การมี "วิงแมน" ช่วยให้คุณได้เดทจริงๆ หรือเปล่า?: บทเรียนภาษาอังกฤษ

AsapSCIENCE

ความยากในการเรียน
568 คำ 193 คำ/นาที

คำแนะนำวิดีโอ: วิดีโอนี้เชื่อมที่มาของบทบาทผู้ช่วยในวงการบินกับความร่วมมือของสัตว์และงานวิจัยเรื่องแรงดึงดูดของมนุษย์ ก่อนเน้นคุณค่าของความจริงใจ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. wingman — บริบทวัฒนธรรมและโลกจริง: เชื่อมบทบาทผู้สนับสนุนนักบินกับเพื่อนที่ช่วยเรื่องการออกเดต เพื่อเข้าใจว่าใครช่วยใครโดยไม่คิดว่าเป็นนักบินจริง 2. team up in pairs — กริยาวลี: เรียนรู้ว่า team up คือการรวมกลุ่มเพื่อร่วมมือ ส่วน in pairs ระบุกลุ่มสองคน ใช้พูดถึงโครงการ เกม และการแสดงร่วมกันได้ 3. “make them look good.” — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจว่า make + กรรม + กริยารูปพื้นฐานทำให้เกิดภาพลักษณ์ เพื่อพูดถึงชื่อเสียงโดยไม่เติม to หน้า look ผิดหลัก

คำอธิบายในบทเรียนนี้

On a night out while looking for love, วลี

0:00

ในค่ำคืนที่คุณออกไปตามหาความรัก

วลี

a night out: การออกไปสังสรรค์ช่วงค่ำ

ในที่นี้ a night out หมายถึงช่วงค่ำที่ออกจากบ้านไปพบปะผู้คน รับประทานอาหาร นัดเจอคนอื่น หรือทำกิจกรรมบันเทิง เป็นการกล่าวถึงกิจกรรมออกไปเที่ยวตลอดช่วงค่ำ ไม่ได้หมายถึงเพียงการอยู่กลางแจ้งหลังมืดหรือไปค้างคืนที่อื่น วลีนี้เป็นนามวลีเอกพจน์ที่นับได้ On a night out ใช้ระบุเวลาและสถานการณ์ว่าเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นระหว่างการออกไปสังสรรค์ในคืนนั้น

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายสามคำที่หมายถึงการออกไปสังสรรค์ช่วงค่ำให้สมบูรณ์: After the final exam, we're planning ____ with our classmates.

ดูคำตอบ

a night out

there's nothing like having the support of a friend, ไวยากรณ์

0:01

ไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการมีเพื่อนคอยสนับสนุน

ไวยากรณ์

there's nothing like having: การชื่นชมประสบการณ์อย่างหนักแน่น

There's nothing like + คำนามหรือรูป -ing เป็นโครงสร้างประเมินแบบเน้นย้ำ หมายความว่าประสบการณ์หนึ่งน่าพอใจ มีคุณค่า หรือยากจะหาอะไรมาเทียบได้เป็นพิเศษ โดยทั่วไปเป็นการแสดงความชื่นชมส่วนตัว ไม่ใช่การยืนยันตามตัวอักษรว่าคล้ายกับสิ่งอื่นไม่ได้เลย ในประโยคนี้ having นำเข้าสู่ประสบการณ์ที่กำลังได้รับคำชม และ the support of a friend คือสิ่งที่บุคคลนั้นมี รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ There's nothing like doing something

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายที่ชื่นชมประสบการณ์นี้อย่างมากให้สมบูรณ์: When you are far from home, ____ a friend nearby.

ดูคำตอบ

there's nothing like having

known sometimes as a wingman or wingwoman. วัฒนธรรม

0:04

ซึ่งบางครั้งเรียกว่า wingman หรือ wingwoman

The term originates from fighter jet pilots

0:07

คำนี้มีที่มาจากนักบินเครื่องบินขับไล่

where the wingman's job is to support and protect the leading pilot.

0:09

โดย wingman มีหน้าที่สนับสนุนและปกป้องนักบินผู้นำ

วัฒนธรรม

wingman: จากนักบินในหมู่บินสู่ผู้ช่วยทางสังคม

เดิมที wingman หมายถึงนักบินที่บินอยู่ข้างเครื่องบินผู้นำเพื่อสนับสนุนและปกป้อง ภาพจากทางทหารนี้จึงกลายมาเป็นแนวคิดของผู้ช่วยที่ไว้ใจได้ซึ่งอยู่เคียงข้างอีกคนหนึ่ง ในบริบททางสังคมหรือการนัดเดตแบบไม่เป็นทางการในปัจจุบัน wingman จะช่วยเพื่อนให้ได้พบหรือพูดคุยกับคนที่อาจพัฒนาเป็นคู่รัก wingman คือผู้ช่วย ไม่ใช่คนที่เพื่อนต้องการนัดเดตด้วย ส่วนคำที่ใช้ตรงกันสำหรับผู้หญิงคือ wingwoman

แบบฝึกหัด

Maya ช่วยเพื่อนเริ่มพูดคุยกับคนที่เขาชอบ ในภาษาอังกฤษแบบไม่เป็นทางการเกี่ยวกับการเข้าสังคม Maya กำลังทำหน้าที่อะไร

  1. his date
  2. his wingman
  3. his matchmaker
ดูคำตอบ

his wingman

This same dynamic is applied when a friend needs support approaching potential partners.

0:13

รูปแบบความสัมพันธ์เดียวกันนี้ถูกนำมาใช้เมื่อเพื่อนต้องการความช่วยเหลือในการเข้าหาคนที่มีโอกาสเป็นคู่รัก

But what's the science behind this strategy, วลี

0:17

แต่กลยุทธ์นี้มีหลักวิทยาศาสตร์อะไรอยู่เบื้องหลัง

and do wingmen actually work?

0:19

แล้ว wingman ได้ผลจริงหรือ

วลี

What's the science behind ...?: การถามหากลไกและหลักฐาน

ใน What's the science behind this strategy? โครงสร้างนี้ใช้ถามหากลไกทางวิทยาศาสตร์หรือหลักฐานการวิจัยที่อธิบายหรือสนับสนุนวิธีปฏิบัติหนึ่ง ๆ Behind ในที่นี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงสิ่งที่เป็นพื้นฐานอยู่ ไม่ใช่ตำแหน่งที่อยู่ด้านหลังจริง ๆ ใช้ What's the science behind + คำนามหรือกลุ่มคำนาม? เพื่อเปลี่ยนจากการอธิบายคำกล่าวอ้าง นิสัย หรือกลยุทธ์ ไปสู่การถามว่าสิ่งนั้นทำงานอย่างไรและมีหลักฐานใดสนับสนุน What's ในที่นี้เป็นรูปย่อของ what is

แบบฝึกหัด

วลีใดเติมคำถามได้เหมาะสมที่สุด เมื่อผู้พูดต้องการหลักฐานหรือกลไกทางวิทยาศาสตร์โดยเฉพาะ “_____ this memory technique?”

