ความเครียดส่งผลต่อร่างกายคุณอย่างไร - Sharon Horesh Bergquist: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
589 คำ 142 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้อธิบายเป็นลำดับว่าการตอบสนองต่อความเครียดซ้ำ ๆ ส่งผลต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด การย่อยอาหาร ความอยากอาหาร ภูมิคุ้มกัน และความเสื่อมของเซลล์อย่างไร ก่อนสรุปว่าการมองสถานการณ์ตึงเครียดเป็นความท้าทายที่ควบคุมและรับมือได้ อาจช่วยทั้งประสิทธิภาพในปัจจุบันและสุขภาพในระยะยาว ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. fight or flight stress response — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทโลกจริง: เข้าใจศัพท์มาตรฐานด้านสุขภาพและจิตวิทยาที่หมายถึงการเตรียมตัวโดยอัตโนมัติของร่างกายเพื่อเผชิญหน้าหรือหนีจากอันตราย พร้อมแยกแยะประโยชน์ในช่วงสั้นออกจากผลเสียเมื่อปฏิกิริยานี้ทำงานเป็นเวลานาน 2. the shoelace tip ends of chromosomes — สำนวนและภาษาภาพพจน์: สังเกตว่าภาพปลายเชือกรองเท้าที่คุ้นเคยถูกนำมาอธิบายเทโลเมียร์ในฐานะส่วนปลายที่ปกป้องโครโมโซมอย่างไร จึงช่วยให้ติดตามคำเปรียบเทียบทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการแบ่งตัวและความเสื่อมของเซลล์ได้ง่ายขึ้น 3. what matters to your brain and entire body is how you respond to that stress. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: วิเคราะห์โครงสร้างที่อนุประโยค what ทำหน้าที่เป็นประธาน และอนุประโยค how ให้ข้อมูลสำคัญหลัง is แล้วนำรูปแบบนี้ไปใช้เน้นว่าปัจจัยชี้ขาดคือวิธีตอบสนอง ไม่ใช่ตัวสถานการณ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Cramming for a test? วลี

0:08

กำลังอ่านหนังสือโต้รุ่งเพื่อสอบอยู่หรือเปล่า?

วลี

กำลังอ่านหนังสือแบบเร่งด่วนก่อนสอบอยู่เหรอ

cramming for a test หมายถึงการอ่านหนังสืออย่างหนักในช่วงเวลาสั้น ๆ ก่อนสอบไม่นาน สื่อว่าสอบใกล้เข้ามาและผู้เรียนพยายามจำเนื้อหาจำนวนมากอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่การอ่านตามแผนปกติ ประโยคนี้เป็นคำถามภาษาพูดแบบย่อ รูปเต็มโดยประมาณคือ Are you cramming for a test? รูป -ing แสดงว่ากำลังทำกิจกรรมนั้นอยู่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดอธิบายคนที่มีสอบพรุ่งนี้และกำลังอ่านหนังสืออย่างหนักคืนนี้ได้ดีที่สุด

  1. She is cramming for tomorrow's exam.
  2. She is handing in a test.
  3. She is grading a test.
ดูคำตอบ

She is cramming for tomorrow's exam.

Trying to get more done than you have time to do? โน้ต

0:10

พยายามทำอะไรให้เสร็จมากกว่าเวลาที่คุณมีใช่ไหม?

วลี

get more done: ทำงานให้เสร็จได้มากขึ้น

get more done หมายถึงทำงานหรือทำภารกิจให้เสร็จได้มากขึ้น โครงสร้าง get + กรรม + done ทำให้เห็นว่างานไปถึงสภาพที่เสร็จเรียบร้อยแล้ว โดย done เน้นผลลัพธ์ ไม่ใช่แค่ใช้เวลาทำงานนานขึ้นหรือเริ่มทำกิจกรรมมากขึ้น ในคำบรรยาย more ใช้แทน more work หรือ more tasks รูปประโยคเต็มโดยประมาณคือ Are you trying to get more done than you have time to do? ซึ่งสื่อว่าปริมาณงานที่อยากทำให้เสร็จมากเกินกว่าเวลาที่มีจะรองรับได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ get more done: A clear checklist helps me ____ before lunch.

ดูคำตอบ

get more done

ไวยากรณ์

more done than you have time to do: ปริมาณงานเกินขีดจำกัดของเวลา

วลี more done than you have time to do ใช้โครงสร้าง more ... than ... เพื่อเปรียบเทียบปริมาณสองอย่าง ได้แก่ ปริมาณงานที่พยายามทำให้เสร็จ กับปริมาณงานที่เวลาที่มีอยู่เอื้อให้ทำเสร็จได้ อนุประโยคหลัง than เป็นเกณฑ์ในการเปรียบเทียบ ไม่ใช่เพียงรายละเอียดเสริม ดังนั้นคำถามนี้จึงหมายความว่า ปริมาณงานที่วางแผนไว้เกินขีดจำกัดของเวลา โครงสร้างเดียวกันนี้ยังใช้แสดงว่าความต้องการเกินข้อจำกัดด้านเวลา เงิน พื้นที่ หรือความสามารถได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ข้อใดตีความ more done than you have time to do ได้ตรงที่สุด

  1. ปริมาณงานที่วางแผนไว้มากเกินกว่าที่เวลาที่มีอยู่จะเอื้อ
  2. งานทั้งหมดเสร็จเรียบร้อยแล้ว
  3. มีเวลาว่างมากกว่าที่คาดไว้
ดูคำตอบ

ปริมาณงานที่วางแผนไว้มากเกินกว่าที่เวลาที่มีอยู่จะเอื้อ

Stress is a feeling we all experience ไวยากรณ์

0:14

ความเครียดคือความรู้สึกที่เราทุกคนล้วนต้องเผชิญ

when we are challenged or overwhelmed.

0:17

เมื่อเราเจอความท้าทายหรือความรู้สึกตึงเครียดเกินรับไหว

ไวยากรณ์

a feeling we all experience: การละคำสรรพนามสัมพัทธ์ที่ทำหน้าที่เป็นกรรม

ใน a feeling we all experience ส่วน we all experience เป็นอนุประโยคสัมพัทธ์ที่ขยาย feeling รูปเต็มคือ a feeling that we all experience ในที่นี้ that ทำหน้าที่เป็นกรรมของ experience จึงละได้ ต้องอ่านทั้งส่วนเป็นนามวลีเดียว หมายถึงความรู้สึกที่เราทุกคนประสบ ไม่ใช่ feeling แล้วตามด้วยประโยคหลักใหม่ โครงสร้างแบบย่อ “คำนาม+อนุประโยค” นี้พบได้บ่อยในคำจำกัดความและคำอธิบาย

แบบฝึกหัด

วลีใดมีโครงสร้างและความหมายเหมือน a feeling we all experience

  1. a feeling, and we all experience
  2. a feeling that experiences us all
  3. a feeling that we all experience
ดูคำตอบ

a feeling that we all experience

But more than just an emotion, ลำดับความ

0:20

แต่มันเป็นมากกว่าแค่อารมณ์

stress is a hardwired physical response การใช้คำ

0:21

ความเครียดคือการตอบสนองทางร่างกายที่มีอยู่โดยธรรมชาติ

ลำดับความ

more than just an emotion: แก้ความเข้าใจที่แคบก่อนเสนอประเด็นหลัก

ใน more than just an emotion รูปแบบ more than just X หมายถึง “ไม่ใช่แค่ X” หรือ “ไม่ได้เป็นเพียง X” ไม่ได้ใช้เปรียบเทียบจำนวนของอารมณ์ เมื่อวางวลีนี้ไว้ก่อนประโยคหลัก ผู้พูดจะเสนอคำอธิบายที่คุ้นเคยแต่ยังไม่ครบก่อน จากนั้นประโยคหลักจะให้คำจำกัดความที่ครบถ้วนและสำคัญกว่า But ช่วยเน้นการแก้ความเข้าใจโดยเชื่อมกับแนวคิดก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

ใช้รูปแบบ more than just ที่กำหนดเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: ____ a game, chess teaches patience and planning.

ดูคำตอบ

More than just

การใช้คำ

hardwired physical response: การตอบสนองที่มีอยู่ในระบบของร่างกาย

Hardwired เป็นอุปมาที่มาจากการต่อสายไฟแบบติดตั้งถาวร ในที่นี้หมายถึงการมีอยู่ในระบบชีวภาพของร่างกาย ดังนั้น hardwired physical response จึงเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ ไม่ใช่สิ่งที่คนเลือกอย่างมีสติทุกครั้ง วลีนี้เปลี่ยนการอธิบายความเครียดจากเพียงความรู้สึกไปเป็นกลไกของร่างกาย Hardwired เน้นว่าการตอบสนองมีอยู่ในระบบอยู่แล้ว ส่วน physical response ระบุสิ่งที่ร่างกายทำ

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดอธิบาย hardwired physical response ในประโยค “Stress is a hardwired physical response” ได้ดีที่สุด

  1. การตอบสนองที่เกิดจากสายไฟฟ้าซึ่งต่อเข้ากับร่างกาย
  2. การตอบสนองทางกายที่มีอยู่ในระบบชีวภาพของร่างกาย
  3. การเคลื่อนไหวทางกายที่บุคคลเลือกอย่างมีสติทุกครั้ง
ดูคำตอบ

การตอบสนองทางกายที่มีอยู่ในระบบชีวภาพของร่างกาย

that travels throughout your entire body.

0:25

ซึ่งแล่นไปทั่วทั้งร่างกายของคุณ

In the short term, วลี

0:28

ในระยะสั้น

stress can be advantageous.

0:29

ความเครียดอาจเป็นประโยชน์ได้

วลี

In the short term: การประเมินผลในระยะสั้น

in the short term กำหนดกรอบเวลาของข้อความที่ตามมา กล่าวคือ ความเครียดอาจเป็นประโยชน์เมื่อพิจารณาเฉพาะผลที่เกิดขึ้นทันทีหรือในอนาคตอันใกล้ ไม่ได้หมายความว่าความเครียดมีประโยชน์เสมอไป คำว่า term ในที่นี้หมายถึงช่วงเวลาที่ใช้ประเมินผล ไม่ได้หมายถึงภาคการศึกษาหรือศัพท์เฉพาะ วลีนี้มักปูทางไปสู่การเปรียบเทียบกับผลระยะยาวที่ใช้ in the long term หรือ in the long run

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายที่หมายถึง “จากมุมมองระยะสั้น” ให้สมบูรณ์: ____, renting the equipment is cheaper, but buying it may save money later.

