กฎอัยการศึกในสหรัฐอเมริกาจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร: บทเรียนภาษาอังกฤษ

The Infographics Show

ความยากในการเรียน
1,065 คำ 199 คำ/นาที

แนะนำวิดีโอ: T-virus สมมติช่วยอธิบายกฎอัยการศึกในสหรัฐฯ ประวัติ ข้อจำกัด และผลต่อการห้ามออกนอกบ้าน การเดินทาง สิทธิ และการเลือกตั้ง ประเด็นภาษาอังกฤษ: 1. less than ethical — ความหมายคำศัพท์และระดับภาษา: less than กับคำคุณศัพท์เชิงบวกสื่อคำตัดสินเชิงลบที่ตรงข้ามอย่างสุภาพหรือประชด จึงควรเลือกใช้น้ำเสียงให้เหมาะ 2. throws the door open to — สำนวนและภาพพจน์: อุปมานี้หมายถึงการทำให้ผลเสียมีโอกาสเกิดมากขึ้น และเชื่อม to กับวลีนามที่ตามมา 3. despite martial law having been established, — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: despite ตามด้วยคำนามหรือ gerund ส่วน passive perfect อย่าง having been established แสดงสถานการณ์ก่อนหน้าที่ขัดกับประโยคหลัก

คำอธิบายในบทเรียนนี้

It's finally happened.

0:00

ในที่สุดมันก็เกิดขึ้นจนได้

A less than ethical bio research company การใช้คำ

0:01

บริษัทวิจัยชีวภาพที่แทบไม่มีจริยธรรมแห่งหนึ่ง

accidentally released the T-virus.

0:04

ปล่อยเชื้อไวรัส T ออกมาโดยไม่ตั้งใจ

การใช้คำ

less than ethical: วิธีพูดว่า unethical แบบลดความรุนแรง

ในประโยคนี้ less than ethical ขยายความ bio research company และหมายถึง “ไม่ค่อยมีจริยธรรม” ซึ่งในทางปฏิบัติมีความหมายใกล้กับ unethical โครงสร้าง less than + คำคุณศัพท์เชิงบวกทำให้การตัดสินเชิงลบฟังดูนุ่มนวลขึ้น นี่เป็นการพูดแบบลดความรุนแรงของคำพูด แม้ถ้อยคำจะฟังเบาลง แต่คำวิจารณ์ยังคงชัดเจน ตามบริบทแล้วอาจฟังดูระมัดระวัง แห้ง ๆ หรือประชดเล็กน้อย จึงควรจับความหมายเชิงลบ ไม่ใช่เข้าใจว่าเป็นการเปรียบเทียบตามตัวอักษร

แบบฝึกหัด

เลือกวลีที่ฟังดูสุภาพ แต่จริง ๆ แล้วกำลังวิจารณ์ว่าบริษัทไม่มีจริยธรรม

  1. less than ethical — คำวิจารณ์แบบอ้อม ๆ
  2. less ethical than — การเปรียบเทียบกับสิ่งอื่น
  3. highly ethical — คำชมอย่างมาก
ดูคำตอบ

less than ethical — คำวิจารณ์แบบอ้อม ๆ

It all started with a cough,

0:06

ทุกอย่างเริ่มจากอาการไอ

some difficulty breathing

0:08

หายใจติดขัดเล็กน้อย

and pretty soon tyrants, zombie dogs

0:09

แล้วไม่นานพวกไทแรนต์ สุนัขซอมบี้

and those gross guys with the long tongues

0:11

และเจ้าตัวน่าขยะแขยงลิ้นยาวพวกนั้น

started running rampant. สำนวน

0:13

ก็เริ่มออกอาละวาดไปทั่ว

สำนวน

running rampant: การแพร่กระจายหรือการเคลื่อนไหวที่ควบคุมไม่ได้

ในที่นี้ running rampant เป็นรูป progressive ของสำนวน run rampant หมายถึงการแพร่กระจาย การปรากฏตัว หรือการเคลื่อนไหวโดยไม่มีการควบคุม โดยเฉพาะในลักษณะที่เป็นอันตรายหรือวุ่นวาย สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ไม่ได้แค่วิ่งเร็วเท่านั้น สำนวนนี้ทำให้เห็นภาพว่าพวกมันหลุดออกมาและเคลื่อนไหวอย่างควบคุมไม่ได้ทั่วสถานการณ์ สำนวนเดียวกันนี้ยังใช้กับปัญหา โรค ข่าวลือ อาชญากรรม หรือสิ่งอื่นที่แพร่ไปอย่างกว้างขวางได้ด้วย

แบบฝึกหัด

วลีใดเหมาะที่สุดสำหรับอธิบายข่าวลืออันตรายที่แพร่กระจายและควบคุมได้ยาก

  1. spread rapidly — เคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว แต่ไม่จำเป็นต้องสื่อถึงการสูญเสียการควบคุม
  2. run rampant — แพร่กระจายหรือดำเนินต่อไปโดยไม่มีการควบคุม
  3. run wild — ทำสิ่งต่าง ๆ โดยไม่มีขีดจำกัด แต่ไม่จำเป็นต้องแพร่ไปอย่างกว้างขวาง
ดูคำตอบ

run rampant — แพร่กระจายหรือดำเนินต่อไปโดยไม่มีการควบคุม

Now there's only one way

0:15

ตอนนี้เหลือเพียงทางเดียว

to enforce the quarantine that will save America.

0:16

ที่จะบังคับใช้มาตรการกักกันซึ่งจะช่วยอเมริกาไว้ได้

Forget social distancing, ลำดับความ

0:18

ลืมเรื่องเว้นระยะห่างทางสังคมไปได้เลย

it's time for martial law.

0:20

ถึงเวลาประกาศกฎอัยการศึกแล้ว

ลำดับความ

ลืมเรื่องการเว้นระยะห่างทางสังคมไปได้เลย ถึงเวลาประกาศกฎอัยการศึกแล้ว

โครงสร้าง “Forget X, it’s time for Y” ไม่ได้หมายความว่าต้องลืม X ไปจริง ๆ ในที่นี้ “Forget social distancing” หมายถึง “พักเรื่องหรือแนวทางนั้นไว้ก่อน” ส่วน “it’s time for martial law” นำเสนอประเด็นใหม่ที่รุนแรงกว่ามาก ความแตกต่างที่ชัดเจนทำให้ผู้พูดฟังดูหนักแน่นและสร้างความรู้สึกว่าสถานการณ์กำลังยกระดับขึ้น โครงสร้างนี้ใช้เปลี่ยนจากความคิด แผนงาน หรือหัวข้อเดิมไปสู่จุดสนใจใหม่อย่างรวดเร็ว เป็นการเปลี่ยนประเด็นเชิงวาทศิลป์ ไม่ใช่การบอกอย่างเป็นกลางว่าควรทำอะไรต่อไป

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ “Forget social distancing, it’s time for martial law” มีหน้าที่หลักอย่างไร

  1. ปัดแนวทางหนึ่งทิ้งอย่างหนักแน่นและนำเสนอประเด็นที่รุนแรงกว่า
  2. บอกอย่างสุภาพว่าแนวทางทั้งสองมีความสำคัญเท่าเทียมกัน
  3. รายงานว่าผู้พูดลืมกฎด้านสาธารณสุขไปจริง ๆ
ดูคำตอบ

ปัดแนวทางหนึ่งทิ้งอย่างหนักแน่นและนำเสนอประเด็นที่รุนแรงกว่า

Martial law has been declared numerous times

0:22

มีการประกาศกฎอัยการศึกมาหลายครั้ง

throughout US history,

0:23

ตลอดประวัติศาสตร์สหรัฐฯ

from the Revolutionary War

0:24

ตั้งแต่สงครามปฏิวัติอเมริกา

to the 1960s Civil Rights Movement.

0:26

ไปจนถึงขบวนการเรียกร้องสิทธิพลเมืองในทศวรรษ 1960

But what is martial law exactly? ลำดับความ

0:28

แต่กฎอัยการศึกคืออะไรกันแน่

And what would it look like in modern life?

0:30

และในชีวิตยุคใหม่มันจะมีหน้าตาอย่างไร

ลำดับความ

กฎอัยการศึกคืออะไรกันแน่ ... ในชีวิตสมัยใหม่จะมีลักษณะอย่างไร

“What is martial law exactly?” เป็นคำถามที่ขอคำนิยามที่ชัดเจน ต่อมา “What would it look like in modern life?” ถามว่าระบบที่เป็นนามธรรมนี้อาจปรากฏผ่านสถานการณ์หรือผลกระทบจริงอย่างไร ในที่นี้ “look like” หมายถึง “แสดงออกมาในทางปฏิบัติอย่างไร” ไม่ใช่ “มีรูปร่างหน้าตาอย่างไร” คำถามทั้งสองจึงพาคำอธิบายจากการให้คำนิยามไปสู่การทำให้เห็นภาพเป็นรูปธรรม คู่นี้เป็นโครงสร้างที่ใช้จัดคำอธิบายได้ดี โดยเริ่มจากระบุว่า X คืออะไร แล้วสำรวจว่า X จะมีลักษณะอย่างไรในบริบทหนึ่ง “Would” นำเสนอสถานการณ์ที่เป็นไปได้หรือสมมติขึ้นมา ไม่ได้บอกว่าสถานการณ์นั้นกำลังเกิดขึ้นแล้ว

แบบฝึกหัด

คำถามคู่ใดเริ่มจากการขอคำนิยาม แล้วถามถึงรูปแบบที่อาจเกิดขึ้นจริง

  1. What is a flexible deadline exactly? And what would it look like in a real classroom?
  2. How does a flexible deadline work? And where is it written?
  3. What is a flexible deadline exactly? And what does it look like in a real classroom?
ดูคำตอบ

What is a flexible deadline exactly? And what would it look like in a real classroom?

