e^(iπ) ใน 3.14 นาที ด้วยพลศาสตร์ | DE5: บทเรียนภาษาอังกฤษ
3Blue1Brown
คำอธิบายวิดีโอ: วิดีโอเริ่มจากสมบัติที่ e^t เป็นอนุพันธ์ของตัวเอง ใช้การเคลื่อนที่อธิบายการเติบโตและการสลายตัว มองการคูณด้วย i เป็นการหมุน จนนำไปสู่ e^(iπ) = -1 แล้วตั้งคำถามต่อสัญกรณ์เลขชี้กำลัง ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. “The farther” / “the faster” (ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค): ใช้โครงสร้างเปรียบเทียบแบบคู่เพื่อบอกว่าปริมาณสองอย่างเปลี่ยนพร้อมกัน ไม่ใช่ข้อมูลสองข้อที่แยกกัน 2. “out of hand” (สำนวนและภาษาภาพพจน์): เข้าใจว่าสถานการณ์เริ่มควบคุมยาก ไม่ได้กล่าวถึงมือจริง ๆ 3. “spare you the full rant” (วัจนปฏิบัติและท่าที): จับน้ำเสียงขำ ๆ ที่ผู้พูดจะไม่ให้ผู้ฟังต้องทนกับคำบ่นยาว และเรียนรูปแบบ spare someone something
คำอธิบายในบทเรียนนี้
One way to think about the function e to the t is to ask what properties does it have? ลำดับความ
0:00วิธีหนึ่งในการพิจารณาฟังก์ชัน e กำลัง t คือการถามว่า มันมีคุณสมบัติอะไรบ้าง
One way to think about ... is to ...: การเสนอหนึ่งมุมมองในการคิด
กรอบ One way to think about X ใช้เสนอหนึ่งมุมมองหรือวิธีที่เป็นไปได้ในการทำความเข้าใจ X ในที่นี้ way หมายถึงแนวทางในการคิด ไม่ใช่เส้นทางจริงหรือชุดขั้นตอนตายตัว โครงสร้างเต็ม One way to think about X is to Y เปลี่ยนจากหัวข้อที่เป็นนามธรรมไปสู่การกระทำที่เป็นรูปธรรม ในประโยคนี้ การกระทำนั้นคือการถามถึงสมบัติของฟังก์ชัน กรอบนี้จึงนำเข้าสู่คำถามที่ตามมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกรอบสี่คำที่ใช้เสนอหนึ่งมุมมองที่เป็นไปได้: “____ the budget is to separate needs from wants.”
ดูคำตอบ
One way to think about
and from some points of view the defining property, น้ำเสียง/เจตนา
0:06ซึ่งในมุมมองหนึ่งถือเป็นคุณสมบัติที่นิยามตัวมันเอง
from some points of view: การจำกัดขอบเขตของข้อกล่าวอ้าง
From some points of view เป็นวลีที่จำกัดมุมมองซึ่งรองรับข้อกล่าวอ้าง วลีนี้บอกว่าการเรียกลักษณะดังกล่าวว่า “สมบัติที่ใช้ให้นิยาม” สมเหตุสมผลภายใต้มุมมองหรือเกณฑ์บางอย่าง แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นจริงในการวิเคราะห์ทุกแบบ เนื่องจากวลีนี้อยู่ระหว่างเครื่องหมายจุลภาค จึงทำหน้าที่เป็นส่วนขยายแทรกที่จำกัดความ ข้อความหลักยังดำเนินต่อไปทั้งก่อนและหลังวลี ขณะที่วลีนี้ทำให้ขอบเขตของข้อกล่าวอ้างแคบลง ในที่นี้ points of view หมายถึงมุมมองเชิงวิเคราะห์ ไม่ใช่ตำแหน่งจริงที่ใช้มอง
แบบฝึกหัด
วลีในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร? “From some points of view, the plan is a success.”
- ทุกคนเห็นพ้องว่าแผนนี้ประสบความสำเร็จอย่างสมบูรณ์
- แผนนี้อาจได้รับการประเมินว่าประสบความสำเร็จจากบางมุมมอง
- แผนนี้ดูเหมือนประสบความสำเร็จเมื่อมองจากตำแหน่งจริงแห่งหนึ่งเท่านั้น
ดูคำตอบ
แผนนี้อาจได้รับการประเมินว่าประสบความสำเร็จจากบางมุมมอง
อนุพันธ์ของตัวเอง
วลีแสดงความเป็นเจ้าของ “its own derivative” หมายถึง “อนุพันธ์ของฟังก์ชันนั้นเอง” ในที่นี้ its หมายถึงฟังก์ชัน ส่วน own ใช้เน้นความหมาย โดย own ไม่ใช่คำกริยาที่แปลว่า “เป็นเจ้าของ” ในโครงสร้างเต็ม “it is its own derivative” คำว่า is แสดงว่าสองสิ่งนี้เป็นสิ่งเดียวกัน กล่าวคือ เมื่อหาอนุพันธ์ของฟังก์ชันนี้จะได้ฟังก์ชันเดิมกลับมา โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ คำกำหนดแสดงความเป็นเจ้าของ + own + คำนาม ซึ่งเน้นความสัมพันธ์เฉพาะกับเจ้าของ ส่วนคำกริยารอบ ๆ จะบอกว่าเป็นความสัมพันธ์แบบสิ่งเดียวกัน การสร้าง การเลือก หรือแบบอื่น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าเมื่อหาอนุพันธ์ของฟังก์ชันแล้วจะได้ฟังก์ชันเดิมกลับมา?
- The function is its own derivative.
- The function has its own derivative.
