ชีวิตไร้ความหมายหรือไม่? และคำถามไร้สาระอื่นๆ - นินา เมดวินสกายา: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
716 คำ 134 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้อธิบายว่าสงคราม ความขัดแย้งจากลัทธิล่าอาณานิคม ความเจ็บป่วย และการสูญเสียส่วนตัว หล่อหลอมปรัชญาเรื่องความไร้เหตุผลของอัลแบร์ กามูส์อย่างไร โดยใช้ The Stranger ตำนานซิซิฟัส และชุดงานว่าด้วยการขบถเพื่อแสดงคำตอบของเขาต่อโลกที่ไร้ความหมาย นั่นคือปฏิเสธการฆ่าตัวตายและการปฏิวัติที่มุ่งทำลาย เลือกมีชีวิตอย่างเสรี และยืนยันธรรมชาติร่วมกันของมนุษย์ ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. fundamentally absurd. — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เข้าใจ absurd ในฐานะศัพท์ปรัชญาของกามูส์ที่หมายถึงความขัดแย้งซึ่งประนีประนอมไม่ได้ระหว่างมนุษย์ที่แสวงหาความหมายกับจักรวาลที่ไม่แยแส ไม่ใช่เพียงความหมายทั่วไปว่า “เหลวไหล” อีกทั้งใช้ fundamentally ร่วมกับคำคุณศัพท์เชิงทางการเพื่อบอกคุณสมบัติที่เป็นแก่นแท้ได้ 2. one must imagine Sisyphus happy. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตโครงสร้าง imagine + กรรม + คำคุณศัพท์ ซึ่ง happy บอกสภาพที่ผู้พูดมองว่าซิซิฟัสเป็นอยู่ รูปแบบส่วนเติมเต็มกรรมนี้ช่วยให้บรรยายว่าบุคคลหนึ่งถูกจินตนาการ พบเห็น หรือพิจารณาว่าอยู่ในสภาพใด โดยเฉพาะในการวิเคราะห์วรรณกรรมและการให้เหตุผลแบบเป็นทางการ 3. inverting power dynamics — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำปรากฏร่วม: เข้าใจว่าเป็นการสลับฝ่ายที่มีอิทธิพลหรืออำนาจควบคุมในความสัมพันธ์ทางสังคมหรือระบบการเมือง สามารถใช้กลุ่มคำนี้ในการวิเคราะห์สังคม และตามเหตุผลของกามูส์ที่ว่าการสลับตำแหน่งผู้ปกครองกับผู้ถูกปกครองเพียงอย่างเดียวอาจทำให้ความรุนแรงดำเนินต่อไป แทนที่จะแก้ปัญหาได้

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Albert Camus grew up surrounded by violence. กริยาวลี

0:07

อัลแบร์ กามูส์ เติบโตมาท่ามกลางความรุนแรง

กริยาวลี

grew up: บรรยายพื้นหลังในวัยเด็กของบุคคล

grow up เป็นกริยาวลีที่หมายถึง “เติบโตจากวัยเด็กไปสู่วัยผู้ใหญ่” ส่วน grew up เป็นรูปอดีต ในที่นี้ up ไม่ได้บอกทิศทางขึ้นด้านบน แต่ grow up ทำงานเป็นความหมายเดียวกันทั้งวลี grew up สามารถตามด้วยสถานที่หรือวลีที่อธิบายสภาพแวดล้อมในวัยเด็กได้ เช่น grew up in a village, grew up around music หรือ grew up surrounded by violence จุดเน้นคือพื้นหลังที่หล่อหลอมช่วงต้นชีวิตของบุคคลนั้น

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ grow up เติมประโยคให้สมบูรณ์: Maya ____ in a small mountain town.

ดูคำตอบ

grew up

His homeland of Algeria

0:11

ประเทศแอลจีเรีย บ้านเกิดของเขา

was mired in conflict สำนวน

0:13

ติดหล่มอยู่ในความขัดแย้ง

between native Algerians and colonizing French Europeans. วัฒนธรรม

0:14

ระหว่างชาวแอลจีเรียพื้นเมืองกับชาวยุโรปฝรั่งเศสผู้ล่าอาณานิคม

สำนวน

was mired in conflict: ติดอยู่ในปัญหาร้ายแรงและยืดเยื้อ

be mired in ใช้ภาพของการติดอยู่ในโคลนเพื่อสื่อว่า “ติดอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากอย่างหนักและออกมาได้ยาก” ใน was mired in conflict ความหมายเป็นเชิงเปรียบเทียบ คือแอลจีเรียติดอยู่ในความขัดแย้งร้ายแรงและไม่สามารถหลุดพ้นได้ง่าย สำนวนนี้ให้ความหมายมากกว่าการพูดเพียง be in conflict เพราะสื่อว่าปัญหายืดเยื้อ ซับซ้อน และแก้ไขยาก และยังใช้กับ debt, controversy, disputes หรือ scandal ได้ด้วย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ be mired in: After years of court battles, the project ____ legal disputes.

ดูคำตอบ

was mired in

วัฒนธรรม

native Algerians ... colonizing French Europeans: สองฝ่ายในความขัดแย้งแบบอาณานิคม

ในคำบรรยายทางประวัติศาสตร์นี้ native Algerians หมายถึงประชากรท้องถิ่นดั้งเดิมของแอลจีเรีย ส่วน colonizing French Europeans หมายถึงผู้ตั้งถิ่นฐานชาวยุโรปและกลุ่มอื่น ๆ ที่เชื่อมโยงกับการปกครองแบบอาณานิคมของฝรั่งเศส คำว่า colonizing แสดงให้เห็นว่ากลุ่มที่สองมีส่วนร่วมในโครงสร้างอำนาจอาณานิคม เมื่อใช้ร่วมกัน สองวลีนี้ระบุฝ่ายตรงข้ามในความขัดแย้งแบบอาณานิคม French Europeans ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงนักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศสทั่วไปหรือทุกคนที่มาจากฝรั่งเศส ความสัมพันธ์เชิงอาณานิคมเป็นส่วนสำคัญของความหมาย

แบบฝึกหัด

การตีความใดตรงกับบทบาททางประวัติศาสตร์ของทั้งสองกลุ่มมากที่สุด

  1. นักท่องเที่ยวชาวแอลจีเรียและชาวฝรั่งเศสที่เข้าไปพัวพันกับความขัดแย้งในท้องถิ่น
  2. ประชากรท้องถิ่นของแอลจีเรียและกลุ่มชาวยุโรปเชื้อสายฝรั่งเศสที่เกี่ยวข้องกับการปกครองแบบอาณานิคม
  3. ชุมชนชาวยุโรปสองกลุ่มที่แข่งขันกันโดยไม่มีความสัมพันธ์เชิงอาณานิคม
ดูคำตอบ

ประชากรท้องถิ่นของแอลจีเรียและกลุ่มชาวยุโรปเชื้อสายฝรั่งเศสที่เกี่ยวข้องกับการปกครองแบบอาณานิคม

He lost his father in the First World War

0:18

เขาสูญเสียพ่อไปในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง

and was deemed unfit to fight in the Second. การใช้คำ

0:21

และถูกประเมินว่าไม่เหมาะสมที่จะร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่สอง

การใช้คำ

was deemed unfit to fight: การตัดสินความเหมาะสมอย่างเป็นทางการ

โครงสร้างกรรมวาจก be deemed + คำคุณศัพท์ หมายถึงการถูกตัดสินหรือจัดประเภทอย่างเป็นทางการว่าอยู่ในสภาพหนึ่ง ใน was deemed unfit to fight แม้จะไม่ได้ระบุผู้ตัดสิน แต่ประโยคนำเสนอว่าคำตัดสินนั้นมาจากผู้มีอำนาจหรือกระบวนการที่เป็นทางการ ในที่นี้ unfit to fight หมายถึงไม่ผ่านข้อกำหนดทางร่างกายหรือทางการแพทย์สำหรับการรบ ไม่ได้หมายความว่าเขาเพียงแค่ไม่ต้องการสู้รบ

แบบฝึกหัด

เติมการประเมินอย่างเป็นทางการด้วยโครงสร้างกรรมวาจกโดยใช้ deem และ unfit: After the medical exam, she was ____ return to active duty.

ดูคำตอบ

deemed unfit to

Battling tuberculosis in France ไวยากรณ์

0:24

ขณะต่อสู้กับวัณโรคในฝรั่งเศส

and confronting the war's devastation as a resistance journalist, วัฒนธรรม

0:26

และเผชิญกับความพินาศของสงครามในฐานะนักข่าวฝ่ายต่อต้าน

Camus grew despondent. วลี

0:30

กามูส์ก็รู้สึกสิ้นหวัง

ไวยากรณ์

Battling ... and confronting ...: วลี -ing ต้นประโยคที่ให้ภูมิหลัง

Battling ... และ confronting ... ที่ขึ้นต้นประโยคเป็นวลี -ing สองวลีที่เชื่อมกัน วลีเหล่านี้ไม่ได้แสดงกาลหลักของประโยค ส่วนประโยคหลักคือ Camus grew despondent แต่วลีทั้งสองย่อสิ่งที่กามูกำลังเผชิญก่อนข้อความหลัก และแสดงความสัมพันธ์ด้านภูมิหลังและเหตุผลอย่างชัดเจน ประธานที่เข้าใจโดยนัยของวลี -ing ทั้งสองคือ Camus ซึ่งเป็นประธานหลังเครื่องหมายจุลภาค รูปแบบนี้ช่วยให้งานชีวประวัติและการเล่าเรื่องวางประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องไว้ก่อน แล้วจึงบอกผลลัพธ์หรือการเปลี่ยนแปลงหลัก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดทำให้ผู้ที่ทำกริยา -ing ต้นประโยคเป็นประธานของประโยคหลักได้ถูกต้อง

  1. Battling heavy traffic, Lena arrived late to the meeting.
  2. Battling heavy traffic, there was a delay for Lena.
  3. Battling heavy traffic, the meeting began without Lena.
ดูคำตอบ

Battling heavy traffic, Lena arrived late to the meeting.

วัฒนธรรม

a resistance journalist ในบริบทของสงคราม

ในบริบทของสงครามโลกครั้งที่สอง resistance หมายถึงขบวนการที่จัดตั้งขึ้นเพื่อต่อสู้กับการยึดครองหรือการปกครองแบบฟาสซิสต์ ดังนั้น a resistance journalist จึงหมายถึงนักข่าวที่เกี่ยวข้องกับขบวนการดังกล่าว ไม่ใช่เพียงคนที่มีท่าทีต่อต้านหรือคนที่ต่อต้านนักข่าว ในที่นี้ as a resistance journalist ระบุบทบาทที่กามูใช้ในการเผชิญความเสียหายจากสงคราม ความหมายทางประวัติศาสตร์ของ resistance คือบริบทขั้นต่ำที่จำเป็นต่อการเข้าใจวลีนี้

แบบฝึกหัด

ในบริบทของสงครามโลกครั้งที่สองนี้ a resistance journalist น่าจะหมายถึงอะไร

  1. นักข่าวที่เกี่ยวข้องกับขบวนการต่อต้านที่จัดตั้งขึ้นในช่วงสงคราม
  2. นักข่าวที่ปฏิเสธการเขียนข่าว
  3. นักข่าวที่รายงานเรื่องความต้านทานไฟฟ้า
ดูคำตอบ

นักข่าวที่เกี่ยวข้องกับขบวนการต่อต้านที่จัดตั้งขึ้นในช่วงสงคราม

วลี

grow + คำคุณศัพท์: grew despondent

ในที่นี้ grow เป็นกริยาเชื่อมที่ตามด้วยคำคุณศัพท์ grew despondent หมายถึงกามูค่อย ๆ ท้อแท้อย่างหนักและเริ่มสูญเสียความหวัง ไม่ได้หมายถึงการเติบโตทางร่างกาย โครงสร้าง grow + คำคุณศัพท์ แสดงว่าสภาวะหนึ่งค่อย ๆ พัฒนาไปตามเวลา เช่น grow worried, grow silent หรือ grow impatient

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ grow และคำคุณศัพท์ despondent: After months of unanswered applications, Lina ____.

ดูคำตอบ

grew despondent

He couldn't fathom any meaning การใช้คำ

0:33

เขาไม่สามารถหยั่งรู้ความหมายใดๆ

behind all this endless bloodshed and suffering. วลี

0:35

เบื้องหลังการนองเลือดและความทุกข์ทรมานที่ไม่มีวันสิ้นสุดนี้

การใช้คำ

couldn't fathom any meaning: ไม่อาจเข้าใจความหมายใด ๆ ได้

fathom หมายถึงการเข้าใจสิ่งหนึ่งด้วยการคิดอย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะเมื่อสิ่งนั้นอธิบายหรือยอมรับได้ยาก couldn't fathom any meaning หมายถึงเขามองไม่เห็นหรือไม่อาจเข้าใจจุดประสงค์ใด ๆ ของการนองเลือดและความทุกข์ คำนี้มีน้ำหนักมากกว่าเพียงบอกว่าเขาไม่รู้ ในประโยคปฏิเสธ any meaning เน้นว่าเขาไม่พบความหมายใดเลย โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ can't/couldn't fathom + กรรมที่เป็นนามธรรม หรืออนุประโยค why/how เมื่อบางสิ่งยังคงน่าฉงนอย่างมาก

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ couldn't fathom หมายถึงอะไร? I couldn't fathom why the warning was ignored.

