วิธีย้ายดวงอาทิตย์: เครื่องยนต์ขับเคลื่อนดาวฤกษ์: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Kurzgesagt – In a Nutshell

ความยากในการเรียน
1,264 คำ 172 คำ/นาที

แนะนำวิดีโอ: เครื่องยนต์ดาวฤกษ์เชิงทฤษฎีสองแบบแสดงวิธีเคลื่อนดวงอาทิตย์และบังคับระบบสุริยะ ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. This dance is not an orderly ballet, more like a skating rink filled with drunk toddlers. — ภาษาภาพพจน์: อุปมาตลกทำให้การเคลื่อนที่อันวุ่นวายของดาวเห็นภาพชัด 2. that's where the Dyson sphere comes in. — วาทกรรมและวาทศิลป์: นำสิ่งที่เติมเต็มข้อขาดซึ่งเพิ่งกล่าวถึงเข้ามา 3. thinking not in terms of years or decades, but eons. — ไวยากรณ์: เปลี่ยนกรอบเวลาที่แคบเป็นมุมมองที่สำคัญจริง

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Nothing in the universe is static.

0:00

ไม่มีสิ่งใดในจักรวาลที่อยู่นิ่ง

In the Milky Way, billions of stars orbit the galactic center.

0:03

ในทางช้างเผือก ดาวฤกษ์หลายพันล้านดวงโคจรรอบใจกลางกาแล็กซี

Some, like our sun, are pretty consistent,

0:08

บางดวง อย่างดวงอาทิตย์ของเรานั้นค่อนข้างสม่ำเสมอ

keeping a distance of around 30,000 light years from the galactic center,

0:10

โดยรักษาระยะห่างราว ๆ 30,000 ปีแสงจากใจกลางกาแล็กซี

completing an orbit every 230 million years.

0:14

และโคจรครบหนึ่งรอบทุก ๆ 230 ล้านปี

This dance is not an orderly ballet, สำนวน

0:19

การเต้นรำนี้ไม่ใช่บัลเลต์ที่ตระเตรียมไว้เป็นระเบียบ

more like a skating rink filled with drunk toddlers.

0:21

แต่เหมือนลานสเก็ตที่เต็มไปด้วยเด็กเตาะแตะที่กำลังเมามากกว่า

สำนวน

not an orderly ballet, more like ...: การแก้ไขคำเปรียบเทียบ

โครงสร้าง "not X, more like Y" ปฏิเสธการเปรียบเทียบแบบแรกแล้วแทนด้วยการเปรียบเทียบที่เหมาะกว่า ในที่นี้ "orderly ballet" ทำให้นึกถึงการเคลื่อนไหวที่สง่างามและควบคุมได้ ส่วน "a skating rink filled with drunk toddlers" ทำให้นึกถึงการเคลื่อนไหวที่แออัด โซเซ และคาดเดาไม่ได้ ภาพเหล่านี้เชื่อมต่อกันเป็นอุปมาเรื่องการเคลื่อนไหว: dance, ballet และ skating rink ช่วยให้จินตนาการถึงการเคลื่อนที่อันซับซ้อนของดาวได้ง่ายขึ้น "drunk toddlers" เป็นการพูดเกินจริงเพื่อสร้างอารมณ์ขัน ไม่ใช่คำบอกเล่าตามตัวอักษร

แบบฝึกหัด

เติมวลีภาษาอังกฤษสองคำที่ใช้แทนการเปรียบเทียบแรกในโครงสร้าง "not ..., more like ...": The meeting was not a calm discussion, ____ a shouting match.

ดูคำตอบ

more like

This chaos makes the galaxy dangerous.

0:25

ความโกลาหลนี้ทำให้กาแล็กซีเป็นสถานที่ที่อันตราย

Our solar neighborhood is constantly changing,

0:28

ย่านระบบสุริยะของเรากำลังเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

with stars moving hundreds of kilometers every second.

0:31

โดยมีดาวฤกษ์เคลื่อนที่ด้วยความเร็วหลายร้อยกิโลเมตรในทุก ๆ วินาที

Only the vast distances between objects

0:34

มีเพียงระยะทางอันกว้างใหญ่ไพศาลระหว่างวัตถุอวกาศเท่านั้น

protect us from the dangers out there.

0:37

ที่คอยปกป้องเราจากอันตรายภายนอกนั่น

But we might get unlucky in the future.

0:40

แต่เราอาจโชคร้ายในอนาคต

At some point, we could encounter a star going supernova, การใช้คำ

0:43

เมื่อถึงจุดหนึ่ง เราอาจเจอดาวฤกษ์ที่กำลังจะระเบิดเป็นซูเปอร์โนวา

การใช้คำ

go supernova: go + การเข้าสู่สภาวะใหม่

ใน "a star going supernova" คำว่า going ไม่ได้หมายถึงการเดินทางไปยังสถานที่หนึ่ง สำนวนตายตัว "go supernova" หมายถึง "ระเบิดเป็นซูเปอร์โนวา" ในที่นี้ go แสดงการเปลี่ยนสภาวะ โดยมีความหมายว่า "กลายเป็น" หรือ "เข้าสู่สภาวะใหม่" ความหมายเดียวกันพบได้ใน "go dark" และ "go silent" แต่ "go supernova" เป็นคำที่ใช้คู่กันเป็นปกติในทางดาราศาสตร์ ไม่ได้กล่าวถึงจุดหมายปลายทาง

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่ใช้ทั่วไปในทางดาราศาสตร์ให้สมบูรณ์: Near the end of its life, a massive star may ____.

ดูคำตอบ

go supernova

or a massive object passing by

0:47

หรือมีวัตถุขนาดยักษ์เคลื่อนผ่าน

and showering Earth with asteroids. การใช้คำ

0:49

แล้วทำให้เกิดฝนดาวตกพุ่งชนโลก

การใช้คำ

showering Earth with asteroids: ถล่มโลกด้วยฝนดาวเคราะห์น้อย

ในโครงสร้าง shower A with B นั้น A คือเป้าหมาย ส่วน B คือสิ่งจำนวนมากที่ถูกส่ง มอบ หรือทำให้ตกลงสู่ A ในประโยคนี้ Earth คือเป้าหมาย และมีการจินตนาการว่าดาวเคราะห์น้อยจำนวนมากตกลงสู่โลกเหมือนสายฝน shower ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการอาบน้ำ แต่สร้างภาพของหลายสิ่งที่มาถึงอย่างรวดเร็วหรือซ้ำ ๆ และยังใช้เชิงเปรียบเทียบได้ เช่น shower someone with praise or gifts

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง shower A with B: After the school play, families ____ the actors ____ praise.

ดูคำตอบ

showered · with

If something like this were to happen, ไวยากรณ์

0:52

หากมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นจริง

we would likely know thousands, ลำดับความ

0:54

เราก็น่าจะรู้ล่วงหน้าหลายพันปี

if not millions of years in advance.

0:56

หรืออาจจะหลายล้านปี

ไวยากรณ์

If ... were to happen, ... would ... สำหรับสมมติฐานอนาคตที่มีโอกาสน้อย

โครงสร้าง If + ประธาน + were to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้ตั้งสมมติฐานเกี่ยวกับเหตุการณ์ในอนาคตที่ผู้พูดมองว่าห่างไกล มีโอกาสเกิดน้อย หรือเป็นเพียงการคาดคะเนอย่างมาก were ในที่นี้ไม่ได้ทำให้เหตุการณ์เป็นอดีต แต่แสดงระยะห่างจากความเป็นจริง ส่วนที่บอกผลมักใช้ would + กริยารูปพื้นฐาน ในประโยคนี้ would likely know คือผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นภายใต้เงื่อนไขสมมตินั้น

แบบฝึกหัด

เติมสมมติฐานเกี่ยวกับอนาคตที่มีโอกาสน้อยด้วยโครงสร้าง were to ... would ที่กำหนด: If our town ____ lose power for a week, the hospital ____ use emergency generators.

ดูคำตอบ

were to · would

ลำดับความ

thousands, if not millions: หลายพัน หรืออาจถึงหลายล้าน

ในรูปแบบ A, if not B ส่วน A คือข้อความที่มั่นใจกว่าและระมัดระวังกว่า ส่วน B คือความเป็นไปได้ที่แรงหรือมากกว่า ผู้พูดยืนยัน A แต่ขยับค่าประมาณไปทาง B อย่างระมัดระวัง ในประโยคนี้ หน่วย years ที่ใช้ร่วมกันขยายตัวเลขทั้งสอง คือ thousands of years และอาจถึง millions of years การใช้ if not แบบนี้ไม่ได้เสนอเงื่อนไขทั่วไป แต่จัดข้อมูลจากค่าประมาณที่ต่ำกว่าไปหาค่าที่สูงกว่า

แบบฝึกหัด

วลีใดเติมประโยคได้ดีที่สุดเพื่อเสนอค่าประมาณขั้นต่ำที่มั่นใจก่อน แล้วจึงชี้ถึงความเป็นไปได้ที่มากกว่ามาก? The archive contains thousands, ____ millions, of pages.

  1. if not
  2. as well as
  3. instead of
ดูคำตอบ

if not

But we still couldn't do much about it,

0:59

แต่เราก็ยังคงทำอะไรกับมันไม่ได้มากนักอยู่ดี

unless we move our whole solar system out of the way. วลี

1:02

เว้นเสียแต่ว่าเราจะย้ายทั้งระบบสุริยะของเราให้พ้นทาง

วลี

move our whole solar system out of the way: ย้ายทั้งระบบสุริยะออกจากเส้นทางอันตราย

Move A out of the way หมายถึงย้าย A ไปยังตำแหน่งที่ไม่ขวางทางหรือไม่อยู่ในเส้นทางอันตรายอีกต่อไป ในประโยคนี้ A คือ our whole solar system ดังนั้นการกระทำที่จินตนาการไว้คือย้ายทั้งระบบสุริยะให้พ้นเส้นทางของภัยพิบัติ ไม่ใช่แค่จัดสิ่งกีดขวางให้เรียบร้อย โครงสร้างที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ move + กรรม + out of the way เช่น move the chair out of the way โดยปกติกรรมจะอยู่ถัดจาก move ทันที

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสี่คำที่หมายถึง “ไปยังตำแหน่งที่ไม่ขวางใครอีกต่อไป”: Please move your bag ____ so no one trips over it.

