หูของคุณจะโดนหลอกไหม? (ภาพลวงตาทางเสียง): บทเรียนภาษาอังกฤษ
AsapSCIENCE
คำอธิบายวิดีโอ: บริบทและความคาดหมายทำให้เสียงเปียโนคล้ายเนื้อร้อง เติมพยางค์ที่เสียงไอบัง และทำให้จังหวะดูเหมือนเร็วขึ้นไม่สิ้นสุด ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. make out | กริยาวลี: ใช้เมื่อแยกแยะคำพูดหรือเสียงที่ไม่ชัดได้ ไม่ใช่แปล make กับ out ตรงตัว เหมาะเมื่อได้ยินเสียงแต่ยังเข้าใจเนื้อหาได้ยาก 2. playing a role | วลีสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: บอกว่าปัจจัยหนึ่งมีส่วนต่อผลลัพธ์โดยไม่ใช่สาเหตุเดียว ที่นี่ความคาดหมายมีอิทธิพลต่อการรับรู้ 3. The thing is, | วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: ใช้แก้ความเข้าใจแรกและนำเข้าข้อเท็จจริงสำคัญ ก่อนอธิบายว่าเหตุใดจังหวะ Risset จึงดูเหมือนเร็วขึ้นตลอดไป
คำอธิบายในบทเรียนนี้
You may recognize this song being played as All Star by Smash Mouth,
0:01คุณอาจจำได้ว่าเพลงที่กำลังเล่นอยู่นี้คือ All Star ของ Smash Mouth,
if you do ที่ใช้แทน recognize this song
ใน if you do คำว่า do ใช้แทนวลีกริยาที่กล่าวไว้ก่อนหน้า คือ recognize this song ดังนั้นเงื่อนไขนี้จึงหมายถึง “ถ้าคุณจำเพลงนี้ได้” ไม่ใช่ “ถ้าคุณทำบางอย่าง” ภาษาอังกฤษมักใช้รูปของ do เพื่อหลีกเลี่ยงการกล่าววลีกริยาทั่วไปซ้ำ รูปคำต้องสอดคล้องกับประธานและกาล เช่น if she does และ if they did
แบบฝึกหัด
เติมกริยาที่ใช้แทนเพื่อไม่ต้องกล่าว recognize the tune ซ้ำ: “I recognize the tune.” “If you ____, tell me its name.”
ดูคำตอบ
do
be about to ใน is about to happen
ใน is about to happen โครงสร้าง be about to + กริยารูปพื้นฐาน นำเสนอเหตุการณ์ว่าอยู่ตรงหน้าและคาดว่าจะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ About เป็นส่วนหนึ่งของสำนวนบอกอนาคตแบบตายตัว ไม่ใช่คำบุพบทที่แปลว่า “เกี่ยวกับ” ถ้อยคำนี้สร้างความคาดหวังด้วยการส่งสัญญาณว่าเหตุการณ์ที่บอกไว้กำลังจะเกิดขึ้น ใช้รูปแบบ be about to + กริยา เมื่อสถานการณ์ใกล้จะเปลี่ยนไปสู่ขั้นต่อไปแล้ว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีตายตัวที่แสดงว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่อึดใจ: The lights are dimming; the show ____ begin.
ดูคำตอบ
is about to
Even though สำหรับข้อเท็จจริงที่ทราบแล้วและผลลัพธ์ที่น่าประหลาดใจ
Even though ใช้นำอนุประโยคแสดงการยอมรับข้อเท็จจริง โดยอนุประโยคที่ตามมาระบุข้อเท็จจริงหรือสิ่งที่ยอมรับว่าเป็นจริง ส่วนประโยคหลักแสดงผลลัพธ์ที่ดูน่าประหลาดใจเมื่อเทียบกับข้อเท็จจริงนั้น ในที่นี้ สิ่งที่เล่นอยู่จริง ๆ มีเพียงโน้ตเปียโน แต่การรู้จักเพลงอาจทำให้ผู้ฟังได้ยินเสียงนักร้องและเนื้อเพลงในใจ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ Even though + ข้อเท็จจริง, ผลลัพธ์ที่น่าประหลาดใจ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ even though ได้ถูกต้องเพื่อเชื่อมข้อเท็จจริงที่ทราบอยู่แล้วกับผลลัพธ์ที่น่าประหลาดใจ
- Even if the library closes early tomorrow, we will go in the morning.
- Even though the library was closing, we stayed to finish the last page.
- Even though did the library close, we stayed to finish the last page.
ดูคำตอบ
Even though the library was closing, we stayed to finish the last page.
are being played ในรูปถูกกระทำของ present continuous
Are being played เป็นรูปถูกกระทำของ present continuous ซึ่งมีโครงสร้าง are + being + กริยาช่องที่สาม (played) รูปนี้บอกว่าโน้ตเปียโนกำลังเป็นฝ่ายรับการกระทำอยู่ในขณะนี้ โดยไม่ได้ระบุคนหรืออุปกรณ์ที่ทำให้เกิดเสียง ใช้โครงสร้างนี้เมื่อการกระทำกำลังดำเนินอยู่ในตอนนี้ และผู้รับการกระทำสำคัญกว่าผู้กระทำ: ประธาน + am/is/are being + กริยาช่องที่สาม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปถูกกระทำของ present continuous ของ prepare: The tables ____ for tonight's dinner right now.
ดูคำตอบ
are being prepared
I swear สำหรับการยืนยันอย่างหนักแน่น
ในที่นี้ I swear เป็นคำยืนยันที่เน้นหนัก ผู้พูดยืนยันอย่างหนักแน่นว่าสิ่งน่าประหลาดใจที่เพิ่งพูดไปนั้นเป็นเรื่องจริง เป็นการตอบรับความไม่เชื่อที่ผู้ฟังอาจมี และมีความหมายใกล้เคียงกับ “พูดจริงนะ มันเป็นเรื่องจริงจริง ๆ” แม้ swear อาจหมายถึงการสาบานอย่างจริงจัง แต่การใช้สั้น ๆ ในบทสนทนาแบบนี้โดยทั่วไปไม่ใช่การกล่าวคำสาบานอย่างเป็นทางการ น้ำเสียงที่สบาย ๆ แต่ยืนยันหนักแน่นเป็นสิ่งสำคัญ
แบบฝึกหัด
เพื่อนสงสัยเรื่องน่าประหลาดใจที่คุณเล่า I swear ใน “The cat opened the cupboard by itself, I swear” มีความหมายที่เป็นธรรมชาติที่สุดว่าอย่างไร?