- The function owns its derivative.
ดูคำตอบ
The function is its own derivative.
it's actually the only function with this property.
0:14นี่ก็เป็นฟังก์ชันเดียวเท่านั้นที่มีคุณสมบัตินี้
ป้อนศูนย์แล้วได้ผลลัพธ์เป็นหนึ่ง
Inputting เป็นรูป -ing ของ input และทำหน้าที่เป็นประธาน หมายถึงการใส่ค่าหนึ่งเข้าไปในฟังก์ชัน ส่วน zero คือค่าที่ถูกป้อนเข้าไป ในภาษาทางเทคนิค returns หมายถึง “สร้างออกมาเป็นผลลัพธ์” ดังนั้น inputting zero returns one จึงหมายความว่า เมื่อป้อนศูนย์ ผลลัพธ์ของฟังก์ชันคือหนึ่ง ในที่นี้ return ไม่ได้หมายถึง “กลับมา” หรือ “คืนสิ่งของ”
แบบฝึกหัด
ในประโยค“In this program, entering 4 returns 16,”คำว่า returns หมายถึงอะไร?
- สร้าง 16 เป็นผลลัพธ์
- ย้าย 16 ไปยังตำแหน่งก่อนหน้า
- คืน 16 ให้เจ้าของ
ดูคำตอบ
สร้าง 16 เป็นผลลัพธ์
And you can illustrate what this means with a physical model. วลี
0:17และคุณสามารถอธิบายความหมายนี้ได้ด้วยแบบจำลองทางฟิสิกส์
illustrate what this means with a physical model: อธิบายความหมายด้วยแบบจำลองทางกายภาพ
ในที่นี้ illustrate หมายถึง “ทำให้แนวคิดเข้าใจง่ายขึ้น” ไม่จำเป็นต้องหมายถึง “วาดภาพ” ส่วน what this means คือแนวคิดที่กำลังถูกอธิบายให้ชัดเจน โครงสร้าง illustrate A with B หมายถึง “ทำให้ A ชัดเจนโดยใช้ B” ในประโยคนี้ B คือแบบจำลองทางกายภาพ ส่วนในบริบทอื่นอาจเป็นตัวอย่าง แผนภาพ หรือการเปรียบเทียบ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ illustrate ในความหมายว่า “ทำให้แนวคิดชัดเจนโดยใช้บางสิ่ง”
- She illustrated a dragon for the storybook.
- She placed the model beside the screen.
- She illustrated the safety rule with a simple diagram.
ดูคำตอบ
She illustrated the safety rule with a simple diagram.
If e to the t describes your position on a number line as a function of time, การใช้คำ
0:19ถ้า e กำลัง t อธิบายตำแหน่งของคุณบนเส้นจำนวนให้เป็นฟังก์ชันของเวลา
as a function of time: ในฐานะฟังก์ชันของเวลา
ในภาษาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ as a function of time หมายถึงการอธิบายปริมาณหนึ่งโดยอิงกับเวลา ค่าของปริมาณนั้นขึ้นอยู่กับเวลาที่เป็นข้อมูลนำเข้า ในที่นี้ตำแหน่งเป็นปริมาณตาม และเวลาเป็นตัวแปรนำเข้า
แบบฝึกหัด
ใน “The position is given as a function of time” คำว่า as a function of time หมายถึงอะไร
- ตำแหน่งถูกอธิบายว่าขึ้นอยู่กับเวลา
- ตำแหน่งถูกใช้เพื่อวัดเวลา
- เวลาคือจุดประสงค์ของตำแหน่ง
ดูคำตอบ
ตำแหน่งถูกอธิบายว่าขึ้นอยู่กับเวลา
what this equation is saying is that... สำหรับอธิบายความหมาย
โครงสร้าง what X is saying is that ... หมายถึง “ข้อความหรือความหมายของ X คือสิ่งนี้” อนุประโยค what ทั้งหมดทำหน้าที่เป็นประธาน ส่วนอนุประโยค that บอกความหมายนั้นด้วยคำที่เข้าใจง่าย ในที่นี้ saying เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ เพราะสมการไม่ได้พูดจริง ๆ ผู้พูดใช้โครงสร้างนี้เพื่ออธิบายข้อสรุปของสมการว่า ความเร็วเท่ากับตำแหน่งเสมอ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างอธิบายที่ตรงตามรูป what + this chart + is saying + is that: ____ demand peaks in July.
ดูคำตอบ
What this chart is saying is that
The farther..., the faster... สำหรับบอกการเปลี่ยนแปลงที่เชื่อมโยงกัน
โครงสร้างคู่ the + ขั้นกว่า ..., the + ขั้นกว่า ... เชื่อมปริมาณสองอย่างที่เปลี่ยนไปพร้อมกัน อนุประโยคแรกบอกการเปลี่ยนแปลงอย่างหนึ่ง และอนุประโยคที่สองบอกการเปลี่ยนแปลงที่สอดคล้องกัน ในประโยคนี้ ยิ่งระยะห่างจากศูนย์มาก ความเร็วก็ยิ่งมาก คำว่า the เป็นเครื่องหมายตายตัวของโครงสร้างนี้ ไม่ใช่คำนำหน้านามแบบชี้เฉพาะ
แบบฝึกหัด
ใช้ more และ easier เติมโครงสร้างเปรียบเทียบแบบคู่ทั้งสองส่วนให้สมบูรณ์: ____ you practice, ____ the song becomes.
