คุณจะตัดสินใจไปที่ไหนในวันสิ้นโลกซอมบี้? - David Hunter: บทเรียนภาษาอังกฤษ
TED-Ed
ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอใช้เหตุการณ์ซอมบี้ล้างโลกเป็นสถานการณ์สมมติ เพื่ออธิบายว่าการวิเคราะห์การเคลื่อนที่ทางภูมิศาสตร์ของผู้คน สินค้า และแนวคิดช่วยค้นหาเส้นทางที่ปลอดภัยกว่าได้อย่างไร พร้อมเชื่อมโยงสาเหตุของการย้ายถิ่น เส้นทางคมนาคม ภูมิประเทศ และความสัมพันธ์ระหว่างสถานที่เข้ากับวิธีสามขั้นตอนสำหรับเลือกว่าจะหนีไปที่ใด ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. movement. — ความหมายและระดับการใช้คำศัพท์: เข้าใจว่าในบริบทภูมิศาสตร์ คำนี้ไม่ได้หมายถึงการขยับร่างกายเท่านั้น แต่หมายถึงการไหลเวียนของผู้คน สินค้า ข้อมูล และแนวคิดระหว่างสถานที่ ความหมายเฉพาะสาขานี้ช่วยให้ติดตามเหตุผลเรื่องการย้ายถิ่น การเชื่อมต่อ เส้นทาง และความสัมพันธ์ระดับภูมิภาคได้ 2. push and pull factors. — ความหมายและระดับการใช้คำศัพท์: มองออกว่าคำศัพท์ทางภูมิศาสตร์และสังคมศาสตร์คู่นี้เป็นกรอบเปรียบเทียบเงื่อนไขที่ผลักให้คนออกจากสถานที่หนึ่งกับเงื่อนไขที่ดึงดูดไปยังอีกแห่ง จึงใช้จัดระบบคำอธิบายการตัดสินใจย้ายถิ่น รวมถึงมุกสลับมุมมองระหว่างมนุษย์กับซอมบี้ได้ 3. By comparing relationships between different places, — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้ว่า by ตามด้วย gerund ใช้บอกวิธีที่นำไปสู่ผลลัพธ์ โครงสร้างกระชับนี้ช่วยอธิบายเชิงวิเคราะห์ได้ว่า การเปรียบเทียบสถานที่ เส้นทาง หรือจุดเชื่อมต่อทำให้เห็นระดับความสัมพันธ์และตัวเลือกที่อาจปลอดภัยกว่า
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Worst case scenario: การเกริ่นถึงผลลัพธ์ที่แย่ที่สุด
“Worst case scenario” เป็นกลุ่มคำนามตายตัว หมายถึงผลลัพธ์ที่แย่ที่สุดซึ่งยังมีความเป็นไปได้เมื่อเทียบกับทางอื่น ๆ ในที่นี้วลีนี้อยู่เดี่ยว ๆ เพื่อวางกรอบให้ผู้ฟังนึกถึงกรณีด้านลบที่รุนแรงที่สุดก่อนพิจารณาว่าควรทำอย่างไร วลีนี้กำหนดขอบเขตสูงสุดของความเสี่ยง ไม่ได้ทำนายว่าผลนั้นจะเกิดขึ้นจริง ในประโยคเต็มมักใช้ “In the worst-case scenario, ...” ส่วนรูปเดี่ยว “Worst case scenario, ...” พบได้บ่อยเป็นพิเศษในภาษาพูด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีตายตัวสามคำที่ใช้วางกรอบผลลัพธ์ที่แย่ที่สุด: The roads may close. ____, we'll stay another night.
ดูคำตอบ
Worst case scenario
You might be surprised to find out: การส่งสัญญาณถึงข้อมูลที่คาดไม่ถึง
“You might be surprised to find out” บอกผู้ฟังว่าข้อมูลที่จะตามมาอาจขัดกับสิ่งที่คาดไว้ วลีนี้ทำหน้าที่เกริ่นหรือเป็นป้ายบอกทางในเนื้อหา โดยข้อมูลใหม่หลักจะอยู่หลัง find out “Might” ทำให้การคาดเดาปฏิกิริยาของผู้ฟังนุ่มนวลลง ไม่ได้ทำให้ข้อมูลนั้นไม่แน่นอน หลัง “find out” สามารถตามด้วยอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that หรืออนุประโยคคำถามทางอ้อมที่ขึ้นต้นด้วย how much, why หรือ what
แบบฝึกหัด
ใน “You might be surprised to find out that this tiny device can power a laptop,” ส่วนเปิดมีหน้าที่หลักอย่างไร?
- สั่งให้ผู้ฟังซ่อนปฏิกิริยาประหลาดใจ
- เตรียมผู้ฟังให้พร้อมรับข้อมูลที่อาจคาดไม่ถึง
- แสดงว่าผู้พูดสงสัยว่าอุปกรณ์ทำงานได้หรือไม่
ดูคำตอบ
เตรียมผู้ฟังให้พร้อมรับข้อมูลที่อาจคาดไม่ถึง
fend off doom: ป้องกันจุดจบอันเลวร้าย
fend off เป็นกริยาวลีที่หมายถึงต้านทาน ขับไล่ หรือป้องกันภัยคุกคามหรือผลเสีย ในการใช้นี้ off เป็นส่วนหนึ่งของกริยา ไม่ได้บอกทิศทางทางกายภาพ ใน you fend off doom คำว่า doom หมายถึงจุดจบอันเลวร้าย การจับคู่นี้จงใจให้ฟังดูเกินจริงและน่าตื่นเต้น กล่าวคือทักษะเหล่านี้อาจช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงหายนะ ไม่ใช่ผลัก “doom” ออกไปจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาวลีจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ต้านทานหรือป้องกันภัยคุกคาม”: Regular sleep can help your body ____ infection.
