ออกกำลังกายสำหรับคนขี้เกียจ ⏲️ 6 Minute English: บทเรียนภาษาอังกฤษ

BBC Learning English

ความยากในการเรียน
951 คำ 170 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: นีลและแซมสำรวจว่าคนที่มีเวลาหรือแรงจูงใจน้อยจะรักษาสุขภาพด้วยการออกกำลังกายที่สั้นแต่หนักขึ้น รวมถึงการเพิ่มการเคลื่อนไหวเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร สหราชอาณาจักรแนะนำวันละ 10,000 ก้าว แต่การเดินให้น้อยกว่านั้นด้วยความเร็วสูงขึ้นก็ยังมีประโยชน์ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. what is the least amount of exercise someone can get away with doing while still staying healthy. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้การวางคำถามแบบแทรกหลัง be asking โดยไม่เปลี่ยนกลับไปใช้ลำดับคำของคำถามตรง จึงสามารถเกริ่นประเด็นซับซ้อนเกี่ยวกับปริมาณขั้นต่ำที่ยอมรับได้ของกิจกรรมหนึ่ง ๆ 2. sedentary. — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เข้าใจว่าเป็นศัพท์ทางการในบริบทสุขภาพและการทำงาน ใช้บรรยายงานหรือวิถีชีวิตที่แทบไม่มีกิจกรรมทางกาย ไม่ได้หมายถึงเพียงการนั่งอยู่ในช่วงเวลาหนึ่ง 3. more bang for your buck. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจและใช้สำนวนนี้เมื่อเวลา เงิน หรือแรงที่ลงทุนเท่าเดิมให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า เช่น เมื่อต้องอธิบายประสิทธิภาพของการออกกำลังกายสั้น ๆ ที่มีความเข้มข้นสูง

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Six Minute English from bbclearningenglish.com.

0:02

Six Minute English จาก bbclearningenglish.com

Hello, this is Six Minute English from BBC Learning English.

0:09

สวัสดี นี่คือ Six Minute English จาก BBC Learning English

I'm Neil.

0:12

ผม นีล

And I'm Sam.

0:13

และฉัน แซม

Did you make any New Year's resolutions this year, Neil? วลี

0:14

ปีนี้คุณได้ตั้งปณิธานปีใหม่บ้างไหม นีล

วลี

make any New Year's resolutions: การตั้งเป้าหมายส่วนตัวสำหรับปีใหม่

Make a New Year's resolution เป็นคำที่ใช้คู่กันตามปกติเมื่อพูดถึงการตั้งคำมั่นสัญญาหรือเป้าหมายส่วนตัวสำหรับปีใหม่ ในที่นี้ make หมายถึงการตั้งหรือประกาศ ไม่ใช่การสร้างสิ่งของ ส่วน resolution หมายถึงคำมั่นส่วนตัว ไม่ใช่มติอย่างเป็นทางการ ในคำถามที่ตอบว่าใช่หรือไม่ใช่นี้ any ไม่ได้กำหนดจำนวน นีลอาจตั้งปณิธานไว้หนึ่งข้อ หลายข้อ หรือไม่ได้ตั้งเลยก็ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเกี่ยวกับปีใหม่ที่เรียนมา: This year, Maya will ____ to read for twenty minutes every day.

ดูคำตอบ

make a New Year's resolution

They're promises that you make to yourself ไวยากรณ์

0:17

มันคือคำสัญญาที่คุณให้ไว้กับตัวเอง

to do something positive in the coming year.

0:19

ว่าจะทำสิ่งดี ๆ ในปีที่กำลังจะมาถึง

ไวยากรณ์

promises that you make to yourself to do ...: สัญญากับใครและสัญญาว่าจะทำอะไร

ส่วน that you make to yourself ให้ข้อมูลเพิ่มว่า promises เป็นคำสัญญาแบบใด ในทางไวยากรณ์เรียกว่าส่วนขยายแบบ relative clause โดย that ย้อนกลับไปแทน promises และทำหน้าที่เป็นกรรมของ make กล่าวคือ คุณให้คำสัญญาเหล่านั้นกับตัวเอง ส่วนที่มี to สองส่วนทำหน้าที่ต่างกัน to yourself บอกว่าสัญญากับใคร ส่วน to do something positive บอกการกระทำที่สัญญาว่าจะทำ และ in the coming year บอกว่าตั้งใจจะทำการกระทำนั้นเมื่อใด

แบบฝึกหัด

ในประโยค These goals are promises that you make to yourself to help someone each week ส่วนที่มี to สองส่วนบอกอะไรบ้าง

  1. to yourself บอกว่าสัญญากับใคร ส่วน to help someone each week บอกการกระทำที่สัญญาไว้
  2. ทั้งสองส่วนบอกว่าคำสัญญาจะเกิดขึ้นเมื่อใด
  3. to yourself บอกการกระทำที่สัญญาไว้ ส่วน to help someone each week บอกผู้รับคำสัญญา
ดูคำตอบ

to yourself บอกว่าสัญญากับใคร ส่วน to help someone each week บอกการกระทำที่สัญญาไว้

And now that we're into February, ไวยากรณ์

0:22

และตอนนี้เราก็เข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์แล้ว

it's getting harder to keep those promises. วลี

0:24

มันเริ่มจะรักษาสัญญาเหล่านั้นได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ

ไวยากรณ์

now that we're into February: ใช้สถานการณ์ใหม่เป็นเหตุผล

now that + อนุประโยค ใช้กล่าวถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงแล้ว และนำมาเป็นเหตุผลหรือพื้นหลังของข้อความที่ตามมา ในประโยคนี้เดือนกุมภาพันธ์เริ่มขึ้นแล้ว จึงสมเหตุสมผลที่จะบอกต่อว่าการรักษาสัญญาเริ่มยากขึ้น ให้เข้าใจ now that เป็นคำเชื่อมหนึ่งชุด ไม่ใช่แยกความหมายของ now กับ that มักสื่อว่า “ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว จึงเกิดผลเช่นนี้”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ now that เพื่อกล่าวถึงสถานการณ์ที่เป็นจริงแล้วในฐานะเหตุผลของข้อความที่ตามมา

  1. Now the bus that has arrived, we can get on.
  2. If that the bus has arrived, we can get on.
  3. Now that the bus has arrived, we can get on.
ดูคำตอบ

Now that the bus has arrived, we can get on.

วลี

keep those promises: ทำสิ่งที่ตนเองสัญญาไว้

Keep a promise เป็นกลุ่มคำที่ใช้บ่อย หมายถึงการทำสิ่งที่ตนเองพูดว่าจะทำ หรือการรักษาสัญญา keep ในที่นี้หมายถึงทำตามหรือปฏิบัติตาม ไม่ได้หมายถึงเก็บสิ่งของไว้ those promises หมายถึงสัญญาที่กล่าวถึงไปแล้ว ประโยคนี้บอกว่าการทำตามสัญญาเหล่านั้นต่อไปกำลังยากขึ้นเรื่อย ๆ

แบบฝึกหัด

เลือกคำที่เป็นธรรมชาติเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: I said I would help you, and I intend to ___ my promise.

  1. make
  2. keep
  3. save
ดูคำตอบ

keep

Yes, the same promises I make every year, Sam,

0:26

ใช่ เป็นสัญญาเดิมที่ผมให้ไว้ทุกปีเลยแซม

to exercise more and get fit. วลี

0:30

ว่าจะออกกำลังกายให้มากขึ้นและมีสุขภาพที่ดี

วลี

get fit: ทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น

Get fit หมายถึงมีสุขภาพดีขึ้นและพัฒนาความแข็งแรงของร่างกาย โดยปกติเกิดจากการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ในโครงสร้าง get + คำคุณศัพท์ คำว่า get แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพ ส่วน fit ในที่นี้หมายถึงมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่ได้หมายถึงเหมาะสมหรือมีขนาดพอดี

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “พัฒนาความแข็งแรงของร่างกาย”: Lina started cycling after school to ____.

ดูคำตอบ

get fit

But I'm too lazy to go running on cold winter mornings. ไวยากรณ์

0:33

แต่ผมขี้เกียจเกินกว่าจะไปวิ่งในเช้าฤดูหนาวที่อากาศเย็นจัด

ไวยากรณ์

too lazy to go: โครงสร้าง too ... to ...

โครงสร้าง too + คำคุณศัพท์ + to + คำกริยารูปพื้นฐาน แสดงว่าคุณสมบัติหรือสภาพหนึ่งมีระดับมากเกินไปจนการกระทำที่ตามมาไม่เกิดขึ้น ในที่นี้ too lazy to go หมายถึงความขี้เกียจทำให้ผู้พูดไม่ออกไปวิ่ง ในโครงสร้างนี้ too หมายถึงมากเกินกว่าจะยอมรับหรือทำได้ ไม่ได้หมายถึง “ด้วย” เมื่อใช้กับ lazy การกระทำนั้นอาจทำได้ แต่บุคคลนั้นไม่ต้องการออกแรงทำ

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง too ... to ... เติมประโยคให้สมบูรณ์: Ben is ____ tired ____ finish his homework.

ดูคำตอบ

too · to

I'd rather stay in bed. ไวยากรณ์

0:36

ผมอยากนอนอยู่บนเตียงมากกว่า

ไวยากรณ์

I'd rather + กริยารูปพื้นฐาน เพื่อบอกตัวเลือกที่ชอบมากกว่า

I'd rather เป็นรูปย่อของ I would rather ใช้นำหน้าการกระทำที่ผู้พูดชอบมากกว่า ในประโยคนี้ ผู้พูดเลือกที่จะอยู่บนเตียง ใช้ would rather + กริยารูปพื้นฐาน จึงพูดว่า I'd rather stay ไม่ใช่ I'd rather to stay หากต้องการเปรียบเทียบสองการกระทำอย่างชัดเจน ใช้ would rather do A than do B

แบบฝึกหัด

เติมประโยคบอกความชอบด้วยรูปย่อในบทเรียนที่หมายถึง I would prefer: ____ take the train than drive.

ดูคำตอบ

I'd rather

Are you feeling out of shape after Christmas like Neil? วลี

0:37

คุณรู้สึกว่าตัวเองหุ่นพังหลังคริสต์มาสเหมือนนีลหรือเปล่า

วลี

out of shape: สภาพร่างกายไม่ฟิต

เมื่อใช้บอกลักษณะของคน out of shape เป็นสำนวนที่หมายถึงร่างกายไม่ฟิต มักเกิดจากช่วงที่ผ่านมาไม่ได้ออกกำลังกาย ในที่นี้ feeling out of shape หมายถึงรู้สึกว่าความอึดหรือสมรรถภาพร่างกายลดลง ไม่ได้หมายตามตัวอักษรว่ายืนอยู่นอกรูปร่างใดรูปร่างหนึ่ง และไม่ได้หมายความว่าคนนั้นดูมีน้ำหนักเกินเสมอไป

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคแล้วเลือกความหมายของ out of shape: After months without exercise, Maya felt out of shape.

