ความเคารพตัวเอง: บทเรียนภาษาอังกฤษ

The School of Life

ความยากในการเรียน
800 คำ 164 คำ/นาที

คำแนะนำวิดีโอ: บทความนี้ชี้ว่าความนับถือตนเองขึ้นกับการเปรียบเทียบกับพ่อหรือแม่เพศเดียวกันและเพื่อนวัยเดียวกัน รวมทั้งความรักที่ได้รับในวัยเด็ก มากกว่าความสำเร็จที่มองเห็นได้ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. precious little to do with — กลุ่มคำตายตัวและคำที่ใช้ร่วมกัน: ย้ำว่าสองสิ่งแทบไม่เกี่ยวกันและใช้โต้แย้งเหตุที่คนคิดว่าแน่นอน 2. God forbid, — วัจนปฏิบัติและท่าที: เข้าใจความกลัวหรือการคัดค้านในคำแทรก และการประชดที่เรียกการได้อำนาจของเพื่อนว่าเป็นหายนะ 3. coming to terms with ourselves, — สำนวนและภาษาภาพพจน์: บอกถึงการค่อย ๆ ยอมรับความจริงที่ยากเกี่ยวกับตนเอง โดยไม่สับสนกับการยอมแพ้หรือไล่ตามความสำเร็จใหม่

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Liking ourselves, having high self-esteem as we tend to put it, วลี

0:04

การชอบตัวเอง หรือการมีความเคารพตัวเองสูงตามที่เรามักจะพูดกัน

is crucial to any feeling of well-being.

0:09

เป็นสิ่งสำคัญต่อความรู้สึกเป็นสุขใดๆ ก็ตาม

วลี

as we tend to put it: การบอกว่าเป็นถ้อยคำที่ใช้กันเป็นปกติ

วลีแทรก as we tend to put it หมายถึง “ถ้าใช้ถ้อยคำที่เรามักเลือกใช้” โดยย้อนกลับไปขยาย high self-esteem และบอกว่าคำนี้เป็นชื่อที่คุ้นเคยสำหรับแนวคิด liking ourselves ในที่นี้ put หมายถึง “ถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูด” และ as หมายถึง “ในแบบที่” ไม่ได้หมายถึง “เพราะว่า” เนื่องจากวลีนี้เป็นเพียงข้อความแทรกเกี่ยวกับการเลือกใช้คำ จึงสามารถตัดออกได้โดยใจความหลักยังเป็นประโยคที่สมบูรณ์ วลีนี้จึงช่วยให้ผู้พูดปรับคำศัพท์ให้ตรงกับผู้ฟังได้สั้น ๆ โดยไม่ขัดจังหวะใจความหลัก

แบบฝึกหัด

เติมวลีแทรกที่ตรงกับความหมายว่า “ใช้ถ้อยคำที่เราพูดกันตามปกติ” ให้ครบถ้วน: Digital detox, ____, means taking a break from screens.

ดูคำตอบ

as we tend to put it

What's odd then is just how unpredictable ไวยากรณ์

0:12

แต่สิ่งที่แปลกก็คือ มันช่างยากที่จะคาดเดา

the allocation of esteem often turns out to be.

0:14

ว่าการได้รับการยอมรับนั้นมักจะเป็นอย่างไร

ไวยากรณ์

What's odd then is just how ... turns out to be: การวางกรอบระดับที่น่าประหลาดใจ

โครงสร้าง What's odd then is ... นำประเด็นที่น่าประหลาดใจมาเป็นจุดสนใจ then เชื่อมข้อสรุปนี้กับแนวคิดก่อนหน้า ไม่ได้หมายถึง “ในเวลานั้น” ส่วน just ช่วยเน้นว่าระดับนั้นน่าประหลาดใจมาก หลัง is วลี how unpredictable the allocation of esteem often turns out to be เป็นอนุประโยคเนื้อหาที่บอกระดับ กล่าวคือ วิธีที่ความรู้สึกเห็นคุณค่าถูกกระจายออกไปกลับพิสูจน์ว่าคาดเดาได้ยากมาก how ในที่นี้ไม่ได้ใช้ถามคำถาม และ turn out to be แสดงว่านี่เป็นสิ่งที่ค้นพบจากผลลัพธ์ภายหลัง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสองส่วนของโครงสร้างที่เรียนมา: After the first clue looked simple, ____ difficult the puzzle ____.

ดูคำตอบ

what's odd then is just how · turned out to be

There are people with modest jobs,

0:17

มีคนที่มีงานธรรมดาๆ

unspectacular bodies,

0:19

รูปร่างไม่ได้โดดเด่น

and unglamorous friends

0:21

และมีเพื่อนที่ไม่ค่อยน่าสนใจ

who confidently nevertheless lay claim วลี

0:23

แต่กลับประกาศด้วยความมั่นใจ

to buoyant levels of self-esteem.

0:25

ว่าตนเองมีความเคารพตัวเองในระดับสูง

วลี

lay claim to: กล่าวอ้างการครอบครองหรือความเกี่ยวข้อง

ในที่นี้ lay claim to หมายถึง “แสดงว่าตนมี” บางสิ่ง ใน lay claim to buoyant levels of self-esteem เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้เกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ตามกฎหมาย วลีนี้ทำให้คำบรรยายมีน้ำเสียงหนักแน่นและค่อนข้างเป็นทางการ โครงสร้างคือ lay claim to + กลุ่มคำนาม คำว่า lay เป็นส่วนหนึ่งของวลีตายตัว ไม่ได้หมายถึง “นอนลง” โดยทั่วไปวลีนี้ใช้กล่าวอ้างสิทธิ์ กรรมสิทธิ์ ตำแหน่ง อัตลักษณ์ ความเกี่ยวข้อง หรือแม้แต่คุณลักษณะบางอย่างได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำที่หมายถึง “กล่าวอ้างสิทธิ์ในบางสิ่ง”: Both families ____ the same piece of land.

ดูคำตอบ

lay claim to

They seem to like themselves

0:28

ดูเหมือนพวกเขาจะชอบตัวเอง

despite the absence of any vigorous signs

0:29

แม้จะไม่มีสัญญาณที่ชัดเจนใดๆ

of approval from the world at large.

0:32

ของการยอมรับจากคนทั่วไปเลยก็ตาม

And then there are others

0:35

และก็มีคนอีกประเภทหนึ่ง

for whom no amount of achievement, ไวยากรณ์

0:36

ที่ไม่ว่าจะประสบความสำเร็จมากแค่ไหน

prestige, and financial security

0:38

มีชื่อเสียง หรือมีความมั่นคงทางการเงินเพียงใด

ever seems to do the trick. สำนวน

0:40

ก็ดูเหมือนจะไม่เคยพอ

ไวยากรณ์

no amount of: มากเพียงใดก็ยังไม่พอ

no amount of + คำนามนับไม่ได้หรือแนวคิดนามธรรม หมายความว่าแม้จะมีปริมาณหรือระดับมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ก็ไม่อาจเปลี่ยนผลลัพธ์ได้ ในประโยคนี้ ความสำเร็จ ชื่อเสียง และความมั่นคงทางการเงินดูเหมือนจะไม่เคยเพียงพอที่จะทำให้ทุกอย่างได้ผล โครงสร้างนี้สร้างความหมายปฏิเสธที่หนักแน่น โดยปฏิเสธความคิดที่ว่าเพียงแค่มีบางสิ่งเพิ่มขึ้นแล้วจะช่วยได้ คำว่า ever ที่ตามมาช่วยเน้นว่าผลลัพธ์นั้นไม่เกิดขึ้นเลยไม่ว่าเวลาใด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างสามคำที่หมายถึง “ไม่ว่าจะมากเพียงใดก็ยังไม่เพียงพอ”: ____ practice can make a broken key unlock the door.

