ฝึกทักษะการฟัง (IELTS) | นามสกุล: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Pronunciation with Emma

ความยากในการเรียน
546 คำ 144 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: Emma เตรียมผู้เรียนสำหรับแบบฝึกฟังและเขียนนามสกุลสไตล์ IELTS โดยทบทวนการออกเสียงตัวอักษร เปรียบเทียบรูปแบบอังกฤษกับอเมริกัน อธิบายวิธีบอกตัวอักษรซ้ำ แล้วอ่านนามสกุล 15 ชื่อด้วยความเร็วธรรมชาติก่อนเฉลยคำตอบ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. in the UK, we say X Y /zed/. — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทโลกจริง: เข้าใจว่าในภาษาอังกฤษแบบบริติช ตัว Z มักเรียกว่า zed ต่างจาก zee แบบอเมริกัน ความรู้เรื่องความแตกต่างตามภูมิภาคนี้ช่วยให้ระบุตัวอักษรได้ถูกต้องเมื่อได้ยินการสะกดนามสกุล ที่อยู่ หรือข้อมูลอื่นด้วยเสียง 2. If you get two of the same letter together, then you might hear it said as double. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตโครงสร้าง If..., then... ที่เชื่อมเงื่อนไขด้านการสะกดกับผลที่อาจเกิดขึ้น และนำไปใช้อธิบายกฎอื่นอย่างเป็นลำดับได้ พร้อมทั้งเข้าใจการใช้ double ตามด้วยชื่อตัวอักษรในการฟังเขียนนามสกุล 3. do feel free to — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: ใช้รูปแบบเน้นความหมายนี้เพื่ออนุญาตหรือเชิญชวนอย่างเป็นมิตร ฟังดูอบอุ่นกว่าคำสั่งตรง ๆ เมื่อต้องการบอกว่าอีกฝ่ายสามารถหยุดวิดีโอชั่วคราว ถามคำถาม หรือติดต่อมาได้หากจำเป็น

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Hello and welcome back to Pronunciation with Emma or welcome if you're brand new to my channel. วลี

0:00

สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับกลับสู่ Pronunciation with Emma หรือยินดีต้อนรับหากคุณเพิ่งเคยเข้ามาที่ช่องของฉัน

วลี

welcome back to + รายการ ชั้นเรียน หรือกิจกรรม

Welcome back to + สถานที่ รายการ ชั้นเรียน หรือกิจกรรม ใช้ทักทายคนที่เคยมาหรือเคยเข้าร่วมมาก่อน ในประโยคนี้ back หมายถึง “กลับมาอีกครั้งหลังจากจากไป” ไม่ได้หมายถึง “อยู่ข้างหลัง” วลีนี้ใช้เป็นคำกล่าวเปิดเพื่อแสดงว่าผู้พูดรับรู้ว่าคนเหล่านั้นกลับมาอีกครั้ง คำนามหลัง to ระบุสถานที่หรือกิจกรรมที่พวกเขากลับมา

แบบฝึกหัด

ใช้คำทักทายจากบทเรียนเติมประโยคเปิดสำหรับนักเรียนที่กลับมาเรียนอีกครั้งให้สมบูรณ์: ____ our Saturday art class.

ดูคำตอบ

Welcome back to

วลี

brand new to: แทบไม่มีประสบการณ์

Be brand new to + คำนามหรือรูป -ing หมายถึงเพิ่งเริ่มต้นหรือแทบไม่มีประสบการณ์กับสถานที่ กิจกรรม หัวข้อ หรือกลุ่มนั้นเลย ในที่นี้ใช้บรรยายคนที่มาช่องนี้เป็นครั้งแรก ในสำนวนนี้ brand ทำหน้าที่เน้นความหมายของ new ไม่ได้หมายถึงแบรนด์ของบริษัทหรือสินค้า

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวนเน้นความหมายจากบทเรียนเติมประโยคเกี่ยวกับมือใหม่อย่างแท้จริงให้สมบูรณ์: I'm ____ pottery, so please show me the basics.

ดูคำตอบ

brand new to

In this video,

0:04

ในวิดีโอนี้

we're going to do a listening exercise with surnames. ลำดับความ

0:05

เราจะมาทำแบบฝึกหัดการฟังเกี่ยวกับนามสกุลกัน

ลำดับความ

we're going to do a listening exercise: ประกาศกิจกรรมถัดไป

วลี we're going to do a listening exercise บอกผู้ชมว่ากิจกรรมที่วางแผนไว้ถัดไปคืออะไร ในที่นี้ be going to ใช้เปิดเข้าสู่ขั้นตอนถัดไปของวิดีโอ ไม่ได้เน้นการคาดการณ์ ผู้พูดใช้ we เพื่อรวมผู้ชมไว้ในกิจกรรมด้วย คำว่า do ใช้คู่กับ exercise อย่างเป็นธรรมชาติ ดังนั้น do a listening exercise จึงหมายถึงทำหรือเข้าร่วมแบบฝึกหัดการฟังนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดประกาศกิจกรรมในชั้นเรียนที่วางแผนไว้เป็นลำดับถัดไปได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. We're going to make a short listening exercise.
  2. We're going to do a short listening exercise.
  3. We're going do a short listening exercise.
ดูคำตอบ

We're going to do a short listening exercise.

This is perfect if you're practicing for the IELTS exam โน้ต

0:09

ซึ่งเหมาะมากหากคุณกำลังฝึกฝนเพื่อสอบ IELTS

ไวยากรณ์

This is perfect if...: แนะนำสิ่งที่เหมาะกับความต้องการเฉพาะ

This is perfect if... เริ่มจากการแนะนำอย่างหนักแน่น แล้วใช้อนุประโยค if ระบุว่าเหมาะกับคนหรือสถานการณ์แบบใด ในที่นี้ perfect หมายถึง «เหมาะมาก» ไม่ได้หมายถึง «ไร้ข้อบกพร่อง» ตามตัวอักษร สามารถนำรูปแบบ This is perfect if + clause ไปใช้แนะนำหลักสูตร เครื่องมือ สถานที่ หรือกิจกรรมสำหรับความต้องการเฉพาะได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแนะนำห้องที่เงียบให้แก่คนที่ต้องการสถานที่อ่านหนังสือได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. This room is perfect if you need somewhere quiet to study.
  2. This room is perfect because if you need somewhere quiet to study.
  3. This room is perfect unless you need somewhere quiet to study.
ดูคำตอบ

This room is perfect if you need somewhere quiet to study.

วลี

practicing for the IELTS exam: practice for + เหตุการณ์ในอนาคต

Practice for + การสอบ การแข่งขัน การสัมภาษณ์ หรือการแสดง หมายถึงการฝึกก่อนเหตุการณ์ในอนาคตนั้น ในประโยคนี้ for ชี้ว่า IELTS exam คือเป้าหมายของการฝึก ใช้รูปแบบเดียวกันกับเหตุการณ์เป้าหมายอื่น เช่น การทดสอบหรือการสัมภาษณ์ และอย่าใช้ to แทน for

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ practice for + เหตุการณ์ในอนาคตได้ถูกต้อง

  1. Mia is practicing for her driving test.
  2. Mia is practicing to her driving test.
  3. Mia is practicing for driving carefully.
ดูคำตอบ

Mia is practicing for her driving test.

or if you simply just have problems with understanding and spelling surnames. วลี

0:13

หรือหากคุณแค่มีปัญหาในการทำความเข้าใจและการสะกดนามสกุล

วลี

have problems with understanding and spelling: with + รูป -ing

Have problems with + คำนามหรือรูป -ing หมายถึงประสบความยากลำบากในด้านนั้น เนื่องจาก with เป็นคำบุพบท จึงใช้ understanding และ spelling ที่นี่ ไม่ใช้ to understand หรือ to spell Understanding และ spelling เชื่อมกันด้วย and และใช้ surnames เป็นกรรมร่วมกัน ผู้พูดจึงมีปัญหาทั้งในการเข้าใจนามสกุลและการสะกดนามสกุล

แบบฝึกหัด

ใช้รูป -ing ที่ถูกต้องของ understand: I have problems with ____ fast speech.

ดูคำตอบ

understanding

There are three parts to this video. ลำดับความ

0:17

วิดีโอนี้มีอยู่สามส่วน

ลำดับความ

There are three parts to...: บอกโครงสร้างโดยรวมล่วงหน้า

ประโยค "There are three parts to this video" ทำหน้าที่บอกภาพรวมก่อนเข้าสู่รายละเอียด ประโยคนี้บอกผู้ฟังว่าจะมีเนื้อหาหลักสามส่วนและช่วยให้ติดตามลำดับได้ง่ายขึ้น ในโครงสร้าง "There are + จำนวน + parts to + ทั้งหมด" คำว่า to เชื่อมส่วนย่อยเข้ากับสิ่งทั้งหมดที่ส่วนเหล่านั้นประกอบขึ้น ไม่ได้บอกทิศทาง ใช้โครงสร้างนี้เพื่อจัดระเบียบการพูด บทเรียน หรือเอกสารได้

แบบฝึกหัด

เวิร์กช็อปหนึ่งมีสามส่วนพอดี จงเติมประโยคที่บอกโครงสร้างโดยรวมให้สมบูรณ์: ____ to today's workshop.

ดูคำตอบ

There are three parts

Firstly, we'll look at the alphabet very quickly. โน้ต

0:20

ประการแรก เราจะดูตัวอักษรกันอย่างรวดเร็ว

ลำดับความ

Firstly: ใช้เปิดหัวข้อแรก

Firstly เป็นคำบอกลำดับที่ใช้เปิดหัวข้อแรกในการอธิบาย รายการ หรือชุดขั้นตอนที่จัดไว้อย่างเป็นลำดับ ในประโยคนี้ คำนี้บอกว่าการดูตัวอักษรเป็นส่วนแรกของแผนในวิดีโอ คำนี้ทำหน้าที่จัดระเบียบข้อมูล ไม่ได้หมายความว่าใครทำสิ่งนั้นเป็นครั้งแรก และยังช่วยเตรียมผู้ฟังให้พร้อมสำหรับคำบอกลำดับถัดไป เช่น secondly, next หรือ finally

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ Firstly อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อบอกขั้นตอนแรกของชุดคำสั่ง?