  1. ไม่สามารถฟังคำพูดได้ชัดเจน
  2. ไม่สามารถจำถ้อยคำที่แน่นอนได้
  3. ไม่สามารถเข้าใจหรือหาเหตุผลที่สมเหตุสมผลได้
ดูคำตอบ

ไม่สามารถเข้าใจหรือหาเหตุผลที่สมเหตุสมผลได้

วลี

endless bloodshed and suffering: ความสูญเสียของมนุษย์จากความรุนแรง

ในประโยคนี้ bloodshed หมายถึงการเสียชีวิตและการบาดเจ็บที่เกิดจากความรุนแรงหรือความขัดแย้งทางอาวุธ ไม่ได้หมายถึงเลือดเพียงอย่างเดียว ส่วน suffering ขยายความให้รวมถึงความเจ็บปวดทั้งทางร่างกายและจิตใจ คำคู่ bloodshed and suffering สรุปความสูญเสียของมนุษย์จากความขัดแย้งไว้ในวลีสั้น ๆ คำว่า endless ขยายทั้งสองส่วนและสื่อว่าความสูญเสียนั้นดำเนินต่อไปโดยดูเหมือนไม่มีจุดจบ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ bloodshed and suffering อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อสรุปผลของความขัดแย้งรุนแรง

  1. The peace talks aimed to prevent further bloodshed and suffering.
  2. The bandage prevented bloodshed and suffering from a paper cut.
  3. The quiet library prevented bloodshed and suffering during study time.
ดูคำตอบ

The peace talks aimed to prevent further bloodshed and suffering.

He asked if the world was meaningless, ไวยากรณ์

0:39

เขาตั้งคำถามว่า หากโลกนี้ไร้ความหมาย

could our individual lives still hold value? วลี

0:42

ชีวิตส่วนตัวของเราจะยังมีคุณค่าอยู่หรือไม่?

ไวยากรณ์

If ..., could ... still ...?: ตรวจสอบแนวคิดภายใต้สมมติฐาน

ในที่นี้ if the world was meaningless ตั้งสมมติฐานสำหรับการทดลองทางความคิด โดยให้ลองสมมติชั่วคราวว่าโลกไม่มีความหมายโดยรวม ประโยคนี้ไม่ได้ถามว่าโลกไร้ความหมายจริงหรือไม่ คำถามหลัก could our individual lives still hold value? ใช้ตรวจสอบว่ายังมีอะไรเป็นจริงได้ภายใต้สมมติฐานนั้น คำว่า still สื่อแนวคิดสำคัญว่า “ถึงอย่างนั้นก็ยัง” ดังนั้นรูปแบบ If ..., could/would ... still ...? จึงใช้ถามได้ว่าสิ่งใดยังคงอยู่ได้แม้มีสมมติฐานที่ไม่เอื้ออำนวย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้สมมติฐานแล้วตามด้วยคำถามตรงเกี่ยวกับสิ่งที่ยังคงเป็นจริงได้อย่างถูกต้อง

  1. If success were impossible, would the effort still matter?
  2. If success would be impossible, the effort still mattered?
  3. If success were impossible, whether the effort would still matter.
ดูคำตอบ

If success were impossible, would the effort still matter?

วลี

hold value: มีความหมายหรือความสำคัญ

ในที่นี้ hold value หมายถึง "มีความหมาย ความสำคัญ หรือคุณค่า" hold ไม่ได้หมายถึงถือสิ่งของไว้จริง ๆ และ value ก็ไม่ได้หมายถึงราคา คำถามนี้ถามว่า ชีวิตของแต่ละคนยังมีความสำคัญได้หรือไม่ แม้โลกจะไม่มีความหมายในตัวเอง เมื่อประธานเป็นสิ่งนามธรรม เช่น ชีวิต ความคิด ประสบการณ์ หรือหลักการ hold value แสดงว่าคุณค่าเป็นคุณสมบัติที่สิ่งนั้นมีอยู่ คำว่า still เน้นว่าคุณค่านั้นอาจยังคงอยู่แม้มีข้อสงสัยหรือสถานการณ์เปลี่ยนไป

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง could our individual lives still hold value หมายความว่าอย่างไร

  1. ชีวิตของเรายังสามารถมีความหมายและความสำคัญได้หรือไม่
  2. ชีวิตของเรายังสามารถรักษาราคาตลาดเดิมไว้ได้หรือไม่
  3. ชีวิตของเรายังสามารถถือสิ่งที่มีค่าไว้จริง ๆ ได้หรือไม่
ดูคำตอบ

ชีวิตของเรายังสามารถมีความหมายและความสำคัญได้หรือไม่

Many of Camus's contemporaries were exploring similar questions

0:46

คนร่วมสมัยของกามูส์จำนวนมากก็กำลังสำรวจคำถามที่คล้ายกัน

under the banner of a new philosophy called existentialism. สำนวน

0:51

ภายใต้ร่มธงของปรัชญาใหม่ที่เรียกว่า ลัทธิอัตถิภาวนิยม

สำนวน

under the banner of: รวมกันภายใต้เป้าหมายหรือชื่อร่วม

under the banner of เป็นการเปรียบเปรยโดยใช้ภาพของธง หมายถึง "ภายใต้ชื่อ เป้าหมาย ขบวนการ หรือแนวคิดร่วมกัน" ในที่นี้ ผู้คนร่วมสมัยกับกามูส์กำลังสำรวจคำถามที่เกี่ยวข้องในฐานะส่วนหนึ่งของปรัชญาใหม่ที่เรียกว่าอัตถิภาวนิยม ไม่ได้หมายถึงธงจริง ๆ วลีนี้มักแสดงให้เห็นว่าชื่อหรือเป้าหมายหนึ่งนำผู้คน กลุ่ม หรือกิจกรรมที่แตกต่างกันมารวมกันได้อย่างไร จึงสื่อได้ทั้งการจัดกลุ่มและอัตลักษณ์ร่วม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย under the banner of: Several community groups united ____ safer streets.

ดูคำตอบ

under the banner of

Existentialists believed people were born as blank slates, สำนวน

0:56

นักอัตถิภาวนิยมเชื่อว่าคนเราเกิดมาเหมือนกระดาษเปล่า

each responsible for creating their life's meaning วลี

0:59

แต่ละคนมีหน้าที่รับผิดชอบในการสร้างความหมายให้กับชีวิตของตนเอง

amidst a chaotic world.

1:02

ท่ามกลางโลกที่วุ่นวาย

สำนวน

blank slates ในฐานะคำเปรียบเทียบถึงจุดเริ่มต้นที่ยังไม่ถูกกำหนด

A blank slate เป็นคำเปรียบเทียบถึงจุดเริ่มต้นที่ยังไม่มีเนื้อหาหรือความหมายเขียนกำหนดไว้ล่วงหน้า ในประโยคนี้มนุษย์ถูกเปรียบเป็น blank slates หมายความว่าความหมายของชีวิตไม่ได้ถูกกำหนดไว้ตั้งแต่เกิด แต่แต่ละคนต้องสร้างขึ้นภายหลัง คำเปรียบเทียบนี้ไม่ได้หมายความว่ามนุษย์เป็นพื้นผิวสำหรับเขียนจริง ๆ หรือจำเป็นต้องไม่มีลักษณะที่ติดตัวมาแต่กำเนิด ต้องดูว่าบริบทบอกว่าสิ่งใดยังไม่ถูกกำหนด ซึ่งในที่นี้คือความหมายของชีวิต

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: The designers were given a blank slate. a blank slate หมายถึงอะไร?

  1. บันทึกความผิดในอดีตที่ได้รับการให้อภัยแล้ว
  2. กระดานจริงที่พวกเขาต้องเขียนลงไป
  3. โอกาสที่จะเริ่มต้นโดยไม่มีแผนที่กำหนดไว้
ดูคำตอบ

โอกาสที่จะเริ่มต้นโดยไม่มีแผนที่กำหนดไว้

วลี

responsible for creating: responsible for + รูป -ing

Be responsible for + คำนามหรือรูป -ing หมายถึงมีหน้าที่รับผิดชอบต่อการกระทำหรือผลลัพธ์อย่างหนึ่ง ในที่นี้ responsible for creating หมายถึงแต่ละคนมีหน้าที่สร้างความหมายให้ชีวิตของตนเอง ในโครงสร้างนี้ for เป็นคำบุพบท ดังนั้นคำกริยาที่ตามหลังจึงต้องใช้รูป -ing โดยใช้ responsible for creating ไม่ใช่ responsible for create หรือ responsible for to create ส่วนวลีแบบย่อ each responsible ... มีความหมายว่า each person is responsible ...

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง responsible ที่ใช้ก่อนรูป -ing ได้อย่างถูกต้อง: Maya is ____ updating the website every Friday.

ดูคำตอบ

responsible for

But Camus rejected their school of thought. วลี

1:04

แต่กามูส์ปฏิเสธแนวคิดของพวกเขา

วลี

school of thought: สำนักที่มีแนวคิดร่วมกัน

ในประโยคนี้ school of thought หมายถึงแนวคิดหรือระบบความคิดที่เป็นแบบแผนและมีคนกลุ่มหนึ่งยึดถือร่วมกัน คำว่า school ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงกลุ่มหรือสำนักทางความคิด ไม่ใช่อาคารหรือสถาบันที่คนไปเรียน Their school of thought หมายถึงลัทธิอัตถิภาวนิยม การบอกว่ากามูส์ปฏิเสธแนวคิดนี้จึงหมายความว่าเขาไม่ยอมรับกรอบความคิดดังกล่าว โดยทั่วไป วลีนี้ใช้จัดกลุ่มนักคิดตามชุดความเชื่อร่วมที่เห็นได้ชัด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ school of thought ในความหมายว่า “ระบบความคิดที่เป็นแบบแผน”

  1. Researchers debate two schools of thought about language learning.
  2. The school of thought closes at three o'clock.
  3. I had a school of thought while waiting for the bus.
ดูคำตอบ

Researchers debate two schools of thought about language learning.

He argued all people were born with a shared human nature วลี

1:07

เขาแย้งว่าคนทุกคนเกิดมาพร้อมกับธรรมชาติของมนุษย์ที่มีร่วมกัน

that bonded them toward common goals.

1:11

ซึ่งผูกพันพวกเขาไว้เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน

วลี

born with a shared human nature: คุณลักษณะโดยกำเนิดที่ทุกคนมีร่วมกัน

born with + คำนาม หมายถึงมีบางสิ่งมาตั้งแต่เกิด ในที่นี้ a shared human nature หมายถึงธรรมชาติพื้นฐานของมนุษย์ที่เชื่อกันว่าทุกคนมีร่วมกัน shared จึงแปลว่า “มีร่วมกัน” ไม่ใช่สิ่งที่ถูกส่งต่อจากคนหนึ่งไปให้อีกคนแล้ว He argued แสดงว่านี่เป็นข้อเสนอทางปรัชญาของกามูส์ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ไม่มีข้อโต้แย้ง โครงสร้างนี้ใช้บรรยายลักษณะ ความสามารถ หรือภาวะที่ติดตัวมาแต่กำเนิดได้ เช่น be born with a talent, an instinct หรือ a medical condition

แบบฝึกหัด

เติมบุพบทที่แสดงถึงคุณลักษณะที่มีมาแต่กำเนิดให้สมบูรณ์: The theory says every person is born ____ a basic capacity for empathy.

ดูคำตอบ

with

One such goal was to seek out meaning กริยาวลี

1:14

หนึ่งในเป้าหมายนั้นคือการแสวงหาความหมาย

despite the world's arbitrary cruelty. ไวยากรณ์

1:17

แม้ว่าโลกจะมีความโหดร้ายอย่างไร้เหตุผลก็ตาม

กริยาวลี

seek out meaning: ค้นหาอย่างตั้งใจ

Seek out หมายถึงพยายามอย่างตั้งใจเพื่อค้นหาใครบางคนหรือบางสิ่ง โดยเฉพาะเมื่อเป้าหมายนั้นไม่ได้หาเจอทันที ใน seek out meaning ความหมายถูกนำเสนอว่าเป็นสิ่งที่ผู้คนออกตามหาอย่างจริงจัง ไม่ใช่สิ่งที่บังเอิญค้นพบ Out เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ออกไปข้างนอก โครงสร้างนี้ใช้กับกรรมที่เป็นรูปธรรมหรือนามธรรมก็ได้ เช่น seek out an expert, seek out reliable information และ seek out opportunities

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงถึงความพยายามอย่างตั้งใจในการค้นหาแหล่งความช่วยเหลือที่หาได้ยากได้ดีที่สุด

  1. After several failed repairs, Leo avoided speaking to any technicians.
  2. After several failed repairs, Leo sought out a technician who specialized in antique radios.
  3. After several failed repairs, Leo happened to meet a technician at the bus stop.
ดูคำตอบ

After several failed repairs, Leo sought out a technician who specialized in antique radios.