ดูคำตอบ
fend off
By geography, I mean ...: กำหนดความหมายที่ต้องการสื่อ
By X, I mean Y เป็นรูปแบบที่ใช้กำหนดว่าผู้พูดต้องการให้ X หมายถึงอะไรในการสนทนานี้ ในประโยคนี้ X คือ geography และ Y คือ analyzing the world around you ดังนั้น by geography จึงไม่ได้หมายถึง “โดยอาศัยภูมิศาสตร์” รูปแบบนี้จัดข้อมูลเป็นสองขั้นตอน คือบอกคำศัพท์ก่อน แล้วจึงให้คำจำกัดความเฉพาะที่ต้องการสื่อ เหมาะเมื่อคำหนึ่งอาจถูกเข้าใจในความหมายที่กว้างกว่าหรือแตกต่างออกไป
แบบฝึกหัด
เติมคำในคำจำกัดความโดยใช้รูปแบบ By X, I mean Y: ____ the word urgent, ____ something that cannot wait until tomorrow.
ดูคำตอบ
By · I mean
One geographic concept that could really help you out กริยาวลี
0:28แนวคิดทางภูมิศาสตร์อย่างหนึ่งที่สามารถช่วยคุณได้จริงๆ
could really help you out: ช่วยอย่างเป็นรูปธรรมในสถานการณ์ที่ยาก
ใน help someone out คำว่า out เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี ไม่ได้บอกทิศทาง สำนวนนี้หมายถึงการให้ความช่วยเหลือที่ใช้ได้จริงเมื่อใครสักคนมีปัญหา มีสิ่งที่ต้องทำมากเกินไป หรือต้องการความช่วยเหลือทันที ในประโยคนี้ could really help you out บอกว่าแนวคิดทางภูมิศาสตร์นั้นอาจมีประโยชน์มากในการรับมือกับสถานการณ์ที่ยาก เมื่อเทียบกับ help you แล้ว help you out เป็นภาษาสนทนามากกว่า และมักสื่อถึงการยื่นมือเข้าช่วยให้ปัญหาเฉพาะอย่างจัดการได้ง่ายขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมคำขอให้สมบูรณ์ด้วย help ... out: I can't carry all these boxes alone. Could you ____?
ดูคำตอบ
help me out
movement: การเคลื่อนย้ายในฐานะแนวคิดทางภูมิศาสตร์
ในที่นี้ movement เป็นแนวคิดทางภูมิศาสตร์ หมายถึงการไหลเวียนของผู้คน สินค้า ข้อมูล และแนวคิดจากสถานที่หนึ่งไปยังอีกสถานที่หนึ่ง ความหมายนี้กว้างกว่าท่าทางทางร่างกายหนึ่งครั้งหรือการเคลื่อนไหวของคนเพียงคนเดียว ความหมายนี้ทำให้เราตั้งคำถามว่าอะไรเป็นสิ่งที่เคลื่อนที่ เริ่มต้นและสิ้นสุดที่ใด เหตุใดจึงเคลื่อนที่ และการไหลเวียนนั้นเชื่อมโยงหรือเปลี่ยนแปลงสถานที่ต่าง ๆ อย่างไร
แบบฝึกหัด
ในบทเรียนภูมิศาสตร์ ประโยคใดใช้ movement ในความหมายกว้างแบบเดียวกัน?
- The map shows the movement of people, goods, and information between cities.
- The watch's movement needs to be repaired.
- She practiced the movement of her left arm.
ดูคำตอบ
The map shows the movement of people, goods, and information between cities.
But that's not all: บอกว่ายังมีข้อมูลเพิ่มเติม
But that's not all เป็นวลีเชื่อมที่บอกผู้ฟังว่ารายการหรือคำอธิบายก่อนหน้านี้ยังไม่ครบ ผู้พูดกำลังจะเพิ่มรายการ เหตุผล หรือรายละเอียดอีกอย่าง ในที่นี้ that กล่าวรวมถึงสิ่งที่เพิ่งพูดไป ไม่ได้หมายถึงวัตถุชิ้นใดชิ้นหนึ่งโดยเฉพาะ เมื่อฟังเจอวลีนี้ คุณจึงคาดได้ว่าจะมีข้อมูลตามมาอีก
แบบฝึกหัด
But that's not all มักบอกอะไรในการพูดหรือการอธิบาย?
- ผู้พูดจะแก้ไขข้อผิดพลาดในการออกเสียง
- ผู้พูดจะจบหัวข้อนี้ทันที
- ผู้พูดจะเพิ่มข้อมูลอีก
ดูคำตอบ
ผู้พูดจะเพิ่มข้อมูลอีก
Goods can be resources such as food supplies and weapons. วลี
0:45สินค้าอาจเป็นทรัพยากร เช่น เสบียงอาหาร และอาวุธ
such as food supplies and weapons: การใช้ such as เพื่อยกตัวอย่าง
Such as ใช้ยกตัวอย่างที่เจาะจงจากหมวดหมู่ที่กว้างกว่า ในที่นี้ food supplies และ weapons เป็นตัวอย่างของ resources ไม่ได้เป็นคำนิยามที่ครอบคลุมทรัพยากรทุกชนิด โครงสร้างที่ใช้ทั่วไปคือ หมวดหมู่ + such as + คำนามหรือวลีคำนาม ในประโยคนี้ หลัง such as เป็นรายการตัวอย่าง ไม่ใช่อนุประโยคที่สมบูรณ์
แบบฝึกหัด
เลือกคำเชื่อมที่เหมาะที่สุดสำหรับยกตัวอย่างต่อจากคำนามที่บอกหมวดหมู่โดยตรง: The app offers security features, ___ two-factor authentication and login alerts.