ดูคำตอบ

out of the way

To move the solar system,

1:16

ในการเคลื่อนย้ายระบบสุริยะ

we need a Stellar Engine, วัฒนธรรม

1:18

เราต้องใช้ เครื่องยนต์สเตลลาร์ (Stellar Engine)

a megastructure used to steer a star through the galaxy. ไวยากรณ์

1:20

ซึ่งเป็นโครงสร้างยักษ์ที่ใช้ในการบังคับทิศทางดาวฤกษ์ไปทั่วกาแล็กซี

วัฒนธรรม

a Stellar Engine, a megastructure: แนวคิดเชิงทฤษฎีระดับดาวฤกษ์

Stellar Engine คือโครงสร้างขนาดมหึมาในเชิงทฤษฎีที่ออกแบบมาเพื่อเปลี่ยนการเคลื่อนที่ของดาวฤกษ์ ทำให้สามารถควบคุมทิศทางของทั้งดาวฤกษ์และระบบดาวเคราะห์ของมันผ่านดาราจักรได้ ประโยคนี้นำเสนอแนวคิดทางวิศวกรรมระดับดาวฤกษ์ที่ยังเป็นข้อเสนอ ไม่ได้บอกว่ามีอุปกรณ์ดังกล่าวอยู่แล้วในปัจจุบัน หลังเครื่องหมายจุลภาค a megastructure ให้คำจำกัดความของ a Stellar Engine โดยตรง ในที่นี้ stellar หมายถึงเกี่ยวกับดาวฤกษ์ ไม่ใช่ชื่อยี่ห้อหรือเครื่องยนต์ยานอวกาศทั่วไป

แบบฝึกหัด

วลี a Stellar Engine, a megastructure ในประโยคนี้บอกอะไรเรา?

  1. Stellar Engine คือโครงสร้างเชิงทฤษฎีระดับดาวฤกษ์ที่มีจุดประสงค์เพื่อเปลี่ยนเส้นทางของดาวฤกษ์
  2. Stellar Engine คือยี่ห้อเครื่องยนต์สำหรับยานอวกาศทั่วไป
  3. Stellar Engine คือเครื่องยนต์ขนาดเล็กที่อยู่ภายในดาวฤกษ์
ดูคำตอบ

Stellar Engine คือโครงสร้างเชิงทฤษฎีระดับดาวฤกษ์ที่มีจุดประสงค์เพื่อเปลี่ยนเส้นทางของดาวฤกษ์

ไวยากรณ์

a megastructure used to steer...: อนุประโยคสัมพันธ์แบบถูกกระทำที่ลดรูป

ใน a megastructure used to steer a star through the galaxy วลี used to steer... อยู่หลัง megastructure และทำหน้าที่ขยายคำนั้น นี่คืออนุประโยคสัมพันธ์แบบถูกกระทำที่ลดรูปมาจาก a megastructure that is used to steer a star through the galaxy เนื่องจากคำนามเป็นสิ่งที่ถูกนำไปใช้ used จึงเป็นกริยาช่องที่สามในที่นี้ วลีนี้บอกวัตถุประสงค์ของโครงสร้าง ไม่ได้หมายความว่าในอดีตโครงสร้างนี้เคยควบคุมทิศทางของดาวฤกษ์เป็นประจำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปหนึ่งคำที่ลดมาจาก that is used: A sensor ____ to measure air quality sits on the roof.

ดูคำตอบ

used

It's the kind of thing that might be built by an advanced civilization

1:24

มันคือสิ่งประดิษฐ์ที่อาจสร้างขึ้นโดยอารยธรรมที่ก้าวหน้ามาก ๆ

with Dyson sphere level technology วัฒนธรรม

1:27

ด้วยเทคโนโลยีระดับไดสันสเฟียร์ (Dyson sphere)

วัฒนธรรม

Dyson sphere level technology ในฐานะเกณฑ์ระดับดาวฤกษ์

ทรงกลมไดสันคือระบบสมมุติที่สร้างล้อมรอบดาวฤกษ์เพื่อรวบรวมพลังงานส่วนใหญ่จากดาวดวงนั้น sphere ในที่นี้ไม่จำเป็นต้องหมายถึงเปลือกทรงกลมทึบชิ้นเดียว แนวคิดสำคัญคือการเก็บพลังงานในระดับดาวฤกษ์ ในประโยคนี้ Dyson sphere level ทำหน้าที่เป็นส่วนขยายแบบคำประสมของ technology โดยใช้แนวคิดเรื่องทรงกลมไดสันเป็นเกณฑ์เปรียบเทียบ ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าพอสำหรับงานวิศวกรรมระดับอารยธรรมที่ใช้พลังงานจากดาวฤกษ์ ไม่ใช่เพียงเครื่องจักรสมัยใหม่ที่ทรงพลังมาก

แบบฝึกหัด

level ทำหน้าที่อะไรใน Dyson sphere level technology?

  1. เป็นชื่อเทคโนโลยีสำหรับผู้บริโภคในปัจจุบันที่ผลิตโดย Dyson
  2. บอกว่าเทคโนโลยีถูกเก็บไว้ภายในทรงกลมทึบ
  3. ใช้แนวคิดเรื่องทรงกลมไดสันเป็นเกณฑ์วัดระดับของเทคโนโลยี
ดูคำตอบ

ใช้แนวคิดเรื่องทรงกลมไดสันเป็นเกณฑ์วัดระดับของเทคโนโลยี

that's thinking about their future millions of years ahead of time. วลี

1:30

ที่กำลังคิดเผื่อถึงอนาคตล่วงหน้าของพวกเขาไปอีกหลายล้านปี

วลี

ahead of time: ก่อนที่บางสิ่งจะเกิดขึ้นหรือจำเป็นต้องใช้

ahead of time หมายถึงก่อนที่เหตุการณ์จะเกิดขึ้นหรือก่อนที่จะต้องใช้บางสิ่ง วลีนี้บอกถึงการวางแผนหรือการลงมือล่วงหน้า ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งในพื้นที่ที่อยู่ “ข้างหน้าเวลา” ในประโยคนี้ millions of years บอกว่าล่วงหน้าไปนานเท่าใด ผู้พูดใช้ช่วงเวลาที่ยาวมากเพื่อเน้นการคิดถึงอนาคตในระยะยาว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ก่อนที่จะต้องใช้”:Please send your questions ____ so the speaker can prepare.

ดูคำตอบ

ahead of time

But how do we possibly move the hundreds of thousands of objects in the solar system? ลำดับความ

1:34

แต่เราจะเคลื่อนย้ายวัตถุนับแสนนับหมื่นชิ้นในระบบสุริยะไปได้อย่างไร?

ลำดับความ

ใช้ How do we possibly ...? เพื่อนำเสนอปัญหาที่ยากมาก

ใน How do we possibly move ...? คำว่า possibly ใช้เพื่อเน้นความรู้สึก ไม่ได้หมายถึง “อาจจะ” แบบเป็นกลาง แต่สื่อว่าการหาวิธีที่ทำได้จริงนั้นดูยากมากหรือแทบไม่น่าเป็นไปได้ คำถามนี้ยังช่วยจัดลำดับคำอธิบาย โดยนำอุปสรรคใหญ่ขึ้นมาก่อน แล้วผู้พูดจึงค่อยไปสู่ทางออกที่น่าประหลาดใจ รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ How do we possibly + กริยารูปพื้นฐาน ...?

แบบฝึกหัด

ในคำถาม “How do we possibly finish all this work today?” คำว่า possibly เพิ่มความหมายใด?

  1. หมายความว่างานอาจเสร็จแล้ว
  2. เน้นว่าการหาวิธีดูยากอย่างยิ่ง
  3. เปลี่ยนคำถามให้เป็นการขออนุญาตอย่างสงบ
ดูคำตอบ

เน้นว่าการหาวิธีดูยากอย่างยิ่ง

The good news is, ลำดับความ

1:39

ข่าวดีก็คือ

ลำดับความ

The good news is ... เพื่อบอกการเปลี่ยนไปสู่ด้านบวก

The good news is เป็นคำเกริ่นที่บอกว่าข้อเท็จจริง ข้อดี หรือทางออกที่เป็นประโยชน์กำลังจะตามมา ช่วยให้ผู้ฟังสังเกตว่าคำอธิบายกำลังเปลี่ยนจากปัญหาหรือความไม่แน่นอนไปสู่ด้านบวก บรรทัดคำบรรยายนี้เป็นเพียงส่วนเกริ่น เนื้อหาจริงจะตามมา รูปแบบเต็มที่พบบ่อยคือ The good news is that + อนุประโยค และในการสนทนา ผู้พูดอาจหยุดหลัง is แล้วพูดอนุประโยคเต็มต่อก็ได้

แบบฝึกหัด

เติมรายงานนี้ด้วยกรอบที่ใช้เปลี่ยนไปสู่ด้านบวกจากบทเรียน: ____ that the replacement part has already arrived.

ดูคำตอบ

The good news is

we can ignore all of that.

1:40

เราสามารถเพิกเฉยต่อสิ่งเหล่านั้นได้ทั้งหมด

We only need to move the sun.

1:42

เราแค่ต้องเคลื่อนย้ายดวงอาทิตย์ก็พอ

All the other stuff is glued to it by gravity สำนวน

1:44

สิ่งอื่น ๆ ทั้งหมดถูกแรงโน้มถ่วงยึดติดไว้กับมันอยู่แล้ว

and will follow it wherever it decides to go.

1:47

และจะติดตามมันไปทุกที่ที่มันตัดสินใจจะไป

สำนวน

glued to it by gravity: ถูกแรงโน้มถ่วงยึดติดกับมัน

ในที่นี้ glued to it by gravity เป็นการเปรียบเทียบที่เห็นภาพชัด วัตถุอื่น ๆ ถูกแรงโน้มถ่วงยึดให้อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ ไม่ได้ติดกันด้วยกาวจริง ๆ คำกริยาช่องสาม glued บอกสภาพของวัตถุเหล่านั้น ส่วน by gravity บอกแรงที่ทำให้เกิดสภาพนี้ โดยทั่วไป be glued to something อาจหมายถึงติดอยู่กับบางสิ่งอย่างแน่นหนา หรือจดจ่อกับสิ่งนั้นมากจนยากที่จะละออกมา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเปรียบเทียบสองคำที่หมายถึงละสายตาไม่ได้: During the final minute, every fan was ____ the screen.

ดูคำตอบ

glued to

There are lots of ideas about what a Stellar Engine might look like ไวยากรณ์

1:51

มีแนวคิดมากมายเกี่ยวกับหน้าตาของเครื่องยนต์สเตลลาร์

and how it would work.