ดูคำตอบ

no amount of

สำนวน

“do the trick” หมายถึง “ทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ต้องการ”

“Do the trick” เป็นสำนวนที่หมายถึง “ทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ต้องการ” หรือพูดง่าย ๆ ว่า “ได้ผล” ในที่นี้ ความสำเร็จ ชื่อเสียง และความมั่นคงทางการเงินดูเหมือนจะไม่สามารถทำให้คนที่กล่าวถึงรู้สึกมั่นคงในคุณค่าของตนเองได้ สำนวนนี้ใช้บอกว่าวิธีการ สิ่งของ หรือการกระทำอย่างหนึ่งได้ผลในสถานการณ์นั้นหรือไม่ คำว่า “trick” ในสำนวนนี้ไม่ได้หมายถึงมายากลหรือการหลอกลวง

แบบฝึกหัด

“do the trick” ในประโยค “A short rest should do the trick.” หมายความว่าอะไร

  1. ทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ต้องการ
  2. ซ่อนปัญหาที่แท้จริง
  3. แสดงกลที่สนุกสนาน
ดูคำตอบ

ทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ต้องการ

They anxiously chastise and critique themselves,

0:42

พวกเขามักจะลงโทษและวิพากษ์วิจารณ์ตัวเองอย่างวิตกกังวล

always feeling that they've underperformed,

0:45

มักรู้สึกว่าตัวเองทำผลงานได้ต่ำกว่ามาตรฐานเสมอ

never quite trusting that they really deserve to exist.

0:48

และไม่เคยเชื่อจริงๆ ว่าพวกเขาคู่ควรที่จะมีตัวตนอยู่

Having sound levels of self-esteem

0:51

การมีระดับความเคารพตัวเองที่แข็งแรง

ultimately appears to have precious little to do วลี

0:54

ท้ายที่สุดแล้วดูเหมือนจะแทบไม่เกี่ยวอะไรเลย

with hitting any verifiable benchmarks.

0:56

กับการบรรลุมาตรฐานที่สามารถตรวจสอบได้

วลี

“precious little to do with” หมายถึง “แทบไม่มีความเกี่ยวข้อง”

“Have precious little to do with” หมายถึง “แทบไม่มีความเกี่ยวข้องกับ” ในที่นี้ ผู้พูดกำลังบอกว่าการมีความนับถือตนเองที่ดีแทบไม่เกี่ยวข้องกับการบรรลุเกณฑ์ที่วัดได้ ในสำนวนนี้ “precious” ไม่ได้หมายถึง “ล้ำค่า” แต่ใช้เน้น “little” โดยมักมีน้ำเสียงเชิงประชดหรือเน้นย้ำ ทำให้การปฏิเสธความเกี่ยวข้องหนักแน่นขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างหนักแน่นที่สุดว่าสองสิ่งแทบไม่เกี่ยวข้องกัน โดยไม่ได้บอกว่าไม่มีความเกี่ยวข้องเลย

  1. The delay has precious little to do with the weather.
  2. The delay has nothing to do with the weather.
  3. The delay has little to do with the weather.
ดูคำตอบ

The delay has precious little to do with the weather.

It seems connected up with a stranger,

0:59

ดูเหมือนมันจะเชื่อมโยงกับตรรกะที่แปลกกว่า

more internal, more subjective kind of logic,

1:02

อยู่ภายในมากกว่า และเป็นเรื่องอัตวิสัยมากกว่า

with factors immune to standard notions of achievement. การใช้คำ

1:05

ซึ่งเป็นปัจจัยที่ไม่ได้รับผลกระทบจากแนวคิดเรื่องความสำเร็จแบบเดิมๆ

การใช้คำ

immune to: ไม่ได้รับผลกระทบจากบางสิ่ง

ในที่นี้ immune to หมายถึง “ไม่ได้รับผลกระทบหรือเปลี่ยนแปลงจากสิ่งใด” ปัจจัยเหล่านี้เป็นไปตามตรรกะภายในที่เป็นอัตวิสัย ไม่ใช่แนวคิดทั่วไปเรื่องความสำเร็จ และไม่ได้มีความหมายทางการแพทย์ โครงสร้างคือ be/seem/remain immune to + คำนามหรือรูป -ing โดย to เป็นคำบุพบท และสำนวนนี้ย้ำว่าอิทธิพลนั้นไม่ก่อให้เกิดผล

แบบฝึกหัด

ประโยคใดกล่าวอย่างหนักแน่นที่สุดว่าคำวิจารณ์ออนไลน์ไม่มีผลต่อ Maya เลย

  1. Maya is immune to online criticism.
  2. Maya is resistant to online criticism.
  3. Maya is interested in online criticism.
ดูคำตอบ

Maya is immune to online criticism.

Three factors stand out in particular. ลำดับความ

1:09

มีสามปัจจัยที่โดดเด่นเป็นพิเศษ

ลำดับความ

Three factors stand out in particular: การเกริ่นรายการ

ประโยคนี้เป็นถ้อยคำบอกโครงสร้างข้อมูล โดยบอกผู้ฟังว่ามีสามประเด็นที่สำคัญเป็นพิเศษ และกำลังจะเริ่มคำอธิบายที่แบ่งเป็นสามส่วน stand out หมายถึง “เห็นเด่นชัดหรือสำคัญกว่าสิ่งอื่น” ส่วน in particular ช่วยเน้นจุดสนใจให้ชัดขึ้น โครงสร้าง subject + stand(s) out in particular ใช้เกริ่นประเด็นที่เลือกมาในงานพูด รายงาน หรือบทเรียนได้

แบบฝึกหัด

ผู้นำเสนอกำลังจะบอกข้อกังวลที่สำคัญที่สุดสามข้อ ประโยคใดเหมาะที่สุดสำหรับเกริ่นรายการนี้

  1. Three concerns ended the presentation.
  2. Three concerns are standing outside.
  3. Three concerns stand out in particular.
ดูคำตอบ

Three concerns stand out in particular.

Firstly,

1:11

ประการแรก

what your same-sex parent did. การใช้คำ

1:12

สิ่งที่พ่อหรือแม่เพศเดียวกันกับคุณทำ

การใช้คำ

same-sex parent: พ่อหรือแม่ที่มีเพศเดียวกับคุณ

ในประโยคนี้ your same-sex parent หมายถึงพ่อหรือแม่ที่มีเพศเดียวกับคุณ เช่น แม่ของเด็กผู้หญิงหรือพ่อของเด็กผู้ชาย คำคุณศัพท์ประสม same-sex ขยายคำว่า parent และระบุบุคคลที่ใช้เป็นคู่เปรียบเทียบ วลีนี้เปรียบเทียบเพศของคุณกับเพศของพ่อหรือแม่คนนั้น ไม่ได้บอกถึงความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับแม่

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ your same-sex parent หมายถึงใคร?

  1. พ่อหรือแม่ที่มีเพศเดียวกับคุณ
  2. พ่อหรือแม่คนหนึ่งในคู่รักเพศเดียวกัน
  3. พ่อหรือแม่ที่ทำงานเหมือนกับคุณ
ดูคำตอบ

พ่อหรือแม่ที่มีเพศเดียวกับคุณ

The single greatest determinant

1:15

ปัจจัยชี้ขาดเพียงข้อเดียวที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

of how much you will esteem yourself

1:17

ว่าคุณจะเคารพตัวเองมากแค่ไหน

is how you compare with your same-sex parent,

1:19

คือการที่คุณเปรียบเทียบตัวเองกับพ่อหรือแม่เพศเดียวกันอย่างไร

whether you've achieved more or less than mom or dad.

