขนาดโดยประมาณ ลูกบอลไม่ได้เป็นโลกหรือเมืองจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ the size of ซ้ำเพื่อให้เปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงของขนาดได้ง่ายที่สุด

  1. The model was reduced from the size of a house to the size of a suitcase.
  2. The large model became small enough to fit in a suitcase.
  3. The model was much larger before it was reduced.
ดูคำตอบ

The model was reduced from the size of a house to the size of a suitcase.

But not just the core, the whole star implodes,

2:23

แต่ไม่ใช่แค่แกนกลางเท่านั้น ดาวฤกษ์ทั้งดวงจะยุบตัวเข้าสู่ศูนย์กลาง

gravity pulling the outer layers in at 25% the speed of light.

2:26

แรงโน้มถ่วงจะดึงชั้นนอกเข้ามาด้วยความเร็ว 25% ของความเร็วแสง

This implosion bounces off the iron core,

2:31

การยุบตัวนี้จะสะท้อนกลับจากแกนเหล็ก

producing a shock wave that explodes outwards

2:34

สร้างคลื่นกระแทกที่ระเบิดออกสู่ด้านนอก

and catapults the rest of the star into space. การใช้คำ

2:37

และเหวี่ยงส่วนที่เหลือของดาวฤกษ์ออกสู่อวกาศ

การใช้คำ

catapults ... into space: การเคลื่อนที่อย่างฉับพลันและรุนแรง

ในที่นี้ catapults เป็นคำกริยาที่ให้ภาพชัดเจน หมายถึง “เหวี่ยงหรือผลักบางสิ่งออกไปอย่างฉับพลันและรุนแรง” ประธานคือ shock wave กรรมคือ the rest of the star และ into space แสดงจุดหมายของการเคลื่อนที่ คำกริยานี้ยืมภาพของเครื่องยิงหินมาใช้ แต่ไม่ได้หมายความว่ามีเครื่องจักรดังกล่าวอยู่จริง การนำคำนาม catapult มาใช้เป็นคำกริยาทำให้การเคลื่อนที่ดูรวดเร็ว รุนแรง และน่าตื่นตา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ catapult เป็นคำกริยาที่ให้ภาพชัดเจนในความหมายว่า “เหวี่ยงออกไปอย่างฉับพลันและรุนแรง”

  1. The mechanic placed the bicycle beside the wall.
  2. The crash catapulted the rider over the handlebars.
  3. The rider slowly pushed the bicycle up the hill.
ดูคำตอบ

The crash catapulted the rider over the handlebars.

This is what we call a supernova explosion ไวยากรณ์

2:40

นี่คือสิ่งที่เราเรียกว่าการระเบิดซูเปอร์โนวา

ไวยากรณ์

what we call + ชื่อ: การตั้งชื่อให้ปรากฏการณ์

ใน This is what we call a supernova explosion วลี what we call a supernova explosion ทั้งหมดทำหน้าที่เป็นส่วนเติมเต็มหลัง is ในที่นี้ what หมายถึง “สิ่งหรือปรากฏการณ์นั้น” ไม่ได้ใช้เพื่อตั้งคำถาม ใช้ This is what we call + name เพื่อให้ชื่อแก่สิ่งที่กล่าวถึงไปแล้ว ภายในอนุประโยค what คือสิ่งที่ได้รับการตั้งชื่อ และ a supernova explosion คือชื่อที่ตั้งให้สิ่งนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสามคำที่ใช้แนะนำชื่อ: “This is ____ photosynthesis.”

ดูคำตอบ

what we call

and it will outshine entire galaxies.

2:43

และมันจะสว่างจ้ากว่ากาแล็กซีทั้งกาแล็กซี

What remains of the star is now a neutron star. ไวยากรณ์

2:47

สิ่งที่เหลืออยู่ของดาวฤกษ์ตอนนี้คือดาวนิวตรอน

ไวยากรณ์

การใช้ What remains of ... เป็นประธาน

What remains of + คำนาม หมายถึง “ส่วนของสิ่งนั้นที่ยังเหลืออยู่” ในประโยคนี้ What remains of the star หมายถึงส่วนที่เหลืออยู่หลังจากดาวฤกษ์สูญเสียสสารชั้นนอกไป แม้จะขึ้นต้นด้วย what แต่โครงสร้างนี้ไม่ใช่คำถาม ทั้งโครงสร้างเป็นอนุประโยคที่ทำหน้าที่คล้ายคำนามและเป็นประธานของ is ส่วน remains เป็นคำกริยาที่หมายถึง “ยังเหลืออยู่” โครงสร้างนี้รวมสิ่งที่เหลืออยู่ให้ทำหน้าที่เป็นประธานหนึ่งส่วน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างสามคำที่หมายถึง “ส่วนของสะพานเก่าที่ยังเหลืออยู่”: ____ the old bridge is unsafe to enter.

ดูคำตอบ

What remains of

Its mass is around a million times the mass of the Earth,

2:50

มวลของมันมากกว่ามวลของโลกประมาณหนึ่งล้านเท่า

but compressed to an object about 25 km wide.

2:53

แต่ถูกบีบอัดจนเป็นวัตถุที่มีความกว้างประมาณ 25 กิโลเมตร

It's so dense that the mass of all living humans ไวยากรณ์

2:58

มันมีความหนาแน่นมากเสียจนมวลของมนุษย์ที่ยังมีชีวิตอยู่ทุกคน

would fit into 1 cubic centimeter of neutron star matter.

3:00

สามารถใส่ลงไปในสสารดาวนิวตรอนขนาด 1 ลูกบาศก์เซนติเมตรได้พอดี

ไวยากรณ์

so dense that ...: ระดับและผลลัพธ์

รูปแบบ so + คำคุณศัพท์ + that + อนุประโยค แสดงระดับที่สูงมากโดยบอกผลลัพธ์ So เพิ่มระดับของ dense ส่วน that ใช้เปิดผลลัพธ์ที่เกิดจากหรือช่วยอธิบายระดับนั้น ในประโยคนี้ ผลลัพธ์เป็นการเปรียบเทียบขนาดแบบสมมุติ กล่าวคือมวลทั้งหมดจะใส่ลงในปริมาตรที่เล็กมากได้ Would ไม่ได้บอกแผน แต่ทำเครื่องหมายตัวอย่างที่สมมุติขึ้นเพื่อช่วยให้เข้าใจความหนาแน่นอันรุนแรงได้ง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมสองคำที่แสดงระดับและผลลัพธ์: The suitcase was ____ heavy ____ I could not lift it.

ดูคำตอบ

so · that

That's roughly a billion tons in a space the size of a sugar cube.

