Binomials คืออะไร? – มินิบทเรียนภาษาอังกฤษ: บทเรียนภาษาอังกฤษ
British Council | English
ภาพรวมวิดีโอ: บทเรียนนี้อธิบายสำนวนคู่ที่เชื่อมคำสองคำเข้าด้วยกันด้วยลำดับตายตัวและรูปแบบการลงเสียงที่เป็นธรรมชาติ โดยใช้ตัวอย่างเกี่ยวกับเวลาเพื่อแสดงว่าความหมาย สัมผัส การซ้ำเสียงต้น และการซ้ำคำช่วยให้สำนวนฟังเป็นธรรมชาติอย่างไร ก่อนปิดท้ายด้วยการชวนแบ่งปันประสบการณ์ไม่ว่าผลจะเป็นแบบใด ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. Sooner or later, — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: เข้าใจสำนวนลำดับตายตัวนี้ในความหมายว่า “ไม่ช้าก็เร็ว” หรือ “ในที่สุด” ไม่ใช่การเปรียบเทียบเวลาสองช่วงตามตัวอักษร และนำไปใช้คาดการณ์อย่างเป็นธรรมชาติว่าเหตุการณ์ การเปลี่ยนแปลง หรือหน้าที่บางอย่างจะต้องเกิดขึ้นในอนาคต 2. binomial pairs. — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เรียนรู้ศัพท์ภาษาศาสตร์ที่หมายถึงคำสองคำซึ่งตามธรรมเนียมเชื่อมด้วยคำสันธานหรือคำบุพบท โดยมักมีลำดับและรูปแบบการลงเสียงที่แน่นอน จึงแยกแยะได้ว่าเหตุใดการสลับคำจึงทำให้วลีที่ถูกไวยากรณ์ฟังไม่เป็นธรรมชาติ 3. good or bad, win or lose, — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: สังเกตว่าคู่ทางเลือกสองชุดที่วางขนานกันครอบคลุมผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ทั้งหมดอย่างไร และใช้รูปแบบกระชับนี้เพื่อบอกว่าคำเชิญ การตัดสินใจ หรือท่าทีหนึ่งยังใช้ได้ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นเช่นไร พร้อมสร้างจังหวะที่สมดุลและจำง่าย
คำอธิบายในบทเรียนนี้
My friends always tell me, "Gabriel, you're boring.
0:00เพื่อนๆ มักจะบอกฉันเสมอว่า "กาเบรียล นายนี่น่าเบื่อจัง
Sooner or later, you're going to have to live a little. โน้ต
0:03ไม่ช้าก็เร็ว นายก็ต้องใช้ชีวิตให้คุ้มบ้างนะ
Sooner or later: วลีตายตัวที่แปลว่า “ไม่ช้าก็เร็ว”
Sooner or later หมายถึง ไม่รู้เวลาที่แน่นอน แต่คาดว่าเหตุการณ์นั้นจะเกิดขึ้นในที่สุด ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวกำหนดกรอบเวลาของความจำเป็นที่ตามมา ไม่ได้เปรียบเทียบเวลาที่เร็วกว่าและช้ากว่า วลีนี้เป็นวลีคู่ที่มีลำดับคำตายตัว โดยรูปที่ใช้ตามปกติคือ sooner or later ไม่ใช่ later or sooner วลีนี้ทำหน้าที่เป็นคำวิเศษณ์บอกเวลาและมักวางไว้ต้นหรือท้ายประโยค
แบบฝึกหัด
เติมวลีตายตัวสามคำที่หมายถึง “ไม่รู้ว่าเมื่อไร แต่จะเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้” ลงในประโยค: ____, we'll need to replace this battery.
ดูคำตอบ
Sooner or later
be going to have to + คำกริยารูปพื้นฐาน: ความจำเป็นในอนาคตที่คาดไว้
be going to have to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึง คาดว่าจะเกิดความจำเป็นบางอย่างในอนาคต ในตัวอย่าง you're ย่อมาจาก you are ดังนั้นโครงสร้างเต็มคือ you are going to have to live ส่วน have to หมายถึง “จำเป็นต้องทำเพราะข้อกำหนดหรือสถานการณ์” ไม่ได้หมายถึง “มีหรือเป็นเจ้าของ” มีเพียง be ที่เปลี่ยนตามประธาน เช่น I’m going to have to, she’s going to have to และ they’re going to have to หลัง to ตัวที่สองต้องใช้คำกริยารูปพื้นฐาน โครงสร้างนี้มักนำเสนอความจำเป็นว่าเป็นผลที่น่าจะเกิดจากสถานการณ์ จึงอาจฟังเหมือนคำเตือนที่หนักแน่นหรือคำแนะนำ
แบบฝึกหัด
สะพานข้างหน้าปิดอยู่แล้ว เติมโครงสร้างสี่คำที่นำเสนอความจำเป็นในอนาคตว่าเป็นผลจากสิ่งที่เห็นอยู่ตอนนี้: We're ____ take a different road.
