เราควรแกล้งทำเป็นไม่สนใจไหม เวลาที่เราชอบใครสักคน?: บทเรียนภาษาอังกฤษ

The School of Life

ความยากในการเรียน
776 คำ 158 คำ/นาที

แนะนำวิดีโอ: บทความอธิบายว่าเหตุใดความกระตือรือร้นช่วงเริ่มต้นของความรักจึงถูกเข้าใจผิดว่าเป็นการพึ่งพา และชี้ว่าความสนใจอย่างจริงใจเกิดพร้อมกับความมั่นใจและความเป็นอิสระได้ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. coming across as — กริยาวลี: บรรยายภาพที่พฤติกรรมสร้างขึ้นเมื่อแตกต่างจากเจตนา 2. on the one hand, / on the other, — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: จัดสองด้านที่ขัดกันให้เห็นความสัมพันธ์อย่างชัดเจน 3. play it cool — สำนวนและภาษาภาพพจน์: สื่อถึงการจงใจซ่อนความกระตือรือร้นเพื่อให้ดูไม่ทุ่มเทมากในบริบทการออกเดตหรือสังคมอื่น

คำอธิบายในบทเรียนนี้

One of the paradoxes of the dating game สำนวน

0:00

หนึ่งในความขัดแย้งของเกมการออกเดท

สำนวน

คำเปรียบเทียบ dating game

ใน dating game คำว่า game เป็นคำเปรียบเทียบถึงกระบวนการทางสังคมของการออกเดต ผู้คนต้องเลือก ตีความสัญญาณ และรับมือกับความคาดหวังที่ไม่ได้เขียนไว้ ไม่ได้หมายถึงการแข่งขันจริงหรือเกมใดเกมหนึ่ง วลีนี้อาจสื่อว่าการออกเดตมีทั้งกลยุทธ์และความไม่แน่นอน วลีนี้อธิบายกระบวนการโดยไม่ได้กล่าวหาว่าใครกำลังหลอกควบคุมผู้อื่นอย่างไม่ซื่อสัตย์เสมอไป

แบบฝึกหัด

ในประโยค Many people find the dating game confusing คำว่า dating game หมายถึงอะไร

  1. ความพยายามโดยเจตนาที่จะควบคุมอีกคนหนึ่ง
  2. กระบวนการทางสังคมของการออกเดตที่มองว่ามีกฎที่ไม่ได้เขียนไว้และมีตัวเลือกต่าง ๆ
  3. การแข่งขันจริงที่เล่นกันระหว่างออกเดต
ดูคำตอบ

กระบวนการทางสังคมของการออกเดตที่มองว่ามีกฎที่ไม่ได้เขียนไว้และมีตัวเลือกต่าง ๆ

is that we know that

0:03

คือเรารู้ว่า

by coming across as enthusiastic at an early stage, กริยาวลี

0:04

ด้วยการแสดงความกระตือรือร้นในช่วงแรก

กริยาวลี

coming across as: ความประทับใจที่คนอื่นได้รับ

Coming across as หมายถึงการที่คนอื่นมองว่าเราดูเป็นอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยเน้นความประทับใจที่พฤติกรรมของเราสร้างขึ้น ซึ่งอาจต่างจากสิ่งที่เราตั้งใจ โครงสร้างคือ come across as + คำคุณศัพท์หรือวลีนาม เช่น come across as enthusiastic และ come across as a good listener ในที่นี้ enthusiastic อธิบายความประทับใจที่เกิดขึ้นในช่วงแรก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยวลีที่หมายถึง “ทำให้เกิดความประทับใจเช่นนั้น”:Leo did not mean to sound rude, but he ____ rude during the call.

ดูคำตอบ

came across as

if we bring them the next day,

0:07

หากเราโทรหาพวกเขาในวันรุ่งขึ้น

if we're open about how attractive we find them,

0:09

หากเราเปิดเผยว่าเราพบว่าพวกเขามีเสน่ห์แค่ไหน

if we suggest meeting them again very soon,

0:12

หากเราเสนอที่จะพบพวกเขาอีกครั้งในไม่ช้า

we are putting ourselves at a high risk วลี

0:15

เรากำลังพาตัวเองไปเสี่ยงอย่างมาก

of disgusting the very person การใช้คำ

0:17

ที่จะทำให้คนนั้นรังเกียจ

วลี

putting ourselves at a high risk of: ทำให้ตัวเองเผชิญความเสี่ยงสูง

Putting ourselves at a high risk of หมายถึงการที่การกระทำของเราเองทำให้เรามีโอกาสสูงที่จะพบผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์ คำสรรพนามสะท้อนกลับจะเปลี่ยนตามประธาน เช่น put myself, yourself, ourselves หรือ themselves at risk โครงสร้างคือ put + คำสรรพนามสะท้อนกลับ + at (a) high risk of + คำนามหรือรูป -ing ในประโยคนี้ disgusting เป็นรูป -ing หลัง of สามารถใช้คำนำหน้านาม a ได้ แต่ในข้อความทั่วไป รูปที่สั้นกว่าอย่าง at high risk of พบได้บ่อยกว่า

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้างที่หมายถึงการทำให้ตัวเองเสี่ยงต่อผลเสียได้ถูกต้อง

  1. By skipping backups, we put ourselves in a high risk of losing our files.
  2. By skipping backups, we put ourselves at a high risk of losing our files.
  3. By skipping backups, we put ourselves at a high risk to lose our files.
ดูคำตอบ

By skipping backups, we put ourselves at a high risk of losing our files.

we would so like to build a relationship with.

0:20

คนที่เราอยากสร้างความสัมพันธ์ด้วย

การใช้คำ

the very person: คนคนนั้นนั่นเอง

ใน the very person คำว่า very เป็นคำขยายที่ใช้เน้นและทำหน้าที่คล้ายคำกำหนด หมายถึง “คนคนนั้นนั่นเอง” หรือ “คนคนนั้นโดยเฉพาะ” ไม่ได้หมายถึง “อย่างมาก” ในที่นี้ คำนำหน้านามชี้เฉพาะ the ระบุว่าเป็นคนคนหนึ่งที่เจาะจง และ very ทำให้การชี้เฉพาะนั้นชัดยิ่งขึ้น ในประโยคนี้ใช้เน้นความขัดแย้งว่า คนที่ได้รับผลกระทบก็คือคนที่ผู้พูดอยากสร้างความสัมพันธ์ด้วยมากที่สุดนั่นเอง

แบบฝึกหัด

ในประโยค “That is the very key we lost yesterday,” คำว่า very หมายถึงอะไร

  1. กุญแจดอกนั้นนั่นเอง
  2. กุญแจที่อยู่ใกล้ ๆ
  3. กุญแจที่ดีมาก
ดูคำตอบ

กุญแจดอกนั้นนั่นเอง

It is in order to counter this risk

0:24

เพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยงนี้

that early on in our dating lives,

0:26

ในช่วงแรกๆ ของชีวิตการออกเดท

we are taught by well-meaning friends

0:28

เรามักถูกสอนโดยเพื่อนที่หวังดี

to adopt a facade of cool and indifference. สำนวน

0:30

ให้ทำเป็นเท่และไม่สนใจ

สำนวน

a facade of cool and indifference: ภาพลวงของความสุขุมและไม่แยแส

Facade ตามความหมายตรงหมายถึงด้านหน้าของอาคาร แต่ a facade of + คุณลักษณะ เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ หมายถึงภาพลักษณ์ภายนอกที่อาจซ่อนความรู้สึกที่แท้จริงของคนคนหนึ่งไว้ ในที่นี้ cool หมายถึงการควบคุมตนเองอย่างสุขุม ส่วน indifference หมายถึงการดูเหมือนไม่ใส่ใจ การ adopt facade แบบนี้คือการจงใจทำให้ตนดูสงบและไม่แยแส ไม่ได้หมายความว่าความรู้สึกเหล่านั้นเป็นของจริง

แบบฝึกหัด

Maya รู้สึกประหม่า แต่เธอต้องการให้ตนเองดูสงบ ประโยคใดอธิบายสถานการณ์นี้ได้ดีที่สุด

  1. She adopts a facade of calm.
  2. She feels genuine indifference.
  3. She examines the facade of the building.
ดูคำตอบ

She adopts a facade of calm.

