วิธีค้นหางานที่เติมเต็มชีวิต: บทเรียนภาษาอังกฤษ
The School of Life
ภาพรวมวิดีโอ: บทพูดนี้อธิบายว่าเหตุใดการคาดหวังความอิ่มเอมจากงานจึงเป็นแนวคิดสมัยใหม่ และเสนอหกวิธีรับมือความสับสนด้านอาชีพ ได้แก่ ยอมรับความไม่แน่ใจ สำรวจความชอบ ใช้เวลาคิด ทดลองทางเลือก มองหาปัญหาที่ควรแก้ และลงมือด้วยความมั่นใจ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. a big ask - ความหมายคำศัพท์และระดับภาษา: เข้าใจ ask ที่เป็นคำนามแบบไม่เป็นทางการ หมายถึงข้อเรียกร้องที่ทำได้ยาก และใช้ประเมินความคาดหวังที่หนักได้ 2. pick up on - กริยาวลี: เข้าใจว่า “สังเกตเห็นสัญญาณเล็กน้อย” และใช้เมื่อรับรู้อารมณ์ คำใบ้ หรือรายละเอียดที่ไม่ได้กล่าวตรง ๆ 3. give it a go. - สำนวนและภาษาภาพพจน์: เรียนรู้วิธีพูดว่า “ลองดูสักครั้ง” เมื่อความกล้าลงมือสำคัญกว่าความแน่นอน
คำอธิบายในบทเรียนนี้
rather than: เปรียบต่างคำบรรยายหนึ่งกับอีกคำบรรยายหนึ่ง
ในประโยคนี้ rather than เชื่อมคำบรรยายงานสองแบบที่ตรงข้ามกัน คือ fulfilling และ just painfully necessary โดยมีความหมายว่า “และไม่ใช่” หรือ “ตรงข้ามกับ” ดังนั้นใจความคือ งานอาจสร้างความอิ่มเอมใจได้ ไม่ใช่เป็นเพียงสิ่งจำเป็นที่ไม่น่าพึงพอใจ โครงสร้างนี้วางทางเลือกที่ผู้พูดยืนยันไว้หน้า rather than และวางทางเลือกที่ปฏิเสธหรือนำมาเปรียบเทียบไว้หลังคำนี้: A rather than B หากเป็นไปได้ ควรให้ A และ B มีรูปแบบไวยากรณ์ที่ขนานกัน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ rather than เพื่อเปรียบต่างแผนที่เลือกกับทางเลือกที่ปฏิเสธ?
- We will repair the bridge after we close it.
- We will repair the bridge as well as close it.
- We will repair the bridge rather than close it.
ดูคำตอบ
We will repair the bridge rather than close it.
Open Dr. Johnson's celebrated dictionary published in 1755,
0:09ลองเปิดพจนานุกรมชื่อดังของดร.จอห์นสันที่ตีพิมพ์ในปี 1755
and the word fulfillment doesn't even appear.
0:13และคำว่า 'การเติมเต็ม' (fulfillment) ก็ไม่มีปรากฏให้เห็นด้วยซ้ำ
we don't only expect to obtain money through our labor.
0:18เราไม่ได้คาดหวังแค่การได้เงินจากแรงงานของเราเท่านั้น
to a greater or lesser extent: จำกัดขอบเขตของข้อความทั่วไป
วลีแทรก to a greater or lesser extent หมายความว่าข้อความนั้นเป็นจริงในระดับที่แตกต่างกัน ในที่นี้ ผู้คนถูกคาดหวังให้แสวงหาความหมายและความพึงพอใจ แต่ระดับของสิ่งนั้นแตกต่างกันไปในแต่ละคน เนื่องจากวลีถูกคั่นด้วยจุลภาค จึงทำหน้าที่ขยายความข้อความหลักทั้งหมดโดยไม่เปลี่ยนโครงสร้างไวยากรณ์พื้นฐาน วลีนี้ช่วยจำกัดขอบเขต ทำให้ข้อความที่กล่าวกว้าง ๆ แม่นยำขึ้นและไม่เด็ดขาดเกินไป
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้วลีนี้ได้เหมาะสมที่สุดเพื่อบอกว่าผลลัพธ์ส่งผลต่อทุกคน แต่ส่งผลในระดับต่างกัน?
- The delay may or may not have affected any department.
- The delay affected all departments to exactly the same extent.
- The delay affected all departments, to a greater or lesser extent.
ดูคำตอบ
The delay affected all departments, to a greater or lesser extent.
a big ask: ความคาดหวังที่ทำได้ยากและเรียกร้องสูง
ในที่นี้ ask เป็นคำนามนับได้แบบไม่เป็นทางการ หมายถึงสิ่งที่คนหนึ่งคาดหวังให้อีกคนทำหรือทำให้สำเร็จ a big ask คือความคาดหวังที่ต้องใช้ความพยายามมากหรืออาจทำได้ยาก วลีนี้ประเมินภาระของความคาดหวัง ไม่ใช่ขนาดของคำถาม ในประโยคนี้หมายความว่า การคาดหวังให้งานมอบทั้งรายได้และความหมายในชีวิตเป็นความคาดหวังที่สูงและทำได้ยากมาก
แบบฝึกหัด
ในประโยค “Managing the project alone by Friday is a big ask,” a big ask หมายความว่าอะไร
- คำขออย่างเป็นทางการตามปกติ
- ความคาดหวังที่ทำได้ยากหรือเรียกร้องสูง
- คำถามที่พูดด้วยเสียงดังผิดปกติ
ดูคำตอบ
ความคาดหวังที่ทำได้ยากหรือเรียกร้องสูง
and helps to explain why so many of us have career crises, ลำดับความ
0:27และช่วยอธิบายว่าทำไมพวกเราหลายคนถึงพบกับวิกฤตทางอาชีพ
helps to explain why: เชื่อมสาเหตุกับผลลัพธ์
helps to explain why เชื่อมข้อเท็จจริง สาเหตุ หรือหลักฐานที่กล่าวไว้ก่อนหน้ากับผลลัพธ์ที่ตามมา โครงสร้างคือ X helps (to) explain why + อนุประโยค โดยอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย why ระบุสถานการณ์ที่ต้องการคำอธิบาย help ทำให้ข้อสรุปมีความระมัดระวัง กล่าวคือ X มีส่วนช่วยอธิบาย แต่อาจไม่ใช่สาเหตุเดียว ในที่นี้ ความคาดหวังสูงที่มีต่องานถูกนำเสนอว่าเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้หลายคนเผชิญวิกฤตด้านอาชีพ
แบบฝึกหัด
เลือกวลีที่นำเสนอการนอนน้อยว่าเป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยอธิบายผลลัพธ์ ไม่ใช่สาเหตุทั้งหมด: “The lack of sleep ___ many students feel tired.”
- completely explains why
- helps to explain why
- proves that
ดูคำตอบ
helps to explain why
quest for: การไล่ตามที่ยาวนานและมีความหมาย
quest for ทำให้การค้นหาดูเหมือนการเดินทางที่ยาวนานและมีเป้าหมาย เพื่อไปให้ถึงสิ่งที่ยากหรือมีความหมาย ในประโยคนี้ การหางานที่เติมเต็มชีวิตจึงฟังดูเป็นการสำรวจอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่การหางานอย่างรวดเร็ว โครงสร้างคือ quest for + คำนาม เช่น a quest for truth, a quest for meaning หรือ a quest for a cure คำนามหลัง for ระบุเป้าหมายที่กำลังไล่ตาม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย quest และคำบุพบทที่ปกติใช้ตามหลัง: Her research began as a ____ a safer treatment.
