นิทานเป๊ปป้าพิก 🐉️ คุณหมอกับคนไข้! 🔥 วิดีโอเป๊ปป้าพิกใหม่ล่าสุด: บทเรียนภาษาอังกฤษ
Peppa Pig - Official Channel
ภาพรวมวิดีโอ: เป๊ปป้าและเพื่อน ๆ เล่นสมมติเป็นหมอกับคนไข้ เมื่อรีเบคก้าไม่แน่ใจว่าจะรักษาสิ่งมีชีวิตแปลก ๆ อย่างไร จินตนาการก็ช่วยให้เธอคิดวิธีแก้ปัญหาได้ ต่อมาคนไข้สลับบทบาทมาดูแลคุณหมอที่เหนื่อยล้า ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. It hurts when I talk. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้การใช้ it hurts when ตามด้วยอนุประโยค เพื่อบอกว่าการกระทำหรือสถานการณ์ใดทำให้เกิดความเจ็บปวด รูปแบบนี้นำไปปรับใช้ได้หลายบริบท และช่วยอธิบายทั้งอาการกับตัวกระตุ้นได้เป็นธรรมชาติกว่าการพูดเพียงว่ารู้สึกเจ็บ 2. come up with — กริยาวลี: เข้าใจว่าสำนวนที่ใช้บ่อยนี้หมายถึงการคิดหรือสร้างแนวคิด คำตอบ หรือวิธีแก้ปัญหาขึ้นมา ผู้เรียนสามารถใช้บอกว่าคนหนึ่งรับมือปัญหาอย่างสร้างสรรค์ได้ โดยไม่ตีความคำแต่ละคำแยกกันตามตัวอักษรจนเข้าใจผิด 3. This time, — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตวลีนี้ในฐานะสัญญาณของเรื่องที่เปรียบต่างสถานการณ์ปัจจุบันกับสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้า ช่วยให้ติดตามหรือเล่าการสลับบทบาทได้ เช่น ตอนที่เหล่าคนไข้เปลี่ยนมาเป็นฝ่ายช่วยรีเบคก้าหลังจากที่เธอเคยรักษาพวกเขา
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Let's jump in.: คำเชื่อมเพื่อเข้าสู่เนื้อหาหลักทันที
ในที่นี้ “Let's jump in.” เป็นการพาผู้ฟังจากช่วงเกริ่นเข้าสู่เนื้อหาหลักทันที หมายถึง “มาเริ่มกันเลย” ไม่ได้บอกให้ใครกระโดดจริง ๆ เมื่อใช้เป็นคำเชื่อม จะสื่อว่าช่วงเกริ่นจบแล้วและผู้พูดพร้อมเริ่มหัวข้อหรือกิจกรรม
แบบฝึกหัด
หลังจากเกริ่นสั้น ๆ แล้ว “Let's jump in.” น่าจะหมายความว่าอะไรที่สุด?
- มากระโดดเข้าไปในสถานที่หนึ่งจริง ๆ
- มาเริ่มหัวข้อหรือกิจกรรมหลักกันตอนนี้
- มาหยุดและพักกันก่อน
ดูคำตอบ
มาเริ่มหัวข้อหรือกิจกรรมหลักกันตอนนี้
It hurts when ...: การบอกการกระทำที่ทำให้เจ็บ
“It hurts when I talk.” หมายความว่าการพูดทำให้เกิดความเจ็บปวด อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย when ระบุการกระทำหรือเงื่อนไขที่กระตุ้นให้เจ็บ เมื่อบอกอาการ It hurts สามารถสรุปความรู้สึกเจ็บโดยไม่ต้องระบุส่วนของร่างกายได้ สามารถนำโครงสร้าง It hurts when + ประธาน + คำกริยา ไปใช้กับสถานการณ์อื่น หากจำเป็นต้องบอกตำแหน่งให้ชัด ให้ระบุส่วนของร่างกาย เช่น My throat hurts when I talk.
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมายสองคำที่ใช้บอกว่าการกระทำหนึ่งทำให้เจ็บ: ____ when I swallow.
ดูคำตอบ
It hurts
Today, Peppa and her friends are playing doctors and patients.
