ว่าด้วยการหลุดการเชื่อมต่อจากความรู้สึกของตัวเอง: บทเรียนภาษาอังกฤษ
The School of Life
แนะนำวิดีโอ: บทความนี้อธิบายว่าเหตุใดอารมณ์ที่ยอมรับยากจึงหลุดจากการรับรู้ กลับมาในรูปความขัดแย้ง นิสัย หรือการนอนไม่หลับ และจัดการได้ดีขึ้นด้วยการสังเกตตนเองอย่างอดทน ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. out of touch with — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่าหมายถึงการไม่ตระหนักถึงความรู้สึกหรือความเป็นจริง ไม่ใช่การขาดสัมผัสทางกาย แล้วใช้ในบริบททางอารมณ์หรือสังคม 2. own up to — กริยาวลี: ยอมรับความรู้สึกที่ไม่สบายใจหรือความผิดอย่างตรงไปตรงมา ใช้รูป own up to + คำนาม และเข้าใจน้ำเสียงของความรับผิดชอบ 3. in line with — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำปรากฏร่วม: เปรียบเทียบคำพูดหรือการกระทำกับความเชื่อ ความคาดหวัง หรือกฎ แล้วบอกว่าสอดคล้องกันหรือไม่
คำอธิบายในบทเรียนนี้
an enormous amount of + คำนามนับไม่ได้
An enormous amount of หมายถึง “ปริมาณที่มากมหาศาล” ในประโยคนี้วลีดังกล่าวขยาย trouble ซึ่งใช้เป็นคำนามนับไม่ได้ ใช้โครงสร้าง an enormous amount of + คำนามนับไม่ได้ โดย amount เป็นคำนามหลักรูปเอกพจน์ จึงใช้ an ข้างหน้า และ enormous เน้นว่าปริมาณนั้นมากอย่างยิ่ง
แบบฝึกหัด
ใช้วลีเดียวกับในบทเรียนเติมประโยคเกี่ยวกับปริมาณของสิ่งที่นับไม่ได้ให้สมบูรณ์: We still have ____ work to do before Friday.
ดูคำตอบ
an enormous amount of
as we put it: การนำเข้าถ้อยคำที่เลือกใช้
As we put it เป็นวลีแทรกที่บอกว่าถ้อยคำใกล้เคียงเป็นวิธีที่กลุ่มของผู้พูดเลือกใช้เพื่อสื่อความคิด ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวนำเข้า out of touch with our feelings ในฐานะคำสรุปหรือคำเรียกที่กลุ่มเลือกใช้เอง put ในวลีนี้หมายถึง “ถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูด” ไม่ใช่ “วาง” วลีนี้ช่วยจัดข้อมูลในประโยคด้วยการแทรกความเห็นสั้น ๆ เกี่ยวกับการเลือกคำ ก่อนจะกลับไปพูดคำอธิบายหลักต่อ
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The plan is, as we put it, a work in progress,” วลี as we put it บ่งบอกอะไร?
- ผู้พูดกำลังอธิบายว่าแผนถูกวางไว้ที่ใด
- ผู้พูดกำลังนำเข้าถ้อยคำที่กลุ่มของตนเลือกใช้
- ผู้พูดกำลังบอกว่าแผนเสร็จสมบูรณ์แล้ว
ดูคำตอบ
ผู้พูดกำลังนำเข้าถ้อยคำที่กลุ่มของตนเลือกใช้
out of touch with: ขาดการเชื่อมโยงกับ
ในที่นี้ out of touch with our feelings หมายถึงการไม่สังเกตหรือไม่เข้าใจอารมณ์ของตนเองอย่างชัดเจน คำว่า touch ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ วลีนี้กล่าวถึงความเชื่อมโยงที่อ่อนแอกับประสบการณ์ภายใน ไม่ใช่การไม่ได้สัมผัสทางกาย รูปแบบ be out of touch with + คำนาม ยังใช้บอกได้ว่าเราไม่ค่อยรู้เรื่องบุคคล กลุ่ม สถานการณ์ หรือความเปลี่ยนแปลงล่าสุด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวน out of touch with: After months of ignoring her stress, Maya felt ____ her own feelings.
ดูคำตอบ
out of touch with
Of course, we look from the outside like unified beings.
0:25แน่นอนว่า จากภายนอกเราดูเหมือนเป็นบุคคลที่เป็นหนึ่งเดียว
We carry one name and sit in a compact physical container.
0:29เราใช้ชื่อเดียวและอาศัยอยู่ในร่างกายที่อัดแน่น
The distances between different parts of us aren't so great.
0:32ระยะห่างระหว่างส่วนต่างๆ ในตัวเราก็ไม่ได้มากมายอะไร
How then could we be so multiple as to have secrets from ourselves? ไวยากรณ์
0:36แล้วเราจะมีความซับซ้อนจนถึงขั้นมีความลับกับตัวเองได้อย่างไร?
so multiple as to + verb: ระดับและผลลัพธ์
ใน so multiple as to have secrets from ourselves รูปแบบ so + adjective + as to + verb แสดงระดับที่มากพอจะก่อให้เกิดผลลัพธ์ กล่าวคือ ซับซ้อนหรือแบ่งออกเป็นหลายส่วนจนเราอาจมีความลับที่แม้แต่ตัวเราเองก็ไม่รู้ ในที่นี้ multiple อธิบายว่าคนคนหนึ่งมีหลายด้านหรือหลายส่วน as to เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างที่บอกผลลัพธ์ ไม่ได้หมายถึง about ส่วน infinitive have ระบุผลที่เกิดจากการเป็น so multiple
แบบฝึกหัด
ใช้ unclear กับโครงสร้างทางการ so + adjective + as to เพื่อเติมประโยค: The instructions were ____ confuse even experienced users.
ดูคำตอบ
so unclear as to
But in reality, there are at least two distinct parts to mental life,
0:41แต่ในความเป็นจริงแล้ว ชีวิตจิตใจของเรามีอย่างน้อยสองส่วนที่แตกต่างกัน
feel like eating: โครงสร้าง feel like + -ing
ในประโยคนี้ feel like eating หมายถึงอยากกินหรืออยู่ในอารมณ์ที่อยากกิน ณ ตอนนั้น ใน what we feel like eating คำว่า what คือสิ่งที่คนเหล่านั้นอยากกิน ใช้ feel like + รูป -ing เพื่อพูดถึงความอยากหรืออารมณ์ในขณะนั้น เช่น feel like going, feel like resting ในที่นี้ like ตามด้วย eating ไม่ใช่กริยารูปพื้นฐาน eat และวลีนี้ไม่ได้หมายความว่าใครบางคนรู้สึกราวกับว่ากำลังกินอยู่
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย feel like และรูป -ing ของ watch: We ____ a comedy tonight.
ดูคำตอบ
feel like watching
and the communication between the two selves is clear and immediate.
0:52และการสื่อสารระหว่างสองตัวตนนั้นชัดเจนและทันทีทันใด
We're sitting on the sofa at home after a long day at work
1:02เรานั่งอยู่บนโซฟาที่บ้านหลังจากทำงานมาทั้งวัน
under the impression that: ความเชื่อที่อาจผิด
ในประโยคนี้ are under the impression that หมายถึงเชื่อบางอย่างตามความเข้าใจของผู้พูดในขณะนั้น พวกเขาคิดว่าตัวเองสงบ แต่การใช้สำนวนนี้เปิดโอกาสให้ความเชื่อนั้นอาจไม่ถูกต้อง ใช้ be under the impression that + อนุประโยค เพื่อแสดงความเชื่อในฐานะข้อสันนิษฐาน ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่แน่นอน โครงสร้างนี้มีประโยชน์เป็นพิเศษเมื่อต้องอธิบายความเข้าใจผิดหรือแก้ไขสิ่งที่ใครบางคนเคยเชื่ออย่างนุ่มนวล
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึงความเชื่อซึ่งภายหลังพบว่าผิด: I was ____ the meeting started at ten, but it actually started at nine.