ดูคำตอบ
quest for
accept that being confused about careers is perfectly normal.
0:39ยอมรับว่าการรู้สึกสับสนเกี่ยวกับอาชีพเป็นเรื่องปกติธรรมดามาก
there were at most some 2,000 different trades out there.
0:45มีอาชีพที่แตกต่างกันอย่างมากก็แค่ประมาณ 2,000 อาชีพเท่านั้น
there are estimated to be half a million different options.
0:49ประมาณการว่ามีตัวเลือกที่แตกต่างกันถึงครึ่งล้านตัวเลือก
We can become so anxious about making the wrong choice,
0:52เราอาจกังวลมากเกี่ยวกับการตัดสินใจเลือกผิดพลาด
end up + -ing: ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในท้ายที่สุด
end up ใช้นำเสนอผลลัพธ์สุดท้ายของกระบวนการ โดยเฉพาะผลที่ไม่ได้วางแผนไว้หรือไม่ต้องการ ในประโยคนี้ ความกังวลเกี่ยวกับการเลือกกลับทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ย้อนแย้ง คือไม่เลือกอะไรเลย เมื่อผลลัพธ์เป็นการกระทำ ให้ใช้ end up + -ing เช่น end up making, end up waiting, end up paying คำว่า up เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ขึ้นด้านบน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย end up และรูปที่ถูกต้องของ miss: If we keep taking long breaks, we may ____ the last train.
ดูคำตอบ
end up missing
ภาวะย้อนแย้งของการมีตัวเลือก
ภาวะย้อนแย้งของการมีตัวเลือก คือแนวคิดที่ว่า การมีตัวเลือกมากขึ้นอาจทำให้เลือกยากขึ้นแทนที่จะง่ายขึ้น ความเป็นไปได้ที่มากเกินไปอาจเพิ่มความกังวล ความเสียดาย และความลังเล ในประโยคนี้ paralysis stemming from too many options เป็นการอธิบายแนวคิดเดิมอีกครั้ง จุดที่ย้อนแย้งคืออิสระในการเลือกที่มากขึ้นอาจทำให้คนตัดสินใจไม่ได้ paradox ในที่นี้หมายถึงผลลัพธ์ที่ขัดกับสิ่งที่คาดตามสัญชาตญาณ ไม่ใช่แค่ปัญหาที่ยาก
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดแสดงภาวะย้อนแย้งของการมีตัวเลือกได้ดีที่สุด?
- คนคนหนึ่งเปลี่ยนตัวเลือกเพราะมีข้อมูลด้านความปลอดภัยใหม่
- คนคนหนึ่งเลือกที่นั่งเพียงที่เดียวที่ยังว่างทันที
- คนคนหนึ่งเลือกโทรศัพท์ไม่ได้ เพราะมีรุ่นคล้ายกันหลายร้อยรุ่นจนรู้สึกสับสนและรับมือไม่ไหว
ดูคำตอบ
คนคนหนึ่งเลือกโทรศัพท์ไม่ได้ เพราะมีรุ่นคล้ายกันหลายร้อยรุ่นจนรู้สึกสับสนและรับมือไม่ไหว
stemming from: เชื่อมผลลัพธ์กับสาเหตุ
Stemming from หมายถึง มีสาเหตุมาจาก หรือมีต้นกำเนิดจาก โครงสร้างนี้เรียงจากผลไปหาเหตุ กล่าวคือบอกว่าผลลัพธ์หนึ่งเกิดจากแหล่งใด ในที่นี้ stemming from too many options เป็นอนุประโยคกริยารูปปัจจุบันที่ขยาย paralysis และเป็นรูปย่อของ paralysis that stems from too many options จึงใช้ระบุที่มาของภาวะตัดสินใจไม่ออก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป -ing ของ stem from: The school closure, ____ a gas leak, lasted two days.
ดูคำตอบ
stemming from
but let neither of these scupper our chances forever. ไวยากรณ์
1:07แต่ก็อย่าปล่อยให้ทั้งสองสิ่งนี้ทำลายโอกาสของเราไปตลอดกาล
let neither of these scupper our chances: อย่าปล่อยให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งทำลายโอกาสของเรา
ในประโยคนี้ let นำเข้าสู่ผลที่ผู้พูดบอกว่าไม่ควรปล่อยให้เกิดขึ้น โดยใช้โครงสร้าง let + กรรม + กริยารูปพื้นฐานที่ไม่มี to กรรมคือ neither of these และ scupper เป็นกริยารูปพื้นฐาน ไม่ใช่ to scupper Neither อ้างถึงแนวคิดสองอย่างที่กล่าวมาก่อนหน้า คือ confusion และ fear และทำให้ทั้งสองอยู่ในขอบเขตของการปฏิเสธ ความหมายคือ “อย่าปล่อยให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งทำลายโอกาสของเรา” เนื่องจาก neither มีความหมายปฏิเสธอยู่แล้ว จึงไม่เติม not ในที่นี้ scupper หมายถึงทำลายแผนหรือขัดขวางความสำเร็จ โครงสร้าง let neither A nor B + กริยา ใช้กล่าวอย่างเป็นทางการได้ว่าไม่ควรปล่อยให้ปัจจัยทั้งสองอย่างมาขัดขวางเป้าหมาย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่อได้ถูกต้องว่าทั้งความสับสนและความกลัวไม่ควรทำลายโอกาสของเรา
- Let neither confusion nor fear scupper our chances.
- Let neither confusion nor fear not scupper our chances.
- Let neither confusion nor fear to scupper our chances.
ดูคำตอบ
Let neither confusion nor fear scupper our chances.
and is of particular relevance to careers. วลี
1:15และมีความเกี่ยวข้องอย่างยิ่งกับเรื่องอาชีพการงาน
of particular relevance to: เกี่ยวข้องเป็นพิเศษกับ
be of particular relevance to หมายถึง “เกี่ยวข้องเป็นพิเศษกับ...” และมีความหมายเท่ากับ be especially relevant to ในที่นี้ of + คำนามนามธรรม relevance ทำหน้าที่เป็นส่วนเติมเต็มหลัง is ส่วน particular เน้นระดับความเกี่ยวข้องให้มากขึ้น หัวข้อ บุคคล หรือสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องจะตามหลัง to โดยมีโครงสร้าง X is of particular relevance to Y รูปแบบที่ใช้คำนามนี้พบได้บ่อยในงานเขียนอธิบายที่เป็นทางการ และนำไปใช้ในรายงาน เรียงความ และงานเขียนเชิงวิชาชีพได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีทางการที่หมายถึง “เกี่ยวข้องเป็นพิเศษกับ”: This research is ____ public health.
ดูคำตอบ
of particular relevance to
knowing what we want to do doesn't arise spontaneously,
1:19การรู้ว่าเราอยากทำอะไรไม่ได้เกิดขึ้นมาเองตามธรรมชาติ
have a calling: รู้สึกว่างานหรือภารกิจหนึ่งคือสิ่งที่ตนเกิดมาเพื่อทำ
ในที่นี้ have a calling หมายถึงการรู้สึกว่าตนถูกดึงดูดอย่างลึกซึ้งและยาวนานไปสู่งานประเภทหนึ่งหรือจุดมุ่งหมายในชีวิต a calling ไม่ได้หมายถึงสายโทรศัพท์ แต่สื่อว่างานนั้นมีความหมายส่วนตัวอย่างมาก หรือเป็นสิ่งที่ตนรู้สึกว่าเกิดมาเพื่อทำ Most of us don't have a calling หมายความว่าคนส่วนใหญ่ไม่มีความรู้สึกภายในที่ชัดเจนเพียงหนึ่งเดียวว่าอาชีพในอุดมคติของตนคืออะไร ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาไม่มีความสนใจหรือความชอบ
แบบฝึกหัด
has a calling หมายถึงอะไรในประโยคนี้? After years of helping injured animals, Priya feels she has a calling to become a veterinarian.