3:04

นั่นคือมวลประมาณหนึ่งพันล้านตันในพื้นที่ขนาดเท่าน้ำตาลก้อน

Put another way, ลำดับความ

3:09

พูดอีกอย่างก็คือ

that's Mount Everest in a cup of coffee. สำนวน

3:10

นั่นคือภูเขาเอเวอเรสต์ในถ้วยกาแฟ

ลำดับความ

ใช้ Put another way, เพื่อส่งสัญญาณการกล่าวใหม่

Put another way หมายถึง “ถ้าพูดสิ่งนี้อีกแบบหนึ่ง” เป็นสำนวนรูปถูกกระทำที่ย่อมา โดยนำความคิดเดิมมาแสดงด้วยคำพูดอื่น คำว่า put ในที่นี้ไม่ใช่คำสั่งให้วางสิ่งของ เมื่อใช้เป็นคำเชื่อมทางความคิด สำนวนนี้บอกผู้ฟังว่าภาพเปรียบเทียบถัดไปกำลังกล่าวประเด็นเดิมใหม่ให้ชัดเจนหรือเห็นภาพมากขึ้น ในที่นี้ ภาพของภูเขาเอเวอเรสต์ช่วยให้จินตนาการขนาดที่กล่าวไว้ก่อนหน้าได้ง่ายขึ้น ไม่ได้เพิ่มข้ออ้างใหม่

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวนสามคำจากคำอธิบายนี้ตามรูปเดิมเพื่อเกริ่นการกล่าวใหม่: The trip takes 180 minutes. ____, it takes three hours.

ดูคำตอบ

Put another way

สำนวน

Mount Everest in a cup of coffee ในฐานะอุปมาเรื่องขนาด

ประโยคนี้จงใจสร้างการเปรียบเทียบขนาดที่เป็นไปไม่ได้จริง ไม่ใช่คำบรรยายตามตัวอักษร ภูเขาเอเวอเรสต์แทนมวลมหาศาล ส่วนกาแฟหนึ่งถ้วยแทนปริมาตรที่เล็กมาก การนำภาพที่คุ้นเคยทั้งสองอย่างมาไว้ด้วยกันช่วยให้ผู้ฟังจินตนาการถึงการรวมตัวหรือความหนาแน่นที่สูงมากได้ง่ายขึ้น ราวกับนำปริมาณที่ใหญ่เท่าภูเขาไปอัดไว้ในพื้นที่ขนาดถ้วย การเปรียบเทียบนี้สื่อระดับความมหาศาล ไม่ใช่ค่าการวัดที่แม่นยำ

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ การเปรียบเทียบ "Mount Everest in a cup of coffee" สื่อความหมายอะไร?

  1. กาแฟนี้ชงด้วยน้ำจากภูเขาเอเวอเรสต์
  2. ถ้วยนี้มีความสูงเท่ากับภูเขาเอเวอเรสต์จริง ๆ
  3. ปริมาณมหาศาลรวมอยู่ในพื้นที่ที่เล็กมาก
ดูคำตอบ

ปริมาณมหาศาลรวมอยู่ในพื้นที่ที่เล็กมาก

From the outside,

3:14

เมื่อมองจากภายนอก

a neutron star is unbelievably extreme.

3:15

ดาวนิวตรอนนั้นสุดขั้วอย่างไม่น่าเชื่อ

Its gravity is the strongest outside black holes

3:18

แรงโน้มถ่วงของมันแข็งแกร่งที่สุดรองจากหลุมดำ

and if it were any denser, it would become one. ไวยากรณ์

3:21

และถ้ามันหนาแน่นกว่านี้อีกนิดเดียว มันก็จะเป็นหลุมดำ

ไวยากรณ์

if it were any denser, it would become one: เงื่อนไขที่ไม่เป็นจริงและผลของมัน

โครงสร้าง if + รูปอดีต, would + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกเงื่อนไขที่ไม่เป็นจริงหรือถูกสมมติขึ้น พร้อมผลของเงื่อนไขนั้น ในที่นี้ were ไม่ได้บอกว่าเหตุการณ์อยู่ในอดีต วัตถุไม่ได้หนาแน่นกว่านี้ในปัจจุบัน และการกลายเป็นหลุมดำเป็นเพียงผลตามสมมติฐาน Any denser หมายถึงหนาแน่นขึ้นอีกแม้เพียงเล็กน้อย One ใช้แทน black hole ที่กล่าวไปแล้วเพื่อไม่ให้ซ้ำ ในโครงสร้างสมมติแบบนี้ การใช้ were กับ it เป็นรูปมาตรฐาน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเงื่อนไขสมมติด้วยรูปมาตรฐาน: If the material ____ any denser, it ____ become a black hole.

ดูคำตอบ

were · would

Light is bent around it,

3:25

แสงจะโค้งงอไปรอบๆ ตัวมัน

meaning you can see the front and parts of the back. ไวยากรณ์

3:26

หมายความว่าคุณสามารถมองเห็นด้านหน้าและบางส่วนของด้านหลังได้

ไวยากรณ์

meaning you can see: การเพิ่มผลลัพธ์หลังข้อความ

meaning + อนุประโยค ที่ตามหลังเครื่องหมายจุลภาค ใช้เพิ่มผลลัพธ์หรือความหมายในทางปฏิบัติของข้อความทั้งหมดที่อยู่ก่อนหน้า ในที่นี้ การที่แสงโค้งทำให้ผู้สังเกตมองเห็นด้านหน้าและบางส่วนของด้านหลังได้ Meaning ในที่นี้เป็นคำกริยารูป -ing ไม่ใช่กริยาหลัก และไม่ใช่การกระทำที่แสงทำ โครงสร้างแบบสั้นนี้มักขยายเป็น which means that... ได้ โดยเชื่อมข้อเท็จจริงเข้ากับผลที่ตามมาโดยตรง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ meaning + อนุประโยค ได้ถูกต้องเพื่อบอกผลของข้อความแรก?

  1. The road is flooded, meaning we need to take another route.
  2. The road is flooded, meaning to take another route.
  3. The road is flooded, means we need to take another route.
ดูคำตอบ

The road is flooded, meaning we need to take another route.

Their surfaces reach a million degrees Celsius

3:30

พื้นผิวของมันมีอุณหภูมิถึงหนึ่งล้านองศาเซลเซียส

compared to a measly 6,000 degrees for our sun. การใช้คำ

3:33

เทียบกับอุณหภูมิเพียง 6,000 องศาเซลเซียสของดวงอาทิตย์ของเรา

การใช้คำ

Measly: บอกว่าปริมาณน้อยจนน่าผิดหวัง

Measly เป็นคำคุณศัพท์ไม่เป็นทางการที่ใส่ทัศนคติชัดเจน หมายถึง “น้อยจนชวนผิดหวังหรือดูไม่สำคัญ” ในประโยคนี้ 6,000 องศาดูเล็กน้อยเพราะนำไปเทียบกับหนึ่งล้านองศาเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่า 6,000 องศาต่ำในความเป็นจริง คำนี้เผยท่าทีของผู้พูดต่อการเปรียบเทียบ หากเปลี่ยนเป็น small ประโยคจะเป็นกลางขึ้นและเสียอารมณ์ดูแคลนแบบขำเล็กน้อยไป

แบบฝึกหัด

คำใดทำให้ประโยคมีน้ำเสียงดูแคลนและผิดหวัง? Compared with the championship prize, our _____ fifty-dollar reward felt almost insulting.