0:09วันนี้เปปป้าและเพื่อนๆ กำลังเล่นเป็นคุณหมอกับคนไข้
have a very sore throat: บอกอาการเจ็บคออย่างมาก
have a sore throat เป็นสำนวนบอกอาการที่ใช้ทั่วไปเมื่อต้องการบอกว่าเจ็บหรือระคายคอ ในที่นี้ have หมายถึงการมีอาการบางอย่าง ส่วน sore บอกถึงความเจ็บหรือการอักเสบ ไม่ได้หมายถึงความเศร้า very ขยาย sore เพื่อเพิ่มระดับความไม่สบาย ดังนั้น have a very sore throat จึงหมายถึงเจ็บคอมาก โครงสร้าง have + อาการ แบบเดียวกันยังพบใน have a headache และ have a cough
แบบฝึกหัด
ในสถานการณ์ที่คลินิก ให้เติมสำนวนภาษาอังกฤษสี่คำที่หมายถึงเจ็บคอเพื่อทำให้ประโยคสมบูรณ์: I ____.
ดูคำตอบ
have a sore throat
know what will help: อนุประโยคคำถามหลัง know
ใน know what will help ส่วน what will help เป็นอนุประโยคคำถามที่มาเติมความหมายของ know โดยหมายถึงสิ่งหรือการกระทำใดที่จะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น ผู้พูดจึงกำลังบอกว่าตนรู้คำตอบหรือวิธีแก้แล้ว ในที่นี้ what เป็นประธานของ help จึงเรียงเป็น what + will + help ในตัวอย่างนี้ อนุประโยคดังกล่าวอยู่ภายในประโยคบอกเล่า ไม่ได้ใช้เป็นคำถามโดยตรง ทั้งประโยคจึงลงท้ายด้วยจุด ไม่ใช่เครื่องหมายคำถาม
แบบฝึกหัด
ประโยคใดกล่าวได้ถูกต้องว่าผู้พูดรู้ว่าอะไรจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น?
- I know what help will.
- I know what will help?
- I know what will help.
ดูคำตอบ
I know what will help.
feel better already: ดีขึ้นเร็วกว่าที่คาด
feel better หมายถึงสภาพร่างกายหรืออารมณ์ดีขึ้นกว่าเดิม better เป็นคำเปรียบเทียบ จึงไม่ได้หมายความว่าหายเป็นปกติอย่างสมบูรณ์แล้ว already แสดงว่าการดีขึ้นเกิดขึ้นแล้วในตอนนี้ เมื่อใช้หลังจากเพิ่งทำบางอย่างไป คำนี้ยังอาจสื่อถึงความประหลาดใจเล็กน้อยว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดเร็วกว่าที่คาด
แบบฝึกหัด
เพื่อนพักสิบนาทีแล้วพูดว่า “I feel better already.” ประโยคนี้น่าจะหมายความว่าอย่างไรมากที่สุด
- ผู้พูดหายเป็นปกติอย่างสมบูรณ์หลังป่วยมานาน
- ผู้พูดคาดว่าต่อไปจะรู้สึกแย่ลง
- อาการของผู้พูดดีขึ้นเร็วกว่าที่คาด
ดูคำตอบ
อาการของผู้พูดดีขึ้นเร็วกว่าที่คาด
Next, please: เรียกคนถัดไปอย่างสุภาพ
Next, please. เป็นสำนวนสั้น ๆ ที่ผู้จัดการคิว รายชื่อ หรือลำดับการนัดหมายใช้เรียกคนที่กำลังรอในลำดับถัดไปให้เข้ามา โดย Next ในที่นี้ใช้แทน the next person please ทำให้คำสั่งฟังสุภาพขึ้น แต่ทั้งประโยคยังคงบอกให้คนถัดไปเข้ามาตอนนี้ และยังแสดงว่าคิวก่อนหน้านี้สิ้นสุดแล้ว
แบบฝึกหัด
พนักงานพร้อมให้บริการลูกค้าคนถัดไปในคิวและพูดว่า “Next, please.” การใช้แบบนี้เหมาะสมหรือไม่
- ไม่ใช่ เป็นการใช้ที่ไม่เหมาะสม
- ใช่ เป็นการใช้ที่เหมาะสม
ดูคำตอบ
ใช่ เป็นการใช้ที่เหมาะสม
my tummy's making bubbly noises: การพูดถึงร่างกายแบบเด็ก ๆ
คำว่า tummy ในที่นี้เป็นคำเรียกท้องหรือบริเวณกระเพาะแบบเด็ก ๆ และให้ความรู้สึกเอ็นดู ใน tummy's making นั้น 's ย่อมาจาก is ดังนั้นส่วนนี้จึงเป็นรูป present progressive คือ my tummy is making.... Make noises หมายถึง “ส่งเสียง” ส่วน bubbly ใช้บรรยายเสียงในท้องอย่างสนุก ๆ ว่าเหมือนเสียงครืดคราดหรือเสียงปุด ๆ ไม่ได้หมายความว่ามีฟองที่มองเห็นได้จริง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ “สิ่งหนึ่ง + be making + a noise/noises”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ภาษาแบบเด็กได้เป็นธรรมชาติที่สุดเพื่อบอกว่าท้องกำลังร้องครืดคราด
- My tummy has visible bubbles inside it.