  1. What's the schedule for
  2. What's the reason behind
  3. What's the science behind
ดูคำตอบ

What's the science behind

First things first, ลำดับความ

0:21

ก่อนอื่นเลย

you look better in a group than you do on your own. โน้ต

0:22

เวลาอยู่เป็นกลุ่ม คุณจะดูดีกว่าตอนอยู่คนเดียว

ลำดับความ

First things first ในฐานะเครื่องหมายบอกลำดับความสำคัญ

First things first เป็นเครื่องหมายทางวาทกรรมแบบตายตัวที่บอกว่าประเด็นใดต้องกล่าวถึงเป็นอันดับแรกและทันที ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวชี้ว่าคำกล่าวเรื่องการดูดีกว่าเมื่ออยู่เป็นกลุ่มคือจุดเริ่มต้นของผู้พูดก่อนจะให้หลักฐานหรือคำแนะนำต่อไป ใช้วลีนี้เพื่อจัดลำดับคำอธิบาย ชุดคำสั่ง หรือการสนทนาโดยวางเรื่องสำคัญที่สุดไว้ก่อน โดยไม่ได้ใช้ things ซ้ำตามความหมายตรงตัว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยวลีตายตัวที่ใช้เกริ่นประเด็นสำคัญที่สุด: ____, make sure the building is empty before you lock the doors.

ดูคำตอบ

First things first

ไวยากรณ์

การเปรียบเทียบ look better ... than you do โดยใช้ do แทนกริยา

รูปแบบ look better in X than you do in Y ใช้เปรียบเทียบว่าคนคนเดียวกันดูเป็นอย่างไรในสองสถานการณ์ better แสดงว่าสถานการณ์แรกมีระดับสูงกว่า และ than นำเข้าสถานการณ์ที่เป็นเกณฑ์เปรียบเทียบที่สอง ใน than you do on your own คำว่า do ทำหน้าที่เป็นกริยาแทน look ที่กล่าวไปแล้ว จึงไม่ต้องกล่าวซ้ำ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการลงมือทำสิ่งใด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเปรียบเทียบด้วยรูปที่ใช้แทน runs อย่างถูกต้อง: This program runs more smoothly on a desktop than it ____ on a tablet.

ดูคำตอบ

does

วลี

on your own: อยู่คนเดียวโดยไม่มีเพื่อน

ในประโยคนี้ on your own หมายถึงอยู่คนเดียวหรือไม่มีคนอื่นอยู่ด้วย วลีนี้ตรงข้ามกับ in a group โดยตรง และบรรยายว่าคนคนหนึ่งดูเป็นอย่างไรเมื่ออยู่คนเดียวในภาพ ไม่ได้บอกว่าเขาทำงานอย่างหนึ่งสำเร็จได้อย่างไร ในบริบทอื่น วลีเดียวกันนี้อาจหมายถึงโดยไม่มีความช่วยเหลือได้ด้วย ให้ดูการกระทำรอบข้างเพื่อแยกความหมาย การอยู่หรือไปที่ใดสักแห่ง on your own มักเน้นว่าไม่มีเพื่อนร่วมทาง ส่วนการทำหรือแก้ปัญหาบางอย่าง on your own มักเน้นว่าไม่ได้รับความช่วยเหลือ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง on + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + own ที่หมายถึง “ไม่มีเพื่อนมาด้วย”: Everyone else came with friends, but Maya arrived ____.

ดูคำตอบ

on her own

One study had participants evaluate pictures of 300 people ไวยากรณ์

0:25

งานวิจัยหนึ่งให้ผู้เข้าร่วมประเมินภาพถ่ายของคน 300 คน

and found that faces were significantly more attractive

0:29

และพบว่าใบหน้าดูน่าดึงดูดขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

when they were shown in a group photo

0:32

เมื่อปรากฏอยู่ในภาพถ่ายหมู่

compared to the same faces shown on their own.

0:33

เมื่อเทียบกับใบหน้าเดียวกันที่ปรากฏตามลำพัง

ไวยากรณ์

had participants evaluate: have + คน + กริยารูปพื้นฐาน

ใน had participants evaluate คำว่า had ทำหน้าที่เป็นกริยาเชิงสาเหตุ หมายถึงงานวิจัยจัดให้ผู้เข้าร่วมเป็นผู้ทำการประเมิน participants เป็นกรรมของ had แต่ในด้านความหมายก็เป็นผู้ทำกริยา evaluate ด้วย โครงสร้างคือ have หรือ had + คน + กริยารูปพื้นฐาน กริยารูปพื้นฐานนี้ไม่ใช้ to ดังนั้น had participants evaluate จึงถูกต้อง ส่วน had participants to evaluate ไม่ใช่โครงสร้างเชิงสาเหตุแบบนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ evaluate หลัง had ที่เป็นกริยาเชิงสาเหตุ: The researchers had the volunteers ____ both designs.

ดูคำตอบ

evaluate

Another good tactic a squad can use is that ไวยากรณ์

0:36

อีกกลยุทธ์ดี ๆ ที่กลุ่มเพื่อนนำมาใช้ได้ก็คือกลยุทธ์แบบ

of a wild turkey.

0:39

ไก่งวงป่า

ไวยากรณ์

that of ที่ใช้แทนคำนามเอกพจน์

ใน that of a wild turkey คำว่า that ใช้แทนคำนามเอกพจน์ tactic ที่กล่าวถึงไปแล้ว หากเขียนเต็มจะเป็น the tactic of a wild turkey ดังนั้น that ตรงนี้ไม่ได้ชี้ไปที่ไก่งวงตัวใดตัวหนึ่งและไม่ได้ใช้ขึ้นต้นอนุประโยค โครงสร้าง that of + นามวลีช่วยหลีกเลี่ยงการกล่าวคำนามเอกพจน์เดิมซ้ำ โดยมีประโยชน์เป็นพิเศษในการเปรียบเทียบและคำอธิบายที่ค่อนข้างเป็นทางการ เมื่อคำที่ใช้แทนมีวลี of ของตัวเอง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเปรียบเทียบด้วยวลีสองคำที่ใช้แทนคำนามเอกพจน์: The roof of this house is newer than ____ the house next door.

ดูคำตอบ

that of

Wild turkeys attract mates in a coalition

0:40

ไก่งวงป่ารวมกลุ่มกันเพื่อดึงดูดคู่

where one turkey is dominant and

0:43

โดยมีไก่งวงตัวหนึ่งเป็นจ่าฝูง

the other turkeys are helpers.

0:45

และตัวอื่น ๆ ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วย

These helper turkeys wear less colorful plumage,

0:46

ไก่งวงผู้ช่วยเหล่านี้มีขนที่สีสันไม่ฉูดฉาดนัก

making the dominant one look like a better catch. โน้ต

0:49

ทำให้ตัวจ่าฝูงดูเป็นคู่ที่น่าสนใจกว่า

ไวยากรณ์

making the dominant one look: อนุประโยคบอกผลที่ใช้ make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน

อนุประโยค -ing making the dominant one look like a better catch แสดงผลที่เกิดจากการที่ไก่งวงตัวช่วยมีขนสีสันน้อยกว่า รูปนี้เป็นวิธีพูดแบบกระชับแทน and this makes the dominant one look... ดังนั้นสถานการณ์ทั้งหมดก่อนหน้าจึงทำหน้าที่เป็นสาเหตุ ภายในอนุประโยค make ใช้โครงสร้าง make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน โดย The dominant one เป็นกรรมของ making และเป็นประธานในเชิงความหมายของ look ต้องใช้ look ไม่ใช่ to look ส่วน look like ในที่นี้หมายถึงดูเหมือนหรือดูเป็น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงผลจากการเพิ่มป้ายที่ชัดเจนขึ้นได้อย่างถูกต้อง?