  1. small
  2. measly
  3. average
ดูคำตอบ

measly

Okay,

3:36

เอาล่ะ

let's look inside a neutron star. ลำดับความ

3:37

เรามาดูข้างในดาวนิวตรอนกันเถอะ

ลำดับความ

Let's look inside: วลีเปลี่ยนไปสู่โครงสร้างภายใน

Let's look inside เป็นวลีเปลี่ยนช่วงในการนำเสนอ Let's รวมผู้ฟังไว้ด้วยและส่งสัญญาณว่าคำอธิบายกำลังเปลี่ยนจากลักษณะภายนอกไปสู่โครงสร้างภายในของวัตถุ ในที่นี้ look inside หมายถึงการสำรวจสิ่งที่อยู่ข้างในผ่านคำอธิบาย ภาพ หรือแบบจำลอง ไม่มีใครต้องเข้าไปในวัตถุนั้นจริง ๆ รูปแบบ Let's + คำกริยารูปพื้นฐาน ช่วยให้ผู้พูดพาผู้ฟังไปยังหัวข้อถัดไป

แบบฝึกหัด

ในการนำเสนอวิทยาศาสตร์ วลีเปลี่ยนช่วง "Let's look inside" ทำหน้าที่ใดอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด?

  1. เชิญผู้ฟังให้เปลี่ยนจากลักษณะภายนอกไปดูโครงสร้างภายใน
  2. บอกให้ผู้ฟังเข้าไปในวัตถุนั้นจริง ๆ
  3. จบคำอธิบายโดยไม่เปิดหัวข้อใหม่
ดูคำตอบ

เชิญผู้ฟังให้เปลี่ยนจากลักษณะภายนอกไปดูโครงสร้างภายใน

Although these giant atomic nuclei are stars, ลำดับความ

3:40

แม้ว่านิวเคลียสอะตอมขนาดยักษ์เหล่านี้จะเป็นดาวฤกษ์

in many ways they're also like planets

3:42

แต่ในหลายๆ ด้านพวกมันก็คล้ายกับดาวเคราะห์

ลำดับความ

Although ..., in many ways ... like ...: คงข้อเท็จจริงไว้ก่อนเปรียบเทียบ

Although ใช้เปิดใจความยอมรับข้อเท็จจริงก่อนว่า วัตถุเหล่านี้จัดเป็นดาวฤกษ์ จากนั้นอนุประโยคหลักจึงเพิ่มการเปรียบเทียบที่อาจฟังดูน่าประหลาดใจ in many ways จำกัดการเปรียบเทียบไว้ที่คุณลักษณะหลายประการ ส่วน like planets บอกเพียงว่าคล้ายกัน ไม่ได้บอกว่าเป็นสิ่งประเภทเดียวกัน โครงสร้างนี้ช่วยคงข้อเท็จจริงไว้พร้อมใช้หมวดหมู่ที่คุ้นเคยอธิบายคุณลักษณะบางอย่าง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกประเภทที่แท้จริงของวัตถุก่อน แล้วจึงเปรียบเทียบเพียงบางส่วน?

  1. Because this rover is a robot, it cannot be like a car.
  2. Although this rover is a robot, in many ways it's also like a car.
  3. This rover is a car, not a robot.
ดูคำตอบ

Although this rover is a robot, in many ways it's also like a car.

with solid crusts over a liquid core.

3:45

ที่มีเปลือกแข็งห่อหุ้มแกนกลางที่เป็นของเหลว

The crust is extremely hard.

3:48

เปลือกนี้แข็งแกร่งอย่างยิ่ง

The outermost layers are made of iron left over from the supernova, กริยาวลี

3:51

ชั้นนอกสุดทำจากเหล็กที่หลงเหลือจากซูเปอร์โนวา

กริยาวลี

left over from: สิ่งที่เหลือมาจากแหล่งก่อนหน้า

left over from หมายถึง “ยังคงเหลืออยู่หลังเหตุการณ์หรือแหล่งที่มาก่อน และมีต้นกำเนิดจากสิ่งนั้น” ในประโยคนี้วลีนี้ขยาย iron: เหล็กเหลืออยู่หลังซูเปอร์โนวาและกลายเป็นส่วนหนึ่งของชั้นนอก left ตรงนี้เป็นรูป past participle ของ leave และ over เพิ่มความหมายว่า “ยังเหลืออยู่” ส่วน left ไม่ได้หมายถึงทิศ “ซ้าย” รูปแบบ noun + left over from + source ใช้พูดถึงอาหาร วัสดุ เงิน หรือผลกระทบที่ยังเหลืออยู่ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำที่หมายถึง “เหลืออยู่หลังสิ่งก่อนหน้าและมาจากสิ่งนั้น”: We built the shelf with wood ____ the old fence.

ดูคำตอบ

left over from

squeezed together in a crystal lattice

3:54

ถูกบีบอัดเข้าด้วยกันในโครงตาข่ายผลึก

with a sea of electrons flowing through them. สำนวน

3:56

พร้อมกับทะเลอิเล็กตรอนที่ไหลผ่านพวกมัน

สำนวน

a sea of electrons: คำเปรียบเทียบที่ให้ภาพชัด

ในที่นี้ a sea of electrons เป็นคำเปรียบเทียบ ไม่ได้มีน้ำทะเลจริง ๆ คำว่า sea ทำให้อิเล็กตรอนดูเหมือนมวลขนาดมหึมาที่เกือบต่อเนื่องและกระจายอยู่ทั่วโครงผลึก รูปแบบ a sea of + คำนาม ทำให้กลุ่มหรือปริมาณที่ใหญ่มาก หนาแน่น และกระจายเป็นบริเวณกว้าง ดูเหมือนพื้นผิวที่ไม่มีที่สิ้นสุด จึงไม่ได้เพียงบอกว่ามีจำนวนมาก แต่ยังสร้างภาพที่ชัดเจนด้วย

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ a sea of electrons สื่อความหมายว่าอย่างไร?

  1. อิเล็กตรอนรวมกันเป็นมวลขนาดมหึมาที่กระจายเป็นบริเวณกว้าง
  2. อิเล็กตรอนผสมอยู่กับน้ำทะเลจริง ๆ
  3. มีอิเล็กตรอนเพียงไม่กี่ตัวเคลื่อนที่ตามเส้นแคบ ๆ เส้นเดียว
ดูคำตอบ

อิเล็กตรอนรวมกันเป็นมวลขนาดมหึมาที่กระจายเป็นบริเวณกว้าง

Going deeper,

3:59

เมื่อลึกลงไปอีก

gravity squeezes nuclei closer together.

4:00

แรงโน้มถ่วงจะบีบนิวเคลียสให้เข้าใกล้กันมากขึ้น

We find fewer and fewer protons ไวยากรณ์

4:03

เราจะพบโปรตอนน้อยลงเรื่อยๆ

as most merge to neutrons

4:05

เนื่องจากส่วนใหญ่จะรวมตัวกับนิวตรอน

ไวยากรณ์

fewer and fewer + คำนามนับได้พหูพจน์

Fewer and fewer แสดงแนวโน้มที่จำนวนค่อย ๆ ลดลง กล่าวคือจำนวนยังคงน้อยลงตามเวลาหรือเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป การพูด fewer ซ้ำทำให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงดำเนินต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงการเปรียบเทียบครั้งเดียว วลีนี้วางหน้าคำนามนับได้พหูพจน์ เนื่องจาก protons สามารถนับเป็นตัว ๆ ได้ fewer and fewer protons จึงเป็นรูปมาตรฐาน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเปรียบเทียบแบบซ้ำที่แสดงว่าจำนวนสิ่งที่นับได้ค่อย ๆ ลดลง: As more readers went online, the town had ____ bookstores.