1:54

และวิธีการทำงานของมัน

ไวยากรณ์

what ... might look like and how ... would work: คำถามทางอ้อมสองส่วนที่เชื่อมกัน

หลัง about ประโยคนี้มีคำถามทางอ้อมสองส่วนที่เชื่อมกัน คือ what a Stellar Engine might look like ถามถึงรูปลักษณ์ที่เป็นไปได้ และ how it would work ถามถึงวิธีการทำงาน ทั้งสองอนุประโยคร่วมกันเติมเนื้อหาให้ ideas about เนื่องจากคำถามเหล่านี้อยู่ภายในประโยคที่ใหญ่กว่า จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ a Stellar Engine might และ it would ไม่ใช่ might a Stellar Engine และ would it นอกจากนี้ might และ would ยังแสดงว่าการออกแบบนี้ยังเป็นเพียงสมมติฐาน ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่แน่นอน

แบบฝึกหัด

เลือกส่วนเติมเต็มที่เป็นธรรมชาติ: The design team shared several ideas about ____.

  1. what might the rescue robot look like and how would it work
  2. what the rescue robot might look like and how it would work
  3. what the rescue robot might look like and how would it work
ดูคำตอบ

what the rescue robot might look like and how it would work

We've picked two grounded in our current understanding of physics วลี

1:56

เราได้เลือกมาสองแบบที่อ้างอิงจากความเข้าใจทางฟิสิกส์ในปัจจุบันของเรา

วลี

grounded in our current understanding of physics: มีพื้นฐานจากความเข้าใจทางฟิสิกส์ในปัจจุบันของเรา

grounded in หมายถึง “มีพื้นฐานมาจากและได้รับการสนับสนุนจาก” ในที่นี้ พื้นฐานคือความเข้าใจฟิสิกส์ในปัจจุบันของเรา ดังนั้นแนวคิดที่เลือกจึงสอดคล้องกับสิ่งที่ฟิสิกส์บอกเราในตอนนี้ ไม่ใช่การคาดเดาล้วน ๆ ในทางไวยากรณ์ grounded in our current understanding of physics เป็นวลี past participle ที่ขยาย two หรือแนวคิดสองอย่างที่ถูกเลือก ในรูปแบบนี้ grounded ไม่ได้หมายถึง “แตะพื้น” หรือ “ถูกลงโทษห้ามออกจากบ้าน”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ได้รับการสนับสนุนจากพื้นฐานที่น่าเชื่อถือ”: The safety rule is ____ years of research.

ดูคำตอบ

grounded in

that could be built in theory. วลี

1:59

ซึ่งในทางทฤษฎีนั้นสามารถสร้างได้จริง

วลี

in theory: เป็นไปได้ตามหลักการ แต่ไม่รับประกันว่าจะสำเร็จจริง

in theory หมายถึง “ตามหลักการหรือแบบจำลองที่เกี่ยวข้อง” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวจำกัดความหมายของ could be built ว่าฟิสิกส์ในปัจจุบันไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ที่จะสร้างแบบเหล่านี้ทิ้ง วลีนี้จงใจยังไม่สรุปว่าจะเกิดอะไรขึ้นจริง ข้อจำกัดทางวิศวกรรม ค่าใช้จ่าย วัสดุ การทดสอบ หรือปัญหาในโลกจริงอื่น ๆ อาจยังทำให้สร้างไม่ได้ ดังนั้นประโยคนี้ไม่ได้บอกว่าได้พิสูจน์แล้วว่าสร้างได้หรือจะสร้างขึ้นในเร็ว ๆ นี้

แบบฝึกหัด

วลีใดเติมประโยคได้เหมาะสมที่สุดและแสดงว่าแผนนี้เป็นไปได้ตามหลักการ แม้อาจยังมีปัญหาในการปฏิบัติ? The plan should work ____, but it has never been tested.

  1. in practice
  2. in theory
  3. for certain
ดูคำตอบ

in theory

The simplest kind of Stellar Engine is the Shkadov thruster, วัฒนธรรม

2:01

เครื่องยนต์สเตลลาร์ชนิดที่เรียบง่ายที่สุดคือ ทรัสเตอร์ของชคาดอฟ (Shkadov thruster)

a giant mirror.

2:05

ซึ่งเป็นกระจกขนาดยักษ์

วัฒนธรรม

Shkadov thruster: แผ่นสะท้อนขนาดยักษ์สำหรับเคลื่อนดาว

Shkadov thruster หรือเครื่องขับดันชคาดอฟ เป็นเครื่องยนต์ดาวฤกษ์ตามแนวคิดสมมติที่ตั้งชื่อตามเลโอนิด ชคาดอฟ ในประโยคนี้ giant mirror เป็นคำอธิบายแบบย่อ แนวคิดนี้ใช้แผ่นสะท้อนโค้งขนาดมหึมาวางใกล้ดาวฤกษ์ ไม่ใช่การติดเครื่องยนต์จรวดเข้ากับดาว แผ่นสะท้อนจะทำให้แรงจากการแผ่รังสีของดาวไม่สมดุลกันในแต่ละทิศทาง จึงเกิดแรงขับสุทธิที่เล็กมากตลอดช่วงเวลาที่ยาวนาน ดังนั้น thruster ในที่นี้จึงหมายถึงอุปกรณ์สำหรับเคลื่อนดาวและระบบรอบดาว ไม่ใช่เครื่องขับดันทั่วไปของยานอวกาศ

แบบฝึกหัด

Shkadov thruster ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. กล้องโทรทรรศน์ดาราศาสตร์ที่ใช้ติดตามดาวที่กำลังเคลื่อนที่
  2. แผ่นสะท้อนขนาดยักษ์ตามแนวคิดสมมติที่ใช้รังสีของดาวสร้างแรงขับสุทธิขนาดเล็ก
  3. เครื่องยนต์จรวดทั่วไปที่ติดอยู่กับยานอวกาศ
ดูคำตอบ

แผ่นสะท้อนขนาดยักษ์ตามแนวคิดสมมติที่ใช้รังสีของดาวสร้างแรงขับสุทธิขนาดเล็ก

It works on the same principle as a rocket. วลี

2:07

มันทำงานด้วยหลักการเดียวกันกับจรวด

วลี

works on the same principle as...: ทำงานด้วยหลักการเดียวกัน

Works on the same principle as หมายถึง “ทำงานด้วยกลไกพื้นฐานเดียวกับ……” ในประโยคนี้ เครื่องยนต์ดาวฤกษ์กับจรวดเป็นเครื่องจักรที่แตกต่างกันมาก แต่ทั้งคู่สร้างแรงขับโดยส่งโมเมนตัมไปทางหนึ่งและรับแรงผลักไปในทิศตรงข้าม รูปแบบคือ X works on the same principle as Y ใช้เปรียบเทียบเหตุผลหรือกลไกที่ทำให้สองสิ่งทำงาน ไม่ได้เปรียบเทียบรูปลักษณ์หรือหมายความว่าทุกขั้นตอนการทำงานเหมือนกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนหกคำจากบทเรียนที่ขึ้นต้นด้วย works และหมายถึง “ใช้กลไกพื้นฐานเดียวกับ……”:This solar cooker ____ a greenhouse: both trap heat from sunlight.

ดูคำตอบ

works on the same principle as

Like rocket fuel,

2:10

เหมือนกับเชื้อเพลิงจรวด

the photons released as solar radiation

2:11

โฟตอนที่ถูกปล่อยออกมาในรูปของการแผ่รังสีของดวงอาทิตย์

carry momentum.

2:14

จะมีโมเมนตัมพกพามาด้วย

Not a lot,

2:15

ถึงจะไม่มาก

but a bit.

2:16

แต่ก็พอมีอยู่บ้าง

For example,

2:17

ตัวอย่างเช่น

if an astronaut turned on a flashlight in space, ไวยากรณ์

2:18

หากนักบินอวกาศเปิดไฟฉายในอวกาศ

it would push them backwards very very slowly.

2:21

มันจะผลักให้พวกเขาถอยหลังไปอย่างช้ามาก ๆ

ไวยากรณ์

If ... turned on ..., it would push ...: ประโยคเงื่อนไขแบบที่ 2

ประโยคนี้ใช้ประโยคเงื่อนไขแบบที่ 2 โดย if + simple past (turned on) ใช้ตั้งสถานการณ์สมมติ และ would + กริยารูปพื้นฐาน (would push) ใช้บอกผลตามทฤษฎี รูปอดีต turned on ตรงนี้ไม่ได้หมายความว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นไปแล้ว แต่แสดงว่าเงื่อนไขนั้นเป็นเรื่องสมมติ ส่วน them ย้อนกลับไปหมายถึง astronaut หนึ่งคนโดยไม่ระบุเพศ

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ turn on และ would + push เติมประโยคเงื่อนไขแบบที่ 2 ให้สมบูรณ์: If an astronaut ____ a flashlight in space, it ____ them backwards very slowly.

ดูคำตอบ

turned on · would push

A Stellar Engine will work a little better than a flashlight

2:24

เครื่องยนต์สเตลลาร์จะทำงานได้ดีกว่าไฟฉายนิดหน่อย

because the sun produces a lot of photons.

2:27

เพราะดวงอาทิตย์ผลิตโฟตอนออกมาจำนวนมหาศาล

The basic idea of the Shkadov thruster

2:31

แนวคิดพื้นฐานของทรัสเตอร์ของชคาดอฟก็คือ

is to reflect up to half of the solar radiation การใช้คำ

2:34

การสะท้อนรังสีจากดวงอาทิตย์กลับไปถึงครึ่งหนึ่ง

การใช้คำ

Up to half: ขีดจำกัดสูงสุด ไม่ใช่ครึ่งหนึ่งพอดี

Up to half บอกขีดจำกัดสูงสุด กล่าวคือปริมาณอาจสูงถึงครึ่งหนึ่งหรือ 50% แต่ก็อาจต่ำกว่านั้นได้ ไม่ได้เป็นการรับประกันหรือระบุว่าปริมาณต้องเท่ากับครึ่งหนึ่งพอดี ใน up to half of the solar radiation ส่วน of the solar radiation ระบุสิ่งทั้งหมดที่กำลังนำมาคำนวณ

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคภาษาอังกฤษนี้: A filter removes up to half of the dust in the air. up to half หมายความว่าอย่างไร?