- ฉันกำลังเริ่มกล่าวคำสาบานทางกฎหมายอย่างเป็นทางการ
- ฉันกำลังยืนยันกับคุณอย่างหนักแน่นว่านั่นเป็นเรื่องจริง
- ฉันกำลังยอมรับว่าใช้คำหยาบ
ดูคำตอบ
ฉันกำลังยืนยันกับคุณอย่างหนักแน่นว่านั่นเป็นเรื่องจริง
simply matched to the frequency of the original song
0:31ที่ปรับให้ตรงกับความถี่ของเพลงต้นฉบับเท่านั้น
กรอบอนุประโยคประธาน What you're hearing is ...
What you're hearing เป็นอนุประโยคที่ทำหน้าที่เหมือนคำนามและหมายถึง “สิ่งที่คุณกำลังได้ยิน” โดยอนุประโยคทั้งหมดทำหน้าที่เป็นประธานของ is ภายในอนุประโยค what เป็นกรรมของ hearing ส่วนที่เหลือของประโยคระบุว่าแท้จริงแล้วเสียงนั้นคืออะไร นี่เป็นประโยคบอกเล่า ไม่ใช่คำถามโดยตรง จึงคงลำดับคำแบบบอกเล่า คือ what + ประธาน + กริยา ดังเช่น what you're hearing ไม่ใช่ what are you hearing? ใช้กรอบ What + ประธาน + กริยา + is ... เพื่อดึงความสนใจไปยังสิ่งหนึ่งและระบุลักษณะที่แท้จริงของสิ่งนั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคบอกเล่าด้วยกรอบอนุประโยคประธานที่ใช้ hear: ____ is the air conditioner, not an alarm.
ดูคำตอบ
What you're hearing
mixed with real vocals ในการผลิตเสียง
ในการผลิตเสียง be mixed with หมายถึง “ถูกนำไปรวมกับเสียงหรือแทร็กอื่นในเสียงฉบับสุดท้าย” ในที่นี้ real vocals หมายถึงเสียงร้องหรือเสียงพูดของมนุษย์ที่บันทึกจริง ดังนั้น not mixed with real vocals จึงหมายความว่าไม่มีการเพิ่มแทร็กเสียงมนุษย์ลงในเสียงเปียโนดิจิทัล โครงสร้างแบบถูกกระทำ be mixed with + sound/track ใช้ระบุว่าสิ่งใดถูกนำไปรวมกับเสียงหลัก คำปฏิเสธ not ปฏิเสธเฉพาะการผสมนี้ ไม่ได้ปฏิเสธข้อความก่อนหน้าที่ว่าเปียโนถูกปรับให้ตรงกับความถี่ของเพลงต้นฉบับ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยวลีสองคำที่ใช้ในการผลิตเสียงและหมายถึง “นำไปรวมกับอีกแทร็กหนึ่ง”: The piano recording was ____ real vocals before release.
ดูคำตอบ
mixed with
And yet ในฐานะคำเชื่อมที่กลับความคาดหมาย
And yet เป็นคำเชื่อมระดับข้อความที่ย้อนกลับไปอ้างถึงข้อเท็จจริงก่อนหน้า แล้วนำเสนอผลลัพธ์ที่ขัดกับความคาดหมายซึ่งเกิดจากข้อเท็จจริงนั้น หลังจากทราบว่า “ไม่มีเสียงร้องจริง” ผู้ฟังย่อมคาดว่าจะไม่ได้ยินถ้อยคำ แต่ And yet ส่งสัญญาณถึงผลตรงกันข้ามที่น่าประหลาดใจ And เชื่อมประโยคใหม่ไว้กับความคิดก่อนหน้า ส่วน yet ทำหน้าที่กลับความคาดหมาย ในที่นี้ yet ไม่ได้หมายถึง “จนถึงตอนนี้” หรือ “ยังไม่”
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดเน้นได้ดีที่สุดว่าผลลัพธ์ที่สองน่าประหลาดใจเมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริงแรก? The battery was fully charged. ___, the device shut down after five minutes.
- Not yet
- And yet
- As a result
ดูคำตอบ
And yet
This speaking piano shows a similar phenomenon.
0:39เปียโนที่เหมือนพูดได้เครื่องนี้แสดงให้เห็นปรากฏการณ์ที่คล้ายกัน
make out what it's saying: ฟังให้ออกว่ากำลังพูดอะไร
ในประโยคนี้ make out หมายถึงพยายามฟังและแยกให้ออกว่ากำลังพูดอะไรอยู่ แม้จะได้ยินเสียง แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเสียงนั้นพูดว่าอะไร ปัญหาอยู่ที่การแยกแยะคำพูด ไม่ใช่ไม่มีเสียงเลย make out เป็นกริยาวลีที่ตามด้วยคำนามหรืออนุประโยค wh ได้ เช่น make out the words และ make out what someone is saying นอกจากนี้ยังใช้หมายถึงมองเห็นหรือจำแนกรายละเอียดที่มองเห็นได้ยาก แต่ในประโยคนี้เป็นความหมายเกี่ยวกับการฟัง
แบบฝึกหัด
เลือกสำนวนที่หมายถึงพยายามระบุคำพูดที่ฟังได้ยาก The recording is muffled, so I can barely ___ what the speaker is saying.
- make out
- understand
- hear
ดูคำตอบ
make out
as soon as words are on screen: ทันทีที่มีคำปรากฏบนหน้าจอ
ในประโยคนี้ as soon as ใช้เกริ่นเหตุการณ์ที่ทำให้อีกเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นแทบจะทันที การที่มีคำปรากฏบนหน้าจอเป็นเหตุการณ์กระตุ้น และหลังจากนั้นคุณก็เริ่มได้ยินว่าเขากำลังพูดอยู่ทันที as soon as เชื่อมอนุประโยคสองส่วนและเน้นความสัมพันธ์ด้านเวลาที่ใกล้ชิดกันมาก กล่าวคือ เหตุการณ์ B เริ่มขึ้นเมื่อเหตุการณ์ A เกิดขึ้นหรือหลังจากนั้นทันที สำนวนนี้บอกเวลา ไม่ได้บอกเหตุผลหรือเงื่อนไขที่ต้องคงอยู่ต่อไป
แบบฝึกหัด
เลือกสำนวนที่แสดงว่าเหตุการณ์ที่สองเกิดขึ้นทันที The gate will open ___ the scanner reads the ticket.