  1. เสื้อผ้าของเธอมีขนาดไม่ถูกต้อง
  2. เธอยืนอยู่นอกรูปร่างหนึ่ง
  3. เธอมีสมรรถภาพร่างกายไม่ดี
ดูคำตอบ

เธอมีสมรรถภาพร่างกายไม่ดี

Maybe you want to be more active but can't find the time. ไวยากรณ์

0:40

บางทีคุณอาจอยากแอคทีฟขึ้นแต่หาเวลาไม่ได้

ไวยากรณ์

want to ... but can't ...: เป้าหมายและข้อจำกัดที่แท้จริง

รูปแบบ want to ... but can't ... บอกเป้าหมายก่อน แล้วใช้ but เพื่อบอกข้อจำกัดที่เกิดขึ้นจริง ในประโยคนี้ be more active คือเป้าหมาย ส่วนการมีเวลาไม่พอคือข้อจำกัด ข้อมูลสำคัญอยู่หลัง but can't find the time หมายถึง “ไม่สามารถหาเวลาว่างได้มากพอ” ไม่ได้หมายถึงกำลังตามหาเวลาที่หายไป รูปแบบเดียวกันนี้ใช้บอกข้อจำกัดเรื่องเวลา ความสามารถ เงิน หรือเงื่อนไขอื่น ๆ ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปแบบ want to ... but can't ... ให้ตรงตามที่กำหนด: I ____ learn to swim, but I ____ go to the pool on weekdays.

ดูคำตอบ

want to · can't

If so, this program is for you. ลำดับความ

0:44

ถ้าเป็นอย่างนั้น รายการนี้มีไว้เพื่อคุณ

ลำดับความ

If so: ใช้อ้างกลับไปถึงสถานการณ์ทั้งหมด

If so หมายถึง “ถ้าเป็นอย่างนั้น” ในที่นี้ so แทนสถานการณ์ทั้งหมดในประโยคก่อนหน้า คืออยากทำกิจกรรมให้มากขึ้นแต่หาเวลาไม่ได้ ไม่ได้หมายถึง “มาก” หรือใช้บอกระดับ คำเชื่อมสั้น ๆ นี้ช่วยไม่ให้ต้องพูดเงื่อนไขซ้ำ และพาจากสถานการณ์ที่กล่าวไว้แล้วไปสู่ผลลัพธ์ คำแนะนำ หรือหัวข้อถัดไป

แบบฝึกหัด

คุณเพิ่งพูดว่า “You may feel tired after school.” ประโยคใดต่อไปนี้อ้างกลับไปถึงสถานการณ์นั้นและให้คำแนะนำ

  1. If not, take a short break.
  2. If so, take a short break.
  3. For example, take a short break.
ดูคำตอบ

If so, take a short break.

Yes, in this lazy person's guide to exercise, ลำดับความ

0:47

ใช่แล้ว ในคู่มือการออกกำลังกายสำหรับคนขี้เกียจนี้

ลำดับความ

in this lazy person's guide to exercise: วางกรอบหัวข้อให้เป็นคู่มือ

วลีเปิด in this ... guide to exercise วางกรอบเนื้อหาที่ตามมาว่าเป็นคู่มือประเภทหนึ่ง โดยบอกทันทีว่าผู้อ่านที่นึกไว้คือ lazy person และหัวข้อคือ exercise รูปแบบชื่อเรื่องที่นำไปใช้ต่อได้คือ “คำเรียกกลุ่มผู้อ่านในรูปแสดงความเป็นเจ้าของ + guide to + หัวข้อ” โดย to ในที่นี้หมายถึง “เกี่ยวกับ” ไม่ใช่เครื่องหมายของ infinitive lazy person's เป็นการนำเสนอแบบสบาย ๆ และมีอารมณ์ขัน สื่อว่าจะให้คำแนะนำง่าย ๆ ที่ใช้แรงน้อยและทำให้รายการฟังดูเป็นกันเอง ไม่ได้หมายถึงการสนับสนุนให้คนขี้เกียจจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมชื่อเรื่องให้สมบูรณ์ด้วยรูปแบบ guide: A beginner's ____ photography.

ดูคำตอบ

guide to

we'll be asking what is the least amount of exercise ไวยากรณ์

0:50

เราจะมาตั้งคำถามว่าปริมาณการออกกำลังกายน้อยที่สุดคือเท่าไร

someone can get away with doing กริยาวลี

0:53

ที่ใครสักคนสามารถทำได้แบบพอเอาตัวรอด

while still staying healthy.

0:55

แต่ก็ยังทำให้สุขภาพดีอยู่ได้

ไวยากรณ์

what is the least amount ...: คำถามแบบฝังหลัง asking

อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย what ทั้งหมดเป็นเนื้อหาของ we'll be asking โดยบอกคำถามที่รายการจะสำรวจ นั่นคือคนหนึ่งคนสามารถออกกำลังกายในปริมาณน้อยที่สุดเท่าใดและยังคงมีสุขภาพดีอยู่ คำถามแบบฝังโดยทั่วไปใช้ลำดับคำแบบอนุประโยคและไม่เติม do, does หรือ did ให้พูดว่า ask how much exercise someone needs ไม่ใช่ ask how much exercise does someone need ในประโยคต้นฉบับ what สามารถทำหน้าที่เป็นประธานของ is ได้ ดังนั้น what is the least amount ... จึงถูกไวยากรณ์แม้อยู่ในประโยคที่ใหญ่กว่า what is ในที่นี้ไม่ใช่การสลับลำดับคำแบบคำถามตรงที่ใส่เพิ่มเข้ามา

แบบฝึกหัด

คำถามตรงคือ How much exercise does a child need? ประโยคใดนำคำถามนี้ไปวางหลัง We want to know ได้ถูกต้อง

  1. We want to know how much exercise a child needs.
  2. We want to know does a child need how much exercise.
  3. We want to know how much exercise does a child need.
ดูคำตอบ

We want to know how much exercise a child needs.

กริยาวลี

get away with doing: ทำบางอย่างโดยไม่เจอผลที่คาดว่าจะตามมา

get away with doing something หมายถึงการทำบางอย่างโดยไม่ถูกลงโทษหรือไม่เจอผลเสียอื่นที่ตามปกติควรจะเกิดขึ้น ในประโยคนี้เป็นการพูดแบบขำ ๆ ไม่ใช่เรื่องอาชญากรรม โดยถามว่าคนเราจะออกกำลังกายน้อยได้แค่ไหนแต่ยังคงสุขภาพดีอยู่ สำนวนนี้สื่อถึงการทำเพียงขั้นต่ำแล้วยังได้ผลที่พอใช้ ไม่ได้หมายถึงการหลบหนีจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “หลีกเลี่ยงการถูกลงโทษจากการทำบางอย่าง”: You won't ____ cheating in the exam.

ดูคำตอบ

get away with

And of course, we'll be learning some useful vocabulary as well.

0:57

และแน่นอน เราจะได้เรียนรู้คำศัพท์ที่เป็นประโยชน์ด้วย

Of course, any exercise is better than none.

1:01

แน่นอนว่า การออกกำลังกายบ้างก็ยังดีกว่าไม่ทำเลย

Structured exercise activities like going to a fitness class

1:04

กิจกรรมออกกำลังกายที่เป็นระบบอย่างการไปคลาสฟิตเนส

or swimming are great.

1:08

หรือการว่ายน้ำนั้นยอดเยี่ยมมาก

But if that's not possible,

1:10

แต่ถ้าเป็นไปไม่ได้

we'll be hearing about small changes you can make

1:11

เราจะได้ฟังเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่คุณสามารถทำได้

that will help as well.

1:14

ซึ่งมันก็ช่วยได้เหมือนกัน

Which is good news because fewer and fewer of us โน้ต

1:15

นั่นเป็นข่าวดี เพราะพวกเรามีจำนวนลดน้อยลงเรื่อย ๆ

are doing what the UK government recommends, วลี

1:18

ที่ปฏิบัติตามคำแนะนำของรัฐบาลสหราชอาณาจักร

30 minutes of moderate exercise a day.

1:21

นั่นคือการออกกำลังกายระดับปานกลาง 30 นาทีต่อวัน

ลำดับความ

Which is good news because: ย้อนอ้างถึงสิ่งที่กล่าวไปและให้เหตุผล

Which ย้อนกลับไปอ้างถึงใจความทั้งหมดในประโยคก่อนหน้า ไม่ได้อ้างถึงคำนามเพียงคำเดียว จากนั้น is good news ใช้ประเมินใจความนั้น และ because นำเข้าสู่เหตุผลของการประเมิน รูปแบบนี้ช่วยให้ผู้พูดเสริมความคิดเห็นสั้น ๆ พร้อมเชื่อมข้อมูลตามลำดับ คือประเด็นก่อนหน้า การประเมิน และเหตุผล แม้คำบรรยายจะเริ่มประโยคด้วย Which แต่ในการพูดส่วนนี้ทำหน้าที่เป็นความต่อเนื่องจากสิ่งที่กล่าวไปแล้ว

แบบฝึกหัด

ใน Which is good news because... คำว่า Which และ because ทำหน้าที่อะไร?

  1. Which อ้างถึงข้อความก่อนหน้าทั้งหมด และ because นำเข้าสู่เหตุผลที่เรียกสิ่งนั้นว่าข่าวดี
  2. Which อ้างถึงเฉพาะคำนามที่อยู่ใกล้ที่สุด และ because นำเข้าสู่ความขัดแย้ง
  3. Which ใช้ถามคำถาม และ because เริ่มหัวข้อที่ไม่เกี่ยวข้อง
ดูคำตอบ

Which อ้างถึงข้อความก่อนหน้าทั้งหมด และ because นำเข้าสู่เหตุผลที่เรียกสิ่งนั้นว่าข่าวดี

ไวยากรณ์

fewer and fewer of us: จำนวนคนในกลุ่มของเราที่ลดลงเรื่อย ๆ

fewer and fewer of us หมายถึงจำนวนคนในกลุ่มของเราที่ทำสิ่งนี้กำลังลดลงอย่างต่อเนื่อง fewer ใช้ขยายคนซึ่งนับจำนวนได้ และ of us ระบุว่ากลุ่มที่กำลังนับคือคนในกลุ่มของเรา รูปเปรียบเทียบซ้ำ fewer and fewer แสดงแนวโน้มที่ยังดำเนินต่อไป ไม่ได้หมายความเพียงว่ามีจำนวนน้อย ณ ช่วงเวลาหนึ่ง และยังวางหน้าคำนามนับได้รูปพหูพจน์ได้ เช่น fewer and fewer people

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปเปรียบเทียบซ้ำที่แสดงว่าจำนวนสิ่งที่นับได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง: As online booking grew, ____ customers called the office.

ดูคำตอบ

fewer and fewer

วลี

doing what the UK government recommends: นำคำแนะนำไปปฏิบัติ

ใน doing what the UK government recommends ส่วน what the UK government recommends เป็นกรรมของ doing โดย what ในที่นี้มีความหมายเท่ากับ the thing that ดังนั้นทั้งวลีจึงหมายถึงการนำคำแนะนำของรัฐบาลไปปฏิบัติ what แทนการกระทำที่ได้รับคำแนะนำอยู่แล้ว และยังทำหน้าที่เป็นกรรมของ recommends ด้วย จึงไม่เติม it หลัง recommends และไม่วาง to หน้า what ในโครงสร้างนี้ ส่วน 30 minutes of moderate exercise a day ที่ตามมาระบุเนื้อหาของคำแนะนำ

แบบฝึกหัด

ใช้ do what someone recommends เติมประโยคให้สมบูรณ์: If you want the plan to work, ____ your coach recommends.

ดูคำตอบ

do what

In fact, the government recently downgraded its recommendation การใช้คำ

1:25

ในความเป็นจริง รัฐบาลเพิ่งจะปรับลดคำแนะนำลง

because so few Brits were following it.

