ทำไมเราถึงชอบผลัดวันประกันพรุ่ง? ⏲️ 6 Minute English: บทเรียนภาษาอังกฤษ
BBC Learning English
ภาพรวมวิดีโอ: รายการนี้อธิบายการผัดวันประกันพรุ่งในฐานะการตอบสนองทางอารมณ์ ไม่ใช่เพียงปัญหาการบริหารเวลา โดยเชื่อมโยงพฤติกรรมหุนหันพลันแล่นกับวิวัฒนาการของมนุษย์ กล่าวถึงผลต่อความเครียดและชีวิตประจำวัน และเสนอให้แบ่งงานเป็นขั้นตอนเล็ก ๆ พร้อมให้อภัยตัวเองเรื่องการผัดผ่อนในอดีต ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. until the last minute — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน เรียนรู้การบรรยายว่าปล่อยงานไว้จนแทบไม่เหลือเวลา เหมาะสำหรับการพูดถึงเส้นตาย งานที่ต้องเร่งทำ นิสัยการเรียน หรือความกดดันที่เกิดจากความล่าช้าซึ่งหลีกเลี่ยงได้ จึงสื่อทั้งการผัดผ่อนและความเร่งรีบช่วงท้ายได้อย่างเป็นธรรมชาติ 2. But in modern life, และ when we are impulsive and get distracted, we procrastinate. — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์ สังเกตว่าคำเชื่อมแสดงความต่างใช้กำหนดบริบทของชีวิตสมัยใหม่อย่างไร และอนุประโยคที่มี when เชื่อมความหุนหันพลันแล่นกับการเสียสมาธิเข้ากับผลลัพธ์อย่างไร นำโครงสร้างนี้ไปเปรียบเทียบเงื่อนไขในอดีตกับปัจจุบันและเรียบเรียงคำอธิบายให้ต่อเนื่องได้ 3. I'm afraid. — วัจนปฏิบัติศาสตร์ในการสนทนาและท่าที เข้าใจว่าในบริบทนี้ไม่ได้หมายถึงความกลัว แต่เป็นคำช่วยลดความตรงของการแก้ไขหรือข่าวที่ไม่น่ายินดีอย่างสุภาพ ใช้เมื่อต้องไม่เห็นด้วย แก้คำตอบ หรือแจ้งผลเชิงลบโดยไม่ให้ฟังแข็งหรือห้วนเกินไป
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Hello, this is 6 Minute English from BBC Learning English.
0:08สวัสดี นี่คือ 6 Minute English จาก BBC Learning English
Let's make a start: ชวนกลุ่มให้เริ่ม
Make a start เป็นวลีธรรมชาติที่หมายถึง “เริ่ม” หรือ “เริ่มลงมือทำบางอย่าง” รูปวลีเป็นคำกริยา + คำนาม แต่ make ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “สร้าง” ทั้งวลีสื่อถึงการลงมือทำขั้นแรก เมื่อใช้กับ Let's ผู้พูดนับตัวเองรวมอยู่ด้วย และชวนทุกคนอย่างนุ่มนวลให้เริ่มตอนนี้
แบบฝึกหัด
ใน Let's make a start ผู้พูดกำลังทำอะไร?
- ชวนทุกคนรวมถึงตัวผู้พูดให้เริ่มตอนนี้
- บอกว่ากิจกรรมจบไปแล้ว
- ขอให้ใครบางคนสร้างบทนำ
ดูคำตอบ
ชวนทุกคนรวมถึงตัวผู้พูดให้เริ่มตอนนี้
I've got a deadline to meet today and I haven't finished my work yet. โน้ต
0:15ฉันมีกำหนดส่งงานวันนี้และฉันยังทำงานไม่เสร็จเลย
a deadline to meet: ทำงานให้เสร็จทันเวลา
ใน a deadline to meet คำว่า to meet บอกว่าต้องทำอะไรเกี่ยวกับเส้นตายนั้น Meet a deadline หมายถึงทำงานที่กำหนดให้เสร็จภายในเวลาที่ระบุ โดย meet ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “พบเจอ” นี่คือโครงสร้างคำนาม + to-infinitive ซึ่ง to-infinitive บอกความรับผิดชอบหรืองานที่ต้องทำ ดังนั้น a deadline to meet จึงหมายถึงเส้นตายที่ผู้พูดมีหน้าที่ต้องทำให้ทัน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าทีมทำงานจนดึกเพื่อให้งานที่กำหนดเสร็จทันเวลา?
- The team worked late to miss the deadline.
- The team worked late to meet the deadline.
- The team worked late to move the deadline.
ดูคำตอบ
The team worked late to meet the deadline.
haven't finished ... yet: จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เสร็จ
รูปปฏิเสธของ present perfect อย่าง haven't finished เชื่อมการกระทำที่ยังไม่เสร็จกับปัจจุบัน กล่าวคือ ณ ตอนที่พูด งานยังไม่เสร็จ ในประโยคเต็ม จุดนี้สำคัญเพราะเส้นตายของวันนี้กำลังใกล้เข้ามา ในประโยคปฏิเสธ yet มักอยู่ท้ายประโยคและหมายถึง “จนถึงตอนนี้ยังไม่...” ทั้งยังมักสื่อว่างานนั้นอาจหรือคาดว่าจะเสร็จในภายหลัง
แบบฝึกหัด
ตอนนี้สามทุ่มแล้วและรายงานยังไม่เสร็จ ใช้ finish ในรูปปฏิเสธของ present perfect และวาง yet ในตำแหน่งปกติ: I ____ the report ____.
ดูคำตอบ
haven't finished · yet
Let me guess: ใช้เกริ่นก่อนบอกสิ่งที่เดาในบทสนทนา
Let me guess เป็นคำเกริ่นในบทสนทนาที่ใช้ก่อนผู้พูดจะเดาจากเบาะแส โดยปกติไม่ได้เป็นการขออนุญาตจริง ๆ แต่เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังจะบอกว่าตนคิดว่าเกิดอะไรขึ้น ความรู้สึกของประโยคอาจเป็นแบบขี้เล่น สนิทสนม หยอกเล็กน้อย หรือเหมือนคำตอบคาดเดาได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับน้ำเสียงและสิ่งที่พูดต่อมา
แบบฝึกหัด
เพื่อนของคุณมาสายและคุณกำลังจะเสนอเหตุผลที่น่าจะเป็นไปได้ เติมคำเกริ่นสามคำที่บอกว่ากำลังจะเดา: ____: the bus was delayed again.
ดูคำตอบ
Let me guess
It's because you delayed and delayed and put your work off until the last minute as usual. โน้ต
0:19เป็นเพราะคุณผัดวันประกันพรุ่งแล้วก็เลื่อนงานออกไปจนนาทีสุดท้ายเหมือนเคย
put your work off: กริยาวลี put off ที่แยกคำได้
ใน put your work off คำว่า put off หมายถึงเลื่อนงานไปทำทีหลัง เป็นกริยาวลี โดย put ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการวางสิ่งของไว้ที่ใดที่หนึ่ง put off เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ กรรมที่เป็นคำนามวางไว้ระหว่าง put กับ off หรือวางไว้หลัง off ก็ได้: put your work off หรือ put off your work แต่ถ้ากรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ตรงกลาง: put it off ไม่ใช่ put off it
แบบฝึกหัด
ใช้ put off และวางคำสรรพนามในตำแหน่งที่ถูกต้อง: The meeting is not urgent, so let's ____ until Monday.
ดูคำตอบ
put it off
until the last minute: จนถึงโอกาสสุดท้าย
until the last minute หมายถึงการรอหรือการเลื่อนยังดำเนินต่อไปจนถึงจุดที่แทบไม่เหลือเวลาให้ใช้แล้ว โดย last minute ในที่นี้มักหมายถึงโอกาสสุดท้ายหรือช่วงเวลาสุดท้ายที่เป็นไปได้ ไม่ได้หมายถึงหกสิบวินาทีพอดี until ใช้ระบุจุดสิ้นสุดของการกระทำที่ดำเนินต่อเนื่อง ดังนั้น วลีนี้จึงใช้ตามหลังคำอย่าง wait, leave หรือ put off ได้อย่างเป็นธรรมชาติ เมื่อเน้นว่าไม่ได้ลงมือก่อนหน้านั้น
แบบฝึกหัด
เติม until หรือ at เพื่อแสดงว่าการรอดำเนินต่อไปจนถึงช่วงเวลาสุดท้ายที่เป็นไปได้: Mia waited ____ the last minute to submit her form.
ดูคำตอบ
until
real procrastinator: real ที่ใช้เน้นความหมาย
ใน a real procrastinator คำว่า real เป็นคำเน้นแบบไม่เป็นทางการ หมายถึง “คนผัดวันประกันพรุ่งแบบเต็มตัวหรือเป็นตัวอย่างชัดเจน” ไม่ได้หมายถึง “คนผัดวันประกันพรุ่งที่มีอยู่จริง” วลีนี้ทำให้คำตัดสินของผู้พูดแรงขึ้น ในประโยคนี้ฟังดูเหมือนคำวิจารณ์แบบล้อเล่น แต่ procrastinator ก็ยังเป็นคำเรียกนิสัยในแง่ลบ
แบบฝึกหัด
real ใน You're a real procrastinator หมายถึงอะไร
- บอกว่าคนคนนี้ซื่อสัตย์ขณะที่ผัดวันประกันพรุ่ง
- บอกว่าคนผัดวันประกันพรุ่งคนนี้เป็นคนจริง ไม่ใช่ตัวละครสมมติ
- เป็นการเน้นคำประเมินว่า คุณเป็นคนผัดวันประกันพรุ่งแบบเต็มตัวหรือเป็นตัวอย่างชัดเจน
ดูคำตอบ
เป็นการเน้นคำประเมินว่า คุณเป็นคนผัดวันประกันพรุ่งแบบเต็มตัวหรือเป็นตัวอย่างชัดเจน
Someone who keeps delaying things that need to be done. ไวยากรณ์
0:28คนที่คอยแต่เลื่อนสิ่งที่ต้องทำออกไป
keeps delaying ... that need to be done: การกระทำซ้ำและความหมายแบบถูกกระทำ
keeps delaying ใช้โครงสร้าง keep + -ing เพื่อแสดงว่าการกระทำเกิดซ้ำ ๆ หรือดำเนินต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหนึ่ง เนื่องจากประธานคือ someone จึงเปลี่ยน keep เป็น keeps that need to be done เป็นอนุประโยคขยาย things ส่วน need to be done มีรูป infinitive แบบถูกกระทำ หมายความว่าสิ่งเหล่านั้นต้องมีใครสักคนทำให้เสร็จ ไม่ใช่ว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นผู้ทำเอง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ delay และ complete ในโครงสร้างเป้าหมาย: She ____ tasks that ____.
ดูคำตอบ
keeps delaying · need to be completed
a deadline is approaching: กำหนดส่งกำลังใกล้เข้ามา
วลี a deadline is approaching หมายถึง เวลาสุดท้ายสำหรับทำหรือส่งบางสิ่งกำลังใกล้เข้ามา deadline เป็นประธาน และ approach บอกว่าจุดหนึ่งในเวลากำลังเข้ามาใกล้ ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่เข้าหาคนจริง ๆ รูป present continuous อย่าง is approaching แสดงว่าสถานการณ์กำลังดำเนินไปและมักสื่อว่าแรงกดดันด้านเวลากำลังเพิ่มขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่หมายถึงกำหนดส่งกำลังใกล้เข้ามา: We need to finish the poster tonight because ____.