ไวยากรณ์

despite + นามวลี: despite the world's arbitrary cruelty

Despite เป็นคำบุพบทที่ใช้เกริ่นข้อเท็จจริงหรือเงื่อนไขที่อาจขัดขวางการกระทำหลัก แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ขัดขวาง ในที่นี้ despite the world's arbitrary cruelty หมายความว่าผู้คนยังคงแสวงหาความหมาย แม้โลกอาจโหดร้ายโดยไม่มีเหตุผลที่ยุติธรรมหรือคาดเดาได้ เนื่องจาก despite เป็นคำบุพบท สิ่งที่ตามมาในที่นี้จึงเป็นนามวลี the world's arbitrary cruelty ไม่ใช่อนุประโยคที่สมบูรณ์ ถ้าจะใช้อนุประโยคสมบูรณ์ต้องมีคำสันธาน เช่น although the world can be cruel without reason

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้างแสดงความขัดแย้งเชิงยอมรับได้ถูกต้อง

  1. Despite the heavy rain, the match continued.
  2. Although the heavy rain, the match continued.
  3. Despite of the heavy rain, the match continued.
ดูคำตอบ

Despite the heavy rain, the match continued.

Camus viewed humanity's desire for meaning

1:21

กามูส์มองว่าความปรารถนาในการแสวงหาความหมายของมนุษยชาติ

and the universe's silent indifference

1:24

กับความเฉยเมยอันเงียบงันของจักรวาล

as two incompatible puzzle pieces สำนวน

1:27

เป็นเหมือนชิ้นส่วนจิ๊กซอว์สองชิ้นที่เข้ากันไม่ได้

and considered trying to fit them together กริยาวลี

1:31

และถือว่าการพยายามจับคู่พวกมันเข้าด้วยกัน

to be fundamentally absurd. การใช้คำ

1:33

เป็นเรื่องที่ไร้สาระโดยพื้นฐาน

สำนวน

two incompatible puzzle pieces: อุปมาเกี่ยวกับความขัดแย้ง

วลี two incompatible puzzle pieces เปรียบข้อเท็จจริงเชิงนามธรรมสองอย่างกับชิ้นส่วนจิ๊กซอว์ที่รูปทรงต่อกันไม่ได้ ชิ้นหนึ่งแทนความปรารถนาของมนุษย์ที่จะค้นหาความหมาย อีกชิ้นแทนความเงียบและความเฉยเมยของจักรวาล เพราะชิ้นส่วนทั้งสองเข้ากันไม่ได้ จึงไม่อาจประกอบเป็นภาพรวมที่สอดคล้องกันได้ ภาพเปรียบนี้ทำให้ความขัดแย้งทางปรัชญาเป็นรูปธรรม และไม่ได้กล่าวถึงจิ๊กซอว์จริง ๆ

แบบฝึกหัด

two incompatible puzzle pieces หมายถึงอะไรในประโยคนี้?

  1. เป็นความคิดสองอย่างที่ไม่สามารถรวมเป็นภาพรวมที่สอดคล้องกันได้
  2. เป็นสิ่งของจริงสองชิ้นที่ใครบางคนกำลังพยายามซ่อม
  3. เป็นความคิดสองอย่างที่เข้ากันและส่งเสริมกัน
ดูคำตอบ

เป็นความคิดสองอย่างที่ไม่สามารถรวมเป็นภาพรวมที่สอดคล้องกันได้

กริยาวลี

fit them together: ทำให้ชิ้นส่วนหรือแนวคิดเข้ากัน

ใน fit them together คำว่า fit เป็นสกรรมกริยา กล่าวคือมีคนพยายามทำให้หลายส่วนเข้ากัน และ them หมายถึงชิ้นส่วนจิ๊กซอว์เชิงอุปมาสองชิ้นก่อนหน้า ในที่นี้หมายถึงการพยายามทำให้ความปรารถนาของมนุษย์ที่จะค้นหาความหมายกับความเฉยเมยของจักรวาลกลายเป็นคำอธิบายเดียวที่สอดคล้องกัน Fit ... together ไม่ได้ใช้เฉพาะกับชิ้นส่วนที่จับต้องได้ แต่ยังใช้เมื่อเชื่อมโยงเบาะแส ข้อเท็จจริง หรือแนวคิดให้สัมพันธ์กันอย่างมีเหตุผลได้ด้วย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำสามคำ โดยใช้รูปแบบ fit ... together และคำสรรพนาม them เพื่อแสดงว่า Lina ทำให้ส่วนต่าง ๆ เข้ากัน: The model came in three sections, and Lina managed to ____.

ดูคำตอบ

fit them together

การใช้คำ

fundamentally absurd ในปรัชญาของกามูส์

ในประโยคนี้ absurd เป็นศัพท์ทางปรัชญาที่มีความหมายจริงจัง มนุษย์ต้องการให้จักรวาลมอบความหมาย แต่จักรวาลกลับเงียบและไม่แยแส ความขัดแย้งระหว่างความต้องการนั้นกับการไม่ได้รับคำตอบคือสิ่งที่เรียกว่า “ภาวะไร้เหตุผล” ในที่นี้ Fundamentally เน้นว่าความขัดแย้งนี้มีรากอยู่ในความสัมพันธ์พื้นฐานระหว่างมนุษย์กับโลก ไม่ได้หมายถึงเพียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ ความคิดโง่ ๆ หรือสิ่งที่ชวนขบขัน

แบบฝึกหัด

absurd หมายถึงอะไรในบริบททางปรัชญานี้?

  1. คำนี้อธิบายความขัดแย้งระหว่างการแสวงหาความหมายของมนุษย์กับจักรวาลที่ไม่ตอบสนอง
  2. คำนี้หมายความว่าการนำชิ้นส่วนจิ๊กซอว์มาประกอบกันเป็นไปไม่ได้ทางกายภาพ
  3. คำนี้หมายความว่าจักรวาลตลกและให้ความบันเทิง
ดูคำตอบ

คำนี้อธิบายความขัดแย้งระหว่างการแสวงหาความหมายของมนุษย์กับจักรวาลที่ไม่ตอบสนอง

This tension became the heart สำนวน

1:37

ความตึงเครียดนี้ได้กลายมาเป็นหัวใจสำคัญ

of Camus's philosophy of the absurd, วัฒนธรรม

1:39

ของปรัชญาว่าด้วยความไร้สาระของกามูส์

which argued that life is inherently futile. การใช้คำ

1:42

ซึ่งโต้แย้งว่าชีวิตเป็นสิ่งไร้ประโยชน์โดยเนื้อแท้

สำนวน

became the heart of: กลายเป็นหัวใจสำคัญ

The heart of เป็นคำเปรียบเทียบที่หมายถึงส่วนที่เป็นศูนย์กลางหรือสำคัญที่สุดของบางสิ่ง ในที่นี้ became the heart of หมายความว่าความตึงเครียดนี้กลายเป็นแนวคิดหลักที่จัดวางปรัชญาของกามูส์ ไม่ได้หมายถึงการกลายเป็นอวัยวะหรืออารมณ์ โครงสร้าง X becomes หรือ became the heart of Y ใช้ระบุสิ่งที่พัฒนาจนกลายเป็นประเด็นสำคัญของทฤษฎี การถกเถียง โครงการ หรือความสัมพันธ์ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายของบทเรียน: After the first customer survey, simplicity ____ the redesign.

ดูคำตอบ

became the heart of

วัฒนธรรม

ปรัชญาเรื่องความไร้เหตุผลของกามู

ในที่นี้ the absurd เป็นศัพท์ทางปรัชญาของกามู หมายถึงความขัดแย้งระหว่างความต้องการของมนุษย์ที่จะพบความหมายอันชัดเจน กับโลกที่เงียบเฉยและไม่มอบคำตอบสุดท้ายให้ Camus's philosophy of the absurd เป็นชื่อแนวคิดที่มุ่งสำรวจว่ามนุษย์เผชิญความขัดแย้งนี้อย่างไร ไม่ได้หมายถึงปรัชญาที่ตลกหรือเหลวไหล เพราะคำคุณศัพท์ทั่วไป absurd กลายเป็นนามวลี the absurd ที่มีความหมายทางปรัชญาเฉพาะ

แบบฝึกหัด

ในปรัชญาของกามู the absurd หมายถึงอะไร

  1. แนวคิดที่ว่าปัญหายากทุกอย่างแก้ไม่ได้
  2. รูปแบบเรื่องตลกที่สร้างจากเหตุการณ์เหลวไหล
  3. ความขัดแย้งระหว่างการแสวงหาความหมายของมนุษย์กับโลกที่ไม่ให้คำตอบสุดท้าย
ดูคำตอบ

ความขัดแย้งระหว่างการแสวงหาความหมายของมนุษย์กับโลกที่ไม่ให้คำตอบสุดท้าย

การใช้คำ

inherently futile: ไร้ผลโดยเนื้อแท้

inherently หมายถึงคุณสมบัติที่เกิดจากธรรมชาติพื้นฐานของสิ่งนั้น ไม่ใช่จากสถานการณ์ชั่วคราว ส่วน futile ใช้อธิบายความพยายามหรือการแสวงหาที่ไม่อาจให้ผลตามที่ตั้งใจหรือผลที่มีความหมายได้ แม้จะพยายามต่อไป เมื่อใช้ร่วมกัน inherently futile เป็นการตัดสินที่หนักแน่นและเป็นนามธรรมว่า การไม่เกิดผลที่เป็นประโยชน์นั้นมีอยู่ในตัวสิ่งนั้นเอง ในประโยคนี้ ความสูญเปล่าถูกนำเสนอว่าเป็นสภาวะพื้นฐานของชีวิต ไม่ใช่เพียงความยาก ความเหนื่อย หรืออุปสรรคชั่วคราว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ inherently futile ได้ถูกต้องที่สุด

  1. Charging the phone was inherently futile because it took longer than expected, but it reached 100 percent.
  2. Trying to charge a phone with a cable that cannot carry electricity is inherently futile.
  3. The phone was inherently futile because its case was green.
ดูคำตอบ

Trying to charge a phone with a cable that cannot carry electricity is inherently futile.

Exploring how to live without meaning ไวยากรณ์

1:46

การค้นหาว่าจะมีชีวิตอยู่โดยไร้ความหมายได้อย่างไร

became the guiding question behind Camus's early work, วลี

1:49

ได้กลายมาเป็นคำถามชี้นำเบื้องหลังผลงานในยุคแรกๆ ของกามูส์

which he called his cycle of the absurd. วัฒนธรรม

1:52

ซึ่งเขาเรียกว่าวัฏจักรแห่งความไร้สาระของเขา

ไวยากรณ์

Exploring how to live without meaning ในฐานะประธานแบบซับซ้อน

วลี Exploring how to live without meaning ทั้งหมดเป็นประธานของประโยค ในที่นี้ Exploring เป็น gerund ที่ใช้เรียกกิจกรรมหนึ่ง ไม่ใช่กริยาหลักในรูป progressive กริยาหลักคือ became ภายในประธาน how to live เป็นโครงสร้างคำแสดงคำถาม + to-infinitive ซึ่งหมายถึง “วิธีที่จะใช้ชีวิต” หรือ “คนเราจะใช้ชีวิตอย่างไร” ภาษาอังกฤษสามารถใช้วลี gerund ที่มีโครงสร้างนี้เป็นประธานเชิงนามธรรมที่ซับซ้อนหนึ่งชุดได้

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Exploring how to reduce waste became our main goal.” คำใดบ้างรวมกันเป็นประธานทั้งหมด?

  1. Exploring how to reduce waste
  2. became
  3. our main goal
ดูคำตอบ

Exploring how to reduce waste

วลี

guiding question behind: คำถามหลักที่ชี้นำโครงการ

a guiding question คือคำถามหลักที่ยังคงกำหนดทิศทางของงานวิจัย งานสร้างสรรค์ หรือโครงการ ในโครงสร้าง the guiding question behind + คำนาม คำว่า behind ชี้ถึงแนวคิดเบื้องลึกที่จัดระเบียบหรือผลักดันงานนั้น ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งทางกายภาพ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวหมายถึงคำถามหลักที่กำหนดผลงานยุคแรกของกามู

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนนี้: Whether machines can be creative was the ____ the exhibition.

