จิตสำนึกขั้นสูง: บทเรียนภาษาอังกฤษ
The School of Life
คำแนะนำ: higher consciousness ถูกอธิบายอย่างมีเหตุผลว่าเป็นการเปลี่ยนช่วงสั้นจากความสนใจตนเองแบบตั้งรับสู่ความเห็นอกเห็นใจและการตัดสินที่เป็นกลาง โดยนำข้อคิดมาใช้ในชีวิตประจำวัน ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. higher consciousness — ความหมายและระดับภาษา: แยกภาวะทางใจแบบโลกวิสัยจากสติปัญญาที่สูงกว่าหรือความลึกลับคลุมเครือ 2. Rather than criticize and attack, — ไวยากรณ์และรูปแบบ: ใช้ rather than กับกริยาพื้นฐานที่ขนานกันเพื่อเทียบปฏิกิริยาเดิมกับคำอธิบายที่มีจินตนาการกว่า 3. make the most of — สำนวนและคำเปรียบเทียบ: บอกการดึงคุณค่าสูงสุดจากประสบการณ์สั้นเพื่อความต้องการจริงในภายหลัง
คำอธิบายในบทเรียนนี้
The term higher consciousness is often used by spiritually minded people การใช้คำ
0:00คำว่าจิตสำนึกขั้นสูงมักถูกใช้โดยผู้ที่มีความสนใจทางจิตวิญญาณ
spiritually minded: มีแนวโน้มสนใจเรื่องจิตวิญญาณ
Spiritually minded เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่หมายถึงมีแนวโน้มคิดถึงหรือให้คุณค่ากับเรื่องจิตวิญญาณ ศาสนา หรือประสบการณ์ภายใน ในที่นี้ใช้บรรยายความสนใจและมุมมองของคนกลุ่มหนึ่งอย่างเป็นกลาง ไม่ได้หมายความว่าเรื่องจิตวิญญาณควบคุมจิตใจของพวกเขา ในโครงสร้างนี้ minded ไม่ได้บอกการกระทำในอดีต แต่หมายถึงการมีทัศนคติหรือความสนใจบางประเภท โครงสร้างเดียวกันนี้พบใน open-minded และ community-minded จึงใช้บอกแนวโน้มทางความคิดตามปกติของบุคคลได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยวลีสองคำที่หมายถึงมีแนวโน้มใส่ใจเรื่องจิตวิญญาณหรือชีวิตภายใน: The discussion group welcomes ____ people from many backgrounds.
ดูคำตอบ
spiritually minded
to describe important but hard to reach mental states. ไวยากรณ์
0:05เพื่ออธิบายถึงสภาวะจิตใจที่สำคัญแต่เข้าถึงได้ยาก
higher consciousness: การตระหนักรู้ที่สูงขึ้น ไม่ใช่สติปัญญาที่สูงกว่า
ในประโยคนี้ higher consciousness หมายถึงสภาวะทางจิตที่ถูกมองว่าอยู่เหนือปฏิกิริยาในชีวิตประจำวันที่ยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง สื่อถึงความเห็นอกเห็นใจ ความเป็นธรรม และการตระหนักถึงมุมมองที่กว้างขึ้น ไม่ได้หมายถึงการมีไอคิวสูงกว่า วลีนี้มักปรากฏในงานเขียนด้านจิตวิญญาณ แต่ก็สามารถใช้ในความหมายแบบไม่เกี่ยวกับศาสนาหรือสิ่งเหนือธรรมชาติได้ ต้องดูจากบริบทว่าหมายถึงภาวะเหนือประสบการณ์ทั่วไป จิตสำนึกทางจริยธรรม การควบคุมตนเองทางจิตใจ หรือแนวคิดเหล่านี้ร่วมกัน
แบบฝึกหัด
ในการอภิปราย ผู้เขียนกล่าวว่าการทำสมาธิอาจช่วยให้ผู้คนเข้าถึง higher consciousness ได้ higher consciousness น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด?
- คะแนนที่สูงกว่าในการทดสอบสติปัญญา
- การตื่นอยู่นานกว่าปกติ
- สภาวะการตระหนักรู้ที่ถูกมองว่ายึดตนเองเป็นศูนย์กลางน้อยลงและเข้าใจสิ่งต่าง ๆ ได้กว้างขึ้น
ดูคำตอบ
สภาวะการตระหนักรู้ที่ถูกมองว่ายึดตนเองเป็นศูนย์กลางน้อยลงและเข้าใจสิ่งต่าง ๆ ได้กว้างขึ้น
hard to reach: โครงสร้างคำคุณศัพท์ + to-infinitive
ใน hard to reach คำว่า hard ตามด้วย to reach เพื่อขยาย mental states สภาวะเหล่านี้คือสิ่งที่คนจะ “เข้าถึง” ดังนั้นจึงหมายถึง “สภาวะทางจิตที่เข้าถึงได้ยาก” ไม่ได้หมายความว่ามีคนพยายามอย่างหนักเพื่อเข้าถึงสภาวะเหล่านั้น โครงสร้าง “คำคุณศัพท์ + to-infinitive” แบบเดียวกันสามารถวางหลัง be ได้: These states are hard to reach. ประธาน states ทำหน้าที่เป็นกรรมของ reach ในด้านความหมาย: someone reaches these states.
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่ตรงกับความหมายว่า “เข้าถึงได้ยาก” ให้ครบประโยค: A sense of complete calm can be ____.
ดูคำตอบ
hard to reach
Hindu sages, Christian monks, and Buddhist ascetics วัฒนธรรม
0:09นักปราชญ์ชาวฮินดู พระคริสเตียน และนักบวชทางพุทธศาสนา
ปราชญ์ฮินดู นักบวชคริสต์ และนักพรตพุทธ
วลีนี้นำคำเรียกบุคคลจากศาสนาต่าง ๆ สามคำมาวางขนานกัน sage คือผู้ที่ได้รับความเคารพจากปัญญาอันลึกซึ้งซึ่งมักเป็นด้านจิตวิญญาณ; monk คือผู้ดำเนินชีวิตทางศาสนาที่มีแบบแผนอย่างเป็นทางการ; และ ascetic คือผู้สละความสบายและฝึกควบคุมตนเองอย่างเคร่งครัดเพื่อเป้าหมายทางจิตวิญญาณ การนำบุคคลจากศาสนาฮินดู คริสต์ และพุทธมาอยู่ในรายการเดียวกัน ทำให้ประเด็นกว้าง ๆ ถูกนำเสนอว่าเป็นสิ่งที่พบได้ในหลายศาสนา ไม่ได้จำกัดอยู่ในศาสนาเดียว
แบบฝึกหัด
คำใดเหมาะที่สุดสำหรับผู้ที่มีแนวปฏิบัติหลักคือการสละความสบายโดยตั้งใจและควบคุมตนเองอย่างเคร่งครัดเพื่อเป้าหมายทางจิตวิญญาณ
- an ascetic
- a sage
- a monk
ดูคำตอบ
an ascetic
through meditation or chanting, fasting, or pilgrimages.
0:15ผ่านการทำสมาธิหรือการสวดมนต์ การอดอาหาร หรือการจาริกแสวงบุญ
speak of + -ing ใน speak of reaching
ในที่นี้ speak of reaching หมายถึง “พูดถึงหรือบรรยายประสบการณ์ของการไปถึงบางสิ่ง” คำว่า of ใช้นำเข้าสู่หัวข้อ และ reaching เป็น gerund หรือรูป -ing ที่ตามหลังบุพบท of โครงสร้าง speak of + -ing ใช้กล่าวถึงการกระทำ ความเป็นไปได้ หรือประสบการณ์อย่างกระชับและค่อนข้างเป็นทางการ ไม่ได้หมายถึง “พูดแทน” ใคร ซึ่งความหมายนั้นต้องใช้ speak for
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ speak of + -ing ในความหมายว่า “กล่าวถึงหรือบรรยายประสบการณ์”
- The climbers speak for feeling completely calm at the summit.
- The climbers speak of feeling completely calm at the summit.
- The climbers speak feeling completely calm at the summit.
ดูคำตอบ
The climbers speak of feeling completely calm at the summit.
Unfortunately, the way in which these spiritual people discuss their states of higher consciousness
0:19น่าเสียดายที่วิธีที่ผู้ปฏิบัติทางจิตวิญญาณเหล่านี้กล่าวถึงสภาวะจิตสำนึกขั้นสูงของตน
has a tendency to put a lot of secular types on edge. โน้ต
0:24มักจะทำให้คนที่ใช้ชีวิตทางโลกทั่วไปรู้สึกหงุดหงิด
has a tendency to + กริยารูปพื้นฐาน
has a tendency to หมายถึง “มักมีพฤติกรรมหรือพัฒนาไปในลักษณะหนึ่ง” ประธานทางไวยากรณ์ของประโยคนี้คือ the way in which these spiritual people discuss their experiences ดังนั้น has จึงสอดคล้องกับคำนามเอกพจน์ way ไม่ใช่คำนามพหูพจน์ people รูปแบบ have/has a tendency to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกแนวโน้มทั่วไป ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน ในประโยคนี้รูปแบบดังกล่าวช่วยลดความหนักแน่นของคำกล่าวที่ว่าวิธีพูดเช่นนี้อาจทำให้ผู้ฟังที่ไม่ยึดโยงกับศาสนารู้สึกกังวล
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบรรยายพฤติกรรมที่เกิดซ้ำของ Maya อย่างระมัดระวัง แทนที่จะบอกความแน่นอนหรือความตั้งใจ
- Maya has a tendency to arrive early for team meetings.
