วิธีออกเสียงนาสิก (เสียงขึ้นจมูก) ในภาษาอังกฤษ | /m/ /n/ /ŋ/: บทเรียนภาษาอังกฤษ
Pronunciation with Emma
คำอธิบายวิดีโอ: Emma อธิบายกลไกของเสียงนาสิกในภาษาอังกฤษ ซึ่งเกิดจากการปิดกั้นทางลมในปากแล้วส่งลมออกทางจมูก จากนั้นสาธิต /m/, /n/ และ /ŋ/ ฝึกออกเสียงในประโยค และอธิบายเรื่องความยาวของเสียงพยัญชนะ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. the nasal sounds in English. — ความหมายและระดับการใช้คำศัพท์: เข้าใจศัพท์ด้านการออกเสียงนี้ว่าเป็นเสียงที่เกิดจากลมไหลผ่านจมูก และใช้ความรู้นี้ติดตามคำอธิบายที่จัด /m/, /n/ และ /ŋ/ ไว้ในกลุ่มเดียวกันตามกลไกการไหลของลมที่มีร่วมกัน 2. it's the same position as /g/, but hold it instead. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตโครงสร้างเปรียบเทียบที่บอกจุดเหมือนก่อน แล้วจึงชี้การกระทำที่ต่างกัน เพื่อนำไปอธิบายว่า /ŋ/ ใช้ตำแหน่งด้านหลังของลิ้นเหมือน /g/ แต่ต้องค้างตำแหน่งไว้แทนที่จะปล่อยลิ้น 3. double consonant sounds in — ความหมายและระดับการใช้คำศัพท์: เข้าใจคำนี้เมื่อต้องพูดถึงความยาวของพยัญชนะ และแยกให้ออกระหว่างตัวพยัญชนะที่เขียนซ้ำกับการออกเสียงซ้ำหรือยืดจริง รวมทั้งเข้าใจว่าพยัญชนะใน Emma มักออกเสียงสั้นและรวดเร็วในภาษาอังกฤษ
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Hello and welcome back to pronunciation with Emma วลี
0:00สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับกลับสู่บทเรียนการออกเสียงกับ Emma
welcome back to + ซีรีส์ที่มีต่อเนื่อง
โครงสร้าง welcome back to + รายการ คอร์ส ช่อง หรือซีรีส์ เป็นคำเปิดที่เป็นมิตรสำหรับคนที่เคยรับชมหรือเข้าร่วมมาก่อน ในประโยคนี้ใช้ต้อนรับผู้ชมที่กลับมาดูเนื้อหาการออกเสียงของ Emma คำว่า back สื่อถึงการกลับมาที่เนื้อหาต่อเนื่องชุดเดิม ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการเดินทางกลับไปยังสถานที่จริง
แบบฝึกหัด
ประโยคเปิดใดใช้ต้อนรับผู้ฟังที่กลับมาติดตามซีรีส์รายสัปดาห์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ?
- Welcome our weekly science show back.
- Please go back to our weekly science show.
- Welcome back to our weekly science show.
ดูคำตอบ
Welcome back to our weekly science show.
or welcome if you're brand new to my channel. วลี
0:02หรือยินดีต้อนรับหากคุณเพิ่งเข้ามาที่ช่องของฉัน
be brand new to + ช่องหรือสาขา
โครงสร้าง be brand new to + คำนาม หมายถึงเพิ่งเริ่มต้นหรือแทบไม่มีประสบการณ์กับช่อง กลุ่ม กิจกรรม วิชา หรือสถานที่นั้น คำว่า brand ช่วยเน้นความหมายของ new จึงย้ำว่าบุคคลนั้นเป็นมือใหม่จริง ๆ ในประโยคนี้ you're brand new to my channel อธิบายความสัมพันธ์ของผู้ชมกับช่อง คือผู้ชมเพิ่งพบช่องนี้ ไม่ได้หมายความว่าตัวช่องเพิ่งสร้างขึ้น
แบบฝึกหัด
Maya เพิ่งเข้าชมรมเขียนโค้ดวันนี้และไม่เคยเขียนโค้ดมาก่อน ประโยคใดอธิบายเธอได้ดีที่สุด?
- She's brand new to coding.
- She has a new coding book.
- Her coding class is brand new.
ดูคำตอบ
She's brand new to coding.
In today's ... lesson: ระบุหัวข้อของบทเรียน
In today's + subject + lesson เป็นกรอบเปิดบทเรียนที่กำหนดหัวข้อและขอบเขตก่อนที่ผู้พูดจะบอกว่าผู้ฟังจะได้เรียนรู้อะไร ในที่นี้ English pronunciation ระบุประเภทของบทเรียน ในหลักสูตรหรือวิดีโอแบบเป็นตอน today's อาจหมายถึง “บทเรียนนี้” หรือ “ตอนนี้” โดยไม่จำเป็นต้องหมายถึงวันที่ใดวันที่หนึ่งในปฏิทิน
แบบฝึกหัด
ใช้กรอบ In today's + subject + lesson เพื่อเริ่มชั้นเรียนคณิตศาสตร์ เติมประโยคให้สมบูรณ์: ____, we'll learn how to compare fractions.
ดูคำตอบ
In today's maths lesson
you're going to learn how to pronounce the nasal sounds in English. โน้ต
0:06คุณจะได้เรียนรู้วิธีการออกเสียงนาสิกในภาษาอังกฤษ
you're going to learn how to pronounce: บอกเป้าหมายด้านทักษะล่วงหน้า
You're going to learn how to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกล่วงหน้าถึงทักษะที่ผู้ฟังจะได้เรียนรู้ต่อไป ในที่นี้ how to pronounce หมายถึงการเรียนรู้วิธีเปล่งเสียงนาสิก ไม่ใช่แค่เรียนรู้ข้อมูลเกี่ยวกับเสียงเหล่านั้น be going to ในที่นี้แสดงถึงกิจกรรมการเรียนรู้ที่กำลังจะเกิดขึ้น ไม่ได้หมายถึงการเดินทางไปยังสถานที่ใด หลัง how to ใช้คำกริยารูปพื้นฐาน เช่น how to pronounce หรือ how to fold
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้าง how to กับคำกริยา pronounce แล้วเติมให้สมบูรณ์: You're going to learn ____ this difficult word.
ดูคำตอบ
how to pronounce
the nasal sounds in English: เสียงนาสิกคืออะไร
เสียงนาสิกคือเสียงพูดที่เกิดขึ้นโดยมีลมไหลผ่านจมูกได้ ในภาษาอังกฤษ /m/, /n/ และ /ŋ/ (เสียงสุดท้ายในคำว่า sing) เป็นพยัญชนะนาสิก ในที่นี้ nasal บอกวิธีเกิดเสียง ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดมีปัญหาเกี่ยวกับจมูก
แบบฝึกหัด
ในบทเรียนการออกเสียง nasal sound หมายถึงอะไร
- เสียงที่เกิดขึ้นขณะลมไหลผ่านจมูก
- เสียงที่ต้องพูดดังมากเสมอ
- เสียงที่หมายความว่าผู้พูดมีอาการป่วยที่จมูก
ดูคำตอบ
เสียงที่เกิดขึ้นขณะลมไหลผ่านจมูก
Before we get started: วลีเชื่อมก่อนกิจกรรมหลัก
Before we get started เป็นวลีเชื่อมที่บอกผู้ฟังว่ากิจกรรมหลักยังไม่เริ่ม วลีนี้เปิดช่วงสั้น ๆ สำหรับคำเตือน คำสั่ง หรือประกาศ ก่อนที่ผู้พูดจะเข้าสู่หัวข้อหลัก ในที่นี้ get started หมายถึงเริ่มบทเรียน งาน การประชุม หรือกิจกรรมอื่น ไม่ได้หมายถึงออกเดินทาง
แบบฝึกหัด
ใช้วลีเชื่อมสี่คำจากบทเรียนเติมคำเตือนก่อนเริ่มกิจกรรมให้สมบูรณ์: ____, please check that you have a pencil.
ดูคำตอบ
Before we get started
if you'd like to improve your English pronunciation, น้ำเสียง/เจตนา
0:17หากคุณต้องการพัฒนาการออกเสียงภาษาอังกฤษของคุณ
then why not download my free English pronunciation pack?
0:20ทำไมไม่ดาวน์โหลดแพ็กเกจการออกเสียงภาษาอังกฤษฟรีของฉันล่ะ
If you'd like to..., then why not...?:การเสนอแนะอย่างนุ่มนวล
โครงสร้าง If you'd like to..., then why not...? เริ่มจากกล่าวถึงเป้าหมายที่ผู้ฟังอาจต้องการ แล้วจึงเสนอการกระทำหนึ่งอย่างที่อาจช่วยได้ You'd like to ย่อมาจาก you would like to และฟังนุ่มนวลกว่า you want to ในที่นี้ Why not + คำกริยารูปพื้นฐาน? ใช้เสนอแนะอย่างเป็นมิตร โดย why not download หมายถึง “ลองพิจารณาดาวน์โหลดดู” ไม่ใช่การถามหาเหตุผล then เชื่อมเป้าหมายกับคำแนะนำ แต่สามารถละได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดกล่าวถึงเป้าหมายของผู้ฟังก่อน แล้วจึงแนะนำหนังสืออย่างนุ่มนวล
- Why didn't you borrow this book?