- although
- such as
- because
ดูคำตอบ
such as
tend to move: บอกแนวโน้มโดยทั่วไป
tend to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกสิ่งที่มักหรือโดยทั่วไปเกิดขึ้น โดยไม่ได้หมายความว่าจะเกิดขึ้นทุกครั้ง ในประโยคนี้ tend to move กล่าวถึงการเคลื่อนย้ายสิ่งของว่าเป็นรูปแบบโดยทั่วไป ไม่ใช่การกระทำเฉพาะครั้งใดครั้งหนึ่ง ตรงนี้ to นำหน้าคำกริยารูปพื้นฐาน move ซึ่งต่างจาก tend to + คำนาม เช่น tend to the garden อาจหมายถึง “ดูแลสวน”
แบบฝึกหัด
ใช้ tend to กับคำกริยา move เพื่อเติมข้อความสรุปนี้ให้สมบูรณ์: Crowds ____ slowly through narrow doorways.
ดูคำตอบ
tend to move
So if you see a big pile of zombie supplies where there wasn't one before,
0:52ดังนั้น หากคุณเห็นกองเสบียงซอมบี้จำนวนมากในจุดที่ไม่เคยมีมาก่อน
on the trail: ตามเบาะแสไปหาเป้าหมาย
on the trail เป็นสำนวนที่หมายถึงการกำลังติดตามเบาะแสซึ่งอาจนำไปสู่คน สิ่งของ หรือคำตอบ ในที่นี้ เสบียงที่เพิ่งปรากฏถือเป็นหลักฐาน ดังนั้น you're probably on the trail จึงหมายความว่าคุณน่าจะกำลังตามชุดเบาะแสที่เป็นประโยชน์ ไม่ได้หมายถึงยืนอยู่บนทางเดินจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ประโยคนี้หมายความว่าอะไร? The reporters are on the trail of the missing documents.
- พวกเขากำลังตามเบาะแสเพื่อหาเอกสารที่หายไป
- พวกเขากำลังเดินบนทางที่เอกสารเป็นเจ้าของ
- พวกเขาหยุดค้นหาเอกสารแล้ว
ดูคำตอบ
พวกเขากำลังตามเบาะแสเพื่อหาเอกสารที่หายไป
Ideas also move: move ในความหมายว่าแพร่กระจาย
ในที่นี้ move ใช้กับประธานนามธรรม ideas หมายความว่าแนวคิดสามารถแพร่กระจายหรือหมุนเวียนจากคน กลุ่ม สถานที่ หรือสื่อหนึ่งไปยังอีกแห่งหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงการเดินจริง ๆ หรือการเคลื่อนที่ทางกายภาพ also เพิ่ม ideas เข้าไปในกลุ่มสิ่งอื่นที่กำลังกล่าวถึงว่าสามารถเคลื่อนที่ได้ รูปแบบ สิ่งนามธรรม + move ใช้อธิบายว่าข้อมูล กระแส หรือวัฒนธรรมแพร่ไปตามเครือข่ายหรือสังคมได้อย่างไร
แบบฝึกหัด
ในประโยค “A strong idea can move from one community to another.” คำว่า move หมายถึงอะไร
- เปลี่ยนเป็นวัตถุที่จับต้องได้
- เดินด้วยเท้าเหมือนคน
- แพร่กระจายระหว่างคน กลุ่ม หรือสถานที่
ดูคำตอบ
แพร่กระจายระหว่างคน กลุ่ม หรือสถานที่
how to build a safe shelter: how to + กริยารูปพื้นฐาน
how to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกวิธีทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ใน how to build a safe shelter คำว่า build ยังคงเป็นกริยารูปพื้นฐานหลัง to วลี how to ทั้งวลีทำหน้าที่คล้ายคำนาม เป็นส่วนเติมเต็มหลังกริยาอย่าง know, learn, show หรือ explain วลีนี้ไม่ใช่คำถามโดยตรง จึงไม่เพิ่มประธานและไม่ใช้ do/does
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง how to + กริยารูปพื้นฐาน โดยใช้ build: The safety guide explains ____ a temporary shelter.
ดูคำตอบ
how to build
migration: การเคลื่อนย้ายจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง
Migration คือการเคลื่อนย้ายจากสถานที่หรือภูมิภาคหนึ่งไปยังอีกแห่งหนึ่ง ใช้ได้ทั้งกับคนที่ย้ายถิ่นฐานและสัตว์ที่อพยพตามฤดูกาล และไม่จำเป็นต้องข้ามพรมแดนของประเทศ ในประโยคนี้ it's called migration เป็นการตั้งชื่อให้กับการเคลื่อนย้ายที่กล่าวถึงก่อนหน้า ตัวอย่างซอมบี้เป็นมุกขำ ๆ แต่แนวคิดสำคัญคือการเคลื่อนย้ายระหว่างสถานที่ ไม่ใช่การขยับร่างกายเล็กน้อยแบบใดก็ได้
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของ migration ในความหมายกว้าง?
- นกที่อพยพลงใต้ในฤดูหนาว
- นักท่องเที่ยวที่เปิดแผนที่
- สุนัขที่หันตัวอยู่ในห้องเดิม
ดูคำตอบ
นกที่อพยพลงใต้ในฤดูหนาว
Two concepts that affect migration are push and pull factors. การใช้คำ
1:17สองแนวคิดที่ส่งผลต่อการอพยพคือ ปัจจัยผลัก และปัจจัยดึง
push and pull factors ในการอพยพ
Push and pull factors คือเหตุผลสองประเภทที่มีอิทธิพลต่อการอพยพ push factor คือสภาพที่ยากลำบากในสถานที่ที่คนกำลังจะจากมา เช่น สงครามหรือการขาดแคลนงาน ส่วน pull factor คือสภาพที่น่าดึงดูดในจุดหมายที่เป็นไปได้ เช่น ความปลอดภัยหรืองานที่ดีกว่า Push และ pull ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบ ไม่ใช่การผลักหรือดึงจริง ๆ ให้ดูว่าสาเหตุนั้นอยู่ที่ไหนและส่งผลไปในทิศทางใด สาเหตุนั้นผลักให้คนออกจากถิ่นกำเนิด หรือดึงดูดให้คนไปยังจุดหมาย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยศัพท์เกี่ยวกับการอพยพสองคำ: A dangerous conflict at home is a ____, while safety in another country is a ____.
