จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อ DNA ของคุณถูกทำลาย? - Monica Menesini: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
618 คำ 146 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้อธิบายว่า DNA เสียหายระหว่างและหลังการจำลองตัวได้อย่างไร เส้นทางเฉพาะภายในเซลล์ซ่อมแซมคู่เบสที่ไม่ตรงกัน เบสที่เปลี่ยนแปลง และสาย DNA ที่ขาดได้อย่างไร รวมทั้งเหตุใดการซ่อมแซมเหล่านี้จึงช่วยป้องกันมะเร็งและความชราก่อนวัย แม้การกลายพันธุ์ที่เป็นประโยชน์บางครั้งจะเอื้อให้เกิดวิวัฒนาการก็ตาม ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. gets damaged — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้ว่าโครงสร้างกรรมวาจกที่ใช้ get เป็นวิธีธรรมชาติในการบรรยายการเปลี่ยนสภาพหรือสิ่งที่ได้รับความเสียหาย ในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ รูปแบบนี้ทำให้กระบวนการดูมีการเคลื่อนไหวมากกว่า “is damaged” และยังคงเน้น DNA แทนสิ่งที่เป็นต้นเหตุของความเสียหาย 2. A team of proteins — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่า team เป็นคำเปรียบเทียบที่นำเสนอโปรตีนหลายชนิดเสมือนผู้ร่วมงานที่ประสานกัน โดยแต่ละชนิดมีบทบาทต่างกันในกระบวนการซ่อมแซมเดียวกัน จึงช่วยให้ตีความการทำให้สิ่งไม่มีชีวิตมีลักษณะเหมือนคนในงานสื่อสารวิทยาศาสตร์ และใช้ภาพรวมหมู่แบบเดียวกันเพื่อทำให้กลไกระดับจุลภาคที่ซับซ้อนมองเห็นภาพได้ง่ายขึ้น 3. isn't as accurate. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจการเปรียบเทียบเชิงปฏิเสธด้วย as…as ว่าหมายถึง “แม่นยำน้อยกว่า” แม้จะละสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบส่วนที่สองไว้ เพราะคำอธิบายก่อนหน้าทำให้รู้ชัดว่าหมายถึงวิธีใด คุณจึงใช้รูปแบบนี้เปรียบเทียบสองวิธีอย่างกระชับโดยไม่ต้องกล่าวชื่อวิธีแรกซ้ำโดยไม่จำเป็น

คำอธิบายในบทเรียนนี้

The DNA in just one of your cells

0:06

ดีเอ็นเอในเซลล์ของคุณเพียงเซลล์เดียว

gets damaged tens of thousands of times per day. โน้ต

0:08

ได้รับความเสียหายหลายหมื่นครั้งต่อวัน

ไวยากรณ์

gets damaged: รูปถูกกระทำด้วย get ที่แสดงการเปลี่ยนสภาพ

ในที่นี้ gets damaged หมายถึง “ได้รับความเสียหาย” หรือ “เปลี่ยนเป็นสภาพที่เสียหาย” คำว่า get ไม่ได้หมายถึง “ได้รับสิ่งของ” แต่ get + คำกริยาช่องที่สามสร้างรูปถูกกระทำด้วย get โดย DNA เป็นสิ่งที่ได้รับผลกระทบ รูปถูกกระทำด้วย get มักนำเสนอเหตุการณ์ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับประธาน ในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์นี้ รูปดังกล่าวช่วยให้เห็นภาพว่าความเสียหายเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก ไม่ใช่เพียงสภาพเสียหายที่คงอยู่เฉย ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปถูกกระทำด้วย get ของ damage: Without a protective case, the tablet often ____ in a crowded backpack.

ดูคำตอบ

gets damaged

วลี

tens of thousands of times per day: ความถี่สูงโดยประมาณ

Tens of thousands หมายถึงจำนวนโดยประมาณในระดับหลายหมื่น ไม่ใช่หนึ่งหมื่นพอดี times ใช้นับว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นกี่ครั้ง และ per day กำหนดหน่วยเวลาเป็นต่อวัน เมื่อรวมกัน tens of thousands of times per day เน้นว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นบ่อยมากในแต่ละวัน โครงสร้างเดียวกันนี้สามารถใช้จำนวนมากร่วมกับ per hour, per week หรือ per year ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าเว็บไซต์ได้รับการเข้าชมประมาณหลายหมื่นครั้งในแต่ละวัน?

  1. The website receives ten thousands of visits per day.
  2. The website receives tens of thousands of visits per day.
  3. The website receives tens of thousand visits per day.
ดูคำตอบ

The website receives tens of thousands of visits per day.

Multiply that by your body's 100 trillion or so cells โน้ต

0:12

ลองคูณด้วยจำนวนเซลล์ในร่างกายคุณที่มีราว 100 ล้านล้านเซลล์

and you've got a quintillion DNA errors every day. การใช้คำ

0:16

คุณก็จะมีข้อผิดพลาดของดีเอ็นเอหนึ่งล้านล้านล้านครั้งในทุก ๆ วัน

วลี

Multiply that by: ใช้ตัวเลขก่อนหน้าเพื่อขยายการคำนวณ

multiply A by B หมายถึง “นำ A ไปคูณด้วย B” ใน Multiply that by... คำว่า that ใช้แทนตัวเลขหรือปริมาณที่เพิ่งกล่าวถึง และวลีนี้นำเข้าสู่ตัวคูณถัดไป ในที่นี้ การคำนวณขยายจากความเสียหายในเซลล์หนึ่งเซลล์ไปสู่ยอดรวมของเซลล์ทั้งหมดในร่างกาย โครงสร้างนี้ใช้ได้เมื่อต้องการขยายค่าของส่วนย่อยหรือค่าต่อหน่วยให้เป็นยอดรวมที่ใหญ่ขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมคำสั่งคำนวณให้สมบูรณ์ด้วยวลีเป้าหมาย: One row has twenty-four seats. ____ fifteen to find the total number of seats.

ดูคำตอบ

Multiply that by

การใช้คำ

or so: บอกว่าตัวเลขเป็นค่าประมาณ

or so ใช้บอกว่าตัวเลขเป็นค่าประมาณ ไม่ใช่ค่าที่แน่นอน ใน 100 trillion or so cells วลีนี้หมายถึง “เซลล์ประมาณ 10^14 เซลล์” ทำให้ผู้ฟังเข้าใจว่าจำนวนเซลล์เป็นค่าที่ประเมินไว้ วลีนี้ลดระดับความแม่นยำของตัวเลข แต่ยังสื่อจำนวนโดยประมาณได้อย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีบอกค่าประมาณเป้าหมาย: The walk takes thirty minutes ____.

ดูคำตอบ

or so

การใช้คำ

you've got: ใช้บอกผลลัพธ์จากการคำนวณ

ในประโยคนี้ you've got หมายถึง “ผลลัพธ์คือ” หรือ “เมื่อทำเช่นนี้ก็จะได้” ไม่ได้หมายถึงการเป็นเจ้าของส่วนตัว คำว่า you ใช้ในความหมายทั่วไปเพื่อดึงผู้ฟังให้ตามขั้นตอนการคำนวณ ไม่ได้ชี้ถึงเจ้าของคนใดคนหนึ่ง รูปแบบ “คำสั่งหรือเงื่อนไข + and you've got...” ใช้บอกผลที่เกิดจากขั้นตอนก่อนหน้า เป็นวิธีเชื่อมจากขั้นตอนไปสู่ผลลัพธ์อย่างตรงไปตรงมาและเป็นภาษาพูด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ you've got เพื่อบอกผลลัพธ์จากการคำนวณ

  1. You've got to submit the form by Friday.
  2. Add the two scores, and you've got a total of eighty.
  3. You've got a new notebook in your bag.
ดูคำตอบ

Add the two scores, and you've got a total of eighty.

And because DNA provides the blueprint สำนวน

0:21

และเนื่องจากดีเอ็นเอคือพิมพ์เขียว

for the proteins your cells need to function,

0:23

สำหรับสร้างโปรตีนที่เซลล์ของคุณต้องใช้ในการทำงาน

สำนวน

provides the blueprint for: เปรียบข้อมูลชี้นำเป็นพิมพ์เขียว

Blueprint ตามความหมายตรงตัวคือแผนอย่างละเอียดสำหรับสร้างหรือผลิตบางสิ่ง ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบ โดย DNA มีข้อมูลที่ชี้นำให้เซลล์สร้างโปรตีนที่จำเป็น รูปแบบ “provide the blueprint for + คำนาม” หมายถึง “ให้แบบพื้นฐาน แบบอย่าง หรือข้อมูลที่ใช้ชี้นำบางสิ่ง” จึงหมายถึงแผนเบื้องหลัง ไม่ใช่กระดาษพิมพ์เขียวจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ blueprint ในเชิงเปรียบเทียบเพื่อหมายถึงแบบอย่างที่ใช้ชี้นำ

  1. The sponsor provided the funding for a nationwide rollout.
  2. The pilot program provided the blueprint for a nationwide rollout.
  3. The architect unfolded the blueprint for the new library.
ดูคำตอบ

The pilot program provided the blueprint for a nationwide rollout.

damage causes serious problems such as cancer. วลี

0:26

ความเสียหายจึงทำให้เกิดปัญหาร้ายแรงอย่างโรคมะเร็ง

วลี

such as cancer: การยกตัวอย่าง

such as ใช้เพื่อนำเสนอตัวอย่างที่เฉพาะเจาะจงอย่างน้อยหนึ่งอย่างจากหมวดที่กว้างกว่า ในที่นี้ cancer เป็นตัวอย่างหนึ่งของปัญหาร้ายแรงที่ความเสียหายอาจก่อให้เกิด ตัวอย่างที่ตามหลัง such as มักไม่ใช่รายการทั้งหมด ดังนั้นประโยคนี้จึงยังเปิดโอกาสให้มีปัญหาร้ายแรงอื่น ๆ อีก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ such as ได้ถูกต้องเพื่อนำเสนอตัวอย่างจากหมวดที่กว้างกว่า

  1. Some metals, such like iron and copper, conduct electricity well.
  2. Some metals, such as iron and copper, conduct electricity well.
  3. Some metals, as such iron and copper, conduct electricity well.
ดูคำตอบ

Some metals, such as iron and copper, conduct electricity well.

The errors come in different forms. วลี

0:30

ข้อผิดพลาดมาในรูปแบบที่แตกต่างกัน

วลี

come in different forms: อธิบายรูปแบบที่หลากหลาย

come in different forms หมายความว่าสิ่งหนึ่งมีอยู่หรือปรากฏในรูปแบบหรือประเภทที่แตกต่างกัน ในประโยคนี้ หมายถึงข้อผิดพลาดไม่ได้เหมือนกันทั้งหมดและอาจมีได้หลายรูปแบบ come in ในที่นี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างที่ใช้อธิบายรูปแบบ ขนาด สี รูปร่าง หรือเวอร์ชันที่สิ่งหนึ่งมีอยู่หรือมีให้เลือก ไม่ได้หมายถึงการเดินเข้าไปในสถานที่จริง ๆ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าการหลอกลวงออนไลน์มีหลายประเภท

  1. Online scams come in many forms.
  2. Online scams come into many forms.
  3. Online scams come at many forms.
ดูคำตอบ

Online scams come in many forms.

Sometimes nucleotides,

0:32

บางครั้ง นิวคลีโอไทด์

DNA's building blocks, get damaged. สำนวน

0:34

ซึ่งเป็นองค์ประกอบพื้นฐานของดีเอ็นเอก็ได้รับความเสียหาย

สำนวน

DNA's building blocks: คำเปรียบเทียบสำหรับหน่วยพื้นฐาน

ตามความหมายตรงตัว building blocks คือชิ้นส่วนเล็ก ๆ ที่ใช้สร้างสิ่งที่ใหญ่กว่า แต่ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบ หมายถึงนิวคลีโอไทด์เป็นหน่วยพื้นฐานที่ประกอบกันเป็น DNA ไม่ใช่ตัวต่อของเล่นจริง ๆ DNA's building blocks เป็นวลีอธิบายเพิ่มเติมที่ตามหลัง nucleotides เครื่องหมายจุลภาคแสดงว่าส่วนนี้ให้ข้อมูลเพื่อบอกว่า nucleotides คืออะไร ไม่ได้เพิ่มสิ่งอื่นเข้ามาในรายการ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ building blocks ในความหมายว่าองค์ประกอบพื้นฐานของระบบที่ใหญ่กว่า

  1. The team moved into a building across the street.
  2. The child stacked the building blocks on the floor.
  3. Clear goals and trust are building blocks of a strong team.
ดูคำตอบ

Clear goals and trust are building blocks of a strong team.

Other times nucleotides get matched up incorrectly, กริยาวลี

0:37

ในบางครั้ง นิวคลีโอไทด์จับคู่กันผิดพลาด

กริยาวลี

get matched up incorrectly: ถูกจับคู่ผิด

Match up หมายถึงการจับคู่สิ่งหนึ่งกับสิ่งที่ควรสอดคล้องกัน ส่วน incorrectly บอกว่าการจับคู่นั้นผิด Get matched up เป็นโครงสร้างถูกกระทำที่ใช้ get นิวคลีโอไทด์เป็นฝ่ายรับการกระทำ ไม่ได้เลือกคู่ด้วยตัวเอง เมื่อรวมกัน get matched up incorrectly จึงหมายถึงสิ่งต่าง ๆ ลงเอยด้วยการถูกจับคู่กับสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของโครงสร้างถูกกระทำแบบ get จาก match up และ incorrectly: During the import, the names ____ with the wrong photos.

ดูคำตอบ

got matched up incorrectly

causing mutations. ไวยากรณ์

0:40

ทำให้เกิดการกลายพันธุ์

ไวยากรณ์

causing mutations: การใช้วลี -ing เพื่อบอกผลลัพธ์

ในที่นี้ causing mutations เป็นวลีคำกริยารูป -ing ที่บอกผลของเหตุการณ์ที่กล่าวไว้ก่อนหน้า กล่าวคือ เหตุการณ์นั้นทำให้เกิดการกลายพันธุ์ รูปแบบนี้มักตามหลังอนุประโยคที่สมบูรณ์: เหตุการณ์, causing + ผลลัพธ์ ประธานโดยนัยของ causing คือเหตุการณ์ก่อนหน้าทั้งหมด จึงย่อความสัมพันธ์แบบเหตุและผลได้โดยไม่ต้องเริ่มอนุประโยคใหม่

แบบฝึกหัด

ใช้รูป -ing ของ cause เพื่อบอกผลลัพธ์: The software deleted the backup, ____ the team to lose a day of work.