- Maya intends to arrive early for the next team meeting.
- Maya will always arrive early for team meetings.
ดูคำตอบ
Maya has a tendency to arrive early for team meetings.
put someone on edge: ทำให้ใครบางคนตึงเครียดและไม่สบายใจ
ในที่นี้ put a lot of secular types on edge หมายถึง “ทำให้ผู้ฟังจำนวนมากที่ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดทางจิตวิญญาณรู้สึกตึงเครียด ไม่สบายใจ หรือระแวดระวัง” on edge เป็นสำนวน ไม่ได้บอกตำแหน่งทางกายภาพ ใช้โครงสร้าง put + person + on edge เมื่อมีบางสิ่งทำให้เกิดปฏิกิริยานี้ ส่วน be on edge ใช้บอกสภาวะของบุคคล ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เกิดสภาวะนั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย put + person + on edge เพื่อบอกว่าสัญญาณเตือนทำให้ทุกคนตึงเครียด: The repeated security alerts ____.
ดูคำตอบ
put everyone on edge
It can all sound maddeningly vague, wishy-washy, touchy-feely, การใช้คำ
0:28มันอาจฟังดูคลุมเครือจนน่ารำคาญ ไม่ชัดเจน ใช้อารมณ์มากเกินไป
maddeningly vague, wishy-washy, touchy-feely ในฐานะคำวิจารณ์เชิงดูแคลน
คำบรรยายทั้งสามคำรวมกันเป็นปฏิกิริยาเชิงลบอย่างมาก maddeningly vague หมายถึงไม่ชัดเจนจนชวนหงุดหงิด wishy-washy หมายถึงขาดความคิดที่ชัดเจนหรือการตัดสินใจที่หนักแน่น และ touchy-feely หมายถึงให้ความสำคัญกับความรู้สึก การเปิดเผยอารมณ์ หรือการสัมผัสที่แสดงความรักมากเกินไป เมื่อใช้ร่วมกัน คำเหล่านี้ทำให้ภาษานั้นดูไม่ชัดเจน อ่อนแอ และเต็มไปด้วยอารมณ์มากเกินไป ในบริบทนี้ ผู้พูดกำลังถ่ายทอดปฏิกิริยาแบบดูแคลน ไม่ได้จัดประเภทอย่างเป็นกลางหรือเป็นข้อเท็จจริง
แบบฝึกหัด
maddeningly vague, wishy-washy, touchy-feely ในประโยคนี้แสดงการประเมินโดยรวมแบบใด
- การจัดประเภทเชิงเทคนิคอย่างเป็นกลางของรูปแบบการสื่อสารสามแบบ
- การตัดสินเชิงวิจารณ์แบบไม่เป็นทางการว่าภาษานั้นไม่ชัดเจน อ่อนแอ และเต็มไปด้วยอารมณ์มากเกินไป
- คำชมอย่างเป็นทางการต่อภาษาที่รอบคอบและมีความฉลาดทางอารมณ์
ดูคำตอบ
การตัดสินเชิงวิจารณ์แบบไม่เป็นทางการว่าภาษานั้นไม่ชัดเจน อ่อนแอ และเต็มไปด้วยอารมณ์มากเกินไป
and for want of a better word, annoying. วลี
0:32และหากจะหาคำอื่นที่ดีกว่านี้ไม่ได้ ก็คงต้องบอกว่าน่ารำคาญ
for want of a better word: ใช้คำประเมินที่อาจไม่ตรงทั้งหมด
ใน for want of a better word คำว่า want หมายถึง “การขาด” ไม่ใช่ “ความต้องการ” วลีนี้บอกว่าผู้พูดหาคำที่แม่นยำกว่านี้ไม่ได้ จึงใช้คำที่ใกล้เคียงที่สุดเท่าที่มี เมื่อวางไว้หน้า annoying วลีนี้ทำให้ผู้พูดเว้นระยะจากคำประเมินนั้นเล็กน้อย โดยสื่อว่า annoying อาจเป็นคำที่กว้างหรือไม่ตรงทั้งหมด แต่ผู้พูดยังคงแสดงความเห็นเชิงลบอย่างชัดเจน
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The room was, for want of a better word, chaotic.” วลี for want of a better word บอกอะไร?
- ผู้พูดต้องการให้ใครสักคนเปลี่ยนทุกคำในประโยค
- ผู้พูดใช้ chaotic เพราะนึกคำที่แม่นยำกว่านี้ไม่ออก
- ผู้พูดคิดว่า chaotic เป็นคำชมที่สุภาพ
ดูคำตอบ
ผู้พูดใช้ chaotic เพราะนึกคำที่แม่นยำกว่านี้ไม่ออก
What on earth do these gurus really mean? น้ำเสียง/เจตนา
0:34คุรุเหล่านี้หมายความว่าอย่างไรกันแน่บนโลกใบนี้?
What on earth...?: ทำให้คำถามมีอารมณ์เข้มข้นขึ้น
On earth ทำให้คำถามฟังดูหนักแน่นขึ้นมาก ในทางไวยากรณ์ วลีนี้ทำหน้าที่เป็นคำเสริมความเข้มข้นในคำถามที่ขึ้นต้นด้วยคำอย่าง what หรือ why และไม่ได้หมายถึงโลกที่เป็นดาวเคราะห์ ในที่นี้ วลีนี้สื่อถึงความสับสนและความไม่พอใจอย่างมาก ผู้พูดไม่ได้เพียงขอคำจำกัดความ แต่กำลังตั้งคำถามกับภาษาที่ไม่ชัดเจนด้วย คำว่า really ยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้มีคำตอบที่ชัดเจน
แบบฝึกหัด
คำถามใดฟังดูสับสนหรือหงุดหงิดอย่างมากได้ชัดเจนที่สุด?
- What does this button do?
- What exactly does this button do?
- What on earth does this button do?
ดูคำตอบ
What on earth does this button do?
We deeply sympathize with such frustrations, วลี
0:37เราเห็นใจอย่างสุดซึ้งต่อความรู้สึกหงุดหงิดเช่นนั้น
deeply sympathize with such frustrations: เข้าใจและเห็นใจความคับข้องใจเช่นนั้นอย่างลึกซึ้ง
ในที่นี้ deeply sympathize with such frustrations หมายถึงเข้าใจอย่างลึกซึ้งและร่วมรับรู้ความรู้สึกคับข้องใจเหล่านั้น sympathize with แสดงว่าผู้พูดมองว่าปฏิกิริยานั้นเข้าใจได้และยืนอยู่ข้างความรู้สึกนั้น ไม่ได้หมายถึงเพียงมองอีกฝ่ายด้วยความสงสารจากท่าทีที่เหนือกว่า โครงสร้างคือ sympathize with + บุคคล ความรู้สึก หรือความยากลำบาก deeply เพิ่มระดับของความเห็นอกเห็นใจ ส่วน such frustrations ย้อนกลับไปกล่าวถึงความคับข้องใจประเภทที่พูดถึงไปแล้ว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคทางการโดยใช้รูปแบบ sympathize with และคำเน้น deeply: We ____ such frustrations.
ดูคำตอบ
deeply sympathize with
not being by nature particularly attracted to the ineffable or the mysterious. ไวยากรณ์
0:40เพราะโดยธรรมชาติแล้ว เราไม่ได้ถูกดึงดูดเข้าหาสิ่งที่อธิบายไม่ได้หรือสิ่งลี้ลับเป็นพิเศษ
not being by nature particularly attracted to: โดยธรรมชาติแล้วไม่ได้รู้สึกดึงดูดต่อ……เป็นพิเศษ
Not being by nature particularly attracted to ... เป็นอนุประโยค -ing แบบไม่ผันตามกาลที่บอกเหตุผลของข้อความหลัก คือเพราะโดยธรรมชาติแล้วเราไม่ได้รู้สึกดึงดูดต่อสิ่งที่ไม่อาจบรรยายหรือสิ่งลึกลับมากนัก ประธานที่ละไว้เป็นประธานเดียวกับประโยคหลัก คือ We ส่วนนี้ไม่ใช่กริยาหลักตัวที่สอง not ปฏิเสธ being ส่วน by nature บอกแนวโน้มโดยธรรมชาติหรือลักษณะประจำ particularly ขยาย attracted และ attracted to ใช้นำหน้าสิ่งที่ดึงดูดหรือไม่ดึงดูดความสนใจของบุคคลหนึ่ง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้อนุประโยค -ing ที่ต้นประโยคได้ถูกต้องเพื่อบอกเหตุผลที่ Leo ไม่ไปร่วมเทศกาล?
- Not being by nature particularly attracted to crowds, the packed festival was skipped by Leo.
- Not being by nature particularly attracted to crowds, there was no reason for Leo to attend.
- Not being by nature particularly attracted to crowds, Leo skipped the packed festival.
ดูคำตอบ
Not being by nature particularly attracted to crowds, Leo skipped the packed festival.