  1. At firstly, open the box.
  2. I met her firstly in 2020.
  3. Firstly, read the safety instructions.
ดูคำตอบ

Firstly, read the safety instructions.

วลี

look at the alphabet: ใช้เปิดหัวข้อที่จะพิจารณา

ในบทเรียน look at + หัวข้อ สามารถหมายถึงการพิจารณา อธิบาย หรือเรียนรู้เกี่ยวกับหัวข้อนั้นได้ ตรงนี้ look at the alphabet ใช้เปิดสิ่งที่ผู้พูดกำลังจะทบทวนต่อไป ไม่ได้จำกัดแค่การหันสายตาไปมองสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ใช้รูปแบบนี้เพื่อจัดลำดับบทเรียนหรือคำอธิบายได้: We’ll look at + หัวข้อ ตัวอย่าง คำถาม หรือผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย look at + topic: Next, we'll ____ three examples.

ดูคำตอบ

look at

Make sure you're pronouncing it correctly ไวยากรณ์

0:22

ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณออกเสียงได้ถูกต้อง

and that you understand it.

0:24

และคุณเข้าใจมัน

ไวยากรณ์

Make sure ... and that ...: เรียงสองสิ่งที่ต้องตรวจสอบแบบคู่ขนาน

Make sure + ประโยค ใช้บอกให้ผู้ฟังตรวจสอบหรือยืนยันว่าบางสิ่งเป็นจริงหรือทำเสร็จแล้ว ตัวอย่างนี้มีสองสิ่งที่ต้องตรวจสอบหลัง make sure ได้แก่ you’re pronouncing it correctly และ you understand it ประโยคที่สองเริ่มด้วย and that ทำให้โครงสร้างที่วางคู่กันชัดเจนขึ้นว่า ทั้งสองประโยคคือสิ่งที่ต้องตรวจสอบ that ตัวแรกละได้ ดังนั้นรูปแบบเต็มคือ Make sure that ... and that ....

แบบฝึกหัด

เติมคำเตือนโดยใช้ Make sure ... and that ...: ____ the door is locked ____ the windows are closed.

ดูคำตอบ

Make sure · and that

Then we'll go through the questions together กริยาวลี

0:26

จากนั้นเราจะดูคำถามไปด้วยกัน

กริยาวลี

go through: ตรวจดูหรืออธิบายทีละข้อ

ในที่นี้ go through หมายถึงการดูและอธิบายคำถามตามลำดับ ผู้พูดตั้งใจจะไล่ดูคำถามทีละข้อพร้อมกับผู้ชม ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ผ่านคำถามจริง ๆ ใช้ go through + กลุ่มรายการ เมื่อต้องการทบทวน ตรวจสอบ หรืออธิบายแต่ละส่วน เช่น คำถาม คำแนะนำ หรือรายการตรวจสอบ

แบบฝึกหัด

ครูต้องการให้ทั้งชั้นทบทวนคำตอบแต่ละข้อตามลำดับ ประโยคใดเป็นธรรมชาติที่สุด

  1. Let's leave the answers one by one.
  2. Let's go through the answers one by one.
  3. Let's go across the answers one by one.
ดูคำตอบ

Let's go through the answers one by one.

and then we'll talk about the answers.

0:28

แล้วเราจะพูดคุยถึงคำตอบ

So make sure you stay until the end of the video วลี

0:30

ดังนั้นอย่าลืมดูจนจบวิดีโอ

วลี

stay until the end of the video: ดูวิดีโอต่อไปจนจบ

ในที่นี้ผู้พูดกำลังขอให้ผู้ชมอยู่กับวิดีโอและดูต่อไปจนถึงช่วงสุดท้าย stay ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ คือดูต่อไป ไม่ใช่อยู่ในสถานที่จริง until แสดงว่าการดูดำเนินต่อเนื่องจากตอนนี้ไปจนถึงจุดสิ้นสุด ไม่ได้หมายความว่าเริ่มดูเมื่อถึงตอนจบ

แบบฝึกหัด

คุณต้องการให้ผู้ฟังอยู่ตลอดการบรรยาย ประโยคใดสื่อความหมายนี้

  1. Please arrive by the end of the talk.
  2. Please leave before the end of the talk.
  3. Please stay until the end of the talk.
ดูคำตอบ

Please stay until the end of the talk.

to make sure you check your answers. วลี

0:33

เพื่อให้แน่ใจว่าคุณได้ตรวจคำตอบของคุณ

วลี

check your answers: ตรวจคำตอบของคุณ

ในวลี check your answers คำว่า check หมายถึงกลับไปดูคำตอบอีกครั้งว่าถูกต้องหรือไม่ ไม่ได้หมายถึงทำเครื่องหมายถูกข้างคำตอบหรือตรวจอุปกรณ์ นี่เป็นคำสั่งที่ใช้บ่อยหลังทำแบบฝึกหัด แบบทดสอบ การสอบ หรือการเขียนตามคำบอก รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ check + งานหรือข้อมูลที่ต้องการตรวจสอบ เช่น check your spelling

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกให้ตรวจความถูกต้องของคำตอบก่อนส่งแบบทดสอบได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Please check the tablet before you submit the quiz.
  2. Please check your answers before you submit the quiz.
  3. Please tick every answer before you submit the quiz.
ดูคำตอบ

Please check your answers before you submit the quiz.

So let's go through the alphabet very quickly.

0:35

งั้นเรามาดูตัวอักษรกันอย่างรวดเร็วดีกว่า

We have

0:37

เรามี

A B C D E F G H,

0:39

A B C D E F G H,

though you might hear some people saying H, โน้ต

0:50

แม้ว่าคุณอาจได้ยินบางคนออกเสียง H แตกต่างออกไป

ลำดับความ

though ต้นประโยค: แสดงการยอมรับสิ่งที่ขัดกันหรือข้อยกเว้น

เมื่อ though อยู่ต้นอนุประโยค คำนี้ใช้ยอมรับข้อเท็จจริงหนึ่งก่อน เพื่อให้ความคิดที่ตามมาดูขัดกับที่คาดหรือชวนให้แปลกใจ ในที่นี้ though เพิ่มข้อยกเว้นให้กับการออกเสียงที่เพิ่งอธิบายไป คือบางคนอาจใช้การออกเสียงอีกแบบหนึ่ง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ Though + อนุประโยค, ประโยคหลัก Though เชื่อมความคิดด้วยความขัดแย้ง ไม่ใช่เหตุและผล ส่วน because ใช้อธิบายเหตุผล

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ though เพื่อแสดงว่าเหตุการณ์ที่สองเกิดขึ้นแม้มีเหตุการณ์แรก

  1. Because it was raining, we played outside.
  2. Though it was raining, we played outside.
  3. It was raining, so we played outside.
ดูคำตอบ

Though it was raining, we played outside.

ไวยากรณ์

might hear some people saying...: บอกถึงการใช้ภาษาที่อาจได้ยิน

ใน might hear some people saying H คำว่า might แสดงความเป็นไปได้ some people เป็นกรรมของ hear และ saying H เป็นอนุประโยค -ing ที่บอกว่าได้ยินคนเหล่านั้นกำลังทำอะไร ใช้โครงสร้าง might hear + คน + -ing เพื่อแนะนำการออกเสียง สำเนียง คำ หรือสำนวนที่ผู้ฟังอาจพบเจอได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ might hear + กรรม + -ing ได้อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อบอกถึงคำพูดที่คุณอาจพบเจอ?

  1. You might hear some speakers using a different word.
  2. You might hear some speakers to use a different word.
  3. You might hear that some speakers using a different word.
ดูคำตอบ

You might hear some speakers using a different word.

but many people consider the second way more incorrect, ไวยากรณ์

0:53

แต่หลายคนมองว่าวิธีที่สองนั้นไม่ถูกต้องเสียมากกว่า

ไวยากรณ์

consider the second way more incorrect: consider + กรรม + คุณศัพท์

ใน consider the second way more incorrect วลี the second way เป็นกรรมของ consider ส่วน more incorrect เป็นวลีคุณศัพท์ที่บอกการประเมินกรรมนี้ โครงสร้าง consider + กรรม + คุณศัพท์ หมายถึงการตัดสินว่ากรรมนั้นมีลักษณะดังกล่าว โครงสร้างสั้นนี้ใช้แทน think that + อนุประโยคเต็มได้ โดย Many editors consider this spelling incorrect มีความหมายพื้นฐานเหมือนกับ Many editors think that this spelling is incorrect คำว่า many people บอกว่าเป็นความคิดเห็นของใคร จึงไม่ได้หมายความว่าทุกคนเห็นด้วยเสมอไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ consider + กรรม + คุณศัพท์ ได้ถูกต้อง?

  1. Many editors consider this spelling as incorrectly.
  2. Many editors consider this spelling incorrect.
  3. Many editors consider that this spelling incorrect.
ดูคำตอบ

Many editors consider this spelling incorrect.

though many people still say it.

0:57

แม้ว่าหลายคนจะยังคงใช้มันอยู่ก็ตาม

I J K L M N O P Q R S T U V W X Y Z.

1:00

I J K L M N O P Q R S T U V W X Y Z.