ดูคำตอบ

In the short term

But when activated too often or too long, ไวยากรณ์

0:32

แต่เมื่อมันถูกกระตุ้นบ่อยเกินไปหรือนานเกินไป

ไวยากรณ์

when activated too often or too long: อนุประโยคแบบถูกกระทำที่ย่อรูป

when activated เป็นอนุประโยคบอกเวลาแบบถูกกระทำที่ย่อรูป รูปเต็มคือ when it is activated โดย it หมายถึงการตอบสนองต่อความเครียดที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ คำกริยาช่องที่สาม activated แสดงว่าการตอบสนองนั้นเป็นฝ่ายได้รับการกระตุ้น ไม่ใช่เป็นฝ่ายกระตุ้นสิ่งอื่น too often บอกว่าความถี่มากเกินไป ส่วน too long บอกว่าระยะเวลานานเกินไป การละ it is ทำให้อนุประโยคสั้นลงโดยไม่เปลี่ยนความหมายทั้งสองอย่างนี้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดถ่ายทอดความหมายแบบถูกกระทำของอนุประโยคย่อ when activated too often or too long ได้ถูกต้อง

  1. When the stress response is activated too often or remains active for too long, it can harm the body.
  2. When people are too active for a long time, the stress response can harm the body.
  3. When the stress response activates a threat too often, it can harm the body.
ดูคำตอบ

When the stress response is activated too often or remains active for too long, it can harm the body.

your primitive fight or flight stress response วัฒนธรรม

0:35

การตอบสนองต่อความเครียดแบบสู้หรือหนีแบบดั้งเดิมของคุณ

วัฒนธรรม

fight or flight stress response: ปฏิกิริยาอัตโนมัติของร่างกายต่อภัยคุกคาม

fight or flight stress response คือปฏิกิริยาอัตโนมัติของร่างกายเมื่อรับรู้ถึงภัยคุกคาม ร่างกายจะเตรียมพร้อมอย่างรวดเร็วเพื่อเผชิญอันตรายหรือหนีออกมา ไม่ได้หมายความว่าคนนั้นจะต้องต่อสู้หรือวิ่งหนีจริง ๆ ในนามวลีนี้ fight or flight เป็นแนวคิดตายตัวหนึ่งชุดที่บอกประเภทของ stress response ความหมายพื้นฐานนี้ช่วยให้เข้าใจคำดังกล่าวเมื่อพบในคำอธิบายด้านสุขภาพ จิตวิทยา และวิทยาศาสตร์

แบบฝึกหัด

ในบทความด้านสุขภาพ fight or flight stress response หมายถึงอะไร?

  1. การที่ร่างกายเตรียมพร้อมโดยอัตโนมัติเพื่อเผชิญหรือหนีจากภัยคุกคามที่รับรู้
  2. แผนอย่างรอบคอบเพื่อเลือกเส้นทางเดินทางหนึ่งจากสองเส้นทาง
  3. การโต้เถียงที่เกิดขึ้นระหว่างเดินทางด้วยเครื่องบิน
ดูคำตอบ

การที่ร่างกายเตรียมพร้อมโดยอัตโนมัติเพื่อเผชิญหรือหนีจากภัยคุกคามที่รับรู้

not only changes your brain, ไวยากรณ์

0:38

ไม่เพียงแต่เปลี่ยนสมองของคุณเท่านั้น

but also damages many of the other organs

0:40

แต่มันยังทำลายอวัยวะอื่นๆ อีกมากมาย

ไวยากรณ์

not only ... but also ... สำหรับเพิ่มผลที่มีโครงสร้างขนานกัน

not only ... but also ... เชื่อมข้อมูลสองส่วนที่มีโครงสร้างขนานกัน และเน้นว่าข้อมูลส่วนที่สองถูกเพิ่มจากส่วนแรก ในคำบรรยาย โครงสร้างนี้เชื่อมผลกระทบสองอย่าง ได้แก่ changes your brain และ damages many of the other organs ควรวางรูปไวยากรณ์ที่ตรงกันหลังทั้งสองส่วนเมื่อทำได้ ในที่นี้ทั้งสองข้างเป็นวลีกริยาที่มีประธานเดียวกัน จึงทำให้ประโยคขยายจากผลอย่างหนึ่งไปสู่อีกอย่างหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย not only ... but also ...: The app ____ tracks your steps ____ reminds you to take breaks.

ดูคำตอบ

not only · but also

and cells throughout your body.

0:43

และเซลล์ทั่วร่างกายของคุณด้วย

Your adrenal gland releases the stress hormones

0:46

ต่อมหมวกไตของคุณจะหลั่งฮอร์โมนความเครียด

cortisol, epinephrine,

0:49

คอร์ติซอล, เอพิเนฟริน,

also known as adrenaline, วลี

0:51

หรือที่รู้จักกันในชื่อ อะดรีนาลิน,

วลี

also known as: อีกชื่อหนึ่งของสิ่งเดียวกัน

วลี also known as ใช้บอกชื่ออีกชื่อหนึ่งของบุคคล สถานที่ หรือสิ่งเดียวกัน ในที่นี้ epinephrine และ adrenaline เป็นสองชื่อของฮอร์โมนชนิดเดียวกัน ไม่ใช่ฮอร์โมนสองชนิด ส่วน also known as adrenaline ที่อยู่ระหว่างเครื่องหมายจุลภาคเป็นข้อมูลเสริมเพื่อระบุว่าสิ่งนั้นคืออะไร รูปแบบที่เต็มกว่าคือ which is also known as adrenaline

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสามคำที่หมายถึง “มีอีกชื่อหนึ่ง”: New York City is ____ the Big Apple.

ดูคำตอบ

also known as

and norepinephrine.

0:53

และนอร์เอพิเนฟริน

As these hormones travel through your bloodstream, ไวยากรณ์

0:55

เมื่อฮอร์โมนเหล่านี้เดินทางผ่านกระแสเลือดของคุณ

ไวยากรณ์

As these hormones travel...: กระบวนการที่เกิดทับซ้อนกัน

ในอนุประโยคเปิดนี้ as หมายถึง “ขณะที่” หรือ “ในช่วงเวลาที่” โดยวางการเคลื่อนที่ของฮอร์โมนในกระแสเลือดไว้เป็นเหตุการณ์เบื้องหลัง ขณะที่เหตุการณ์หลักซึ่งอธิบายต่อจากนั้นเกิดขึ้นพร้อมกัน ในประโยคอื่น as อาจหมายถึง “เพราะว่า” ได้ แต่ไม่ใช่ในที่นี้ ในคำอธิบายกระบวนการแบบนี้ as ช่วยให้ผู้อ่านติดตามพัฒนาการสองอย่างที่มีช่วงเวลาทับซ้อนกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ as เพื่อแสดงว่ากระบวนการสองอย่างเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน

  1. As the road was closed, we took another route.
  2. As we walked through the park, the sun slowly set.
  3. She works as a guide during the summer.
ดูคำตอบ

As we walked through the park, the sun slowly set.

they easily reach your blood vessels and heart.

0:57

พวกมันจะเข้าถึงหลอดเลือดและหัวใจของคุณได้อย่างง่ายดาย

Adrenaline causes your heart to beat faster ไวยากรณ์

1:01

อะดรีนาลินทำให้หัวใจของคุณเต้นเร็วขึ้น

ไวยากรณ์

causes your heart to beat faster: โครงสร้าง cause + กรรม + to-infinitive

โครงสร้าง cause + กรรม + to-infinitive หมายถึงสิ่งหนึ่งทำให้คนหรือสิ่งอื่นทำบางอย่าง ในประโยคนี้ your heart เป็นกรรมที่ตามหลัง causes และเป็นสิ่งที่ทำกริยา beat ด้วย ส่วน to beat faster บอกผลที่เกิดขึ้น ใช้ cause something to happen เพื่อบอกความสัมพันธ์แบบเหตุและผลโดยตรง โครงสร้างนี้ใช้กับการทำงานที่เกิดขึ้นเองโดยไม่ตั้งใจได้ด้วย เช่น การเต้นของหัวใจ

แบบฝึกหัด

ใช้ restart เติมโครงสร้าง cause + กรรม + to-infinitive ให้สมบูรณ์: A software error caused the tablet ____ suddenly.

ดูคำตอบ

to restart

and raises your blood pressure, วลี

1:04

และเพิ่มความดันโลหิตของคุณ

วลี

raises your blood pressure: ทำให้ระดับหรือค่าที่วัดได้สูงขึ้น

raise your blood pressure เป็นกลุ่มคำที่ใช้ร่วมกันอย่างเป็นธรรมชาติในบริบทสุขภาพ หมายถึงทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น raise เป็นกริยาที่ต้องมีกรรม ดังนั้น your blood pressure จึงเป็นกรรมตรง ในที่นี้ raise หมายถึงทำให้ระดับหรือค่าที่วัดได้สูงขึ้น ไม่ได้หมายถึงยกสิ่งของขึ้นทางกายภาพ ถ้าจะบอกการเปลี่ยนแปลงในทิศทางตรงกันข้าม ใช้ lower your blood pressure

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกได้ถูกต้องว่าการกินเกลือมากเกินไปอาจทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น

  1. Too much salt can raise your blood pressure.
  2. Your blood pressure can raise after a salty meal.
  3. Too much salt can rise your blood pressure.
ดูคำตอบ

Too much salt can raise your blood pressure.

over time causing hypertension. ไวยากรณ์

1:06

เมื่อเวลาผ่านไปจะทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง

ไวยากรณ์

over time ... causing hypertension: การเพิ่มผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในระยะยาว

over time หมายถึงค่อย ๆ เกิดขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป ไม่ใช่ ณ เวลาใดเวลาหนึ่งโดยเฉพาะ วลีนี้แสดงว่าผลลัพธ์ค่อย ๆ พัฒนาขึ้นตลอดช่วงเวลาที่ยาวนาน causing hypertension เป็นวลี -ing ที่บอกผลลัพธ์ โดยเพิ่มผลที่เกิดจากกระบวนการซึ่งกล่าวไว้ก่อนข้อความส่วนนี้ นั่นคือกระบวนการดังกล่าวอาจทำให้เกิดความดันโลหิตสูงในที่สุด ในรูปแบบนี้ causing ย้อนกลับไปอ้างถึงสถานการณ์ก่อนหน้า ส่วน over time บอกว่าผลลัพธ์ค่อย ๆ เกิดขึ้นอย่างไร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่ารอยร้าวเล็ก ๆ ค่อย ๆ กว้างขึ้นและส่งผลให้เกิดความเสียหายร้ายแรง?