ดูคำตอบ

causing

And nicks in one or both strands can interfere with DNA replication โน้ต

0:42

และรอยขาดในสายใดสายหนึ่งหรือทั้งสองสายสามารถรบกวนการจำลองตัวของดีเอ็นเอ

การใช้คำ

nicks: รอยตัดเล็ก ๆ ในสายดีเอ็นเอ

ในที่นี้ nicks เป็นรูปพหูพจน์ของคำนาม nick หมายถึงรอยตัดหรือรอยขาดเล็ก ๆ ในสายดีเอ็นเอหนึ่งสายหรือทั้งสองสาย คำนี้เรียกความเสียหายเฉพาะจุดชนิดหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงคนที่ชื่อ Nick นอกบริบทชีววิทยา nick ยังหมายถึงรอยตัดหรือรอยบิ่นเล็ก ๆ บนใบมีด สายเคเบิล พื้นผิว หรือผิวหนังได้ ใจความร่วมคือความเสียหายขนาดเล็กในบริเวณจำกัด ไม่ใช่การทำลายวัตถุทั้งชิ้น

แบบฝึกหัด

ในประโยค "The DNA strands had several nicks," คำว่า nicks หมายถึงอะไร?

  1. รอยตัดเล็ก ๆ เฉพาะจุดบนสายดีเอ็นเอ
  2. สำเนาดีเอ็นเอที่สมบูรณ์
  3. คนหลายคนที่ชื่อ Nick
ดูคำตอบ

รอยตัดเล็ก ๆ เฉพาะจุดบนสายดีเอ็นเอ

วลี

can interfere with DNA replication: อาจรบกวนการจำลองแบบของ DNA

Interfere with หมายถึงทำให้กิจกรรมหรือกระบวนการยากขึ้น มีประสิทธิภาพลดลง หรือไม่สามารถดำเนินต่อไปได้ตามปกติ ในที่นี้ รอยบิ่นอาจรบกวนกระบวนการจำลองแบบของ DNA ตามปกติ Can แสดงถึงผลที่อาจเกิดขึ้น ไม่ใช่ผลที่แน่นอน ประโยคนี้ไม่ได้บอกว่ารอยบิ่นทุกจุดจะหยุดการจำลองแบบโดยสิ้นเชิง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “รบกวน”: Bright light can ____ sleep.

ดูคำตอบ

interfere with

or even cause sections of DNA to get mixed up. กริยาวลี

0:48

หรือแม้แต่ทำให้ชิ้นส่วนของดีเอ็นเอปะปนกัน

กริยาวลี

to get mixed up ในโครงสร้าง cause + กรรม + to-infinitive

Get mixed up หมายถึงเข้าสู่สภาพที่สับสน เรียงลำดับผิด หรือรวมกันอย่างไม่ถูกต้อง เนื่องจากประธานคือ sections of DNA จึงหมายถึงส่วนต่าง ๆ อาจถูกจัดเรียงใหม่หรือรวมกันอย่างผิดพลาด ไม่ได้หมายความว่าคนรู้สึกสับสน วลีนี้อยู่ในโครงสร้าง cause + กรรม + to-infinitive: cause sections of DNA to get mixed up โดย to เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างหลัง cause และ get เน้นการเปลี่ยนเข้าสู่สภาพที่ปะปนกัน

แบบฝึกหัด

เปลี่ยน get mixed up ให้อยู่ในรูปที่ถูกต้องหลัง cause + กรรม: A labeling error caused the two samples ____.

ดูคำตอบ

to get mixed up

Fortunately,

0:52

โชคดีที่

your cells have ways of fixing most of these problems most of the time. โน้ต

0:52

เซลล์ของคุณมีวิธีแก้ไขปัญหาส่วนใหญ่เหล่านี้ได้แทบตลอดเวลา

ไวยากรณ์

have ways of fixing: มีวิธีหรือกลไกในการทำบางอย่าง

โครงสร้าง have ways of + -ing หมายถึงคนหรือสิ่งหนึ่งมีวิธี กลไก หรือหนทางในการทำบางอย่าง ในประโยคนี้ไม่ได้หมายความว่าเซลล์กำลังคิดแก้ปัญหาอย่างมีสติ แต่วลีนี้หมายถึงกลไกการซ่อมแซมทางชีวภาพ เนื่องจาก of เป็นคำบุพบท คำกริยาที่ตามหลังจึงต้องอยู่ในรูป -ing: ways of fixing โครงสร้างนี้ยังใช้บอกได้ว่าบุคคล องค์กร หรือระบบสามารถทำอะไรได้

แบบฝึกหัด

ใช้ ways of และรูปที่ถูกต้องของ detect เติมประโยคให้สมบูรณ์: The security system has ____ unusual activity.

ดูคำตอบ

ways of detecting

วลี

most of these problems ... most of the time: การจำกัดขอบเขตและความถี่

most of these problems หมายถึงปัญหาส่วนใหญ่ภายในกลุ่มที่ these ระบุ ในประโยคนี้วลีดังกล่าวจำกัดขอบเขตของปัญหาที่เซลล์แก้ไขได้ ส่วน most of the time หมายถึงในโอกาสส่วนใหญ่ จึงจำกัดความถี่ที่การแก้ไขจะสำเร็จ การใช้ most สองครั้งทำให้ข้อความนี้ระมัดระวังอย่างตั้งใจ กล่าวคือ เซลล์มักแก้ไขปัญหาส่วนใหญ่ได้ แต่ประโยคไม่ได้บอกว่าเซลล์แก้ไขทุกปัญหาได้ทุกครั้ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าโปรแกรมแก้ไขข้อผิดพลาดส่วนใหญ่ที่ระบุได้ในโอกาสส่วนใหญ่ โดยไม่ทำให้ส่วนใดเป็นคำกล่าวแบบเด็ดขาด?

  1. The program fixes all of these errors most of the time.
  2. The program fixes most of these errors every time.
  3. The program fixes most of these errors most of the time.
ดูคำตอบ

The program fixes most of these errors most of the time.

These repair pathways all rely on specialized enzymes. โน้ต

0:57

เส้นทางการซ่อมแซมเหล่านี้ล้วนพึ่งพาเอนไซม์เฉพาะทาง

การใช้คำ

repair pathways: กระบวนการซ่อมแซมทางชีววิทยาที่เชื่อมโยงกัน

ในที่นี้ repair pathways หมายถึงกระบวนการทางชีววิทยาที่เป็นระบบซึ่งตรวจพบและซ่อมแซมความเสียหาย คำว่า pathway ไม่ได้หมายถึงเส้นทางจริง ๆ แต่เปรียบกระบวนการเป็นเส้นทางที่เชื่อมโยงขั้นตอน ปฏิกิริยา และโมเลกุลที่เกี่ยวข้องเข้าด้วยกัน repair เป็นคำนามที่วางหน้า pathways เพื่อบอกจุดประสงค์ของเส้นทางเหล่านี้ ส่วน pathways ที่เป็นพหูพจน์แสดงว่าอาจมีกระบวนการซ่อมแซมได้มากกว่าหนึ่งแบบ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ repair pathways ในความหมายว่ากระบวนการซ่อมแซมทางชีววิทยา?

  1. Researchers compared two repair pathways that fix damaged DNA.
  2. Workers repaired two pathways through the park.
  3. Hikers followed two pathways to the lake.
ดูคำตอบ

Researchers compared two repair pathways that fix damaged DNA.

วลี

rely on specialized enzymes: การต้องใช้เอนไซม์ที่มีหน้าที่เฉพาะ

rely on หมายถึง “ต้องใช้หรือพึ่งพา” ในที่นี้ กระบวนการซ่อมแซมแต่ละแบบต้องใช้เอนไซม์บางชนิดจึงจะทำงานได้ คำว่า on นำหน้าสิ่งที่กระบวนการเหล่านี้พึ่งพา specialized หมายถึง “เหมาะสำหรับงานเฉพาะ” วลีนี้เน้นว่ากระบวนการเหล่านี้ใช้เอนไซม์ชนิดใดก็ไม่ได้ แต่ต้องใช้เอนไซม์ที่มีหน้าที่เฉพาะ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนที่มีความหมายว่า “depend on”: Emergency teams ____ clear radio communication during storms.

ดูคำตอบ

rely on

Different ones respond to different types of damage. วลี

1:02

เอนไซม์ที่แตกต่างกันจะตอบสนองต่อความเสียหายประเภทต่าง ๆ

วลี

respond to different types of damage: ตอบสนองต่อความเสียหายประเภทต่าง ๆ

Respond to + คำนาม หมายถึง “ตอบสนองต่อ” บางสิ่งหรือได้รับผลจากสิ่งนั้น ในประโยคนี้ กลไกที่แตกต่างกันตอบสนองต่อความเสียหายคนละประเภท โดย to เชื่อมไปยังสิ่งที่ทำให้เกิดการตอบสนอง Respond ใช้บรรยายปฏิกิริยาของคน เซลล์ ระบบ หรือองค์กรได้ ไม่ได้หมายถึงการตอบด้วยคำพูดหรือข้อความเสมอไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสองคำที่หมายถึง “ตอบสนองต่อ”: Some plants can ____ changes in daylight.

ดูคำตอบ

respond to

One common error is base mismatches. การใช้คำ

1:05

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยอย่างหนึ่งคือการจับคู่เบสผิดพลาด

การใช้คำ

base mismatches: การจับคู่เบสของ DNA ที่ผิด

ใน DNA เบสคือหน่วยทางเคมีที่จับคู่กับเบสอีกตัวหนึ่ง Mismatch หมายถึงการจับคู่ที่ผิด ดังนั้น base mismatches จึงเป็นภาวะที่เบสซึ่งควรจับคู่กันอย่างถูกต้องกลับจับคู่กันผิด นอกเหนือจากชีววิทยา mismatch ยังคงมีแนวคิดพื้นฐานเดียวกัน คือสิ่งสองอย่างที่ควรสอดคล้องกันกลับไม่เข้าคู่หรือไม่ตรงกัน

แบบฝึกหัด

ข้อความใดอธิบาย base mismatch ได้ถูกต้อง

  1. เป็นการจับคู่เบสของ DNA ที่ผิดและอาจได้รับการซ่อมแซม
  2. เป็นการจับคู่เบสของ DNA ที่เป็นไปตามกฎการจับคู่ตามปกติ
  3. เป็นการเปลี่ยนแปลงถาวรในลำดับ DNA เสมอ
ดูคำตอบ

เป็นการจับคู่เบสของ DNA ที่ผิดและอาจได้รับการซ่อมแซม

Each nucleotide contains a base

1:08

แต่ละนิวคลีโอไทด์จะมีเบสอยู่หนึ่งตัว

and during DNA replication

1:10

และในระหว่างการจำลองดีเอ็นเอ

the enzyme DNA polymerase is supposed to bring in the right partner โน้ต

1:12

เอนไซม์ดีเอ็นเอโพลิเมอเรสมีหน้าที่นำคู่ที่ถูกต้อง

ไวยากรณ์

is supposed to: การทำงานที่คาดว่าจะเกิดขึ้นตามปกติ

ในประโยคนี้ is supposed to หมายถึง “ถูกคาดหวังให้ทำ” ตามหน้าที่ปกติของเอนไซม์ เป็นการอธิบายว่าโดยปกติ DNA polymerase ควรทำอะไร ไม่ได้หมายความว่าจะสำเร็จทุกครั้งอย่างแน่นอน โครงสร้างคือ be supposed to + คำกริยารูปพื้นฐาน เมื่อประธานเป็นระบบ เครื่องจักร หรือกระบวนการทางชีวภาพ โครงสร้างนี้มักใช้บอกการทำงานที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในสภาวะปกติ

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The filter is supposed to remove dust, but some gets through,” คำว่า is supposed to หมายความว่าอย่างไร

  1. มันถูกห้ามไม่ให้ทำเช่นนี้
  2. ในสภาวะปกติ คาดว่ามันจะทำเช่นนี้
  3. มันทำสิ่งนี้ได้อย่างสมบูรณ์ทุกครั้งแล้ว
ดูคำตอบ

ในสภาวะปกติ คาดว่ามันจะทำเช่นนี้

กริยาวลี

bring in the right partner: นำคู่ที่ถูกต้องเข้ามาในกระบวนการ

ในที่นี้ bring in หมายถึง “นำคนหรือสิ่งหนึ่งเข้ามาในกระบวนการเพื่อให้มีส่วนร่วม” DNA polymerase นำหน่วยที่เข้าคู่กันได้ไปยังตำแหน่งสำหรับการจับคู่ The right partner หมายถึงคู่ที่เข้ากันได้อย่างถูกต้อง คำว่า partner เป็นคำเปรียบเทียบทางวิทยาศาสตร์ในที่นี้ จึงใช้กับสิ่งสองสิ่งที่เข้ากัน จับกัน หรือเข้าคู่กันได้ ไม่ได้หมายถึงคนเท่านั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ bring in ในความหมายว่า “นำใครบางคนเข้ามาร่วมกิจกรรมที่กำลังดำเนินอยู่”

  1. The lab took in the view from the roof.
  2. The lab brought the report to the office.
  3. The lab brought in an outside expert to check the results.
ดูคำตอบ

The lab brought in an outside expert to check the results.

to pair with every base on each template strand, วลี

1:16

มาจับคู่กับเบสทุกตัวบนสายดีเอ็นเอแม่แบบ

วลี

pair with every base on each template strand: จับคู่กับเบสทุกตัวบนสายแม่แบบแต่ละสาย

Pair with หมายถึง “จับคู่เป็นคู่ที่ตรงกันกับ...” ในคำอธิบายเรื่อง DNA นี้ เบสทุกตัวตามสายแม่แบบแต่ละสายมีคู่ที่ตรงกัน วลี infinitive to pair with... แสดงจุดประสงค์ว่า คู่ที่ตรงกันมีไว้เพื่อสร้างคู่นั้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ A pairs with B ซึ่งบอกว่า A และ B เป็นสองสิ่งที่สอดคล้องกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย pair with: At camp, each child will ____ someone from another group.