- My tummy's making bubbly noises.
- My abdomen is producing internal acoustic signals.
ดูคำตอบ
My tummy's making bubbly noises.
listen-ma-jiggy: ชื่ออุปกรณ์ที่แต่งขึ้นแบบขำ ๆ
listen-ma-jiggy เป็นคำที่แต่งขึ้นแบบขำ ๆ ไม่ใช่ศัพท์ทางการแพทย์มาตรฐาน คำว่า listen บอกหน้าที่ของอุปกรณ์ ส่วน -ma-jiggy เลียนแบบคำเรียกสิ่งของแบบไม่ระบุชัด เช่น thingamajig หรือ thingamajiggy ในฉากเล่นเป็นหมอนี้ บริบททำให้รู้ว่าหมายถึงเครื่องมือสำหรับฟังเสียงภายในร่างกาย คล้าย stethoscope เบาะแสที่นำไปใช้ในกรณีอื่นได้คือรูปแบบการสร้างคำ ผู้พูดนำคำบอกหน้าที่มารวมกับคำลงท้ายตลก ๆ ที่ฟังเหมือนชื่ออุปกรณ์ เพื่อเรียกสิ่งของนั้นชั่วคราว ควรเดาความหมายของชื่อแบบนี้จากสถานการณ์ ไม่ใช่จำเป็นคำศัพท์ตายตัวในพจนานุกรม
แบบฝึกหัด
ในการเล่นเป็นหมอ listen-ma-jiggy น่าจะหมายถึงอะไรมากที่สุด
- ยาที่ทำให้ใครบางคนยอมฟัง
- ชื่อทางการแพทย์มาตรฐานของหูฟังแพทย์
- ชื่อที่แต่งขึ้นแบบขำ ๆ สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้ฟังเสียงในร่างกาย
ดูคำตอบ
ชื่อที่แต่งขึ้นแบบขำ ๆ สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้ฟังเสียงในร่างกาย
Take two carrots twice a day: Take + ปริมาณต่อครั้ง + ความถี่
ประโยคนี้เลียนแบบลำดับคำในคำสั่งของแพทย์ คือ Take + ปริมาณต่อครั้ง + ความถี่ ในที่นี้ take หมายถึงกินหรือรับประทานตามคำสั่ง two carrots คือปริมาณต่อครั้ง และ twice a day หมายถึงให้ทำซ้ำวันละสองครั้ง การใช้ take กับแครอตฟังดูเหมือนการเล่น เพราะแครอตถูกทำให้เป็นเสมือนยา แนวคิดที่นำไปใช้ต่อได้คือบอกปริมาณต่อครั้งก่อนบอกความถี่
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ลำดับคำสั่งมาตรฐานเพื่อสื่อว่า ครั้งละหนึ่งเม็ด วันละสองครั้ง
- Take one tablet twice a day.
- Take twice a day one tablet.
- Twice take one tablet a day.
ดูคำตอบ
Take one tablet twice a day.
playing doctor: play + บทบาทในการเล่นสมมติ
Play doctor หมายถึงแกล้งทำเป็นหมอในการเล่นสมมติ ในการเล่นจินตนาการของเด็ก play สามารถตามด้วยชื่อบทบาทบางคำได้โดยตรง เช่น play doctor คำว่า doctor ในที่นี้คือบทบาทในเกม ไม่ใช่คนที่เล่นอยู่กับรีเบคกา ใน Rebecca loves playing doctor คำว่า playing เป็นรูป -ing ที่ใช้หลัง loves ทั้งวลีเป็นชื่อกิจกรรมที่เธอชอบ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายถึงเด็ก ๆ กำลังเล่นสมมติเป็นหมอ
- The children are playing doctor.
- The children are playing with a doctor.