ดูคำตอบ
going to have to
live a little: ผ่อนคลายและสนุกกับชีวิต
live a little เป็นสำนวนไม่เป็นทางการที่ใช้ชวนให้อีกฝ่ายผ่อนคลาย สนุกกับชีวิต หรือลองทำสิ่งใหม่ที่น่าสนุก ไม่ได้หมายถึงการมีชีวิตอยู่เพียงช่วงสั้น ๆ ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังกระตุ้นให้อีกฝ่ายเลิกระมัดระวังมากเกินไปอย่างนุ่มนวล สำนวนนี้อาจฟังดูเป็นการให้กำลังใจ แต่ก็อาจมีน้ำเสียงหยอกว่าอีกฝ่ายจริงจังหรือระวังตัวมากเกินไปด้วย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ live a little อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อชวนให้อีกฝ่ายสนุกกับชีวิตบ้าง?
- You've studied all week—come to the picnic and live a little!
- With more water, the plant may live a little longer.
- The doctor said the patient might live a little longer.
ดูคำตอบ
You've studied all week—come to the picnic and live a little!
getting on: อายุมากขึ้น
ในที่นี้ be getting on หมายถึง “อายุมากขึ้น” หรือ “ไม่หนุ่มสาวแล้ว” รูป be + getting แสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ค่อย ๆ เกิดขึ้น คำพูดนี้ยังสื่อว่าเวลากำลังผ่านไป จึงไม่ควรเลื่อนประสบการณ์ใหม่ ๆ ออกไปเรื่อย ๆ ความหมายเกี่ยวกับอายุแบบนี้พบได้บ่อยเป็นพิเศษในภาษาอังกฤษแบบบริติชที่ไม่เป็นทางการ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ getting on ในความหมายว่า “อายุมากขึ้น”?
- My uncle is getting on well with his new teammates.
- My uncle is getting on the bus at the next stop.
- My uncle is getting on, but he still hikes every weekend.
ดูคำตอบ
My uncle is getting on, but he still hikes every weekend.
now or never: โอกาสสุดท้ายที่จะลงมือทำ
now or never เป็นสำนวนแบบสองทางเลือกที่มีลำดับคำตายตัว หมายความว่าต้องลงมือทำทันที ไม่อย่างนั้นโอกาสจะหายไป ใน It's now or never ผู้พูดนำเสนอช่วงเวลานี้ว่าเป็นโอกาสจริงครั้งสุดท้าย จึงสร้างความรู้สึกเร่งด่วน ลำดับคำต้องเป็น now or never ไม่ใช่ never or now สามารถใช้โครงสร้างเต็ม It's now or never เมื่อการตัดสินใจหรือการกระทำไม่อาจเลื่อนออกไปได้โดยไม่เสียโอกาส
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึงต้องลงมือทำตอนนี้ ไม่อย่างนั้นจะเสียโอกาส: Registration closes in one minute, so it's ____.
ดูคำตอบ
now or never
Slow and steady: ความก้าวหน้าที่สม่ำเสมอ
Slow and steady เป็นคู่คำคุณศัพท์ที่ใช้กันเป็นปกติเพื่อบรรยายวิธีทำงานที่ไม่รวดเร็ว แต่ควบคุมได้ ไว้ใจได้ และดำเนินต่อเนื่อง ในที่นี้ steady หมายถึงสม่ำเสมอและต่อเนื่อง ไม่ได้หมายถึงอยู่นิ่ง วลีนี้ชวนให้นึกถึงสุภาษิต Slow and steady wins the race การเติม doesn't always ทำให้ประโยคตั้งคำถามกับแนวคิดที่ว่าวิธีนี้รับประกันความสำเร็จ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้สำนวนทั่วไปสำหรับความก้าวหน้าที่ไม่รวดเร็วแต่ยังคงสม่ำเสมอ?
- Her slow and still progress helped her finish the long project.
- Her slow and steady progress helped her finish the long project.
- Her steady and slow progress helped her finish the long project.
ดูคำตอบ
Her slow and steady progress helped her finish the long project.
a bore: คนที่ทำให้ผู้อื่นรู้สึกเบื่อ
ในที่นี้ a bore เป็นคำนามนับได้ หมายถึงคนที่คนอื่นรู้สึกว่าน่าเบื่อหรือฟังแล้วเหนื่อยหน่าย ในโครงสร้าง be a bore ต้องใช้คำนำหน้านาม a เพราะ bore ใช้เรียกคนหนึ่งคน คำนี้บอกผลที่คนคนนั้นมีต่อผู้อื่น ไม่ได้หมายความว่าตัวเขาเองกำลังรู้สึกเบื่อ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ a bore เพื่อหมายถึงคนที่ทำให้ผู้อื่นรู้สึกเบื่อ
- Everyone thought Leo was a bore because he repeated the same story for an hour.
- The children were bored while they waited.
- The long announcement was boring.