1:22

คุณประสบความสำเร็จมากกว่าหรือน้อยกว่าพ่อหรือแม่

Rather brutally, ลำดับความ

1:26

ซึ่งมันค่อนข้างโหดร้ายตรงที่ว่า

it seems that comfortable levels of self-esteem

1:27

ดูเหมือนระดับความเคารพตัวเองที่น่าพึงพอใจ

are only available to those who've managed

1:30

จะเกิดขึ้นได้เฉพาะกับคนที่สามารถ

to outpace their same-sex parent. การใช้คำ

1:32

ก้าวข้ามพ่อหรือแม่เพศเดียวกันของพวกเขามาได้เท่านั้น

ลำดับความ

Rather brutally: การกำหนดกรอบให้ข้อสรุปที่รุนแรง

Rather brutally เป็นคำวิจารณ์ที่วางไว้ต้นประโยคต่อข้อความที่จะตามมา ในที่นี้ rather หมายถึง “ค่อนข้าง” หรือ “ทีเดียว” ส่วน brutally บอกว่าข้อสรุปนั้นฟังดูรุนแรงและไม่ปรานี ไม่ได้หมายถึงความรุนแรงทางร่างกาย การวางคำวิจารณ์นี้ไว้ก่อนช่วยกำหนดแนวทางการตอบสนองของผู้ฟังก่อนจะกล่าวข้อความจริง ผู้พูดส่งสัญญาณว่าตนรู้ว่าความคิดนี้อาจทำให้ไม่สบายใจ แล้วจึงยังคงพูดออกมา

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดบอกหน้าที่ของ Rather brutally ที่ต้นประโยคได้ดีที่สุด?

  1. วลีนี้เตือนว่าข้อสรุปที่ตามมานั้นรุนแรง
  2. วลีนี้บอกว่ามีคนใช้ความรุนแรงทางร่างกาย
  3. วลีนี้แสดงว่าผู้พูดอยากได้ข้อสรุปอื่นมากกว่า
ดูคำตอบ

วลีนี้เตือนว่าข้อสรุปที่ตามมานั้นรุนแรง

การใช้คำ

Outpace their same-sex parent: ก้าวหน้าเร็วกว่าพ่อหรือแม่ที่มีเพศเดียวกัน

ในที่นี้ outpace ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงก้าวหน้าเร็วกว่าคนอื่นและท้ายที่สุดมีความสำเร็จทางสังคมหรือเศรษฐกิจเหนือกว่า ไม่ได้หมายถึงเคลื่อนที่เร็วกว่าอย่างแท้จริง their same-sex parent หมายถึงพ่อหรือแม่ที่มีเพศเดียวกับบุคคลที่กำลังกล่าวถึง โครงสร้าง outpace + บุคคล กลุ่ม หรือตัวชี้วัด ทำให้ความสำเร็จดูเหมือนการแข่งขันที่ดำเนินไปตามเวลา

แบบฝึกหัด

เติมคำกริยาเป้าหมายที่หมายถึง “เติบโตเร็วกว่า” ให้สมบูรณ์: Last year, the small company's online sales growth ____ that of its biggest rival.

ดูคำตอบ

outpaced

Those from a poor background

1:35

คนที่มาจากภูมิหลังที่ยากจน

have a big unwitting advantage here.

1:36

จะได้เปรียบอย่างมากในจุดนี้โดยไม่รู้ตัว

You might only be driving a beaten-up old taxi

1:39

คุณอาจจะแค่ขับรถแท็กซี่เก่าๆ โทรมๆ

around Manhattan and living in one room in Harlem,

1:41

รอบแมนฮัตตันและอาศัยอยู่ในห้องเช่าห้องเดียวในฮาร์เล็ม

but if your same-sex parent was a subsistence farmer วัฒนธรรม

1:44

แต่ถ้าพ่อหรือแม่เพศเดียวกันกับคุณเป็นเกษตรกรยังชีพ

from eastern Burkina Faso,

1:47

จากบูร์กินาฟาโซตะวันออก

you will at times feel princely nevertheless.

1:49

บางครั้งคุณก็ยังจะรู้สึกเหมือนเป็นเจ้าชายอยู่ดี

วัฒนธรรม

เกษตรกรยังชีพจากภาคตะวันออกของบูร์กินาฟาโซ

Subsistence farmer หมายถึงเกษตรกรที่ผลิตอาหารหรือสิ่งของโดยหลักให้เพียงพอต่อครัวเรือนของตน และมีส่วนเกินให้ขายเพียงเล็กน้อย Subsistence ในที่นี้เกี่ยวกับการตอบสนองความต้องการพื้นฐานในการดำรงชีวิต ไม่ได้หมายถึงการรับเงินอุดหนุน การทำงานนอกเวลา หรือการขาดทักษะ From eastern Burkina Faso ระบุภูมิภาคหนึ่งในบูร์กินาฟาโซ ซึ่งเป็นประเทศในแอฟริกาตะวันตก ในประโยคนี้ ภูมิหลังดังกล่าวชี้ว่าคนรุ่นก่อนมีโอกาสด้านวัตถุน้อยกว่ามาก ไม่ได้เป็นการตัดสินคุณค่าของอาชีพหรือสถานที่ใด

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ subsistence farmer มากที่สุดในบริบทนี้? “Most of the crop feeds the family, and only a little is sold.”

  1. เกษตรกรที่ผลิตโดยหลักเพื่อขายในตลาดการค้าขนาดใหญ่
  2. เกษตรกรที่ค่าแรงทั้งหมดมาจากเงินอุดหนุนของรัฐบาล
  3. เกษตรกรที่ผลิตโดยหลักเพื่อเลี้ยงดูครัวเรือนของตน
ดูคำตอบ

เกษตรกรที่ผลิตโดยหลักเพื่อเลี้ยงดูครัวเรือนของตน

Similarly, yet more darkly, ลำดับความ

1:52

ในทำนองเดียวกัน แต่เป็นด้านที่มืดมนกว่า

you might have grown up in ostensibly privileged circumstances, การใช้คำ

1:54

คุณอาจเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่ดูเหมือนจะมีอภิสิทธิ์

ลำดับความ

Similarly, yet more darkly: ความคล้ายคลึงที่พลิกไปสู่ด้านที่หม่นมืดกว่า

Similarly บอกว่ากรณีใหม่คล้ายคลึงกับกรณีก่อนหน้า และชวนให้ผู้อ่านเปรียบเทียบสองสถานการณ์นี้ yet แสดงการเปลี่ยนทิศทาง ส่วน more darkly บอกว่ากรณีใหม่นำไปสู่ข้อสรุปที่น่ากังวลยิ่งขึ้น ในที่นี้ darkly เป็นการประเมินวิธีนำเสนอตัวอย่าง ไม่ได้หมายถึงแสงสว่างที่มืดลง

แบบฝึกหัด

คำเชื่อม 'Similarly, yet more darkly,' บอกอะไรแก่ผู้อ่าน?

  1. กรณีถัดไปเกี่ยวข้องกับกรณีก่อนหน้า แต่ชวนให้กังวลมากกว่า
  2. ฉากถัดไปมีแสงสว่างน้อยลง
  3. กรณีถัดไปไม่เกี่ยวข้องเลยและไม่มีอารมณ์ความรู้สึก
ดูคำตอบ

กรณีถัดไปเกี่ยวข้องกับกรณีก่อนหน้า แต่ชวนให้กังวลมากกว่า

การใช้คำ

ostensibly privileged circumstances: ดูมีอภิสิทธิ์แต่ยังมีข้อสงสัย

Ostensibly privileged circumstances หมายถึงสภาพแวดล้อมที่ดูมีอภิสิทธิ์จากภายนอก เช่น มีเงิน สถานะ หรือโอกาส ostensibly เพิ่มน้ำเสียงที่เว้นระยะและตั้งข้อสงสัย กล่าวคือ ป้ายกำกับว่า privileged อาจจริงเพียงผิวเผิน หรืออาจซ่อนความเป็นจริงที่ไม่ได้ดีเช่นนั้นไว้ คำนี้ไม่ได้หมายถึง simply หรือ obviously

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ ostensibly เพื่อแสดงว่าภาพที่เห็นอาจไม่ตรงกับความเป็นจริง?