ดูคำตอบ
The more · the easier
going from a specific time to a specific position,
0:39ในการเปลี่ยนจากเวลาเฉพาะเจาะจงไปยังตำแหน่งเฉพาะเจาะจง
paints a very strong intuitive picture of how the function must grow. สำนวน
0:45ได้วาดภาพตามสัญชาตญาณที่ชัดเจนมากว่าฟังก์ชันนี้จะเติบโตไปอย่างไร
even before knowing: ผลลัพธ์ที่เป็นจริงอยู่แล้วตั้งแต่เนิ่น ๆ
even before + -ing บอกว่าบางสิ่งเป็นจริงอยู่แล้วในช่วงที่เร็วกว่า ก่อนที่การกระทำที่กล่าวถึงจะเสร็จหรือก่อนจะเข้าสู่สภาวะนั้น even ใช้เน้นว่าผลที่เกิดขึ้นเร็วนี้อาจน่าแปลกใจหรือมีประโยชน์เป็นพิเศษ ในที่นี้ knowing เป็นรูป -ing ที่ใช้หลังบุพบท before ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ continuous tense วลีนี้แสดงว่าเรามองเห็นภาพเชิงสัญชาตญาณได้โดยไม่ต้องคำนวณค่าที่แน่นอนก่อน
แบบฝึกหัด
ใช้ even before และกริยา read เติมประโยคให้สมบูรณ์: Maya understood the main idea ____ the final chapter.
ดูคำตอบ
even before reading
associate each position with a velocity: โครงสร้าง associate A with B
associate A with B หมายถึงการสร้างหรือมองเห็นความเชื่อมโยงระหว่าง A กับ B ในประโยคนี้ แต่ละตำแหน่งถูกจับคู่ในความคิดกับความเร็วที่ตรงกัน associate ไม่ได้หมายถึงการคบหาหรือใช้เวลากับใคร โครงสร้างคือ associate + A + with + B ใช้อธิบายความเชื่อมโยง การจับคู่ หรือความสัมพันธ์ในข้อมูล แนวคิด ความทรงจำ และสาเหตุได้
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้าง associate A with B ให้สมบูรณ์: Weather watchers associate dark clouds ____ coming rain.
ดูคำตอบ
with
paints a very strong intuitive picture of: สร้างภาพในใจที่ชัดเจน
รูปแบบ paint a picture of ในที่นี้เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการทำให้เกิดความเข้าใจที่ชัดเจนและเห็นภาพเกี่ยวกับบางสิ่ง ไม่ใช่การวาดภาพจริง ๆ คำขยาย very strong และ intuitive บอกว่าความเข้าใจนั้นชัดเจนและเป็นธรรมชาติเป็นพิเศษ จึงเข้าใจได้โดยไม่ต้องไล่ดูรายละเอียดเชิงรูปแบบทุกอย่างก่อน โครงสร้างที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ paint a picture of + คำนามหรืออนุประโยค คำอธิบาย แบบจำลอง ตัวอย่าง หรือหลักฐานชุดหนึ่งสามารถ paint a picture ได้โดยช่วยให้คนสร้างภาพรวมขึ้นในใจ
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The timeline paints a clear picture of how the outage began,” วลี paints a clear picture of หมายถึงอะไร
- ให้ความเข้าใจโดยรวมที่ชัดเจนเกี่ยวกับเหตุขัดข้อง
- แสดงว่ามีคนวาดเหตุขัดข้องด้วยมือ
- บอกว่าเหตุขัดข้องเกิดขึ้นเพราะภาพวาด
ดูคำตอบ
ให้ความเข้าใจโดยรวมที่ชัดเจนเกี่ยวกับเหตุขัดข้อง
with an all-around feeling of things getting out of hand quickly. สำนวน
0:52พร้อมกับความรู้สึกโดยรวมที่ว่าสิ่งต่างๆ กำลังควบคุมไม่ได้อย่างรวดเร็ว
at an accelerating rate: จังหวะที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
At an accelerating rate หมายถึงอัตราการเปลี่ยนแปลงนั้นเพิ่มขึ้นตามเวลา ไม่ได้บอกเพียงว่าสิ่งหนึ่งเคลื่อนที่หรือเปลี่ยนแปลงเร็วในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง แต่ช่วงเวลาถัดไปมีจังหวะการเปลี่ยนแปลงสูงกว่าช่วงก่อนหน้า ในประโยคนี้ accelerating ขยาย rate เมื่อใช้ร่วมกับ you'll be accelerating จึงสื่อว่าการเร่งมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และเสริมความรู้สึกว่าเหตุการณ์จะควบคุมได้ยากอย่างรวดเร็ว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสี่คำที่หมายถึงจังหวะนั้นเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ: The snowball is growing ____, gaining more snow each second than in the second before.
ดูคำตอบ
at an accelerating rate
out of hand: หลุดจากการควบคุม
ในที่นี้ out of hand หมายถึง “ไม่อยู่ภายใต้การควบคุมหรือจัดการไม่ได้อีกต่อไป” ใน things getting out of hand คำว่า get แสดงการเปลี่ยนแปลง คือสถานการณ์กำลังเปลี่ยนจากที่ยังจัดการได้ไปเป็นควบคุมไม่ได้ สำนวนนี้บอกสภาพของปัญหา กระบวนการ ฝูงชน ค่าใช้จ่าย หรือความขัดแย้ง ไม่ได้หมายถึงแค่การเคลื่อนที่เร็ว ส่วน quickly บอกว่ากำลังสูญเสียการควบคุมเร็วเพียงใด
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนที่หมายถึง “กำลังควบคุมได้ยากขึ้น” ให้สมบูรณ์: The noise at the party is getting ____.
ดูคำตอบ
out of hand
the chain rule tells us that the derivative is now 2 times itself.