ดูคำตอบ
push factor · pull factor
Push factors will make you want to leave somewhere. ไวยากรณ์
1:21ปัจจัยผลักจะทำให้คุณอยากออกจากที่ไหนสักแห่ง
will make you want to leave: make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน
ใน will make you want to leave คำว่า make เป็นกริยาแสดงเหตุให้เกิดผล และใช้โครงสร้าง make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน โดย you เป็นกรรมและ want เป็นกริยารูปพื้นฐานที่ไม่มี to ดังนั้นจึงไม่ใช้ make you to want วลีนี้มีโครงสร้างกริยาอีกชั้นคือ want + to-infinitive คำว่า to เป็นส่วนของ want to leave ส่วน will แสดงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้น รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ X makes someone want to do something
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ make + กรรม + กริยารูปพื้นฐานอย่างถูกต้องก่อน want + to-infinitive
- The bad smell made us want leave.
- The bad smell made us want to leave.
- The bad smell made us to want to leave.
ดูคำตอบ
The bad smell made us want to leave.
A lack of resources: a lack of + คำนาม
a lack of + คำนาม หมายถึงมีบางสิ่งไม่เพียงพอ ในที่นี้ resources หมายถึงวัสดุ เงิน บุคลากร หรือการสนับสนุนอื่นที่มีให้ใช้ วลีนี้ไม่ได้หมายความว่าไม่มีทรัพยากรเลยเสมอไป ในโครงสร้างนี้ lack เป็นคำนาม จึงใช้ of เชื่อมกับสิ่งที่ขาด คือ a lack of resources นามวลีทั้งหมดสามารถใช้ระบุปัญหา สาเหตุ หรือข้อจำกัดได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ a lack of + คำนาม อย่างถูกต้องเพื่อระบุทรัพยากรที่มีไม่เพียงพอ
- A lack of time delayed the project.
- A lack time delayed the project.
- A lacking of time delayed the project.
ดูคำตอบ
A lack of time delayed the project.
high crime rate: บอกระดับอาชญากรรมที่สูง
high crime rate เป็นกลุ่มคำที่ใช้ตามธรรมชาติเพื่อบอกว่าอาชญากรรมเกิดขึ้นในอัตราที่ค่อนข้างสูงในสถานที่หรือกลุ่มประชากรหนึ่ง ในที่นี้ rate หมายถึงสัดส่วนหรือความถี่ที่วัดได้ ไม่ได้หมายถึงความเร็ว ใช้ high หรือ low เพื่อบอกระดับของอัตรา วลีนี้ใช้ได้เมื่อพูดถึงเมือง ชุมชน นโยบายสาธารณะ หรือเหตุผลที่ผู้คนย้ายออกจากพื้นที่หนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมกลุ่มคำภาษาอังกฤษสามคำที่ตรงกับความหมายว่า ‘ความถี่ของอาชญากรรมค่อนข้างสูง’ ลงในประโยค: The neighborhood has a ____, so the city is adding better street lighting.
ดูคำตอบ
high crime rate
might be push factors making people want to move.
1:31อาจเป็นปัจจัยผลักที่ทำให้ผู้คนต้องการย้ายออกไป
enticing them to move: โครงสร้าง entice + กรรม + to-infinitive
entice someone to do something หมายถึงทำให้การกระทำหนึ่งดูน่าสนใจโดยเสนอหรือแสดงสิ่งที่ดึงดูดใจ ในประโยคนี้ pull factors ที่เป็นข้อดีดึงดูดให้ผู้คนย้ายถิ่น กล่าวคือ สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้คนอยากย้าย ไม่ได้บังคับพวกเขา enticing them to move เป็นอนุประโยค participle รูป -ing ที่เสริมผลซึ่งเกิดจาก pull factors ก่อนหน้า โดย them หมายถึง lots of people
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ entice + คน + to + กริยารูปพื้นฐานได้ถูกต้อง?
- The grant enticed the artist apply for the program.
- The grant enticed the artist for apply to the program.
- The grant enticed the artist to apply for the program.
ดูคำตอบ
The grant enticed the artist to apply for the program.
a city full of people would be a pull factor วลี
1:43เมืองที่เต็มไปด้วยผู้คนก็จะกลายเป็นปัจจัยดึงดูด
While ..., ... would be ... เพื่อแสดงความเปรียบต่าง
ในที่นี้ While ใช้เปิดประเด็นเพื่อเปรียบต่างมุมมองสองด้าน ไม่ได้หมายถึง “ในระหว่างที่” อนุประโยคแรกกล่าวว่าซอมบี้เป็นสิ่งที่ผลักให้มนุษย์หนีไป ส่วนประโยคหลักเปลี่ยนมุมมองไปอธิบายว่าเหตุใดเมืองที่มีผู้คนหนาแน่นจึงดึงดูดซอมบี้ โครงสร้าง While A, B would be C เริ่มจากการให้ข้อประเมินหนึ่ง แล้วตามด้วยข้อประเมินที่ต่างกันในสถานการณ์สมมติ Would be บอกผลลัพธ์ตามสมมตินั้น ไม่ใช่เหตุการณ์ในอดีต
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ while เพื่อเปรียบต่างข้อประเมินสองอย่าง แทนที่จะบรรยายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกัน?
- While I was cooking, the phone rang.
- While the apartment is small, it would be easy to maintain.
- While the children slept, the rain continued.