  1. The designer added clearer labels, making the controls to look easier to use.
  2. The designer added clearer labels, making the controls look easier to use.
  3. The designer added clearer labels, making look the controls easier to use.
  4. The designer added clearer labels, made the controls look easier to use.
ดูคำตอบ

The designer added clearer labels, making the controls look easier to use.

สำนวน

a better catch: คู่ครองที่น่าสนใจกว่า

ในประโยคนี้ a better catch หมายถึงคู่ครองที่น่าดึงดูดหรือน่าสนใจกว่า catch ในที่นี้เป็นคำนามแบบไม่เป็นทางการที่ใช้เรียกคนซึ่งถูกมองว่าเป็นคู่รักที่ดี ไม่ได้หมายถึงสิ่งที่ถูกจับมาจริง ๆ ผู้บรรยายนำภาษาที่มนุษย์ใช้เรื่องการออกเดตมาใช้กับไก่งวงอย่างขบขัน โครงสร้าง a + คำคุณศัพท์ขั้นกว่า + catch ใช้เปรียบเทียบว่าผู้ที่อาจเป็นคู่ครองดูน่าสนใจเพียงใด

แบบฝึกหัด

ใน “Everyone thinks Maya is a great catch.” คำว่า a great catch หมายถึงอะไร

  1. คนสองคนที่เข้ากันได้ดี
  2. คนที่จับสัตว์ได้เก่ง
  3. คนที่น่าสนใจมากในฐานะคู่รัก
ดูคำตอบ

คนที่น่าสนใจมากในฐานะคู่รัก

And this strategy almost doubles the reproductive success

0:51

และกลยุทธ์นี้ทำให้ความสำเร็จในการสืบพันธุ์เพิ่มขึ้นเกือบสองเท่า

compared to those turkeys who ride solo. สำนวน

0:55

เมื่อเทียบกับไก่งวงที่ฉายเดี่ยว

สำนวน

ride solo: ลงมือทำโดยไม่มีทีมหรือคู่หู

ในที่นี้ ride solo หมายถึงทำสิ่งต่าง ๆ ตามลำพังแทนที่จะร่วมมือกับผู้อื่น ride ถูกใช้เป็นคำเปรียบเทียบ เพราะไก่งวงไม่ได้กำลังขี่อะไรจริง ๆ ส่วน solo เน้นว่าไก่งวงตัวหนึ่งใช้กลยุทธ์นี้โดยไม่มีคู่หรือทีม วลีนี้ทำให้การลงมือทำอย่างอิสระฟังดูมีภาพและเป็นกันเอง ในบริบทอื่น คำเดียวกันอาจหมายถึงการขี่จักรยาน มอเตอร์ไซค์ หรือม้าตามลำพัง จึงต้องดูสถานการณ์รอบข้างเพื่อแยกความหมายเชิงเปรียบเทียบออกจากความหมายตรงตัว

แบบฝึกหัด

ใน “The other designers formed a group, but Leo chose to ride solo.” Leo เลือกทำอะไร

  1. เป็นผู้นำกลุ่ม
  2. ทำงานอย่างอิสระ
  3. เดินทางด้วยพาหนะตามลำพัง
ดูคำตอบ

ทำงานอย่างอิสระ

Even male fireflies work together to attract ladies.

0:57

แม้แต่หิ่งห้อยตัวผู้ก็ยังร่วมมือกันเพื่อดึงดูดตัวเมีย

Fireflies use bioluminescent flashes to signal a mate,

1:00

หิ่งห้อยใช้แสงกะพริบจากการเรืองแสงทางชีวภาพเพื่อส่งสัญญาณหาคู่

and when male fireflies synchronize their flashes,

1:03

และเมื่อตัวผู้กะพริบแสงพร้อมกัน

females responded 82% of the time ไวยากรณ์

1:06

ตัวเมียจะตอบสนองถึง 82% ของจำนวนครั้ง

compared to 3% of the time with asynchronous flashes.

1:08

เทียบกับเพียง 3% เมื่อแสงกะพริบไม่พร้อมกัน

ไวยากรณ์

82% ของครั้งทั้งหมดเทียบกับ 3%

โครงสร้าง X% of the time compared to Y% of the time ใช้เปรียบเทียบว่าเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นบ่อยเพียงใดภายใต้สองเงื่อนไข ในประโยคนี้ ตัวเมียตอบสนอง 82% ของโอกาสเมื่อแสงกะพริบพร้อมกัน เทียบกับ 3% เมื่อแสงกะพริบไม่พร้อมกัน Of the time หมายถึง “ในสัดส่วนดังกล่าวของโอกาสหรือกรณีทั้งหมด” ไม่ได้หมายถึง “เป็นระยะเวลาตามสัดส่วนดังกล่าว” ส่วน compared to ใช้นำความถี่ที่สองมาเป็นจุดอ้างอิง

แบบฝึกหัด

เติมการเปรียบเทียบเชิงสถิติด้วยโครงสร้างจากบทเรียนนี้: The new sensor worked 90% ____ 60% of the time for the old sensor.

ดูคำตอบ

of the time compared to

So maybe it's time for your squad to think of a coordinated dance, ไวยากรณ์

1:12

ดังนั้น อาจถึงเวลาที่แก๊งของคุณต้องคิดท่าเต้นให้พร้อมเพรียงกัน

especially if you're the wingman to a lance-tailed manakin.

1:15

โดยเฉพาะถ้าคุณเป็น wingman ให้กับนกมานาคินหางหอก

ไวยากรณ์

it's time for your squad to...: ถึงเวลาที่กลุ่มของคุณจะ...

โครงสร้าง it's time for + บุคคลหรือกลุ่ม + to + กริยารูปพื้นฐาน หมายความว่าถึงเวลาที่เหมาะสมที่บุคคลหรือกลุ่มนั้นควรลงมือทำ ในประโยคนี้ for your squad ระบุผู้ที่ต้องทำ และ to think ระบุการกระทำ โครงสร้างนี้มักทำหน้าที่เป็นคำแนะนำหรือคำเตือน และอาจฟังดูจริงจังได้ตามน้ำเสียง ไม่ใช่การถามเวลาในนาฬิกา

แบบฝึกหัด

ใช้ it's time for + person + to + verb เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The deadline is tomorrow, so ____ the team ____ review the final draft.