- If you'd like to read more, then why not to borrow this book?
- If you'd like to read more, then why not borrow this book?
ดูคำตอบ
If you'd like to read more, then why not borrow this book?
everything you need to...:บอกว่าแหล่งข้อมูลมีสิ่งที่จำเป็นครบถ้วน
ใน everything you need to... คำว่า you need ขยายความ everything ในทางไวยากรณ์ ส่วนนี้เป็นอนุประโยคสัมพันธ์ที่ละ that ไว้ แล้ว to + คำกริยาจะบอกเป้าหมาย ในประโยคนี้ ชุดฝึกถูกนำเสนอว่ามีเนื้อหาที่จำเป็นสำหรับการพัฒนาการออกเสียง การหาข้อผิดพลาด และการเรียนรู้วิธีแก้ไข เมื่อใช้อธิบายคู่มือ ชุดอุปกรณ์ หรือหลักสูตร everything มักหมายถึงสิ่งสำคัญทั้งหมดที่ต้องใช้เพื่อบรรลุเป้าหมายที่กล่าวไว้ โดยทั่วไปไม่ได้หมายถึงความรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับหัวข้อนั้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่าคู่มือมีเนื้อหาสำคัญสำหรับงานของผู้เริ่มต้น
- This guide has everything you need to plan your first camping trip.
- This guide has everything you need planning your first camping trip.
- This guide is everything need you to plan your first camping trip.
ดูคำตอบ
This guide has everything you need to plan your first camping trip.
The link to download your free English pronunciation pack
0:32ลิงก์สำหรับดาวน์โหลดแพ็กเกจการออกเสียงภาษาอังกฤษฟรีของคุณ
in the description of this video: ส่วนข้อมูลบนหน้าวิดีโอ
ในบริบทของวิดีโอนี้ in the description of this video หมายถึง “อยู่ในส่วนข้อมูลที่แนบมากับหน้าวิดีโอ” ผู้สร้างมักใส่ลิงก์และข้อมูลเพิ่มเติมไว้ตรงนั้น คำว่า description ตรงนี้เป็นชื่อส่วนหนึ่งบนหน้าเว็บ ไม่ได้หมายถึงคำบรรยายวิดีโอที่พูดออกมา
แบบฝึกหัด
ผู้ดำเนินรายการพูดว่า “The worksheet link is in the description of this video.” คุณควรหาในส่วนใด
- ในคำอธิบายที่พูดอยู่ภายในวิดีโอ
- เฉพาะในส่วนความคิดเห็น
- ในส่วนข้อมูลบนหน้าวิดีโอ
ดูคำตอบ
ในส่วนข้อมูลบนหน้าวิดีโอ
let's start with the first question: ระบุสิ่งที่จะเริ่มก่อน
Let's start with + คำนาม ใช้บอกกลุ่มคนว่าจะทำอะไรก่อน Let's รวมทั้งผู้พูดและผู้ฟังไว้ในกิจกรรม ส่วน start with ระบุสิ่งแรกของกิจกรรมที่มีลำดับ ในประโยคนี้ the first question ยังช่วยจัดโครงสร้างบทเรียน โดยนำเข้าสู่ส่วนแรก แม้ผู้ชมจะไม่ต้องตอบออกเสียงก็ตาม
แบบฝึกหัด
ใช้ let's และโครงสร้าง start with เติมประโยคให้สมบูรณ์: ____ the first activity.
ดูคำตอบ
Let's start with
either ... or ... สำหรับบอกสองเส้นทางที่เป็นไปได้
Either ... or ... เชื่อมทางเลือกสองอย่าง ในประโยคนี้ either นำเข้าสู่เส้นทางแรกของเสียง คือผ่านปาก และ or นำเข้าสู่เส้นทางที่สอง คือผ่านจมูก ทั้งสองส่วนควรแสดงทางเลือกที่สอดคล้องกัน ที่นี่ทั้งสองส่วนบอกว่าเสียงออกผ่านสถานที่หนึ่ง ผู้ฟังจึงเปรียบเทียบเส้นทางทั้งสองได้ชัดเจน
แบบฝึกหัด
เติมคำที่ใช้เป็นคู่เพื่อนำเสนอทางเลือกสองอย่างให้สมบูรณ์: We can ____ walk to the museum ____ take the bus.
ดูคำตอบ
either · or
If ..., this is ... สำหรับนิยามประเภทด้วยเงื่อนไข
ส่วนที่ขึ้นต้นด้วย if ให้เกณฑ์หรือเงื่อนไข ส่วนประโยคหลักบอกชื่อประเภทที่ได้ ในที่นี้ การที่เสียงออกทางจมูกคือเกณฑ์ และ this is a nasal sound คือการจัดประเภท ในการอธิบายหรือให้คำนิยาม if อาจหมายถึงทุกครั้งที่เงื่อนไขนี้เป็นจริง ไม่ได้แปลว่าผู้พูดไม่แน่ใจ ส่วน this หมายถึงกรณีที่เพิ่งอธิบายไป รูปแบบนี้นำไปใช้อธิบายกฎและประเภทต่าง ๆ ได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้เงื่อนไข if เพื่อนิยามหรือจัดประเภทสิ่งหนึ่ง?
- If a shape has three sides, it is a triangle.
- If the bell rings, close the door.
- If the rain stops, we can play outside.
ดูคำตอบ
If a shape has three sides, it is a triangle.
create a block in your mouth: การปิดกั้นกระแสลมในปาก
ในประโยคนี้ create a block in your mouth หมายถึงการใช้ลิ้นหรือริมฝีปากทำให้เกิดการปิดหรือการสัมผัสกัน เพื่อไม่ให้อากาศไหลออกทางปากได้อย่างอิสระ คำว่า block ในที่นี้หมายถึงสิ่งกีดขวางกระแสลม ไม่ได้หมายถึงบล็อกของเล่น ช่วงตึก หรือสิ่งของที่ใส่เข้าไปในปาก คำอธิบายการเคลื่อนไหวนี้เชื่อมโยงชนิดของเสียงกับการขยับอวัยวะในปากอย่างเป็นรูปธรรม ในคำอธิบายการออกเสียง create a block เข้าใจได้ว่า “ทำให้เกิดการกีดขวาง” หรือถ้าใช้คำเชิงเทคนิคมากขึ้นคือ “ทำให้เกิดการปิด”
แบบฝึกหัด
ในบทเรียนการออกเสียง create a block in your mouth หมายถึงอะไร
- ใช้ลิ้นหรือริมฝีปากกั้นไม่ให้อากาศไหลออกทางปากได้อย่างอิสระ
- อ้าปากให้กว้างขึ้นเพื่อให้อากาศทั้งหมดไหลออกทางปาก
- ใส่วัตถุแข็งเข้าไปในปาก
ดูคำตอบ
ใช้ลิ้นหรือริมฝีปากกั้นไม่ให้อากาศไหลออกทางปากได้อย่างอิสระ
can either use A or B: การเสนอวิธีที่เป็นไปได้สองทาง
รูปแบบ can either use A or B แสดงเครื่องมือหรือวิธีที่เป็นไปได้สองทาง can บอกว่าทั้งสองตัวเลือกทำได้ และ either ... or เชื่อมตัวเลือกทั้งสอง ในประโยคนี้ A และ B คือ your tongue และ your lips ตัวเลือกทั้งสองควรมีรูปไวยากรณ์ขนานกัน ในที่นี้ใช้กริยา use ร่วมกัน และตัวเลือกทั้งสองเป็นชื่ออวัยวะ: your tongue และ your lips หากตัวเลือกเป็นการกระทำ ให้ทั้งสองด้านเป็นวลีการกระทำที่ขนานกัน
แบบฝึกหัด
เติมคำคู่ที่หมายถึงการเลือกหนึ่งอย่างจากสองตัวเลือกให้สมบูรณ์: You can ____ call the office ____ send an email.
ดูคำตอบ
either · or
By creating ... เพื่ออธิบายวิธีการ
By + คำกริยารูป -ing ใช้บอกวิธีที่ทำให้เกิดผลลัพธ์ ในที่นี้ By creating the block in your mouth บอกว่าผลในประโยคหลักเกิดขึ้นได้อย่างไร By ในที่นี้เป็นคำบุพบท ดังนั้น create จึงเปลี่ยนเป็น creating โดยหมายถึง “ผ่านการกระทำนี้” ไม่ใช่ “อยู่ข้าง ๆ”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยเปลี่ยน listen เป็นรูปที่ถูกต้องหลัง By: By ____ carefully, you can hear the difference.