Martial law is typically declared

0:33

โดยทั่วไปจะมีการประกาศกฎอัยการศึก

in times of national emergency,

0:34

ในช่วงที่เกิดภาวะฉุกเฉินระดับชาติ

though what exactly constitutes an emergency การใช้คำ

0:36

แม้ว่านิยามที่ชัดเจนของภาวะฉุกเฉิน

varies from nation to nation. วลี

0:38

จะแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ

การใช้คำ

constitutes an emergency: เข้าเกณฑ์คำจำกัดความของภาวะฉุกเฉิน

ในที่นี้ constitutes หมายถึง “เข้าเกณฑ์ตามคำจำกัดความ” หรือ “นับว่าเป็น” ประเด็นคือสถานการณ์ใดร้ายแรงพอที่จะถูกจัดเป็นภาวะฉุกเฉิน ไม่ใช่ว่ามีสิ่งใดบ้างประกอบกันเป็นภาวะฉุกเฉิน ความหมายนี้มักใช้เมื่อกฎ กฎหมาย หรือคำจำกัดความกำหนดเกณฑ์ไว้ โดย X constitutes Y หมายความว่า X มีคุณสมบัติที่จำเป็นต่อการถูกพิจารณาว่าเป็น Y

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดคงความหมายของ “Heavy flooding constitutes an emergency” ได้ดีที่สุด

  1. หมายความว่าน้ำท่วมรุนแรงป้องกันภาวะฉุกเฉินทั้งหมด
  2. หมายความว่าน้ำท่วมรุนแรงเข้าเกณฑ์คำจำกัดความของภาวะฉุกเฉิน
  3. หมายความว่าน้ำท่วมรุนแรงเกิดขึ้นหลังภาวะฉุกเฉินเท่านั้น
ดูคำตอบ

หมายความว่าน้ำท่วมรุนแรงเข้าเกณฑ์คำจำกัดความของภาวะฉุกเฉิน

วลี

varies from nation to nation: ความแตกต่างระหว่างประเทศ

รูปแบบ vary from X to X หมายความว่าสิ่งหนึ่งแตกต่างกันไปในสมาชิกแต่ละรายของกลุ่ม ในที่นี้แต่ละประเทศอาจใช้เกณฑ์ที่ต่างกันในการตัดสินว่าอะไรถือเป็นภาวะฉุกเฉิน การใช้คำนามเอกพจน์ซ้ำเน้นการเปรียบเทียบกรณีต่าง ๆ แยกกัน เช่น nation to nation, person to person หรือ case to case รูปแบบนี้ไม่ได้กล่าวถึงการเดินทางหรือการเคลื่อนที่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูปแบบ vary from X to X โดยใช้ nation และรูปกริยาที่ถูกต้อง: Tax law ____.

ดูคำตอบ

varies from nation to nation

Once martial law is declared,

0:40

เมื่อประกาศกฎอัยการศึกแล้ว

most civil rights are temporarily suspended

0:41

สิทธิพลเมืองส่วนใหญ่จะถูกระงับชั่วคราว

and the US military assumes control วลี

0:44

และกองทัพสหรัฐฯ จะเข้าควบคุม

of all law enforcement duties,

0:46

หน้าที่บังคับใช้กฎหมายทั้งหมด

although existing law enforcement is still active

0:47

แม้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเดิมจะยังคงปฏิบัติงาน

and aids in establishing martial law.

0:50

และช่วยในการบังคับใช้กฎอัยการศึกก็ตาม

วลี

เข้าควบคุมอย่างเป็นทางการ

ใน assumes control of คำว่า assume ไม่ได้หมายถึง “คาดเดา” หรือ “ตั้งสมมติฐาน” แต่หมายถึง “รับหรือเข้าควบคุม” อำนาจและความรับผิดชอบ วลีนี้แสดงว่าบุคคลหรือองค์กรได้รับอำนาจในการกำกับงานที่อยู่หลัง of ในประโยคนี้ กองทัพสหรัฐฯ เข้ารับผิดชอบงานบังคับใช้กฎหมาย รูปกาลปัจจุบันใช้เพื่อบอกสิ่งที่โดยทั่วไปจะเกิดขึ้นหลังประกาศกฎอัยการศึก สำนวนนี้เป็นทางการและพบได้มากในบริบทของรัฐบาล ธุรกิจ กฎหมาย ภาวะฉุกเฉิน และข่าว

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนทางการที่หมายถึงการเข้ารับอำนาจอย่างเป็นทางการลงในประโยค: After the merger, the parent company ____ the regional office.

ดูคำตอบ

assumed control of

Because martial law pretty much suspends democracy การใช้คำ

0:52

เพราะกฎอัยการศึกแทบจะเท่ากับระงับประชาธิปไตย

as we know it in the United States, วลี

0:54

อย่างที่เรารู้จักกันในสหรัฐอเมริกา

it has been sparingly used การใช้คำ

0:56

จึงถูกนำมาใช้น้อยมาก

and even when it has,

0:58

และแม้จะมีการนำมาใช้

it's been a very limited scope.

0:59

ก็จำกัดอยู่ในขอบเขตแคบมาก

การใช้คำ

เกือบจะ; โดยพื้นฐานแล้ว

Pretty much เป็นวลีบอกระดับแบบไม่เป็นทางการ มีความหมายว่า “เกือบจะ” หรือ “ในทางปฏิบัติแล้ว” ในประโยคนี้วลีดังกล่าวช่วยลดความหนักแน่นของข้อสรุปกว้าง ๆ คือกฎอัยการศึกระงับประชาธิปไตยที่ผู้คนคุ้นเคยไปเป็นส่วนใหญ่ แต่ไม่ได้บอกว่าทุกองค์ประกอบจะหายไปในทุกกรณี ในที่นี้ pretty much ขยายกริยาวลี suspends democracy ทั้งหมด ไม่ได้ใช้ pretty เป็นคำคุณศัพท์ วลีนี้ช่วยให้ผู้พูดสรุปได้อย่างหนักแน่น แต่ยังเหลือพื้นที่สำหรับข้อจำกัดหรือข้อยกเว้น

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดเติมประโยคแบบไม่เป็นทางการนี้ได้ดีที่สุด โดยมีความหมายว่า “เกือบจะ” The new schedule is ___ ready; we are waiting for one signature.

  1. much
  2. pretty much
  3. pretty
ดูคำตอบ

pretty much

วลี

as we know it: ในรูปแบบที่เราคุ้นเคย

ในประโยคนี้ as we know it หมายถึง “ในรูปแบบที่เราคุ้นเคยและรู้จัก” โดย it อ้างถึง democracy ดังนั้นผู้พูดกำลังบอกว่ากฎอัยการศึกอาจระงับระบอบประชาธิปไตยแบบที่เราคุ้นเคย ไม่ได้หมายถึงเพียงการขัดจังหวะเหตุการณ์ชั่วคราวหนึ่งเหตุการณ์ โครงสร้างนี้วางไว้หลังคำนามเพื่อบอกถึงรูปแบบปกติหรือรูปแบบที่คุ้นเคยของสิ่งนั้น เช่น the world as we know it หรือ school as we know it เหมาะเมื่อการเปลี่ยนแปลงกระทบธรรมชาติของระบบ ไม่ใช่แค่ช่วงเวลาปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The new battery could change transportation as we know it” as we know it หมายถึงอะไร

  1. เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ
  2. ในรูปแบบที่เราคุ้นเคย
  3. ตามข้อเท็จจริงที่มีอยู่ในขณะนี้
  4. เพราะเราสามารถระบุสิ่งนั้นได้
ดูคำตอบ

ในรูปแบบที่เราคุ้นเคย

การใช้คำ

sparingly used: ใช้อย่างจำกัดและประหยัด

Sparingly used หมายถึง ใช้ในปริมาณน้อยหรือใช้ในโอกาสที่จำกัด โดยทั่วไปใช้เมื่อการใช้บ่อยหรือใช้มากเกินไปไม่เป็นที่ต้องการ มีความเสี่ยง มีค่าใช้จ่ายสูง หรือถูกจำกัด ในประโยคนี้หมายความว่าสหรัฐอเมริกาใช้กฎอัยการศึกน้อยครั้งและใช้อย่างยับยั้งชั่งใจ ในที่นี้ sparingly ขยาย used และเน้นว่าความถี่หรือขอบเขตของการใช้มีจำกัด ไม่ได้หมายความเพียงว่าใช้ด้วยความระมัดระวังเท่านั้น แนวคิดเดียวกันนี้ใช้กับทรัพยากร ยา อำนาจ หรือมาตรการอื่น ๆ ได้

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The backup generator is sparingly used to conserve fuel” sparingly used หมายถึงอะไร

  1. ใช้เพราะมีราคาถูก
  2. ใช้เฉพาะในปริมาณจำกัดหรือในโอกาสไม่กี่ครั้ง
  3. ใช้โดยเร็วเมื่อยังไม่หยุดทำงาน
  4. ใช้อย่างระมัดระวังมากแต่ใช้บ่อยเท่าที่จำเป็น
ดูคำตอบ

ใช้เฉพาะในปริมาณจำกัดหรือในโอกาสไม่กี่ครั้ง

If there's one thing country music has taught us, ไวยากรณ์

1:01

หากเพลงคันทรีสอนอะไรเราสักอย่าง

it's that Americans love their freedom

1:04

สิ่งนั้นก็คือชาวอเมริกันรักเสรีภาพของตน

ไวยากรณ์

โครงสร้างเน้นความหมาย If there's one thing X has taught us, it's that Y

โครงสร้างสองส่วนนี้เริ่มจากสร้างบทเกริ่นสั้น ๆ ในอนุประโยค if โดยยก X เป็นแหล่งของบทเรียน แล้วจึงบอกข้อสรุปหลัก Y หลัง it's that ในประโยคนี้ เพลงคันทรีถูกกล่าวอย่างมีอารมณ์ขันว่าเป็นแหล่งของบทเรียน และข้อสรุปคือชาวอเมริกันให้คุณค่ากับเสรีภาพ one thing เป็นการเน้นเชิงวาทศิลป์ ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่ามีบทเรียนเพียงเรื่องเดียว โครงสร้างนี้ชี้ให้ผู้ฟังมอง Y เป็นใจความสำคัญ

แบบฝึกหัด

เติมคำที่ขาดเพื่อให้โครงสร้างเน้นความหมายสมบูรณ์: If there's one thing this project has taught me, ____ teamwork matters.

