ลูกบอลโยคะ | ตอนเต็ม | บลูอี้ (Bluey): บทเรียนภาษาอังกฤษ
Bluey - Official Channel
ภาพรวมวิดีโอ: ระหว่างที่พ่อทำงานจากบ้าน เขากลับถูกดึงเข้าไปเล่นกับ Bluey และ Bingo อยู่เรื่อย ๆ เมื่อ Bingo บอกว่าบางครั้งพ่อเล่นแรงเกินไป ครอบครัวจึงฝึกให้เธอบอกขอบเขตของตัวเองอย่างชัดเจน โดยไม่จำเป็นต้องเลิกสนุกด้วยกัน ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. your nappies. — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทในโลกจริง: เรียนรู้ว่า nappies เป็นคำทั่วไปที่ใช้เรียก “ผ้าอ้อม” ในภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียและอังกฤษ ส่วนภาษาอังกฤษแบบอเมริกันมักใช้ diapers ความแตกต่างนี้ช่วยให้เข้าใจบทสนทนาในครอบครัวของ Bluey และสังเกตชื่อสิ่งของในชีวิตประจำวันที่ต่างกันตามภูมิภาคได้ 2. gets me every time. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่าสิ่งที่ gets ใครบางคน every time คือสิ่งที่ทำให้คนนั้นใจอ่อน คล้อยตาม หรือยอมทุกครั้ง การจำเป็นสำนวนทั้งชุดช่วยป้องกันการแปลตรงตัวผิด ๆ และทำให้บรรยายสีหน้า คำขอ หรือวิธีอ้อนที่ตนปฏิเสธไม่ลงได้อย่างเป็นธรรมชาติ 3. No one's in trouble. — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: ใช้ประโยคปลอบใจนี้ก่อนให้ความคิดเห็นที่ละเอียดอ่อน เพื่อยืนยันว่าการพูดคุยไม่ใช่การลงโทษ วิธีนี้ช่วยลดท่าทีป้องกันตัวและเปิดพื้นที่ให้อีกฝ่ายอธิบายปัญหาอย่างสงบเมื่อเกิดความขัดแย้งในครอบครัวหรือห้องเรียน
คำอธิบายในบทเรียนนี้
No time for...: วิธีบอกสั้น ๆ ว่าต้องพักกิจกรรมนั้นไว้ก่อน
No time for + คำนามหรือรูป -ing เป็นโครงสร้างภาษาพูดแบบย่อที่หมายถึง There is no time for... หรือ I don't have time for.... ในประโยคนี้ ผู้พูดบอกว่าตอนนี้เล่นเกมไม่ได้ ไม่ได้หมายความว่าเวลาไม่มีอยู่จริง โครงสร้างนี้ใช้ตัดกิจกรรมหนึ่งออกอย่างรวดเร็ว เพราะมีเรื่องอื่นที่เร่งด่วนกว่า
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย No time for และรูป -ing ของ argue: “The bus is leaving now. ____—let's go.”
ดูคำตอบ
No time for arguing
squirt: คำเรียกเด็กอย่างเอ็นดูแต่แฝงการหยอก
ในที่นี้ squirt เป็นคำเรียกที่ไม่เป็นทางการอย่างมากซึ่งผู้ใหญ่ใช้เรียกเด็ก มีความหมายประมาณว่า เจ้าตัวเล็ก หรือ เจ้าหนู พ่อกำลังพูดกับลูกของตัวเอง คำนี้จึงฟังดูเอ็นดูและหยอกเล็กน้อย ไม่ใช่การด่าอย่างจริงจัง ความหมายขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์และน้ำเสียง squirt ไม่ใช่คำพ้องแบบเป็นกลางของ child นอกจากนี้คำนี้ยังอาจหมายถึงของเหลวปริมาณเล็กน้อยหรือของเหลวที่พุ่งออกมาเป็นสายเล็ก ๆ ตามตัวอักษรได้ แต่ในที่นี้ไม่ได้หมายความอย่างนั้น
แบบฝึกหัด
ตัดสินการใช้ต่อไปนี้: ระหว่างการประชุมอย่างเป็นทางการ ผู้จัดการพูดกับเพื่อนร่วมงานที่เป็นผู้ใหญ่และเพิ่งเข้าทำงานว่า “Good job, squirt.”
- เหมาะสม
- ไม่เหมาะสม
ดูคำตอบ
ไม่เหมาะสม
working from home: ทำงานจากที่บ้าน
Working from home หมายถึงการทำงานของตนเองที่บ้านแทนที่จะไปยังสถานที่ทำงานตามปกติ ในที่นี้ from home บอกสถานที่หรือรูปแบบการทำงาน ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนออกจากบ้าน Present continuous ใน I'm working from home today แสดงว่านี่เป็นแผนการทำงานสำหรับวันนี้ ถ้าเป็นกิจวัตรประจำ ให้พูดว่า I work from home
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสามคำจากบทเรียนที่หมายถึงการทำงานจากที่บ้าน: Because the office is closed, I'm ____ today.
ดูคำตอบ
working from home
One sec: ขอให้อีกฝ่ายรอสักครู่
One sec เป็นรูปย่อแบบไม่เป็นทางการของ one second เมื่อใช้ตอนต้นของคำตอบ จะเป็นการขอให้อีกฝ่ายรอสักครู่ระหว่างที่คุณหยุดหรือทำบางอย่าง โดยทั่วไปหมายถึงให้รอสักครู่ ไม่ได้หมายถึงเวลาหนึ่งวินาทีที่วัดอย่างแม่นยำ ส่วนที่ตามมาสามารถอธิบายได้ว่าทำไมคุณจึงต้องหยุดชั่วคราว
แบบฝึกหัด
เติมคำตอบด้วยสำนวนไม่เป็นทางการสองคำที่หมายถึงให้รอสักครู่: ____, I need to check the address.
ดูคำตอบ
One sec
pop downstairs: ลงไปข้างล่างแป๊บหนึ่ง
ในวลี pop downstairs คำว่า pop เป็นคำกริยาแบบไม่เป็นทางการที่หมายถึง “ไปอย่างรวดเร็วและใช้เวลาไม่นาน” ผู้พูดคาดว่าการลงไปข้างล่างจะใช้เวลาเพียงสั้น ๆ และมักสื่อว่าจะกลับมาเร็ว ๆ นี้ เมื่อใช้กับคำบอกทิศทางอย่าง downstairs, upstairs และ out ไม่ต้องใส่ to โดยพูดว่า pop downstairs ไม่ใช่ pop to downstairs
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีแบบไม่เป็นทางการที่หมายถึง “ลงไปข้างล่างแป๊บหนึ่ง”: The parcel is in the lobby, so I'll ____ and get it.
ดูคำตอบ
pop downstairs
got loads of work on: มีงานที่ต้องรับผิดชอบอยู่มาก
Got loads of work on หมายถึง “มีงานจำนวนมากที่ต้องทำหรือกำลังดำเนินอยู่” Loads of เป็นวิธีพูดแบบไม่เป็นทางการที่แปลว่า “มาก” ส่วน on ที่ท้ายวลีแสดงว่างานเหล่านั้นเป็นส่วนหนึ่งของภาระหน้าที่ในปัจจุบันของผู้พูด ในประโยคมาตรฐานแบบเต็ม ผู้พูดภาษาอังกฤษแบบบริติชมักพูดว่า I've got loads of work on วลีนี้ใช้อธิบายว่าผู้พูดกำลังยุ่ง โดย on ไม่ได้มีความหมายเกี่ยวกับตำแหน่งในที่นี้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเป็นวิธีพูดแบบไม่เป็นทางการในภาษาอังกฤษแบบบริติชที่เป็นธรรมชาติที่สุด เพื่อบอกว่าตอนนี้คุณมีงานเยอะมาก
- I've got loads of work on at the moment.
- I've got loads of works on at the moment.
- I've got loads of work above at the moment.
ดูคำตอบ
I've got loads of work on at the moment.