ดูคำตอบ
Everyone thought Leo was a bore because he repeated the same story for an hour.
forever and ever: เน้นว่าเป็นเวลานานมาก
Forever and ever เป็นสำนวนเน้นความหมายแบบตายตัว หมายถึง “เป็นเวลานานมาก” หรือ “ไม่มีวันสิ้นสุด” การเติม and ever หลัง forever ทำให้น้ำเสียงมีอารมณ์และความรู้สึกน่าตื่นเต้นมากขึ้น ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวพูดเกินจริงเพื่อเน้นว่าสถานการณ์อาจดำเนินต่อไปนานเพียงใด ไม่จำเป็นต้องหมายถึงชั่วนิรันดร์ตามตัวอักษร
แบบฝึกหัด
ในประโยค The wait seemed to go on forever and ever สำนวนนี้น่าจะหมายความว่าอะไร
- การรอเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก
- การรอให้ความรู้สึกว่ายาวนานมาก
- การรอมีระยะเวลาที่แน่นอนและไม่มีที่สิ้นสุด
ดูคำตอบ
การรอให้ความรู้สึกว่ายาวนานมาก
Now and then: การพูดว่า “เป็นครั้งคราว”
“Now and then” เป็นวลีตายตัวที่แปลว่า “บางครั้ง” หรือ “เป็นครั้งคราว” ใช้บอกว่าบางสิ่งเกิดขึ้น แต่ไม่ได้เกิดบ่อย ต้องเข้าใจวลีนี้เป็นคำเดียวกันทั้งชุด ไม่ได้หมายถึงเวลาสองช่วงที่แยกกันคือ “ตอนนี้” และ “ตอนนั้น” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกความถี่ที่อาจจำเป็นต้องเสี่ยง เมื่อวางไว้ต้นประโยค ปกติจะตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค และยังวางไว้ท้ายประโยคได้ด้วย
แบบฝึกหัด
เติมวลีสามคำที่แปลว่า “เป็นครั้งคราว” ให้ประโยคสมบูรณ์: I visit that little bookshop ____.
ดูคำตอบ
now and then
You've got to + คำกริยารูปพื้นฐาน: การบอกความจำเป็นในภาษาพูด
“You've got to + คำกริยารูปพื้นฐาน” เป็นโครงสร้างที่ใช้บ่อยในภาษาพูดเพื่อบอกว่าบางสิ่งจำเป็น มีความหมายใกล้เคียงกับ “you have to” ในประโยคนี้เป็นคำแนะนำที่หนักแน่นว่า บางครั้งการเสี่ยงก็เป็นสิ่งจำเป็น ให้เข้าใจ “have got to” เป็นโครงสร้างเดียวกัน ในที่นี้ got ไม่ได้แปลว่า “ได้รับ” หรือ “ได้มา” และหลัง to ใช้คำกริยารูปพื้นฐาน take
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้างบอกความจำเป็นในภาษาพูดจากบทเรียนนี้ให้ตรงรูป: ____ check both ways before you cross the road.
ดูคำตอบ
You've got to
take risks: คำที่ใช้คู่กันอย่างเป็นธรรมชาติเพื่อสื่อถึงการยอมรับความไม่แน่นอน
Take risks เป็นคำกริยาและคำนามที่ใช้คู่กันอย่างเป็นธรรมชาติ หมายถึงการเลือกทำสิ่งที่มีผลลัพธ์ไม่แน่นอนและอาจทำให้เกิดความสูญเสียหรือความล้มเหลว ในประโยคนี้หมายถึง บางครั้งเราต้องยอมรับความไม่แน่นอนนั้นและลงมือทำต่อไป risk เป็นคำนามนับได้ในที่นี้ ใช้ take a risk เมื่อพูดถึงการเสี่ยงที่เฉพาะเจาะจงหนึ่งครั้ง และใช้ take risks เมื่อพูดถึงการเสี่ยงโดยทั่วไปหรือมากกว่าหนึ่งครั้ง ส่วน do risks และ make risks ไม่ใช่สำนวนภาษาอังกฤษที่เป็นธรรมชาติ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ take กับรูปพหูพจน์ของ risk: To find a better way, we sometimes have to ____.
ดูคำตอบ
take risks
binomial pairs: กลุ่มคำสองคำที่มีตัวเชื่อมและลำดับตามธรรมเนียม
ในที่นี้ binomial pairs เป็นศัพท์ในการเรียนภาษา หมายถึงสำนวนที่ประกอบด้วยคำสองคำเชื่อมกันด้วยคำสันธาน หรือบางครั้งด้วยคำบุพบท คำทั้งสองมักปรากฏร่วมกันตามลำดับที่ใช้กันเป็นปกติ เช่น now or never และ sooner or later binomial อาจเป็นศัพท์ทางคณิตศาสตร์ได้เช่นกัน แต่ไม่ใช่ความหมายในประโยคนี้ ประโยคนี้กล่าวถึงการฝึกกลุ่มคำภาษาอังกฤษ
แบบฝึกหัด
สำนวนใดเป็น binomial pair ที่เชื่อมคำหลักสองคำด้วยคำสันธานและโดยปกติใช้ตามลำดับนี้?
- very quickly
- open the window
- now or never
ดูคำตอบ
now or never
consist of: บอกส่วนประกอบของสิ่งหนึ่ง
Consist of หมายความว่าสิ่งที่เป็นองค์รวมเกิดจากส่วนต่าง ๆ ที่ระบุหลัง of ประธานบอกว่าองค์รวมคืออะไร และกลุ่มคำนามหลัง of บอกส่วนประกอบของมัน ในตัวอย่าง binomial pairs คือองค์รวม ส่วน two words คือส่วนประกอบ เราสามารถใช้โครงสร้างนี้อธิบายได้ว่าสิ่งอื่น ๆ ประกอบด้วยอะไรบ้าง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ consist of: The science club ____ twelve members.