- Leo is playing a doctor in the school show.
ดูคำตอบ
The children are playing doctor.
การใช้ Can you help me? เพื่อขอความช่วยเหลืออย่างสุภาพ
Can you help me? เป็นวิธีขอความช่วยเหลือที่ตรงและสุภาพ ในที่นี้ can ไม่ได้มีหน้าที่หลักเพื่อถามว่าอีกฝ่ายมีความสามารถหรือไม่ แต่ทำให้ประโยคคำถามนี้เป็นคำขอ Uh แสดงการลังเลสั้น ๆ ก่อนเอ่ยขอความช่วยเหลือ เมื่อต้องการระบุว่าต้องการให้ช่วยเรื่องใด ให้ใช้ Can you help me with + คำนาม หรือ Can you help me + คำกริยารูปพื้นฐาน
แบบฝึกหัด
เติมคำขอด้วยวลีจากบทเรียนนี้: Excuse me, ____ find platform six?
ดูคำตอบ
can you help me
I've got a horrible cough: การบอกอาการ
ในประโยค I've got a horrible cough คำว่า I've got เป็นรูปภาษาพูดของ I have และใช้บอกอาการที่ผู้พูดมีอยู่ในขณะนี้ a cough คือชื่อของอาการ ส่วน horrible เป็นคำคุณศัพท์ไม่เป็นทางการที่มีน้ำหนักมาก แสดงว่าอาการไอนั้นทำให้รู้สึกแย่มาก การใช้ have got แบบนี้พบได้บ่อยเป็นพิเศษในบทสนทนาภาษาอังกฤษแบบบริติช
แบบฝึกหัด
เติมประโยคบอกอาการด้วยรูปย่อในภาษาพูดแบบบริติชจากบทเรียนนี้: ____ a horrible cough.
ดูคำตอบ
I've got
don't know how to help: how to + คำกริยารูปพื้นฐาน
ใน don't know how to help วลี how to help หมายถึง “วิธีช่วย” โดย how to + คำกริยารูปพื้นฐานทั้งวลีทำหน้าที่เติมความหมายให้ know ไม่ใช่คำถามโดยตรง ใช้ don't know how to + คำกริยา เมื่อสิ่งที่ไม่รู้คือวิธีการหรือแนวทางที่จะลงมือทำ ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดปฏิเสธที่จะช่วยเสมอไป
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่อได้ถูกต้องว่าผู้พูดไม่รู้วิธีซ่อมเครื่องจักรนี้
- I don't know how fix this machine.
- I don't know how to fix this machine.
- I don't know how do I fix this machine.
ดูคำตอบ
I don't know how to fix this machine.
Maybe someone else should...: คำแนะนำที่นุ่มนวล
Maybe someone else should be the doctor now. เสนอให้เปลี่ยนคนที่รับบทบาทนั้นในรูปแบบคำแนะนำ ไม่ใช่คำสั่ง should บอกว่าสิ่งใดน่าจะดีกว่าในความคิดของผู้พูด ส่วน someone else หมายถึงคนอื่น ในที่นี้ maybe มีหน้าที่หลักในการทำให้คำแนะนำอ่อนลง ไม่ได้แสดงความไม่แน่ใจเกี่ยวกับข้อเท็จจริง ประโยคนี้บอกเป็นนัยอย่างสุภาพว่าควรเปลี่ยนการจัดหน้าที่ในปัจจุบัน
แบบฝึกหัด
คุณต้องการเสนออย่างนุ่มนวลให้คนอื่นเป็นผู้นำการประชุมวันนี้ ประโยคใดเหมาะสมที่สุด
- Maybe someone else should lead the meeting today.
- Someone else must lead the meeting today.
- Maybe someone else led the meeting yesterday.
ดูคำตอบ
Maybe someone else should lead the meeting today.
You can do it: การใช้ can เพื่อให้กำลังใจ
You can do it เป็นสำนวนทั่วไปที่ใช้ให้กำลังใจคนที่กำลังเจองานหรือความท้าทาย ในที่นี้ can ไม่ได้แค่บอกความสามารถ แต่ยังสื่อว่าผู้พูดเชื่อมั่นและสนับสนุนอีกฝ่ายด้วย it หมายถึงความท้าทายที่เข้าใจกันอยู่แล้วจากสถานการณ์ จึงไม่ต้องบอกการกระทำนั้นซ้ำ
แบบฝึกหัด
เพื่อนรู้สึกประหม่าก่อนการแสดงที่ยาก ประโยคใดเป็นการให้กำลังใจอย่างเป็นมิตร
- Can you do it?