ดูคำตอบ
While the apartment is small, it would be easy to maintain.
a city full of people: full of + คำนาม
Full of + คำนาม หมายถึงมีคนหรือสิ่งของอยู่เป็นจำนวนมาก ใน a city full of people วลี full of people วางหลัง city เพื่อบอกว่าเป็นเมืองแบบใด ต้องคง of ไว้หน้าคำนาม: ใช้ full of people ไม่ใช่ full people โครงสร้างเดียวกันยังใช้อธิบายเนื้อหาที่ไม่เป็นรูปธรรมได้ เช่น a story full of surprises
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้าง full of และคำนามในวงเล็บเติมประโยคให้สมบูรณ์: The waiting room was ____. (people)
ดูคำตอบ
full of people
There are some things that make movement easier for people or zombies. ไวยากรณ์
1:50มีบางสิ่งที่ทำให้การเดินทางง่ายขึ้นสำหรับคนหรือซอมบี้
make movement easier for: ทำให้กิจกรรมง่ายขึ้นสำหรับกลุ่มหนึ่ง
โครงสร้าง make + กรรม + คำคุณศัพท์ ใช้บอกการเปลี่ยนแปลงหรือผลลัพธ์ที่ถูกทำให้เกิดขึ้น ในประโยคนี้ movement เป็นกรรม ส่วน easier อธิบายว่าการเคลื่อนที่ยากน้อยลง ไม่ได้หมายความว่า people or zombies กลายเป็นสิ่งที่ “ง่าย” for + บุคคลหรือกลุ่ม ระบุว่าใครได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงนั้น หรือกำลังอธิบายจากมุมมองของใคร สามารถนำไปใช้เป็นรูปแบบ make + กิจกรรมหรือสิ่งของ + easier/harder/safer + for + บุคคลหรือกลุ่ม
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกได้ถูกต้องว่าทางลาดช่วยลดความยากในการเคลื่อนที่สำหรับผู้ใช้รถเข็น?
- A ramp makes movement easier for wheelchair users.
- A ramp makes easier movement for wheelchair users.
- A ramp makes wheelchair users easier for movement.
ดูคำตอบ
A ramp makes movement easier for wheelchair users.
Moving across clear open space is easier than a tough terrain. ไวยากรณ์
1:57การเคลื่อนที่ข้ามพื้นที่โล่งกว้างนั้นง่ายกว่าภูมิประเทศที่ยากลำบาก
Moving across ... is easier than ...: เปรียบเทียบความยากของกิจกรรม
Moving across clear open space เป็นวลี gerund วลีทั้งหมดใช้เรียกกิจกรรมหนึ่งอย่างและทำหน้าที่เป็นประธานเอกพจน์ของ is โดย moving ในที่นี้ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของ present progressive is easier than ใช้เริ่มการเปรียบเทียบระดับความยาก สิ่งที่ต้องการเปรียบเทียบคือการเคลื่อนที่ผ่านพื้นที่เปิดโล่งกับการเคลื่อนที่ผ่านภูมิประเทศที่ยาก รูปแบบที่ชัดเจนและนำไปใช้ต่อได้คือ Doing A is easier than doing B
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้วลี -ing เป็นประธานอย่างเป็นธรรมชาติและเปรียบเทียบด้วยโครงสร้างที่ขนานกัน?
- Driving on the highway is easier than a narrow mountain road.
- Drive on the highway is easier than driving on a narrow mountain road.
- Driving on the highway is easier than driving on a narrow mountain road.
ดูคำตอบ
Driving on the highway is easier than driving on a narrow mountain road.
Just as ..., so can ... สำหรับการเปรียบเทียบแบบขนาน
รูปแบบ just as A can ..., so can B หมายความว่า B สามารถทำหรือก่อให้เกิดสิ่งชนิดเดียวกับ A ได้ ในประโยคนี้ ลักษณะภูมิประเทศและขอบเขตทางการเมืองถูกนำมาเปรียบเทียบแบบขนาน เพราะทั้งสองอย่างสามารถสร้างหรือทำหน้าที่เป็นขอบเขตที่ส่งผลต่อการเคลื่อนที่ได้ อนุประโยคที่สองใช้การกลับลำดับแบบ so + can + ประธาน ดังใน so can political boundaries ตรงนี้ so หมายถึง «เช่นเดียวกัน» ไม่ได้หมายถึง «ดังนั้น» และวาง can ซ้ำไว้หน้าประธานใหม่เพื่อให้ข้อความทั้งสองส่วนขนานกัน
แบบฝึกหัด
เติมการเปรียบเทียบแบบเป็นทางการให้สมบูรณ์: Just as regular stretching can improve flexibility, ____ a balanced warm-up.
ดูคำตอบ
so can
Political boundaries, like a border gate: ประเภทและตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม
political boundaries คือเส้นแบ่งที่รัฐบาลหรือหน่วยงานปกครองสร้างขึ้นหรือรับรองอย่างเป็นทางการ เช่น เส้นแบ่งประเทศ รัฐ หรือเมือง ตรงนี้ political หมายถึงสิ่งที่เกี่ยวข้องกับอำนาจสาธารณะและอาณาเขต ไม่ได้หมายถึงความชอบพรรคการเมืองของบุคคล วลี like a border gate เปลี่ยนแนวคิดที่เป็นนามธรรมให้เป็นตัวอย่างรูปธรรมของการควบคุมการเคลื่อนที่ กล่าวให้แม่นยำคือ border gate เป็นสถานที่ผ่านเข้าออกที่ตั้งอยู่บนขอบเขตทางการเมือง ไม่ใช่ขอบเขตทั้งหมด
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดแสดงทั้ง political boundary และสถานที่ที่ควบคุมการเคลื่อนที่ข้ามเขตแดนนั้น?