ดูคำตอบ

it's time for · to

Males of this species team up in pairs กริยาวลี

1:19

ตัวผู้ของนกชนิดนี้จับคู่กัน

performing intricate dances,

1:21

เพื่อแสดงท่าเต้นอันซับซ้อน

including leaping over one another. ไวยากรณ์

1:23

รวมถึงกระโดดข้ามกันไปมา

กริยาวลี

team up in pairs: ร่วมมือกันเป็นคู่

team up หมายถึงเริ่มทำงานร่วมกันเพื่อเป้าหมายเดียวกัน โดยเน้นการร่วมมือกัน ไม่ได้หมายความว่าต้องเข้าเป็นสมาชิกของทีมที่มีอยู่แล้วหรือเป็นทีมถาวรเสมอไป in pairs ระบุรูปแบบการจัดกลุ่มว่าผู้เข้าร่วมทำงานครั้งละสองคน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ team up in pairs to do something ส่วนการระบุผู้ร่วมมือใช้ team up with someone

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The volunteers teamed up in pairs to check every room” วลี teamed up in pairs หมายความว่าอย่างไร

  1. พวกเขาเริ่มร่วมมือกันเป็นกลุ่มละสองคน
  2. พวกเขาทำงานคนเดียวแล้วจึงเปรียบเทียบผลภายหลัง
  3. พวกเขาเข้าเป็นสมาชิกของทีมถาวรเพียงทีมเดียว
ดูคำตอบ

พวกเขาเริ่มร่วมมือกันเป็นกลุ่มละสองคน

ไวยากรณ์

one another: ซึ่งกันและกัน

one another เป็นคำสรรพนามแสดงการกระทำต่อกัน หมายถึงสมาชิกแต่ละคนในกลุ่มทำกริยานั้นต่อสมาชิกอีกคนหรือสมาชิกคนอื่น ๆ ในที่นี้นกแต่ละตัวกระโดดข้ามคู่ของตน จึงเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นต่อกัน โดยทั่วไป one another ทำหน้าที่เป็นกรรมหลังคำกริยาหรือคำบุพบท และย้อนกลับไปหาประธานพหูพจน์หรือประธานที่เชื่อมกัน เช่น They help one another และ They spoke to one another ให้มอง one another เป็นหน่วยเดียว ไม่ใช่ one กับ another ที่อ้างถึงคนละสิ่งแยกกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าเพื่อนร่วมทีมทั้งสองคนต่างให้กำลังใจอีกฝ่าย

  1. The teammates encouraged another player.
  2. One teammate encouraged another.
  3. The teammates encouraged one another.
ดูคำตอบ

The teammates encouraged one another.

But within the group,

1:25

แต่ภายในกลุ่ม

there is an alpha and a beta,

1:25

จะมีตัวอัลฟาและตัวเบตา

and the beta never gets lucky. สำนวน

1:27

และตัวเบตาไม่เคยได้ผสมพันธุ์เลย

สำนวน

“Never Gets Lucky” ในฐานะคำเลี่ยงเกี่ยวกับการออกเดต

ในบริบทของการเกี้ยวพาราสีและการผสมพันธุ์นี้ gets lucky เป็นคำเลี่ยงแบบไม่เป็นทางการที่หมายถึงการประสบความสำเร็จด้านความรักหรือเรื่องเพศ ส่วน never ทำให้การปฏิเสธเป็นแบบเด็ดขาด กล่าวคือตัวเบตาไม่เคยประสบความสำเร็จเช่นนั้นเลย ความหมายของสำนวนนี้ขึ้นอยู่กับบริบท ในสถานการณ์อื่น get lucky อาจหมายถึงเพียงมีเรื่องโชคดีเกิดขึ้น แต่ในที่นี้เบาะแสเกี่ยวกับแรงดึงดูด การออกเดต หรือการผสมพันธุ์ทำให้เกิดความหมายเชิงชู้สาว

แบบฝึกหัด

ในงานปาร์ตี้ มีคนพูดว่า “Maybe Sam will get lucky tonight.” ความหมายที่น่าจะตั้งใจสื่อมากที่สุดคืออะไร

  1. Sam จะชนะรางวัลอย่างแน่นอน
  2. Sam โชคดีโดยทั่วไปมาตลอดทั้งสัปดาห์
  3. Sam อาจประสบความสำเร็จด้านความรักหรือเรื่องเพศ
ดูคำตอบ

Sam อาจประสบความสำเร็จด้านความรักหรือเรื่องเพศ

So why be a wingman?

1:30

แล้วทำไมถึงยอมเป็น wingman ล่ะ

A study that tracked and analyzed DNA of 457 birds

1:32

งานวิจัยที่ติดตามนก 457 ตัวและวิเคราะห์ DNA ของพวกมัน

found that beta birds,

1:36

พบว่านกตัวเบตา

after learning from the alphas, ไวยากรณ์

1:37

หลังจากเรียนรู้จากตัวอัลฟาแล้ว

had a better chance of becoming an alpha the following year. วลี

1:39

มีโอกาสมากขึ้นที่จะได้เป็นตัวอัลฟาในปีถัดไป

ไวยากรณ์

“After Learning from the Alphas” เพื่อแสดงการกระทำที่เกิดก่อน

After learning from the alphas เป็นอนุประโยคบอกเวลาที่ลดรูป โดยมีความสัมพันธ์ด้านเวลาโดยพื้นฐานเหมือนกับ after the beta birds learned from the alphas คือการเรียนรู้เกิดขึ้นก่อน แล้วโอกาสที่เพิ่มขึ้นจึงเกิดตามมา เนื่องจากผู้ที่เข้าใจว่าเป็นผู้เรียนคือประธานของประโยคหลัก beta birds จึงละประธานที่ซ้ำกันได้ และเปลี่ยน learned เป็น learning ทำให้ได้โครงสร้าง after + -ing ส่วน from ระบุแหล่งที่มาหรือต้นแบบของการเรียนรู้ ไม่ได้หมายความว่า alphas เป็นผู้เรียน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วย after + รูป -ing ของ review: ____ the report, Mia emailed it to her manager.

ดูคำตอบ

After reviewing

วลี

have a better chance of + -ing: มีโอกาสทำบางสิ่งสำเร็จมากขึ้น

ในที่นี้ had a better chance of becoming หมายความว่า การเรียนรู้จากนกอัลฟาทำให้นกเบตามีโอกาสกลายเป็นอัลฟาในภายหลังมากขึ้น คำว่า better แสดงการเปรียบเทียบกับโอกาสเดิมหรือโอกาสที่ปกติคาดไว้ ในโครงสร้าง have a better chance of + คำนาม/รูป -ing คำว่า of เป็นคำบุพบท ดังนั้นกริยาที่ตามหลังจึงต้องอยู่ในรูป -ing เช่น a better chance of becoming ไม่ใช่ a better chance of become หรือ of to becoming โครงสร้างนี้ใช้บอกว่าเงื่อนไขบางอย่างเพิ่มความน่าจะเป็นของผลลัพธ์หนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ succeed: With more preparation, the team has a better chance of ____ this time.

ดูคำตอบ

succeeding

These strategies are often used among males,

1:42

กลยุทธ์เหล่านี้มักใช้กันในหมู่ตัวผู้

but what about females? ลำดับความ

1:44

แล้วตัวเมียล่ะ

ลำดับความ

ใช้ but what about ...? เพื่อยกกรณีเปรียบเทียบที่ตกหล่น

ในที่นี้ but what about females? ไม่ได้เป็นการขอความคิดเห็นจากผู้หญิง แต่เป็นการยกตัวเมียขึ้นมาเป็นกลุ่มเปรียบเทียบที่การอภิปรายก่อนหน้ายังไม่ได้กล่าวถึง but แสดงความขัดแย้งหรือข้อจำกัดของสิ่งที่กล่าวมา ส่วน what about + นามวลี ใช้เปิดประเด็นย่อยที่ยังขาดอยู่ ในการพูดหรือการให้เหตุผล โครงสร้างนี้เชื่อมคำถามใหม่เข้ากับหัวข้อเดิม แทนที่จะเริ่มเรื่องใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้อง

แบบฝึกหัด

but what about remote workers? ทำหน้าที่อะไรในที่นี้? The policy works well for office staff, but what about remote workers?