ดูคำตอบ
under the impression that
But suddenly, an apparently minor remark from our partner arouses us to deep irritation.
1:08แต่จู่ๆ คำพูดที่ดูเหมือนเล็กน้อยจากคู่รักของเราก็ทำให้เราหงุดหงิดอย่างรุนแรง
We stand up and start shouting about the unfairness of a host of issues
1:14เราลุกขึ้นและเริ่มตะโกนถึงความไม่ยุติธรรมของปัญหามากมาย
we hadn't until just then been aware we even felt strongly about.
1:18ซึ่งจนถึงตอนนั้นเราไม่เคยรู้ตัวเลยว่าเรารู้สึกรุนแรงกับมันขนาดไหน
a crisis on our hands: วิกฤตที่ต้องจัดการ
Have a crisis on our hands หมายถึงปัญหาร้ายแรงได้เกิดขึ้นแล้วหรือกำลังจะเกิดขึ้น และเราเป็นผู้ที่ต้องจัดการปัญหานั้น on our hands เป็นสำนวน ไม่ได้หมายความว่ามีสิ่งใดวางอยู่บนมือจริง ๆ โครงสร้างคือ have + ปัญหาหรืองานที่ไม่ต้องการ + on + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + hands เปลี่ยนคำแสดงความเป็นเจ้าของเพื่อระบุว่าใครต้องรับผิดชอบ เช่น on my hands, on your hands หรือ on their hands
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนให้สมบูรณ์เพื่อสื่อว่าอีกไม่นานเราจะมีปัญหาร้ายแรงที่ต้องจัดการ: If the backup system fails, we'll have a crisis ____.
ดูคำตอบ
on our hands
Why is it so hard for the observing self to report accurately on feelings?
1:26ทำไมการที่ตัวตนที่สังเกตการณ์จะรายงานความรู้สึกได้อย่างแม่นยำจึงเป็นเรื่องยากนัก?
about the unacceptability of particular feelings.
1:34เกี่ยวกับความรู้สึกบางอย่างที่ไม่เป็นที่ยอมรับ
afflicted by: ทุกข์จากสาเหตุที่เป็นอันตราย
ในโครงสร้าง be afflicted by + คำนาม คำว่า afflicted เป็นรูป past participle ของ afflict และ by ใช้นำเข้าสาเหตุของความทุกข์ วลีนี้หมายถึงการถูกรบกวน แบกรับภาระ หรือได้รับอันตรายอย่างรุนแรงหรือต่อเนื่องจากบางสิ่ง ในที่นี้สาเหตุคือแนวคิดเบื้องหลัง ไม่ใช่โรค การใช้ถ้อยคำแบบเป็นทางการทำให้แนวคิดที่ฝังอยู่ภายในเหล่านั้นดูเป็นแรงกดทับ ไม่ใช่อิทธิพลที่เป็นกลาง
แบบฝึกหัด
เลือกวลีที่เหมาะที่สุดสำหรับนำเสนอไฟฟ้าดับซ้ำ ๆ ว่าเป็นภาระร้ายแรงและต่อเนื่องในประโยคแบบเป็นทางการ: The region is ___ repeated power cuts.
- afflicted by
- affected by
ดูคำตอบ
afflicted by
strong notions about what are and are not permissible things to experience.
1:43ถึงแนวคิดที่แข็งแกร่งเกี่ยวกับสิ่งที่เป็นและไม่เป็นที่อนุญาตให้สัมผัสถึง
so subtly (that) we don't even notice: ระดับและผลลัพธ์
ในที่นี้ so subtly we don't even notice หมายถึง “อย่างแนบเนียนมากจนเราไม่ทันสังเกต” so ขยาย subtly และอนุประโยคที่ตามมาบอกผลลัพธ์ โดยละ that ซึ่งเป็นคำเชื่อมบอกผลที่ใส่หรือไม่ก็ได้ รูปเต็มคือ so subtly (that) we don't even notice โครงสร้างนี้เชื่อมระดับหรือวิธีการเข้ากับผลที่ตามมา: so + adverb/adjective + (that) + clause คำว่า so ไม่ได้แค่เน้น subtly แต่บอกว่าความแนบเนียนนั้นทำให้เราไม่สังเกต
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้าง so + adverb/adjective + (that) + clause เพื่อแสดงว่าระดับหรือวิธีการก่อให้เกิดผลลัพธ์
- The change was so subtle.
- The change happened so subtly that nobody noticed it.
- The lights went out, so nobody noticed the color change.
ดูคำตอบ
The change happened so subtly that nobody noticed it.
this might have meant that boys were not allowed to acknowledge that they felt like crying
1:49สิ่งนี้อาจหมายความว่าเด็กผู้ชายไม่ได้รับอนุญาตให้ยอมรับว่าตัวเองอยากร้องไห้
or that girls weren't allowed to entertain certain kinds of ambitions for fear of being unladylike. วลี
1:54หรือเด็กผู้หญิงไม่ได้รับอนุญาตให้มีความทะเยอทะยานบางอย่างเพราะกลัวว่าจะดูไม่เป็นกุลสตรี
for fear of being unladylike: การหลีกเลี่ยงผลลัพธ์ที่กลัว
ในประโยคนี้ for fear of being unladylike หมายถึง “เพื่อหลีกเลี่ยงโอกาสที่จะถูกมองว่าไม่สมกับเป็นกุลสตรี” วลีนี้นำเสนอคำตัดสินทางสังคมที่ผู้คนหวาดกลัว และช่วยอธิบายว่าทำไมความทะเยอทะยานบางอย่างจึงถูกกีดกัน รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ for fear of + noun or gerund โดยนำผลลัพธ์ที่กลัวมาเป็นเหตุจูงใจให้ระวัง ยับยั้งตนเอง หรือหลีกเลี่ยง ไม่ใช่เพียงระบุสาเหตุที่เป็นกลาง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้: She did not speak up ____ embarrassing her colleague.
ดูคำตอบ
for fear of
We might not have such obviously naive prohibitions today,
1:59วันนี้เราอาจจะไม่มีข้อห้ามที่ดูไร้เดียงสาอย่างชัดเจนขนาดนั้น
but other equally powerful ones have taken their place. วลี
2:02แต่ข้อห้ามอื่นๆ ที่ทรงพลังไม่แพ้กันก็เข้ามาแทนที่
have taken their place: เข้ามาแทนสิ่งที่มีอยู่ก่อน
ในประโยคนี้ have taken their place หมายถึง “ได้เข้ามาแทนที่สิ่งเหล่านั้น” ข้อห้ามอื่นที่ทรงพลังไม่แพ้กันทำหน้าที่แทนข้อห้ามเดิมแล้ว คำว่า their อ้างถึงข้อห้ามเดิมเหล่านั้น วลีนี้ไม่ได้หมายถึงการเข้าไปยึดสถานที่จริง รูปแบบ take someone's or something's place ใช้ได้เมื่อบุคคล กฎ เทคโนโลยี หรือนิสัยอย่างหนึ่งเข้ามาแทนอีกอย่างหนึ่ง รูป present perfect อย่าง have taken แสดงว่าการแทนที่เกิดขึ้นก่อนตอนนี้และสถานการณ์ใหม่ยังสำคัญอยู่ในปัจจุบัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ take someone's place: When Leo retired, Maya ____ as team leader.