- เขตแดนของประเทศที่มีด่านตรวจอย่างเป็นทางการ
- สันเขาที่แบ่งหุบเขาสองแห่ง
- ร่องน้ำที่เกิดจากการกัดเซาะ
ดูคำตอบ
เขตแดนของประเทศที่มีด่านตรวจอย่างเป็นทางการ
So how can you analyze these movement factors to help your chance of survival? วลี
2:08แล้วคุณจะวิเคราะห์ปัจจัยการเคลื่อนย้ายเหล่านี้ เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตได้อย่างไร?
chance of survival: ความเป็นไปได้ที่จะรอดชีวิต
ในที่นี้ your chance of survival หมายถึงความเป็นไปได้ที่คุณจะยังมีชีวิตอยู่ในสถานการณ์อันตราย chance ในบริบทนี้สื่อถึงความน่าจะเป็น ไม่ใช่โอกาสที่จะเข้าร่วมกิจกรรมหรือทำบางสิ่ง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ someone's หรือ the chance of + คำนามหรือรูป -ing เช่น the chance of recovery และ the chance of finding help
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้โครงสร้างเป้าหมาย chance of + คำนาม และใช้ survival: Clean drinking water can improve their ____.
ดูคำตอบ
chance of survival
There are three basic steps: การเกริ่นนำกระบวนการ
There are three basic steps เป็นประโยคที่ทำหน้าที่บอกโครงสร้างล่วงหน้า ก่อนที่ผู้พูดจะเริ่มแจกแจงรายละเอียด ประโยคนี้บอกผู้ฟังว่าจะมีขั้นตอนสามส่วน ทำให้ติดตามคำอธิบายได้ง่ายขึ้น ในรูปแบบนี้ There are ใช้แนะนำสิ่งที่มีอยู่ ตัวเลขกำหนดจำนวนรายการ และ basic หมายถึงพื้นฐานหรือแกนหลัก ไม่ได้หมายถึงไม่สำคัญ คุณสามารถใช้ There are + ตัวเลข + คำคุณศัพท์ + คำนามพหูพจน์ เพื่อเกริ่นนำเหตุผล กฎ ตัวเลือก หรือขั้นตอน
แบบฝึกหัด
เมื่อประโยคนี้ปรากฏก่อนคำอธิบายที่เรียงเป็นข้อ หน้าที่หลักของประโยคคืออะไร? There are three basic steps.
- ประโยคนี้บอกผลลัพธ์สุดท้ายของกระบวนการ
- ประโยคนี้เกริ่นนำกระบวนการที่มีสามส่วน
- ประโยคนี้บอกว่าขั้นตอนเหล่านั้นไม่สำคัญ
ดูคำตอบ
ประโยคนี้เกริ่นนำกระบวนการที่มีสามส่วน
find the patterns of movement that happen over that connection. การใช้คำ
2:28ค้นหารูปแบบการเคลื่อนย้ายที่เกิดขึ้นบนการเชื่อมโยงนั้น
patterns of movement: รูปแบบการเคลื่อนที่ที่เกิดซ้ำ
ในประโยคนี้ patterns of movement หมายถึงลักษณะที่การเคลื่อนที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ หรืออย่างเป็นแบบแผนผ่านความเชื่อมโยงหนึ่ง รูปแบบนี้อาจรวมถึงเส้นทางที่ใช้บ่อย ทิศทาง ความถี่ หรือช่วงเวลา โดย pattern ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงลวดลายตกแต่ง วลีพหูพจน์นี้ให้มองการเคลื่อนที่หลายครั้งเพื่อหาแนวโน้มร่วม แทนที่จะสนใจการเดินทางเพียงครั้งเดียวหรือตำแหน่งของคนเพียงคนเดียว
แบบฝึกหัด
ข้อค้นพบใดเป็นตัวอย่างของ pattern of movement
- จักรยานคันหนึ่งทาสีน้ำเงิน
- รถไฟขบวนหนึ่งอยู่ที่สถานีแห่งหนึ่งตอนเที่ยง
- ผู้เดินทางส่วนใหญ่เข้าไปยังใจกลางเมืองในตอนเช้าและเดินทางกลับในตอนเย็น
ดูคำตอบ
ผู้เดินทางส่วนใหญ่เข้าไปยังใจกลางเมืองในตอนเช้าและเดินทางกลับในตอนเย็น
you can see what connections they have.
2:37คุณสามารถมองเห็นได้ว่าสถานที่เหล่านั้นเชื่อมโยงกันอย่างไร
By comparing ...: ใช้ by + -ing เพื่อบอกวิธีการ
By comparing ... ใช้โครงสร้าง by + gerund หรือรูป -ing เพื่อบอกวิธีที่ทำให้เกิดผลในอนุประโยคหลัก ในที่นี้ การเปรียบเทียบความสัมพันธ์คือวิธีที่ช่วยให้มองเห็นความเชื่อมโยง รูปแบบที่พบบ่อยคือ By doing X, you can Y เนื่องจาก by ในที่นี้เป็นคำบุพบท จึงต้องตามด้วย comparing ไม่ใช่ compare ในการใช้นี้ by หมายถึง “ด้วยการทำ...” ไม่ได้หมายถึง “อยู่ข้าง...”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ by + รูป -ing ของ compare: ____ the two schedules, you can find the faster route.
ดูคำตอบ
By comparing
highway connecting them: อนุประโยค -ing ที่วางหลังคำนาม
ในนามวลี highway connecting them นั้น connecting them เป็นอนุประโยคกริยารูป -ing ที่วางหลัง highway และใช้ระบุว่าเป็นทางหลวงสายใด คือสายที่เชื่อมสองเมืองนั้น คำว่า Them หมายถึงสองเมืองดังกล่าว นามวลีทั้งหมดเป็นรูปย่อของ the highway that connects them โดย Connecting ไม่ใช่กริยาหลักอีกตัว กริยาหลักของประโยคคำสั่งคือ look
แบบฝึกหัด
ใช้รูป -ing ของ connect เติมนามวลีแบบกระชับให้สมบูรณ์: We followed the road ____ the two villages.