You are playing it. This episode of Bluey is called Yoga Ball. น้ำเสียง/เจตนา
1:04พ่อก็เล่นอยู่นี่ไง บลูอี้ตอนนี้นำเสนอตอน ลูกบอลโยคะ
You are playing it: ใช้ข้อเท็จจริงตรงหน้าแก้คำพูดของอีกฝ่าย
ในบทสนทนานี้ You are playing it ไม่ได้เป็นเพียงการบอกการกระทำแบบเป็นกลาง ผู้พูดชี้ให้เห็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้าเพื่อโต้แย้งคำพูดของอีกฝ่ายที่บอกว่าตนไม่ได้เล่นหรือไม่มีเวลาเล่น ประโยคบอกเล่าธรรมดาก็ใช้แก้คำพูดของอีกฝ่ายได้โดยไม่ต้องพูด No หรือ You're wrong รูป present continuous ใน are playing ทำให้การกระทำที่กำลังเกิดขึ้นต่อหน้าเป็นหลักฐาน
แบบฝึกหัด
ในที่นี้ ผู้พูดกำลังทำอะไรด้วยการพูดว่า You are playing it.?
- ถามว่าอีกฝ่ายอยากเล่นทีหลังหรือไม่
- แก้คำพูดของอีกฝ่ายโดยชี้ว่าอีกฝ่ายกำลังร่วมเล่นอยู่แล้ว
- อธิบายกติกาของเกม
ดูคำตอบ
แก้คำพูดของอีกฝ่ายโดยชี้ว่าอีกฝ่ายกำลังร่วมเล่นอยู่แล้ว
Don't even think about it: คำเตือนที่หนักแน่นก่อนอีกฝ่ายจะลงมือ
Don't even think about it เป็นคำเตือนที่หนักแน่น หมายถึง “อย่าแม้แต่จะคิดทำเรื่องนั้น” และให้น้ำเสียงใกล้เคียงกับ “ห้ามเด็ดขาด” โดยทั่วไปใช้หยุดแผนก่อนที่อีกฝ่ายจะลงมือ ไม่ได้หมายถึงการสั่งให้หยุดคิดตามตัวอักษร even ทำให้คำเตือนแรงขึ้น เพราะขยายข้อห้ามไปถึงแค่การมีความคิดนั้น จึงหนักแน่นและเผชิญหน้ามากกว่า Don't do it
แบบฝึกหัด
ตัดสิน: ลูกค้ายื่นคำขอทั่วไป การใช้ Don't even think about it เพื่อปฏิเสธอย่างสุภาพเหมาะสมหรือไม่?
- เหมาะ เพราะเพียงหมายความว่าผู้พูดต้องการเวลาพิจารณาคำขอ
- ไม่เหมาะ เพราะแรงเกินไปสำหรับการปฏิเสธอย่างสุภาพในสถานการณ์ทั่วไป
ดูคำตอบ
ไม่เหมาะ เพราะแรงเกินไปสำหรับการปฏิเสธอย่างสุภาพในสถานการณ์ทั่วไป
You little rats.: การตำหนิแบบล้อเล่น ไม่ใช่คำเรียกตามตัวอักษร
ในบริบทที่ครอบครัวกำลังเล่นสนุกกัน You little rats. เป็นการแกล้งทำเป็นโกรธ ผู้พูดเรียกเด็ก ๆ ว่าเจ้าตัวป่วนอย่างล้อเล่น ไม่ได้บอกว่าพวกเขาเป็นหนูจริง ๆ little ทำให้คำเรียกนี้ฟังคล้ายชื่อที่ใช้หยอกเด็กเล็ก แต่ตัวมันเองไม่ได้ทำให้ rat กลายเป็นคำที่ไม่หยาบ ความสัมพันธ์ สถานการณ์ และน้ำเสียงต่างหากที่ทำให้เข้าใจว่าเป็นการพูดเล่น
แบบฝึกหัด
ในฉากที่พ่อกำลังเล่นกับลูกอย่างสนุกสนาน You little rats. น่าจะแสดงความหมายใดมากที่สุด?
- การตำหนิแบบล้อเล่น คล้ายเรียกพวกเขาว่าเจ้าตัวป่วนน้อย
- คำชมอย่างเป็นทางการว่าพวกเขาฉลาดมาก
- การยืนยันอย่างจริงจังว่าเด็ก ๆ เป็นสัตว์จำพวกหนู
ดูคำตอบ
การตำหนิแบบล้อเล่น คล้ายเรียกพวกเขาว่าเจ้าตัวป่วนน้อย
Because I wrecked my back changing your nappies. โน้ต
1:42เพราะพ่อทำหลังพังตอนเปลี่ยนผ้าอ้อมให้พวกหนูน่ะสิ
wrecked my back: ภาษาพูดแบบแรงและไม่เป็นทางการเกี่ยวกับการบาดเจ็บ
ใน wrecked my back คำว่า wreck หมายถึงทำให้เสียหายหรือบาดเจ็บอย่างหนัก แนวคิดเรื่องการทำลายอย่างรุนแรงถูกนำมาใช้กับอวัยวะของร่างกาย วลีนี้จึงหมายความว่าผู้พูดทำให้หลังปวดมากหรือบาดเจ็บ wrecked มีน้ำหนักแรงและฟังดูเกินจริงมากกว่า hurt ในภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการอาจเป็นการพูดเกินจริง ดังนั้นประโยคนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้ยืนยันว่าเกิดความเสียหายถาวร
แบบฝึกหัด
หลังยกโซฟาหนัก Maya พูดว่า I wrecked my back. เธอหมายความว่าอย่างไร?
- เธอทำลายสิ่งของที่อยู่ข้างหลัง
- หลังของเธอปวดมากหรือบาดเจ็บ
- เธอซ่อมหลังของตัวเองจนหายสนิท
ดูคำตอบ
หลังของเธอปวดมากหรือบาดเจ็บ
nappies: คำภาษาอังกฤษแบบบริติชและออสเตรเลียที่แปลว่า “ผ้าอ้อม”
nappies เป็นรูปพหูพจน์ของ nappy หมายถึงผ้าอ้อมซึมซับที่ทารกสวมใส่ ใน changing your nappies ผู้พูดหมายถึงการเปลี่ยนผ้าอ้อมที่เปียกหรือสกปรกของเด็ก ไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนเสื้อผ้าหรือผ้าเช็ดปาก nappy เป็นคำที่ใช้ทั่วไปในภาษาอังกฤษแบบบริติชและแบบออสเตรเลีย ส่วนภาษาอังกฤษแบบอเมริกันมักใช้ diaper เรียกสิ่งเดียวกัน ดังนั้นการรู้จักคำตามภูมิภาคจึงช่วยให้เข้าใจบทสนทนาในครอบครัว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้คำภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียที่พบได้ทั่วไปสำหรับผ้าอ้อมของทารก?
- Please pack some clean diapers in the baby bag.
- Please pack some clean napkins in the baby bag.
- Please pack some clean nappies in the baby bag.
ดูคำตอบ
Please pack some clean nappies in the baby bag.
a turn doing that: โอกาสหนึ่งครั้งในการทำกิจกรรม
a turn หมายถึงโอกาสหนึ่งครั้งของคนหนึ่งคนในการทำบางอย่าง เมื่อหลายคนใช้กิจกรรมร่วมกันหรือผลัดกันทำ ใน a turn doing that คำว่า doing that ระบุกิจกรรมที่ผู้พูดอยากลองทำ ส่วน turn ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนทิศทาง รูปแบบที่ใช้ได้คือ want หรือ have a turn + -ing เช่น I want a turn playing และ Can I have a turn using it? ส่วน It's my turn to + กริยารูปพื้นฐาน หมายความว่าตอนนี้เป็นตาของผู้พูด
แบบฝึกหัด
ใช้ a turn + รูป -ing ของ use เติมคำขอให้สมบูรณ์ เพื่อนของคุณถือกล้องอยู่ Can I have ____?
ดูคำตอบ
a turn using the camera
beat it: คำสั่งแบบแข็งให้อีกฝ่ายไป
Beat it เป็นคำสั่งแบบไม่เป็นทางการที่ใช้เป็นสำนวนตายตัว หมายถึง “ไปให้พ้น” หรือ “ออกไปจากที่นี่” ในประโยคนี้ it ไม่ได้หมายถึงสิ่งของ และ beat ก็ไม่ได้หมายถึง “ตี” คำสองคำนี้รวมกันเป็นสำนวน คำสั่งนี้ยุติการโต้ตอบด้วยการบอกให้อีกฝ่ายไปเสีย น้ำเสียงและความสัมพันธ์อาจทำให้คำนี้แสดงความไม่อดทน ความรำคาญ หรือการทำเป็นเข้มแบบล้อเล่น
แบบฝึกหัด
ใน “Okay, now beat it,” ผู้พูดกำลังบอกให้อีกฝ่ายทำอะไร?