ดูคำตอบ

it's that

and they don't take kindly วลี

1:06

และพวกเขาไม่พอใจอย่างยิ่ง

to the government infringing on it. วลี

1:07

เมื่อรัฐบาลเข้ามาล่วงละเมิดเสรีภาพนั้น

วลี

สำนวน don't take kindly to

Don't take kindly to เป็นสำนวนที่หมายถึงไม่ชอบอย่างมาก ขุ่นเคือง หรือมีปฏิกิริยาในทางลบต่อบางสิ่ง ในประโยคนี้หมายความว่าชาวอเมริกันคัดค้านอย่างมากต่อการที่รัฐบาลแทรกแซงเสรีภาพของพวกเขา โดย kindly ไม่ได้ใช้แยกเดี่ยวในความหมายว่าอย่างใจดี รูปแบบคือ not take kindly to + คำนาม คำสรรพนาม หรืออนุประโยค -ing ในที่นี้ the government infringing on it คือสิ่งที่ผู้คนคัดค้าน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมาย: The residents ____ sudden cuts to the bus service.

ดูคำตอบ

don't take kindly to

วลี

infringing on: ละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพ

infringing on หมายถึงการจำกัดหรือล่วงละเมิดสิทธิ เสรีภาพ หรือผลประโยชน์อื่นที่ได้รับการคุ้มครองอย่างไม่เหมาะสม ในประโยคนี้ infringing on it หมายถึงรัฐบาลกำลังจำกัดเสรีภาพของชาวอเมริกันในแบบที่พวกเขามองว่ายอมรับไม่ได้ ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่ส่งผลกระทบต่อเสรีภาพเท่านั้น โครงสร้างคือ infringe on + สิทธิ เสรีภาพ ความเป็นส่วนตัว หรือผลประโยชน์ที่ถูกละเมิด คำว่า it ย้อนกลับไปที่ freedom ดังนั้นวลีนี้จึงนำเสนอการกระทำของรัฐบาลว่าเป็นการละเมิดสิทธิ

แบบฝึกหัด

ในที่นี้ นโยบายถูกอธิบายว่าเป็นการจำกัดสิทธิที่ได้รับการคุ้มครองอย่างไม่เหมาะสม สำนวนใดเหมาะสมที่สุดสำหรับเติมในประโยคนี้ The policy may ___ residents' privacy.

  1. infringe on
  2. interfere with
  3. affect
ดูคำตอบ

infringe on

Thus martial law is only declared in the US

1:09

ดังนั้น สหรัฐฯ จึงประกาศกฎอัยการศึกเฉพาะ

for the most extreme circumstances,

1:11

ในสถานการณ์ที่ร้ายแรงที่สุด

for times when the military is needed

1:13

ในช่วงที่จำเป็นต้องใช้กองทัพ

to help maintain law and order. วลี

1:15

เพื่อช่วยรักษากฎหมายและความสงบเรียบร้อย

วลี

maintain law and order: รักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม

maintain law and order หมายถึงการทำให้ชุมชนมีเสถียรภาพและปลอดภัย และทำให้ชีวิตสาธารณะดำเนินไปตามระเบียบของกฎหมาย law and order ในที่นี้เป็นแนวคิดเดียวเกี่ยวกับการปกครองและความสงบเรียบร้อย ไม่ใช่งานสองอย่างที่แยกจากกัน ในประโยคนี้ การที่กองทัพช่วย maintain law and order หมายถึงการช่วยหน่วยงานของรัฐป้องกันความวุ่นวายร้ายแรงและรักษาการควบคุมตามกฎหมายตามปกติ วลีนี้เน้นสภาพของสังคมที่ต้องรักษาไว้ ไม่ใช่การปฏิบัติของตำรวจอย่างใดอย่างหนึ่ง

แบบฝึกหัด

รายงานข่าวกล่าวว่า เจ้าหน้าที่กำลังทำให้ทั้งเมืองปลอดภัยและเป็นระเบียบในช่วงวิกฤต วลีใดเหมาะสมที่สุด

  1. maintain law and order
  2. keep the peace
  3. enforce the law
ดูคำตอบ

maintain law and order

Recent incidents of martial law include its enactment

1:17

หนึ่งในกรณีประกาศกฎอัยการศึกยุคหลังคือ

after the attack on Pearl Harbor, วัฒนธรรม

1:19

หลังการโจมตีเพิร์ลฮาร์เบอร์

but even then it was only declared in Hawaii

1:21

แต่ถึงอย่างนั้นก็ประกาศเฉพาะในฮาวาย

and only because an imminent invasion was feared.

1:23

และเพียงเพราะเกรงว่าการรุกรานใกล้จะเกิดขึ้น

วัฒนธรรม

attack on Pearl Harbor: การโจมตีเพิร์ลฮาร์เบอร์

วลี attack on Pearl Harbor เป็นชื่อเหตุการณ์ที่ญี่ปุ่นโจมตีฐานทัพเรือสหรัฐฯ ที่เพิร์ลฮาร์เบอร์ในฮาวายเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 1941 โครงสร้างนี้ใช้ attack on ตามด้วยสถานที่หรือเป้าหมายของการโจมตี และ Pearl Harbor เป็นชื่อเฉพาะ ไม่ใช่คำบรรยายทั่วไปของท่าเรือแห่งหนึ่ง ในประโยคนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวถูกใช้เป็นจุดเริ่มต้นทางประวัติศาสตร์ของมาตรการที่เกิดขึ้นภายหลัง คือการประกาศกฎอัยการศึกในฮาวายหลังการโจมตี วลีนี้จึงเชื่อมโยงเหตุการณ์หนึ่งเข้ากับการดำเนินการของรัฐบาลที่ตามมา

แบบฝึกหัด

วลีใดหมายถึงเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ ไม่ใช่เพียงสถานที่

  1. Pearl Harbor
  2. the harbor at Pearl
  3. the attack on Pearl Harbor
ดูคำตอบ

the attack on Pearl Harbor

In the US,

1:26

ในสหรัฐฯ

only the president has the power

1:27

มีเพียงประธานาธิบดีที่มีอำนาจ

to enact martial law nationally.

1:28

ประกาศกฎอัยการศึกทั่วประเทศ

Each state governor has the right

1:30

ผู้ว่าการของแต่ละรัฐมีสิทธิ์

to enact martial law in their own state individually

1:32

ประกาศกฎอัยการศึกเฉพาะในรัฐของตน

and enforce it with the aid of federal troops วลี

1:34

และบังคับใช้โดยอาศัยความช่วยเหลือจากกองกำลังของรัฐบาลกลาง

as well as the National Guard.

1:36

รวมถึงกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิ

วลี

with the aid of: โดยได้รับความช่วยเหลือจาก

With the aid of หมายถึง “โดยได้รับความช่วยเหลือหรือการสนับสนุนจาก” โครงสร้างนี้ตามด้วยบุคคล องค์กร หรือทรัพยากรที่ให้ความช่วยเหลือ และใช้บอกสิ่งที่ทำให้การกระทำนั้นเป็นไปได้หรือง่ายขึ้น ในประโยคนี้ กองกำลังของรัฐบาลกลางและกองกำลังพิทักษ์ชาติคือกำลังที่ช่วยผู้ว่าการบังคับใช้กฎอัยการศึก เนื่องจาก aid เป็นคำนาม วลีนี้จึงให้ความรู้สึกเป็นทางการและเป็นภาษาราชการ ในบริบทนี้ aid หมายถึงความช่วยเหลือ ไม่ได้หมายถึงการปฐมพยาบาลหรือการรักษาฉุกเฉิน

แบบฝึกหัด

ถ้าต้องการบอกในรายงานอย่างเป็นทางการว่าวิศวกรท้องถิ่นให้การสนับสนุน ควรใช้วลีใดมากที่สุด The project was completed ____ local engineers.

  1. by means of
  2. with the aid of
  3. with help from
ดูคำตอบ

with the aid of

Controversially though,

1:38

แต่ประเด็นที่เป็นข้อถกเถียงคือ

in 2007,

1:39

ในปี 2007

President George W. Bush's administration

1:40

รัฐบาลของประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช

added a provision into a military funding bill

1:42

ได้เพิ่มบทบัญญัติในร่างกฎหมายงบประมาณกองทัพ

that allowed the president to take command วลี

1:45

ที่อนุญาตให้ประธานาธิบดีเข้าควบคุม

of the National Guard units of each state

1:47

หน่วยกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิของแต่ละรัฐ

without the governor's consent. การใช้คำ

1:49

โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ว่าการรัฐ

วลี

take command of: เข้ารับอำนาจควบคุมอย่างเป็นทางการ

take command of หมายถึงการเข้ารับอำนาจอย่างเป็นทางการเพื่อสั่งการกลุ่ม องค์กร หรือปฏิบัติการ ในประโยคนี้ ประธานาธิบดีจะได้อำนาจควบคุมหน่วยกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิของรัฐต่าง ๆ ในที่นี้ command เป็นคำนามในโครงสร้าง take command of + คำนาม วลีนี้สื่อถึงการได้อำนาจควบคุมอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่การออกคำสั่งเพียงครั้งเดียว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสามคำที่ขึ้นต้นด้วย take และมีคำว่า command: During the flood response, Maya had to ____ the rescue team.