- once
- as soon as
- when
ดูคำตอบ
as soon as
hear it talking: hear + กรรม + -ing
ในโครงสร้าง hear + กรรม + -ing กรรมคือบุคคลหรือสิ่งที่ถูกรับรู้ ส่วนรูป -ing นำเสนอการกระทำนั้นว่ากำลังดำเนินอยู่แล้ว โครงสร้างนี้มุ่งความสนใจไปที่กิจกรรมที่กำลังเกิดขึ้น มากกว่าเหตุการณ์ที่ครบถ้วนสมบูรณ์ ในที่นี้ it หมายถึงเปียโนที่พูดได้ คำบนหน้าจอทำให้ผู้ฟังรับรู้ผลที่ต่อเนื่องและคล้ายเสียงพูด ราวกับว่าเปียโนกำลังพูดอยู่ ไม่ได้เป็นการอ้างว่าเครื่องดนตรีพูดได้จริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ talk เพื่อแสดงว่าการกระทำกำลังดำเนินอยู่: From the hallway, I could hear the children ____ as I walked past.
ดูคำตอบ
talking
be all about: ระบุปัจจัยหลัก
ในโครงสร้าง be all about + คำนามหรือรูป -ing คำว่า all ทำให้วลีมีน้ำเสียงเน้นย้ำ โดยส่วนเติมเต็มถูกนำเสนอว่าเป็นประเด็นหลัก ปัจจัยสำคัญ หรือสิ่งที่ต้องคำนึงถึงมากที่สุด ไม่ได้หมายถึง “เกี่ยวกับทุกหัวข้อ” ใน Hearing is all about perception ผู้พูดสรุปเรื่องการได้ยินอย่างหนักแน่น โดยถือว่า perception เป็นพื้นฐานสำคัญของการได้ยิน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่อชัดเจนที่สุดว่า trust เป็นปัจจัยหลักของการทำงานเป็นทีมอย่างมีประสิทธิภาพ
- Effective teamwork is sometimes about trust.
- Effective teamwork is not only about trust.
- Effective teamwork is all about trust.
ดูคำตอบ
Effective teamwork is all about trust.
be transformed into: เปลี่ยนจากรูปแบบหนึ่งเป็นอีกรูปแบบหนึ่ง
ในประโยคนี้ is transformed into แสดงการเปลี่ยนจากรูปแบบหนึ่งไปเป็นอีกรูปแบบหนึ่ง โดยคลื่นเสียงคือสิ่งตั้งต้น และสัญญาณสำหรับสมองคือผลลัพธ์ into ใช้นำหน้ารูปแบบที่เกิดขึ้นหลังการเปลี่ยนแปลง ไม่ได้บอกทิศทางการเคลื่อนที่ โครงสร้างกรรมวาจก be + transformed + into เน้นสิ่งที่เกิดการเปลี่ยนแปลงและผลว่ามันกลายเป็นอะไร กระบวนการหรือผู้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสามารถละไว้ได้เมื่อเข้าใจอยู่แล้วหรือไม่ใช่ประเด็นหลัก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่เน้นไว้: During photosynthesis, light energy is ____ chemical energy.
ดูคำตอบ
transformed into
all at once ในความหมายว่า “พร้อมกัน”
ในประโยคนี้ all at once หมายถึง “พร้อมกัน” สมองได้รับสัญญาณจากภายนอกมากมายจนไม่สามารถประมวลผลสัญญาณทั้งหมดในเวลาเดียวกันได้ คำกริยา process และการมีสัญญาณหลายอย่างทำให้เห็นชัดว่าความหมายในที่นี้คือ “พร้อมกัน” ในบริบทอื่น all at once อาจหมายถึงบางสิ่งเกิดขึ้นอย่างกะทันหันได้ จึงต้องดูการกระทำรอบข้างเพื่อเลือกความหมาย
แบบฝึกหัด
ในประโยคจากวิดีโอ all at once หมายถึงอะไร?
- ในเวลาเดียวกัน
- อย่างกะทันหันโดยไม่มีสัญญาณเตือน
- ทันทีหลังจากได้รับคำสั่ง
ดูคำตอบ
ในเวลาเดียวกัน
so many ... that ...: ปริมาณที่นำไปสู่ผลลัพธ์
โครงสร้าง so many + คำนามนับได้พหูพจน์ + อนุประโยค that เชื่อมจำนวนที่มากเข้ากับผลที่ตามมา ในที่นี้จำนวนสัญญาณภายนอกสูงมากจนทำให้สมองไม่สามารถประมวลผลทั้งหมดพร้อมกันได้ That ใช้นำหน้าอนุประโยคแสดงผล ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นสรรพนามเชื่อมเพื่อขยาย signals และใช้ many เพราะ signals เป็นคำนามนับได้พหูพจน์
แบบฝึกหัด
เติมส่วนที่หายไปสองส่วนเพื่อทำให้โครงสร้างแสดงผลสมบูรณ์: The library received ____ book donations ____ it had to open a second storage room.
ดูคำตอบ
so many · that
which is why: เชื่อมเหตุเข้ากับผลลัพธ์
Which is why ย้อนกลับไปอ้างถึงแนวคิดก่อนหน้าทั้งหมด คือสมองใช้ข้อมูลที่มีอยู่แล้วเพื่อทำความเข้าใจสิ่งที่ได้ยิน จากนั้นวลีนี้จึงนำเข้าสู่ผลลัพธ์ คือเพลงที่ไม่คุ้นเคยอาจฟังดูไม่มีความหมาย รูปแบบนี้จัดข้อมูลเป็น “เหตุ, which is why + ผล” ในที่นี้ which สรุปสถานการณ์ก่อนหน้า ไม่ได้ขยายเฉพาะคำนามที่อยู่ใกล้ที่สุด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเชื่อมสามคำที่ย้อนกลับไปอ้างถึงอนุประโยคแรกและนำเข้าสู่ผลลัพธ์: The battery was empty, ____ the camera would not turn on.
ดูคำตอบ
which is why
sound like nonsense: การบรรยายความรู้สึกจากการฟัง
ในประโยคนี้ sound ทำหน้าที่เป็นกริยาเชื่อม และ like นำหน้าคำนาม nonsense โดยมีโครงสร้าง sound like + คำนาม วลีนี้หมายถึงการทำให้ผู้ฟังรู้สึกจากเสียงว่าสิ่งนั้นไม่มีความหมาย ประโยคนี้บอกว่าเพลงอาจฟังดูอย่างไรสำหรับคนที่ไม่รู้จักเพลงนั้น ไม่ได้ยืนยันเป็นข้อเท็จจริงว่าตัวเพลงเองไม่มีความหมาย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ sound like: When Leo first heard the reversed message, it ____ nonsense to him.