ดูคำตอบ
took his place
We may have picked up covert but forceful indications that no decent person, กริยาวลี
2:06เราอาจรับเอาคำบอกใบ้ที่ซ่อนเร้นแต่รุนแรงว่า ไม่มีคนดีๆ ที่ไหน
picked up: เรียนรู้จากการได้สัมผัส
ในที่นี้ picked up หมายถึง “สังเกตเห็นและค่อย ๆ ซึมซับโดยไม่ได้รับการสอนอย่างเป็นทางการ” ผู้พูดกำลังกล่าวถึงสัญญาณทางสังคมที่ซ่อนอยู่แต่ทรงพลังซึ่งเรียนรู้จากสภาพแวดล้อมรอบตัว ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับการสอนโดยตรงในบทเรียน pick up สามารถบอกถึงการเรียนรู้หรือการตรวจจับแบบไม่เป็นทางการได้ คนเราอาจ pick up ภาษา นิสัย ทักษะ เบาะแส หรือสัญญาณจากการได้สัมผัส กรรมและบริบทจะช่วยบอกว่าหมายถึงความหมายใด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาวลีที่หมายถึง “เรียนรู้แบบไม่เป็นทางการ”: During the exchange year, Ben ____ a little Japanese just by talking with his host family.
ดูคำตอบ
picked up
or still upset over a breakup three years ago. วลี
2:19หรือยังคงเสียใจกับการเลิกราเมื่อสามปีที่แล้ว
upset over a breakup: เสียใจเพราะการเลิกรา
ในโครงสร้าง be upset over + เหตุการณ์หรือสถานการณ์ คำว่า upset หมายถึงรู้สึกเสียใจ ไม่สบายใจ หรือถูกรบกวนทางอารมณ์ ส่วน over ใช้บอกสาเหตุของความรู้สึกนั้น ในที่นี้สาเหตุคือ a breakup หรือการสิ้นสุดความสัมพันธ์แบบคู่รัก still และ three years ago แสดงว่าความรู้สึกยังคงอยู่เป็นเวลานานหลังเหตุการณ์นั้น ใช้ be upset over something เพื่อเชื่อมความรู้สึกกับสิ่งที่ทำให้เกิดความรู้สึกนั้น
แบบฝึกหัด
เติมรูปแบบสองคำจากบทเรียนที่หมายถึงรู้สึกไม่สบายใจเพราะบางสิ่ง: Nina is still ____ the breakup.
ดูคำตอบ
upset over
despite the apparently sexually liberated spirit of the times,
2:23แม้ว่ายุคสมัยนี้จะดูเหมือนมีแนวคิดเสรีทางเพศ
the lion's share of our sexual impulses remains impossible to avow. สำนวน
2:27แต่แรงขับทางเพศส่วนใหญ่ของเราก็ยังคงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ที่จะยอมรับ
the lion's share of: ส่วนที่มีสัดส่วนเหนือกว่า
The lion's share of หมายถึงส่วนที่ใหญ่ที่สุดหรือส่วนที่มีสัดส่วนเหนือกว่าส่วนอื่นของทั้งหมด สำนวนนี้ไม่ได้หมายถึง lion ตามตัวอักษร แต่เน้นว่าส่วนหนึ่งใหญ่กว่าส่วนอื่นมากโดยไม่ได้ระบุเปอร์เซ็นต์ที่แน่นอน โครงสร้างคือ the lion's share of + คำนาม เช่น the lion's share of the budget, work หรือ attention ในคำบรรยาย สำนวนนี้หมายความว่าแรงกระตุ้นส่วนใหญ่ที่กล่าวถึงยังไม่สามารถ avow หรือยอมรับอย่างเปิดเผยได้
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึงส่วนที่มีสัดส่วนเหนือกว่า: One team received ____ the project budget.
ดูคำตอบ
the lion's share of
in order to fit that most desirable of categories,
2:35เพื่อให้เข้ากับหมวดหมู่ที่เป็นที่ต้องการมากที่สุด
not meant to feel ในฐานะความคาดหวังทางสังคม
ใน not meant to feel นั้น be meant to แสดงความคาดหวังเกี่ยวกับสิ่งที่ถือว่ายอมรับได้ คล้ายกับ be supposed to รูปปฏิเสธจึงสื่อว่าความรู้สึกบางอย่างถูกมองว่าเป็นสิ่งที่คน “ดี” ไม่ควรรู้สึกหรือยอมรับว่าตนรู้สึก feel ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการไม่มีความสามารถทางร่างกาย วลีนี้ชี้ถึงบรรทัดฐานทางสังคมที่ครอบอยู่เหนืออารมณ์ คนคนหนึ่งจึงอาจยังรู้สึกเช่นนั้นจริง แม้ว่าสังคมรอบตัวจะกดดันไม่ให้ยอมรับความรู้สึกนั้นก็ตาม
แบบฝึกหัด
ในตัวอย่าง not meant to feel สื่อความหมายใด?
- ความคาดหวังทางสังคมมองว่าความรู้สึกบางอย่างยอมรับไม่ได้
- ผู้คนไม่สามารถมีความรู้สึกเหล่านั้นได้ทางร่างกาย
- ไม่มีใครจงใจสร้างความรู้สึกเหล่านั้นขึ้นมา
ดูคำตอบ
ความคาดหวังทางสังคมมองว่าความรู้สึกบางอย่างยอมรับไม่ได้
the observing self typically takes fright and looks away. วลี
2:44ตัวตนที่สังเกตการณ์มักจะตื่นตระหนกและหันหน้าหนี
Takes fright: เกิดความกลัวขึ้นมาทันที
Take fright เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึง “เกิดความกลัวขึ้นมาทันที” หรือ “ตอบสนองด้วยความกลัว” ในที่นี้ตัวตนที่ทำหน้าที่สังเกตถูกทำให้มีลักษณะเหมือนบุคคล เมื่อความรู้สึกที่รับมือยากปรากฏขึ้น มันจะตกใจและเบนความสนใจหนีไป ให้มอง take fright เป็นกริยาวลีหนึ่งชุด fright เป็นส่วนหนึ่งของสำนวนตายตัว ไม่ใช่สิ่งของที่ใครหยิบขึ้นมาตามความหมายตรงตัว
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึง “เกิดความกลัวขึ้นมาทันที” ให้สมบูรณ์: The horse ____ when the gate slams.
ดูคำตอบ
takes fright
it may go numb or try to file a report that's more acceptable than true. วลี
2:50มันอาจจะชาไปหรือพยายามทำรายงานที่ดูเป็นที่ยอมรับมากกว่าความเป็นจริง
go numb: เปลี่ยนเข้าสู่สภาวะที่ไร้ความรู้สึก
ใน go numb คำว่า go เป็นกริยาเชื่อมที่หมายถึง “กลายเป็น” ไม่ได้หมายถึงการไปยังสถานที่ใด ส่วน numb หมายถึงไม่มีความรู้สึก ดังนั้นโครงสร้าง go + คำคุณศัพท์จึงเน้นการเปลี่ยนเข้าสู่สภาวะใหม่ ในประโยคนี้ it หมายถึง “ตัวตนที่คอยสังเกต” ดังนั้น go numb จึงใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการไม่ตอบสนองทางอารมณ์เพื่อหลีกเลี่ยงความรู้สึกที่รับมือได้ยาก สำนวนเดียวกันนี้ใช้ตามความหมายตรงได้เมื่อส่วนหนึ่งของร่างกายสูญเสียความรู้สึก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย go + คำคุณศัพท์ที่หมายถึง “สูญเสียความรู้สึกทางร่างกาย”: After holding the ice pack too long, my fingers started to ____.