1:03กฎลูกโซ่บอกเราว่าอนุพันธ์ตอนนี้จะเป็น 2 เท่าของตัวมันเอง
rather than attaching: บอกการกระทำที่ไม่เลือก
Rather than attaching นำเสนอการกระทำที่ไม่ได้เลือก รูป -ing ทำให้ attach ถูกมองเป็นกิจกรรมหนึ่ง โดยมีความหมายว่า “แทนที่จะทำการติดหรือกำกับ” เมื่อวางไว้ต้นประโยค วลีนี้จะบอกวิธีที่ไม่เลือกก่อนคำสั่งที่ต้องการ first double ... then attach it วลีนี้เปรียบเทียบสองทางเลือก ไม่ได้บอกว่าการกระทำใดเกิดก่อน ผู้ที่ทำ attaching โดยนัยคือคนเดียวกับผู้ที่ได้รับคำสั่ง double และ attach
แบบฝึกหัด
ใช้ rather than และรูป -ing ของ attach เพื่อเติมคำสั่งให้สมบูรณ์: ____ the label immediately, check its position first.
ดูคำตอบ
Rather than attaching
Moving so that your position is always e to the 2t
1:17การเคลื่อนที่โดยให้ตำแหน่งของคุณเป็น e กำลัง 2t เสมอ
that your velocity is always twice your position.
1:22ความเร็วของคุณเป็นสองเท่าของตำแหน่งของคุณเสมอ
in such a way that + อนุประโยค
in such a way that ใช้นำอนุประโยคที่อธิบายว่าการกระทำนั้นดำเนินไปอย่างไร อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that ระบุเงื่อนไขซึ่งให้ความหมายที่ชัดเจนแก่ way ในที่นี้คือจัดการเคลื่อนที่ให้ความเร็วเป็นสองเท่าของตำแหน่งอยู่เสมอ โครงสร้างนี้เหมาะกับคำอธิบายที่แม่นยำ: การกระทำ + in such a way that + เงื่อนไขหรือผลลัพธ์ที่ต้องการ โดย way ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงถนนหรือเส้นทางจริง
แบบฝึกหัด
เติมคำสั่งด้วยโครงสร้างห้าคำที่หมายถึง “ด้วยวิธีที่ทำให้มั่นใจว่าจะเกิดผลลัพธ์นั้น”: Arrange the desks ____ every student can see the board.
ดูคำตอบ
in such a way that
is that our runaway growth feels all the more out of control. วลี
1:26การเติบโตที่พุ่งทะยานนี้ทำให้เรารู้สึกว่าควบคุมมันไม่ได้ยิ่งขึ้นไปอีก
all the more: ระดับที่เพิ่มขึ้นเพราะมีเหตุผล
all the more เป็นวลีบอกระดับแบบตายตัวที่หมายถึง “ยิ่งขึ้นไปอีก” โดยปกติเพราะเหตุผลที่เพิ่งกล่าวถึงหรือเข้าใจได้จากบริบท ในที่นี้ ข้อสรุปก่อนหน้าทำให้การเติบโตที่พุ่งจนควบคุมไม่อยู่ยิ่งดูอยู่นอกเหนือการควบคุมมากขึ้น วลีนี้ขยาย out of control ซึ่งเป็นวลีคุณศัพท์ all เป็นส่วนหนึ่งของวลีเต็ม all the more ไม่ได้หมายถึง “ทั้งหมด” และไม่ได้ขยายคำนามพหูพจน์
แบบฝึกหัด
เติมวลีสามคำที่หมายถึง “ยิ่งขึ้นไปอีกเพราะข้อเท็จจริงนั้น” ลงในประโยค: The broken lock made the empty house ____ unsettling.
ดูคำตอบ
all the more
then your velocity vector is always negative 0.5 times your position vector,
1:35เวกเตอร์ความเร็วของคุณก็จะเป็นลบ 0.5 เท่าของเวกเตอร์ตำแหน่งของคุณเสมอ
scale its length by a half: ปรับสเกลความยาวให้เหลือครึ่งหนึ่ง
ในที่นี้ scale เป็นคำกริยาทางเทคนิค หมายถึง “เปลี่ยนค่าที่วัดได้โดยคูณด้วยตัวคูณ” ตัวคูณจะตามหลัง by ดังนั้น scale the length by a half คือคูณความยาวเดิมด้วย 1/2 ความยาวใหม่จึงเท่ากับครึ่งหนึ่งของความยาวเดิม ไม่ได้หมายถึงลบออกไปครึ่งหน่วยแบบตายตัว
แบบฝึกหัด
เติมคำสั่งให้สมบูรณ์ด้วยวลีสามคำที่บอกตัวคูณจากตัวอย่าง: Scale its length ____.