  1. นำเสนอกลุ่มที่เกี่ยวข้องซึ่งยังไม่ได้กล่าวถึง
  2. ขอให้พนักงานทางไกลแสดงความคิดเห็นส่วนตัว
  3. ยุติการอภิปรายเพราะนโยบายใช้ได้ผลกับทุกคน
ดูคำตอบ

นำเสนอกลุ่มที่เกี่ยวข้องซึ่งยังไม่ได้กล่าวถึง

Across cultures, ลำดับความ

1:45

ในหลากหลายวัฒนธรรม

ลำดับความ

Across cultures ในฐานะคำบ่งชี้ขอบเขต

Across cultures เป็นคำบ่งชี้ขอบเขตที่วางไว้ต้นประโยค โดยบอกผู้ฟังให้ตีความข้อสรุปกว้าง ๆ ที่ตามมาว่าเกี่ยวข้องกับบริบททางวัฒนธรรมหลายแบบ ไม่ใช่ข้อกล่าวอ้างที่จำกัดอยู่เพียงสังคมเดียว วลีนี้ขยายขอบเขตของการเปรียบเทียบ แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกวัฒนธรรมเหมือนกันหรือไม่มีข้อยกเว้น ผู้พูดยังสามารถใช้วลีนี้แล้วจำกัดแนวโน้มดังกล่าวด้วยการระบุความแตกต่างได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ Across cultures เพื่อเกริ่นรูปแบบโดยรวมและยังเปิดให้มีความแตกต่างได้?

  1. Cross-cultural, people mark important life events, although the customs differ.
  2. In all cultures, people follow exactly the same custom.
  3. Across cultures, people mark important life events, although the customs differ.
ดูคำตอบ

Across cultures, people mark important life events, although the customs differ.

human women tend to be more selective or choosy than men when it comes to partnerships, โน้ต

1:46

ผู้หญิงมีแนวโน้มจะเลือกมากหรือพิถีพิถันกว่าผู้ชายในเรื่องคู่ครอง

ไวยากรณ์

tend to be สำหรับแนวโน้มที่ไม่เป็นข้อสรุปตายตัว

ใน tend to be นั้น tend to ใช้บ่งบอกรูปแบบที่เกิดซ้ำหรือพบได้โดยทั่วไป ส่วน be เชื่อมประธานเข้ากับคำบรรยาย ในประโยคนี้ more selective or choosy ถูกนำเสนอว่าเป็นแนวโน้ม ไม่ใช่คุณสมบัติที่ทุกคนต้องมีโดยไม่มีข้อยกเว้น โครงสร้างที่ช่วยลดความหนักแน่นนี้ทำให้ข้อสรุปกว้าง ๆ ไม่เด็ดขาดเกินไป และเปิดพื้นที่ให้กับความแตกต่างและข้อยกเว้น จึงมีประโยชน์เมื่อสรุปรูปแบบของกลุ่มหรือผลการวิจัยอย่างระมัดระวัง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างสามคำที่เน้นไว้ เพื่อสื่อถึงแนวโน้มทั่วไปแทนกฎที่เป็นจริงเสมอ: Survey respondents ____ more patient when they receive clear instructions.

ดูคำตอบ

tend to be

การใช้คำ

ความแตกต่างระหว่าง selective กับ choosy

ในประโยคนี้ or ใช้เพื่อนำ choosy มาอธิบาย selective ใหม่ในแบบที่เป็นภาษาพูดมากกว่า ทั้งสองคำสื่อว่าคนคนหนึ่งยอมรับตัวเลือกน้อยลงเพราะใช้มาตรฐานที่สูงกว่าหรือแคบกว่า selective เป็นคำที่เป็นกลางและเหมาะกับการวิเคราะห์มากกว่า ส่วน choosy มักแฝงทัศนคติของผู้พูด ทำให้บุคคลนั้นอาจดูเป็นคนเอาใจยาก ความหมายพื้นฐานของสองคำนี้ทับซ้อนกัน แต่โทนไม่ได้เหมือนกันทั้งหมด

แบบฝึกหัด

คำใดเหมาะที่สุดสำหรับเติมประโยคที่เป็นกลางและเป็นทางการนี้โดยไม่แฝงการวิจารณ์? The survey suggests that applicants are ___ about which programs they choose.

  1. selective
  2. fussy
  3. choosy
ดูคำตอบ

selective

วลี

when it comes to partnerships เพื่อจำกัดหัวข้อ

when it comes to partnerships จำกัดขอบเขตของข้อความ กล่าวคือ ข้ออ้างนี้ใช้กับเรื่องความสัมพันธ์กับคู่ครองโดยเฉพาะ ไม่ได้ใช้กับพฤติกรรมทุกประเภท วลีนี้หมายถึง “เมื่อพิจารณาหรือพูดถึงความสัมพันธ์กับคู่ครอง” ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่จริงหรือเหตุการณ์ด้านเวลา รูปแบบคือ when it comes to + คำนาม คำสรรพนาม อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วยคำแสดงคำถาม หรือรูป -ing ใช้เพื่อจำกัดข้อความกว้าง ๆ ให้เหลือหัวข้อหรือมิติเดียว

แบบฝึกหัด

ใช้วลีจำกัดหัวข้อจากบทเรียนเติมประโยคให้สมบูรณ์: ____ choosing a laptop, battery life matters most to me.

ดูคำตอบ

When it comes to

though significant variation does exist among sexes. ไวยากรณ์

1:51

แม้ว่าคนในแต่ละเพศจะมีความแตกต่างกันอยู่มากก็ตาม

ไวยากรณ์

Though ... does exist: การยอมรับข้อยกเว้นพร้อมการเน้นในประโยคบอกเล่า

Though ใช้นำข้อความยอมรับข้อจำกัดหรือข้อยกเว้น เพื่อจำกัดขอบเขตของข้อสรุปทั่วไปที่กว้างกว่า ในที่นี้ผู้เขียนส่งสัญญาณว่าไม่ควรเข้าใจแนวโน้มโดยรวมว่าเป็นกฎตายตัว ใน does exist คำว่า does เป็นกริยาช่วยที่ใช้เน้นในประโยคบอกเล่า โดยย้ำว่าความแตกต่างนั้นมีอยู่จริง หลัง does ต้องใช้ exist ซึ่งเป็นรูปพื้นฐาน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ though + ประธาน + do/does/did + กริยารูปพื้นฐาน เมื่อต้องการยอมรับและเน้นข้อยกเว้นที่มีอยู่จริง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปกริยาเน้นสองคำที่ยืนยันว่าข้อยกเว้นนี้มีอยู่จริง: The overall trend is stable, though some variation ____ between regions.