However, some speakers,

1:35

อย่างไรก็ตาม ผู้พูดบางคน

particularly in the United States, วัฒนธรรม

1:37

โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา

may say /ziː/. วัฒนธรรม

1:39

อาจพูดว่า /ziː/

วัฒนธรรม

particularly in the United States, ...: การระบุภูมิภาคที่ไม่ได้จำกัดเพียงแห่งเดียว

ในที่นี้ particularly in the United States หมายถึง “โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา” วลีนี้ชี้ว่าการออกเสียงแบบนี้พบได้บ่อยเป็นพิเศษในสหรัฐอเมริกา แต่ไม่ได้หมายความว่าพบเฉพาะที่นั่นเท่านั้น นี่คือคำระบุขอบเขตด้านภูมิภาค ซึ่งช่วยจำกัดข้อมูลว่ารูปแบบนี้พบบ่อยที่ใด โดยไม่ได้กำหนดเส้นแบ่งแบบตายตัว ดังนั้นผู้พูดในพื้นที่อื่นก็อาจใช้รูปแบบนี้ได้เช่นกัน

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่สื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่า การออกเสียงนี้พบได้บ่อยเป็นพิเศษในแคนาดา โดยไม่ได้บอกว่าพบเฉพาะที่แคนาดาเท่านั้น

  1. This pronunciation is particular in Canada.
  2. This pronunciation is common, particularly in Canada.
  3. This pronunciation is common only in Canada.
ดูคำตอบ

This pronunciation is common, particularly in Canada.

วัฒนธรรม

may say /ziː/. ...: การออกเสียง Z แบบหนึ่งที่เป็นไปได้

ใน may say /ziː/ คำว่า may say นำเสนอ /ziː/ ว่าเป็นการออกเสียงแบบหนึ่งที่ผู้พูดบางคนอาจใช้ ไม่ได้หมายความว่าเป็นการออกเสียงเพียงแบบเดียวหรือเป็นแบบที่ทุกคนต้องใช้ เครื่องหมาย /ziː/ แทนชื่อของตัวอักษร ซึ่งโดยทั่วไปเขียนว่า zee ไม่ใช่คำทั่วไปที่เติมเข้ามาในประโยค เมื่อสะกดชื่อ รหัส หรือลำดับตัวอักษรอื่น ๆ ออกเสียง ให้เชื่อมโยงเสียง zee เข้ากับตัวอักษร Z ที่เขียนอยู่ วลีที่ระบุภูมิภาคโดยรอบบอกว่ารูปแบบนี้พบได้บ่อยเป็นพิเศษที่ใด ส่วน may ยังคงเปิดไว้ว่าอาจมีความแตกต่างได้

แบบฝึกหัด

ฟังประโยคภาษาอังกฤษแล้วเลือกสิ่งที่ได้ยินให้ตรงทุกคำ ให้สังเกตชื่อของตัวอักษรตัวสุดท้าย: zee ลงท้ายด้วย /iː/ ส่วน zed ลงท้ายด้วย /d/

  1. When you spell the code aloud, you may say zee for the final Z.
  2. When you spell the code aloud, you may say zed for the final Z.
ดูคำตอบ

When you spell the code aloud, you may say zee for the final Z.

X Y Z.

1:41

X Y Z.

However, in the UK, we say X Y /zed/. วัฒนธรรม

1:43

อย่างไรก็ตาม ในสหราชอาณาจักร เราพูดว่า X Y /zed/

วัฒนธรรม

in the UK, we say ... /zed/: ชื่อของตัวอักษร Z แบบบริติช

ในภาษาอังกฤษแบบบริติช ตัวอักษร Z มักเรียกว่า zed และออกเสียงว่า /zed/ ใน X Y /zed/ ผู้พูดกำลังเรียกชื่ออักษรสามตัวสุดท้ายของตัวอักษรภาษาอังกฤษ โดย zed ในที่นี้เป็นชื่อของตัวอักษร ไม่ใช่คำทั่วไปที่มีความหมายอื่น เมื่อสะกดชื่อหรือที่อยู่อีเมล หรือเมื่อเขียนตามคำบอก หากได้ยิน zed ให้เขียนตัวอักษร Z ซึ่งเป็นตัวอักษรเดียวกับที่ภาษาอังกฤษแบบอเมริกันมักเรียกว่า zee

แบบฝึกหัด

ฟังประโยคภาษาอังกฤษแล้วเลือกประโยคที่ได้ยิน โดยเน้นฟังชื่อของตัวอักษรตัวสุดท้าย

  1. In British English, the last letter is called zee.
  2. In British English, the last letter is called zed.
ดูคำตอบ

In British English, the last letter is called zed.

Here are some things to look out for. กริยาวลี

1:47

นี่คือบางสิ่งที่คุณต้องระวัง

กริยาวลี

look out for: คอยระวังและสังเกตบางสิ่ง

รูปแบบ look out for + คนหรือสิ่งของ หมายถึงคอยระวังเพื่อให้สังเกตเห็นคนหรือสิ่งนั้น โดยเฉพาะความเสี่ยง สัญญาณ หรือรายละเอียดที่มองข้ามได้ง่าย ในประโยคนี้ใช้เพื่อเกริ่นถึงสิ่งที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ คำบุพบท for เชื่อมวลีกับสิ่งที่ต้องสังเกต เช่น look out for mistakes สำนวนนี้ไม่ได้หมายถึงมองออกไปข้างนอก

แบบฝึกหัด

เติมคำเตือนด้วยสำนวนที่ขึ้นต้นด้วย look และหมายถึง “คอยระวังเพื่อให้สังเกตเห็น”: ____ bikes when you cross the street.

ดูคำตอบ

Look out for

Firstly, the vowels.

1:49

ประการแรก สระ

Watch out that you're not confusing vowels like I and E. วลี

1:51

ระวังอย่าให้สระอย่าง I และ E สับสน

วลี

Watch out that you're not...: การเตือนตรง ๆ ให้ระวังความผิดพลาด

Watch out that you're not... ใช้บอกให้อีกฝ่ายใส่ใจกับความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น ในที่นี้หมายถึง “ตรวจดูว่าไม่ได้สับสนตัวอักษร” ไม่ใช่ “ระวังอันตรายที่อยู่ตรงหน้า” อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกปัญหาที่ต้องหลีกเลี่ยง ส่วนรูปกำลังกระทำ you're not confusing เน้นสิ่งที่อีกฝ่ายอาจกำลังทำอยู่ตอนนี้หรือทำซ้ำระหว่างทำงาน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ Watch out that you're not... เพื่อเตือนเรื่องความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น ไม่ใช่อันตรายตรงหน้า

  1. I watched the date appear on the screen.
  2. Watch out that you're not entering the date in the wrong box.
  3. Watch out! A ball is coming toward you.
ดูคำตอบ

Watch out that you're not entering the date in the wrong box.

วลี

confuse A and B: การสับสนของสองสิ่ง

ในวลี confusing vowels like I and E คำว่า confuse หมายถึง “แยกไม่ออก” หรือ “สับสนปนกัน” คำนาม vowels เป็นกรรม และ like I and E ยกตัวอย่างสระที่กล่าวถึง รูปแบบ confuse A and B ที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้ จะวางสิ่งสองอย่างที่แยกได้ยากไว้หลังคำกริยาและเชื่อมด้วย and ใช้ได้กับตัวอักษร เสียง ชื่อ คน แนวคิด และสิ่งอื่นที่คล้ายกัน

แบบฝึกหัด

เติมคำเชื่อมให้เป็นรูปแบบ confuse A and B: I sometimes confuse Mila ____ Mia because their names sound alike.

ดูคำตอบ

and

Another thing is A and R. ลำดับความ

1:55

อีกสิ่งหนึ่งคือ A และ R

ลำดับความ

Another thing is... เพื่อเกริ่นประเด็นถัดไป

Another thing is... ใช้เกริ่นประเด็นถัดไปในเนื้อหาที่เรียงต่อกัน ในประโยคนี้ ผู้พูดเปลี่ยนจากเรื่องตัวอักษรที่สับสนก่อนหน้านี้มาพูดถึง A และ R ในโครงสร้างนี้ thing หมายถึงหัวข้อ ประเด็น หรือเรื่องที่ควรสังเกต ไม่ใช่สิ่งของที่จับต้องได้ ถ้าตามด้วยนามวลี ให้ใช้ Another thing is + นามวลี และถ้าตามด้วยอนุประโยคเต็ม ให้ใช้ Another thing is that + อนุประโยค

แบบฝึกหัด

คุณเพิ่งคุยเรื่องราคาและตอนนี้ต้องการเกริ่นเรื่องเวลาจัดส่ง ประโยคใดใช้แนะนำประเด็นถัดไปได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Another thing is the delivery time.
  2. The delivery time is on another day.
  3. We delivered another thing on time.
ดูคำตอบ

Another thing is the delivery time.

A lot of people confuse this.

1:58

ผู้คนจำนวนมากสับสนเรื่องนี้

And if you're wondering, ลำดับความ

2:00

และหากคุณสงสัยว่า

why is an /ɑː/ said like /ɑːr/?

2:01

ทำไม /ɑː/ ถึงอ่านออกเสียงเหมือน /ɑːr/

ลำดับความ

if you're wondering, why is...?: เกริ่นคำถามที่ผู้ฟังอาจสงสัย

If you're wondering เป็นวลีที่ใช้ชี้นำผู้ฟัง ผู้พูดคาดเดาคำถามที่ผู้ฟังอาจมี แล้วพูดคำถามนั้นออกมาก่อนจะอธิบาย ไม่ได้ขอให้ผู้ฟังเป็นคนตอบ ในที่นี้ การหยุดหลัง wondering แยกวลีเกริ่นออกจากคำถามตรง why is...? โครงสร้างนี้ช่วยเปลี่ยนความสงสัยที่คาดว่าอาจเกิดขึ้นให้เป็นคำถามที่ชัดเจน แล้วนำเข้าสู่เหตุผลได้อย่างเป็นธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

ผู้พูดกำลังทำอะไรเมื่อพูดว่า if you're wondering?

  1. บอกว่าจะไม่มีคำอธิบายตามมา
  2. คาดเดาคำถามที่ผู้ฟังอาจมีอยู่แล้ว
  3. สั่งให้ผู้ฟังตอบทันที
ดูคำตอบ

คาดเดาคำถามที่ผู้ฟังอาจมีอยู่แล้ว

Well, that's because it depends on the accent. โน้ต

2:04

นั่นเป็นเพราะมันขึ้นอยู่กับสำเนียงค่ะ

ลำดับความ

that's because: ใช้บอกเหตุผล

That's because เชื่อมโยงกลับไปยังสถานการณ์หรือคำถามที่กล่าวถึงแล้ว และบอกเหตุผลของเรื่องนั้น ในที่นี้ that หมายถึงสถานการณ์ก่อนหน้าทั้งหมด ไม่จำเป็นต้องแทนคำนามคำใดคำหนึ่ง ลำดับข้อมูลทั่วไปคือ บอกผลลัพธ์หรือข้อเท็จจริงที่ชวนสงสัยก่อน แล้วตามด้วย That's because + เหตุผล

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่ใช้บอกเหตุผลให้คำอธิบายสมบูรณ์: The playground is wet. ____ it rained last night.