1:29

เพราะคนอังกฤษที่ทำตามนั้นมีจำนวนน้อยมาก

การใช้คำ

downgraded its recommendation: ลดระดับคำแนะนำอย่างเป็นทางการ

ในที่นี้ downgraded its recommendation หมายถึงรัฐบาลลดระดับหรือเป้าหมายในคำแนะนำอย่างเป็นทางการ คำแนะนำยังคงมีอยู่ แต่ตอนนี้กำหนดไว้น้อยกว่าเดิม ไม่ได้หมายความว่าคำแนะนำนั้นถูกตัดสินว่าไม่ดีหรือถูกยกเลิก downgrade ใช้บอกการลดระดับของนโยบาย การจัดอันดับ คำเตือน บริการ หรือการคาดการณ์ได้ กรรมของประโยคจะบอกว่าสิ่งใดถูกลดระดับ

แบบฝึกหัด

หน่วยงานหนึ่งเปลี่ยนเวลาออกกำลังกายที่แนะนำต่อวันจาก 30 นาทีเป็น 20 นาที แต่ยังคงคำแนะนำนี้ไว้ ประโยคใดอธิบายการเปลี่ยนแปลงได้แม่นยำที่สุด

  1. The agency withdrew its recommendation and gave no new target.
  2. The agency downgraded its recommendation from 30 minutes to 20 minutes.
  3. The agency upgraded its recommendation from 20 minutes to 30 minutes.
ดูคำตอบ

The agency downgraded its recommendation from 30 minutes to 20 minutes.

So, Sam, according to new government advice, ลำดับความ

1:32

ดังนั้นแซม ตามคำแนะนำใหม่ของรัฐบาล

what is the minimum number of steps

1:35

จำนวนก้าวเดินขั้นต่ำ

we should walk every day to stay healthy?

1:38

ที่เราควรเดินในแต่ละวันเพื่อให้สุขภาพดีคือเท่าไร

ลำดับความ

So ... according to new government advice: เปลี่ยนจากข้อมูลพื้นหลังเข้าสู่คำถาม

ในคำถามนี้ So เป็นสัญญาณว่าเปลี่ยนจากคำอธิบายก่อนหน้าไปสู่กิจกรรมถัดไป และ Sam เป็นการเรียกผู้ที่ต้องตอบโดยตรง ส่วน according to new government advice ระบุแหล่งข้อมูลที่ต้องใช้ในการตอบ องค์ประกอบเหล่านี้ช่วยจัดลำดับบทสนทนา คือเชื่อมกับข้อมูลก่อนหน้า ระบุผู้ตอบ กำหนดแหล่งข้อมูล แล้วจึงถามคำถาม according to หมายถึงข้อมูลนั้นมาจากสิ่งที่แหล่งข้อมูลระบุหรือแสดงไว้ ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดเห็นด้วย

แบบฝึกหัด

พิธีกรเพิ่งอ่านรายงานอากาศและต้องการให้ Leo ตอบคำถามโดยใช้รายงานนั้น ประโยคใดเปลี่ยนเข้าสู่คำถามได้ชัดเจนที่สุด

  1. So, according to Leo, the weather report says it will rain.
  2. So, Leo, according to the weather report, when will the rain begin?
  3. Leo, in my opinion, when will the rain begin?
ดูคำตอบ

So, Leo, according to the weather report, when will the rain begin?

Is it A, 5,000 steps,

1:41

A, 5,000 ก้าว

B, 10,000 steps, or C, 20,000 steps?

1:43

B, 10,000 ก้าว หรือ C, 20,000 ก้าว

I'll say A, 5,000 steps per day.

1:48

ฉันขอทายว่า A, 5,000 ก้าวต่อวัน

Okay, Sam.

1:51

โอเค แซม

We'll find out the answer at the end of the program.

1:51

เราจะมาหาคำตอบกันในตอนท้ายของรายการ

Someone else who's interested in how little exercise he can do ไวยากรณ์

1:55

อีกคนหนึ่งที่สนใจว่าเขาจะออกกำลังกายให้น้อยที่สุดได้อย่างไร

is BBC reporter James Gallagher.

1:59

คือเจมส์ กัลลาเกอร์ นักข่าวของ BBC

ไวยากรณ์

Someone else who's interested in ...: การแนะนำอีกคนหนึ่งที่เกี่ยวข้อง

ในที่นี้ someone else หมายถึง “อีกคนหนึ่ง” นอกเหนือจากคนที่กล่าวถึงไปแล้วหรือเป็นที่เข้าใจกันจากบริบท อนุประโยคขยายคำนาม who's interested in ... อธิบายว่าทำไมคนใหม่นี้จึงเกี่ยวข้องกับหัวข้อเดียวกัน ส่วนที่ไฮไลต์ทั้งหมดทำหน้าที่เป็นประธาน และส่วน is BBC reporter James Gallagher ที่ตามมาจึงค่อยบอกว่าคนนั้นคือใคร ภายในอนุประโยค how little exercise he can do เป็นคำถามแบบฝัง จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า he can do ไม่ใช่ can he do

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแนะนำอีกคนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Someone else who's interested in space is my cousin Mia.
  2. Someone who's else interested in space is my cousin Mia.
  3. Someone else who interested in space is my cousin Mia.
ดูคำตอบ

Someone else who's interested in space is my cousin Mia.

Here's James speaking with sports physiologist Dr. Zoe Saynor, ลำดับความ

2:02

และนี่คือเจมส์ที่กำลังพูดคุยกับ ดร. โซอี้ เซย์เนอร์ นักสรีรวิทยาการกีฬา

after Zoe had been monitoring James's fitness

2:06

หลังจากที่โซอี้ได้เฝ้าสังเกตความฟิตของเจมส์

while running on a treadmill for BBC Radio 4 program Inside Science. วลี

2:09

ขณะวิ่งบนลู่วิ่งสำหรับรายการ Inside Science ของวิทยุ BBC Radio 4

ลำดับความ

Here's James speaking with ...: การแนะนำช่วงสัมภาษณ์

Here's James speaking with ... เป็นสำนวนแบบผู้ดำเนินรายการที่บอกว่าเสียงหรือช่วงของเจมส์กำลังจะตามมา Here's ในที่นี้ไม่ได้เน้นบอกตำแหน่งที่เขาอยู่ แต่พาผู้ฟังจากคำบรรยายเข้าสู่บทสนทนาที่บันทึกไว้ วลี -ing speaking with sports physiologist Dr. Zoe Saynor บอกอย่างรวดเร็วว่าเจมส์กำลังทำอะไรและพูดคุยกับใคร จากนั้นอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย after จึงเพิ่มเหตุการณ์ตรวจวัดก่อนหน้านี้เป็นข้อมูลเบื้องหลัง ทำให้ประโยคจัดข้อมูลโดยแนะนำช่วงเสียงก่อน แล้วจึงให้บริบท

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้แนะนำช่วงสัมภาษณ์ที่ผู้ฟังกำลังจะได้ยินได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Here's Maya speaking with a local scientist about the new project.
  2. A local scientist is here, and Maya has a new project.
  3. Maya spoke with a local scientist about the new project last month.
ดูคำตอบ

Here's Maya speaking with a local scientist about the new project.

วลี

while running on a treadmill: ขณะวิ่งบนลู่วิ่งไฟฟ้า

run on a treadmill เป็นคำที่ใช้ร่วมกันอย่างเป็นธรรมชาติเมื่อพูดถึงการวิ่งด้วยเครื่องออกกำลังกายชนิดนี้ คำว่า on แสดงว่าผู้วิ่งกำลังออกกำลังกายอยู่บนเครื่อง ส่วน treadmill หมายถึงลู่วิ่งไฟฟ้า ไม่ใช่ลู่วิ่งกลางแจ้ง while running on a treadmill แสดงให้เห็นว่าการวิ่งเป็นเหตุการณ์เบื้องหลังที่เกิดขึ้นพร้อมกับการติดตามสมรรถภาพ ในบริบทนี้ ผู้ที่กำลังวิ่งคือ James

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่า Leah ใช้ลู่วิ่งไฟฟ้าเพื่อวิ่งที่ยิม

  1. Leah runs on a treadmill at the gym.
  2. Leah runs a treadmill at the gym.
  3. Leah runs in a treadmill at the gym.
ดูคำตอบ

Leah runs on a treadmill at the gym.

But I also know you do regularly try and do structured exercise. วลี

2:15

แต่ฉันก็รู้ด้วยว่าคุณพยายามออกกำลังกายอย่างเป็นระบบอยู่เป็นประจำ

วลี

do structured exercise: ออกกำลังกายอย่างเป็นระบบ

do structured exercise หมายถึงการออกกำลังกายที่มีการวางแผนและจัดระบบไว้ โดยมักมีเวลา กิจกรรม หรือขั้นตอนที่กำหนดชัดเจน ความหมายแคบกว่ากิจกรรมทางกายทั่วไป เช่น การเดินไปมาภายในบ้าน ในที่นี้ exercise หมายถึงกิจกรรมการออกกำลังกายโดยรวม จึงไม่ใช้ a: do structured exercise ส่วน do a structured exercise มักหมายถึงการทำแบบฝึกหัดหรืองานหนึ่งอย่างที่เฉพาะเจาะจง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดอธิบาย structured exercise ได้ชัดเจนที่สุด

  1. Maya does structured exercise with a coach every Tuesday.
  2. Maya stands up to open a window.
  3. Maya walks to the kitchen when she wants water.
ดูคำตอบ

Maya does structured exercise with a coach every Tuesday.

So just so we're clear, น้ำเสียง/เจตนา

2:18

เพื่อให้เราเข้าใจตรงกัน

น้ำเสียง/เจตนา

So just so we're clear: ชี้แจงเพื่อป้องกันความเข้าใจผิด

So just so we're clear ใช้เกริ่นข้อมูลเพื่อป้องกันความเข้าใจผิด ตรงนี้บอกว่าผู้พูดกำลังจะอธิบายให้ชัดว่าอะไรที่เขานับว่าเป็น “การออกกำลังกายแบบมีแผน” So เชื่อมการชี้แจงนี้กับบทสนทนาก่อนหน้า ส่วน Just so we're clear ต้องเข้าใจเป็นวลีเดียว โดยมีความหมายประมาณว่า “เพื่อให้แน่ใจว่าเราเข้าใจเรื่องนี้ตรงกัน” ไม่ได้แค่บอกว่าทุกคนเข้าใจชัดเจนอยู่แล้ว

แบบฝึกหัด

“So just so we're clear,” ในที่นี้สื่อว่าอะไร?

  1. ผู้พูดกำลังจะชี้แจงบางอย่างเพื่อป้องกันความเข้าใจผิด
  2. ผู้พูดกำลังเปลี่ยนไปพูดเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องเลย
  3. ผู้พูดกำลังจบบทสนทนาอย่างสุภาพ
ดูคำตอบ

ผู้พูดกำลังจะชี้แจงบางอย่างเพื่อป้องกันความเข้าใจผิด

my structured exercise training is going for a swim once a week. วลี

2:19

การฝึกออกกำลังกายอย่างเป็นระบบของผมคือการไปว่ายน้ำสัปดาห์ละครั้ง

วลี

going for a swim: การว่ายน้ำหนึ่งครั้ง

Go for a swim หมายถึงว่ายน้ำโดยมองว่าเป็นกิจกรรมหรือการออกไปทำกิจกรรมหนึ่งครั้ง ตรงนี้ going for a swim บอกว่าการออกกำลังกายประจำสัปดาห์ของผู้พูดคืออะไร รูป -ing ของ going ทำให้ทั้งวลีวางหลัง is และทำหน้าที่เป็นชื่อกิจกรรมได้ ในโครงสร้างนี้ swim เป็นคำนามที่หมายถึงการว่ายน้ำหนึ่งครั้ง จึงต้องมี a โดยใช้ go for a swim ไม่ใช่ go for swim

แบบฝึกหัด

ใช้วลี -ing ที่เน้นไว้เติมประโยคให้สมบูรณ์: Mia's Saturday exercise is ____ at the pool.