ดูคำตอบ

does exist

After all,

1:54

เพราะท้ายที่สุดแล้ว

females expend more resources in pregnancy,

1:55

ผู้หญิงต้องใช้ทรัพยากรมากกว่าในการตั้งครรภ์

making it important that they choose a partner more selectively. ไวยากรณ์

1:58

จึงเป็นเรื่องสำคัญที่พวกเธอจะเลือกคู่ให้พิถีพิถันยิ่งขึ้น

ไวยากรณ์

Making it important that ...: ผลลัพธ์และเนื้อหาที่เลื่อนไปไว้ข้างหลัง

อนุประโยค -ing ใน making it important ... แสดงผลจากข้อเท็จจริงก่อนหน้า กล่าวคือ เพราะเพศเมียใช้ทรัพยากรมากกว่าในการตั้งครรภ์ ข้อเท็จจริงนี้จึงทำให้สิ่งที่กล่าวต่อไปมีความสำคัญ making ในที่นี้ไม่ได้เริ่มประโยคอิสระใหม่ ในโครงสร้าง make it + คำคุณศัพท์ + อนุประโยค that คำว่า it เป็นกรรมสมมติหรือกรรมที่ใช้วางไว้ล่วงหน้า เนื้อหาที่ถูกประเมินว่าสำคัญจริง ๆ คือ that they choose a partner more selectively อนุประโยค that ต้องมีประธาน they และกริยา choose ของตนเอง โครงสร้างนี้ช่วยวางแนวคิดที่ยาวกว่าไว้ท้ายประโยคได้: X makes it important that + อนุประโยค

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างแสดงผลที่ใช้ making และ important: The trail becomes icy after dark, ____ hikers wear proper boots.

ดูคำตอบ

making it important that

When asked to describe their courtship strategies, ไวยากรณ์

2:01

เมื่อถูกขอให้อธิบายกลยุทธ์ในการเกี้ยวพาราสีของตน

interestingly,

2:03

ที่น่าสนใจก็คือ

women were actually more likely to use cooperative techniques than men, ไวยากรณ์

2:04

ผู้หญิงกลับมีแนวโน้มใช้เทคนิคแบบร่วมมือกันมากกว่าผู้ชาย

ไวยากรณ์

more likely to use ... than men: การเปรียบเทียบความเป็นไปได้

โครงสร้าง more likely to use ... than men เปรียบเทียบความเป็นไปได้ที่คนสองกลุ่มจะทำสิ่งเดียวกัน โดยบอกว่าผู้หญิงมีแนวโน้มหรือโอกาสใช้วิธีการแบบร่วมมือมากกว่าผู้ชาย ไม่ได้เปรียบเทียบจำนวนวิธีการ หลัง than men จะละการกระทำเดียวกันของกลุ่มที่สองไว้ให้เข้าใจ กล่าวคือ ผู้ชายมีโอกาสใช้วิธีการแบบร่วมมือน้อยกว่า เมื่อเติมความหมายที่ขนานกันนี้ จะเห็นชัดว่า women และ men คือสองกลุ่มที่ถูกเปรียบเทียบ และเกณฑ์ที่เปรียบเทียบคือความเป็นไปได้

แบบฝึกหัด

ประโยคนี้กำลังเปรียบเทียบอะไร? People who receive reminders are more likely to attend their appointments than people who receive no reminders.

  1. โอกาสที่คนทั้งสองกลุ่มจะไปตามนัดของตน
  2. จำนวนการนัดหมายที่แต่ละคนมี
  3. จำนวนข้อความเตือนที่ส่งให้แต่ละกลุ่ม
ดูคำตอบ

โอกาสที่คนทั้งสองกลุ่มจะไปตามนัดของตน

but these techniques were used to avoid partners where there was no romantic interest. ไวยากรณ์

2:07

แต่วิธีเหล่านี้ใช้เพื่อหลีกเลี่ยงคนที่พวกเธอไม่ได้มีใจให้

ไวยากรณ์

When asked to describe: การย่ออนุประโยค when แบบถูกกระทำ

When asked to describe เป็นอนุประโยคบอกเวลาแบบถูกกระทำที่ย่อแล้ว รูปเต็มคือ when women were asked to describe โดยละประธาน women และรูปของ be คือ were เพราะ women เป็นประธานของประโยคหลักด้วย ผู้ที่ได้รับคำขอคือผู้หญิง ส่วน their courtship strategies คือสิ่งที่พวกเธอถูกขอให้อธิบาย รูปย่อนี้ช่วยเกริ่นสถานการณ์อย่างกระชับก่อนบอกว่าคนกลุ่มเดิมทำหรือพูดอะไร

แบบฝึกหัด

ย่ออนุประโยค when แบบถูกกระทำโดยเติมคำที่หายไป: When Maya was asked to explain her decision, Maya answered calmly. → When ____ to explain her decision, Maya answered calmly.

ดูคำตอบ

asked

ไวยากรณ์

were used to avoid: จุดประสงค์ในรูปถูกกระทำ ไม่ใช่นิสัย

ใน were used to avoid นั้น were used เป็นรูปถูกกระทำของ use และ to avoid เป็น infinitive ที่บอกจุดประสงค์ เทคนิคเหล่านี้เป็นเครื่องมือที่ผู้คนใช้เพื่อหลีกเลี่ยงคู่บางคน ไม่ใช่ว่าตัวเทคนิคเองตั้งใจลงมือทำ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ be used to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึง “ถูกใช้เพื่อทำบางสิ่ง” ในที่นี้ to นำหน้า infinitive ดังนั้น avoid จึงคงเป็นรูปพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปถูกกระทำในปัจจุบันของ use ตามด้วย to: This filter ____ remove dust from the air.

ดูคำตอบ

is used to

Again,

2:12

ขอย้ำอีกครั้งว่า

this certainly varies from person to person, วลี

2:12

เรื่องนี้ย่อมแตกต่างกันไปในแต่ละคน

and these studies also only focused on heterosexual behavior.

2:14

และงานวิจัยเหล่านี้ก็มุ่งศึกษาเฉพาะพฤติกรรมรักต่างเพศเท่านั้น

วลี

varies from person to person: แสดงความแตกต่างระหว่างบุคคล

ใน varies from person to person คำว่า varies หมายถึง “แตกต่างกัน” และ from person to person ระบุว่าความแตกต่างนั้นอยู่ระหว่างบุคคล วลีนี้จำกัดขอบเขตของข้อสรุปโดยเตือนว่าไม่มีผลลัพธ์หรือประสบการณ์แบบเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน รูปซ้ำ from X to X สามารถบอกความแตกต่างระหว่างกรณีต่าง ๆ ได้ เช่น from case to case หรือ from day to day ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่หรือการส่งต่อบางสิ่งระหว่างคน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปปัจจุบันของ vary ตามด้วย from person to person: The ideal study schedule ____, so try several routines.

ดูคำตอบ

varies from person to person

How far will your squad go for you? สำนวน

2:17

แก๊งของคุณจะยอมทำเพื่อคุณได้มากแค่ไหน

Are they willing to lie?