However, it seems that the idea of higher consciousness is in fact a very interesting one,
0:44อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าแนวคิดเรื่องจิตสำนึกขั้นสูงนั้นน่าสนใจมากทีเดียว
which has nothing inherently to do with spirituality, วลี
0:49ซึ่งโดยเนื้อแท้แล้วไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเรื่องทางจิตวิญญาณเลย
has nothing inherently to do with: ไม่มีความเชื่อมโยงโดยเนื้อแท้
ในที่นี้ has nothing inherently to do with หมายถึง “ไม่มีความเชื่อมโยงโดยเนื้อแท้หรือโดยจำเป็นกับ” คำว่า inherently ทำให้ขอบเขตของคำกล่าวแคบลง ผู้พูดไม่ได้บอกว่าแนวคิดทั้งสองไม่มีวันปรากฏร่วมกัน แต่บอกว่าแนวคิดหนึ่งไม่ได้ขึ้นอยู่กับอีกแนวคิดหนึ่งโดยธรรมชาติหรือโดยแก่นแท้ ในโครงสร้าง have something/nothing to do with คำว่า do with บอกความสัมพันธ์หรือความเกี่ยวข้อง ไม่ได้หมายถึงการมีงานที่ต้องทำ
แบบฝึกหัด
“The result has nothing inherently to do with age” หมายความว่าอย่างไร?
- มีคนหนึ่งไม่มีงานเกี่ยวกับอายุที่ต้องทำให้เสร็จ
- ไม่มีความเชื่อมโยงโดยแก่นแท้ แม้ว่าในกรณีเฉพาะ อายุอาจยังเกี่ยวข้องกับผลลัพธ์ได้
- อายุมีผลเล็กน้อยแต่ชัดเจนต่อผลลัพธ์
ดูคำตอบ
ไม่มีความเชื่อมโยงโดยแก่นแท้ แม้ว่าในกรณีเฉพาะ อายุอาจยังเกี่ยวข้องกับผลลัพธ์ได้
and can be defined simply enough in strictly rational and secular terms. วลี
0:52และสามารถนิยามได้อย่างง่ายดายด้วยเงื่อนไขเชิงเหตุผลและทางโลกอย่างเคร่งครัด
in strictly rational and secular terms: ด้วยกรอบที่ใช้เหตุผลและเป็นเรื่องทางโลกเท่านั้น
in ... terms หมายถึง “โดยใช้กรอบหรือวิธีอธิบายแบบใดแบบหนึ่ง” ในที่นี้ rational และ secular ระบุกรอบที่ใช้ให้นิยามจิตสำนึกที่สูงขึ้น ส่วน strictly หมายความว่านิยามนั้นจำกัดอยู่เฉพาะในกรอบดังกล่าว terms ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงรายการศัพท์เทคนิคหรือเงื่อนไขของข้อตกลง โครงสร้างนี้นำไปใช้กับการอธิบาย ให้นิยาม หรือทำความเข้าใจสิ่งต่าง ๆ in practical, legal, moral, or other terms ได้
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้าง in ... terms กับ practical เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The design looks elegant, but how will it work ____?
ดูคำตอบ
in practical terms
This is how we see it: การเกริ่นมุมมองของตนเอง
This is how we see it หมายถึง “นี่คือวิธีที่เราเข้าใจเรื่องนี้” คำว่า see ในที่นี้หมายถึง “มองหรือตีความ” ไม่ใช่ “มองเห็นด้วยตา” และ it ย้อนกลับไปหมายถึงประเด็นที่พูดถึงไปแล้ว ทั้งประโยคเป็นสัญญาณนำทางของเนื้อหา โดยปิดส่วนเกริ่นนำและบอกผู้ฟังว่าคำอธิบายของผู้พูดกำลังจะตามมา คำสรรพนาม we อาจหมายถึงผู้พูดกับคนอื่น ๆ หรือกลุ่มที่ผู้พูดเป็นตัวแทน
แบบฝึกหัด
ในการนำเสนอ ผู้พูดกล่าวว่า “People explain this problem in different ways. This is how we see it.” ประโยคสุดท้ายส่งสัญญาณอะไร?
- ประโยคนี้เกริ่นการตีความปัญหาของกลุ่มผู้พูด
- ประโยคนี้บอกว่ากลุ่มนั้นมองเห็นปัญหาด้วยตา
- ประโยคนี้ประกาศว่าคำอธิบายที่เป็นไปได้ทั้งหมดเหมือนกัน
ดูคำตอบ
ประโยคนี้เกริ่นการตีความปัญหาของกลุ่มผู้พูด
we spend most of our lives functioning in states of lower consciousness, ไวยากรณ์
0:59เราใช้เวลาส่วนใหญ่ในชีวิตไปกับการทำงานในสภาวะจิตสำนึกขั้นต่ำ
spend most of our lives functioning: spend + เวลา + -ing
โครงสร้าง spend + ช่วงเวลา + กริยา -ing หมายถึงใช้หรือผ่านช่วงเวลานั้นไปด้วยการทำกิจกรรมหนึ่ง ในตัวอย่าง most of our lives คือวลีบอกเวลา และ functioning อธิบายลักษณะที่คนเราดำเนินหรือทำงานอยู่ต่อเนื่อง หลังวลีบอกเวลาให้ใช้รูป -ing ไม่ใช่ to + กริยา: ใช้ spend two hours reading ไม่ใช่ spend two hours to read คำว่า spend ใช้กับเวลาได้ ไม่ได้ใช้เฉพาะเงิน และ function ใช้อธิบายการทำงานหรือพฤติกรรมของคนได้ ไม่ได้ใช้เฉพาะกับเครื่องจักร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ spend และ volunteer: They ____ most Saturday mornings ____ at the animal shelter.
ดูคำตอบ
spend · volunteering
our survival, and our own success narrowly defined. วลี
1:05ความอยู่รอดของเรา และความสำเร็จส่วนตัวที่ถูกจำกัดความไว้แคบๆ
What we're principally concerned with is ourselves ในฐานะโครงสร้างเน้น
อนุประโยค what we're principally concerned with ทั้งหมดทำหน้าที่เป็นประธาน ในที่นี้ what หมายถึง “สิ่งที่” จึงไม่ได้ใช้ขึ้นต้นคำถามโดยตรง กริยาเชื่อม is เชื่อมสิ่งที่เป็นจุดสนใจทั้งหมดเข้ากับ ourselves โครงสร้าง What ... is ... ช่วยเน้นคำตอบที่อยู่หลัง is เป็นพิเศษ concerned with ในที่นี้หมายถึง “ให้ความสนใจ” หรือ “มุ่งเน้น” ไม่ใช่ “ถูกทำให้กังวลเพราะ” ส่วน survival และ success ที่ตามมาช่วยอธิบายว่าการมุ่งสนใจตนเองนี้ครอบคลุมอะไรบ้าง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้อนุประโยค what เป็นประธาน และวางสิ่งที่เป็นจุดสนใจหลักไว้หลัง is เพื่อเน้น?
- We're principally concerned with ourselves.
- What we're principally concerned with is ourselves.
- What are we principally concerned with?
ดูคำตอบ
What we're principally concerned with is ourselves.
success narrowly defined: นิยามที่มีขอบเขตจำกัด
ใน success narrowly defined คำว่า defined เป็นกริยาช่องสามที่วางไว้หลังคำนาม โดยเป็นรูปย่อของ success that is narrowly defined Narrowly ขยาย defined และบอกว่าแนวคิดเรื่องความสำเร็จถูกจำกัดไว้ด้วยเกณฑ์เพียงไม่กี่ข้อ สำนวนนี้มักมีนัยวิจารณ์ กล่าวคือ ปัญหาไม่ใช่ว่าความสำเร็จถูกนิยามไว้อย่างชัดเจน แต่เป็นเพราะขอบเขตของนิยามแคบเกินไป
แบบฝึกหัด
วลีใดบอกว่าความหมายของความสำเร็จถูกจำกัดไว้ด้วยเกณฑ์เพียงไม่กี่ข้อ?
- success broadly defined
- success clearly defined
- success narrowly defined
ดูคำตอบ
success narrowly defined
Ordinary life rewards practical, unintrospective, self-justifying outlooks
1:09ชีวิตธรรมดาสามัญให้รางวัลกับมุมมองที่เน้นการปฏิบัติ ไม่ชอบทบทวนตัวเอง และชอบหาข้ออ้างให้ตนเอง
sort of the hallmarks of lower consciousness. วลี
1:14ซึ่งนั่นเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของจิตสำนึกขั้นต่ำ
the hallmarks of: ลักษณะสำคัญที่สังเกตได้ง่าย
ในประโยคนี้ the hallmarks of หมายถึง “ลักษณะที่เป็นแบบฉบับและสังเกตได้ง่ายที่สุดของสิ่งหนึ่ง” ทัศนคติที่เน้นการปฏิบัติ ไม่ใคร่ครวญตนเอง และชอบหาเหตุผลเข้าข้างตนเองถูกนำเสนอว่าเป็นลักษณะที่บ่งบอกจิตสำนึกระดับต่ำ ในที่นี้ hallmark เป็นคำนามทั่วไป ไม่ใช่ชื่อแบรนด์ ใช้ X is a hallmark of Y เมื่อมีลักษณะสำคัญหนึ่งอย่าง และใช้ X and Z are hallmarks of Y เมื่อมีหลายอย่าง hallmark มีความหมายหนักแน่นกว่า feature ทั่วไป เพราะลักษณะนั้นช่วยให้เรารู้ว่าสิ่งหนึ่งมีธรรมชาติอย่างไร
แบบฝึกหัด
เติมวลีจากบทเรียนที่มีความหมายว่า “ลักษณะที่นิยาม...” ลงในประโยค: Trust and fairness are ____ a good leader.