ดูคำตอบ
the deadline is approaching
But did you know that people who procrastinate have higher levels of stress and lower well-being? โน้ต
0:34แต่คุณรู้ไหมว่าคนที่ชอบผัดวันประกันพรุ่งมีระดับความเครียดสูงกว่าและมีความสุขน้อยกว่า?
did you know that: ใช้คำถามเพื่อนำเสนอข้อเท็จจริง
Did you know that ...? ดูเหมือนเป็นคำถามเพื่อขอข้อมูล แต่ในที่นี้ผู้พูดรู้อยู่แล้วว่าข้อเท็จจริงคืออะไร คำถามนี้ใช้ดึงความสนใจของผู้ฟังและนำเสนออนุประโยคที่ตามหลัง that ว่าเป็นข้อมูลที่น่าสนใจหรือสำคัญ วิธีนี้ทำให้ข้อความฟังเหมือนการสนทนามากกว่าการบอกข้อเท็จจริงตรง ๆ ในการบรรยาย บทเรียน และสื่อ ผู้พูดมักอธิบายต่อทันทีแทนที่จะรอคำตอบเต็ม ๆ
แบบฝึกหัด
คุณรู้อยู่แล้วว่ามีข้อมูลที่เป็นประโยชน์และต้องการดึงความสนใจของเพื่อนก่อนจะบอกข้อมูลนั้น ประโยคใดเหมาะที่สุด
- Do you know whether the school garden is open on Saturdays?
- Did you know that the school garden is open on Saturdays?
- I don't know if the school garden is open on Saturdays.
ดูคำตอบ
Did you know that the school garden is open on Saturdays?
higher levels of stress: การบอกระดับที่สูงกว่า
“Higher levels of stress” หมายถึงระดับหรือค่าที่วัดได้ของความเครียดที่สูงกว่า ในที่นี้ level ทำให้คำนามนามธรรม stress เป็นตัวชี้วัดที่เปรียบเทียบได้ และ higher ขยาย levels เมื่อการศึกษาเปรียบเทียบค่าที่วัดได้ระหว่างบุคคล กลุ่ม หรือสถานการณ์ มักใช้ levels รูปพหูพจน์ โครงสร้าง higher/lower levels of + คำนามนามธรรม ยังใช้กับ anxiety, satisfaction หรือ pollution ได้ด้วย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ levels of อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อบอกระดับความเครียดที่สูงกว่าในรายงานการวิจัย
- The survey found higher levels of stress during exam week.
- The survey found higher layers of stress during exam week.
- The survey found taller levels of stress during exam week.
ดูคำตอบ
The survey found higher levels of stress during exam week.
Procrastination is also linked with lower financial and career success. วลี
0:42การผัดวันประกันพรุ่งยังเชื่อมโยงกับความสำเร็จทางการเงินและหน้าที่การงานที่ต่ำกว่าด้วย
is also linked with: รายงานความสัมพันธ์อย่างระมัดระวัง
“Is also linked with” หมายถึง “มีความสัมพันธ์ที่สังเกตพบด้วย” โครงสร้างกรรมวาจก be linked with + นามวลี เชื่อมโยงสภาวะสองอย่างโดยไม่ได้บอกว่าสิ่งหนึ่งเป็นสาเหตุของอีกสิ่งหนึ่งอย่างแน่นอน also แสดงว่าความสัมพันธ์นี้เป็นข้อมูลเพิ่มเติมจากที่กล่าวมาแล้ว ในการรายงานงานวิจัย วลีนี้ช่วยให้ข้อสรุประมัดระวังเมื่อหลักฐานแสดงเพียงสหสัมพันธ์ ไม่ใช่เหตุและผลที่พิสูจน์แล้ว
แบบฝึกหัด
รายงานฉบับหนึ่งกล่าวไปแล้วว่าการนอนหลับไม่เพียงพอเชื่อมโยงกับพลังงานที่ต่ำ ตอนนี้ต้องการเพิ่มความสัมพันธ์กับสมาธิที่ลดลง แต่ยังไม่ได้พิสูจน์เหตุและผล ประโยคใดถูกต้อง
- Lower concentration was also caused by poor sleep.
- Poor sleep was also linked with lower concentration.
- Poor sleep was also unrelated to lower concentration.
ดูคำตอบ
Poor sleep was also linked with lower concentration.
reasons not to do it: reasons + infinitive รูปปฏิเสธ
ใน reasons not to do it ส่วน not to do it ขยาย reasons โดยบอกว่ามีเหตุผลสนับสนุนให้หลีกเลี่ยงการกระทำใด ในที่นี้ it หมายถึงการผัดวันประกันพรุ่ง ใช้โครงสร้าง reason(s) not to + กริยารูปพื้นฐาน เพื่อบอกเหตุผลที่ไม่ควรทำสิ่งหนึ่ง not ใช้ปฏิเสธ infinitive to do ไม่ได้ปฏิเสธ reasons
แบบฝึกหัด
ใช้กริยา delay และโครงสร้าง reasons + infinitive รูปปฏิเสธเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The discount ends tonight, so there are several reasons ____ the booking.
ดูคำตอบ
not to delay
often because they're difficult or boring or unpleasant.
0:56มักเป็นเพราะมันยาก น่าเบื่อ หรือไม่น่าอภิรมย์
the act of delaying ...: นิยามคำศัพท์ด้วยวลีซ้อนอธิบาย
วลี the act of delaying things that must be done until later อยู่หลัง procrastination และกล่าวถึงแนวคิดเดียวกันด้วยถ้อยคำที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น วลีนี้เป็นนิยามแบบวลีซ้อนอธิบาย ไม่ใช่เหตุการณ์ที่สอง the act of + -ing เป็นกรอบที่เปลี่ยนการกระทำให้เป็นนามวลี ผู้พูดจึงสามารถเสนอคำศัพท์เชิงนามธรรมก่อน แล้วอธิบายพฤติกรรมที่คำนั้นหมายถึงได้ทันที
แบบฝึกหัด
ในตัวอย่าง the act of delaying ... ทำหน้าที่จัดระเบียบข้อมูลอย่างไร?
- บอกเหตุผลว่าเหตุใด procrastination จึงน่าเพลิดเพลิน
- เพิ่มเหตุการณ์อีกเหตุการณ์หนึ่งที่เกิดหลัง procrastination
- นิยาม procrastination ด้วยการอธิบายพฤติกรรม
ดูคำตอบ
นิยาม procrastination ด้วยการอธิบายพฤติกรรม
we'll be learning some new vocabulary along the way. สำนวน
1:01เราจะเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ ไปพร้อมกันด้วย
along the way: ระหว่างที่กระบวนการดำเนินไป
ในประโยคนี้ along the way หมายถึง “ระหว่างกระบวนการ” หรือ “ขณะที่กิจกรรมนั้นดำเนินต่อไป” การเรียนรู้คำศัพท์ใหม่เกิดขึ้นเพิ่มเติมควบคู่ไปกับกิจกรรมหลัก วลีนี้ใช้พูดถึงการเดินทางจริงได้ แต่ในที่นี้ way ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงเส้นทางของการผ่านประสบการณ์หรือทำงานอย่างหนึ่ง
แบบฝึกหัด
วลีใดเหมาะที่สุดสำหรับเติมประโยคที่กล่าวถึงประสบการณ์ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างกระบวนการ? Learning to play the guitar takes time, but you'll discover your own style ___.
- on the way
- by the way
- along the way
ดูคำตอบ
along the way
So without wasting any more time: เข้าสู่ประเด็นหลัก
So เชื่อมช่วงเกริ่นนำเข้ากับสิ่งที่จะพูดต่อไป ส่วน without wasting any more time เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังจบช่วงเปิดและเริ่มกิจกรรมหลักทันที วลีนี้มักเป็นคำเปลี่ยนช่วงที่เป็นมิตร ไม่ใช่การกล่าวหาอย่างจริงจังว่าใครทำให้เสียเวลา โครงสร้าง without + -ing หมายถึงการทำสิ่งถัดไปโดยไม่ทำกิจกรรมนั้นก่อน
แบบฝึกหัด
ผู้ดำเนินรายการพูดเกริ่นนำจบแล้วและต้องการเริ่มงาน ประโยคใดเป็นคำเปลี่ยนช่วงที่เป็นธรรมชาติที่สุด?
- So, without wasting any more time, let's welcome our first speaker.
- By the way, let's welcome our first speaker.
- For example, let's welcome our first speaker.
ดูคำตอบ
So, without wasting any more time, let's welcome our first speaker.
The fact that procrastinating or putting things off is bad for us doesn't stop people doing it. ไวยากรณ์
1:08ความจริงที่ว่าการผัดวันประกันพรุ่งหรือการเลื่อนสิ่งต่างๆ ออกไปเป็นเรื่องไม่ดีสำหรับเรา ไม่ได้ทำให้คนหยุดทำมันได้
The fact that ... doesn't stop people doing it: ข้อเท็จจริงไม่ได้หยุดการกระทำ
The fact that + อนุประโยค เปลี่ยนความคิดที่สมบูรณ์ให้เป็นนามวลีที่ใช้เป็นประธานได้ ในประโยคนี้ ประธานคือข้อเท็จจริงที่ว่าการผัดวันประกันพรุ่งไม่ดีต่อเรา และกริยาหลักคือ doesn't stop the fact that X doesn't stop someone doing Y เป็นรูปแบบที่แสดงความขัดแย้งว่า แม้จะรู้ว่า X เป็นความจริง ก็อาจยังหยุด Y ไม่ได้ ใน stop people doing it คำว่า people คือผู้ทำการกระทำ ส่วน it ย้อนกลับไปหมายถึง procrastinating or putting things off
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้รูปแบบนี้อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อแสดงว่าอุปสรรคที่รู้อยู่แล้วไม่ได้ขัดขวางการกระทำ
- The fact that it is raining doesn't stop Noor playing football.
- That it is raining fact doesn't stop Noor to play football.
- The fact that it is raining stops Noor playing football.
ดูคำตอบ
The fact that it is raining doesn't stop Noor playing football.
According to recent research by DePaul University in Chicago, ลำดับความ
1:15จากการวิจัยล่าสุดของ DePaul University ในชิคาโก
According to recent research by ...: การระบุแหล่งงานวิจัย
According to recent research by ... เป็นวลีเปิดที่ใช้บอกแหล่งข้อมูล วลีนี้บอกผู้ฟังว่าข้อมูลที่ตามมามาจากงานวิจัย ไม่ใช่เพียงข้ออ้างส่วนตัวของผู้พูด ใน research by + บุคคลหรือองค์กร คำว่า by ระบุว่าใครเป็นผู้ดำเนินงานวิจัย โดยปกติวลีนี้จะลงท้ายด้วยเครื่องหมายจุลภาคก่อนข้อความหลัก
แบบฝึกหัด
เติมวลีบอกแหล่งข้อมูลด้วยถ้อยคำเดียวกับในบทเรียน: ____ a team at Lakeside College, ten-minute walks may improve focus.
ดูคำตอบ
According to recent research by
what percentage of people procrastinate so much that it interferes with their day-to-day life? โน้ต
1:19มีกี่เปอร์เซ็นต์ของคนที่ผัดวันประกันพรุ่งมากจนรบกวนชีวิตประจำวันของพวกเขา?
procrastinate so much that it interferes with ...: ระดับที่ทำให้เกิดผลลัพธ์
โครงสร้าง verb + so much that + result เชื่อมระดับของการกระทำกับผลที่เกิดจากระดับนั้น ในที่นี้ คนเหล่านั้นผัดวันประกันพรุ่งมากจนชีวิตประจำวันตามปกติได้รับผลกระทบ ใน it interferes ... คำว่า it หมายถึง procrastinating ในฐานะพฤติกรรมหรือปัญหา อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกผลจากการผัดวันประกันพรุ่งมากเกินไป ไม่ใช่ข้อมูลเสริมที่ไม่เกี่ยวข้อง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย so much that เพื่อแสดงว่าการหัวเราะอย่างหนักทำให้เกิดผลดังกล่าว: Nina laughed ____ her sides hurt.