We become experts at deliberately not phoning

0:34

เรากลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในการจงใจไม่โทร

or sending messages,

0:37

หรือไม่ส่งข้อความ

or treating our dates in a carefully off-hand manner, การใช้คำ

0:39

หรือปฏิบัติต่อคู่เดทด้วยท่าทีที่ไม่ใส่ใจอย่างระมัดระวัง

การใช้คำ

off-hand manner: ท่าทีเมินเฉยและขอไปที

Off-hand ใช้อธิบายท่าทีที่ดูสบาย ๆ สั้นห้วน และไม่ค่อยใส่ใจ ในการปฏิสัมพันธ์ทางสังคม คำนี้อาจฟังเหมือนดูแคลนหรือขอไปที ไม่ได้หมายถึงเพียงความผ่อนคลาย ปัจจุบันการเขียนติดกันเป็น offhand พบได้บ่อยกว่า ส่วน off-hand เป็นอีกรูปแบบหนึ่ง Carefully สร้างความขัดแย้งโดยตั้งใจ พฤติกรรมนี้เพียงแต่ดูเหมือนเกิดขึ้นเองและไม่ใส่ใจ แต่จริง ๆ แล้วผ่านการวางแผนมา ดังนั้นวลีนี้จึงบรรยายท่าทีที่แสดงขึ้นมา ไม่ใช่ความไม่แยแสที่แท้จริง

แบบฝึกหัด

เจ้าบ้านเพียงยักไหล่อย่างรวดเร็วและตอบแขกสั้น ๆ ทำให้แขกรู้สึกว่าตนไม่สำคัญ คำบรรยายใดแม่นยำที่สุด

  1. The host responds in an off-hand manner.
  2. The host responds in a casual but attentive manner.
  3. The host gives an off-the-cuff speech.
ดูคำตอบ

The host responds in an off-hand manner.

and in subtly pretending we don't much care

0:42

และแสร้งทำเป็นว่าเราไม่ค่อยแคร์นักอย่างแนบเนียน

if we never cross their paths again. สำนวน

0:45

หากเราจะไม่ได้เจอกันอีกเลย

สำนวน

cross their paths: บังเอิญพบกันอีกครั้ง

ในประโยคนี้ cross their paths หมายถึง “บังเอิญพบพวกเขาอีกครั้งหรือได้กลับมาเกี่ยวข้องกันอีก” ภาพเปรียบคือเส้นทางชีวิตของผู้คนมาตัดกัน ไม่ได้หมายถึงการข้ามถนนตามตัวอักษร โครงสร้างคือ cross + someone's path/paths ในที่นี้ their ระบุคนที่เราอาจพบ และ again บอกว่าเป็นการพบกันอีกในอนาคต สำนวนนี้มักสื่อถึงความบังเอิญ ไม่ใช่การนัดหมายล่วงหน้า

แบบฝึกหัด

cross their paths ใน “if we never cross their paths again” หมายความว่าอะไร?

  1. บังเอิญพบพวกเขาอีกครั้ง
  2. พบพวกเขาตามเวลาที่นัดไว้
  3. ขวางทางพวกเขา
ดูคำตอบ

บังเอิญพบพวกเขาอีกครั้ง

We are told that the only way to get them ไวยากรณ์

0:47

เราถูกบอกว่าวิธีเดียวที่จะทำให้พวกเขาสนใจเรา

to care about us

0:50

คือการสนใจเรา

is to pretend not to care for them.

0:51

คือการแสร้งทำเป็นไม่สนใจพวกเขา

ไวยากรณ์

the only way to ... is to ...: ระบุวิธีเดียว

โครงสร้าง the only way to + เป้าหมาย + is to + การกระทำ นำเสนอการกระทำส่วนหลังว่าเป็นวิธีเดียวที่จะบรรลุเป้าหมาย ในประโยคนี้ to get them to care about us คือเป้าหมาย ส่วน to pretend not to care for them คือวิธีที่ถูกกล่าวอ้าง Only ทำให้ข้อความมีความหมายว่าไม่มีตัวเลือกอื่น สามารถนำโครงสร้างไปใช้เป็น The only way to do X is to do Y.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้างเป้าหมาย the only way to ... is to ...: ____ open this locked file ____ enter the correct password.

ดูคำตอบ

The only way to · is to

And in the process, ลำดับความ

0:54

และในกระบวนการนั้น

we waste a lot of time.

0:56

เราเสียเวลาไปมากมาย

ลำดับความ

การใช้ in the process เชื่อมผลลัพธ์เพิ่มเติม

ในที่นี้ in the process หมายถึง 'ระหว่างที่ทำสิ่งนั้น' วลีนี้ย้อนกลับไปกล่าวถึงพฤติกรรมที่พูดไว้ก่อนหน้า แล้วเพิ่มสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างการกระทำนั้น นั่นคือมีการเสียเวลาไปมาก เมื่อใช้เป็นคำเชื่อมในบทสนทนา วลีนี้ช่วยเพิ่มผลข้างเคียงหรือผลลัพธ์อีกอย่างโดยไม่ต้องกล่าวถึงการกระทำเดิมซ้ำ ผลลัพธ์นั้นอาจเป็นด้านลบหรือด้านบวกก็ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมสามคำที่หมายถึง 'ระหว่างที่ทำสิ่งนั้น': Elena reorganized the shared folder and deleted an important file ____.

ดูคำตอบ

in the process

We may lose them altogether,

0:58

เราอาจเสียพวกเขาไปโดยสิ้นเชิง

and we have to suffer the indignity วลี

1:00

และเราต้องทนรับความอัปยศ

of denying that we feel a desire

1:02

ของการปฏิเสธว่าเรามีความรู้สึกปรารถนา

วลี

suffer the indignity of + คำนามหรือรูป -ing

suffer the indignity of หมายถึง 'ถูกบังคับให้ทนกับประสบการณ์ที่รู้สึกว่าน่าอับอายหรือลดทอนศักดิ์ศรี' ในประโยคนี้ ประสบการณ์ที่น่าอับอายคือการต้องปฏิเสธความปรารถนา โครงสร้างคือ suffer the indignity of + คำนามหรือรูป -ing ส่วนที่ตามหลัง of ระบุประสบการณ์ที่ลดทอนศักดิ์ศรี โดย indignity หมายถึงความอัปยศหรือการสูญเสียศักดิ์ศรี ไม่ใช่ความโกรธหรือความไม่สะดวกทั่วไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีทางการที่หมายถึง 'ทนรับความอัปยศจากการ': After leading the team for ten years, Marcus had to ____ being removed from the project.