ดูคำตอบ
listening
force the air and the sound to travel: force + กรรม + to-infinitive
โครงสร้าง force + กรรม + to-infinitive หมายถึงแรง แรงกดดัน หรือสถานการณ์ทำให้คนหรือสิ่งหนึ่งต้องทำบางอย่าง ในที่นี้กรรมคือ the air and the sound ส่วน to travel out of your nose บอกการเคลื่อนที่ที่เกิดขึ้น Force ไม่ได้ใช้เฉพาะเมื่อบังคับคนให้ทำสิ่งที่ไม่ต้องการเท่านั้น ในการอธิบายกระบวนการทางกายภาพ คำนี้ใช้บอกอย่างเป็นกลางได้ว่าแรงกดดันหรือโครงสร้างทำให้เกิดการเคลื่อนที่อย่างไร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย force + กรรม + to-infinitive โดยใช้คำในวงเล็บ: The strong fan ____ through the tunnel. (force / the air / move)
ดูคำตอบ
forces the air to move
here's an example: การเปลี่ยนเข้าสู่ตัวอย่างที่ชัดเจน
Here's an example เป็นคำบอกทางในการพูดที่ช่วยให้ผู้ฟังรู้ว่าคำอธิบายทั่วไปกำลังจบลงและกำลังจะมีตัวอย่างที่ชัดเจนตามมา ในที่นี้ here's หมายถึงผู้พูดกำลังจะนำบางอย่างมาแสดงหรือยกให้ดู ไม่ได้หมายถึงเพียงว่าอยู่ตรงนี้ วลีนี้ใช้เดี่ยว ๆ ได้ หรือเติม of + นามวลีเพื่อบอกประเภทของตัวอย่างก็ได้: Here's an example of a polite request.
แบบฝึกหัด
คุณกำลังเปลี่ยนจากกฎทั่วไปไปสู่ตัวอย่างหนึ่งที่ชัดเจน ประโยคใดบอกการเปลี่ยนนี้ได้อย่างชัดเจน?
- We have already discussed every example.
- The rule is still too general.
- Here's an example of a polite request.
ดูคำตอบ
Here's an example of a polite request.
Let's take + นามวลี: เลือกกรณีมาพิจารณา
โครงสร้าง Let's take + นามวลี ใช้เพื่อชวนกันเลือกสิ่งหนึ่งมาเป็นหัวข้อที่จะพิจารณาได้ ในประโยคนี้ ผู้พูดเลือกเสียง ah เป็นตัวอย่างสำหรับคำอธิบายส่วนถัดไป ในการใช้นี้ take ไม่ได้หมายถึงการหยิบหรือขนสิ่งของไปจริง ๆ การเติม as an example ทำให้จุดประสงค์ชัดเจนขึ้น: Let's take this sentence as an example.
แบบฝึกหัด
ครูต้องการให้ทุกคนเลือกหนึ่งประโยคเป็นตัวอย่างสำหรับการวิเคราะห์ ประโยคใดสื่อจุดประสงค์นี้?
- Let's take this sentence out of the paragraph.
- Let's take this sentence to the office.
- Let's take this sentence as an example.
ดูคำตอบ
Let's take this sentence as an example.
We can tell that the sound is leaving my mouth วลี
1:18เราสามารถบอกได้ว่าเสียงนั้นออกมาจากปากของฉัน
We can tell that: สรุปจากเบาะแส
We can tell that ใช้นำข้อสรุปที่มีเบาะแสรองรับ ในที่นี้ tell หมายถึง “สังเกตเห็นหรือสรุปได้” ไม่ใช่ “บอกข้อมูลแก่ใครบางคน” อนุประโยคหลัง that บอกข้อสรุป ใช้โครงสร้างนี้เมื่อสิ่งที่เห็น ได้ยิน หรือทดลองเป็นเหตุผลให้สรุปเช่นนั้น โครงสร้างนี้เน้นเบาะแสมากกว่า we know that
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ can tell that ได้เหมาะสมที่สุดเพื่อสรุปจากหลักฐานที่มองเห็นได้
- We can tell that it rained because the pavement is wet.
- We know that Mia's birthday is in June because she told us last week.
- We can tell Mia that the pavement is wet.
ดูคำตอบ
We can tell that it rained because the pavement is wet.
pinch my nose: ใช้นิ้วบีบจมูกของตัวเอง
Pinch my nose หมายถึงใช้นิ้วจับและกดด้านข้างของจมูกตัวเอง ซึ่งมักทำให้รูจมูกปิดชั่วครู่ pinch เป็นการบีบเบา ๆ ไม่ใช่แค่แตะ คำที่บอกว่าเป็นจมูกของใครเปลี่ยนตามประธาน เช่น I pinch my nose แต่เมื่อพูดกับอีกคนใช้ you pinch your nose
แบบฝึกหัด
คำสั่งใดหมายถึงใช้นิ้วบีบจมูกให้ปิด
- Point to your nose before you hum.
- Pinch your nose gently before you hum.
- Touch your nose gently before you hum.
ดูคำตอบ
Pinch your nose gently before you hum.
isn't affected: รูปถูกกระทำแบบปฏิเสธที่หมายถึง “ไม่ได้รับผลกระทบ”
isn't affected เป็นรูปย่อของ is not affected และเป็นโครงสร้างถูกกระทำแบบปฏิเสธ ประธาน the sound คือสิ่งที่อาจถูกเปลี่ยน ดังนั้นประโยคนี้จึงหมายความว่าการบีบจมูกไม่ได้ทำให้เสียงเปลี่ยนไป เมื่อต้องการบอกสาเหตุของผลกระทบ ให้ใช้ be affected by: The sound isn't affected by the movement. affected ในที่นี้หมายถึง “ถูกเปลี่ยนหรือได้รับอิทธิพล” ไม่ได้หมายถึง “รู้สึกซาบซึ้ง”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าการเปลี่ยนลำดับคำถามไม่ได้เปลี่ยนคะแนนสุดท้าย
- The final score isn't affected by the order of the questions.
- The order of the questions isn't affected by the final score.
- The final score affects the order of the questions.
ดูคำตอบ
The final score isn't affected by the order of the questions.
instead of saying ah: โครงสร้าง instead of + กริยาเติม -ing
instead of saying ah ใช้นำหน้าการกระทำที่ผู้พูดจะไม่เลือก ส่วนประโยคที่ตามมาบอกว่าผู้พูดจะเปลี่ยนไปทำอะไร 'tof เป็นคำบุพบท ดังนั้นกริยาที่ตามหลัง instead of โดยทั่วไปต้องอยู่ในรูป -ing เช่น instead of saying และ instead of walking ไม่ใช้กริยารูปเดิมอย่าง instead of say
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย instead of และรูป -ing ของ drive: ____, we took the train.
ดูคำตอบ
Instead of driving
You hear how it's now affected? คำถามที่ชวนให้สังเกตการเปลี่ยนแปลงของเสียง
ในการสาธิต You hear how ...? ใช้ถามให้ผู้ฟังสังเกตและยืนยันผลที่ได้ยิน แทนที่ผู้พูดจะบอกการเปลี่ยนแปลงเพียงฝ่ายเดียว ผู้พูดชวนให้ผู้ฟังร่วมสังเกตด้วย how ในที่นี้นำเข้าส่วนที่บอกว่าสิ่งหนึ่งได้รับผลกระทบในลักษณะใดหรือมากเพียงใด ไม่ได้ถามถึงขั้นตอนการทำ หลัง how ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ it's now affected ไม่ใช่ is it now affected
แบบฝึกหัด
ครูเพิ่งเปิดเสียงสองแบบให้ฟัง คำถามใดชวนให้ทั้งชั้นสังเกตอย่างเป็นธรรมชาติว่าเสียงนั้นเปลี่ยนไปอย่างไร
- You hear what to change the ending?
- You hear how does the ending change?
- You hear how the ending changes?
ดูคำตอบ
You hear how the ending changes?
The final question is: สัญญาณบอกคำถามสุดท้ายในชุด
The final question is เป็นสัญญาณในภาษาพูดที่บอกโครงสร้างของเรื่อง โดยบอกผู้ฟังว่าผู้พูดกำลังเข้าสู่ข้อสุดท้ายของชุดคำถามปัจจุบัน และคำถามจริงมักตามหลัง is ทันที final ในที่นี้หมายถึงข้อสุดท้ายของชุดคำถามนั้น ไม่ได้แปลว่าบทเรียน การประชุม หรือวิดีโอทั้งหมดกำลังจะจบเสมอไป
แบบฝึกหัด
เติมสัญญาณบอกโครงสร้างด้วยวลีตามบทเรียนให้ถูกต้อง: ____: Which plan gives us more time?
ดูคำตอบ
The final question is
ใช้ How many ... exist in English? เพื่อถามจำนวนในระบบหนึ่ง
ใช้โครงสร้าง How many + คำนามนับได้รูปพหูพจน์ + exist in + ระบบ? เพื่อถามจำนวนสิ่งต่าง ๆ ภายในระบบที่กำหนดไว้ ในประโยคนี้ nasal sounds คือสิ่งที่กำลังนับ และ in English กำหนดขอบเขตว่าเป็นระบบภาษาอังกฤษ ในคำถามที่ถามถึงประธานแบบนี้ How many nasal sounds ทั้งกลุ่มทำหน้าที่เป็นประธานของ exist จึงไม่เติม do หรือ does
แบบฝึกหัด
ประโยคใดถามจำนวนเสียงพยัญชนะในภาษาหนึ่งได้ถูกต้อง
- How many consonant sounds does exist in this language?
- How much consonant sounds exist in this language?
- How many consonant sounds exist in this language?