ดูคำตอบ
by a half
that your velocity always matches this flipped and squished copy of your position vector,
1:46ความเร็วของคุณตรงกับสำเนาเวกเตอร์ตำแหน่งที่ถูกพลิกและหดลงนี้เสมอ
slowing down in an exponential decay towards zero. การใช้คำ
1:51ช้าลงด้วยการสลายตัวแบบเอกซ์โปเนนเชียลเข้าหาศูนย์
exponential decay towards zero: การสลายตัวเชิงเลขชี้กำลังที่เข้าใกล้ศูนย์
การสลายตัวเชิงเลขชี้กำลังคือกระบวนการที่ปริมาณหนึ่งลดลงซ้ำ ๆ ด้วยสัดส่วนเท่าเดิมในช่วงเวลาที่เท่ากัน เมื่อปริมาณนั้นเล็กลง ค่าที่ลดลงจริงในแต่ละครั้งก็จะเล็กลงด้วย Towards zero หมายถึงค่าต่าง ๆ เข้าใกล้ศูนย์มากขึ้นเรื่อย ๆ ในแบบจำลองเชิงเลขชี้กำลังอุดมคติ ค่านั้นไม่จำเป็นต้องเท่ากับศูนย์พอดีภายในเวลาที่จำกัด
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดตรงกับ “exponential decay towards zero” มากที่สุด
- ปริมาณลดลงด้วยสัดส่วนเท่าเดิมในช่วงที่เท่ากันและเข้าใกล้ศูนย์มากขึ้น
- ปริมาณลดลงด้วยจำนวนคงที่เท่าเดิมในช่วงที่เท่ากันและต้องไปถึงศูนย์
- ปริมาณไม่เปลี่ยนแปลงแล้วกลายเป็นศูนย์อย่างฉับพลัน
ดูคำตอบ
ปริมาณลดลงด้วยสัดส่วนเท่าเดิมในช่วงที่เท่ากันและเข้าใกล้ศูนย์มากขึ้น
“But what about if ...?” สำหรับเสนอสมมติฐานที่ต่างออกไป
“But what about if ...?” ใช้เสนอเงื่อนไขใหม่ที่อาจเกิดขึ้นเพื่อให้ผู้ฟังลองพิจารณา ในประโยคนี้ ผู้พูดเปลี่ยนค่าคงที่เป็น i เพื่อทดสอบว่าแนวคิดก่อนหน้ายังใช้ได้ในกรณีที่ยากขึ้นหรือไม่ “But” แสดงความแตกต่างจากสิ่งที่เพิ่งพูดถึง ส่วน “what about if” ใช้เปิดเงื่อนไขสมมติ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ “But what about if + ประธาน + กริยา ...?”
แบบฝึกหัด
เติมคำตอบด้วยกรอบประโยคสนทนา “But what about if”: “The rule works when the value is positive.” “____ the value is zero?”
ดูคำตอบ
But what about if
Well, now the derivative of your position will always be i times itself,
2:07เอาล่ะ ตอนนี้อนุพันธ์ของตำแหน่งคุณจะเป็น i เท่าของตัวมันเองเสมอ
and multiplying by i has the effect of rotating numbers 90 degrees. วลี
2:11และการคูณด้วย i มีผลทำให้ตัวเลขหมุนไป 90 องศา
“has the effect of + -ing” สำหรับบอกผลลัพธ์อย่างเป็นกลาง
“Has the effect of” หมายถึง “ทำให้เกิดผลเป็น...” ในบริบทนี้ การคูณด้วย i ทำให้เกิดการหมุน 90 องศา โครงสร้างคือ “have/has the effect of + คำนามหรือรูป -ing” ในที่นี้ “of” เป็นคำบุพบท จึงต้องตามด้วย “rotating” ไม่ใช่ “rotate” สำนวนนี้เน้นผลที่สังเกตได้ มากกว่าเจตนาของผู้กระทำ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย “has the effect of”: Installing brighter lights ____ making the room feel larger.
ดูคำตอบ
has the effect of
As you might expect: การบอกว่าข้อสรุปเป็นสิ่งที่คาดได้
as you might expect บอกผู้ฟังว่าแนวคิดถัดไปเป็นผลที่ตามมาอย่างเป็นธรรมชาติจากข้อมูลที่ให้ไว้ก่อนหน้า วลีนี้ช่วยจัดลำดับข้อมูลโดยเชื่อมข้อสรุปใหม่เข้ากับเหตุผลก่อนหน้า might ในที่นี้ช่วยทำให้น้ำเสียงอ่อนลง ผู้พูดเสนอว่าข้อสรุปนั้นสมเหตุสมผลโดยไม่ฟังดูฟันธงเกินไป ไม่ได้หมายความว่าข้อสรุปนั้นมีโอกาสเกิดขึ้นน้อย
แบบฝึกหัด
as you might expect ในตัวอย่างทำหน้าที่อะไร?
- นำเสนอแนวคิดถัดไปว่าเป็นผลตามธรรมชาติของเหตุผลก่อนหน้า พร้อมทั้งทำให้น้ำเสียงอ่อนลง
- เปลี่ยนเรื่องโดยไม่เชื่อมโยงกับข้อมูลก่อนหน้า
- บอกว่าผู้พูดคิดว่าแนวคิดถัดไปแทบไม่มีโอกาสเป็นจริง
ดูคำตอบ
นำเสนอแนวคิดถัดไปว่าเป็นผลตามธรรมชาติของเหตุผลก่อนหน้า พร้อมทั้งทำให้น้ำเสียงอ่อนลง
Thinking beyond the number line: การขยายกรอบแนวคิด
beyond ใน thinking beyond the number line ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการออกจากข้อจำกัดของแบบจำลองหนึ่งมิติ ไม่ใช่การเคลื่อนไปไกลขึ้นตามเส้นจำนวน โครงสร้าง think beyond + ข้อจำกัดหรือกรอบ หมายถึงการพิจารณาแนวคิดที่กรอบปัจจุบันไม่สามารถแสดงได้ ในประโยคนี้ ระนาบเชิงซ้อนคือกรอบที่กว้างกว่า
แบบฝึกหัด
thinking beyond the number line ในตัวอย่างหมายถึงอะไร?