ดูคำตอบ

suffer the indignity of

that should never have been associated with shame ไวยากรณ์

1:04

ซึ่งความรู้สึกนี้ไม่ควรถูกโยงเข้ากับความน่าละอาย

in the first place. วลี

1:07

ตั้งแต่แรกแล้ว

ไวยากรณ์

should never have been associated with shame: โครงสร้าง modal perfect แบบ passive

รูปแบบ should + never + have been + คำกริยาช่องที่ 3 คือโครงสร้าง modal perfect แบบ passive ใช้ย้อนมองความเชื่อมโยงที่เกิดขึ้นในอดีตและตัดสินว่าสิ่งนั้นผิด กล่าวคือ ความละอายถูกนำไปเชื่อมกับความปรารถนาจริง แต่ผู้พูดเห็นว่าความเชื่อมโยงนั้นไม่มีเหตุผลรองรับเลย เนื่องจากประธานเป็นผู้รับการกระทำ รูป passive จึงเน้นสิ่งที่ถูกนำไปเชื่อมโยง ไม่ใช่ผู้ที่สร้างความเชื่อมโยงนั้น นี่คือการวิจารณ์สถานการณ์ในอดีต ไม่ใช่คำแนะนำสำหรับอนาคต

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลี passive แบบ modal perfect ที่วิจารณ์การเชื่อมโยงกับความละอายในอดีต: Her ambition ____.

ดูคำตอบ

should never have been associated with shame

วลี

in the first place: ย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้น

in the first place ในที่นี้หมายถึง ตั้งแต่แรก หรือ แต่แรกเริ่ม วลีนี้พาผู้ฟังย้อนกลับไปยังต้นตอของปัญหา กล่าวคือ การเชื่อมโยงกับความละอายนั้นผิดตั้งแต่ตอนที่ถูกสร้างขึ้น เมื่อวางไว้ท้ายอนุประโยค วลีนี้จะเพิ่มน้ำหนักของการวิจารณ์ย้อนหลัง ไม่ได้ใช้เพื่อเริ่มรายการด้วยข้อแรก

แบบฝึกหัด

วลีใดเหมาะที่สุดสำหรับเติมประโยคที่ตั้งคำถามกับการตัดสินใจเดิม? Why did we agree to this ____?

  1. at first
  2. first of all
  3. in the first place
ดูคำตอบ

in the first place

But we can find a way out of the conundrum วลี

1:09

แต่เราสามารถหาทางออกจากปริศนานี้ได้

วลี

find a way out of: หาทางออกจากหรือแก้ไขความยากลำบาก

ในประโยคนี้ find a way out of the conundrum หมายถึงการค้นพบวิธีที่ใช้ได้จริงเพื่อออกจากหรือแก้ไขสถานการณ์ที่ยากลำบากนั้น way out ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ใช่ทางออกจริง ๆ โครงสร้างคือ find a way out of + สถานการณ์ยากลำบาก โดยนำเสนอสถานการณ์นั้นว่าเป็นสิ่งที่กักขังหรือขัดขวางเรา จึงมีความหมายหนักแน่นกว่าการหาวิธีทำงานธรรมดาให้สำเร็จ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนห้าคำจากบทเรียนนี้ซึ่งขึ้นต้นด้วย find และหมายถึงการค้นพบวิธีหลุดพ้นหรือแก้ไขปัญหา: We must ____ this mess before it gets worse.

ดูคำตอบ

find a way out of

by drilling deeper into the philosophy สำนวน

1:12

โดยการเจาะลึกลงไปในปรัชญา

that underpins the well-flagged danger

1:14

ที่เป็นรากฐานของความเสี่ยงที่รู้กันดี

of being overly eager.

1:16

ของการกระตือรือร้นมากเกินไป

สำนวน

drilling deeper into: ตรวจสอบหัวข้ออย่างเจาะลึกยิ่งขึ้น

Drilling deeper into เป็นคำเปรียบเทียบที่หมายถึงการตรวจสอบหัวข้อหนึ่งอย่างละเอียดมากขึ้น ภาพเปรียบเทียบคือการเจาะลงไปใต้พื้นผิว ดังนั้น deeper จึงสื่อถึงการก้าวข้ามคำอธิบายที่เห็นได้ชัดเพื่อค้นหาแนวคิดหรือสาเหตุที่อยู่เบื้องลึก ในที่นี้ drilling เป็นรูป -ing ที่ตามหลัง by และ into ใช้นำหน้าหัวข้อที่ตรวจสอบ โดยมีโครงสร้าง drill deeper into + หัวข้อ สำนวนนี้เหมาะเป็นพิเศษเมื่อขั้นตอนต่อไปคือการวิเคราะห์อย่างรอบคอบ ไม่ใช่การมองอย่างรวดเร็ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนรูป -ing สามคำจากบทเรียนนี้ซึ่งขึ้นต้นด้วย drilling และหมายถึงการตรวจสอบหัวข้อให้ละเอียดยิ่งขึ้น: The researchers are ____ the unexpected results.

ดูคำตอบ

drilling deeper into

Why is detachment so often recommended?

1:19

ทำไมถึงมักแนะนำให้ปล่อยวาง?

Why are we not meant to call too soon? ไวยากรณ์

1:22

ทำไมเราไม่ควรโทรไปเร็วเกินไป?

ไวยากรณ์

not meant to ที่แสดงความคาดหวังทางสังคม

ในคำถามนี้ not meant to หมายถึง “ไม่ควร” หรือ “ถูกคาดหวังว่าไม่ให้ทำ” ผู้พูดกำลังถามว่าเหตุใดกฎทางสังคมจึงมองว่าการโทรหาเร็วเกินไปเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม โครงสร้าง be + not meant to + คำกริยารูปพื้นฐานใช้บอกกฎหรือความคาดหวังร่วมกันได้โดยไม่ต้องระบุว่าใครเป็นคนกำหนด ในที่นี้เป็นการบอกว่าการกระทำนั้นไม่เป็นไปตามความคาดหวังทางสังคม ไม่ได้หมายความว่าทำไม่ได้

แบบฝึกหัด

ในประโยคภาษาอังกฤษ “Guests are not meant to enter through this door,” not meant to สื่อความหมายใดได้เป็นธรรมชาติที่สุด

  1. กฎหรือความคาดหวังว่าผู้มาเยือนไม่ควรทำเช่นนั้น
  2. คำกล่าวว่าผู้มาเยือนไม่สามารถเข้าได้
  3. คำกล่าวว่าผู้มาเยือนไม่ได้ตั้งใจจะเข้า
  4. คำกล่าวว่าผู้มาเยือนยังไม่ได้เข้า
ดูคำตอบ

กฎหรือความคาดหวังว่าผู้มาเยือนไม่ควรทำเช่นนั้น

High levels of enthusiasm

1:26

ความกระตือรือร้นในระดับสูง

are generally not recommended for one central reason,

1:28

โดยทั่วไปแล้วมักไม่แนะนำด้วยเหตุผลหลักประการหนึ่ง

because they have been equated วลี

1:31

เพราะมันถูกมองว่าเท่าเทียมกับ

with what is a true psychological problem,

1:33

สิ่งที่เป็นปัญหาทางจิตวิทยาอย่างแท้จริง

manic dependence.