- ออกไปจากที่นั้น
- ทำให้เพลงเร็วขึ้น
- ตีสิ่งของชิ้นหนึ่ง
ดูคำตอบ
ออกไปจากที่นั้น
get to work: เริ่มทำงาน
ในประโยคนี้ get to work หมายถึง “เริ่มทำงาน” หรือ “กลับไปทำงานที่ค้างไว้” ผู้พูดอยู่ที่บ้านและทำงานที่นั่นอยู่แล้ว ดังนั้น get จึงไม่ได้หมายถึงการเดินทางไปสำนักงาน วลีนี้เน้นการเปลี่ยนจากภาวะที่ยังไม่ได้ทำงานไปสู่การลงมือทำงานจริง บริบทจึงสำคัญ เพราะในคำถามอย่าง “How do you get to work?” นั้น get to work อาจหมายถึง “ไปถึงสถานที่ทำงาน”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสามคำที่หมายถึง “เริ่มทำงาน”: The break is over, so let's ____.
ดูคำตอบ
get to work
ลำดับคำใน Would smoothie banana you like? เทียบกับ Would you like a banana smoothie?
“Would smoothie banana you like?” จงใจสลับลำดับคำของประโยคคำถามปกติ ประโยคนี้แสดงว่า Mixed Up Murphy เป็นตัวละครที่พูดคำสลับกัน ความแปลกจึงเป็นมุกตลก และไม่ใช่ประโยคคำถามมาตรฐานที่ควรนำไปใช้ตาม เมื่อต้องการเสนอสิ่งของอย่างสุภาพ ให้ใช้ Would + ประธาน + like + นามวลี? เช่น “Would you like a banana smoothie?” ประธาน you อยู่ต่อจาก would ทันที ส่วนสิ่งที่เสนออยู่หลัง like ในวลีนาม banana ขยาย smoothie เพื่อบอกชนิด จึงวาง banana ไว้หน้า smoothie
แบบฝึกหัด
ประโยคคำถามใดใช้ลำดับคำภาษาอังกฤษตามปกติเพื่อเสนอสมูททีรสกล้วยอย่างสุภาพ
- Would a banana smoothie you like?
- Would smoothie banana you like?
- Would you like a banana smoothie?
ดูคำตอบ
Would you like a banana smoothie?
must be ใน You must be so tired.
ใน “You must be so tired.” คำว่า must ใช้แสดงข้อสรุปที่ผู้พูดมั่นใจมากจากสิ่งที่รู้หรือสังเกตเห็น ความหมายคือ “ฉันมั่นใจมากว่าคุณเหนื่อย” ไม่ใช่ “คุณถูกบังคับให้ต้องเหนื่อย” ใช้โครงสร้าง ประธาน + must be + คำคุณศัพท์หรือคำนาม เพื่อคาดคะเนสภาพปัจจุบันอย่างมั่นใจ คำว่า so เน้นระดับของ tired ว่าผู้พูดคิดว่าอีกฝ่ายเหนื่อยมาก
แบบฝึกหัด
เพื่อนเพิ่งทำงานกะยาวสิบสองชั่วโมงเสร็จ ประโยคใดคาดคะเนสภาพปัจจุบันของเพื่อนอย่างมั่นใจมาก
- You must get some rest.
- You must be exhausted.
- You might be exhausted.
ดูคำตอบ
You must be exhausted.
daddy's been sitting: การกระทำที่ดำเนินต่อมาจนถึงตอนนี้
ใน daddy's been sitting นั้น 's เป็นรูปย่อของ has ดังนั้นรูปเต็มคือ daddy has been sitting ไม่ใช่รูปแสดงความเป็นเจ้าของ เพราะ been ที่ตามหลัง 's แสดงว่าในที่นี้สามารถขยายได้เป็น has เท่านั้น Has been + -ing คือโครงสร้าง present perfect continuous ซึ่งนำเสนอการนั่งว่าเป็นการกระทำที่ดำเนินต่อเนื่องมาช่วงหนึ่งจนถึงปัจจุบัน ส่วน all day ระบุระยะเวลา ถ้อยคำนี้ยังเชื่อมโยงกิจกรรมที่กินเวลานานนั้นกับสถานการณ์ในตอนนี้ด้วย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป present perfect continuous แบบเต็มที่ไม่ย่อของ wait: Mia ____ for the bus since eight o'clock.
ดูคำตอบ
has been waiting
Which tattoo should I get?: การขอให้ช่วยเลือก
Which tattoo should I get? ใช้ถามให้อีกคนช่วยแนะนำลายสักหนึ่งลายจากตัวเลือกที่รู้จักหรือมองเห็นอยู่ Which tattoo ระบุสิ่งที่กำลังเลือก ส่วน should ใช้ขอคำแนะนำ และ get ในที่นี้หมายถึงการเลือกหรือไปสักลายนั้น รูปแบบคำถามตรงคือ Which + คำนาม + should + ประธาน + กริยารูปพื้นฐาน? เนื่องจากเป็นคำถามตรง should จึงอยู่หน้า I
แบบฝึกหัด
คุณกำลังเลือกเสื้อแจ็กเก็ตจากหลายตัวและอยากขอคำแนะนำจากเพื่อน ประโยคใดเป็นคำถามตรงที่ถูกต้อง?
- Which jacket should I get?
- Which jacket I should get?
- Which should jacket I get?
ดูคำตอบ
Which jacket should I get?
don't use your please face: คำเรียกแบบขำ ๆ สำหรับสีหน้าอ้อนวอน
ในประโยคนี้ please face เป็นคำเรียกแบบขำ ๆ ที่ผู้พูดคิดขึ้นในตอนนั้น หมายถึงสีหน้าอ้อนวอนหรือทำตัวน่าเอ็นดูเป็นพิเศษเวลาขออนุญาต ไม่ได้หมายถึงใบหน้าชนิดพิเศษที่ชื่อว่า please คำว่า use your ทำให้สีหน้านี้ดูเป็นกลวิธีโน้มน้าวที่ตั้งใจใช้ ดังนั้น don't use your please face จึงหมายถึง “อย่าพยายามโน้มน้าวฉันด้วยการทำหน้าแบบนั้น” ภาษาอังกฤษสามารถวางคำเรียกที่เข้าใจง่ายไว้หน้า face เพื่อบอกลักษณะสีหน้าได้ เช่น sad face หรือ serious face
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ “your please face” หมายถึงอะไร?
- สีหน้าอ้อนวอนและน่าเอ็นดูเป็นพิเศษที่ใช้เพื่อโน้มน้าวใครบางคน
- สีหน้าทางการที่แสดงมารยาทอันสมบูรณ์แบบ
- ใบหน้าที่มีชื่อว่า “Please” จริง ๆ
ดูคำตอบ
สีหน้าอ้อนวอนและน่าเอ็นดูเป็นพิเศษที่ใช้เพื่อโน้มน้าวใครบางคน
gets me every time: ทำให้เกิดปฏิกิริยาที่รุนแรงทุกครั้ง
ใน “That please face gets me every time” คำว่า get หมายถึง “ส่งผลกระทบอย่างมาก” ไม่ใช่ “ได้รับ” หรือ “เข้าใจ” สีหน้าอ้อนวอนนั้นทำให้ผู้พูดใจอ่อนและยอมทุกครั้ง รูปแบบที่กว้างขึ้นอย่าง X gets me every time หมายความว่า X ทำให้เกิดปฏิกิริยาที่รุนแรงได้ทุกครั้ง บริบทจะบอกว่าเป็นปฏิกิริยาแบบใด เช่น ทำให้รู้สึกซาบซึ้ง หัวเราะ กลัว หรือปฏิเสธได้ยาก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสี่คำที่หมายถึง “ส่งผลทางอารมณ์อย่างมากต่อฉันทุกครั้ง”: That final scene ____.