ดูคำตอบ
so much that
interferes with their day-to-day life: รบกวนชีวิตประจำวัน
Interfere with หมายถึงขัดขวางหรือส่งผลเสียต่อบางสิ่งจนสิ่งนั้นทำงานหรือดำเนินต่อไปได้ไม่เป็นปกติ ในประโยคนี้ การผัดวันประกันพรุ่งเป็นอุปสรรคต่อกิจวัตรประจำวันตามปกติของผู้คน Day-to-day เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่เชื่อมด้วยยัติภังค์และวางหน้า life ส่วน their day-to-day life หมายถึงกิจกรรมและหน้าที่ตามปกติที่พวกเขาต้องจัดการในแต่ละวัน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่าปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้ชีวิตประจำวันตามปกติยากขึ้น?
- The pain is related to her day-to-day life.
- The pain interferes with her day-to-day life.
- A loud alarm interrupts the meeting.
ดูคำตอบ
The pain interferes with her day-to-day life.
I'll guess that around 10% of people have a serious procrastination problem. น้ำเสียง/เจตนา
1:32ฉันขอเดาว่าประมาณ 10% ของคนมีปัญหาการผัดวันประกันพรุ่งอย่างรุนแรง
I'll guess that around 10%: ให้ค่าประมาณอย่างระมัดระวัง
I'll guess that ... ทำให้คำตอบฟังเป็นการคาดเดาที่ผู้พูดตัดสินใจตอบในขณะนั้น แม้ I'll จะย่อมาจาก I will แต่ในที่นี้แสดงการตัดสินใจตอบทันที ไม่ได้หมายความว่าจะค่อยเดาในภายหลัง Around 10% หมายถึง “ประมาณ 10%” เมื่อใช้ I'll guess และ around ร่วมกัน ทั้งสองส่วนจะลดความหนักแน่นของคำกล่าวและแสดงว่านี่เป็นเพียงการประมาณ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบแล้ว
แบบฝึกหัด
คุณไม่ทราบจำนวนที่แน่นอนและต้องตอบทันที ประโยคใดเป็นการประมาณที่เป็นธรรมชาติและระมัดระวัง?
- I'll find out that 30 people attended the meeting.
- I'll guess that around 30 people attended the meeting.
- I know for certain that exactly 30 people attended the meeting.
ดูคำตอบ
I'll guess that around 30 people attended the meeting.
find out the answer: จากไม่รู้ไปสู่การรู้
Find out the answer หมายถึงการได้รู้หรือค้นพบคำตอบหลังจากที่ไม่เคยรู้มาก่อน กริยาวลี find out เน้นการได้รับข้อมูล ไม่ได้หมายถึงการไปเจอบางสิ่งที่ “อยู่ข้างนอก” ตามความหมายตรงตัว ในประโยคนี้ later in the program บอกผู้ชมว่าตอนนี้คำตอบยังถูกเก็บไว้ และจะเปิดเผยหรือได้รู้กันในช่วงต่อไปของรายการ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าเราจะยังไม่รู้ผลสอบก่อนวันศุกร์?
- We won't find out the test result until Friday.
- We won't look for the test result until Friday.
- We won't write down the test result until Friday.
ดูคำตอบ
We won't find out the test result until Friday.
Sam is certainly not alone in putting things off until the last minute. วลี
1:41Sam ไม่ใช่คนเดียวแน่นอนที่เลื่อนสิ่งต่างๆ ออกไปจนถึงนาทีสุดท้าย
certainly not alone in putting things off: ไม่ใช่คนเดียวที่ผัดวันประกันพรุ่ง
โครงสร้าง not alone in + คำนามหรือรูป -ing หมายถึง ไม่ใช่คนเพียงคนเดียวที่มีประสบการณ์หรือทำสิ่งนั้น ในที่นี้ alone ไม่ได้หมายถึงการอยู่คนเดียวทางกายภาพ ส่วน putting things off หมายถึงการเลื่อนงานออกไป certainly ช่วยเน้นความมั่นใจของผู้พูดว่าคนอื่นก็ผัดวันประกันพรุ่งเช่นกัน โครงสร้างนี้ใช้เกริ่นถึงประสบการณ์ร่วม หรือปลอบใจใครสักคนว่าสถานการณ์ของเขาเป็นเรื่องที่คนอื่นก็พบเจอได้
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนสามคำที่หมายความว่าคนอื่นก็มีประสบการณ์แบบเดียวกันให้ประโยคสมบูรณ์: You're ____ feeling nervous before the interview.
ดูคำตอบ
not alone in
presenter of BBC Radio 4's Why do we do that,
1:48ผู้ดำเนินรายการ 'Why do we do that' ของ BBC Radio 4
talking to comedian Eshaan Akbar about his procrastination habit.
1:51กำลังพูดคุยกับนักแสดงตลก Eshaan Akbar เกี่ยวกับนิสัยการผัดวันประกันพรุ่งของเขา
Would you say, Eshaan, that you're a procrastinator? น้ำเสียง/เจตนา
1:57คุณจะพูดไหม Eshaan ว่าคุณเป็นคนชอบผัดวันประกันพรุ่ง?
Would you say ... that ...?: ถามความเห็นอย่างนุ่มนวล
Would you say that + อนุประโยค ใช้ถามว่าผู้ฟังเห็นด้วยกับคำบรรยายหรือการประเมินนั้นหรือไม่ ไม่ได้ถามตามตัวอักษรว่าผู้ฟังจะพูดประโยคหนึ่งออกมาหรือไม่ Eshaan แทรกไว้เพื่อบอกว่ากำลังถามใคร ส่วน that you're a procrastinator คือการประเมินที่ต้องการให้ยืนยันหรือปฏิเสธ คำกริยาช่วย would ทำให้คำถามไม่ตรงเกินไป และเปิดโอกาสให้ผู้ฟังอธิบายเพิ่มเติมหรือปฏิเสธคำเรียกนั้น คำถามนี้นุ่มนวลกว่า Are you a procrastinator? แต่คำเรียกเชิงลบก็ยังอาจทำให้รู้สึกว่าเป็นเรื่องส่วนตัว
แบบฝึกหัด
คำถามใดเชิญให้อีกฝ่ายประเมินตารางใหม่อย่างสุภาพ
- Will you say that the new schedule is easier to manage?
- Are you saying that the new schedule is easier to manage?
- Would you say that the new schedule is easier to manage?
ดูคำตอบ
Would you say that the new schedule is easier to manage?
a serial procrastinator: คนที่เลื่อนงานซ้ำ ๆ
ใน a serial procrastinator คำว่า serial หมายถึงพฤติกรรมเดิมที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ จนกลายเป็นรูปแบบประจำ ส่วน a procrastinator คือคนที่ชอบเลื่อนสิ่งต่าง ๆ ออกไป ดังนั้นทั้งวลีจึงหมายถึงคนที่เลื่อนงานเป็นนิสัย ในที่นี้ serial ไม่ได้หมายถึงรายการโทรทัศน์แบบต่อเนื่องหรือหมายเลขประจำเครื่อง เมื่อวางหน้าคำนามที่หมายถึงบุคคลหรือบทบาท คำนี้ใช้บอกกิจกรรมที่เกิดซ้ำได้ เช่น serial offender หรือ serial entrepreneur แต่ความหมายที่ชัดเจนขึ้นอยู่กับคำนามที่ตามมา
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดตรงกับ a serial procrastinator มากที่สุด
- คนที่เคยเลื่อนงานหนึ่งชิ้นเพียงครั้งเดียว
- คนที่ดูละครชุดขณะทำงาน
- คนที่เลื่อนงานซ้ำ ๆ
ดูคำตอบ
คนที่เลื่อนงานซ้ำ ๆ
without a shadow of a doubt: ความแน่ใจอย่างสมบูรณ์
Without a shadow of a doubt เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึง “ด้วยความแน่ใจอย่างสมบูรณ์” หรือ “ไม่มีข้อสงสัยเลย” คำว่า shadow ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายความว่าไม่มีแม้แต่ร่องรอยเล็กน้อยของความสงสัย ในที่นี้ วลีนี้อยู่เดี่ยว ๆ เพื่อยืนยันคำกล่าวก่อนหน้าของผู้พูดอย่างหนักแน่น และยังสามารถวางไว้ในประโยคที่ยาวขึ้นได้ โดยเฉพาะเมื่อใช้กับคำกริยาอย่าง know
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้เพื่อแสดงความแน่ใจอย่างสมบูรณ์: After checking the calculation three times, Priya knew ____ that it was correct.
ดูคำตอบ
without a shadow of a doubt
Over the years: วางกรอบการย้อนมองระยะยาว
Over the years สร้างกรอบเวลาที่กว้างซึ่งครอบคลุมหลายปี และมักต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน วลีนี้เตรียมผู้ฟังให้รับรู้ว่าสิ่งที่จะกล่าวต่อไปค่อย ๆ พัฒนา เกิดซ้ำ หรือสะสมขึ้นในช่วงเวลานั้น ในบริบทนี้ วลีดังกล่าวทำให้ I've told myself ... เป็นความคิดที่พูดกับตัวเองซ้ำ ๆ ตลอดหลายปี คำว่า over ตรงนี้หมายถึง “ตลอดช่วง” ไม่ใช่ “อยู่ข้างบน”
แบบฝึกหัด
อ่านประโยคนี้: Over the years, our neighbourhood has changed a lot. Over the years ทำหน้าที่อะไร?
- วลีนี้วางกรอบว่าการเปลี่ยนแปลงค่อย ๆ พัฒนาขึ้นตลอดหลายปี
- วลีนี้บอกว่าย่านนั้นอยู่เหนือปีต่าง ๆ ในปฏิทินจริง ๆ
- วลีนี้จำกัดการเปลี่ยนแปลงไว้เพียงวันใดวันหนึ่ง
ดูคำตอบ
วลีนี้วางกรอบว่าการเปลี่ยนแปลงค่อย ๆ พัฒนาขึ้นตลอดหลายปี
I've told myself that I procrastinate because I work better under pressure. โน้ต
2:07ผมบอกตัวเองว่าผมผัดวันประกันพรุ่งเพราะผมทำงานได้ดีกว่าภายใต้ความกดดัน
I've told myself that ...: คำอธิบายที่พูดกับตัวเอง
I've told myself that ... หมายถึงฉันพูดความคิดหนึ่งกับตัวเองซ้ำ ๆ จะพูดอยู่ในใจหรือออกเสียงจริงก็ได้ มักใช้เกริ่นคำอธิบายส่วนตัว หรือความเชื่อที่ผู้พูดพูดกับตัวเองซ้ำเพื่อปลอบใจหรือโน้มน้าวตัวเอง I've told เป็น present perfect จึงสื่อว่าการพูดกับตัวเองนี้เกิดขึ้นก่อนตอนนี้และยังมีผลต่อมุมมองในปัจจุบันของผู้พูด อนุประโยคที่ตามหลัง that เป็นเรื่องที่ผู้พูดบอกกับตัวเอง ไม่ได้เป็นข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้วโดยอัตโนมัติ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปย่อ present perfect ของ tell myself that: For years, ____ I can solve every problem alone.
ดูคำตอบ
I've told myself that
I work better under pressure: ทำงานได้ดีกว่าเมื่ออยู่ภายใต้ความกดดัน
ใน I work better under pressure คำว่า under pressure หมายถึงการเผชิญความเครียด กำหนดส่งที่กระชั้นชิด ภาระหนัก หรือความคาดหวังสูง โดยทั่วไปเป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายความว่ามีบางอย่างกดทับร่างกายอยู่จริง ๆ Better แสดงการเปรียบเทียบ ผู้พูดคิดว่าตนทำผลงานได้ดีกว่าเมื่อมีความกดดัน เทียบกับตอนที่มีความกดดันน้อยกว่า ในที่นี้เขาใช้ความเชื่อนี้เพื่ออธิบายหรือแก้ตัวเรื่องการผัดวันประกันพรุ่ง ซึ่งเป็นเพียงคำกล่าวส่วนตัว ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่ากำหนดส่งที่ใกล้เข้ามาช่วยให้ Jordan ทำผลงานได้ดีขึ้น
- Jordan says he works better on pressure when a deadline is close.