ดูคำตอบ
sounded like
Take this jumping transmission tower, for example. ลำดับความ
1:25ลองดูเสาส่งไฟฟ้าที่กำลังกระโดดอยู่นี้เป็นตัวอย่าง
Take ..., for example: การเปลี่ยนจากประเด็นทั่วไปไปสู่กรณีเฉพาะ
Take this jumping transmission tower, for example เป็นกรอบในการเรียบเรียงคำพูดที่ใช้ยกกรณีเฉพาะหนึ่งกรณีหลังจากกล่าวข้อความทั่วไป Take ชวนให้ผู้ฟังพิจารณานามวลีที่ตามมา ส่วน for example บอกว่ากรณีนั้นทำหน้าที่เป็นตัวอย่าง รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ Take + noun phrase, for example. ในที่นี้ take ไม่ได้หมายถึงการหยิบหรือขนย้ายสิ่งของจริง ๆ แต่กรอบทั้งหมดช่วยจัดข้อมูลโดยเปลี่ยนจากข้อกล่าวทั่วไปไปสู่หลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวนั้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ Take ..., for example เพื่อชวนให้ผู้ฟังพิจารณากรณีที่สนับสนุนข้อกล่าวทั่วไป?
- Take a seat near the window.
- Take these books to the front desk.
- Take the library's seed-sharing program, for example.
ดูคำตอบ
Take the library's seed-sharing program, for example.
in a phenomenon known as visually evoked auditory response. ไวยากรณ์
1:33ในปรากฏการณ์ที่เรียกว่า การตอบสนองทางการได้ยินที่ถูกกระตุ้นด้วยการมองเห็น
a phenomenon known as ...: การตั้งชื่อด้วย known as
ใน a phenomenon known as visually evoked auditory response ส่วน known as visually evoked auditory response เป็นวลีรูปอดีตกริยาที่วางไว้หลัง phenomenon เพื่อบอกชื่อที่เป็นที่ยอมรับของปรากฏการณ์นั้น และสามารถขยายเป็น a phenomenon that is known as visually evoked auditory response ได้ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ “คำนาม + known as + ชื่อ” คำที่ตามหลัง known as คือชื่อหรือป้ายกำกับ ไม่ได้หมายความว่าคำนามข้างหน้ารู้อะไรบางอย่าง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนที่ใช้บอกชื่อ: The fear of enclosed spaces is ____ claustrophobia.
ดูคำตอบ
known as
synesthesia: ประสบการณ์ข้ามประสาทสัมผัสที่เกิดขึ้นอัตโนมัติ
Synesthesia หมายถึงภาวะประสาทสัมผัสร่วม ซึ่งเป็นประสบการณ์ข้ามประสาทสัมผัสที่การกระตุ้นประสาทสัมผัสหนึ่งก่อให้เกิดประสบการณ์เพิ่มเติมในอีกประสาทสัมผัสหนึ่งโดยอัตโนมัติ ในประโยคนี้ การเห็นวัตถุตกถึงพื้นเชื่อมโยงกับการได้ยินเสียงตุ้บ ดังนั้นคำนี้จึงหมายถึงการตอบสนองทางประสาทสัมผัสที่รับรู้จริง ไม่ใช่เพียงแนวคิดหรือการเปรียบเทียบเชิงกวี It's a type of synesthesia จัดให้การตอบสนองทางการได้ยินที่ถูกกระตุ้นด้วยภาพเป็นรูปแบบหนึ่งของปรากฏการณ์ที่กว้างกว่านี้
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดอธิบายด้วยคำว่า synesthesia ได้เหมาะสมที่สุด
- คนหนึ่งเปรียบเสียงดังกับฟ้าร้องในบทกวี
- คนหนึ่งนึกถึงเพลงหลังจากเห็นภาพถ่ายเก่า
- คนหนึ่งมองเห็นหรือสัมผัสสีเฉพาะอย่างสม่ำเสมอเมื่อได้ยินโน้ตดนตรีตัวหนึ่ง
ดูคำตอบ
คนหนึ่งมองเห็นหรือสัมผัสสีเฉพาะอย่างสม่ำเสมอเมื่อได้ยินโน้ตดนตรีตัวหนึ่ง
ใช้ which is when เพื่ออธิบายคำศัพท์
ในประโยคนี้ which ย้อนกลับไปอ้างถึง synesthesia โครงสร้าง which is when นำเสนอสถานการณ์ที่เป็นลักษณะของคำศัพท์นั้น ทำให้ชื่อเรียกที่เป็นนามธรรมกลายเป็นคำอธิบายที่นึกภาพได้ง่าย นี่เป็นรูปแบบการให้คำจำกัดความแบบภาษาสนทนา: คำนามหรือแนวคิด, which is when + อนุประโยค ในที่นี้ when ไม่ได้ใช้ถามคำถามหรือระบุว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นตอนกี่โมง แต่หมายถึง “ในสถานการณ์ที่”
แบบฝึกหัด
เติมคำนิยามแบบภาษาสนทนาด้วยโครงสร้างเป้าหมาย: Sleep paralysis is a temporary condition, ____ a person is awake but cannot move.
ดูคำตอบ
which is when
ความหมายเชิงนามธรรมของ get crossed
ในที่นี้ get crossed หมายถึง “เกิดการปะปนหรือเชื่อมต่อกันอย่างผิดวิธี” ประสาทสัมผัสไม่ได้เคลื่อนผ่านกันจริง ๆ ในทางกายภาพ แต่การประมวลผลของมันซ้อนทับกันในสมอง รูปแบบ get + คำกริยาช่องที่สาม แสดงการเปลี่ยนไปสู่สภาวะที่เป็นผลลัพธ์ ดังนั้น get crossed จึงเน้นว่าเส้นทางที่แยกจากกันลงท้ายด้วยการซ้อนทับหรือสับสนกัน ไม่ใช่ว่ามีใครตั้งใจทำให้มันไขว้กัน
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The radio signals got crossed during the storm,” got crossed หมายถึงอะไร
- สัญญาณเดินทางเป็นระยะไกลได้สำเร็จ
- สัญญาณถูกปิดโดยเจตนา
- สัญญาณเกิดการปะปนหรือรบกวนกัน
ดูคำตอบ
สัญญาณเกิดการปะปนหรือรบกวนกัน
Playing a role: การมีส่วนต่อผลลัพธ์
ในประโยคนี้ playing a role หมายถึงการมีส่วนต่อสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นหรือช่วยทำให้เกิดผลลัพธ์ ความคาดหวังเป็นหนึ่งในปัจจัยที่มีอิทธิพล สำนวนนี้มีประโยชน์เมื่ออาจมีหลายปัจจัยร่วมกัน การบอกว่าสิ่งหนึ่ง plays a role โดยทั่วไปไม่ได้หมายความว่าสิ่งนั้นเป็นสาเหตุเดียว ในที่นี้ role หมายถึงหน้าที่หรืออิทธิพล ไม่ใช่บทที่นักแสดงแสดง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำจากบทเรียนที่หมายถึง “มีอิทธิพล”: Several factors affected the result, and timing was ____.