  1. At noon, the tiny cracks widened, causing serious damage.
  2. Over time, serious damage appeared, causing the tiny cracks to widen.
  3. Over time, the tiny cracks widened, causing serious damage.
ดูคำตอบ

Over time, the tiny cracks widened, causing serious damage.

Cortisol can also cause the endothelium การใช้คำ

1:08

คอร์ติซอลยังสามารถทำให้เยื่อบุโพรงหลอดเลือด

or inner lining of blood vessels

1:11

หรือเยื่อบุชั้นในของหลอดเลือด

to not function normally.

1:14

ทำงานไม่ปกติได้

การใช้คำ

endothelium or inner lining of blood vessels: or ที่ใช้เพื่ออธิบาย

Endothelium เป็นศัพท์เฉพาะ ส่วน inner lining of blood vessels เป็นการกล่าวซ้ำด้วยคำที่เข้าใจง่ายกว่า ในที่นี้ or หมายถึง “กล่าวคือ” หรือ “พูดอีกอย่างหนึ่ง” วลีทั้งสองระบุส่วนเดียวกันของร่างกาย จึงไม่ได้ขอให้ผู้อ่านเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง รูปแบบ ศัพท์เฉพาะ + or + คำอธิบายภาษาทั่วไป พบได้บ่อยในงานเขียนทางวิทยาศาสตร์และงานเขียนให้ข้อมูล วิธีสังเกตคือดูว่าคำหลัง or กำลังเรียกชื่อใหม่หรืออธิบายคำก่อนหน้าหรือไม่

แบบฝึกหัด

or ในตัวอย่างแสดงความสัมพันธ์แบบใด?

  1. แก้ไขว่า endothelium เป็นคำศัพท์ที่ไม่ถูกต้อง
  2. ใช้เริ่มคำอธิบายแบบภาษาทั่วไปเกี่ยวกับส่วนเดียวกันของร่างกาย
  3. เสนอส่วนของร่างกายสองส่วนที่แตกต่างกันเป็นทางเลือก
ดูคำตอบ

ใช้เริ่มคำอธิบายแบบภาษาทั่วไปเกี่ยวกับส่วนเดียวกันของร่างกาย

Scientists now know that this is an early step in triggering the process of atherosclerosis โน้ต

1:16

นักวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันทราบแล้วว่านี่คือขั้นตอนเริ่มต้นในการกระตุ้นกระบวนการหลอดเลือดแดงแข็ง

ลำดับความ

Scientists now know that: การนำเสนอว่าเป็นความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันแล้ว

Scientists now know that ทำหน้าที่วางกรอบข้อความหลัง that ว่าเป็นความรู้ที่มีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์รองรับ ไม่ใช่การคาดเดาส่วนตัวของผู้พูด สำนวนนี้บอกผู้ฟังให้รับข้อมูลที่ตามมาว่าเป็นข้อค้นพบทางวิทยาศาสตร์ที่ยอมรับแล้วในปัจจุบัน ในที่นี้ now เปรียบเทียบความเข้าใจในปัจจุบันกับอดีตที่กระบวนการนี้ยังไม่ชัดเจน ไม่ได้หมายความว่านักวิทยาศาสตร์เพิ่งรู้ในวินาทีนี้

แบบฝึกหัด

Scientists now know that ส่งสัญญาณอะไรในประโยคนี้?

  1. ข้อความถัดไปเป็นเพียงการคาดเดาส่วนตัวของผู้พูด
  2. นักวิทยาศาสตร์ค้นพบข้อเท็จจริงนั้นในวินาทีนั้นพอดี
  3. ข้อความถัดไปถูกนำเสนอว่าเป็นความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันแล้ว
ดูคำตอบ

ข้อความถัดไปถูกนำเสนอว่าเป็นความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันแล้ว

วลี

an early step in triggering: ขั้นตอนใกล้จุดเริ่มต้นของกระบวนการ

an early step หมายถึงช่วงที่อยู่ใกล้จุดเริ่มต้นของกระบวนการที่ยาวกว่า ไม่ใช่ก้าวเดินจริง ๆ ส่วน in triggering บอกว่าขั้นตอนนี้อยู่ในกระบวนการใด และมีส่วนเริ่มสิ่งที่ตามมา ตรงนี้ in เป็นคำบุพบท จึงใช้ trigger ในรูป -ing: an early step in triggering something โครงสร้าง an early step in + -ing ใช้จัดวางการกระทำไว้ใกล้ช่วงต้นของลำดับเหตุการณ์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ an early step in + -ing เพื่อระบุขั้นตอนหนึ่งภายในกระบวนการ?

  1. Reviewing the evidence allows the detective to step in during an emergency.
  2. Reviewing the evidence is a short step across the room.
  3. Reviewing the evidence is an early step in solving the case.
ดูคำตอบ

Reviewing the evidence is an early step in solving the case.

or cholesterol plaque build-up in your arteries.

1:22

หรือการสะสมของคราบคอเลสเตอรอลในหลอดเลือดแดงของคุณ

การใช้คำ

atherosclerosis or cholesterol plaque build-up: การกล่าวศัพท์เฉพาะซ้ำด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย

atherosclerosis เป็นศัพท์แพทย์เฉพาะทาง ในวลีนี้ cholesterol plaque build-up อธิบายกระบวนการเดียวกันด้วยคำที่เข้าใจง่ายกว่า คือมีคราบพลัคสะสมในหลอดเลือดแดง or ในที่นี้หมายถึง “กล่าวอีกอย่างหนึ่ง” ไม่ใช่ “โรคหนึ่งหรืออีกโรคหนึ่ง” คำอธิบายทางวิทยาศาสตร์มักตามศัพท์เฉพาะด้วยคำอธิบายแบบทั่วไป แต่คำอธิบายสั้น ๆ นั้นไม่ใช่นิยามทางการแพทย์ที่ครบถ้วน

แบบฝึกหัด

ในวลี “atherosclerosis or cholesterol plaque build-up” คำว่า or ทำหน้าที่อะไร

  1. แสดงว่าบุคคลนั้นต้องเลือกวิธีรักษาหนึ่งจากสองวิธี
  2. ระบุโรคอีกโรคหนึ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
  3. กล่าวซ้ำศัพท์แพทย์ด้วยภาษาที่เข้าใจง่ายกว่า
ดูคำตอบ

กล่าวซ้ำศัพท์แพทย์ด้วยภาษาที่เข้าใจง่ายกว่า

Together, these changes increase your chances of a heart attack or stroke. โน้ต

1:26

การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ร่วมกันเพิ่มโอกาสที่คุณจะเกิดอาการหัวใจวายหรือโรคหลอดเลือดสมอง

ลำดับความ

Together, these changes: การรวบรวมประเด็นก่อนหน้าเพื่อนำไปสู่ผลลัพธ์โดยรวม

ในคำขึ้นต้นนี้ Together หมายถึง “เมื่อนำผลกระทบมารวมกัน” ส่วน these changes ย้อนกลับไปกล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างที่พูดถึงก่อนหน้านี้ วลีนี้รวบรวมรายละเอียดก่อนหน้าเป็นกลุ่มเดียว และเตรียมผู้ฟังให้พร้อมรับฟังผลลัพธ์โดยรวม เป็นวิธีทั่วไปในการจัดระเบียบคำอธิบายเรื่องเหตุและผล โดย together ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงคนหลายคนทำกิจกรรมร่วมกัน

แบบฝึกหัด

Together, these changes ทำหน้าที่อะไรในงานเขียนเชิงอธิบาย

  1. บอกว่ามีเพียงการเปลี่ยนแปลงสุดท้ายเท่านั้นที่สำคัญ
  2. รวบรวมการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างที่กล่าวไว้ก่อนหน้า แล้วจึงบอกผลกระทบร่วมกัน
  3. แนะนำคนกลุ่มใหม่ที่กำลังทำงานเป็นทีม
ดูคำตอบ

รวบรวมการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างที่กล่าวไว้ก่อนหน้า แล้วจึงบอกผลกระทบร่วมกัน

วลี

increase your chances of: ทำให้ผลลัพธ์หนึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นมากขึ้น

“Increase your chances of + คำนามหรือรูป -ing” หมายถึง “ทำให้ผลลัพธ์หนึ่งมีแนวโน้มเกิดขึ้นมากขึ้น” ในที่นี้ chances หมายถึงความเป็นไปได้หรือความน่าจะเป็น ไม่ใช่โอกาสในเชิงบวก ประโยคนี้กล่าวถึงผลลัพธ์ที่เป็นอันตราย คืออาการหัวใจวายหรือโรคหลอดเลือดสมอง วลีนี้ใช้ได้ทั้งกับผลลัพธ์ที่ดีและไม่ดี โดยบอกเพียงว่าความเป็นไปได้เพิ่มขึ้น ไม่ได้หมายความว่าผลลัพธ์นั้นจะเกิดขึ้นแน่นอน

แบบฝึกหัด

ใช้วลีเป้าหมายเติมประโยคให้สมบูรณ์: Leaving early will ____ arriving on time.

ดูคำตอบ

increase your chances of

When your brain senses stress,

1:31

เมื่อสมองของคุณรับรู้ถึงความเครียด

it activates your autonomic nervous system.

1:33

มันจะกระตุ้นระบบประสาทอัตโนมัติของคุณ

Through this network of nerve connections, ลำดับความ

1:36

ผ่านเครือข่ายการเชื่อมต่อของเส้นประสาทนี้

ลำดับความ

Through this network of nerve connections: กำหนดเส้นทางไว้ก่อน

วลีบุพบทต้นประโยค Through this network of nerve connections กำหนดเส้นทางหรือวิธีการไว้ก่อน แล้วอนุประโยคหลักจึงอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้น ลำดับแบบ “เส้นทางก่อน ผลลัพธ์ทีหลัง” ช่วยให้ผู้ฟังติดตามกระบวนการหรือกลไกได้ง่ายขึ้น through ในที่นี้หมายถึง “ผ่าน” หรือ “โดยอาศัย” ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการเคลื่อนที่ผ่านด้านในของพื้นที่ปิดจริง ๆ

แบบฝึกหัด

วลีต้นประโยค Through this network of nerve connections ทำหน้าที่จัดข้อมูลอย่างไร?