- เธอรู้สึกอย่างลึกซึ้งว่าตนเกิดมาเพื่อทำงานนั้น
- เธอมีสายโทรศัพท์กับสัตวแพทย์
- เธอคิดว่างานนั้นน่าสนใจเล็กน้อยแต่ไม่สำคัญ
ดูคำตอบ
เธอรู้สึกอย่างลึกซึ้งว่าตนเกิดมาเพื่อทำงานนั้น
we don't hear a commanding godlike voice directing us to accountancy or packaging and distribution.
1:25เราไม่ได้ยินเสียงดั่งเทพเจ้าสั่งการให้เราไปทำบัญชีหรือบรรจุหีบห่อและจัดส่ง
That isn't to say we don't have tastes or inclinations, ลำดับความ
1:31นั่นไม่ได้แปลว่าเราไม่มีรสนิยมหรือความโน้มเอียง
That isn't to say: จำกัดการตีความประเด็นก่อนหน้าไม่ให้เกินจริง
That isn't to say ใช้เพื่อเริ่มคำชี้แจงหลังข้อความที่อาจถูกตีความกว้างเกินไป หมายความว่าประเด็นก่อนหน้ายังคงเป็นจริง แต่ผู้ฟังไม่ควรอนุมานแนวคิดที่ไกลกว่าและแรงกว่าจากประเด็นนั้น ในที่นี้ ผู้พูดบอกก่อนว่าคนส่วนใหญ่ไม่มีอาชีพที่รู้สึกว่าเป็นเสียงเรียก แล้วจึงกันข้อสรุปที่แรงกว่าว่าผู้คนไม่มีรสนิยมหรือความโน้มเอียง วลีนี้คงข้อกล่าวอ้างแรกไว้พร้อมกับจำกัดขอบเขตของมัน
แบบฝึกหัด
ผู้เขียนกล่าวว่า: The plan is expensive. That isn't to say it is a bad plan. ประโยคที่สองทำหน้าที่อะไร?
- พิสูจน์ว่าแผนนี้จะประสบความสำเร็จ
- จำกัดข้อสรุปที่อาจเกิดขึ้นโดยยังคงข้อความแรกไว้
- ถอนคำกล่าวที่ว่าแผนนี้มีราคาแพง
ดูคำตอบ
จำกัดข้อสรุปที่อาจเกิดขึ้นโดยยังคงข้อความแรกไว้
as not having a plan quickly puts us at the mercy of those who do have one. สำนวน
1:38เพราะการไม่มีแผนจะทำให้เราตกอยู่ภายใต้อำนาจของคนที่มีแผนอย่างรวดเร็ว
at the mercy of: ตกอยู่ใต้อำนาจของผู้อื่น
at the mercy of someone or something หมายถึงแทบไม่มีหรือไม่มีอำนาจควบคุมเลย และต้องยอมรับสิ่งที่บุคคลหรือพลังนั้นทำ ในประโยคนี้ การไม่มีแผนทำให้เราเสียเปรียบต่อคนที่มีแผนจริง ๆ รูปแบบที่พบบ่อยคือ be, leave หรือ put someone at the mercy of + บุคคลหรือสิ่งที่ควบคุมสถานการณ์ แม้ mercy เมื่อใช้เดี่ยว ๆ จะหมายถึง “ความเมตตา” ได้ แต่วลีเต็มเน้นการพึ่งพาและการไร้อำนาจ ไม่ใช่การได้รับความกรุณา
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่หมายถึง “ไม่สามารถควบคุมสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้” ให้ประโยคสมบูรณ์: Without offline copies, our files are ____ the cloud service.
ดูคำตอบ
at the mercy of
catch glimpses: เห็นสั้น ๆ และเพียงบางส่วน
catch glimpses หมายถึงการเห็นหรือสังเกตบางส่วนของสิ่งหนึ่งอย่างสั้น ๆ และไม่ครบถ้วนหลายครั้ง ในที่นี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ คือผู้พูดได้เบาะแสเล็ก ๆ เกี่ยวกับรสนิยมส่วนตัว ไม่ได้มองเห็นวัตถุจริง ๆ คำกริยา catch ทำให้ความประทับใจเหล่านี้ดูเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและค่อนข้างบังเอิญ ไม่ได้หมายถึงการมองอย่างตั้งใจเป็นเวลานาน
แบบฝึกหัด
เติมรูปอดีตของ catch glimpses ให้ประโยคสมบูรณ์: From the bus, we ____ of the river between the buildings.
ดูคำตอบ
caught glimpses
So what we have to do is learn to pick up on their faint sounds. กริยาวลี
1:45ดังนั้นสิ่งที่เราต้องทำคือเรียนรู้ที่จะจับเสียงที่แผ่วเบาของมัน
pick up on: สังเกตสัญญาณที่ละเอียดอ่อน
ในประโยคนี้ pick up on หมายถึงการสังเกตหรือรับรู้สิ่งที่ไม่ชัดเจน faint sounds เป็นคำเปรียบเทียบถึงสัญญาณภายในที่แผ่วเบา ดังนั้นวลีนี้จึงสื่อถึงการเริ่มรับรู้ความชอบที่มองข้ามได้ง่าย ในที่นี้ pick up on เป็นกริยาวลีสามคำ ตามด้วยสิ่งที่สังเกตเห็น เช่น pick up on a hint, a change in tone หรือ someone's discomfort คำว่า on เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างนี้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาวลีสามคำที่หมายถึงการสังเกตสัญญาณที่ละเอียดอ่อน: Even though Maya said she was fine, her friend ____ her hesitation.
ดูคำตอบ
picked up on
Start by parking any concerns for money for a time. การใช้คำ
1:48เริ่มต้นด้วยการวางความกังวลเรื่องเงินไว้ชั่วคราวก่อน
parking any concerns for money: พักความกังวลเรื่องเงินไว้ชั่วคราว
Parking any concerns for money หมายถึงการพักความกังวลด้านการเงินไว้ชั่วคราว คำว่า park ในที่นี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ คือวางความกังวลไว้ข้างหนึ่งก่อน เพื่อให้หันความสนใจไปยังเรื่องอื่นได้ Start by และ for a time ทำให้ขอบเขตเวลาชัดเจน นี่เป็นเพียงขั้นตอนแรกชั่วคราว ไม่ใช่คำแนะนำให้แก้ปัญหา มองข้ามความสำคัญ หรือเพิกเฉยต่อความกังวลเรื่องเงินอย่างถาวร โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ park + issue, topic, question หรือ concern
แบบฝึกหัด
ในการประชุม ประโยคใดหมายถึงทีมจะพักประเด็นหนึ่งไว้ก่อนในตอนนี้และกลับมาจัดการภายหลัง
- Let's park the budget question until Friday.
- Let's ignore the budget question forever.
- Let's solve the budget question before Friday.
ดูคำตอบ
Let's park the budget question until Friday.