ดูคำตอบ

guiding question behind

วัฒนธรรม

cycle of the absurd: กลุ่มผลงานที่เชื่อมโยงด้วยหัวข้อร่วมกัน

ในประโยคนี้ cycle หมายถึงกลุ่มผลงานวรรณกรรมที่เชื่อมโยงกันด้วยหัวข้อหรือแนวคิดร่วมกัน กามูส์ใช้ cycle of the absurd เป็นชื่อเรียกผลงานยุคแรกกลุ่มหนึ่งซึ่งเน้นปัญหาเรื่องความไร้เหตุผล cycle ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงลำดับเหตุการณ์ที่เกิดซ้ำ ในบริบทวรรณกรรมและศิลปะ คำนี้ใช้จัดผลงานที่เกี่ยวข้องกันหลายชิ้นให้อยู่ในช่วงการสร้างสรรค์หรือชุดผลงานตามหัวข้อเดียวกันได้

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ cycle of the absurd หมายถึงอะไร

  1. นวนิยายเรื่องเดียวที่เนื้อเรื่องย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้น
  2. รูปแบบเหตุการณ์ที่เกิดซ้ำอย่างต่อเนื่อง
  3. กลุ่มผลงานที่เชื่อมโยงกันด้วยหัวข้อความไร้เหตุผล
ดูคำตอบ

กลุ่มผลงานที่เชื่อมโยงกันด้วยหัวข้อความไร้เหตุผล

The star of this cycle การใช้คำ

1:56

ดาวเด่นของวัฏจักรนี้

and Camus's first published novel

1:58

และนวนิยายตีพิมพ์เรื่องแรกของกามูส์

offers a rather bleak response. วลี

2:00

นำเสนอคำตอบที่ค่อนข้างสิ้นหวัง

การใช้คำ

The star of this cycle: ผลงานที่โดดเด่นที่สุดในชุด

ใน The star of this cycle คำว่า star เป็นคำเปรียบเทียบ หมายถึงผลงานที่โดดเด่นที่สุดหรือเป็นตัวแทนของกลุ่ม ไม่ได้หมายถึงวัตถุบนท้องฟ้าหรือนักแสดงในนวนิยาย รูปแบบ the star of X ใช้อธิบายบุคคล ผลงาน ผลิตภัณฑ์ หรือจุดเด่นที่ได้รับความสนใจมากที่สุดภายใน X ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ star ในความหมายเชิงเปรียบเทียบแบบเดียวกับ The star of this cycle

  1. The new sculpture is the star of the exhibition.
  2. The actor is the star of a new television drama.
  3. At night, one bright star appeared above the exhibition hall.
ดูคำตอบ

The new sculpture is the star of the exhibition.

วลี

offers a rather bleak response: ให้คำตอบที่ค่อนข้างมองโลกในแง่ร้าย

ในที่นี้ offer a response หมายถึง “ให้หรือเสนอคำตอบหรือแนวทางต่อคำถามหนึ่ง” ประธานอาจเป็นนวนิยาย ข้อโต้แย้ง ทฤษฎี หรือชุดหลักฐานก็ได้ โดย offer ไม่ได้หมายถึงการยื่นสิ่งของให้ใครจริง ๆ Bleak หมายถึงสิ้นหวังหรือชี้ให้เห็นแนวโน้มที่ไม่ดี ส่วน rather หมายถึง “ค่อนข้าง” ดังนั้น a rather bleak response คือคำตอบที่มองโลกในแง่ร้ายอย่างเห็นได้ชัด แต่ถ่ายทอดด้วยน้ำเสียงประเมินที่ค่อนข้างยับยั้ง

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวนเป้าหมายเติมประโยคให้สมบูรณ์: The climate report ____ to the question of whether current efforts are enough.

ดูคำตอบ

offers a rather bleak response

The Stranger follows Meursault, การใช้คำ

2:03

The Stranger ติดตามเรื่องราวของเมอร์โซลท์

an emotionally detached young man การใช้คำ

2:06

ชายหนุ่มผู้แยกตัวออกจากความรู้สึก

who doesn't attribute much meaning to anything. วลี

2:08

ผู้ซึ่งไม่ให้ความหมายอะไรมากมายกับสิ่งใดเลย

การใช้คำ

The Stranger follows Meursault: follow ในการสรุปเรื่อง

ในเรื่องย่อ เราสามารถใช้เรื่องราว นวนิยาย ภาพยนตร์ สารคดี หรือซีรีส์เป็นประธานของ follow และใช้บุคคลหรือกลุ่มคนเป็นกรรมได้ หมายความว่าเรื่องเล่ามุ่งเน้นไปที่คนเหล่านั้นและแสดงประสบการณ์ของพวกเขาตลอดช่วงเวลาหนึ่ง ข้อความ The Stranger follows Meursault แนะนำเมอร์โซในฐานะตัวละครหลัก ไม่ได้หมายความว่าหนังสือเคลื่อนที่ตามหลังเขาจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ใช้คำกริยาสำหรับสรุปเรื่องที่เรียนในบทนี้: The podcast ____ three chefs as they prepare for a national competition.

ดูคำตอบ

follows

การใช้คำ

emotionally detached: เว้นระยะจากการมีส่วนร่วมทางอารมณ์

emotionally detached หมายถึงการรักษาระยะห่างอย่างชัดเจนจากความรู้สึกหรือความผูกพันทางอารมณ์ ในที่นี้ใช้บรรยายเมอร์โซว่าเป็นคนที่ไม่ค่อยมีส่วนร่วมทางอารมณ์หรือแสดงความเห็นอกเห็นใจมากนัก detached ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการแยกออกจากกันทางกายภาพ คำว่า emotionally ชี้ว่าระยะห่างนั้นเป็นด้านจิตใจหรือความสัมพันธ์ และใช้บรรยายได้ทั้งลักษณะที่เป็นมานานกับสภาวะในสถานการณ์เฉพาะ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบรรยายคนที่ emotionally detached ได้เหมาะสมที่สุด

  1. She stayed emotionally detached and showed little reaction to the argument.
  2. She felt deeply involved and shared everyone's excitement.
  3. The label became detached from the bottle.
ดูคำตอบ

She stayed emotionally detached and showed little reaction to the argument.

วลี

attribute meaning to something: ให้ความหมายแก่บางสิ่ง

attribute meaning to something หมายถึงการมองว่าสิ่งหนึ่งมีความหมายหรือให้ความสำคัญแก่สิ่งนั้นในการตีความ โครงสร้างคือ attribute + meaning, significance หรือ value + to + บุคคล สิ่งของ หรือเหตุการณ์ที่ได้รับความหมายนั้น ใน doesn't attribute much meaning to anything คำปฏิเสธ doesn't ใช้ร่วมกับ much และ anything เพื่อสื่อว่าเขาแทบไม่เห็นความหมายในสิ่งใดเลย แต่ไม่จำเป็นต้องหมายความว่าเขาไม่เห็นความหมายแม้แต่น้อยโดยสิ้นเชิง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ attribute + special meaning + to: Many families ____ old holiday traditions.

ดูคำตอบ

attribute special meaning to

He doesn't cry at his mother's funeral.

2:12

เขาไม่ร้องไห้ในงานศพแม่ของเขา

He supports his neighbor's scheme to humiliate a woman.

2:15

เขาสนับสนุนแผนการของเพื่อนบ้านที่จะทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งอับอาย

He even commits a violent crime.

2:19

เขายังถึงขั้นก่ออาชญากรรมที่รุนแรง

But Meursault feels no remorse. วลี

2:22

แต่เมอร์โซลท์ไม่รู้สึกสำนึกผิด

วลี

feels no remorse: ไม่มีความรู้สึกผิดทางศีลธรรมหรือความสำนึกผิด

remorse คือความรู้สึกผิดและเสียใจอย่างลึกซึ้งจากการทำสิ่งที่ผิดทางศีลธรรมหรือทำร้ายผู้อื่น ในประโยคนี้ feels no remorse หมายความว่าเมอร์โซไม่รู้สึกผิดทางศีลธรรมเช่นนั้นเลยหลังจากการกระทำของเขา ในรูปแบบนี้ remorse มักเป็นคำนามนับไม่ได้ เช่น feel remorse, feel no remorse หรือ show remorse สำนวนนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับบรรยายปฏิกิริยาของคนต่อความผิดร้ายแรง ไม่ใช่เพียงความผิดหวังกับผลลัพธ์บางอย่าง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบรรยายคนที่ก่อความเสียหายร้ายแรงแต่ไม่รู้สึกผิดทางศีลธรรมได้ดีที่สุด

  1. He is worried that someone may blame him.
  2. He feels no remorse for the harm he caused.
  3. He regrets that the picnic was canceled.
ดูคำตอบ

He feels no remorse for the harm he caused.

For him, the world is pointless

2:24

สำหรับเขา โลกนี้ไร้ความหมาย

and moral judgment has no place in it. สำนวน

2:27

และการตัดสินทางศีลธรรมก็ไม่มีที่ทางในโลกของเขา

สำนวน

moral judgment has no place in it: รูปแบบ X has no place in Y

X has no place in Y เป็นสำนวนเชิงเปรียบเทียบ หมายความว่า X ไม่เหมาะสม ไม่เป็นที่ยอมรับ หรือไม่มีบทบาทที่ชอบธรรมใน Y โดย place ไม่ได้หมายถึงสถานที่ทางกายภาพ ในที่นี้ it หมายถึงโลกตามที่เมอร์โซมอง ประโยคส่วนนี้บอกว่า ภายใต้มุมมองของเขาที่เห็นว่าโลกไร้ความหมาย การตัดสินทางศีลธรรมไม่มีบทบาทหรือสถานะที่ถูกต้อง

แบบฝึกหัด

เติมกฎของห้องเรียนให้สมบูรณ์ด้วยสำนวนที่หมายถึง “เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ใน”: Bullying ____ our classroom.

ดูคำตอบ

has no place in

This attitude creates hostility

2:31

ทัศนคตินี้สร้างความบาดหมาง

between Meursault and the orderly society he inhabits,

2:33

ระหว่างเมอร์โซลท์กับสังคมอันเป็นระเบียบที่เขาอาศัยอยู่

slowly increasing his alienation ลำดับความ

2:37

ค่อยๆ เพิ่มความแปลกแยกในตัวเขา

until the novel's explosive climax.

2:40

จนไปสู่จุดไคลแมกซ์อันระเบิดอารมณ์ของนวนิยาย

ลำดับความ

slowly increasing ... until ...: สรุปการทวีความรุนแรงไปจนถึงจุดไคลแมกซ์

อนุประโยค -ing หลังเครื่องหมายจุลภาค slowly increasing his alienation แสดงผลที่ดำเนินต่อเนื่องจากความเป็นปรปักษ์ที่กล่าวไว้ในประโยคหลัก โดยรวมเหตุและผลที่ค่อย ๆ พัฒนาไว้ในประโยคเดียว แทนที่จะเริ่มเล่าเหตุการณ์ใหม่แยกออกไป until the novel's explosive climax ระบุจุดสิ้นสุดของพัฒนาการนี้ ข้อมูลจึงเคลื่อนจากความเป็นปรปักษ์ ไปสู่ความแปลกแยกที่เพิ่มขึ้น และจบที่จุดสูงสุดอันเข้มข้นของเรื่อง โดย climax ในที่นี้หมายถึงจุดสูงสุดสำคัญของโครงเรื่อง

แบบฝึกหัด

slowly increasing his alienation until the novel's explosive climax ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. สรุปผลที่ค่อย ๆ พัฒนาและจุดสิ้นสุดไว้ในประโยคเดียวกัน
  2. เริ่มเหตุการณ์ที่ไม่เกี่ยวข้องซึ่งเกิดขึ้นก่อนความเป็นปรปักษ์
  3. ยกคำพูดโดยตรงจากจุดไคลแมกซ์ของนวนิยาย
ดูคำตอบ

สรุปผลที่ค่อย ๆ พัฒนาและจุดสิ้นสุดไว้ในประโยคเดียวกัน

Unlike his spurned protagonist,

2:43

ต่างจากตัวเอกที่ถูกรังเกียจของเขา

Camus was celebrated for his honest philosophy.

2:45

กามูส์ได้รับการยกย่องจากปรัชญาที่ซื่อสัตย์ของเขา

The Stranger catapulted him to fame, สำนวน

2:49

The Stranger ผลักดันเขาให้มีชื่อเสียง

สำนวน

catapulted him to fame: ทำให้โด่งดังขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

catapult ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการยิงหรือเหวี่ยงคนออกไปจริง ๆ catapulted him to fame หมายความว่า The Stranger ทำให้เขาเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในเวลาอันสั้น โดยเน้นการเปลี่ยนแปลงสถานะที่รวดเร็วและโดดเด่น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ catapult + บุคคลหรือสิ่งของ + to + ตำแหน่งหรือสถานะใหม่ คำที่มักใช้เติมรูปแบบนี้ ได้แก่ fame, stardom และ prominence

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ catapult: A viral cooking video ____ Maya to fame.

ดูคำตอบ

catapulted

and Camus continued producing works

2:51

และกามูส์ยังคงสร้างผลงานต่อไป

that explored the value of life amidst absurdity,

2:54

ที่สำรวจคุณค่าของชีวิตท่ามกลางความไร้สาระ

many of which circled back to the same philosophical question. กริยาวลี

2:58

ซึ่งหลายเรื่องก็วนกลับมาที่คำถามทางปรัชญาเดิม

กริยาวลี

circled back to: ย้อนกลับไปยังหัวข้อก่อนหน้า

ในที่นี้ circled back to หมายถึง “ย้อนกลับไปยังหัวข้อหรือคำถามที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้” ผลงานของกามูส์สำรวจแนวคิดต่าง ๆ แต่ผลงานจำนวนมากกลับมาสู่คำถามทางปรัชญาเดียวกัน สำนวนนี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายความว่ามีใครเคลื่อนที่เป็นวงกลมจริง ๆ โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ circle back to + หัวข้อ คำถาม หรืองาน โดย circled เป็นรูปอดีต

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “ย้อนกลับไปยังหัวข้อก่อนหน้า”: After discussing the new evidence, the team ____ its original question.