- Jordan says he works better below pressure when a deadline is close.
- Jordan says he works better under pressure when a deadline is close.
ดูคำตอบ
Jordan says he works better under pressure when a deadline is close.
Eshaan thinks that he is a procrastinator without a shadow of a doubt,
2:14Eshaan คิดว่าเขาเป็นคนชอบผัดวันประกันพรุ่งอย่างไม่ต้องสงสัย (without a shadow of a doubt)
a phrase which is used to emphasize that you are completely certain of something.
2:18ซึ่งเป็นวลีที่ใช้เน้นย้ำว่าคุณมั่นใจในบางสิ่งบางอย่างอย่างเต็มที่
when he feels stressed or anxious because of having too much to do. ไวยากรณ์
2:28เวลาที่เขารู้สึกเครียดหรือกังวลเพราะมีอะไรให้ทำมากเกินไป
because of having too much to do: because of + วลี gerund
Because of having too much to do อธิบายว่าเหตุใดเขาจึงรู้สึกเครียดหรือกังวล Because of ทำหน้าที่เป็นคำบุพบท จึงต้องตามด้วยส่วนที่ทำหน้าที่เหมือนคำนาม Having too much to do เป็นวลี gerund โดยรูป -ing นำเสนอสถานการณ์นี้ในฐานะสาเหตุ หากต้องการบอกเหตุผลด้วยอนุประโยคสมบูรณ์ที่มีประธานและกริยาของตัวเอง ให้ใช้ because โดยไม่มี of: because he has too much to do โครงสร้างคือ because of + คำนามหรือวลี gerund ส่วน because + ประธาน + กริยา
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ because of ตามด้วยวลี gerund ได้อย่างถูกต้อง
- Leo was tired because of working all night.
- Leo was tired because of he worked all night.
- Leo was tired because working all night of.
ดูคำตอบ
Leo was tired because of working all night.
Eshaan has a problem organizing his workload and managing his time. วลี
2:34Eshaan มีปัญหาในการจัดระเบียบปริมาณงานและจัดการเวลาของเขา
organizing his workload and managing his time: การจัดงานและการบริหารเวลา
organizing his workload และ managing his time เป็นวลี -ing สองวลีที่ขนานกันและตามหลัง has a problem ทั้งสองวลีบอกกิจกรรมที่เขาทำได้ยาก ได้แก่ การวางแผนและจัดลำดับงาน และการใช้เวลาที่มีให้เกิดประสิทธิภาพ ในที่นี้ manage หมายถึงควบคุมและแบ่งเวลาอย่างเหมาะสม ไม่ได้หมายถึงการดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้หลัง have trouble หรือ have difficulty ได้ โดยใช้กริยาในรูป -ing
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่ใช้คำเป้าหมายทั้งสองชุด และใช้คำกริยาที่เชื่อมกันสองคำในรูป -ing ได้ถูกต้องหลัง has trouble
- She has trouble organize her workload and managing her time.
- She has trouble organizing her workload and managing her time.
- She has trouble organizing her workload and manage her time.
ดูคำตอบ
She has trouble organizing her workload and managing her time.
Hang on: หยุดบทสนทนาเพื่อโต้แย้ง
Hang on เป็นสำนวนพูดในบทสนทนาแบบไม่เป็นทางการ ใช้ขอให้อีกฝ่ายหยุดสักครู่ ในประโยคนี้ยังส่งสัญญาณว่าผู้พูดกำลังจะคัดค้านด้วย ผู้พูดหยุดการตัดสินของ Neil ไว้ก่อนเพื่อแก้ไขหรือปฏิเสธสิ่งที่เขาพูด ความหมายจึงใกล้กับ “เดี๋ยวก่อน นั่นไม่ถูกต้อง” มากกว่าการขอให้อีกฝ่ายรอแบบเป็นกลาง ในการใช้แบบสนทนานี้ Hang on เป็นสำนวน ไม่ได้หมายถึงคำสั่งให้ห้อยหรือเกาะสิ่งของ น้ำเสียงและบริบทจะเป็นตัวกำหนดว่าฟังดูประหลาดใจเล็กน้อยหรือไม่พอใจ
แบบฝึกหัด
ตัดสินข้อความต่อไปนี้: ในการนำเสนออย่างเป็นทางการ การพูดว่า “Hang on!” เพื่อขัดจังหวะลูกค้าโดยทั่วไปเป็นตัวเลือกที่สุภาพและปลอดภัยที่สุด
- ไม่ถูกต้อง
- ถูกต้อง
ดูคำตอบ
ไม่ถูกต้อง
My time management skills are okay, thank you. น้ำเสียง/เจตนา
2:40ทักษะการจัดการเวลาของฉันโอเคอยู่ ขอบคุณ
are okay, thank you.: การโต้กลับอย่างสุภาพแต่หนักแน่น
ในประโยคนี้ are okay ใช้โต้แย้งคำวิจารณ์โดยนัย ผู้พูดกำลังบอกว่าทักษะการบริหารเวลาของตนไม่ได้มีปัญหา ส่วน thank you ที่ท้ายประโยคไม่ได้ใช้เพื่อแสดงความขอบคุณเป็นหลัก แต่คงรูปถ้อยคำที่สุภาพไว้พร้อมกับยุติการตัดสินของอีกฝ่ายอย่างชัดเจน การใช้ thank you แบบนี้โดยนัยอาจหมายถึง “ฉันจัดการได้ ดังนั้นจบเรื่องนี้กันเถอะ” บริบทและน้ำเสียงจะบอกว่าฟังดูสงบ ตั้งรับ หรือประชดประชัน
แบบฝึกหัด
ข้อใดตีความการใช้ thank you ของผู้พูดได้ตรงที่สุด
- ผู้พูดปฏิเสธคำวิจารณ์อย่างสุภาพแต่หนักแน่น และจบหัวข้อนั้น
- ผู้พูดยอมรับว่าคำวิจารณ์นั้นถูกต้องและแสดงความขอบคุณ
- ผู้พูดบอกว่าทักษะของตนอยู่ในระดับปานกลางเท่านั้นและขอความช่วยเหลือ
ดูคำตอบ
ผู้พูดปฏิเสธคำวิจารณ์อย่างสุภาพแต่หนักแน่น และจบหัวข้อนั้น
more of an emotional response: การจัดประเภทสิ่งหนึ่งใหม่
โครงสร้าง more of a/an + คำนามนับได้เอกพจน์ ใช้จัดประเภทสิ่งหนึ่งใหม่ โดยบอกว่าคำอธิบายแบบหนึ่งเหมาะกว่าอีกแบบหนึ่ง ในที่นี้ more of an emotional response หมายความว่าควรเข้าใจสิ่งนั้นว่าเป็นปฏิกิริยาทางอารมณ์มากกว่า more ในที่นี้ไม่ได้บอกว่ามีปริมาณมากขึ้น อาจระบุสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบอย่าง than a time-management problem ก็ได้ แต่ถ้าอีกคำอธิบายหนึ่งชัดเจนอยู่แล้วก็ละไว้ได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ more of a/an เพื่อจัดประเภทข้อความใหม่: The message was ____ warning than a request.
ดูคำตอบ
more of a
a mountain of work: งานปริมาณมหาศาล
“A mountain of work” เป็นสำนวนเปรียบเทียบที่หมายถึงมีงานจำนวนมาก ภาพของภูเขาทำให้งานดูเหมือนกองสูง น่าหนักใจ และจัดการให้เสร็จได้ยาก สำนวนนี้บอกปริมาณงาน ไม่ได้หมายถึงภูเขาจริง ๆ และไม่ได้จำเป็นต้องหมายความว่างานชิ้นหนึ่งยาก โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้ “a mountain of + คำนาม” เน้นว่ามีบางสิ่งจำนวนมากอย่างเห็นภาพ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเปรียบเทียบกับภูเขาที่หมายถึงปริมาณงานมหาศาล: After two weeks away, I came back to ____.
ดูคำตอบ
a mountain of work
feel threatened: รู้สึกถึงอันตรายหรือความไม่มั่นคง
“Feel threatened” หมายถึงรู้สึกว่าบางสิ่งอาจทำอันตรายต่อความปลอดภัย สถานะ ความมั่นใจ หรือการควบคุมของตนเอง ต้นเหตุไม่จำเป็นต้องเป็นคน เพราะงานปริมาณมหาศาล การแข่งขัน หรือการเปลี่ยนแปลงกะทันหันก็ทำให้เกิดความรู้สึกนี้ได้ ในที่นี้ feel + threatened บรรยายสภาวะทางอารมณ์ของบุคคล เป็นการบอกว่าบุคคลนั้นรับรู้ถึงอันตรายหรือความไม่มั่นคง ไม่ได้พิสูจน์ว่ามีภัยคุกคามอยู่จริงอย่างเป็นรูปธรรม
แบบฝึกหัด
วลีใดเติมประโยคได้เหมาะสมที่สุด? At the merger meeting, she learned that her job might disappear, so she …
- felt threatened
- felt relaxed
- felt overwhelmed
ดูคำตอบ
felt threatened
How on earth ...? เพื่อแสดงความสับสนอย่างมาก
How on earth ...? ใช้เพิ่มน้ำหนักให้คำถามที่ขึ้นต้นด้วย how ในประโยคนี้แสดงว่าผู้พูดรู้สึกสับสนมากและสงสัยว่าจะทำทุกอย่างให้เสร็จได้จริงหรือไม่ on earth เป็นวลีเน้นอารมณ์ ไม่ได้บอกสถานที่ เมื่อตัดออก How will I finish all that? ยังคงเป็นคำถามที่ถูกต้อง แต่จะฟังสงบและเป็นกลางมากกว่า
แบบฝึกหัด
ใช้วลีเน้นความหมายสองคำจากบทเรียนนี้ให้ตรงทุกคำ เพื่อเติมคำถามที่แสดงความสับสนอย่างมากให้สมบูรณ์: How ____ am I going to carry all these boxes?
ดูคำตอบ
on earth
What Sam says is supported by a theory of human evolution, วลี
2:52สิ่งที่ Sam พูดได้รับการสนับสนุนโดยทฤษฎีวิวัฒนาการของมนุษย์
What ... says is supported by ...: เชื่อมคำกล่าวกับหลักฐาน
What Sam says เป็น what-clause ที่ทำหน้าที่เป็นประธาน หมายถึง “เนื้อหาที่แซมพูด” และอนุประโยคทั้งหมดถูกมองเป็นสิ่งเดียว จึงใช้กริยาเอกพจน์ is is supported by เป็นโครงสร้างกรรมวาจกที่แสดงความสัมพันธ์กับหลักฐาน ทฤษฎีหลัง by เป็นหลักรองรับคำกล่าวนั้น โดย support ในที่นี้หมายถึงการสนับสนุนด้วยหลักฐาน ไม่ใช่การให้กำลังใจหรือสนับสนุนแซมเป็นการส่วนตัว
แบบฝึกหัด
ใช้วลีกรรมวาจกจากบทเรียนนี้ให้ตรงทุกคำ เพื่อแสดงว่าคำกล่าวมีงานวิจัยเป็นหลักฐานรองรับ: What Maya says ____ recent research.
ดูคำตอบ
is supported by
which explains how putting things off is an emotional response.