ดูคำตอบ

going for a swim

Generally, that's fantastic.

2:22

โดยทั่วไปแล้ว นั่นยอดเยี่ยมมากเลย

I guess my question to you would be, น้ำเสียง/เจตนา

2:24

ฉันคิดว่าคำถามที่ฉันจะถามคุณก็คือ

how hard do you push yourself when you go swimming? วลี

2:26

คุณผลักดันตัวเองหนักแค่ไหนเวลาไปว่ายน้ำ

น้ำเสียง/เจตนา

I guess my question to you would be ...: วิธีเกริ่นคำถามให้นุ่มนวลขึ้น

I guess my question to you would be ... ใช้เกริ่นก่อนถามคำถามจริงอย่างระมัดระวังและไม่ตรงเกินไป I guess แสดงว่าผู้พูดกำลังเรียบเรียงความคิดออกมาเป็นคำพูด ส่วน would be ช่วยเว้นระยะทางน้ำเสียงเล็กน้อย ทำให้คำถามไม่ฟังดูกะทันหันเกินไป would be ตรงนี้ไม่ได้หมายถึงอนาคตที่มองจากอดีต แต่ช่วยทำให้ถ้อยคำอ่อนลง คำถามจริงจะตามมาหลังจากนั้น คือ how hard do you push yourself ...?

แบบฝึกหัด

คำเกริ่น I guess my question to you would be ... ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. ทำให้คำถามฟังดูไม่ตรงเกินไป
  2. ทำให้คำถามเป็นเรื่องในอดีต
  3. หมายความว่าผู้พูดไม่ต้องการคำตอบ
ดูคำตอบ

ทำให้คำถามฟังดูไม่ตรงเกินไป

วลี

push yourself: ทำให้ตัวเองพยายามมากขึ้น

ในคำถามนี้ push yourself หมายถึงทำให้ตัวเองพยายามมากขึ้นหรือก้าวเกินระดับที่รู้สึกว่าง่าย เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการใช้แรงผลักร่างกายของตัวเองจริง ๆ คำที่สะท้อนกลับไปยังประธานจะเปลี่ยนตามประธาน เช่น I push myself, she pushes herself และ they push themselves วลีนี้มักตามด้วย to + คำกริยาเพื่อบอกเป้าหมาย เช่น push yourself to finish

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ push yourself และเปลี่ยนคำสรรพนามให้ตรงกับ I: When training gets difficult, I ____ to finish one more lap.

ดูคำตอบ

push myself

Not as hard as the treadmill.

2:28

ไม่หนักเท่าตอนวิ่งบนลู่วิ่ง

Well, I think the big thing if we come back to this question ลำดับความ

2:29

เอาล่ะ ฉันคิดว่าสิ่งสำคัญถ้าเรากลับมาที่คำถามนี้

of what is the least I can do,

2:32

เรื่องที่ว่าอะไรคือน้อยที่สุดที่ฉันทำได้

ลำดับความ

come back to this question: กลับมาที่คำถามหลัก

come back to this question หมายถึงการพาการสนทนากลับไปยังคำถามที่พูดถึงก่อนหน้านี้ การกลับในที่นี้เกิดขึ้นภายในบทสนทนา ไม่ใช่การเดินทางกลับจากสถานที่หนึ่งไปยังอีกสถานที่หนึ่ง วลีนี้ช่วยจัดลำดับข้อมูลที่จะตามมา โดยส่งสัญญาณว่าผู้พูดกำลังออกจากประเด็นรองและกลับมาเน้นคำถามหลักอีกครั้ง ใน if we come back to this question of... คำว่า if we ทำให้การเปลี่ยนประเด็นฟังดูร่วมมือกัน ส่วน of ใช้นำเข้าสู่เนื้อหาของคำถาม

แบบฝึกหัด

come back to this question ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. เริ่มหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องเลย
  2. บอกว่ามีคนเดินทางกลับไปยังสถานที่เดิมจริง ๆ
  3. นำการสนทนากลับไปยังคำถามก่อนหน้านี้
ดูคำตอบ

นำการสนทนากลับไปยังคำถามก่อนหน้านี้

there's clear evidence that if you want to do shorter exercise sessions, ไวยากรณ์

2:35

มีหลักฐานชัดเจนว่าถ้าคุณต้องการลดเวลาการออกกำลังกายให้สั้นลง

they need to be of a higher intensity, right? การใช้คำ

2:40

การออกกำลังกายนั้นก็ต้องมีความเข้มข้นที่สูงขึ้น จริงไหม

ไวยากรณ์

if you want..., they need to...: เงื่อนไขจำเป็นที่ตามมาจากทางเลือก

ส่วนที่ขึ้นต้นด้วย if เสนอทางเลือกหนึ่ง คือการออกกำลังกายเป็นช่วงที่สั้นลง ส่วนหลักบอกเงื่อนไขที่มาพร้อมกับทางเลือกนั้น คือช่วงออกกำลังกายเหล่านั้นต้องเข้มข้นขึ้น สามารถนำรูปแบบ If you want A, it/they need to be B ไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้ ในที่นี้ they หมายถึง shorter exercise sessions ไม่ได้หมายถึงคน ส่วน Be of a higher intensity เป็นวิธีพูด be more intense ที่เป็นทางการกว่า และ right? ที่ท้ายประโยคใช้ชวนให้ผู้ฟังยืนยันหรือยอมรับประเด็นนี้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้รูปแบบ If you want A, it/they need to be B ได้ถูกต้อง?

  1. If you want to hold shorter meetings, they need to be more focused.
  2. If you want to hold shorter meetings, they were focused yesterday.
  3. If you want to hold shorter meetings, the manager is more focused.
ดูคำตอบ

If you want to hold shorter meetings, they need to be more focused.

การใช้คำ

of a higher intensity: ความเข้มข้นของการออกกำลังกายที่สูงกว่า

Be of a higher intensity หมายถึงมีระดับความเข้มข้นที่สูงกว่า โครงสร้าง be of + คำนามใช้บอกคุณสมบัติ ดังนั้น be of a higher intensity จึงมีความหมายใกล้เคียงกับ be more intense ในบริบทการออกกำลังกาย intensity หมายถึงร่างกายต้องทำงานหนักเพียงใด หรือการฝึกนั้นหนักเพียงใด ประโยคนี้หมายความว่าการออกกำลังกายที่สั้นลงต้องใช้แรงมากขึ้น ไม่ได้หมายถึงอารมณ์ที่รุนแรงขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลี be of + คำนามตามรูปเดิมจากบทเรียน: This shorter interval needs to be ____.

ดูคำตอบ

of a higher intensity

So there's a trade-off. การใช้คำ

2:43

ดังนั้นมันจึงมีการได้อย่างเสียอย่าง (trade-off)

การใช้คำ

trade-off: การแลกกันระหว่างประโยชน์กับต้นทุน

Trade-off คือสถานการณ์ที่การได้ประโยชน์อย่างหนึ่งทำให้ต้องยอมรับต้นทุนหรือสละประโยชน์อีกอย่างหนึ่ง ในที่นี้ประโยชน์คือการออกกำลังกายที่สั้นลง ส่วนต้นทุนคือต้องใช้ความเข้มข้นสูงขึ้น Trade-off เป็นคำนามนับได้ในภาษาอังกฤษ ใช้ a trade-off between A and B เพื่อระบุปัจจัยสองอย่างที่ขัดกัน คำนี้ไม่ได้หมายถึงการค้าขาย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำนามที่มีขีดกลางจากบทเรียน ซึ่งใช้เรียกความสัมพันธ์ระหว่างประโยชน์กับต้นทุน: There is a ____ between speed and accuracy.

ดูคำตอบ

trade-off

Zoe says that if you don't have much time to exercise,

2:46

โซอี้กล่าวว่าหากคุณไม่มีเวลาออกกำลังกายมากนัก

it's okay to do shorter sessions ไวยากรณ์

2:49

การออกกำลังกายในเวลาที่สั้นลงก็ไม่เป็นไร

as long as you push yourself.

2:51

ตราบใดที่คุณผลักดันตัวเอง (push yourself)

ไวยากรณ์

it's okay to... as long as...: การอนุญาตแบบมีเงื่อนไข

It's okay to do shorter sessions บอกว่าการออกกำลังกายเป็นช่วงสั้นลงนั้นยอมรับได้ ส่วน as long as you push yourself เพิ่มเงื่อนไขที่ทำให้คำแนะนำนี้ใช้ได้ นั่นคือบุคคลนั้นยังต้องพยายามอย่างจริงจัง ในที่นี้ as long as หมายถึง provided that ไม่ได้กล่าวถึงระยะเวลา รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ It's okay to do A as long as B โดย A ได้รับอนุญาตหรือยอมรับได้ก็ต่อเมื่อ B เป็นจริง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสามคำที่ใช้ให้อนุญาตแบบมีเงื่อนไข: You can borrow this book ____ you return it tomorrow.

ดูคำตอบ

as long as

Try harder and put more effort into what you're doing.

2:54

พยายามให้หนักขึ้นและทุ่มเทความพยายามไปกับสิ่งที่คุณทำอยู่

If you can swim a length in 40 seconds, ลำดับความ

2:57

หากคุณว่ายน้ำหนึ่งรอบสระในเวลา 40 วินาทีได้

push yourself to swim it in 35.

2:59

จงผลักดันตัวเองให้ว่ายน้ำได้ในเวลา 35 วินาที

ลำดับความ

If you can..., push yourself to...: จุดอ้างอิงและเป้าหมายที่ท้าทายขึ้น

ขั้นแรก If you can swim a length in 40 seconds กำหนดความสามารถปัจจุบันของบุคคลเป็นจุดอ้างอิง จากนั้น push yourself to swim it in 35 ตั้งเป้าหมายที่ยากขึ้นเล็กน้อยและวัดได้ ตัวเลขเวลาสองค่าจึงเปลี่ยนคำแนะนำทั่วไป push yourself ให้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน ในการว่ายน้ำ a length คือการว่ายจากปลายด้านหนึ่งของสระไปยังอีกด้านหนึ่งหนึ่งครั้ง it อ้างกลับไปที่ a length และ in 35 ละ seconds ไว้เพราะข้อมูลที่ซ้ำกันนั้นชัดเจนอยู่แล้ว ประโยคนี้แสดงตัวอย่างว่าการพยายามให้มากขึ้นอาจเป็นอย่างไร ไม่ใช่กฎความเร็วสำหรับทุกคน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้รูปแบบเดียวกัน คือมีจุดอ้างอิงปัจจุบันแล้วตามด้วยเป้าหมายที่ท้าทายขึ้นเล็กน้อย

  1. If you can walk two kilometres, the park is nearby.
  2. If you can walk two kilometres, push yourself to walk two and a half.
  3. Push yourself because walking is good.
ดูคำตอบ

If you can walk two kilometres, push yourself to walk two and a half.