1:36

การพึ่งพาแบบคลั่งไคล้

วลี

equated with ที่ใช้มองสองสิ่งว่าเท่าเทียมกัน

Equated with เป็นรูปประธานถูกกระทำของ equate A with B หมายถึงสิ่งหนึ่งถูกมองว่าเท่ากับหรือโดยพื้นฐานแล้วเหมือนกับอีกสิ่งหนึ่ง ในประโยคนี้ ความกระตือรือร้นสูงถูกจัดประเภทเสมือนว่าเป็นภาวะพึ่งพาแบบคลุ้มคลั่ง วลีนี้มีความหมายแรงกว่าการเพียงสังเกตเห็นความคล้ายคลึง และมักเปิดช่องให้ตั้งคำถามหรือวิจารณ์การตัดสินว่าสองสิ่งนั้นเท่าเทียมกัน

แบบฝึกหัด

หากผู้เขียนต้องการสื่อว่า “ปฏิบัติต่อว่าเป็นสิ่งเดียวกัน” คำกริยาใดเติมประโยคนี้ได้เหมาะที่สุด? The report ___ popularity with quality.

  1. equates
  2. compares
  3. separates
  4. associates
ดูคำตอบ

equates

In other words, ลำดับความ

1:38

กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ

calling too soon has become a symbol

1:38

การโทรเร็วเกินไปกลายเป็นสัญลักษณ์

of weakness, desperation,

1:41

ของความอ่อนแอ, ความสิ้นหวัง,

and the inability to deal adequately

1:43

และความไม่สามารถที่จะจัดการกับ

with life's challenges

1:44

ความท้าทายของชีวิตได้อย่างเหมาะสม

ลำดับความ

“In other words,” ในฐานะคำบอกการกล่าวใหม่

In other words บอกผู้ฟังว่าข้อความถัดไปจะกล่าวแนวคิดก่อนหน้าใหม่ให้ชัดเจน ตรงไปตรงมา หรือมองจากอีกมุมหนึ่ง ในประโยคนี้ รายการ “weakness, desperation...” อธิบายให้เห็นชัดว่าการตัดสินทางสังคมก่อนหน้านั้นหมายถึงอะไร สำนวนนี้เชื่อมสองวิธีในการบอกประเด็นเดียวกัน ไม่ได้เริ่มข้ออ้างใหม่ที่แยกออกไปหรือยกตัวอย่าง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ In other words เพื่อกล่าวแนวคิดเดิมใหม่

  1. The route is impassable. However, we can still arrive on time.
  2. The route is impassable. For example, the north bridge is closed.
  3. The route is impassable. In other words, we cannot use it.
ดูคำตอบ

The route is impassable. In other words, we cannot use it.

without the constant support of a lover

1:46

หากไม่มีการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากคนรัก

whose real identity the manically keen party

1:48

ซึ่งตัวตนที่แท้จริงที่ฝ่ายที่คลั่งไคล้อย่างมาก

doesn't much care about,

1:51

ไม่ได้ใส่ใจมากนัก

because their underlying priority

1:52

เพราะความสำคัญพื้นฐานของพวกเขา

is to ensure that they're never alone

1:54

คือการทำให้แน่ใจว่าพวกเขาจะไม่มีวันโดดเดี่ยว

without someone

1:56

โดยไม่มีใครสักคน

rather than with any one being in particular.

1:58

มากกว่าที่จะอยู่กับใครคนใดคนหนึ่งเป็นพิเศษ

But we should note that what is ultimately the problem ไวยากรณ์

2:02

แต่เราควรสังเกตว่าสิ่งที่เป็นปัญหาที่สุด

is manic dependence,

2:04

คือการพึ่งพาแบบคลั่งไคล้

not high enthusiasm.

2:06

ไม่ใช่ความกระตือรือร้นในระดับสูง

ไวยากรณ์

ใช้ “what is ultimately the problem is X, not Y” เพื่อนิยามปัญหาใหม่

อนุประโยค what ทั้งหมดใน what is ultimately the problem ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยคหลัก ภายในอนุประโยคนั้น is ตัวแรกเชื่อม what กับ the problem ส่วน is ตัวที่สองเป็นกริยาเชื่อมของประโยคหลักและให้คำตอบคือ manic dependence ส่วนท้าย X, not Y ใช้แก้การวิเคราะห์ที่ผิด โครงสร้างนี้วางกรอบคำถามก่อนว่าปัญหาที่แท้จริงคืออะไร จากนั้นจึงบอกคำตอบที่ต้องการและปฏิเสธอีกตัวเลือกหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกชัดเจนที่สุดว่า poor planning ไม่ใช่ lack of effort เป็นสาเหตุของปัญหา

  1. What is really causing the problem is lack of effort, not poor planning.
  2. Poor planning and lack of effort are equally important causes of the problem.
  3. What is really causing the problem is poor planning, not lack of effort.
ดูคำตอบ

What is really causing the problem is poor planning, not lack of effort.

The difficulty is that our cultural narratives

2:09

ความยากคือเรื่องราวในวัฒนธรรมของเรา

have unfairly glued these two elements together สำนวน

2:12

ได้นำสององค์ประกอบนี้มาเชื่อมโยงกันอย่างไม่ยุติธรรม

with an unnecessarily strong

2:15

ด้วยกาวที่เหนียวแน่นเกินความจำเป็น

and unbudging kind of adhesive.

2:17

และติดแน่นจนแกะไม่ออก

สำนวน

ความหมายเชิงอุปมาของ glued these two elements together

ในที่นี้ glued these two elements together เป็นอุปมา เรื่องเล่าทางวัฒนธรรมไม่ได้ใช้กาวจริง ๆ แต่ได้นำเสนอแนวคิดสองอย่างซ้ำ ๆ ราวกับว่าแนวคิดเหล่านั้นควรอยู่คู่กันโดยธรรมชาติ ภาพของกาวที่แข็งแรงและไม่ยอมขยับทำให้ความเชื่อมโยงนี้ดูแยกออกจากกันได้ยาก คำวิเศษณ์ unfairly แสดงว่าผู้พูดไม่ยอมรับความเชื่อมโยงนี้ว่าเป็นความจริง แต่เห็นว่าเป็นสิ่งที่ไม่เป็นธรรม

แบบฝึกหัด

glued these two elements together หมายความว่าอย่างไรในประโยคนี้?

  1. เรื่องเล่าเหล่านั้นทำให้แนวคิดสองอย่างดูเชื่อมโยงกันอย่างแน่นแฟ้นและแทบแยกจากกันไม่ได้
  2. เรื่องเล่าเหล่านั้นใช้กาวซ่อมวัตถุที่แตกหักสองชิ้น
  3. เรื่องเล่าเหล่านั้นพิสูจน์อย่างรอบคอบว่าแนวคิดสองอย่างนั้นเหมือนกันทุกประการ
ดูคำตอบ

เรื่องเล่าเหล่านั้นทำให้แนวคิดสองอย่างดูเชื่อมโยงกันอย่างแน่นแฟ้นและแทบแยกจากกันไม่ได้

Yet there should logically be an option

2:19

แต่ตามหลักเหตุผลแล้วควรมีทางเลือก

to disentangle the two strands,

2:21

เพื่อแยกสองสิ่งนี้ออกจากกัน

that is to be able to reveal high enthusiasm

2:23

นั่นคือความสามารถที่จะแสดงความกระตือรือร้นอย่างมาก

and at the same time

2:26

และในขณะเดียวกัน

not thereby to imply manic dependence.