ดูคำตอบ
gets me every time
get these two packages delivered: get + กรรม + กริยาช่อง 3
โครงสร้าง get + กรรม + กริยาช่อง 3 หมายถึงการจัดการหรือทำให้กรรมได้รับการกระทำบางอย่าง ในประโยคนี้ these two packages เป็นสิ่งที่ได้รับการกระทำจาก delivered ผู้พูดจึงต้องทำให้แน่ใจว่าพัสดุทั้งสองชิ้นไปถึงปลายทาง โครงสร้างนี้เน้นการทำให้ผลลัพธ์สำเร็จ ไม่ได้บอกว่าผู้พูดเป็นคนส่งพัสดุด้วยตนเอง รูปแบบเดียวกันพบได้ใน get my phone repaired และ get the form signed
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง get + object + past participle และคำว่า my phone / repair: My phone is broken, so I need to ____.
ดูคำตอบ
get my phone repaired
But first: แนะนำขั้นตอนที่จำเป็นต้องทำก่อน
But first ใช้หยุดแผนหลักที่กำลังพูดถึงไว้ชั่วคราว แล้วแนะนำขั้นตอนที่ต้องเกิดขึ้นก่อน first บอกลำดับ ส่วน but ส่งสัญญาณว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนจากสิ่งที่ตั้งใจจะทำไปพูดถึงขั้นตอนก่อนหน้า but ในที่นี้ไม่ได้แสดงการคัดค้านอย่างรุนแรง ในคำแนะนำหรือการวางแผน But first มักหมายถึง “ก่อนหน้านั้น ต้องทำสิ่งนี้ก่อน”
แบบฝึกหัด
คุณกำลังจะออกไป แต่ต้องล็อกประตูหลังก่อน ประโยคใดแนะนำขั้นตอนก่อนหน้านี้ได้ชัดเจนที่สุด?
- But first, I need to lock the back door.
- But yesterday, I need to lock the back door.
- But perhaps, I need to lock the back door.
ดูคำตอบ
But first, I need to lock the back door.
marked fragile: ป้ายเตือนว่าสิ่งของแตกง่าย
marked fragile เป็นวลีแบบถูกกระทำที่ย่อไว้ หมายถึงมีการทำเครื่องหมายหรือฉลากบนพัสดุหรือสิ่งของว่าเป็นของแตกง่าย หากเติมประธานและกริยาที่ละไว้ จะใกล้เคียงกับ It is marked fragile. ในที่นี้ marked หมายถึงฉลากหรือคำเตือนที่เขียนไว้จริง ส่วน fragile บอกว่าสิ่งของเสียหายได้ง่าย ไม่ได้หมายความว่าสิ่งของแตกไปแล้ว และในประโยคนี้ไม่ได้พูดถึงความรู้สึกเปราะบางของคน
แบบฝึกหัด
marked fragile บอกอะไรเกี่ยวกับพัสดุ
- กำลังบอกถึงความรู้สึกของเจ้าของ
- สิ่งของแตกไปแล้ว
- มีฉลากเตือนว่าสิ่งของเสียหายได้ง่าย
ดูคำตอบ
มีฉลากเตือนว่าสิ่งของเสียหายได้ง่าย
I better be careful: รูปภาษาพูดของ I'd better
I better be careful เป็นรูปแบบภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการของ I'd better be careful โครงสร้างมาตรฐานคือ had better + คำกริยารูปพื้นฐาน: I'd better + be careful หมายความว่า เมื่อดูจากสถานการณ์ตอนนี้ การระมัดระวังเป็นสิ่งที่ฉลาดหรือจำเป็น และมักสื่อว่าหากไม่ทำเช่นนั้นอาจเกิดปัญหา ในที่นี้ คำเตือนทำให้ผู้พูดรู้ว่าควรหยิบจับสิ่งของอย่างระมัดระวัง better เป็นส่วนหนึ่งของสำนวน had better ไม่ได้ใช้เปรียบเทียบระดับความระมัดระวังสองแบบ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้รูปแบบมาตรฐานของ had better เพื่อบอกว่าตอนนี้ควรระวัง
- I'd better to be careful.
- I'd better be careful.
- I better being careful.
ดูคำตอบ
I'd better be careful.
get back to work: กลับมาทำงานต่อหลังจากถูกขัดจังหวะ
get back to work หมายถึงกลับมาทำงานต่อหลังจากหยุดพัก เสียสมาธิ หรือไปทำอย่างอื่นมา ในประโยคนี้ ผู้พูดบอกว่าถึงเวลาต้องหยุดสิ่งที่กำลังทำอยู่แล้วกลับไปทำงานต่อ back สื่อถึงการกลับไปยังกิจกรรมหรือสภาพก่อนหน้า ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการกลับไปสำนักงานหรือสถานที่จริง คนที่ทำงานจากบ้านก็พูดว่า get back to work ได้
แบบฝึกหัด
ทีมหนึ่งรับประทานอาหารกลางวันเสร็จแล้วและจะเขียนรายงานฉบับเดิมต่อ ประโยคใดบอกชัดเจนว่าพวกเขากำลังกลับมาทำงานเดิมต่อ
- After lunch, the team is getting back to work on the same report.
- After lunch, the team is going back to the office to collect a package.
- After lunch, the team is getting to work on a new report.
ดูคำตอบ
After lunch, the team is getting back to work on the same report.
that game where ...: ระบุเกมจากสิ่งที่เกิดขึ้นในเกม
that game where ... เริ่มด้วย that game เพื่อชี้ถึงเกมหนึ่ง แล้วใช้อนุประโยคหลัง where อธิบายว่าเกิดอะไรขึ้นในเกมหรือเล่นอย่างไร ในตัวอย่าง การกระทำเหล่านั้นช่วยบอกว่าผู้พูดหมายถึงเกมไหน where ในที่นี้ไม่ได้ใช้ถามถึงสถานที่จริง ในบทสนทนา คำนี้สามารถนำเข้าสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับคำนามได้ เช่น that game where ..., that thing where ... หรือ the part where ... โครงสร้างนี้มีประโยชน์มากเมื่อไม่รู้หรือจำชื่อไม่ได้
แบบฝึกหัด
คุณจำชื่อเกมที่ทุกคนผลัดกันวาดรูปไม่ได้ คำถามใดระบุเกมนั้นด้วยกฎของเกมได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- What's that game who everyone takes turns drawing?
- What's that game where everyone takes turns drawing?
- Where is that game that everyone takes turns drawing?
ดูคำตอบ
What's that game where everyone takes turns drawing?
jump out of the way: กระโดดหลบออกจากทาง
jump out of the way หมายถึงกระโดดอย่างรวดเร็วไปยังด้านข้างที่ปลอดภัย เพื่อไม่ให้สิ่งของที่กำลังเคลื่อนที่มาชน หรือเพื่อไม่ให้เราไปขวางทางมัน out of the way บอกผลของการเคลื่อนไหวว่าเราไม่ได้อยู่ในแนวที่สิ่งของนั้นกำลังเคลื่อนผ่านแล้ว ในที่นี้ way หมายถึงเส้นทางการเคลื่อนที่ ไม่ได้หมายถึงถนนตามตัวอักษร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียน: A box slid toward Mia, so she ____.
ดูคำตอบ
jumped out of the way
Raiders? กับการอ้างถึงฉากก้อนหินยักษ์ในภาพยนตร์
ในที่นี้ Raiders เป็นชื่อย่อของเกม และพาดพิงถึงภาพยนตร์ Raiders of the Lost Ark ช่วงต้นเรื่องมีฉากดังที่อินเดียนา โจนส์วิ่งหนีก้อนหินยักษ์ที่กลิ้งไล่หลังมา การกลิ้งลูกบอลลูกใหญ่ไปตามโถงแล้วกระโดดหลบ คือการนำภาพฉากนั้นมาทำเป็นเกม ดังนั้น Raiders ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ผู้บุกโจมตี” ทั่วไป และไม่ได้หมายถึงทีมกีฬา
แบบฝึกหัด
ทำไมเกมในบทสนทนานี้จึงเรียกว่า Raiders
- เกมกลิ้งลูกบอลเลียนแบบฉากหนีก้อนหินยักษ์ใน Raiders of the Lost Ark
- Raiders เป็นคำภาษาอังกฤษทั่วไปที่แปลว่า “โถงทางเดิน”
- พวกเขากำลังวางแผนดูทีมกีฬาที่ชื่อ Raiders
ดูคำตอบ
เกมกลิ้งลูกบอลเลียนแบบฉากหนีก้อนหินยักษ์ใน Raiders of the Lost Ark
You mean X? เพื่อยืนยันสิ่งที่คาดไว้อย่างเฉพาะเจาะจง
You mean X? เป็นวิธีสั้น ๆ ในการตรวจสอบว่า X คือสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังหมายถึงหรือไม่ ผู้พูดมีสิ่งที่คาดไว้อย่างเฉพาะเจาะจงอยู่แล้วและขอให้อีกฝ่ายยืนยัน ในที่นี้สิ่งที่คาดไว้คือ Raiders ในโครงสร้างนี้ mean แปลว่า “อ้างถึง” หรือ “ตั้งใจหมายถึง” ไม่ได้แปลว่า “ใจร้าย” และไม่ได้เป็นการถามคำนิยามของคำ
แบบฝึกหัด
เพื่อนพูดว่า "Bring the book with the red cover." คุณคิดว่าหนังสือเล่มนั้นคือพจนานุกรม คำตอบใดใช้ตรวจสอบสิ่งที่คุณคาดไว้อย่างเฉพาะเจาะจง
- You mean the dictionary?