That means exercising harder, of course,

3:02

นั่นหมายถึงการออกกำลังกายหนักขึ้นแน่นอน

but for a shorter time.

3:05

แต่ใช้เวลาน้อยลง

In other words, there's a trade-off. ลำดับความ

3:06

กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ มีการชดเชยหรือการได้อย่างเสียอย่าง (trade-off)

You accept the disadvantages of something ไวยากรณ์

3:08

คุณยอมรับข้อเสียบางอย่าง

in order to get the benefit it brings.

3:10

เพื่อให้ได้มาซึ่งประโยชน์ที่มันนำมาให้

ลำดับความ

In other words: กล่าวความคิดเดิมด้วยถ้อยคำใหม่

In other words เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังจะอธิบายความคิดก่อนหน้าอีกครั้งด้วยถ้อยคำที่ชัดเจนหรือสั้นกว่า ในที่นี้ there's a trade-off เป็นคำสรุปสั้น ๆ ของการต้องเลือกระหว่างข้อเสียกับประโยชน์ สำนวนนี้ใช้จัดระเบียบข้อมูล ไม่ได้เพิ่มเหตุผลใหม่ แม้ถ้อยคำจะเปลี่ยนไป แต่ใจความหลักยังเหมือนเดิม

แบบฝึกหัด

In other words ในที่นี้บอกอะไรแก่ผู้ฟัง?

  1. ผู้พูดกำลังเปลี่ยนไปพูดเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้อง
  2. ผู้พูดกำลังยกตัวอย่างหนึ่งกรณีของความคิดก่อนหน้า
  3. ผู้พูดกำลังกล่าวความคิดก่อนหน้าใหม่ให้ชัดเจนขึ้น
ดูคำตอบ

ผู้พูดกำลังกล่าวความคิดก่อนหน้าใหม่ให้ชัดเจนขึ้น

ไวยากรณ์

accept the disadvantages ... in order to get the benefit: ยอมรับข้อเสียเพื่อให้ได้ประโยชน์

โครงสร้าง accept the disadvantages of X in order to get Y อธิบายการยอมรับสิ่งที่ต้องแลกกัน กล่าวคือ คนคนหนึ่งยอมรับด้านที่ไม่ดีของทางเลือก เพราะทางเลือกนั้นนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ต้องการ หลัง in order to ใช้คำกริยารูปพื้นฐาน และโครงสร้างนี้ระบุจุดประสงค์อย่างชัดเจน ใน the benefit it brings คำว่า it หมายถึง something นั่นคือสิ่งนั้นเองที่มอบประโยชน์ ส่วน you ในที่นี้หมายถึงคนทั่วไปที่อยู่ในสถานการณ์นี้ ไม่ได้หมายถึงผู้ฟังเพียงคนเดียว

แบบฝึกหัด

เติมวลีบอกจุดประสงค์สามคำจากโครงสร้างเป้าหมายให้ประโยคสมบูรณ์: We accepted a smaller room ____ pay less rent.

ดูคำตอบ

in order to

Another problem for many people is that their job is sedentary. การใช้คำ

3:13

ปัญหาอีกอย่างของหลายคนคือหน้าที่การงานของพวกเขาเน้นการนั่งอยู่กับที่ (sedentary)

It involves little exercise or physical activity.

3:17

มันเกี่ยวข้องกับการออกกำลังกายหรือกิจกรรมทางกายน้อยมาก

การใช้คำ

sedentary: มีกิจกรรมทางกายน้อย

ในที่นี้ sedentary ใช้อธิบายงานที่ต้องนั่งเป็นเวลานานและมีกิจกรรมทางกายน้อยมาก คำนี้หมายถึงลักษณะปกติของงาน ไม่ได้หมายถึงเพียงว่าคนคนนั้นกำลังนั่งอยู่ในขณะหนึ่ง คำคุณศัพท์นี้มักใช้บรรยายงาน วิถีชีวิต หรือกิจวัตร ในการพูดเรื่องสุขภาพ คำนี้มักสื่อด้วยว่าการเคลื่อนไหวน้อยอาจไม่ดีต่อสุขภาพ

แบบฝึกหัด

a sedentary job เกี่ยวข้องกับอะไร?

  1. มีกิจกรรมทางกายน้อยมาก
  2. ทำงานในสถานที่หลายแห่ง
  3. วิ่งและยกของบ่อย ๆ
ดูคำตอบ

มีกิจกรรมทางกายน้อยมาก

Zoe thinks it's important that office workers

3:21

โซอี้คิดว่ามันสำคัญที่พนักงานออฟฟิศ

who sit down all day also find time to exercise. วลี

3:23

ที่นั่งอยู่ทั้งวันจะต้องหาเวลาออกกำลังกายด้วย

วลี

sit down all day: นั่งอยู่เกือบตลอดทั้งวัน

ในที่นี้ sit down all day หมายถึงนั่งอยู่เกือบตลอดทั้งวัน คำว่า all day ทำให้วลีนี้อธิบายสภาพที่ดำเนินต่อเนื่อง ไม่ใช่การเปลี่ยนจากท่ายืนเป็นท่านั่งเพียงครั้งเดียว เมื่อใช้ sit down เพียงลำพัง มักหมายถึงการเปลี่ยนท่าดังกล่าว เช่นใน Please sit down หากต้องการบอกตรง ๆ ว่านั่งเป็นเวลานานขณะทำงาน ก็ใช้ sit all day ได้บ่อยเช่นกัน

แบบฝึกหัด

ในประโยค "The receptionists sit down all day," sit down all day หมายถึงอะไร?

  1. พวกเขานั่งลงหนึ่งครั้งเมื่อสิ้นวัน
  2. พวกเขาเปลี่ยนจากยืนเป็นนั่งซ้ำ ๆ
  3. พวกเขานั่งอยู่เกือบตลอดทั้งวัน
ดูคำตอบ

พวกเขานั่งอยู่เกือบตลอดทั้งวัน

Here she shares her tips with BBC Radio 4 program Inside Health.

3:27

และนี่คือเคล็ดลับที่เธอแชร์กับรายการ Inside Health ทาง BBC Radio 4

Especially people who have office jobs are sat down all day, ลำดับความ

3:33

โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานออฟฟิศและนั่งอยู่ทั้งวัน

we then look at some of the easy wins. วลี

3:37

เราก็จะมามองหาสิ่งที่ทำได้ง่ายแต่ได้ผลดี (easy wins)

ลำดับความ

Especially people who... we then look at...: จากกลุ่มเป้าหมายไปสู่แนวทางรับมือ

อนุประโยคแรกที่ขึ้นต้นด้วย Especially people who... เน้นคนทำงานออฟฟิศที่นั่งอยู่ทั้งวันว่าเป็นกลุ่มที่ต้องให้ความสนใจ ส่วน We then look at... พาการสนทนาจากการระบุกลุ่มและปัญหาไปสู่การพิจารณาวิธีรับมือที่ทำได้จริง นี่เป็นวิธีจัดลำดับข้อมูลในภาษาพูด คือบอกก่อนว่า “ใครได้รับผลกระทบเป็นพิเศษ” แล้วจึงบอกว่า “ต่อไปจะพิจารณาอะไร” Especially ใช้เน้นจุดสำคัญ ส่วน then บอกขั้นตอนถัดไป

แบบฝึกหัด

ประโยคนี้จัดลำดับข้อมูลอย่างไร?

  1. เปรียบเทียบคนทำงานออฟฟิศกับหลายกลุ่มที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
  2. ระบุกลุ่มที่มีปัญหาก่อน แล้วจึงเปลี่ยนไปพูดถึงแนวทางรับมือที่เป็นไปได้
  3. เสนอวิธีแก้ก่อน แล้วจึงค่อยบอกว่ากลุ่มใดได้รับผลกระทบ
ดูคำตอบ

ระบุกลุ่มที่มีปัญหาก่อน แล้วจึงเปลี่ยนไปพูดถึงแนวทางรับมือที่เป็นไปได้

วลี

easy wins: การกระทำง่าย ๆ ที่ให้ผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์

Easy wins หมายถึงการกระทำหรือการเปลี่ยนแปลงที่ทำได้ค่อนข้างง่าย แต่ยังให้ผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ ในประโยคนี้ some of the easy wins หมายถึงการปรับปรุงที่ทำได้จริงโดยไม่ต้องเจอกับความยากมาก ไม่ได้หมายถึงการชนะการแข่งขันกีฬาอย่างง่ายดาย สำนวนนี้ใช้บ่อยในการพูดคุยเรื่องงาน กลยุทธ์ และสุขภาพ เมื่อต้องเลือกขั้นตอนที่เหมาะจะทำก่อน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำที่หมายถึงการกระทำที่ทำได้ง่ายและให้ผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์: The team will start with a few ____.

ดูคำตอบ

easy wins

So active travel and even if that's parking a little bit further away. โน้ต

3:39

เช่น การเดินทางแบบแอคทีฟ หรือแม้กระทั่งการจอดรถให้ไกลออกไปอีกนิด

การใช้คำ

active travel: กิจกรรมทางกายในการเดินทางประจำวัน

active travel หมายถึงการทำให้กิจกรรมทางกายเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะการเดินหรือปั่นจักรยาน ในที่นี้ travel หมายถึงการเดินทางจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง ไม่จำเป็นต้องเป็นการไปเที่ยวพักผ่อน ในประโยคนี้ การจอดรถให้ไกลจากจุดหมายขึ้นทำให้มีช่วงเดินสั้น ๆ เพิ่มเข้ามา แนวคิดสำคัญคือการเดินทางทั้งหมดหรือบางช่วงเกิดจากการเคลื่อนไหวร่างกายของตนเอง

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดอธิบาย active travel ได้ดีที่สุด

  1. รู้สึกกระฉับกระเฉงระหว่างวันหยุด
  2. เดินหรือปั่นจักรยานเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางในชีวิตประจำวัน
  3. นั่งรถยนต์ตลอดการเดินทาง
ดูคำตอบ

เดินหรือปั่นจักรยานเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางในชีวิตประจำวัน

วลี

parking a little bit further away: จอดรถให้ไกลออกไปอีกนิด

Parking a little bit further away หมายถึงการจอดรถไว้ในจุดที่ไกลจากจุดหมายขึ้นเล็กน้อย further away แสดงว่าระยะทางไกลขึ้น ส่วน a little bit ทำให้การเปลี่ยนแปลงนั้นฟังดูเล็กน้อยและทำได้ง่าย ในตัวอย่างภาษาพูด parking เป็นรูป -ing ที่ตามหลัง that's (that is) และใช้บอกการกระทำอย่างหนึ่งที่เป็นไปได้ เมื่อต้องการระบุจุดอ้างอิง ให้เติม from + สถานที่ เช่น parking a little bit further away from the entrance

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่เน้นไว้เพื่อบอกว่าจอดรถให้ไกลจากจุดหมายขึ้นเล็กน้อย: To get a few more steps, try ____ from the shop entrance.

ดูคำตอบ

parking a little bit further away

One of the exciting areas in the literature that that's coming out at the moment โน้ต

3:43

หนึ่งในด้านที่น่าตื่นเต้นในผลงานวิจัยที่กำลังออกมาในตอนนี้

is actually walking faster.