2:28

ไม่สื่อถึงการพึ่งพาแบบคลั่งไคล้

There should be an option to appear

2:32

ควรมีทางเลือกที่จะทำให้ดู

at once very keen ไวยากรณ์

2:33

กระตือรือร้นมาก

and very sane.

2:35

และมีสติมากในเวลาเดียวกัน

ไวยากรณ์

at once very keen and very sane: คุณสมบัติที่เป็นจริงพร้อมกัน

ใน at once very keen and very sane คำว่า at once หมายถึง “พร้อมกัน” หรือ “ทั้งสองอย่างในเวลาเดียวกัน” โดยนำเสนอ keen และ sane เป็นคุณสมบัติสองอย่างที่คนคนเดียวมีได้พร้อมกัน ไม่ใช่ขั้นตอนที่เกิดขึ้นทีละอย่าง โครงสร้าง at once + คำคุณศัพท์ + and + คำคุณศัพท์ เป็นวิธีที่กระชับในการจับคู่คุณสมบัติสองอย่าง โดยเฉพาะคุณสมบัติที่ผู้คนอาจคิดว่าขัดแย้งกัน ในบริบทอื่น at once อาจหมายถึง “ทันที” ดังนั้นคำคุณศัพท์ที่เชื่อมกันจึงเป็นตัวกำหนดความหมายในที่นี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “พร้อมกัน”: The new manager seemed ____ calm and intensely ambitious.

ดูคำตอบ

at once

The ability to do so depends

2:38

ความสามารถในการทำเช่นนั้นขึ้นอยู่กับ

on a little-known emotional art

2:40

ศิลปะทางอารมณ์ที่คนไม่ค่อยรู้จัก

to which we seldom have recourse วลี

2:42

ซึ่งเราแทบไม่ได้พึ่งพา

or introduction.

2:44

หรือได้รับคำแนะนำ

วลี

โครงสร้าง to which ... have recourse

have recourse to something เป็นวิธีพูดแบบเป็นทางการที่หมายถึง “หันไปพึ่งหรือใช้บางสิ่งเพื่อขอความช่วยเหลือ โดยเฉพาะเมื่อทางเลือกอื่นมีจำกัด” ในที่นี้ recourse เป็นคำนาม และ to เป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบตายตัว have recourse to ในอนุประโยคสัมพันธ์ บุพบทถูกย้ายไปอยู่หน้า which: to which we seldom have recourse โดย which อ้างถึง a little-known emotional art ส่วน to ที่อยู่ข้างหน้าช่วยเติมเต็มทั้ง have recourse to และ introduction to ไม่ได้เชื่อมกับ introduction เพียงอย่างเดียว

แบบฝึกหัด

เติมคำเชื่อมแบบเป็นทางการสองคำที่ทำให้รูปแบบ have recourse to สมบูรณ์: The backup plan, ____ we had recourse during the outage, kept the service running.

ดูคำตอบ

to which

We call it strong vulnerability. การใช้คำ

2:46

เราเรียกมันว่า ความอ่อนแอที่เข้มแข็ง

การใช้คำ

คำเรียกเชิงย้อนแย้ง strong vulnerability

strong vulnerability เป็นคำเรียกเชิงย้อนแย้งที่ตั้งใจใช้ในวิดีโอนี้ vulnerability หมายถึงการเปิดเผยความต้องการหรือความรู้สึกที่ทำให้ตนเองเสี่ยงต่อการเจ็บปวดอย่างตรงไปตรงมา ส่วน strong ปรับกรอบความหมายใหม่ว่า ความเปิดเผยเช่นนั้นสามารถอยู่ร่วมกับความกล้าหาญ การควบคุมตนเอง และการรักษาความเป็นอิสระได้ นี่เป็นแนวคิดที่ผู้เขียนกำหนดขึ้น ไม่ใช่ศัพท์ทางคลินิกมาตรฐานหรือคำกล่าวเกี่ยวกับพละกำลังทางกาย วลีนี้ชวนให้เลิกมอง vulnerability ทุกแบบว่าเท่ากับความอ่อนแอ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ strong vulnerability น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด?

  1. แข็งแรงทางกายมากจนไม่ต้องการความช่วยเหลือเลย
  2. ใช้คำวินิจฉัยทางคลินิกมาตรฐานสำหรับความอ่อนแอทางอารมณ์
  3. ยอมรับความต้องการของตนอย่างเปิดเผย พร้อมกับรักษาความรู้สึกเป็นอิสระ
ดูคำตอบ

ยอมรับความต้องการของตนอย่างเปิดเผย พร้อมกับรักษาความรู้สึกเป็นอิสระ

The strongly vulnerable person is a diplomat สำนวน

2:49

ผู้ที่มีความอ่อนแอที่เข้มแข็งคือนักการทูต

of the emotions who manages carefully

2:52

ด้านอารมณ์ที่จัดการอย่างระมัดระวัง

to unite,

2:54

เพื่อรวมเข้าด้วยกัน

สำนวน

นักการทูตแห่งอารมณ์

ในประโยคนี้ a diplomat of the emotions เป็นคำเปรียบเทียบถึงคนที่จัดการความรู้สึกและคุณลักษณะส่วนตัวซึ่งดึงไปคนละทิศทางได้อย่างระมัดระวัง เช่นเดียวกับนักการทูตที่ดูแลความสัมพันธ์อันละเอียดอ่อน คนคนนี้สามารถผสานความมั่นใจและความเป็นอิสระเข้ากับความใกล้ชิดและความซื่อสัตย์ได้ บุคคลนี้ไม่ได้เป็นนักการทูตของรัฐบาลจริง ๆ ส่วน of the emotions ระบุขอบเขตที่การทูตเชิงเปรียบเทียบนี้เกิดขึ้น นั่นคือชีวิตทางอารมณ์และความสัมพันธ์

แบบฝึกหัด

a diplomat of the emotions หมายถึงอะไรในประโยคนี้?

  1. คนที่ซ่อนความรู้สึกทั้งหมดจากผู้อื่น
  2. เจ้าหน้าที่ที่เจรจาข้อตกลงระหว่างรัฐบาล
  3. คนที่จัดการความรู้สึกและคุณลักษณะที่ขัดแย้งกันอย่างระมัดระวัง
ดูคำตอบ

คนที่จัดการความรู้สึกและคุณลักษณะที่ขัดแย้งกันอย่างระมัดระวัง

on the one hand, ลำดับความ

2:55

ในด้านหนึ่ง

self-confidence and independence

2:56

ความมั่นใจในตัวเองและความเป็นอิสระ

and on the other,

2:59

และอีกด้านหนึ่ง

a capacity for closeness,

2:59

ความสามารถในการสร้างความใกล้ชิด

self-revelation, and honesty.