  1. The hotel apparently serves breakfast; that is what its website says.
  2. The hotel obviously served breakfast because we watched the staff bring it out.
  3. The hotel offered an ostensibly free breakfast, but every guest was charged a service fee.
ดูคำตอบ

The hotel offered an ostensibly free breakfast, but every guest was charged a service fee.

but if your same-sex parent made a few hundred million

1:57

แต่ถ้าพ่อหรือแม่เพศเดียวกันกับคุณหาเงินได้หลายร้อยล้าน

and you're only managing to pull in a middle-class salary, กริยาวลี

2:00

ในขณะที่คุณหาได้แค่เงินเดือนระดับชนชั้นกลาง

กริยาวลี

pull in ในความหมายว่า “หาเงินได้”

ในที่นี้ pull in หมายถึง “หาได้หรือได้รับ” โดยเฉพาะในรูปของรายได้หรือรายรับ กรรม a middle-class salary บอกให้รู้ว่ากำลังพูดถึงเงิน ไม่ใช่การดึงสิ่งของจริง ๆ โครงสร้างที่พบบ่อยคือ pull in + จำนวนเงินหรือคำนามที่เกี่ยวกับเงิน ในความหมายนี้ เป็นทางเลือกที่ไม่เป็นทางการและให้ภาพชัดกว่า earn หรือ generate

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ pull in ในความหมายว่า “หาเงินหรือได้รับเงิน”?

  1. The new café pulls in enough money to pay its staff.
  2. The train will pull in at six.
  3. Pull in the rope before the storm starts.
ดูคำตอบ

The new café pulls in enough money to pay its staff.

you're liable never quite to shake off กริยาวลี

2:03

คุณก็มีแนวโน้มที่จะไม่มีวันสลัดหลุด

a haunting feeling that you're a disgrace.

2:05

จากความรู้สึกหลอกหลอนที่ว่าคุณคือความน่าอับอาย

กริยาวลี

shake off ความรู้สึกที่ยังคงติดอยู่

ในที่นี้ shake off หมายถึง “ทำให้ตัวเองหลุดพ้นจากสิ่งที่คอยรบกวนหรือส่งผลกระทบ” ความรู้สึกที่ตามหลอกหลอนไม่ใช่วัตถุจริง ๆ วลีนี้แสดงว่าความรู้สึกนั้นยังอยู่กับคนนั้นและกำจัดได้ยาก ใช้ shake off + คำนาม กับความรู้สึก ผลกระทบ อาการป่วยเล็กน้อย นิสัย หรือผู้ไล่ตามที่ไม่ต้องการ ภาพเดิมคือการสลัดบางสิ่งให้หลุดด้วยการเขย่า แต่ความหมายมักเป็นเชิงเปรียบเทียบ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย phrasal verb จากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “หลุดพ้นจากความรู้สึกที่ยังคงติดอยู่”: Even after the exam ended, Leo could not ____ the worry that he had missed a page.

ดูคำตอบ

shake off

Secondly,

2:09

ประการที่สอง

what your peer group is up to. กริยาวลี

2:10

สิ่งที่คนรุ่นราวคราวเดียวกับคุณกำลังทำ

กริยาวลี

ความหมายของ what your peer group is up to

ในที่นี้ what your peer group is up to หมายถึงคนในกลุ่มนั้นกำลังทำอะไร มุ่งทำอะไร หรือประสบความสำเร็จอะไรบ้าง ช่วงเวลาที่กล่าวถึงค่อนข้างกว้าง คือพูดถึงว่าชีวิตของพวกเขาดำเนินไปอย่างไร ไม่ได้จำกัดเฉพาะสิ่งที่กำลังทำอยู่ในวินาทีนี้ โครงสร้างคือ what + คนหรือกลุ่ม + be + up to ให้ดูคำบอกเวลาและบริบทเพื่อตัดสินว่าหมายถึงกิจกรรม แผน หรือความก้าวหน้า

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง วลี what your peer group is up to หมายถึงอะไร

  1. กลุ่มรุ่นราวคราวเดียวกับคุณมีความสามารถทำงานยากหรือไม่
  2. คนในกลุ่มรุ่นราวคราวเดียวกับคุณกำลังทำหรือประสบความสำเร็จอะไร
  3. จำนวนคนสูงสุดที่อนุญาตให้อยู่ในกลุ่มรุ่นราวคราวเดียวกับคุณ
ดูคำตอบ

คนในกลุ่มรุ่นราวคราวเดียวกับคุณกำลังทำหรือประสบความสำเร็จอะไร

We don't feel inadequate in relation

2:12

เราไม่ได้รู้สึกด้อยค่าเมื่อเทียบกับ

to everyone who has more than us.

2:14

ทุกคนที่มีมากกว่าเรา

Only those who we've come to see as belonging

2:16

แต่เฉพาะกับกลุ่มคนที่เรามองว่าพวกเขาเป็นของ

to another crucial determinant of self-esteem,

2:18

ปัจจัยกำหนดความเคารพตัวเองที่สำคัญอีกประการหนึ่ง

our peer group. การใช้คำ

2:22

ซึ่งก็คือกลุ่มคนรุ่นราวคราวเดียวกับเรา

การใช้คำ

peer group: กลุ่มคนรุ่นราวคราวเดียวกัน

Peer group หมายถึงกลุ่มคนที่มีอายุ การศึกษา สถานะทางสังคม หรือสถานการณ์ชีวิตคล้ายกัน เนื่องจากรู้สึกว่าเปรียบเทียบกันได้ คนกลุ่มนี้จึงอาจกลายเป็นกลุ่มอ้างอิงในการประเมินความสำเร็จหรือพฤติกรรมของตนเอง Peer ไม่ได้หมายถึงเพื่อนโดยอัตโนมัติ ในบริบทนี้ กลุ่มถูกกำหนดด้วยอายุ โรงเรียน และพื้นที่ที่เหมือนกัน จึงอธิบายได้ว่าทำไมความสำเร็จของสมาชิกจึงมีผลต่อการเปรียบเทียบตนเอง

แบบฝึกหัด

กลุ่มใดเหมาะจะเรียกว่า peer group มากที่สุด

  1. เพื่อนสนิทที่แบ่งปันความลับกัน แม้อายุและสถานการณ์จะแตกต่างกันมาก
  2. คนที่มีอายุและสถานการณ์ทางสังคมคล้ายกันและเปรียบเทียบตนเองกับอีกฝ่าย
  3. คนแปลกหน้าทั้งหมดในเมืองหนึ่ง
ดูคำตอบ

คนที่มีอายุและสถานการณ์ทางสังคมคล้ายกันและเปรียบเทียบตนเองกับอีกฝ่าย

By this we mean the people who were educated with us, ลำดับความ

2:23

โดยเราหมายถึงคนที่ได้รับการศึกษามาพร้อมกับเรา

who are around our age,

2:26

คนที่มีอายุไล่เลี่ยกับเรา

and who live in our part of the world.