ดูคำตอบ

fewer and fewer

until we reach the base of the crust.

4:08

จนกระทั่งเราไปถึงฐานของเปลือก

Here, nuclei are squeezed together so hard that they start to touch.

4:10

ที่นี่ นิวเคลียสถูกบีบอัดเข้าด้วยกันอย่างแรงจนมันเริ่มสัมผัสกัน

Protons and neutrons rearrange,

4:15

โปรตอนและนิวตรอนจะจัดเรียงตัวใหม่

making long cylinders or sheets,

4:17

ก่อตัวเป็นทรงกระบอกหรือแผ่นยาวๆ

enormous nuclei with millions of protons and neutrons

4:19

เป็นนิวเคลียสขนาดยักษ์ที่มีโปรตอนและนิวตรอนหลายล้านตัว

shaped like spaghetti and lasagna, วัฒนธรรม

4:22

มีรูปร่างเหมือนสปาเกตตีและลาซัญญา

which physicists call nuclear pasta.

4:24

ซึ่งนักฟิสิกส์เรียกว่า พาสต้านิวเคลียร์

วัฒนธรรม

มีรูปร่างคล้ายสปาเกตตีและลาซานญา……พาสต้านิวเคลียร์

Nuclear pasta เป็นชื่อเล่นที่นักฟิสิกส์ใช้เรียกสสารนิวเคลียร์ที่หนาแน่นมากและจัดตัวเป็นรูปร่างคล้ายพาสต้าชนิดต่าง ๆ ไม่ได้หมายถึงอาหารจริงหรือพาสต้าธรรมดาที่มีสารนิวเคลียร์อยู่ข้างใน ในที่นี้ โครงสร้างทรงกระบอกยาวถูกเปรียบกับสปาเกตตี ส่วนโครงสร้างแบนเป็นแผ่นถูกเปรียบกับลาซานญา ชื่ออาหารเหล่านี้ช่วยให้ผู้อ่านนึกภาพรูปร่างได้อย่างรวดเร็ว

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ nuclear pasta ในประโยคนี้

  1. ชื่อของโครงสร้างนิวเคลียร์ที่หนาแน่นมากและมีรูปร่างคล้ายพาสต้าชนิดต่าง ๆ
  2. วิธีทำอาหารที่ใช้รังสี
  3. อาหารจริงที่ติดอยู่ภายในดาวนิวตรอน
ดูคำตอบ

ชื่อของโครงสร้างนิวเคลียร์ที่หนาแน่นมากและมีรูปร่างคล้ายพาสต้าชนิดต่าง ๆ

Nuclear pasta is so dense that it may be the strongest material in the universe,

4:27

พาสต้านิวเคลียร์มีความหนาแน่นมากจนอาจเป็นสสารที่แข็งแกร่งที่สุดในเอกภพ

basically unbreakable.

4:32

แทบจะไม่มีวันแตกหักเลย

Lumps of pasta inside a neutron star can even make mountains,

4:34

ก้อนพาสต้าภายในดาวนิวตรอนสามารถทำให้เกิดภูเขาได้เลย

at most a few centimeters high, ไวยากรณ์

4:38

โดยสูงอย่างมากก็แค่ไม่กี่เซนติเมตร

but many times as massive as the Himalayas.

4:40

แต่มีมวลมากกว่าเทือกเขาหิมาลัยหลายเท่า

ไวยากรณ์

at most... แต่ many times as massive as

At most a few centimeters high กำหนดขีดจำกัดบน หมายความว่าความสูงไม่เกินไม่กี่เซนติเมตร ส่วน many times as massive as the Himalayas ใช้โครงสร้าง many times as + คำคุณศัพท์ + as เพื่อบอกว่ามวลเป็นหลายเท่าของมวลเทือกเขาหิมาลัย โดย massive ในที่นี้หมายถึงมวล ไม่ใช่ขนาดหรือความสูง But เชื่อมข้อเท็จจริงสองอย่างให้เกิดความขัดแย้งที่ชัดเจน คือความสูงน้อยมากแต่มวลมหาศาล การใช้ร่วมกันแบบนี้เหมาะเมื่อต้องระบุทั้งค่าที่เล็กและการเปรียบเทียบที่มากจนน่าประหลาดใจอย่างแม่นยำ

แบบฝึกหัด

ใช้ at most และโครงสร้างเปรียบเทียบ times as ... as เติมประโยคให้สมบูรณ์: The drone is ____ one meter wide, but it is four times ____ fast ____ the older model.

ดูคำตอบ

at most · as · as

Eventually, beneath the pasta,

4:44

ในที่สุด เมื่อลึกลงไปใต้พาสต้า

we reach the core.

4:45

เราก็จะไปถึงแกนกลาง

We're not really sure what the properties of matter are ไวยากรณ์

4:47

เราไม่ค่อยแน่ใจนักว่าคุณสมบัติของสสารเป็นอย่างไร

when they're squeezed this hard.

4:50

เมื่อมันถูกบีบอัดอย่างรุนแรงขนาดนี้

ไวยากรณ์

ลำดับคำของคำถามทางอ้อมใน what the properties of matter are

ในที่นี้ what the properties of matter are เป็นอนุประโยคคำถามทางอ้อมที่บอกเนื้อหาว่าผู้พูดไม่แน่ใจเรื่องอะไร ไม่ใช่คำถามที่ถามผู้ฟังโดยตรง ภายในคำถามทางอ้อมต้องใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ what + ประธาน + กริยา ดังนั้น are จึงอยู่หลัง the properties of matter เป็น what the properties of matter are ไม่ใช่ what are the properties of matter

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้คำถามทางอ้อมได้ถูกต้อง

  1. We're not sure what are the properties of matter.
  2. We're not sure what the properties of matter are.
ดูคำตอบ

We're not sure what the properties of matter are.

Protons and neutrons might dissolve into an ocean of quarks,

4:51

โปรตอนและนิวตรอนอาจจะละลายกลายเป็นมหาสมุทรของควาร์ก

a so-called quark-gluon plasma. การใช้คำ

4:54

ที่เรียกว่า พลาสมาควาร์ก-กลูออน

การใช้คำ

การใช้ so-called quark-gluon plasma เพื่อระบุชื่ออย่างเป็นกลาง

ในที่นี้ so-called ใช้แนะนำชื่อที่เป็นที่ยอมรับแล้วว่า quark-gluon plasma หมายความว่าสถานะหนึ่งของสสารถูกเรียกด้วยชื่อนี้ ในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์นี้ วลีดังกล่าวเป็นตัวบอกชื่อที่มีความหมายเป็นกลาง คล้ายกับ what is called ในบริบทอื่น so-called อาจแสดงความสงสัยหรือการเยาะเย้ยได้ แต่ความหมายนั้นเกิดจากบริบทและน้ำเสียง ไม่ได้มีอยู่โดยอัตโนมัติ

แบบฝึกหัด

ตัดสินการตีความนี้: ในประโยควิทยาศาสตร์นี้ so-called แสดงอย่างชัดเจนว่าผู้พูดคิดว่าชื่อ quark-gluon plasma เป็นชื่อที่ผิดหรือไร้สาระ