ดูคำตอบ
go numb
instead of I'm feeling you've let me down. กริยาวลี
2:56แทนที่จะเป็น ฉันรู้สึกว่าคุณทำให้ฉันผิดหวัง
let someone down: ทำให้ใครบางคนผิดหวัง
Let someone down หมายถึงทำให้คนนั้นผิดหวังเพราะไม่เป็นไปตามความคาดหวัง ไม่รักษาสัญญา หรือไม่ให้ความช่วยเหลือที่จำเป็น ใน let me down คำว่า me คือผู้ที่ได้รับผลกระทบ และ down เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี ไม่ได้มีการลดหรือวางสิ่งใดลงจริง ๆ ในประโยคนี้ ความรู้สึกที่แท้จริงของผู้พูดคืออีกฝ่ายไม่เป็นไปตามความคาดหวังทางอารมณ์ สำนวนนี้เน้นผลลัพธ์ที่ทำให้ผิดหวัง และไม่ได้หมายความในตัวเองว่าอีกฝ่ายตั้งใจทำเช่นนั้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดมีความหมายอย่างเป็นธรรมชาติว่าใครบางคนไม่เป็นไปตามความคาดหวังของคุณ?
- You let me down when you broke your promise.
- You took me down when you broke your promise.
- You put me down when you broke your promise.
ดูคำตอบ
You let me down when you broke your promise.
Be turned on: รู้สึกดึงดูดหรือมีอารมณ์ทางเพศ
ในประโยคนี้ “I'm strangely turned on” หมายถึงผู้พูดรู้สึกดึงดูดหรือมีอารมณ์ทางเพศ ไม่ได้หมายถึงการเปิดอุปกรณ์ “Strangely” แสดงว่าผู้พูดเองรู้สึกว่าปฏิกิริยานี้น่าแปลกใจหรือทำให้ไม่สบายใจ โครงสร้างคือ be + turned on เช่น “I'm turned on.” หากต้องการบอกสาเหตุ ให้ใช้ be turned on by + บุคคล คุณลักษณะ หรือสถานการณ์
แบบฝึกหัด
ในประโยค “I'm strangely turned on” คำว่า “turned on” หมายความว่าอย่างไร?
- พร้อมที่จะเปิดอุปกรณ์
- รู้สึกโกรธและขยะแขยง
- สับสนว่าเกิดอะไรขึ้น
- รู้สึกดึงดูดหรือมีอารมณ์ทางเพศ
ดูคำตอบ
รู้สึกดึงดูดหรือมีอารมณ์ทางเพศ
can get kicked into action by apparently very trivial and seemingly nonsensical things in the outside world. สำนวน
3:14สามารถถูกกระตุ้นขึ้นมาได้จากเรื่องที่ดูเล็กน้อยและไร้สาระมากๆ ในโลกภายนอก
Be compounded by: ปัจจัยเพิ่มเติมทำให้ปัญหาแย่ลง
“Our problems are compounded by ...” หมายความว่าปัจจัยเพิ่มเติมทำให้ปัญหาที่มีอยู่แล้วร้ายแรงหรือจัดการยากขึ้น โครงสร้างแบบถูกกระทำคือ problem + be compounded by + ปัจจัยที่ทำให้แย่ลง โดยวลีที่ขึ้นต้นด้วย by ระบุสิ่งที่เพิ่มความยากลำบาก นี่เป็นวิธีเชิงวิเคราะห์ในการแสดงสาเหตุที่ซ้อนกัน กล่าวคือ มีปัญหาอยู่แล้วและอิทธิพลอีกอย่างทำให้ปัญหานั้นแย่ลง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำกริยาแบบเป็นทางการจากบทเรียนที่หมายถึง “ถูกทำให้แย่ลงด้วยปัจจัยเพิ่มเติม”: The housing shortage was ____ by rising construction costs.
ดูคำตอบ
compounded
get kicked into action: การถูกกระตุ้นให้เริ่มทำงานอย่างฉับพลัน
ใน get kicked into action โครงสร้าง get + past participle แสดงการเปลี่ยนสภาพที่คล้ายรูปถูกกระทำ กล่าวคือ ความรู้สึกเปลี่ยนจากไม่ทำงานเป็นทำงานเพราะมีบางอย่างกระตุ้น คำว่า kick เป็นอุปมาและเพิ่มความรู้สึกว่าการเริ่มต้นเกิดขึ้นอย่างฉับพลันและรุนแรง ไม่ได้หมายถึงการถูกเตะจริง ๆ วลีนี้มักใช้กับกระบวนการ แผน ระบบ หรือปฏิกิริยาที่เริ่มทำงานอย่างกะทันหัน ในประโยคนี้ เหตุการณ์เล็ก ๆ ภายนอกไปกระตุ้นความรู้สึกรุนแรงที่มีอยู่แล้ว
แบบฝึกหัด
ในตัวอย่างนี้ get kicked into action หมายความว่าอะไร
- ค่อย ๆ หายไปโดยไม่มีสาเหตุ
- ถูกเตะทางร่างกายจริง ๆ
- เริ่มทำงานหรือมีพลังขึ้นอย่างกะทันหันเพราะมีบางอย่างกระตุ้น
ดูคำตอบ
เริ่มทำงานหรือมีพลังขึ้นอย่างกะทันหันเพราะมีบางอย่างกระตุ้น
when a friend mentions that a mutual acquaintance has been promoted.
3:25เมื่อเพื่อนบอกว่าคนรู้จักของเราทั้งคู่เพิ่งได้เลื่อนตำแหน่ง
thrown into paroxysms of envy: การปะทุของอารมณ์อย่างรุนแรง
Thrown into หมายถึงการถูกทำให้เข้าสู่สภาวะหนึ่งอย่างกะทันหัน ส่วน paroxysm คืออาการกำเริบหรือการปะทุที่ฉับพลันและรุนแรง ดังนั้น paroxysms of envy จึงหมายถึงความอิจฉาที่ปะทุซ้ำ ๆ หรือรุนแรงจนแทบควบคุมไม่ได้ ไม่ใช่ความอิจฉาเล็กน้อยตามปกติ ถ้อยคำนี้เป็นทางการและตั้งใจให้ฟังดูดราม่า โดยนำเสนอปฏิกิริยาทางอารมณ์ว่าเข้าครอบงำอย่างรุนแรงและไม่สมส่วนกับเหตุการณ์เล็ก ๆ ที่เป็นตัวกระตุ้น
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดตรงกับวลี thrown into paroxysms of envy มากที่สุด
- คนคนหนึ่งสังเกตเห็นข้อได้เปรียบเล็กน้อยอย่างสงบและแทบไม่รู้สึกอะไร
- คนคนหนึ่งล้มลงจริง ๆ เพราะถูกอีกคนผลัก
- คนคนหนึ่งถูกความอิจฉาอย่างรุนแรงเข้าครอบงำทันทีหลังได้ยินว่าคู่แข่งประสบความสำเร็จ
ดูคำตอบ
คนคนหนึ่งถูกความอิจฉาอย่างรุนแรงเข้าครอบงำทันทีหลังได้ยินว่าคู่แข่งประสบความสำเร็จ
Or our partner may look away for 3 and 1/2 seconds
3:29หรือคู่รักของเราอาจจะหันหน้าหนีไปแค่ 3 วินาทีครึ่ง
before we've ended an explanation about how a tricky meeting at work went
3:31ก่อนที่เราจะเล่าจบว่าการประชุมที่ยากลำบากในที่ทำงานเป็นอย่างไร
involves acknowledging a humiliating degree of fragility.