Financial panic too often kills all dialogue with the more authentic,
1:51ความตื่นตระหนกทางการเงินมักจะทำลายบทสนทนากับด้านที่แท้จริง
Write down without being too logical or analytical about it,
1:57จดบันทึกโดยไม่ต้องใช้ตรรกะหรือวิเคราะห์ให้มากนัก
everything you've ever enjoyed doing or making,
2:01ถึงทุกสิ่งที่คุณเคยสนุกกับการทำหรือสร้างมันขึ้นมา
which might include building a treehouse or sorting out the winter clothes.
2:03ซึ่งอาจรวมถึงการสร้างบ้านต้นไม้หรือการจัดระเบียบเสื้อผ้าหน้าหนาว
The weirder ..., the better: โครงสร้าง the + ขั้นกว่า, the + ขั้นกว่า
อนุประโยคทั้งสองสร้างรูปแบบการเปรียบเทียบที่สัมพันธ์กัน คือ the + comparative ..., the + comparative ... รูปแบบนี้เชื่อมการเปลี่ยนแปลงสองอย่างเข้าด้วยกัน กล่าวคือ ยิ่งรายการแปลกและแหวกแนวขึ้นเท่าไร ผลลัพธ์ก็ยิ่งถูกมองว่าดีขึ้นเท่านั้น ในที่นี้ the ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นคำนำหน้านามชี้เฉพาะตามปกติ อนุประโยคแรกสามารถใช้คำขั้นกว่าเรียงกันสองคำได้ เช่น weirder and more offbeat ส่วน the better ในอนุประโยคที่สองละคำอย่าง it is ไว้เพราะความหมายชัดเจนแล้ว การละเช่นนี้เป็นธรรมชาติในรูปแบบนี้
แบบฝึกหัด
เติมคำบอกโครงสร้างสองคำที่จำเป็นในการเปรียบเทียบแบบสัมพันธ์กัน: ____ more carefully you plan, ____ easier the project becomes.
ดูคำตอบ
The · the
there will somewhere be the shape of an ideal future working self.
2:11จะมีรูปทรงของตัวตนในอุดมคติของการทำงานในอนาคตอยู่ที่ไหนสักแห่ง
But it'll be very messed up and in need of being analyzed thoroughly. ไวยากรณ์
2:16แต่มันจะยุ่งเหยิงมากและต้องได้รับการวิเคราะห์อย่างถี่ถ้วน
in need of being analyzed: gerund รูปถูกกระทำหลัง of
In need of อธิบายสภาวะที่บางสิ่งต้องการความสนใจหรือการดำเนินการ ในประโยคนี้ in need of being analyzed หมายความว่าสิ่งนั้นต้องได้รับการวิเคราะห์จากใครสักคน แต่ไม่ได้ระบุว่าใครเป็นผู้วิเคราะห์ เนื่องจาก of เป็นคำบุพบท จึงตามด้วย gerund คือ being ในที่นี้ Being analyzed เป็นรูปถูกกระทำ หมายถึงประธานเป็นฝ่ายได้รับการวิเคราะห์ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ be in need of + being + past participle
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป gerund ที่เป็นรูปถูกกระทำของ analyze หลัง in need of: This report is in need of ____ before publication.
ดูคำตอบ
being analyzed
That's where ... comes in: เริ่มมีบทบาทในขั้นตอนหนึ่ง
ในที่นี้ comes in หมายถึง “เริ่มมีความเกี่ยวข้องหรือเป็นประโยชน์ในขั้นตอนหนึ่ง” ประธานอย่าง philosophy ไม่ได้เดินเข้าไปในสถานที่ใดตามความหมายตรงตัว โครงสร้าง That's where X comes in เชื่อมความต้องการหรือปัญหาที่เพิ่งกล่าวถึงเข้ากับสิ่งที่ช่วยได้ในขั้นตอนนั้น ในที่นี้ where หมายถึงช่วงที่ต้องจัดระเบียบความคิดที่สับสน
แบบฝึกหัด
comes in ในประโยคนี้หมายถึงอะไร? “The camera records the scene, but that's where the editor comes in.”
- บรรณาธิการเริ่มมีบทบาทในขั้นตอนนั้น
- บรรณาธิการเดินเข้าไปในห้องจริง ๆ
- บรรณาธิการจบในลำดับหนึ่ง
ดูคำตอบ
บรรณาธิการเริ่มมีบทบาทในขั้นตอนนั้น
Philosophy is the art of clearing up and demanding logic of our first thoughts.
2:21ปรัชญาคือศิลปะแห่งการสะสางและเรียกร้องตรรกะจากความคิดแรกของเรา
it could fairly take a year or more of sustained daily reflection to start to identify a career that fits.
2:31ก็สมควรที่จะใช้เวลาเป็นปีหรือมากกว่านั้นในการทบทวนตัวเองทุกวันอย่างต่อเนื่องเพื่อเริ่มระบุอาชีพที่เหมาะสม
Far from it: ปฏิเสธข้อกล่าวอ้างก่อนหน้า
Far from it เป็นคำตอบในการสนทนาที่สมบูรณ์ในตัวเอง หมายถึง “ไม่จริงเลย ที่จริงแล้วความจริงใกล้เคียงกับสิ่งที่ตรงกันข้ามมากกว่า” คำว่า far ในที่นี้ไม่เกี่ยวกับระยะทางจริง It อ้างถึงความคิดทั้งหมดที่เพิ่งกล่าวไป จึงไม่ต้องพูดข้อกล่าวอ้างนั้นซ้ำ ผู้ฟังต้องย้อนดูข้อความก่อนหน้าเพื่อเข้าใจว่าผู้พูดกำลังปฏิเสธอะไร
แบบฝึกหัด
A: So the repairs made the problem worse? B: Far from it. The machine now works perfectly. B กำลังสื่อว่าอะไร?
- การซ่อมทำให้สถานการณ์ดีขึ้นอย่างมาก
- B ไม่รู้ผลลัพธ์
- การซ่อมแทบไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร
ดูคำตอบ
การซ่อมทำให้สถานการณ์ดีขึ้นอย่างมาก
We may need to empty every weekend for months to sort out the biggest conundrum of our lives. กริยาวลี
2:42เราอาจต้องเคลียร์เวลาว่างทุกสุดสัปดาห์เป็นเวลาหลายเดือนเพื่อไขปริศนาที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตของเรา
sort out: คลี่คลายและแก้ปัญหาที่ซับซ้อน
ในประโยคนี้ sort out หมายถึงการคลี่คลายและแก้ปัญหาที่ยาก กรรมของวลีนี้คือ the biggest conundrum of our lives จึงเป็นการใช้ในความหมายเชิงนามธรรม ไม่ได้หมายถึงการแยกสิ่งของจริงออกเป็นหมวดหมู่ sort out มักสื่อว่าปัญหานั้นซับซ้อน สับสน หรือยังไม่ลงตัว และต้องอาศัยการคิดหรือการลงมือทำเพื่อให้ชัดเจนหรือจัดการได้ วลีนี้แยกคำได้ โดย sort out the problem และ sort the problem out เป็นธรรมชาติทั้งคู่ แต่ถ้าเป็นคำสรรพนามต้องวางตรงกลาง เช่น sort it out
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย phrasal verb สองคำจากบทนี้: We need to ____ this billing error before Friday.