ดูคำตอบ
the hallmarks of
Neuroscientists speak of a lower part of the brain they call the reptilian mind,
1:16นักประสาทวิทยาพูดถึงส่วนล่างของสมองที่พวกเขาเรียกว่าสมองส่วนสัตว์เลื้อยคลาน
under its sway: อยู่ใต้อิทธิพลหรือการควบคุมอย่างมาก
under its sway หมายถึง “ได้รับอิทธิพลอย่างมากหรือถูกสิ่งนั้นควบคุม” ในที่นี้ its หมายถึง the reptilian mind ไม่ใช่ neuroscientists วลีนี้บอกว่ากระบวนการตามสัญชาตญาณของสมองควบคุมปฏิกิริยาการตอบโต้ รูปแบบ under the sway of + คำนาม และ under its/her/their sway เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ sway อาจมีความหมายตรงตัวว่าการแกว่งไปด้านข้าง แต่ในสำนวนนี้หมายถึงอำนาจเหนือความคิด ความรู้สึก หรือพฤติกรรม
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The rumor spread quickly, and soon everyone in town was under its sway,” วลี under its sway หมายถึงอะไร
- เพียงรู้ว่าข่าวลือนั้นมีอยู่
- ได้รับการปกป้องจากข่าวลือนั้นโดยสิ้นเชิง
- ได้รับอิทธิพลอย่างมากหรือถูกข่าวลือนั้นควบคุม
ดูคำตอบ
ได้รับอิทธิพลอย่างมากหรือถูกข่าวลือนั้นควบคุม
strike back: โต้กลับหลังถูกโจมตี
Strike back หมายถึงโต้กลับหลังจากถูกโจมตี ทำร้าย หรือวิจารณ์อย่างรุนแรง การตอบโต้อาจเป็นการกระทำทางกาย คำพูด มาตรการทางการเมือง หรือการกระทำอื่นที่มุ่งไปยังฝ่ายที่โจมตีก่อน ในที่นี้ back เป็นส่วนประกอบของกริยาวลีที่สื่อถึงการตอบโต้กลับ เงื่อนไข when we're hit แสดงลำดับอย่างชัดเจนว่า การโจมตีเกิดขึ้นก่อน แล้วจึงมีการตอบโต้ตามมา
แบบฝึกหัด
ในประโยค “After the newspaper attacked her record, she struck back in an interview.” struck back หมายถึงอะไร?
- เธอเป็นฝ่ายเริ่มโจมตีโดยไม่ได้ถูกยั่วยุ
- เธอตอบโต้การโจมตีก่อนหน้านั้น
- เธอตีหลังของใครบางคน
ดูคำตอบ
เธอตอบโต้การโจมตีก่อนหน้านั้น
quell any stray questions that lack immediate relevance,
1:26ระงับคำถามที่หลงเข้ามาซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องโดยตรง
free associate: ปล่อยให้ความคิดเชื่อมโยงกันโดยไม่คัดกรอง
Free associate หมายถึงปล่อยให้ความคิดหนึ่งนำไปสู่อีกความคิดหนึ่ง แล้วพูดสิ่งที่ผุดขึ้นมาโดยไม่วางแผน ไม่คัดกรอง และไม่บังคับให้เป็นลำดับตามเหตุผล เป็นกริยาวลีที่ใช้โดยเฉพาะในจิตวิทยาและการบำบัด ในที่นี้ associate หมายถึงการเชื่อมโยงแนวคิดในใจ ไม่ได้หมายถึงการพบปะผู้คนหรือสร้างความสัมพันธ์ทางสังคม
แบบฝึกหัด
นักบำบัดพูดว่า “Please free associate about home for one minute.” บุคคลนั้นถูกขอให้ทำอะไร?
- เลือกเพื่อนโดยไม่ขออนุญาตใคร
- พูดทุกความคิดที่ผุดขึ้นมาโดยไม่จัดระเบียบก่อน
- อธิบายคำนิยามที่เตรียมไว้อย่างรอบคอบ
ดูคำตอบ
พูดทุกความคิดที่ผุดขึ้นมาโดยไม่จัดระเบียบก่อน
and stick closely to a flattering image of who we are and where we're headed. โน้ต
1:31และยึดติดอยู่กับภาพลักษณ์ที่เยินยอว่าเราเป็นใครและกำลังจะไปที่ใด
stick closely to: ยึดมั่นในความคิดอย่างหนักแน่น
ในที่นี้ stick closely to หมายถึงยังคงยอมรับและปกป้องมุมมองที่ทำให้เราดูดี แทนที่จะเปลี่ยนไปจากมุมมองนั้นเมื่อความจริงท้าทายมัน เป็นการยึดมั่นทางความคิด ไม่ใช่การติดกันทางกายภาพ โครงสร้างคือ stick to + คำนาม คำว่า closely เพิ่มความหมายว่ายึดหรือทำตามสิ่งนั้นอย่างหนักแน่นหรือระมัดระวังเป็นพิเศษ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ stick closely to ในความหมายว่า “ทำตามบางสิ่งต่อไปโดยไม่ออกนอกทาง”?
- Please stick closely to the approved plan.
- Please place the label closely to the box.
- Please use glue to stick the label on.
ดูคำตอบ
Please stick closely to the approved plan.
where we're headed: ทิศทางในอนาคตของเรา
ใน where we're headed คำว่า where ไม่จำเป็นต้องหมายถึงจุดหมายทางกายภาพ การเคลื่อนที่ถูกใช้เป็นอุปมาเพื่อบอกว่าชีวิต แผน สถานการณ์ หรือความสัมพันธ์น่าจะพัฒนาไปอย่างไร ในประโยคนี้วลีดังกล่าววางคู่กับ who we are จึงเชื่อมตัวตนในปัจจุบันกับอนาคตที่จินตนาการไว้ โครงสร้าง where + ประธาน + be headed ใช้ได้ทั้งกับจุดหมายจริงและทิศทางในอนาคต โดยดูความหมายจากบริบท
แบบฝึกหัด
ใน "We should discuss where our relationship is headed" วลี where our relationship is headed หมายความว่าอะไร?
- สถานที่ที่คนสองคนกำลังเดินทางไปในตอนนี้
- ตำแหน่งทางกายภาพของศีรษะใครบางคน
- ทิศทางในอนาคตของความสัมพันธ์
ดูคำตอบ
ทิศทางในอนาคตของความสัมพันธ์
when our bodies and passions are comfortable and quiescent,
1:42เมื่อร่างกายและอารมณ์ของเราผ่อนคลายและสงบนิ่ง
we have the privilege of being able to access the higher mind, วลี
1:45เรามีสิทธิพิเศษที่สามารถเข้าถึงจิตใจขั้นสูงได้
at rare moments when: เชื่อมช่วงเวลากับเงื่อนไข
at rare moments when ใช้เปิดฉากด้านเวลา วลีคำนาม at rare moments บอกว่าช่วงเวลาเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย ส่วนอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย when ระบุว่าสภาวะใดเป็นจริงในช่วงเวลาเหล่านั้น ในประโยคนี้ อนุประโยค when แรกบอกว่าไม่มีภัยคุกคามหรือข้อเรียกร้อง ส่วนอนุประโยค when ที่ตามมาเพิ่มเงื่อนไขอีกอย่างหนึ่ง รูปแบบนี้ช่วยให้เราบอกชนิดของช่วงเวลาก่อน แล้วจึงกำหนดรายละเอียดของมัน: at moments when + อนุประโยค
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ at rare moments when เพื่อกล่าวถึงช่วงเวลาที่เกิดขึ้นไม่บ่อย แล้วจึงระบุเงื่อนไขของช่วงเวลานั้น
- When rare moments happen, the power goes out.
- At rare moments, we wonder when the power will go out.
- At rare moments when the power goes out, we light candles.
ดูคำตอบ
At rare moments when the power goes out, we light candles.
Have the privilege of + คำนามหรือรูป -ing
Have the privilege of หมายถึงการมีโอกาสที่พิเศษและมีคุณค่า ในประโยคนี้ การเข้าถึงจิตที่สูงกว่าถูกนำเสนอว่าเป็นโอกาสที่หาได้ยากและนับว่าโชคดี ไม่จำเป็นต้องหมายถึงสิทธิพิเศษทางกฎหมายหรือสังคม รูปแบบคือ have the privilege of + คำนามหรือรูป -ing ในที่นี้ of ตามด้วย being able to access วลีทั้งหมดนี้ยังใช้แสดงความขอบคุณหรือความเคารพต่อโอกาสนั้นได้ด้วย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ have the privilege of ได้ถูกต้องเพื่อแสดงถึงโอกาสที่มีคุณค่า
- We have the privilege of welcoming the author to our library.
- We have the privilege to welcoming the author to our library.
- We have the privilege of welcome the author to our library.
ดูคำตอบ
We have the privilege of welcoming the author to our library.
the seat of imagination, empathy, and impartial judgment. สำนวน
1:51ศูนย์กลางของจินตนาการ ความเห็นอกเห็นใจ และการตัดสินอย่างเป็นกลาง
the seat of: ศูนย์กลางหรือแหล่งกำเนิดของบางสิ่ง
ในวลี the seat of imagination, empathy, and impartial judgment คำว่า the seat of หมายถึงศูนย์กลางหรือแหล่งกำเนิดของบางสิ่ง ประโยคนี้เปรียบนีโอคอร์เทกซ์ว่าเป็นส่วนที่เชื่อมโยงกับความสามารถเหล่านี้มากที่สุด ไม่ได้หมายถึงที่นั่งจริง ๆ นี่เป็นอุปมาแบบเป็นทางการ โครงสร้าง the seat of + คำนาม ใช้บอกว่ากิจกรรม อำนาจ หรือคุณสมบัติหนึ่งมีศูนย์กลางอยู่ที่ใด แต่ไม่ได้จำเป็นต้องหมายความว่าสิ่งนั้นไม่มีอยู่ที่อื่นเลย
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The library became the seat of the town’s cultural life.” คำว่า the seat of หมายถึงอะไร?