ดูคำตอบ
consists of
The conjunction or preposition is normally unstressed
0:35โดยปกติคำสันธานหรือคำบุพบทจะไม่ออกเสียงเน้นหนัก
is also fixed: ลำดับโดยปกติเปลี่ยนไม่ได้
ในที่นี้ is fixed หมายความว่าลำดับคำถูกกำหนดไว้แล้วและโดยปกติไม่สามารถเปลี่ยนได้ fixed ใช้อธิบายกฎหรือการจัดวาง ไม่ได้หมายถึงสิ่งของที่ได้รับการซ่อมแล้ว คำว่า also บอกว่านี่เป็นอีกหนึ่งลักษณะที่เพิ่มจากลักษณะที่กล่าวถึงก่อนหน้า ไม่ใช่ลักษณะแรกที่พูดถึง
แบบฝึกหัด
ในประโยค The word order is fixed คำว่า fixed หมายความว่าอะไร?
- โดยปกติมันเปลี่ยนไม่ได้
- มันได้รับการซ่อมแล้ว
- มันฟังได้ยาก
ดูคำตอบ
โดยปกติมันเปลี่ยนไม่ได้
we don't say: แก้สำนวนภาษาอังกฤษอย่างนุ่มนวล
ในชั้นเรียนภาษาอังกฤษ we don't say + สำนวน หมายความว่าสำนวนนั้นไม่ใช่รูปแบบที่ใช้กันทั่วไปหรือเป็นมาตรฐานในภาษาอังกฤษ คำว่า we ในที่นี้หมายถึงผู้ใช้ภาษาอังกฤษโดยรวมและธรรมเนียมการใช้ภาษาร่วมกัน ไม่ได้หมายถึงเฉพาะคนที่อยู่ในห้อง โครงสร้างนี้ใช้แก้ถ้อยคำโดยไม่พูดตรง ๆ ว่า “คุณผิด” และมักตามด้วยรูปแบบที่เป็นธรรมชาติกว่า เช่น We don't say X; we say Y.
แบบฝึกหัด
ในชั้นเรียนภาษาอังกฤษ “We don't say X” มักหมายความว่าอย่างไร?
- X ไม่ใช่รูปแบบที่ใช้กันทั่วไปหรือเป็นมาตรฐานในบริบทนี้
- ผู้ใช้ภาษาอังกฤษไม่สามารถออกเสียง X ได้ทางกายภาพ
- เฉพาะคนที่อยู่ในห้องเท่านั้นที่ถูกห้ามไม่ให้พูด X
ดูคำตอบ
X ไม่ใช่รูปแบบที่ใช้กันทั่วไปหรือเป็นมาตรฐานในบริบทนี้
sound natural: ใช้ sound + คำคุณศัพท์เพื่อประเมินถ้อยคำ
ในที่นี้ sound เป็นกริยาเชื่อมที่หมายถึง “ให้ความรู้สึกอย่างหนึ่งเมื่อได้ยิน” ใน sound natural คำว่า natural อธิบายความรู้สึกที่ได้จากประโยคหรือสำนวน คือถ้อยคำนั้นฟังดูปกติและเป็นธรรมชาติ ในโครงสร้างนี้ sound เชื่อมประธานเข้ากับคำอธิบาย จึงตามด้วยคำคุณศัพท์ natural
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย sound + รูปที่ถูกต้องของ natural: After one small edit, the sentence should ____.
ดูคำตอบ
sound natural
super idiomatic: เป็นธรรมชาติและเป็นไปตามแบบที่ภาษาอังกฤษนิยมใช้มาก
ใน super idiomatic คำว่า super เป็นคำเพิ่มระดับแบบไม่เป็นทางการ หมายถึง “มาก” หรือ “อย่างยิ่ง” ส่วน idiomatic เป็นคำคุณศัพท์ที่บอกว่าภาษานั้นเป็นไปตามรูปแบบภาษาอังกฤษที่คุ้นเคยและเป็นธรรมชาติ ในที่นี้ idiomatic ไม่ได้หมายความว่าถ้อยคำนั้นต้องมี idiom อยู่ด้วยเสมอ กลุ่มคำหรือประโยคหนึ่งอาจเป็น idiomatic ได้ เพียงเพราะผู้พูดภาษาอังกฤษมักใช้วิธีนั้นในการสื่อความคิดดังกล่าว
แบบฝึกหัด
“The wording is super idiomatic” หมายความว่าอย่างไร?