  1. กำจัดได้ 50% พอดีทุกครั้ง
  2. กำจัดได้ไม่เกิน 50% และอาจกำจัดได้น้อยกว่านั้น
  3. กำจัดได้ 50% หรือมากกว่า
ดูคำตอบ

กำจัดได้ไม่เกิน 50% และอาจกำจัดได้น้อยกว่านั้น

to create thrust and slowly push the sun where we want it to go.

2:36

เพื่อสร้างแรงขับและค่อย ๆ ผลักดวงอาทิตย์ไปยังจุดที่เราต้องการ

In order for the Shkadov thruster to work, ไวยากรณ์

2:41

เพื่อให้ทรัสเตอร์ของชคาดอฟทำงานได้

it must be kept in the same place,

2:43

มันจะต้องถูกจัดให้อยู่ในตำแหน่งเดิมตลอด

not orbiting the sun.

2:46

ไม่ใช่โคจรรอบดวงอาทิตย์

ไวยากรณ์

โครงสร้าง In order for ... to ..., ... must ...

รูปแบบ In order for A to do B, C must happen จะบอกผลที่ต้องการก่อน แล้วจึงระบุเงื่อนไขที่จำเป็น ในประโยคนี้ ผลที่ต้องการคือให้เครื่องขับดันชคาดอฟทำงาน ส่วนเงื่อนไขคือต้องตรึงมันไว้ที่ตำแหน่งเดิม หลัง in order for ให้ใช้คำนามหรือคำสรรพนาม ตามด้วยกริยารูป to-infinitive คำนามหรือคำสรรพนามนั้นเป็นประธานเชิงความหมายของกริยา ดังนั้น for ในที่นี้ไม่ได้บอกผู้รับหรือระยะเวลา

แบบฝึกหัด

ใช้คำว่า the device และ operate เพื่อเติมประโยคด้วยโครงสร้างเต็มที่ขึ้นต้นด้วย In order for: ____, the safety lock must stay released.

ดูคำตอบ

In order for the device to operate

Although the sun's gravity will try to pull it in,

2:48

แม้ว่าแรงโน้มถ่วงของดวงอาทิตย์จะพยายามดึงดูดมันเข้าไป

it would be supported by radiation pressure, การใช้คำ

2:50

แต่มันจะถูกรองรับด้วยแรงดันรังสี

which props the mirror up. กริยาวลี

2:53

ที่คอยค้ำยันกระจกเอาไว้

การใช้คำ

ความดันรังสี (radiation pressure)

Radiation pressure คือแรงต่อหนึ่งหน่วยพื้นที่ที่เกิดขึ้นเมื่อรังสีแม่เหล็กไฟฟ้าถ่ายโอนโมเมนตัมไปยังพื้นผิว ในประโยคนี้ แสงอาทิตย์ผลักกระจก ดังนั้น pressure จึงไม่ได้หมายถึงความดันอากาศ Radiation ระบุแหล่งที่มาของความดัน แนวคิดนี้อธิบายว่ากระจกสามารถได้รับการพยุงต้านแรงโน้มถ่วงของดวงอาทิตย์ได้อย่างไร แม้อยู่ในอวกาศที่ไม่มีความดันบรรยากาศตามปกติ

แบบฝึกหัด

radiation pressure ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. ความดันของอากาศที่ติดอยู่รอบกระจก
  2. แรงผลักที่เกิดขึ้นเมื่อแสงถ่ายโอนโมเมนตัมไปยังกระจก
  3. แรงโน้มถ่วงของดวงอาทิตย์ที่ดึงกระจก
ดูคำตอบ

แรงผลักที่เกิดขึ้นเมื่อแสงถ่ายโอนโมเมนตัมไปยังกระจก

กริยาวลี

prop the mirror up: ค้ำพยุงบางสิ่งให้อยู่ในตำแหน่งเดิม

ในที่นี้ props the mirror up หมายถึง “ค้ำพยุงกระจกไว้ให้อยู่ในตำแหน่งเดิม” แรงดันรังสีคือแรงที่พยุง ส่วนกระจกคือสิ่งที่ถูกพยุงไม่ให้ตกเข้าด้านใน Prop up เป็น phrasal verb ที่แยกคำได้ เมื่อกรรมเป็นคำนาม ใช้ได้ทั้ง prop the mirror up และ prop up the mirror แต่เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ตรงกลางเป็น prop it up ไม่ใช่ prop up it

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ prop up กับคำสรรพนาม it: The shelf is sagging, so we added a bracket to ____.

ดูคำตอบ

prop it up

This means the mirror would have to be very light,

2:55

นี่หมายความว่ากระจกจะต้องมีน้ำหนักเบามาก ๆ

made of micron thin

2:57

ทำจากแผ่นฟอยล์สะท้อนแสง

reflecting foil

2:59

ที่บางระดับไมครอน

from materials like aluminum alloys.

3:00

จากวัสดุจำพวกโลหะผสมอะลูมิเนียม

The mirror's shape is important, too.

3:03

รูปทรงของกระจกก็มีความสำคัญเช่นกัน

Enveloping the sun in a giant spherical shell

3:06

การห่อหุ้มดวงอาทิตย์ไว้ในเปลือกทรงกลมยักษ์

wouldn't work

3:08

จะใช้ไม่ได้ผล

because that would refocus light back to the sun,

3:09

เพราะนั่นจะโฟกัสแสงกลับไปที่ดวงอาทิตย์

heating it up

3:12

ทำให้มันร้อนขึ้น

and creating all sorts of unpleasant problems.

3:13

และสร้างปัญหาชวนปวดหัวได้สารพัด

Instead,

3:15

แทนที่จะทำเช่นนั้น

we use a parabola,

3:16

เราจะใช้รูปทรงพาราโบลา

which sends most of the photons around the sun

3:18

ซึ่งจะส่งโฟตอนส่วนใหญ่อ้อมดวงอาทิตย์

and in the same direction,

3:20

และให้พุ่งไปในทิศทางเดียวกัน

which maximizes thrust.

3:21

ซึ่งจะทำให้เกิดแรงขับสูงสุด

To prevent accidentally burning or freezing Earth

3:24

เพื่อป้องกันไม่ให้โลกเผลอถูกแผดเผาหรือแช่แข็ง

with too much or too little sunlight, ไวยากรณ์

3:26

ด้วยแสงแดดที่มากเกินไปหรือน้อยเกินไป

the only safe place to build a Shkadov thruster is over the sun's poles.

3:29

สถานที่ที่ปลอดภัยเพียงแห่งเดียวในการสร้างทรัสเตอร์ของชคาดอฟก็คือเหนือขั้วของดวงอาทิตย์

ไวยากรณ์

too much or too little sunlight: แสงอาทิตย์ที่มากหรือน้อยเกินไป

Too much or too little sunlight แสดงปัญหาด้านปริมาณที่ตรงข้ามกันสองแบบ คือมากกว่าปริมาณที่ปลอดภัยหรือน้อยกว่าปริมาณที่จำเป็น โครงสร้างที่จับคู่กันนี้แสดงว่าทั้งสองสภาวะสุดขั้วอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ ในที่นี้ sunlight เป็นคำนามนับไม่ได้ จึงใช้กับ much และ little คำว่า little หมายถึงมีปริมาณไม่เพียงพอ ไม่ได้หมายถึงมีขนาดเล็ก

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างคู่ที่แสดงปัญหาด้านปริมาณสองด้านหน้าคำนามนับไม่ได้ water: Plants can suffer from ____ water.

ดูคำตอบ

too much or too little

This means we can only move the sun vertically

3:33

นั่นหมายความว่าเราสามารถเคลื่อนย้ายดวงอาทิตย์ได้ในแนวดิ่งเท่านั้น

in the plane of the solar system

3:36

เมื่อเทียบกับระนาบของระบบสุริยะ

and one direction in the Milky Way,

3:37

และไปได้ในทิศทางเดียวในทางช้างเผือก

which limits our travel options a bit.

3:40

ซึ่งมันจำกัดตัวเลือกในการเดินทางของเราไปสักหน่อย

But that is basically it.

3:42

แต่หลัก ๆ ก็มีเพียงเท่านี้

For a civilization capable of building a Dyson sphere,

3:45

สำหรับอารยธรรมที่สามารถสร้างไดสันสเฟียร์ได้

this is a relatively simple endeavor.

3:48

นี่ถือเป็นความพยายามที่ค่อนข้างง่ายดาย

Not complicated, ลำดับความ

3:51

ไม่ซับซ้อนเลย

just very hard to build.

3:53

แค่สร้างยากมากเท่านั้นเอง

ลำดับความ

Not complicated, just very hard to build: แก้การวินิจฉัยปัญหาให้ถูกต้อง

โครงสร้าง “Not A, just B” ปฏิเสธว่า A เป็นคำอธิบายที่ถูกต้อง แล้วแทนที่ด้วย B ในประโยคนี้ complicated บอกว่าแนวคิดหรือการออกแบบซับซ้อนเพียงใด ส่วน very hard to build บอกว่าการสร้างให้เกิดขึ้นจริงยากเพียงใด just จำกัดขอบเขตของปัญหาให้ชัดขึ้นว่า ปัญหาอยู่ที่การนำไปสร้างจริง ไม่ใช่ความซับซ้อนของแนวคิด คำนี้ไม่ได้หมายความว่างานสร้างเป็นเรื่องเล็กหรือง่าย เพราะ very hard เน้นชัดเจนว่ายากมาก

แบบฝึกหัด

ข้อใดตีความ “Not complicated, just very hard to build” ได้ตรงที่สุด

  1. การออกแบบซับซ้อน แต่สร้างได้ง่าย
  2. แนวคิดเข้าใจง่าย แต่การทำให้เกิดขึ้นจริงยากมาก
  3. เพราะแนวคิดเรียบง่าย การสร้างจึงยากเพียงเล็กน้อย
ดูคำตอบ

แนวคิดเข้าใจง่าย แต่การทำให้เกิดขึ้นจริงยากมาก

At full throttle, การใช้คำ

3:56

เมื่อเร่งเครื่องเต็มกำลัง

the solar system could probably be moved by about a 100 light years

3:57

ระบบสุริยะอาจเคลื่อนที่ไปได้ประมาณ 100 ปีแสง

over 230 million years.