3:01

การเปิดเผยตัวเอง และความซื่อสัตย์

ลำดับความ

on the one hand ... on the other: ในแง่หนึ่ง……อีกแง่หนึ่ง……

On the one hand ... on the other เป็นกรอบคู่สำหรับจัดระเบียบข้อมูล โดยวางกลุ่มความคิดหนึ่งไว้เป็นด้านแรก และวางอีกกลุ่มที่ตัดกันไว้เป็นด้านที่สอง ทำให้ติดตามความสัมพันธ์ระหว่างสองด้านได้ง่าย ในประโยคนี้ ความมั่นใจและความเป็นอิสระเป็นด้านแรก ส่วนความใกล้ชิด การเปิดเผยตนเอง และความซื่อสัตย์เป็นด้านที่สอง กรอบนี้แสดงว่าบุคคลดังกล่าวผสานคุณลักษณะทั้งสองชุดเข้าด้วยกัน ไม่ได้บังคับให้เลือกเพียงด้านเดียว ใน on the other คำว่า hand ถูกละไว้เพราะเข้าใจได้จากตัวบอกส่วนแรก

แบบฝึกหัด

ใช้กรอบคู่แบบย่อจากบทเรียนเติมประโยคให้สมบูรณ์: ____, the apartment is affordable; ____, it is far from school.

ดูคำตอบ

On the one hand · on the other

It is a balancing act. สำนวน

3:04

มันคือการกระทำที่สมดุล

สำนวน

a balancing act: การรักษาสมดุลระหว่างความต้องการที่ขัดกัน

ในที่นี้ a balancing act เป็นอุปมาถึงการจัดการความต้องการสองอย่างที่ดึงไปคนละทิศ หากให้น้ำหนักกับด้านหนึ่งมากเกินไปก็อาจทำให้อีกด้านเสียหาย จึงต้องคอยปรับสมดุลอยู่เสมอ สำนวนนี้สื่อถึงการแลกเปลี่ยนที่ละเอียดอ่อน ไม่ใช่เพียงงานที่ยุ่งหรือยาก รูปแบบ a balancing act between X and Y ใช้ระบุสองด้านที่ขัดกันได้ เช่น a balancing act between honesty and tact

แบบฝึกหัด

ผู้จัดการต้องการแบ่งปันข้อมูลที่เป็นประโยชน์ แต่ก็ต้องปกป้องรายละเอียดส่วนตัว ประโยคใดสื่อถึงความตึงเครียดนี้ได้ดีที่สุด

  1. It is a juggling act.
  2. It is a balancing act.
  3. It is a simple routine.
ดูคำตอบ

It is a balancing act.

The strongly vulnerable know how to confess

3:06

ผู้ที่มีความอ่อนแอที่เข้มแข็งรู้ว่าต้องสารภาพ

with authority to a sense of feeling small.

3:08

ถึงความรู้สึกเล็กจ้อยของตนอย่างมีความเชื่อมั่น

They can sound in control

3:11

พวกเขาฟังดูควบคุมได้

even while revealing

3:13

แม้ในขณะที่เปิดเผย

that they have an impression of being lost.

3:14

ว่าพวกเขามีความรู้สึกเหมือนหลงทาง

They can talk as adults

3:17

พวกเขาสามารถพูดแบบผู้ใหญ่

about their childlike dimensions.

3:19

เกี่ยวกับมุมมองที่เหมือนเด็กของพวกเขา

They can be unfrightening

3:22

พวกเขาสามารถไม่น่ากลัว

at the same time

3:23

ในเวลาเดียวกัน

as admitting to their own fears.

3:24

กับการยอมรับความกลัวของตนเอง

And they can tell us of their immense desire

3:27

และพวกเขาสามารถบอกเราถึงความปรารถนาอันยิ่งใหญ่

for us while simultaneously leaving us under the impression วลี

3:30

ต่อเรา ในขณะเดียวกันก็ทำให้เรารู้สึกได้

that they could fully survive

3:33

ว่าพวกเขาสามารถรอดพ้น

a frank rejection.

3:35

การถูกปฏิเสธอย่างตรงไปตรงมา

วลี

leaving us under the impression that: ทำให้เรารู้สึกว่า

ในโครงสร้าง leave someone under the impression that + อนุประโยค คำว่า leave สื่อถึงผลลัพธ์ คือทำให้ใครบางคนลงเอยอยู่ในสภาวะหนึ่ง ไม่ได้หมายถึง “จากใครไป” ทั้งโครงสร้างหมายถึงคำพูดหรือพฤติกรรมของคนหนึ่งทำให้อีกคนเชื่อบางอย่าง โดยมักไม่ได้พูดออกมาตรง ๆ ในที่นี้ ท่าทีของพวกเขาทำให้เราคิดว่าพวกเขารับมือกับการปฏิเสธที่ชัดเจนได้ วลีนี้รายงานเพียงความรู้สึกหรือความเชื่อที่เกิดขึ้น ดังนั้นความเชื่อนั้นอาจไม่ครบถ้วนหรือผิดก็ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างจากบทเรียนในรูปอดีตที่ถูกต้อง: His vague reply ____ the meeting had been canceled.

ดูคำตอบ

left me under the impression that

They would love to build a life with us,

3:36

พวกเขาอยากสร้างชีวิตร่วมกับเรา

they imply,

3:38

ที่พวกเขาบอกใบ้

but they could very quickly

3:39

แต่พวกเขาสามารถหาอย่างอื่นทำ

and adroitly find something else to do

3:41

ได้อย่างรวดเร็วและคล่องแคล่ว

if that didn't sound much like fun น้ำเสียง/เจตนา

3:43

หากนั่นฟังดูไม่ค่อยน่าสนุกเท่าไหร่

from our side.

3:45

จากฝ่ายของเรา

น้ำเสียง/เจตนา

if that didn't sound much like fun from our side: การปฏิเสธอย่างนุ่มนวล

ในอนุประโยค if นี้ that หมายถึงการใช้ชีวิตร่วมกันที่เสนอไว้ didn't sound much like fun เป็นวิธีพูดอย่างนุ่มนวลว่าแนวคิดนั้นอาจไม่น่าดึงดูดใจสำหรับอีกฝ่าย แทนที่จะพูดว่า no ตรง ๆ ผู้พูดเปิดทางให้อีกฝ่ายปฏิเสธได้โดยไม่เสียหน้าและเลือกอย่างอื่น from our side วางการประเมินไว้ในมุมมองของฝ่ายหนึ่งในข้อตกลงที่อาจเกิดขึ้น แทนที่จะบอกว่าเป็นข้อสรุปตายตัว โดยทั่วไป sound like + นามวลี ใช้บอกความรู้สึกที่ตัวเลือกหนึ่งให้ก่อนจะเกิดขึ้นจริง และ not much ช่วยลดความแรงของปฏิกิริยาเชิงลบ

แบบฝึกหัด

เพื่อนคนหนึ่งพูดว่า “We can watch something else if a three-hour documentary doesn't sound like much fun to you.” เพื่อนกำลังทำอะไรอยู่?

  1. เพื่อนกำลังเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายปฏิเสธแนวคิดนั้นอย่างนุ่มนวล
  2. เพื่อนกำลังถามว่าสารคดีเรื่องนั้นยาวเท่าไร
  3. เพื่อนกำลังยืนยันว่าสารคดีเรื่องนั้นจะสนุก
ดูคำตอบ

เพื่อนกำลังเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายปฏิเสธแนวคิดนั้นอย่างนุ่มนวล

In the way that the strongly vulnerable speak

3:46

ในวิธีที่ผู้มีความอ่อนแอที่เข้มแข็งพูด

of their desire for us,

3:49

ถึงความปรารถนาที่มีต่อเรา

we sense a beguiling mixture

3:51

เรารู้สึกได้ถึงส่วนผสมที่น่าหลงใหล

of candor and independence.