  1. จริง
  2. เท็จ
ดูคำตอบ

เท็จ

Some of those quarks might turn into strange quarks,

4:57

ควาร์กบางตัวอาจจะเปลี่ยนเป็นควาร์กแปลก (strange quarks)

making a sort of strange matter with properties so extreme วลี

5:01

สร้างสสารประหลาดที่มีคุณสมบัติสุดขั้ว

วลี

“a sort of” สำหรับการจัดประเภทแบบคร่าว ๆ

ในที่นี้ a sort of ใช้เสนอป้ายกำกับแบบคร่าว ๆ กล่าวคือ สิ่งที่เกิดขึ้นน่าจะคล้ายสสารประหลาด แต่ผู้พูดไม่ได้ยืนยันว่าป้ายกำกับนี้เป็นการจัดประเภทที่แม่นยำและได้ข้อสรุปแล้ว a sort of + นามวลี ช่วยให้ผู้พูดจัดประเภทสิ่งหนึ่งโดยยังเผื่อความไม่แน่นอนไว้ ทำให้คำกล่าวนุ่มนวลและไม่เด็ดขาดเท่าการบอกตรง ๆ ว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งดังกล่าว

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: The spare room is a sort of office. a sort of office หมายความว่าอย่างไร?

  1. สถานที่ที่ทำหน้าที่คล้ายสำนักงานโดยคร่าว ๆ
  2. สำนักงานที่ถูกจัดเรียงตามลำดับ
  3. สำนักงานประเภทหนึ่งที่มีนิยามทางการตรงทุกประการ
ดูคำตอบ

สถานที่ที่ทำหน้าที่คล้ายสำนักงานโดยคร่าว ๆ

that we made a whole video about it.

5:04

จนเราต้องทำวิดีโออธิบายเรื่องนี้แยกต่างหากเลย

Or maybe they just stay protons and neutrons.

5:06

หรือบางทีมันอาจจะยังคงเป็นโปรตอนและนิวตรอนเหมือนเดิม

No one knows for sure, วลี

5:09

ไม่มีใครรู้แน่ชัด

and that's why we do science.

5:11

และนั่นคือเหตุผลที่เราทำการศึกษาทางวิทยาศาสตร์

วลี

“No one knows for sure” กับระดับความแน่ใจ

ในประโยคนี้ No one knows for sure หมายความว่าไม่มีใครตอบได้อย่างมั่นใจเต็มที่ เพราะหลักฐานยังไม่เพียงพอ for sure บอกระดับความแน่ใจของการรู้ข้อมูลนั้น No one knows บอกอยู่แล้วว่ายังไม่มีใครรู้คำตอบ ส่วนการเติม for sure เน้นว่ายังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนและมีหลักฐานรองรับ

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: The cause is still being studied, and no one knows for sure. No one knows for sure หมายความว่าอย่างไร?

  1. ไม่มีใครกำลังศึกษาสาเหตุ
  2. ตอนนี้ยังไม่มีใครมั่นใจได้อย่างสมบูรณ์
  3. ทุกคนรู้ แต่ไม่ยอมพูด
ดูคำตอบ

ตอนนี้ยังไม่มีใครมั่นใจได้อย่างสมบูรณ์

That's all pretty heavy stuff, สำนวน

5:13

ทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างหนักทีเดียว

literally,

5:15

หนักในความหมายตามตัวอักษรเลย

so let's go back out into space.

5:16

ดังนั้นเรากลับออกไปในอวกาศกันดีกว่า

สำนวน

heavy stuff, literally: ความหมายสองชั้นของ heavy

ในประโยคนี้ heavy stuff ฟังดูเป็นสำนวนก่อน โดยหมายถึงเนื้อหาที่ยาก จริงจัง หรือต้องใช้ความคิดมาก แต่เนื่องจากกำลังพูดถึงสสารที่มีความหนาแน่นสูงมาก stuff จึงหมายถึงสสารจริง ๆ ได้ และ heavy ก็หมายถึงมีมวลมากได้เช่นกัน Literally ชี้ไปที่ความหมายทางกายภาพนั้นโดยไม่ลบความหมายแบบสำนวน ผู้พูดทำให้ทั้งสองความหมายทำงานพร้อมกัน เกิดเป็นการเล่นคำ และใช้เป็นจังหวะเปลี่ยนจากคำอธิบายเชิงเทคนิคอย่างมีอารมณ์ขัน

แบบฝึกหัด

ในประโยคต้นฉบับ heavy stuff, literally สื่อความหมายว่าอย่างไร

  1. หัวข้อนั้นจริงจังหรือเข้าใจยาก และสสารที่กล่าวถึงก็หนักทางกายภาพด้วย
  2. มีเพียงวัตถุที่หนักทางกายภาพ ส่วนหัวข้อนั้นเรียบง่ายและร่าเริง
  3. ผู้พูดคิดว่าคำอธิบายนั้นไม่เป็นความจริง
ดูคำตอบ

หัวข้อนั้นจริงจังหรือเข้าใจยาก และสสารที่กล่าวถึงก็หนักทางกายภาพด้วย

When neutron stars first collapse,

5:18

เมื่อดาวนิวตรอนยุบตัวในตอนแรก

they begin to spin very, very fast,

5:20

พวกมันจะเริ่มหมุนเร็วมากๆ

like a ballerina pulling her arms in. ลำดับความ

5:23

เหมือนนักบัลเลต์ที่ดึงแขนแนบลำตัว

ลำดับความ

like a ballerina pulling her arms in: การเปรียบเทียบแบบเคลื่อนไหว

วลีนี้ใช้โครงสร้าง like + นามวลี + อนุประโยค -ing เพื่อเปรียบเทียบกระบวนการหนึ่งกับการเคลื่อนไหวที่มองเห็นได้ ภาพนักบัลเลต์ดึงแขนเข้าหาตัวเป็นภาพที่กำลังเคลื่อนไหว ไม่ใช่เพียงป้ายชื่อ เมื่อแขนเข้าใกล้แกนมากขึ้น การหมุนก็เร็วขึ้น การเปรียบเทียบนี้จัดข้อมูลที่ไม่คุ้นเคยโดยวางภาพที่คุ้นเคยไว้หลังข้อความหลัก สิ่งที่เน้นคือกลไกร่วมกัน ซึ่งก็คือสสารเคลื่อนเข้าด้านในและการหมุนเร็วขึ้น ไม่ได้หมายความว่าสองสิ่งนี้เหมือนกันจริง ๆ โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้แสดงกระบวนการหนึ่งที่กำลังเกิดขึ้นเพื่ออธิบายว่าอีกกระบวนการทำงานอย่างไรได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ like + นาม + -ing เพื่อสร้างการเปรียบเทียบแบบเคลื่อนไหว

  1. The data, such as emails and photos, spread through the network.
  2. The data spread through the network like water flowing through pipes.
  3. The data spread because the network was fast.
ดูคำตอบ

The data spread through the network like water flowing through pipes.

Neutron stars are celestial ballerinas

5:26

ดาวนิวตรอนคือนักบัลเลต์แห่งท้องฟ้า

spinning many times per second.