ดูคำตอบ

circled back to

If life is truly meaningless, ไวยากรณ์

3:02

หากชีวิตไร้ความหมายอย่างแท้จริง

is committing suicide the only rational response?

3:05

การฆ่าตัวตายคือการตอบสนองที่สมเหตุสมผลเพียงอย่างเดียวหรือไม่?

ไวยากรณ์

If ..., is ... the only rational response?: การตรวจสอบข้อสรุป

อนุประโยคที่ใช้ if ตั้งสมมติฐานขึ้นชั่วคราวว่า สมมติว่าชีวิตไร้ความหมายจริง ๆ จากนั้นประโยคหลักใช้รูปคำถามเพื่อตรวจสอบว่าสมมติฐานนี้จำเป็นต้องนำไปสู่ข้อสรุปสุดโต่งเพียงข้อเดียวหรือไม่ เนื่องจากประโยคนี้เป็นคำถามแทนที่จะเป็นคำยืนยัน จึงไม่ได้อ้างว่าการฆ่าตัวตายมีเหตุผลหรือหลีกเลี่ยงไม่ได้ โครงสร้าง If + สมมติฐาน แล้วตามด้วยคำถาม ช่วยให้ผู้พูดตรวจสอบหรือโต้แย้งผลที่เสนอขึ้นมาได้ คำว่า only ทำให้ผลดังกล่าวมีลักษณะเด็ดขาดเป็นพิเศษ

แบบฝึกหัด

ประโยคนี้ทำหน้าที่อะไรในการให้เหตุผล

  1. ประกาศว่าได้รับการพิสูจน์แล้วว่าการฆ่าตัวตายเป็นทางเลือกที่มีเหตุผลเพียงอย่างเดียว
  2. ตั้งสมมติฐานชั่วคราวว่าชีวิตไร้ความหมาย และถามว่าการฆ่าตัวตายจำเป็นต้องตามมาในฐานะการตอบสนองที่มีเหตุผลเพียงอย่างเดียวหรือไม่
  3. รายงานว่าบุคคลหนึ่งได้ฆ่าตัวตายไปแล้ว
ดูคำตอบ

ตั้งสมมติฐานชั่วคราวว่าชีวิตไร้ความหมาย และถามว่าการฆ่าตัวตายจำเป็นต้องตามมาในฐานะการตอบสนองที่มีเหตุผลเพียงอย่างเดียวหรือไม่

Camus's answer was an emphatic no. การใช้คำ

3:09

คำตอบของกามูส์คือ ไม่ อย่างหนักแน่น

การใช้คำ

an emphatic no: การปฏิเสธที่หนักแน่นและชัดเจน

ในวลี an emphatic no คำว่า emphatic หมายถึงการปฏิเสธที่หนักแน่น ชัดเจน และแสดงออกอย่างจริงจัง คำนี้บอกถึงความแน่วแน่ของจุดยืน ไม่ได้หมายความว่าต้องพูดเสียงดังเสมอไป ในที่นี้ no ใช้เป็นคำนาม หมายถึง “คำตอบปฏิเสธ” ภาษาอังกฤษจึงวางคำนำหน้านามและคำคุณศัพท์ไว้หน้า yes หรือ no ได้ เช่น a clear yes หรือ an emphatic no

แบบฝึกหัด

ประโยคใดรายงานการปฏิเสธที่หนักแน่นและชัดเจน?

  1. The committee gave a hesitant maybe to the proposal.
  2. The committee gave a qualified yes to the proposal.
  3. The committee gave an emphatic no to the proposal.
ดูคำตอบ

The committee gave an emphatic no to the proposal.

There may not be any explanation for our unjust world,

3:13

โลกที่ไม่ยุติธรรมของเราอาจไม่มีคำอธิบายใดๆ

but choosing to live regardless ไวยากรณ์

3:17

แต่การเลือกที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปต่างหาก

is the deepest expression of our genuine freedom. วลี

3:19

คือการแสดงออกที่ลึกซึ้งที่สุดถึงเสรีภาพที่แท้จริงของเรา

ไวยากรณ์

choosing to live regardless: ใช้การกระทำเป็นประธานและเพิ่มความหมายแบบยอมรับข้อขัดแย้ง

วลี choosing to live regardless ทั้งวลีเป็นประธานของ is ส่วน Choosing เป็น gerund หรือรูป -ing ที่ทำหน้าที่เหมือนคำนาม โดยเปลี่ยนการกระทำ choose to live ให้เป็นแนวคิดที่พูดถึงเหมือนเป็นสิ่งหนึ่งได้ Regardless ในที่นี้เป็นคำวิเศษณ์ที่ใช้เดี่ยว ๆ หมายถึง “แม้สิ่งที่เพิ่งกล่าวมาจะเป็นจริง” หรือ “ถึงอย่างนั้นก็ตาม” คำนี้ย้อนกลับไปยังความเป็นไปได้ที่ว่าโลกไม่ยุติธรรมและไม่มีคำอธิบาย พร้อมเพิ่มความหมายว่าคนเรายังเลือกดำเนินชีวิตต่อไปอย่างตั้งใจแม้มีความยากลำบากนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้การกระทำที่หมายถึง “ยังคงเดินหน้าต่อไปแม้จะเป็นเช่นนั้น” เป็นประธานทางไวยากรณ์ได้ถูกต้อง?

  1. Choose to continue regardless took courage.
  2. Choosing to continue regardless of took courage.
  3. Choosing to continue regardless took courage.
ดูคำตอบ

Choosing to continue regardless took courage.

วลี

the deepest expression of our genuine freedom: การแสดงออกที่ลึกซึ้งที่สุดของเสรีภาพที่แท้จริงของเรา

ในที่นี้ expression หมายถึงการที่คุณลักษณะนามธรรมปรากฏให้เห็นผ่านการกระทำ ไม่ได้หมายถึงสีหน้า การเลือกที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปถูกนำเสนอว่าเป็นวิธีที่ลึกซึ้งที่สุดในการแสดงเสรีภาพที่แท้จริง โครงสร้าง an expression of + คำนามนามธรรม ใช้เชื่อมการกระทำ การตัดสินใจ หรือผลงานเข้ากับคุณค่า ทัศนคติ หรือความรู้สึกที่สิ่งนั้นสะท้อนออกมา deepest เน้นระดับของการแสดงคุณค่านั้น ส่วน genuine บอกว่าเสรีภาพนั้นเป็นของจริง ไม่ใช่เพียงสิ่งที่ดูเหมือนจริง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ expression ในความหมายเดียวกับวลีที่เน้นไว้

  1. Refusing the bribe was an expression of integrity.
  2. Please simplify the expression before solving the equation.
  3. Her expression changed when she heard the news.
ดูคำตอบ

Refusing the bribe was an expression of integrity.

Camus explained this in one of his most famous essays,

3:23

กามูส์อธิบายเรื่องนี้ไว้ในความเรียงที่โด่งดังที่สุดชิ้นหนึ่งของเขา

which centers on the Greek myth of Sisyphus. โน้ต

3:26

ซึ่งมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ตำนานกรีกของซิซิฟัส

วลี

centers on: ระบุหัวข้อหลัก

center on หมายถึง “มีบางสิ่งเป็นหัวข้อหรือจุดสนใจหลัก” ในประโยคนี้ which อ้างถึง essay ดังนั้น centers on จึงบอกว่าตำนานกรีกเรื่องซิซิฟัสเป็นหัวข้อหลักของบทความ ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งทางกายภาพ โครงสร้างนี้ใช้บ่อยเมื่อแนะนำเนื้อหาหลักของหนังสือ ภาพยนตร์ งานวิจัย หลักสูตร หรือการอภิปราย ในกาลปัจจุบัน ประธานเอกพจน์อย่าง essay ใช้รูป centers on

แบบฝึกหัด

ใช้รูปปัจจุบันที่ถูกต้องของ center on เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The documentary ____ the daily lives of volunteer firefighters.

ดูคำตอบ

centers on

วัฒนธรรม

the Greek myth of Sisyphus: ตำนานกรีกเรื่องซิซิฟัสกับภารกิจที่ไม่มีวันจบ

ซิซิฟัสเป็นกษัตริย์ในตำนานกรีกโบราณ ไม่ใช่ตัวละครที่กามูส์สร้างขึ้น เพื่อเป็นการลงโทษ เขาต้องผลักก้อนหินขนาดใหญ่ขึ้นเนินซ้ำแล้วซ้ำเล่า และทุกครั้งก้อนหินก็จะกลิ้งกลับลงมา กามูส์วางตำนานนี้ไว้เป็นแกนกลางของบทความ เพราะงานที่ต้องทำซ้ำแสดงให้เห็นความพยายามที่ไม่มีวันสิ้นสุดและไม่มีผลสำเร็จสุดท้าย การรู้ภูมิหลังนี้ช่วยให้เข้าใจว่าสิ่งที่กล่าวถึงซิซิฟัสสื่อถึงอะไร

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดให้ภูมิหลังที่จำเป็นต่อการเข้าใจการอ้างถึงนี้

  1. เขาเป็นนักเขียนชาวกรีกผู้เขียนบทความที่กล่าวถึงในประโยค
  2. เขาเป็นนักปรัชญาที่กามูส์สร้างขึ้นเพื่ออธิบายบทความของตน
  3. เขาเป็นกษัตริย์ในตำนานกรีกที่ถูกลงโทษให้ผลักก้อนหินขึ้นเนินซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ดูคำตอบ

เขาเป็นกษัตริย์ในตำนานกรีกที่ถูกลงโทษให้ผลักก้อนหินขึ้นเนินซ้ำแล้วซ้ำเล่า

Sisyphus was a king who cheated the gods

3:30

ซิซิฟัสเป็นกษัตริย์ที่หลอกลวงเหล่าทวยเทพ

and was condemned วลี

3:33

และถูกตัดสินลงโทษ

to endlessly roll a boulder up a hill.

3:34

ให้กลิ้งก้อนหินขึ้นภูเขาไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

วลี

was condemned to endlessly roll: be condemned to + คำกริยา

Be condemned to do something หมายถึง ถูกตัดสินโทษ ถูกลงโทษ หรือถูกกำหนดให้ต้องทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ในโครงสร้างกรรมวาจกนี้ การกระทำถูกบังคับให้บุคคลนั้นทำ ไม่ใช่สิ่งที่เขาเลือกอย่างเสรี ในประโยคนี้ บทลงโทษของซิซิฟัสคือการกลิ้งก้อนหินตลอดไป รูปแบบคือ be + condemned + to + คำกริยารูปพื้นฐาน Endlessly ขยาย roll จึงเน้นว่าการกระทำที่ถูกบังคับนั้นไม่มีวันจบ condemned ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเพียงถูกวิจารณ์อย่างรุนแรง

แบบฝึกหัด

ใช้รูปกรรมวาจกในอดีตของ condemn และ infinitive remain เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: After the trial, the ruler ____ in exile for the rest of his life.

ดูคำตอบ

was condemned to remain

The cruelty of his punishment

3:38

ความโหดร้ายของการลงโทษของเขา

lies in its singular futility. วลี

3:39

อยู่ที่ความสูญเปล่าอันเป็นเอกเทศของมัน

วลี

lies in its singular futility: ชี้ต้นเหตุสำคัญ

ในประโยคนี้ lies in หมายถึง “มีต้นตอสำคัญอยู่ที่” หรือ “อธิบายได้ด้วย” ไม่ได้หมายถึงการนอนหรืออยู่ข้างในจริง ๆ ประโยคนี้ชี้ว่าความสูญเปล่าที่เด่นชัดหรือผิดธรรมดาของบทลงโทษคือสิ่งที่ทำให้มันโหดร้าย โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ ประธาน + lie/lies in + คำนามหรือรูป -ing: The difficulty lies in choosing. ใช้เพื่อชี้เหตุผลหลัก คุณสมบัติสำคัญ หรือความยากที่เป็นหัวใจของเรื่อง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปปัจจุบันที่ถูกต้องของ lie in: The real value of the program ____ the support it gives new teachers.