ดูคำตอบ
playing a role
A 2006 study scanned the brains of participants
1:46งานวิจัยชิ้นหนึ่งในปี 2006 ได้สแกนสมองของผู้เข้าร่วม
who were told they would eventually hear a sound. ไวยากรณ์
1:49ที่ได้รับแจ้งว่าในที่สุดพวกเขาจะได้ยินเสียง
Would eventually hear: อนาคตเมื่อมองจากอดีต
Would วางเหตุการณ์ที่ได้ยินเสียงไว้หลังจุดอ้างอิงในอดีต ผู้เข้าร่วมได้รับการบอกข้อมูลในอดีต และ ณ เวลานั้น การได้ยินเสียงยังเป็นเรื่องในอนาคตสำหรับพวกเขา หากเป็นคำพูดโดยตรง ข้อความอาจเป็น “You will eventually hear a sound.” เมื่อนำมารายงานต่อหลัง told มักเปลี่ยน will ย้อนเป็น would ในที่นี้ would แสดงอนาคตเมื่อมองจากอดีต ไม่ใช่เงื่อนไขหรือคำขอที่สุภาพ ส่วน Eventually เพิ่มความหมายว่าจะได้ยินเสียงหลังจากผ่านไประยะหนึ่ง
แบบฝึกหัด
รายงานคำสัญญาในอดีตนี้โดยคงมุมมองจากอดีตไว้: Leo said, “I will send the file later.” → Leo said he ____ send the file later.
ดูคำตอบ
would
การเปรียบเทียบลักษณะด้วย in the same way as when
วลี in the same way as when ใช้เปรียบเทียบว่าสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นอย่างไรในสองสถานการณ์ ในประโยคนี้ วิธีที่สมองส่วนการได้ยินถูกกระตุ้นขณะรอเสียงท่ามกลางความเงียบเหมือนกับวิธีที่มันถูกกระตุ้นเมื่อได้ยินเสียงจริง as when นำเข้าสถานการณ์ที่ใช้เป็นข้อเปรียบเทียบ ไม่ได้บอกเหตุผล ดังนั้น as ในที่นี้จึงไม่ได้หมายถึง because
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเปรียบเทียบที่ตรงกับความหมายว่า “ในลักษณะเดียวกับที่เกิดขึ้นเมื่อ”: The sensor reacted to the test signal ____ it reacts to a real emergency.
ดูคำตอบ
in the same way as when
filling in the gaps ในความหมายของการเติมข้อมูลในใจ
filling in the gaps ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงสมองใช้เบาะแสเติมข้อมูลที่หายไปหรือถูกปิดบัง จึงอาจทำให้เราได้ยินเสียงเหมือนครบถ้วนแม้ว่าบางส่วนจะหายไป การเติมข้อมูลนี้อาจเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ ไม่ได้หมายถึงการตั้งใจเขียนคำตอบลงในช่องว่าง โดยทั่วไปแล้ว วลีนี้ยังใช้บอกการสร้างรายละเอียดที่หายไปขึ้นใหม่จากหลักฐานที่มีอยู่ได้ด้วย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ filling in the gaps ในความหมายว่าเติมข้อมูลที่หายไปในใจ?
- I filled in the gaps on the worksheet with a pencil.
- Even though two words were masked by noise, my brain kept filling in the gaps.
- The technician filled the gaps around the window with sealant.
ดูคำตอบ
Even though two words were masked by noise, my brain kept filling in the gaps.
The state governors met with their respective legislatures
2:07ผู้ว่าการรัฐต่าง ๆ พบกับสภานิติบัญญัติของรัฐตน
with the cough removed: เงื่อนไขแบบ with + คำนาม + past participle
ใน with the cough removed คำว่า with ใช้นำเสนอเงื่อนไขของการฟัง cough เป็นคำนามที่ได้รับผลจากการกระทำ และ removed เป็น past participle จึงหมายความว่าเสียงไอถูกเอาออกไปแล้ว แต่ไม่ได้บอกว่าใครหรือเครื่องมือใดเป็นผู้เอาออก โครงสร้าง with + คำนาม + past participle ใช้เสนอผลลัพธ์หรือสภาพที่เสร็จแล้วเป็นพื้นหลังของการกระทำอีกอย่างหนึ่ง ในที่นี้ผู้พูดขอให้ฟังเสียงบันทึกในสภาพที่ตัดต่อแล้ว ไม่ได้หมายความว่าเสียงไอที่ถูกเอาออกยังคงอยู่
แบบฝึกหัด
with the cough removed บอกอะไรเกี่ยวกับเงื่อนไขของการฟัง
- เสียงไอถูกเอาออกจากเสียงบันทึกแล้ว
- กำลังเพิ่มเสียงไอเข้าไปในเสียงบันทึก
- ผู้ฟังควรฟังไปพร้อมกับไอ
ดูคำตอบ
เสียงไอถูกเอาออกจากเสียงบันทึกแล้ว
The state governors met with their respective legislatures
2:15ผู้ว่าการรัฐต่าง ๆ พบกับสภานิติบัญญัติของรัฐตน
tend to hear: การแสดงแนวโน้มทั่วไปในการฟัง
ใน people tend to hear โครงสร้าง tend to + กริยารูปพื้นฐานใช้แสดงแนวโน้มที่พบได้ทั่วไปหรือเกิดขึ้นเป็นประจำ หมายความว่าคนจำนวนมากมักรับรู้เป็นคำเต็มในลักษณะนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะเป็นเช่นนั้นทุกครั้ง วลีนี้รายงานรูปแบบที่สังเกตได้ ไม่ได้พูดถึงแผนการ ในประโยคนี้วลีดังกล่าวช่วยลดความหนักแน่นของข้อกล่าวอ้าง คือเสียงไอทำให้ผู้ฟังจำนวนมากได้ยินเป็นคำเต็ม แม้ว่าจะมีหนึ่งพยางค์หายไป
แบบฝึกหัด
tend to hear ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร
- ผู้คนมักจะได้ยินแบบนั้น แต่ไม่ใช่ทุกคน
- ผู้คนวางแผนที่จะได้ยินแบบนั้น
- ทุกคนได้ยินแบบนั้นทุกครั้ง
ดูคำตอบ
ผู้คนมักจะได้ยินแบบนั้น แต่ไม่ใช่ทุกคน
The state governors met with their respective legislatures
2:24ผู้ว่าการรัฐต่าง ๆ พบกับสภานิติบัญญัติของรัฐตน
Your brain fills in information to make sense of the world. วลี
2:31สมองของคุณเติมข้อมูลส่วนที่ขาดไปเพื่อทำความเข้าใจโลก
การเหนี่ยวนำตามเวลา: ได้ยินเสียงที่ถูกบดบังว่าเป็นเสียงที่สมบูรณ์
ในประโยคนี้ temporal induction เป็นศัพท์ทางวิทยาศาสตร์ด้านการรับรู้ หมายถึงภาพลวงทางการได้ยินที่เสียงซึ่งถูกเสียงรบกวนบดบังหรือแทนที่ชั่วครู่ยังฟังเหมือนดำเนินต่อไป เพราะเสียงรอบข้างสร้างรูปแบบที่ชัดเจน ผลนี้ไม่ใช่การตั้งใจเดาโดยไม่มีหลักฐาน สมองใช้จังหวะเวลาและบริบทโดยอัตโนมัติเพื่อสร้างสิ่งที่ได้ยินในรูปแบบที่ต่อเนื่องสมเหตุสมผลที่สุด
แบบฝึกหัด
ในการทดลองการได้ยิน เสียงรบกวนบดบังส่วนหนึ่งของคำชั่วครู่ แต่ผู้ฟังรายงานว่าได้ยินคำนั้นครบทั้งคำ temporal induction อธิบายสิ่งใด?