- ถ้อยคำนั้นมีสำนวนที่ไม่ได้แปลตรงตัวอยู่หนึ่งสำนวนพอดี
- ถ้อยคำนั้นเหมาะกับงานเขียนเชิงวิชาการที่เป็นทางการเท่านั้น
- ถ้อยคำนั้นฟังดูเป็นธรรมชาติมากและเป็นไปตามการใช้ภาษาอังกฤษทั่วไป
ดูคำตอบ
ถ้อยคำนั้นฟังดูเป็นธรรมชาติมากและเป็นไปตามการใช้ภาษาอังกฤษทั่วไป
and while they won't make you the life and soul of the party, โน้ต
0:54และแม้ว่ามันอาจจะไม่ถึงกับทำให้นายเป็นจุดเด่นของงานปาร์ตี้
the life and soul of the party: คนที่สร้างสีสันให้งานปาร์ตี้
the life and soul of the party หมายถึงคนที่ร่าเริงและสร้างความสนุกสนานมากที่สุดในงานสังสรรค์ คือคนที่ชวนให้ผู้อื่นพูดคุย หัวเราะ หรือเข้าร่วมกิจกรรม คำว่า life และ soul ในที่นี้ไม่ได้ใช้ตามความหมายตรงตัว ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวอยู่หลัง make you และบอกว่าคุณจะกลายเป็นคนแบบใด ผู้พูดใช้การพูดเกินจริงแบบขำ ๆ เพื่อสื่อว่า การเรียนรู้สำนวนเหล่านี้ช่วยได้ แต่ไม่ได้ทำให้คุณกลายเป็นศูนย์กลางของทุกงานปาร์ตี้โดยอัตโนมัติ
แบบฝึกหัด
Leah แนะนำให้ทุกคนรู้จักกัน เล่าเรื่องขำ ๆ และชวนแขกเต้นรำ ประโยคใดบรรยายเธอได้ดีที่สุด
- Leah is the host of the party.
- Leah is the life and soul of the party.
- Leah is waiting for the party to end.
ดูคำตอบ
Leah is the life and soul of the party.
while they won't ... they will: ยอมรับข้อจำกัดก่อนเน้นประโยชน์
ใน while they won't ..., they will ... คำว่า while นำเสนอการยอมรับข้อจำกัดและการเปรียบต่าง ไม่ได้บอกความสัมพันธ์ด้านเวลา อนุประโยคแรกยอมรับข้อจำกัด ส่วนอนุประโยคที่สองใช้ will เพื่อเน้นผลดีที่ยังคงได้รับ รูปแบบนี้ช่วยจัดข้อความให้สมดุล: while X won't do A, it will do B การวาง won't กับ will ให้ขนานกันทำให้เห็นการเปลี่ยนจากข้อจำกัดไปสู่ประโยชน์ได้ง่าย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ while ... won't ..., ... will ... เพื่อยอมรับข้อจำกัดก่อน แล้วจึงเน้นประโยชน์?
- While the guide is open, the screen will stay bright.
- While the guide won't answer every question, it will help you get started.
- While I was reading the guide, my sister made some tea.
ดูคำตอบ
While the guide won't answer every question, it will help you get started.
make you sound natural: make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน + คำคุณศัพท์
ใน make you sound natural คำว่า make หมายถึง “ทำให้เกิดผลอย่างหนึ่ง” โครงสร้างที่ใช้ตรงนี้คือ make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน + คำคุณศัพท์ โดย you เป็นกรรม sound เป็นกริยารูปพื้นฐาน และ natural บอกลักษณะความรู้สึกที่ผู้ฟังได้รับ หลัง make ในโครงสร้างประธานเป็นผู้กระทำ ให้ใช้กริยารูปพื้นฐานโดยไม่มี to จึงต้องพูดว่า make you sound ไม่ใช่ make you to sound และเพราะ sound เป็นกริยาเชื่อมในที่นี้ จึงใช้คำคุณศัพท์ natural ไม่ใช่คำวิเศษณ์ naturally
แบบฝึกหัด
ใช้ make, your voice และ sound ตามลำดับที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: A good microphone can ____ clearer.
ดูคำตอบ
make your voice sound
go through: ตรวจดูทีละข้อ
ในประโยคที่ใช้ในชั้นเรียนนี้ go through หมายถึงการตรวจดูหรืออธิบายสิ่งต่าง ๆ ตามลำดับ คำว่า them หมายถึงหัวข้อที่กล่าวถึงไปแล้ว ผู้พูดจึงกำลังชวนให้ทุกคนพิจารณาทีละข้อ Go through เป็นกริยาวลีที่ความหมายขึ้นอยู่กับกรรมและบริบท ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนผ่านสถานที่หรือการเผชิญประสบการณ์ที่ยากลำบาก
แบบฝึกหัด
ครูพูดว่า “Let's go through the answers one by one.” จากนั้นทั้งชั้นจะทำอะไร?
- เดินผ่านพื้นที่จริง
- ตรวจคำตอบตามลำดับ
- เผชิญประสบการณ์ที่ยากลำบาก
ดูคำตอบ
ตรวจคำตอบตามลำดับ
Let's have a look at some binomial pairs relating to time. วลี
1:02มาดูคำคู่ที่เกี่ยวกับเวลากันสักหน่อย
have a look at: ชวนให้ดูอย่างเป็นมิตร
have a look at เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึงการดูหรือตรวจบางสิ่งสั้น ๆ คำว่า have เป็นส่วนหนึ่งของสำนวนนี้ และไม่ได้หมายถึง “มีไว้ครอบครอง” Let's have a look at... เป็นการชวนอย่างเป็นมิตรและช่วยนำเข้าสู่หัวข้อถัดไปอย่างเป็นธรรมชาติ โดยมักฟังดูตรงน้อยกว่าคำสั่ง Look at...