- You have to do it.
- You can do it!
ดูคำตอบ
You can do it!
use your imagination: การใช้ความคิดสร้างสรรค์
use your imagination หมายถึงการสร้างความคิด ภาพ เรื่องราว หรือแนวทางแก้ปัญหาที่เป็นไปได้ขึ้นมาในใจอย่างตั้งใจ ในที่นี้ use หมายถึงการดึงความสามารถทางความคิดมาใช้ ไม่ใช่การใช้งานเครื่องมือที่จับต้องได้ สำนวนนี้เหมาะเป็นพิเศษเมื่อไม่มีคำตอบสำเร็จรูปเพียงคำตอบเดียวและต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนที่มีความหมายว่า “ใช้ความคิดสร้างสรรค์ของตนเอง” ให้สมบูรณ์: Use your ____ to invent a new game.
ดูคำตอบ
imagination
let me look: การเสนอตัวขอตรวจดู
Let me + คำกริยารูปพื้นฐาน เป็นรูปที่ใช้ทั่วไปเมื่อต้องการเสนอตัวทำบางอย่าง หรือขอให้อีกฝ่ายเปิดโอกาสให้ทำ ในประโยคนี้ let me look หมายถึง “ฉันขอดูหน่อย” หรือ “ให้ฉันตรวจดูนะ” ไม่ใช่คำสั่งให้อีกฝ่ายทำให้ผู้พูดมอง ถ้าบริบทบอกชัดว่ากำลังดูอะไร สามารถใช้ look เดี่ยว ๆ ได้ หากต้องการบอกสิ่งที่ดู ให้ใช้ look at + สิ่งของ เช่น Let me look at the screen.
แบบฝึกหัด
ใช้วลีภาษาอังกฤษสามคำจากบทเรียนเพื่อเสนอตัวตรวจดูหน้าจอ: ____ at the screen.
ดูคำตอบ
Let me look
Now, Peppa and her friends are using their imagination to play.
1:20ตอนนี้เปปป้าและเพื่อนๆ กำลังใช้จินตนาการในการเล่น
So, Dr. Rebecca uses her imagination to come up with creative ways to help. กริยาวลี
1:41คุณหมอรีเบคก้าเลยใช้จินตนาการคิดหาวิธีรักษาอย่างสร้างสรรค์
come up with: คิดแนวคิดหรือวิธีแก้ปัญหา
Come up with เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึงคิดหรือสร้างแนวคิด แผน คำตอบ หรือวิธีแก้ปัญหา ในประโยคนี้ creative ways to help คือสิ่งที่รีเบกกาคิดขึ้นมา ใช้โครงสร้าง come up with + สิ่งที่คิดขึ้นมา การเปลี่ยนกาลอยู่ที่ come โดยรูปอดีตคือ came up with ในที่นี้คำแต่ละคำไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ขึ้นข้างบนตามตัวอักษร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสามคำที่หมายถึง “คิดขึ้นมา”: We need to ____ a safer plan.
ดูคำตอบ
come up with
I've never had such a tiny patient before: ประสบการณ์ที่ไม่เคยมีมาก่อนจนถึงตอนนี้
I've never had ... before ใช้ present perfect เพื่อพูดถึงประสบการณ์ตั้งแต่อดีตจนถึงตอนนี้ never หมายถึงไม่เคยเกิดขึ้นเลยในช่วงนั้น และ before ย้ำว่านี่เป็นประสบการณ์ครั้งแรก such a tiny patient เรียงตามโครงสร้าง such a + คำคุณศัพท์ + คำนามนับได้เอกพจน์ ในที่นี้ had หมายถึง “เคยรับเป็นคนไข้” หรือ “เคยรักษา” ไม่ได้หมายถึงการเป็นเจ้าของ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ such a + คำคุณศัพท์ + คำนามเอกพจน์: I've never seen ____ before. คำที่หายไปต้องหมายถึง “เรือลำเล็กขนาดนี้”
ดูคำตอบ
such a small boat
Hmm, I don't know much about aliens, but I know about eyes. ไวยากรณ์
2:08อืม ฉันไม่รู้เรื่องมนุษย์ต่างดาวเท่าไหร่ แต่ฉันรู้เรื่องสายตา
I don't know much about X, but I know about Y: หันไปใช้ความรู้ที่เป็นประโยชน์
I don't know much about X เป็นการยอมรับข้อจำกัดว่าผู้พูดรู้เรื่องหนึ่งไม่มาก ส่วน But I know about Y จะหันความสนใจไปยังส่วนที่เกี่ยวข้องซึ่งผู้พูดเข้าใจหรือจัดการได้ ทำให้คำตอบสร้างสรรค์กว่าการหยุดเพียงแค่ I don't know know about + หัวข้อ หมายถึง “มีข้อมูลหรือความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนั้น” ในที่นี้ know about eyes ไม่ได้หมายถึง “รู้จักดวงตาเป็นการส่วนตัว” แต่หมายถึงเข้าใจเรื่องที่เกี่ยวกับดวงตา
แบบฝึกหัด
คำตอบใดยอมรับข้อจำกัดด้านความรู้อย่างตรงไปตรงมา แล้วหันไปยังเรื่องที่เกี่ยวข้องและผู้พูดมีความรู้?