ดูคำตอบ
How many consonant sounds exist in this language?
are /m/, /n/, and /ŋ/. Let's start with the first sound, /m/. This is easy as you just put your lips together. โน้ต
1:48คือ /m/, /n/ และ /ŋ/ มาเริ่มกันที่เสียงแรก /m/ เสียงนี้ง่ายมาก แค่คุณประกบริมฝีปากเข้าด้วยกัน
ใช้ The three ... are A, B, and C เพื่อให้รายการที่ครบถ้วน
รูปแบบ The three + ชื่อหมวดหมู่รูปพหูพจน์ + are A, B, and C จะบอกจำนวนทั้งหมดก่อน แล้วจึงบอกสมาชิกทุกตัว ในประโยคนี้ เสียงสามเสียงหลัง are เป็นชุดที่ครบทั้งหมด ไม่ใช่เพียงตัวอย่าง ตัวเลขหน้าชื่อหมวดหมู่ช่วยให้ผู้ฟังรู้ว่าจะมีรายการกี่ข้อ คำว่า and หน้ารายการสุดท้ายเป็นสัญญาณว่ารายการกำลังจะจบ และจำนวนรายการที่บอกควรตรงกับจำนวนทั้งหมดที่ประกาศไว้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดแสดงอย่างชัดเจนว่ารายการสามอย่างนี้เป็นรายการที่ครบทั้งหมด
- The show includes a song, a game, and a story.
- For example, the show has a song, a game, and a story.
- The three parts of the show are a song, a game, and a story.
ดูคำตอบ
The three parts of the show are a song, a game, and a story.
Let's start with the first sound: เริ่มจากข้อแรก
Let's start with the first sound เป็นสัญญาณว่าคำอธิบายที่เรียงตามลำดับกำลังจะเริ่มจากข้อแรก วลี start with บอกว่าจะพูดถึงสิ่งใดก่อน และ the first sound หมายถึงเสียงแรกในรายการก่อนหน้านี้ อีกทั้งยังทำให้ผู้ฟังคาดได้ว่าจะมีข้อถัดไปตามมา Let's ชวนทั้งผู้พูดและผู้ฟังเข้าร่วมกิจกรรม จึงฟังเหมือนคำแนะนำในชั้นเรียนที่เป็นมิตร ไม่ใช่คำสั่งแข็ง ๆ โครงสร้าง Let's start with the first + คำนาม ยังใช้กับตัวอย่าง ขั้นตอน กฎ หรือหัวข้อได้ด้วย
แบบฝึกหัด
เติมวลีสองคำที่เรียนไปข้างต้นเพื่อให้ประโยคเชื่อมในชั้นเรียนสมบูรณ์: Let's ____ the first example.
ดูคำตอบ
start with
put your lips together: ประกบริมฝีปากเข้าหากัน
Put your lips together เป็นคำสั่งให้ขยับริมฝีปากบนและล่างเข้าหากันจนแตะกัน ในที่นี้ put หมายถึงการขยับหรือจัดบางสิ่งให้อยู่ในตำแหน่งหนึ่ง และ together แสดงว่าริมฝีปากทั้งสองข้างมาประกบกัน เมื่อสั่งให้ทำท่าทางโดยตรง ภาษาอังกฤษมักบอกว่าเป็นอวัยวะของใคร จึงใช้ your lips ประโยค Close your lips ก็ถูกหลักไวยากรณ์ แต่ถ้าพูดเพียง close lips จะฟังไม่สมบูรณ์ในการพูดทั่วไป
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่เรียนไปข้างต้นเพื่อให้คำแนะนำการออกเสียงสมบูรณ์: ____ before making the /m/ sound.
ดูคำตอบ
Put your lips together
Now, let's look at the second sound, /n/. This time, we're going to create the block with the front of our tongue, โน้ต
2:33ตอนนี้ มาดูเสียงที่สอง /n/ ครั้งนี้ เราจะสร้างสิ่งกีดขวางด้วยส่วนหน้าของลิ้นของเรา
Now, let's look at... สำหรับเปลี่ยนไปยังหัวข้อถัดไป
Now เป็นสัญญาณว่าคำอธิบายกำลังดำเนินไปข้างหน้า let's look at ใช้เกริ่นหัวข้อถัดไปที่ผู้พูดกับผู้ฟังจะพิจารณาร่วมกัน ส่วน the second sound บอกว่าหัวข้อนี้อยู่ลำดับที่สอง ในที่นี้ look at หมายถึง “พิจารณาหรือพูดถึง” ไม่ได้หมายถึงแค่ “มองด้วยตา” รูปแบบ Now, let's look at + สิ่งที่ต้องการพูดถึง ใช้ย้ายความสนใจไปยังหัวข้อถัดไปในชั้นเรียน การนำเสนอ หรือการวิเคราะห์ได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคเปลี่ยนหัวข้อในชั้นเรียนด้วยวลีเป้าหมายสามคำจากบทนี้: Now, ____ the second example.
ดูคำตอบ
let's look at
the front of our tongue: บริเวณด้านหน้าของลิ้น
the front of our tongue หมายถึงบริเวณด้านหน้าของลิ้นซึ่งอยู่ใกล้ฟัน ในคำแนะนำการออกเสียงนี้ วลีดังกล่าวระบุส่วนของลิ้นที่ใช้ปิดกั้นลมเพื่อสร้างเสียง front เป็นชื่อบริเวณหนึ่งของตัวลิ้น ไม่ใช่พื้นที่ด้านหน้าของผู้พูด our รวมทั้งผู้พูดและผู้ฟัง เมื่อต้องบอกวิธีออกเสียงกับคนคนเดียวโดยตรง มักใช้ the front of your tongue
แบบฝึกหัด
ในคำแนะนำการออกเสียง the front of our tongue หมายถึงอะไร?
- พื้นที่ตรงหน้าผู้พูด
- ส่วนหน้าของลิ้นที่อยู่ใกล้ฟัน
- เฉพาะจุดปลายสุดของลิ้น
ดูคำตอบ
ส่วนหน้าของลิ้นที่อยู่ใกล้ฟัน
comes up: เคลื่อนขึ้นด้านบน
ในประโยคนี้ comes up หมายถึง “เคลื่อนขึ้นด้านบน” คำว่า This หมายถึงส่วนหน้าของลิ้น ดังนั้นวลีนี้จึงบอกการเคลื่อนไหวจริงที่ช่วยทำให้เกิดการปิดกั้น สิ่งที่เคลื่อนที่เป็นประธานของประโยค: The tongue comes up. ในบริบทอื่น come up อาจหมายถึง “ถูกพูดถึง” หรือ “ปรากฏขึ้น” แต่บริบทเกี่ยวกับตำแหน่งของอวัยวะชี้ไปที่ความหมายด้านการเคลื่อนที่จริง
แบบฝึกหัด
comes up ใน “The front of your tongue comes up behind your teeth” หมายความว่าอะไร
- มันถูกพูดถึงในการสนทนา
- มันเคลื่อนเข้าหาผู้พูด
- มันเคลื่อนขึ้นด้านบน
ดูคำตอบ
มันเคลื่อนขึ้นด้านบน
Notice as well that...: การเพิ่มอีกหนึ่งประเด็น
Notice that... ใช้ดึงความสนใจของผู้ฟังไปยังข้อเท็จจริงที่ตามมา ในที่นี้ใช้เกริ่นว่าตัวอักษร t ไม่ออกเสียง as well ในที่นี้หมายถึง “ด้วย” หรือ “เช่นกัน” โดยบอกว่าข้อเท็จจริงนี้เป็นประเด็นเสริมที่เชื่อมกับคำอธิบาย ไม่ใช่ประเด็นแรกหรือประเด็นหลัก
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้เพิ่มรายละเอียดอีกหนึ่งอย่างในบทเรียนได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- Notice well as that the final letter is silent.
- Notice as well about that the final letter is silent.
- Notice as well that the final letter is silent.
ดูคำตอบ
Notice as well that the final letter is silent.
the 't' is silent: ตัวอักษรที่เขียนไว้แต่ไม่ออกเสียง
รูปแบบ the + letter + is silent หมายถึง มีตัวอักษรนั้นอยู่ในการสะกด แต่ไม่ออกเสียงตัวอักษรนั้นเมื่ออ่านคำ ไม่ได้หมายความว่าตัวอักษรหายไปจากคำที่เขียน ในที่นี้ t หมายถึง t ในคำว่า listen โดยปกติ listen ออกเสียงว่า /ˈlɪsən/ และไม่มีเสียง /t/
แบบฝึกหัด
เติมคำอธิบายการออกเสียงของ listen ให้สมบูรณ์: The 't' is ____.