3:46หมายถึงการต้องยอมรับความเปราะบางในระดับที่น่าอับอาย
own up to: ยอมรับเรื่องที่ไม่สบายใจอย่างตรงไปตรงมา
ในประโยคนี้ own up to หมายถึงยอมรับเรื่องที่ทำให้รู้สึกไม่สบายใจอย่างซื่อตรง กรรมของวลีนี้คือ many feelings of upset และการยอมรับความรู้สึกเหล่านั้นก็เป็นการเปิดเผยความเปราะบางในระดับที่ทำให้รู้สึกอับอายด้วย โครงสร้างคือ own up to + คำนามหรือรูป -ing โดย to เป็นคำบุพบท สำนวนนี้มักสื่อว่าคนคนหนึ่งเลิกหลบเลี่ยงความจริงที่ยอมรับได้ยากและหันมาเผชิญกับมันอย่างเปิดเผย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย phrasal verb สามคำจากบทเรียน: After denying that she was upset, Lina finally decided to ____ her feelings.
ดูคำตอบ
own up to
Yet feelings that haven't been reported don't and can't go away.
3:49แต่ทว่า ความรู้สึกที่ไม่ได้ถูกรายงานออกมา มันไม่ได้หายไปไหน และหายไปไม่ได้
They linger and spread their energy randomly to neighboring issues.
3:53มันยังคงฝังรากและกระจายพลังงานของมันไปสู่ปัญหาข้างเคียงอย่างสะเปะสะปะ
Anger over inattention comes out as a remark that the partner is looking rather fat at the moment,
4:00ความโกรธที่ถูกเมินเฉยจะแสดงออกเป็นคำพูดว่าช่วงนี้คู่รักดูอ้วนขึ้นนะ
though of course by the time that hurt has manifested itself as aggression,
4:06แม้ว่าแน่นอนล่ะ เมื่อความเจ็บปวดนั้นแสดงออกมาในรูปแบบของความก้าวร้าว
any chances of being comforted are clearly over.
4:10โอกาสที่จะได้รับการปลอบประโลมก็ถือว่าจบสิ้นลงอย่างชัดเจน
Feelings we haven't got a handle on wreak havoc. โน้ต
4:13ความรู้สึกที่เราควบคุมไม่ได้จะสร้างความหายนะ
haven't got a handle on: ยังไม่เข้าใจหรือจัดการบางสิ่งได้
Haven't got a handle on หมายถึงยังไม่เข้าใจบางสิ่งดีพอ หรือยังไม่รู้ว่าจะจัดการอย่างไร ในประโยคนี้วลีดังกล่าวขยาย feelings ซึ่งยังไม่ได้รับการทำความเข้าใจหรือจัดการอย่างเหมาะสม จึงอาจก่อให้เกิดความเสียหายอย่างหนัก โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ have/get a handle on + คำนาม โดย have got a handle on บอกถึงระดับความเข้าใจหรือการควบคุมที่มีอยู่แล้ว ส่วน get a handle on เน้นการค่อย ๆ ได้มาซึ่งความเข้าใจหรือการควบคุมนั้น ใน haven't got a handle on นั้น have got ทำหน้าที่คล้าย have และรูปปฏิเสธบอกว่ายังขาดความเข้าใจหรือการควบคุมอยู่
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “ยังไม่เข้าใจหรือจัดการไม่ได้”: We ____ the cause of these errors yet.
ดูคำตอบ
haven't got a handle on
wreak havoc: ก่อให้เกิดความวุ่นวายร้ายแรง
Wreak havoc หมายถึงก่อให้เกิดความวุ่นวาย ความเสียหาย หรือผลร้ายอย่างรุนแรง ในประโยคนี้ ผู้พูดบอกว่าความรู้สึกที่ควบคุมไม่ได้ทำให้เกิดปัญหาในวงกว้าง ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นการทำลายทางกายภาพ คำที่ใช้คู่กันแบบตายตัวคือ wreak havoc โดย wreak เป็นคำกริยาและ havoc เป็นกรรม
แบบฝึกหัด
เติมคำที่ใช้คู่กันซึ่งหมายถึง “ก่อให้เกิดความวุ่นวายร้ายแรง” ให้สมบูรณ์: The power failure ____ throughout the airport.
ดูคำตอบ
wreaked havoc
We develop pernicious tics, a facial twitch,
4:19เราจะเริ่มมีอาการกระตุกที่เป็นอันตราย อาการหน้ากระตุก
at heart: โดยพื้นฐาน
ในที่นี้ at heart หมายถึง “โดยพื้นฐาน” หรือ “โดยแก่นแท้” สำนวนนี้บอกให้มองข้ามป้ายชื่อว่า “สิ่งเสพติด” แล้วพิจารณาคำอธิบายที่อยู่เบื้องลึกของผู้เขียน นั่นคือความรู้สึกยากลำบากที่ยังไม่ได้รับการจัดการ เมื่อใช้กับคน สำนวนเดียวกันนี้อาจบรรยายลักษณะนิสัยที่แท้จริงภายใน เช่น kind at heart แต่ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงอารมณ์หรือตำแหน่งทางร่างกาย หากทำหน้าที่วางกรอบการวิเคราะห์ว่าสิ่งเสพติดโดยพื้นฐานแล้วคืออะไร
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “โดยพื้นฐาน” ให้ประโยคสมบูรณ์: The disagreement is, ____, a question of trust.
ดูคำตอบ
at heart
How then might we come to be more skilled observers and correspondents of our feelings? ลำดับความ
4:36แล้วเราจะกลายเป็นผู้สังเกตและผู้สื่อสารความรู้สึกของเราที่เก่งกาจขึ้นได้อย่างไร?
How then might we...?: เปลี่ยนจากปัญหาไปสู่ทางแก้ที่เป็นไปได้
ในคำถามนี้ how ใช้ถามถึงวิธีการ ส่วน then เชื่อมย้อนกลับไปยังปัญหาที่เพิ่งกล่าวถึง และมีความหมายว่า เมื่อเป็นเช่นนั้น ขั้นต่อไปจะทำอะไรได้บ้าง โครงสร้างนี้พาแนวคิดจากการวิเคราะห์ปัญหาไปสู่การลงมือทำที่เป็นไปได้ จึงไม่ได้หมายถึง หลังจากนั้น ในเชิงเวลา might ทำให้คำถามมีน้ำเสียงเชิงสำรวจและไม่ชี้ขาด How then might we...? เป็นการชวนให้ผู้ฟังช่วยกันคิดถึงวิธีแก้ปัญหาที่เป็นไปได้ ไม่ใช่เรียกร้องคำตอบตายตัวเพียงคำตอบเดียว
แบบฝึกหัด
ผู้พูดเพิ่งอธิบายว่าเหตุใดเมืองหนึ่งจึงใช้น้ำอย่างสิ้นเปลืองมากเกินไป คำถามใดเปลี่ยนการอภิปรายไปสู่การค้นหาทางแก้อย่างเปิดกว้างได้เป็นธรรมชาติที่สุด?
- How then might we reduce water waste?
- When then might we reduce water waste?
- How then must we reduce water waste?
ดูคำตอบ
How then might we reduce water waste?
a large role to play: มีส่วนช่วยอย่างมาก
Have a role to play หมายถึงการมีส่วนช่วยต่อกระบวนการหรือผลลัพธ์อย่างใดอย่างหนึ่ง ในประโยคนี้ a large role หมายความว่าการอ่านอาจช่วยอย่างมากในการพัฒนาความสามารถในการสังเกตและถ่ายทอดความรู้สึก Play เป็นส่วนหนึ่งของสำนวนตายตัว ไม่ได้หมายถึงการแสดงบนเวที โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ X has/have a role to play in + คำนามหรืออนุประโยค -ing หากบริบทบอกชัดอยู่แล้วว่ามีส่วนช่วยในเรื่องใด ก็ละวลีที่ขึ้นต้นด้วย in ได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้สำนวนนี้ถูกต้องเพื่อบอกว่าครอบครัวสามารถมีส่วนสำคัญในการสร้างนิสัยการนอนที่ดีต่อสุขภาพ?