- สถานที่ที่แยกจากโดยสิ้นเชิง
- ศูนย์กลางหลักของ
- เก้าอี้ที่ใช้ระหว่าง
ดูคำตอบ
ศูนย์กลางหลักของ
loosen our hold on our own egos: ลดความยึดติดที่มีตัวเองเป็นศูนย์กลาง
Loosen our hold on our own egos เปรียบอัตตาเป็นสิ่งที่เรากำลังจับไว้แน่น หมายถึงการยึดติดกับความสำคัญ ผลประโยชน์ หรือความต้องการปกป้องตัวเองให้น้อยลง คำว่า loosen มีความสำคัญ เพราะวลีนี้หมายถึงการลดความยึดติด ไม่ใช่การทิ้งความรู้สึกเป็นตัวตนทั้งหมด โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ loosen one's hold on + คำนาม ซึ่งหมายถึงควบคุมหรือยึดติดกับบางสิ่งให้น้อยลง
แบบฝึกหัด
Maya ยังใส่ใจกับแผนของเธอ แต่กำลังยึดติดกับการควบคุมทุกรายละเอียดน้อยลง ประโยคใดสื่อความหมายนี้ได้ดีที่สุด?
- Maya is loosening her hold on every detail of the plan.
- Maya is losing every detail of the plan.
- Maya is tightening her hold on every detail of the plan.
ดูคำตอบ
Maya is loosening her hold on every detail of the plan.
and ascend to a less biased and more universal perspective, สำนวน
1:57และยกระดับสู่มุมมองที่มีอคติน้อยลงและเป็นสากลมากขึ้น
ascend to a less biased and more universal perspective: การใช้ภาพการขึ้นสูงเป็นคำเปรียบเทียบ
ascend ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบ ไม่มีใครเคลื่อนที่ขึ้นด้านบนจริง ๆ ประโยคนี้มองว่าทัศนะที่มีอคติน้อยลงและครอบคลุมประสบการณ์ของผู้คนได้กว้างขึ้นเป็นสถานที่สูงที่ความคิดสามารถไปถึงได้ Less biased หมายถึงถูกครอบงำด้วยความชอบส่วนตัวน้อยลง ส่วน more universal หมายถึงสามารถรวมประสบการณ์ของผู้คนได้มากขึ้น จึงสื่อถึงมุมมองที่กว้างขึ้น ไม่ได้หมายถึงมุมมองที่ถูกต้องอย่างสมบูรณ์
แบบฝึกหัด
วลีที่เน้นไว้ในประโยคนี้สื่อถึงอะไร
- พวกเขาพิสูจน์ว่ามุมมองของตนถูกต้องอย่างสมบูรณ์สำหรับทุกคน
- ผู้พูดปีนขึ้นไปยังสถานที่ที่มองเห็นวิวได้ดีกว่าจริง ๆ
- พวกเขาก้าวไปสู่มุมมองที่กว้างขึ้นและถูกครอบงำด้วยอคติส่วนตัวน้อยลง
ดูคำตอบ
พวกเขาก้าวไปสู่มุมมองที่กว้างขึ้นและถูกครอบงำด้วยอคติส่วนตัวน้อยลง
casting off a little of the customary anxious self-justification and brittle pride. กริยาวลี
2:01ละทิ้งการหาข้ออ้างที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวลและความหยิ่งทะนงที่เปราะบางตามปกติออกไปบ้าง
casting off: การสลัดภาระออกไป
Cast off เป็นกริยาวลีที่หมายถึงกำจัดบางสิ่งหรือปลดปล่อยตนเองจากสิ่งที่รู้สึกเหมือนเป็นภาระหรือเครื่องพันธนาการ ในที่นี้ ภาระคือการแก้ตัวให้ตนเองด้วยความกังวลและความหยิ่งทะนงที่เปราะบาง Casting เป็นรูปกริยาเติม -ing ที่เพิ่มการกระทำซึ่งเกิดขึ้นพร้อมกับ ascend กล่าวคือ เมื่อมุมมองเปลี่ยนไป เราก็ปล่อยนิสัยเหล่านั้นบางส่วนไปด้วย ในที่นี้ cast และ off รวมกันเป็นหน่วยความหมายเดียว ไม่ใช่ cast ในความหมายว่าสร้างสิ่งของด้วยแม่พิมพ์
แบบฝึกหัด
ใช้ cast off ในรูปที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Before joining the debate team, Ana decided to ____ her fear of speaking in public.
ดูคำตอบ
cast off
the mind moves beyond its particular self-interests and cravings.
2:08จิตใจจะก้าวข้ามผลประโยชน์และความอยากเฉพาะตัว
We start to think of other people in a more imaginative way.
2:12เราเริ่มคิดถึงผู้อื่นด้วยจินตนาการที่มากขึ้น
we're free to imagine their behavior being driven by pressures ไวยากรณ์
2:18เรามีอิสระที่จะจินตนาการว่าพฤติกรรมของพวกเขาถูกขับเคลื่อนด้วยแรงกดดัน
Rather than criticize and attack: การเปรียบต่างทางเลือกของการกระทำ
Rather than นำหน้าการกระทำที่ไม่ได้เลือก คือ criticize และ attack ส่วนประโยคหลักบอกทางเลือกอีกอย่างคือ imagine their behavior ทั้งประโยคหมายถึงการเลือกจินตนาการถึงสาเหตุที่เป็นไปได้แทนการวิจารณ์และโจมตี โดย rather than ไม่ได้แปลว่า because ในที่นี้ rather than ตามด้วยคำกริยารูปพื้นฐาน criticize และ attack เพื่อเปรียบต่างกับการกระทำที่แสดงด้วย to imagine คำกริยาทั้งสองใช้ rather than ร่วมกันและมีรูปไวยากรณ์ขนานกัน
แบบฝึกหัด
เติมวลีสองคำที่ใช้เปรียบต่างการกระทำในรูปกริยาพื้นฐานที่ไม่เลือกกับการกระทำที่เลือก: ____ complain and quit, Nina looked for a solution.
ดูคำตอบ
Rather than
behavior being driven by: รูปแบบ -ing แบบถูกกระทำ
ใน imagine their behavior being driven by pressures นั้น their behavior คือสิ่งที่กำลังถูกจินตนาการ ส่วน being driven เป็นรูป -ing แบบถูกกระทำ พฤติกรรมไม่ได้เป็นฝ่ายทำให้สิ่งอื่นเคลื่อนไหว แต่ pressures ถูกนำเสนอว่าเป็นแรงที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรม รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ imagine + noun + being + past participle + by ใช้เพื่อจินตนาการว่าสิ่งที่คำนามกล่าวถึงกำลังรับการกระทำหรืออิทธิพล ในที่นี้ driven ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบว่าได้รับอิทธิพลอย่างมาก ไม่ได้หมายถึงการขับยานพาหนะจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมวลี -ing แบบถูกกระทำที่แสดงว่า fear เป็นสาเหตุ: I can imagine his choice ____ fear rather than facts.
ดูคำตอบ
being driven by
which they're generally in no position to tell us about. วลี
2:24ซึ่งโดยทั่วไปแล้วพวกเขาไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะบอกเราเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้
be in no position to tell us about...: ไม่อยู่ในฐานะที่จะอธิบายให้เราฟัง
be in no position to + คำกริยา หมายถึงไม่มีความสามารถ ความรู้ โอกาส อำนาจ หรือสถานะที่จำเป็นต่อการทำบางสิ่ง ในที่นี้ คนเหล่านั้นอธิบายแรงกดดันทางจิตใจไม่ได้ เพราะพวกเขาเองก็รับรู้แรงกดดันเหล่านั้นได้ไม่ชัดเจน position ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงท่าทางของร่างกาย ในอนุประโยคขยาย which ทำหน้าที่เป็นกรรมที่หายไปหลัง about กล่าวคือ พวกเขาไม่อยู่ในฐานะที่จะเล่าเรื่อง those pressures ให้เราฟัง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายความว่าผู้พูดมีข้อมูลไม่เพียงพอ: I have not seen the evidence, so I am ____ accuse anyone.
ดูคำตอบ
in no position to
are, we now see symptoms of hurt rather than of evil. ไวยากรณ์
2:29ตอนนี้เราเห็นว่ามันเป็นอาการของความเจ็บปวดมากกว่าความชั่วร้าย
symptoms of hurt rather than of evil: อาการของความเจ็บปวด ไม่ใช่ของความชั่วร้าย
ใน symptoms of hurt rather than of evil กลุ่มคำที่ขึ้นต้นด้วย of ทั้งสองกลุ่มมีโครงสร้างขนานกัน คือ symptoms of hurt และ symptoms of evil การใช้ of ซ้ำหลัง rather than ทำให้ชัดเจนว่า hurt และ evil ทำหน้าที่ทางไวยากรณ์เหมือนกัน ประโยคนี้ปฏิเสธคำอธิบายหนึ่งแล้วเลือกอีกคำอธิบายหนึ่ง โดยตีความพฤติกรรมนั้นว่าเป็นสัญญาณของความเจ็บปวด ไม่ใช่ความชั่วร้าย rather than ไม่ได้หมายความเพียงว่า hurt ดีกว่า evil
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้าง the result of X rather than of Y ได้ถูกต้องและชัดเจน?
- The delay was the result to confusion rather than of carelessness.
- The delay was the result of confusion rather than to carelessness.