2:28

และคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เดียวกับเรา

ลำดับความ

By this we mean: การนิยามคำที่กล่าวถึงก่อนหน้า

By this we mean ใช้เกริ่นคำนิยามที่ผู้พูดตั้งใจให้กับคำหรือแนวคิดที่เพิ่งกล่าวถึง ในที่นี้ this ย้อนกลับไปหมายถึง peer group และส่วนที่เหลือของประโยคอธิบายว่าใครบ้างอยู่ในกลุ่มนั้น วลีนี้จัดข้อมูลเป็นสองขั้นตอน คือบอกแนวคิดก่อน แล้วจึงทำให้ขอบเขตชัดเจน ในรูปแบบนี้ by this หมายถึง “เมื่อเราใช้สำนวนนี้ เราหมายถึง” ไม่ใช่ “โดยใช้สิ่งนี้เป็นวิธีการ”

แบบฝึกหัด

เติมคำอธิบายด้วยวลีเป้าหมายสี่คำที่ขึ้นต้นด้วย By: We call this a quiet zone. ____ a place where phones and loud conversations are not allowed.

ดูคำตอบ

By this we mean

These people matter infinitely more

2:30

คนเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด

to our sense of well-being

2:32

ต่อความรู้สึกเป็นสุขของเรา

than the population at large. วลี

2:34

มากกว่าคนทั่วไปในสังคม

วลี

population at large: สังคมโดยรวม

The population at large หมายถึงประชาชนทั่วไปเมื่อมองเป็นหนึ่งกลุ่มโดยรวม ไม่ใช่กลุ่มเฉพาะที่คัดเลือกมา ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเปรียบเทียบกลุ่มเพื่อนวัยใกล้เคียงที่สนิทกับทุกคนในสังคมวงกว้าง ในที่นี้ at large อยู่หลัง population และหมายถึง “โดยทั่วไป” หรือ “โดยรวม” ไม่ได้บอกว่าจำนวนประชากรมาก และไม่ใช่ความหมายว่า “ยังไม่ถูกจับ” ที่พบในวลีอย่าง a suspect at large

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ at large ในความหมายว่า “โดยรวม ไม่ใช่กลุ่มเฉพาะที่คัดเลือกมา”

  1. The city has a large population.
  2. The new rule affects the population at large.
  3. The police are searching for a suspect at large.
ดูคำตอบ

The new rule affects the population at large.

It's a piece of extreme bad luck

2:36

มันเป็นความโชคร้ายอย่างสุดซึ้ง

and a matter for particular commiseration and assistance ลำดับความ

2:38

และเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจและต้องได้รับการช่วยเหลือเป็นพิเศษ

if ever our peer group produces someone

2:41

หากในกลุ่มเพื่อนรุ่นเดียวกับเรามีใครสักคน

who starts a billion-dollar company

2:43

ที่ตั้งบริษัทระดับพันล้านดอลลาร์ขึ้นมา

or, God forbid, น้ำเสียง/เจตนา

2:45

หรือที่แย่ไปกว่านั้นคือ

ends up running the country. กริยาวลี

2:46

กลายไปเป็นผู้นำประเทศ

ลำดับความ

a matter for particular commiseration and assistance: การประชดด้วยภาษาทางการ

โครงสร้าง a matter for + คำนาม จัดสถานการณ์หนึ่งว่าเป็นเรื่องที่ต้องมีการตอบสนองบางอย่าง ในที่นี้การตอบสนองที่ระบุคือ particular commiseration and assistance จึงทำให้ความสำเร็จของคนรุ่นเดียวกันถูกนำเสนอเหมือนเป็นปัญหาอย่างเป็นทางการที่สมควรได้รับความเห็นใจและความช่วยเหลือ ถ้อยคำนี้จงใจจริงจังและเป็นทางการเกินไปสำหรับเหตุการณ์เชิงบวกที่ตามมา ความไม่เข้ากันนี้สร้างการประชดแบบหน้าตาย กล่าวคือไม่ได้มีใครร้องขอความช่วยเหลือจริง ๆ แต่ผู้พูดกำลังแสดงให้เห็นว่าความอิจฉาและการเปรียบเทียบทางสังคมอาจทำให้ความสำเร็จของคนอื่นรู้สึกเหมือนเป็นหายนะส่วนตัวได้

แบบฝึกหัด

a matter for particular commiseration and assistance ให้ผลหลักอย่างไรในประโยคนี้?

  1. เสนออย่างจริงใจว่าควรให้ความช่วยเหลือพิเศษแก่คนที่ประสบความสำเร็จ
  2. ให้คำจำกัดความที่เป็นกลางของความสำเร็จทางการเงิน
  3. ใช้ภาษาที่จริงจังและเป็นทางการเพื่อทำให้ความอิจฉาดูเหมือนเหตุฉุกเฉิน
ดูคำตอบ

ใช้ภาษาที่จริงจังและเป็นทางการเพื่อทำให้ความอิจฉาดูเหมือนเหตุฉุกเฉิน

น้ำเสียง/เจตนา

God forbid ในฐานะปฏิกิริยาที่รุนแรงหรือเป็นการประชด

God forbid เป็นคำอุทานแทรกที่หมายถึง “ฉันหวังอย่างยิ่งว่าเรื่องนี้จะไม่เกิดขึ้น” คำนี้แสดงความเห็นต่อความเป็นไปได้ที่ตามมา ไม่ได้เป็นส่วนทางไวยากรณ์ของอนุประโยค if ในที่นี้ ความเป็นไปได้คือคนรุ่นเดียวกันได้บริหารประเทศ ซึ่งตามปกติถือเป็นความสำเร็จที่น่าประทับใจ การพูดถึงเรื่องนี้ราวกับเป็นสิ่งเลวร้ายจึงเป็นการประชด และเผยให้เห็นความไม่สบายใจแบบเกินจริงของผู้พูดต่อความสำเร็จของคนรุ่นเดียวกัน ในบริบทอื่น วลีเดียวกันอาจแสดงความกลัวอย่างจริงใจก็ได้

แบบฝึกหัด

ข้อใดตีความ God forbid ในตัวอย่างได้เหมาะสมที่สุด?

  1. ผู้พูดทำเหมือนว่าความสำเร็จนั้นเป็นผลลัพธ์ที่ไม่ต้องการอย่างเกินจริง จึงเกิดการประชด
  2. ผู้พูดไม่แน่ใจว่าบุคคลนั้นอยู่ในกลุ่มคนรุ่นเดียวกันหรือไม่
  3. ผู้พูดอธิษฐานจริง ๆ ให้คนรุ่นเดียวกันได้เป็นผู้นำประเทศ
ดูคำตอบ

ผู้พูดทำเหมือนว่าความสำเร็จนั้นเป็นผลลัพธ์ที่ไม่ต้องการอย่างเกินจริง จึงเกิดการประชด

กริยาวลี

end up + -ing เพื่อบอกผลลัพธ์สุดท้าย

End up + -ing ใช้บอกสถานการณ์หรือการกระทำสุดท้ายที่เกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์หลายอย่างต่อเนื่องกัน มักสื่อว่าผลลัพธ์นั้นไม่ได้เป็นแผนเดิมหรือเป็นเรื่องน่าประหลาดใจ ในที่นี้ ends up running the country หมายถึงสุดท้ายกลายเป็นคนที่บริหารประเทศ คำว่า running เป็นรูป -ing ที่ตามหลัง ends up ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ขึ้นไปยังที่สูง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ end up: Leo planned to be an artist, but he ____ working as a teacher.