ดูคำตอบ

pair with

adenine with thymine and guanine with cytosine. วัฒนธรรม

1:20

อะดีนีนคู่กับไทมีน และกัวนีนคู่กับไซโตซีน

วัฒนธรรม

adenine with thymine and guanine with cytosine: อะดีนีนกับไทมีน และกวานีนกับไซโทซีน

ใน DNA เบสคู่สมมีคู่ที่แน่นอน คือ อะดีนีน (A) จับคู่กับไทมีน (T) และกวานีน (G) จับคู่กับไซโทซีน (C) ประโยคนี้ละกริยา pairs ที่ซ้ำกันไว้ ความหมายเต็มคือ adenine pairs with thymine and guanine pairs with cytosine คู่นี้คือคู่ที่ถูกต้องซึ่งใช้สร้างสาย DNA คู่สม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงคู่เบสคู่สมมาตรฐานใน DNA?

  1. A pairs with T, and G pairs with C.
  2. A pairs with G, and T pairs with C.
  3. A pairs with C, and T pairs with G.
ดูคำตอบ

A pairs with T, and G pairs with C.

But about once every 100,000 additions วลี

1:24

แต่ในทุก ๆ การเติมประมาณ 100,000 ครั้ง

วลี

But about once every 100,000 additions: การบอกความถี่ที่เกิดขึ้นน้อยมาก

about once every 100,000 additions หมายถึงอัตราที่เหตุการณ์เกิดขึ้นประมาณหนึ่งครั้งต่อการเพิ่ม 100,000 ครั้ง ไม่ได้ยืนยันว่าจะเกิดขึ้นหนึ่งครั้งพอดีในทุกชุด 100,000 ครั้ง โครงสร้าง once every + ตัวเลข + คำนามนับได้รูปพหูพจน์ ใช้บอกความถี่โดยนับเหตุการณ์ที่เกิดซ้ำ และใช้กับช่วงเวลาได้ด้วย เช่น once every six months about บอกว่าอัตรานี้เป็นค่าโดยประมาณ ส่วน But แสดงความขัดแย้ง โดยผู้พูดกำลังเปลี่ยนจากสิ่งที่มักเกิดขึ้นไปสู่ข้อยกเว้นที่เกิดขึ้นน้อย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบบอกความถี่สองคำจากบทเรียน: The filter needs to be changed ____ six months.

ดูคำตอบ

once every

it makes a mistake. วลี

1:27

มันจะทำผิดพลาดหนึ่งครั้ง

วลี

it makes a mistake: กลุ่มคำที่ใช้คู่กัน make a mistake

make a mistake เป็นกลุ่มคำกริยา-คำนามมาตรฐาน หมายถึงทำบางอย่างผิดหรือก่อให้เกิดข้อผิดพลาด ในประโยคนี้ it เป็นประธาน makes เป็นรูปปัจจุบันที่ใช้ให้สอดคล้องกับ it ซึ่งเป็นเอกพจน์ และ a mistake หมายถึงข้อผิดพลาดหนึ่งครั้ง

แบบฝึกหัด

ใช้กลุ่มคำจากบทเรียนเติมประโยคให้สมบูรณ์: Even a computer can ____ when its data is incomplete.

ดูคำตอบ

make a mistake

The enzyme catches most of these right away วลี

1:28

เอนไซม์จะตรวจจับข้อผิดพลาดส่วนใหญ่เหล่านี้ได้ในทันที

วลี

catches most of these right away: ตรวจพบส่วนใหญ่ได้ทันที

ในที่นี้ catches หมายถึง “สังเกตพบหรือตรวจพบ” ไม่ใช่การใช้มือจับ ส่วน most of these หมายถึงสิ่งส่วนใหญ่ในกลุ่มที่กล่าวถึงไปแล้ว right away หมายถึง “ทันที” หรือ “โดยไม่ชักช้า” เมื่อนำมารวมกัน catch ... right away ใช้บอกว่าคน เครื่องมือ หรือระบบตรวจพบบางสิ่งได้อย่างรวดเร็วมาก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ catch ในความหมายว่า “สังเกตพบหรือตรวจพบ” และ right away ในความหมายว่า “ทันที”

  1. The child drew a picture right away.
  2. The editor caught the typo right away.
  3. The goalkeeper caught the ball right away.
ดูคำตอบ

The editor caught the typo right away.

and cuts off a few nucleotides and replaces them with the correct ones. โน้ต

1:31

แล้วตัดนิวคลีโอไทด์ออกบางส่วนเพื่อแทนที่ด้วยตัวที่ถูกต้อง

กริยาวลี

cuts off a few nucleotides: ตัดส่วนเล็ก ๆ ออก

cut off เป็นกริยาวลีแบบแยกคำได้ หมายถึง “ตัดบางสิ่งออกจากส่วนที่ใหญ่กว่า” ในประโยคนี้ cuts off บอกว่าเอนไซม์แยกนิวคลีโอไทด์หลายตัวออกจากโครงสร้างที่ใหญ่กว่า โดย off เพิ่มความหมายของการแยกออกจากกัน a few หมายถึง “จำนวนหนึ่ง แต่ไม่มาก” หากกรรมเป็นคำนาม สามารถวางไว้หลังกริยาวลีทั้งชุดได้ เช่น cut off a few nucleotides แต่ถ้าเป็นคำสรรพนาม มักวางไว้ระหว่างสองคำ: ใช้ cut them off ไม่ใช้ cut off them

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย cut off ในรูปที่ถูกต้อง: The gardener will ____ the dead tip of the branch.

ดูคำตอบ

cut off

วลี

ลำดับ replace A with B ใน replaces them with the correct ones

replace A with B หมายถึงเอา A ออกแล้วใส่ B แทนที่ A ในประโยคนี้ สรรพนาม them คือ A และวลี the correct ones คือ B ดังนั้นสิ่งใหม่ที่นำมาแทนจะอยู่หลัง with ones ใช้แทนคำนามนับได้รูปพหูพจน์ที่เข้าใจได้อยู่แล้วจากบริบท จึงไม่ต้องพูดคำนามเดิมซ้ำหลัง correct

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายถึง “เอาแบตเตอรี่เก่าออกแล้วใส่แบตเตอรี่ใหม่แทนที่” ได้ถูกต้อง

  1. Replace the old battery with a new one.
  2. Keep the old battery and store the new one.
  3. Replace the new battery with the old one.
ดูคำตอบ

Replace the old battery with a new one.

And just in case it missed a few, วลี

1:35

และเผื่อในกรณีที่มันพลาดไปบ้าง

วลี

just in case it missed a few: การเตรียมพร้อมสำหรับความเป็นไปได้ที่ไม่แน่นอน

just in case ใช้นำมาตรการป้องกันสำหรับสิ่งที่อาจเกิดขึ้นแต่ยังไม่แน่นอน ตรงนี้ it missed a few เป็นเพียงความเป็นไปได้ ไม่ได้ยืนยันว่ามีสิ่งใดถูกพลาดไปแน่นอน วลีนี้จึงปูทางไปสู่การตรวจเพิ่มหรือมาตรการสำรอง missed เป็นอดีตกาล เพราะการพลาดที่อาจเกิดขึ้นนั้นอยู่ในการตรวจครั้งก่อน a few ใช้แทนสิ่งที่นับได้จำนวนเล็กน้อยซึ่งเข้าใจอยู่แล้วจากบริบท

แบบฝึกหัด

คุณนำที่ชาร์จติดตัวไปก่อนที่จะรู้ว่าแบตเตอรี่โทรศัพท์จะเหลือน้อยหรือไม่ ประโยคใดสื่อถึงการเตรียมป้องกันนั้น

  1. I would bring a charger if my phone battery ran low.
  2. I brought a charger just in case my phone battery ran low.
  3. I brought a charger because my phone battery had already run low.
ดูคำตอบ

I brought a charger just in case my phone battery ran low.

a second set of proteins comes behind it to check. ลำดับความ

1:37

จะมีกลุ่มโปรตีนชุดที่สองตามมาตรวจสอบ

ลำดับความ

a second set ... comes behind it to check: เพิ่มการตรวจสอบขั้นที่สอง

วลี a second set บอกว่ามีกลุ่มอีกกลุ่มเข้ามาในกระบวนการหลังจากกลุ่มก่อนหน้า comes behind it บอกลำดับของกระบวนการว่า กลุ่มนี้ทำงานต่อจากระบบก่อนหน้า ไม่ได้หมายความว่าเดินอยู่ข้างหลังจริง ๆ วลีบอกจุดประสงค์ to check อธิบายว่าทำไมกลุ่มที่สองจึงตามมา เมื่อรวมกันแล้ว ส่วนเหล่านี้จัดลำดับคำอธิบายเป็นการตรวจครั้งแรก แล้วตามด้วยการตรวจครั้งที่สอง

แบบฝึกหัด

ประโยคนี้มีหน้าที่อย่างไรในการอธิบายกระบวนการ?

  1. ประโยคนี้อธิบายว่าโปรตีนเรียงตัวอยู่ข้างหลังกันจริง ๆ
  2. ประโยคนี้บอกว่าทุกกลุ่มเริ่มตรวจสอบพร้อมกันในเวลาเดียวกันพอดี
  3. ประโยคนี้กล่าวถึงกลุ่มที่สองซึ่งเข้ามาตรวจสอบหลังจากขั้นตอนก่อนหน้า
ดูคำตอบ

ประโยคนี้กล่าวถึงกลุ่มที่สองซึ่งเข้ามาตรวจสอบหลังจากขั้นตอนก่อนหน้า

If they find a mismatch, ไวยากรณ์

1:41

หากพวกมันพบการจับคู่ที่ผิดพลาด

they cut out the incorrect nucleotide and replace it. กริยาวลี

1:42

พวกมันจะตัดเอานิวคลีโอไทด์ที่ไม่ถูกต้องออกและแทนที่ใหม่

ไวยากรณ์

If they find ..., they cut out ... and replace it: เงื่อนไขและการตอบสนองทั่วไป

นี่คือประโยคเงื่อนไขที่ใช้ if: If they find a mismatch ระบุเงื่อนไข ส่วน they cut out ... and replace it บอกการตอบสนองเมื่อเงื่อนไขนั้นเกิดขึ้น อนุประโยคทั้งสองใช้ present simple เพราะประโยคนี้อธิบายกระบวนการซ่อมแซมทั่วไปที่เกิดซ้ำได้ ในอนุประโยคผลลัพธ์ cut out และ replace เป็นการกระทำสองอย่างที่มีประธานเดียวกัน และ it หมายถึง incorrect nucleotide

แบบฝึกหัด

ประโยคใดอธิบายการตอบสนองทั่วไปที่เกิดซ้ำได้ของระบบได้ดีที่สุด?

  1. If the sensor detects smoke, the alarm sounds.
  2. If the sensor detects smoke, the alarm will sound.
  3. If the sensor detected smoke, the alarm would sound.
ดูคำตอบ

If the sensor detects smoke, the alarm sounds.

กริยาวลี

cut out the incorrect nucleotide: ตัดนิวคลีโอไทด์ที่ไม่ถูกต้องออก

ในประโยคนี้ cut out หมายถึงนำส่วนที่เลือกไว้ออกจากโครงสร้างที่ใหญ่กว่า นิวคลีโอไทด์ที่ไม่ถูกต้องคือส่วนที่ถูกนำออกจากสาย DNA cut out เน้นการเอาส่วนที่ไม่ต้องการออกจากตำแหน่งเดิม เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ ดังนั้น cut the nucleotide out จึงมีความหมายเหมือนกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ cut out อย่างเป็นธรรมชาติในความหมายว่าเอาส่วนที่ไม่ต้องการและระบุไว้แล้วออกจากองค์รวมที่ใหญ่กว่า

  1. The cook cut off the end of the carrot.
  2. The storm cut off electricity to the village.
  3. The editor cut out the repeated paragraph before publication.
ดูคำตอบ

The editor cut out the repeated paragraph before publication.

This is called mismatch repair. วลี

1:46

กระบวนการนี้เรียกว่า การซ่อมแซมการจับคู่ผิดพลาด

วลี

This is called mismatch repair: การตั้งชื่อให้กระบวนการ

This is called + name เป็นรูปแบบที่ใช้บ่อยเพื่อตั้งชื่อให้สิ่งที่เพิ่งอธิบายไป ในที่นี้ This ชี้กลับไปยังกระบวนการนั้น และ mismatch repair คือชื่อทางวิทยาศาสตร์ของกระบวนการ Is called เป็นรูปประโยคกรรมวาจก กล่าวคือกระบวนการเป็นฝ่ายได้รับชื่อ ไม่ใช่ฝ่ายตั้งชื่อเอง สามารถใช้กลุ่มคำนามที่เจาะจงแทน This ได้ จึงเกิดเป็นรูปแบบทั่วไป X is called Y

แบบฝึกหัด

เติมประโยคบอกชื่อให้สมบูรณ์โดยใช้รูปกรรมวาจกในกาลปัจจุบันของ call: A shape with three sides ____ a triangle.

ดูคำตอบ

is called

Together these two systems ลำดับความ

1:48

เมื่อทั้งสองระบบนี้ทำงานร่วมกัน

ลำดับความ

Together these two systems: รวมสองสาเหตุก่อนกล่าวถึงผลลัพธ์ร่วม

Together ที่อยู่ต้นข้อความบอกให้มองระบบทั้งสองเป็นสาเหตุร่วมกัน ผลลัพธ์ที่ตามมาเกิดจากการทำงานร่วมกันของทั้งสองระบบ ไม่ได้เกิดจากระบบใดระบบหนึ่งเพียงลำพัง คำว่า these two systems ย้อนกลับไปกล่าวถึงระบบสองระบบที่อธิบายไว้แล้ว วลีนี้จึงเปลี่ยนจากการอธิบายกลไกแยกกันไปเป็นการสรุปว่าทั้งสองระบบทำอะไรได้เมื่อทำงานร่วมกัน

แบบฝึกหัด

Together these two systems ส่งสัญญาณอะไรในคำอธิบายนี้?