ดูคำตอบ

take command of

การใช้คำ

without the governor's consent: โดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการจากผู้ว่าการรัฐ

without the governor's consent หมายความว่าผู้ว่าการรัฐไม่ได้ให้อนุญาต ในบริบทเชิงสถาบันนี้ ผู้ว่าการรัฐคือผู้มีอำนาจซึ่งโดยปกติจะต้องเป็นผู้ให้ความเห็นชอบ consent ไม่ได้หมายถึงเพียงมีความคิดเห็นตรงกันหรือแสดงความเห็นชอบภายหลัง โดยทั่วไปหมายถึงการอนุญาตจากบุคคลที่เกี่ยวข้องก่อนการกระทำหรือในขณะที่การกระทำนั้นได้รับอนุมัติ

แบบฝึกหัด

เลือกคำที่เติมประโยคทางการเกี่ยวกับการอนุญาตนี้ได้แม่นยำที่สุด: The hospital cannot share the records without the patient's ___.

  1. opinion
  2. agreement
  3. consent
ดูคำตอบ

consent

Let's say your city ends up on the T-virus menu. สำนวน

1:51

สมมติว่าเมืองของคุณกลายเป็นเมนูของไวรัส T

สำนวน

ends up on the T-virus menu: สุดท้ายกลายเป็นเป้าหมาย

ในประโยคนี้ ends up บอกผลลัพธ์ในท้ายที่สุด คือหลังจากเหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้น เมืองก็มาอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่พึงประสงค์นี้ ส่วน on the T-virus menu ไม่ได้หมายถึงเมนูจริง ๆ แต่เปรียบเมืองเป็นสิ่งที่ภัยคุกคามอาจโจมตีหรือกลืนกินได้ จึงหมายความว่าเมืองกลายเป็นเป้าหมายของหายนะ T-virus ในที่นี้เป็นส่วนหนึ่งของฉากการระบาดที่แต่งขึ้น สำนวนนี้ใช้ภาพของอาหารเพื่อสื่อถึงภัยคุกคามแบบมีอารมณ์ขันมืด ๆ ไม่ใช่สถานการณ์ในร้านอาหารจริง

แบบฝึกหัด

ในประโยค "The village ends up on the monster's menu" คำว่า menu เป็นอุปมาที่มีนัยมืด หมู่บ้านกลายเป็นเป้าหมาย ไม่ใช่อาหาร การตีความนี้ถูกต้องหรือไม่

  1. ถูกต้อง
  2. ไม่ถูกต้อง
ดูคำตอบ

ถูกต้อง

One day you're working your four full-time jobs

1:54

วันหนึ่งคุณกำลังทำงานประจำสี่งาน

while also attending college and still not making rent การใช้คำ

1:56

ทั้งยังเรียนมหาวิทยาลัยไปด้วย แต่ก็ยังจ่ายค่าเช่าไม่ไหว

การใช้คำ

making rent: หาเงินให้พอจ่ายค่าเช่า

Making rent เป็นสำนวนภาษาอังกฤษอเมริกันแบบไม่เป็นทางการ หมายถึงหาเงินให้พอจ่ายค่าเช่า คำว่า make ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงสร้างหรือกำหนดค่าเช่า แต่หมายถึงหารายได้ให้เพียงพอที่จะครอบคลุมค่าเช่า ใน still not making rent คำว่า still แสดงว่าปัญหายังคงดำเนินต่อไป แม้ว่าจะทำงานเต็มเวลาถึงสี่งานและเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ด้วย จุดสำคัญคือรายได้ไม่พอ ไม่ใช่ว่าได้ส่งเงินค่าเช่าไปแล้วหรือยัง

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนไม่เป็นทางการที่มีความหมายว่า "earn enough to pay the rent": Even after taking a second job, she is still not ____.

ดูคำตอบ

making rent

and suddenly people start turning into zombies

1:58

แล้วจู่ ๆ ผู้คนก็เริ่มกลายเป็นซอมบี้

and the lickers all around you.

2:01

และมีพวกลิกเกอร์อยู่รอบตัวคุณเต็มไปหมด

The state governor gets on TV

2:02

ผู้ว่าการรัฐออกโทรทัศน์

and announces he's enacting martial law

2:04

และประกาศว่าจะใช้กฎอัยการศึก

to enforce a mandatory quarantine.

2:05

เพื่อบังคับใช้มาตรการกักกันภาคบังคับ

The first thing you'll notice about your new life ไวยากรณ์

2:08

สิ่งแรกที่คุณจะสังเกตเห็นในชีวิตแบบใหม่

is that you've got a curfew again,

2:10

คือคุณต้องอยู่ภายใต้เคอร์ฟิวอีกครั้ง

ไวยากรณ์

โครงสร้าง The first thing you'll notice about X is that Y

โครงสร้าง The first thing you'll notice about X is that Y ใช้เปิดประเด็นข้อเท็จจริงที่สังเกตได้เป็นอย่างแรกหรือเด่นชัดที่สุดในทันทีเกี่ยวกับสถานการณ์ใหม่ ในประโยคนี้ X คือ your new life และ Y คือข้อเท็จจริงที่สมบูรณ์ว่าคุณมีเวลาเคอร์ฟิวอีกครั้ง about X ระบุหัวข้อหรือขอบเขตที่กำลังสังเกต แต่ไม่ได้บอกว่าเราสังเกตเห็นอะไร ข้อเท็จจริงที่สังเกตเห็นจริง ๆ จะตามหลัง is that ในรูปอนุประโยคที่สมบูรณ์ โครงสร้างนี้ช่วยนำผู้ฟังจากหัวข้อหนึ่งไปสู่ผลลัพธ์แรกที่เด่นชัดของหัวข้อนั้น

แบบฝึกหัด

เติมคำเชื่อมสองคำที่ใช้เปิดประเด็นข้อเท็จจริงที่สมบูรณ์: The first thing you'll notice about the new library ____ every table has a charging outlet.

ดูคำตอบ

is that

only this one is much more restrictive

2:12

แต่คราวนี้เข้มงวดกว่ามาก

and better enforced than the one

2:14

และมีการบังคับใช้อย่างจริงจังกว่าเคอร์ฟิว

your parents set up while you were in high school. กริยาวลี

2:16

ที่พ่อแม่กำหนดไว้ตอนคุณเรียนมัธยม

กริยาวลี

set up ในความหมายว่าสร้างหรือจัดเตรียม

ในประโยคนี้ set up หมายถึงสร้าง กำหนด หรือจัดให้พร้อมใช้งาน ไม่ได้หมายถึงทำให้สิ่งของตั้งขึ้น the one หมายถึง curfew ที่กล่าวถึงก่อนหน้า และอนุประโยคสัมพันธ์ your parents set up ใช้ขยายคำนั้น หากเขียนใหม่ตรง ๆ จะได้ your parents set up that curfew set up เป็นกริยาวลีชนิดสกรรมที่แยกคำได้ จึงพูดได้ทั้ง set up a rule และ set a rule up แต่ถ้ากรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ตรงกลางเป็น set it up ไม่ใช้ set up it

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลีสองคำที่หมายถึงสร้างและจัดให้พร้อมใช้งาน: We ____ a shared calendar so everyone could see the schedule.

ดูคำตอบ

set up

You're not allowed to be out of your house

2:18

คุณไม่ได้รับอนุญาตให้อยู่นอกบ้าน

from 8:00 p.m. to 9:00 a.m. every single day.

2:19

ตั้งแต่ 20.00 น. ถึง 09.00 น. ของทุกวัน

The curfew is meant to control the flow of people ไวยากรณ์

2:22

เคอร์ฟิวมีไว้เพื่อควบคุมการสัญจรของผู้คน

ไวยากรณ์

is meant to: แสดงจุดประสงค์ที่ตั้งใจไว้ ไม่ใช่การรับประกัน

is meant to ใช้บอกจุดประสงค์ที่ตั้งใจไว้ของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง โดยเฉพาะกฎ แผน เครื่องมือ หรือการกระทำ ในประโยคนี้หมายความว่าเคอร์ฟิวถูกออกแบบมาเพื่อควบคุมการสัญจรของผู้คน ไม่ได้หมายความว่าจะได้ผลอย่างแน่นอน โครงสร้างคือ be meant to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้อธิบายว่าสิ่งหนึ่งมีไว้เพื่อทำอะไร ไม่ได้หมายความว่าบุคคลหนึ่งถูกสั่งหรือจำเป็นต้องทำสิ่งนั้น

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่แสดงจุดประสงค์ที่ตั้งใจไว้ให้สมบูรณ์: The curfew is ____ control the flow of people.

ดูคำตอบ

meant to

and it makes it easier for law enforcement ไวยากรณ์

2:25

และช่วยให้เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย

to spot bad actors. การใช้คำ

2:26

สังเกตเห็นผู้ไม่หวังดีได้ง่ายขึ้น

ไวยากรณ์

makes it easier for law enforcement to: ทำให้การกระทำหนึ่งทำได้ง่ายขึ้น

makes it easier for law enforcement to เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้าง make it easier for someone to do something คำว่า it ตัวแรกที่อยู่หน้า makes หมายถึงเคอร์ฟิว ส่วน it ตัวที่สองเป็นกรรมรูปแบบที่ชี้ไปยังการกระทำที่ตามมา คือการที่เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายพบเห็นบุคคลอันตราย ความหมายคือเคอร์ฟิวช่วยลดความยากในการพบเห็นบุคคลเหล่านั้น โครงสร้างคือ make + it + คำคุณศัพท์ + for + บุคคลหรือกลุ่มคน + to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้อธิบายว่าเงื่อนไขหนึ่งทำให้การกระทำง่ายขึ้น ไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นถูกบังคับให้ลงมือ

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่หมายความว่ารายการตรวจสอบช่วยลดความยากของการกระทำ โดยไม่ได้บอกว่ารายการตรวจสอบบังคับให้ผู้คนลงมือทำ

  1. The checklist makes it easier for new employees to find the right form.
  2. The checklist allows new employees to find the right form.
  3. The checklist makes new employees find the right form.
ดูคำตอบ

The checklist makes it easier for new employees to find the right form.