ดูคำตอบ

That's because

วลี

it depends on the accent: ความแตกต่างตามสำเนียง

It depends on the accent หมายความว่าคำตอบอาจเปลี่ยนไปตามวิธีออกเสียงภาษาอังกฤษของแต่ละคนหรือแต่ละกลุ่ม จึงไม่มีคำตอบเดียวที่ใช้ได้กับทุกสำเนียง Depend on ใช้บอกปัจจัยที่กำหนดหรือเปลี่ยนผลลัพธ์ หรือก็คือสิ่งหนึ่งขึ้นอยู่กับอีกสิ่งหนึ่ง ในที่นี้ accent หมายถึงวิธีออกเสียงภาษา ไม่ได้หมายถึงการเน้นพยางค์ในคำหรือเครื่องหมายกำกับเสียงในภาษาเขียน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ depend on: The way this vowel sounds ____ the speaker's accent.

ดูคำตอบ

depends on

/ɑːr/ sounds a little bit more American English. วัฒนธรรม

2:07

/ɑːr/ ฟังดูเป็นภาษาอังกฤษแบบอเมริกันมากกว่านิดหน่อย

วัฒนธรรม

/ɑːr/ ฟังดูเป็นภาษาอังกฤษแบบอเมริกันมากขึ้นเล็กน้อย

ในที่นี้ /ɑːr/ หมายถึงการออกเสียงที่ได้ยินเสียง r หลังสระ ผู้พูดเชื่อมโยงเสียงนี้กับภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน A little bit more American English เป็นการเปรียบเทียบเชิงสัมพัทธ์ หมายความว่าการออกเสียงนี้ให้ความรู้สึกเป็นแบบอเมริกันมากกว่าอีกแบบที่กำลังนำมาเปรียบเทียบเล็กน้อย ไม่ได้หมายความว่าสำเนียงอเมริกันทุกสำเนียงออกเสียงแบบนี้ หรือเสียงนี้มีเฉพาะในสหรัฐอเมริกา

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความนี้: การได้ยิน /ɑːr/ พิสูจน์ได้ว่าผู้พูดเป็นชาวอเมริกัน

  1. ถูกต้อง
  2. ไม่ถูกต้อง
ดูคำตอบ

ไม่ถูกต้อง

/ɑː/ would be how it is in RP and modern RP. วัฒนธรรม

2:10

/ɑː/ จะเป็นแบบที่อยู่ใน RP และ RP สมัยใหม่

วัฒนธรรม

RP และ RP สมัยใหม่ในฐานะรูปแบบอ้างอิงด้านการออกเสียง

RP ย่อมาจาก Received Pronunciation เป็นสำเนียงอ้างอิงที่เกี่ยวข้องกับภาษาอังกฤษแบบบริติช และใช้ในการสอนการออกเสียงกับในพจนานุกรมมาเป็นเวลานาน Modern RP หมายถึงรูปแบบที่ใหม่กว่าภายในธรรมเนียม RP แบบกว้าง ชื่อเหล่านี้เป็นชื่อของรูปแบบสำเนียง ไม่ใช่ชื่อประเทศหรือวิธีพูดของทุกคนในบริเตน

แบบฝึกหัด

ข้อความใดอธิบาย RP ได้ถูกต้อง

  1. RP เป็นหนึ่งในสำเนียงอ้างอิงที่ใช้บรรยายการออกเสียงภาษาอังกฤษแบบบริติช
  2. RP เป็นอีกชื่อหนึ่งของสหราชอาณาจักร
  3. RP เป็นสำเนียงที่ทุกคนในบริเตนใช้
ดูคำตอบ

RP เป็นหนึ่งในสำเนียงอ้างอิงที่ใช้บรรยายการออกเสียงภาษาอังกฤษแบบบริติช

In the UK,

2:15

ในสหราชอาณาจักร

you might hear R pronounced differently, maybe a little bit closer to the American pronunciation, โน้ต

2:15

คุณอาจได้ยินการออกเสียง R ที่แตกต่างออกไป อาจจะใกล้เคียงกับการออกเสียงแบบอเมริกันอีกนิด

ไวยากรณ์

hear R pronounced differently: hear + กรรม + กริยาช่อง 3

ใน might hear R pronounced differently โครงสร้างคือ hear + กรรม + กริยาช่อง 3 โดย R เป็นกรรม และ pronounced differently บอกว่ามีคนออกเสียงตัวอักษรนี้อย่างไร ไม่ใช่ตัว R เป็นผู้ทำกริยา ใช้โครงสร้างนี้เมื่อได้ยินว่าสิ่งหนึ่งถูกพูดหรือถูกทำอย่างไร โดยไม่ได้เน้นว่าใครเป็นผู้ทำ might แสดงความเป็นไปได้ กล่าวคือ การออกเสียงแบบนี้อาจเกิดขึ้น แต่ไม่ได้เกิดขึ้นแน่นอนเสมอไป

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง hear + กรรม + กริยาช่อง 3 ด้วยรูปที่ถูกต้องของ pronounce: In different regions, you may hear this word ____ differently.

ดูคำตอบ

pronounced

วลี

closer to the American pronunciation: การเปรียบเทียบความคล้าย

Closer to the American pronunciation หมายถึง คล้ายกับวิธีออกเสียงแบบอเมริกันมากกว่า closer เป็นรูปขั้นกว่าของ close และ to ใช้นำหน้าสิ่งที่เป็นจุดอ้างอิง ในที่นี้ close บอกระดับความคล้าย ไม่ใช่ระยะห่างทางกายภาพ โครงสร้าง closer to แบบเดียวกันยังใช้เปรียบเทียบคำตอบ สี สไตล์ หรือเวอร์ชันกับแบบอย่างหรือมาตรฐานได้

แบบฝึกหัด

เติมการเปรียบเทียบด้วย closer to โดยใช้รูปขั้นกว่าของ close และคำบุพบทที่จำเป็น: After more practice, her pronunciation was ____ the original recording.

ดูคำตอบ

closer to

but R is how it would be in the dictionary.

2:22

แต่ R คือสิ่งที่จะปรากฏในพจนานุกรม

If you get two of the same letter together, โน้ต

2:26

หากคุณมีตัวอักษรเดียวกันสองตัวติดกัน

วลี

two of the same letter together: ตัวอักษรเดียวกันที่ซ้ำติดกัน

Two of the same letter หมายถึงตัวอักษรเดียวกันปรากฏสองครั้ง เช่น tt ในคำว่า letter ส่วน together หมายความว่าตัวอักษรทั้งสองอยู่ติดกัน ไม่ได้อยู่แยกกันในส่วนอื่นของคำหรือลำดับ วลีนี้ใช้บรรยายโดยทั่วไปเกี่ยวกับตัวอักษรที่ซ้ำในชื่อ รหัสผ่าน ที่อยู่อีเมล และรหัสต่าง ๆ โดย same letter หมายถึงตัวอักษรที่เขียนซ้ำ ไม่ใช่คำสองคำที่มีความหมายเหมือนกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอย่างชัดเจนว่ามีตัวอักษรหนึ่งตัวซ้ำติดกันในรหัสผ่าน

  1. There are two of the same letter together in the password.
  2. There are two different letters together in the password.
  3. The same letter appears in two different places in the password.
ดูคำตอบ

There are two of the same letter together in the password.

then you might hear it said as double. การใช้คำ

2:29

คุณอาจได้ยินคนอ่านว่า double

ไวยากรณ์

If ..., then ... เพื่อเชื่อมเงื่อนไขกับผลลัพธ์

ส่วนที่ขึ้นต้นด้วย if บอกเงื่อนไข คือพบตัวอักษรเดียวกันสองตัวติดกันในการสะกด ส่วนประโยคหลักบอกผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น คือผู้พูดอาจพูด double ก่อนชื่อของตัวอักษรนั้น get ในที่นี้หมายถึง “พบ” หรือ “มีอยู่ในการสะกด” ไม่ใช่ “ได้รับ” ส่วน then ชี้ไปที่ผลลัพธ์อย่างชัดเจน มักละได้ แต่มีประโยชน์เมื่ออธิบายกฎหรือขั้นตอน

แบบฝึกหัด

เติมกฎให้สมบูรณ์ด้วยรูปแบบ If ..., then ...: ____ the screen shows an error, ____ press the reset button.

ดูคำตอบ

If · then

การใช้คำ

said as double: double + ชื่อตัวอักษรในการสะกดออกเสียง

เมื่อสะกดออกเสียง หากมีตัวอักษรเดียวกันสองตัวอยู่ติดกัน สามารถพูดเป็น double + ชื่อตัวอักษรได้ เช่น LL อ่านได้ว่า double L ในที่นี้ said as double หมายถึงใช้คำว่า double แทนส่วนที่มีตัวอักษรซ้ำ ไม่ได้หมายถึงให้พูดทั้งคำสองครั้ง

แบบฝึกหัด

ใช้รูปแบบ double + ชื่อตัวอักษรเพื่อเติมการสะกดให้สมบูรณ์: Miller is spelled M-I-____-E-R.

ดูคำตอบ

double L

So double _,

2:31

เช่น double _

double l.

2:33

double l

How do you spell fall?

2:34

คุณสะกดคำว่า fall อย่างไร

F A double l,

2:36

F A double l

for example.