- เคลื่อนไปไกลขึ้นตามเส้นจำนวนเดิม
- ใช้กรอบทางคณิตศาสตร์ที่กว้างกว่าเส้นจำนวนหนึ่งมิติ
- ไม่สนใจแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ทั้งหมด
ดูคำตอบ
ใช้กรอบทางคณิตศาสตร์ที่กว้างกว่าเส้นจำนวนหนึ่งมิติ
So, even before you know how to compute e to the i times t,
2:21ดังนั้น แม้ก่อนที่คุณจะรู้วิธีคำนวณ e กำลัง i คูณ t
you know that for any position this might give for some value of time,
2:25คุณก็รู้ว่าไม่ว่าตำแหน่งนี้จะให้ค่าเวลาเท่าใดก็ตาม
the velocity at that time will be a 90 degree rotation of that position.
2:28ความเร็วในเวลานั้นจะเป็นการหมุน 90 องศาของตำแหน่งนั้น
come across: พบหรือเจอ
ในที่นี้ come across หมายถึงพบหรือเจอบางสิ่งระหว่างการสำรวจความเป็นไปได้ต่าง ๆ โดยวลีคำนาม possible positions ทำหน้าที่เป็นกรรม ซึ่งเข้าใจความสัมพันธ์ได้ว่า possible positions (that) you might come across วลีนี้มักสื่อว่าการพบดังกล่าวไม่ได้วางแผนไว้ล่วงหน้า หรือเป็นสิ่งที่เจอระหว่างทาง ไม่ใช่สิ่งที่ตั้งใจค้นหาโดยเฉพาะ
แบบฝึกหัด
ใน “During the survey, we came across an unexpected pattern,” คำว่า came across หมายความว่าอะไร?
- เคลื่อนจากด้านหนึ่งของมันไปยังอีกด้านหนึ่ง
- พบหรือเจอมันระหว่างดำเนินงาน
- ทำให้มันดูน่าประทับใจยิ่งขึ้น
ดูคำตอบ
พบหรือเจอมันระหว่างดำเนินงาน
you shrink things down to avoid clutter. กริยาวลี
2:40คุณต้องย่อส่วนสิ่งต่างๆ ลงเพื่อไม่ให้ดูรกเกินไป
shrink things down: ลดขนาดให้เล็กลง
Shrink things down หมายถึงทำให้สิ่งต่าง ๆ มีขนาดเล็กลง โดยทั่วไปเพื่อให้มีขนาดเหมาะสมหรือใช้พื้นที่น้อยลง คำว่า down เน้นการลดขนาด ไม่ได้หมายความว่าสิ่งเหล่านั้นเคลื่อนลงด้านล่าง Shrink ... down สามารถแยกด้วยกรรมได้ ในตัวอย่าง กรรมที่เป็นคำนาม things อยู่ระหว่าง shrink กับ down คำนามสามารถวางหลัง down ได้เช่นกัน แต่คำสรรพนามต้องอยู่ตรงกลางเสมอ จึงต้องพูดว่า shrink it down ไม่ใช่ shrink down it
แบบฝึกหัด
ใช้ shrink ... down และวางคำสรรพนามในตำแหน่งที่ถูกต้อง: This photo is too large, so I'll ____ before I send it.
ดูคำตอบ
shrink it down
and there's only one trajectory starting from that position
2:47และมีเส้นทางเดียวที่เริ่มต้นจากตำแหน่งนั้น
where your velocity is always matching the vector that it's passing through,
2:50โดยที่ความเร็วของคุณจะตรงกับเวกเตอร์ที่มันลากผ่านเสมอ
at a speed of one unit per second (ด้วยอัตราเร็วหนึ่งหน่วยต่อวินาที)
At a speed of one unit per second เป็นโครงสร้างที่บอกค่าอัตราเร็วได้ครบถ้วน โดย at a speed of ใช้เปิดค่าของอัตราเร็ว one unit บอกระยะทางที่เคลื่อนที่ได้ และ per second บอกฐานเวลา ตรงนี้ per หมายถึง “ต่อหนึ่ง” ไม่ใช่ “ประมาณ” รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ at a speed of + ตัวเลขและหน่วยระยะทาง + per + หน่วยเวลา
แบบฝึกหัด
เติมคำบุพบทสองคำที่ทำให้เป็นโครงสร้างบอกอัตราเร็ว: The robot moves ____ a speed of two meters ____ second.
ดูคำตอบ
at · per
So, e to the i times pi should be negative one. ไวยากรณ์
3:05ดังนั้น e กำลัง i คูณ pi ควรเป็นลบหนึ่ง
should be ที่ใช้บอกข้อสรุปที่คาดไว้
ในประโยคนี้ should be ใช้บอกข้อสรุปที่คาดได้จากการให้เหตุผลก่อนหน้า ผู้พูดหมายความว่า ถ้าการให้เหตุผลถูกต้อง ผลลัพธ์ก็คือลบหนึ่ง should be ตรงนี้ไม่ได้ใช้ให้คำแนะนำหรือบอกหน้าที่ การใช้เพื่ออนุมานแบบนี้พบได้บ่อยเมื่อตรวจการคำนวณ วินิจฉัย หรือคาดการณ์ผลจากข้อเท็จจริงที่ทราบอยู่แล้ว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ should be เพื่อบอกข้อสรุปที่คาดไว้ ไม่ใช่คำแนะนำหรือหน้าที่?
- After the discount, the total should be twenty dollars.
- You should be more careful with your money.
- Visitors should be quiet in the library.
ดูคำตอบ
After the discount, the total should be twenty dollars.
that's t radians around this unit circle in the complex plane.