การใช้คำ

Bad actors: บุคคล กลุ่ม หรือองค์กรที่มีเจตนาร้าย

bad actors ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงนักแสดงที่แสดงไม่เก่ง ในภาษาด้านการบังคับใช้กฎหมายและความมั่นคง a bad actor หมายถึงบุคคล กลุ่ม หรือองค์กรที่กระทำการด้วยเจตนาร้าย หลอกลวง หรือผิดกฎหมาย ประโยคนี้สื่อว่ามาตรการที่กำลังกล่าวถึงช่วยให้ระบุตัวบุคคลหรือกลุ่มดังกล่าวได้ง่ายขึ้น คำเรียกนี้จงใจกำหนดความหมายไว้กว้าง โดยเน้นพฤติกรรมที่เป็นอันตรายแทนการระบุความผิดหรือบทบาทอย่างเจาะจง คำบอกบริบทอย่าง law enforcement, cyberattacks, fraud หรือ security ช่วยให้รู้ว่าเป็นความหมายนี้

แบบฝึกหัด

ในรายงานด้านความปลอดภัยสาธารณะ bad actors ในประโยค 'The system helps law enforcement spot bad actors' น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด

  1. เจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย
  2. นักแสดงที่มีทักษะการแสดงไม่ดี
  3. บุคคลหรือกลุ่มที่ทำกิจกรรมอันตรายหรือผิดกฎหมาย
ดูคำตอบ

บุคคลหรือกลุ่มที่ทำกิจกรรมอันตรายหรือผิดกฎหมาย

During wartime,

2:28

ในช่วงสงคราม

if you were violating curfew at 2:00 in the morning, วลี

2:28

หากคุณฝ่าฝืนเคอร์ฟิวตอนตีสอง

there's a good chance you were an enemy saboteur. วลี

2:31

ก็มีโอกาสสูงที่คุณจะเป็นผู้ก่อวินาศกรรมของศัตรู

วลี

Violating curfew: violate + ข้อจำกัดอย่างเป็นทางการ

ใน violating curfew คำว่า violate หมายถึงการไม่ปฏิบัติตามข้อจำกัดอย่างเป็นทางการ และ curfew เป็นกรรมตรงของคำกริยา ในที่นี้หมายถึงการอยู่นอกบ้านตอนตีสอง ทั้งที่กฎในช่วงสงครามกำหนดให้ประชาชนอยู่ภายในอาคาร รูปแบบ violate + กฎ ข้อจำกัด พันธกรณี หรือสิทธิ เป็นรูปแบบทางการที่นำไปใช้ต่อได้ เช่น violate a law, policy, agreement หรือ someone’s rights คำกริยานี้หมายถึงการไม่ปฏิบัติตาม ไม่ใช่การทำให้กรรมเสียหายทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำที่ใช้ร่วมกันแบบเป็นทางการจำนวนสองคำที่ตรงตัวและหมายถึง “ไม่ปฏิบัติตามเคอร์ฟิว”: Anyone found outside after midnight without authorization was ____.

ดูคำตอบ

violating curfew

วลี

there's a good chance: แสดงความเป็นไปได้สูง

“There's a good chance” หมายถึง “มีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูง” ในที่นี้ chance หมายถึงความเป็นไปได้ ไม่ใช่โอกาสที่ดี และวลีนี้นำเสนอข้อสันนิษฐานจากสถานการณ์ว่าบุคคลนั้นอาจเป็นผู้ก่อวินาศกรรมฝ่ายศัตรู ใช้ there's a good chance (that) + อนุประโยค หรือ there's a good chance of + คำนามหรือรูป -ing สำนวนนี้แสดงความเป็นไปได้สูง แต่ยังไม่ยืนยันว่าแน่นอน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “มีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูง”: “____ that our flight will leave late because of the fog.”

ดูคำตอบ

There's a good chance

Curfews during a viral pandemic though

2:33

แต่เคอร์ฟิวในช่วงที่ไวรัสระบาดใหญ่

can also help limit the spread of the disease

2:35

ยังช่วยจำกัดการแพร่กระจายของโรคได้

and if the outbreak is severe enough, ไวยากรณ์

2:37

และหากการระบาดรุนแรงมากพอ

you might not be allowed out of your home at all

2:39

คุณอาจไม่ได้รับอนุญาตให้ออกจากบ้านเลย

ไวยากรณ์

if ... severe enough ... might not be allowed: ข้อจำกัดที่อาจเกิดขึ้นเมื่อถึงระดับที่กำหนด

“If the outbreak is severe enough” กำหนดเกณฑ์ระดับความรุนแรง กล่าวคือ เงื่อนไขนี้จะมีผลเมื่อการระบาดรุนแรงถึงระดับที่กำหนด enough วางหลังคำคุณศัพท์: severe enough “Might not be allowed” เป็นโครงสร้างกริยาช่วยในรูปถูกกระทำ: might + not + be + กริยาช่องที่ 3 หมายความว่าเจ้าหน้าที่อาจห้ามการกระทำนั้น แต่ข้อจำกัดยังเป็นเพียงความเป็นไปได้ ไม่ใช่สิ่งที่แน่นอน ในประโยคนี้การกระทำคือการออกจากบ้าน และ at all เน้นว่าอาจถูกห้ามโดยสิ้นเชิง โครงสร้างทั้งหมดเชื่อมเงื่อนไขด้านระดับเข้ากับผลจากนโยบายที่อาจเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงเงื่อนไขที่ถึงระดับหนึ่ง แล้วตามด้วยข้อจำกัดที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างถูกต้อง

  1. If the roads are icy enough, drivers are might not allowed to enter the mountain pass.
  2. If the roads are icy enough, drivers might not be allowed to enter the mountain pass.
  3. If the roads are enough icy, drivers might not be allowed to enter the mountain pass.
ดูคำตอบ

If the roads are icy enough, drivers might not be allowed to enter the mountain pass.

except on specific days for specific times.

2:41

ยกเว้นในวันและเวลาที่กำหนด

A highly restricted curfew could,

2:44

เคอร์ฟิวที่เข้มงวดมากอาจ

for instance,

2:46

ยกตัวอย่างเช่น

only allow you to leave your home

2:46

อนุญาตให้คุณออกจากบ้านได้เพียง

for three hours every third day. การใช้คำ

2:48

สามชั่วโมงในทุก ๆ สามวัน

การใช้คำ

every third day: หนึ่งวันในแต่ละรอบสามวัน

ใน every third day เลขลำดับ third ระบุหนึ่งวันในแต่ละรอบสามวันที่เกิดซ้ำ ดังนั้นการอนุญาตจึงเกิดขึ้นในวันที่ 3 แล้วเป็นวันที่ 6 วันที่ 9 และต่อไปเรื่อย ๆ โดยมีความถี่หนึ่งครั้งต่อรอบสามวัน ในที่นี้ every ทำให้กฎใช้ซ้ำในแต่ละรอบ วลีนี้ไม่ได้หมายถึงการเกิดขึ้นสามครั้งภายในหนึ่งวัน และไม่ได้บรรยายช่วงเวลาสามวันที่ต่อเนื่องกัน

แบบฝึกหัด

เติมตารางด้วยสำนวนสามคำที่ใช้เลขลำดับและหมายถึง “หนึ่งครั้งในแต่ละรอบสามวันที่เกิดซ้ำ”: The technician checks the backup system ____.

ดูคำตอบ

every third day

Each part of a city could have a different curfew

2:50

แต่ละพื้นที่ของเมืองอาจมีเวลาเคอร์ฟิวต่างกัน

and thus the spread of the virus

2:52

และด้วยเหตุนี้ การแพร่กระจายของไวรัส

would be highly limited

2:53

ก็จะถูกจำกัดอย่างมาก

as only one part of the city

2:55

เพราะในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง จะมีผู้คนจากเพียงพื้นที่เดียวของเมือง

would be away from home at any given time. วลี

2:56

ที่ออกจากบ้านได้

วลี

at any given time: ช่วงเวลาเฉพาะใด ๆ

at any given time ชวนให้เราพิจารณาช่วงเวลาหนึ่งที่เลือกได้อย่างอิสระแต่มีความเฉพาะเจาะจง ในประโยคนี้ ใจความคือไม่ว่าจะเลือกช่วงเวลาใด ณ ตอนนั้นจะมีเพียงคนจากพื้นที่หนึ่งของเมืองที่อยู่นอกบ้าน given ในที่นี้ทำหน้าที่คล้ายคำว่า “ที่กำหนดไว้” หรือ “ที่เลือกมาพิจารณา” ไม่ได้หมายถึง “ที่มอบให้ใคร” วลีนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับบอกข้อจำกัดของสถานะที่เกิดขึ้นพร้อมกัน เช่น มีคน งาน หรือพื้นที่จำนวนเท่าใดที่ทำงานอยู่พร้อมกันได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสี่คำที่หมายถึง “ณ ช่วงเวลาเฉพาะใด ๆ หนึ่งช่วง”: The clinic can treat no more than twelve patients ____.

ดูคำตอบ

at any given time

In most nations,

2:58

ในประเทศส่วนใหญ่

martial law automatically suspends all of your civil rights

2:59

กฎอัยการศึกจะระงับสิทธิพลเมืองทั้งหมดโดยอัตโนมัติ

and gives the military complete police and judicial power.