- I don't know much about engines, but I know about batteries.
- I don't know much about engines, so let's talk about my favourite film.
- I know everything about engines, but batteries are difficult.
ดูคำตอบ
I don't know much about engines, but I know about batteries.
need glasses: glasses หมายถึง “แว่นตา”
ในที่นี้ need glasses หมายถึง “จำเป็นต้องใส่หรือหาแว่นตามาใช้เพื่อให้มองเห็นได้ดีขึ้น” ในบริบทนี้ glasses เป็นคำทั่วไปที่หมายถึงแว่นตา ไม่ได้หมายถึงแก้วน้ำ เมื่อ glasses หมายถึงแว่นตา ปกติจะใช้รูปพหูพจน์ แม้จะพูดถึงแว่นเพียงหนึ่งอัน ให้พูดว่า need glasses และถ้าต้องการนับว่ามีหนึ่งอันอย่างชัดเจน ให้ใช้ a pair of glasses
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าเธอต้องใช้แว่นตาเพราะสายตาไม่ดี
- She needs a glass.
- She needs glasses.
- She needs sunglasses.
ดูคำตอบ
She needs glasses.
Phew, all done: ความโล่งใจและการทำเสร็จ
Phew เป็นคำอุทานที่แสดงความโล่งใจหลังจากใช้ความพยายาม รู้สึกกังวล หรือตึงเครียด คำนี้บอกผู้ฟังว่าส่วนที่ยากหรือน่าหนักใจได้จบลงแล้ว All done เป็นวิธีพูดสั้น ๆ แบบภาษาสนทนาว่าทุกอย่างเสร็จแล้ว เมื่อพูดรวมกัน Phew, all done. จะแสดงทั้งปฏิกิริยาทางอารมณ์และการปิดงาน โดย all done ในที่นี้เป็นวลีพูดที่ใช้เป็นชุด ไม่ใช่โครงสร้างกรรมวาจกที่สมบูรณ์
แบบฝึกหัด
คุณเพิ่งทำงานที่เหนื่อยเสร็จและรู้สึกโล่งใจ คำตอบใดสื่อทั้งความโล่งใจและการทำงานเสร็จได้ดีที่สุด
- I'm still working on it.
- Everything is ready to begin.
- Phew, all done.
ดูคำตอบ
Phew, all done.
This time: แสดงความต่างจากสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้า
เมื่ออยู่ต้นประโยค This time จะกำหนดกรอบให้ข้อมูลทั้งหมดที่ตามมา โดยผู้พูดกำลังกล่าวถึงเหตุการณ์ครั้งนี้ ไม่ใช่รูปแบบที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้า ในประโยคนี้ คำดังกล่าวยังแสดงความแตกต่างด้วย บทบาทได้เปลี่ยนไป ผู้ฟังจึงคาดได้ว่าข้อมูลใหม่หลังเครื่องหมายจุลภาคจะแตกต่างจากสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้า ในเรื่องเล่าหรือบทสนทนา This time ที่ต้นประโยคมักช่วยให้สังเกตเห็นจุดเปลี่ยนลักษณะนี้
แบบฝึกหัด
Last time, Maya chose the game. ประโยคใดที่ตามมาแสดงการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ได้ดีที่สุด
- Every time, Leo chooses.
- Next time, Leo will choose.
- This time, Leo will choose.