ดูคำตอบ
connecting
commute to work: เดินทางไปทำงานเป็นประจำ
Commute to work หมายถึงการเดินทางระหว่างบ้านกับสถานที่ทำงานเป็นประจำ ในประโยคนี้ ผู้คนใช้ทางหลวงสำหรับการเดินทางไปทำงานที่เกิดซ้ำ ไม่ใช่การเดินทางเพียงครั้งเดียว Commute ใช้เรียกการเดินทางที่เป็นกิจวัตร ส่วน to work บอกจุดหมายหรือวัตถุประสงค์ และสามารถเพิ่มความถี่หรือวิธีเดินทางได้ เช่น commute to work every day และ commute to work by train
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ commute to work ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- Leo commutes on a one-time vacation tomorrow.
- Leo commutes to work by train every weekday.
- Leo commutes to a concert for fun tonight.
ดูคำตอบ
Leo commutes to work by train every weekday.
have a strong relationship: ความเชื่อมโยงที่แน่นแฟ้นระหว่างเมือง
ในที่นี้ have a strong relationship หมายถึงเมืองต่าง ๆ เชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิดผ่านการเดินทางไปทำงาน การคมนาคม กิจกรรมทางเศรษฐกิจ หรือรูปแบบที่คล้ายกัน ในบริบทนี้ relationship หมายถึงความเชื่อมโยงระหว่างสถานที่ ไม่ใช่ความรู้สึกระหว่างคน Strong แสดงว่าความเชื่อมโยงนั้นมีระดับสูง วลีนี้ไม่ได้ระบุว่าความเชื่อมโยงเป็นประเภทใดอย่างชัดเจน จึงต้องพิจารณาจากบริบทรอบข้าง
แบบฝึกหัด
ในรายงานการคมนาคมในเมือง “The two cities have a strong relationship” น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด
- เมืองเหล่านั้นมีความรู้สึกเชิงรักใคร่ต่อกัน
- เมืองเหล่านั้นเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิดผ่านการเดินทางและกิจกรรม
- เมืองเหล่านั้นอยู่ในตำแหน่งเดียวกันทุกประการ
ดูคำตอบ
เมืองเหล่านั้นเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิดผ่านการเดินทางและกิจกรรม
But this other city over here doesn't have a direct connection to the other cities. วลี
2:49แต่เมืองอีกแห่งตรงนี้ไม่มีการเชื่อมต่อโดยตรงกับเมืองอื่นๆ
have a direct connection to: การเชื่อมต่อที่ไม่มีขั้นตอนคั่นกลาง
รูปแบบ have a direct connection to + คำนาม หมายถึงสถานที่ อุปกรณ์ ระบบ หรือแนวคิดหนึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับเป้าหมาย ในประโยคนี้ เมืองดังกล่าวไม่มีเส้นทางหรือการเชื่อมต่อด้านการคมนาคมที่ตรงไปยังเมืองอื่นโดยไม่ผ่านสถานที่อีกแห่ง คำบุพบท to ใช้นำหน้าจุดหมายหรือเป้าหมายที่เชื่อมต่อ เช่น a connection to the rail network ส่วน Direct เน้นว่าไม่มีขั้นตอนคั่นกลาง โดยบริบทจะบอกว่าเป็นการเชื่อมต่อทางกายภาพ ทางเทคนิค หรือเชิงนามธรรมมากกว่า
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของรูปแบบ have a direct connection to: The laboratory computer ____ the private server.
ดูคำตอบ
has a direct connection to
in the way: ขวางทางหรือเป็นอุปสรรค
ในที่นี้ in the way หมายถึงการอยู่ในตำแหน่งที่ขวางการเคลื่อนที่หรือทำให้การเชื่อมต่อทำได้ยาก แม่น้ำเป็นสิ่งกีดขวางระหว่างสถานที่ต่าง ๆ วลีนี้ไม่ได้แปลตรงตัวว่า “อยู่ข้างในถนน” วลีนี้ใช้บอกได้ทั้งสิ่งกีดขวางทางกายภาพและอุปสรรคที่เป็นนามธรรม ในโครงสร้าง get in the way of + คำนาม วลีนี้หมายถึงการขัดขวางหรือรบกวนบางสิ่ง
แบบฝึกหัด
เติมวลีสามคำจากบทเรียนที่หมายถึง “กีดขวาง” ลงในประโยค: The large crate is ____, so we can't open the door.
ดูคำตอบ
in the way
It doesn't have as strong of a relationship. ไวยากรณ์
2:55มันจึงไม่มีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นเท่าไหร่นัก
as strong of a relationship: โครงสร้างเปรียบเทียบแบบไม่เป็นทางการ
ใน It doesn't have as strong of a relationship ส่วน not as strong บอกว่าระดับความแน่นแฟ้นต่ำกว่าเกณฑ์เปรียบเทียบที่เข้าใจได้อยู่แล้ว เกณฑ์นั้นมาจากบริบทรอบข้าง จึงไม่ได้กล่าวอนุประโยคเปรียบเทียบที่มี as ตัวที่สอง โครงสร้าง as + คำคุณศัพท์ + of a + คำนามเอกพจน์ เป็นรูปแบบไม่เป็นทางการที่ได้ยินโดยเฉพาะในภาษาพูดของอเมริกาเหนือ ตรงนี้ of เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างทั้งหมด ไม่ได้แสดงความเป็นเจ้าของ ในภาษาอังกฤษมาตรฐานที่ผ่านการตรวจแก้ โครงสร้างที่ตรงกันคือ as + คำคุณศัพท์ + a/an + คำนามเอกพจน์ เช่น as strong a relationship
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับภาษาอังกฤษแบบเป็นทางการที่ผ่านการตรวจแก้
- It doesn't have as strong of a relationship with the neighboring city.