แบบฝึกหัด
ประโยคใดชวนให้กลุ่มดูภาพถัดไปได้อย่างเป็นธรรมชาติ?
- Let's have a look at the next picture.
- Let's have a look to the next picture.
- Let's look for the next picture.
ดูคำตอบ
Let's have a look at the next picture.
relating to: ใช้บอกหัวข้อที่คำนามเกี่ยวข้อง
ในที่นี้ relating to time วางหลัง some binomial pairs เพื่อบอกว่ากำลังพูดถึงคู่แบบใด นั่นคือคู่ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อเรื่องเวลา จึงช่วยจำกัดขอบเขตของนามวลีให้เหลือหัวข้อเฉพาะ relating to หมายถึง “ที่เกี่ยวข้องกับ” หรือ “เกี่ยวกับ” ในโครงสร้างนี้ to เป็นคำบุพบท จึงตามด้วยคำนามหรือนามวลี เช่น relating to school หรือ relating to this topic
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ที่เกี่ยวข้องกับ”: We discussed several questions ____ health.
ดูคำตอบ
relating to
Sooner or later, you're going to have to live a little.
1:09Sooner or later, you're going to have to live a little. (ไม่ช้าก็เร็ว นายก็ต้องใช้ชีวิตให้คุ้มบ้างนะ)
Eventually, I'm going to have to start living a little.
1:15ในท้ายที่สุด ฉันก็คงต้องเริ่มใช้ชีวิตให้คุ้มบ้างแล้วล่ะ
This one's cool because sooner and later rhyme.
1:18คำนี้น่าสนใจตรงที่ sooner กับ later มันคล้องจองกัน
if you don't... now, you'll never...: ใช้เตือนอย่างเร่งด่วน
อนุประโยค if ให้เงื่อนไขว่าไม่ลงมือทำตอนนี้ โดยใช้รูปปัจจุบัน don't do ส่วนประโยคหลักใช้ you'll (you will) ร่วมกับ never เพื่อบอกผลที่จะเกิดขึ้นในอนาคต รูปแบบนี้ทำให้ผลลัพธ์กลายเป็นคำเตือนหรือการโน้มน้าวที่หนักแน่น never แสดงว่าการเสียโอกาสนั้นเป็นผลที่เด็ดขาด จึงสร้างความเร่งด่วนมากกว่า won't หรือ may not
แบบฝึกหัด
รูปแบบ if you don't... now, you'll never... ให้ผลในการสื่อสารหลักอย่างไร?
- เป็นการบอกอย่างเป็นกลางว่าสามารถทำสิ่งนั้นเมื่อใดก็ได้
- เป็นคำเตือนอย่างหนักแน่นว่าการพลาดโอกาสตอนนี้จะทำให้ไม่สามารถลงมือทำได้ในภายหลัง
- เป็นการบรรยายการกระทำที่เสร็จสิ้นไปแล้วในอดีต
ดูคำตอบ
เป็นคำเตือนอย่างหนักแน่นว่าการพลาดโอกาสตอนนี้จะทำให้ไม่สามารถลงมือทำได้ในภายหลัง
Slow and steady doesn't always win the race.
1:46Slow and steady doesn't always win the race. (ช้าแต่มั่นคงก็ไม่ได้ชนะเสมอไป)
slow and steady wins the race: สุภาษิตเกี่ยวกับความพยายามอย่างสม่ำเสมอ
“Slow and steady wins the race” เป็นสุภาษิต หมายความว่าความพยายามที่อดทนและสม่ำเสมอสามารถนำไปสู่ความสำเร็จได้ แม้ความก้าวหน้าจะไม่รวดเร็ว “The race” อาจแทนเป้าหมายระยะยาวใด ๆ ก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นการแข่งขันจริง เนื่องจากถ้อยคำนี้เป็นที่รู้จักกันแพร่หลาย ผู้พูดจึงอาจจงใจดัดแปลง เช่น เติม “doesn’t always” เพื่อโต้แย้งคำสอนเดิมหรือเล่นกับถ้อยคำ ผู้ฟังต้องรู้จักสุภาษิตต้นฉบับจึงจะเข้าใจผลของการดัดแปลงนี้
แบบฝึกหัด
เติมสุภาษิตที่รู้จักกันดีเกี่ยวกับความพยายามอย่างอดทนและสม่ำเสมอให้สมบูรณ์: Slow and steady ____.