5:28

ที่หมุนหลายรอบต่อวินาที

This creates pulses

5:30

สิ่งนี้ทำให้เกิดคลื่นพัลส์

because their magnetic field creates a beam of radio waves,

5:32

เพราะสนามแม่เหล็กของพวกมันจะสร้างลำแสงคลื่นวิทยุ

which passes every time they spin.

5:35

ซึ่งจะกวาดผ่านไปทุกๆ ครั้งที่มันหมุน

These radio pulsars are the best known type of neutron star. วลี

5:38

พัลซาร์วิทยุเหล่านี้เป็นประเภทของดาวนิวตรอนที่เป็นที่รู้จักมากที่สุด

วลี

the best known type of: หมวดหมู่ที่เป็นที่รู้จักมากที่สุด

ในวลี the best known type of คำว่า best ขยาย known เมื่อรวมกัน best known หมายถึง “เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางที่สุด” หรือ “คุ้นเคยที่สุด” ไม่ได้หมายถึง “มีคุณภาพดีที่สุด” โครงสร้าง the best known type of + คำนามบอกหมวดหมู่ ใช้ระบุประเภทหนึ่งภายในหมวดหมู่ที่ใหญ่กว่า และบอกว่าคนรู้จักประเภทนั้นมากกว่าประเภทอื่น ในที่นี้หมวดหมู่ที่ใหญ่กว่าคือดาวนิวตรอน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าหมวดหมู่หนึ่งเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางที่สุด ไม่ได้บอกว่ามีคุณภาพสูงที่สุด

  1. Jazz is the most carefully studied type of music in the course.
  2. Jazz is the best known type of music in the survey.
  3. Jazz is the best type of music for this dance.
ดูคำตอบ

Jazz is the best known type of music in the survey.

About 2,000 are known of in the Milky Way.

5:42

พบว่ามีอยู่ประมาณ 2,000 ดวงในทางช้างเผือก

These magnetic fields are the strongest in the universe,

5:46

สนามแม่เหล็กเหล่านี้ทรงพลังที่สุดในเอกภพ

a quadrillion times stronger than Earth's after they're born. ไวยากรณ์

5:49

แรงกว่าของโลกถึงหนึ่งพันล้านล้านเท่าหลังจากที่พวกมันถือกำเนิดขึ้น

ไวยากรณ์

a quadrillion times stronger than: การเปรียบเทียบด้วยจำนวนเท่า

โครงสร้าง ตัวเลข + times + คำคุณศัพท์ขั้นกว่า + than ใช้บอกว่าความแตกต่างมีขนาดเท่าใด ใน a quadrillion times stronger than นั้น a quadrillion คือจำนวนเท่า stronger คือคำคุณศัพท์ขั้นกว่า และ than ใช้นำสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ ในประโยคนี้ Earth's ใช้แทน Earth's magnetic field เพื่อไม่ให้กล่าวซ้ำ ในการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ทั่วไป วลีทั้งหมดบอกว่าสนามแม่เหล็กเหล่านี้มีความแรงประมาณ 10^15 เท่าของสนามแม่เหล็กโลก

แบบฝึกหัด

เรียงส่วนภาษาอังกฤษ ten, times, more powerful และ than ตามลำดับที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The new telescope is ____ the old one.

ดูคำตอบ

ten times more powerful than

They're called magnetars until they calm down a little. กริยาวลี

5:53

พวกมันจะถูกเรียกว่าแมกนีทาร์ จนกว่ามันจะสงบลงเล็กน้อย

กริยาวลี

calm down ในความหมายว่า “เบาลงหรือสงบลง”

ปกติ calm down ใช้บอกว่าคนหนึ่งคนหายโกรธ ตื่นเต้น หรือว้าวุ่นลง แต่ในที่นี้เป็นการทำให้ดาวนิวตรอนที่เพิ่งเกิดดูเหมือนคน กล่าวคือพวกมัน calm down เมื่อกิจกรรมแม่เหล็กที่รุนแรงมากค่อย ๆ ลดความเข้มลงตามเวลา ความหมายที่ขยายออกมานี้ใช้กับกระบวนการที่กำลังเคลื่อนไหวแล้วอ่อนกำลังลงได้ ไม่ได้จำกัดเฉพาะการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ ประโยคนี้ไม่ได้หมายความว่าดาวมีความรู้สึก

แบบฝึกหัด

calm down หมายถึงอะไรในประโยคเกี่ยวกับดาวนิวตรอนนี้

  1. มีความเข้มและกิจกรรมทางแม่เหล็กลดลง
  2. หยุดมีอยู่โดยสิ้นเชิง
  3. ได้รับการปลอบโยนทางอารมณ์
ดูคำตอบ

มีความเข้มและกิจกรรมทางแม่เหล็กลดลง

But the absolute best kind of neutron stars are friends with other neutron stars. สำนวน

5:57

แต่ดาวนิวตรอนที่เจ๋งที่สุดคือดาวนิวตรอนที่เป็นเพื่อนกับดาวนิวตรอนดวงอื่น

สำนวน

friends with other neutron stars ในฐานะการทำให้เหมือนคนแบบสนุก

ปกติ are friends with ใช้บอกความสัมพันธ์ทางสังคม แต่ในที่นี้เป็นการทำให้ดาวนิวตรอนดูเหมือนคนอย่างขบขัน โดยหมายถึงดาวนิวตรอนที่มีดาวนิวตรอนอีกดวงเป็นคู่โคจรในระบบดาวคู่ คำพูดนี้ทำให้เรื่องวิทยาศาสตร์ฟังดูเป็นมิตรและทำให้ดาวทั้งคู่เหมือนตัวละครในเรื่อง สิ่งที่สื่อคือการจับคู่ทางกายภาพ ไม่ใช่ความรู้สึก มิตรภาพ หรือประเภททางดาราศาสตร์ที่เรียกว่า friends

แบบฝึกหัด

friends with other neutron stars หมายถึงอะไรในประโยคนี้

  1. พวกมันอยู่ในประเภทอย่างเป็นทางการที่เรียกว่า friends
  2. พวกมันมีความรู้สึกแบบมนุษย์ต่อดาวที่อยู่ใกล้
  3. พวกมันมีดาวนิวตรอนดวงอื่นเป็นดาวคู่ในระบบดาวคู่
ดูคำตอบ

พวกมันมีดาวนิวตรอนดวงอื่นเป็นดาวคู่ในระบบดาวคู่

By radiating away energy as gravitational waves, ไวยากรณ์

6:02

โดยการแผ่พลังงานออกไปในรูปแบบของคลื่นความโน้มถ่วง

ไวยากรณ์

By + -ing เพื่อบอกกลไก: by radiating away energy

โครงสร้าง By + รูป -ing ใช้บอกวิธีหรือกลไกที่นำไปสู่ผลในประโยคหลัก การวางไว้ต้นประโยคช่วยเน้นก่อนว่าผลนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร ในที่นี้ radiating away energy คือกลไกดังกล่าว คำว่า away สื่อว่าพลังงานที่แผ่ออกมาถูกพาออกไปจากระบบ ส่วน as gravitational waves ระบุว่าพลังงานถูกแผ่ออกมาในรูปของคลื่นความโน้มถ่วง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย By และรูป -ing ของ open: ____ the vents, the technician reduced the pressure.