ดูคำตอบ
silent
Now, for our third and final sound, we have /ŋ/. /ŋ/. And we use the back of our tongue for this sound. โน้ต
3:17ทีนี้ สำหรับเสียงที่สามและเสียงสุดท้ายของเราคือ /ŋ/ /ŋ/ และเราใช้โคนลิ้นสำหรับเสียงนี้
Now, for our third and final sound: บอกว่ารายการที่สามเป็นรายการสุดท้าย
third บอกลำดับว่าเป็นรายการที่สาม ส่วน final บอกว่าจะไม่มีรายการอื่นต่อจากนี้ในชุดเสียงนี้ เมื่อใช้ third and final ด้วยกัน ผู้ฟังจึงรู้ว่านี่คือรายการที่สามและเป็นรายการสุดท้ายของรายการปัจจุบัน Now, for ... ใช้เปลี่ยนการอธิบายไปยังรายการนั้น final ในที่นี้ใช้กับชุดเสียงปัจจุบัน ไม่จำเป็นต้องหมายความว่าบทเรียนหรือวิดีโอทั้งหมดกำลังจะจบ
แบบฝึกหัด
การสาธิตมีสามขั้นตอนและกำลังจะเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้าย ประโยคใดบอกข้อมูลทั้งสองอย่าง?
- Now, for our third step, press Start.
- Now, for our third and final step, press Start.
- Now, for our final step, press Start.
ดูคำตอบ
Now, for our third and final step, press Start.
back of our tongue: ส่วนหลังของลิ้นที่ใช้กับเสียง /ŋ/
ในคำอธิบายการออกเสียงนี้ back of our tongue หมายถึงบริเวณกว้างด้านหลังของลิ้นซึ่งอยู่ใกล้เพดานอ่อน คำว่า back ใช้บอกส่วนหนึ่งของลิ้น ไม่ได้หมายถึงแผ่นหลังของคน ภาษาอังกฤษมักใช้ the back of the tongue เมื่ออธิบายเสียงอย่าง /k/ /g/ และ /ŋ/ คำแสดงความเป็นเจ้าของเปลี่ยนได้เป็น our tongue, your tongue หรือใช้เพียง the tongue
แบบฝึกหัด
วลีใดหมายถึงบริเวณกว้างด้านหลังของลิ้น?
- the back of your tongue
- the front of your tongue
- the tip of your tongue
ดูคำตอบ
the back of your tongue
I'd like you to think of the sound /g/ as in go. โน้ต
3:25ฉันอยากให้คุณนึกถึงเสียง /g/ เหมือนในคำว่า go
I'd like you to think of...: การชี้นำอย่างสุภาพ
ในประโยคนี้ I'd like you to think of... เป็นวิธีสุภาพในการชี้นำให้ผู้ฟังทำงานอย่างหนึ่ง I'd เป็นรูปย่อของ I would และคนที่อยู่หลัง like คือคนที่ต้องทำสิ่งนั้น ซึ่งก็คือ you โครงสร้างคือ I'd like + คน + to + คำกริยารูปพื้นฐาน ฟังดูนุ่มนวลกว่าคำสั่งตรง ๆ ว่า Think of... แต่ยังคงขอให้ผู้ฟังคิดอย่างชัดเจน ไม่ได้พูดถึงสิ่งที่ผู้พูดชอบ
แบบฝึกหัด
เติมคำสั่งที่สุภาพของครูโดยใช้ I'd like และ think of: ____ one example before we begin.
ดูคำตอบ
I'd like you to think of
as in go: ใช้คำตัวอย่างเพื่อบอกเสียงหรือตัวอักษร
ในประโยคนี้ as in go ใช้คำว่า go เพื่อบอกว่าหมายถึงเสียง /g/ ใด นั่นคือเสียง /g/ ที่ได้ยินในคำว่า go รูปแบบ “เสียงหรือตัวอักษร + as in + คำตัวอย่าง” ใช้คำที่คุ้นเคยเพื่อระบุเสียงหรือตัวอักษร ในรูปแบบนี้ as in หมายถึง “อย่างที่ปรากฏใน” ไม่ได้หมายถึงเพียง “อยู่ข้างใน” สามารถเปลี่ยน go เป็นคำตัวอย่างอื่นที่ชัดเจนได้
แบบฝึกหัด
เติมวลีเป้าหมายเพื่อให้คำตัวอย่างสมบูรณ์: The first sound is /k/, ____ cat.
ดูคำตอบ
as in
hold ... up and then release: ค้างตำแหน่งไว้ก่อนปล่อย
Hold the back of our tongue up หมายถึงรักษาส่วนนั้นของลิ้นให้อยู่ในตำแหน่งที่ยกขึ้น ในโครงสร้าง hold + กรรม + up กรรมจะอยู่ระหว่าง hold กับ up And then แสดงลำดับของการกระทำ คือรักษาตำแหน่งไว้ก่อนแล้วจึงปล่อย release ในที่นี้หมายถึงหยุดค้างตำแหน่งหรือคลายการปิดกั้น ไม่ได้หมายถึง “เผยแพร่” หลัง release ไม่ได้กล่าวกรรมซ้ำ เพราะรู้อยู่แล้วว่าหมายถึงอะไร
แบบฝึกหัด
คำสั่งใดหมายถึงให้กดปุ่มค้างไว้แล้วจึงปล่อย?
- Release the button and then hold it down.
- Lift the button up and then release it.
- Hold the button down and then release it.
ดูคำตอบ
Hold the button down and then release it.
With the /ŋ/ sound, we ...: ระบุขอบเขตที่กฎใช้
With the /ŋ/ sound ที่ต้นประโยคกำหนดขอบเขตของกฎที่ตามมา ในที่นี้หมายถึง “เมื่อออกเสียงหรือพูดถึงเสียง /ŋ/” ดังนั้น we don't release จึงใช้กับเสียงนี้โดยเฉพาะ โครงสร้าง With + หัวข้อหรือวิธี, we ... นำไปใช้ได้ในคำอธิบายและการเปรียบเทียบ โดยบอกสิ่งที่กำลังพูดถึงก่อน แล้วจึงให้กฎสำหรับสิ่งนั้น ในการใช้แบบนี้ with ไม่ได้หมายถึง “อยู่ด้วยกันกับใครสักคน”
แบบฝึกหัด
ในประโยค With the second method, we don't use any glue. วลี With the second method ทำหน้าที่อะไร?
- จำกัดกฎให้ใช้กับวิธีที่สอง
- บอกว่าวิธีที่สองเป็นเจ้าของกาว
- บอกว่ามีใครบางคนอยู่กับวิธีที่สอง
ดูคำตอบ
จำกัดกฎให้ใช้กับวิธีที่สอง
/ŋ/. /ŋ/. So, it's the same position as /g/, but hold it instead. ไวยากรณ์
3:39/ŋ/ /ŋ/ ดังนั้น มันคือตำแหน่งเดียวกับเสียง /g/ แต่ค้างไว้แทน
the same ... as ..., but ... instead: บอกลักษณะที่เหมือนกันก่อน แล้วจึงแสดงความแตกต่าง
The same position as /g/ ระบุประเด็นที่นำมาเปรียบเทียบอย่างชัดเจนหนึ่งอย่าง คือ ตำแหน่งลิ้น โครงสร้าง the same + คำนาม + as ... หมายความว่าสองสิ่งเหมือนกันในลักษณะที่ระบุ ไม่ได้หมายความว่าเหมือนกันทุกด้าน จากนั้น but เปลี่ยนไปกล่าวถึงความแตกต่างที่สำคัญ hold it instead บอกให้ผู้ฟังค้างตำแหน่งนั้นไว้แทนที่จะปล่อย ในการเปรียบเทียบ โครงสร้างนี้ช่วยให้บอกลักษณะที่เหมือนกันก่อน แล้วจึงบอกการกระทำหรือผลลัพธ์ที่ต่างกัน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกได้ถูกต้องว่ากุญแจสองดอกมีรูปร่างเหมือนกัน แต่มีหน้าที่ต่างกัน?
- The new key has a similar shape as the old one, but it opens a different door.
- The new key has the same shape as the old one, but it opens a different door.
- The new key has the same shape than the old one, but it opens a different door.
ดูคำตอบ
The new key has the same shape as the old one, but it opens a different door.