- The delay was the result of confusion rather than of carelessness.
ดูคำตอบ
The delay was the result of confusion rather than of carelessness.
rather than simply in terms of how it affects us.
2:39มากกว่าที่จะมองเพียงแค่ว่ามันส่งผลกระทบต่อเราอย่างไร
เปรียบเทียบกรอบคำอธิบายด้วย explain A by B rather than in terms of C
โครงสร้าง explain A by B หมายถึงการเข้าใจว่า A เกิดจากหรือมีแรงจูงใจมาจาก B ในประโยคนี้ A คือการกระทำของผู้อื่น และ B คือความทุกข์ของพวกเขา ส่วน by ไม่ได้ระบุผู้รับฟังคำอธิบาย rather than ... in terms of ... นำคำอธิบายนี้ไปเทียบกับอีกกรอบหนึ่ง คือการตัดสินการกระทำจากผลที่มีต่อเราเพียงอย่างเดียว โครงสร้างนี้ช่วยเปรียบเทียบวิธีตีความพฤติกรรมเดียวกันสองแบบ
แบบฝึกหัด
การตีความใดตรงกับประโยคนี้มากที่สุด
- การกระทำของพวกเขาสำคัญเพียงเพราะส่งผลต่อเรา
- ความทุกข์ของพวกเขาอาจอธิบายการกระทำของพวกเขาได้ ส่วนผลที่มีต่อเราไม่ใช่กรอบหลัก
- เราควรอธิบายความรู้สึกของเราให้คนอื่นฟัง
ดูคำตอบ
ความทุกข์ของพวกเขาอาจอธิบายการกระทำของพวกเขาได้ ส่วนผลที่มีต่อเราไม่ใช่กรอบหลัก
We perceive that the appropriate response to humanity
2:43เรารับรู้ได้ว่าการตอบสนองที่เหมาะสมต่อมนุษยชาติ
not A but B ที่ถูกจำกัดด้วย when we can manage it
โครงสร้าง not A but B ปฏิเสธ A แล้วแทนที่ด้วย B ในที่นี้ fear, cynicism และ aggression ถูกปฏิเสธ ส่วนหลัง but มีคำว่า the appropriate response is ที่ละไว้ให้เข้าใจ ทำให้ love เป็นตัวเลือกแทน วลีแทรก when we can manage it จำกัดความหมายของ always โดยยอมรับว่าคนเราอาจไม่สามารถตอบสนองด้วยความรักได้เสมอ ดังนั้น always จึงบอกทิศทางในอุดมคติ ไม่ได้อ้างว่าทุกคนทำได้อย่างสมบูรณ์ตลอดเวลา
แบบฝึกหัด
ข้อความใดถอดความโดยคงทั้งความขัดแย้งและข้อจำกัดไว้ได้ดีที่สุด
- ความรักถูกเสนอว่าเป็นการตอบสนองที่ถูกต้อง ขณะที่ความกลัว ความคิดถากถาง และความก้าวร้าวถูกปฏิเสธ ผู้พูดยอมรับว่าการตอบสนองด้วยความรักไม่ใช่เรื่องง่ายเสมอไป
- คนเราสามารถตอบสนองด้วยความรักได้เสมอโดยไม่มีข้อยกเว้น
- ความรัก ความกลัว ความคิดถากถาง และความก้าวร้าวล้วนเป็นการตอบสนองที่เหมาะสมในเวลาต่างกัน
ดูคำตอบ
ความรักถูกเสนอว่าเป็นการตอบสนองที่ถูกต้อง ขณะที่ความกลัว ความคิดถากถาง และความก้าวร้าวถูกปฏิเสธ ผู้พูดยอมรับว่าการตอบสนองด้วยความรักไม่ใช่เรื่องง่ายเสมอไป
when we can manage it: การยอมรับข้อจำกัดอย่างจริงใจ
when we can manage it หมายถึง “เมื่อใดก็ตามที่เราสามารถทำสิ่งนั้นได้สำเร็จ” ในที่นี้ it หมายถึงการตอบสนองต่อมนุษยชาติด้วยความรัก และ manage หมายถึง “ทำสิ่งที่ยากให้สำเร็จ” ไม่ใช่ “บริหารหรือควบคุมดูแล” วลีนี้เป็นคำแทรกที่ยอมรับข้อจำกัดของตนเอง โดยยอมรับว่าเราอาจทำตามอุดมคตินี้ไม่ได้ทุกครั้ง จึงทำให้คำกล่าวที่หนักแน่นฟังดูจริงใจและเป็นมนุษย์ แทนที่จะเด็ดขาดแบบไม่มีข้อยกเว้น
แบบฝึกหัด
ใช้วลีจากบทเรียนเติมประโยคให้สมบูรณ์: We respond, ____, with patience rather than anger.
ดูคำตอบ
when we can manage it
a place of suffering and misguided effort,
2:55เป็นสถานที่แห่งความทุกข์ทรมานและความพยายามที่ผิดพลาด
full of people striving to be heard and lashing out against others, กริยาวลี
2:58เต็มไปด้วยผู้คนที่ดิ้นรนเพื่อให้คนอื่นรับฟังและระบายอารมณ์ใส่ผู้อื่น
lashing out against others: การโจมตีด้วยความโกรธอย่างฉับพลัน
lashing out against others หมายถึงการโจมตีผู้อื่นอย่างฉับพลันเพราะความโกรธ ซึ่งมักเป็นคำพูดรุนแรง แต่บางครั้งก็เป็นการกระทำ วลีนี้เน้นการระเบิดอารมณ์ ไม่ใช่เพียงความเห็นไม่ตรงกันหรือการวิจารณ์ทั่วไป โครงสร้างที่ใช้ในที่นี้คือ lash out against + เป้าหมาย ในประโยค lashing ใช้รูป -ing คู่ขนานกับ striving ดังนั้นทั้งสองการกระทำจึงบอกว่าคนเหล่านั้นกำลังทำอะไร
แบบฝึกหัด
หลังจากได้ยินคำพูดหยาบคายเพียงครั้งเดียว Marco ก็เริ่มตะโกนด่าทุกคนทันที ประโยคใดอธิบายปฏิกิริยาของเขาได้ดีที่สุด
- Marco took charge of the group.
- Marco began lashing out against others.
- Marco calmly explained why he disagreed.
ดูคำตอบ
Marco began lashing out against others.
ความเปราะบางที่ชวนซาบซึ้ง
ในที่นี้ touching เป็นคำคุณศัพท์ที่หมายถึงชวนให้ซาบซึ้งหรือสะเทือนอารมณ์ คำนี้บอกผลที่ vulnerability มีต่อผู้ที่มองเห็น ไม่ได้หมายถึงการสัมผัสทางร่างกาย Vulnerability หมายถึงการเปิดเผยตัวตนทั้งที่อาจถูกทำร้าย ถูกมองว่าอ่อนแอ หรือถูกตัดสิน เมื่อใช้ร่วมกับ tenderness, longing และ beauty วลี touching vulnerability จึงนำเสนอความเปราะบางของมนุษย์ว่าเป็นสิ่งจริงใจ อ่อนโยน และควรได้รับความเห็นอกเห็นใจ
แบบฝึกหัด
ในประโยค The film shows a touching vulnerability in its hero คำว่า touching หมายถึงอะไร?
- หมายถึงชวนให้ซาบซึ้งทางอารมณ์
- หมายถึงไม่ปลอดภัยทางเทคนิค
- หมายถึงกำลังสัมผัสทางร่างกาย
ดูคำตอบ
หมายถึงชวนให้ซาบซึ้งทางอารมณ์
A fitting response is universal sympathy and kindness. วลี
3:07การตอบสนองที่เหมาะสมคือความเห็นอกเห็นใจและความเมตตาที่เป็นสากล
การตอบสนองที่เหมาะสม
Fitting เป็นคำคุณศัพท์ที่หมายถึงเหมาะสมหรือเข้ากับสถานการณ์หนึ่ง ๆ ส่วน a response คือสิ่งที่คนพูด รู้สึก หรือทำหลังจากมีบางอย่างเกิดขึ้น ดังนั้น a fitting response จึงหมายถึงปฏิกิริยาที่เข้ากับสถานการณ์ได้ดี โครงสร้าง a fitting response to + คำนาม ใช้ประเมินพฤติกรรมได้ เช่น a fitting response to suffering, criticism หรือ good news ในประโยคนี้ ผู้เขียนมองว่าความเห็นอกเห็นใจและความเมตตาเป็นปฏิกิริยาที่เหมาะสม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึงปฏิกิริยาที่เหมาะสม: Offering to repair the damage was ____ to the mistake.