2:56ซึ่งอธิบายว่าการเลื่อนสิ่งต่างๆ ออกไปเป็นการตอบสนองทางอารมณ์อย่างไร
Back when we were living in caves: การเกริ่นภูมิหลังในอดีต
Back when + อนุประโยค พาผู้ฟังย้อนกลับไปยังช่วงหนึ่งในอดีตและใช้ช่วงนั้นเป็นภูมิหลังของสิ่งที่จะกล่าวต่อไป ในที่นี้ when นำหน้าอนุประโยคสมบูรณ์ we were living in caves Back เพิ่มความรู้สึกของการย้อนมองอดีต ส่วน were living นำเสนอการอยู่ในถ้ำว่าเป็นสถานการณ์ที่ดำเนินต่อเนื่องในเวลานั้น สำนวนนี้มักอยู่หน้าประโยคหลักเมื่อเล่าเรื่องประวัติศาสตร์ วัยเด็ก หรือช่วงชีวิตในอดีต
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ back when เพื่อเกริ่นภูมิหลังในอดีตได้ถูกต้อง?
- Back when my primary school years, we didn't use tablets in class.
- Back in I was at primary school, we didn't use tablets in class.
- Back when I was at primary school, we didn't use tablets in class.
ดูคำตอบ
Back when I was at primary school, we didn't use tablets in class.
acted suddenly on instinct: ลงมือทำตามสัญชาตญาณโดยไม่ไตร่ตรอง
Act on instinct หมายถึงการทำบางอย่างเพราะปฏิกิริยาตามธรรมชาติที่เกิดขึ้นทันที แทนที่จะทำตามแผนที่คิดไว้อย่างรอบคอบ ในประโยคนี้ acted เป็นรูปอดีต และ on instinct บอกว่าสิ่งใดชี้นำการกระทำ Suddenly บอกว่าการกระทำเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่วน on instinct บอกว่าเหตุใดจึงเกิดการกระทำนั้น ในที่นี้ on หมายถึงการใช้หรือทำตามบางสิ่งเป็นพื้นฐาน ไม่ได้หมายถึงการอยู่บนสัญชาตญาณจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนตายตัว act on instinct ให้สมบูรณ์: With no time to think, the driver acted ____.
ดูคำตอบ
on instinct
without thinking about the consequences of what they were doing. ไวยากรณ์
3:10โดยไม่คิดถึงผลที่ตามมาจากการกระทำของพวกเขา
without thinking about the consequences: โครงสร้าง without + กริยารูป -ing
ในประโยคนี้ without thinking about the consequences หมายถึงพวกเขาลงมือทำโดยไม่ได้คิดก่อนว่าการกระทำนั้นอาจทำให้เกิดอะไรขึ้น สำนวนนี้สื่อว่าขาดความรอบคอบหรือการวางแผน without เป็นคำบุพบท ดังนั้นเมื่อมีคำกริยาตามหลัง จึงมักใช้รูป -ing: without thinking โครงสร้าง without + -ing แสดงว่ามีการกระทำหนึ่งเกิดขึ้น แต่อีกการกระทำที่ควรทำกลับไม่ได้ทำ ในที่นี้ of what they were doing ระบุว่าการกระทำใดอาจก่อให้เกิดผลเหล่านั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนนี้เพื่อสื่อว่า Leo ไม่ได้คิดถึงผลที่อาจตามมา: Leo shared the photo ____.
ดูคำตอบ
without thinking about the consequences
But in modern life ... when ... we procrastinate: การเปรียบต่าง ฉากหลัง และผลลัพธ์
But in modern life เป็นสัญญาณว่าผู้พูดเปลี่ยนจากการอธิบายก่อนหน้านี้ ซึ่งกล่าวว่าการทำตามแรงกระตุ้นอาจมีประโยชน์ในบางสถานการณ์ มาสู่ข้อสรุปใหม่เกี่ยวกับชีวิตในปัจจุบัน But นำทิศทางของเหตุผลทั้งช่วง ส่วน in modern life และ with work goals and deadlines สร้างฉากหลังใหม่ ภายในฉากหลังนี้ when we are impulsive and get distracted ระบุสถานการณ์ที่ทำให้ผลลัพธ์เกิดขึ้น ส่วนประโยคหลัก we procrastinate บอกผลลัพธ์ ข้อมูลจึงดำเนินจากการเปรียบต่าง ไปยังบริบทสมัยใหม่ สถานการณ์ที่เกี่ยวข้อง และสุดท้ายคือผลลัพธ์
แบบฝึกหัด
ประโยคนี้จัดลำดับใจความสำคัญอย่างไร
- เปลี่ยนไปสู่บริบทสมัยใหม่ บอกสถานการณ์ แล้วจึงบอกผลลัพธ์
- ปฏิเสธหัวข้อก่อนหน้าโดยสิ้นเชิงและตั้งคำถามใหม่
- แจกแจงปัญหาในการทำงานสามอย่างที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
ดูคำตอบ
เปลี่ยนไปสู่บริบทสมัยใหม่ บอกสถานการณ์ แล้วจึงบอกผลลัพธ์
get distracted: เข้าสู่สภาวะเสียสมาธิ
ใน get distracted คำว่า get หมายถึง “เข้าสู่หรือเปลี่ยนไปอยู่ในสภาวะหนึ่ง” ไม่ได้หมายถึง “ได้รับ” ส่วน distracted บอกสภาวะใหม่ คือความสนใจหลุดจากสิ่งที่กำลังทำอยู่ โครงสร้าง get + คำคุณศัพท์หรือคำกริยาช่องสามมักแสดงการเปลี่ยนสภาวะ เช่น get tired และ get confused ในประโยคนี้ การเสียสมาธิมีส่วนทำให้เกิดการผัดวันประกันพรุ่ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “เสียสมาธิ”: I often ____ when messages pop up.
ดูคำตอบ
get distracted
So rather than being a problem with time management, ไวยากรณ์
3:25ดังนั้นแทนที่จะเป็นปัญหาเกี่ยวกับการจัดการเวลา
So rather than being a problem with time management: ปฏิเสธคำอธิบายหนึ่ง
So เชื่อมส่วนนี้กับเหตุผลก่อนหน้าและบอกว่ากำลังจะสรุป rather than being a problem with time management ปฏิเสธคำอธิบายนี้ว่าไม่ใช่คำอธิบายที่เหมาะที่สุด และเตรียมผู้ฟังให้พร้อมรับคำอธิบายอื่นในส่วนถัดไป ในที่นี้ being เปลี่ยน be ให้อยู่ในรูป -ing และนำเสนอแนวคิดที่ถูกปฏิเสธว่าเป็นเพียงวิธีหนึ่งที่อาจใช้อธิบายเรื่องนี้ได้ โครงสร้างเปิดแบบนี้ช่วยเปลี่ยนจาก “นี่ไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดในการเข้าใจเรื่องนี้” ไปสู่คำอธิบายที่ผู้พูดเห็นว่าเหมาะกว่า
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ rather than being ได้ถูกต้องเพื่อปฏิเสธการตีความหนึ่งและเสนออีกการตีความหนึ่ง?
- Rather than being a punishment, the extra practice is a chance to improve.
- The extra practice is both a punishment and a chance to improve.
- The extra practice is a punishment, so it cannot be a chance to improve.
ดูคำตอบ
Rather than being a punishment, the extra practice is a chance to improve.
Sam should blame her caveman ancestors who acted on impulse. โน้ต
3:29Sam ควรโทษบรรพบุรุษมนุษย์ถ้ำของเธอที่ทำตามอารมณ์ชั่ววูบต่างหาก
her caveman ancestors: คำเรียกบรรพบุรุษมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์แบบขำ ๆ
ในประโยคนี้ her caveman ancestors หมายถึงบรรพบุรุษมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่อยู่ห่างไกลมากของแซม คำว่า caveman สร้างภาพที่เรียบง่ายและคุ้นเคย ไม่ได้เป็นชื่อของชนกลุ่มใดโดยเฉพาะหรือช่วงเวลาในประวัติศาสตร์ที่แน่นอน ผู้พูดใช้คำเรียกนี้แบบขำ ๆ เพื่อเชื่อมโยงแนวโน้มพฤติกรรมในปัจจุบันกับเรื่องราวด้านวิวัฒนาการ ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่าญาติบางคนที่อาศัยในถ้ำต้องรับผิดจริง ๆ
แบบฝึกหัด
her caveman ancestors ในประโยคนี้หมายถึงอะไร
- บรรพบุรุษมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่อยู่ห่างไกลของแซม ซึ่งถูกกล่าวถึงแบบขำ ๆ และเข้าใจง่าย
- ครอบครัวสมัยใหม่ครอบครัวหนึ่งที่อาศัยอยู่ในถ้ำ
- กลุ่มชาติพันธุ์โบราณกลุ่มหนึ่งที่ระบุได้อย่างชัดเจน
ดูคำตอบ
บรรพบุรุษมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่อยู่ห่างไกลของแซม ซึ่งถูกกล่าวถึงแบบขำ ๆ และเข้าใจง่าย
acted on impulse: ลงมือทำตามแรงกระตุ้นโดยไม่คิดก่อน
Acted on impulse หมายถึงลงมือทำเพราะแรงกระตุ้นที่เกิดขึ้นทันที โดยไม่ได้คิดถึงผลลัพธ์ให้รอบคอบก่อน รูปพื้นฐานของสำนวนนี้คือ act on impulse acted เป็นรูปอดีตในที่นี้ คำบุพบทที่ใช้ตายตัวคือ on โดยแรงกระตุ้นเป็นสิ่งที่ชี้นำการกระทำ คล้ายกับ act on advice
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “ลงมือทำทันทีโดยไม่ได้คิดให้รอบคอบ”: Maya ____ and accepted the offer before reading the details.
ดูคำตอบ
acted on impulse
Let's listen again to comedian Eshaan Akbar talking about how he feels when he procrastinates. ลำดับความ
3:34มาฟังนักแสดงตลก Eshaan Akbar พูดถึงความรู้สึกเวลาที่เขาผัดวันประกันพรุ่งกันอีกครั้ง
Let's listen again: สัญญาณให้ฟังซ้ำ
ในประโยคนี้ Let's listen again เป็นสัญญาณเปลี่ยนช่วง ผู้ดำเนินรายการกำลังจะเปิดซ้ำหรือย้อนกลับไปยังเนื้อหาที่ผู้ฟังเคยได้ยินแล้ว คำว่า again บอกว่าเนื้อหาจะถูกนำมาให้ฟังอีกครั้งและเป็นเวลาที่ควรกลับมาตั้งใจฟัง โครงสร้าง Let's + คำกริยารูปพื้นฐานรวมผู้พูดและผู้ฟังไว้ในกิจกรรมเดียวกัน ในที่นี้จึงทำหน้าที่คล้ายคำสั่งที่เป็นมิตรในบทเรียนหรือรายการ มากกว่าจะเป็นคำชวนทั่วไปในสถานการณ์สังคม
แบบฝึกหัด
ในบทเรียนหรือพอดแคสต์ Let's listen again มักส่งสัญญาณว่าอย่างไร
- กำลังจะเริ่มหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องเลย
- ผู้พูดกำลังบอกว่าครั้งแรกตนไม่ได้ยิน
- กำลังจะได้ฟังเสียงหรือเนื้อหาที่เคยฟังแล้วอีกครั้ง
ดูคำตอบ
กำลังจะได้ฟังเสียงหรือเนื้อหาที่เคยฟังแล้วอีกครั้ง
A lot of stuff you read about procrastination focuses on the time management element of it. วลี
3:40หลายสิ่งที่คุณอ่านเกี่ยวกับการผัดวันประกันพรุ่งมุ่งเน้นไปที่องค์ประกอบด้านการจัดการเวลา
focuses on the ... element of it: เน้นเพียงแง่มุมหนึ่ง
Focuses on the time management element of it หมายถึงการให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับส่วนหนึ่งของหัวข้อที่ใหญ่กว่า โครงสร้าง focus on + คำนาม ใช้ระบุหัวข้อหรือแง่มุมที่ได้รับความสนใจมากที่สุด ในที่นี้ element หมายถึงแง่มุมหรือส่วนหนึ่ง ไม่ใช่ธาตุทางเคมี และสรรพนาม it ย้อนกลับไปหมายถึง procrastination วลีนี้จึงจำกัดการอภิปรายจากเรื่องการผัดวันประกันพรุ่งโดยรวมให้เหลือแง่มุมด้านการบริหารเวลา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป present tense ที่ถูกต้องของ focus และคำบุพบทที่จำเป็น: This lesson ____ the social aspect of online games.