  1. แนะนำระบบที่สามซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับคำอธิบายก่อนหน้า
  2. รวมระบบสองระบบที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ให้เป็นสาเหตุร่วมของผลลัพธ์ที่ตามมา
  3. บอกว่าระบบทั้งสองทำงานแยกกันและให้ผลลัพธ์ตรงข้ามกัน
ดูคำตอบ

รวมระบบสองระบบที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ให้เป็นสาเหตุร่วมของผลลัพธ์ที่ตามมา

reduce the number of base mismatch errors วลี

1:49

จะช่วยลดจำนวนข้อผิดพลาดในการจับคู่เบส

to about one in 1 billion.

1:52

ให้เหลือประมาณ 1 ในพันล้าน

วลี

reduce the number of ... to ...: บอกระดับสุดท้ายหลังจากลดลง

โครงสร้าง reduce the number of X to + ค่า หมายถึงทำให้จำนวนหรือความถี่ของ X ลดลงจนถึงระดับสุดท้ายที่ระบุไว้ ในที่นี้ X คือ base mismatch errors และ about one in 1 billion คือความถี่ของข้อผิดพลาดที่เหลือหลังจากลดลงแล้ว ในโครงสร้างนี้ to ระบุจุดสิ้นสุดของการเปลี่ยนแปลง ส่วน about บอกว่าตัวเลขเป็นค่าประมาณ One in 1 billion หมายถึงมีข้อผิดพลาดในการจับคู่ประมาณหนึ่งครั้งต่อโอกาสหนึ่งพันล้านครั้ง ไม่ได้หมายถึงกำจัดข้อผิดพลาดไปหนึ่งพันล้านรายการ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเพื่อบอกว่าอุบัติเหตุปีละครั้งคือระดับสุดท้ายใหม่: The safety changes reduced the number of minor accidents ____ one per year.

ดูคำตอบ

to

But DNA can get damaged after replication too. ลำดับความ

1:55

แต่ดีเอ็นเอก็อาจได้รับความเสียหายหลังการจำลองได้เช่นกัน

ลำดับความ

But ... after replication too ในฐานะคำเชื่อมเปลี่ยนประเด็น

But แสดงความขัดแย้งกับประเด็นก่อนหน้าและพาคำอธิบายไปสู่ปัญหาอีกประเภทหนึ่ง ไม่ได้ลบล้างข้อมูลก่อนหน้า แต่เพิ่มอีกกรณีสำคัญว่า ความเสียหายอาจเกิดขึ้นได้แม้หลังการจำลองแบบ คำว่า too ท้ายประโยคหมายถึง “ด้วย” หรือ “เช่นกัน” เมื่อใช้ But และ too ร่วมกัน ผู้ฟังจะเข้าใจว่าปัญหาที่เกิดระหว่างการจำลองแบบยังไม่ใช่เรื่องทั้งหมด และคำอธิบายกำลังเปลี่ยนจากกรณีหนึ่งไปสู่อีกกรณีหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ประโยคนี้เปลี่ยนประเด็นอย่างไร

  1. บอกว่าการจำลองแบบซ่อมแซม DNA ที่เสียหายได้เสมอ
  2. ปฏิเสธแนวคิดที่ว่า DNA อาจเสียหายระหว่างการจำลองแบบ
  3. เพิ่มข้อมูลว่า DNA อาจเสียหายหลังการจำลองแบบได้เช่นกัน
ดูคำตอบ

เพิ่มข้อมูลว่า DNA อาจเสียหายหลังการจำลองแบบได้เช่นกัน

Lots of different molecules

1:59

โมเลกุลหลายชนิด

can cause chemical changes to nucleotides. วลี

2:00

สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมีต่อนิวคลีโอไทด์ได้

วลี

cause chemical changes to nucleotides: ทำให้นิวคลีโอไทด์เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมี

ใน can cause chemical changes to nucleotides ประธานบอกสิ่งที่อาจเป็นต้นเหตุของการเปลี่ยนแปลง cause เชื่อมต้นเหตุนั้นกับผลกระทบ chemical changes บอกผลที่เกิดขึ้น และ to nucleotides ระบุสิ่งที่ได้รับผลกระทบ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ cause + changes to + สิ่งที่ได้รับผลกระทบ ในรูปแบบนี้ to เป็นคำบุพบทที่อยู่หน้าคำนาม ไม่ใช่ตัวบอกกริยารูป infinitive ใน to change

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูปแบบสามคำจากบทเรียน: Strong sunlight can ____ the color of this fabric.

ดูคำตอบ

cause changes to

Some of these come from environmental exposure วลี

2:03

บางส่วนมาจากสภาพแวดล้อมที่เราสัมผัส

วลี

come from environmental exposure: การระบุแหล่งที่มา

ในประโยคนี้ come from หมายถึง “มีสิ่งใดเป็นแหล่งที่มาหรือสาเหตุ” รูปแบบคือ ผลลัพธ์ + come from + แหล่งที่มา โดยสิ่งที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้บางอย่างเป็นผลลัพธ์ และ environmental exposure เป็นแหล่งที่มา คำว่า environmental exposure หมายถึงการสัมผัสปัจจัยภายนอกในสิ่งแวดล้อมรอบตัว เช่น ควัน รังสี หรือสารเคมี ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่การอยู่นอกอาคาร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ come from เพื่อชี้ย้อนจากผลลัพธ์ไปยังแหล่งที่มา

  1. Long-term sun exposure comes from some skin damage.
  2. Some skin damage leads to long-term sun exposure.
  3. Some skin damage comes from long-term sun exposure.
ดูคำตอบ

Some skin damage comes from long-term sun exposure.

like certain compounds in tobacco smoke. วัฒนธรรม

2:06

เช่น สารประกอบบางชนิดในควันบุหรี่

วัฒนธรรม

like certain compounds in tobacco smoke: การยกตัวอย่าง

คำว่า like ในที่นี้ใช้เพื่อนำเสนอตัวอย่าง ข้อความส่วนนี้ยก certain compounds in tobacco smoke เป็น environmental exposure ชนิดหนึ่งที่กล่าวถึงในบรรทัดก่อนหน้า certain หมายถึง “บางชนิดที่เฉพาะเจาะจง” ไม่ใช่ “ทั้งหมด” ส่วน tobacco smoke คือควันที่เกิดจากการเผาไหม้ยาสูบ และคนเราอาจสัมผัสควันนี้โดยตรงขณะสูบหรือผ่านควันมือสอง

แบบฝึกหัด

like certain compounds in tobacco smoke ทำหน้าที่อะไรในข้อความนี้

  1. ข้อความนี้บอกว่าสารประกอบทุกชนิดใน tobacco smoke มีผลเหมือนกัน
  2. ข้อความนี้ยกตัวอย่างที่เฉพาะเจาะจงของ environmental exposure
  3. ข้อความนี้ทำให้ tobacco smoke เป็นคำพ้องความหมายของ environmental exposure
ดูคำตอบ

ข้อความนี้ยกตัวอย่างที่เฉพาะเจาะจงของ environmental exposure

But others are molecules that are found in cells naturally ไวยากรณ์

2:09

แต่บางชนิดก็เป็นโมเลกุลที่พบตามธรรมชาติในเซลล์

ไวยากรณ์

others are molecules that are found in cells naturally: การระบุประเภทด้วยอนุประโยค that

ในประโยคนี้ others หมายถึงสมาชิกส่วนอื่นของกลุ่ม ซึ่งนำมาเปรียบต่างกับสิ่งที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ ส่วน are molecules จัดสมาชิกเหล่านั้นไว้ในประเภทโมเลกุล that are found in cells naturally เป็นอนุประโยคสัมพัทธ์แบบจำกัดความที่ขยาย molecules ในที่นี้ are found หมายถึง “มีอยู่” หรือ “พบได้” ไม่จำเป็นต้องหมายถึง “ถูกค้นพบ” อนุประโยคนี้ระบุว่าเป็นโมเลกุลชนิดที่มีอยู่ตามธรรมชาติในเซลล์ ไม่ใช่สิ่งที่ถูกนำเข้ามาจากภายนอก

แบบฝึกหัด

อนุประโยคสัมพัทธ์ “that are found in cells naturally” ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. บอกว่าโมเลกุลออกตามหาเซลล์
  2. ระบุว่าโมเลกุลเหล่านี้เป็นชนิดที่มีอยู่ตามธรรมชาติในเซลล์
  3. บอกว่าเซลล์ทั้งหมดประกอบขึ้นจากโมเลกุลเหล่านี้เท่านั้น
ดูคำตอบ

ระบุว่าโมเลกุลเหล่านี้เป็นชนิดที่มีอยู่ตามธรรมชาติในเซลล์

like hydrogen peroxide. วัฒนธรรม

2:12

เช่น ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์

วัฒนธรรม

hydrogen peroxide (ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์): โมเลกุลที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติในเซลล์ได้

hydrogen peroxide หมายถึง “ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์” ซึ่งเป็นสารประกอบเคมี H2O2 เซลล์สามารถสร้างสารนี้ในปริมาณเล็กน้อยระหว่างปฏิกิริยาเคมีตามปกติได้ ในที่นี้จึงใช้เป็นตัวอย่างของโมเลกุลที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติภายในเซลล์ การเกิดขึ้นตามธรรมชาติไม่ได้แปลว่าไม่เป็นอันตราย ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ทำปฏิกิริยาได้ง่าย และถ้ามีมากเกินไปก็อาจทำลายส่วนประกอบของเซลล์ได้ ประเด็นคือโมเลกุลที่อาจสร้างความเสียหายไม่จำเป็นต้องมาจากภายนอกเซลล์เสมอไป

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ hydrogen peroxide แสดงให้เห็นเรื่องใด?

  1. โมเลกุลที่ทำปฏิกิริยาได้ง่ายสามารถเกิดขึ้นตามธรรมชาติในเซลล์ได้
  2. โมเลกุลทุกชนิดในเซลล์มาจากมลพิษภายนอก
  3. Hydrogen peroxide เป็นเอนไซม์ที่ซ่อมแซมเซลล์
ดูคำตอบ

โมเลกุลที่ทำปฏิกิริยาได้ง่ายสามารถเกิดขึ้นตามธรรมชาติในเซลล์ได้

Certain chemical changes are so common ไวยากรณ์

2:14

การเปลี่ยนแปลงทางเคมีบางอย่างเกิดขึ้นบ่อยมาก

that they have specific enzymes assigned to reverse the damage. การใช้คำ

2:17

จนมีเอนไซม์เฉพาะที่ได้รับมอบหมายให้แก้ไขความเสียหายนี้

ไวยากรณ์

are so common that: ระดับที่นำไปสู่ผลลัพธ์

โครงสร้าง be + so + คำคุณศัพท์ + อนุประโยค that เชื่อมระดับที่สูงเข้ากับผลที่เกิดขึ้น ในประโยคนี้ are so common that หมายถึงการเปลี่ยนแปลงทางเคมีเกิดขึ้นบ่อยมาก จึงเกิดผลที่ตามหลัง that คือมีเอนไซม์เฉพาะที่ทำหน้าที่แก้ความเสียหาย So ไม่ได้แค่เน้น common ให้แรงขึ้นเท่านั้น เมื่อใช้ร่วมกับ that จะสร้างความสัมพันธ์ระหว่างระดับกับผลลัพธ์ และนำไปใช้กับคำคุณศัพท์อื่นได้ เช่น so dark that, so difficult that หรือ so small that

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างบอกผลลัพธ์ด้วยคำภาษาอังกฤษที่ตรงกันคือ so heavy that: The box was ____ I couldn't lift it.

ดูคำตอบ

so heavy that

การใช้คำ

assigned to reverse the damage: ย้อนผลกระทบที่เกิดขึ้นแล้ว

ในวลี enzymes assigned to reverse the damage โครงสร้าง assigned to + กริยารูปพื้นฐาน แสดงว่าเอนไซม์มีหน้าที่หรือจุดประสงค์เฉพาะ หน้าที่นั้นคือ reverse the damage ในที่นี้ reverse หมายถึงการต้านการเปลี่ยนแปลงที่เป็นอันตราย และทำให้สภาพกลับเข้าใกล้สภาพก่อนหน้า ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ถอยหลังจริง ๆ และไม่ได้รับประกันว่าจะฟื้นกลับมาได้ทั้งหมดเสมอไป

แบบฝึกหัด

ในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ reverse the damage น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด?