  1. นำเสนอผลลัพธ์ที่ขัดแย้งกับคำอธิบายก่อนหน้า
  2. กำหนดเส้นทางหรือวิธีการของกระบวนการไว้ก่อน
  3. บอกเวลาที่แน่นอนว่ากระบวนการเกิดขึ้นเมื่อใด
ดูคำตอบ

กำหนดเส้นทางหรือวิธีการของกระบวนการไว้ก่อน

your big brain communicates stress

1:38

สมองส่วนใหญ่ของคุณจะสื่อสารความเครียด

to your enteric or intestinal nervous system. การใช้คำ

1:41

ไปยังระบบประสาทเอนเทอริกหรือระบบประสาทในลำไส้ของคุณ

การใช้คำ

enteric or intestinal nervous: or ที่หมายถึง “กล่าวอีกอย่างคือ”

ในวลี enteric or intestinal nervous system ทั้ง enteric และ intestinal ขยายคำว่า nervous system คำว่า or กล่าวซ้ำด้วยคำที่คุ้นเคยกว่า โดย enteric หมายถึง “เกี่ยวกับลำไส้” วลีนี้หมายถึงระบบเดียว ไม่ใช่สองระบบ ในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ or อาจมีความหมายว่า “เรียกอีกอย่างว่า” หรือ “กล่าวอีกอย่างคือ” ไม่ได้หมายถึง “ให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง” เมื่อชื่อทั้งสองฝั่งหมายถึงสิ่งเดียวกัน อย่าอ่าน or ว่าเป็นการให้เลือก

แบบฝึกหัด

or ทำหน้าที่อะไรในวลี enteric or intestinal nervous system?

  1. นำเสนอระบบประสาทสองระบบที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
  2. บอกว่าระบบสองอย่างนี้มีอยู่ได้เพียงอย่างเดียว
  3. กล่าวคำว่า enteric ซ้ำด้วยคำคุณศัพท์ที่คุ้นเคยกว่า
ดูคำตอบ

กล่าวคำว่า enteric ซ้ำด้วยคำคุณศัพท์ที่คุ้นเคยกว่า

Besides causing butterflies in your stomach, สำนวน

1:47

นอกจากการทำให้คุณรู้สึกปั่นป่วนในท้องแล้ว

สำนวน

butterflies in your stomach: ความรู้สึกปั่นป่วนในท้องเพราะประหม่า

Butterflies in your stomach เป็นสำนวนที่หมายถึงความรู้สึกปั่นป่วน ไม่สงบ หรือเหมือนมีอะไรไหวอยู่ในท้องเมื่อรู้สึกประหม่า ตื่นเต้น หรือเฝ้ารอบางอย่างอย่างใจจดใจจ่อ ไม่ได้หมายความว่ามีผีเสื้อจริง ๆ รูปแบบที่พบบ่อยคือ have/get butterflies in your stomach และ something causes butterflies in your stomach คำแสดงความเป็นเจ้าของจะเปลี่ยนตามบุคคล เช่น my stomach และ her stomach

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายถึงความรู้สึกปั่นป่วนในท้องเพราะประหม่าให้สมบูรณ์: Before the audition, I had ____.

ดูคำตอบ

butterflies in my stomach

this brain-gut connection can disturb the natural rhythmic contractions การใช้คำ

1:49

การเชื่อมต่อระหว่างสมองและลำไส้นี้สามารถรบกวนการบีบตัวตามจังหวะธรรมชาติ

การใช้คำ

this brain-gut connection: สมองและลำไส้ส่งผลต่อกันอย่างไร

brain-gut connection คือความสัมพันธ์ทางชีวภาพแบบสองทิศทางระหว่างสมองกับระบบย่อยอาหาร สัญญาณสามารถส่งไปได้ทั้งสองทิศทาง ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงในระบบหนึ่งจึงอาจส่งผลต่ออีกระบบหนึ่ง ในนามวลีนี้ brain-gut เป็นคำขยายประสมที่เชื่อมด้วยยัติภังค์และใช้ขยาย connection โดย connection ในที่นี้หมายถึงความสัมพันธ์ระหว่างระบบต่าง ๆ ของร่างกาย ไม่ใช่การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต สายเคเบิล หรืออุปกรณ์

แบบฝึกหัด

ในบทความสุขภาพ brain-gut connection หมายถึงอะไร?

  1. การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่อุปกรณ์การแพทย์ใช้
  2. ความสัมพันธ์ทางชีวภาพแบบสองทิศทางระหว่างสมองกับระบบย่อยอาหาร
  3. สายเคเบิลที่เชื่อมสมองกับลำไส้เข้าด้วยกันจริง ๆ
ดูคำตอบ

ความสัมพันธ์ทางชีวภาพแบบสองทิศทางระหว่างสมองกับระบบย่อยอาหาร

that move food through your gut,

1:55

ที่ใช้ขับเคลื่อนอาหารผ่านลำไส้ของคุณ

leading to irritable bowel syndrome ไวยากรณ์

1:57

นำไปสู่โรคลำไส้แปรปรวน

ไวยากรณ์

leading to irritable bowel syndrome: การเสริมผลด้วย leading to

Leading to + นามวลี ใช้บอกผลที่เกิดจากสถานการณ์ซึ่งกล่าวไว้ก่อนหน้า ในที่นี้ irritable bowel syndrome คือผล ส่วนสาเหตุต้องดูจากบริบทก่อนหน้านั้น leading เป็นรูป -ing ของ lead ในความหมายว่า “ทำให้เกิด” ไม่ใช่ “นำทางใครสักคน” วลีนี้มักใช้เป็นส่วนเสริมผลลัพธ์หลังประโยคหลัก เช่น A happened, leading to B.

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ใช้ leading to เพื่อเสริมผลได้อย่างถูกต้อง

  1. The storm blocked the main road, leading long delays.
  2. The storm blocked the main road, leading to long delays.
  3. The storm blocked the main road, leading from long delays.
ดูคำตอบ

The storm blocked the main road, leading to long delays.

and can increase your gut sensitivity to acid,

1:59

และอาจเพิ่มความไวต่อกรดในลำไส้ของคุณ

making you more likely to feel heartburn. ไวยากรณ์

2:02

ทำให้คุณมีแนวโน้มที่จะรู้สึกแสบร้อนกลางอกมากขึ้น

ไวยากรณ์

making you more likely to...: เพิ่มผลที่มีโอกาสเกิดมากขึ้น

วลีรูป -ing คือ making you more likely to feel heartburn ใช้เพิ่มผลที่เกิดจากแนวคิดก่อนหน้า โดยเข้าใจได้ว่าเป็น “and this makes you more likely to feel heartburn” โครงสร้างคือ make + object + more likely + to-infinitive More likely หมายถึงโอกาสเกิดสูงขึ้น ไม่ได้หมายความว่าผลนั้นจะเกิดขึ้นแน่นอน ในที่นี้ผลที่อาจเกิดขึ้นคือ feeling heartburn

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วย making + you + more likely to: The app sends reminders, ____ remember each appointment.

ดูคำตอบ

making you more likely to

Via the gut's nervous system, การใช้คำ

2:05

ผ่านระบบประสาทของลำไส้

การใช้คำ

Via the gut's nervous system: ใช้ via เพื่อระบุเส้นทาง

Via เป็นคำบุพบทที่หมายถึง “ผ่าน” “โดยผ่านเส้นทาง” หรือ “ใช้เป็นช่องทาง” ส่วน Via the gut's nervous system ระบุเส้นทางหรือกลไกที่ทำให้กระบวนการซึ่งจะกล่าวต่อไปเกิดขึ้น เมื่อวางบุพบทวลีนี้ไว้ต้นประโยคและตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค ผู้พูดจะบอกเส้นทางก่อน แล้วอนุประโยคหลักที่ตามมาจึงอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้น การใช้แบบกระชับนี้พบได้บ่อยในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์และเทคนิค

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ via เพื่อระบุช่องทางการสื่อสารได้ถูกต้อง

  1. The password reset link was sent via to email.
  2. The password reset link was sent via email.
  3. The password reset link via sent email.
ดูคำตอบ

The password reset link was sent via email.

stress can also change the composition and function วลี

2:07

ความเครียดยังสามารถเปลี่ยนองค์ประกอบและการทำงาน

of your gut bacteria,

2:11

ของแบคทีเรียในลำไส้ของคุณ

วลี

the composition and function: สิ่งที่อยู่ในระบบและสิ่งที่ระบบทำ

ใน the composition and function of your gut bacteria คำว่า composition และ function เป็นคำนามที่วางขนานกัน เชื่อมด้วย and และใช้ the ร่วมกัน composition หมายถึงชุมชนแบคทีเรียประกอบด้วยอะไรและแต่ละส่วนมีสัดส่วนเท่าใด ส่วน function หมายถึงชุมชนนั้นทำอะไรหรือทำงานอย่างไร เมื่อใช้คู่กัน คำทั้งสองจะครอบคลุมระบบสองด้าน คือองค์ประกอบและการทำงาน ในที่นี้ composition หมายถึง “องค์ประกอบ” ไม่ใช่งานเขียน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ composition and function เพื่ออธิบายทั้งสิ่งที่อยู่ในระบบและสิ่งที่ระบบทำ?

  1. The study examines the essay and job of the soil microbiome.
  2. The study examines the composition and function of the soil microbiome.
  3. The study examines how the soil microbiome writes a composition.
ดูคำตอบ

The study examines the composition and function of the soil microbiome.

which may affect your digestive and overall health.