ดูคำตอบ
focuses on
I've probably got a better sense that for me, น้ำเสียง/เจตนา
3:45ผมอาจจะมีความรู้สึกที่ชัดเจนกว่าว่า สำหรับผมแล้ว
it seems very squarely around the emotional aspect of it. การใช้คำ
3:48ดูเหมือนว่ามันจะวนเวียนอยู่กับแง่มุมทางอารมณ์ของมันอย่างจัง
I've probably got a better sense that ...: การตัดสินที่รอบคอบและค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น
I've probably got a better sense that ... มีความหมายโดยประมาณว่า “ตอนนี้ฉันคิดว่าฉันเข้าใจชัดขึ้นว่า...” ในที่นี้ have got มีความหมายเท่ากับ have และ a sense หมายถึงความเข้าใจหรือความรู้สึกนึกคิด ไม่ใช่ประสาทสัมผัสทางกายอย่างการมองเห็นหรือการได้ยิน probably เปิดพื้นที่ไว้สำหรับความไม่แน่ใจ ส่วน better บอกว่าความเข้าใจดีขึ้นเมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ เมื่อนำมาใช้ร่วมกัน วลีนี้จึงเกริ่นการวิเคราะห์ตนเองว่าเป็นมุมมองที่ผ่านการคิดแล้วแต่ยังแก้ไขได้ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว
แบบฝึกหัด
I've probably got a better sense that ... แสดงท่าทีแบบใดในที่นี้?
- รายงานข้อสรุปที่ได้รับการพิสูจน์อย่างเป็นกลางแล้ว
- บอกว่าสายตาและการได้ยินของผู้พูดดีขึ้น
- เสนอความคิดเห็นส่วนตัวที่ชัดขึ้นแต่ยังไม่ถือเป็นข้อสรุปตายตัว
ดูคำตอบ
เสนอความคิดเห็นส่วนตัวที่ชัดขึ้นแต่ยังไม่ถือเป็นข้อสรุปตายตัว
seems very squarely around the emotional aspect of it: การใช้ squarely ในเชิงนามธรรม
ในที่นี้ squarely หมายถึง “อย่างชัดเจนและตรงไปตรงมา” ซึ่งเป็นการใช้ในเชิงนามธรรม ผู้พูดกำลังระบุว่าคำอธิบายหลักอยู่ที่ด้านอารมณ์ ไม่ได้กำลังบอกว่าสิ่งใดมีรูปร่างเป็นสี่เหลี่ยม ในถ้อยคำที่พูดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาตินี้ around มีความหมายว่า “เกี่ยวกับ” หรือ “มีศูนย์กลางอยู่ที่” seems ทำให้ข้อกล่าวอ้างยังไม่เป็นข้อสรุปตายตัว แต่ very squarely ทำให้จุดเน้นที่เสนอมีน้ำหนักมากขึ้น การใช้ร่วมกันจึงชี้ไปที่คำอธิบายหนึ่งอย่างชัดเจน ขณะเดียวกันก็ยังนำเสนอว่าเป็นมุมมองของผู้พูด ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ squarely ในความหมายเชิงนามธรรมว่า “อย่างชัดเจนและตรงไปตรงมา” เหมือนกับประโยคต้นฉบับ?
- The responsibility lies squarely with the project leader.
- The tiles were cut squarely to fit the corner.
- She placed the box squarely in the middle of the shelf.
ดูคำตอบ
The responsibility lies squarely with the project leader.
Perhaps I get more emotional gratification from doing it last minute. การใช้คำ
3:52บางทีผมอาจจะได้รับความพึงพอใจทางอารมณ์มากกว่าจากการทำมันในนาทีสุดท้าย
emotional gratification: ความพึงพอใจทางอารมณ์จากการกระทำ
Emotional gratification คือความรู้สึกพึงพอใจหรือเหมือนได้รับรางวัลทางอารมณ์ เมื่อการกระทำบางอย่างตอบสนองความต้องการหรือความปรารถนาทางจิตใจ ความหมายนี้เฉพาะเจาะจงกว่าความสุขทั่วไป เพราะเน้นความรู้สึกว่าได้รับการเติมเต็มหรือได้รับรางวัลจากบางสิ่ง ในประโยคนี้ get more emotional gratification from doing it last minute หมายถึงการปล่อยงานไว้จนถึงนาทีสุดท้ายอาจให้ความรู้สึกคุ้มค่าทางอารมณ์มากกว่า โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ get gratification from + คำนามหรือคำกริยารูป -ing
แบบฝึกหัด
emotional gratification ในที่นี้หมายถึงอะไร?
- ความพึงพอใจหรือรางวัลทางอารมณ์ที่เกิดจากการกระทำ
- เวลาพิเศษที่มีไว้สำหรับทำงานให้เสร็จ
- พลังงานทางร่างกายที่เพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน
ดูคำตอบ
ความพึงพอใจหรือรางวัลทางอารมณ์ที่เกิดจากการกระทำ
And I need to understand why I prefer that over the calm serenity of getting things done with oodles of time on my hands. โน้ต
3:57และผมจำเป็นต้องเข้าใจว่าทำไมผมถึงชอบแบบนั้น มากกว่าความสงบราบรื่นในการทำงานให้เสร็จโดยมีเวลาเหลือเฟือ
prefer A over B: เลือก A มากกว่า B
โครงสร้าง prefer A over B หมายถึง “ชอบหรือเลือก A มากกว่า B” โดย A คือตัวเลือกที่ชอบมากกว่า และ B คือสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ ในประโยคนี้ that อยู่ในตำแหน่ง A และอ้างถึงความรู้สึกจากการทำงานในนาทีสุดท้ายที่กล่าวถึงก่อนหน้า ส่วนวลีนามยาวที่เริ่มด้วย the calm serenity คือ B over ใช้แสดงการเปรียบเทียบ ไม่ได้บอกตำแหน่งว่าอยู่เหนือสิ่งใด ควรทำให้ A และ B มีรูปไวยากรณ์ขนานกันเมื่อทำได้ เช่น prefer walking over driving หรือ prefer this plan over that one
แบบฝึกหัด
เติมคำเปรียบเทียบในโครงสร้าง prefer A over B ให้ประโยคสมบูรณ์: Maya prefers drawing ____ playing video games.
ดูคำตอบ
over
getting things done: ทำงานให้สำเร็จ
Getting things done หมายถึงการทำงานที่ต้องจัดการให้สำเร็จ ในที่นี้ things หมายถึงงาน งานบ้าน หรือภารกิจต่าง ๆ โดยรวม ไม่ได้หมายถึงสิ่งของจริง ๆ โครงสร้าง get + กรรม + กริยาช่อง 3 เน้นสภาพที่เกิดขึ้นเป็นผลลัพธ์ คือสิ่งเหล่านั้นเสร็จเรียบร้อยแล้ว เมื่อใช้ getting กิจกรรมทั้งหมดจะทำหน้าที่คล้ายคำนาม จึงวางไว้หลัง of ในประโยคนี้
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนภาษาอังกฤษสามคำที่หมายถึง “ทำงานให้สำเร็จ” ลงในประโยค: I silence my phone so I can ____.
ดูคำตอบ
get things done
oodles of time on my hands: มีเวลาว่างเหลือเฟือ
Oodles of เป็นวิธีพูดว่า “จำนวนมาก” ที่ไม่เป็นทางการมากและมีน้ำเสียงขี้เล่นเล็กน้อย ส่วน Time on my hands หมายถึงเวลาว่างที่ฉันนำไปใช้ได้ และบางครั้งอาจสื่อว่ามีเวลามากเกินกว่าที่ต้องการ เมื่อรวมกัน oodles of time on my hands หมายถึงการมีเวลาว่างมากมายและทำสิ่งต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องรีบร้อน ภาพนี้ไม่ใช่ความหมายตามตัวอักษร เวลาไม่ได้อยู่บนมือของใครจริง ๆ
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดตรงกับ I have oodles of time on my hands มากที่สุด
- ฉันเหลือเวลาเพียงสิบวินาทีเพื่อตอบคำถาม
- ฉันทำข้อสอบเสร็จก่อนเวลาและยังเหลือเวลาอีกสี่สิบนาที
- ฉันมาสายและต้องออกไปทันที
ดูคำตอบ
ฉันทำข้อสอบเสร็จก่อนเวลาและยังเหลือเวลาอีกสี่สิบนาที
In the same way that our ancestors felt good living on impulse, ไวยากรณ์
4:07ในทำนองเดียวกันกับที่บรรพบุรุษของเรารู้สึกดีที่ได้ใช้ชีวิตตามแรงกระตุ้น
In the same way that ... สำหรับสร้างการเปรียบเทียบ
In the same way that ใช้เปิดสถานการณ์แรกของการเปรียบเทียบ ในที่นี้จะกล่าวถึงประสบการณ์ของบรรพบุรุษที่รู้สึกดีเมื่อใช้ชีวิตตามแรงกระตุ้นก่อน คำว่า that เชื่อมวลีนี้เข้ากับอนุประโยคที่สมบูรณ์ ไม่ได้ใช้ชี้ถึงสิ่งของ ตามปกติแล้วประโยคหลักจะตามมาเพื่อเสนอสถานการณ์ที่สองซึ่งวางเทียบกัน โครงสร้างนี้บอกว่าสองสถานการณ์ทำงานในลักษณะคล้ายกัน ไม่ได้หมายความว่ารายละเอียดทุกอย่างเหมือนกันทั้งหมด เนื่องจากข้อความเดิมจบด้วยเครื่องหมายจุลภาค จึงต้องมีประโยคหลักต่อมาเพื่อให้การเปรียบเทียบสมบูรณ์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้กรอบการเปรียบเทียบเป้าหมาย: ____ a map helps you find a place, a schedule helps you plan your time.
ดูคำตอบ
In the same way that
What he doesn't understand is why he prefers to work under pressure ไวยากรณ์
4:19สิ่งที่เขาไม่เข้าใจก็คือทำไมเขาถึงชอบทำงานภายใต้ความกดดัน
กรอบเน้นความสงสัย What he doesn't understand is why he ...
What he doesn't understand หมายถึง ‘สิ่งที่เขาไม่เข้าใจ’ และอนุประโยคทั้งหมดนี้ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค ในที่นี้ what ไม่ได้ใช้เพื่อเริ่มคำถามโดยตรง หลัง is ส่วน why he prefers to work under pressure จะบอกประเด็นที่สงสัยอย่างเจาะจง อนุประโยคคำถามที่ซ้อนอยู่กับ why ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ why he prefers ไม่ใช่ why does he prefer กรอบนี้เน้นคำถามที่ยังไม่ได้รับคำตอบมากกว่าโครงสร้างที่เรียบง่ายกว่าอย่าง He doesn't understand why
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ What ... is why ... ได้ถูกต้องเพื่อเน้นคำถามที่ยังไม่ได้รับคำตอบ?
- What I don't understand why the screen keeps freezing.
- What I don't understand is why does the screen keep freezing.
- What I don't understand is why the screen keeps freezing.