ดูคำตอบ

ended up

Every time someone we went to school with does better than us,

2:48

ทุกครั้งที่คนที่เราเคยเรียนมาด้วยกันได้ดีกว่าเรา

a small part of us will die. สำนวน

2:52

ส่วนเล็กๆ ในใจของเราก็จะตายลง

สำนวน

a small part of us will die ในฐานะคำพูดเกินจริงแบบขบขัน

ในประโยคนี้ a small part of us will die ไม่ได้หมายถึงการเสียชีวิตจริง ๆ แต่เป็นการพูดเกินจริงถึงความเจ็บใจเล็กน้อยที่อาจรู้สึกเมื่อเพื่อนเก่าทำได้ดีกว่าเรา เช่น ความอิจฉาหรือความภูมิใจที่ถูกกระทบ คำว่า small part จำกัดให้ความรู้สึกนั้นดูเล็กน้อย ส่วน will die ทำให้ฟังดูน่าตื่นเต้นเกินจริง ทั้งสองส่วนจึงรวมกันเป็นวิธีพูดแบบขบขันว่าความมั่นใจหรือความภูมิใจถูกกระทบชั่วครู่

แบบฝึกหัด

a small part of me died หมายถึงอะไรในประโยคนี้: “When my little brother beat my high score, a small part of me died.”?

  1. ฉันรู้สึกผิดหวังชั่วครู่และพูดถึงมันแบบเกินจริง
  2. ส่วนหนึ่งของร่างกายฉันหยุดมีชีวิตจริง ๆ
  3. ฉันดีใจที่คนอื่นทำได้ดีกว่า
ดูคำตอบ

ฉันรู้สึกผิดหวังชั่วครู่และพูดถึงมันแบบเกินจริง

We should therefore take immense care ลำดับความ

2:54

ดังนั้นเราจึงควรระมัดระวังอย่างมาก

to attend very ordinary schools

2:56

ในการเลือกเข้าเรียนในโรงเรียนที่แสนธรรมดา

and after graduation

2:58

และหลังจากเรียนจบแล้ว

to throw all invitations to reunions

3:00

ก็จงโยนคำเชิญงานเลี้ยงรุ่นทั้งหมด

straight in the trash.

3:02

ลงถังขยะไปซะ

ลำดับความ

Therefore + should ที่ใช้สร้างข้อสรุปเชิงประชด

Therefore ทำให้ประโยคนี้ดูเหมือนเป็นข้อสรุปที่มีเหตุผลจากเนื้อหาก่อนหน้า หลัง should คำว่า take ใช้เสนอ “คำแนะนำ” ส่วนกริยารูป infinitive ที่เชื่อมคู่กันคือ to attend ... และ to throw ... จัดสองการกระทำให้ดูเป็นแผนเดียวกัน แต่แผนนี้จงใจเขียนให้ไร้เหตุผล นั่นคือให้เรียนในโรงเรียนที่ธรรมดามากและทิ้งคำเชิญไปงานเลี้ยงรุ่นทุกฉบับหลังเรียนจบ should ตรงนี้จึงไม่ใช่คำแนะนำอย่างจริงใจ คำเชื่อมเชิงเหตุผลที่ฟังจริงจังกับการกระทำสุดโต่งทำให้เกิดการประชด โดยใช้ข้อสรุปที่แสร้งว่ามีเหตุผลเพื่อวิจารณ์ว่าการเปรียบเทียบตนเองกับอดีตเพื่อนร่วมชั้นส่งผลต่อความภาคภูมิใจในตนเองได้มากเพียงใด

แบบฝึกหัด

ตัดสินว่าการตีความนี้ถูกต้องหรือไม่: ผู้พูดกำลังแนะนำอย่างจริงจังให้ผู้คนเลือกโรงเรียนธรรมดาและหลีกเลี่ยงงานเลี้ยงรุ่นทุกงาน

  1. ผิด
  2. ถูก
ดูคำตอบ

ผิด

Third

3:05

ประการที่สาม

what kind of love you received in childhood.

3:05

ความรักแบบไหนที่คุณได้รับในวัยเด็ก

A lot depends on what kind of affection

3:09

หลายอย่างขึ้นอยู่กับว่าความรักแบบไหน

we were the recipients of in childhood. วลี

3:12

ที่เราได้รับในสมัยเด็ก

วลี

be the recipient of: คนที่ได้รับบางสิ่ง

To be the recipient of something หมายถึงการเป็นคนที่ได้รับบางสิ่ง ในที่นี้ we were the recipients of affection หมายถึงเราได้รับความรักความเอ็นดูในวัยเด็ก recipients จึงหมายถึงผู้รับ ไม่ใช่ผู้ให้ โครงสร้างที่ใช้คำนาม recipient นี้เป็นทางการและตรงน้อยกว่าการใช้คำกริยา receive เช่น we received affection รูปแบบคือ be + a/the recipient of + สิ่งที่ได้รับ

แบบฝึกหัด

recipients ใน we were the recipients of affection หมายถึงอะไร

  1. คนที่ได้รับความรักความเอ็นดู
  2. คนที่มอบความรักความเอ็นดู
  3. ความรักความเอ็นดูที่ถูกมอบให้
ดูคำตอบ

คนที่ได้รับความรักความเอ็นดู

In particular,

3:14

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง

how many conditions our love came attached with.

3:15

ความรักนั้นมาพร้อมกับเงื่อนไขมากน้อยเพียงใด

Some of us had parents who only knew

3:19

พวกเราบางคนมีพ่อแม่ที่รู้จักเพียงวิธีเดียว

how to give out

3:20

ในการมอบความรัก

the conditional kind of love.

3:21

นั่นคือความรักแบบมีเงื่อนไข

It was all about the grades and the school reports. วลี

3:24

ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเกรดและสมุดพกของโรงเรียน

วลี

was all about: จุดสนใจหลักเพียงอย่างเดียว

ในโครงสร้าง be all about + คำนามหรือรูป -ing คำว่า all จะเน้นความหมายของ about ให้แรงขึ้น โดยบอกว่าสิ่งหนึ่งเป็นจุดสนใจหลักหรือแทบจะเป็นจุดสนใจเพียงอย่างเดียว ไม่ใช่แค่หัวข้อทั่วไป ในที่นี้ was all about the grades and the school reports หมายความว่าคะแนนและสมุดพกถูกมองว่าเป็นสิ่งที่สำคัญจริง ๆ ถ้อยคำนี้ใช้วิจารณ์การให้ความสำคัญที่แคบเกินไปได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบ be all about เพื่อแสดงจุดสนใจหลักหนึ่งอย่าง: For Nina, the science fair ____ trying new ideas.

ดูคำตอบ

is all about

We therefore grew up, ไวยากรณ์

3:26

ดังนั้นเราจึงเติบโตขึ้นมา

of course,

3:27

แน่นอนว่า

to be high achievers.

3:28

เป็นคนที่ประสบความสำเร็จสูง

ไวยากรณ์

grew up, of course, to be: ผลเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่พร้อมความคิดเห็นแทรก

โครงสร้างพื้นฐานคือ grow up to be + คำนามหรือคำคุณศัพท์ ใช้บอกว่าเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่แล้วใครคนหนึ่งกลายเป็นอะไรหรือมีลักษณะอย่างไร วลี to be บอกผลที่เกิดขึ้นภายหลัง ไม่ใช่จุดประสงค์ของการเติบโต Of course เป็นความคิดเห็นที่แทรกอยู่ภายในโครงสร้างนี้ เมื่อตัดออกจะเหลือ We therefore grew up to be high achievers ในที่นี้คำดังกล่าวทำให้ผลลัพธ์ดูเป็นสิ่งที่คาดเดาได้ และเมื่อพิจารณาบริบท ความแน่ใจนี้อาจฟังเป็นการประชดมากกว่าการแสดงความยินดี

แบบฝึกหัด

เติมช่องว่างสองช่องด้วยรูปอดีตของโครงสร้าง grow up ... to be โดย of course เป็นเพียงความคิดเห็นที่แทรกเข้ามา: As her family expected, Ana ____, of course, ____ a teacher.