Now, the /ŋ/ sound does not appear at the start of words. การใช้คำ
3:47ตอนนี้ เสียง /ŋ/ จะไม่ปรากฏที่ต้นคำ
เสียง /ŋ/ ไม่ปรากฏที่ต้นคำ
ในประโยคนี้ does not appear at the start of words หมายถึง “ไม่เกิดขึ้นในตำแหน่งต้นคำ” คำว่า appear ในที่นี้หมายถึง “ปรากฏหรือพบได้” ไม่ได้หมายถึง “จู่ ๆ ก็มองเห็นได้” รูปแบบ X does not appear at the start/end of words ใช้อธิบายว่าเสียง ตัวอักษร หรือรูปสะกดสามารถปรากฏที่ตำแหน่งใดในคำได้บ้าง ในที่นี้เป็นการบอกข้อจำกัดด้านตำแหน่งของ /ŋ/ ในภาษาอังกฤษ
แบบฝึกหัด
ประโยคนี้บอกกฎเรื่องตำแหน่งของ /ŋ/ ว่าอย่างไร
- เสียงนี้ไม่ปรากฏที่ตำแหน่งใดเลยในคำภาษาอังกฤษ
- เสียงนี้ปรากฏเฉพาะที่ต้นคำภาษาอังกฤษเท่านั้น
- เสียงนี้ไม่ปรากฏที่ต้นคำภาษาอังกฤษ
ดูคำตอบ
เสียงนี้ไม่ปรากฏที่ต้นคำภาษาอังกฤษ
So, we'll just start with medial position words. การใช้คำ
3:51ดังนั้นเราจะเริ่มด้วยคำที่เสียงนี้อยู่ตรงกลาง
medial position words: คำที่มีเสียงอยู่ในตำแหน่งกลางคำ
ในการสอนการออกเสียง medial position words คือคำที่มีเสียงเป้าหมายอยู่ภายในคำ ไม่ใช่ที่ต้นคำหรือท้ายคำ medial ในที่นี้หมายถึง “ตรงกลาง” หรือ “ภายในคำ” โดยเสียงไม่จำเป็นต้องอยู่ตรงกึ่งกลางพอดีในทางคณิตศาสตร์ วลีนี้ใช้จัดกลุ่มคำตามตำแหน่งของเสียงเป้าหมาย ในประโยคนี้ ครูกำลังเปลี่ยนไปดูตัวอย่างที่มีเสียงเป้าหมายอยู่ภายในคำ
แบบฝึกหัด
ครูต้องการตัวอย่างที่มีเสียงเป้าหมายอยู่ภายในคำ ไม่ใช่ที่ปลายด้านใดด้านหนึ่ง ควรเลือกกลุ่มใด
- medial position words
- initial position words
- final position words
ดูคำตอบ
medial position words
So, here we're going to hold it and then release it. วลี
3:58ดังนั้น ตรงนี้เราจะค้างไว้แล้วค่อยปล่อยออก
hold it and then release it: เรียงลำดับสองการกระทำด้วย and then
ใน hold it and then release it คำว่า and then เชื่อมการกระทำสองอย่างตามลำดับ โดย hold it มาก่อน และ release it มาทีหลัง คำว่า then แสดงว่าการกระทำที่สองเกิดตามหลังการกระทำแรก ไม่ได้เกิดพร้อมกัน ใช้โครงสร้าง “การกระทำหนึ่ง + and then + อีกการกระทำหนึ่ง” เพื่อบอกขั้นตอนในคำสั่ง การสาธิต หรือการอธิบายกระบวนการให้ชัดเจน เมื่อประธานเดียวกันทำทั้งสองอย่าง โดยทั่วไปไม่ต้องกล่าวประธานซ้ำ เช่น Hold it and then release it.
แบบฝึกหัด
เติมคำสั่งให้สมบูรณ์ด้วยคำเชื่อมที่ตรงกับในบทเรียน: Hold the button for two seconds ____ release it.
ดูคำตอบ
and then
So, we're not saying struggler, stronger. น้ำเสียง/เจตนา
4:02ดังนั้น เราจะไม่พูดว่า struggler แต่เป็น stronger
we're not saying struggler, stronger: ตัดการออกเสียงหนึ่งแบบแล้วให้การออกเสียงเป้าหมาย
ในการแก้การออกเสียงสั้น ๆ ในชั้นเรียนนี้ we're not saying บอกว่าไม่ให้เลียนแบบ struggler ส่วน stronger คือการออกเสียงเป้าหมาย ความหมายเต็มคือ We're not saying X; we're saying Y. ในการพูดเร็ว สามารถละ we're saying ครั้งที่สองได้เมื่อการหยุดและการเน้นทำให้ความแตกต่างชัดเจน ในรูปแบบนี้ X คือสิ่งที่ถูกตัดออก และ Y คือรูปที่ต้องพูดตาม
แบบฝึกหัด
ครูพูดว่า “We're not saying ship; we're saying sheep.” คำใดคือการออกเสียงเป้าหมาย?
- sheep
- ทั้งสองคำ
- ship
ดูคำตอบ
sheep
So, make sure you're not releasing it at the end. น้ำเสียง/เจตนา
4:18ดังนั้น ต้องแน่ใจว่าคุณไม่ได้ปล่อยเสียงออกในตอนท้าย
make sure you're not ... เพื่อเตือนให้ตรวจสอบ
ในที่นี้ make sure ตามด้วยอนุประโยคที่สมบูรณ์ คือ you're not releasing it at the end ความหมายคือให้ตรวจดูว่าการกระทำที่ไม่ต้องการนี้ไม่ได้กำลังเกิดขึ้น ไม่ใช่เพียงสั่งให้หยุดทันที ถ้อยคำนี้เตือนให้ผู้ฟังคอยสังเกตการกระทำของตนเอง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ make sure + ประธาน + กริยาปฏิเสธ เช่น make sure you don't ... หรือ make sure you're not ... .
แบบฝึกหัด
เติมคำเตือนให้สมบูรณ์โดยใช้ make sure you're not และรูป -ing ของ cover: Before the call, ____ the camera.
ดูคำตอบ
make sure you're not covering
Not sink or sing: การปฏิเสธสองความเป็นไปได้
Not sink or sing เป็นคำแก้ไขแบบย่อ ในโครงสร้าง not A or B คำว่า not ครอบคลุมทั้งสองความเป็นไปได้ ผู้พูดจึงปฏิเสธทั้ง sink และ sing รูปเต็มคือ It isn't sink or sing. รูปแบบสั้นนี้เป็นธรรมชาติเมื่อการสาธิตหรือคำถามทำให้เข้าใจประธานและกริยาที่ละไว้ได้ชัดเจน ไม่ได้หมายความว่าคำใดคำหนึ่งเป็นตัวเลือกที่ยอมรับได้
แบบฝึกหัด
ครูต้องการปฏิเสธคำที่เดามาทั้งสองคำ คือ ship และ sheep คำแก้ไขสั้น ๆ ข้อใดมีความหมายเช่นนั้น
- Not ship but sheep.
- Either ship or sheep.
- Not ship or sheep.
ดูคำตอบ
Not ship or sheep.
There are some accents that do do this, but I'm going to teach you Received Pronunciation and Modern Received Pronunciation here. โน้ต
4:23มีบางสำเนียงที่ออกเสียงแบบนี้ แต่ที่นี่ฉันจะสอนสำเนียงมาตรฐานและสำเนียงมาตรฐานสมัยใหม่ให้คุณ
do do this: do แบบเน้นย้ำหน้ากริยาหลัก do
ใน do do this คำว่า do ตัวแรกเป็นกริยาช่วยเน้นย้ำ มีความหมายว่า “จริง ๆ” หรือ “แน่นอน” ส่วน do ตัวที่สองเป็นกริยาหลักใน do this ซึ่งอ้างถึงวิธีออกเสียงที่พูดถึงอยู่ การใช้ do สองครั้งนี้เป็นความตั้งใจ ไม่ใช่การพูดผิด do แบบเน้นย้ำวางหน้ากริยารูปพื้นฐานในประโยคบอกเล่า มักใช้เพื่อแก้ความเข้าใจเดิม ยืนยันว่าสิ่งหนึ่งเป็นจริง หรือยอมรับข้อเท็จจริงก่อนนำเสนอความแตกต่าง ในที่นี้ผู้พูดยอมรับก่อนว่าสำเนียงบางแบบใช้รูปแบบนี้จริง แล้วจึงบอกว่าจะสอนรูปแบบสำเนียงใด
แบบฝึกหัด
มีคนกล่าวว่าไม่มีสำเนียงใดใช้รูปแบบนี้ ให้เติมกริยาช่วยเน้นย้ำ: Some accents ____ do this.
ดูคำตอบ
do
Received Pronunciation และ Modern Received Pronunciation ในฐานะรูปแบบสำเนียง
Received Pronunciation (RP) เป็นชื่อของรูปแบบสำเนียงภาษาอังกฤษแบบบริติชที่เป็นที่รู้จัก เชื่อมโยงกับประเทศอังกฤษ และมักใช้เป็นแบบอ้างอิงในการสอนการออกเสียง ในประโยคนี้ Modern Received Pronunciation หมายถึงรูปแบบที่ใหม่และร่วมสมัยกว่าของสำเนียงดังกล่าว ชื่อทั้งสองช่วยจำกัดขอบเขตของบทเรียน กล่าวคือ ผู้สอนกำลังอธิบายรูปแบบสำเนียงเฉพาะ ไม่ใช่กฎที่สำเนียงบริติชหรือสำเนียงภาษาอังกฤษทุกแบบต้องทำตาม Received เป็นส่วนหนึ่งของชื่อเฉพาะในที่นี้ ไม่ได้หมายความว่ามีการ “ได้รับ” ข้อความ
แบบฝึกหัด
การกล่าวถึง Received Pronunciation และ Modern Received Pronunciation ในประโยคนี้บอกอะไรเรา?