ดูคำตอบ
sort out
To make sure we don't continue to spend the rest of our lives trapped in a job unwittingly chosen for us by our unknowing 16-year-old selves, ไวยากรณ์
2:46เพื่อให้แน่ใจว่าเราจะไม่ใช้เวลาที่เหลือในชีวิตติดอยู่กับงานที่ตัวเราในวัย 16 ปีที่ยังไม่รู้เรื่องรู้ราวเป็นคนเลือกให้อย่างไม่รู้ตัว
spend the rest of our lives trapped: ช่วงเวลากับสภาวะที่ดำเนินต่อเนื่อง
โครงสร้างคือ spend + ช่วงเวลา + สภาวะหรือกิจกรรม ในที่นี้ the rest of our lives คือช่วงเวลา ส่วน trapped เป็นคำคุณศัพท์รูป past participle ที่อธิบายสภาวะของคนที่ we หมายถึงตลอดช่วงเวลานั้น ไม่ได้หมายความว่า lives เป็นสิ่งที่ติดอยู่ ถ้อยคำนี้นำเสนอการอยู่ในงานที่ไม่ต้องการว่าเป็นการใช้ชีวิตที่เหลือทั้งหมดไปในสภาพนั้น จึงทำให้คำเตือนเน้นทั้งความยาวนานและต้นทุนที่เสียไปมากกว่าการพูดเพียง be trapped
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ spend + ช่วงเวลา + สภาวะ ได้ถูกต้อง เพื่ออธิบายว่าบุคคลอยู่ในสภาวะใดตลอดช่วงเวลานั้น
- I don't want to spend another year trapped in a job with no future.
- I don't want another year spend trapped in a job with no future.
- I don't want to cost another year trapped in a job with no future.
ดูคำตอบ
I don't want to spend another year trapped in a job with no future.
we need to be properly generous about the amount of time we'll need to give this.
2:54เราจำเป็นต้องใจกว้างอย่างเหมาะสมเกี่ยวกับจำนวนเวลาที่เราต้องให้ในเรื่องนี้
It's tempting to imagine we'll be able to work out the shape of the workplace and of our own characters simply through pure process of reflection, โน้ต
3:00มันน่าดึงดูดที่จะจินตนาการว่าเราจะสามารถคิดออกถึงรูปแบบของสถานที่ทำงานและลักษณะนิสัยของเราได้ผ่านกระบวนการไตร่ตรองล้วนๆ
work out + กรรม: ระบุบางสิ่งด้วยการใช้เหตุผล
ในที่นี้ work out ตามด้วยกรรมคือ the shape of the workplace and of our own characters เมื่อเป็นกริยาวลีแบบสกรรม หมายถึงการระบุ ทำความเข้าใจ หรือค้นพบบางสิ่งผ่านการคิด การให้เหตุผล หรือการคำนวณ ผู้พูดหมายถึงการหาคำตอบเกี่ยวกับสิ่งเหล่านั้น ไม่ได้หมายถึงการออกกำลังกาย โครงสร้างนี้ตามด้วยนามวลีได้ เช่น work out the answer หรือตามด้วยอนุประโยค wh ได้ เช่น work out why it happened ไวยากรณ์ รวมทั้งประเภทของประธานและกรรม ช่วยบอกความหมายที่ต้องการได้
แบบฝึกหัด
worked out หมายถึงอะไรในประโยคนี้? After checking the map, Maya worked out the shortest route.
- เธอออกกำลังกายไปตามเส้นทาง
- เธอใช้ข้อมูลเพื่อระบุเส้นทาง
- เส้นทางดำเนินไปด้วยดีได้เอง
ดูคำตอบ
เธอใช้ข้อมูลเพื่อระบุเส้นทาง
It's tempting to imagine: ยอมรับแนวคิดที่น่าเชื่อก่อนตั้งคำถาม
It's tempting to imagine ใช้เกริ่นแนวคิดที่ดูเชื่อได้ง่ายหรือน่าเชื่อ แนวคิดที่ดูน่าสนใจในประโยคนี้คือ การไตร่ตรองเพียงอย่างเดียวอาจทำให้เราเข้าใจรูปแบบของสถานที่ทำงานและลักษณะนิสัยของผู้คนได้ tempting บรรยายแรงดึงดูดของความคิด ไม่ได้หมายถึงอาหารที่น่ากินหรือคำเชิญชวนทางกายภาพ โครงสร้างนี้มักทำหน้าที่เป็นการยอมรับบางส่วน ผู้พูดยอมรับความคิดแรกที่เกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติ ก่อนจะตั้งคำถามหรือจำกัดความคิดนั้น but ที่ตามมาแสดงว่าความจำเป็นต้องมีข้อมูลหักล้างสัญชาตญาณดังกล่าว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างสี่คำที่เรียนในบทนี้ ซึ่งใช้ยอมรับข้อสันนิษฐานที่น่าเชื่อก่อนตั้งคำถามต่อมัน: ____ that studying all night guarantees a better score, but sleep also matters.
ดูคำตอบ
It's tempting to imagine
in the process getting to know both it and our own natures. วลี
3:13ซึ่งในกระบวนการนี้เราจะได้รู้จักทั้งโลกใบนี้และธรรมชาติของเราเองด้วย
Colliding with the real world: ประสบการณ์ที่ทดสอบความคิด
ในที่นี้ colliding with the real world เป็นคำเปรียบเทียบ หมายถึงการนำความเชื่อ แผนการ และความเข้าใจเกี่ยวกับตนเองไปเผชิญสถานการณ์จริง เพื่อให้ความเป็นจริงส่งผลตอบกลับมา คำว่า colliding สื่อถึงแรงต้าน ประสบการณ์อาจเผยให้เห็นข้อผิดพลาด บังคับให้ปรับแก้ หรือทำให้เห็นคุณลักษณะที่การคิดทบทวนเพียงอย่างเดียวไม่อาจเปิดเผยได้ จึงมีน้ำหนักมากกว่าการพบหรือสังเกตโลกเท่านั้น
แบบฝึกหัด
ในบริบทนี้ colliding with the real world สื่อถึงอะไร
- ประสบอุบัติเหตุชนกันทางกายภาพ
- ทดสอบความคิดผ่านประสบการณ์และเปลี่ยนแปลงตามความคิดเห็นที่ได้รับ
- สังเกตความเป็นจริงจากระยะที่ปลอดภัยโดยไม่ลงมือทำ
ดูคำตอบ
ทดสอบความคิดผ่านประสบการณ์และเปลี่ยนแปลงตามความคิดเห็นที่ได้รับ
In the process: เพิ่มผลที่เกิดขึ้นระหว่างการกระทำ
in the process ย้อนกลับไปอ้างถึงการกระทำที่เพิ่งกล่าวถึง และเพิ่มสิ่งที่เกิดขึ้นขณะที่การกระทำนั้นกำลังดำเนินอยู่ ในที่นี้ การสัมผัสกับความเป็นจริงยังทำให้เราเรียนรู้เกี่ยวกับโลกและตนเองด้วย วลีนี้ทำหน้าที่เป็นวลีวิเศษณ์หน้าประโยคย่อย -ing ที่ให้ข้อมูลเสริมได้ เช่น in the process getting to know ในรูปแบบนี้ไม่ต้องมี of ส่วน in the process of เป็นอีกโครงสร้างหนึ่งที่ตามด้วยคำนามหรือรูป -ing โดยตรง
แบบฝึกหัด
ใช้วลีที่ตรงกับบทเรียนนี้เติมประโยคให้สมบูรณ์: Nora organized the files, ____ finding the missing receipt.