3:46

ก็คือการเดินให้เร็วขึ้น

ลำดับความ

One of the ... areas in the literature ... is ...: การวางกรอบประเด็นวิจัย

โครงสร้าง One of the ... areas in the literature ... is ... เริ่มจากวางกรอบให้ผู้ฟังเห็นขอบเขตงานวิจัยกว้าง ๆ ก่อน แล้วจึงบอกประเด็นเฉพาะหลัง is คือ walking faster วิธีนี้ช่วยพาจากภาพรวมไปสู่แนวคิดหนึ่งที่ผู้พูดต้องการเน้น ในที่นี้ literature หมายถึงงานวิจัยและงานเขียนเชิงวิชาการที่เผยแพร่แล้วในหัวข้อนั้น ไม่ใช่นวนิยายหรือบทกวี ส่วน that that's ที่ซ้ำกันมองได้ว่าเป็นการเริ่มประโยคใหม่กลางคันในภาษาพูดสด ๆ ในงานเขียนที่ตรวจแก้แล้วมักเขียนเป็น the literature that's coming out at the moment

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับวิธีจัดข้อมูลของตัวอย่างมากที่สุด

  1. ประโยคบอกผลลัพธ์เฉพาะก่อน แล้วจึงแจกแจงสาขาวิจัยหลายสาขาที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
  2. ประโยคพูดถึงนวนิยายและบทกวีก่อน แล้วจึงเล่าเรื่องคนที่เดินเร็ว
  3. ประโยคระบุสาขาหนึ่งในงานวิจัยปัจจุบันก่อน แล้วจึงบอกจุดเน้นเฉพาะหลัง is
ดูคำตอบ

ประโยคระบุสาขาหนึ่งในงานวิจัยปัจจุบันก่อน แล้วจึงบอกจุดเน้นเฉพาะหลัง is

การใช้คำ

coming out at the moment: งานวิจัยที่กำลังเผยแพร่ในขณะนี้

ในบริบทงานวิจัยนี้ coming out หมายถึงกำลังได้รับการเผยแพร่หรือเริ่มเปิดให้สาธารณชนเข้าถึงได้ คำนี้ขยาย literature ผู้พูดจึงกำลังกล่าวถึงงานวิจัยใหม่ที่ออกมา ไม่ใช่สิ่งของที่เคลื่อนออกจากสถานที่จริง ๆ at the moment หมายถึงตอนนี้หรือช่วงเวลาปัจจุบัน ดังนั้น coming out at the moment จึงบอกว่างานวิจัยกำลังได้รับการเผยแพร่หรือเปิดให้เข้าถึงอยู่ในขณะนี้

แบบฝึกหัด

ในประโยคภาษาอังกฤษ New safety reports are coming out at the moment คำว่า coming out หมายถึงอะไร

  1. รายงานกำลังเดินออกจากอาคาร
  2. รายงานกำลังถูกจัดว่าเป็นรายงานที่ปลอดภัย
  3. รายงานกำลังได้รับการเผยแพร่หรือเปิดให้เข้าถึง
ดูคำตอบ

รายงานกำลังได้รับการเผยแพร่หรือเปิดให้เข้าถึง

So if you have no time to suddenly do 10,000 steps a day,

3:48

ดังนั้น หากคุณไม่มีเวลาที่จะอยู่ ๆ ก็เดิน 10,000 ก้าวต่อวันได้

can we get you to do 5,000 steps faster? น้ำเสียง/เจตนา

3:54

เราจะให้คุณเดิน 5,000 ก้าวให้เร็วขึ้นได้ไหม

น้ำเสียง/เจตนา

Can we get you to do ...?:การเสนอให้ลงมือทำแบบหารือกัน

get someone to do something หมายถึงการโน้มน้าว สนับสนุน หรือจัดการให้ใครสักคนลงมือทำ โครงสร้างคือ get + คน + to + คำกริยารูปพื้นฐาน ดังนั้น get you to do จึงหมายถึง “กระตุ้นให้คุณทำ” ไม่ใช่ “ได้ตัวคุณมา” ใน Can we get you to ...? รูปคำถามทำให้การกระทำดูเป็นแผนที่ตกลงร่วมกันได้ ในประโยคนี้ ผู้พูดเสนอทางเลือกที่ทำได้จริง คือเดิน 5,000 ก้าวด้วยจังหวะที่เร็วขึ้น แทนการออกคำสั่งโดยตรง

แบบฝึกหัด

เติมข้อเสนอโดยใช้โครงสร้าง get + คน + to + คำกริยา: Could we ____ you ____ try a shorter route?

ดูคำตอบ

get · to

Will we see an improvement on your health?

3:57

แล้วเราจะเห็นการพัฒนาสุขภาพของคุณไหม

Yes, we will see an improvement on your health วลี

3:59

ใช่ เราจะเห็นพัฒนาการด้านสุขภาพของคุณ

especially over a longer period of time.

4:02

โดยเฉพาะในระยะเวลาที่ยาวนานขึ้น

วลี

see an improvement on your health: การใช้คำร่วมกันตามธรรมชาติใช้ in

ในที่นี้ see หมายถึงการสังเกตหรือรับรู้ผลลัพธ์เมื่อเวลาผ่านไป ไม่ใช่เพียงมองสิ่งใดด้วยตา See an improvement หมายถึงหลักฐานหรือประสบการณ์แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี คำว่า on your health ในคำบรรยายพอเข้าใจได้ แต่ภาษาอังกฤษมาตรฐานมักพูดว่า an improvement in your health เพราะ health คือด้านที่เกิดการเปลี่ยนแปลง เมื่อต้องใช้วลีนี้เอง ให้พูดว่า see an improvement in your health

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่หมายถึงการสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีของด้านหนึ่ง: After a month, we began to ____ her health.

ดูคำตอบ

see an improvement in

The big focus around short sharp exercise sessions วลี

4:04

จุดสำคัญหลัก ๆ ของการออกกำลังกายช่วงสั้น ๆ และเข้มข้น

is you get more bang for your buck. สำนวน

4:08

ก็คือคุณได้ความคุ้มค่าที่มากขึ้น (more bang for your buck)

วลี

“short sharp exercise sessions”: ช่วงออกกำลังกายสั้น ๆ แต่เข้มข้น

ในวลีนี้ short บอกระยะเวลาว่าสั้น ส่วน sharp เพิ่มความหมายว่ามีพลังหรือความเข้มข้นแบบมุ่งเน้น เมื่อรวมกัน short sharp exercise sessions จึงหมายถึงช่วงออกกำลังกายสั้น ๆ ที่ทำอย่างจริงจังและใช้แรงพอสมควร โดย sharp ไม่ได้แปลว่า “มีคม” คำคุณศัพท์สองคำนี้เป็นการสรุปแบบกระชับ ไม่ใช่ชื่อประเภทการฝึกที่มีนิยามตายตัว วลีนี้ใช้บรรยายการออกกำลังกายที่กระฉับกระเฉงและหนักได้ แต่ตัววลีเองไม่ได้หมายถึงโปรแกรมเฉพาะอย่างการฝึกแบบสลับช่วงความเข้มข้นสูง

แบบฝึกหัด

“short sharp exercise sessions” ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร?

  1. ช่วงออกกำลังกายที่ใช้อุปกรณ์มีคม
  2. ช่วงออกกำลังกายที่สั้น มุ่งเน้น และกระฉับกระเฉง
  3. ช่วงออกกำลังกายที่ยาวและเบา
ดูคำตอบ

ช่วงออกกำลังกายที่สั้น มุ่งเน้น และกระฉับกระเฉง

สำนวน

“get more bang for your buck”: ได้คุณค่ามากขึ้นจากการลงทุนเท่าเดิม

get more bang for your buck เป็นสำนวนที่หมายถึงการได้รับคุณค่า ประโยชน์ หรือผลลัพธ์มากขึ้นจากเงิน เวลา หรือแรงที่ทุ่มเทในปริมาณเท่าเดิม ในประโยคนี้ สิ่งที่ลงทุนคือเวลาและพลังงานที่ใช้ในการออกกำลังกาย ส่วนสิ่งที่ได้รับกลับมาคือประโยชน์จากการออกกำลังกาย buck ในภาษาพูดอาจหมายถึงหนึ่งดอลลาร์ แต่สำนวนทั้งชุดไม่ได้ใช้เฉพาะเรื่องเงิน ให้เข้าใจ bang for your buck เป็นหน่วยความหมายเดียว โดย bang ในที่นี้ไม่ใช่เสียงดังหรือการระเบิดจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่ใช้คำว่า bang และ buck และหมายถึง “ได้รับคุณค่ามากขึ้นจากการลงทุนเท่าเดิม” ให้สมบูรณ์: This simple upgrade gives you more ____.

ดูคำตอบ

bang for your buck

Zoe's suggestions for active travel,

4:12

ข้อเสนอแนะของโซอี้สำหรับการเดินทางแบบแอคทีฟ

things like walking from the car and using the stairs instead of the lift, วลี

4:14

เช่น การเดินจากลานจอดรถ และการใช้บันไดแทนลิฟต์

วลี

using the stairs instead of the lift: ใช้ตัวเลือกหนึ่งแทนอีกตัวเลือกหนึ่ง

Using A instead of B หมายถึงเลือกหรือทำ A โดยไม่เลือกหรือทำ B ในที่นี้ using the stairs คือการกระทำที่เลือก ส่วน using the lift คือการกระทำที่ถูกแทนที่ หลัง instead of ใช้คำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing ได้ เมื่อทั้งสองด้านกล่าวถึงการกระทำ ควรใช้รูปแบบที่ขนานกันถ้าเป็นไปได้ เช่น walking instead of driving

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายสองคำที่หมายถึง “แทนที่” ให้สมบูรณ์: For a little more activity, take the stairs ____ the lift.

ดูคำตอบ

instead of

are easy wins,

4:19

คือชัยชนะที่ง่ายดาย (easy wins)

tasks that are both easy to accomplish and bring benefits.

4:20

คืองานที่ทำสำเร็จได้ง่ายและนำมาซึ่งประโยชน์

Easy wins like short but intensive bursts of exercise ลำดับความ

4:24

ชัยชนะง่าย ๆ อย่างการออกกำลังกายเป็นช่วงสั้น ๆ แต่เข้มข้น

increase fitness and give you more bang for your buck,

4:28

จะเพิ่มความฟิตและให้ความคุ้มค่าแก่คุณมากขึ้น (more bang for your buck)

ลำดับความ

Easy wins like ... increase ... and give ...: หมวดหมู่ ตัวอย่าง และผลลัพธ์

ประโยคนี้จัดข้อมูลตามลำดับที่ชัดเจน โดยเริ่มจากการบอกกลุ่ม Easy wins แล้วใช้ like เพื่อนำ short but intensive bursts of exercise มาเป็นตัวอย่าง ในที่นี้ like หมายถึง “เช่น” หรือ “อย่างเช่น” ไม่ได้หมายถึง “ชอบ” ประธานคือวลี Easy wins like short but intensive bursts of exercise ทั้งหมด จากนั้นกริยาที่วางขนานกันคือ increase และ give จะบอกผลสองอย่าง ได้แก่ ความฟิตที่ดีขึ้นและประโยชน์ที่มากขึ้นเมื่อเทียบกับความพยายาม รูปแบบ “หมวดหมู่ + ตัวอย่าง + ผลลัพธ์” นี้เชื่อมแนวคิด ตัวอย่างที่ชัดเจน และประโยชน์ไว้ในประโยคเดียว

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดอธิบายวิธีจัดข้อมูลของประโยคนี้ได้ดีที่สุด

  1. นำเสนอแนวคิดที่ตรงข้ามกันสองอย่างแล้วปฏิเสธแนวคิดแรก
  2. ตั้งคำถามและใช้ like เพื่อแสดงความชอบส่วนตัว
  3. บอกหมวดหมู่ ยกตัวอย่างด้วย like แล้วบอกผลลัพธ์สองอย่าง
ดูคำตอบ

บอกหมวดหมู่ ยกตัวอย่างด้วย like แล้วบอกผลลัพธ์สองอย่าง

an idiom which means that you get better results ไวยากรณ์

4:31

เป็นสำนวนที่หมายความว่าคุณได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า

for the same amount of effort you put in.