3:02

และมอบอำนาจด้านตำรวจและตุลาการทั้งหมดให้กองทัพ

In the United States though,

3:05

แต่ในสหรัฐอเมริกา

Supreme Court decisions have worked to limit วลี

3:06

คำวินิจฉัยของศาลฎีกาได้ช่วยจำกัด

the scope of martial law

3:08

ขอบเขตของกฎอัยการศึก

วลี

limit the scope of martial law: จำกัดขอบเขตของกฎอัยการศึก

ในที่นี้ limit the scope of martial law หมายถึงทำให้กฎอัยการศึกใช้กับสถานการณ์น้อยลง หรือทำให้อำนาจของกฎอัยการศึกครอบคลุมแคบลง scope หมายถึงขอบเขต พื้นที่ครอบคลุม หรืออำนาจของสิ่งหนึ่ง ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงอุปกรณ์สำหรับส่องดู โครงสร้าง limit the scope of + คำนาม เป็นวิธีพูดอย่างเป็นทางการว่าขอบเขตถูกจำกัดให้แคบลง โดยตัวมันเองไม่ได้หมายความว่ากฎหมายหรืออำนาจนั้นถูกยกเลิก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนทางการที่หมายถึง “ทำให้อำนาจครอบคลุมสถานการณ์น้อยลง”: The new guidelines ____ emergency powers.

ดูคำตอบ

limit the scope of

and even if martial law is declared,

3:10

และแม้จะประกาศกฎอัยการศึก

citizens still have a right to a civil trial. วลี

3:12

ประชาชนก็ยังมีสิทธิ์ได้รับการพิจารณาคดีในศาลพลเรือน

วลี

have a right to: แสดงการมีสิทธิ

ในที่นี้ citizens have a right to a civil trial หมายถึงประชาชนมีสิทธิตามกฎหมายที่จะได้รับการพิจารณาคดีโดยศาลพลเรือน ในโครงสร้างนี้ right เป็นคำนามที่หมายถึงสิทธิ ใช้ have a right to + นามวลี เพื่อแสดงสิทธิที่จะได้รับสิ่งของหรือบริการ เช่น have a right to a trial ใช้ have a right to + กริยารูปพื้นฐาน เพื่อแสดงสิทธิที่จะทำบางอย่าง เช่น have a right to appeal

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “มีสิทธิได้รับ”: All residents ____ clean drinking water.

ดูคำตอบ

have a right to

The arresting authority of military or law enforcement

3:14

อำนาจจับกุมของกองทัพหรือเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย

during martial law,

3:17

ระหว่างที่ใช้กฎอัยการศึก

however,

3:18

อย่างไรก็ตาม

is not restricted,

3:18

ไม่ได้ถูกจำกัด

meaning that you could be arrested การใช้คำ

3:19

หมายความว่าคุณอาจถูกจับกุม

and not immediately charged.

3:21

โดยไม่ถูกตั้งข้อหาทันที

การใช้คำ

ความแตกต่างระหว่าง arrested กับ charged ในกระบวนการทางกฎหมาย

ในที่นี้ arrested หมายถึงการถูกเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายจับกุมและควบคุมตัว ส่วน charged หมายถึงการถูกกล่าวหาอย่างเป็นทางการว่ากระทำความผิดเฉพาะอย่างหนึ่งผ่านกระบวนการทางกฎหมาย ทั้งสองเป็นคนละขั้นตอนกัน ประโยคนี้บอกว่าการจับกุมอาจเกิดขึ้นก่อนที่จะมีการตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการในทันที ทั้งสองคำไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นถูกตัดสินว่ามีความผิดแล้ว

แบบฝึกหัด

ข้อความใดอธิบายความแตกต่างระหว่าง arrested กับ charged ได้ถูกต้อง?

  1. ถ้าบุคคลหนึ่งถูก arrested แสดงว่าศาลตัดสินแล้วว่าบุคคลนั้นมีความผิด
  2. ถ้าบุคคลหนึ่งถูก charged แสดงว่าตำรวจตัดสินใจว่าจะไม่กล่าวหาบุคคลนั้นว่ากระทำความผิด
  3. บุคคลหนึ่งอาจถูก arrested ก่อน แล้วจึงถูก charged อย่างเป็นทางการในภายหลัง
ดูคำตอบ

บุคคลหนึ่งอาจถูก arrested ก่อน แล้วจึงถูก charged อย่างเป็นทางการในภายหลัง

That certainly throws the door open สำนวน

3:23

นั่นย่อมเปิดช่อง

to some very scary scenarios

3:25

ให้เกิดสถานการณ์ที่น่ากลัวอย่างยิ่ง

สำนวน

throws the door open to: ทำให้ผลบางอย่างมีโอกาสเกิดขึ้นมากกว่าเดิมมาก

ใน throws the door open to คำว่า door เป็นคำเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงประตูจริง ๆ สำนวนนี้หมายความว่าบางสิ่งนำสิ่งกีดขวางออกไป ทำให้ผลอย่างหนึ่งเกิดขึ้นได้ง่ายหรือมีโอกาสเกิดขึ้นมากกว่าเดิมมาก คำว่า throws เพิ่มน้ำหนักให้สำนวน โดยสื่อว่าความเป็นไปได้ถูกเปิดกว้างอย่างฉับพลัน ไม่ได้เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังเตือนอย่างหนักแน่นว่าสถานการณ์ที่น่ากลัวอาจเกิดขึ้นได้มากกว่าเดิมมาก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของสำนวนเป้าหมาย: Removing every safety check ____ serious misuse.

ดูคำตอบ

throws the door open to

with police and military arresting individuals

3:27

ซึ่งตำรวจและทหารจับกุมผู้คน

as they see fit วลี

3:29

ตามที่ตนเห็นสมควร

วลี

as they see fit: กระทำตามดุลยพินิจของตนเอง

as they see fit หมายถึง “ตามวิธีที่พวกเขาเห็นว่าเหมาะสม” ในที่นี้ as บอกวิธีการกระทำ ส่วน see fit หมายถึงตัดสินว่าบางสิ่งเหมาะสม ไม่ได้หมายถึงการมองเห็นตามตัวอักษรหรือการมีร่างกายแข็งแรง ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวสื่อว่าตำรวจและทหารสามารถใช้ดุลยพินิจของตนเองตัดสินว่าจะจับกุมใคร เมื่อพิจารณาจากบริบท น้ำเสียงเป็นเชิงวิจารณ์ โดยชี้ว่าอำนาจในการตัดสินใจนี้อาจกว้างเกินไปและไม่มีมาตรฐานภายนอกที่ชัดเจน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “ตามวิธีที่พวกเขาเห็นว่าเหมาะสม”: The organizers may change the schedule ____.

ดูคำตอบ

as they see fit

and is one of the big reasons

3:30

และนี่คือหนึ่งในเหตุผลสำคัญ

why martial law is so rarely declared.

3:31

ที่แทบไม่มีการประกาศกฎอัยการศึก

If a catastrophe is serious enough ไวยากรณ์

3:34

หากภัยพิบัติร้ายแรงมากพอ

or lasts long enough

3:36

หรือกินเวลานานมากพอ

ไวยากรณ์

serious enough ... lasts long enough: คำคุณศัพท์/คำวิเศษณ์ + enough

ใน serious enough และ long enough คำว่า enough วางไว้หลังคำคุณศัพท์หรือคำวิเศษณ์ที่มันขยาย โดยใช้บอกเกณฑ์ว่า ระดับความร้ายแรงหรือระยะเวลาได้ถึงระดับที่จำเป็นต่อการทำให้เกิดผลบางอย่างแล้ว serious เป็นคำคุณศัพท์ที่อยู่หลัง is ส่วน long ทำหน้าที่เป็นคำวิเศษณ์ขยาย lasts เงื่อนไขทั้งสองเชื่อมด้วย or ดังนั้นเพียงเงื่อนไขใดเงื่อนไขหนึ่งเป็นจริงก็เพียงพอ ไม่จำเป็นต้องเป็นจริงทั้งคู่

แบบฝึกหัด

เติมคำเดียวกันลงในช่องว่างทั้งสองเพื่อแสดงว่าแต่ละเงื่อนไขถึงเกณฑ์ที่ต้องการ: The match will be postponed if the rain is heavy ____ or lasts long ____.

ดูคำตอบ

enough · enough

and martial law is necessary

3:37

จนจำเป็นต้องใช้กฎอัยการศึก

for an extended amount of time

3:39

เป็นระยะเวลายาวนาน

along with the curfew,

3:40

ควบคู่กับเคอร์ฟิว

you may need to carry

3:42

คุณอาจต้องพก

specially assigned movement and travel documents.

3:43

เอกสารอนุญาตการเดินทางและเคลื่อนที่ที่ออกให้เป็นพิเศษ

These will be given to you by the authorities

3:45

เจ้าหน้าที่จะออกเอกสารเหล่านี้ให้คุณ

after carefully interrogating your personal life

3:47

หลังจากสอบถามชีวิตส่วนตัวของคุณอย่างละเอียด

and your needs,

3:49

รวมถึงความจำเป็นต่าง ๆ

as in what you do for a living วลี

3:50

เช่น คุณทำงานอะไร

and what type of non-home medical

3:52

และคุณต้องไปรับบริการทางการแพทย์นอกบ้าน

or specialized care you need.

3:53

หรือการดูแลเฉพาะทางประเภทใด

วลี

what you do for a living: อาชีพของคุณ

อนุประโยคคำถามแบบอ้อม what you do for a living หมายถึงงานหรือกิจกรรมที่คุณทำเพื่อหารายได้ ส่วน for a living หมายถึงการหาเลี้ยงชีพ ไม่ใช่สถานที่ที่คุณอาศัยอยู่หรือรูปแบบการใช้ชีวิตโดยทั่วไป หลังสำนวนอย่าง asks หรือ depends on ให้ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ what you do ไม่ใช่ what do you do แต่ถ้าเป็นคำถามเดี่ยว ๆ ให้พูดว่า What do you do for a living?