ดูคำตอบ

By opening

ripples in space-time, สำนวน

6:04

ซึ่งเป็นรอยกระเพื่อมในปริภูมิ-เวลา

สำนวน

ripples in space-time ในฐานะคำอธิบายเสริม

ripples in space-time เป็นคำอธิบายเสริมสั้น ๆ ของ gravitational waves เนื่องจากวลีนี้อยู่ต่อจากศัพท์เทคนิคโดยตรงและคั่นด้วยจุลภาค จึงเป็นการเรียกศัพท์นั้นใหม่ด้วยภาษาที่เห็นภาพมากขึ้น ไม่ใช่ปรากฏการณ์ชนิดที่สองในรายการ ripples เป็นคำเปรียบเทียบถึงการรบกวนคล้ายคลื่นที่แผ่ผ่านปริภูมิ-เวลา ไม่ใช่ระลอกคลื่นจริงบนผิวน้ำ ส่วน space-time คือแนวคิดทางฟิสิกส์ที่มองปริภูมิและเวลาเป็นกรอบเดียวที่เชื่อมโยงกัน

แบบฝึกหัด

ripples in space-time ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. วลีนี้อธิบายคลื่นความโน้มถ่วงให้เห็นภาพ
  2. วลีนี้บอกว่าคลื่นความโน้มถ่วงเคลื่อนที่ผ่านน้ำ
  3. วลีนี้ระบุปรากฏการณ์อีกชนิดหนึ่งนอกเหนือจากคลื่นความโน้มถ่วง
ดูคำตอบ

วลีนี้อธิบายคลื่นความโน้มถ่วงให้เห็นภาพ

their orbits can decay and they can crash into and kill each other

6:06

วงโคจรของพวกมันจะเสื่อมลงและมันสามารถชนกันและทำลายล้างกันเองได้

in a kilonova explosion that spews out a lot of their guts. สำนวน

6:10

ในการระเบิดระดับกิโลโนวาที่พ่นเอาเครื่องในของมันออกมามากมาย

สำนวน

spews out a lot of their guts: คำเปรียบเทียบที่เห็นภาพชัดและรุนแรง

ในที่นี้ a kilonova explosion that spews out a lot of their guts หมายถึงการระเบิดที่เหวี่ยงสสารภายในของดาวนิวตรอนจำนวนมากออกมาอย่างรุนแรง คำว่า guts เป็นคำเปรียบเทียบ เพราะดาวนิวตรอนไม่ได้มีอวัยวะแบบสิ่งมีชีวิตจริง ๆ spew out ให้ภาพที่ชัดและรุนแรงกว่าคำกลาง ๆ อย่าง eject มาก ทำให้การเล่าเรื่องวิทยาศาสตร์ทรงพลังและเห็นภาพราวกับว่าดวงดาวเป็นร่างกายที่ถูกฉีกออก

แบบฝึกหัด

a kilonova explosion that spews out a lot of their guts ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร

  1. การระเบิดสร้างอวัยวะแบบสิ่งมีชีวิตจริง ๆ ภายในดาวนิวตรอน
  2. การระเบิดค่อย ๆ ดึงสสารภายนอกเข้าไปในดาวนิวตรอน
  3. การระเบิดเหวี่ยงสสารภายในของดาวนิวตรอนจำนวนมากออกมาอย่างรุนแรง
ดูคำตอบ

การระเบิดเหวี่ยงสสารภายในของดาวนิวตรอนจำนวนมากออกมาอย่างรุนแรง

When they do, ไวยากรณ์

6:14

เมื่อพวกมันทำเช่นนั้น

the conditions become so extreme

6:15

สภาวะจะสุดขั้วมากเสียจน

that for a moment heavy nuclei are made again.

6:17

มีอยู่ชั่วขณะหนึ่งที่นิวเคลียสหนักจะถูกสร้างขึ้นมาอีกครั้ง

ไวยากรณ์

When they do: ใช้ do แทนการกระทำที่กล่าวไว้ก่อนหน้า

ในที่นี้ do ใช้แทนการกระทำที่เพิ่งกล่าวถึง นั่นคือดาวนิวตรอนชนกันและทำลายกันเอง ดังนั้น When they do จึงหมายถึง “เมื่อดาวนิวตรอนชนกันและทำลายกันเอง” โดยไม่ต้องพูดกลุ่มคำกริยายาว ๆ ซ้ำ การใช้ do แบบนี้เป็นการใช้แทนกริยา ซึ่งบางครั้งเรียกว่า pro-verb ความหมายต้องย้อนกลับไปหาการกระทำที่กล่าวไว้อย่างชัดเจนก่อนหน้า ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการ “ทำบางสิ่ง” แบบกว้าง ๆ อีกอย่างหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมรูปที่ถูกต้องของ do เพื่อไม่ต้องพูด finish the model ซ้ำ: Leo says he will finish the model tonight. When he ____, he will send us a photo.

ดูคำตอบ

does

It's not fusion putting nuclei together this time, ไวยากรณ์

6:20

คราวนี้ไม่ใช่การหลอมรวมที่ทำให้นิวเคลียสรวมเข้าด้วยกัน

but heavy neutron-rich matter falling apart and reassembling.

6:23

แต่เป็นสสารที่อุดมด้วยนิวตรอนหนักที่แตกออกและประกอบขึ้นใหม่

ไวยากรณ์

not X, but Y กับคำบรรยายรูป -ing ที่ขนานกัน

โครงสร้าง not X, but Y ปฏิเสธ X ว่าไม่ใช่คำอธิบายที่ถูกต้องก่อน แล้วจึงใช้ Y มาแทน ในประโยคนี้มีการตัดกลไกฟิวชันที่รวมนิวเคลียสออก และเสนอแทนว่าสสารหนักที่อุดมด้วยนิวตรอนแตกออกแล้วประกอบตัวขึ้นใหม่ คำบรรยายรูป -ing ทั้งสองด้านมีโครงสร้างขนานกัน โดย putting บอกว่าฟิวชันจะทำอะไร ส่วน falling apart and reassembling บอกว่าเกิดอะไรขึ้นกับสสาร this time ชี้ว่าคำอธิบายในขั้นนี้แตกต่างออกไป ไม่ได้หมายความว่า Y เป็นอีกกระบวนการหนึ่งที่เพิ่มต่อจากฟิวชัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้างแก้ไข not X, but Y: The noise was ____ the fan rattling, ____ rain hitting the roof.

ดูคำตอบ

not · but

Only very recently,

6:28

เมื่อไม่นานมานี้เอง

we've learned that this is probably the origin

6:29

เราเพิ่งได้เรียนรู้ว่านี่อาจเป็นจุดกำเนิด

of most of the heavy elements in the universe,

6:31

ของธาตุหนักส่วนใหญ่ในเอกภพ

like gold, uranium, and platinum,

6:34

เช่น ทองคำ ยูเรเนียม และแพลทินัม

and dozens more.

6:36

รวมถึงธาตุอื่นๆ อีกหลายสิบชนิด

So then our two neutron stars collapse and become a black hole,

6:38

จากนั้นดาวนิวตรอนทั้งสองดวงของเราก็จะยุบตัวลงและกลายเป็นหลุมดำ

dying yet again.