- Families have play a large role in building healthy sleep habits.
- Families play a large role to play in building healthy sleep habits.
- Families have a large role to play in building healthy sleep habits.
ดูคำตอบ
Families have a large role to play in building healthy sleep habits.
A great writer is ideally someone uncommonly patient about the curious,
4:43นักเขียนผู้ยิ่งใหญ่ ในอุดมคติแล้วคือผู้ที่มีความอดทนเป็นพิเศษกับสิ่งน่าสงสัย
Another move is to ensure that we've allocated a lot of time to self-observation. วลี
4:54อีกวิธีหนึ่งคือการทำให้แน่ใจว่าเราได้จัดสรรเวลามากมายให้กับการสังเกตตัวเอง
allocate a lot of time to + คำนามหรือรูป -ing
allocate time to something หมายถึงการตั้งใจแบ่งเวลาที่มีอยู่ส่วนหนึ่งให้กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ในประโยคนี้ a lot of แสดงว่าควรจัดสรรเวลาอย่างมากและเป็นระบบให้กับการสังเกตตนเอง ไม่ใช่เพียงช่วงเวลาว่างเล็กน้อย ในที่นี้ to เป็นคำบุพบทในโครงสร้าง allocate time to + คำนามหรือรูป -ing เช่น allocate time to reflection และ allocate time to reviewing the plan
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนการวางแผนจากบทเรียนให้ตรงทุกคำ: The team has ____ testing before launch.
ดูคำตอบ
allocated a lot of time to
It can look rather self-indulgent to ask for a few hours in the evening การใช้คำ
4:59มันอาจจะดูเหมือนการตามใจตัวเองเกินไปที่ขอเวลาสองสามชั่วโมงในตอนเย็น
self-indulgent: การประเมินเชิงตำหนิ
Self-indulgent ใช้อธิบายพฤติกรรมที่ให้ความสุข ความสบาย หรือความหรูหราแก่ตนเองมากเกินกว่าที่ดูสมเหตุสมผล โดยปกติคำนี้มีนัยตำหนิ คือผู้พูดมองว่าบุคคลนั้นตามใจตนเองมากเกินไป ในประโยคนี้ look ทำให้คำประเมินดังกล่าวเป็นเพียงภาพที่มองเห็นหรือความประทับใจ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ไม่มีข้อโต้แย้ง คำขอนั้นอาจดู self-indulgent ในสายตาคนอื่น แม้ต่อมาผู้พูดจะอธิบายว่ามีเหตุผลที่ดีก็ตาม
แบบฝึกหัด
จงตัดสินข้อความนี้: ในการใช้ทั่วไป การเรียกตัวเลือกของใครบางคนว่า self-indulgent เป็นคำชมที่เป็นกลางต่อการดูแลตนเองอย่างเหมาะสม
- จริง
- เท็จ
ดูคำตอบ
เท็จ
in which there's nothing more apparently demanding to do
5:03ซึ่งในช่วงเวลานั้นไม่มีอะไรที่ดูเหมือนจะต้องใช้ความพยายามไปมากกว่า
or around the bedroom with a pad and pen on one's lap.
5:07หรือมองไปรอบๆ ห้องนอนโดยมีสมุดและปากกาวางอยู่บนตัก
These so-called idle moments are when the observing self can finally catch up with feelings กริยาวลี
5:11ช่วงเวลาที่เรียกกันว่าเวลาว่างเหล่านี้ คือช่วงที่ตัวตนที่สังเกตการณ์จะสามารถตามทันความรู้สึกได้ในที่สุด
catch up with feelings: ปล่อยให้การรับรู้ตามทันอารมณ์
Catch up with โดยทั่วไปหมายถึงตามคนหรือสิ่งที่นำหน้าอยู่ให้ทัน ในที่นี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ กล่าวคือ ระหว่างวันที่ยุ่ง ตัวตนผู้สังเกตตามการรับรู้อารมณ์ไม่ทัน แต่ในที่สุดก็เริ่มตระหนักถึงอารมณ์เหล่านั้นได้ ไม่ได้หมายถึงการไปพบอารมณ์เพื่อพูดคุย แต่หมายถึงการปล่อยให้ความใส่ใจและความเข้าใจตามไปถึงอารมณ์ที่มีอยู่แล้ว เพียงแต่ยังไม่ได้รับการสังเกตหรือประมวลผลอย่างเต็มที่
แบบฝึกหัด
เติม phrasal verb สามคำที่หมายถึงการรับรู้ตามไปถึงอารมณ์ที่มีอยู่แล้วในที่สุด: After the exam was over, I sat alone and let my mind ____ the feelings I had pushed aside.
ดูคำตอบ
catch up with
ashamed, or harassed to emerge in the rest of the day.
5:18ละอายใจ หรือถูกกดทับจนไม่กล้าโผล่ออกมาในช่วงเวลาที่เหลือของวัน
too shy, ashamed, or harassed to emerge: โครงสร้าง too ... to
โครงสร้าง too + คำคุณศัพท์ + to + คำกริยา หมายถึงคุณสมบัติหนึ่งมีระดับมากจนขัดขวางไม่ให้การกระทำเกิดขึ้น ในที่นี้ shy, ashamed และ harassed เป็นคำคุณศัพท์ที่เรียงเชื่อมกัน และทั้งสามคำใช้ผลลัพธ์เดียวกันคือ to emerge ความรู้สึกถูกทำให้มีลักษณะเหมือนคน ราวกับว่าสามารถซ่อนตัวได้ Harassed ในที่นี้หมายถึงถูกกดดันหรือรบกวนอย่างต่อเนื่องจากภาระต่าง ๆ ในแต่ละวัน ไม่จำเป็นต้องหมายถึงถูกบุคคลใดบุคคลหนึ่งคุกคาม
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างที่ทำงานเป็นคู่เพื่อแสดงว่าความรู้สึกทั้งสามขัดขวางการกระทำ: Leo was ____ nervous, embarrassed, or overwhelmed ____ speak in front of the crowd.
ดูคำตอบ
too · to
They are like church bells we can make out only in the evening กริยาวลี
5:22พวกมันเหมือนเสียงระฆังโบสถ์ที่เราจะได้ยินก็ต่อเมื่อถึงตอนเย็น
make out: แยกแยะบางสิ่งได้อย่างยากลำบาก
ในประโยคนี้ make out หมายถึง “ได้ยินและแยกแยะออกโดยต้องใช้ความพยายาม” เสียงระฆังมีอยู่ตลอด แต่เสียงรบกวนในเวลากลางวันทำให้แยกได้ยาก พอถึงช่วงเย็นที่เงียบกว่า จึงเริ่มได้ยินออก make out ในความหมายนี้ยังใช้กับคำพูด รูปร่าง ตัวหนังสือ หรือรายละเอียดที่ไม่ชัดเจนได้ด้วย โดยสื่อว่าการรับรู้นั้นยากหรือไม่สมบูรณ์ ไม่ใช่การได้ยินหรือมองเห็นอย่างชัดเจนตามปกติ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาวลีที่หมายถึง “แยกแยะได้อย่างยากลำบาก”: Through the fog, we could barely ____ the road signs.