2:38

ตัวอย่างเช่น

Now it's time for the listening exercise. ลำดับความ

2:40

ตอนนี้ถึงเวลาสำหรับแบบฝึกหัดการฟังแล้ว

ลำดับความ

Now it's time for...: เปลี่ยนไปสู่กิจกรรมถัดไป

Now it's time for... ใช้บอกว่ากำลังเปลี่ยนจากขั้นตอนหนึ่งไปสู่อีกขั้นตอนหนึ่ง ในประโยคนี้ ผู้พูดจบคำอธิบายแล้วประกาศแบบฝึกหัดการฟัง เพื่อช่วยให้ผู้ฟังตามลำดับได้ รูปแบบคือ now + it's time for + ชื่อกิจกรรม คำว่า it ไม่ได้ชี้ถึงสิ่งของ แต่เป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบ ส่วน for ใช้นำเข้าสู่กิจกรรมถัดไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเปลี่ยนช่วงให้สมบูรณ์ คำหลังช่องว่างเป็นชื่อกิจกรรม: Now it's time ____ the group discussion.

ดูคำตอบ

for

I will read 15 surnames in total. วลี

2:42

ฉันจะอ่านนามสกุลทั้งหมด 15 นามสกุล

วลี

in total: บอกจำนวนรวมทั้งหมด

in total หมายถึงการนับทุกส่วนรวมกัน ในประโยคนี้ วลีนี้บอกว่า 15 คือจำนวนนามสกุลของกิจกรรมทั้งหมด ไม่ใช่ 15 นามสกุลในแต่ละส่วน วลีนี้มักอยู่หลังจำนวนหรือท้ายอนุประโยค เช่น There are 20 questions in total. ในการใช้นี้ total เป็นส่วนหนึ่งของวลีวิเศษณ์ ไม่ใช่คำกริยา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ in total เพื่อบอกจำนวนรวมทั้งหมด

  1. There are twenty-four chairs in each row.
  2. There are twenty-four chairs at first.
  3. There are twenty-four chairs in total.
ดูคำตอบ

There are twenty-four chairs in total.

I will read them only once because that's how it is in the IELTS exam. โน้ต

2:45

ฉันจะอ่านเพียงครั้งเดียว เพราะนั่นคือรูปแบบที่ใช้ในการสอบ IELTS

วลี

only once: จำกัดการกระทำให้เกิดขึ้นหนึ่งครั้ง

only once หมายถึงการกระทำเกิดขึ้นเพียงหนึ่งครั้งและจะไม่ทำซ้ำ ในประโยคนี้ วลีนี้บอกกฎของการสอบว่า จะอ่านนามสกุลให้ฟังเพียงครั้งเดียว ตามเงื่อนไขของการสอบฟัง IELTS ในที่นี้ once ตอบคำถามว่า “กี่ครั้ง” ไม่ได้หมายถึง “ในช่วงหนึ่งของอดีต” รูปแบบเดียวกันนี้ใช้จำกัดการกระทำ เช่น การเปิดเสียง การส่งคำตอบ หรือการใช้สิ่งของ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าการกระทำนั้นทำได้เพียงหนึ่งครั้งและทำซ้ำไม่ได้

  1. Once you open the link, read the message.
  2. I once opened the link at school.
  3. You can open the link only once.
ดูคำตอบ

You can open the link only once.

ลำดับความ

because that's how it is in the IELTS exam: อธิบายการจัดการด้วยกฎจริง

because นำเข้าสู่เหตุผลที่อ่านชื่อเพียงครั้งเดียว ใน that's how it is in the IELTS exam คำว่า that ย้อนกลับไปถึงการอ่านครั้งเดียว ส่วน how it is หมายถึงวิธีที่การสอบดำเนินจริง อนุประโยคนี้เชื่อมวิธีฝึกกับเงื่อนไขของการสอบจริง โดยจัดข้อมูลแบบ “บอกการจัดการก่อน แล้วจึงให้เหตุผล” ไม่ได้บรรยายสภาพหรือรูปลักษณ์ของสิ่งของ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ that's how it is เพื่ออธิบายว่าวิธีฝึกตรงกับกฎจริง

  1. We practise without notes because the interview room looks that way.
  2. We practise without notes, although notes are required in the final interview.
  3. We practise without notes because that's how it is in the final interview.
ดูคำตอบ

We practise without notes because that's how it is in the final interview.

However, of course, if you need to listen to it again, ไวยากรณ์

2:50

อย่างไรก็ตาม แน่นอนว่าหากคุณต้องการฟังอีกครั้ง

then you can replay that part of the video. วลี

2:53

คุณก็สามารถเล่นซ้ำวิดีโอส่วนนั้นได้

ไวยากรณ์

if you need to..., then you can...: เสนอวิธีแก้ที่เลือกใช้ได้

If you need to listen to it again ระบุความต้องการที่อาจเกิดขึ้น ส่วน Then you can replay บอกการกระทำที่เลือกทำได้ในสถานการณ์นั้น can ในที่นี้หมายความว่าอนุญาตให้เปิดซ้ำหรือสามารถทำได้ ไม่ได้ทดสอบความสามารถของผู้ฟัง รูปแบบนี้มีประโยชน์เมื่อต้องการเพิ่มทางเลือกที่ช่วยได้หลังจากบอกกฎทั่วไปที่เข้มงวดกว่า

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเสนอวิธีแก้ที่เลือกใช้ได้เมื่อเกิดความต้องการ

  1. If you had more time, the form would have been saved yesterday.
  2. If you need more time, then you can save the form and return later.
  3. You must save the form now, whether you need more time or not.
ดูคำตอบ

If you need more time, then you can save the form and return later.

วลี

replay that part of the video: เล่นช่วงที่กำหนดอีกครั้ง

ในประโยคนี้ replay เป็นคำกริยาที่มีกรรม หมายถึง “เล่นอีกครั้ง” กรรมของคำกริยาคือ that part of the video ซึ่งจำกัดการเล่นไว้เพียงช่วงเดียว จึงไม่จำเป็นต้องเริ่มวิดีโอทั้งหมดใหม่ตั้งแต่ต้น รูปแบบคือ replay + เนื้อหา เช่น replay the video, replay the recording หรือ replay the last few seconds กรรมอาจหมายถึงเนื้อหาทั้งหมดหรือเพียงบางส่วนก็ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าคุณต้องการเล่นช่วงหนึ่งของเสียงบันทึกอีกครั้ง

  1. Please record the last ten seconds again.
  2. Please skip the last ten seconds of the recording.
  3. Please replay the last ten seconds of the recording.
ดูคำตอบ

Please replay the last ten seconds of the recording.

After reading the name, ไวยากรณ์

2:55

หลังจากอ่านชื่อแล้ว

ไวยากรณ์

After reading the name: ใช้ After + -ing เพื่อบอกลำดับ

After reading the name เป็นวลีบอกเวลาที่ใช้รูปแบบ After + -ing โดยบอกว่าการอ่านชื่อเกิดขึ้นก่อนและเสร็จก่อนการกระทำถัดไป Reading เป็นรูป -ing ที่ใช้หลังคำบุพบท After และไม่ได้เป็นกาลต่อเนื่องด้วยตัวเอง รูปแบบสั้นนี้ใช้เรียงลำดับขั้นตอนได้ดี: การกระทำแบบ After + -ing ตามด้วยการกระทำหลัก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย After และรูป -ing ของ check: ____ the address, Mia sent the parcel.

ดูคำตอบ

After checking

I will leave a 5-second pause to give you time to write your answer. โน้ต

2:57

ฉันจะเว้นช่วงพัก 5 วินาทีเพื่อให้คุณมีเวลาเขียนคำตอบ

วลี

leave a 5-second pause: เว้นช่วงเงียบสั้น ๆ

ในที่นี้ leave หมายถึง “เว้นหรือเผื่อช่วงไว้สำหรับบางสิ่ง” ไม่ได้หมายถึง “จากไป” I will leave a 5-second pause หมายความว่าผู้พูดจะตั้งใจเว้นช่วงเงียบไว้ห้าวินาที ใน 5-second ตัวเลขกับหน่วยเวลาทำหน้าที่ร่วมกันเหมือนคำคุณศัพท์ที่วางหน้า pause ต้องใส่ยัติภังค์และใช้ second รูปเอกพจน์: a 5-second pause

แบบฝึกหัด

เลือกคำเติมที่เป็นธรรมชาติที่สุด: The quiz host will ___ before showing the answer.

  1. leave from a five-second pause
  2. leave a five-seconds pause
  3. leave a five-second pause
ดูคำตอบ

leave a five-second pause

ไวยากรณ์

to give you time to write: การบอกจุดประสงค์

วลี infinitive to give you time to write your answer อธิบายจุดประสงค์ของการเว้นช่วง โดยตอบคำถามว่า “เว้นช่วงไปทำไม” คือเพื่อให้ผู้ฟังมีเวลาลงมือทำ ภายในวลีนี้ give someone time to do something หมายถึง “ให้เวลาใครสักคนทำบางอย่าง” to ตัวแรกนำวลีที่บอกจุดประสงค์ ส่วน to ตัวที่สองอยู่ใน time to write และบอกว่าจะใช้เวลานั้นทำอะไร

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่สื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าผู้พูดหยุดชั่วคราวเพื่อให้เรามีเวลาจดบันทึก

  1. The speaker paused for give us time to taking notes.
  2. The speaker paused giving us time take notes.
  3. The speaker paused to give us time to take notes.
ดูคำตอบ

The speaker paused to give us time to take notes.

However, if you need more time, ไวยากรณ์

3:01

อย่างไรก็ตาม หากคุณต้องการเวลาเพิ่มเติม

then do feel free to pause the video. น้ำเสียง/เจตนา

3:03

ก็อย่าลังเลที่จะหยุดวิดีโอไว้ชั่วคราว

ไวยากรณ์

if you need more time, then...: เชื่อมเงื่อนไขกับทางเลือก

อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย if เสนอสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น คือผู้ฟังอาจต้องการเวลาเพิ่ม ส่วนประโยคหลักเสนอทางเลือกสำหรับสถานการณ์นั้น ในที่นี้ more time หมายถึง “เวลาเพิ่มเติม” ไม่ใช่เวลาที่ช้ากว่าในวันนั้น then แสดงการเปลี่ยนจากเงื่อนไขไปสู่สิ่งที่ทำได้ กล่าวคือ ถ้า X เป็นจริง ก็มี Y เป็นทางเลือก ในโครงสร้างนี้ then ทำให้ความสัมพันธ์ทางตรรกะชัดเจนขึ้น แต่โดยทั่วไปสามารถละได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ if...then... ได้อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อเสนอทางเลือกเมื่อเงื่อนไขเป็นจริง

  1. When the timer ends, the form closes automatically.
  2. You saved your work because you needed more time.
  3. If you need more time, then you can save your work and return later.
ดูคำตอบ

If you need more time, then you can save your work and return later.