3:52

ของความซื่อตรงและความเป็นอิสระ

They don't need to play it cool สำนวน

3:55

พวกเขาไม่จำเป็นต้องทำเป็นเท่

สำนวน

play it cool: ตั้งใจสงบเพื่อซ่อนความสนใจ

play it cool เป็นสำนวนไม่เป็นทางการที่หมายถึงการทำตัวสงบและควบคุมอารมณ์ พร้อมกับซ่อนความสนใจ ความตื่นเต้น หรือความประหม่าที่มีอยู่มาก บุคคลนั้นกำลังควบคุมภาพที่คนอื่นมองเห็น ไม่ได้กำลัง “เล่น” อะไรตามตัวอักษร ใน They don't need to play it cool ประเด็นคือพวกเขาไม่จำเป็นต้องยับยั้งการแสดงออกเชิงกลยุทธ์แบบนี้ ไม่ได้หมายความเพียงว่าพวกเขาเป็นคนสงบโดยธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำที่หมายถึง “ทำตัวสงบและซ่อนความตื่นเต้น”: Mia was thrilled about the invitation, but she tried to ____ so she would not seem too eager.

ดูคำตอบ

play it cool

because they carry off high enthusiasm กริยาวลี

3:57

เพราะพวกเขาแสดงความกระตือรือร้นสูง

กริยาวลี

carry off: ทำให้สไตล์หรือท่าทีที่โดดเด่นออกมาดูดี

ในประโยคนี้ carry off หมายถึง “นำเสนอสิ่งที่ทำได้ยากหรือโดดเด่นออกมาได้อย่างประสบความสำเร็จ” พวกเขาสามารถแสดงความกระตือรือร้นอย่างมากได้อย่างมั่นใจและน่าดึงดูด โดยไม่ดูเก้กังหรือเหมือนต้องการการยอมรับมากเกินไป โครงสร้างคือ carry off + กรรม กรรมอาจเป็นรูปลักษณ์ สไตล์ บทบาท การแสดง หรือท่าที หากคุณ carry it off ได้ ก็หมายความว่าคุณทำให้สิ่งนั้นออกมาดูน่าเชื่อถือได้

แบบฝึกหัด

เลือกวลีที่หมายถึง “ทำให้สไตล์ที่กล้าหาญออกมาดูดี” ในประโยค: Maya can ___ that bright silver suit.

  1. carry on
  2. carry away
  3. carry off
ดูคำตอบ

carry off

in a way which sidesteps the dangers

3:59

ในวิธีที่หลีกเลี่ยงอันตราย

that playing cool has traditionally

4:02

ซึ่งการทำเป็นเท่นั้น

and nefariously been associated with.

4:04

มักเชื่อมโยงกับความเลวร้ายตามประเพณี

What is off-putting is never, โน้ต

4:07

สิ่งที่ทำให้รู้สึกไม่ดีนั้นไม่เคย

in fact, that someone likes us.

4:09

เป็นเรื่องที่ใครบางคนชอบเรา

ไวยากรณ์

What is off-putting is ... that ...: what-cleft สำหรับแก้คำอธิบาย

ในที่นี้ What is off-putting is ... that ... เป็นประโยคแยกส่วนด้วย what หรือที่เรียกว่า pseudo-cleft อนุประโยค what ตอนต้นหมายถึง “สิ่งที่ทำให้รู้สึกไม่ชอบ” ส่วนอนุประโยค that ตอนหลังระบุเนื้อหาที่ถูกเสนอขึ้นมา นั่นคือมีใครบางคนชอบเรา อนุประโยค that นี้เป็นอนุประโยคเนื้อหา ไม่ใช่อนุประโยคสัมพันธ์ที่ขยายคำนาม never, in fact ปฏิเสธคำอธิบายที่ถูกเสนอขึ้นมานั้น ประโยคนี้ปูทางไปสู่การแก้ความเข้าใจว่า การที่มีคนชอบเราไม่ใช่ปัญหาที่แท้จริง และจะมีคำอธิบายอื่นตามมา โครงสร้างนี้ช่วยให้ผู้พูดกำหนดประเด็นก่อน แล้วจึงแก้ความเชื่อที่ผิด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ what-cleft เพื่อปฏิเสธคำอธิบายหนึ่ง แล้วแทนที่ด้วยอีกคำอธิบายหนึ่ง

  1. What task is hard, and which instructions are unclear?
  2. What concerns me is not that the task is hard; it is that the instructions are unclear.
  3. It concerns me because the task is hard and the instructions are unclear.
ดูคำตอบ

What concerns me is not that the task is hard; it is that the instructions are unclear.

การใช้คำ

off-putting: ทำให้รู้สึกไม่ชอบหรือหมดความสนใจ

ในประโยคนี้ off-putting หมายถึงทำให้ใครบางคนรู้สึกดึงดูดน้อยลง ไม่สบายใจ หรือหมดความสนใจ ผู้เขียนกำลังบอกว่าการที่มีคนชอบเราไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เกิดปฏิกิริยาอยากตีตัวออกห่างนั้นโดยตัวมันเอง คำนี้เป็นคำคุณศัพท์ที่มาจากความหมายของ put someone off ซึ่งหมายถึง “ทำให้ใครบางคนหมดความสนใจหรือรู้สึกไม่ชอบ” ในที่นี้ไม่เกี่ยวกับการเลื่อนเวลาหรือเหตุการณ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำคุณศัพท์ที่มีขีดกลางซึ่งหมายถึง “ทำให้รู้สึกไม่ชอบหรือหมดความสนใจ”: The speaker's smug tone was ____.

ดูคำตอบ

off-putting

What is frightening is that they seem in danger วลี

4:11

สิ่งที่น่ากลัวคือพวกเขามีแนวโน้มที่จะ

of having no options other than us, ไวยากรณ์

4:14

ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเรา

ไวยากรณ์

no options other than: ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจาก...

ในที่นี้ no options other than us หมายความว่า us เป็นตัวเลือกเดียวที่เหลืออยู่ โครงสร้าง no + คำนามพหูพจน์ + other than + คำนาม คำสรรพนาม หรือคำนามกริยา จะตัดความเป็นไปได้ทั้งหมดออก ยกเว้นสิ่งที่ตามหลัง other than ใช้โครงสร้างนี้เพื่อแสดงว่าทางเลือกมีจำกัดมากหรือเป็นการเลือกที่ถูกบีบให้ต้องทำ ในประโยคนี้ โครงสร้างดังกล่าวทำให้การพึ่งพาของพวกเขาดูน่ากังวล เพราะพวกเขาดูเหมือนจะหันไปหาใครอื่นไม่ได้เลย

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “นอกจาก” ให้ประโยคสมบูรณ์: The road was closed, so we had no options ____ waiting until morning.

ดูคำตอบ

other than

of not being able to survive without us.

4:16

หรือไม่สามารถอยู่ได้หากไม่มีเรา

วลี

seem in danger of: บ่งบอกความเสี่ยงที่ดูเหมือนมีอยู่

ใน seem in danger of คำว่า seem แสดงว่าการตัดสินนั้นเป็นเพียงสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็น ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว ส่วน in danger of นำเสนอผลลัพธ์เชิงลบที่ร้ายแรงว่าเป็นความเสี่ยง ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว โครงสร้างคือ seem + in danger of + คำนามหรือรูป -ing ในที่นี้ having และ not being เป็นรูป -ing และ “อันตราย” หมายถึงการพึ่งพาทางอารมณ์ ไม่จำเป็นต้องเป็นอันตรายทางร่างกาย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดรายงานความเสี่ยงอย่างระมัดระวัง แทนที่จะบอกผลที่เกิดขึ้นแล้วหรือจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

  1. The hikers will definitely run out of water.
  2. The hikers have run out of water.
  3. The hikers seem in danger of running out of water.
ดูคำตอบ

The hikers seem in danger of running out of water.