2:12

ซึ่งอาจส่งผลต่อการย่อยอาหารและสุขภาพโดยรวมของคุณ

Speaking of digestion, ลำดับความ

2:16

พูดถึงเรื่องการย่อยอาหาร

ลำดับความ

Speaking of digestion: การเปลี่ยนไปยังหัวข้อที่เกี่ยวข้อง

Speaking of digestion เป็นวลีเปลี่ยนหัวข้อที่หมายถึง “เมื่อมีการพูดถึงการย่อยอาหารแล้ว เรามาคุยเรื่องนี้หรือเรื่องที่เกี่ยวข้องกัน” วลีนี้เชื่อมสิ่งที่จะพูดต่อไปกับสิ่งที่เพิ่งกล่าวถึง หรือสิ่งที่นึกเชื่อมโยงได้อย่างเป็นธรรมชาติจากหัวข้อก่อนหน้า โครงสร้างคือ Speaking of + คำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing วลีนี้ใช้จัดลำดับการสนทนา ไม่ได้หมายถึงการกระทำว่า “กำลังพูด” ตามตัวอักษร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ Speaking of เพื่อเปลี่ยนไปยังหัวข้อที่เกี่ยวข้องได้อย่างเป็นธรรมชาติ?

  1. We were talking about pets. Speaking dogs of, how is your puppy?
  2. We were talking about pets. Speaking of tax law, how is your puppy?
  3. We were talking about pets. Speaking of dogs, how is your puppy?
ดูคำตอบ

We were talking about pets. Speaking of dogs, how is your puppy?

does chronic stress affect your waistline? การใช้คำ

2:18

ความเครียดเรื้อรังส่งผลต่อรอบเอวของคุณหรือไม่?

การใช้คำ

ความหมายของ waistline ใน affect your waistline

ในที่นี้ waistline ใช้กล่าวโดยอ้อมถึงขนาดรอบเอว ไขมันในร่างกาย หรือการเปลี่ยนแปลงของรูปร่าง ในการพูดเรื่องสุขภาพและอาหาร affect your waistline มักหมายถึงสิ่งหนึ่งส่งผลต่อน้ำหนักหรือรูปร่าง ดังนั้น คำถามนี้จึงถามว่าความเครียดเรื้อรังอาจทำให้รอบเอวเพิ่มขึ้นหรือน้ำหนักขึ้นหรือไม่ ไม่ได้ถามว่าจะเปลี่ยนแนวเอวของเสื้อผ้าหรือไม่

แบบฝึกหัด

ในคำถามนี้ affect your waistline น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด

  1. ตำแหน่งแนวเอวของเสื้อผ้า
  2. การเปลี่ยนแปลงของขนาดรอบเอว น้ำหนัก หรือรูปร่าง
  3. ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหลังส่วนล่าง
ดูคำตอบ

การเปลี่ยนแปลงของขนาดรอบเอว น้ำหนัก หรือรูปร่าง

Well, yes.

2:20

ใช่แล้วล่ะ

Cortisol can increase your appetite. วลี

2:21

คอร์ติซอลสามารถเพิ่มความอยากอาหารของคุณได้

วลี

can increase your appetite: อาจเพิ่มความอยากอาหาร

can increase your appetite หมายถึงอาจทำให้คุณรู้สึกอยากกินอาหารมากขึ้น Increase your appetite เป็นกลุ่มคำที่ใช้เป็นธรรมชาติในบริบทเรื่องสุขภาพและอาหาร โดย appetite หมายถึงความอยากกินโดยทั่วไป ไม่ใช่มื้ออาหารหรืออาหารชนิดใดชนิดหนึ่ง can แสดงถึงผลที่อาจเกิดขึ้น ไม่ได้หมายความว่าผลนั้นจะเกิดกับทุกคนอย่างแน่นอน

แบบฝึกหัด

ใช้ increase, your และ appetite เติมประโยคให้สมบูรณ์: Certain medicines can ____.

ดูคำตอบ

increase your appetite

It tells your body to replenish your energy stores วลี

2:24

มันบอกให้ร่างกายของคุณเติมเต็มพลังงานที่เก็บไว้

วลี

replenish your energy stores: เติมพลังงานที่ใช้ไปกลับคืนมา

replenish your energy stores หมายถึงการเติมพลังงานที่ร่างกายใช้ไปแล้วกลับคืนมา คำว่า replenish สื่อถึงการเติมสิ่งที่สำรองไว้ซึ่งลดลงให้กลับมาเต็มอีกครั้ง ในที่นี้ stores เป็นคำนามพหูพจน์ หมายถึงสิ่งที่เก็บสำรองไว้ใช้ภายหลัง ไม่ได้หมายถึงร้านค้า วลีนี้มักใช้เมื่ออธิบายเรื่องโภชนาการ การฟื้นตัวหลังออกกำลังกาย และการจัดการพลังงานของร่างกาย

แบบฝึกหัด

replenish your energy stores ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. เติมพลังงานที่ร่างกายสะสมไว้บางส่วนกลับคืนมาหลังจากใช้ไปแล้ว
  2. ไปยังร้านค้าที่ขายอาหารพลังงานสูง
  3. ทำให้ร่างกายใช้พลังงานที่เหลืออยู่ทั้งหมด
ดูคำตอบ

เติมพลังงานที่ร่างกายสะสมไว้บางส่วนกลับคืนมาหลังจากใช้ไปแล้ว

with energy dense foods and carbs, การใช้คำ

2:27

ด้วยอาหารและคาร์โบไฮเดรตที่ให้พลังงานสูง

การใช้คำ

energy dense foods: พลังงานสูงในปริมาณเล็กน้อย

อาหารที่มีความหนาแน่นของพลังงานสูงให้พลังงานจากอาหารซึ่งวัดเป็นแคลอรีได้มาก เมื่อเทียบกับน้ำหนักหรือปริมาตรที่ค่อนข้างน้อย กล่าวอีกอย่างคือ อาหารปริมาณเล็กน้อยอาจมีแคลอรีจำนวนมาก คำว่า dense ในที่นี้หมายถึงมีสิ่งนั้นอยู่อย่างเข้มข้น ไม่ได้บอกว่าอาหารแข็ง หนา หรือเคี้ยวยาก

แบบฝึกหัด

ข้อความใดอธิบาย energy-dense foods ได้ถูกต้อง

  1. อาหารเหล่านี้แข็งและเคี้ยวยากเสมอ
  2. อาหารเหล่านี้มีวิตามินและแร่ธาตุมากกว่าอาหารอื่นเสมอ
  3. อาหารเหล่านี้ให้แคลอรีมากในน้ำหนักหรือปริมาตรที่ค่อนข้างน้อย
ดูคำตอบ

อาหารเหล่านี้ให้แคลอรีมากในน้ำหนักหรือปริมาตรที่ค่อนข้างน้อย

causing you to crave comfort foods. วลี

2:30

ทำให้คุณโหยหาอาหารที่ให้ความรู้สึกสบายใจ

วลี

crave comfort foods: อยากกินอาหารที่ช่วยปลอบประโลมใจอย่างมาก

ในประโยคนี้ crave comfort foods หมายถึง “อยากกินอาหารที่ช่วยปลอบประโลมใจอย่างมาก” คำว่า crave แรงกว่า want จึงสื่อว่าความอยากนั้นรุนแรงและยากที่จะเพิกเฉย comfort foods คืออาหารที่คุ้นเคยหรือให้ความพึงพอใจ ซึ่งช่วยให้รู้สึกได้รับการปลอบโยน ปลอดภัย หรือนึกถึงช่วงเวลาที่มีความสุข คำนี้พูดถึงผลทางอารมณ์ ไม่ได้หมายความว่าอาหารนั้น “สบาย” ในทางกายภาพ และอาหารประเภทนี้แตกต่างกันไปตามบุคคลและวัฒนธรรม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่ตรงกับความหมายว่า “อยากกินอาหารที่ช่วยปลอบประโลมใจอย่างมาก”: After a difficult day, I sometimes ____.

ดูคำตอบ

crave comfort foods

High levels of cortisol can also cause you

2:33

ระดับคอร์ติซอลที่สูงยังสามารถทำให้คุณ

to put on those extra calories กริยาวลี

2:35

กักเก็บแคลอรีส่วนเกินเหล่านั้น

กริยาวลี

to put on those extra calories: การสะสมแคลอรีตามบริบท

ในที่นี้ put on those extra calories หมายถึงการเพิ่มหรือสะสมพลังงานส่วนเกินนั้นไว้ในร่างกาย คำว่า put on ในประโยคนี้ไม่ได้เกี่ยวกับการสวมเสื้อผ้า วลีนี้เข้าใจได้ในบริบทดังกล่าว แต่ put on calories ไม่ใช่คำที่มักใช้คู่กันแบบเดี่ยว ๆ ในภาษาอังกฤษทั่วไป ควรตีความจากเนื้อหารอบข้างที่พูดถึงแคลอรีและร่างกาย แทนที่จะนำไปใช้เป็นวลีทั่วไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อได้เป็นธรรมชาติที่สุดว่าร่างกายเก็บแคลอรีส่วนเกินที่ไม่ได้ใช้ไว้ในรูปของไขมัน

  1. The body wears excess calories as fat.
  2. The body puts on excess calories as fat.
  3. The body stores excess calories as fat.
ดูคำตอบ

The body stores excess calories as fat.

as visceral or deep belly fat. การใช้คำ

2:37

ในรูปของไขมันในช่องท้องหรือไขมันหน้าท้องส่วนลึก

การใช้คำ

visceral or deep belly fat: ศัพท์ทางการแพทย์กับคำอธิบายแบบเข้าใจง่าย

ใน visceral or deep belly fat คำว่า visceral fat เป็นศัพท์ทางการแพทย์ ส่วน deep belly fat เป็นคำอธิบายแบบเข้าใจง่าย ทั้งสองคำหมายถึงไขมันที่สะสมอยู่ลึกในช่องท้องรอบอวัยวะภายใน or ในที่นี้หมายถึง “กล่าวอีกอย่างหนึ่ง” หรือ “เรียกอีกอย่างว่า” ไม่ได้ให้เลือกระหว่างไขมันสองชนิดที่ต่างกัน รูปแบบนี้มักใช้วางศัพท์เฉพาะไว้คู่กับคำอธิบายที่คนทั่วไปเข้าใจได้ง่ายกว่า

แบบฝึกหัด

or ใน visceral or deep belly fat ทำหน้าที่อะไร?