2:20

พวกเขายอมโกหกไหม

สำนวน

How far will your squad go for you?:กลุ่มเพื่อนจะยอมทำเพื่อคุณได้ถึงขนาดไหน

ในที่นี้ how far ถามถึงระดับหรือขอบเขต ไม่ใช่ระยะทางจริง คำถามนี้หมายถึง “กลุ่มของคุณยอมเสี่ยง เสียสละ หรือละเมิดกฎมากเพียงใดเพื่อช่วยคุณ” โครงสร้าง how far + will/would + someone + go + for someone ใช้ทดสอบขอบเขตของการสนับสนุนหรือความภักดี ในบริบทนี้ go for you หมายถึงลงมือทำเพื่อคุณ ไม่ได้หมายถึงเลือกคุณหรือโจมตีคุณ

แบบฝึกหัด

คำถามที่เน้นไว้ถามถึงอะไรในบริบทนี้

  1. กลุ่มวางแผนจะเลือกใครบางคนหรือไม่
  2. กลุ่มยอมเดินทางเป็นระยะทางไกลเท่าใด
  3. กลุ่มยอมเสี่ยงหรือทำมากเพียงใดเพื่อช่วยใครบางคน
ดูคำตอบ

กลุ่มยอมเสี่ยงหรือทำมากเพียงใดเพื่อช่วยใครบางคน

It turns out the closer relationship you have with someone, โน้ต

2:21

ผลปรากฏว่า ยิ่งคุณสนิทกับใครมากเท่าไร

the more likely you are to lie to make them look good. ไวยากรณ์

2:24

คุณก็ยิ่งมีแนวโน้มจะโกหกเพื่อทำให้เขาดูดีมากขึ้นเท่านั้น

ลำดับความ

It turns out:ปรากฏว่าภายหลัง

ในที่นี้ It turns out ใช้นำเสนอข้อสรุปที่หลักฐานเปิดเผย นั่นคือ การโกหกแบบนี้มีแนวโน้มเกิดขึ้นมากกว่าในความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด วลีนี้มักมีนัยเล็กน้อยว่าผลลัพธ์นั้นไม่ได้ชัดเจนหรือเป็นสิ่งที่คาดไว้ ในฐานะวลีจัดระเบียบข้อมูล It turns out พาผู้ฟังจากคำถามหรือความไม่แน่นอนก่อนหน้าไปสู่คำตอบที่เพิ่งค้นพบ สามารถตามด้วยอนุประโยคได้ทันที หรือเติม that ก็ได้: It turns out (that) the result was different.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่ใช้แนะนำผลลัพธ์ที่เพิ่งค้นพบ: After we checked the records, ____ the payment had already arrived.

ดูคำตอบ

it turns out

ไวยากรณ์

The closer ..., the more likely ...: การเปลี่ยนแปลงที่สัมพันธ์กัน

โครงสร้างคู่ the + comparative ..., the + comparative ... แสดงตัวแปรสองอย่างที่เปลี่ยนแปลงไปพร้อมกัน อนุประโยคแรกกำหนดเงื่อนไขหรือระดับของการเปลี่ยนแปลง ส่วนอนุประโยคที่สองแสดงผลลัพธ์หรือแนวโน้มที่สัมพันธ์กัน ในประโยคนี้ ความใกล้ชิดของความสัมพันธ์ที่มากขึ้นเชื่อมโยงกับโอกาสที่จะโกหกที่สูงขึ้น More likely บอกความน่าจะเป็น ดังนั้นประโยคนี้จึงกล่าวถึงแนวโน้ม ไม่ได้บอกว่าทุกคนที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดจะโกหก และไม่ได้พิสูจน์ว่าความใกล้ชิดเป็นสาเหตุของการโกหก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้างเปรียบเทียบแบบคู่ได้ถูกต้องเพื่ออธิบายการเปลี่ยนแปลงสองอย่างที่สัมพันธ์กัน

  1. The closer the deadline gets, the more carefully we plan.
  2. Closer the deadline gets, the more carefully we plan.
  3. The closer the deadline gets, we plan more carefully.
ดูคำตอบ

The closer the deadline gets, the more carefully we plan.

ไวยากรณ์

Make them look good: make + กรรม + กริยารูปพื้นฐานไม่ใส่ to

ในโครงสร้าง make + กรรม + กริยารูปพื้นฐานไม่ใส่ to คำว่า make หมายถึงทำให้คนหรือสิ่งหนึ่งทำกริยาหรืออยู่ในสภาพที่คำถัดไปอธิบาย Them เป็นกรรม และ look เป็นกริยารูปพื้นฐาน ดังนั้นภาษาอังกฤษมาตรฐานจึงใช้ make them look ไม่ใช่ make them to look Look good หมายถึงดูดีในสายตาของผู้อื่น ในบริบทนี้ การโกหกมีจุดประสงค์เพื่อทำให้ภาพลักษณ์ของอีกคนหรือความประทับใจที่คนนั้นสร้างขึ้นดีขึ้น ไม่ได้กล่าวถึงสายตาของคนนั้น

แบบฝึกหัด

ใช้ make, the website และ look เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างแสดงการทำให้เกิดผล: The designer changed the colors to ____ more trustworthy.

ดูคำตอบ

make the website look

This is why going out with your best friends to the bar can help boost your image. วลี

2:27

นี่คือเหตุผลว่าทำไมการไปบาร์กับเพื่อนสนิทจึงช่วยเสริมภาพลักษณ์ของคุณได้

วลี

ส่งเสริมภาพลักษณ์ของคุณ

ในประโยคนี้ boost your image หมายถึง “ทำให้คนอื่นมองคุณในทางที่ดีขึ้น” Boost หมายถึงเพิ่มหรือเสริม ส่วน image หมายถึงภาพลักษณ์โดยรวมในสายตาสาธารณะหรือในสังคม ไม่ใช่รูปถ่าย โครงสร้าง boost + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + image ใช้ได้เมื่อการกระทำหนึ่งทำให้บุคคลหรือองค์กรดูน่าดึงดูด น่าเชื่อถือ หรือประสบความสำเร็จมากขึ้น จุดเน้นอยู่ที่การรับรู้ของผู้อื่น ไม่ได้หมายความว่าคุณสมบัติที่แท้จริงของบุคคลหรือองค์กรนั้นเปลี่ยนไปเสมอ

แบบฝึกหัด

ในประโยค “A polished website can boost a small business's image,” วลี “boost a small business's image” หมายถึงอะไร?

  1. ซ่อนธุรกิจนั้นจากความสนใจของสาธารณะ
  2. ทำให้ผู้คนมองธุรกิจนั้นในทางบวกมากขึ้น
  3. ขยายรูปถ่ายของธุรกิจนั้น
  4. ยกอาคารของธุรกิจนั้นให้สูงขึ้น
ดูคำตอบ

ทำให้ผู้คนมองธุรกิจนั้นในทางบวกมากขึ้น

Of course,

2:31

แน่นอนว่า

looking for love or a fling while in the company of friends is fun and often effective, โน้ต

2:31

การมองหาความรักหรือความสัมพันธ์ชั่วคราวขณะอยู่กับเพื่อน ๆ นั้นสนุกและมักได้ผล

การใช้คำ

a fling: ความสัมพันธ์ชั่วคราว

ในประโยคนี้ a fling หมายถึงความสัมพันธ์เชิงรักใคร่หรือทางเพศที่สั้นและไม่ผูกมัด โดยไม่ได้คาดว่าจะพัฒนาเป็นความสัมพันธ์จริงจัง คำนำหน้านามไม่ชี้เฉพาะ a แสดงว่าเป็นความสัมพันธ์ลักษณะนี้หนึ่งครั้ง การวาง love คู่กับ a fling ทำให้ประโยคเปรียบเทียบเป้าหมายที่อาจจริงจังและยืนยาวกับเป้าหมายระยะสั้น Fling เป็นคำนามนับได้เมื่อใช้ในความหมายนี้: a fling, their fling, several flings

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเรียกว่า a fling ได้เป็นธรรมชาติที่สุด?