ดูคำตอบ
What I don't understand is why the screen keeps freezing.
instead of finishing calmly with oodles or lots of time. ไวยากรณ์
4:23แทนที่จะทำให้เสร็จอย่างใจเย็นด้วยเวลาที่มากมาย (oodles) หรือเหลือเฟือ
instead of finishing calmly: ใช้ -ing กับการกระทำที่ถูกแทนที่
instead of นำเสนอการกระทำหนึ่งว่าเป็นตัวเลือกที่ไม่ได้เลือกหรือไม่ได้เกิดขึ้น ในประโยคนี้ finishing calmly ถูกนำไปเปรียบต่างกับการทำงานภายใต้ความกดดัน เมื่อคำกริยาตามหลัง instead of ให้ใช้รูป -ing เพราะ instead of ทำหน้าที่เป็นคำบุพบท จึงต้องพูดว่า instead of finishing ไม่ใช่ instead of finish ส่วนการกระทำอีกอย่างอาจระบุไว้ใกล้ ๆ หรือเข้าใจได้จากบริบท
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ finish: Maya kept chatting instead of ____ her homework.
ดูคำตอบ
finishing
I'd rather finish my work feeling relaxed. ไวยากรณ์
4:29ฉันอยากจะทำงานให้เสร็จด้วยความรู้สึกผ่อนคลายมากกว่า
Unlike Eshaan: นำเสนอความแตกต่างก่อนประเด็นหลัก
Unlike Eshaan เป็นกรอบการเปรียบต่างที่วางไว้ต้นประโยค โดยบอกผู้ฟังก่อนว่าประธานของประโยคหลักคือ I มีความชอบต่างจาก Eshaan ตามข้อมูลที่อยู่หลังเครื่องหมายจุลภาค ในที่นี้ unlike เป็นคำบุพบทที่ตามด้วยสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบโดยตรง รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ Unlike + คำนามหรือคำสรรพนาม, ประธาน + คำกริยา กรอบนี้จัดข้อมูลโดยบอกความแตกต่างก่อน แล้วจึงนำเสนอประเด็นใหม่
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ Unlike ที่ต้นประโยคเพื่อเปรียบเทียบคนสองคนได้ถูกต้อง?
- Unlike to his brother, Leo enjoys speaking in public.
- Unlike his brother, Leo enjoys speaking in public.
- Unlike his brother, public speaking is enjoyable for Leo.
ดูคำตอบ
Unlike his brother, Leo enjoys speaking in public.
I'd rather finish: would rather + คำกริยารูปพื้นฐาน
ใน I'd rather finish คำว่า I'd ย่อมาจาก I would ไม่ใช่ I had โครงสร้างคือ would rather + คำกริยารูปพื้นฐาน จึงใช้ finish โดยไม่เติม to และไม่ใช้ finishing would rather ใช้บอกว่าผู้พูดเลือกหรืออยากทำการกระทำใดมากกว่า อีกตัวเลือกอาจเข้าใจได้จากบริบท หรือระบุให้ชัดด้วยโครงสร้าง would rather do A than do B
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย stay ในรูปพื้นฐาน: I'd rather ____ home tonight.
ดูคำตอบ
stay
There never seems to be enough time: โครงสร้าง there seems to be
โครงสร้าง there seems to be + คำนาม หมายถึง “ดูเหมือนว่ามีบางสิ่งอยู่” there ในที่นี้ใช้เปิดโครงสร้างบอกการมีอยู่ ไม่ได้หมายถึงสถานที่ว่า “ที่นั่น” never ขยาย seems ผู้พูดจึงรู้สึกซ้ำ ๆ ว่าไม่มีเวลามากพอ ประโยคนี้เน้นความรู้สึกที่เกิดขึ้นเป็นประจำ ไม่จำเป็นต้องเป็นข้อเท็จจริงที่วัดมาแล้ว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ there seems to be ได้ถูกต้องเพื่อบอกว่ามีพื้นที่ไม่พออยู่เสมอ
- There never seem to have enough space in this cupboard.
- There never seems to be enough space in this cupboard.
- It never seems to be enough space in this cupboard.
ดูคำตอบ
There never seems to be enough space in this cupboard.
Well, breaking down the task into smaller stages also breaks down the level of threat you feel from your workload. กริยาวลี
4:35อืม การแบ่งงานออกเป็นขั้นตอนย่อยๆ ก็ช่วยลดระดับความรู้สึกถูกคุกคามจากปริมาณงานของคุณลงได้
breaking down the task into smaller stages: แบ่งงานออกเป็นขั้นตอนที่เล็กลง
ใน breaking down the task into smaller stages คำว่า break down หมายถึงการแบ่งงานที่ใหญ่หรือซับซ้อนออกเป็นส่วนเล็ก ๆ ที่จัดการได้ง่ายขึ้น ไม่ได้หมายความว่างานนั้นเสียหรือพังลง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ break something down into parts/stages/steps ถ้ากรรมเป็นคำนาม จะใช้ได้ทั้ง break down the task และ break the task down แต่ถ้าเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ตรงกลางว่า break it down ไม่ใช่ break down it
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ break something down into... อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อทำให้งานใหญ่จัดการได้ง่ายขึ้น
- Break down into the research project five smaller tasks.
- Break the research project into down five smaller tasks.
- Break the research project down into five smaller tasks.
ดูคำตอบ
Break the research project down into five smaller tasks.
breaks down the level of threat ในฐานะการสะท้อนความหมายเชิงเปรียบเทียบ
ในที่นี้ breaks down the level of threat หมายถึงการลดความรู้สึกว่าภาระงานนั้นน่าคุกคามเพียงใด เป็นการขยายแนวคิดก่อนหน้าที่กล่าวถึงการแบ่งงานเป็นส่วนย่อย ๆ กล่าวคือ เมื่องานเล็กลง ความรู้สึกถูกคุกคามก็ลดลงด้วย การใช้คำซ้ำนี้เชื่อมการลงมือทำเข้ากับผลทางอารมณ์ ไม่ได้หมายความว่าภัยคุกคามหยุดทำงานหรือถูกแบ่งเป็นชิ้น ๆ จริง ๆ
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ breaks down the level of threat หมายความว่าอย่างไร
- ช่วยลดความรู้สึกว่าภาระงานนั้นน่าคุกคามเพียงใด
- ทำให้ภาระงานหยุดทำงาน
- แจกแจงภัยคุกคามแต่ละอย่างเป็นงานแยกกัน
ดูคำตอบ
ช่วยลดความรู้สึกว่าภาระงานนั้นน่าคุกคามเพียงใด
seems helpful in avoiding procrastinating in the future. ไวยากรณ์
4:46ดูเหมือนจะช่วยให้หลีกเลี่ยงการผัดวันประกันพรุ่งในอนาคตได้
forgiving yourself for procrastinating: วลี -ing ที่ทำหน้าที่เป็นประธาน
Forgiving ในที่นี้เป็นรูป -ing ที่ใช้เหมือนคำนาม ซึ่งมักเรียกว่า gerund วลีทั้งชุด forgiving yourself for procrastinating in the past เป็นประธานของ seems จึงใช้เรียกการกระทำที่กำลังถูกประเมิน ไม่ได้เป็นคำสั่ง โครงสร้าง forgive someone for doing something ใช้ระบุการกระทำที่ได้รับการให้อภัย เนื่องจาก for เป็นคำบุพบท procrastinate จึงเปลี่ยนเป็น procrastinating โครงสร้างนี้ใช้พูดถึงการปล่อยวางความรู้สึกโทษตัวเองจากการกระทำในอดีตได้
แบบฝึกหัด
ใช้รูป -ing ที่ถูกต้องของ forgive และ make: ____ yourself for ____ one mistake can help you try again.
ดูคำตอบ
Forgiving · making
seems helpful in avoiding ...: ใช้ helpful in + -ing เพื่อบอกประโยชน์อย่างไม่ฟันธง
seems + คำคุณศัพท์ ใช้แสดงความเห็นแบบไม่ฟันธง แทนที่จะบอกว่าเป็นเรื่องแน่นอน ในที่นี้ seems helpful หมายถึงผู้พูดคิดว่าน่าจะมีประโยชน์ แต่ไม่ได้รับรองว่าจะเกิดผลนั้นแน่นอน helpful in doing something บอกว่าสิ่งหนึ่งมีประโยชน์ต่อกิจกรรมหรือผลลัพธ์ใด in เป็นคำบุพบทจึงตามด้วย avoiding และ avoid ก็ใช้กับรูป -ing เช่นกัน จึงได้ avoiding procrastinating โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ X seems helpful in avoiding Y
แบบฝึกหัด
ใช้รูปที่ถูกต้องของ seem และ avoid: Setting two alarms ____ helpful in ____ oversleeping on school days.
ดูคำตอบ
seems · avoiding
So forgive yourself and start making changes, วลี
4:50ดังนั้นให้อภัยตัวเองและเริ่มทำการเปลี่ยนแปลงเถอะ
start making changes: การใช้คู่คำตามธรรมชาติ make changes
วลี start making changes หมายถึงเริ่มลงมือปรับเปลี่ยนสถานการณ์ นิสัย แผน หรือวิธีทำสิ่งต่าง ๆ ในประโยคนี้ changes หมายถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ไม่ใช่เหรียญเงิน หลัง start สามารถใช้รูป -ing คือ making ได้อย่างเป็นธรรมชาติ คำที่ใช้คู่กันอย่างเป็นธรรมชาติในที่นี้คือ make changes ส่วน do changes ไม่ใช่รูปมาตรฐานสำหรับความหมายนี้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้รูปที่ถูกต้องของ make changes: The routine is not helping, so I need to start ____.
ดูคำตอบ
making changes
before you end up like the time-wasters in my question. โน้ต
4:53ก่อนที่คุณจะกลายเป็นเหมือนพวกคนทำเสียเวลาในคำถามของผม
before you end up like ...: คำเตือนว่าอาจกลายไปคล้ายใครบางคน
end up หมายถึงในที่สุดไปถึงผลลัพธ์บางอย่างหลังผ่านกระบวนการหนึ่ง ซึ่งมักเป็นผลลัพธ์ที่ไม่ได้วางแผนไว้ end up like + บุคคลหรือกลุ่ม หมายถึงสุดท้ายมีพฤติกรรมหรือสถานการณ์คล้ายกับพวกเขา ไม่ได้หมายถึงกลายเป็นคนเดียวกันจริง ๆ ใน before you end up like ... คำว่า before นำเสนอผลลัพธ์ในอนาคตที่ควรป้องกัน ผู้พูดกำลังเตือนผู้ฟังให้ลงมือทำตอนนี้ เพื่อไม่ให้ผลลัพธ์ที่ไม่ต้องการนั้นเกิดขึ้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเตือนว่า Nora อาจกลายเป็นคล้ายครูที่เข้มงวด โดยไม่ได้บอกว่าเธอจะเป็นครูจริง ๆ
- Nora should change her approach before she ends up like a strict teacher.
- Nora should change her approach before she ends up with a strict teacher.
- Nora should change her approach before she ends up as a strict teacher.
ดูคำตอบ
Nora should change her approach before she ends up like a strict teacher.
time-wasters: คำเรียกเชิงตำหนิสำหรับคนที่เสียเวลา
time-waster คือคนที่ใช้เวลาเป็นประจำกับสิ่งที่ไม่มีประโยชน์หรือไม่จำเป็น ในประโยคนี้ time-wasters ซึ่งเป็นรูปพหูพจน์ใช้เรียกคนกลุ่มหนึ่งและมีน้ำเสียงตำหนิเล็กน้อย คำประสมนี้รวม time กับ waster ซึ่งสร้างจาก waste + -er คำนำหน้านาม the และการเปรียบเทียบกับคนกลุ่มหนึ่งแสดงว่า รูปพหูพจน์นี้หมายถึงคนในบริบทนี้ สิ่งที่ถูกตำหนิคือนิสัย ไม่ใช่คำวินิจฉัยทางการแพทย์หรือจิตวิทยา
แบบฝึกหัด
เติมคำนามประสมรูปพหูพจน์ที่หมายถึงคนที่เสียเวลาอยู่บ่อย ๆ ลงในประโยค: The coach criticised the players for chatting through every practice and called them ____.