ดูคำตอบ
make out
died down: ค่อย ๆ ลดความรุนแรงลง
ในที่นี้ died down เป็นรูป past participle ของ die down ที่ตามหลัง has หมายความว่าการจราจรในเมืองค่อย ๆ เงียบและมีความเคลื่อนไหวน้อยลง จึงทำให้ได้ยินเสียงระฆัง die down อธิบายการที่กำลังหรือความเข้มลดลงตามเวลา เสียงรบกวน ลม เปลวไฟ ความตื่นเต้น การโต้เถียง และกิจกรรมคล้ายกันสามารถ die down ได้ ต่างจาก stop ตรงที่เน้นกระบวนการค่อย ๆ เบาลง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ die down: Once the wind ____, we opened the windows.
ดูคำตอบ
died down
among other things ที่บอกว่าการแจกแจงยังไม่ครบทั้งหมด
ในประโยคนี้ among other things เป็นตัวบ่งชี้ทางวาทกรรมที่แทรกอยู่กลางประโยค วลีนี้บอกผู้ฟังว่า การทำให้โอกาสที่จะหลับลดลงเป็นเพียงผลลัพธ์หนึ่งของการไม่ทำสิ่งนี้ และยังมีผลลัพธ์อื่นที่ไม่ได้กล่าวถึง วลีนี้ช่วยจัดระเบียบข้อมูลโดยไม่ทำให้ดูเหมือนว่าได้แจกแจงครบทั้งหมด เครื่องหมายจุลภาคแสดงว่าวลีนี้เป็นส่วนแทรก ดังนั้นใจความหลักจึงยังคงเป็น Failing to do this can ruin our chances of getting to sleep.
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนคงที่สามคำที่บอกว่าค่าซ่อมราคาแพงเป็นเพียงผลลัพธ์หนึ่งที่อาจเกิดขึ้น: Skipping routine maintenance can, ____, lead to costly repairs.
ดูคำตอบ
among other things
that haven't been properly cataloged in the day.
5:37ที่ยังไม่ได้รับการจัดหมวดหมู่ให้เรียบร้อยในระหว่างวัน
the feeling self's revenge ในฐานะบุคลาธิษฐาน
วลี the feeling self's revenge ทำให้ส่วนหนึ่งของตัวตนที่รับรู้อารมณ์มีลักษณะเหมือนมนุษย์ ราวกับว่าส่วนนั้นสามารถตั้งใจลงโทษใครสักคนได้ ในอุปมาของผู้เขียน ความคิดที่ถูกละเลยในตอนกลางวันจะกลับมาในตอนกลางคืนและทำให้คนนั้นตื่นอยู่ Revenge ไม่ได้หมายถึงการแก้แค้นจริง ๆ และประโยคนี้ไม่ใช่การวินิจฉัยทางการแพทย์ อุปมานี้นำเสนออาการนอนไม่หลับว่าเป็นผลที่เกิดขึ้นภายหลังจากการไม่ใส่ใจความคิดภายในมากพอ
แบบฝึกหัด
อุปมา the feeling self's revenge ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร?
- ตัวตนด้านความรู้สึกจงใจลงโทษอีกคนหนึ่ง
- ความคิดที่ถูกละเลยกลับมาในตอนกลางคืนและรบกวนการนอน
- อาการนอนไม่หลับพิสูจน์ว่ามีคนต้องการแก้แค้นจริง ๆ
ดูคำตอบ
ความคิดที่ถูกละเลยกลับมาในตอนกลางคืนและรบกวนการนอน
Understanding the serious danger of a gap opening up between what we feel and what we're aware of
5:40การเข้าใจถึงอันตรายร้ายแรงของช่องว่างที่เกิดขึ้นระหว่างสิ่งที่เรารู้สึกกับสิ่งที่เรารับรู้
We grasp that this issue will necessarily apply to other people too.
5:48เราจะเข้าใจได้ว่าปัญหานี้ ย่อมต้องเกิดขึ้นกับคนอื่นด้วยเช่นกัน
Quite often, they'll be saying things which are not, in fact, in line with their true feelings. วลี
5:53บ่อยครั้ง ที่พวกเขาจะพูดในสิ่งที่ไม่ได้ตรงกับความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเอง
in line with: สอดคล้องกับ
In line with หมายถึง “สอดคล้องกับ” หรือ “เข้ากันกับ” ในที่นี้ not in line with their true feelings หมายความว่าสิ่งที่พวกเขาพูดไม่ตรงกับสิ่งที่รู้สึกจริง ๆ โครงสร้างคือ be in line with + ความรู้สึก กฎ แผน หรือความคาดหวัง วลีนี้ใช้เปรียบเทียบสิ่งหนึ่งกับเกณฑ์หนึ่ง โดย line เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงแถวหรือเส้นตรงจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “สอดคล้องกับ”: The revised budget is ____ our long-term plan.
ดูคำตอบ
in line with
การละแบบขนานใน Mean things when ... or arrogant things when ...
ข้อความนี้เป็นส่วนของประโยคสองส่วนที่วางขนานกันและเติมความคิดจากประโยคก่อนหน้า โดยเข้าใจได้ว่าเป็น they may be saying mean things ... or arrogant things .... ประธานและกริยาที่ใช้ร่วมกันถูกละไว้แทนที่จะกล่าวซ้ำ แต่ละส่วนใช้รูปแบบเดียวกันคือ คำคุณศัพท์ + things + อนุประโยค when การวาง mean/vulnerable คู่กับ arrogant/small สร้างความตรงข้ามอย่างกระชับระหว่างคำพูดภายนอกกับความรู้สึกภายใน การละแบบนี้ช่วยให้ร้อยแก้วเพิ่มตัวอย่างได้รวดเร็วและยังเชื่อมโยงกับประโยคก่อนหน้า
แบบฝึกหัด
อะไรทำให้ประโยคที่สองใช้ได้ในข้อความสั้นนี้? “Under pressure, people sometimes say things they do not mean. Sharp comments when they feel afraid, perhaps, or proud claims when they feel unsure.”
- อนุประโยค when บรรยายเหตุการณ์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับประโยคแรก
- แต่ละส่วนเป็นประโยคสมบูรณ์ที่มีประธานและกริยาของตนเองระบุไว้อย่างชัดเจน
- ส่วนของประโยครับประธานและกริยามาจากประโยคแรก และนำเสนอตัวอย่างที่วางขนานกัน
ดูคำตอบ
ส่วนของประโยครับประธานและกริยามาจากประโยคแรก และนำเสนอตัวอย่างที่วางขนานกัน
And we'll identify that it's our duty to forgive them
6:04และเราจะตระหนักว่ามันเป็นหน้าที่ของเราที่ต้องให้อภัยพวกเขา
for not always managing to be reliable correspondents of their inner lives. สำนวน
6:07สำหรับการที่พวกเขาไม่สามารถเป็นผู้สื่อสารเรื่องราวในใจของตัวเองได้อย่างน่าเชื่อถือเสมอไป
reliable correspondents of their inner lives ในฐานะคำเปรียบเทียบ
ในประโยคนี้ correspondents ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ โดยปกติ correspondent คือผู้รายงานเหตุการณ์ แต่ในที่นี้แต่ละคนถูกเปรียบเป็นผู้รายงานสิ่งที่เกิดขึ้นภายในจิตใจของตนเอง การเป็น reliable หมายความว่าคำพูดและพฤติกรรมของคนคนหนึ่งสะท้อนความรู้สึกภายในได้อย่างถูกต้อง วลีนี้บอกว่าคนเราไม่ได้เข้าใจหรือสื่อสารชีวิตภายในของตนอย่างตรงไปตรงมาเสมอ ดังนั้นพฤติกรรมภายนอกจึงไม่ใช่สิ่งที่บอกความรู้สึกแท้จริงได้อย่างสมบูรณ์
แบบฝึกหัด
reliable correspondents of their inner lives ในประโยคนี้หมายถึงอะไร
- คนที่จงใจซ่อนความรู้สึกของตนอยู่เสมอ
- นักข่าวที่รายงานเรื่องส่วนตัวของผู้อื่น
- คนที่ถ่ายทอดสิ่งที่เกิดขึ้นภายในตนเองได้อย่างถูกต้อง
ดูคำตอบ
คนที่ถ่ายทอดสิ่งที่เกิดขึ้นภายในตนเองได้อย่างถูกต้อง
It's not really sinister to think this way of others.