ดูคำตอบ

lies in

But Camus argues all of humanity is in the same position, วลี

3:42

แต่กามูส์แย้งว่ามนุษยชาติทั้งหมดล้วนตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน

วลี

in the same position: เผชิญสถานการณ์เดียวกัน

in the same position หมายถึง “เผชิญสถานการณ์ ข้อจำกัด หรือปัญหาที่เกี่ยวข้องแบบเดียวกัน” ในที่นี้ position เป็นนามธรรม ไม่ได้หมายถึงท่าทางร่างกาย สถานที่ หรือตำแหน่งงาน กามูส์ขยายสถานการณ์ของซิซิฟัสให้ครอบคลุมมนุษยชาติทั้งหมด โครงสร้างทั่วไปคือ be in the same position และมักตามด้วย as + บุคคลหรือกลุ่ม เมื่อยังไม่ชัดว่ากำลังเปรียบเทียบกับใคร: I'm in the same position as you. ไม่จำเป็นว่าทุกรายละเอียดในชีวิตต้องเหมือนกัน เพียงแต่มีเงื่อนไขที่กำลังพูดถึงร่วมกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ in the same position เพื่อหมายถึงคนสองคนเผชิญสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องแบบเดียวกัน

  1. Mina and Paolo have the same position at the company.
  2. Although their jobs are different, both parents are in the same position: neither can work late.
  3. The two dancers are in the same position, with one arm raised.
ดูคำตอบ

Although their jobs are different, both parents are in the same position: neither can work late.

and only when we accept the meaninglessness of our lives, ไวยากรณ์

3:47

และต่อเมื่อเรายอมรับความไร้ความหมายของชีวิตเราเท่านั้น

can we face the absurd with our heads held high. สำนวน

3:51

เราจึงจะสามารถเผชิญหน้ากับความไร้สาระได้อย่างภาคภูมิ

ไวยากรณ์

Only when ... can we ...: เงื่อนไขที่วางไว้ต้นประโยคและการกลับลำดับ

เมื่อวางเงื่อนไขที่ขึ้นต้นด้วย only when ไว้หน้าประโยค อนุประโยคหลักที่ตามมาต้องสลับตำแหน่งประธานกับกริยาช่วย: only when + ประธาน + กริยา, กริยาช่วยหรือ modal + ประธาน + กริยาหลัก ในที่นี้ can we face เป็นข้อความบอกเล่า ไม่ใช่คำถาม การสลับลำดับเน้นว่าการยอมรับความไร้ความหมายเป็นเงื่อนไขที่จำเป็น อนุประโยค when เองยังคงใช้ลำดับปกติคือ we accept ไม่ใช่ do we accept มีเพียงอนุประโยคหลักเท่านั้นที่กลับลำดับ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้การกลับลำดับหลังเงื่อนไข only when ที่วางไว้ต้นประโยคได้ถูกต้อง

  1. Only when the evidence is complete can we reach a conclusion.
  2. Only when the evidence is complete we can reach a conclusion.
  3. Only when is the evidence complete can we reach a conclusion.
ดูคำตอบ

Only when the evidence is complete can we reach a conclusion.

สำนวน

With our heads held high: เผชิญความยากลำบากอย่างมีศักดิ์ศรี

with our heads held high หมายถึงการเผชิญสถานการณ์ยากลำบากด้วยศักดิ์ศรีและความมั่นใจ โดยไม่รู้สึกพ่ายแพ้หรือละอาย ในประโยคนี้หมายความว่าผู้คนสามารถเผชิญกับความไร้เหตุผลโดยไม่ถูกทำลายทางอารมณ์ จุดสำคัญคือท่าที ไม่ใช่ท่าทางของร่างกายตามตัวอักษร รูปแบบคือ with + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + head + held high โดย held เป็น past participle ที่บอกว่าศีรษะอยู่ในสภาพยกขึ้น ต้องปรับรูปตามบุคคลหรือกลุ่ม เช่น with her head held high แต่ใช้ with their heads held high สำหรับหลายคน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึงการรักษาศักดิ์ศรีหลังพบความผิดหวัง: Although Maya lost the final, she walked off the court with ____.

ดูคำตอบ

her head held high

As Camus says,

3:55

ดังที่กามูส์กล่าวไว้ว่า

when the king chooses to begin his relentless task once more,

3:56

เมื่อกษัตริย์เลือกที่จะเริ่มภารกิจที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยของเขาอีกครั้ง

one must imagine Sisyphus happy. ไวยากรณ์

4:00

เราต้องจินตนาการว่าซิซิฟัสมีความสุข

ไวยากรณ์

imagine Sisyphus happy: กรรมและส่วนเติมเต็มที่เป็นคำคุณศัพท์

ใน imagine Sisyphus happy คำว่า Sisyphus เป็นกรรมของ imagine และ happy เป็นส่วนเติมเต็มของกรรม คำคุณศัพท์นี้บอกสภาพที่เราจินตนาการว่า Sisyphus เป็นอยู่ ไม่ได้ขยายคำว่า imagine โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ imagine + กรรม + คำคุณศัพท์ เช่น imagine the house empty หรือ imagine the children safe กริยาอย่าง find และ consider ก็ใช้โครงสร้างส่วนเติมเต็มของกรรมแบบนี้ได้เช่นกัน แต่กริยาแต่ละคำมีความหมายต่างกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้าง imagine + กรรม + ส่วนเติมเต็มที่เป็นคำคุณศัพท์

  1. I imagined the house as an abandoned hotel.
  2. I imagined that the house was empty after midnight.
  3. I imagined the house empty after midnight.
ดูคำตอบ

I imagined the house empty after midnight.

Camus's contemporaries weren't so accepting of futility. วลี

4:03

คนร่วมสมัยของกามูส์ไม่ยอมรับความสูญเปล่านี้เท่าใดนัก

วลี

accepting of futility: ทัศนคติที่ยอมรับความไร้ผล

Accepting of เป็นวลีคุณศัพท์ที่หมายถึงการเต็มใจยอมรับ อดทนต่อ หรือเปิดพื้นที่ให้บางสิ่ง ใน weren't so accepting of futility ส่วน of futility ระบุแนวคิดหรือความเป็นจริงที่ผู้ร่วมสมัยกับกามูส์ยอมรับได้น้อยกว่ากามูส์ สำนวนนี้อธิบายทัศนคติ ไม่ใช่การรับสิ่งของ การ accepting of แนวคิดหนึ่งไม่จำเป็นต้องหมายถึงการเห็นชอบหรือสนับสนุน แต่อาจหมายเพียงว่ายินดีรับรู้หรืออยู่ร่วมกับแนวคิดนั้น

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความต่อไปนี้: “Mina is accepting of different viewpoints” หมายความว่า Mina เปิดใจต่อมุมมองเหล่านั้น แม้เธอจะไม่ได้เห็นด้วยกับทุกมุมมอง

  1. ผิด
  2. ถูก
ดูคำตอบ

ถูก

Many existentialists advocated for violent revolution วลี

4:08

นักอัตถิภาวนิยมหลายคนสนับสนุนการปฏิวัติด้วยความรุนแรง

to upend systems การใช้คำ

4:11

เพื่อล้มล้างระบบ

วลี

advocated for violent revolution: การสนับสนุนการปฏิวัติด้วยความรุนแรงอย่างชัดเจนต่อสาธารณะ

advocate for + นามวลี หมายถึงการสนับสนุนต่อสาธารณะหรือแสดงจุดยืนเห็นด้วยกับแนวคิด นโยบาย หรือการกระทำ advocated เป็นรูปอดีต ในประโยคนี้ violent revolution คือการกระทำที่พวกเขาสนับสนุน วลีนี้แสดงจุดยืนที่ชัดเจน ไม่ใช่คำแนะนำแบบสบาย ๆ หรือการกล่าวถึงเพียงอย่างเดียว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ advocate for: At the public hearing, local doctors ____ stricter safety rules.

ดูคำตอบ

advocated for

การใช้คำ

upend systems: พลิกโครงสร้างเดิมอย่างถึงราก

เมื่อใช้กับวัตถุ upend อาจหมายถึงการทำให้พลิกหรือล้มลง แต่เมื่อใช้กับ systems จะเป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ โดย upend systems หมายถึงการรื้อหรือพลิกโครงสร้างและวิธีดำเนินงานเดิมอย่างถึงราก คำกริยานี้สื่อถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในระดับพื้นฐาน จึงมีน้ำหนักแรงกว่าการบอกเพียงว่ามีคนเปลี่ยนระบบมาก

แบบฝึกหัด

กฎหมายใหม่จะรื้อโครงสร้างเดิมและเปลี่ยนวิธีทำงานของทุกหน่วยงานอย่างถึงราก ประโยคใดสื่อความหมายนี้ได้ดีที่สุด

  1. The new law could upend the entire system.
  2. The new law could reform the system while keeping its basic structure.
  3. The new law could change one minor procedure in the system.
ดูคำตอบ

The new law could upend the entire system.

they believed were depriving people of agency and purpose. วลี

4:12

ที่พวกเขาเชื่อว่าได้ลิดรอนอิสรภาพและจุดมุ่งหมายของผู้คน

วลี

depriving people of agency and purpose: รูปแบบ deprive someone of something

รูปแบบ deprive someone of something หมายถึงพรากสิ่งสำคัญไปจากใครบางคน หรือทำให้คนนั้นไม่สามารถเข้าถึงสิ่งนั้นได้ ในอนุประโยคนี้ people คือผู้ได้รับผลกระทบ ส่วน agency and purpose คือสิ่งที่พวกเขาสูญเสียไป ในที่นี้ agency หมายถึงความสามารถในการเลือกและลงมือทำด้วยตนเอง ไม่ใช่องค์กรที่ให้บริการ ส่วน purpose หมายถึงความรู้สึกว่าชีวิตมีทิศทางหรือความหมาย เมื่อรวมกัน วลีนี้บอกว่าผู้คนสูญเสียทั้งการควบคุมการกระทำของตนและเป้าหมายที่คอยชี้นำตน

แบบฝึกหัด

เติมบุพบทที่รูปแบบ deprive someone of something ต้องใช้ให้ประโยคสมบูรณ์: The new rule deprived residents ____ a meaningful choice.

ดูคำตอบ

of

Camus responded with his second set of work,

4:17

กามูส์โต้ตอบด้วยผลงานชุดที่สองของเขา

the cycle of revolt. วัฒนธรรม

4:19

วัฏจักรแห่งการกบฏ

วัฒนธรรม

cycle of revolt: กลุ่มผลงานที่เชื่อมโยงกันด้วยแก่นเรื่องเดียว

ในประโยคนี้ the cycle of revolt เป็นชื่อเรียกผลงานกลุ่มที่สองของกามูส์ ซึ่งเชื่อมโยงกันด้วยแก่นเรื่องการขบถ ในที่นี้ revolt หมายถึงการต่อต้านความไร้เหตุผล ความอยุติธรรม หรือการกดขี่ ไม่ใช่เพียงความโกรธหรือเหตุจลาจลครั้งใดครั้งหนึ่ง cycle ใช้จัดลำดับการอธิบายให้เป็นช่วงหรือชุดของผลงานที่เกี่ยวข้องกัน ไม่ได้หมายความว่าประวัติศาสตร์เกิดซ้ำเป็นวงจรอยู่เรื่อย ๆ ชื่อนี้บอกถึงการเปลี่ยนจุดสนใจจาก cycle of the absurd ก่อนหน้า ไปสู่คำถามว่ามนุษย์ตอบสนองผ่านการขบถอย่างไร

แบบฝึกหัด

cycle of revolt ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. กลุ่มผลงานของกามูส์ที่เชื่อมโยงกันด้วยแก่นเรื่องการขบถ
  2. ลำดับเหตุจลาจลในประวัติศาสตร์ที่เกิดซ้ำไปมา
  3. ผลงานชิ้นเดียวเกี่ยวกับการระเบิดความโกรธอย่างกะทันหัน
ดูคำตอบ

กลุ่มผลงานของกามูส์ที่เชื่อมโยงกันด้วยแก่นเรื่องการขบถ

In The Rebel,

4:22

ใน The Rebel

he explored rebellion as a creative act ไวยากรณ์

4:23

เขาได้สำรวจการกบฏในฐานะการกระทำเชิงสร้างสรรค์

rather than a destructive one.

4:26

มากกว่าจะเป็นการกระทำที่ทำลายล้าง

ไวยากรณ์

rebellion as a creative act rather than a destructive one: นิยามการกบฏว่าเป็นการกระทำที่สร้างสรรค์ ไม่ใช่การทำลายล้าง

ในโครงสร้าง as A rather than B คำว่า as นำเสนอการตีความ A ที่ผู้พูดต้องการให้ยึดถือ ส่วน rather than ปฏิเสธการตีความ B ที่เป็นอีกทางเลือก ในประโยคนี้ rebellion ถูกนิยามว่าเป็น creative act ไม่ใช่ destructive act แนวคิดทั้งสองไม่ได้ถูกเสนอว่าใช้ได้เท่าเทียมกัน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ explore, describe, frame หรือ present X as A rather than B โดย A และ B ควรมีโครงสร้างไวยากรณ์ขนานกัน ในประโยคนี้ one ใช้แทน act ดังนั้น a destructive one จึงหมายถึง a destructive act

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย as และ rather than: The coach described the setback ____ useful feedback ____ a final defeat.