  1. ใช้คำง่าย ๆ อธิบาย visceral fat
  2. แสดงว่าผู้พูดไม่แน่ใจว่าหมายถึงไขมันชนิดใด
  3. ระบุไขมันสองชนิดที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
ดูคำตอบ

ใช้คำง่าย ๆ อธิบาย visceral fat

This type of fat doesn't just make it harder to button your pants. โน้ต

2:40

ไขมันประเภทนี้ไม่เพียงแต่ทำให้คุณติดกระดุมกางเกงยากขึ้นเท่านั้น

ไวยากรณ์

make it harder to + คำกริยา: ทำให้การกระทำยากขึ้น

make it harder to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึง “ทำให้การกระทำหนึ่งยากขึ้น” ในประโยคนี้ การกระทำนั้นคือ to button your pants คำว่า it เป็นกรรมแทนตำแหน่ง โดยวางไว้ในตำแหน่งกรรมก่อนกริยารูป to-infinitive ใช้โครงสร้าง make + it + คำคุณศัพท์ขั้นกว่า + to + คำกริยา เมื่อบางสิ่งเปลี่ยนระดับความง่ายหรือความยากของการกระทำ harder เป็นรูปขั้นกว่าของ hard จึงแสดงว่าความยากเพิ่มขึ้น

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวนเป้าหมายเติมประโยคให้สมบูรณ์: A cracked screen can ____ read the map.

ดูคำตอบ

make it harder to

It is an organ that actively releases hormones and immune system chemicals called cytokines ไวยากรณ์

2:44

มันยังเป็นอวัยวะที่หลั่งฮอร์โมนและสารเคมีของระบบภูมิคุ้มกันอย่างตื่นตัวที่เรียกว่า ไซโตไคน์

ลำดับความ

doesn't just: ส่งสัญญาณว่าจะมีประเด็นที่หนักแน่นกว่าตามมา

ใน doesn't just make it harder... คำว่า just หมายถึง only หรือ “เพียงเท่านั้น” รูปปฏิเสธไม่ได้ลบล้างข้อความที่ว่าไขมันทำให้ติดกระดุมกางเกงยากขึ้น แต่ปฏิเสธความคิดที่แคบกว่าว่านั่นเป็นผลกระทบเพียงอย่างเดียวของไขมัน โครงสร้างนี้จัดลำดับข้อมูลโดยเสนอประเด็นที่คุ้นเคยหรือสำคัญน้อยกว่าก่อน แล้วส่งสัญญาณว่าจะมีประเด็นที่หนักแน่นกว่าตามมา ในที่นี้ ประโยคถัดไปให้ข้อมูลที่สำคัญกว่าด้วยการอธิบายผลทางชีวภาพของไขมัน

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความเกี่ยวกับประโยคนี้: The device doesn't just detect smoke; it also sends an alert. ผู้พูดบอกว่าอุปกรณ์นี้ตรวจจับควันไม่ได้

  1. ผิด
  2. ถูก
ดูคำตอบ

ผิด

ไวยากรณ์

called cytokines: ใช้ past participle บอกชื่อของคำนามข้างหน้า

called cytokines เป็นวลี past participle ที่วางหลัง immune system chemicals วลีนี้บอกชื่อของสารเคมีเหล่านั้น และสามารถขยายเป็น immune system chemicals that are called cytokines ได้ called ไม่ได้เป็นการกระทำหลักของประโยคนี้ แต่ขยายคำนามวลีที่อยู่ใกล้ที่สุดคือ immune system chemicals ประโยคหลักใช้ is ส่วนอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that ใช้ releases

แบบฝึกหัด

เติมคำเป้าหมายที่ใช้แนะนำชื่อให้ประโยคสมบูรณ์: A browser stores small files ____ cookies.

ดูคำตอบ

called

that can increase your risk of developing chronic diseases such as heart disease and insulin resistance. วลี

2:50

ซึ่งสามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจและภาวะดื้อต่ออินซูลิน

วลี

can increase your risk of developing: เพิ่มโอกาสที่จะเป็นโรค

ในเนื้อหาเกี่ยวกับสุขภาพ can increase your risk of developing + โรค หมายถึงบางสิ่งอาจทำให้คุณมีโอกาสเป็นโรคนั้นมากขึ้น เป็นการบอกว่าความเสี่ยงสูงขึ้น ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นโรคนั้นอย่างแน่นอน โครงสร้างคือ increase + someone's risk of + V-ing ในที่นี้ develop หมายถึง “เริ่มเป็นโรคหรือมีภาวะสุขภาพบางอย่าง” ไม่ได้หมายถึง “พัฒนาหรือออกแบบสิ่งใด”

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้างเป้าหมายเติมคำเตือนด้านสุขภาพนี้ให้สมบูรณ์: Long-term exposure can ____ lung disease.

ดูคำตอบ

increase your risk of developing

Meanwhile, stress hormones affect immune cells

2:57

ในขณะเดียวกัน ฮอร์โมนความเครียดจะส่งผลต่อเซลล์ภูมิคุ้มกัน

in a variety of ways. วลี

3:00

ในหลากหลายวิธี

วลี

in a variety of ways: ด้วยวิธีที่แตกต่างกันหลายแบบ

in a variety of ways หมายถึง “ในหลายวิธีที่แตกต่างกัน” ส่วน a variety of เน้นว่ามีประเภทหรือวิธีมากกว่าหนึ่งแบบ แต่ไม่ได้บอกว่าวิธีเหล่านั้นคืออะไร วลีนี้มักอยู่หลังคำกริยาเพื่อสรุปผลหรือการกระทำที่ครอบคลุมหลายด้าน ผู้พูดสามารถใช้ก่อนแจกแจงประเภทหรือยกตัวอย่าง หรือใช้เมื่อไม่จำเป็นต้องให้รายละเอียด

แบบฝึกหัด

ใช้วลีเป้าหมายที่หมายถึง “ในหลายวิธีที่แตกต่างกัน” เติมประโยคให้สมบูรณ์: The community center supports families ____.

ดูคำตอบ

in a variety of ways

Initially, they help prepare

3:01

ในช่วงแรก พวกมันช่วยเตรียมความพร้อม

to fight invaders and heal after injury.

3:03

เพื่อต่อสู้กับผู้บุกรุกและรักษาบาดแผลหลังจากได้รับบาดเจ็บ

But chronic stress can dampen the function การใช้คำ

3:06

แต่ความเครียดเรื้อรังสามารถลดการทำงาน

การใช้คำ

dampen the function: ลดประสิทธิภาพการทำงาน

ในประโยคนี้ dampen ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ โดย dampen the function หมายถึงลดความแรงหรือประสิทธิภาพของการทำงาน ความเครียดเรื้อรังทำให้การทำงานอ่อนลง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะหยุดลงอย่างสมบูรณ์เสมอไป ความหมายนี้ใช้ dampen เพื่อบอกว่าความเข้มลดลง เมื่อกรรมเป็นสิ่งที่เป็นนามธรรม เช่น function, response หรือ enthusiasm คำนี้หมายถึงความแรงที่ลดลง ไม่ใช่การทำให้เปียกจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ในประโยค “This medicine may dampen the immune response.” คำว่า dampen the immune response หมายถึงอะไร?

  1. แทนที่การตอบสนองทางภูมิคุ้มกันทั้งหมด
  2. ลดความแรงของการตอบสนองทางภูมิคุ้มกัน
  3. ทำให้การตอบสนองทางภูมิคุ้มกันเปียกจริง ๆ
ดูคำตอบ

ลดความแรงของการตอบสนองทางภูมิคุ้มกัน

of some immune cells,

3:08

ของเซลล์ภูมิคุ้มกันบางชนิดลงได้

make you more susceptible to infections, การใช้คำ

3:10

ทำให้คุณอ่อนแอต่อการติดเชื้อมากขึ้น

การใช้คำ

more susceptible to infections: เสี่ยงมากขึ้น แต่ไม่ได้หมายว่าติดเชื้อแล้ว

ใน more susceptible to infections คำว่า susceptible to หมายถึงได้รับผลกระทบหรืออันตรายจากการติดเชื้อได้ง่าย วลีนี้บอกว่ามีโอกาสติดเชื้อสูงขึ้น ไม่ได้บอกว่าการติดเชื้อเกิดขึ้นแล้ว โครงสร้างคือ susceptible to + คำนามหรือรูป -ing ในที่นี้ make you more susceptible หมายถึงทำให้ระดับความเปราะบางเพิ่มขึ้น ส่วน more เป็นการเปรียบเทียบกับสภาวะที่มีความเสี่ยงต่ำกว่า

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความนี้: ถ้าคนหนึ่ง susceptible to infections คนนั้นต้องติดเชื้ออยู่แล้วอย่างแน่นอน

  1. ถูก
  2. ผิด
ดูคำตอบ

ผิด

and slow the rate you heal. วลี

3:12

และทำให้คุณหายเป็นปกติได้ช้าลง

วลี

slow the rate you heal: ทำให้การฟื้นตัวช้าลง

ในที่นี้ slow เป็นสกรรมกริยาที่หมายถึง “ทำให้บางสิ่งเกิดขึ้นช้าลง” โดยมีวลีคำนามทั้งวลี the rate you heal เป็นกรรม the rate you heal หมายถึง “ความเร็วในการฟื้นตัวของคุณ” วลีนี้บอกว่าการฟื้นตัวยังคงดำเนินต่อไปแต่ช้าลง ไม่ได้หมายความว่าการฟื้นตัวหยุดลง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้าง slow + the rate + อนุประโยคได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Not getting enough rest can slowly the rate you recover after an injury.
  2. Not getting enough rest can slow the rate at you recover after an injury.
  3. Not getting enough rest can slow the rate you recover after an injury.
ดูคำตอบ

Not getting enough rest can slow the rate you recover after an injury.

Want to live a long life? ลำดับความ

3:15

อยากมีอายุยืนยาวไหม?