ดูคำตอบ
a fitting response
One can contemplate being no longer present with tranquility. น้ำเสียง/เจตนา
3:12คนเราสามารถไตร่ตรองถึงการไม่มีชีวิตอยู่อีกต่อไปด้วยความสงบสุข
being no longer present: การกล่าวถึงความตายอย่างนุ่มนวล
ในประโยคนี้ being no longer present เป็นวิธีพูดอย่างนุ่มนวลและอ้อม ๆ ถึงความตายของตนเองหรือการไม่มีตัวตนอยู่อีกต่อไป present ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเข้าร่วมงาน อนุประโยค -ing อยู่หลัง contemplate และระบุความเป็นไปได้ที่กำลังพิจารณา การพูดอ้อม ๆ ทำให้น้ำเสียงสงบและครุ่นคิดแทนที่จะตรงและรุนแรง
แบบฝึกหัด
ในประโยคเชิงครุ่นคิดนี้ being no longer present น่าจะหมายถึงอะไรมากที่สุด
- เสียชีวิตหรือไม่มีตัวตนอยู่อีกต่อไป
- ไม่ได้เข้าร่วมการประชุมชั่วคราว
- ไม่ได้รับของขวัญ
ดูคำตอบ
เสียชีวิตหรือไม่มีตัวตนอยู่อีกต่อไป
put aside: หยุดให้ความสำคัญกับบางสิ่งชั่วคราว
ใน one's interests are put aside คำว่า put aside หมายถึงการหยุดให้ความสนใจหรือความสำคัญกับบางสิ่งชั่วคราว interests ไม่ได้ถูกย้ายทางกายภาพและไม่ได้จำเป็นต้องถูกละทิ้งตลอดไป รูปถูกกระทำ are put aside เน้นสิ่งที่ถูกลดความสำคัญ แทนที่จะเน้นคนที่ทำกริยา ในประโยคกรรตุวาจกสามารถใช้ put something aside หรือ put aside something ได้
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่ put aside หมายถึง “หยุดให้ความสำคัญกับบางสิ่งชั่วคราว”
- She puts aside fifty dollars from every paycheck.
- Let's put aside our differences and finish the project.
- He put the book aside on the desk.
ดูคำตอบ
Let's put aside our differences and finish the project.
and one may imaginatively fuse with transient or natural things,
3:18และเราอาจหลอมรวมทางจินตนาการเข้ากับสิ่งที่ไม่จีรังหรือสิ่งตามธรรมชาติ
From this point of view: กำหนดมุมมองให้ข้อสรุปที่ตามมา
From this point of view บอกผู้ฟังให้ตีความทุกสิ่งที่ตามมาผ่านมุมมองที่เพิ่งกำหนดไว้ ในที่นี้ this หมายถึงวิธีมองที่วางตัวห่างออกมาและยึดผลประโยชน์ส่วนตัวน้อยลง ไม่ใช่ตำแหน่งจริงที่ใช้มอง ในฐานะคำบอกกรอบของเนื้อหา วลีนี้เชื่อมมุมมองดังกล่าวเข้ากับข้อสรุปสามข้อที่ตามมา โดยบอกว่าข้อสรุปเหล่านั้นใช้ได้ภายในกรอบนี้ ไม่ได้อ้างว่าเป็นจริงจากทุกมุมมองที่เป็นไปได้
แบบฝึกหัด
ในตัวอย่าง 'From this point of view' บอกอะไรแก่ผู้ฟัง?
- ถือว่าข้อความที่ตามมาเป็นจริงในทุกสถานการณ์ที่เป็นไปได้
- พิจารณาข้อความที่ตามมาภายในมุมมองที่เพิ่งกำหนดไว้
- จินตนาการว่าผู้พูดกำลังมองจากตำแหน่งจริงแห่งหนึ่ง
ดูคำตอบ
พิจารณาข้อความที่ตามมาภายในมุมมองที่เพิ่งกำหนดไว้
grievances lose their urgency: ความคับข้องใจไม่เร่งด่วนอีกต่อไป
grievance คือข้อร้องเรียนหรือความขุ่นเคืองที่คงอยู่นานจากเรื่องที่รู้สึกว่าไม่ยุติธรรม ใน grievances lose their urgency ความคับข้องใจถูกนำเสนอเหมือนเป็นเรื่องที่แรงกดดันเพิ่มหรือลดได้ ไม่ได้หมายความว่ามันลงมือทำอะไรได้เองจริง ๆ วลีนี้หมายความว่าเรื่องเหล่านั้นดูเหมือนไม่ต้องได้รับความสนใจหรือการจัดการทันทีอีกต่อไป น้ำหนักทางอารมณ์หรือศีลธรรมอาจยังคงอยู่ แม้แรงกดดันที่ต้องจัดการเดี๋ยวนี้จะลดลงแล้ว
แบบฝึกหัด
ในประโยค 'After the school trip was postponed, our disagreement about the bus plan lost its urgency,' คำว่า 'lost its urgency' หมายความว่าอะไร?
- เรื่องนั้นไม่จำเป็นต้องได้รับการจัดการทันทีอีกต่อไป
- เรื่องนั้นได้รับการแก้ไขอย่างสมบูรณ์แล้ว
- เรื่องนั้นสำคัญกว่าเดิม
ดูคำตอบ
เรื่องนั้นไม่จำเป็นต้องได้รับการจัดการทันทีอีกต่อไป
and in our new-found generosity and empathy.
3:37และในความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และความเห็นอกเห็นใจที่เราเพิ่งค้นพบ
If ... could ..., ... might ... สำหรับเงื่อนไขในจินตนาการ
รูปแบบ If ... could ..., ... might ... ใช้เสนอเงื่อนไขที่จินตนาการขึ้นหรือไม่แน่นอน และผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น ในที่นี้ could encounter หมายถึง “หากได้มาพบเราในสถานการณ์สมมตินี้” ไม่ได้หมายถึงความสามารถในอดีต ส่วน at this point หมายถึงตอนนี้ในสภาพที่เปลี่ยนแปลงไปตามที่บรรยาย และ might be amazed แสดงปฏิกิริยาหนึ่งที่อาจเกิดขึ้น การใช้ could และ might ช่วยเว้นระยะจากการยืนยันอย่างแน่นอน ผู้พูดกำลังจินตนาการว่าอาจเกิดอะไรขึ้น ไม่ได้ทำนายว่าจะเกิดขึ้นแน่ ๆ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดแสดงทั้งการพบกันและปฏิกิริยาว่าเป็นความเป็นไปได้ในจินตนาการได้ดีที่สุด
- If our old friends could see us now, they might be surprised.
- If our old friends see us tomorrow, they will be surprised.
- If our old friends saw us yesterday, they were surprised.
ดูคำตอบ
If our old friends could see us now, they might be surprised.
desperately short-lived: สั้นมากจนน่าผิดหวัง
ในที่นี้ desperately หมายถึง “อย่างยิ่ง” และเพิ่มความรู้สึกว่าการคงอยู่ช่วงสั้น ๆ เป็นปัญหาที่จริงจังและน่าผิดหวัง ไม่ได้หมายความว่าภาวะเหล่านั้นรู้สึกสิ้นหวังด้วยตัวเอง short-lived เป็นคำคุณศัพท์ที่หมายถึง “คงอยู่เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ” เมื่อรวมเป็น desperately short-lived จึงหมายความว่าภาวะจิตสำนึกที่สูงขึ้นเหล่านี้จบลงเร็วมาก และผู้พูดอยากให้มันคงอยู่นานกว่านี้อย่างยิ่ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “สั้นมากจนน่าผิดหวัง”: The team's excitement was ____; the match was canceled minutes later.
ดูคำตอบ
desperately short-lived
in any case: ข้อสรุปที่ยังคงเป็นจริงในทุกกรณี
ในที่นี้ in any case หมายถึง “ไม่ว่าความเป็นไปได้หรือมุมมองใดที่กล่าวไว้ก่อนหน้าจะถูกต้อง” วลีนี้บอกว่าข้อสรุปที่ตามมายังคงใช้ได้ นั่นคือ เราไม่ควรพยายามทำให้สภาวะเหล่านั้นคงอยู่ถาวร คำเชื่อมนี้ช่วยวางประเด็นย่อยไว้ก่อน แล้วเดินหน้าไปยังข้อสรุปที่ไม่จำเป็นต้องตัดสินประเด็นเหล่านั้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ in any case เพื่อบอกว่าข้อสรุปยังคงเป็นจริง ไม่ว่าความเป็นไปได้ใดก่อนหน้าจะถูกต้อง
- I put the tickets in a case.
- The train may be canceled. In that case, we will drive.
- We may take the train or drive. In any case, we need to leave by six.
ดูคำตอบ
We may take the train or drive. In any case, we need to leave by six.
because they don't sit so well with the many important practical tasks สำนวน
3:48เพราะมันไม่ค่อยสอดคล้องกับงานในชีวิตประจำวันที่สำคัญหลายๆ อย่าง
sit so well with: ความเข้ากันได้ในโครงสร้างปฏิเสธ
ใน sit well with something or someone คำว่า sit เป็นสำนวน หมายถึง “เป็นสิ่งที่ใครบางคนยอมรับได้” หรือ “เข้ากันได้กับบางสิ่ง” ส่วน so เพิ่มความหมายด้านระดับ เนื่องจากมี don't อยู่หน้าช่วงที่เน้น don't sit so well with จึงหมายถึง “ไม่ค่อยเข้ากันกับ……” ในที่นี้สภาวะที่คงอยู่ถาวรถูกมองว่าไม่ค่อยเหมาะกับงานสำคัญในทางปฏิบัติ ไม่ได้หมายถึงการนั่งจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ประโยค “The rule doesn't sit well with many parents.” หมายความว่าอย่างไร
- ผู้ปกครองหลายคนกำลังนั่งอยู่ข้างกฎนั้น
- ผู้ปกครองหลายคนรู้สึกว่ากฎนี้ยอมรับได้ยาก
- กฎนั้นให้ที่นั่งสบายแก่ผู้ปกครองหลายคน
ดูคำตอบ
ผู้ปกครองหลายคนรู้สึกว่ากฎนี้ยอมรับได้ยาก
attend to: จัดการสิ่งที่ต้องได้รับความใส่ใจ
ในประโยคนี้ attend to หมายถึง “จัดการ” หรือ “ให้ความใส่ใจที่จำเป็น” งานในทางปฏิบัติเหล่านี้คือสิ่งที่ทุกคนต้องจัดการ to เป็นส่วนหนึ่งของวลีกริยานี้ attend ที่ใช้เดี่ยว ๆ มักหมายถึง “ไปหรือเข้าร่วม” งานกิจกรรม แต่ attend to ทำให้ความหมายเปลี่ยนไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “จัดการ”: We need to ____ this problem before lunch.