ดูคำตอบ
in the process
We need to take small, non-irrevocable steps to gather information, วลี
3:16เราต้องใช้ก้าวเล็กๆ ที่สามารถยกเลิกได้เพื่อรวบรวมข้อมูล
take small, non-irrevocable steps: ดำเนินการเล็ก ๆ ที่ยังย้อนกลับได้
Take steps หมายถึงการลงมือทำเพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมาย ไม่ได้หมายถึงการเดินจริง ๆ Small จำกัดขนาดของการกระทำ ส่วน non-irrevocable แปลตรงตัวว่า “ไม่ใช่สิ่งที่ย้อนกลับไม่ได้” จึงยังมีทางให้เปลี่ยนกลับได้ เมื่อนำมารวมกัน วลีนี้สื่อถึงการค่อย ๆ ทดลองและเรียนรู้โดยไม่ผูกมัดกับสิ่งที่แก้ไขไม่ได้
แบบฝึกหัด
วลีใดอธิบายการกระทำอย่างระมัดระวังที่ช่วยให้เรียนรู้และยังเปิดโอกาสให้เปลี่ยนทิศทางได้ดีที่สุด
- take small, non-irrevocable steps
- avoid taking any action
- make one irreversible commitment
ดูคำตอบ
take small, non-irrevocable steps
for example, by shadowing, interning, or volunteering. การใช้คำ
3:20เช่น โดยการสังเกตการณ์ทำงาน (shadowing) การฝึกงาน หรือการเป็นอาสาสมัคร
ความแตกต่างระหว่าง shadowing, interning และ volunteering
ในที่นี้ shadowing หมายถึงการติดตามผู้เชี่ยวชาญระหว่างวันทำงานเพื่อสังเกตว่าอาชีพนั้นเป็นอย่างไรจริง ๆ Interning หมายถึงการทำงานชั่วคราวในบทบาทผู้ฝึกงาน ซึ่งมักมีงานที่ได้รับมอบหมาย ส่วน volunteering หมายถึงการสละเวลาและให้ความช่วยเหลือด้วยความสมัครใจ โดยทั่วไปไม่มีค่าจ้างประจำ หลัง by คำกริยาทั้งสามใช้รูป -ing เพราะทำหน้าที่บอกวิธีรวบรวมข้อมูล รายการนี้แสดงการมีส่วนร่วมสามแบบ ได้แก่ การสังเกต การทำงานในฐานะผู้ฝึกงาน และการช่วยเหลือในฐานะอาสาสมัคร
แบบฝึกหัด
วัยรุ่นคนหนึ่งใช้เวลาช่วงบ่ายสังเกตสัตวแพทย์ทำงานโดยได้รับอนุญาต และไม่มีหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย คำใดอธิบายกิจกรรมนี้ได้ดีที่สุด
- interning
- shadowing
- volunteering
ดูคำตอบ
shadowing
We mustn't think we always have to resign on Monday.
3:23เราต้องไม่คิดว่าเราจะต้องลาออกในวันจันทร์เสมอไป
We can investigate our futures through branching projects on the side of existing jobs.
3:25เราสามารถสืบหาอนาคตของเราผ่านโปรเจกต์ย่อยๆ ที่ทำควบคู่ไปกับงานที่มีอยู่
Every successful business is at heart an attempt to solve someone else's problem. สำนวน
3:34ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จทุกแห่งนั้นแท้จริงแล้วคือความพยายามที่จะแก้ปัญหาของคนอื่น
at heart: ธรรมชาติที่แท้จริงภายใต้สิ่งที่เห็น
at heart หมายถึง “เมื่อมองที่ธรรมชาติพื้นฐานที่สุด” หรือ “โดยแก่นแท้” ในที่นี้ วลีนี้ตัดรายละเอียดภายนอกมากมายของการดำเนินธุรกิจออก แล้วชี้ไปที่จุดประสงค์หลัก คือการพยายามแก้ปัญหาของคนอื่น วลีนี้ใช้บอกธรรมชาติที่แท้จริงของบุคคล ประเด็น หรือกิจกรรม ไม่ได้หมายถึงหัวใจซึ่งเป็นอวัยวะในร่างกาย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ at heart เพื่อบอกธรรมชาติพื้นฐานของประเด็นหนึ่ง?
- He learned the speech by heart.
- The disagreement is at heart about trust.
- She took the criticism to heart.
ดูคำตอบ
The disagreement is at heart about trust.
The bigger ..., the greater ...: การเปรียบเทียบที่เปลี่ยนแปลงสัมพันธ์กัน
นี่คือโครงสร้างเปรียบเทียบแบบสัมพันธ์กัน the + comparative ..., the + comparative ... ซึ่งหมายความว่า เมื่อปัจจัยหนึ่งเปลี่ยนไป อีกปัจจัยหนึ่งก็เปลี่ยนตามอย่างสัมพันธ์กัน ในประโยคนี้ ปัญหาที่ใหญ่และเร่งด่วนขึ้นเชื่อมโยงกับโอกาสที่มากขึ้น ส่วนแรกใช้คำขั้นกว่า 2 คำร่วมกัน คือ bigger และ more urgent ส่วน the ที่ปรากฏซ้ำเป็นเครื่องหมายตายตัวของโครงสร้างนี้ ไม่ใช่คำนำหน้านามชี้เฉพาะปัญหาหรือโอกาสใดโอกาสหนึ่ง เมื่อความหมายชัดเจน มักละคำกริยาอย่าง is หรือ becomes ได้
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างเปรียบเทียบแบบสัมพันธ์กันด้วย more และ easier: ____ you practice, ____ it gets.
ดูคำตอบ
The more · the easier
consider an average day and everything in it that might make someone unhappy,
3:44ลองพิจารณาวันธรรมดาๆ และทุกสิ่งในนั้นที่อาจทำให้ใครบางคนไม่มีความสุข
Flex your entrepreneurial muscles: ฝึกวิธีคิดแบบผู้ประกอบการ
ในที่นี้ flex your entrepreneurial muscles ใช้การออกกำลังกายเป็นคำเปรียบเทียบ หมายถึงการนำวิธีคิดที่ช่วยให้มองเห็นปัญหาและเปลี่ยนปัญหาเป็นแนวคิดทางธุรกิจมาใช้และฝึกให้แข็งแกร่งขึ้น ไม่ได้หมายถึงการเกร็งกล้ามเนื้อจริง ๆ รูปแบบ flex your + ความสามารถ + muscles เปรียบความสามารถเป็น “กล้ามเนื้อ” ที่แข็งแรงขึ้นได้ด้วยการฝึก บริบทจะบอกว่า flex หมายถึง “นำมาใช้” หรือ “อวด” ในที่นี้ คำสั่งให้สำรวจวันธรรมดาสื่อถึงการฝึก ไม่ใช่การโอ้อวด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำเปรียบเทียบเกี่ยวกับกล้ามเนื้อที่หมายถึง “ฝึกวิธีคิดเพื่อสร้างธุรกิจ”: Before starting a company, use a small side project to ____.