ลำดับความ

Want to live a long life?: คำถามสั้น ๆ ที่นำเข้าสู่คำแนะนำ

Want to live a long life? เป็นรูปภาษาพูดแบบย่อของ Do you want to live a long life? ในการพูดนี้ คำถามช่วยจัดลำดับสาร โดยเปลี่ยนคำอธิบายทั่วไปให้เกี่ยวข้องกับผู้ฟังโดยตรง ดึงความสนใจ และปูทางไปสู่คำแนะนำที่ตามมา ผู้พูดไม่ได้มุ่งรอคำตอบจากผู้ฟังแต่ละคน

แบบฝึกหัด

Want to live a long life? มีหน้าที่หลักอย่างไรในการพูดช่วงนี้

  1. ดึงความสนใจและนำเข้าสู่คำแนะนำที่ตามมา
  2. กำหนดให้ผู้ฟังทุกคนตอบออกเสียง
  3. อธิบายความหมายทางวิทยาศาสตร์ของการมีอายุยืน
ดูคำตอบ

ดึงความสนใจและนำเข้าสู่คำแนะนำที่ตามมา

You may have to curb your chronic stress. โน้ต

3:16

คุณอาจจะต้องควบคุมความเครียดเรื้อรังของคุณ

ไวยากรณ์

may have to: ความจำเป็นที่อาจเกิดขึ้น

may have to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงการทำบางอย่างอาจกลายเป็นสิ่งจำเป็น may แสดงความไม่แน่นอน ส่วน have to แสดงความจำเป็นที่เกิดจากสถานการณ์ ในประโยคนี้ may ไม่ได้แสดงการอนุญาต ผู้พูดกำลังบอกว่าการควบคุมความเครียดเรื้อรังอาจเป็นสิ่งจำเป็น ซึ่งมีความแน่นอนน้อยกว่าการพูด have to หรือ must โดยตรง

แบบฝึกหัด

พยากรณ์อากาศยังไม่แน่นอน ประโยคใดบอกว่าการยกเลิกการแข่งขันอาจกลายเป็นสิ่งจำเป็น

  1. We may cancel the game.
  2. We may have to cancel the game.
  3. We have to cancel the game.
ดูคำตอบ

We may have to cancel the game.

การใช้คำ

curb your chronic ...: curb ในความหมายว่าควบคุม

ใน curb your chronic stress คำว่า curb เป็นคำกริยาที่หมายถึงควบคุมหรือลดลง โดยสื่อถึงการจำกัดระดับหรือผลเสียของความเครียด ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการกำจัดให้หมดไป chronic ขยายคำว่า stress และบอกว่าความเครียดนั้นเป็นมานานหรือเกิดซ้ำ สิ่งที่ต้องควบคุมคือ your chronic stress ส่วน curb ในที่นี้ไม่ใช่คำนามที่หมายถึงขอบถนนยกสูง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ curb เป็นคำกริยาที่หมายถึงจำกัดปัญหาที่เป็นอันตราย

  1. The city measured air pollution every morning.
  2. The city introduced cleaner buses to curb air pollution.
  3. The driver parked beside the curb.
ดูคำตอบ

The city introduced cleaner buses to curb air pollution.

That's because it has even been associated โน้ต

3:19

นั่นเป็นเพราะมันยังมีความเกี่ยวข้อง

ลำดับความ

That's because: เชื่อมจากข้อความไปสู่เหตุผล

“That's because ...” เชื่อมกลับไปยังข้อความ ผลลัพธ์ หรือคำแนะนำที่เพิ่งกล่าวถึง “That” หมายถึงแนวคิดก่อนหน้า ส่วนอนุประโยคหลัง “because” บอกเหตุผลของแนวคิดนั้น ใช้โครงสร้างนี้เพื่อเปลี่ยนจากสิ่งที่เป็นจริงหรือสิ่งที่แนะนำไปสู่เหตุผลว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้นอย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

เติมคำเชื่อมเป้าหมายเพื่อให้คำอธิบายสมบูรณ์: The game was canceled. ____ the field was flooded.

ดูคำตอบ

That's because

with shortened telomeres,

3:21

กับเทโลเมียร์ที่สั้นลง

วลี

has even been associated with: รายงานความสัมพันธ์อย่างระมัดระวัง

ใน “it has even been associated with ...” ส่วน “has been associated” เป็นรูป present perfect แบบ passive ของ “associate” ใช้รายงานว่างานวิจัยหรือการสังเกตพบความสัมพันธ์ระหว่าง “it” กับสิ่งที่ตามหลัง “with” “Even” เน้นว่าความสัมพันธ์นี้น่าสนใจหรือน่าประหลาดใจเป็นพิเศษ แต่เพิ่มเพียงน้ำหนักของข้อความ ไม่ได้เพิ่มความแน่นอน “associated with” เพียงอย่างเดียวไม่ได้พิสูจน์ว่าสิ่งหนึ่งทำให้เกิดอีกสิ่งหนึ่งโดยตรง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดรายงานความสัมพันธ์จากงานวิจัยได้เหมาะสมที่สุดโดยไม่กล่าวอ้างว่าเป็นเหตุและผลโดยตรง

  1. The study found that poor sleep was associated with lower test scores.
  2. The study proved that poor sleep caused every low test score.
  3. The study showed that poor sleep and lower test scores were exactly the same thing.
ดูคำตอบ

The study found that poor sleep was associated with lower test scores.

the shoelace tip ends of chromosomes สำนวน

3:23

ส่วนปลายของโครโมโซมที่ดูเหมือนปลายเชือกผูกรองเท้า

that measure a cell's age.

3:26

ที่ใช้วัดอายุของเซลล์

สำนวน

the shoelace tip ends of chromosomes: การเปรียบเทียบทางวิทยาศาสตร์กับปลายเชือกรองเท้า

วลี the shoelace tip ends of chromosomes อธิบาย telomeres หรือเทโลเมียร์อีกครั้งโดยเปรียบเทียบกับสิ่งของใกล้ตัว เช่นเดียวกับที่ปลายเชือกรองเท้าอยู่ตรงปลายเชือก เทโลเมียร์ก็อยู่ตรงปลายโครโมโซมและช่วยปกป้องส่วนนั้น นี่เป็นการเปรียบเทียบเพื่อช่วยอธิบาย ไม่ใช่คำบรรยายตามตัวอักษร สื่อวิทยาศาสตร์มักใช้สิ่งของที่คุ้นเคยเพื่อช่วยให้เห็นภาพโครงสร้างที่มองไม่เห็น โดยการเปรียบเทียบนี้เน้นทั้งตำแหน่งและหน้าที่ในการปกป้อง

แบบฝึกหัด

การเปรียบเทียบกับปลายเชือกรองเท้าช่วยอธิบายเรื่องใดเป็นหลัก?

  1. โครโมโซมทำจากเส้นใยที่คล้ายเชือกรองเท้า
  2. อายุของเซลล์วัดด้วยความยาวของเชือกรองเท้าจริง
  3. เทโลเมียร์เป็นโครงสร้างที่ช่วยปกป้องส่วนปลายของโครโมโซม
ดูคำตอบ

เทโลเมียร์เป็นโครงสร้างที่ช่วยปกป้องส่วนปลายของโครโมโซม

Telomeres cap chromosomes to allow DNA to get copied ไวยากรณ์

3:28

เทโลเมียร์จะหุ้มโครโมโซมไว้เพื่อให้สามารถคัดลอก DNA ได้

ไวยากรณ์

to allow DNA to get copied: จุดประสงค์และรูป passive ที่ใช้ get

วลี infinitive to allow DNA to get copied บอกจุดประสงค์หรือหน้าที่ของการกระทำก่อนหน้า กล่าวคือ เทโลเมียร์ครอบปลายโครโมโซมเพื่อให้การจำลอง DNA เกิดขึ้นได้ โครงสร้างคือ allow + กรรม + to-infinitive ภายในโครงสร้างนี้ get copied เป็นรูป passive ที่ใช้ get โดย DNA เป็นสิ่งที่ถูกคัดลอก ไม่ใช่ผู้ทำการคัดลอก ความหมายใกล้เคียงกับ to allow DNA to be copied

แบบฝึกหัด

เติมวลีบอกจุดประสงค์และรูป passive ที่ถูกต้องให้สมบูรณ์ ใช้โครงสร้าง to allow + กรรม + to get + past participle และคำว่า filter กับ replaced: The lid opens ____.

ดูคำตอบ

to allow the filter to get replaced

every time a cell divides ไวยากรณ์

3:32

ทุกครั้งที่เซลล์แบ่งตัว

ไวยากรณ์

every time a cell divides: every time + อนุประโยคบอกเวลา

Every time สามารถนำอนุประโยคบอกเวลาที่มีประธานและคำกริยาได้โดยตรง ในที่นี้ a cell เป็นประธาน และ divides เป็นคำกริยา ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึง “ทุกครั้งที่เซลล์แบ่งตัว” วลีนี้นำเสนอการแบ่งตัวของเซลล์ว่าเป็นเหตุที่เกิดซ้ำ ไม่ใช่ช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่ง โครงสร้าง every time + อนุประโยค ใช้อธิบายผลที่เกิดซ้ำหรือรูปแบบที่เกิดเป็นประจำได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสองคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ทุกครั้งที่”: ____ the bell rings, the dog runs to the door.

ดูคำตอบ

Every time

without damaging the cell's genetic code, ไวยากรณ์

3:33

โดยไม่ทำลายรหัสพันธุกรรมของเซลล์

ไวยากรณ์

without damaging the cell's genetic code: without + คำกริยา-ing

Without + คำกริยา-ing หมายถึง การกระทำหนึ่งเกิดขึ้นโดยหลีกเลี่ยงการกระทำหรือผลอีกอย่างหนึ่ง ในที่นี้หมายความว่ากระบวนการเกิดขึ้นโดยไม่ทำลายรหัสพันธุกรรมของเซลล์ Without เป็นคำบุพบท ดังนั้น damage จึงต้องอยู่ในรูปเติม -ing คือ damaging โดย damaging เป็นรูปกริยาที่ทำหน้าที่เหมือนคำนามหลังคำบุพบท ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกาลกำลังกระทำ

แบบฝึกหัด

ใช้ without และรูปที่ถูกต้องของ damage เติมประโยคให้สมบูรณ์: The technician opened the case ____ the seal.

ดูคำตอบ

without damaging

and they shorten with each cell division.

3:36

และพวกมันจะสั้นลงตามการแบ่งเซลล์ในแต่ละครั้ง

When telomeres become too short,

3:39

เมื่อเทโลเมียร์สั้นเกินไป

a cell can no longer divide, ไวยากรณ์

3:41

เซลล์จะไม่สามารถแบ่งตัวได้อีกต่อไป

ไวยากรณ์

can no longer divide: ความสามารถที่เคยมีได้สิ้นสุดลง

Can no longer + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงความสามารถหรือความเป็นไปได้ที่เคยมีมาก่อนได้สิ้นสุดลงแล้ว ในประโยคนี้ เซลล์เคยแบ่งตัวได้ แต่ตอนนี้ทำไม่ได้แล้ว No longer ทำหน้าที่เป็นวลีวิเศษณ์หนึ่งชุด หมายถึง “ไม่...อีกต่อไป” เมื่อใช้กับ can จะวางหลัง can และก่อน divide โดยไม่ได้เกี่ยวกับความยาวทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้างสามคำ can + no longer เพื่อแสดงว่าความสามารถที่เคยมีได้สิ้นสุดลงแล้ว: After the screen cracked, the tablet ____ display pictures.