ดูคำตอบ
attend to
But we should make the most of them when they do arise โน้ต
3:54แต่เราควรใช้ประโยชน์จากมันให้มากที่สุดเมื่อมันเกิดขึ้น
make the most of: ใช้บางสิ่งให้เกิดคุณค่าสูงสุด
make the most of หมายถึงใช้โอกาส ช่วงเวลา หรือสถานการณ์เพื่อให้ได้รับประโยชน์หรือความเพลิดเพลินมากที่สุด ในที่นี้เป็นการแนะนำให้ใช้ประโยชน์จากสภาวะสั้น ๆ เหล่านั้นให้ดีเมื่อมันเกิดขึ้น โครงสร้างเต็มคือ make the most of + คำนามหรือคำสรรพนาม ในประโยคต้นฉบับ them หมายถึงสภาวะเหล่านั้น ดังนั้นต้องคง of ไว้หน้า them
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสี่คำที่หมายถึง “ใช้เวลาที่จำกัดให้คุ้มค่าที่สุด”: The museum closes in an hour, so let's ____ our visit.
ดูคำตอบ
make the most of
do ที่ใช้เน้นย้ำใน do arise
ในอนุประโยคบอกเล่านี้ do เป็นกริยาช่วยที่ใช้เน้นย้ำ ประโยคพื้นฐานคือ they arise การเติม do ทำให้คำยืนยันหนักแน่นขึ้นว่า ภาวะเหล่านั้นเกิดขึ้นจริง แม้จะเกิดเพียงชั่วครู่หรือทำให้สงสัยได้ง่ายว่ามีอยู่จริงหรือไม่ arise ในที่นี้หมายถึง “ปรากฏขึ้น” หรือ “เกิดขึ้น” เป็นอกรรมกริยา จึงไม่ได้รับ them เป็นกรรม when they do arise หมายถึง “เมื่อสิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้นจริง”
แบบฝึกหัด
ใน do arise คำว่า do เพิ่มความหมายอะไรให้ประโยค
- หมายความว่ามีคนทำให้ภาวะเหล่านั้นปรากฏขึ้น
- ถามว่าภาวะเหล่านั้นปรากฏขึ้นหรือไม่
- เพิ่มการเน้นย้ำว่าภาวะเหล่านั้นปรากฏขึ้นจริง
ดูคำตอบ
เพิ่มการเน้นย้ำว่าภาวะเหล่านั้นปรากฏขึ้นจริง
and harvest their insights for when we require them most. สำนวน
3:56และเก็บเกี่ยวข้อมูลเชิงลึกจากสภาวะนั้นไว้ใช้ในเวลาที่เราต้องการมากที่สุด
คำเปรียบเทียบใน harvest their insights
โดยปกติ harvest หมายถึงการเก็บเกี่ยวพืชผลที่สุกแล้ว แต่ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบ โดย harvest their insights หมายถึงการตั้งใจรวบรวมความเข้าใจที่เป็นประโยชน์ซึ่งเกิดจากประสบการณ์เหล่านั้น ภาพเปรียบนี้สื่อมากกว่าแค่การสังเกตเห็นแนวคิดหนึ่ง โดยนำเสนอข้อคิดว่าเป็นสิ่งมีค่าที่รวบรวม เก็บรักษา และนำมาใช้ภายหลังได้ รูปแบบนี้นำไปใช้กับแหล่งอื่นได้ เช่น harvest insights from research, conversations, or mistakes
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ harvest insights ด้วยความหมายเชิงเปรียบเทียบแบบเดียวกัน
- We review every experiment to harvest insights for the next design.
- The farmers harvest wheat at the end of summer.
- The report includes three charts about the results.
ดูคำตอบ
We review every experiment to harvest insights for the next design.
Higher consciousness is a huge triumph over the primitive mind,
4:00จิตสำนึกขั้นสูงคือชัยชนะอันยิ่งใหญ่เหนือจิตใจดั้งเดิม
which cannot envisage any such possibilities.
4:04ซึ่งไม่สามารถจินตนาการถึงความเป็นไปได้เช่นนั้นเลย
Ideally, we'd be a little more alive to the advantages of this higher mind สำนวน
4:07ในอุดมคติแล้ว เราควรตื่นตัวต่อข้อดีของจิตใจขั้นสูงนี้ให้มากขึ้นอีกนิด
Alive to the advantages of: ตระหนักถึงข้อดีอย่างชัดเจน
ในที่นี้ be alive to หมายถึงตระหนักรู้อย่างชัดเจนและไวต่อสิ่งนั้น ผู้พูดต้องการให้ผู้คนสังเกตเห็นและเห็นคุณค่าของข้อดีของจิตระดับสูง คำว่า alive ไม่ได้หมายถึงการมีชีวิตอยู่ทางกายภาพ และ to ก็ไม่ได้บอกทิศทาง โครงสร้าง be alive to + คำนาม หมายถึงการรับรู้สิ่งสำคัญและคอยใส่ใจอยู่เสมอ a little more ช่วยลดความหนักแน่นของข้อเสนอแนะ ส่วน ideally แสดงว่านี่เป็นเป้าหมายที่พึงปรารถนา
แบบฝึกหัด
alive to the advantages of this higher mind ในตัวอย่างหมายความว่าอย่างไร
- ตระหนักถึงประโยชน์ของมันมากขึ้นและตอบสนองต่อสิ่งนั้น
- เคลื่อนที่ไปในทิศทางของประโยชน์นั้น
- มีชีวิตอยู่ทางกายภาพได้เพราะประโยชน์ของมัน
ดูคำตอบ
ตระหนักถึงประโยชน์ของมันมากขึ้นและตอบสนองต่อสิ่งนั้น
somewhat less random and less clothed in unnecessary mystery. สำนวน
4:14มีความบังเอิญน้อยลงและถูกปกคลุมด้วยความลึกลับที่ไม่จำเป็นน้อยลง
Oceanic experiences: ความรู้สึกเชื่อมโยงกับองค์รวมที่ใหญ่กว่า
ในประโยคนี้ oceanic experiences เป็นคำเปรียบเทียบสำหรับช่วงเวลาที่ขอบเขตตามปกติของตัวตนดูไม่มั่นคงลง และบุคคลรู้สึกราวกับเชื่อมโยงกับองค์รวมที่กว้างใหญ่กว่า oceanic สื่อถึงสิ่งที่กว้างใหญ่และไม่มีขอบเขตชัดเจน ไม่ใช่เหตุการณ์ที่ต้องเกิดขึ้นในทะเล สำนวนนี้อยู่ในบริบทการอภิปรายทางจิตวิทยา ปรัชญา และจิตวิญญาณ โดยเรียกความรู้สึกเชื่อมโยงชนิดหนึ่งโดยเฉพาะ ไม่ได้หมายถึงอารมณ์รุนแรงทุกอย่างหรือทุกสิ่งที่เพียงดูน่าลึกลับ
แบบฝึกหัด
oceanic experiences ในตัวอย่างนี้หมายความว่าอย่างไร
- ประสบการณ์ที่ขอบเขตตามปกติของตัวตนอ่อนลงและรู้สึกเชื่อมโยงกับสิ่งที่ใหญ่กว่า
- ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นในมหาสมุทรหรือใกล้มหาสมุทร
- อารมณ์รุนแรงใด ๆ ที่อธิบายได้ยาก
ดูคำตอบ
ประสบการณ์ที่ขอบเขตตามปกติของตัวตนอ่อนลงและรู้สึกเชื่อมโยงกับสิ่งที่ใหญ่กว่า
ความหมายของ less clothed in unnecessary mystery
ในที่นี้ clothed in เป็นคำเปรียบเทียบ: ประสบการณ์เกี่ยวกับมหาสมุทรถูกนำเสนอราวกับถูกคลุมด้วยชั้นของความลึกลับ less clothed in unnecessary mystery หมายถึงการทำให้เข้าใจง่ายขึ้น โดยไม่เติมความลึกลับที่ไม่จำเป็น รูปแบบ be clothed in + คำนามนามธรรม ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งถูกนำเสนอหรือห้อมล้อมด้วยแนวคิด น้ำเสียง หรือภาษาอย่างไร less ลด “สิ่งที่คลุมอยู่” นั้น ไม่ได้ปฏิเสธตัวประสบการณ์หรือบอกว่าความลึกลับทั้งหมดจะหายไปได้ การใช้ less ซ้ำต่อจาก less random ยังทำให้ช่วงท้ายมีโครงสร้างขนานที่สมดุล
แบบฝึกหัด
less clothed in unnecessary mystery ในที่นี้หมายความว่าอะไร
- สวมเสื้อผ้าจริงน้อยลง
- นำเสนอให้ชัดเจนขึ้น พร้อมลดการทำให้ลึกลับโดยไม่จำเป็น
- ทำให้ธรรมดาอย่างสิ้นเชิงจนไม่เหลือสิ่งที่ไม่รู้อีก
- ซ่อนไว้อย่างระมัดระวังขึ้นด้วยเหตุผลที่ดี
ดูคำตอบ
นำเสนอให้ชัดเจนขึ้น พร้อมลดการทำให้ลึกลับโดยไม่จำเป็น