ดูคำตอบ
wins the race
doing something consistently over time ในฐานะกลุ่มคำ gerund ที่เป็นประธาน
“Doing” เปลี่ยนการกระทำให้เป็นสิ่งหรือกิจกรรมหนึ่งที่ประโยคสามารถกล่าวถึงได้ วลีทั้งหมด “doing something consistently over time” เป็นกลุ่มคำ gerund และทำหน้าที่เป็นประธานของ “is” ในอนุประโยคที่มี “that” “Consistently” หมายถึงอย่างสม่ำเสมอและคงที่ “Over time” หมายถึงตลอดช่วงเวลาหนึ่งหรือเมื่อเวลาผ่านไป ไม่ได้หมายถึง “เกินเวลาที่กำหนด” วลีทั้งหมดนี้มีประโยชน์เมื่อต้องการพูดถึงนิสัย วิธีการ และผลลัพธ์ที่ค่อย ๆ เกิดขึ้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้กลุ่มคำ -ing เป็นประธานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอกิจกรรมระยะยาวเป็นแนวคิดเดียว?
- She practises consistently over time builds confidence.
- Practising consistently over time builds confidence.
- Practise consistently over time builds confidence.
ดูคำตอบ
Practising consistently over time builds confidence.
Next up: การเปลี่ยนไปยังหัวข้อถัดไป
Next up เป็นคำเชื่อมแบบไม่เป็นทางการที่ใช้ประกาศหัวข้อถัดไปในรายการ บทเรียน รายการแสดง หรือการนำเสนอ ในประโยคนี้ คำดังกล่าวบอกผู้ฟังว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนไปพูดถึง “forever and ever” วลีนี้ให้ความรู้สึกเหมือนผู้ดำเนินรายการ ไม่ได้เพียงบอกว่าสิ่งใดอยู่ลำดับถัดไป แต่ยังส่งสัญญาณว่าเนื้อหากำลังเปลี่ยนจากหัวข้อก่อนหน้าไปยังหัวข้อที่จะกล่าวถึงตอนนี้ด้วย up เป็นส่วนหนึ่งของวลีเชื่อมที่ใช้เป็นชุด และไม่ได้หมายถึง “ขึ้นด้านบน”
แบบฝึกหัด
พิธีกรเพิ่งแนะนำการแสดงหนึ่งชุด ประโยคใดใช้แนะนำการแสดงชุดถัดไปได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- ต่อไปคือ Maya
- การแสดงจบลงเมื่อวานนี้
- เราต้องเดินขึ้นชั้นบน
ดูคำตอบ
ต่อไปคือ Maya
ever and ever and ever and ever and ever and ever and ever and ever.
1:59ever and ever and ever and ever and ever and ever and ever and ever.
You can't be a bore forever and ever.
2:02You can't be a bore forever and ever. (นายจะเป็นคนน่าเบื่อตลอดไปไม่ได้หรอกนะ)
I can't spend my whole life being boring. ไวยากรณ์
2:07ฉันจะใช้ชีวิตทั้งชีวิตไปกับความน่าเบื่อไม่ได้หรอก
spend my whole life being: โครงสร้าง spend + เวลา + -ing
ใน spend my whole life being boring หลัง spend จะตามด้วยช่วงเวลา my whole life แล้วจึงตามด้วยรูป -ing คือ being โครงสร้าง spend + เวลา + -ing หมายถึงใช้เวลาช่วงนั้นทำบางอย่างหรืออยู่ในสภาพใดสภาพหนึ่ง หลังวลีบอกเวลาให้ใช้ being ไม่ใช่ to be: spend my whole life being boring วลีบอกเวลาสามารถเปลี่ยนได้ เช่น spend the afternoon reading หรือ spend the weekend being quiet
แบบฝึกหัด
ใช้รูป -ing ของ be เพื่อเติมโครงสร้าง spend + เวลา + -ing ให้สมบูรณ์: I don't want to spend the whole weekend ____ bored.
ดูคำตอบ
being
Repeating ever makes it sound long and unending.
2:20การพูดคำว่า ever ซ้ำๆ ทำให้มันฟังดูยาวนานและไม่มีที่สิ้นสุด
Now and then, you've got to take risks.
2:27Now and then, you've got to take risks. (บางครั้งนายก็ต้องกล้าเสี่ยงบ้าง)
These binomial pairs are great for talking about processes, วลี
2:39คำคู่เหล่านี้เหมาะมากสำหรับใช้พูดถึงกระบวนการ
great for talking about: โครงสร้าง be great for + -ing
Be great for + คำนามหรือกริยารูป -ing ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งมีประโยชน์มากหรือเหมาะกับจุดประสงค์บางอย่าง ในที่นี้หมายถึงคำคู่เหล่านี้เหมาะสำหรับใช้พูดถึงกระบวนการ For เป็นคำบุพบท ดังนั้นกริยาที่ตามหลังต้องเป็นรูป -ing จึงใช้ great for talking about ไม่ใช่ great for talk about หรือ great for to talk about
แบบฝึกหัด
ใช้รูปที่ถูกต้องของ talk เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: This chart is great for ____ about changes.
ดูคำตอบ
talking
over to you: ส่งต่อคิวให้ผู้อื่น
Over to you เป็นวลีสำหรับส่งต่อหน้าที่หรือคิวให้ผู้อื่น โดยบอกว่าอีกฝ่ายเป็นผู้พูด ตอบ หรือทำขั้นตอนถัดไป ใน So, over to you ผู้พูดได้จบส่วนของตนแล้วและเชิญให้ผู้ฟังมีส่วนร่วม คำว่า over ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่จริง
แบบฝึกหัด
ผู้นำเสนอพูดจบแล้วและต้องการให้ Alex พูดต่อ ประโยคใดเหมาะสม?