4:01

ในช่วงเวลา 230 ล้านปี

การใช้คำ

At full throttle: กำลังสูงสุด ไม่ใช่ความเร็วสูงสุด

“At full throttle” เดิมใช้บอกว่าเครื่องยนต์ตั้งคันเร่งไว้ที่ระดับกำลังสูงสุด ในประโยคนี้หมายความว่าเครื่องขับดันกำลังทำงานด้วยกำลังมากที่สุดเท่าที่ทำได้ วลีนี้บอกระดับกำลังที่ใช้ ไม่ใช่หน่วยของความเร็ว เมื่อใช้ในความหมายขยาย ยังสามารถบอกว่าคน ทีม หรือกระบวนการกำลังทำงานอย่างเต็มที่หรือเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้

แบบฝึกหัด

เครื่องยนต์จรวดกำลังใช้กำลังสูงสุด แต่จรวดยังคงเร่งความเร็วอยู่ ประโยคใดอธิบายการตั้งค่าเครื่องยนต์ได้ถูกต้อง

  1. The rocket’s engine is operating at full throttle.
  2. The rocket’s engine is turned off.
  3. The rocket has reached its highest possible speed.
ดูคำตอบ

The rocket’s engine is operating at full throttle.

Over a few billion years,

4:04

และในระยะเวลาหลายพันล้านปี

it gives us near complete control over the sun's orbit in the galaxy.

4:06

มันจะช่วยให้เราสามารถควบคุมวงโคจรของดวงอาทิตย์ในกาแล็กซีได้อย่างเกือบจะสมบูรณ์

But in the short term,

4:10

แต่ในระยะสั้น

this might not be fast enough to dodge a deadly supernova.

4:11

ความเร็วเท่านี้อาจไม่ทันการที่จะหลบหลีกซูเปอร์โนวาเพชฌฆาตได้

That's why we thought we could do better.

4:15

นั่นเป็นเหตุผลที่เราคิดว่าเราสามารถทำได้ดีกว่านี้

So we asked our astrophysicist friend

4:18

เราจึงไปถามเพื่อนนักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ของเราว่า

if he could design a faster Stellar Engine for this video.

4:21

เขาพอจะออกแบบเครื่องยนต์สเตลลาร์ที่เร็วกว่านี้สำหรับวิดีโอนี้ได้ไหม

He did

4:25

และเขาก็ทำได้

and wrote a paper about it

4:26

พร้อมทั้งเขียนเปเปอร์เกี่ยวกับเรื่องนี้

that's been published in a peer-reviewed journal. วัฒนธรรม

4:27

ซึ่งได้รับการตีพิมพ์ในวารสารที่มีการทบทวนโดยผู้ทรงคุณวุฒิแล้ว

วัฒนธรรม

peer-reviewed journal: วารสารที่ผู้เชี่ยวชาญประเมินก่อนตีพิมพ์

ในประโยคนี้ peer-reviewed journal คือวารสารวิชาการที่ส่งบทความให้ผู้เชี่ยวชาญในสาขาเดียวกันประเมินก่อนตัดสินใจว่าจะตีพิมพ์หรือไม่ คำว่า peer หมายถึงผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ในแวดวงวิชาชีพเดียวกัน ไม่ใช่เพื่อน เพื่อนร่วมชั้น หรือผู้รีวิวทั่วไป การกล่าวถึงกระบวนการนี้ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของบทความ เพราะผู้เชี่ยวชาญได้ตรวจสอบวิธีการและเหตุผลแล้ว แต่ไม่ได้พิสูจน์ว่าทุกข้อกล่าวอ้างถูกต้องแน่นอน

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ peer-reviewed บอกอะไรเกี่ยวกับวารสารดังกล่าว

  1. ผู้เชี่ยวชาญในสาขาเดียวกันประเมินบทความก่อนตีพิมพ์
  2. มีเพียงเพื่อนของผู้เขียนเท่านั้นที่อ่านบทความได้
  3. ผู้อ่านให้คะแนนวารสารนี้สูงในที่สาธารณะ
ดูคำตอบ

ผู้เชี่ยวชาญในสาขาเดียวกันประเมินบทความก่อนตีพิมพ์

You can find it in our sources document.

4:31

คุณสามารถหามันได้ในเอกสารอ้างอิงของเรา

We're going to call at our new Stellar Engine the Caplan thruster.

4:34

เราจะเรียกเครื่องยนต์สเตลลาร์ตัวใหม่ของเราว่า ทรัสเตอร์ของแคปแลน (Caplan thruster)

It works a lot like a traditional rocket.

4:39

มันทำงานคล้ายกับจรวดแบบดั้งเดิมมาก

Shoot exhaust one way ไวยากรณ์

4:42

คือพ่นไอเสียไปทางหนึ่ง

to push yourself the other.

4:43

เพื่อผลักตัวเองไปอีกทางหนึ่ง

ไวยากรณ์

one way ... the other: การละคำว่า way ที่ซ้ำกัน

ประโยคนี้ให้คำสั่งที่อธิบายเหตุและผลอย่างกระชับ คือเมื่อพ่นไอเสียไปทิศทางหนึ่ง การกระทำนั้นจะดันตัวคุณไปในทิศทางตรงกันข้าม รูป infinitive to push แสดงผลที่ต้องการจากการพ่นไอเสีย ในโครงสร้าง one way ... the other คำนาม way หลัง the other ถูกละไว้ โดยรูปเต็มคือ one way ... the other way ภาษาอังกฤษมักละคำนามที่ซ้ำกันเมื่อกำลังเปรียบเทียบสองตัวเลือกที่ชัดเจน

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง one way ... the other และละคำว่า way ที่ซ้ำกัน: Turn the handle one way to open the valve and ____ to close it.

ดูคำตอบ

the other

It's a large space station platform

4:45

มันคือแพลตฟอร์มสถานีอวกาศขนาดใหญ่

powered by a Dyson sphere

4:47

ที่รับพลังงานจากไดสันสเฟียร์

that gathers matter from the sun

4:49

ซึ่งคอยรวบรวมมวลสารจากดวงอาทิตย์

to power nuclear fusion.

4:50

มาเป็นพลังงานสำหรับปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชัน

It shoots out a very fast jet of particles

4:52

มันจะพ่นอนุภาคที่มีความเร็วสูงมากออกมา

at nearly 1% the speed of light

4:55

ที่ความเร็วเกือบ 1% ของความเร็วแสง

out of the solar system.

4:57

ให้ออกไปนอกระบบสุริยะ

A second jet pushes the sun along like a tugboat. สำนวน

4:59

และจะมีไอพ่นที่สองคอยผลักดวงอาทิตย์ให้เคลื่อนที่ตามไปเหมือนเรือลากจูง

สำนวน

like a tugboat: การเปรียบเทียบตามหน้าที่

ใน like a tugboat คำว่า like ใช้เริ่มการเปรียบเทียบ ไม่ได้บอกว่าลำเจ็ตที่สองเป็นเรือ หรือดวงอาทิตย์เป็นเรือลำใหญ่ จุดร่วมคือหน้าที่ที่ทำ แรงที่ค่อนข้างเล็กช่วยนำทางหรือผลักวัตถุที่ใหญ่กว่ามากให้เคลื่อนไป เมื่อตีความการเปรียบเทียบด้วย like ให้ดูการกระทำที่อยู่ใกล้ ๆ เพื่อหาว่าสองสิ่งมีอะไรเหมือนกัน

แบบฝึกหัด

like a tugboat สื่อความหมายอะไรในประโยคนี้?

  1. เปรียบเทียบหน้าที่การผลักของลำเจ็ตกับวิธีที่เรือลากจูงทำให้วัตถุที่ใหญ่กว่ามากเคลื่อนที่
  2. บอกว่าลำเจ็ตที่สองเป็นเรือลากจูงที่ติดอยู่กับดวงอาทิตย์จริง ๆ
  3. เปรียบเทียบรูปร่างของดวงอาทิตย์กับรูปร่างของเรือลากจูง
ดูคำตอบ

เปรียบเทียบหน้าที่การผลักของลำเจ็ตกับวิธีที่เรือลากจูงทำให้วัตถุที่ใหญ่กว่ามากเคลื่อนที่

The Caplan thruster requires a lot of fuel,

5:03

ทรัสเตอร์ของแคปแลนต้องใช้เชื้อเพลิงปริมาณมหาศาล

millions of tons per second.

5:06

หลายล้านตันต่อวินาที

To gather this fuel,

5:08

เพื่อรวบรวมเชื้อเพลิงนี้

our thruster uses very large electromagnetic fields

5:10

ทรัสเตอร์ของเราใช้สนามแม่เหล็กไฟฟ้าขนาดใหญ่มาก

to funnel hydrogen and helium from the solar wind into the engine. การใช้คำ

5:13

เพื่อดูดไฮโดรเจนและฮีเลียมจากลมสุริยะเข้าสู่เครื่องยนต์

การใช้คำ

funnel A from B into C: รวบรวมจากแหล่งที่มาและนำไปยังปลายทาง

ในที่นี้ funnel เป็นคำกริยาที่หมายถึง “รวบรวมสสารที่กระจายตัวแล้วนำไปตามเส้นทางที่แคบและควบคุมได้มากขึ้น” สนามแม่เหล็กไฟฟ้ารวบรวมไฮโดรเจนและฮีเลียมจากลมสุริยะแล้วนำเข้าสู่เครื่องยนต์ รูปแบบ funnel A from B into C แสดงเส้นทางที่สมบูรณ์ โดย A คือสิ่งที่เคลื่อนที่ B คือแหล่งที่มา และ C คือปลายทาง รูปแบบเดียวกันนี้ใช้ได้ทั้งกับสสารจริงและการไหลเชิงนามธรรม เช่น ข้อมูลและใบสมัคร

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบ funnel A from B into C ให้สมบูรณ์: The website uses one form to funnel applications ____ several departments ____ one database.

ดูคำตอบ

from · into

The solar wind alone doesn't provide enough fuel, though,

5:19

แต่ลมสุริยะเพียงอย่างเดียวยังให้เชื้อเพลิงไม่เพียงพอ

and that's where the Dyson sphere comes in. ลำดับความ

5:22

และนั่นคือตอนที่ไดสันสเฟียร์จะเข้ามามีบทบาท

ลำดับความ

that's where the Dyson sphere comes in: จุดที่ทรงกลมไดสันเข้ามามีบทบาท

อนุประโยค that's where the Dyson sphere comes in เชื่อมทรงกลมไดสันเข้ากับปัญหาที่เพิ่งกล่าวถึง นั่นคือลมสุริยะให้เชื้อเพลิงไม่เพียงพอ ประโยคนี้หมายความว่านี่คือจุดในแผนที่ทรงกลมไดสันเริ่มมีประโยชน์หรือจำเป็น ไม่ได้หมายความว่าทรงกลมเคลื่อนเข้าไปในสถานที่จริง ๆ รูปแบบ that's where X comes in จะบอกสิ่งที่ขาดก่อน แล้วจึงนำเสนอ X ในฐานะส่วนที่เข้ามาเติมเต็ม รูปแบบนี้ช่วยจัดลำดับคำอธิบายโดยแสดงว่าเหตุใดบุคคล เครื่องมือ หรือแนวคิดหนึ่งจึงสำคัญในจุดนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสองส่วนของรูปแบบ that's where X comes in The map shows the route but not current traffic. ____ the live traffic app ____.