ดูคำตอบ

as · rather than

Camus believed that inverting power dynamics วลี

4:28

กามูส์เชื่อว่าการพลิกกลับพลวัตของอำนาจ

only led to an endless cycle of violence. วลี

4:31

จะนำไปสู่วัฏจักรความรุนแรงที่ไม่มีวันจบสิ้นเท่านั้น

วลี

inverting power dynamics: การสลับว่าใครเป็นฝ่ายกุมอำนาจ

invert power dynamics หมายถึงการสลับว่าบุคคลหรือกลุ่มใดมีอิทธิพล การควบคุม หรืออำนาจมากกว่าในความสัมพันธ์ ในที่นี้ กลุ่มที่เคยอ่อนแอกว่าหรือถูกกดขี่ขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งที่แข็งแกร่งกว่า และอาจกลับไปครอบงำกลุ่มที่เคยมีอำนาจ ความสัมพันธ์เชิงอำนาจไม่ได้หายไป แต่บทบาทของทั้งสองฝ่ายสลับกัน power dynamics หมายถึงรูปแบบของอำนาจระหว่างบุคคลหรือกลุ่ม ไม่ใช่พลังงานทางกายภาพ วลี -ing inverting power dynamics เป็นประธานทางไวยากรณ์ของ led ภายในอนุประโยค that กล่าวคือ การกลับด้านนี้เองนำไปสู่วงจรความรุนแรง

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดตรงกับ inverting power dynamics มากที่สุด

  1. ตำแหน่งที่มีอำนาจตัดสินใจทั้งหมดถูกยกเลิก เพื่อไม่ให้กลุ่มใดควบคุมอีกกลุ่มได้
  2. คณะกรรมการที่เดิมไม่มีอำนาจได้รับอำนาจ และเริ่มสั่งการเจ้าหน้าที่ที่เคยควบคุมตน
  3. ทั้งสองกลุ่มยังคงมีอำนาจและความรับผิดชอบเท่าเดิม
ดูคำตอบ

คณะกรรมการที่เดิมไม่มีอำนาจได้รับอำนาจ และเริ่มสั่งการเจ้าหน้าที่ที่เคยควบคุมตน

วลี

led to an endless cycle of violence: สาเหตุและผลลัพธ์ที่เกิดซ้ำ

Lead to หมายถึง “ทำให้เกิดผลลัพธ์” และตามด้วยนามวลีหรือรูป -ing ส่วน led เป็นรูปอดีต ในประโยคนี้ inverting power dynamics เป็นสาเหตุ และ an endless cycle of violence เป็นผลลัพธ์ an endless cycle of violence หมายถึงรูปแบบที่การใช้ความรุนแรงครั้งหนึ่งก่อให้เกิดความรุนแรงอีกครั้ง ทำให้กระบวนการนี้เกิดซ้ำต่อไป ดังนั้น cycle ในที่นี้จึงหมายถึงกระบวนการที่เกิดซ้ำ ไม่ใช่ชุดหนังสือ ภาพยนตร์ หรือผลงานอื่น ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ lead to: Poor planning ____ months of delay.

ดูคำตอบ

led to

Instead, the way to avoid needless bloodshed ไวยากรณ์

4:35

แทนที่จะเป็นเช่นนั้น วิธีที่จะหลีกเลี่ยงการนองเลือดที่ไม่จำเป็น

is to establish a public understanding of our shared human nature. วลี

4:38

คือการสร้างความเข้าใจแก่สาธารณชนเกี่ยวกับธรรมชาติของมนุษย์ที่เรามีร่วมกัน

ไวยากรณ์

the way to ... is to ...: การเสนอทางแก้

โครงสร้าง the way to + คำกริยา ... is to + คำกริยา ... นำเสนอเป้าหมายก่อน แล้วจึงบอกวิธีที่จะบรรลุเป้าหมายนั้น ในประโยคนี้ to avoid needless bloodshed คือเป้าหมาย ส่วน to establish a public understanding คือวิธีการ to ทั้งสองตำแหน่งใช้ขึ้นต้นรูป infinitive ในที่นี้ way หมายถึง “วิธี” ไม่ใช่เส้นทางจริง โครงสร้างนี้จัดลำดับคำแนะนำเป็น “ต้องการบรรลุอะไร → ควรทำอะไร”

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างด้วยรูป infinitive ของคำกริยาในวงเล็บ: The best way ____ energy is ____ devices off when not in use. (save, turn)

ดูคำตอบ

to save · to turn

วลี

our shared human nature: จุดร่วมพื้นฐานในการให้เหตุผล

ในวลี our shared human nature คำว่า shared หมายถึง “ที่พวกเราทุกคนมีร่วมกัน” ไม่ได้หมายถึงคนหนึ่งมอบหรือแบ่งปันธรรมชาติความเป็นมนุษย์ให้อีกคนหนึ่ง ส่วน human nature กล่าวโดยกว้างถึงคุณลักษณะและความต้องการพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับการเป็นมนุษย์ ในที่นี้ วลีดังกล่าวย้อนกลับไปย้ำแนวคิดหลักของข้อโต้แย้งว่า ผู้คนหลีกเลี่ยงความรุนแรงได้ด้วยการตระหนักถึงสิ่งที่มีร่วมกัน การกล่าวซ้ำแนวคิดสำคัญนี้ทำให้เหตุผลมีฐานที่ชัดเจน และเชื่อมทางออกที่เสนอไว้กลับเข้ากับประเด็นหลัก

แบบฝึกหัด

วลี our shared human nature ที่กล่าวซ้ำมีหน้าที่หลักอย่างไรในข้อโต้แย้งนี้

  1. วลีนี้นำเสนอความเป็นมนุษย์ร่วมกันว่าเป็นพื้นฐานของการหลีกเลี่ยงความรุนแรง
  2. วลีนี้บอกว่าคนหนึ่งควรมอบธรรมชาติความเป็นมนุษย์ให้อีกคนหนึ่ง
  3. วลีนี้จำกัดธรรมชาติความเป็นมนุษย์ไว้เฉพาะนักเขียนและนักปรัชญา
ดูคำตอบ

วลีนี้นำเสนอความเป็นมนุษย์ร่วมกันว่าเป็นพื้นฐานของการหลีกเลี่ยงความรุนแรง

Ironically, it was this cycle of relatively peaceful ideas ไวยากรณ์

4:43

ย้อนแย้งที่ว่า วัฏจักรของแนวคิดที่ค่อนข้างสันตินี้เอง

that triggered his fallout with many fellow writers and philosophers. การใช้คำ

4:48

ที่จุดชนวนให้เขาแตกหักกับเพื่อนนักเขียนและนักปรัชญาหลายคน

ไวยากรณ์

It was ... that triggered ...: เน้นสาเหตุที่คาดไม่ถึง

รูปแบบ It was X that ... เป็นประโยคเน้นแบบ it-cleft ในที่นี้ X คือ this cycle of relatively peaceful ideas และส่วนที่เหลือของอนุประโยคคือ that triggered his fallout with many fellow writers and philosophers โครงสร้างนี้ทำให้ X เป็นจุดเน้น โดยชี้ว่าแนวคิดเหล่านี้ ไม่ใช่สาเหตุอื่น เป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง It เป็นองค์ประกอบค้ำโครงสร้าง ไม่ใช่คำสรรพนามที่อ้างถึงสิ่งใด ประโยคพื้นฐานคือ This cycle of relatively peaceful ideas triggered his fallout ... แต่รูปแบบ it-cleft เพิ่มจุดเน้น อีกทั้งยังสอดคล้องกับ Ironically โดยขับเน้นความขัดแย้งที่คาดไม่ถึงว่า แนวคิดที่สันติกลับทำให้เกิดการแตกหัก

แบบฝึกหัด

ใช้รูปแบบ It was + X + that เท่านั้นเพื่อเน้น the final report: ____ changed their minds.

ดูคำตอบ

It was the final report that

การใช้คำ

fallout with: ความสัมพันธ์ที่แตกหักอย่างรุนแรง

ในวลี his fallout with many fellow writers and philosophers คำว่า fallout with หมายถึงความสัมพันธ์ที่แตกหักอย่างรุนแรงเพราะความเห็นไม่ลงรอยกัน ไม่ได้เพียงบอกว่าทั้งสองฝ่ายมีความเห็นต่างกัน แต่ยังสื่อว่าความสัมพันธ์ด้านงานหรือส่วนตัวเสียหายแล้ว รูปแบบคือ fallout with + บุคคลหรือกลุ่ม สามารถใช้คำแสดงความเป็นเจ้าของเพื่อระบุฝ่ายหนึ่งได้ เช่น his fallout with many writers ในที่นี้ fallout เป็นผลลัพธ์เชิงนามธรรมที่เกิดกับความสัมพันธ์ ไม่ได้หมายถึงสิ่งของที่ตกลงมาจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมวลีจากบทเรียนนี้ที่หมายถึงความสัมพันธ์ที่แตกหักอย่างรุนแรงลงในประโยค: After months of conflict, Dana's ____ her co-founder ended their partnership.

ดูคำตอบ

fallout with

Despite the controversy, ลำดับความ

4:52

แม้จะมีความขัดแย้งเกิดขึ้น

Camus began work on his most lengthy and personal novel yet, วลี

4:54

กามูส์เริ่มทำงานกับนวนิยายที่ยาวและเป็นส่วนตัวที่สุดของเขา

ลำดับความ

Despite the controversy: วางภูมิหลังที่แสดงการยอมรับข้อขัดแย้งไว้ก่อนเหตุการณ์หลัก

Despite the controversy เป็นวลีแสดงการยอมรับข้อขัดแย้งที่วางไว้ต้นประโยค โดยกล่าวถึงข้อถกเถียงเป็นภูมิหลังที่ไม่เอื้ออำนวยก่อน แล้วจึงย้ายความสนใจไปยังประโยคหลักว่า ถึงอย่างนั้นกามูก็เริ่มเขียนนวนิยาย รูปแบบการจัดข้อมูลคือ Despite + นามวลี, ประโยคหลัก ในที่นี้ the controversy ย้อนกลับไปอ้างถึงข้อถกเถียงที่กล่าวไว้ก่อนหน้า จึงเชื่อมความขัดแย้งเดิมกับเหตุการณ์ถัดไปพร้อมกับดำเนินเรื่องต่อ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ despite หน้านามวลีได้ถูกต้อง

  1. Despite the power outage, the science fair continued as planned.
  2. Despite there was a power outage, the science fair continued as planned.
  3. Despite of the power outage, the science fair continued as planned.
ดูคำตอบ

Despite the power outage, the science fair continued as planned.

วลี

began work on: เริ่มลงมือทำโครงการ

To begin work on something หมายถึงการเริ่มลงมือทำโครงการหรือสร้างผลงานที่ต้องใช้เวลา ในประโยคนี้ began work on นำเข้าสู่นวนิยายที่กามูส์เริ่มเขียน ในโครงสร้างนี้ work เป็นคำนาม และ on ใช้นำหน้าโครงการที่เป็นเป้าหมาย คำกริยาเปลี่ยนตามกาลได้เป็น begin work on, began work on หรือ has begun work on

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ begin work on: After receiving approval, the engineers ____ the new bridge project.

ดูคำตอบ

began work on

an autobiographical work entitled The First Man. การใช้คำ

4:59

ซึ่งเป็นงานอัตชีวประวัติชื่อ The First Man

การใช้คำ

an autobiographical work entitled The First Man: การใช้ entitled เพื่อบอกชื่อเรื่อง

ใน an autobiographical work entitled The First Man คำว่า entitled หมายถึง “มีชื่อว่า” หรือ “มีชื่อเรื่องว่า” โดยอยู่หลังคำนาม work และนำเข้าสู่ชื่อเรื่อง The First Man โดยตรง วลีนี้เป็นรูปย่อของ an autobiographical work that was entitled The First Man โครงสร้างแบบกระชับนี้มักใช้แนะนำชื่อหนังสือ บทความ ภาพยนตร์ และงานศิลปะ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ entitled เพื่อแนะนำชื่อของผลงาน

  1. She was entitled to paid leave.
  2. She published an essay entitled A New Beginning.
  3. The ticket entitled her to enter the museum.
ดูคำตอบ

She published an essay entitled A New Beginning.

The novel was intended to be the first piece in a hopeful new direction, ไวยากรณ์

5:03

นวนิยายเรื่องนี้ตั้งใจให้เป็นผลงานชิ้นแรกในทิศทางใหม่ที่เต็มไปด้วยความหวัง

ไวยากรณ์

was intended to be ...: บทบาทที่วางแผนไว้ ไม่ใช่ผลสุดท้าย

Was intended to be + บทบาทหรือผลลัพธ์ ใช้บอกว่าตั้งแต่แรกมีคนวางแผนหรือออกแบบให้ประธานกลายเป็นอะไร ในประโยคนี้ บทบาทที่วางไว้ให้นวนิยายคือการเป็นผลงานชิ้นแรกของทิศทางใหม่ที่เปี่ยมด้วยความหวัง รูปถูกกระทำทำให้จุดสนใจอยู่ที่แผน ไม่ใช่ผู้วางแผน และไม่ได้บอกว่าแผนนั้นสำเร็จแล้วหรือว่านวนิยายได้สร้างทิศทางดังกล่าวขึ้นจริง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่ตรงกับความหมายว่า “ถูกวางแผนให้กลายเป็น”: The old station ____ a community center, but the project was canceled.

ดูคำตอบ

was intended to be

The Cycle of Love.