ดูคำตอบ
flex your entrepreneurial muscles
from losing the house keys to finding the food a little greasy,
3:47ตั้งแต่ทำกุญแจบ้านหาย ไปจนถึงพบว่าอาหารมันเยิ้มไปนิด
Each of these is a business opportunity waiting to be exploited. ไวยากรณ์
3:53สิ่งเหล่านี้แต่ละอย่างคือโอกาสทางธุรกิจที่รอการนำไปใช้ประโยชน์
Waiting to be exploited: รูปแบบ waiting แบบถูกกระทำ
waiting to be exploited ขยาย a business opportunity โดยเป็นรูปย่อของอนุประโยคสัมพัทธ์ a business opportunity that is waiting to be exploited คำว่า waiting บรรยายสภาพปัจจุบันของโอกาสนั้น ส่วน to be exploited เป็น infinitive รูปถูกกระทำที่แสดงว่ายังไม่มีใครทำสิ่งใดกับโอกาสนั้น รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ คำนาม + waiting + to be + กริยาช่องสาม เช่น a question waiting to be answered ใช้เมื่อคำนามเป็นผู้รับการกระทำที่จะเกิดขึ้นภายหลัง ไม่ใช่ผู้ทำการกระทำนั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบ waiting แบบถูกกระทำโดยใช้ develop: The empty lot is a community resource ____.
ดูคำตอบ
waiting to be developed
which is what work really is: การให้คำนิยามแบบสรุป
อนุประโยคหลังเครื่องหมายจุลภาค 'which is what work really is' แสดงความเห็นต่อแนวคิดทั้งหมดก่อนหน้า ซึ่งก็คือโอกาสในการช่วยผู้อื่นด้วยการให้บริการ ที่นี่ which ย้อนกลับไปอ้างถึงแนวคิดนั้น ไม่ได้เปิดประเด็นใหม่ ภายในส่วนแสดงความเห็น 'what work really is' เป็นอนุประโยคนามที่หมายถึง 'แก่นแท้ที่แท้จริงของงาน' คำว่า what มีความหมายว่า 'สิ่งที่' อยู่แล้ว ดังนั้นรูปแบบ 'which is what X really is' จึงใช้เปลี่ยนแนวคิดก่อนหน้าให้เป็นคำนิยามสรุปหรือการตัดสินเชิงคุณค่าได้
แบบฝึกหัด
เลือกส่วนลงท้ายที่เปลี่ยนแนวคิดก่อนหน้าให้เป็นคำนิยามสรุป: Listening to users helps us solve real problems, ...
- which is what good design really is
- which is where good design starts
- which is why good design really matters
ดูคำตอบ
which is what good design really is
It's easy to imagine that everything's been done and tried.
4:00เป็นเรื่องง่ายที่จะจินตนาการว่าทุกสิ่งทุกอย่างได้ถูกทำและลองไปหมดแล้ว
We're unhappy enough for capitalism to have many more centuries of invention and creativity to it. ไวยากรณ์
4:04เรามีความทุกข์มากพอที่จะให้ระบบทุนนิยมมีสิ่งประดิษฐ์และความคิดสร้างสรรค์ต่อไปได้อีกหลายศตวรรษ
adjective + enough for someone to do: ผลลัพธ์ที่มีประธานต่างกัน
ใน 'unhappy enough for capitalism to have...' คำว่า enough อยู่หลังคำคุณศัพท์ unhappy และบอกระดับที่เพียงพอ รูปแบบ adjective + enough + for + noun + to-infinitive หมายความว่าสภาพหนึ่งมีระดับเพียงพอที่จะก่อให้เกิดผลลัพธ์ 'For capitalism' เป็นประธานเชิงความหมายของ 'to have' ไม่ใช่ผู้รับประโยชน์หรือข้อความบอกจุดประสงค์ ผู้คนเป็นฝ่ายรู้สึกไม่มีความสุข แต่ capitalism เป็นผู้กระทำทางไวยากรณ์ในผลลัพธ์ที่ตามมา ผลลัพธ์ที่กล่าวเกินจริงทำให้เกิดอารมณ์ขัน กล่าวคือความไม่พอใจที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขทำให้การประดิษฐ์และความคิดสร้างสรรค์ดำเนินต่อไป
แบบฝึกหัด
เติมวลีสองคำเพื่อให้ everyone เป็นประธานเชิงความหมายของ hear: The room was quiet ____ everyone to hear the clock.
ดูคำตอบ
enough for
So many bad self-help books are about confidence,
4:12มีหนังสือพัฒนาตัวเองแย่ๆ มากมายเกี่ยวกับความมั่นใจ
it can be tempting to dismiss the whole topic as nonsense. วลี
4:15จนมันอาจทำให้เราอยากจะปัดหัวข้อนี้ทิ้งไปว่าเป็นเรื่องไร้สาระ
dismiss ... as nonsense: ปัดว่าเป็นเรื่องไร้สาระ
ในที่นี้ dismiss the whole topic as nonsense หมายถึง ตัดสินว่าหัวข้อนั้นไม่ควรค่าแก่การพิจารณาอย่างจริงจัง แล้วตีตราว่าเป็นเรื่องไร้สาระ รูปแบบคือ dismiss + บุคคล สิ่งของ หรือแนวคิด + as + นามวลีหรือวลีคุณศัพท์ ในประโยคนี้ ผู้พูดเตือนว่าไม่ควรปฏิเสธหัวข้อความมั่นใจทั้งหมด เพียงเพราะหนังสือจำนวนมากที่พูดถึงเรื่องนี้มีคุณภาพแย่ dismiss ในที่นี้หมายถึงการไม่ยอมพิจารณาต่อ ไม่ได้หมายถึงการไล่ใครออกจากงานหรืออนุญาตให้ใครออกไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสองส่วนของรูปแบบที่เน้นไว้: The editor refused to ____ the safety concern ____ nonsense.
ดูคำตอบ
dismiss · as
it really does seem as if the difference between success and failure is sometimes nothing less than the courage to give it a go. โน้ต
4:20ดูเหมือนว่าความแตกต่างระหว่างความสำเร็จและความล้มเหลวในบางครั้งก็เป็นเพียงแค่ความกล้าที่จะลองทำดู
does seem as if: ดูเหมือนจริง ๆ ว่า...
ใน does seem คำว่า does เป็นกริยาช่วยเน้นย้ำในประโยคบอกเล่า ทำให้ seem มีน้ำหนักมากขึ้น เนื่องจาก does แสดงกาลและความสอดคล้องกับประธานแล้ว seem จึงคงอยู่ในรูปพื้นฐาน As if ใช้นำเข้าสถานการณ์ที่ดูเหมือนเป็นจริง เมื่อนำมารวมกัน does seem as if หมายความว่าความรู้สึกหรือข้อสังเกตนั้นมีน้ำหนักจริง แต่ seem และ as if ยังบอกว่านี่เป็นการตีความ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว ส่วน really ในประโยคเดิมช่วยเพิ่มการเน้นย้ำอีกชั้นหนึ่ง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเน้นข้อสังเกตอย่างหนักแน่น แต่ยังเปิดโอกาสให้มีความไม่แน่นอนอยู่?
- Does it seem as if the new schedule is helping?
- It proves that the new schedule is helping.
- It does seem as if the new schedule is helping.
ดูคำตอบ
It does seem as if the new schedule is helping.
nothing less than สำหรับการเน้นอย่างหนักแน่น
ในที่นี้ nothing less than เน้นว่าความกล้าที่จะลองคือปัจจัยสำคัญที่อาจแบ่งระหว่างความสำเร็จกับความล้มเหลว มีความหมายเท่ากับ nothing short of หรือพูดง่าย ๆ ว่า “อย่างแท้จริง” ไม่ได้หมายถึง “มีปริมาณน้อยกว่า” โครงสร้าง nothing less than + นามวลีหรือคำคุณศัพท์ช่วยเพิ่มน้ำหนักให้การประเมิน โดยนำเสนอสิ่งที่ตามมาว่าน่าประทับใจ จริงจัง หรืออยู่ในระดับสูงมาก
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนจากบทเรียนนี้ให้มีความหมายว่า “น่าทึ่งอย่างแท้จริง”: Her calm response was ____ remarkable.