ดูคำตอบ

grew up · to be

But it's not so easy running around your whole life long, ไวยากรณ์

3:30

แต่มันไม่ง่ายเลยที่ต้องวิ่งวุ่นไปตลอดชีวิต

desperate to put out the raging fires of self-hatred, สำนวน

3:33

และดิ้นรนเพื่อดับไฟแห่งความเกลียดชังตัวเองที่ลุกโชน

ไวยากรณ์

it's not so easy running: การประเมินความยากของกิจกรรม

ใน it's not so easy running คำว่า it ทำหน้าที่เติมตำแหน่งประธาน ส่วนอนุประโยค -ing อย่าง running around ระบุกิจกรรมที่ถูกประเมินว่าไม่ง่าย ดังนั้น running จึงไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกริยารูปต่อเนื่องอย่าง is running ในที่นี้ running around your whole life long หมายถึงการใช้ชีวิตโดยวุ่นอยู่ตลอดเวลาเพื่อรับมือกับปัญหาภายในใจ ไม่ได้หมายถึงการวิ่งไปมาตามตัวอักษร โครงสร้าง It's not so easy + -ing ใช้ประเมินว่าการทำกิจกรรมนั้นรู้สึกยากเพียงใดขณะกำลังทำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยโครงสร้างเป้าหมายที่กำหนด: ____ night shifts when you also have school.

ดูคำตอบ

It's not so easy working

สำนวน

put out the raging fires of self-hatred: คำเปรียบเทียบอารมณ์เป็นไฟ

วลีนี้เปลี่ยนความเกลียดตัวเองให้เป็นภาพของไฟที่ลุกโหม put out ในที่นี้หมายถึงดับไฟ ผู้พูดจึงวาดภาพคนที่พยายามซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อหยุดหรือควบคุมความเกลียดอย่างรุนแรงที่มีต่อตัวเอง ไฟเหล่านี้ไม่ใช่ไฟจริง raging ทำให้อารมณ์ดูรุนแรงและควบคุมได้ยาก ส่วน fires ที่เป็นรูปพหูพจน์สื่อถึงการต่อสู้ที่ปะทุขึ้นซ้ำ ๆ ในส่วนต่าง ๆ ของชีวิต

แบบฝึกหัด

put out the raging fires of self-hatred หมายถึงอะไรในประโยคนี้?

  1. จุดไฟจริงเพื่อทำลายบางสิ่ง
  2. พยายามกดหรือเอาชนะความเกลียดตัวเองอย่างรุนแรง
  3. ประกาศต่อสาธารณะว่าตนเองเกลียดตัวเอง
ดูคำตอบ

พยายามกดหรือเอาชนะความเกลียดตัวเองอย่างรุนแรง

striving to impress everyone you meet

3:36

พยายามทำให้ทุกคนที่พบเจอประทับใจ

in search of an unsatisfied desire

3:39

เพื่อค้นหาความปรารถนาที่ไม่เคยได้รับการเติมเต็ม

for a parental approval you never knew.

3:41

สำหรับการยอมรับจากพ่อแม่ที่คุณไม่เคยรู้จัก

But others,

3:44

แต่คนอื่นๆ

the blessed ones who've known unconditional love from the start,

3:45

ผู้โชคดีที่รู้จักความรักแบบไม่มีเงื่อนไขมาตั้งแต่แรก

will be okay just to be.

3:48

พวกเขาจะรู้สึกโอเคกับการได้เป็นตัวของตัวเอง

They won't have to do quite so much pushing.

3:51

พวกเขาไม่ต้องคอยผลักดันตัวเองมากขนาดนั้น

They'll have an inner basic buoyancy สำนวน

3:53

พวกเขาจะมีความร่าเริงพื้นฐานอยู่ภายใน

guaranteed by the knowledge

3:55

ซึ่งรับประกันได้จากการที่พวกเขารู้ว่า

that they once mattered immeasurably.

3:57

ครั้งหนึ่งพวกเขาเคยมีความสำคัญอย่างประเมินค่าไม่ได้

สำนวน

an inner basic buoyancy: พลังฟื้นตัวทางอารมณ์ภายใน

ในประโยคนี้ an inner basic buoyancy เป็นคำเปรียบเทียบถึงความสามารถที่ลึกและมั่นคงในการฟื้นตัวทางอารมณ์หลังพบความผิดหวัง เช่นเดียวกับแรงลอยตัวที่ช่วยไม่ให้สิ่งของจม คุณสมบัติภายในนี้ช่วยให้คนเราไม่ถูกความทุกข์ถาโถมจนรับไม่ไหว คำว่า inner และ basic แสดงว่าแรงค้ำจุนนี้หยั่งรากอยู่ในความรู้สึกที่บุคคลมีต่อตนเอง ไม่ใช่เพียงอารมณ์ดีชั่วครู่ ในที่นี้ แรงดังกล่าวเกิดจากการรู้ว่าครั้งหนึ่งตนเคยมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อใครบางคน

แบบฝึกหัด

เมื่อบรรยายคนที่ฟื้นตัวหลังความล้มเหลว “inner buoyancy” มีความหมายใดเป็นธรรมชาติที่สุด

  1. ทักษะทางกายภาพในการลอยตัวในน้ำ
  2. ความตื่นเต้นที่เกิดขึ้นชั่วครู่
  3. ความสามารถอันลึกซึ้งในการฟื้นตัวทางอารมณ์
ดูคำตอบ

ความสามารถอันลึกซึ้งในการฟื้นตัวทางอารมณ์

A big reversal like being fired

3:59

การพลิกผันครั้งใหญ่อย่างการถูกไล่ออก

will be unpleasant,

4:02

จะเป็นเรื่องที่ไม่น่าอภิรมย์

it won't necessarily have to be a tragedy. ไวยากรณ์

4:03

แต่มันไม่จำเป็นต้องกลายเป็นโศกนาฏกรรมเสมอไป

ไวยากรณ์

Won't necessarily have to be a tragedy: ปฏิเสธความหลีกเลี่ยงไม่ได้

วลี won't necessarily have to be a tragedy ไม่ได้รับประกันว่าเหตุการณ์นั้นจะไม่มีวันเลวร้ายจนเป็นโศกนาฏกรรม คำว่า not necessarily จำกัดข้ออ้างเรื่องความจำเป็น กล่าวคือ การกลายเป็นโศกนาฏกรรมไม่ใช่ผลลัพธ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ have to เพิ่มแนวคิดเรื่องความจำเป็น เมื่อรวมกัน won't necessarily have to be จึงหมายถึง “ไม่จำเป็นต้องกลายเป็นเช่นนั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้” และผู้พูดยังคงเปิดโอกาสให้เกิดผลลัพธ์ได้มากกว่าหนึ่งแบบ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าผลลัพธ์ที่ไม่ดีอาจเกิดขึ้นได้ แต่ไม่ได้หลีกเลี่ยงไม่ได้

  1. Losing the match will have to be a disaster.
  2. Losing the match definitely won't be a disaster.
  3. Losing the match won't necessarily have to be a disaster.
ดูคำตอบ

Losing the match won't necessarily have to be a disaster.

Knowing about the odd internal origins of self-esteem

4:08

การรู้ถึงต้นกำเนิดภายในที่แปลกประหลาดของความเคารพตัวเอง

is crucial because of how often we pursue goals ไวยากรณ์

4:11

มีความสำคัญมาก เพราะบ่อยครั้งที่เราไขว่คว้าหาเป้าหมาย

ไวยากรณ์

because of how often + ประธาน + คำกริยา

ในที่นี้ because of ตามด้วยอนุประโยคซ้อน how often we pursue goals อนุประโยคทั้งหมดทำหน้าที่คล้ายวลีนาม โดยระบุว่าความถี่ของการกระทำคือเหตุผลที่ทำให้การรู้เรื่องนี้สำคัญ ข้อความนี้ไม่ได้เพียงบอกว่าผู้คนไล่ตามเป้าหมาย แต่บอกว่าพฤติกรรมนี้เกิดขึ้นบ่อยมาก และความถี่นั้นเองทำให้หัวข้อนี้สำคัญ โครงสร้าง because of how often + ประธาน + คำกริยา ใช้ได้เมื่อความถี่เป็นสิ่งที่อธิบายการตัดสินหรือผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้างเป้าหมายเพื่อให้ความถี่เป็นเหตุผล: Keeping an umbrella nearby makes sense ____ it rains here.