3:17ที่หมุนไป t เรเดียนรอบวงกลมหนึ่งหน่วยนี้ในระนาบเชิงซ้อน
ใช้“More generally” เพื่อขยายจากกรณีเฉพาะไปสู่กฎทั่วไป
“More generally” บอกว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนจากกรณีเฉพาะที่กล่าวมาก่อนหน้าไปสู่ข้อความที่ใช้ได้กับค่า t ใด ๆ ในที่นี้ ตัวอย่างอย่างการหมุนครึ่งรอบหรือหนึ่งรอบเต็มนำไปสู่กฎทั่วไปสำหรับหาตำแหน่งของ e ยกกำลัง i คูณ t บนวงกลมหนึ่งหน่วย วลีนี้จัดลำดับคำอธิบายเป็น “ยกตัวอย่างก่อน แล้วจึงบอกหลักการที่กว้างขึ้น” generally ในที่นี้หมายถึง “ในระดับที่ทั่วไปกว่า” ไม่ได้หมายถึง “โดยปกติ” หรือ “ส่วนใหญ่”
แบบฝึกหัด
“more generally” ในประโยคนี้ส่งสัญญาณถึงอะไร?
- นำเข้าสู่หัวข้อที่ไม่เกี่ยวข้อง
- บอกว่าสมการนี้เป็นจริงเพียงส่วนใหญ่เท่านั้น
- ขยายกรณีเฉพาะก่อนหน้าให้เป็นกฎที่ทั่วไปกว่า
ดูคำตอบ
ขยายกรณีเฉพาะก่อนหน้าให้เป็นกฎที่ทั่วไปกว่า
something might still feel immoral about putting an imaginary number up in that exponent. สำนวน
3:29บางสิ่งอาจยังรู้สึกไม่ถูกต้องนักเกี่ยวกับการนำจำนวนจินตภาพไปใส่ไว้ในเลขชี้กำลัง
ใช้“Nevertheless” เพื่อนำเข้าสู่ข้อกังขาที่ยังคงอยู่
“Nevertheless” หมายถึง “ถึงกระนั้น” หรือ “แม้จะเป็นเช่นนั้น” วลีนี้ยอมรับว่าคำอธิบายทางเรขาคณิตก่อนหน้ายังถูกต้อง แล้วจึงนำเข้าสู่ข้อกังขาที่ยังไม่หายไป นั่นคือการใช้จำนวนจินตภาพเป็นเลขชี้กำลังอาจยังดูผิดในเชิงแนวคิด ในฐานะคำเชื่อมความ วลีนี้แสดงการยอมรับประเด็นเดิมก่อน แล้วตามด้วยความขัดแย้ง ข้อกังขาใหม่ยังคงอยู่แม้จะมีคำอธิบายก่อนหน้า ไม่ใช่การเริ่มหัวข้อที่ไม่เกี่ยวข้อง
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดเหมาะที่สุดสำหรับการเริ่มประโยคถัดไปด้วย“Nevertheless,”?
- ผู้พูดกำลังยกอีกตัวอย่างหนึ่งของกฎเดียวกัน
- คำอธิบายฟังดูน่าเชื่อถือ แต่ยังมีข้อสงสัยสำคัญข้อหนึ่งเหลืออยู่
- ผู้พูดกำลังเปลี่ยนไปยังหัวข้อที่ไม่เกี่ยวข้องอย่างสิ้นเชิง
ดูคำตอบ
คำอธิบายฟังดูน่าเชื่อถือ แต่ยังมีข้อสงสัยสำคัญข้อหนึ่งเหลืออยู่
การพูดเกินจริงอย่างขบขันใน feel immoral about
ในประโยคนี้ feel immoral about เป็นการพูดเกินจริงโดยตั้งใจ การใส่จำนวนจินตภาพไว้ในเลขชี้กำลังไม่ใช่ประเด็นทางศีลธรรม ผู้พูดหมายความว่า เมื่อมองตามสัญชาตญาณทางคณิตศาสตร์ทั่วไป ขั้นตอนนี้อาจให้ความรู้สึกว่าผิดอย่างมากหรือแทบจะเป็นสิ่งต้องห้าม การใช้ภาษาทางศีลธรรมอธิบายความไม่สบายใจต่อแนวคิดทางเทคนิคช่วยเพิ่มอารมณ์ขัน ผู้พูดยอมรับความรู้สึกต่อต้านของผู้ฟังก่อนอธิบายว่าเหตุใดการขยายแนวคิดนี้จึงยังสมเหตุสมผลได้
แบบฝึกหัด
feel immoral about สื่อความหมายอะไรในประโยคนี้?
- ความมั่นใจว่าไม่สามารถใช้จำนวนจินตภาพเป็นเลขชี้กำลังได้
- การกล่าวตามตัวอักษรว่าขั้นตอนทางคณิตศาสตร์นี้ฝ่าฝืนกฎทางจริยธรรม
- ความรู้สึกแบบพูดเกินจริงและขบขันว่าขั้นตอนทางคณิตศาสตร์นี้ผิดในเชิงแนวคิด
ดูคำตอบ
ความรู้สึกแบบพูดเกินจริงและขบขันว่าขั้นตอนทางคณิตศาสตร์นี้ผิดในเชิงแนวคิด
การแสดงความเห็นด้วยอย่างนุ่มนวลด้วย would be right to question
You would be right to question that บอกผู้ฟังว่าความสงสัยของเขามีเหตุผล ในที่นี้ question หมายถึงการโต้แย้งหรือตรวจสอบข้อกล่าวอ้าง ไม่ใช่เพียงการถามคำถาม Would ทำให้การเห็นด้วยฟังดูไม่ตรงเกินไปและผูกกับสถานการณ์ กล่าวคือ หากคุณตั้งคำถามกับประเด็นนี้ ปฏิกิริยานั้นก็มีเหตุผลรองรับ คำนี้ไม่ได้บอกถึงนิสัยที่เกิดซ้ำในอดีต ผู้พูดใช้โครงสร้างนี้เพื่อยอมรับความสงสัยก่อนอธิบายต่อ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดให้การยอมรับอย่างนุ่มนวลต่อการถามที่อาจเกิดขึ้น แทนที่จะรายงานการกระทำในอดีต?