- ผู้พูดชาวบริติชทุกคนใช้สำเนียงที่เหมือนกันทุกประการ
- บทเรียนนี้ใช้รูปแบบการออกเสียงแบบบริติชบางรูปแบบ
- Received หมายความว่าผู้สอนเพิ่งได้รับข้อความ
ดูคำตอบ
บทเรียนนี้ใช้รูปแบบการออกเสียงแบบบริติชบางรูปแบบ
it's time to practice in some sentences: การเปลี่ยนเข้าสู่การฝึกด้วยประโยค
ในที่นี้ it's time to practice เป็นสัญญาณว่าเนื้อหาในบทเรียนกำลังเปลี่ยนช่วง จากช่วงอธิบายไปสู่ช่วงฝึกด้วยประโยค โครงสร้าง It's time to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกว่าถึงเวลาเริ่มกิจกรรมถัดไปแล้ว in some sentences บอกลักษณะของการฝึก คือจะนำภาษาเป้าหมายไปใช้ในประโยคที่สมบูรณ์ ไม่ได้หมายถึงสถานที่จริง
แบบฝึกหัด
ข้อความที่เน้นไว้ทำหน้าที่อะไรในบทเรียนนี้
- ช่วงอธิบายกำลังจบลงและช่วงฝึกด้วยประโยคกำลังเริ่มขึ้น
- ประกาศว่าบทเรียนทั้งหมดจบแล้ว
- ถามว่าจะฝึกกันที่ไหน
ดูคำตอบ
ช่วงอธิบายกำลังจบลงและช่วงฝึกด้วยประโยคกำลังเริ่มขึ้น
Listen carefully and repeat: คำสั่งให้ฟังก่อนแล้วพูดตาม
Listen carefully and repeat เป็นคำสั่งสั้น ๆ ที่ใช้ในชั้นเรียน โดยบอกให้ผู้ฟังทำสองอย่างตามลำดับ คือ ตั้งใจฟังตัวอย่างก่อน แล้วจึงพูดคำหรือประโยคเดิมตาม Listen และ repeat เป็นคำกริยารูปคำสั่ง โดยละประธาน you ที่เข้าใจกันอยู่แล้ว ในบริบทนี้ repeat หมายถึงพูดตามสิ่งที่เพิ่งได้ยิน ไม่ใช่เริ่มบทเรียนทั้งหมดใหม่
แบบฝึกหัด
เติมคำสั่งที่ให้ผู้เรียนฟังก่อนแล้วจึงพูดตัวอย่างซ้ำ: Listen carefully and ____.
ดูคำตอบ
repeat
We don't really do double consonant sounds in English. การใช้คำ
5:10ในภาษาอังกฤษเราไม่ออกเสียงพยัญชนะคู่
double consonant sounds: เสียงพยัญชนะซ้ำกับตัวอักษรที่เขียนซ้ำ
double consonant sounds หมายถึงเสียงพยัญชนะเดียวกันสองเสียงที่ออกติดกัน อาจฟังเหมือนพยัญชนะเสียงยาวขึ้น หรือได้ยินรอยต่อระหว่างพยัญชนะสองเสียงอย่างชัดเจน ในประโยคนี้ ผู้พูดบอกว่าโดยทั่วไปภาษาอังกฤษไม่ได้ออกเสียงพยัญชนะที่เขียนซ้ำเป็นพยัญชนะเต็มเสียงสองครั้ง สิ่งสำคัญคือต้องแยกตัวอักษรออกจากเสียง happy เขียน p สองตัว แต่ในการออกเสียงภาษาอังกฤษตามปกติจะมีเสียงพยัญชนะ /p/ เพียงเสียงเดียว ไม่ใช่ /p/ สองเสียงแยกกัน นี่เป็นแนวโน้มทั่วไป ไม่ใช่กฎตายตัว เพราะเสียงพยัญชนะเดียวกันอาจมาพบกันตรงรอยต่อภายในบางคำได้
แบบฝึกหัด
ข้อความใดอธิบายความแตกต่างระหว่างตัวอักษรที่เขียนซ้ำกับเสียงพยัญชนะซ้ำได้ถูกต้องที่สุด
- ตัวอักษรพยัญชนะที่เขียนซ้ำทุกตัวต้องออกเสียงสองครั้ง
- ตัวอักษรพยัญชนะเดียวกันสองตัวที่เขียนไว้ โดยทั่วไปไม่ได้หมายความว่าต้องออกเป็นพยัญชนะสองเสียงแยกกัน
- ภาษาอังกฤษไม่เคยเขียนตัวอักษรพยัญชนะเดียวกันสองตัวติดกัน
ดูคำตอบ
ตัวอักษรพยัญชนะเดียวกันสองตัวที่เขียนไว้ โดยทั่วไปไม่ได้หมายความว่าต้องออกเป็นพยัญชนะสองเสียงแยกกัน
We do with some words, but this is normally compound words. การใช้คำ
5:13อาจมีบางคำ แต่อันนั้นปกติจะเป็นคำประสม
compound words: รวมคำเต็มให้เป็นหน่วยเดียว
compound words คือคำประสมที่สร้างจากการนำคำที่มีอยู่แล้วตั้งแต่สองคำขึ้นไปมารวมเป็นหน่วยเดียว ตัวอย่างเช่น tooth กับ brush รวมกันเป็น toothbrush คำประสมเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เพราะเสียงพยัญชนะท้ายของส่วนแรกอาจเหมือนกับเสียงพยัญชนะต้นของส่วนที่สอง ใน bookcase เสียง /k/ มาพบกับ /k/ ตรงรอยต่อของสองส่วน จึงอาจฟังเหมือนพยัญชนะยาวขึ้น compound ในที่นี้เป็นศัพท์ด้านการสร้างคำ ไม่ใช่ความหมายทางเคมี
แบบฝึกหัด
คำใดเป็น compound word ที่สร้างจากคำเต็มสองคำ
- toothbrush
- carefully
- unhappy
ดูคำตอบ
toothbrush
So, keep it up keep keep attention pay attention to this 'cause I live in Spain and a lot of people double the consonants and they double the sound and make it Emma, โน้ต
5:21ดังนั้น ให้ความสนใจกับเรื่องนี้ เพราะฉันอาศัยอยู่ในสเปน และหลายคนออกเสียงพยัญชนะซ้ำกันและออกเสียงซ้ำจนกลายเป็น Emma
pay attention to this: ชี้ให้สนใจจุดสำคัญ
pay attention to this หมายถึง “ให้ตั้งใจสังเกตจุดนี้” ใช้ดึงความสนใจของผู้ฟังไปยังรายละเอียดสำคัญที่กำลังอธิบายหรือสาธิต รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ pay attention to + คำนามหรือคำสรรพนาม โดย to ใช้นำหน้าสิ่งที่ต้องใส่ใจ ในที่นี้ this หมายถึงรายละเอียดเรื่องการออกเสียงที่ผู้พูดกำลังจะอธิบาย
แบบฝึกหัด
เติมหนึ่งคำเพื่อให้ได้รูปแบบเป้าหมายที่สมบูรณ์: Please pay attention ____ the final sound.
ดูคำตอบ
to
'cause: รูปย่อแบบไม่เป็นทางการของ because
'Cause เป็นรูปย่อแบบไม่เป็นทางการของ because และใช้ขึ้นต้นเหตุผล ในประโยคต้นฉบับ 'cause I live in Spain อธิบายว่าทำไมผู้พูดจึงสังเกตรูปแบบการออกเสียงนี้ เครื่องหมายอะพอสทรอฟีด้านหน้าแสดงว่าส่วนต้นของ because ถูกตัดออก เวลาอ่านบทสนทนาหรือคำบรรยาย ให้เข้าใจ 'cause ว่าเป็น because และอย่าสับสนกับ cause ที่เป็นคำนามหมายถึง “สาเหตุ” หรือคำกริยาหมายถึง “ทำให้เกิด”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเหมาะที่สุดสำหรับรายงานของโรงเรียนแบบเป็นทางการ
- The match was postponed because the field was flooded.
- The match was postponed 'cause the field was flooded.
ดูคำตอบ
The match was postponed because the field was flooded.
double the consonants ... double the sound: double ที่ใช้เป็นกริยา
ตรงนี้ double บอกการกระทำ ใน double the consonants และ double the sound คำนี้เป็นกริยาที่ต้องมีกรรม โดยมีรูปแบบ double + กรรม หมายถึงทำให้จำนวน ขนาด หรือระยะเวลาของสิ่งหนึ่งเพิ่มเป็นสองเท่า ในคำอธิบายการออกเสียงนี้ ผู้สอนหมายถึงการออกเสียงพยัญชนะซ้ำหรือยาวขึ้นจนฟังเหมือนเป็นสองเท่า ไม่ได้หมายถึงเพียงว่าคำที่เขียนมีตัวอักษรพยัญชนะสองตัว รูปแบบกริยาเดียวกันนี้พบได้ใน double the amount และ double the length
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ double: Last year, the factory ____ its output from 500 to 1,000 units.
ดูคำตอบ
doubled
very quick and very short: ความเร็วและระยะเวลา
quick และ short อธิบายลักษณะสองอย่างที่เกี่ยวข้องกันแต่ไม่เหมือนกัน quick บอกว่าการกระทำหรือเสียงเกิดขึ้นเร็ว ส่วน short บอกว่าสิ่งนั้นกินเวลาไม่นาน เมื่อนำมาเชื่อมด้วย and ทั้งสองคำบอกผู้ฟังให้ออกเสียงเร็วและสั้นโดยไม่ยืดเสียง การใช้ very ซ้ำหน้าคำทั้งสองช่วยเน้นลักษณะแต่ละอย่างแยกกัน
แบบฝึกหัด
ในคำแนะนำการออกเสียงนี้ It's very quick and very short. หมายความว่าอย่างไร?