  1. หมุนวัตถุที่เสียหายให้หันไปในทิศตรงข้าม
  2. ลดหรือย้อนผลของความเสียหายที่เกิดขึ้นแล้ว
  3. หยุดความเสียหายทุกอย่างก่อนที่จะเกิดขึ้น
ดูคำตอบ

ลดหรือย้อนผลของความเสียหายที่เกิดขึ้นแล้ว

But the cell also has more general repair pathways. การใช้คำ

2:21

แต่เซลล์ยังมีเส้นทางการซ่อมแซมแบบทั่วไปมากกว่าด้วย

การใช้คำ

more general repair pathways: การใช้ได้กับกรณีที่กว้างกว่า

ในบริบททางวิทยาศาสตร์นี้ general หมายถึงใช้ได้กับกรณีที่หลากหลายกว่า ไม่ใช่ออกแบบมาเพื่อความเสียหายชนิดใดชนิดหนึ่งโดยเฉพาะ more general เป็นการเปรียบเทียบวิถีเหล่านี้กับระบบซ่อมแซมที่มีขอบเขตแคบและเฉพาะทางกว่า repair pathway คือชุดขั้นตอนระดับเซลล์ที่ทำงานประสานกันเพื่อตรวจหาและซ่อมแซมความเสียหาย ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงกลไกการซ่อมแซมที่ครอบคลุมกว่า ไม่ใช่คำอธิบายเรื่องการซ่อมแซมแบบกว้าง ๆ หรือแบบเกริ่นนำ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ a more general repair pathway หมายถึงอะไร

  1. คำอธิบายการซ่อมแซมอย่างง่ายที่ไม่มีหน้าที่ทางชีววิทยา
  2. วิถีที่ออกแบบมาเพื่อความเสียหายเฉพาะเจาะจงมากเพียงชนิดเดียว
  3. กลไกการซ่อมแซมที่จัดการความเสียหายได้หลายชนิด
ดูคำตอบ

กลไกการซ่อมแซมที่จัดการความเสียหายได้หลายชนิด

If just one base is damaged, ไวยากรณ์

2:25

หากมีเบสเพียงตัวเดียวที่เสียหาย

it can usually be fixed by a process called base excision repair. วัฒนธรรม

2:27

มักจะสามารถแก้ไขได้ด้วยกระบวนการที่เรียกว่า การซ่อมแซมโดยการตัดเบสออก

ไวยากรณ์

If ... is damaged, it can usually be fixed by ...: เงื่อนไขและรูปถูกกระทำที่มีคำกริยาช่วย

อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย if กำหนดเงื่อนไขว่ามีเบสเสียหายเพียงหนึ่งตัว ตรงนี้ just จำกัดจำนวนให้เหลือหนึ่ง is damaged เป็นรูปถูกกระทำ เพราะเบสเป็นฝ่ายได้รับความเสียหาย และ it ย้อนกลับไปหมายถึงเบสนั้น อนุประโยคหลักใช้ can + be + กริยาช่อง 3 คือ can usually be fixed รูปถูกกระทำที่มีคำกริยาช่วยนี้บอกว่า ภายใต้เงื่อนไขดังกล่าว โดยทั่วไปแล้วสามารถซ่อมแซมได้ แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะได้ทุกครั้ง ส่วน by ท้ายข้อความเป็นจุดเริ่มต้นของวลีที่จะบอกวิธีหรือกระบวนการซ่อมแซม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้เงื่อนไขที่มี if แล้วตามด้วย can + be + กริยาช่อง 3 ได้ถูกต้อง

  1. If one part is damaged, it can usually replace.
  2. If one part damages, it can usually be replaced.
  3. If one part is damaged, it can usually be replaced.
ดูคำตอบ

If one part is damaged, it can usually be replaced.

วัฒนธรรม

process called base excision repair: กระบวนการที่เรียกว่า “การซ่อมแซมแบบตัดเบสออก”

called base excision repair ขยายคำว่า process และบอกชื่อของกระบวนการนี้ เป็นรูปย่อของอนุประโยคสัมพันธ์ โดย a process called base excision repair มีความหมายเท่ากับ a process that is called base excision repair base excision repair คือกลไกซ่อมแซม DNA ที่นำเบสซึ่งเสียหายออก เพื่อให้แทนที่ด้วยเบสที่ถูกต้องได้ คำว่า excision หมายถึง “การตัดออก” จึงช่วยปูความเข้าใจไปสู่การที่เอนไซม์ snips out เบสที่เสียหายในประโยคถัดไป

แบบฝึกหัด

ใน base excision repair คำว่า excision อธิบายการกระทำใด?

  1. การนำเบสที่เสียหายออก
  2. การคัดลอกโมเลกุล DNA ทั้งหมด
  3. การเชื่อมเซลล์สองเซลล์เข้าด้วยกัน
ดูคำตอบ

การนำเบสที่เสียหายออก

One enzyme snips out the damaged base กริยาวลี

2:32

เอนไซม์ตัวหนึ่งจะตัดเบสที่เสียหายออกไป

กริยาวลี

snips out the damaged base: ตัดเบสที่เสียหายออก

snips out หมายถึงการนำชิ้นส่วนเล็ก ๆ ออกด้วยการตัดที่แม่นยำ คำว่า snip ให้ภาพของการตัดเล็ก ๆ อย่างรวดเร็ว ส่วน out แสดงว่าชิ้นส่วนนั้นถูกนำออกจากส่วนที่ใหญ่กว่า ตรงนี้เป็นคำเปรียบเทียบทางวิทยาศาสตร์ที่ช่วยให้เห็นภาพ เอนไซม์ไม่ได้ใช้กรรไกรจริง ๆ แต่กำจัดเบสที่เสียหายด้วยปฏิกิริยาเคมี วลีนี้ทำให้จินตนาการถึงการกำจัดส่วนเล็กมากอย่างตรงจุดได้ง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ snip out ได้เป็นธรรมชาติที่สุดเพื่อบอกว่าตัดชิ้นส่วนเล็ก ๆ จากด้านในของส่วนที่ใหญ่กว่า?

  1. Maya snipped off the loose end of the thread.
  2. Maya snipped the coupon out of the sheet.
  3. Maya cut down the old tree.
ดูคำตอบ

Maya snipped the coupon out of the sheet.

and other enzymes come in to trim around the site and replace the nucleotides. กริยาวลี

2:34

และเอนไซม์ตัวอื่น ๆ จะเข้ามาตัดแต่งบริเวณนั้นและใส่นิวคลีโอไทด์ทดแทน

กริยาวลี

come in to trim around the site: เข้าร่วมกระบวนการเพื่อตัดแต่งรอบตำแหน่งที่เสียหาย

ในที่นี้ come in หมายถึงการเข้าร่วมและมีบทบาทในกระบวนการที่กำลังดำเนินอยู่ ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการเดินเข้าไปในห้อง เอนไซม์ชนิดอื่นเข้าร่วมลำดับการซ่อมแซมหลังจากขั้นตอนก่อนหน้าได้เริ่มขึ้นแล้ว รูป infinitive to trim บอกจุดประสงค์ของการเข้าร่วม ส่วน trim around the site หมายถึงการนำสิ่งที่ไม่ต้องการออกหรือตัดแต่งวัสดุรอบตำแหน่งที่เสียหาย และ site หมายถึงตำแหน่งเฉพาะในโมเลกุล

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ come in ในความหมายว่าเข้าร่วมกระบวนการที่กำลังดำเนินอยู่และทำงานขั้นต่อไป?

  1. The statistician comes from Canada.
  2. The statistician comes into the building at nine.
  3. Once the researchers collect the data, a statistician comes in to analyze it.
ดูคำตอบ

Once the researchers collect the data, a statistician comes in to analyze it.

UV light can cause damage

2:41

แสงยูวีอาจทำให้เกิดความเสียหาย

that's a little harder to fix. ไวยากรณ์

2:43

ที่ซ่อมแซมยากขึ้นอีกนิด

ไวยากรณ์

that's a little harder to fix: ซ่อมแซมได้ยากขึ้นเล็กน้อย

That's เป็นรูปย่อของ that is อนุประโยคสัมพัทธ์ that is a little harder to fix ขยายคำว่า damage และบอกว่าแสงยูวีอาจก่อให้เกิดความเสียหายแบบใด A little ขยายคำขั้นกว่า harder จึงสื่อว่าความยากเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยและให้ระดับความหมายที่เบากว่า much harder ส่วน harder to fix หมายถึงซ่อมแซมได้ยากกว่า โดยสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบอาจเข้าใจได้จากบริบท

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ a little + รูป comparative ของ hard + to: This puzzle is ____ solve than the first one.

ดูคำตอบ

a little harder to

Sometimes it causes two adjacent nucleotides to stick together, โน้ต

2:45

บางครั้งมันทำให้นิวคลีโอไทด์สองตัวที่อยู่ติดกันเชื่อมติดกัน

การใช้คำ

two adjacent nucleotides: adjacent หมายถึงอยู่ติดกันโดยตรง

ในวลี two adjacent nucleotides คำว่า adjacent หมายถึงนิวคลีโอไทด์สองตัวอยู่ติดกันโดยตรงในลำดับ และไม่มีนิวคลีโอไทด์ตัวอื่นคั่นกลาง เป็นคำคุณศัพท์ที่วางหน้า nucleotides ความหมายนี้ใช้กับการจัดเรียงทางกายภาพหรือสิ่งที่มีลำดับแบบอื่นได้ด้วย เช่น adjacent cells, seats หรือ pages หมายถึงสิ่งที่อยู่ติดกันโดยตรง

แบบฝึกหัด

ตู้ล็อกเกอร์สองตู้อยู่ติดกันโดยตรงโดยไม่มีตู้อื่นคั่นกลาง ประโยคใดบอกความหมายนี้ได้แม่นยำที่สุด

  1. The two lockers are adjacent.
  2. The two lockers are far apart.
  3. The two lockers are nearby.
ดูคำตอบ

The two lockers are adjacent.

กริยาวลี

to stick together: ยึดติดเข้าหากัน

ในที่นี้ to stick together หมายถึงยึดหรือติดเข้าหากันแทนที่จะแยกจากกัน Stick บอกถึงการยึดติด ส่วน together แสดงว่าการยึดติดนั้นเกิดขึ้นระหว่างนิวคลีโอไทด์สองตัว วลีนี้เป็น infinitive ในโครงสร้าง cause + object + to + verb เช่น causes two adjacent nucleotides to stick together ในบริบทอื่น stick together อาจหมายถึงคนที่ยังคงสามัคคีกัน แต่ประโยคนี้ใช้ความหมายทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ stick together: After the labels got wet, they ____ inside the box.

ดูคำตอบ

stuck together

distorting the DNA's double helix shape. ไวยากรณ์

2:49

ทำให้รูปร่างเกลียวคู่ของดีเอ็นเอบิดเบี้ยวไป

ไวยากรณ์

distorting the DNA's double helix shape: อนุประโยค -ing ที่บอกผลลัพธ์

ส่วนที่ขึ้นต้นด้วย distorting เป็นอนุประโยคกริยารูป -ing ที่ต่อจากประโยคหลักก่อนหน้า โดยบอกผลของเหตุการณ์นั้นว่าเกลียวคู่ของ DNA สูญเสียรูปร่างปกติ ส่วนนี้ไม่ได้เพิ่มกาลใหม่หรือการกระทำอีกอย่างที่ไม่เกี่ยวข้อง ในที่นี้ให้เข้าใจรูปแบบ “ประโยคหลัก, อนุประโยค -ing” ว่า “เหตุการณ์หลักเกิดขึ้นและทำให้เกิดผลนี้ตามมา”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยค -ing เพื่อแสดงผลโดยตรงของเหตุการณ์ก่อนหน้า?

  1. The door slammed shut after the baby woke.
  2. The door slammed shut, waking the baby.
  3. The door slammed shut because the baby woke.
ดูคำตอบ

The door slammed shut, waking the baby.

Damage like this requires a more complex process ลำดับความ

2:52

ความเสียหายแบบนี้ต้องอาศัยกระบวนการที่ซับซ้อนขึ้น

ลำดับความ

Damage like this: การย้อนกลับไปอ้างถึงข้อมูลก่อนหน้า

ใน Damage like this คำว่า this ย้อนกลับไปชี้ถึงประเภทของความเสียหายที่เพิ่งอธิบายไว้ก่อนหน้า ซึ่งในที่นี้คือความเสียหายจากรังสี UV ที่ทำให้นิวคลีโอไทด์ข้างเคียงติดกันและทำให้ DNA บิดเบี้ยว like this หมายถึง “ความเสียหายประเภทนี้” จึงไม่ได้หมายถึงความเสียหายที่อยู่ใกล้ผู้พูดทางกายภาพ วลีนี้ย่อคำอธิบายยาว ๆ ก่อนหน้าให้เป็นนามวลีสั้น ๆ ทำให้คำอธิบายทางวิทยาศาสตร์พูดถึงปัญหาเดิมต่อได้ เช่น ต่อไปจะเกิดอะไรขึ้นหรือซ่อมแซมอย่างไร โดยไม่ต้องกล่าวรายละเอียดทั้งหมดซ้ำ

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคภาษาอังกฤษสองประโยคนี้: “The screen cracked when the phone fell. Damage like this can be expensive to repair.” Damage like this หมายถึงอะไร?

  1. ปัญหาทุกอย่างที่อาจเกิดกับโทรศัพท์
  2. ความเสียหายของหน้าจอประเภทที่เพิ่งอธิบายไป
  3. ความเสียหายที่อยู่ใกล้ผู้พูดทางกายภาพ
ดูคำตอบ

ความเสียหายของหน้าจอประเภทที่เพิ่งอธิบายไป

called nucleotide excision repair. วัฒนธรรม

2:55

ที่เรียกว่า การซ่อมแซมโดยการตัดนิวคลีโอไทด์ออก

วัฒนธรรม

called nucleotide excision repair: การบอกชื่อวิถีซ่อมแซม

called nucleotide excision repair เป็นการบอกชื่อของวิถีซ่อมแซม DNA ที่เพิ่งกล่าวถึง โดย called ในที่นี้หมายถึง “เรียกว่า” ความหมายเต็มคือ “วิถีที่เรียกว่า nucleotide excision repair” การซ่อมแซมแบบตัดนิวคลีโอไทด์ออกจะนำ DNA ช่วงสั้น ๆ ที่มีความเสียหายออก แล้วสร้างส่วนที่ขาดขึ้นใหม่ จุดนี้ช่วยให้แยกจากการซ่อมแซมแบบตัดเบสออก ซึ่งเริ่มจากการนำเบสที่เสียหายออก

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ nucleotide excision repair มากที่สุด

  1. นำ DNA ช่วงสั้น ๆ ที่มีความเสียหายออก
  2. คัดลอกโครโมโซมทั้งหมดโดยไม่ตรวจหาความเสียหาย
  3. เริ่มจากนำเบสที่เสียหายออกโดยตรง
ดูคำตอบ

นำ DNA ช่วงสั้น ๆ ที่มีความเสียหายออก

A team of proteins removes a long strand สำนวน

2:58

กลุ่มโปรตีนจะถอดสายยาว

สำนวน

A team of proteins: คำเปรียบเทียบเรื่องการทำงานเป็นทีม

ใน A team of proteins คำว่า team เป็นคำเปรียบเทียบที่สื่อว่าโปรตีนหลายชนิดทำงานร่วมกันในกระบวนการทางชีววิทยาเดียวกัน โปรตีนแต่ละชนิดสามารถทำหน้าที่ต่างกันได้ เหมือนสมาชิกในทีมของมนุษย์ วลีนี้ช่วยให้จินตนาการถึงกระบวนการระดับจุลภาคได้ง่ายขึ้น ไม่ได้หมายความว่าโปรตีนคิด วางแผน หรือรวมตัวเป็นทีมแบบมนุษย์จริง ๆ

แบบฝึกหัด

A team of proteins หมายถึงอะไรในบริบททางวิทยาศาสตร์นี้

  1. โปรตีนหลายชนิดทำงานร่วมกันในกระบวนการเดียวกัน
  2. โปรตีนเหล่านี้เป็นคนในทีมกีฬา
  3. โปรตีนชนิดเดียวทำทุกหน้าที่ตามลำพัง
ดูคำตอบ

โปรตีนหลายชนิดทำงานร่วมกันในกระบวนการเดียวกัน

of 24 or so nucleotides การใช้คำ

3:01

ที่มีนิวคลีโอไทด์ราว 24 ตัว

การใช้คำ

24 or so nucleotides: ใช้ or so หลังจำนวนเพื่อบอกค่าประมาณ

เมื่อวาง or so หลังตัวเลขหรือปริมาณ จะหมายถึง “ประมาณเท่านั้น” ในที่นี้ 24 or so nucleotides หมายถึงนิวคลีโอไทด์ประมาณ 24 ตัว ไม่จำเป็นต้องเท่ากับ 24 ตัวพอดี รูปแบบคือ ปริมาณ + or so เช่น ten minutes or so และ a hundred pages or so รูปแบบนี้ให้ค่าประมาณโดยไม่ได้กำหนดขอบเขตบนหรือล่างที่แน่นอน

แบบฝึกหัด

ใช้ or so เติมประโยคบอกค่าประมาณให้สมบูรณ์: The tour takes forty minutes ____.