- You were right to ask for clarification.
- You would have asked for clarification.
- You would be right to ask for clarification.
ดูคำตอบ
You would be right to ask for clarification.
What we write as e to the t is a bit of a notational disaster, สำนวน
3:35สิ่งที่เราเขียนเป็น e กำลัง t ถือเป็นความหายนะทางสัญลักษณ์เล็กน้อย
a bit of a notational disaster: การวิจารณ์สัญกรณ์แบบลดความตรง
ในประโยคนี้ a bit of a notational disaster หมายถึง “สัญกรณ์ที่ออกแบบได้ไม่ดีนักหรืออาจทำให้เข้าใจผิด” คำว่า disaster เป็นการพูดเกินจริงโดยตั้งใจ ผู้พูดกำลังวิจารณ์วิธีที่สัญกรณ์นำเสนอแนวคิดทางคณิตศาสตร์ ไม่ได้หมายถึงภัยพิบัติจริง โครงสร้าง a bit of a + คำนามนับได้เอกพจน์ ช่วยลดความตรงของคำประเมินอย่าง disaster, mess หรือ surprise ในที่นี้ คำขึ้นต้นที่เบากับคำนามที่รุนแรงทำงานร่วมกัน ทำให้คำวิจารณ์มีอารมณ์ขันแต่ยังชัดเจน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างลดความรุนแรงจากบทเรียน: The school play was ____ because half the costumes went missing.
ดูคำตอบ
a bit of a disaster
giving the number e and the idea of repeated multiplication
3:39ที่ให้ความสำคัญกับตัวเลข e และแนวคิดการคูณซ้ำ
way more emphasis than they deserve: ให้น้ำหนักมากเกินกว่าที่ควรอย่างมาก
way ขยาย more และหมายถึง “มากเป็นพิเศษ” หรือ “ห่างกันมาก” วลีนี้บอกว่าสัญกรณ์ให้น้ำหนักกับจำนวน e และแนวคิดเรื่องการคูณซ้ำมากเกินกว่าระดับที่สมเหตุสมผลอย่างมาก โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ way more + คำนาม + than + อนุประโยคเปรียบเทียบ อนุประโยค than บอกมาตรฐานที่ถูกเกินไป ในที่นี้ they หมายถึงสองแนวคิดที่เพิ่งกล่าวถึง และ deserve หมายถึง “ควรได้รับอย่างสมเหตุสมผล”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างเปรียบเทียบแบบไม่เป็นทางการที่มีน้ำหนักมากจากบทเรียน: The repair took ____ we expected.
ดูคำตอบ
way more time than
my time is up: เวลาที่จัดสรรไว้สิ้นสุดลงแล้ว
ใน my time is up คำว่า up หมายถึง “สิ้นสุดแล้ว” หรือ “หมดเวลาแล้ว” ไม่ได้หมายถึง “ขึ้นด้านบน” ประโยคนี้บอกว่าช่วงเวลาที่จัดสรรให้ผู้พูดสิ้นสุดลงแล้ว ผู้พูดจึงพูดต่อไม่ได้ เราสามารถเปลี่ยนคำแสดงความเป็นเจ้าของโดยยังคงรูปแบบเดิมได้ เช่น my time is up, your time is up หรือ our time is up ส่วน But ในที่นี้แสดงว่าข้อจำกัดด้านเวลาบังคับให้ผู้พูดหยุดและเปลี่ยนทิศทางการพูด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกได้เป็นธรรมชาติที่สุดว่าเวลาพูดที่จัดสรรให้ผู้พูดสิ้นสุดลงแล้ว
- My time has been extended.
- My time is up.
- I'm running out of time.
ดูคำตอบ
My time is up.
so I'll spare you the full rant until the next video. น้ำเสียง/เจตนา
3:46ผมขอเก็บคำบ่นแบบเต็มๆ ไว้ในวิดีโอหน้านะครับ
spare you the full rant: ช่วยไม่ให้ใครต้องเจอประสบการณ์ที่ไม่พึงประสงค์
ใน spare you the full rant คำว่า spare ใช้ตามโครงสร้าง spare + คน + ประสบการณ์หรือเนื้อหาที่ไม่พึงประสงค์ หมายถึงการเลือกไม่ให้คนนั้นต้องเจอกับสิ่งดังกล่าว the full rant หมายถึงคำบ่นที่ยาวและรุนแรง ผู้พูดจึงกำลังบอกว่าตอนนี้ผู้ชมไม่ต้องฟังทั้งหมด ประโยคนี้มีอารมณ์ขันเล็กน้อยและแสดงว่าผู้พูดรู้ตัวว่าตนอาจพูดยืดยาว ผู้พูดนำเสนอการหยุดพูดว่าเป็นการช่วยผู้ฟัง แต่ until the next video แสดงว่าคำบ่นนั้นเพียงถูกเลื่อนออกไป ไม่ได้หายไปตลอดกาล
แบบฝึกหัด
ผู้พูดตัดสินใจไม่ให้ผู้ฟังต้องฟังคำอธิบายที่ยาวและไม่เป็นที่ต้องการ ประโยคใดแสดงการตัดสินใจนี้
- I'll spare you the long explanation.
- I'll give you the long explanation.
- I'll ask you for a long explanation.
ดูคำตอบ
I'll spare you the long explanation.