- ออกเสียงซ้ำสองครั้งและลากเสียงไว้นาน
- เสียงเริ่มช้าแล้วค่อยดังขึ้น
- ออกเสียงอย่างรวดเร็วและเสียงไม่ยาว
ดูคำตอบ
ออกเสียงอย่างรวดเร็วและเสียงไม่ยาว
And that's it for today's English pronunciation lesson. ลำดับความ
6:00และนั่นก็คือทั้งหมดสำหรับบทเรียนการออกเสียงภาษาอังกฤษวันนี้
ใช้ That's it for today's + กิจกรรม เป็นสัญญาณปิดท้าย
That's it for today's English pronunciation lesson หมายความว่าบทเรียนนี้สิ้นสุดลงแล้ว ในที่นี้ that's it เป็นสัญญาณปิดท้าย ไม่ได้หมายความว่าบทเรียนนี้ง่าย รูปแบบ That's it for today's + กิจกรรม บอกผู้ฟังว่ากิจกรรมใดกำลังจะจบลง สามารถเปลี่ยนชื่อกิจกรรมได้ แต่หน้าที่ในการจัดระเบียบเนื้อหาและปิดท้ายยังคงเหมือนเดิม
แบบฝึกหัด
ใช้รูปแบบการปิดท้ายที่เรียนมาเติมประโยคภาษาอังกฤษนี้ให้สมบูรณ์: ____ workshop.
ดูคำตอบ
That's it for today's
I hope you've enjoyed it and you've learned something new. วลี
6:03ฉันหวังว่าคุณจะสนุกกับมันและได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
I hope you've enjoyed it and you've learned something: ย้อนมองประสบการณ์ในตอนจบ
เมื่อจบบทเรียน I hope you've enjoyed it and you've learned something แสดงความหวังอย่างเป็นมิตรของผู้พูดว่า จนถึงตอนนี้ผู้ฟังทั้งสนุกกับประสบการณ์นั้นและได้รับความรู้บางอย่างจากมัน You've enjoyed และ you've learned เป็นรูป present perfect ซึ่งเชื่อมการรับชมและการเรียนรู้ก่อนหน้านี้เข้ากับเวลาปัจจุบัน จึงเหมาะที่จะเป็นคำพูดปิดท้าย ประโยคย่อยทั้งสองเชื่อมด้วย and และต่างก็อยู่ภายใต้ I hope
แบบฝึกหัด
การชมพิพิธภัณฑ์เพิ่งจบลง ประโยคใดใช้ย้อนมองประสบการณ์และการเรียนรู้ของผู้เข้าชมได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- I hope you've enjoyed the tour and you've learned something new.
- I hope you'll enjoy the tour and you'll learn something new.
- I hope you enjoyed tours and learn something new.
ดูคำตอบ
I hope you've enjoyed the tour and you've learned something new.
you've made it this far: ทำต่อเนื่องมาจนถึงจุดนี้
ในประโยคนี้ you've made it this far หมายถึง “คุณดูต่อเนื่องมาจนถึงจุดนี้” รูป present perfect เชื่อมการดูที่เริ่มมาก่อนหน้ากับจุดที่ผู้ชมมาถึงในตอนนี้ ในที่นี้ this far ใช้วัดความคืบหน้าในวิดีโอ ไม่ใช่ระยะทางจริง รูปแบบ make it this far ยังใช้บอกการมาถึงขั้นปัจจุบันของหนังสือ หลักสูตร งาน หรือความท้าทายได้ด้วย
แบบฝึกหัด
“You've made it this far in the course” หมายความว่าอย่างไร
- คุณเรียนจบทุกส่วนของหลักสูตรแล้ว
- คุณเดินทางเป็นระยะทางจริงที่ไกลมาก
- คุณเรียนหลักสูตรต่อเนื่องมาจนถึงจุดปัจจุบัน
ดูคำตอบ
คุณเรียนหลักสูตรต่อเนื่องมาจนถึงจุดปัจจุบัน
in the comments: ส่วนความคิดเห็นสาธารณะบนแพลตฟอร์ม
ในวิดีโอออนไลน์ in the comments หมายถึง “ในส่วนความคิดเห็นของแพลตฟอร์ม” ซึ่งผู้ชมสามารถโพสต์คำตอบที่โดยทั่วไปคนอื่นมองเห็นได้ Tell me in the comments เป็นคำขอให้มีส่วนร่วมที่ผู้สร้างวิดีโอใช้กับผู้ชมเป็นประจำ ผู้ชมควรพิมพ์คำตอบที่ขอไว้ตรงนั้น แทนที่จะติดต่อผู้สร้างเป็นการส่วนตัว
แบบฝึกหัด
ผู้ดำเนินรายการวิดีโอต้องการให้ผู้ชมโพสต์คำตอบแบบสาธารณะใต้วิดีโอ เติมประโยคให้สมบูรณ์: Tell me your answer ____.
ดูคำตอบ
in the comments
Remember to download your free English pronunciation pack. น้ำเสียง/เจตนา
6:11อย่าลืมดาวน์โหลดแพ็กเกจการออกเสียงภาษาอังกฤษฟรีของคุณนะ
Remember to + คำกริยารูปพื้นฐาน: คำเตือนให้ลงมือทำอย่างเป็นมิตร
Remember to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกให้อีกฝ่ายไม่ลืมการกระทำที่ยังต้องทำ ในที่นี้ download เป็นคำกริยารูปพื้นฐาน และประโยคนี้กระตุ้นให้ผู้ชมรับชุดฝึกการออกเสียง ประโยคนี้เป็นประโยคคำสั่งที่ละประธาน you ไว้ หน้าที่หลักคือการเตือน จึงมักฟังดูไม่ห้วนเท่าการพูดเพียงว่า Download the pack.
แบบฝึกหัด
เติมคำเตือนให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างเป้าหมาย: ____ bring your permission slip tomorrow.
ดูคำตอบ
Remember to
The link to download it is below in the description.
6:14ลิงก์สำหรับดาวน์โหลดอยู่ด้านล่างในคำอธิบาย
As always: การเกริ่นถึงกิจวัตรที่ทำเป็นประจำ
As always หมายความว่าสิ่งที่จะกล่าวต่อไปเป็นไปตามรูปแบบเดียวกับครั้งก่อน ๆ คำนี้ช่วยบอกก่อนว่าความเห็นหรือการกระทำถัดไปเป็นสิ่งที่คุ้นเคยและทำเป็นประจำ เมื่ออยู่ต้นประโยค คำนี้ทำหน้าที่เป็นคำเชื่อมสั้น ๆ และมักตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค ในคำบรรยายนี้ คำนี้บอกว่าสิ่งต่อไปคือข้อความปิดท้ายตามปกติ ไม่ใช่ข้อมูลใหม่
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้คำเชื่อมตอนต้นเพื่อบอกว่าการอบอุ่นร่างกายเป็นกิจวัตรประจำวันศุกร์ที่ทำกันอยู่แล้ว
- As always, we begin Friday practice with a warm-up.
- By accident, we begin Friday practice with a warm-up.
- For the first time, we begin Friday practice with a warm-up.
ดูคำตอบ
As always, we begin Friday practice with a warm-up.
to like and subscribe: คำชวนให้ลงมือทำบนแพลตฟอร์ม
บนแพลตฟอร์มวิดีโอ like หมายถึงการกดปุ่มถูกใจ ส่วน subscribe หมายถึงการติดตามช่องเพื่อให้เห็นเนื้อหาใหม่ในรายการที่ติดตาม like and subscribe ที่ใช้คู่กันเป็นคำชวนให้ผู้ชมลงมือทำซึ่งพบบ่อยช่วงท้ายวิดีโอ to ใช้คู่กับ remember เป็นโครงสร้าง remember to do something และนำหน้าคำกริยารูปพื้นฐานสองคำที่เชื่อมกัน คือ like และ subscribe
แบบฝึกหัด
เติมคำชวนช่วงท้ายวิดีโอนี้ด้วยการกระทำมาตรฐานสองอย่างบนแพลตฟอร์ม: Remember to ____.
ดูคำตอบ
like and subscribe
see you in the next lesson: คำลาที่เป็นกันเองเมื่อจบบทเรียน
See you in the next lesson เป็นวิธีจบบทเรียนปัจจุบันอย่างเป็นกันเอง และบอกว่าผู้พูดคาดว่าจะได้พบหรือพูดคุยกับผู้ฟังอีกครั้งในบทเรียนถัดไป See you ไม่ได้จำกัดเฉพาะการพบกันต่อหน้า แต่ใช้ในบทเรียนออนไลน์และวิดีโอได้ด้วย ในประโยคเต็ม I will see you สามารถย่อเป็น I'll see you ซึ่งใช้กันทั่วไปได้ ส่วนคำลาแบบสั้นมักละ I will แล้วพูดเพียง See you in the next lesson
แบบฝึกหัด
บทเรียนออนไลน์กำลังจะจบและมีบทเรียนถัดไปกำหนดไว้แล้ว ประโยคใดเป็นคำลาที่เป็นธรรมชาติและเป็นกันเองที่สุด
- See you in the next lesson.
- Let's begin the next lesson now.
- This is our final lesson.
ดูคำตอบ
See you in the next lesson.