- สมองใช้เสียงรอบข้างเพื่อเติมเต็มส่วนที่ถูกบดบังในการรับรู้
- พนักงานใหม่ได้รับการฝึกอบรมเบื้องต้น
- ผู้ฟังตั้งใจเดาคำแบบสุ่มโดยไม่มีเบาะแสจากเสียง
ดูคำตอบ
สมองใช้เสียงรอบข้างเพื่อเติมเต็มส่วนที่ถูกบดบังในการรับรู้
Make sense of: ทำความเข้าใจหรือตีความบางสิ่ง
ใน make sense of คำว่า of ใช้นำสิ่งที่ผู้พูดพยายามทำความเข้าใจ วลีทั้งหมดหมายถึงการทำความเข้าใจหรือตีความสิ่งที่ยาก ไม่สมบูรณ์ หรือชวนสับสน ในประโยคนี้ การเติมข้อมูลที่หายไปช่วยให้สมองสร้างความเข้าใจโลกอย่างต่อเนื่องสมเหตุสมผล โดยทั่วไปแล้ว เราสามารถ make sense of ข้อเท็จจริง ประสบการณ์ คำแนะนำ หรือสถานการณ์ต่าง ๆ ได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสามคำที่เรียนในบทนี้: I couldn't ____ the confusing timetable.
ดูคำตอบ
make sense of
Sounds like it's getting faster, doesn't it? น้ำเสียง/เจตนา
2:42ฟังดูเหมือนมันเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ใช่ไหม?
doesn't it? ในฐานะคำถามท้ายประโยคเพื่อขอการยืนยัน
ข้อความบอกเล่าเชิงบวก Sounds like it's getting faster ตามด้วยคำถามท้ายประโยคเชิงลบ doesn't it? คำถามนี้เชิญให้ผู้ฟังยืนยันความรู้สึกที่มีร่วมกัน ไม่จำเป็นต้องเป็นการถามข้อมูลที่ผู้พูดไม่รู้จริง ๆ ในคำขึ้นต้นแบบภาษาพูด Sounds like... ประธาน It ถูกละไว้เพราะเข้าใจได้จากบริบท ส่วนคำถามท้ายประโยคนำสรรพนาม it กลับมาใช้และเลือก does เพราะ sounds เป็นกริยาหลักใน present simple รูปแบบนี้นำไปใช้กับประโยคอื่นได้ โดยข้อความบอกเล่าเชิงบวกใน present simple ที่ใช้กริยาทั่วไปมักตามด้วยคำถามท้ายเชิงลบที่ใช้ do/does
แบบฝึกหัด
เติมคำถามท้ายประโยคที่ใช้ขอการยืนยันให้สมบูรณ์: The engine sounds quieter now, ____?
ดูคำตอบ
doesn't it
The thing is, สำหรับเกริ่นข้อจำกัดสำคัญ
The thing is, เป็นกรอบสำหรับจัดระเบียบคำพูด ไม่ใช่ข้อความตามตัวอักษรเกี่ยวกับ “สิ่งของ” สำนวนนี้ส่งสัญญาณว่าผู้พูดกำลังจะบอกข้อเท็จจริง ข้อจำกัด หรือปัญหาสำคัญที่ควรเปลี่ยนวิธีเข้าใจแนวคิดก่อนหน้า สำนวนนี้สร้างจุดเปลี่ยนในการพูด โดยยอมรับสิ่งที่ดูเหมือนจริงก่อน แล้วจึงดึงความสนใจของผู้ฟังไปยังข้อมูลสำคัญถัดไป ในภาษาพูด สำนวนนี้ยังช่วยให้ผู้พูดรักษาจังหวะการพูดไว้ชั่วครู่และเตรียมผู้ฟังให้พร้อมรับคำอธิบายหรือการแก้ความเข้าใจ
แบบฝึกหัด
เพื่อนคิดว่าพวกคุณออกไปได้แล้ว เลือกคำขึ้นต้นที่เกริ่นข้อเท็จจริงซึ่งเปลี่ยนข้อสันนิษฐานนั้นอย่างเป็นธรรมชาติก่อน “we still need to wait for Sam.”
- By the way,
- For example,
- The thing is,
ดูคำตอบ
The thing is,
let it continue to play: let + กรรม + คำกริยารูปพื้นฐาน
let it continue to play หมายถึง “ปล่อยให้มันเล่นต่อไป” โครงสร้างคือ let + กรรม + คำกริยารูปพื้นฐาน โดย it เป็นกรรมของ let และ continue ใช้รูปพื้นฐานต่อทันที ในวลีนี้ continue to play หมายถึง “เล่นต่อไป” คำว่า to เป็นส่วนของ continue to play ไม่ใช่ส่วนของ let ดังนั้นทั้งประโยคจึงหมายถึงการอนุญาตให้การเล่นดำเนินต่อไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วย let + กรรม + คำกริยารูปพื้นฐาน: The music is relaxing, so I will ____ continue to play
ดูคำตอบ
let it
speed up: จังหวะเร็วขึ้น
Speed up หมายถึง “เร็วขึ้น” หรือ “ทำให้บางสิ่งเร็วขึ้น” ในประโยคนี้ จังหวะเป็นสิ่งที่เปลี่ยนความเร็วเอง ดังนั้น speed up จึงใช้โดยไม่มีกรรม: the beat starts to speed up ประโยคนี้อธิบายว่าเทมโปค่อย ๆ เร็วขึ้น ไม่ใช่คำสั่งให้ใครทำอะไรให้เร็วขึ้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ speed up เพื่ออธิบายว่าสิ่งหนึ่งเร็วขึ้น
- The elevator began to slow down near the top floor.