ดูคำตอบ
nothing less than
give it a go: วิธีพูดว่า “ลองทำดู” อย่างเป็นมิตร
Give it a go หมายถึง “ลองทำดู” โดยเฉพาะเมื่อยังไม่แน่ใจผลลัพธ์หรือเป็นกิจกรรมใหม่ give เป็นคำกริยา ส่วน it หมายถึงกิจกรรมหรือแผนทั้งหมดที่เข้าใจได้จากบริบทโดยไม่ต้องมีคำนามเฉพาะมาก่อน และ a go เป็นนามวลีที่หมายถึง “การลองหนึ่งครั้ง” สำนวนนี้มักใช้เพื่อให้กำลังใจอย่างเป็นมิตร หรือบอกแบบสบาย ๆ ว่าคุณยินดีจะลอง
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ลองทำดู”: The puzzle looks difficult, but I'll ____.
ดูคำตอบ
give it a go
to surmise one doesn't need to ask anyone for permission, วลี
4:28การคาดเดาว่าคนเราไม่จำเป็นต้องขออนุญาตจากใคร
ask anyone for permission: ask + บุคคล + for + permission
โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ ask + บุคคล + for + permission ผู้ที่เราขอความเห็นชอบจะอยู่ถัดจาก ask โดยตรง ส่วน for นำหน้าสิ่งที่ขอ ซึ่งในที่นี้คือ permission ในประโยคนี้ anyone อยู่ในตำแหน่งของบุคคล คำปฏิเสธครอบคลุม need หมายความว่าคนนั้นคิดว่าไม่จำเป็นต้องปรึกษาหรือขอความเห็นชอบจากใคร ไม่ใช่ว่ายังต้องได้รับอนุญาตแต่เพียงไม่ถามใคร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีตายตัวสำหรับขออนุญาต: Before you use the lab, ask your teacher ____.
ดูคำตอบ
for permission
that many of the top positions simply belong to those who dare to boldly ask for them.
4:31และการที่ตำแหน่งสูงสุดหลายๆ ตำแหน่งเป็นของคนที่กล้าที่จะเอ่ยปากขอมันอย่างกล้าหาญเท่านั้น
A lack of confidence is at heart a misunderstanding of the way the world works.
4:36ความขาดความมั่นใจ แท้จริงแล้วคือความเข้าใจผิดเกี่ยวกับวิถีที่โลกทำงาน
have the right preordained to get certain things.
4:45ที่มีสิทธิที่ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าเพื่อรับสิ่งบางอย่าง
internalized feudalism ในฐานะอุปมาของลำดับชั้นที่จำกัดตนเอง
internalized feudalism เป็นอุปมาที่จงใจทำให้เห็นภาพชัด ไม่ใช่คำกล่าวตามตัวอักษรเกี่ยวกับระบบการเมือง internalized หมายถึงการที่ลำดับชั้นทางสังคมถูกซึมซับเข้าไปในความคิดของบุคคล ส่วน feudalism ชวนให้นึกถึงชนชั้นและอภิสิทธิ์ที่ตายตัว ในที่นี้ ป้ายชื่อนี้วิจารณ์ความเชื่อที่ว่าโอกาสอันมีค่าถูกสงวนไว้โดยธรรมชาติให้คนบางประเภท บุคคลจึงกีดกันตนเองก่อนที่ผู้มีอำนาจภายนอกจะทำเช่นนั้น
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ internalized feudalism อธิบายถึงอะไร
- ระบบที่เท่าเทียมซึ่งทุกคนมีสิทธิ์เหมือนกัน
- ความเชื่อที่เรียนรู้มาว่าชนชั้นที่ตายตัวกำหนดว่าใครสมควรได้รับโอกาส
- ภาวะทางการแพทย์ที่เกิดจากการเรียนประวัติศาสตร์
- แผนฟื้นฟูรัฐบาลศักดินาในประวัติศาสตร์
ดูคำตอบ
ความเชื่อที่เรียนรู้มาว่าชนชั้นที่ตายตัวกำหนดว่าใครสมควรได้รับโอกาส
a lot more is possible than we might think at our moments of timidity and doubt. ไวยากรณ์
4:50ยังมีอะไรที่เป็นไปได้อีกมากมายกว่าที่เราอาจจะคิดในช่วงเวลาแห่งความขี้ขลาดและลังเล
โครงสร้าง a lot more is possible than we might think
ใน a lot more คำว่า a lot เป็นคำขยายระดับแบบไม่เป็นทางการที่เน้นคำเปรียบเทียบ more โดยมีความหมายเหมือน much more หรือ “มากกว่ามาก” ในที่นี้ a lot more เป็นประธานของ is possible และหมายถึงขอบเขตของการกระทำหรือผลลัพธ์ที่กว้างกว่ามาก ไม่ได้ใช้ possible เป็นคำนามนับได้ อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย than ให้เกณฑ์เปรียบเทียบ คือ what we might think ส่วน might ทำให้การประเมินนั้นฟังเป็นการคาดคะเนอย่างระมัดระวัง ไม่ใช่ข้อสรุปเด็ดขาด ดังนั้นประโยคนี้จึงเปรียบเทียบความเป็นไปได้จริงกับขอบเขตที่แคบกว่าซึ่งเราอาจนึกภาพไว้เมื่อรู้สึกหวาดกลัวหรือลังเล
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยโครงสร้าง a lot more is possible: With the right support, ____ than we might think.
ดูคำตอบ
a lot more is possible
That's the start of the path towards a job we won't regret on our deathbeds. สำนวน
4:54นั่นคือจุดเริ่มต้นของเส้นทางสู่งานที่เราจะไม่เสียใจเมื่อถึงวาระสุดท้ายของชีวิต
มุมมองจากวาระสุดท้ายของชีวิตใน on our deathbeds
on our deathbeds หมายถึง “ในช่วงสุดท้ายของชีวิต ขณะที่กำลังจะเสียชีวิต” มักใช้เป็นจุดยืนในจินตนาการเพื่อย้อนมองชีวิต ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะต้องนอนอยู่บนเตียงใดเตียงหนึ่งจริง ๆ ในประโยคนี้ ความเสียใจตลอดชีวิตถูกใช้เป็นเกณฑ์ในการเลือกงาน ให้จินตนาการว่ากำลังย้อนมองชีวิตทั้งหมดแล้วถามว่าการเลือกนั้นยังรู้สึกผิดอยู่หรือไม่ ภาพนี้เพิ่มน้ำหนักทางอารมณ์อย่างจริงจังให้คำแนะนำ และเน้นผลที่อาจย้อนกลับไปแก้ไขไม่ได้
แบบฝึกหัด
on our deathbeds เพิ่มมุมมองแบบใดให้กับประโยคนี้?
- วางแผนระยะสั้นสำหรับเช้าวันถัดไป
- ย้อนมองทั้งชีวิตเมื่อใกล้ถึงวาระสุดท้าย
- พักผ่อนบนเตียงหลังจากวันที่เหน็ดเหนื่อย
ดูคำตอบ
ย้อนมองทั้งชีวิตเมื่อใกล้ถึงวาระสุดท้าย