ดูคำตอบ

can no longer

and it dies.

3:43

และมันก็จะตายไป

As if all that weren't enough, สำนวน

3:45

ราวกับว่าที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นยังไม่พอ

สำนวน

As if all that weren't enough: เพิ่มปัญหาขึ้นมาอีกหนึ่งอย่าง

As if all that weren't enough เป็นวลีเชื่อมที่ใช้หลังจากกล่าวถึงปัญหาหลายอย่างหรือเรื่องที่รู้สึกว่ามากเกินไปอยู่แล้ว วลีนี้ส่งสัญญาณว่ากำลังจะมีปัญหาเพิ่มมาอีกหนึ่งอย่าง ถ้อยคำนี้ทำเหมือนกับว่าปัญหาก่อนหน้าอาจยังไม่เพียงพอ แต่ความหมายจริงของผู้พูดตรงกันข้าม คือปัญหาเหล่านั้นมากเกินพอแล้ว การกล่าวแบบไม่ตรงกับความจริงนี้ทำให้ประโยคมีน้ำเสียงเชิงละครหรือประชดเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

ใช้วลีตรงตามบทเรียนเพื่อเพิ่มอีกหนึ่งปัญหา: We had already overslept and lost the keys. ____, the bus drove away before we reached the stop.

ดูคำตอบ

As if all that weren't enough

chronic stress has even more ways it can sabotage your health, สำนวน

3:46

ความเครียดเรื้อรังยังมีวิธีทำลายสุขภาพของคุณได้อีกหลายทาง

สำนวน

sabotage your health: ทำลายสุขภาพอย่างรุนแรงในเชิงเปรียบเทียบ

ใน sabotage your health คำว่า sabotage ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ โดยนำเสนอว่าความเครียดเรื้อรังเป็นพลังที่บั่นทอนสุขภาวะทางกายอย่างรุนแรง ไม่ได้หมายถึงการทำลายอุปกรณ์หรือสถานที่จริง ๆ คำกริยานี้สื่อว่าบางสิ่งขัดขวางผลลัพธ์ที่สำคัญและอาจทำให้ล้มเหลวได้ รูปแบบเชิงเปรียบเทียบนี้ใช้กับสิ่งที่เป็นนามธรรม เช่น progress, plans หรือ relationships ได้เช่นกัน

แบบฝึกหัด

ใน “Lack of sleep can sabotage your concentration,” คำว่า sabotage หมายถึงอะไร?

  1. ทำให้สิ่งนั้นอ่อนลงอย่างมาก
  2. วัดสิ่งนั้นอย่างแม่นยำ
  3. ทำให้สิ่งนั้นดีขึ้นโดยอัตโนมัติ
ดูคำตอบ

ทำให้สิ่งนั้นอ่อนลงอย่างมาก

including acne, hair loss,

3:50

ได้แก่ สิว, ผมร่วง,

sexual dysfunction, headaches,

3:52

ความเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ, ปวดหัว,

muscle tension, difficulty concentrating,

3:55

กล้ามเนื้อตึง, มีสมาธิยาก,

fatigue, and irritability.

3:58

อ่อนล้า, และหงุดหงิดง่าย

So, what does all this mean for you? ลำดับความ

4:01

แล้วทั้งหมดนี้หมายความว่าอย่างไรสำหรับคุณ?

ลำดับความ

So, what does all this mean for you?: คำถามเชื่อมไปสู่การนำไปใช้จริง

So เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังสรุปผลจากสิ่งที่กล่าวมาก่อนหน้านี้ All this รวบรวมข้อเท็จจริงทั้งหมดก่อนหน้าเป็นแนวคิดเดียว แทนที่จะชี้ไปที่ข้อเท็จจริงเพียงข้อเดียว What does ... mean for you? เปลี่ยนจุดสนใจจากคำอธิบายไปสู่สถานการณ์จริงของผู้ฟัง ในการบรรยาย คำถามนี้มักใช้เพื่อนำเข้าสู่ผลกระทบ คำแนะนำ หรือการลงมือทำ

แบบฝึกหัด

ในคำบรรยาย “So, what does all this mean for you?” มีหน้าที่หลักในการจัดระเบียบข้อมูลอย่างไร?

  1. เชื่อมข้อมูลก่อนหน้ากับความสำคัญในทางปฏิบัติที่มีต่อผู้ฟัง
  2. เริ่มหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลย
  3. ขอให้ผู้ฟังพูดข้อเท็จจริงก่อนหน้าทุกข้อซ้ำ
ดูคำตอบ

เชื่อมข้อมูลก่อนหน้ากับความสำคัญในทางปฏิบัติที่มีต่อผู้ฟัง

Your life will always be filled with stressful situations, วลี

4:04

ชีวิตของคุณจะเต็มไปด้วยสถานการณ์ที่ตึงเครียดอยู่เสมอ

วลี

be filled with stressful situations: สภาวะเชิงนามธรรม

be filled with + คำนาม หมายถึง “มีบางสิ่งอยู่มาก” หรือ “มีสิ่งประเภทนั้นอยู่หลายอย่าง” ในที่นี้ life ไม่ได้เป็นภาชนะจริง ๆ วลีนี้บอกว่าสถานการณ์ที่ก่อให้เกิดความเครียดจะเกิดขึ้นซ้ำ ๆ และเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต filled บรรยายสภาวะ และ with นำสิ่งที่ทำให้เกิดสภาวะนั้น รูปแบบนี้ใช้ได้ทั้งกับสิ่งที่เป็นรูปธรรมและประสบการณ์เชิงนามธรรม เช่น a room can be filled with smoke และ a week can be filled with challenges

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ be filled with กับประสบการณ์เชิงนามธรรมได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. The week filled with unexpected challenges.
  2. The week was filled with unexpected challenges.
  3. The week was filled unexpected challenges.
ดูคำตอบ

The week was filled with unexpected challenges.

but what matters to your brain and entire body ไวยากรณ์

4:07

แต่สิ่งที่สำคัญต่อสมองและร่างกายของคุณทั้งหมดคือ

is how you respond to that stress.

4:10

วิธีที่คุณตอบสนองต่อความเครียดนั้น

ไวยากรณ์

What matters ... is how ...: เน้นปัจจัยสำคัญ

What matters to your brain and entire body หมายถึง “สิ่งที่สำคัญต่อสมองและร่างกายของคุณ” คำเหล่านี้รวมกันเป็นอนุประโยคคำนามที่ทำหน้าที่เป็นประธาน What ใช้นำอนุประโยคนี้ ไม่ได้ใช้ถามคำถามในที่นี้ หลัง is ส่วน how you respond to that stress จะระบุปัจจัยสำคัญ นั่นคือวิธีที่คุณตอบสนอง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ What matters (to someone) is how + ประธาน + กริยา ซึ่งช่วยจัดระเบียบประเด็นที่ซับซ้อนโดยดึงความสนใจไปยังปัจจัยที่สำคัญที่สุด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ What matters ... is how ... ได้ถูกต้องเพื่อเน้นวิธีที่ทีมตอบสนอง

  1. What matters most is how the team responds after a mistake.
  2. What matters most is how does the team respond after a mistake.
  3. What matters most how the team responds after a mistake.
ดูคำตอบ

What matters most is how the team responds after a mistake.

If you can view those situations as challenges you can control and master, ไวยากรณ์

4:13

หากคุณสามารถมองสถานการณ์เหล่านั้นเป็นความท้าทายที่คุณสามารถควบคุมและจัดการได้

rather than as threats that are insurmountable,

4:18

แทนที่จะเป็นภัยคุกคามที่ไม่สามารถเอาชนะได้

ไวยากรณ์

view X as A rather than as B: มอง X ว่าเป็น A ไม่ใช่ B

ในโครงสร้าง view X as A คำว่า view หมายถึง “มองหรือเข้าใจในแบบหนึ่ง” ไม่ใช่แค่ “มองดู” โดย X คือสิ่งที่ถูกตีความ และ as A บอกบทบาทหรือความหมายที่เราให้กับสิ่งนั้น ในประโยคนี้ สถานการณ์ต่าง ๆ ถูกมองว่าเป็นความท้าทายที่รับมือได้ Rather than as B นำเสนอมุมมองที่ผู้พูดไม่เลือก การใช้ as ซ้ำทำให้เกิดโครงสร้างคู่ขนาน view X as A rather than as B ใช้โครงสร้างนี้เมื่อต้องการบอกว่าสิ่งเดียวกันควรถูกเข้าใจแบบหนึ่ง ไม่ใช่อีกแบบหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง view X as A rather than as B: We should ____ a chance to learn ____ a reason to give up.

ดูคำตอบ

view a mistake as · rather than as

you will perform better in the short run วลี

4:21

คุณจะทำงานได้ดีขึ้นในระยะสั้น

and stay healthy in the long run.

4:23

และมีสุขภาพที่ดีในระยะยาว

วลี

in the short run ... in the long run: ผลระยะสั้นและระยะยาว

In the short run หมายถึงในอนาคตอันใกล้ ส่วน in the long run หมายถึงหลังจากเวลาผ่านไปนานพอที่ผลกระทบในภายหลังจะปรากฏ เมื่อนำมาใช้ร่วมกัน ทั้งสองวลีจะแสดงความแตกต่างระหว่างผลระยะสั้นและระยะยาวอย่างชัดเจน เช่น ทำผลงานได้ดีขึ้นตอนนี้และยังคงมีสุขภาพดีในภายหลัง ในสำนวนตายตัวเหล่านี้ run หมายถึงช่วงเวลา ไม่ใช่การวิ่ง โดยปกติทั้งสองวลีจะมี the คือ in the short run และ in the long run

แบบฝึกหัด

ใช้สองวลีเป้าหมายเติมประโยคให้สมบูรณ์ โดยช่องแรกหมายถึงอนาคตอันใกล้ และช่องที่สองหมายถึงผลกระทบในภายหลัง: The cheaper paint may save money ____, but it will need more repairs ____.

ดูคำตอบ

in the short run · in the long run