- Which dictionary do you mean?
- What do you mean?
ดูคำตอบ
You mean the dictionary?
“Maybe a quick game.” กับการตอบตกลงแบบมีขอบเขต
คำตอบนี้ละคำบางคำไว้ โดยความคิดแบบเต็ม ๆ จะคล้ายกับ Maybe we can play a quick game. ในบริบทนี้ ประโยคนี้ทำหน้าที่เป็นการตอบตกลงแบบมีขอบเขต ไม่ใช่เพียงการบอกอย่างเป็นกลางว่ายังไม่แน่ใจ maybe ทำให้การรับปากฟังดูระมัดระวังและไม่ค่อยเต็มใจเล็กน้อย ส่วน quick จำกัดว่าเกมจะใช้เวลานานแค่ไหน เมื่อนำมาใช้ร่วมกัน ผู้พูดจึงยอมตามได้โดยไม่ตกลงว่าจะเล่นต่อไปเรื่อย ๆ
แบบฝึกหัด
เมื่อใช้ตอบคำขอ Maybe a quick game. น่าจะแสดงท่าทีแบบใดมากที่สุด
- ตอบตกลงอย่างกระตือรือร้นว่าจะเล่นให้นานที่สุด
- ปฏิเสธที่จะเล่นโดยสิ้นเชิง
- ตอบตกลงอย่างระมัดระวังว่าจะเล่นเกมสั้น ๆ หนึ่งรอบ
ดูคำตอบ
ตอบตกลงอย่างระมัดระวังว่าจะเล่นเกมสั้น ๆ หนึ่งรอบ
Not too quick though: ใช้ though ท้ายประโยคเพื่อเสริมข้อสงวนอย่างนุ่มนวล
Not too quick เป็นคำตอบแบบย่อที่ละคำบางส่วนไว้ เพราะเข้าใจส่วนที่หายไปได้จากบทสนทนา เช่น Don't make it too quick. ในที่นี้ผู้พูดยอมรับว่ากิจกรรมจะดำเนินไปอย่างรวดเร็วได้ แต่ขอว่าอย่าให้จบเร็วเกินไป though ที่อยู่ท้ายประโยคมีความหมายประมาณว่า ‘อย่างไรก็ตาม’ หรือ ‘แต่ถึงอย่างนั้น’ มันใช้เติมข้อสงวนเล็กน้อยต่อข้อเสนอก่อนหน้า แทนที่จะนำอนุประโยคแสดงการยอมรับความขัดแย้งแบบเต็ม จึงทำให้การแย้งฟังไม่ห้วนเกินไป
แบบฝึกหัด
เพื่อนพูดว่า "Let's make the meeting quick." แล้วคุณตอบว่า "Not too quick though." คำตอบของคุณหมายความว่าอย่างไร
- การประชุมต้องจบทันที
- ประชุมให้สั้นได้ แต่ต้องไม่สั้นจนเกินไป
- ฉันปฏิเสธที่จะประชุมโดยสิ้นเชิง
ดูคำตอบ
ประชุมให้สั้นได้ แต่ต้องไม่สั้นจนเกินไป
play for this long: this ที่ชี้ระยะเวลาที่แสดงให้เห็น
ใน play for this long คำว่า for ใช้บอกว่าการเล่นดำเนินต่อไปนานเท่าใด ส่วน this long หมายถึง ‘ช่วงเวลายาวเท่านี้’ โดย this ชี้ไปที่ระยะเวลาที่กำลังแสดงให้เห็นหรือที่เข้าใจกันอยู่แล้วจากสถานการณ์ร่วมกัน ไม่ได้ชี้ไปที่สิ่งของ ระยะเวลาที่แน่นอนอาจแสดงด้วยท่าทาง นาฬิกาจับเวลา หรือการกระทำที่กำลังดำเนินอยู่ หากไม่มีภาพหรือสิ่งอ้างอิงร่วมกัน คำบรรยายเพียงอย่างเดียวจะไม่บอกว่าหมายถึงกี่วินาทีหรือกี่นาที
แบบฝึกหัด
ขณะพูดว่า "I want you to play for this long," ผู้พูดแสดงระยะเวลาด้วยนาฬิกาจับเวลา this long หมายถึงอะไร
- ความยาวจริงของอุปกรณ์เล่นเกม
- ระยะเวลาใดก็ได้ที่ผู้ฟังเลือก
- ระยะเวลาที่แสดงบนนาฬิกาจับเวลา
ดูคำตอบ
ระยะเวลาที่แสดงบนนาฬิกาจับเวลา
fair enough: ยอมรับความเห็นที่สมเหตุสมผล
“Fair enough” เป็นคำตอบแบบตายตัวที่หมายถึง “ฉันยอมรับว่าเหตุผล คำขอ หรือความเห็นของคุณสมเหตุสมผล” ใน “Okay, fair enough.” ผู้พูดเลิกคัดค้านและยอมรับสิ่งที่อีกฝ่ายพูด สำนวนนี้มักแสดงการยอมถอยอย่างสงบมากกว่าการเห็นด้วยอย่างกระตือรือร้น ให้เข้าใจว่าเป็นคำตอบต่อความเห็นของอีกฝ่าย ไม่ใช่วลีคุณศัพท์ตามตัวอักษรว่า “ยุติธรรมเพียงพอ”
แบบฝึกหัด
เพื่อนพูดว่า “I need to leave early because my train is at six.” คำตอบใดยอมรับอย่างสงบว่าเหตุผลนั้นสมเหตุสมผล?
- That's enough. Stop explaining.
- Fair enough. Let's go now.
- That's not fair. Stay longer.
ดูคำตอบ
Fair enough. Let's go now.
game over: จบหรือดำเนินต่อไม่ได้
“Game over” เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึงเกมจบแล้ว ใน “Okay, game over.” คำว่า over หมายถึง “จบ” ไม่ใช่ “อยู่ข้างบน” นอกบริบทของเกม สามารถใช้เชิงเปรียบเทียบเพื่อบอกว่าแผน โอกาส หรือสถานการณ์ไม่สามารถดำเนินต่อหรือกู้กลับมาได้ การใช้แบบนี้ฟังดูเด็ดขาดและมักมีอารมณ์เกินจริงอยู่บ้าง
แบบฝึกหัด
ในประโยค “If the backup fails too, it's game over for the project.” คำว่า game over หมายถึงอะไร?