  1. เพื่อนร่วมงานสองคนเข้าร่วมการประชุมอย่างเป็นทางการ
  2. คนสองคนคบหากันแบบสบาย ๆ สองสามสัปดาห์โดยไม่มีแผนจะผูกมัดอย่างจริงจัง
  3. เพื่อนสองคนตัดสินใจว่าจะไม่มีวันคบหากัน
  4. คู่สมรสสองคนฉลองวันครบรอบแต่งงานปีที่ยี่สิบ
ดูคำตอบ

คนสองคนคบหากันแบบสบาย ๆ สองสามสัปดาห์โดยไม่มีแผนจะผูกมัดอย่างจริงจัง

วลี

อยู่ร่วมกับเพื่อน ๆ

ในประโยคนี้ in the company of friends หมายถึง “ขณะที่มีเพื่อนอยู่ด้วย” หรือ “ขณะที่ใช้เวลากับเพื่อน” คำว่า company หมายถึงการมีเพื่อนร่วมอยู่ด้วยหรือการมีผู้อื่นอยู่ใกล้ ๆ ไม่ได้หมายถึงบริษัท โครงสร้าง in the company of + บุคคลหรือกลุ่ม แสดงว่าคนหนึ่งอยู่กับหรือมีคนเหล่านั้นร่วมทางด้วย โดยมักให้น้ำเสียงที่ขัดเกลาหรือเป็นเชิงบรรยายมากกว่า with friends ที่เรียบง่ายกว่า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีแบบเป็นทางการที่หมายถึง “โดยมี...อยู่ด้วย”: She felt more relaxed ____ close friends.

ดูคำตอบ

in the company of

but just remember that finding romance doesn't need to be a strategic game where you have to trick someone.

2:35

แต่อย่าลืมว่าการตามหารักไม่จำเป็นต้องเป็นเกมวางกลยุทธ์ที่คุณต้องหลอกใคร

If you just be yourself, น้ำเสียง/เจตนา

2:40

แค่เป็นตัวของตัวเอง

you're more likely to find someone who likes you for you. สำนวน

2:41

คุณก็มีโอกาสมากขึ้นที่จะเจอคนที่ชอบคุณในแบบที่คุณเป็น

น้ำเสียง/เจตนา

เป็นตัวของตัวเอง

be yourself เป็นคำแนะนำให้วางตัวอย่างเป็นธรรมชาติและแสดงบุคลิกที่แท้จริง แทนที่จะสร้างภาพลักษณ์ปลอมเพื่อให้ผู้อื่นยอมรับ ในประโยคนี้ ผู้พูดเสนอว่าการเป็นตัวของตัวเองเป็นวิธีที่ดีกว่าในการพบคนที่ชอบตัวตนที่แท้จริงของคุณ วลีนี้เป็นคำบอกเชิงสนับสนุนที่ใช้กันทั่วไป สามารถใช้เดี่ยว ๆ เพื่อให้กำลังใจหรือวางหลังคำกริยาอย่าง try และ should ได้: Try to be yourself; you should be yourself.

แบบฝึกหัด

เติมคำให้กำลังใจด้วยวลีที่หมายถึง “วางตัวอย่างเป็นธรรมชาติแทนที่จะเสแสร้ง”: Don't try to impress everyone—just ____.

ดูคำตอบ

be yourself

สำนวน

likes you for you: ชอบคุณในแบบที่คุณเป็น

ใน likes you for you คำว่า you คำแรกเป็นกรรมของ likes โดยหมายถึงคนที่ได้รับความชอบ ส่วน you คำที่สองตามหลัง for และหมายถึง “เพราะตัวตนที่แท้จริงของคุณ” การกล่าวซ้ำนี้ช่วยเน้นทางอารมณ์ถึงการยอมรับอย่างจริงใจ โดยไม่ขึ้นอยู่กับภาพลักษณ์ สถานะ หรือผลงาน ไม่ได้หมายถึง “เพื่อประโยชน์ของคุณ” รูปแบบการเน้นแบบเดียวกันพบได้ใน love me for me

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่กล่าวคำสรรพนามซ้ำและหมายถึง “เพราะตัวตนที่แท้จริงของฉัน”: I don't want to be valued only for my achievements; I want someone to like me ____.

ดูคำตอบ

for me

Special thanks to Audible for supporting this episode and giving you a free 30-day trial at audible.com/asap.

2:43

ขอขอบคุณ Audible เป็นพิเศษที่สนับสนุนตอนนี้และมอบสิทธิ์ทดลองใช้ฟรี 30 วันให้คุณทาง audible.com/asap

This week,

2:49

สัปดาห์นี้

we wanted to recommend the book The Invention of Nature by Andrea Wulf,

2:49

เราอยากแนะนำหนังสือ The Invention of Nature โดย Andrea Wulf

which is a fascinating investigation of the relationship between environments around the world and their connectedness with humanity.

2:53

ซึ่งสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างสภาพแวดล้อมทั่วโลกกับมนุษยชาติได้อย่างน่าทึ่ง

You can get a free 30-day trial at audible.com/asap

2:59

คุณรับสิทธิ์ทดลองใช้ฟรี 30 วันได้ที่ audible.com/asap

and choose from a massive selection.

3:03

และเลือกได้จากตัวเลือกมากมายมหาศาล

We love them as they're great when you're on the go. สำนวน

3:05

เราชอบหนังสือเสียงมาก เพราะเหมาะสุด ๆ สำหรับเวลาที่คุณเดินทาง

สำนวน

on the go: กำลังยุ่งหรือเดินทางอยู่

On the go เป็นสำนวนที่หมายถึงกำลังยุ่ง อยู่นอกบ้าน กำลังเดินทาง หรือเคลื่อนที่ระหว่างกิจกรรมและสถานที่ต่าง ๆ ในที่นี้สำนวนนี้อธิบายว่าหนังสือเสียงสะดวกต่อการใช้ในช่วงที่กำลังเดินทางหรือยุ่งอยู่ วลีนี้บรรยายสภาวะที่ดำเนินต่อเนื่อง ไม่ใช่คำสั่งให้ไปที่ไหนทันที แล้วแต่บริบท วลีนี้อาจเน้นการเคลื่อนที่จริง ตารางที่แน่น หรือทั้งสองอย่าง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “กำลังยุ่งหรือเคลื่อนที่ระหว่างสถานที่ต่าง ๆ”: This lightweight charger is perfect for people who are always ____.

ดูคำตอบ

on the go

And subscribe for more weekly science videos.

3:07

และอย่าลืมกดติดตามเพื่อชมวิดีโอวิทยาศาสตร์ใหม่ ๆ ทุกสัปดาห์