ดูคำตอบ

or so

and replaces them with fresh ones. การใช้คำ

3:04

และนำอันใหม่มาแทนที่

การใช้คำ

replaces them with fresh ones: รูปแบบ replace A with B

รูปแบบ replace A with B หมายถึงเอา A ออกหรือเลิกใช้ A แล้วนำ B มาใส่แทน ในที่นี้ them คือ A ซึ่งหมายถึงนิวคลีโอไทด์ที่ถูกเอาออก ส่วน fresh ones คือ B คำว่า ones ใช้แทนคำนามนับได้พหูพจน์ nucleotides เพื่อไม่ต้องพูดคำนั้นซ้ำ fresh ในที่นี้หมายถึง “ใหม่ ไม่เสียหาย และพร้อมใช้งาน” ไม่ได้พูดถึงความสดของอาหาร แต่บอกว่านิวคลีโอไทด์ที่นำมาแทนเป็นหน่วยที่ใช้งานได้ ไม่ใช่หน่วยที่เสียหาย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าทีมงานถอดตัวกรองที่เสียหายออกแล้วติดตั้งตัวกรองใหม่?

  1. The crew replaced the damaged filters with fresh ones.
  2. The crew replaced the damaged filters from fresh ones.
  3. The crew replaced fresh filters with damaged ones.
ดูคำตอบ

The crew replaced the damaged filters with fresh ones.

Very high frequency radiation like gamma rays and X-rays วลี

3:06

รังสีที่มีความถี่สูงมาก เช่น รังสีแกมมาและรังสีเอกซ์

วลี

Very high frequency radiation: หาคำนามหลัก

ในนามวลีนี้ radiation เป็นคำนามหลัก กล่าวคือ วลีทั้งหมดใช้เรียกรังสีชนิดหนึ่ง frequency ระบุคุณสมบัติที่กำลังอธิบาย high บอกว่าความถี่สูง และ very เพิ่มระดับของ high ให้แยกวลีจากขวาไปซ้ายเป็นรังสีที่มีความถี่สูงมาก very ขยาย high ไม่ได้ขยาย radiation วิธีอ่านจากขวาไปซ้ายนี้ช่วยให้เข้าใจนามวลีทางวิทยาศาสตร์อื่นที่มีข้อมูลหนาแน่นได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ความหมายใดตรงกับโครงสร้างของ Very high frequency radiation?

  1. รังสีที่มีความถี่สูงมาก
  2. ความถี่ที่ทำให้เกิดรังสีที่สูงมาก
  3. รังสีที่อยู่สูงมากในอวกาศ
ดูคำตอบ

รังสีที่มีความถี่สูงมาก

วลี

like gamma rays and X-rays: การใช้ like เพื่อยกตัวอย่าง

ในที่นี้ like เป็นคำบุพบทที่ใช้ยกตัวอย่าง gamma rays และ X-rays เป็นสมาชิกของกลุ่มใหญ่ที่กำลังกล่าวถึง ดังนั้น like จึงหมายถึง “ตัวอย่างเช่น” หรือ “เช่น” วิธีตรวจสอบที่ใช้ได้จริงคือดูว่าคำหลัง like เป็นตัวอย่างของกลุ่มที่กล่าวไว้ก่อนหน้าหรือไม่ like ในที่นี้ไม่ใช่คำกริยาที่หมายถึง “ชอบ” และไม่ได้เพียงบอกว่ารังสีเหล่านั้นคล้ายกับกลุ่มดังกล่าว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ like เพื่อยกตัวอย่างสิ่งที่อยู่ในกลุ่มใหญ่กว่า?

  1. Maya likes her new science book.
  2. Protective gear, like gloves and goggles, can reduce risk.
  3. The cloud looks like a dragon.
ดูคำตอบ

Protective gear, like gloves and goggles, can reduce risk.

cause a different kind of damage.

3:10

ทำให้เกิดความเสียหายที่ต่างออกไป

They can actually sever one or both strands การใช้คำ

3:12

พวกมันสามารถตัดสายดีเอ็นเอให้ขาดได้เลย ไม่ว่าจะเป็นสายเดียวหรือสองสาย

of the DNA backbone. การใช้คำ

3:16

ของแกนหลักดีเอ็นเอ

การใช้คำ

sever one or both strands: ตัดการเชื่อมต่อให้ขาดโดยสมบูรณ์

sever หมายถึงการตัดหรือทำให้สิ่งที่เชื่อมต่อกันขาดออกจากกันโดยสมบูรณ์ ในประโยคนี้หมายถึงความเสียหายที่อาจทำให้สาย DNA หนึ่งสายหรือทั้งสองสายขาด ไม่ใช่เพียงกระทบที่พื้นผิว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ sever ได้เป็นธรรมชาติที่สุด

  1. He severed an apple into slices for a snack.
  2. The collision severed the power cable and cut off electricity.
  3. She severed a sheet of paper for her art project.
ดูคำตอบ

The collision severed the power cable and cut off electricity.

การใช้คำ

the DNA backbone: สายโครงสร้างหลักของ DNA

DNA backbone คือสายโซ่ที่ประกอบด้วยหมู่น้ำตาลและฟอสเฟตเรียงซ้ำกันตามด้านนอกของ DNA แต่ละสาย โครงสร้างนี้เป็นกรอบต่อเนื่องของสาย DNA ในประโยคนี้ การตัด backbone หมายถึงการทำลายสายโซ่เคมีนี้ใน DNA หนึ่งสายหรือทั้งสองสาย backbone ในที่นี้เป็นการใช้เชิงวิทยาศาสตร์ หมายถึงโครงสร้างหลักที่ช่วยค้ำจุน ไม่ใช่กระดูกสันหลังของมนุษย์

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ the DNA backbone หมายถึงอะไร

  1. อวัยวะขนาดเล็กรูปร่างเหมือนกระดูกสันหลังภายในเซลล์
  2. เปลือกโปรตีนป้องกันที่หุ้มโมเลกุล DNA ทั้งหมด
  3. สายโซ่น้ำตาล-ฟอสเฟตที่เรียงซ้ำและสร้างกรอบโครงสร้างของ DNA แต่ละสาย
ดูคำตอบ

สายโซ่น้ำตาล-ฟอสเฟตที่เรียงซ้ำและสร้างกรอบโครงสร้างของ DNA แต่ละสาย

Double strand breaks are the most dangerous. การใช้คำ

3:18

การแตกหักของสายเกลียวคู่เป็นสิ่งที่อันตรายที่สุด

การใช้คำ

Double strand breaks: การแตกหักของสาย DNA ทั้งสองสาย

“Double strand breaks” เป็นรูปพหูพจน์ของศัพท์วิทยาศาสตร์ double-strand break หมายถึงความเสียหายที่สายทั้งสองของโมเลกุล DNA เดียวขาดตรงตำแหน่งเดียวกันหรือใกล้กัน ประโยคนี้จึงบอกว่าการแตกหักชนิดนี้อันตรายเป็นพิเศษ ในวลีนี้ breaks เป็นคำนามหลัก ส่วน double strand ระบุชนิดของการแตกหัก ในงานเขียนวิทยาศาสตร์ที่ผ่านการตรวจแก้ มักเขียนคำขยายประสมนี้โดยใช้เครื่องหมายยัติภังค์เป็น double-strand breaks

แบบฝึกหัด

double-strand breaks ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. การแตกหักที่ทำให้สายทั้งสองของโมเลกุล DNA เดียวขาด
  2. การแตกหักที่ทำให้สาย DNA หนึ่งสายโค้งงอแต่ไม่ขาด
  3. โมเลกุล DNA สองโมเลกุลแยกออกจากกัน
ดูคำตอบ

การแตกหักที่ทำให้สายทั้งสองของโมเลกุล DNA เดียวขาด

Even one can cause cell death. ไวยากรณ์

3:21

แม้แต่รอยเดียวก็ทำให้เซลล์ตายได้

ไวยากรณ์

Even one: แม้มีเพียงหนึ่งเดียว

ใน Even one คำว่า even เน้นจำนวน one และหมายถึง “แม้มีเพียงหนึ่งเดียว” หรือ “เพียงหนึ่งเดียวก็เพียงพอแล้ว” ทำให้จำนวนขั้นต่ำนี้ฟังดูน่าประหลาดใจหรือน่ากังวล ในที่นี้ one ใช้แทนการแตกหักของ DNA แบบสองสายหนึ่งจุด ประโยคนี้ไม่ได้เพียงบอกอย่างเป็นกลางว่ารอยแตกหนึ่งจุดอาจทำให้เซลล์ตาย แต่เตือนว่าอันตรายเริ่มต้นตั้งแต่จำนวนต่ำที่สุดที่เป็นไปได้

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่หมายถึง “แม้มีเพียงหนึ่งเดียว” เพื่อให้คำเตือนสมบูรณ์: ____ missing page can make the instructions hard to follow.

ดูคำตอบ

Even one

The two most common pathways ลำดับความ

3:23

สองเส้นทางที่พบบ่อยที่สุด

for repairing double strand breaks

3:25

สำหรับการซ่อมแซมการแตกหักของสายเกลียวคู่

are called homologous recombination and non-homologous end joining. วัฒนธรรม

3:27

เรียกว่า โฮโมโลกัส รีคอมบิเนชัน (Homologous recombination) และ น็อนโฮโมโลกัส เอนด์ จอยนิง (Non-homologous end joining)

ลำดับความ

The two most common: เกริ่นถึงสองประเภทที่พบบ่อยที่สุด

“The two most common” บอกทั้งจำนวนและเกณฑ์การเลือก: จะมีสองรายการตามมา และเป็นรายการที่พบได้บ่อยที่สุด ในประโยคนี้ วลีดังกล่าววางกรอบการจัดประเภทก่อนจะบอกชื่อวิถีการซ่อมแซมสองแบบ วลีนี้ไม่ได้หมายความว่ามีเพียงสองวิถีเท่านั้น แต่ช่วยให้ผู้ฟังจัดระเบียบข้อมูลที่จะตามมาได้ โดยเริ่มจากกรอบ แล้วจึงตามด้วยชื่อทั้งสอง

แบบฝึกหัด

“the two most common pathways” บอกอะไรแก่ผู้ฟัง?

  1. อาจมีได้เพียงสองวิถีเท่านั้น
  2. จะมีการบอกชื่อสองวิถี และเป็นวิถีที่พบได้บ่อยที่สุด
  3. ผู้พูดกำลังจะอธิบายวิถีที่ไม่ค่อยพบหนึ่งแบบ
ดูคำตอบ

จะมีการบอกชื่อสองวิถี และเป็นวิถีที่พบได้บ่อยที่สุด

วัฒนธรรม

homologous recombination ... non-homologous end joining: สองวิถีการซ่อมแซม DNA

homologous recombination (การรวมตัวใหม่แบบอาศัยความเหมือน) และ non-homologous end joining (การเชื่อมปลายแบบไม่อาศัยความเหมือน) เป็นสองวิธีที่เซลล์ใช้ซ่อมแซมการแตกหักที่เกิดกับ DNA ทั้งสองสาย homologous recombination ใช้ลำดับ DNA ที่ตรงกันหรือคล้ายกันมาก ซึ่งมักเป็นสำเนาคู่เหมือน เป็นแนวทางในการซ่อมแซม non-homologous end joining ไม่ใช้แม่แบบที่ตรงกันในลักษณะนั้น แต่จะจัดการและเชื่อมปลายที่ขาดกลับเข้าหากันโดยตรง สำหรับประโยคนี้ ให้จำความต่างสำคัญว่าเป็นการซ่อมแซมโดยมีแม่แบบนำทาง เทียบกับการเชื่อมปลายโดยตรง

แบบฝึกหัด

ข้อความใดแยกความแตกต่างของสองวิถีนี้ได้ถูกต้อง?

  1. homologous recombination เชื่อมโปรตีน ส่วน non-homologous end joining คัดลอก RNA
  2. ทั้งสองวิถีใช้แม่แบบ DNA ที่ตรงกันเสมอ
  3. homologous recombination ใช้แม่แบบ DNA ที่ตรงกัน ส่วน non-homologous end joining ไม่ใช้
ดูคำตอบ

homologous recombination ใช้แม่แบบ DNA ที่ตรงกัน ส่วน non-homologous end joining ไม่ใช้

Homologous recombination uses an undamaged section วลี

3:33

โฮโมโลกัส รีคอมบิเนชัน จะใช้ส่วนที่ไม่เสียหาย

of similar DNA as a template.