- โครงการเพียงหยุดชั่วคราวในช่วงสั้น ๆ
- โครงการเสร็จสมบูรณ์เรียบร้อยแล้ว
- โครงการไม่สามารถดำเนินต่อได้
ดูคำตอบ
โครงการไม่สามารถดำเนินต่อได้
Walk it off: เดินเพื่อให้อาการไม่สบายเล็กน้อยทุเลา
Walk it off หมายถึง “เดินต่อหรือขยับร่างกาย เพื่อให้อาการเจ็บหรือเกร็งเล็กน้อยค่อย ๆ หายไป” it หมายถึงอาการไม่สบายที่กำลังพูดถึง ส่วน off สื่อถึงผลว่าอาการนั้นหายไปด้วยการเคลื่อนไหว ประโยคนี้ยังมีท่าทีว่า “น่าจะไม่เป็นอะไรมาก อย่าหยุดเพราะเรื่องนี้” จึงอาจฟังเป็นการให้กำลังใจหรือเป็นการมองข้ามอาการก็ได้ ขึ้นอยู่กับอาการบาดเจ็บและน้ำเสียง
แบบฝึกหัด
ตัดสินสถานการณ์: คนหนึ่งศีรษะกระแทก รู้สึกเวียนหัว และยืนไม่มั่นคง การพูดว่า “Walk it off” เหมาะสมหรือไม่
- เหมาะสม
- ไม่เหมาะสม
ดูคำตอบ
ไม่เหมาะสม
What's the matter?: ถามถึงสภาพของอีกฝ่ายในขณะนั้น
What's the matter? เป็นสำนวนตายตัวที่ใช้ถามว่าทำไมอีกฝ่ายจึงดูเศร้า ไม่สบาย กังวล หรือดูเหมือนมีบางอย่างผิดปกติ matter ในที่นี้หมายถึง “ปัญหา” หรือ “เรื่องกังวล” ไม่ได้หมายถึง “สสาร” คำถามนี้เน้นสภาพหรือความกังวลของอีกฝ่ายในขณะนั้น โดยไม่จำเป็นต้องคิดไว้ก่อนว่ามีเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้น
แบบฝึกหัด
คุณสังเกตว่าเพื่อนเงียบผิดปกติ และต้องการถามถึงปัญหาของเพื่อนในขณะนั้นโดยไม่คิดไว้ก่อนว่าเกิดเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง คำถามใดตรงกับจุดเน้นนี้มากที่สุด
- What are you looking for?
- What happened?
- What's the matter?
ดูคำตอบ
What's the matter?
playing too rough with me: ใช้แรงมากเกินไปขณะเล่น
Playing rough with someone หมายถึงการเล่นกับใครสักคนโดยใช้การเคลื่อนไหวทางร่างกายที่แรง เช่น ผลักหรือปล้ำกัน ในที่นี้ rough บอกลักษณะการเล่น ไม่ได้หมายถึงพื้นผิวของสิ่งของที่หยาบ Too rough หมายความว่าแรงหรือความรุนแรงเกินระดับที่ผู้พูดรู้สึกว่าสบายหรือปลอดภัย ส่วน with me ระบุคนที่ได้รับการเล่นแบบนั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างสามคำจากบทเรียน: You're ____ with your little cousin. Please be gentler.
ดูคำตอบ
playing too rough
does play ... doesn't he?: เน้นแล้วขอการยืนยัน
Yeah แสดงการเห็นด้วย ใน he does play คำว่า does เป็นกริยาช่วยที่ใช้เน้นว่าข้อความนั้นเป็นจริง หรือผู้พูดเห็นด้วยอย่างชัดเจน เนื่องจาก does ทำหน้าที่แสดงรูปปัจจุบันตามประธานแล้ว play จึงต้องคงรูปพื้นฐาน ไม่ใช้ plays ส่วน doesn't he? ท้ายประโยคเป็นคำถามพ่วงที่ขอให้ผู้ฟังยืนยันหรือเห็นด้วยกับข้อสรุปนั้น เมื่อข้อความหลักเป็นบอกเล่าเชิงบวก คำถามพ่วงจึงเป็นรูปปฏิเสธและใช้กริยาช่วย does กับสรรพนาม he ให้ตรงกัน เมื่อนำ does play ... doesn't he? มาใช้ร่วมกัน ผู้พูดกำลังยืนยันอย่างหนักแน่นและคาดหวังให้อีกฝ่ายเห็นด้วย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย does แบบเน้นและคำถามพ่วงปฏิเสธที่ตรงกัน: Leo ____ enjoy science, ____?
ดูคำตอบ
does · doesn't he
use your big girl bark: คำเปรียบสำหรับเด็กเพื่อให้พูดอย่างหนักแน่น
ในคำถามที่พูดกับเด็กนี้ use your big girl bark หมายถึง “พูดออกมาด้วยเสียงที่ชัดเจนและหนักแน่น” bark เป็นการเปรียบแบบขี้เล่นที่นำเสียงอันหนักแน่นไปเทียบกับเสียงสุนัขเห่า ส่วน big girl เป็นการให้กำลังใจเด็กให้กล้าหาญและจัดการด้วยตัวเอง คำถามนี้ไม่ได้ขอให้เด็กเลียนเสียงสุนัขจริง ๆ แต่ถามว่าเธอได้บอกอีกฝ่ายอย่างชัดเจนหรือไม่ว่าเล่นแรงเกินไปหรือควรหยุด
แบบฝึกหัด
เมื่อผู้ใหญ่ถามว่า 'Did you use your big girl bark?' ผู้ใหญ่กำลังกระตุ้นให้เด็กทำอะไร?
- เงียบไว้และรอให้คนอื่นพูดแทน
- ใช้เสียงที่ชัดเจนและหนักแน่นเพื่อบอกขอบเขตของตน
- ทำเสียงสุนัขจริง ๆ
ดูคำตอบ
ใช้เสียงที่ชัดเจนและหนักแน่นเพื่อบอกขอบเขตของตน
that's all right: บอกว่าไม่เป็นไรเพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจ
ในที่นี้ that's all right เป็นคำตอบที่ช่วยให้อีกฝ่ายสบายใจ โดยหมายถึง “ไม่เป็นไร” หรือ “ฉันไม่ถือ” ใช้เพื่อรับคำขอโทษหรือปลอบคนที่กำลังกังวลเรื่องเล็กน้อยได้ หน้าที่ของวลีนี้คือดูแลความรู้สึกของอีกฝ่าย ไม่ใช่ตัดสินว่าข้อความหนึ่งถูกต้องหรือไม่ ในการใช้นี้ all right บอกว่าสถานการณ์ดังกล่าวยอมรับได้
แบบฝึกหัด
เพื่อนร่วมงานพูดว่า 'Sorry, I spilled a little water.' คำตอบใดรับคำขอโทษและทำให้อีกฝ่ายสบายใจได้อย่างเป็นธรรมชาติ?
- That's all right. It will dry quickly.
- All right, let's begin the meeting.
- That's right. The answer is twelve.
ดูคำตอบ
That's all right. It will dry quickly.
Come on, let's go... เพื่อชวนให้ลงมือด้วยน้ำเสียงสนับสนุน
ในประโยคนี้ Come on เป็นการกระตุ้นอย่างอ่อนโยนให้เริ่มลงมือ ไม่ใช่การบ่น โดยช่วยให้ผู้ฟังก้าวข้ามความลังเล Let's เป็นรูปย่อของ let us จึงแสดงว่าผู้พูดจะร่วมทำด้วย โครงสร้าง Come on, let's + กริยารูปพื้นฐาน ใช้ชวนให้อีกฝ่ายก้าวไปสู่ขั้นต่อไปด้วยกัน โดยฟังดูให้กำลังใจมากกว่าออกคำสั่ง
แบบฝึกหัด
เด็กรู้สึกกังวลที่จะคุยกับครู และคุณจะไปด้วย ประโยคใดให้กำลังใจอย่างสนับสนุนมากที่สุด
- Come on, let's go talk to your teacher.
- Go talk to your teacher by yourself.
- Why haven't you talked to your teacher yet?
ดูคำตอบ
Come on, let's go talk to your teacher.
No one's in trouble เพื่อให้สบายใจก่อนพูดคุย
No one's เป็นรูปย่อของ no one is ในที่นี้ be in trouble หมายถึงการอาจถูกตำหนิหรือลงโทษเพราะทำสิ่งที่ผิด ไม่ใช่เพียงมีปัญหาที่ต้องแก้ การพูด No one's in trouble ก่อนเริ่มบทสนทนาที่ยากช่วยลดความกลัวว่าจะถูกดุ และทำให้ทุกคนมั่นใจว่าจุดประสงค์คือการพูดคุยและทำความเข้าใจ ไม่ใช่การลงโทษใคร
แบบฝึกหัด
ครูต้องการให้ทั้งชั้นมั่นใจว่าการพูดคุยครั้งนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อลงโทษใคร ประโยคใดเหมาะสมที่สุด
- No one's having trouble with the assignment.
- No one's in trouble. We just need to understand what happened.
- Everyone is in trouble, so explain yourselves.
ดูคำตอบ
No one's in trouble. We just need to understand what happened.