ดูคำตอบ

That's where · comes in

Using its power,

5:25

ด้วยการใช้พลังงานของมัน

sunlight can be refocused to the surface of the sun.

5:26

แสงแดดสามารถถูกโฟกัสกลับไปที่พื้นผิวของดวงอาทิตย์ได้

This heats small regions to extreme temperatures,

5:30

วิธีนี้จะทำความร้อนให้พื้นที่เล็ก ๆ จนมีอุณหภูมิสูงแบบสุดขั้ว

lifting billions of tons of mass off the sun. ไวยากรณ์

5:32

ทำให้มวลหลายพันล้านตันลอยหลุดออกมาจากดวงอาทิตย์

ไวยากรณ์

lifting billions of tons of mass off the sun: อนุประโยค -ing ที่แสดงผลลัพธ์

อนุประโยค -ing หลังเครื่องหมายจุลภาค lifting billions of tons of mass off the sun แสดงผลโดยตรงจากการให้ความร้อน กล่าวคือ ความร้อนสูงมากทำให้มวลเคลื่อนออกจากดวงอาทิตย์ ไม่ได้กล่าวถึงอีกบุคคลหนึ่งที่ตั้งใจยกสิ่งของ อนุประโยค -ing ที่ตามหลังอนุประโยคสมบูรณ์สามารถย่อความหมายว่า “และผลที่ตามมาก็คือ...” ในที่นี้ ต้นเหตุของผลลัพธ์คือเหตุการณ์ให้ความร้อนทั้งหมดในอนุประโยคหลัก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยค “จุลภาค + -ing” เพื่อแสดงผลโดยตรงจากการกระทำแรก

  1. The strong wind hit the gate and then stopped.
  2. The strong wind hit the gate, swinging it wide open.
  3. The guard swung the gate open because the wind was strong.
ดูคำตอบ

The strong wind hit the gate, swinging it wide open.

This mass can be collected and separated into hydrogen and helium.

5:36

มวลเหล่านี้สามารถถูกรวบรวมและแยกออกเป็นไฮโดรเจนและฮีเลียมได้

The helium is burned explosively in thermonuclear fusion reactors. การใช้คำ

5:42

ฮีเลียมจะถูกเผาผลาญอย่างรุนแรงในเตาปฏิกรณ์เทอร์โมนิวเคลียร์ฟิวชัน

การใช้คำ

โครงสร้างของ “thermonuclear fusion reactors”

คำนามหลักคือ reactors ซึ่งหมายถึงอุปกรณ์หรือห้องที่ออกแบบให้เกิดปฏิกิริยา Fusion บอกชนิดของปฏิกิริยา คือการที่นิวเคลียสอะตอมเบารวมตัวกันและปล่อยพลังงาน ส่วน thermonuclear ขยายกระบวนการฟิวชันนี้ โดยบอกว่าอุณหภูมิที่สูงมากทำให้ปฏิกิริยานิวเคลียร์เกิดขึ้นได้ ให้อ่านวลีจากขวาไปซ้ายว่า “เครื่องปฏิกรณ์สำหรับฟิวชันเทอร์โมนิวเคลียร์” คำว่า reactor หมายถึงอุปกรณ์หรือแบบที่ออกแบบไว้ ดังนั้นวลีนี้จึงใช้ได้ทั้งกับระบบที่เสนอขึ้นและอุปกรณ์ที่มีอยู่แล้ว

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ “thermonuclear fusion reactors” มากที่สุด

  1. อุปกรณ์ที่ใช้อุณหภูมิสูงมากเพื่อรวมนิวเคลียสอะตอมเบาและปล่อยพลังงาน
  2. อุปกรณ์ที่แยกนิวเคลียสอะตอมหนักให้เป็นนิวเคลียสที่เล็กลง
  3. เครื่องยนต์ที่เผาฮีเลียมด้วยการเผาไหม้ทางเคมีแบบทั่วไป
ดูคำตอบ

อุปกรณ์ที่ใช้อุณหภูมิสูงมากเพื่อรวมนิวเคลียสอะตอมเบาและปล่อยพลังงาน

A jet of radioactive oxygen

5:47

ทำให้เกิดไอพ่นของออกซิเจนกัมมันตรังสี

at a temperature of nearly a billion degrees

5:49

ที่อุณหภูมิเกือบหนึ่งพันล้านองศา

is expelled and becomes our primary source of propulsion

5:51

ถูกขับออกมา และกลายมาเป็นแหล่งพลังงานขับเคลื่อนหลัก

from our Stellar Engine.

5:54

ของเครื่องยนต์สเตลลาร์ของเรา

To prevent the engine from just crashing into the sun, ไวยากรณ์

5:56

เพื่อป้องกันไม่ให้เครื่องยนต์พุ่งชนดวงอาทิตย์

it needs to balance itself.

5:59

มันจำเป็นต้องรักษาสมดุลของตัวเอง

ไวยากรณ์

To prevent ... from crashing ...: การบอกจุดประสงค์และการป้องกัน

To prevent ... เป็นอนุประโยค infinitive ที่มี to และวางไว้ต้นประโยค ใช้บอกจุดประสงค์ของประโยคหลัก หรือตอบว่าเหตุใดเครื่องยนต์จึงต้องรักษาสมดุลของตัวเอง ภายในอนุประโยคนี้ prevent ใช้โครงสร้าง prevent + กรรม + from + กริยา-ing โดย The engine เป็นกรรม และ crashing คือเหตุการณ์ที่ไม่ต้องการให้เกิดขึ้น ส่วน just ใช้เน้นว่าหากไม่มีสมดุล เครื่องยนต์ก็จะพุ่งชนดวงอาทิตย์ตรง ๆ โดยไม่ได้เปลี่ยนโครงสร้างไวยากรณ์

แบบฝึกหัด

ใช้ run ในโครงสร้าง prevent เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The gate prevents the dog ____ into the street.

ดูคำตอบ

from running

To do this,

6:02

ในการจะทำเช่นนี้

we accelerate the collected hydrogen with electromagnetic fields

6:03

เราจะเร่งความเร็วไฮโดรเจนที่เก็บมาได้ด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้า

using particle accelerators

6:06

โดยใช้เครื่องเร่งอนุภาค

and shoot a jet back at the sun.

6:08

แล้วพ่นไอพ่นกลับไปที่ดวงอาทิตย์

This balances the thruster

6:11

วิธีนี้จะรักษาสมดุลให้กับทรัสเตอร์

and transfers the thrust of our engine

6:13

และถ่ายโอนแรงขับจากเครื่องยนต์ของเรา

back to the sun.

6:15

กลับไปยังดวงอาทิตย์

In as little as a million years, วลี

6:17

ในเวลาเพียงหนึ่งล้านปี

วลี

in as little as + ระยะเวลา

in as little as + ระยะเวลา บอกว่าผลลัพธ์อาจเกิดขึ้นได้โดยใช้เวลาเพียงเท่านั้น ซึ่งสั้นกว่าที่คาดอย่างน่าประหลาดใจ ในที่นี้ in บอกเวลาที่ต้องใช้ในการเคลื่อนที่ ส่วน as little as เน้นด้านล่างของช่วงเวลาที่เป็นไปได้ ไม่ได้ยืนยันระยะเวลาที่แน่นอน คำว่า little เป็นการประเมินตามมาตราส่วนที่กำลังพูดถึง หนึ่งล้านปีเป็นเวลาที่ยาวนานมากในชีวิตประจำวัน แต่ถือเป็นช่วงเวลาสั้นได้เมื่อพูดถึงดาวฤกษ์และการเคลื่อนที่ของดาราจักร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง in as little as: With the new method, the lab could finish the test ____ three days.

ดูคำตอบ

in as little as

this engine can move the sun by 50 light years,

6:18

เครื่องยนต์นี้สามารถเคลื่อนย้ายดวงอาทิตย์ไปได้ถึง 50 ปีแสง

more than enough to dodge a supernova. ไวยากรณ์

6:22

ซึ่งมากเกินพอที่จะหลบหลีกซูเปอร์โนวาได้สบาย

ไวยากรณ์

more than enough to + คำกริยา

more than enough to + คำกริยา หมายความว่าปริมาณ ระยะทาง หรือความสามารถมีมากกว่าที่จำเป็นต่อการบรรลุเป้าหมายที่ระบุ enough บอกระดับที่จำเป็น ส่วน more than เพิ่มความหมายว่ามีส่วนเผื่ออย่างชัดเจน ในประโยคนี้ ระยะเคลื่อนที่ 50 ปีแสงถูกบอกว่ามากกว่าระยะที่ต้องใช้เพื่อหลบซูเปอร์โนวา dodge หมายถึงหลบอันตรายด้วยการเคลื่อนออกจากทาง ในที่นี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้เป็นการเปรียบเทียบดวงอาทิตย์กับซูเปอร์โนวา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่ามีเวลาเผืออย่างชัดเจน ไม่ใช่เพียงเท่ากับเวลาขั้นต่ำที่ต้องใช้

  1. Thirty minutes is more than enough to finish the quiz.
  2. Thirty minutes is not enough to finish the quiz.
  3. Thirty minutes is enough to finish the quiz.
ดูคำตอบ

Thirty minutes is more than enough to finish the quiz.

At full throttle,

6:25

เมื่อเร่งเครื่องเต็มกำลัง

the solar system can be completely redirected

6:26

ระบบสุริยะสามารถถูกเปลี่ยนทิศทางได้อย่างสิ้นเชิง

in its galactic orbit

6:29

ในวงโคจรระดับกาแล็กซีของมัน

in 10 million years.

6:30

ภายในเวลา 10 ล้านปี

But wait, ลำดับความ

6:32

แต่เดี๋ยวก่อน

will we use up the sun this way?

6:33

เราจะใช้ทรัพยากรของดวงอาทิตย์จนหมดด้วยวิธีนี้หรือเปล่า?