- Please hurry up and enter the elevator.
- The elevator began to speed up after the doors closed.
ดูคำตอบ
The elevator began to speed up after the doors closed.
fades out ... fades in: การเปลี่ยนผ่านแบบค่อยเป็นค่อยไปในทิศทางตรงข้าม
Fade out และ fade in เป็นกริยาวลีคู่ตรงข้าม ในประโยคนี้ fades out หมายถึงจังหวะที่เร็วกว่าค่อย ๆ เบาลงจนไม่ได้ยิน ส่วน fades in หมายถึงจังหวะที่ช้ากว่าค่อย ๆ เริ่มได้ยินและดังขึ้น กริยาเหล่านี้บอกถึงการเปลี่ยนผ่านที่เกิดขึ้นตามเวลา ไม่ใช่การหยุดหรือเริ่มแบบฉับพลัน คู่คำนี้ยังใช้บรรยายเสียง ภาพ แสง หรือเอฟเฟกต์บนเวทีได้ด้วย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาวลีที่ใช้ fade ซึ่งมีความหมายตรงข้ามกันสองคำ: To make the transition gradual, ____ the first track and ____ the second one.
ดูคำตอบ
fade out · fade in
But your brain can't pick up the subtlety, กริยาวลี
3:09แต่สมองของคุณจับความเปลี่ยนแปลงอันละเอียดอ่อนนี้ไม่ได้,
pick up: ตรวจจับสิ่งที่ละเอียดอ่อน
ในที่นี้ pick up หมายถึงตรวจจับหรือสังเกตเห็นสิ่งที่แผ่วเบาหรือละเอียดอ่อน สมองไม่สามารถรับรู้ความแตกต่างเล็ก ๆ ระหว่างจังหวะที่กำลังเปลี่ยนแปลงได้ เมื่อใช้ในความหมายนี้ ประธานอาจเป็นคน ประสาทสัมผัส สมอง หรืออุปกรณ์ ส่วนกรรมมักเป็นสัญญาณ เสียง รายละเอียด รูปแบบ หรือเบาะแส ไม่ได้หมายถึงการยกสิ่งของขึ้นจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The sensor can pick up tiny vibrations.” คำว่า pick up หมายถึงอะไร?
- ตรวจจับการสั่นสะเทือนที่เล็กมาก
- รวบรวมการสั่นสะเทือนแล้วนำออกไป
- ยกเซ็นเซอร์ขึ้น
ดูคำตอบ
ตรวจจับการสั่นสะเทือนที่เล็กมาก
as a result, สำหรับเกริ่นผลลัพธ์
ในประโยคนี้ as a result บอกว่าสิ่งที่ตามมาเป็นผลจากสิ่งที่กล่าวไว้ก่อนหน้า กล่าวคือ สมองตรวจจับการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ไม่ได้ เสียงจึงฟังดูเหมือนเร็วขึ้นอย่างต่อเนื่อง วลีนี้ช่วยจัดลำดับคำอธิบายด้วยการทำให้ขั้นจากเหตุไปสู่ผลชัดเจน วลีนี้ไม่ได้หมายความว่าเสียงกำลังเร่งเร็วขึ้นจริง ๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด แต่เชื่อมข้อจำกัดด้านการรับรู้เข้ากับความรู้สึกทางการได้ยินที่เกิดขึ้น
แบบฝึกหัด
นาฬิกาปลุกไม่ดัง ประโยคถัดไปข้อใดเกริ่นผลที่เกิดขึ้นได้อย่างถูกต้อง
- As a result, I missed the early train.
- Because of, I missed the early train.
- As a result of, I missed the early train.
ดูคำตอบ
As a result, I missed the early train.
Love learning about amazing and interesting things in the world? น้ำเสียง/เจตนา
3:19ชอบเรียนรู้เรื่องน่าทึ่งและน่าสนใจบนโลกนี้ไหม?
Love learning about ...? ในฐานะคำถามแบบไม่เป็นทางการ
Love learning about amazing and interesting things in the world? เป็นคำถามแบบภาษาพูดที่ย่อมาจากรูปเต็มว่า Do you love learning about amazing and interesting things in the world? ภาษาอังกฤษสามารถละ do และ you ในประโยคเกริ่นแบบไม่เป็นทางการได้เมื่อเห็นชัดว่ากำลังพูดกับใคร คำถามนี้ไม่ได้มุ่งขอข้อมูลอย่างละเอียดเป็นหลัก แต่ชวนให้ผู้ฟังรู้สึกว่าตนมีความสนใจแบบเดียวกัน จึงใช้ดึงความสนใจของผู้ชมก่อนที่ผู้พูดจะนำเสนอเนื้อหาต่อไป
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้รูปคำถามแบบไม่เป็นทางการที่ย่อเหมือนในตัวอย่าง
- You love discovering how animals communicate.
- Do you love discovering how animals communicate?
- Love discovering how animals communicate?
ดูคำตอบ
Love discovering how animals communicate?