- That's my part. I'll keep speaking, Alex.
- That's my part. Over to you, Alex.
- That's my part. Please wait outside, Alex.
ดูคำตอบ
That's my part. Over to you, Alex.
it's time for + นามวลี
โครงสร้าง It's time for + นามวลี ใช้บอกว่ากิจกรรม เหตุการณ์ มื้ออาหาร หรือช่วงหนึ่งของกำหนดการควรเริ่มได้แล้ว ในประโยคนี้ a little show and tell คือชื่อของกิจกรรมที่กำลังจะเริ่ม หลัง for ต้องตามด้วยคำนามหรือนามวลี ไม่ใช่คำกริยารูปพื้นฐาน
แบบฝึกหัด
เติมหนึ่งคำเพื่อบอกว่ากิจกรรมที่กล่าวถึงควรเริ่มได้แล้ว: It's time ____ the next activity.
ดูคำตอบ
for
show and tell: กิจกรรมแสดงของและอธิบาย
show and tell เป็นกิจกรรมในโรงเรียนประถมหลายแห่งที่ใช้ภาษาอังกฤษ เด็กจะนำสิ่งของมาแสดงให้กลุ่มดู แล้วอธิบายว่ามันคืออะไร ทำไมจึงสำคัญ หรือมีเรื่องราวอะไรอยู่เบื้องหลัง ในประโยคนี้ show and tell เป็นชื่อของช่วงที่กำลังจะเริ่ม ซึ่งมีการแสดงของและอธิบายเกี่ยวกับของนั้น นี่เป็นชื่อกิจกรรมที่ใช้กันเป็นปกติ ไม่ใช่คำสั่งสองคำที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดเป็น show and tell แบบทั่วไป?
- นักเรียนทั้งชั้นทำแบบทดสอบการสะกดคำอย่างเงียบ ๆ
- เพื่อนสองคนส่งข้อความส่วนตัวหากัน
- เด็กคนหนึ่งนำเปลือกหอยมาแสดงให้เพื่อนทั้งชั้นดูและอธิบายว่าได้มาจากไหน
ดูคำตอบ
เด็กคนหนึ่งนำเปลือกหอยมาแสดงให้เพื่อนทั้งชั้นดูและอธิบายว่าได้มาจากไหน
Share your stories in the chat: คำชวนให้ผู้ชมมีส่วนร่วม
Share your stories in the chat เป็นประโยคคำสั่งที่ละประธาน you ไว้ โดย Share บอกผู้ชมตรง ๆ ว่าต้องการให้ทำอะไร จึงเป็นคำชวนให้มีส่วนร่วมที่ตรงไปตรงมาแต่เป็นมิตร ในที่นี้ chat หมายถึงพื้นที่ข้อความที่ทุกคนใช้ร่วมกันในการถ่ายทอดสด กิจกรรมวิดีโอ หรือชั้นเรียนออนไลน์ ไม่ใช่การคุยส่วนตัว ส่วน stories อาจหมายถึงประสบการณ์หรือตัวอย่างของแต่ละคน ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องแต่ง
แบบฝึกหัด
ผู้พูดกำลังขอให้ผู้ชมทำอะไร?
- เริ่มคุยส่วนตัวกับเพื่อนหนึ่งคน
- โพสต์ประสบการณ์ของตนในช่องแชตที่ใช้ร่วมกันของกิจกรรม
- เขียนเรื่องแต่งในที่ที่ไม่ได้ใช้อินเทอร์เน็ต
ดูคำตอบ
โพสต์ประสบการณ์ของตนในช่องแชตที่ใช้ร่วมกันของกิจกรรม
good or bad, win or lose, share them. วลี
2:54จะเรื่องดีหรือร้าย (good or bad) แพ้หรือชนะ (win or lose) ก็แชร์มาเลย
good or bad, win or lose: คู่คำที่ครอบคลุมทั้งสองกรณี
good or bad และ win or lose ต่างนำความเป็นไปได้ที่ตรงข้ามกันสองด้านมาวางคู่กัน เมื่ออยู่หน้า share them คู่คำเหล่านี้หมายถึง “ไม่ว่าจะเป็นด้านไหน” คือทั้งเรื่องที่ดีหรือไม่ดี และประสบการณ์ที่ชนะหรือแพ้ก็แบ่งปันได้ ในรูปแบบนี้ or ครอบคลุมทั้งสองกรณี ไม่ได้ให้ผู้ฟังเลือกเพียงอย่างเดียว เมื่อการกระทำหลักยังเหมือนเดิมในทั้งสองกรณี รูปแบบสั้นนี้ทำหน้าที่เช่นเดียวกับรูปแบบที่ยาวกว่าอย่าง whether ... or ...
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้รูปแบบ A or B ที่ครอบคลุมทั้งสองกรณีเหมือนกัน?
- Would you like tea or coffee?
- Put the red book or the blue book on the shelf.
- Rain or shine, the game will continue.
ดูคำตอบ
Rain or shine, the game will continue.