ลำดับความ

“But wait ...?” เพื่อยกข้อกังวลก่อนให้คำตอบ

“But wait” ทำให้คำอธิบายหยุดชั่วครู่และส่งสัญญาณว่าจะมีการยกข้อโต้แย้งที่อาจเกิดขึ้น ผู้พูดหยิบคำถามที่ผู้ฟังน่าจะสงสัยขึ้นมาถามเอง แทนที่จะรอให้คนอื่นถาม ในที่นี้ “will we use up the sun this way?” เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ โดย use up หมายถึงใช้สิ่งที่มีจำกัดจนหมด คำถามนี้ยกข้อกังวลขึ้นมาก่อน แล้วคำตอบถัดไปจึงคลายข้อกังวลนั้น รูปแบบนี้ทำให้การนำเสนอมีโครงสร้างที่ชัดเจนคือ “ข้อกังวลแล้วตามด้วยคำตอบ”

แบบฝึกหัด

ในการนำเสนอ “But wait, will we use up the sun this way?” มีหน้าที่หลักอย่างไร

  1. บอกว่าผู้พูดลืมหัวข้อหลักแล้ว
  2. ขอให้ผู้ฟังคำนวณมวลที่แน่นอนของดวงอาทิตย์
  3. ยกข้อกังวลที่ผู้ฟังน่าจะมีขึ้นมา เพื่อให้ผู้พูดตอบในลำดับถัดไป
ดูคำตอบ

ยกข้อกังวลที่ผู้ฟังน่าจะมีขึ้นมา เพื่อให้ผู้พูดตอบในลำดับถัดไป

Fortunately,

6:36

โชคดีที่

the sun is so massive ไวยากรณ์

6:37

ดวงอาทิตย์นั้นมีมวลมหาศาลมาก

that even billions of tons of material

6:38

จนแม้แต่มวลสารหลายพันล้านตัน

will barely scratch the surface. สำนวน

6:41

ก็แทบไม่ระคายผิวของมันเลย

ไวยากรณ์

“so massive that ...”: เชื่อมระดับเข้ากับผลลัพธ์

โครงสร้าง so + adjective + that-clause เชื่อมระดับที่สูงมากเข้ากับผลที่เกิดขึ้น “The sun is so massive that ...” หมายความว่ามวลของดวงอาทิตย์มากพอที่จะทำให้ผลในอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that เป็นจริง ในที่นี้ that นำอนุประโยคแสดงผล ไม่ใช่สรรพนามเชื่อมความ “Even billions of tons” เน้นปริมาณที่ฟังดูมหาศาล ส่วน “barely scratch the surface” บอกว่าผลกระทบยังคงน้อยมาก เมื่อนำมาใช้ร่วมกันจึงยิ่งเน้นความแตกต่างของขนาดที่น่าประหลาดใจ

แบบฝึกหัด

เติมคำที่หายไปสองคำเพื่อให้โครงสร้างแสดงผลสมบูรณ์: The box was ____ heavy ____ I couldn't lift it.

ดูคำตอบ

so · that

สำนวน

barely scratch the surface: กระทบเพียงส่วนน้อยมาก

ในที่นี้ barely scratch the surface เป็นสำนวนเชิงเปรียบเทียบ หมายความว่าแม้จะเอามวลสารออกไปหลายพันล้านตัน ก็ยังส่งผลเพียงเล็กน้อยมากต่อสิ่งทั้งหมดที่ใหญ่กว่ามาก ไม่ได้หมายถึงการขีดข่วนพื้นผิวจริง ๆ โดยทั่วไป scratch the surface หมายถึงการเข้าถึง เปลี่ยนแปลง ใช้ หรือเข้าใจเพียงส่วนเล็ก ๆ ของสิ่งหนึ่ง คำว่า barely ยิ่งเน้นว่าปริมาณหรือผลที่เกิดขึ้นนั้นน้อยมาก

แบบฝึกหัด

The repairs cost $50,000. A $100 payment would barely scratch the surface. วลีสุดท้ายหมายความว่าอย่างไร?

  1. จ่ายค่าใช้จ่ายได้เพียงส่วนน้อยมาก
  2. จ่ายค่าซ่อมทั้งหมดได้ครบ
  3. ทำให้พื้นผิวที่ซ่อมแล้วเสียหายจริง ๆ
ดูคำตอบ

จ่ายค่าใช้จ่ายได้เพียงส่วนน้อยมาก

In fact,

6:43

อันที่จริง

this megastructure will actually extend our sun's life

6:43

โครงสร้างยักษ์นี้จะช่วยต่ออายุให้ดวงอาทิตย์ของเราด้วยซ้ำ

since lower mass stars burn slower,

6:47

เนื่องจากดาวฤกษ์ที่มีมวลน้อยกว่าจะเผาผลาญได้ช้ากว่า

keeping the solar system inhabitable

6:50

จึงทำให้ระบบสุริยะนี้ยังคงอยู่อาศัยได้

for many more billions of years.

6:52

ไปอีกหลายพันล้านปี

With a Caplan thruster,

6:55

ด้วยทรัสเตอร์ของแคปแลน

we could turn the entire solar system

6:56

เราสามารถเปลี่ยนระบบสุริยะทั้งระบบ

into our spaceship.

6:58

ให้กลายเป็นยานอวกาศของเราได้

For example,

7:00

ยกตัวอย่างเช่น

by orbiting backwards in the galaxy

7:01

ด้วยการโคจรแบบย้อนกลับในกาแล็กซี

and colonizing hundreds or thousands of stars

7:03

และตั้งอาณานิคมบนดาวฤกษ์หลายร้อยหรือหลายพันดวง

as we pass by them.

7:06

ในขณะที่เราแล่นผ่านพวกมัน

It may even be possible to escape the galaxy entirely

7:08

มันอาจเป็นไปได้ด้วยซ้ำที่จะหลบหนีออกจากกาแล็กซีไปอย่างสิ้นเชิง

and expand beyond the Milky Way.

7:12

และขยายอาณาเขตออกไปไกลกว่าทางช้างเผือก

Stellar engines are the kind of machines built by civilizations

7:15

เครื่องยนต์สเตลลาร์คือเครื่องจักรประเภทที่ถูกสร้างขึ้นโดยอารยธรรม

thinking not in terms of years or decades, ไวยากรณ์

7:18

ที่ไม่จำกัดความคิดอยู่แค่เป็นปีหรือเป็นทศวรรษ

but eons.

7:21

แต่คิดในระดับกัปป์กัลป์

ไวยากรณ์

not in terms of years or decades, but eons: เปลี่ยนมาตราส่วนเวลา

thinking in terms of X หมายถึงการใช้ X เป็นมาตราส่วนหรือกรอบในการวางแผนและทำความเข้าใจ อารยธรรมเหล่านี้ไม่ได้คิดตามมาตราส่วนเวลาของมนุษย์ เช่น ปีหรือหลายสิบปี แต่คิดเป็น eons ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานอย่างยิ่ง รูปแบบ not in terms of A, but B ปฏิเสธ A ในฐานะกรอบ แล้วแทนที่ด้วย B สามารถละ in terms of ตัวที่สองได้เพราะเข้าใจความหมายอยู่แล้ว ดังนั้น but eons จึงเป็นรูปย่อของ but in terms of eons

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเปลี่ยนจากช่วงการวางแผนสั้น ๆ ไปเป็นช่วงที่ยาวกว่า?

  1. We should plan in terms of weeks and years.
  2. We should plan not in terms of weeks, but years.
  3. We should plan not only in terms of weeks, but also in terms of years.
ดูคำตอบ

We should plan not in terms of weeks, but years.

Since we know that our sun will die one day,

7:23

ในเมื่อเรารู้ว่าสักวันหนึ่งดวงอาทิตย์ของเราจะต้องดับสูญไป

a Stellar Engine could allow the far future descendants of humans

7:25

เครื่องยนต์สเตลลาร์อาจช่วยให้ลูกหลานมนุษยชาติในอนาคตอันไกลโพ้น

to travel to other stars

7:29

สามารถเดินทางไปยังดาวดวงอื่นได้

without ever having to venture into the terrifying dark abyss ไวยากรณ์

7:31

โดยไม่จำเป็นต้องเสี่ยงอันตรายเข้าไปในห้วงลึกอันมืดมิดและน่าสะพรึงกลัว

of interstellar space.

7:34

ของพื้นที่ระหว่างดวงดาวเลย

ไวยากรณ์

without ever having to + กริยารูปพื้นฐาน: ไม่จำเป็นต้องทำเลย

โครงสร้าง without ever having to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงบางสิ่งเกิดขึ้นได้โดยไม่เคยมีความจำเป็นต้องทำกริยาที่ตามมาเลย ในประโยคนี้ venture หมายถึงการเข้าไปในสถานที่อันตรายหรือไม่รู้จัก ดังนั้นวลีนี้จึงเน้นว่าไม่จำเป็นต้องเข้าไปในอวกาศระหว่างดวงดาวเลย หลังบุพบท without ต้องเปลี่ยน have เป็นรูป -ing คือ having ส่วน have to แสดงความจำเป็น และ ever ขยายความหมายให้ครอบคลุมว่า “ไม่ว่าเวลาใด” จึงชัดและหนักแน่นกว่าการบอกเพียงว่าการกระทำนั้นไม่ได้เกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเน้นโดยตรงว่าระบบใหม่ทำให้ไม่จำเป็นต้องคัดลอกด้วยตนเองเลยไม่ว่าเวลาใด

  1. You can save every photo before having to copy it manually.
  2. You can save every photo without ever copying it manually.
  3. You can save every photo without ever having to copy it manually.
ดูคำตอบ

You can save every photo without ever having to copy it manually.