We actually just started a brand new podcast called Sidenote,
3:22ที่จริงเราเพิ่งเปิดตัวพอดแคสต์ใหม่ล่าสุดชื่อ Sidenote,
stumping us: ทำให้เราคิดหาคำตอบไม่ออก
ในที่นี้ stumping us หมายถึงการทำให้เราไม่สามารถหาคำตอบหรือแก้ปัญหาได้ สิ่งที่กำลังสำรวจทำให้ผู้พูดติดขัดทางความคิด ไม่ได้ทำให้พวกเขาล้มลงจริง ๆ Stump เป็นคำกริยาที่ต้องมีกรรมในโครงสร้าง something stumps someone ใน stumping us คำว่า us หมายถึงคนที่ยังคิดหาคำตอบไม่ได้
แบบฝึกหัด
ในตัวอย่าง “stumping us” หมายความว่าอะไร
- ทำให้เราล้มลงจริง ๆ
- เปลี่ยนบางสิ่งให้เป็นตอไม้
- ทำให้เราไม่สามารถหาคำตอบได้
ดูคำตอบ
ทำให้เราไม่สามารถหาคำตอบได้
and then insert all the mind-blowing science behind it. การใช้คำ
3:29จากนั้นก็เจาะลึกวิทยาศาสตร์สุดทึ่งทั้งหมดที่อยู่เบื้องหลังเรื่องเหล่านั้น
Mind-blowing: น่าประหลาดใจหรือน่าประทับใจอย่างยิ่ง
Mind-blowing เป็นคำคุณศัพท์ประสมแบบไม่เป็นทางการ หมายถึงน่าประหลาดใจ น่าประทับใจ หรือยากจะจินตนาการอย่างยิ่ง เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายความว่าสมองระเบิดจริง ๆ ใน mind-blowing science คำนี้ขยาย science และทำให้วลีมีน้ำเสียงตื่นเต้นแบบการประชาสัมพันธ์ มีความหมายแรงและมีอารมณ์มากกว่า interesting อย่างมาก
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดเป็นสถานการณ์ที่เป็นธรรมชาติที่สุดในการบรรยายบางสิ่งว่า “mind-blowing”
- งานวิจัยที่เป็นทางการซึ่งรายงานการวัดตามปกติ
- คำแนะนำที่เป็นกลางซึ่งไม่ต้องการการเน้นอารมณ์
- บทสนทนาอย่างตื่นเต้นเกี่ยวกับรายการวิทยาศาสตร์ที่น่าประหลาดใจอย่างยิ่ง
ดูคำตอบ
บทสนทนาอย่างตื่นเต้นเกี่ยวกับรายการวิทยาศาสตร์ที่น่าประหลาดใจอย่างยิ่ง
We'd love for you to: คำเชิญที่อบอุ่นและนุ่มนวล
“We'd love for you to + คำกริยา” ทำให้คำขอหรือคำเชิญฟังเหมือนเป็นสิ่งที่ผู้พูดอยากให้เกิดขึ้นอย่างจริงใจ ในที่นี้ผู้พูดกำลังกระตุ้นให้ผู้ฟังลงมือทำ ไม่ได้เพียงบอกความรู้สึกของตนเอง ประธานหลัง for ระบุว่าใครเป็นผู้ทำกริยา ซึ่งในประโยคนี้คือ you จึงฟังอบอุ่นและตรงน้อยกว่าประโยคคำสั่งอย่าง “Check it out.”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างคำเชิญแบบอบอุ่น “for + บุคคล + to”: Our library is hosting a free workshop, and we'd ____ join us.
ดูคำตอบ
love for you to
check it out: การแนะนำแบบเป็นกันเอง
ในประโยคนี้ “check it out” หมายถึงการไปดู ไปฟัง ทดลอง หรือเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับสิ่งที่มีผู้แนะนำ กิจกรรมที่ทำจริงขึ้นอยู่กับว่า it หมายถึงอะไร ส่วนในที่นี้เป็นการชวนผู้ฟังให้ลองสำรวจพอดแคสต์แบบเป็นกันเอง “Check out” เป็นกริยาวลีแบบแยกได้ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางคำสรรพนามไว้ระหว่างคำกริยากับคำอนุภาค จึงใช้ “check it out” ไม่ใช่ “check out it”
แบบฝึกหัด
เติมคำแนะนำด้วยกริยาวลีสามคำที่หมายถึง “ลองไปดู”: The museum posted a virtual tour. ____ when you have a minute.
ดูคำตอบ
Check it out
whichever podcast app you use: การเปิดให้เลือกได้อย่างอิสระ
whichever podcast app you use เป็นวลีนามที่สื่อว่ามีอิสระในการเลือก คำว่า whichever ขยาย podcast app และหมายถึง “แอปพอดแคสต์ใดแอปหนึ่งที่มีให้เลือกและคุณใช้อยู่” ผู้พูดไม่จำเป็นต้องรู้ว่าเป็นแอปใดโดยเฉพาะ หลังจากกล่าวถึง iTunes วลีนี้ขยายคำแนะนำให้ครอบคลุมแอปของผู้ฟัง ไม่ว่าจะเป็นแอปใดก็ตาม โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ whichever + คำนามเอกพจน์ เมื่อแต่ละตัวเลือกในกลุ่มที่เกี่ยวข้องให้ผลลัพธ์เหมือนกัน
แบบฝึกหัด
whichever podcast app you use หมายถึงอะไรในประโยคนี้?
- แอปพอดแคสต์ที่ผู้พูดกำลังขอให้ผู้ฟังระบุว่าเป็นแอปใด
- เฉพาะ iTunes เท่านั้น เพราะไม่ยอมรับแอปอื่น
- แอปพอดแคสต์ใดก็ตามที่ผู้ฟังใช้อยู่
ดูคำตอบ
แอปพอดแคสต์ใดก็ตามที่ผู้ฟังใช้อยู่
means a ton to us: ความขอบคุณอย่างมากแบบไม่เป็นทางการ
means a ton to us เป็นสำนวนไม่เป็นทางการที่หมายถึง “สำคัญหรือมีคุณค่าต่อเราอย่างยิ่ง” a ton เป็นการเปรียบเทียบกับปริมาณที่มาก ไม่ได้กล่าวถึงน้ำหนักจริง วลีนี้ช่วยให้ผู้พูดแสดงความขอบคุณอย่างจริงใจและหนักแน่นต่อการสนับสนุนของผู้ชม โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ something means a ton to someone
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนไม่เป็นทางการที่เปรียบเทียบกับน้ำหนักและหมายถึง “สำคัญอย่างยิ่ง” ให้สมบูรณ์: Your encouragement ____ to me.
ดูคำตอบ
means a ton
as we slowly journey into exploring more science
3:37ขณะที่เราค่อย ๆ ออกเดินทางสำรวจวิทยาศาสตร์ให้มากขึ้น
a new medium: รูปแบบหรือช่องทางเนื้อหาแบบใหม่หนึ่งรูปแบบ
ในวลี a new medium คำว่า medium เป็นคำนามนับได้ หมายถึงรูปแบบหรือช่องทางหนึ่งที่ใช้สร้าง สื่อสาร หรือนำเสนอเนื้อหา ในบริบทนี้ ทีมกำลังเริ่มสำรวจวิทยาศาสตร์ผ่านพอดแคสต์หลังจากทำวิดีโอมาก่อน ดังนั้นพอดแคสต์จึงเป็น new medium คำนำหน้านาม a แสดงว่าหมายถึง medium หนึ่งรูปแบบ รูปพหูพจน์ที่ใช้โดยทั่วไปคือ media ความหมายนี้เกี่ยวกับวิธีนำเสนอเนื้อหา ไม่ใช่ขนาดหรือระดับปานกลาง
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The museum is using virtual reality as a new medium for storytelling,” วลี a new medium หมายความว่าอะไร
- อุตสาหกรรมข่าวทั้งหมด
- สิ่งที่มีขนาดปานกลาง
- รูปแบบหรือช่องทางใหม่หนึ่งรูปแบบสำหรับสร้างและสื่อสารเนื้อหา
ดูคำตอบ
รูปแบบหรือช่องทางใหม่หนึ่งรูปแบบสำหรับสร้างและสื่อสารเนื้อหา
And subscribe for more weekly science videos
3:46และอย่าลืมกดติดตามเพื่อชมวิดีโอวิทยาศาสตร์ใหม่ทุกสัปดาห์