ดูคำตอบ
time-wasters
What percentage of people procrastinate so much that it interferes with day-to-day life?
4:57มีกี่เปอร์เซ็นต์ของคนที่ผัดวันประกันพรุ่งมากจนรบกวนชีวิตประจำวัน?
I'm afraid: การทำให้ข่าวร้ายหรือคำแก้ไขฟังนุ่มนวลขึ้น
ในประโยคนี้ I'm afraid ไม่ได้กล่าวถึงความกลัว แต่เป็นคำช่วยลดความตรงแบบสุภาพ ใช้กับข่าวที่ผู้ฟังอาจไม่อยากได้ยิน ซึ่งในที่นี้คือคำตอบของอีกฝ่ายผิด เมื่อวางไว้ท้ายประโยคอย่างในตัวอย่าง คำนี้จะเป็นความเห็นต่อการแก้คำตอบทั้งหมดและทำให้น้ำเสียงไม่ห้วนเกินไป สำนวนเดียวกันนี้ใช้เกริ่นข่าวร้าย การปฏิเสธ หรือข้อจำกัดได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ I'm afraid เป็นคำช่วยลดความตรงแบบสุภาพก่อนบอกข่าวร้าย?
- I'm afraid because I heard a strange noise.
- I'm afraid of dogs that bark loudly.
- I'm afraid the last train has already left.
ดูคำตอบ
I'm afraid the last train has already left.
around 20% of us have a procrastination habit so strong it makes life difficult. ไวยากรณ์
5:10ประมาณ 20% ของพวกเรามีนิสัยผัดวันประกันพรุ่งที่รุนแรงมากจนทำให้ชีวิตยุ่งยาก
In fact: แก้ไขความเข้าใจเดิมด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง
In fact เป็นคำบอกทิศทางของเนื้อความที่ส่งสัญญาณให้ผู้ฟังปรับหรือทำความเข้าใจสิ่งที่กล่าวไปก่อนหน้าให้แม่นยำขึ้น ในประโยคนี้ คำดังกล่าวพาเนื้อหาจากการคาดเดาก่อนหน้าไปสู่ตัวเลขจริงประมาณ 20% คำนี้ไม่ได้เพียงบอกว่าข้อความถัดไปเป็นความจริง แต่มักใช้เพื่อเกริ่นการแก้ไข การชี้แจง หรือข้อเท็จจริงที่หนักแน่นกว่า ดังนั้นความหมายจึงขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลใหม่กับสิ่งที่กล่าวไว้ก่อนหน้า
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดใช้ In fact เพื่อแก้ไขความเข้าใจเดิม?
- Leo thought the test was on Friday. In fact, it begins on Thursday.
- Leo brought several things, for example, pencils and paper.
- Leo studied in the library. Meanwhile, his sister studied at home.
ดูคำตอบ
Leo thought the test was on Friday. In fact, it begins on Thursday.
so strong (that) it makes life difficult: ระดับที่นำไปสู่ผลลัพธ์
วลีนี้ใช้โครงสร้าง so + คำคุณศัพท์ + (that) + อนุประโยคบอกผลตามหลังคำนาม: a habit so strong (that) it makes life difficult โครงสร้างนี้หมายความว่านิสัยมีระดับรุนแรงจนก่อให้เกิดผลที่กล่าวไว้ คำว่า that มักละได้ในการพูดและงานเขียนที่ไม่เป็นทางการ ในที่นี้ strong บอกว่านิสัยผัดวันประกันพรุ่งมีอิทธิพลหรือรุนแรงเพียงใด ไม่ได้หมายถึงความแข็งแรงทางร่างกาย สรรพนาม it หมายถึงนิสัยนั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตลำบาก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้โครงสร้างบอกผล so ... that และคำคุณศัพท์ heavy: The box was ____ I couldn't lift it.
ดูคำตอบ
so heavy that
let's recap the vocabulary we've learned from this program on procrastination. ลำดับความ
5:17มาทบทวนคำศัพท์ที่เราได้เรียนรู้จากรายการเกี่ยวกับการผัดวันประกันพรุ่งนี้กัน
Let's recap the vocabulary: เข้าสู่ช่วงทบทวน
Let's recap the vocabulary เป็นวลีเปลี่ยนช่วงที่ชวนผู้พูดและผู้ฟังมาทบทวนคำศัพท์ที่เรียนไปแล้วร่วมกัน Let's ทำให้การกระทำนี้เป็นสิ่งที่ทำร่วมกัน ส่วน recap หมายถึงการทบทวนประเด็นสำคัญอย่างสั้น ๆ ไม่ใช่การสอนทุกอย่างใหม่ตั้งแต่ต้น ในบทเรียน การประชุม การนำเสนอ หรือพอดแคสต์ วลีนี้บอกว่าเนื้อหาหลักกำลังจะจบและกำลังเข้าสู่ช่วงทบทวน กรรมที่ตามหลัง recap ระบุว่าจะทบทวนอะไร ซึ่งในที่นี้คือ the vocabulary
แบบฝึกหัด
เติมประโยคเปลี่ยนช่วงโดยใช้ let's, recap และ vocabulary: Before we finish, ____ from today's lesson.
ดูคำตอบ
let's recap the vocabulary
Delaying or putting off doing things until later,
5:22การหน่วงเหนี่ยวหรือเลื่อนการทำสิ่งต่างๆ ออกไปก่อน
is used to emphasize that you are completely certain of something.
5:31ใช้เพื่อเน้นย้ำว่าคุณมั่นใจในบางสิ่งบางอย่างอย่างสมบูรณ์
you feel stressed or anxious because of having too much to do.
5:36คุณจะรู้สึกเครียดหรือกังวลเพราะมีสิ่งที่ต้องทำมากเกินไป
Impulsive behavior: ลงมือทำโดยไม่คิดถึงผลตามมา
Impulsive behavior หมายถึงการลงมือทำอย่างฉับพลันเพราะแรงกระตุ้นชั่วขณะ โดยไม่ได้พิจารณาผลที่อาจเกิดขึ้นก่อน ในตัวอย่าง sudden และ spontaneous อธิบายว่าพฤติกรรมเริ่มขึ้นอย่างไร ส่วน done without thinking about the consequences คือคุณลักษณะสำคัญที่สุด Impulsive ขยายคำว่า behavior และยังใช้ขยายคำนามอย่าง decision, purchase หรือ remark ได้ด้วย คำนี้ไม่ได้หมายถึงแค่เร็ว เพราะการกระทำที่รวดเร็วก็อาจผ่านการวางแผนอย่างรอบคอบได้
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของ impulsive behavior?
- เปรียบเทียบราคาโทรศัพท์เป็นเวลาสองสัปดาห์ก่อนเลือกหนึ่งเครื่อง
- ปฏิบัติตามแผนฉุกเฉินที่เตรียมไว้อย่างรอบคอบ
- ซื้อโทรศัพท์ราคาแพงทันทีโดยไม่ตรวจสอบว่าตนเองจ่ายไหวหรือไม่
ดูคำตอบ
ซื้อโทรศัพท์ราคาแพงทันทีโดยไม่ตรวจสอบว่าตนเองจ่ายไหวหรือไม่
Gratification means a feeling of pleasure and satisfaction.
5:45'ความพึงพอใจ' (gratification) หมายถึงความรู้สึกยินดีและพอใจ
we've run out of: ไม่มีเหลือให้ใช้แล้ว
run out of something หมายถึงไม่มีสิ่งนั้นเหลือให้ใช้อีกแล้ว we've run out of เป็นรูป present perfect: สิ่งนั้นหมดไปก่อนตอนนี้ และผลคือ “ตอนนี้ไม่มีเหลือ” ยังเกี่ยวข้องกับปัจจุบัน ในประโยคนี้ which แทนสิ่งที่หมดไป ซึ่งในที่นี้คือเวลาของรายการ และอยู่ข้างหน้าประโยคย่อย จึงเหลือ of ไว้ท้ายประโยคโดยไม่มีคำนามตามหลัง ถ้าพูดเป็นประโยคเดี่ยว ใช้ We've run out of time.
แบบฝึกหัด
เติมวลีภาษาอังกฤษสามคำที่หมายความว่า “ไม่มีนมเหลือแล้ว” ลงในประโยค: We can't make tea because we've ____ milk.
ดูคำตอบ
run out of
rushing off to finish: รีบออกไปเพื่อทำสิ่งหนึ่ง
rush off หมายถึงรีบออกจากสถานที่หนึ่ง มักเป็นเพราะมีเรื่องอื่นที่ต้องจัดการ off แสดงการเคลื่อนออกไปจากที่เดิม และในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ปิดสวิตช์” to finish เป็น infinitive ที่บอกจุดประสงค์ โดยอธิบายว่าผู้พูดออกไปทำไม รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ rush off to + คำกริยารูปพื้นฐาน ส่วน I'm rushing off ยังแสดงว่ากำลังจะออกไปตอนนี้หรือในทันที
แบบฝึกหัด
เติมรูปแบบสามคำที่เรียนในข้อนี้ รูปแบบนี้ขึ้นต้นด้วย rush และหมายถึง “รีบออกไปเพื่อ”: I have to ____ catch the last bus.
ดูคำตอบ
rush off to
but remember to make time to join us again soon here at 6 Minute English. วลี
6:00แต่อย่าลืมหาเวลามาพบกับพวกเราอีกในเร็วๆ นี้ที่ 6 Minute English
make time to join us: ตั้งใจจัดสรรเวลาเพื่อมาร่วมกับเรา
make time to do something หมายถึงการปรับตารางของตัวเองอย่างตั้งใจเพื่อให้ได้ทำสิ่งนั้น ไม่ได้หมายถึงการสร้างเวลาเพิ่ม แต่สื่อว่าเราให้ความสำคัญกับกิจกรรมนั้นแม้จะยุ่ง ในที่นี้ join us คือการชวนผู้ฟังให้กลับมาฟังหรือมีส่วนร่วมกับรายการอีก ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการไปเข้าร่วมกลุ่ม ณ สถานที่จริง ดังนั้น make time to join us จึงเป็นคำเชิญปิดท้ายอย่างเป็นมิตรให้ผู้ฟังกลับมาอีก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่หมายถึง “ตั้งใจจัดสรรเวลา”: Although Mia is busy, she will ____ to help at the library.
ดูคำตอบ
make time
Bye for now: คำลาชั่วคราวแบบไม่เป็นทางการ
Bye for now หมายถึงการบอกลาในตอนนี้ แต่ไม่ใช่การจากลากันตลอดไป คำว่า for now จำกัดการลานั้นไว้เพียงช่วงเวลาปัจจุบัน และมักสื่อว่าผู้พูดคาดว่าจะได้พบ พูดคุย หรือกลับมาอีกในภายหลัง เป็นวิธีปิดรายการหรือบทสนทนาที่ไม่เป็นทางการอย่างอบอุ่น โดยไม่ต้องระบุว่าจะติดต่อกันครั้งต่อไปเมื่อใด
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดเหมาะกับการพูด Bye for now มากที่สุด
- ปิดท้ายคำสั่งศาลที่เป็นทางการ
- ปิดพอดแคสต์รายสัปดาห์ที่เป็นกันเองและคาดว่าจะมีตอนต่อไป
- กล่าวอำลาครั้งสุดท้ายเมื่อไม่คาดว่าจะได้พบกันอีก
ดูคำตอบ
ปิดพอดแคสต์รายสัปดาห์ที่เป็นกันเองและคาดว่าจะมีตอนต่อไป