4:34

สำหรับความพยายามในปริมาณเท่าเดิมที่คุณใส่ลงไป

ไวยากรณ์

which means that ...: ใช้อธิบายสำนวนที่อยู่ก่อนหน้า

อนุประโยคขยายคำนาม which means that ... อธิบายวลีนาม an idiom ในบริบทเต็ม which ย้อนกลับไปหมายถึงสำนวนทั้งชุด more bang for your buck ไม่ได้หมายถึงแค่ buck โครงสร้าง คำนามหรือสำนวน + which means that + อนุประโยคสมบูรณ์ ใช้ให้คำนิยามหรือคำอธิบายได้ อนุประโยคสมบูรณ์หลัง that บอกความหมายว่า คุณได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นจากความพยายามในปริมาณเท่าเดิม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ which means that เพื่ออธิบายคำศัพท์ได้ถูกต้อง

  1. 'Nocturnal' is a word which meaning that an animal is active at night.
  2. 'Nocturnal' is a word which means that an animal is active at night.
  3. 'Nocturnal' is a word which mean that an animal is active at night.
ดูคำตอบ

'Nocturnal' is a word which means that an animal is active at night.

That's something everyone can appreciate, even you, Neil. น้ำเสียง/เจตนา

4:37

นั่นเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถชื่นชอบได้ แม้กระทั่งคุณนะ นีล

น้ำเสียง/เจตนา

everyone can appreciate ..., even you, Neil: การหยอกล้อแบบขำ ๆ

ส่วนแรกกล่าวแบบกว้าง ๆ ว่าทุกคนเห็นคุณค่าของสิ่งนั้นได้ วลี even you, Neil ที่เติมเข้ามาเจาะจง Neil และทำให้ดูเหมือนว่าผู้พูดกำลังพูดเล่นว่าเขาเป็นคนที่น่าจะเห็นด้วยหรือเห็นคุณค่าน้อยที่สุด even you รวม Neil เข้าไว้ตามความหมายตรงตัว แต่ก็แฝงความคาดคิดว่าเดิมทีเขาอาจไม่น่าจะรวมอยู่ด้วย ระหว่างเพื่อน ความหมายแฝงนี้อาจสร้างการหยอกล้อแบบขำ ๆ แต่ถ้าไม่ได้สนิทกันหรือน้ำเสียงไม่เป็นมิตร ก็อาจฟังดูเหมือนดูถูกได้

แบบฝึกหัด

ตัดสิน: การพูด “Even you can understand this” กับเพื่อนร่วมงานใหม่ระหว่างการให้ข้อเสนอแนะอย่างเป็นทางการปลอดภัยและเป็นกลางหรือไม่

  1. ไม่ใช่ อาจฟังดูวางตัวเหนือกว่า เพราะสื่อว่าผู้พูดคาดหวังจากอีกฝ่ายไว้ต่ำ
  2. ใช่ เป็นคำพูดที่เป็นกลางและสุภาพ
ดูคำตอบ

ไม่ใช่ อาจฟังดูวางตัวเหนือกว่า เพราะสื่อว่าผู้พูดคาดหวังจากอีกฝ่ายไว้ต่ำ

Well, I'll definitely try to walk more, น้ำเสียง/เจตนา

4:40

เอาล่ะ ผมจะพยายามเดินให้มากขึ้นอย่างแน่นอน

but remember, Sam, the body needs rest too.

4:42

แต่จำไว้นะแซม ร่างกายก็ต้องการการพักผ่อนเหมือนกัน

น้ำเสียง/เจตนา

Well, I'll definitely ..., but remember ...: ยอมรับก่อนแล้วจึงเพิ่มข้อจำกัด

คำตอบนี้เริ่มด้วย Well, I'll definitely try to... เพื่อยอมรับคำแนะนำและแสดงความตั้งใจอย่างชัดเจนว่าจะทำตาม Well ช่วยให้เริ่มคำตอบได้อย่างเป็นธรรมชาติ ส่วน definitely เน้นความตั้งใจที่จะพยายาม จากนั้น but remember... ใช้เพิ่มข้อจำกัดที่ต้องคำนึงถึงด้วย but ในที่นี้ไม่ได้ลบล้างการยอมรับก่อนหน้า แต่ช่วยไม่ให้คำแนะนำฟังดูเป็นสิ่งที่ต้องทำแบบไม่มีข้อยกเว้น โดยเตือนว่าร่างกายต้องพักผ่อนด้วย รูปแบบนี้จึงใช้แสดงความเห็นด้วยพร้อมกับรักษาเงื่อนไขหรือข้อกังวลไว้ได้

แบบฝึกหัด

คำตอบใดยอมรับแผนก่อน แล้วจึงเพิ่มข้อจำกัด?

  1. I agree with the plan, and there are no limits to consider.
  2. I agree with the plan, but remember, we still need time to test it.
  3. I disagree with the plan because it will take too long.
ดูคำตอบ

I agree with the plan, but remember, we still need time to test it.

And speaking of walking, ลำดับความ

4:46

และเมื่อพูดถึงการเดิน

isn't it time to reveal the answer to your question? วลี

4:47

ได้เวลาเฉลยคำตอบสำหรับคำถามของคุณหรือยัง

ลำดับความ

speaking of walking: เปลี่ยนไปสู่หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

Speaking of + คำนามหรือรูป -ing หมายความว่าสิ่งที่เพิ่งถูกกล่าวถึงทำให้ผู้พูดนึกถึงหัวข้อที่เกี่ยวข้อง ในที่นี้ผู้พูดหยิบ walking จากการสนทนาก่อนหน้ามาใช้เป็นสะพานไปสู่ช่วงถัดไปของบทสนทนา วลีนี้เป็นเครื่องหมายทางวาทกรรมสำหรับเปลี่ยนหัวข้อ ไม่ได้หมายถึงการพูดขณะกำลังเดิน หัวข้อใหม่ควรมีความเกี่ยวข้องอย่างชัดเจนกับสิ่งที่เพิ่งกล่าวถึง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเปลี่ยนหัวข้อ: ____ the meeting, have you sent the final agenda?

ดูคำตอบ

Speaking of

วลี

reveal the answer to your question: เฉลยคำตอบสำหรับคำถามของคุณ

reveal the answer หมายถึงการเปิดเผยคำตอบที่ก่อนหน้านี้ยังไม่มีใครรู้หรือถูกเก็บไว้ ในที่นี้ reveal ให้ความรู้สึกว่าผู้ฟังรอคำตอบอยู่ และตอนนี้ถึงเวลาเฉลยแล้ว ใน the answer to your question คำว่า to เชื่อมคำตอบกับคำถามที่คำตอบนั้นตอบ ภาษาอังกฤษใช้ the answer to a question ไม่ใช่ the answer of a question

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าคำตอบที่ยังไม่เปิดเผยจนถึงตอนนี้กำลังจะถูกเฉลย?

  1. The teacher will reveal the answer to the question now.
  2. The teacher will ask the question again now.
  3. The teacher will keep the answer secret for now.
ดูคำตอบ

The teacher will reveal the answer to the question now.

How many steps does the UK government recommend we should walk a day?

4:50

รัฐบาลสหราชอาณาจักรแนะนำให้เราเดินวันละกี่ก้าว

I guessed it was 5,000.

4:54

ฉันเดาว่า 5,000 ก้าว

So was I right?

4:56

แล้วฉันเดาถูกไหม

You were close, Sam. but in fact น้ำเสียง/เจตนา

4:57

คุณใกล้เคียงนะแซม แต่ที่จริงแล้ว

the correct answer is 10,000 steps a day.

4:59

คำตอบที่ถูกต้องคือ 10,000 ก้าวต่อวัน

น้ำเสียง/เจตนา

You were close, but in fact ...: ชมว่าเดาได้ใกล้เคียงก่อนแก้ไข

ในบริบทของแบบทดสอบหรือการคาดเดา You were close หมายถึงคำตอบของคุณเกือบถูก close บอกว่าคำตอบที่เดาใกล้เคียงกับคำตอบที่ถูกต้องเพียงใด ไม่ได้หมายถึงระยะทางทางกายภาพ but in fact เปลี่ยนจากคำให้กำลังใจนั้นไปสู่ข้อมูลที่ถูกต้อง รูปแบบนี้เริ่มจากยอมรับว่าอีกฝ่ายพยายามได้ดี แล้วจึงแก้ไขให้ชัดเจน

แบบฝึกหัด

เพื่อนเดาว่าเป็น 18 แต่ตัวเลขที่ถูกต้องคือ 20 คำตอบใดสุภาพและถูกต้อง?

  1. You were close, but in fact the correct answer is twenty.
  2. You were exactly right; the correct answer is twenty.
  3. You were far off; the correct answer is twenty.
ดูคำตอบ

You were close, but in fact the correct answer is twenty.

Although as Zoe mentioned, ลำดับความ

5:03

แม้ว่าอย่างที่โซอี้ได้กล่าวไว้

walking fewer steps faster has benefits too.

5:04

การเดินจำนวนก้าวน้อยลงแต่เร็วขึ้นก็มีประโยชน์เช่นกัน

ลำดับความ

Although as Zoe mentioned, ...: เพิ่มข้อจำกัดโดยไม่ปฏิเสธคำตอบก่อนหน้า

Although แสดงความหมายแบบยอมรับข้อหนึ่งก่อน แล้วเพิ่มข้อมูลที่จำกัดคำตอบก่อนหน้าโดยไม่ได้ยกเลิกคำตอบนั้น ในที่นี้คำตอบก่อนหน้ายังคงเป็นจริงได้ ขณะเดียวกันการเดินให้เร็วขึ้นด้วยจำนวนก้าวที่น้อยลงก็ถูกเสนอเป็นอีกทางเลือกที่มีประโยชน์ As Zoe mentioned เป็นข้อความแทรกที่บอกแหล่งที่มาของข้อมูล ในงานเขียนที่สมบูรณ์และอ่านแยกได้ มักต้องเชื่อมอนุประโยคที่ใช้ although เข้ากับประโยคหลักที่ชัดเจน เช่น The target may be 10,000 steps, although, as Zoe mentioned, walking fewer steps faster has benefits too.

แบบฝึกหัด

although ในตัวอย่างทำหน้าที่อะไร?