น้ำเสียง/เจตนา

do feel free to: คำเชิญที่เป็นมิตรและเน้นย้ำ

feel free to + คำกริยารูปพื้นฐาน เป็นการอนุญาตหรือเชิญอย่างเป็นมิตร หมายความว่าผู้ฟังทำสิ่งนั้นได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะรบกวนผู้อื่น ในประโยคนี้ ผู้ฟังสามารถหยุดวิดีโอชั่วคราวได้อย่างแน่นอน แต่ไม่จำเป็นต้องทำ ใน do feel free to คำว่า do เป็นกริยาช่วยที่ใช้เน้น ไม่ใช่กริยาหลักที่แปลว่า “ทำ” คำนี้ทำให้น้ำเสียงที่ช่วยให้ผู้ฟังสบายใจชัดขึ้น โครงสร้างคือ do feel free to + คำกริยารูปพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

เติมคำเชิญที่อบอุ่นและเน้นย้ำให้สมบูรณ์ด้วยสำนวนจากบทเรียน: If you have any questions, ____ ask me.

ดูคำตอบ

do feel free to

I will say the name การใช้คำ

3:05

ฉันจะพูดชื่อ

and then I will spell it.

3:06

จากนั้นฉันจะสะกดให้ฟัง

การใช้คำ

say the name ... spell it: การพูดชื่อกับการสะกดทีละตัวอักษร

ในประโยคนี้ say the name หมายถึงพูดชื่อทั้งชื่อด้วยการออกเสียงตามปกติ ส่วน spell it หมายถึงบอกตัวอักษรแต่ละตัวตามลำดับ คำสรรพนาม it หมายถึง the name และ and then แสดงขั้นตอนที่สอง การกระทำสองอย่างนี้ให้ข้อมูลต่างกัน การได้ยินการออกเสียงชื่อไม่ได้หมายความว่าจะรู้การสะกดที่ถูกต้อง ความแตกต่างนี้มีประโยชน์เมื่อลงทะเบียนชื่อ พูดคุยทางโทรศัพท์ หรือทำตามคำสั่งในการเขียนตามคำบอก

แบบฝึกหัด

เติมคำกริยาที่หมายถึงการพูดนามสกุลตามปกติและการบอกตัวอักษรให้ครบ: First ____ your surname, and then ____ it.

ดูคำตอบ

say · spell

And as I said, ลำดับความ

3:08

และอย่างที่บอก

ลำดับความ

as I said: การย้อนถึงข้อมูลที่กล่าวไว้ก่อนหน้า

as I said หมายถึง “อย่างที่ฉันได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้” และใช้ย้อนกลับไปยังข้อมูลที่ผู้พูดได้ให้ไว้แล้ว ในที่นี้ as หมายถึง “อย่างที่” ไม่ใช่ “เพราะว่า” วลีนี้ทำหน้าที่เชื่อมข้อมูล โดยบอกผู้ฟังว่าสิ่งที่ตามมาจะกล่าวซ้ำ เตือนให้นึกถึง หรือนำประเด็นก่อนหน้ามาใช้ โดยปกติแล้วจะมีข้อมูลที่ต้องการกล่าวถึงอีกครั้งตามหลังวลีนี้

แบบฝึกหัด

as I said ที่อยู่ต้นประโยคมีหน้าที่หลักอะไร?

  1. เริ่มหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องเลย
  2. ย้อนกลับไปยังข้อมูลที่ได้กล่าวถึงแล้ว
  3. บอกเหตุผลว่าทำไมผู้พูดจึงพูดบางอย่าง
ดูคำตอบ

ย้อนกลับไปยังข้อมูลที่ได้กล่าวถึงแล้ว

I will do this only once.

3:08

ฉันจะทำแบบนี้แค่ครั้งเดียว

I will be reading and spelling all of the names in a natural speed. ไวยากรณ์

3:11

ฉันจะอ่านและสะกดชื่อทั้งหมดด้วยความเร็วตามธรรมชาติ

ไวยากรณ์

I will be reading and spelling: โครงสร้าง future continuous

I will be reading and spelling ใช้โครงสร้าง future continuous คือ will be + คำกริยา-ing โครงสร้างนี้วางการอ่านและการสะกดไว้ในช่วงเวลาหนึ่งในอนาคต จึงไม่ได้หมายความว่ากำลังทำอยู่ตอนนี้ reading และ spelling ใช้ will be ร่วมกัน รูปนี้นำเสนอกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นเป็นกระบวนการที่ดำเนินต่อไปหรือเกิดซ้ำ ส่วน I will read and spell เพียงบอกว่าจะทำอะไรในอนาคต

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป future continuous ของ travel: At this time tomorrow, we ____ to London.

ดูคำตอบ

will be travelling

However, if you find this too quick, ไวยากรณ์

3:15

อย่างไรก็ตาม หากคุณพบว่าเร็วเกินไป

then you can change the speed of the video and slow it down in the settings below. โน้ต

3:17

คุณสามารถเปลี่ยนความเร็วของวิดีโอและลดความเร็วลงได้ในการตั้งค่าด้านล่าง

ไวยากรณ์

If you find this too quick, then you can change...: find + กรรม + คำคุณศัพท์

ใน find this too quick คำว่า find หมายถึงมองหรือรู้สึกว่าบางสิ่งเป็นอย่างไร ไม่ได้หมายถึงค้นหาตำแหน่ง โครงสร้างคือ find + กรรม + คำคุณศัพท์ โดย this เป็นกรรม และ too quick เป็นกลุ่มคำคุณศัพท์ที่แสดงการประเมินความเร็ว อนุประโยค if กล่าวถึงปัญหาที่อาจเกิดขึ้น และ then you can change... เสนอวิธีแก้ then ใช้บอกผลลัพธ์ แต่มักละได้: If you find this too quick, you can change the speed.

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้าง find + กรรม + คำคุณศัพท์ อย่างถูกต้องเพื่อประเมินคำแนะนำโดยตรง

  1. If you find that the instructions are too confusing, then you can ask for help.
  2. If you find the instructions too confusing, then you can ask for help.
  3. If you find the instructions, then you can ask for help.
ดูคำตอบ

If you find the instructions too confusing, then you can ask for help.

กริยาวลี

slow it down: ลดความเร็วโดยวาง it ไว้ตรงกลาง

slow it down หมายถึง “ทำให้บางสิ่งเคลื่อนที่หรือดำเนินไปช้าลง” ในประโยคนี้ it หมายถึงวิดีโอหรือการเล่นวิดีโอ ส่วน down หมายถึงความเร็วที่ลดลง ไม่ใช่ทิศทางลงด้านล่าง slow down เป็นกริยาวลีแบบแยกได้ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม it ต้องวางไว้ระหว่าง slow กับ down เป็น slow it down ไม่ใช่ slow down it หากกรรมเป็นคำนาม สามารถใช้ได้ทั้ง slow the video down และ slow down the video

แบบฝึกหัด

ใช้ slow ... down กับคำสรรพนาม it เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The animation is moving too quickly. Please ____.

ดูคำตอบ

slow it down

วลี

in the settings below: ส่วนการตั้งค่าที่อยู่ด้านล่างของหน้าจอ

in the settings หมายถึงการดำเนินการผ่านเมนูหรือส่วนการตั้งค่า คำว่า below อยู่หลัง settings เพื่อระบุว่าหมายถึงการตั้งค่าใด นั่นคือการตั้งค่าที่อยู่ต่ำลงมาในหน้าหรือหน้าจอปัจจุบัน ในที่นี้ below บอกตำแหน่งที่สัมพันธ์กันบนส่วนติดต่อผู้ใช้ ไม่ได้หมายถึงใต้ดินหรืออยู่ใต้ตัวอุปกรณ์จริง ๆ

แบบฝึกหัด

ในวลี in the settings below คำว่า below ระบุการตั้งค่าใด?

  1. พื้นที่ใต้ตัวอุปกรณ์จริง
  2. การตั้งค่าที่จะปรากฏในภายหลัง
  3. ส่วนการตั้งค่าที่อยู่ต่ำลงมาในหน้าหรือหน้าจอ
ดูคำตอบ

ส่วนการตั้งค่าที่อยู่ต่ำลงมาในหน้าหรือหน้าจอ

Make sure you have your pen and paper ready, น้ำเสียง/เจตนา

3:21

เตรียมปากกาและกระดาษให้พร้อม

น้ำเสียง/เจตนา

Make sure you have ... ready: คำเตือนให้เตรียมพร้อม

Make sure + อนุประโยค เป็นคำเตือนโดยตรงให้ตรวจดูว่าเงื่อนไขที่จำเป็นพร้อมแล้วหรือไม่ ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังบอกให้ผู้ฟังเตรียมตัวก่อนกิจกรรมเริ่ม ใน have your pen and paper ready โครงสร้าง have + กรรม + ready หมายถึง “เตรียมสิ่งของนั้นไว้ให้พร้อมใช้ได้ทันที” เพราะ ready ขยายสิ่งของในที่นี้ จึงหมายถึง “พร้อม” ไม่ใช่ “เต็มใจทำบางอย่าง”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเตือนให้ผู้อื่นเตรียมสิ่งของก่อนต้องใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Make sure you have ready your ID before check-in.
  2. Make sure you have your ID ready before check-in.
  3. Make sure your ID is willing before check-in.
ดูคำตอบ

Make sure you have your ID ready before check-in.

and here we go. ลำดับความ

3:23

แล้วเรามาเริ่มกันเลย

ลำดับความ

here we go: เปลี่ยนจากการเตรียมตัวไปสู่การลงมือทำ

Here we go เป็นสัญญาณในภาษาพูดว่าช่วงรอหรือช่วงเตรียมตัวจบแล้ว และกิจกรรมกำลังเริ่มในตอนนี้ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวช่วยจัดลำดับคำพูดโดยพาผู้ฟังจากคำสั่งไปสู่ขั้นตอนแรก วลีนี้ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่ากำลังไปยังสถานที่หนึ่ง ความหมายที่เป็นธรรมชาติในที่นี้คือ “เราเริ่มกันตอนนี้”

แบบฝึกหัด

อุปกรณ์พร้อมแล้ว และครูต้องการส่งสัญญาณว่ากิจกรรมกำลังจะเริ่ม ครูควรพูดว่าอะไร

  1. Where do we go?
  2. Here we go!
  3. Here we are going here!
ดูคำตอบ

Here we go!