- It doesn't have a relationship as strongly with the neighboring city.
- It doesn't have as strong a relationship with the neighboring city.
ดูคำตอบ
It doesn't have as strong a relationship with the neighboring city.
zombie outbreak: การใช้ outbreak เป็นคำนามสำหรับวิกฤตที่เกิดขึ้นฉับพลัน
ใน zombie outbreak คำว่า outbreak เป็นคำนามนับได้ที่หมายถึงการเริ่มต้นอย่างฉับพลันของเหตุการณ์อันตราย ซึ่งมักมีโอกาสแพร่กระจายได้ ส่วน zombie บอกว่าเป็น outbreak ประเภทใด รูปแบบเดียวกันนี้ใช้ในสถานการณ์จริงด้วย เช่น a disease outbreak และ an outbreak of violence ให้เข้าใจ outbreak เป็นคำนามหนึ่งคำ ไม่ใช่แยก out กับ break ออกจากกัน
แบบฝึกหัด
เติมคำนามที่หมายถึงการเริ่มต้นและแพร่กระจายอย่างฉับพลัน: Officials are investigating an ____ of food poisoning.
ดูคำตอบ
outbreak
would you rather + กริยารูปพื้นฐาน เพื่อถามความชอบ
Would you rather ใช้ถามว่าอีกฝ่ายชอบตัวเลือกใดมากกว่า และมักใช้กับตัวเลือกในสถานการณ์สมมติ ในคำถามนี้ which city ระบุสิ่งที่ต้องเลือก โครงสร้างคือ would + ประธาน + rather + กริยารูปพื้นฐาน เช่น would you rather start ในโครงสร้างนี้อย่าใส่ to หรือกริยารูป -ing ต่อจาก rather ทันที
แบบฝึกหัด
ประโยคใดถามให้อีกฝ่ายเลือกระหว่างกิจกรรมสองอย่างได้ถูกต้อง
- Would you rather take the bus or walk?
- Would you rather to take the bus or walk?
- Would you rather taking the bus or walking?
ดูคำตอบ
Would you rather take the bus or walk?
start out in: การเลือกสถานที่เริ่มต้น
ในประโยคนี้ start out in หมายถึง “เริ่มต้นในสถานที่หนึ่งโดยเฉพาะ” โดยมองเมืองนั้นเป็นสถานที่ที่การเดินทาง แผน หรือประสบการณ์เริ่มขึ้น ไม่ได้หมายถึง “เริ่มออกไปข้างนอก” เนื่องจาก which city ถูกย้ายไปไว้ต้นคำถาม in จึงคงอยู่ท้ายประโยคอย่างเป็นธรรมชาติ: Which city would you rather start out in? โครงสร้างเดียวกันใช้กับ what place หรือ where ได้ แต่เมื่อใช้ where มักละ in ท้ายประโยค: Where would you rather start out?
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ start out in: The team ____ a small office before moving downtown.
ดูคำตอบ
started out in
flee to: ระบุสถานที่ปลอดภัยที่หนีไป
ในคำถามนี้ flee to หมายถึง “หนีไปยังจุดหมายเพราะมีอันตราย” คำว่า flee มีความหมายของการออกห่างจากภัยคุกคามอยู่แล้ว จึงมีน้ำหนักมากกว่าการใช้เพียง go หรือ run Where ถูกย้ายไปไว้ต้นประโยค ส่วน to ยังคงอยู่ท้ายประโยค: Where would you flee to? บุพบท to ชี้ไปยังจุดหมาย ส่วนต้นทางหรืออันตรายมักตามหลัง from
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ flee to: After the evacuation order, the residents ____ higher ground.
ดูคำตอบ
fled to
So how do you decide where to go in a zombie apocalypse?
3:06แล้วคุณตัดสินใจได้อย่างไรว่าจะไปที่ไหนในเหตุการณ์หายนะซอมบี้?
lead ... to safety: นำผู้คนไปยังที่ปลอดภัย
Lead + บุคคลหรือกลุ่ม + to safety หมายถึงการนำพวกเขาออกจากอันตรายจนไปถึงสถานที่หรือสภาวะที่ปลอดภัย ในประโยคนี้ your camp of survivors สามารถใช้เรียกผู้รอดชีวิตในค่ายรวมกันเป็นกลุ่มได้ ในโครงสร้างนี้ to safety ทำหน้าที่คล้ายวลีบอกจุดหมายและโดยปกติไม่ใช้คำนำหน้านาม วลีนี้เน้นผลลัพธ์ว่าปลอดภัยแล้ว แม้จะไม่ได้ระบุสถานที่ที่แน่นอน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีตรงตามบทเรียนที่หมายถึง “พ้นจากอันตราย”: The firefighters led the family ____.
ดูคำตอบ
to safety
it helps to understand how and why we move.
3:18การเข้าใจว่าเราเคลื่อนย้ายอย่างไรและทำไมนั้นช่วยได้มาก
If you want to ..., it helps to ...: เชื่อมเป้าหมายกับวิธีที่เป็นประโยชน์
If you want to + คำกริยา ใช้บอกเป้าหมาย จากนั้น it helps to + คำกริยา ใช้บอกการกระทำที่ช่วยให้ไปถึงเป้าหมายนั้น ในประโยคนี้ เป้าหมายคือการมีชีวิตรอด และการกระทำที่มีประโยชน์คือการเข้าใจการเคลื่อนไหว ใน it helps to understand คำว่า it เป็นประธานที่ไม่ได้อ้างถึงสิ่งใดโดยเฉพาะว่าเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือ โครงสร้างนี้นำเสนอวิธีที่เป็นประโยชน์ ไม่ใช่คำสั่ง
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างคำแนะนำด้วยวลีสองคำตรงตามบทเรียน: If you want to sleep better, ____ to turn off screens before bed.
ดูคำตอบ
it helps