ดูคำตอบ
This time, Leo will choose.
we're here to help you: บอกจุดประสงค์ว่ามาเพื่อช่วย
ใน we're here to help you ส่วน to help you เป็นรูปกริยาที่บอกจุดประสงค์ของการอยู่ที่นี่ กล่าวคือ ผู้พูดมาหรืออยู่ตรงนี้เพื่อช่วยเหลือ ใจความสำคัญคือเหตุผลที่พวกเขาอยู่ตรงนั้น ไม่ใช่แค่ตำแหน่งที่อยู่ We're here to... ยังเป็นวิธีบอกเจตนาโดยตรงด้วย เมื่อใช้กับ help ประโยคนี้ช่วยให้ผู้ฟังสบายใจ เพราะแสดงว่าผู้พูดตั้งใจมาสนับสนุน ไม่ได้มาสร้างปัญหาหรือตำหนิ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีบอกจุดประสงค์สามคำที่มี here และ help: The support team has arrived. We're ____ you reset your account.
ดูคำตอบ
here to help
Now, everyone is using their imagination to help Dr. Rebecca.
2:38ตอนนี้ทุกคนกำลังใช้จินตนาการเพื่อช่วยคุณหมอรีเบคก้า
a nice sit down: นามวลีแบบไม่เป็นทางการ
ใน a nice sit down นั้น sit down ถูกใช้เป็นชื่อของกิจกรรม หมายถึงโอกาสสั้น ๆ ที่ได้นั่งพัก คำว่า a และคำคุณศัพท์ nice แสดงว่าทั้งกลุ่มเป็นนามวลี ไม่ใช่คำสั่งให้ใครนั่งลง nice เพิ่มความหมายว่าการพักนั้นสบายหรือเป็นสิ่งที่กำลังต้องการพอดี ในงานเขียนที่ผ่านการตรวจแก้ คำนามนี้มักเขียนแบบมีขีดกลางว่า sit-down
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ sit-down เป็นคำนามที่หมายถึงโอกาสได้นั่งพักอย่างสบายได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- After carrying the boxes, I nice sit down.
- After carrying the boxes, I need a nice sit-down.
- After carrying the boxes, I need nice sit down.
ดูคำตอบ
After carrying the boxes, I need a nice sit-down.
What's going on in here?: ถามถึงสถานการณ์ในที่นี้
What's going on in here? ใช้ถามว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นในพื้นที่ที่ผู้พูดอยู่หรือเพิ่งเดินเข้าไป go on ในที่นี้หมายถึง happen ส่วน in here ชี้ไปยังพื้นที่ปิดหรือสถานที่ที่มีขอบเขตชัดเจนนี้ คำถามนี้มักใช้หลังจากสังเกตเห็นสิ่งที่ไม่คาดคิด น่าสับสน หรือน่ากังวล โดยถามถึงสถานการณ์โดยรวม ไม่ได้ถามเฉพาะว่าคนใดคนหนึ่งกำลังทำอะไร
แบบฝึกหัด
คุณเดินเข้าไปในห้องหลังจากได้ยินเสียงกระแทกดัง และต้องการถามถึงสถานการณ์ทั้งหมด ไม่ใช่การกระทำของคนใดคนหนึ่ง คุณควรพูดว่าอะไร
- What's going on in here?
- What are you doing in here?
- What's going on next week?
ดูคำตอบ
What's going on in here?
Sounds like fun.: การตอบแบบเป็นกันเองว่า “ฟังดูน่าสนุก”
Sounds like fun. หมายถึง “กิจกรรมหรือไอเดียที่เพิ่งเล่ามาดูน่าสนุก” ในที่นี้ sounds หมายถึง “ให้ความรู้สึกเช่นนั้นจากสิ่งที่ได้ยิน” ไม่ได้หมายถึง “ทำเสียงคล้ายกัน” นี่เป็นประโยคละคำที่ใช้บ่อยในการสนทนา โดยละประธาน that หรือ it รูปเต็มอาจเป็น That sounds like fun. หรือ It sounds like fun. ใช้โครงสร้าง Sounds like + กลุ่มคำนาม เพื่อตอบสั้น ๆ ต่อข้อมูลที่เพิ่งได้ยิน
แบบฝึกหัด
เพื่อนพูดว่า “We're going to make our own pizzas tonight.” เติมคำตอบเชิงบวกด้วยสำนวนในบทเรียนนี้: That ____.
ดูคำตอบ
sounds like fun