One

3:26

หนึ่ง

Burnett

3:27

Burnett

B U R N E double T

3:29

B U R N E double T

Two

3:37

สอง

Duffy

3:39

Duffy

D U double F Y

3:40

D U double F Y

Three

3:48

สาม

Pryce

3:49

Pryce

P R Y C E

3:50

P R Y C E

Four

3:58

สี่

Reynolds

3:59

Reynolds

R E Y N O L D S

4:01

R E Y N O L D S

Five

4:12

ห้า

Wilkerson

4:13

Wilkerson

W I L K E R S O N

4:15

W I L K E R S O N

Six

4:26

หก

Torres

4:27

Torres

T O double R E S

4:29

T O double R E S

Seven

4:37

เจ็ด

Fulghum

4:39

Fulghum

F U L G H U M

4:41

F U L G H U M

Eight

4:50

แปด

Sherman

4:52

Sherman

S H E R M A N

4:53

S H E R M A N

Nine

5:02

เก้า

Foege

5:04

Foege

F O E G E

5:05

F O E G E

10

5:13

10

Brough

5:14

Brough

B R O U G H

5:16

B R O U G H

11

5:24

11

Renault

5:26

Renault

R E N A U L T

5:28

R E N A U L T

12

5:37

12

Kearney

5:39

Kearney

K E A R N E Y

5:41

K E A R N E Y

13

5:51

13

Fedkiw

5:53

Fedkiw

F E D K I W

5:54

F E D K I W

14

6:04

14

Dahmer

6:06

Dahmer

D A H M E R

6:07

D A H M E R

15

6:17

15

Yeats

6:18

Yeats

Y E A T S

6:20

Y E A T S

Well done, น้ำเสียง/เจตนา

6:29

เก่งมาก

น้ำเสียง/เจตนา

Well done: คำชมหลังจากทำงานเสร็จ

Well done เป็นคำชมสั้น ๆ ในที่นี้ใช้บอกว่าผู้ฟังทำแบบฝึกหัดสำเร็จ และเป็นการให้กำลังใจหลังจบงาน คำนี้ใช้ประเมินผลงานหรือความสามารถของคน ในบริบทนี้ไม่ได้อธิบายว่าอาหารสุกระดับใด

แบบฝึกหัด

เพื่อนเพิ่งต่อปริศนาที่ยากเสร็จ คำตอบใดเป็นคำชมที่เหมาะสม

  1. Well done!
  2. Well cooked!
  3. Never mind!
ดูคำตอบ

Well done!

you've completed the listening exercise. ไวยากรณ์

6:29

คุณทำแบบฝึกหัดการฟังเสร็จแล้ว

ไวยากรณ์

you've completed ...: present perfect สำหรับงานที่เสร็จแล้ว

You've เป็นรูปย่อของ you have และ completed เป็นกริยาช่อง past participle ของ complete เมื่อนำมารวมกัน you've completed จึงเป็น present perfect ในโครงสร้าง have + past participle ในที่นี้ tense นี้ยืนยันผลที่สำคัญในตอนนี้ คือแบบฝึกหัดการฟังเสร็จแล้ว ผู้เรียนจึงไปต่อได้ จุดเน้นอยู่ที่สถานะว่าเสร็จแล้วในปัจจุบัน ไม่ใช่เวลาใดเวลาหนึ่งในอดีต

แบบฝึกหัด

ใช้รูป present perfect ของ complete เพื่อยืนยันผลในปัจจุบัน: You ____ all the required steps, so you can continue.

ดูคำตอบ

have completed

Now it's time to check your answers. ลำดับความ

6:32

ตอนนี้ถึงเวลาตรวจคำตอบแล้วค่ะ

ลำดับความ

Now it's time to + คำกริยา: เกริ่นขั้นตอนต่อไป

Now it's time to check your answers บอกว่าขั้นตอนหนึ่งจบแล้วและควรเริ่มทำสิ่งถัดไป คำว่า Now ช่วยให้เห็นการเปลี่ยนขั้นตอนได้ชัดเจน รูปแบบที่นำไปใช้ได้อีกคือ Now it's time to + คำกริยารูปพื้นฐาน ในประโยคนี้ check เป็นคำกริยารูปพื้นฐาน และวลีนี้นำผู้ฟังไปสู่ขั้นตอนต่อไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเปลี่ยนขั้นตอนด้วยรูปแบบ it's time to: The drawing is finished. Now ____ color the picture.

ดูคำตอบ

it's time to

I will put the answers on the screen, วลี

6:34

ฉันจะใส่คำตอบไว้บนหน้าจอ

วลี

put the answers on the screen: แสดงเนื้อหาดิจิทัลบนหน้าจอ

Put the answers on the screen หมายถึงทำให้คำตอบปรากฏบนหน้าจอเพื่อให้ผู้ชมมองเห็น ในที่นี้ put ไม่ได้หมายถึงการวางสิ่งของจริงไว้ที่ใดที่หนึ่ง รูปแบบที่นำไปใช้ได้อีกคือ put + เนื้อหา + on the screen เนื้อหาอาจเป็นคำตอบ รูปภาพ คำแนะนำ หรือข้อมูลดิจิทัลอื่น ๆ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายถึงคำแนะนำจะถูกแสดงบนหน้าจอ

  1. I'll take the instructions off the screen.
  2. I'll put the instructions on the screen.
  3. I'll put the instructions in my bag.
ดูคำตอบ

I'll put the instructions on the screen.

so please pause the video to check your answers. น้ำเสียง/เจตนา

6:36

ดังนั้นโปรดหยุดวิดีโอชั่วคราวเพื่อตรวจคำตอบของคุณ

น้ำเสียง/เจตนา

please pause ... to check ...: คำสั่งสุภาพที่บอกจุดประสงค์

Please pause the video เป็นประโยคคำสั่งที่สุภาพ โดย please ช่วยให้คำสั่งตรง ๆ ฟังนุ่มนวลขึ้น และ pause ใช้รูปกริยาพื้นฐาน To check your answers เป็น infinitive ที่บอกจุดประสงค์ โดยอธิบายว่าทำไมจึงควรหยุดวิดีโอ ไม่ใช่คำสั่งที่สองที่แยกจากกัน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ please + กริยารูปพื้นฐาน + to + กริยารูปพื้นฐาน โดยการกระทำส่วนหลังบอกจุดประสงค์

แบบฝึกหัด

เติมคำสั่งด้วยรูปที่ถูกต้องของ check เพื่อบอกจุดประสงค์: Please open the document ____ the details.

ดูคำตอบ

to check

So how did you do? น้ำเสียง/เจตนา

6:42

เป็นยังไงกันบ้างคะ

น้ำเสียง/เจตนา

How did you do?: การถามถึงผลงาน

How did you do? ใช้ถามถึงผลงานหรือผลลัพธ์โดยรวมของคนหนึ่งในการสอบ การแข่งขัน แบบฝึกหัด การสัมภาษณ์ หรืองานอื่นที่เสร็จแล้ว ในที่นี้ do หมายถึงทำผลงาน ไม่ได้หมายถึงลงมือทำการกระทำหนึ่ง เนื่องจาก did ทำหน้าที่แสดงอดีตแล้ว กริยาหลักจึงคงอยู่ในรูปพื้นฐาน: did ... do

แบบฝึกหัด

เพื่อนของคุณเพิ่งแข่งวิ่งเสร็จ คำถามใดถามถึงผลงานของเพื่อน?

  1. How are you after the race?
  2. How did you do in the race?
  3. What did you do after the race?
ดูคำตอบ

How did you do in the race?

Let me know down in the comments น้ำเสียง/เจตนา

6:44

บอกฉันที่ด้านล่างในความคิดเห็น

น้ำเสียง/เจตนา

Let me know down in the comments: ชวนผู้ชมตอบในช่องความคิดเห็น

Let me know เป็นคำขอที่เป็นมิตร ใช้ขอให้อีกฝ่ายบอกข้อมูล คำตอบ หรือความคิดเห็น ในที่นี้ down in the comments บอกผู้ชมว่าควรตอบที่ไหน คือในช่องความคิดเห็นใต้วิดีโอหรือโพสต์ ทั้งวลีเป็นคำเชิญที่ผู้สร้างเนื้อหามักใช้เพื่อให้ผู้ชมมีส่วนร่วม คำว่า down บอกตำแหน่งของช่องความคิดเห็นบนหน้าเว็บ ไม่ได้สั่งให้ผู้ชมเคลื่อนลงไปก่อนแล้วจึงพูด

แบบฝึกหัด

ในตอนท้ายของวิดีโอทำอาหาร ประโยคใดขอให้ผู้ชมบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่าพวกเขาลองทำสูตรไหน

  1. Move down and tell me which recipe you tried.
  2. Tell me at our meeting which recipe you tried.
  3. Let me know down in the comments which recipe you tried.
ดูคำตอบ

Let me know down in the comments which recipe you tried.

what score you got out of 15. วลี

6:45

ว่าคุณได้คะแนนเท่าไหร่จาก 15 คะแนน

วลี

what score you got out of 15: คะแนนที่ได้และคะแนนเต็ม

ใน what score you got out of 15 ส่วน out of 15 ระบุคะแนนเต็มที่เป็นไปได้ คือ 15 คะแนน ข้อมูลที่ยังไม่รู้คือคะแนนที่ได้จริง ตัวอย่างเช่น 12 out of 15 หมายถึงได้ 12 คะแนนจากคะแนนเต็ม 15 คะแนน เนื่องจากอนุประโยคนี้เติมเนื้อหาหลัง Let me know ในบรรทัดก่อน จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า what score you got ไม่ใช่ what score did you get หากใช้เป็นคำถามตรง ๆ เพียงลำพัง จะเป็น What score did you get out of 15?