Bingo just has something she'd like to tell Dad. น้ำเสียง/เจตนา
5:36แค่บิงโกมีเรื่องอยากจะบอกพ่อจ้ะ
just ... she'd like to ... That's all: เกริ่นเรื่องที่พูดยากอย่างนุ่มนวล
just ทำให้เรื่องดูจำกัดและรับมือได้ ส่วน she'd like to (= she would like to) บอกความตั้งใจของ Bingo อย่างนุ่มนวลกว่า she wants to เมื่อนำมารวมกัน จึงช่วยเกริ่นก่อนบอกความคิดเห็นโดยไม่ทำให้ฟังเหมือนการโจมตี That's all ช่วยลดความตึงเครียดอีกครั้ง ในที่นี้หมายถึงไม่มีการเผชิญหน้าครั้งใหญ่ซ่อนอยู่เบื้องหลังการเกริ่นนี้ ไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่จะพูดไม่สำคัญ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเป็นการเกริ่นที่นุ่มนวลและเป็นธรรมชาติที่สุดสำหรับเรื่องเล็กที่อาจพูดยากเล็กน้อย
- Mia demands that you listen to everything she says.
- Mia just has something she'd like to tell you. That's all.
- Mia has a serious complaint and wants an answer now.
ดูคำตอบ
Mia just has something she'd like to tell you. That's all.
Sometimes you play a bit too rough with me. น้ำเสียง/เจตนา
5:42บางทีพ่อก็เล่นกับหนูแรงเกินไปหน่อยน่ะค่ะ
Sometimes ... a bit too rough: ให้ความคิดเห็นอย่างนุ่มนวลแต่ชัดเจน
Sometimes จำกัดขอบเขตของข้อความ โดยบอกว่าปัญหาเกิดขึ้นเป็นบางครั้ง ไม่ใช่ตลอดเวลา ส่วน a bit ช่วยลดความแรงของคำวิจารณ์ แต่ too rough ยังคงกำหนดขอบเขตไว้อย่างชัดเจน Too หมายถึงการเล่นนั้นเกินระดับที่รู้สึกสบายหรือปลอดภัย ดังนั้นคำที่ช่วยผ่อนน้ำเสียงจึงทำให้รับฟังความคิดเห็นได้ง่ายขึ้นโดยไม่ได้ลบปัญหาออกไป
แบบฝึกหัด
ประโยคใดกำหนดขอบเขตได้ชัดเจนโดยไม่กล่าวว่าปัญหาเกิดขึ้นตลอดเวลา
- Sometimes you speak a bit too loudly for me.
- Your voice is in the room.
- You are always unbearably loud.
ดูคำตอบ
Sometimes you speak a bit too loudly for me.
I didn't realize: ยอมรับว่าก่อนหน้านี้ไม่ทันสังเกตปัญหา
I didn't realize หมายถึง “ก่อนหน้านี้ฉันไม่รู้เรื่องนั้น แต่ตอนนี้เข้าใจแล้ว” รูปอดีต didn't realize ชี้ว่าก่อนหน้านี้ผู้พูดไม่ได้ตระหนักถึงเรื่องนั้น ในคำตอบนี้ ผู้พูดยอมรับข้อมูลใหม่แทนที่จะปฏิเสธว่าปัญหามีอยู่ เมื่อได้รับคำติชม ประโยคนี้อาจมีน้ำเสียงคล้ายการขอโทษและแสดงว่าผู้พูดยอมรับว่าตนพลาดไป แต่เป็นเพียงการอธิบายว่าทำไมจึงทำเช่นนั้น ไม่ใช่คำขอโทษที่ครบถ้วนในตัวเอง
แบบฝึกหัด
มีคนบอกว่าพฤติกรรมของคุณทำให้เขาไม่สบายใจ คำตอบใดแสดงได้ดีที่สุดว่าคุณเข้าใจคำติชมและยอมรับผิดชอบ
- I knew, but I didn't care.
- I didn't realize. I'm sorry, and I'll be more careful.
- That never happened, so you're wrong.
ดูคำตอบ
I didn't realize. I'm sorry, and I'll be more careful.
I think I just forget that you're a bit younger than your sister. โน้ต
5:51พ่อคงลืมไปว่าหนูยังเด็กกว่าพี่สาวอยู่นิดหน่อย
I think I just forget that...: อธิบายความเผลอด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลขึ้น
ใน I think I just forget that... คำว่า I think ทำให้เหตุผลฟังเป็นการทบทวนความคิดของผู้พูด แทนที่จะเป็นคำยืนยันอย่างเด็ดขาด ส่วน just ในที่นี้หมายถึง “แค่” หรือ “เพียง” และทำให้คำอธิบายฟังไม่ห้วนเกินไป ไม่ได้หมายถึง “เมื่อสักครู่” รูป simple present ของ forget สื่อถึงแนวโน้มที่จะมองข้ามข้อเท็จจริงที่ตามมาซ้ำ ๆ วลีนี้อธิบายความเผลอที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง แต่ไม่ได้ลบความรับผิดชอบต่อผลที่เกิดขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมคำอธิบายด้วยวลีเปิดจากบทเรียนนี้ที่แสดงการทบทวนและช่วยลดความตรงของน้ำเสียง โดยใช้ให้ตรงตามต้นฉบับ: I've been giving you too many tasks. ____ this is your first week.
ดูคำตอบ
I think I just forget that
a bit younger than: ทำให้การเปรียบเทียบนุ่มนวลขึ้น
ใน a bit younger than your sister คำว่า younger than ใช้เปรียบเทียบอายุ และ a bit บอกว่าความต่างมีเพียงเล็กน้อย จึงทำให้การเปรียบเทียบฟังดูนุ่มนวลขึ้น คืออายุน้อยกว่าจริงแต่ไม่ได้ต่างกันมาก โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ a bit + คำคุณศัพท์ขั้นกว่า + than + สิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ ในที่นี้ a bit ขยาย younger ไม่ได้ขยาย your sister
แบบฝึกหัด
ใช้ a bit และรูปขั้นกว่าของ light เติมประโยคให้สมบูรณ์: The blue bag is ____ the black one.
ดูคำตอบ
a bit lighter than
we don't want you to stop playing with us. น้ำเสียง/เจตนา
5:59เราไม่ได้อยากให้พ่อเลิกเล่นกับพวกเรานะ
we don't want you to stop playing: ชี้แจงขอบเขตที่แท้จริง
ประโยคนี้ช่วยให้ผู้ฟังสบายใจขึ้นหลังจากมีการพูดถึงปัญหา โดยระบุขอบเขตที่แท้จริงให้ชัดเจนว่า ผู้พูดยังอยากให้อีกฝ่ายเล่นด้วยกันอยู่ ดังนั้นคำติจึงไม่ใช่การปฏิเสธอีกฝ่ายทั้งหมด โครงสร้างคือ don't want + คน + to stop + V-ing คำปฏิเสธมีผลกับ want หมายความว่าผู้พูดไม่ต้องการให้อีกฝ่ายหยุด ในที่นี้ stop playing หมายถึงยุติกิจกรรมการเล่น ประโยคจึงชี้ไปที่การเล่นด้วยกันต่อไป
แบบฝึกหัด
เพื่อนร่วมทีมมาสายบ่อย แต่คุณยังอยากให้เขามาซ้อมอยู่ คำตอบใดบอกขอบเขตนี้ได้ชัดเจนที่สุด
- We want you to stop coming to practice because you are often late.
- We don't want you to stop coming to practice; we just need you to arrive on time.
- We don't want you to start coming to practice; just arrive on time.
ดูคำตอบ
We don't want you to stop coming to practice; we just need you to arrive on time.
get better at using: พัฒนาทักษะด้วยการฝึกฝน
Get better at หมายถึงเก่งขึ้นในทักษะหรือกิจกรรมบางอย่าง ส่วน get better at using ในประโยคนี้หมายถึงใช้บางสิ่งได้คล่องขึ้น เนื่องจาก at เป็นคำบุพบท หลัง at จึงต้องเป็นคำนามหรือคำกริยารูป -ing โครงสร้างคือ get better at + คำนาม/คำกริยา-ing ตรงนี้ต้องใช้ using ไม่ใช่กริยารูปเดิม use
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วย get better at + คำกริยา-ing: With regular practice, you'll ____ the new editing software.