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายถึง “อาชีพหรืองานที่คุณทำเพื่อหารายได้” ให้สมบูรณ์: The survey asks ____.

ดูคำตอบ

what you do for a living

Then the authorities would hand you your documents

3:55

จากนั้นเจ้าหน้าที่จะมอบเอกสารให้คุณ

which authorize you to either be in violation of curfew วลี

3:57

ซึ่งอนุญาตให้คุณออกนอกบ้านในช่วงเคอร์ฟิว

or travel outside of established control zones

4:00

หรือเดินทางออกนอกเขตควบคุมที่กำหนด

วลี

authorize you to + คำกริยา

Authorize you to ใช้โครงสร้าง authorize + บุคคล + to-infinitive หมายถึงหน่วยงาน กฎ หรือเอกสารที่ได้รับการยอมรับให้สิทธิอย่างเป็นทางการหรือตามกฎหมายแก่บุคคลนั้นในการทำสิ่งที่ตามมา ในที่นี้ เอกสารทำให้ผู้ถือได้รับการยกเว้นจากข้อจำกัดด้านการเดินทางตามปกติ authorize ไม่ได้เพียงบอกว่าสามารถทำสิ่งนั้นได้ แต่บอกว่าได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการ

แบบฝึกหัด

เติมด้วยโครงสร้าง authorize + กรรม + to-infinitive: The consent form ____ the procedure.

ดูคำตอบ

authorizes the doctor to perform

วลี

in violation of + กฎ

“be in violation of + กฎหมาย กฎ หรือข้อจำกัด” เป็นสำนวนทางการที่หมายถึงบุคคลหรือการกระทำไม่ปฏิบัติตามสิ่งนั้น ในประโยคนี้ “be in violation of curfew” หมายถึงการอยู่นอกบ้านในสถานการณ์ที่โดยปกติจะถือว่าฝ่าฝืนกฎเคอร์ฟิว คำบุพบท “of” ใช้นำหน้ากฎที่ถูกฝ่าฝืน “violation” หมายถึงการไม่ปฏิบัติตาม ไม่ใช่ความรุนแรงทางร่างกาย ทั้งวลีใช้ระบุสถานะทางกฎหมายหรือข้อบังคับของการกระทำนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคทางการเกี่ยวกับการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้วยวลีสามคำที่หมายถึง “ขัดต่อกฎ”: The operator was found ____ the safety code.

ดูคำตอบ

in violation of

so that you can do things like go to work

4:02

เพื่อให้คุณทำสิ่งต่าง ๆ เช่น ไปทำงาน

or get a physical therapist appointment.

4:04

หรือไปตามนัดกับนักกายภาพบำบัด

These documents will typically be very specific

4:06

โดยทั่วไป เอกสารเหล่านี้จะระบุไว้อย่างเจาะจงมาก

about where you're allowed to go and when,

4:09

ว่าคุณได้รับอนุญาตให้ไปที่ไหนและเมื่อไร

helping the authorities to determine

4:11

ซึ่งช่วยให้เจ้าหน้าที่ตัดสินได้

if you're in violation of curfew

4:12

ว่าคุณกำลังฝ่าฝืนเคอร์ฟิว

or travel restrictions.

4:14

หรือข้อจำกัดการเดินทางหรือไม่

During World War II,

4:15

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง

many Nazi-occupied countries found themselves โน้ต

4:16

หลายประเทศที่ถูกนาซียึดครองต้อง

dealing with German-backed curfews

4:19

รับมือกับเคอร์ฟิวที่เยอรมนีหนุนหลัง

and travel restrictions,

4:21

และข้อจำกัดด้านการเดินทาง

necessitating special transit or travel documents. ลำดับความ

4:22

ทำให้จำเป็นต้องมีใบผ่านทางหรือเอกสารเดินทางพิเศษ

การใช้คำ

Nazi-occupied และ German-backed ในฐานะคำคุณศัพท์ประสม

ใน “Nazi-occupied countries” คำว่า “Nazi” ระบุฝ่ายที่เข้ายึดครอง ส่วน “occupied” หมายถึงอยู่ภายใต้การควบคุมทางทหารหรือการเมืองของฝ่ายนั้น ใน “German-backed curfews” คำว่า “German” ระบุฝ่ายที่ให้การสนับสนุน ส่วน “backed” หมายถึงข้อจำกัดเหล่านั้นได้รับการสนับสนุนหรือผลักดันโดยทางการเยอรมัน ทั้งสองสำนวนใช้รูปแบบ “X + past participle” และทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์ประสมหน้าคำนาม เครื่องหมายยัติภังค์แสดงว่าส่วนประกอบต่าง ๆ ทำงานร่วมกันเป็นคำขยายเดียว รูปแบบนี้ช่วยให้ผู้อ่านระบุฝ่ายที่ควบคุมหรือสนับสนุนได้อย่างรวดเร็ว เช่น X-occupied place เทียบกับ X-backed policy หรือ group

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้คำคุณศัพท์ประสมได้ถูกต้องในความหมายว่า “ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเมือง ไม่ได้ถูกรัฐบาลเมืองยึดครอง”

  1. It is a city-backed housing project.
  2. It is a city-occupied housing project.
  3. It is a housing-backed city project.
ดูคำตอบ

It is a city-backed housing project.

ไวยากรณ์

found themselves dealing with: ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ได้วางแผน

Found themselves dealing with ใช้โครงสร้าง find + สรรพนามสะท้อนกลับ + รูป -ing ในที่นี้หมายความว่าประเทศเหล่านั้นตกอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องรับมือกับเคอร์ฟิวและข้อจำกัดต่าง ๆ โดยไม่ได้เป็นผู้เลือกสถานการณ์นั้นเอง ใช้ find oneself doing เมื่อบุคคลหรือกลุ่มลงเอยด้วยการทำบางอย่าง หรือตระหนักว่านี่คือสถานการณ์ของตนในตอนนี้ โครงสร้างนี้มักสื่อถึงสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด ไม่พึงประสงค์ หรือค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ find oneself ที่สอดคล้องกับ Maya: After accepting a temporary role at the shelter, Maya ____ organizing supplies every weekend.

ดูคำตอบ

found herself

ลำดับความ

necessitating ... ในฐานะอนุประโยคบอกผลแบบกระชับ

อนุประโยค -ing ท้ายประโยค necessitating special transit or travel documents นำเสนอผลจากสถานการณ์ก่อนหน้าทั้งหมด เคอร์ฟิวและข้อจำกัดการเดินทางทำให้เอกสารเหล่านี้กลายเป็นสิ่งจำเป็น นี่คืออนุประโยคกริยารูป participle ที่ให้ข้อมูลเสริม โดยย่อความหมายของ which made special documents necessary ไว้โดยไม่ต้องขึ้นประโยคใหม่หรือกล่าวประธานซ้ำ สาเหตุที่เข้าใจได้คืออนุประโยคก่อนหน้าทั้งหมด ไม่ใช่คำนามที่อยู่ใกล้อย่าง documents

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยค -ing ท้ายประโยคได้ถูกต้องเพื่อแสดงผลจากสถานการณ์ก่อนหน้าทั้งหมด

  1. A storm blocked the only road, necessitating a two-hour detour.
  2. A storm blocked the only road, necessitating that drivers took a two-hour detour.
  3. A storm blocked the only road because necessitating a two-hour detour.
ดูคำตอบ

A storm blocked the only road, necessitating a two-hour detour.

If martial law is declared nationally,

4:25

หากมีการประกาศกฎอัยการศึกทั่วประเทศ

you'll need those documents to leave your home city

4:27

คุณจะต้องใช้เอกสารเหล่านั้นเพื่อออกจากเมืองที่อาศัยอยู่

and travel anywhere else

4:29

และเดินทางไปยังที่อื่น

and any foreign travel will have to be approved in advance. วลี

4:31

ส่วนการเดินทางไปต่างประเทศทุกครั้งต้องได้รับอนุมัติล่วงหน้า

วลี

approved in advance: การอนุมัติก่อนดำเนินการ

ในประโยคนี้ approved in advance หมายถึงการเดินทางไปต่างประเทศต้องได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการก่อนที่จะเกิดขึ้น รูปถูกกระทำ be approved ทำให้การเดินทางเป็นสิ่งที่ต้องได้รับอนุญาต in advance ระบุเวลาอย่างชัดเจนว่า ต้องมีการอนุมัติอยู่แล้วก่อนเริ่มดำเนินการ รูปแบบนี้ใช้ได้กับนโยบายที่กำกับการเดินทาง ค่าใช้จ่าย การลา หรือการเปลี่ยนแปลง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคนโยบายด้วยวลีที่หมายถึงต้องได้รับอนุญาตก่อนการเดินทาง: All international travel must be ____.

ดูคำตอบ

approved in advance

To enforce travel and movement restrictions,

4:34

เพื่อบังคับใช้ข้อจำกัดด้านการเดินทางและเคลื่อนที่

security checkpoints will be placed throughout your city

4:36

จะมีการตั้งด่านตรวจความปลอดภัยทั่วเมือง

in strategic areas.