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่ใช้บอกคะแนนเต็มให้สมบูรณ์: Nora got 14 ____ 15 on the quiz.

ดูคำตอบ

out of

I'm curious to know. น้ำเสียง/เจตนา

6:48

ฉันอยากรู้จัง

น้ำเสียง/เจตนา

“I'm curious to know”: แสดงความสนใจอย่างเป็นมิตร

“I'm curious to know” หมายถึง “ฉันอยากรู้” เป็นการแสดงความสนใจอย่างเป็นมิตร จึงฟังดูนุ่มนวลกว่าการบังคับให้อีกฝ่ายตอบ วลีนี้สามารถตามด้วยอนุประโยคคำถามได้ เช่น “I'm curious to know what you think.” หากใช้วลีนี้เพียงอย่างเดียว บริบทก่อนหน้าต้องทำให้ชัดเจนว่าผู้พูดอยากรู้อะไร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงความสนใจต่อความคิดเห็นของผู้อื่นอย่างเป็นมิตรและเป็นธรรมชาติที่สุด

  1. You must tell me what you think.
  2. I curious to know what you think.
  3. I'm curious to know what you think.
ดูคำตอบ

I'm curious to know what you think.

If you're interested in more IELTS videos, ไวยากรณ์

6:49

หากคุณสนใจวิดีโอเกี่ยวกับ IELTS เพิ่มเติม

particularly listening videos or IELTS tips,

6:52

โดยเฉพาะวิดีโอการฟังหรือเคล็ดลับ IELTS

then I have created a playlist for you

6:55

ฉันได้สร้างเพลย์ลิสต์ไว้ให้คุณแล้ว

ไวยากรณ์

“If you're interested in ..., then I have created ...”: แนะนำแหล่งข้อมูลตามความสนใจ

อนุประโยค if อย่าง “If you're interested in ...” ระบุผู้ฟังที่อาจสนใจหัวข้อนั้น ส่วนประโยคหลัก “then I have created ... for you” เสนอแหล่งข้อมูลที่เตรียมไว้แล้วให้ผู้ฟังกลุ่มนั้น วิธีนี้ทำให้คำแนะนำเป็นทางเลือก ไม่ใช่คำสั่ง “Particularly” ทำให้หัวข้อกว้างแคบลงไปยังประเภทที่ต้องการเน้น “Then” แสดงส่วนถัดไปของรูปแบบ if อย่างชัดเจน แต่สามารถละได้ในภาษาอังกฤษทั่วไป “I have created” บอกว่าเพลย์ลิสต์สร้างเสร็จแล้วและพร้อมใช้งานตอนนี้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้เงื่อนไขเกี่ยวกับความสนใจเพื่อเสนอแหล่งข้อมูลที่เตรียมไว้แล้ว

  1. You must read my guide, so you are interested in drawing.
  2. If you're interested in drawing, then I've made a short guide for you.
  3. If I've made a short guide, then you're interested in drawing.
ดูคำตอบ

If you're interested in drawing, then I've made a short guide for you.

and I've put it in the description as well in the card above. วัฒนธรรม

6:57

และฉันได้ใส่ไว้ในคำอธิบาย รวมถึงในการ์ดด้านบนด้วย

วัฒนธรรม

I've put it in the description ... in the card above: ใส่ไว้ในคำอธิบายและการ์ดด้านบน

ในที่นี้ it หมายถึงเพลย์ลิสต์ที่พูดถึงก่อนหน้านี้ the description คือพื้นที่ข้อความที่แนบอยู่กับหน้าวิดีโอ ส่วน the card above คือการ์ดแนะนำที่คลิกได้ซึ่งแสดงพร้อมกับวิดีโอ ไม่ใช่การ์ดกระดาษ ผู้พูดกำลังบอกสองช่องทางในการหาเพลย์ลิสต์เดียวกัน as well เพิ่มตำแหน่งที่สอง คือ นอกจากคำอธิบายแล้ว ผู้ชมยังใช้การ์ดด้านบนได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ในบริบทของแพลตฟอร์มวิดีโอนี้ card above หมายถึงอะไร?

  1. การ์ดแนะนำที่คลิกได้และเชื่อมโยงจากวิดีโอ
  2. การ์ดกระดาษที่วางอยู่เหนือหน้าจอ
  3. บัตรประจำตัวของผู้สร้างวิดีโอ
ดูคำตอบ

การ์ดแนะนำที่คลิกได้และเชื่อมโยงจากวิดีโอ

So click on that if you want more IELTS stuff. โน้ต

7:00

ดังนั้นคลิกที่นั่นหากคุณต้องการเนื้อหาเกี่ยวกับ IELTS เพิ่มเติม

วลี

click on that: เลือกรายการเฉพาะบนส่วนติดต่อผู้ใช้

Click on that หมายถึงการเลือกリンク ปุ่ม หรือการ์ดรายการใดรายการหนึ่งที่พูดถึงไปแล้ว that ชี้กลับไปยังรายการที่ชัดเจนในบทสนทนาหรือบนหน้าจอ ในวลีนี้ on เป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบที่ใช้กันทั่วไป คือ click on + รายการบนส่วนติดต่อผู้ใช้ ไม่ได้เพิ่มความหมายแยกต่างหากเกี่ยวกับตำแหน่งทางกายภาพ คำสั่งนี้บอกให้ผู้ชมเปิดใช้งานรายการนั้น

แบบฝึกหัด

คำสั่งใดใช้ click on that ได้อย่างเป็นธรรมชาติสำหรับลิงก์ที่เพิ่งพูดถึง?

  1. Click to that to open the page.
  2. Click on that to open the page.
  3. Look on that to open the page.
ดูคำตอบ

Click on that to open the page.

การใช้คำ

IELTS stuff: คำเรียกแบบไม่เป็นทางการสำหรับเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ในประโยคนี้ IELTS stuff เป็นวิธีพูดแบบไม่เป็นทางการที่หมายถึงเนื้อหาหลายอย่างเกี่ยวกับ IELTS เช่น วิดีโอ เคล็ดลับ แบบฝึกหัด หรือสื่อการเรียน คำว่า stuff ช่วยรวมสิ่งเหล่านี้ไว้โดยไม่ต้องไล่บอกทีละอย่าง เมื่อใช้ในความหมายนี้ stuff เป็นคำนามนับไม่ได้ จึงพูดว่า more IELTS stuff ไม่ใช่ more IELTS stuffs

แบบฝึกหัด

ตัดสินว่าสำนวนภาษาอังกฤษนี้เหมาะกับสถานการณ์หรือไม่: รายงานเชิงวิชาการฉบับหนึ่งเขียนว่า “This report evaluates IELTS stuff.”

  1. ไม่เหมาะสม
  2. เหมาะสม
ดูคำตอบ

ไม่เหมาะสม

Enjoy the rest of your week น้ำเสียง/เจตนา

7:05

ขอให้สนุกกับสัปดาห์ที่เหลือนะคะ

น้ำเสียง/เจตนา

Enjoy the rest of your week: คำอวยพรที่เป็นมิตรตอนจบการสนทนา

Enjoy the rest of your week เป็นคำอวยพรที่เป็นมิตรตอนจบการสนทนา หมายถึง “ขอให้คุณมีความสุขกับวันต่าง ๆ ที่เหลือในสัปดาห์นี้” และช่วยจบการสนทนาด้วยน้ำเสียงอบอุ่น the rest of your week หมายถึงส่วนของสัปดาห์ปัจจุบันที่ยังเหลืออยู่ ในที่นี้ rest หมายถึง “ส่วนที่เหลือ” ไม่ได้หมายถึงการหยุดพักตลอดทั้งสัปดาห์

แบบฝึกหัด

เติมคำอวยพรปิดท้ายด้วยวลีจากบทเรียนนี้ที่ตรงกับความหมายว่า “ช่วงเวลาที่เหลือของสัปดาห์ของคุณ”: Enjoy ____.

ดูคำตอบ

the rest of your week

and I will see you next lesson. น้ำเสียง/เจตนา

7:06

แล้วเจอกันบทเรียนหน้าค่ะ

น้ำเสียง/เจตนา

ปิดบทเรียนด้วย I will see you next lesson

I will see you next lesson เป็นคำกล่าวลาที่เป็นมิตรสำหรับใช้ปิดบทเรียน ประโยคนี้บอกลาชั่วคราวและสื่อว่าผู้พูดคาดหวังให้ผู้ฟังกลับมาเรียนบทเรียนถัดไป ใน see you คำว่า see หมายถึงการพบหรือมีปฏิสัมพันธ์กันอีกครั้ง ไม่ได้หมายถึงแค่การใช้ตามอง และไม่จำเป็นต้องพบกันต่อหน้า ส่วน next lesson เป็นวลีบอกเวลาว่าการพบหรือมีปฏิสัมพันธ์ครั้งถัดไปจะเกิดขึ้นเมื่อใด

แบบฝึกหัด

ครูกำลังจบบทเรียนวันนี้และคาดว่าจะสอนผู้เรียนกลุ่มเดิมในชั้นถัดไป คำกล่าวปิดท้ายข้อใดตรงกับความหมายนี้ที่สุด

  1. I'll watch you during the next lesson.
  2. I'll see you next lesson.
  3. I'll see you after the next lesson.
ดูคำตอบ

I'll see you next lesson.

Bye-bye.

7:08

บ๊ายบาย