ดูคำตอบ
get better at using
So tell me, is this rough okay?: ตรวจสอบขอบเขตระหว่างเล่น
So tell me เป็นการชวนให้อีกฝ่ายบอกความเห็นของตัวเอง ส่วน Is this rough okay? เป็นการถามว่าอีกฝ่ายยอมรับระดับความแรงของการเล่นได้หรือไม่ แทนที่จะตัดสินใจแทนอีกฝ่าย Rough ในที่นี้หมายถึงความแรงของการเล่นที่มีการสัมผัสร่างกาย ไม่ใช่พื้นผิวที่หยาบ คำว่า this rough ต้องอาศัยท่าทางที่กำลังสาธิตอยู่ แนวทางที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือถามผู้ที่ได้รับผลจากการกระทำว่าความแรงระดับนี้โอเคหรือไม่
แบบฝึกหัด
ตัดสินว่าข้อความนี้ถูกหรือไม่: ผู้พูดให้อีกฝ่ายเป็นผู้ตัดสินเองว่าระดับความแรงของการเล่นในขณะนั้นโอเคหรือไม่
- ถูก
- ผิด
ดูคำตอบ
ถูก
ใช้ how about this rough? เพื่อลองความแรงอีกระดับ
ในที่นี้ How about...? ใช้เสนออีกทางเลือกหนึ่งและขอให้อีกฝ่ายตัดสินว่ายอมรับได้หรือไม่ ไม่ได้ใช้ถามข้อเท็จจริงว่าสถานการณ์ดำเนินไปอย่างไร แต่ผู้พูดกำลังลองระดับความแรงแบบอื่น this rough หมายถึง “แรงหรือรุนแรงในระดับนี้” และต้องอาศัยสิ่งที่อีกฝ่ายมองเห็นหรือสัมผัสได้ โดยทั่วไปสามารถวางนามวลี รูป -ing หรือ we + คำกริยา หลัง How about เพื่อเสนอทางเลือกได้: How about Friday? How about taking a break? How about we stop here?
แบบฝึกหัด
โต๊ะปัจจุบันเสียงดังเกินไป ประโยคใดเสนอทางเลือกอื่นอย่างนุ่มนวล?
- How about a quieter table by the window?
- We are taking the table by the window.
- Why is this table so noisy?
ดูคำตอบ
How about a quieter table by the window?
Too rough: เกินขีดจำกัดที่ยอมรับได้
Too + คำคุณศัพท์ หมายถึงระดับหนึ่งได้เกินขีดจำกัดที่ยอมรับได้หรือเหมาะสมจนเกิดปัญหา ดังนั้น too rough จึงมีความหมายมากกว่า very rough เพราะบอกว่าความรุนแรงนั้นยอมรับไม่ได้ ประโยคนี้ละประธานและคำกริยา เช่น That's เพราะสถานการณ์ตรงหน้าทำให้รู้ชัดว่าหมายถึงอะไร แม้จะพูดสั้น ๆ ว่า Too rough ก็ยังใช้กำหนดขอบเขตได้อย่างตรงไปตรงมา
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกอย่างชัดเจนว่าความรุนแรงของเกมเกินขีดจำกัดที่ยอมรับได้?
- This game is very rough, but everyone wants to keep playing.
- This game is too rough for the younger children.
- This game is rough enough for the older children.
ดูคำตอบ
This game is too rough for the younger children.
clear out: คำสั่งตรง ๆ ให้คนออกไป
ในประโยคนี้ clear out หมายถึง “ออกไปจากที่นี่” หรือ “ไปให้พ้น” ตรงนี้เป็นกริยาวลีแบบไม่รับกรรม โดยผู้ที่ถูกพูดด้วยคือคนที่ต้องออกไป ในการใช้แบบนี้ ไม่ควรแปล clear แยกเป็น “ทำความสะอาด” ประโยคคำสั่งละประธาน you ไว้ และ now ทำให้คำสั่งมีความหมายว่าต้องทำทันที
แบบฝึกหัด
clear out ในประโยคใดหมายถึง “ออกไปจากที่นี่”
- We need to clear out the garage this weekend.
- The guard shouted, 'Clear out now!'
- Please clear the table after dinner.
ดูคำตอบ
The guard shouted, 'Clear out now!'
you lot: การเรียกคนทั้งกลุ่มแบบไม่เป็นทางการ
you lot เป็นวิธีเรียกคนทั้งกลุ่มแบบไม่เป็นทางการ หมายถึง “พวกคุณทุกคน” หรือ you ในรูปพหูพจน์ ในที่นี้ lot หมายถึงกลุ่มคน ไม่ได้หมายถึงปริมาณว่า “มาก” สำนวนนี้พบบ่อยเป็นพิเศษในภาษาอังกฤษแบบบริติชและออสเตรเลีย ตัวสำนวนอาจฟังเป็นมิตรหรือหยอกล้อได้ แต่เมื่อใช้กับคำสั่งแรง ๆ เช่น clear out ก็อาจเพิ่มความรู้สึกรำคาญหรือดูถูกคล้ายกับคำว่า “พวกคุณนี่”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเรียกคนทั้งกลุ่มโดยตรงแบบไม่เป็นทางการ และถามว่าทุกคนกินอาหารกลางวันเสร็จแล้วหรือยัง
- Have a lot of you finished lunch?
- Have you lot finished lunch?
- Has your group finished lunch?
ดูคำตอบ
Have you lot finished lunch?
I'll just be a second: รับปากว่าจะให้รอเพียงครู่เดียว
I'll just be a second เป็นคำพูดแบบไม่เป็นทางการที่รับปากว่าผู้พูดจะใช้เวลาเพียงสั้น ๆ มักใช้ก่อนเดินออกไปชั่วครู่หรือทำธุระเล็ก ๆ ให้เสร็จ คำว่า a second ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงหนึ่งวินาทีแบบแม่นยำ just ทำให้ระยะเวลาที่คาดว่าจะต้องรอดูสั้นลงและช่วยให้อีกฝ่ายสบายใจ ในสถานการณ์แบบนี้ รูปแบบ be a second ที่นำไปใช้ต่อได้หมายถึง “ใช้เวลาเพียงครู่เดียว”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ just และสำนวนไม่เป็นทางการ be a second: I need to get my coat. I'll ____.
ดูคำตอบ
just be a second
How rude!: ใช้ตัดสินพฤติกรรมที่ไม่สุภาพ
How rude! เป็นประโยคอุทานในรูป How + คำคุณศัพท์ และเข้าใจได้ว่าเป็น How rude that was! ประโยคนี้ตัดสินโดยตรงว่าคำพูดหรือการกระทำของใครบางคนไม่สุภาพทางสังคม พร้อมเน้นการประเมินนั้น rude ในที่นี้เกี่ยวกับมารยาท ไม่ได้หมายความว่าวัตถุมีพื้นผิวหยาบหรือไม่เรียบ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ How rude! อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อตัดสินพฤติกรรมที่ผิดมารยาท?
- How rude! The suitcase weighs twenty kilos.
- How rude! He kept interrupting the speaker.
- How rude! This towel has an uneven texture.
ดูคำตอบ
How rude! He kept interrupting the speaker.
Can't you see that I'm on the toilet? น้ำเสียง/เจตนา
6:41ไม่เห็นหรือไงว่าฉันกำลังเข้าห้องน้ำอยู่เนี่ย?
Can't you see that...?: คำถามเชิงวาทศิลป์ที่แฝงการตำหนิ
Can't you see that + อนุประโยค เป็นคำถามปฏิเสธที่ใช้ในที่นี้เพื่อทักท้วงเชิงวาทศิลป์ ไม่ใช่ถามจริง ๆ ว่ามองเห็นหรือไม่ ผู้พูดถือว่าเนื้อหาหลัง that ชัดเจนอยู่แล้ว และคาดว่าผู้ฟังน่าจะสังเกตเห็นไปแล้ว เพราะมีข้อสันนิษฐานนี้ โครงสร้างจึงสื่อความรำคาญหรือการตำหนิ ใกล้เคียงกับ คุณน่าจะดูออกสิ ในประโยคนี้ยังเป็นการส่งสัญญาณอย่างหนักแน่นให้อีกฝ่ายหยุดรบกวนหรือให้ความเป็นส่วนตัวแก่ผู้พูด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ Can't you see that...? เพื่อตำหนิคนที่ไม่สังเกตเห็นสถานการณ์ที่ชัดเจน?
- Could you tell me whether the screen is visible?
- Can't you see that I'm trying to concentrate?
- Can you see the mountains from your window?
ดูคำตอบ
Can't you see that I'm trying to concentrate?