6:42

พวกมันตายลงอีกครั้ง

Not only do stars have to die to create elements, ไวยากรณ์

6:45

ดาวฤกษ์ไม่เพียงแต่ต้องตายเพื่อสร้างธาตุขึ้นมาเท่านั้น

they have to die twice.

6:47

พวกมันยังต้องตายถึงสองครั้ง

ไวยากรณ์

การสลับประธานกับกริยาช่วยหลัง Not only ต้นประโยค

เมื่อ Not only อยู่ต้นประโยค อนุประโยคแรกต้องสลับตำแหน่งประธานกับกริยาช่วย โดยใช้ Not only do stars have to die ไม่ใช่ Not only stars have to die เนื่องจาก have to อยู่ในรูป present simple และไม่มีกริยาช่วยอื่น จึงเติม do หน้า stars และคง have ไว้ในรูปพื้นฐาน อนุประโยคถัดไปให้ข้อมูลที่หนักแน่นและน่าประหลาดใจกว่า คือดาวต้องตายสองครั้ง สามารถละ but also ได้เหมือนในประโยคนี้โดยความหมายของการเพิ่มข้อมูลยังคงอยู่ ในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์นี้ twice สรุปขั้นตอนการทำลายล้างระดับจักรวาลสองขั้น ไม่ใช่เหตุการณ์ธรรมดาแบบเดียวกันที่เกิดซ้ำสองครั้ง

แบบฝึกหัด

เติมกริยาช่วยที่ต้องใช้หลัง Not only ต้นประโยค: Not only ____ the storm damage the roof, but it also flooded the basement.

ดูคำตอบ

did

Over millions of years,

6:51

ในช่วงเวลาหลายล้านปี

these atoms will mix back into the galaxy,

6:52

อะตอมเหล่านี้จะปะปนกลับเข้าไปในกาแล็กซี

but some of them end up in a cloud กริยาวลี

6:55

แต่บางส่วนก็จะไปรวมกันในกลุ่มเมฆ

which gravity pulls together to form stars and planets,

6:56

ซึ่งแรงโน้มถ่วงจะดึงพวกมันมารวมกันเพื่อสร้างเป็นดาวฤกษ์และดาวเคราะห์

กริยาวลี

end up in เพื่อบอกสถานที่หรือสภาพสุดท้าย

end up in ใช้บอกสถานที่หรือสภาพที่คนหรือสิ่งหนึ่งไปถึงในที่สุดหลังผ่านกระบวนการบางอย่าง ในประโยคนี้ อะตอมบางส่วนเข้าไปอยู่ในกลุ่มเมฆและกลายเป็นส่วนหนึ่งของมันในที่สุด จุดเน้นคือผลลัพธ์สุดท้าย ไม่ใช่แผนโดยตรงหรือการเคลื่อนที่ครั้งเดียวไปยังกลุ่มเมฆ โครงสร้างคือ end up in + กลุ่มคำนาม เช่น end up in a box หรือ end up in trouble

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ end up in: After the windy walk, two leaves ____ my backpack.

ดูคำตอบ

ended up in

repeating the cycle.

7:00

และทำซ้ำวัฏจักรนี้ต่อไป

Our solar system is one example,

7:01

ระบบสุริยะของเราเป็นตัวอย่างหนึ่ง

and the remains of those neutron stars that came before us

7:04

และซากของดาวนิวตรอนเหล่านั้นที่มีมาก่อนเรา

are all around us.

7:07

ก็อยู่รอบๆ ตัวเรา

Our entire technological modern world

7:09

โลกสมัยใหม่ที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีทั้งหมดของเรา

was built out of the elements neutron stars made in eons past, โน้ต

7:11

ถูกสร้างขึ้นจากธาตุที่ดาวนิวตรอนสร้างขึ้นในอดีตกาลอันยาวนาน

กริยาวลี

built out of เพื่อระบุวัสดุที่ใช้สร้าง

ในโครงสร้าง be built out of + วัสดุ ประธานคือสิ่งที่สร้างเสร็จแล้ว ส่วนคำนามหลัง of ระบุวัสดุหรือชิ้นส่วนที่ใช้สร้างสิ่งนั้น ในประโยคนี้ โลกเทคโนโลยีสมัยใหม่ถูกนำเสนอเหมือนเป็นผลงานที่สร้างจากธาตุซึ่งดาวนิวตรอนผลิตขึ้นเมื่อนานมาแล้ว Built out of เน้นการเปลี่ยนจากวัตถุดิบหรือชิ้นส่วนแยกกันไปเป็นโครงสร้างที่เสร็จสมบูรณ์ ในโครงสร้างนี้ out of ไม่ได้หมายถึงการขาดบางสิ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย built out of: The class's model city was ____ cereal boxes.

ดูคำตอบ

built out of

การใช้คำ

in eons past: อดีตอันไกลโพ้นในสำนวนเชิงวรรณกรรม

วลี in eons past หมายถึง ณ ช่วงเวลาหนึ่งในอดีตที่ห่างไกลอย่างยิ่ง eon คือช่วงเวลาที่ยาวนานมหาศาล วลีนี้จึงทำให้ประโยคมีมิติของเวลาในระดับจักรวาล แทนที่จะเพียงพูดว่า a long time ago ในที่นี้ past อยู่หลัง eons และขยายความถึงยุคสมัยอันห่างไกลเหล่านั้น ไม่ใช่คำบุพบท past ที่หมายถึงการผ่านหรือเลยบางสิ่งไป

แบบฝึกหัด

in eons past ในตัวอย่างนี้หมายถึงอะไร

  1. ในอดีตที่ห่างไกลอย่างยิ่ง
  2. เลยออกไปจากดวงดาว
  3. เป็นระยะเวลาที่ยาวนานอย่างยิ่ง
ดูคำตอบ

ในอดีตที่ห่างไกลอย่างยิ่ง

sending these atoms on a 13 billion-year journey ไวยากรณ์

7:15

ส่งอะตอมเหล่านี้ออกเดินทางกว่า 1.3 หมื่นล้านปี

ไวยากรณ์

13 billion-year journey: year รูปเอกพจน์ในคำขยายประสม

ใน 13 billion-year journey ส่วนที่บอกเวลาทำหน้าที่รวมกันเป็นคำขยายประสมอยู่หน้า journey และบอกว่าการเดินทางนั้นยาวนานเท่าใด เมื่อจำนวนและหน่วยเวลาทำงานร่วมกันอยู่หน้าคำนาม หน่วยเวลาจะใช้รูปเอกพจน์ เช่น a two-hour film และ a ten-day trip แต่เมื่อบอกระยะเวลาแยกออกมา ให้ใช้รูปพหูพจน์ เช่น The journey lasted 13 billion years.

แบบฝึกหัด

เติมรูปหน่วยเวลาให้ถูกต้องเพื่อให้คำขยายประสมสมบูรณ์: The spacecraft began a 13-billion-____ journey through interstellar space.

ดูคำตอบ

year

to come together and make us and our world.

7:18

เพื่อมารวมกันและสร้างพวกเราและโลกของเรา

And that's pretty cool.

7:22

และนั่นก็เจ๋งมากเลยทีเดียว