3:36

ของดีเอ็นเอที่คล้ายกันมาเป็นแม่แบบ

วลี

use A as B: ใช้ A ในบทบาทของ B

โครงสร้าง use A as B หมายถึงการใช้ A ในบทบาทหรือหน้าที่ของ B ในประโยคนี้ A คือ an undamaged section of similar DNA และ B คือ a template ในที่นี้ as บอกหน้าที่ที่ A ทำจริง ๆ ไม่ได้เพียงบอกว่า A คล้ายกับ B โครงสร้างนี้ใช้เพื่ออธิบายว่าสิ่งของ วัสดุ หรือข้อมูลมีหน้าที่อะไรในกระบวนการหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมคำที่หายไปเพื่อให้โครงสร้าง use A as B สมบูรณ์: The campers used a tarp ____ a roof.

ดูคำตอบ

as

Enzymes interlace the damaged and undamgaed strands, การใช้คำ

3:39

เอนไซม์จะสานสายที่เสียหายและไม่เสียหายเข้าด้วยกัน

การใช้คำ

interlace the strands: ทำให้สายไขว้และสอดประสานกัน

Interlace หมายถึงการทำให้ส่วนที่แยกจากกันและมีลักษณะยาวหรือแคบไขว้สลับบนล่างกันราวกับกำลังทอ ในประโยคนี้ เอนไซม์ทำให้ DNA สองสายเข้ากันในลักษณะที่สอดประสาน คำกริยานี้สื่อมากกว่าการสัมผัสกันธรรมดา เพราะส่วนต่าง ๆ สอดผ่านระหว่างกันหรือไขว้ผ่านกัน

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ interlace the strands มากที่สุด

  1. ทำให้สายต่าง ๆ ไขว้และสอดประสานกัน
  2. ทำให้สายต่าง ๆ แตะกันชั่วครู่ที่จุดเดียว
  3. วางสายต่าง ๆ ไว้ข้างกันโดยไม่ให้ไขว้กัน
ดูคำตอบ

ทำให้สายต่าง ๆ ไขว้และสอดประสานกัน

get them to exchange sequences of nucleotides, ไวยากรณ์

3:43

เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนลำดับนิวคลีโอไทด์

ไวยากรณ์

get them to exchange ...: get + กรรม + to-infinitive

ใน get them to exchange... คำว่า get ใช้โครงสร้าง get + กรรม + to-infinitive โดย them เป็นกรรมที่ได้รับผล และ to exchange เป็นการกระทำที่สิ่งเหล่านั้นถูกทำให้ทำ ในที่นี้ get หมายถึง “ทำให้เกิดขึ้น” ไม่ได้หมายถึง “ได้รับ” หรือ “ได้มา” โครงสร้างนี้ใช้ได้กับคน เครื่องจักร และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เมื่อกรรมไม่ใช่คน โครงสร้างนี้ไม่ได้สื่อถึงการโน้มน้าว แต่เพียงแสดงว่ากระบวนการหนึ่งทำให้เกิดอีกการกระทำหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ใช้กริยาในวงเล็บเติมโครงสร้างแสดงการทำให้เกิดการกระทำให้สมบูรณ์: The coach got the players ____ the drill again. (repeat)

ดูคำตอบ

to repeat

and finally fill in the missing gaps กริยาวลี

3:46

และสุดท้ายก็จะเติมเต็มช่องว่างที่หายไป

กริยาวลี

fill in the missing gaps: เติมส่วนที่ขาดหายไป

fill in the missing gaps หมายถึงการเพิ่มส่วนที่ขาดหายไปเพื่อทำให้สิ่งหนึ่งสมบูรณ์ fill in เป็น phrasal verb ส่วน gaps คือจุดที่เนื้อหาหรือข้อมูลขาดหายไป ในประโยคนี้ gaps คือส่วนที่ขาดในลำดับนิวคลีโอไทด์ วลีเดียวกันนี้ใช้กับช่องว่าง รายละเอียดที่หายไป หรือขั้นตอนที่ขาดได้ โดยหมายถึงการเติมให้สมบูรณ์ ไม่ใช่การเติมภาชนะให้เต็ม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย fill และคำที่ตามหลังที่ถูกต้อง: The researcher asked us to ____ the missing labels on the chart.

ดูคำตอบ

fill in

to end up with two complete double-stranded segments. กริยาวลี

3:49

ทำให้ได้ชิ้นส่วนดีเอ็นเอสายคู่ที่สมบูรณ์สองอัน

กริยาวลี

end up with + คำนาม: ผลลัพธ์สุดท้ายของกระบวนการ

end up with + คำนาม หมายความว่าเมื่อกระบวนการสิ้นสุดลง คนหรือสิ่งหนึ่งได้ มี หรือก่อให้เกิดผลลัพธ์นั้นในท้ายที่สุด ในประโยคนี้ผลลัพธ์คือ two complete double-stranded segments วลีนี้เน้นจุดปลายของกระบวนการ ไม่ใช่แต่ละขั้นตอน บางครั้งอาจสื่อว่าผลลัพธ์ไม่ได้เป็นไปตามแผน แต่ในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์เช่นประโยคนี้ ก็ใช้บอกอย่างเป็นกลางได้ว่ากระบวนการทำให้เกิดอะไรขึ้น

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ end up with เติมประโยคให้สมบูรณ์: After sorting all the pieces, we ____ three complete sets.

ดูคำตอบ

ended up with

Non-homologous end joining on the other hand ลำดับความ

3:53

ในทางตรงกันข้าม น็อนโฮโมโลกัส เอนด์ จอยนิง

doesn't rely on a template. วลี

3:55

ไม่ได้อาศัยแม่แบบ

ลำดับความ

on the other hand: เปลี่ยนไปยังประเด็นที่สองซึ่งต่างกัน

on the other hand บอกผู้ฟังให้นำประเด็นถัดไปไปเปรียบเทียบกับประเด็นที่กล่าวไว้แล้ว ในที่นี้ สำนวนนี้เปลี่ยนความสนใจจากวิถีการซ่อมแซม DNA แบบหนึ่งไปสู่อีกวิถีหนึ่งที่ไม่ต้องพึ่งแม่แบบ สำนวนนี้วางไว้ต้นประโยคหรือใช้เป็นคำเชื่อมแทรกในอนุประโยคก็ได้ ในงานเขียนที่เรียบเรียงอย่างเป็นทางการ เมื่อแทรกอยู่ในอนุประโยคมักคั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค: Non-homologous end joining, on the other hand, doesn't rely on a template.

แบบฝึกหัด

เลือกคำเชื่อมที่แสดงความแตกต่างในช่องว่างอย่างชัดเจน: The first backpack is lighter. ___, the second one is more durable.

  1. On the other hand
  2. In addition
  3. For example
ดูคำตอบ

On the other hand

วลี

doesn't rely on a template: แสดงว่าเงื่อนไขหนึ่งไม่จำเป็น

rely on หมายถึงต้องการหรือพึ่งพาคนหรือสิ่งใดเพื่อให้ทำงานได้หรือประสบความสำเร็จ ในที่นี้ doesn't rely on a template บอกว่าแม่แบบไม่ใช่พื้นฐานที่จำเป็นสำหรับวิธีซ่อมแซมนี้ โครงสร้างคือ rely on + คำนามหรือวลีคำนาม รูปปฏิเสธ do/does not rely on มักใช้เมื่อต้องการเปรียบเทียบสองวิธีและชี้ว่าทรัพยากรหรือเงื่อนไขหนึ่งไม่จำเป็น

แบบฝึกหัด

ใช้ rely on เติมประโยคให้สมบูรณ์: This mechanical pencil doesn't ____ electricity.

ดูคำตอบ

rely on

Instead,

3:58

แต่กลับกัน

a series of proteins trims off a few nucleotides โน้ต

3:58

โปรตีนชุดหนึ่งจะตัดเอานิวคลีโอไทด์ออกบางส่วน

วลี

a series of proteins: กล่าวถึงสิ่งที่เกี่ยวข้องกันเป็นหนึ่งชุด

A series of + คำนามพหูพจน์ หมายถึงสิ่ง เหตุการณ์ หรือการกระทำหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกันและมองรวมเป็นหนึ่งกลุ่มหรือลำดับ ในที่นี้ proteins บอกว่าสิ่งที่อยู่ในชุดนั้นคืออะไร คำนามหลักของ a series of proteins คือ series ซึ่งเป็นเอกพจน์ ตามหลักความสอดคล้องระหว่างประธานกับกริยาแบบมาตรฐาน วลีทั้งหมดนี้จึงมักใช้กริยาเอกพจน์ แม้ว่า proteins จะเป็นพหูพจน์

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ใช้ a series of และความสอดคล้องระหว่างประธานกับกริยาแบบมาตรฐานได้ถูกต้อง

  1. A series of safety checks is required before launch.
  2. A series safety checks is required before launch.
  3. A series of safety checks are required before launch.
ดูคำตอบ

A series of safety checks is required before launch.

กริยาวลี

trim off a few nucleotides: ตัดออกเพียงเล็กน้อยอย่างระมัดระวัง

Trim off หมายถึงตัดส่วนเล็กน้อยออก โดยปกติมักตัดจากขอบหรือปลาย ในที่นี้ trims off a few nucleotides หมายถึงเอานิวคลีโอไทด์ออกเพียงไม่กี่ตัวอย่างควบคุมและแม่นยำ a few หมายถึงมีอยู่บ้างแต่ไม่มาก เมื่อรวมกันแล้ว วลีนี้เน้นการเอาออกเพียงเล็กน้อยอย่างละเอียด ไม่ใช่การตัดส่วนใหญ่ออก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดอธิบายการตัดส่วนเล็กน้อยออกจากขอบของสิ่งหนึ่งอย่างระมัดระวังได้ดีที่สุด

  1. The tailor trimmed off a narrow strip of extra fabric.
  2. The tailor cut the cloth in half.
  3. The tailor sewed an extra strip onto the fabric.
ดูคำตอบ

The tailor trimmed off a narrow strip of extra fabric.

and then fuses the broken ends back together. กริยาวลี

4:02

แล้วเชื่อมปลายที่ขาดเข้าด้วยกันอีกครั้ง

กริยาวลี

fuses the broken ends back together: ทำให้กลับมาเชื่อมกันอีกครั้ง

fuse A back together หมายถึงเชื่อมส่วนที่แยกออกจากกันให้กลับมาเชื่อมต่อกันอีกครั้ง ในประโยคนี้ กรรมคือ the broken ends หรือปลายที่ขาด back แสดงการกลับไปสู่สภาพเดิมที่เคยเชื่อมกัน ส่วน together บอกผลลัพธ์ว่าทั้งสองส่วนอยู่ติดกัน ปลายเหล่านั้นไม่ได้เพียงถูกขยับให้เข้าใกล้กัน แต่ถูกเชื่อมเข้าด้วยกันใหม่

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่แสดงการกลับไปสู่สภาพเดิมที่เคยเชื่อมกัน: The repair process fused the split plastic edges ____.

ดูคำตอบ

back together

This process isn't as accurate. ไวยากรณ์

4:06

กระบวนการนี้ไม่ได้แม่นยำนัก

ไวยากรณ์

isn't as accurate: การเปรียบเทียบเชิงปฏิเสธที่ละสิ่งเปรียบเทียบ

isn't as accurate ใช้โครงสร้างเปรียบเทียบเชิงปฏิเสธ not as + adjective + as ในที่นี้หมายถึง “แม่นยำน้อยกว่ากระบวนการรวมตัวใหม่แบบโฮโมโลกัสที่กล่าวถึงก่อนหน้า” โดยละ as ตัวหลังและสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ เพราะบริบททำให้รู้ชัดอยู่แล้ว นี่เป็นการประเมินแบบเปรียบเทียบ ประโยคนี้บอกเพียงว่ากระบวนการนี้มีความแม่นยำน้อยกว่า ไม่ได้หมายความว่ากระบวนการนี้ไม่แม่นยำเลย

แบบฝึกหัด

เมื่อเพิ่งกล่าวถึงอีกกระบวนการหนึ่ง “This method isn't as accurate” มีความหมายอย่างเป็นธรรมชาติที่สุดว่าอะไร

  1. มันแม่นยำเท่ากับกระบวนการที่เพิ่งกล่าวถึงทุกประการ
  2. มันแม่นยำน้อยกว่ากระบวนการที่เพิ่งกล่าวถึง แต่ก็ยังอาจมีความแม่นยำอยู่
  3. มันไม่สามารถให้ผลลัพธ์ที่ถูกต้องได้เลย
ดูคำตอบ

มันแม่นยำน้อยกว่ากระบวนการที่เพิ่งกล่าวถึง แต่ก็ยังอาจมีความแม่นยำอยู่

It can cause genes to get mixed up or moved around,

4:08

มันอาจทำให้ยีนปะปนกันหรือเปลี่ยนตำแหน่ง

but it's useful when sister DNA isn't available. โน้ต

4:12

แต่มันก็มีประโยชน์ในตอนที่ไม่มีดีเอ็นเอสายพี่น้อง (Sister DNA) ให้ใช้

ไวยากรณ์

but it's useful when...: การสร้างสมดุลระหว่างข้อจำกัดกับเงื่อนไขที่มีประโยชน์

but เปลี่ยนจุดเน้นจากข้อจำกัดที่เพิ่งกล่าวถึงไปยังข้อดี it's useful ให้การประเมินเชิงบวก ส่วน when sister DNA isn't available จำกัดประโยชน์นั้นไว้เฉพาะเงื่อนไขหนึ่ง รูปแบบข้อมูลที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ ข้อจำกัด + but + ประโยชน์ + when + เงื่อนไข รูปแบบนี้ให้การประเมินที่สมดุล กล่าวคือ ข้อจำกัดยังคงเป็นจริง แต่วิธีนี้ยังมีคุณค่าในสถานการณ์ดังกล่าว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงข้อเสียควบคู่กับเงื่อนไขที่ทำให้เครื่องมือมีประโยชน์ได้ดีที่สุด

  1. The camera is bulky unless it's useful when we need a very stable image.
  2. The camera is bulky, but it's useful when we need a very stable image.
  3. The camera is bulky because it's useful when we need a very stable image.
ดูคำตอบ

The camera is bulky, but it's useful when we need a very stable image.