Until we build a Stellar Engine,

7:38

จนกว่าเราจะสร้างเครื่องยนต์สเตลลาร์ได้

we're adrift and subject to the whims of the galactic sea. สำนวน

7:40

เราก็เพียงล่องลอยไปและต้องตกอยู่ภายใต้ความผันผวนของทะเลแห่งกาแล็กซี

สำนวน

adrift and subject to the whims of the galactic sea: ภาพเปรียบเทียบของการไร้ทิศทางและการควบคุม

ประโยคนี้ใช้ภาพเปรียบเทียบเรื่องทะเลอย่างต่อเนื่อง Adrift วาดภาพระบบสุริยะเป็นเรือที่ควบคุมเส้นทางไม่ได้ ส่วน subject to the whims of หมายถึงไม่สามารถควบคุมพลังที่คาดเดาไม่ได้ และ the galactic sea เปลี่ยนอวกาศให้เป็น “มหาสมุทร” ที่ล้อมรอบและพัดพา “เรือ” ลำนั้น ภาพเหล่านี้รวมกันสื่อถึงการขาดการควบคุม ไม่ได้หมายถึงการลอยอยู่ในทะเลจริง ๆ หรือกาแล็กซีที่ตัดสินใจได้อย่างมีสติ ภาพเปรียบเทียบนี้สนับสนุนแนวคิดว่าเครื่องยนต์ดาวฤกษ์จะช่วยกำหนดทิศทางได้

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดรักษาภาพเปรียบเทียบต่อเนื่องในประโยคได้ดีที่สุด

  1. ระบบสุริยะไม่มีเส้นทางที่ควบคุมได้และเปราะบางต่อพลังของกาแล็กซีที่คาดเดาไม่ได้
  2. ระบบสุริยะกำลังแล่นผ่านมหาสมุทรจริงที่ควบคุมโดยกาแล็กซีซึ่งมีจิตสำนึก
  3. ระบบสุริยะได้เลือกเส้นทางที่ปลอดภัยผ่านอวกาศระหว่างดวงดาวแล้ว
ดูคำตอบ

ระบบสุริยะไม่มีเส้นทางที่ควบคุมได้และเปราะบางต่อพลังของกาแล็กซีที่คาดเดาไม่ได้

We may not like where it leads us.

7:44

เราอาจไม่ชอบจุดหมายปลายทางที่มันนำเราไป

Maybe our descendants will set sail

7:47

บางทีลูกหลานของเราอาจจะต้องกางใบเรือออก

and become an interstellar species

7:50

และกลายเป็นสิ่งมีชีวิตระหว่างดวงดาว

for millions of years to come.

7:52

ในช่วงเวลาอีกหลายล้านปีข้างหน้า

This was our last video for the year 12,019 of the human era. วัฒนธรรม

7:56

นี่คือวิดีโอสุดท้ายของเราสำหรับปีที่ 12,019 ของยุคมนุษย์

วัฒนธรรม

ปี 12,019 แห่งศักราชมนุษย์

ในระบบนับปีที่ใช้ตรงนี้ “ปี 12,019 แห่งศักราชมนุษย์” หมายถึงปี ค.ศ. 2019 ตามปฏิทินทั่วไป ศักราชมนุษย์หรือที่เรียกว่าปฏิทินโฮโลซีนจะบวก 10,000 เข้ากับเลขปี ค.ศ. สมัยใหม่ เส้นเวลาที่ยาวขึ้นนี้วางประวัติศาสตร์มนุษย์ไว้ในลำดับเวลาเดียวกัน ตรงนี้เป็นการมองย้อนกลับไปเมื่อสิ้นปี ไม่ใช่เรื่องราวที่เกิดขึ้นในอนาคตอีกหนึ่งหมื่นปี ส่วนปีถัดไปคือ 12,020 ซึ่งตรงกับ ค.ศ. 2020

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ “12,019 of the human era” หมายถึงปีใดตามระบบ ค.ศ. ทั่วไป

  1. ค.ศ. 12,019
  2. ค.ศ. 2018
  3. ค.ศ. 2019
ดูคำตอบ

ค.ศ. 2019

And what a year it was. ไวยากรณ์

8:01

และมันช่างเป็นปีที่สุดยอดจริง ๆ

ไวยากรณ์

What a year it was!:ช่างเป็นปีที่ไม่ธรรมดา

“What a year it was” เป็นประโยคอุทาน ไม่ใช่คำถาม โครงสร้าง What a + คำนามนับได้เอกพจน์ + ประธาน + กริยา ใช้แสดงการประเมินอย่างหนักแน่นว่าเป็นปีที่โดดเด่น เข้มข้น หรือเต็มไปด้วยเหตุการณ์เป็นพิเศษ ความรู้สึกที่แน่นอนขึ้นอยู่กับบริบท ตรงนี้อาจมีทั้งความรู้สึกดีและไม่ดีปะปนกัน ไม่ได้เป็นเพียงคำชม ลำดับคำยังเป็นแบบประโยคบอกเล่า it was และไม่กลับเป็น was it แบบคำถาม

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้างอุทาน What a เติมประโยคให้สมบูรณ์: “____ day it was!”

ดูคำตอบ

What a

So much stuff happened everywhere,

8:03

มีเหตุการณ์มากมายเกิดขึ้นในทุก ๆ ที่

to so many different people.

8:05

กับผู้คนมากมายหลากหลาย

Calendars and holidays are just imaginary,

8:07

ปฏิทินและวันหยุดเป็นเพียงแค่สิ่งที่จินตนาการขึ้นมา

but they help us to cut our lives into pieces สำนวน

8:10

แต่มันก็ช่วยให้เราตัดแบ่งชีวิตออกเป็นชิ้น ๆ

that our brains can handle.

8:13

ในแบบที่สมองของเราพอจะรับมือได้

สำนวน

cut our lives into pieces that our brains can handle: แบ่งชีวิตเป็นส่วนที่สมองรับมือได้

ประโยคนี้ใช้มโนอุปลักษณ์เรื่องการตัด ชีวิตไม่ได้ถูกตัดจริง ๆ แต่ปฏิทินและวันหยุดแบ่งเวลาที่ต่อเนื่องออกเป็นช่วงเล็กลง เช่น วัน เดือน และโอกาสพิเศษต่าง ๆ ในโครงสร้าง cut X into pieces that someone can handle คำว่า cut ... into pieces หมายถึง “แบ่งและจัดระเบียบ” ส่วน handle หมายถึง “เข้าใจหรือประมวลผลในความคิด” ประเด็นคือเส้นแบ่งเวลาที่มนุษย์กำหนดขึ้นช่วยให้สมองจัดการประสบการณ์ชีวิตอันกว้างใหญ่และต่อเนื่องได้ง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

cut our lives into pieces that our brains can handle ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร?

  1. ทำร้ายชีวิตของผู้คนจริง ๆ เพื่อให้ชีวิตสั้นลง
  2. จัดเวลาที่ต่อเนื่องออกเป็นช่วงเล็ก ๆ ที่เข้าใจได้ง่ายขึ้น
  3. พิสูจน์ว่าปฏิทินและวันหยุดเป็นวัตถุจริง
ดูคำตอบ

จัดเวลาที่ต่อเนื่องออกเป็นช่วงเล็ก ๆ ที่เข้าใจได้ง่ายขึ้น

We're leaving 12,019 behind with a weird mixture of disillusion

8:15

เรากำลังทิ้งปี 12,019 ไว้เบื้องหลัง ด้วยส่วนผสมที่แปลกประหลาดระหว่างความสิ้นหวัง

and hope.

8:20

และความหวัง

The world is screwed up, การใช้คำ

8:21

โลกนี้มันพังทลายไปแล้ว

การใช้คำ

screwed up: ผิดปกติหรือยุ่งเหยิงอย่างรุนแรง

เมื่อใช้หลัง be คำว่า screwed up เป็นวลีคุณศัพท์แบบไม่เป็นทางการ หมายถึง “อยู่ในสภาพที่แย่มาก สับสน หรือทำงานผิดปกติ” ในที่นี้ The world is screwed up เป็นการตัดสินเชิงลบอย่างรุนแรงต่อการทำงานของโลก และไม่ได้เกี่ยวข้องกับสกรู วลีนี้ใช้บรรยายสถานการณ์ แผน ระบบ หรือคนได้ บริบทจะบอกว่าหมายถึงไร้ระเบียบ เสียหาย มีปัญหาทางอารมณ์ หรือผิดเพี้ยนอย่างรุนแรง แต่ใจความร่วมคือบางสิ่งไม่ได้ทำงานอย่างที่ควรจะเป็น

แบบฝึกหัด

รายงานทางการของรัฐบาลเขียนว่า "The public records system is screwed up." การใช้ screwed up เหมาะกับบริบทนี้หรือไม่?

  1. ไม่เหมาะ เพราะไม่เป็นทางการเกินไป
  2. เหมาะสม
ดูคำตอบ

ไม่เหมาะ เพราะไม่เป็นทางการเกินไป

but we can fix it.

8:22

แต่เราสามารถซ่อมแซมมันได้

In a few days,

8:24

ในอีกไม่กี่วัน

this year will be over

8:25

ปีนี้ก็จะจบลง

and we'll get to try again. ไวยากรณ์

8:27

และเราจะได้มีโอกาสลองใหม่อีกครั้ง

ไวยากรณ์

get to try again: การบอกโอกาสด้วย get to + คำกริยา

get to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงได้มีโอกาสหรือได้รับอนุญาตให้ทำบางอย่าง ในที่นี้ get to try again มองปีใหม่เป็นโอกาสที่น่ายินดีในการลองอีกครั้ง ไม่ใช่หน้าที่ที่ต้องทำ ใน will get to try คำว่า will บอกอนาคต get คงรูปพื้นฐานหลัง will และ try อยู่หลัง to โครงสร้างนี้เน้นว่าเรามีโอกาสได้ลงมือทำ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดนำเสนอการเข้าร่วมเวิร์กช็อปวิทยาศาสตร์ว่าเป็นโอกาสที่น่ายินดี ไม่ใช่หน้าที่ที่ต้องทำ

  1. We've got to attend the science workshop tomorrow.
  2. We get to attend the science workshop tomorrow.
  3. We get to the science workshop at nine tomorrow.
ดูคำตอบ

We get to attend the science workshop tomorrow.

Thank you for watching our videos

8:30

ขอบคุณที่รับชมวิดีโอของเรา

and for sticking around for so many years. กริยาวลี

8:32

และคอยติดตามมาอย่างยาวนานหลายปี

กริยาวลี

sticking around: การยังคงอยู่และให้การสนับสนุน

stick around เป็นกริยาวลีแบบไม่เป็นทางการ หมายถึงอยู่ต่อแทนที่จะจากไป หรือยังคงอยู่และมีส่วนร่วมต่อไป ในที่นี้ for so many years ชี้ให้เห็นความหมายระยะยาว คือผู้ชมยังคงรับชมและสนับสนุนช่องมาโดยตลอด around เป็นส่วนสำคัญที่ขาดไม่ได้ของกริยาวลีนี้ sticking around ไม่ได้หมายถึงการติดอยู่กับสิ่งใดทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ stick around: The club meeting starts in ten minutes, so please ____.

ดูคำตอบ

stick around

See you all in 12,020.

8:34

แล้วพบกันใหม่ในปี 12,020