5:08

วัฏจักรแห่งความรัก

But in 1960,

5:10

แต่ในปี 1960

Camus suddenly died in a car accident

5:11

กามูส์เสียชีวิตอย่างกะทันหันจากอุบัติเหตุทางรถยนต์

that can only be described as meaningless and absurd. ไวยากรณ์

5:14

ซึ่งสามารถอธิบายได้เพียงว่ามันช่างไร้ความหมายและไร้สาระ

ไวยากรณ์

can only be described as ...: นำเสนอคำตัดสินว่าเป็นคำบรรยายเดียวที่เหมาะสม

Can only be described as + คำคุณศัพท์หรือนามวลี ใช้นำเสนอคำตัดสินว่าเป็นวิธีเดียวที่เหมาะสม หรือเป็นวิธีที่ชัดเจนที่สุดในการบรรยายบางสิ่ง ในประโยคนี้ meaningless และ absurd เป็นคำคุณศัพท์ที่แสดงการประเมินอุบัติเหตุอย่างหนักแน่นของผู้บรรยาย Only จำกัดตัวเลือกของคำบรรยายที่ยอมรับได้ ไม่ได้จำกัดวิธีที่อุบัติเหตุเกิดขึ้น ถ้อยคำนี้เป็นการเน้นเชิงวาทศิลป์เพื่อแสดงจุดยืนที่หนักแน่น ไม่ใช่การกล่าวตามตัวอักษรว่าห้ามใช้คำอื่น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกรอบการประเมินแบบเน้นย้ำที่ถูกต้อง: The decision ignored every safety warning and ____ reckless.

ดูคำตอบ

can only be described as

While the world never saw his cycle of love, ไวยากรณ์

5:19

แม้ว่าโลกจะไม่ได้เห็นวัฏจักรแห่งความรักของเขา

his cycles of revolt and absurdity

5:22

แต่วัฏจักรแห่งการกบฏและความไร้สาระของเขา

continue to resonate with readers today. วลี

5:24

ยังคงดังก้องอยู่ในใจผู้อ่านจนถึงทุกวันนี้

ไวยากรณ์

While ..., ... continue: ยอมรับข้อจำกัดก่อนเน้นใจความหลัก

ในที่นี้ While หมายถึง “แม้ว่า” ไม่ใช่ “ในระหว่างที่” อนุประโยค while ยอมรับข้อเท็จจริงที่น่าเสียดายก่อนว่า โลกไม่ได้เห็นชุดผลงานหนึ่งที่วางแผนไว้ แล้วประโยคหลักจึงหันไปเน้นสิ่งที่ยังคงอยู่ โครงสร้างแสดงการยอมรับข้อจำกัด While A, B วาง A เป็นข้อจำกัดหรือความน่าเสียดายในเบื้องหลัง และวาง B เป็นใจความหลักที่ผู้เขียนต้องการเน้น ในบทสรุป โครงสร้างนี้ช่วยสร้างสมดุลระหว่างสิ่งที่สูญเสียไปกับอิทธิพลที่ยืนยาว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ while เพื่อยอมรับข้อจำกัดก่อน แล้วจึงเน้นผลลัพธ์หลัก

  1. While the first experiment failed, the later trials produced reliable results.
  2. The first experiment failed because the later trials produced reliable results.
  3. While the researchers ran the experiment, the lights went out.
ดูคำตอบ

While the first experiment failed, the later trials produced reliable results.

วลี

continue to resonate with readers: ความเชื่อมโยงที่มีความหมายและยั่งยืน

Resonate with readers เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ หมายถึงผลงาน ความคิด หรือประเด็นหนึ่งก่อให้เกิดการตอบสนองทางอารมณ์หรือความคิดอย่างชัดเจนในหมู่ผู้อ่าน ผู้อ่านรู้สึกว่าเนื้อหานั้นมีความหมายหรือเกี่ยวข้องกับตนเอง ไม่ใช่เพียงรู้จักหรือมองว่าเป็นที่นิยม Continue to เพิ่มความหมายด้านระยะเวลา คือการตอบสนองนั้นเริ่มต้นในอดีตและยังคงชัดเจนในปัจจุบัน รูปแบบคือ something resonates with someone โดยผลงานหรือข้อความเป็นประธาน และผู้ที่ได้รับผลกระทบตามหลัง with

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสองคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “สร้างความเชื่อมโยงทางอารมณ์หรือความคิดกับ”: The documentary continues to ____ viewers around the world.

ดูคำตอบ

resonate with

His concept of absurdity

5:28

แนวคิดเรื่องความไร้สาระของเขา

has become a part of world literature, วลี

5:29

ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของวรรณกรรมโลก

20th century philosophy,

5:32

ปรัชญาศตวรรษที่ 20

and even pop culture.

5:34

หรือแม้กระทั่งวัฒนธรรมป๊อป

วลี

become a part of world literature: การเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของขอบเขตวัฒนธรรมที่ใหญ่กว่า

Has become a part of หมายความว่าแนวคิดนั้นได้เข้าไปอยู่ในขอบเขตที่ใหญ่ขึ้น และปัจจุบันได้รับการยอมรับว่าเป็นองค์ประกอบหนึ่งของขอบเขตนั้น ในที่นี้ part of มีความหมายเชิงนามธรรม วรรณกรรมโลกเป็นขนบทางวัฒนธรรม ไม่ใช่วัตถุทางกายภาพ present perfect ใน has become แสดงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตามกาลเวลาและผลของมันยังสำคัญอยู่ในปัจจุบัน โครงสร้างนี้ใช้บรรยายแนวคิด ผลงาน หรือนิสัยที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมหรือระบบที่กว้างขึ้นได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายสี่คำที่หมายถึงการกลายเป็นองค์ประกอบหนึ่งของสิ่งที่ใหญ่กว่า: Over time, street art has ____ the city's cultural identity.

ดูคำตอบ

become a part of

Today,

5:37

ในปัจจุบัน

Camus remains a trusted guide for moments of uncertainty. สำนวน

5:38

กามูส์ยังคงเป็นผู้นำทางที่เชื่อถือได้สำหรับช่วงเวลาแห่งความไม่แน่นอน

สำนวน

remains a trusted guide for moments of uncertainty: ยังคงเป็นผู้นำทางที่น่าเชื่อถือในช่วงเวลาไม่แน่นอน

A trusted guide เป็นคำเปรียบเทียบถึงแหล่งที่ให้ทิศทางที่เชื่อถือได้ ในที่นี้ไม่ได้บอกว่ากามูเป็นผู้นำทางตามความหมายตรงตัว แต่งานเขียนและแนวคิดของเขาช่วยให้ผู้อ่านคิดได้เมื่อชีวิตดูไม่ชัดเจน Remains บอกว่าบทบาทนี้ยังคงต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน ส่วน For moments of uncertainty ระบุสถานการณ์ที่คำชี้แนะนี้มีประโยชน์เป็นพิเศษ

แบบฝึกหัด

ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร? Her essays remain a trusted guide for people facing difficult choices.

  1. บทความของเธอบรรยายการเดินทางครั้งหนึ่งที่จบไปแล้ว
  2. บทความของเธอยังคงให้แนวทางทางความคิดที่เชื่อถือได้
  3. บทความของเธอเป็นรายชื่อมัคคุเทศก์มืออาชีพฉบับปัจจุบัน
ดูคำตอบ

บทความของเธอยังคงให้แนวทางทางความคิดที่เชื่อถือได้

His ideas defiantly imbuing a senseless world วลี

5:42

แนวคิดของเขาได้เติมเต็มโลกที่ไร้เหตุผลอย่างท้าทาย

with inspiration rather than defeat. ไวยากรณ์

5:47

ด้วยแรงบันดาลใจมากกว่าความพ่ายแพ้

วลี

imbue ... with ...: เติมแรงบันดาลใจให้โลกที่ไร้ความหมาย

Imbue A with B หมายถึงทำให้ A เต็มไปด้วยหรือได้รับอิทธิพลจาก B อย่างลึกซึ้ง โดย B มักเป็นคุณสมบัติ ความรู้สึก หรือความหมายที่เป็นนามธรรม ในที่นี้ a senseless world คือ A และ inspiration คือ B จึงนำเสนอว่าแนวคิดเหล่านั้นทำให้โลกมีแรงบันดาลใจอยู่ภายใน โครงสร้างคือ imbue + กรรม + with + คุณสมบัติ ส่วน imbuing เป็นรูป -ing เมื่อเทียบกับ give แล้ว imbue เป็นทางการกว่า และสื่อว่าคุณสมบัตินั้นแทรกซึมหรือหล่อหลอมสิ่งนั้น ไม่ใช่เพียงการส่งมอบบางอย่าง

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ imbue ... with เติมประโยคให้สมบูรณ์: The designer ____ the room ____ a sense of calm.

ดูคำตอบ

imbued · with

ไวยากรณ์

rather than defeat: เน้นแรงบันดาลใจ ไม่ใช่ความพ่ายแพ้

Rather than หมายถึง “และไม่ใช่” หรือ “แทนที่จะเป็น” เมื่อใช้เปรียบเทียบสองตัวเลือก ในประโยคนี้ inspiration คือผลลัพธ์ที่เน้น ส่วน defeat คือสิ่งที่ถูกตัดออก โดย defeat ในที่นี้หมายถึงความรู้สึกหรือผลลัพธ์ของความล้มเหลว ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายหลัง องค์ประกอบทั้งสองด้านมักมีโครงสร้างขนานกัน ในที่นี้ inspiration และ defeat เป็นคำนามทั้งคู่ โครงสร้างนี้ยังใช้เปรียบเทียบคำกริยา คำคุณศัพท์ หรือวลีที่ยาวกว่าได้ ตราบใดที่ทำหน้าที่ทางไวยากรณ์เหมือนกัน

แบบฝึกหัด

ใช้ rather than เติมประโยคให้สมบูรณ์: The committee chose to revise the plan ____ cancel it.

ดูคำตอบ

rather than

Do you handle life's challenges วลี

5:54

คุณรับมือกับความท้าทายในชีวิต

as a Stoic or a Cynic? วัฒนธรรม

5:55

ในแบบสโตอิก หรือ ซินนิก?

วลี

handle life's challenges: รับมือกับความยากลำบาก

ในวลี handle life's challenges คำว่า handle หมายถึงจัดการหรือรับมือกับความยากลำบาก ไม่ได้หมายถึงถือสิ่งของด้วยมือ โดย life's challenges เป็นกรรมตรงของ handle โครงสร้าง handle + challenge/problem/situation แสดงว่าบุคคลนั้นลงมือจัดการสถานการณ์ที่ยาก แต่ไม่ได้หมายความว่าความยากนั้นได้รับการแก้ไขจนหมดแล้วเสมอไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ handle อย่างเป็นธรรมชาติในความหมายว่า “จัดการสถานการณ์ที่ยาก”?

  1. Leah handled the customer complaint calmly.
  2. Leah solved the customer complaint calmly.
  3. Leah handled with the customer complaint calmly.
ดูคำตอบ

Leah handled the customer complaint calmly.

วัฒนธรรม

as a Stoic or a Cynic: ชื่อเรียกทางปรัชญา

ในที่นี้ คำนาม Stoic และ Cynic ที่ขึ้นต้นด้วยอักษรตัวใหญ่ใช้เรียกบุคคลหรือแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับปรัชญากรีกโบราณสองสำนัก ลัทธิสโตอิกเน้นเหตุผล คุณธรรม การควบคุมตนเอง และการใส่ใจกับสิ่งที่ตนควบคุมได้ ส่วนลัทธิซินิกโบราณท้าทายธรรมเนียมทางสังคม สถานะ และความปรารถนาทางวัตถุ โดยให้ความสำคัญกับคุณธรรม ความเป็นอิสระ และชีวิตที่เรียบง่าย ใน as a Stoic or a Cynic คำว่า as หมายถึง “ในลักษณะหรือบทบาทของ” คำถามนี้ย่อแนวคิดกว้าง ๆ ของสองสำนักให้เป็นแนวทางที่ต่างกันสำหรับการพิจารณาตนเอง ไม่ใช่คำจำกัดความที่สมบูรณ์ของปรัชญาสำนักใดสำนักหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ในการอภิปรายเรื่องปรัชญาโบราณ วลี a Cynic ที่ขึ้นต้นด้วยอักษรตัวใหญ่หมายถึงอะไรได้ถูกต้องที่สุด?

  1. คนที่บ่นอยู่เสมอและคาดว่าจะเกิดเรื่องเลวร้ายที่สุด
  2. คนที่ไม่เคยรู้สึกถึงอารมณ์ใดเลย
  3. ผู้ยึดถือปรัชญาซินิกโบราณหรือผู้ที่นำหลักการของสำนักนี้มาใช้
ดูคำตอบ

ผู้ยึดถือปรัชญาซินิกโบราณหรือผู้ที่นำหลักการของสำนักนี้มาใช้

Find out which philosophy represents you

5:58

ค้นหาว่าปรัชญาใดเป็นตัวแทนของคุณ

by choosing one of these videos.

6:01

โดยเลือกหนึ่งในวิดีโอเหล่านี้