  1. เริ่มหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้อง
  2. ปฏิเสธคำตอบก่อนหน้าทั้งหมด
  3. เพิ่มข้อจำกัดโดยยังคงให้คำตอบก่อนหน้าเป็นจริงได้
ดูคำตอบ

เพิ่มข้อจำกัดโดยยังคงให้คำตอบก่อนหน้าเป็นจริงได้

Okay, let's recap the vocabulary we've learned ลำดับความ

5:08

โอเค เรามาทบทวนคำศัพท์ที่ได้เรียนรู้กัน

from our lazy guide to exercise

5:11

จากคู่มือออกกำลังกายสำหรับคนขี้เกียจของเรา

ลำดับความ

let's recap the vocabulary we've learned: เข้าสู่ช่วงทบทวนสั้น ๆ

Let's recap ... ใช้ชวนผู้ฟังให้ทบทวนเนื้อหาที่พูดถึงไปแล้วอย่างสั้น ๆ ในที่นี้เป็นสัญญาณว่ากำลังเปลี่ยนจากการพูดคุยหลักไปสู่การสรุปคำศัพท์ โดย recap หมายถึงเลือกและกล่าวย้ำประเด็นสำคัญ ไม่ใช่พูดซ้ำทุกอย่าง ใน the vocabulary we've learned ส่วน we've learned บอกว่าหมายถึงคำศัพท์ชุดใด โดยละคำเชื่อมสัมพันธ์ that ไว้ รูปเต็มคือ the vocabulary that we've learned

แบบฝึกหัด

เติมคำเชิญด้วย let's recap: Before we finish, ____ the three safety rules.

ดูคำตอบ

let's recap

starting with New Year's resolution,

5:13

เริ่มจาก New Year's resolution (ปณิธานปีใหม่)

a promise you make to yourself to do positive things ไวยากรณ์

5:16

คำสัญญาที่คุณให้ไว้กับตัวเองว่าจะทำสิ่งดี ๆ

in the coming year.

5:19

ในปีที่กำลังจะมาถึง

ไวยากรณ์

promise you make to yourself to do ...: การนิยามคำสัญญาและเนื้อหาของคำสัญญา

คำว่า you make to yourself เป็นอนุประโยคสัมพันธ์ที่ขยาย promise โดยเข้าใจเป็น a promise that you make to yourself ได้ คำว่า that เป็นกรรมของ make จึงละได้อย่างเป็นธรรมชาติ วลี infinitive to do positive things บอกเนื้อหาของคำสัญญา หรือสิ่งที่คุณรับปากว่าจะทำ ส่วน in the coming year เพิ่มกรอบเวลา โครงสร้างนี้ใช้ให้นิยามคำนามได้ โดยระบุการกระทำที่เกี่ยวข้องกับคำนามก่อน แล้วจึงบอกการกระทำที่ตั้งใจไว้

แบบฝึกหัด

วลีใดใช้โครงสร้างเดียวกันอย่างเป็นธรรมชาติเพื่อให้นิยามเป้าหมายส่วนตัว

  1. a goal that set for yourself to improve your health
  2. a goal you set for yourself for improve your health
  3. a goal you set for yourself to improve your health
ดูคำตอบ

a goal you set for yourself to improve your health

When you push yourself,

5:21

เมื่อคุณ push yourself (ผลักดันตัวเอง)

you put more effort into what you're doing.

5:22

คุณทุ่มเทความพยายามลงไปในสิ่งที่คุณทำอยู่มากขึ้น

In a trade-off,

5:25

ในการ trade-off (การได้อย่างเสียอย่าง)

you accept the disadvantages of something ไวยากรณ์

5:26

คุณยอมรับข้อเสียบางอย่าง

in order to get the benefits as well.

5:28

เพื่อที่จะได้รับประโยชน์จากมันด้วย

ไวยากรณ์

accept ... in order to get ...: การบอกจุดประสงค์ในการแลกสิ่งหนึ่งกับอีกสิ่งหนึ่ง

ส่วน in order to get the benefits บอกจุดประสงค์ของการยอมรับข้อเสีย หลัง in order to ใช้กริยารูปพื้นฐาน get ดังนั้นโครงสร้างคือ การกระทำหลัก + in order to + จุดประสงค์ as well ในที่นี้หมายถึง “ด้วย” แสดงว่าสิ่งเดียวกันมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ไม่ได้เพิ่มการกระทำอีกอย่างหนึ่ง ดังนั้นประโยคนี้จึงอธิบายการแลกสิ่งหนึ่งกับอีกสิ่งหนึ่งว่าเป็นการยอมรับด้านหนึ่งเพื่อให้ได้อีกด้านหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำบอกจุดประสงค์แบบเต็ม in order to: We accepted a later flight ____ save money.

ดูคำตอบ

in order to

Trade-off can also be used as a verb. การใช้คำ

5:31

Trade-off สามารถใช้เป็นคำกริยาได้เช่นกัน

การใช้คำ

trade-off ที่เป็นคำนาม และ trade off ที่เป็นคำกริยา

ในประโยคนี้ Trade-off เป็นชื่อของสำนวนที่กำลังอธิบายอยู่ ในการเขียนภาษาอังกฤษทั่วไป คำนามมักมีเครื่องหมายยัติภังค์เป็น a trade-off ส่วนคำกริยามักเขียนแยกเป็นสองคำว่า trade off เมื่อเป็นคำกริยา trade off หมายถึงการยอมให้ข้อดีอย่างหนึ่งลดลงเพื่อให้ได้ข้อดีอีกอย่างมากขึ้น รูปแบบที่พบบ่อยคือ trade off A against B เช่น We traded off speed against accuracy. ความหมายไม่ใช่แค่ trade ที่หมายถึงการค้าขายหรือซื้อขาย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปคำกริยาของ trade-off: Because extra speed may reduce accuracy, we need to ____ speed against accuracy.

ดูคำตอบ

trade off

The adjective sedentary describes something

5:34

คำคุณศัพท์ sedentary (การนั่งเป็นส่วนใหญ่) ใช้อธิบายบางสิ่ง

which involves little exercise or physical activity.

5:37

ที่เกี่ยวข้องกับการออกกำลังกายหรือกิจกรรมทางกายน้อย

An easy win is a task that is both easy to accomplish ไวยากรณ์

5:40

An easy win (งานที่ทำได้ง่ายและคุ้มค่า) คืองานที่ทั้งทำให้สำเร็จได้ง่าย

and brings positive results.

5:44

และนำมาซึ่งผลลัพธ์เชิงบวก

ไวยากรณ์

both easy to accomplish and brings positive results: สองเกณฑ์และรูปแบบขนาน

อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that นิยามงานนี้ด้วยสองเงื่อนไข คือทำได้ง่ายและให้ผลลัพธ์เชิงบวก both ... and ... แสดงว่าทั้งสองเงื่อนไขต้องเป็นจริงพร้อมกัน ความหมายของประโยคชัดเจน แต่สองส่วนหลัง both มีรูปไวยากรณ์ไม่เหมือนกัน โดย easy to accomplish เป็นวลีคุณศัพท์ ส่วน brings positive results เป็นวลีกริยา หากต้องการให้ประโยคสมดุลขึ้น ให้เขียนว่า a task that is easy to accomplish and brings positive results หรือ a task that is both easy to accomplish and likely to bring positive results

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ both ... and ... โดยมีโครงสร้างขนานที่ชัดเจนที่สุด

  1. The plan is both simple to follow and saves time.
  2. The plan is both simple to follow and likely to save time.
  3. The plan both simple to follow and likely to save time.
ดูคำตอบ

The plan is both simple to follow and likely to save time.

And finally, the idiom more bang for your buck

5:46

และสุดท้าย สำนวน more bang for your buck

means you get a better outcome for the same amount of effort วลี

5:49

หมายถึงคุณได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าสำหรับปริมาณความพยายามที่เท่าเดิม

you put into something.

5:52

ที่คุณทุ่มเทให้กับบางสิ่งบางอย่าง

วลี

for the same amount of effort you put into something: ด้วยความพยายามในปริมาณเท่าเดิม

for the same amount of effort กำหนดเกณฑ์เปรียบเทียบที่คงที่ คือปริมาณความพยายามยังเท่าเดิม แต่ผลลัพธ์ดีขึ้น ที่นี่ใช้ amount เพราะ effort หมายถึงปริมาณงานหรือพลังงานโดยรวมซึ่งเป็นคำนามนับไม่ได้ อนุประโยค you put into something ขยาย effort ส่วน put effort into something หมายถึงทุ่มเทพลังให้กับการทำสิ่งนั้น โดย put into ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการใส่วัตถุลงในภาชนะ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย put ... into ในรูปที่ถูกต้อง: The new tool gave us better results for the same amount of effort we ____ the task.

ดูคำตอบ

put into

We hope your New Year's resolutions have made it into February. สำนวน

5:54

เราหวังว่าปณิธานปีใหม่ของคุณจะยังคงอยู่จนถึงเดือนกุมภาพันธ์นะ

สำนวน

made it into February: ทำต่อมาได้สำเร็จจนถึงเดือนกุมภาพันธ์

made it into February หมายถึง “ทำต่อมาได้สำเร็จจนถึงและเข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์” make it มักสื่อถึงการไปถึงเวลา สถานที่ หรือขั้นหนึ่งได้แม้จะมีความยากลำบาก จึงให้ความรู้สึกถึงความสำเร็จมากกว่าการใช้เพียง continue หรือ last ประธานของประโยคคือ New Year's resolutions โดยกล่าวถึงปณิธานเหล่านี้เหมือนเป็นสิ่งที่อยู่รอดได้ หมายความว่ายังไม่ได้ล้มเลิก ส่วนรูป present perfect คือ have made เชื่อมการมาถึงเดือนกุมภาพันธ์กับสถานการณ์ในปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย make it into ในรูป present perfect: My new habit has ____ March, even though I nearly quit in February.

ดูคำตอบ

made it into

If there's just one you keep, น้ำเสียง/เจตนา

5:57

หากมีเพียงข้อเดียวที่คุณรักษาไว้ได้

make it joining us again soon for more topical chat

5:59

ขอให้เป็นการกลับมาร่วมกับเราในเร็ว ๆ นี้ เพื่อพูดคุยในหัวข้อที่น่าสนใจเพิ่มเติม

น้ำเสียง/เจตนา

If there's just one you keep, make it...: เน้นคำแนะนำที่สำคัญที่สุด

If there's just one you keep, make it... หมายถึง “ถึงจะทำตามคำสัญญาหรือปณิธานได้เพียงข้อเดียว ก็ให้เลือกข้อนี้” ในที่นี้ keep หมายถึงทำตามสิ่งที่ตั้งใจไว้ ส่วน one และ it หมายถึงปณิธานข้อเดียวกัน และ joining us again soon คือการกระทำที่ผู้พูดแนะนำมากที่สุด โครงสร้าง If there's just one thing you do/keep, make it + คำนามหรือรูป -ing ช่วยยกคำแนะนำหนึ่งข้อให้สำคัญกว่าข้ออื่น ในประโยคปิดรายการนี้ ผู้พูดเปลี่ยนคำชวนให้กลับมาฟังเรื่องราวเกี่ยวกับประเด็นปัจจุบันให้เป็นคำชวนลงมือทำที่เบา ๆ และจำง่าย

แบบฝึกหัด

เติมคำชวนลงมือทำด้วยวลีเป้าหมาย: If there's just one thing you do before bed, ____ brushing your teeth.

ดูคำตอบ

make it

here at Six Minute English.

6:03

ที่นี่ในรายการ Six Minute English

Bye for now.

6:04

ลาก่อนสำหรับตอนนี้

Bye.

6:05

ลาก่อน

Six Minute English from the BBC.

6:06

Six Minute English จาก BBC