วัฒนธรรม

sister DNA: สำเนาที่สอดคล้องกันซึ่งใช้เป็นแม่แบบซ่อมแซม

ในประโยคนี้ sister DNA หมายถึงสำเนา DNA ที่สอดคล้องกันซึ่งอยู่บนโครมาทิดพี่น้องหลังจาก DNA จำลองตัวแล้ว หากสำเนานั้นไม่เสียหาย เซลล์สามารถใช้ลำดับของมันเป็นแม่แบบเพื่อซ่อมแซมโมเลกุล DNA ที่เสียหายได้อย่างแม่นยำ คำว่า sister ในที่นี้บอกความสัมพันธ์ระหว่างสำเนา DNA สองชุดภายในเซลล์ ไม่ได้หมายถึง DNA ที่มาจากพี่สาวหรือน้องสาวของบุคคลหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ในประโยคทางวิทยาศาสตร์นี้ sister DNA หมายถึงอะไร

  1. โปรตีนที่ตัด DNA ที่เสียหาย
  2. สำเนา DNA ที่สอดคล้องกันภายในเซลล์ซึ่งใช้เป็นแนวทางในการซ่อมแซมได้
  3. DNA ที่ได้มาจากพี่สาวหรือน้องสาวแท้ ๆ ของบุคคลหนึ่ง
ดูคำตอบ

สำเนา DNA ที่สอดคล้องกันภายในเซลล์ซึ่งใช้เป็นแนวทางในการซ่อมแซมได้

Of course, ลำดับความ

4:16

แน่นอนว่า

ลำดับความ

Of course, เพื่อเกริ่นข้อมูลเสริมหรือการยอมรับที่คาดไว้

ในที่นี้ Of course, ทำหน้าที่เป็นเครื่องหมายทางวาทกรรม โดยนำเสนอข้อมูลที่จะตามมาว่าเป็นสิ่งที่ผู้ฟังยอมรับหรือคาดเดาได้ง่าย มักใช้เมื่อผู้พูดเพิ่มการยอมรับข้อหนึ่ง ข้อจำกัด หรือประเด็นที่ช่วยถ่วงดุลความคิดก่อนหน้า วลีนี้ไม่ได้บอกเนื้อหาของแนวคิดถัดไปด้วยตัวมันเอง แต่ช่วยกำหนดกรอบให้แนวคิดนั้นและช่วยให้ผู้ฟังตามการเปลี่ยนจากประเด็นก่อนหน้าได้

แบบฝึกหัด

ผู้นำเสนอพูดว่า “This method is fast. Of course, speed is not the only concern.” Of course ทำหน้าที่อะไร

  1. นำเสนอข้อจำกัดหรือคำอธิบายเสริมที่คาดไว้เกี่ยวกับข้อความแรก
  2. เรียงเหตุการณ์ตามลำดับเวลา
  3. ปฏิเสธข้อความแรกทั้งหมด
ดูคำตอบ

นำเสนอข้อจำกัดหรือคำอธิบายเสริมที่คาดไว้เกี่ยวกับข้อความแรก

changes to DNA aren't always bad. ไวยากรณ์

4:16

การเปลี่ยนแปลงต่อดีเอ็นเอไม่ใช่เรื่องแย่เสมอไป

ไวยากรณ์

“aren't always bad”: การปฏิเสธบางส่วนด้วย not always

ใน aren't always bad คำว่า not ปฏิเสธ always ไม่ได้ปฏิเสธ bad อย่างสิ้นเชิง ประโยคนี้จึงหมายความว่าการเปลี่ยนแปลงของ DNA ไม่ได้เลวร้ายในทุกกรณี บางอย่างอาจเป็นอันตราย แต่อย่างอื่นอาจเป็นกลางหรือเป็นประโยชน์ นี่คือการปฏิเสธบางส่วน เพราะ not always เปิดโอกาสให้มีข้อยกเว้น อย่าเข้าใจว่าเป็น never bad ซึ่งเป็นการกล่าวแบบเด็ดขาด

แบบฝึกหัด

“Changes aren't always bad” หมายความว่าอย่างไร?

  1. การเปลี่ยนแปลงไม่เคยเลวร้ายเลย
  2. การเปลี่ยนแปลงเลวร้ายทุกครั้ง
  3. การเปลี่ยนแปลงบางอย่างอาจเลวร้าย แต่อย่างอื่นอาจไม่เลวร้าย
ดูคำตอบ

การเปลี่ยนแปลงบางอย่างอาจเลวร้าย แต่อย่างอื่นอาจไม่เลวร้าย

Beneficial mutations can allow a species to evolve, ไวยากรณ์

4:19

การกลายพันธุ์ที่เป็นประโยชน์ช่วยให้สิ่งมีชีวิตวิวัฒนาการได้

ไวยากรณ์

“allow a species to evolve”: allow + กรรม + to-infinitive

โครงสร้างคือ allow + กรรม + to-infinitive ใน allow a species to evolve ส่วน a species เป็นกรรมที่ได้รับผลจาก allow และ to evolve คือการกระทำที่สามารถเกิดขึ้นได้ allow ในที่นี้หมายถึง “ทำให้เป็นไปได้” ไม่ใช่ “ให้อนุญาต” การกลายพันธุ์ที่เป็นประโยชน์อาจสร้างเงื่อนไขสำหรับวิวัฒนาการ และ can allow แสดงความเป็นไปได้ ไม่ได้รับประกันว่าวิวัฒนาการจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ allow ในรูปที่ถูกต้องและเครื่องหมาย infinitive ที่จำเป็น: This pass will ____ one guest ____ enter the museum.

ดูคำตอบ

allow · to

but most of the time we want DNA to stay the same. วลี

4:23

แต่ส่วนใหญ่แล้วเราก็อยากให้ดีเอ็นเอคงเดิมไว้

วลี

but most of the time we: กลับสู่กรณีทั่วไป

But แสดงความขัดแย้งกับสิ่งที่กล่าวมาก่อนหน้า ส่วน most of the time หมายถึง “โดยปกติ” ไม่ใช่ “เสมอ” เมื่อนำมาใช้ร่วมกัน จะจำกัดข้อความถัดไปให้เป็นกรณีทั่วไปและยังเปิดโอกาสให้มีข้อยกเว้น โครงสร้าง but + วลีบอกความถี่ + ประธาน + กริยา ใช้เปลี่ยนจากข้อยกเว้นกลับมาพูดถึงสถานการณ์ทั่วไป ในประโยคนี้ we เป็นประธานของ want

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเปลี่ยนจากข้อยกเว้นที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราวกลับสู่สถานการณ์ทั่วไปได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. The library closed early yesterday because of a power cut.
  2. Once in a while the library closes early, but most of the time it stays open until six.
  3. The library stays open until six every single day.
ดูคำตอบ

Once in a while the library closes early, but most of the time it stays open until six.

Defects in DNA repair การใช้คำ

4:27

ความบกพร่องในการซ่อมแซมดีเอ็นเอ

การใช้คำ

Defects in DNA repair: รูปแบบทางการ defect in

ใน defects in DNA repair คำว่า defects เป็นคำนามหลัก ส่วน in DNA repair ระบุกระบวนการที่มีข้อบกพร่อง วลีนี้หมายความว่ากลไกการซ่อมแซม DNA ทำงานไม่ถูกต้อง ไม่ได้หมายความว่ากำลังซ่อมข้อบกพร่องที่อยู่ใน DNA รูปแบบ defect in + ระบบ กระบวนการ หรือการออกแบบ สามารถนำไปใช้เพื่อระบุส่วนที่มีปัญหาด้านโครงสร้างหรือการทำงานได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปคำนามและคำบุพบทเป้าหมายที่ใช้กล่าวถึงข้อบกพร่องภายในระบบ: The engineer found a ____ the cooling system.

ดูคำตอบ

defect in

are associated with premature aging โน้ต

4:29

มีความเชื่อมโยงกับภาวะแก่ก่อนวัย

วลี

are associated with: รายงานความสัมพันธ์โดยไม่ยืนยันเหตุและผล

Be associated with หมายถึง “มีความเชื่อมโยงกับ” หรือ “พบร่วมกับ” ในงานเขียนวิจัย are associated with ใช้รายงานความสัมพันธ์ที่สังเกตพบหรือความสัมพันธ์ทางสถิติ แต่ตัววลีเองไม่ได้บอกว่าสิ่งหนึ่งเป็นสาเหตุของอีกสิ่งหนึ่ง โครงสร้างคือ be associated with + นามวลี ใช้ are กับประธานพหูพจน์ และใช้ is กับประธานเอกพจน์

แบบฝึกหัด

งานวิจัยหนึ่งพบความสัมพันธ์ระหว่างเวลาอยู่หน้าจอกับระยะเวลานอนที่สั้นลง แต่ยังไม่ได้พิสูจน์เหตุและผล ประโยคใดรายงานผลได้ถูกต้อง?

  1. Screen time is associated with shorter sleep.
  2. Screen time causes shorter sleep.
  3. Shorter sleep is the same as screen time.
ดูคำตอบ

Screen time is associated with shorter sleep.

การใช้คำ

premature aging: การแก่ที่เริ่มเร็วกว่าที่คาด

Premature aging หมายถึงการแก่ที่เริ่มขึ้นหรือเห็นได้ชัดเร็วกว่าที่คาดตามปกติ Premature หมายถึง “ก่อนเวลาปกติ เวลาที่คาดไว้ หรือเวลาที่เหมาะสม” และมักสื่อว่าการเกิดเร็วเช่นนั้นไม่ใช่เรื่องที่พึงประสงค์ ในนามวลีนี้ premature เป็นคำคุณศัพท์ที่ขยาย aging คำนี้มีความหมายเฉพาะกว่า early เพราะเปรียบเทียบช่วงเวลากับมาตรฐานปกติหรือสิ่งที่คาดไว้

แบบฝึกหัด

วลีใดหมายถึงการแก่ที่เริ่มเร็วกว่าที่คาดตามปกติ?

  1. normal aging
  2. healthy aging
  3. premature aging
ดูคำตอบ

premature aging

and many kinds of cancer.

4:31

และมะเร็งหลายชนิด

So if you're looking for a fountain of youth, สำนวน

4:34

ดังนั้น หากคุณกำลังมองหาน้ำพุแห่งความเยาว์วัยล่ะก็

it's already operating in your cells สำนวน

4:36

มันกำลังทำงานอยู่ในเซลล์ของคุณแล้วล่ะ

billions and billions of times a day. วลี

4:39

เป็นพันล้าน ๆ ครั้งในแต่ละวัน

สำนวน

fountain of youth: อุปมาของการคงความเยาว์วัยและพลังชีวิต

น้ำพุแห่งความเยาว์วัยคือน้ำพุในตำนานที่เชื่อกันว่าสามารถทำให้กลับมาเป็นหนุ่มสาวได้ ในภาษาอังกฤษทั่วไป a fountain of youth เป็นอุปมาหมายถึงสิ่งที่เชื่อว่าช่วยให้คนคงความอ่อนเยาว์ ชะลอวัย หรือฟื้นพลังชีวิตได้ ในที่นี้ไม่ได้มีน้ำพุจริงอยู่ในเซลล์ ผู้พูดใช้ภาพที่คุ้นเคยนี้แทนกิจกรรมซ่อมแซม DNA ของเซลล์ โดยนำเสนอการดูแลรักษาที่ดำเนินอยู่ตลอดว่าเป็นแหล่งปกป้องที่มีอยู่ในร่างกายจากความเสียหายที่เกี่ยวข้องกับความชรา

แบบฝึกหัด

a fountain of youth หมายถึงอะไรในประโยคนี้? The article calls regular exercise a fountain of youth for the brain.

  1. น้ำพุจริงที่อยู่ภายในสมอง
  2. สิ่งที่รับประกันว่าจะหยุดความชราได้ทั้งหมด
  3. สิ่งที่ถูกนำเสนอว่าช่วยให้สมองคงความอ่อนเยาว์และแข็งแรง
ดูคำตอบ

สิ่งที่ถูกนำเสนอว่าช่วยให้สมองคงความอ่อนเยาว์และแข็งแรง

สำนวน

it's already operating in your cells: การบรรยายระบบที่กำลังทำงาน

ใน it's already operating in your cells คำว่า operate หมายถึง “ทำงาน” หรือ “กำลังทำหน้าที่อยู่” ประธาน it ย้อนกลับไปหมายถึงอุปมาเรื่อง “น้ำพุแห่งความเยาว์วัย” หรือให้แม่นยำกว่านั้นคือกิจกรรมซ่อมแซม DNA ที่กำลังกล่าวถึง ไม่ใช่วัตถุจริง already เน้นว่าไม่จำเป็นต้องไปค้นหากลไกนี้จากที่อื่น เพราะมันกำลังทำงานอยู่ในเซลล์แล้ว การใช้ operating ทำให้กระบวนการทางชีววิทยาที่มองไม่เห็นฟังดูเหมือนระบบที่ทำงานอย่างต่อเนื่อง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ operating ในความหมายเดียวกับใน it's already operating in your cells?

  1. The surgeon is operating on a patient.
  2. The technician is operating the camera.
  3. The backup system is operating normally.
ดูคำตอบ

The backup system is operating normally.

วลี

billions and billions of times a day: การกล่าวซ้ำเพื่อเน้นย้ำ

ในที่นี้ billions and billions of times a day หมายความว่ากระบวนการนั้นเกิดขึ้นเป็นจำนวนมากอย่างน่าทึ่งในแต่ละวัน การพูด billions ซ้ำเป็นการเน้นเชิงวาทศิลป์ ไม่ได้หมายถึงสองพันล้านครั้งพอดี และไม่ได้ให้เอาตัวเลขสองจำนวนมาบวกกัน รูปแบบ “จำนวนมาก + and + จำนวนมากเดิม” ทำให้ขนาดฟังดูใหญ่ขึ้นและน่าตื่นตากว่าเดิม รูปแบบนี้ได้ผลดีเป็นพิเศษในการอธิบายด้วยการพูด เพราะการซ้ำช่วยทั้งเน้นความหมายและเพิ่มจังหวะ

แบบฝึกหัด

ตัดสินว่าข้อความนี้เป็นจริงหรือไม่ ประโยคภาษาอังกฤษ: “The machine runs billions and billions of times a day.” การซ้ำนี้หมายความว่าเครื่องทำงานทั้งหมดสองพันล้านครั้งพอดี

  1. จริง
  2. เท็จ
ดูคำตอบ

เท็จ