Manic dependence, not enthusiasm, ลำดับความ

4:20

การพึ่งพาแบบคลั่งไคล้ ไม่ใช่ความกระตือรือร้น

is only ever the problem.

4:23

ที่เป็นปัญหาเสมอ

ลำดับความ

สิ่งที่เป็นปัญหาเสมอคือ X ไม่ใช่ Y

X, not Y สร้างการแก้ความเข้าใจผิด โดยระบุว่า manic dependence คือปัญหาที่แท้จริง และปฏิเสธการมองว่า enthusiasm เป็นคำอธิบายที่ถูกต้อง เครื่องหมายจุลภาคแสดงว่า not enthusiasm เป็นส่วนเปรียบต่างที่แทรกเข้ามา ส่วน only ever ย้ำข้อจำกัดให้ชัดขึ้นว่า ในข้อกล่าวอ้างนี้ ปัญหาคือ X เสมอ ไม่ใช่ Y และไม่ได้เป็นการบรรยายลำดับเวลาแบบทีละขั้น โครงสร้างนี้ย่อข้อโต้แย้งให้เป็นข้อสรุปที่หนักแน่น วางสาเหตุหรือจุดเน้นที่ต้องการไว้ใน X วางสิ่งที่ต้องการปฏิเสธไว้ใน not Y แล้วจึงกล่าวข้อสรุป only ever ทำให้ข้อสรุปนั้นฟังดูเด็ดขาดเป็นพิเศษ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคแก้ความเข้าใจผิดโดยใช้โครงสร้าง X, not Y ใช้ router เพื่อแสดงว่า router ไม่ใช่สาเหตุ: The broken cable, ____, is the cause of the outage.

ดูคำตอบ

not the router

With this distinction in mind, ลำดับความ

4:25

ด้วยความแตกต่างนี้

we should learn to tell those we like

4:26

เราควรเรียนรู้ที่จะบอกคนที่เราชอบ

that we're really extremely keen to see them again,

4:29

ว่าเราอยากเจอพวกเขาอีกจริงๆ

ลำดับความ

With this distinction in mind ในฐานะคำเชื่อมการให้เหตุผล

With this distinction in mind ย้อนกลับไปอ้างถึงความแตกต่างที่อธิบายไว้แล้ว และขอให้ผู้ฟังยังคงนึกถึงความแตกต่างนั้นขณะพิจารณาสิ่งที่ตามมา ในที่นี้ ความแตกต่างคือความกระตือรือร้นไม่ใช่สิ่งเดียวกับการพึ่งพาแบบควบคุมไม่ได้ วลีนี้วางกรอบอนุประโยคถัดไปให้เป็นข้อสรุปเชิงปฏิบัติที่อาศัยความแตกต่างดังกล่าว ทำให้เนื้อหาเปลี่ยนจากการวิเคราะห์ไปสู่คำแนะนำ ไม่ได้ทำหน้าที่เปิดประเด็นที่ขัดแย้งกันใหม่ด้วยตัวมันเอง

แบบฝึกหัด

คำเชื่อมใดบอกให้ผู้อ่านนึกถึงความแตกต่างที่อธิบายไว้แล้วขณะพิจารณาคำแนะนำที่ตามมา?

  1. In contrast
  2. With this distinction in mind
  3. That said
ดูคำตอบ

With this distinction in mind

perhaps as early as tomorrow night,

4:31

อาจจะเร็วที่สุดในคืนพรุ่งนี้

and find them exceptionally marvelous,

4:33

และคิดว่าพวกเขายอดเยี่ยมมาก

while simultaneously leaving them in no doubt วลี

4:35

พร้อมกับทำให้พวกเขามั่นใจว่า

that we could, if the answer were a no, ไวยากรณ์

4:38

หากคำตอบคือไม่

วลี

leave someone in no doubt that: ทำให้ใครบางคนมั่นใจอย่างเต็มที่

ใน leaving them in no doubt that คำว่า leave หมายถึงทำให้ใครบางคนอยู่ในสภาวะหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงเดินจากคนนั้นไป โครงสร้างคือ leave + บุคคล + in no doubt + อนุประโยค that โดยบุคคลนั้นจะลงเอยด้วยการมั่นใจอย่างเต็มที่ในข้อเท็จจริงที่อยู่ในอนุประโยค that ในที่นี้ leaving อยู่ในรูป -ing เพราะตามหลัง while และบอกเป้าหมายในการสื่อสารที่เกิดขึ้นพร้อมกัน วลีนี้เน้นผลที่เกิดกับผู้ฟัง กล่าวคือข้อความต้องชัดเจนจนไม่อาจสงสัยได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัว leave someone in no doubt that โดยใช้รูปอดีตและใช้ her เป็นบุคคล: The clear evidence ____ the plan would work.

ดูคำตอบ

left her in no doubt that

ไวยากรณ์

if the answer were a no: were แบบสมมติและ a no ที่นับได้

ใน if the answer were a no คำว่า were คือรูปสมมติแบบ irrealis ของ be ที่ใช้กับประธานเอกพจน์ the answer รูปนี้นำเสนอความเป็นไปได้ที่จะถูกปฏิเสธโดยเว้นระยะจากข้อเท็จจริง ไม่ได้บอกว่าการปฏิเสธเกิดขึ้นแล้วในอดีต อนุประโยค if นี้เชื่อมกับส่วนผลลัพธ์ที่ใช้ would, could หรือ might ได้ ในที่นี้ no เป็นคำนามนับได้ A no หมายถึงคำตอบปฏิเสธหรือการปฏิเสธหนึ่งครั้ง และ a เป็นส่วนหนึ่งของนามวลีนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสามคำที่ใช้ were แบบสมมติและมอง no เป็นคำตอบที่เป็นไปได้หนึ่งอย่าง: If the answer ____, we would respect the decision.

ดูคำตอบ

were a no

without trouble and at high speed,

4:41

เราสามารถทำได้อย่างรวดเร็วและไม่มีปัญหา

find some equally enchanting people

4:43

หาคนที่มีเสน่ห์พอๆ กัน

to play with and be bewitched by.

4:45

เพื่อเล่นสนุกและถูกทำให้หลงใหล

If you enjoyed our film,

4:49

หากคุณสนุกกับวิดีโอของเรา

please subscribe to our channel

4:50

โปรดสมัครรับข้อมูลช่องของเรา

and click the bell icon

4:52

และคลิกไอคอนกระดิ่ง

to turn on notifications.

4:54

เพื่อเปิดการแจ้งเตือน

To learn more about love,

4:55

หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับความรัก

try our book on How to Find Love,

4:57

ลองอ่านหนังสือของเราเกี่ยวกับวิธีค้นหาความรัก

which explains why we have the types we do

5:00

ซึ่งอธิบายว่าทำไมเราถึงมีสเปคแบบที่เรามี

and how our early experiences

5:03

และประสบการณ์ในวัยเด็กของเรา

shape how and whom we love.

5:05

หล่อหลอมวิธีที่เรามีความรักและคนที่เราจะรักได้อย่างไร