4:38

ตามจุดยุทธศาสตร์ต่าง ๆ

If the emergency is bad enough

4:40

หากภาวะฉุกเฉินร้ายแรงถึงขั้น

that segregation of the population

4:41

จำเป็นต้องแยกประชากรออกจากกัน

and tight movement control is necessary,

4:43

และควบคุมการเคลื่อนที่อย่างเข้มงวด

you could even see entire streets closed off กริยาวลี

4:45

คุณอาจได้เห็นแม้กระทั่งถนนทั้งสายถูกปิด

กริยาวลี

closed off: ถูกปิดกั้นไม่ให้เข้าถึง

closed off หมายถึงถูกทำให้เข้าไม่ถึง จึงทำให้คนหรือยานพาหนะไม่สามารถเข้าไปหรือผ่านได้ entire streets คือสิ่งที่ได้รับผลกระทบ และกริยาช่องสาม closed บรรยายสภาพที่เกิดขึ้นหลังจากเจ้าหน้าที่วางสิ่งกีดขวางหรือข้อจำกัด คำประกอบ off เพิ่มความหมายของการแยกออกจากการเข้าถึงตามปกติ สำนวนนี้ใช้เป็น close an area off เพื่อบรรยายการกระทำ หรือ be closed off เพื่อบรรยายสภาพได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย phrasal verb เป้าหมายที่หมายถึงทำให้เข้าไม่ถึง: Because of a gas leak, police ____ the entire block.

ดูคำตอบ

closed off

and neighborhoods get barricaded. ไวยากรณ์

4:47

และย่านต่าง ๆ ถูกกั้นด้วยสิ่งกีดขวาง

ไวยากรณ์

get barricaded: รูปถูกกระทำ get + past participle

ในประโยคนี้ get + barricaded เป็นรูปถูกกระทำที่ใช้ get โดย neighborhoods เป็นฝ่ายรับการกระทำ ไม่ใช่ผู้กระทำ ส่วนเจ้าหน้าที่หรือบุคคลอื่นที่นำเครื่องกีดขวางมาตั้งไม่ได้ถูกระบุไว้ รูปถูกกระทำที่ใช้ get มักนำเสนอเหตุการณ์ว่าเป็นการเปลี่ยนไปสู่สภาพใหม่ ในที่นี้ ย่านต่าง ๆ เปลี่ยนจากสภาพที่เปิดให้ผ่านเป็นถูกปิดกั้นด้วยเครื่องกีดขวาง ดังนั้น get barricaded จึงไม่ได้หมายความว่าย่านเหล่านั้นได้รับเครื่องกีดขวางมาด้วยตัวเอง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปถูกกระทำที่ใช้ get สองคำของ barricade: During an emergency, some streets may ____ to control traffic.

ดูคำตอบ

get barricaded

This will be done in order to ensure ไวยากรณ์

4:49

การทำเช่นนี้มีขึ้นเพื่อให้แน่ใจ

that there are only a select amount

4:51

ว่าจะมีเส้นทางเพียงไม่กี่สาย

of avenues of travel through a city,

4:52

ที่ใช้เดินทางผ่านเมืองได้

which can be all overwatched

4:54

และทุกเส้นทางจะถูกเฝ้าตรวจตรา

by a series of security checkpoints.

4:56

ด้วยด่านตรวจความปลอดภัยหลายจุด

ไวยากรณ์

in order to ensure that: การแสดงจุดประสงค์ที่มุ่งหมาย

in order to ensure that ใช้บอกจุดประสงค์ โดยอธิบายว่าเหตุใดจึงมีการดำเนินการบางอย่าง ในที่นี้ มีการจำกัดถนนโดยมีเป้าหมายให้เหลือเส้นทางผ่านเมืองเพียงจำนวนจำกัด และให้ทุกเส้นทางสามารถถูกเฝ้าตรวจจากจุดตรวจความปลอดภัยได้ โครงสร้างคือ in order to + กริยารูปพื้นฐาน และในประโยคนี้ตามด้วย ensure + อนุประโยค that จึงเป็น in order to ensure that + เงื่อนไขที่ต้องการ โครงสร้างนี้บอกผลที่มุ่งหมาย ไม่ได้พิสูจน์ว่าผลนั้นเกิดขึ้นแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีบอกจุดประสงค์แบบเป็นทางการห้าคำที่หมายถึง “เพื่อให้แน่ใจว่า”: The backup system runs hourly ____ no records are lost.

ดูคำตอบ

in order to ensure that

In the United States,

4:58

ในสหรัฐอเมริกา

elections are protected by the Constitution

4:59

การเลือกตั้งได้รับความคุ้มครองจากรัฐธรรมนูญ

and thus martial law cannot stop

5:01

ดังนั้น กฎอัยการศึกจึงไม่อาจหยุด

or impede an election from happening.

5:03

หรือขัดขวางการเลือกตั้งได้

During the Civil War,

5:05

ในช่วงสงครามกลางเมือง

despite martial law having been established, ไวยากรณ์

5:06

แม้จะมีการประกาศกฎอัยการศึก

there were still two major elections.

5:08

ก็ยังคงมีการเลือกตั้งครั้งใหญ่สองครั้ง

ไวยากรณ์

despite martial law having been established (แม้จะมีการประกาศใช้กฎอัยการศึกแล้ว)

ในที่นี้ despite ใช้แสดงความยอมรับข้อเท็จจริงที่ขัดกับผลที่คาดไว้ กล่าวคือ มีการประกาศใช้กฎอัยการศึกแล้ว แต่ผลที่คาดว่าจะตามมากลับไม่ได้ขัดขวางการเลือกตั้งครั้งสำคัญสองครั้ง คำว่า still ในประโยคหลักยิ่งเน้นความขัดแย้งนี้ หลัง despite ภาษาอังกฤษใช้วลีนามหรือรูป -ing ไม่ได้ตามด้วยอนุประโยคที่มีประธานและกริยาแท้โดยตรง Having been established เป็นอนุประโยค -ing แบบ perfect passive โดย having been บอกว่าเหตุการณ์เกิดก่อน และ been established แสดงว่า martial law เป็นสิ่งที่ถูกประกาศใช้ ไม่ใช่ผู้กระทำ

แบบฝึกหัด

ใช้ despite / the permit / approve เติมประโยคด้วยอนุประโยค -ing แบบ perfect passive: ____, construction did not begin.

ดูคำตอบ

Despite the permit having been approved

Having strict travel restrictions though,

5:10

แต่ข้อจำกัดด้านการเดินทางที่เข้มงวด

could certainly impede the democratic process. วลี

5:12

ย่อมขัดขวางกระบวนการประชาธิปไตยได้

วลี

impede the democratic process (ขัดขวางกระบวนการประชาธิปไตย)

Impede the democratic process หมายถึงขัดขวางหรือทำให้ขั้นตอนที่ใช้ตัดสินใจตามระบอบประชาธิปไตย เช่น การลงคะแนนและการมีส่วนร่วมของประชาชน ดำเนินไปช้าลง impede สื่อถึงการแทรกแซงที่ทำให้ความคืบหน้ายากขึ้น แต่ไม่จำเป็นต้องหมายความว่ากระบวนการหยุดลงอย่างสิ้นเชิง นี่เป็นการใช้คำกริยาคู่กับกรรมแบบเป็นทางการในงานวิเคราะห์นโยบายหรือกิจการสาธารณะ impede มักรับกรรม เช่น a process, progress, access, development หรือ an investigation

แบบฝึกหัด

ประโยค “The restrictions may impede the democratic process.” มีความหมายที่แม่นยำที่สุดว่าอย่างไร

  1. ข้อจำกัดอาจทำให้ขั้นตอนทางประชาธิปไตยยากขึ้นหรือช้าลง
  2. ข้อจำกัดสร้างขั้นตอนทางประชาธิปไตยใหม่อย่างเป็นทางการ
  3. ข้อจำกัดจะยุติกิจกรรมทางประชาธิปไตยทั้งหมดโดยสิ้นเชิงอย่างแน่นอน
ดูคำตอบ

ข้อจำกัดอาจทำให้ขั้นตอนทางประชาธิปไตยยากขึ้นหรือช้าลง

Want to learn about some of the craziest laws

5:14

อยากรู้เกี่ยวกับกฎหมายสุดเพี้ยนบางข้อ

you might break during martial law?

5:16

ที่คุณอาจละเมิดระหว่างใช้กฎอัยการศึกไหม

Check out our video Crazy Laws

5:18

ลองดูวิดีโอ Crazy Laws ของเรา

that still exist around the world.

5:19

ว่าด้วยกฎหมายที่ยังมีอยู่ทั่วโลก

Or perhaps you'd prefer this other video instead.

5:21

หรือคุณอาจอยากดูวิดีโออีกอันนี้มากกว่า

Either way,

5:24

ไม่ว่าจะเลือกอันไหน

click one now.

5:25

คลิกเลยตอนนี้

At least you can still watch น้ำเสียง/เจตนา

5:26

อย่างน้อยในช่วงกฎอัยการศึก คุณก็ยังดู

your favorite YouTube channel during martial law.

5:27

ช่อง YouTube โปรดของคุณได้

น้ำเสียง/เจตนา

“At least” ในฐานะสิ่งปลอบใจที่มีอยู่อย่างจำกัด

ในที่นี้ “At least” ไม่ได้กำหนดค่าต่ำสุดเชิงตัวเลข แต่ใช้เกริ่นข้อเท็จจริงเชิงบวกหนึ่งอย่างที่ยังคงเป็นจริงท่ามกลางสถานการณ์ที่เลวร้ายหรือมีข้อจำกัด กล่าวคือ บุคคลนั้นยังดูช่องโปรดได้ การใช้ในเชิงวัจนปฏิบัตินี้เริ่มจากการยอมรับว่าสถานการณ์โดยรวมไม่ดี แล้วจึงปรับกรอบของตอนจบให้เน้นสิ่งปลอบใจที่มีอยู่อย่างจำกัด ผู้พูดไม่ได้อ้างว่าข้อดีนี้แก้ปัญหาได้ แต่กำลังเสนอเหตุผลเล็ก ๆ ให้รู้สึกดีขึ้น ซึ่งในบริบทนี้ยังสร้างอารมณ์ขันด้วย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่ยอมรับผลลัพธ์อันเลวร้ายและเกริ่นประเด็นเชิงบวกหนึ่งอย่างที่ยังเหลืออยู่: “The event was canceled, but ____ everyone got home safely.”

ดูคำตอบ

at least