6:11การคิดถึงคนอื่นในแง่นี้ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไรเลย
It's a kindly move that gives us the energy to lend a second, more compassionate look
6:14มันเป็นการกระทำที่อ่อนโยน ซึ่งช่วยให้เรามีพลังในการมองลึกลงไปเป็นครั้งที่สองด้วยความเห็นอกเห็นใจ
at behavior that might initially have appeared simply horribly off-putting. การใช้คำ
6:20ต่อพฤติกรรมที่ในตอนแรกอาจจะดูน่ารังเกียจอย่างมาก
off-putting สำหรับสิ่งที่ทำให้คนถอยห่าง
Off-putting หมายถึงไม่น่าพอใจในแบบที่ทำให้ใครบางคนหมดความสนใจ รู้สึกไม่สบายใจ หรืออยากถอยห่าง ในที่นี้ใช้บรรยายความประทับใจแรกที่เกิดจากพฤติกรรมของคนคนหนึ่ง คำนี้มาจาก put someone off เมื่อใช้เป็นคำคุณศัพท์ สามารถวางหน้าคำนามหรือหลังคำกริยาเชื่อมได้ เช่น an off-putting attitude; the attitude was off-putting.
แบบฝึกหัด
เว็บไซต์หนึ่งเข้าใจง่าย แต่โฆษณาป๊อปอัปที่ขึ้นตลอดทำให้ผู้เข้าชมอยากออก คำคุณศัพท์ใดอธิบายผลนี้ได้ดีที่สุด
- unpleasant
- off-putting
- disgusting
ดูคำตอบ
off-putting
far from wonderful: การปฏิเสธอย่างหนักแน่น
ใน far from wonderful คำว่า far from ไม่ได้กล่าวถึงระยะทางจริง เมื่ออยู่หน้าคำคุณศัพท์ far from หมายถึง “ไม่...เลย” หรือ “ห่างไกลจาก...” ดังนั้นจึงบอกว่าความรู้สึกเหล่านี้ไม่น่าพึงใจอย่างมาก ไม่ใช่แค่ดีน้อยลงเท่านั้น โครงสร้าง far from + คำคุณศัพท์หรือคำนามสร้างการประเมินเชิงลบที่หนักแน่น ภายนอกอาจฟังดูสุขุมหรือกล่าวแบบอ้อม ๆ แต่มีน้ำหนักแรงกว่าการใช้ not ธรรมดา
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้างเป้าหมายเพื่อบอกว่ารายงานยังห่างไกลจากคำว่าเสร็จสมบูรณ์: The report is ____ complete.
ดูคำตอบ
far from
But we should accept that if we ignore, deny, or overlook feelings entirely,
6:30แต่เราควรยอมรับว่า หากเราเพิกเฉย ปฏิเสธ หรือมองข้ามความรู้สึกไปโดยสิ้นเชิง
exercise a powerful, malignant subterranean influence: ส่งอิทธิพลที่รุนแรง เป็นอันตราย และแฝงซ่อน
exercise ในที่นี้หมายถึง “ใช้อิทธิพล” หรือ “ส่งผล” ไม่ได้หมายถึงการออกกำลังกาย Exercise an influence เป็นกลุ่มคำที่ค่อนข้างเป็นทางการ หมายถึงการส่งผลต่อบุคคลหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ซึ่งมักดำเนินต่อเนื่องเป็นเวลานาน powerful บอกความรุนแรงของอิทธิพล malignant ประเมินว่าอิทธิพลนั้นเป็นอันตราย และ subterranean ใช้เชิงเปรียบเทียบ หมายถึงอิทธิพลทำงานอย่างซ่อนเร้นใต้ระดับการรับรู้ เมื่อนำมารวมกัน วลีนี้บรรยายผลกระทบที่รุนแรงและเป็นภัยซึ่งค่อย ๆ หล่อหลอมชีวิตทั้งชีวิตอย่างเงียบ ๆ
แบบฝึกหัด
exercise a powerful, malignant subterranean influence ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร
- มันทำให้อิทธิพลที่ไม่เป็นอันตรายปรากฏชัดต่อทุกคน
- มันออกกำลังกายอย่างหนักไปตลอดชีวิต
- มันส่งอิทธิพลที่รุนแรงและเป็นอันตรายโดยทำงานอย่างซ่อนเร้น
ดูคำตอบ
มันส่งอิทธิพลที่รุนแรงและเป็นอันตรายโดยทำงานอย่างซ่อนเร้น
to correctly labeling and repatriating our own and others' orphaned feelings. สำนวน
6:50ให้กับการระบุชื่ออย่างถูกต้อง และพาความรู้สึกที่ถูกทอดทิ้งของทั้งตัวเราและผู้อื่นกลับคืนสู่ที่ที่มันควรอยู่
devote ourselves to + คำนามหรือรูป -ing
devote ourselves to หมายถึงการทุ่มเวลา พลังงาน และความใส่ใจเป็นอย่างมากให้กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ในประโยคนี้ สิ่งที่ทุ่มเทให้คือการเรียกชื่อความรู้สึกที่ถูกละเลยให้ถูกต้องและยอมรับความรู้สึกเหล่านั้นกลับเข้ามาอีกครั้ง ในโครงสร้าง devote oneself to คำว่า oneself จะเปลี่ยนตามประธาน เช่น I devote myself, we devote ourselves, she devotes herself คำว่า to ในที่นี้เป็นคำบุพบท จึงตามด้วยคำนามหรือรูป -ing เช่น devote ourselves to labeling ไม่ใช่ devote ourselves to label
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ devote oneself to: After retiring, Maya chose to ____ teaching children to read.
ดูคำตอบ
devote herself to
repatriating ... orphaned feelings ในฐานะอุปลักษณ์ต่อเนื่อง
วลีนี้สร้างอุปลักษณ์ต่อเนื่องหนึ่งชุด orphaned feelings คืออารมณ์ที่ถูกปฏิเสธ ถูกละเลย หรือไม่มีที่ทางที่ได้รับการยอมรับ ส่วน repatriating สร้างภาพว่าหลังจากระบุอารมณ์เหล่านั้นได้อย่างถูกต้องแล้ว เราพามันกลับสู่ชีวิตภายในที่มันควรอยู่ our own and others' ชี้ว่าแนวคิดนี้ใช้ได้ทั้งกับความรู้สึกที่เราเผชิญเองและความรู้สึกที่ผู้อื่นแสดงออก ประโยคนี้ไม่ได้พูดถึงกระบวนการทางกฎหมายหรือการย้ายถิ่น ภาพของการกลับบ้านทำให้การยอมรับอารมณ์ดูเหมือนการคืนความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งและมีที่ทางให้มัน
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ repatriating our own and others' orphaned feelings หมายความว่าอย่างไร
- รับรู้ความรู้สึกที่ถูกละเลยและพามันกลับเข้าสู่ชีวิตทางอารมณ์ภายในของตน
- ส่งผู้คนและอารมณ์ของพวกเขากลับไปยังอีกประเทศหนึ่ง
- แทนที่ความรู้สึกที่รับมือยากด้วยอารมณ์ที่ยืมมาจากผู้อื่น
ดูคำตอบ
รับรู้ความรู้สึกที่ถูกละเลยและพามันกลับเข้าสู่ชีวิตทางอารมณ์ภายในของตน