ดูคำตอบ

because of how often

in the belief that success will at last give us วลี

4:14

ด้วยความเชื่อที่ว่า ความสำเร็จจะมอบกุญแจ

the keys to feeling good about ourselves. สำนวน

4:17

แห่งความรู้สึกดีต่อตัวเองให้แก่เราในที่สุด

วลี

in the belief that + อนุประโยค

in the belief that ใช้นำเสนอแนวคิดที่คนคนหนึ่งยอมรับว่าเป็นจริงในขณะที่ลงมือทำ ในที่นี้ผู้คนไล่ตามความสำเร็จโดยตั้งอยู่บนสมมติฐานว่า ในที่สุดความสำเร็จจะทำให้พวกเขารู้สึกดีกับตัวเอง รูปแบบคือ in the belief that + อนุประโยค โครงสร้างนี้อธิบายความคิดเบื้องหลังการกระทำ แต่ไม่ได้บอกว่าความเชื่อนั้นเป็นจริง ผู้พูดอาจกำลังตั้งคำถามกับความเชื่อนั้นด้วยซ้ำ

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวนเป้าหมายที่เป็นทางการเพื่อแสดงว่าการกระทำตั้งอยู่บนสมมติฐาน: Lena took a map ____ the trail would be hard to follow.

ดูคำตอบ

in the belief that

สำนวน

กุญแจที่ทำให้เรารู้สึกดีกับตัวเอง

the keys to เป็นการใช้อุปมา เหมือนกับที่กุญแจใช้เปิดประตู a key to something หมายถึงสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ไปถึงผลลัพธ์หนึ่งได้ ในที่นี้ ผู้พูดมองความสำเร็จว่าเป็นหนทางที่จะทำให้คนเรารู้สึกดีกับตัวเองได้ในที่สุด ในโครงสร้างนี้ to เป็นคำบุพบท จึงตามด้วยคำนามหรือรูป -ing เช่น the key to confidence และ the key to feeling better ถ้าหมายถึงปัจจัยสำคัญมากกว่าหนึ่งอย่าง ให้ใช้ keys

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ key to ได้ถูกต้องในความหมายว่าเป็นวิธีสำคัญในการบรรลุผลลัพธ์

  1. Patience and practice are the keys to learn this skill.
  2. Patience and practice are the keys to learning this skill.
  3. Patience and practice are the keys learning this skill.
ดูคำตอบ

Patience and practice are the keys to learning this skill.

It seems the truth is slightly darker.

4:20

ดูเหมือนความจริงแล้วจะมืดมนกว่านั้นเล็กน้อย

You might ostensibly be doing very well at work,

4:22

คุณอาจจะดูเหมือนทำงานได้ดีมากในหน้าที่การงาน

but if your dad was a big shot สำนวน

4:25

แต่ถ้าพ่อของคุณเป็นคนใหญ่คนโต

or your school buddy became president

4:26

หรือเพื่อนสมัยเรียนของคุณกลายเป็นประธานาธิบดี

สำนวน

a big shot: บุคคลสำคัญที่มีอิทธิพล

A big shot เป็นสำนวนไม่เป็นทางการที่หมายถึงบุคคลซึ่งมีสถานะ อำนาจ หรืออิทธิพลสูง โดยเฉพาะในองค์กรหรือวงการอาชีพ ในที่นี้หมายความว่าพ่อเป็นคนสำคัญในด้านอาชีพหรือสังคม สำนวนนี้ใช้เรียกบุคคล โดย shot ในการใช้นี้ไม่ได้หมายถึงเสียงปืนหรือการยิง

แบบฝึกหัด

ในประโยค 'Her aunt is a big shot in the film industry,' คำว่า a big shot หมายถึงอะไร

  1. บุคคลที่มีอิทธิพลหรือมีความสำคัญ
  2. ภาพถ่ายที่มีขนาดใหญ่
  3. เสียงปืนที่ดัง
ดูคำตอบ

บุคคลที่มีอิทธิพลหรือมีความสำคัญ

or your parents didn't you up

4:28

หรือพ่อแม่ไม่ได้เลี้ยงดูคุณมา

with the right unconditional sort of love,

4:30

ด้วยความรักที่ไม่มีเงื่อนไขอย่างแท้จริง

no amount of striving, goal-scoring,

4:33

ไม่ว่าจะพยายามไขว่คว้า ทำคะแนน

and medal-winning

4:35

และคว้าเหรียญรางวัลมาได้มากแค่ไหน

is ever really going to do it.

4:36

มันก็จะไม่เคยเติมเต็มได้จริงๆ

This changes where we should imagine our challenges lie. ลำดับความ

4:38

สิ่งนี้เปลี่ยนมุมมองที่เราควรจะจินตนาการว่าความท้าทายของเราอยู่ที่ไหน

ลำดับความ

ใช้ “This changes...” เพื่อกำหนดใหม่ว่าความท้าทายอยู่ตรงไหน

ตรงนี้ “This changes...” นำหลักฐานก่อนหน้ามาใช้กำหนดกรอบปัญหาใหม่ ไม่ได้เพียงเพิ่มข้อเท็จจริงอีกข้อ แต่บอกว่าหลักฐานนั้นทำให้ตำแหน่งที่เราคาดว่าปัญหาที่แท้จริงอยู่นั้นเปลี่ยนไป ใน “where we should imagine our challenges lie” คำว่า lie หมายถึง “ตั้งอยู่” หรือ “มีอยู่” ทั้งประโยคจึงบอกว่าส่วนถัดไปของข้อโต้แย้งควรมองหาปัญหาในจุดที่ต่างออกไป

แบบฝึกหัด

ประโยคที่เน้นไว้ทำหน้าที่อะไรในข้อโต้แย้งนี้

  1. กล่าวหาว่ามีคนพูดโกหก
  2. เพิ่มความท้าทายอีกหนึ่งข้อโดยไม่เปลี่ยนการวิเคราะห์
  3. บอกว่าหลักฐานใหม่เปลี่ยนความคิดว่าปัญหาที่แท้จริงอยู่ตรงไหน
ดูคำตอบ

บอกว่าหลักฐานใหม่เปลี่ยนความคิดว่าปัญหาที่แท้จริงอยู่ตรงไหน

Feeling good about ourselves

4:41

ความรู้สึกดีเกี่ยวกับตัวเอง

isn't ultimately something we can bring about กริยาวลี

4:43

ท้ายที่สุดแล้วไม่ใช่สิ่งที่เราสามารถทำให้เกิดขึ้นได้

through professional or economic achievements alone.

4:45

ผ่านความสำเร็จทางอาชีพหรือเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว

กริยาวลี

bring about: ก่อให้เกิดผลลัพธ์

“Bring about” หมายถึง “ทำให้บางสิ่งเกิดขึ้น” หรือ “ก่อให้เกิดผลลัพธ์” กรรมของวลีนี้มักเป็นการเปลี่ยนแปลง ผลลัพธ์ หรือสถานการณ์ ไม่ใช่สิ่งของที่ถูกถือหรือนำไปจริง ๆ ในประโยคนี้ “something we can bring about” อ้างถึง “feeling good about ourselves” ประโยคนี้บอกว่าความสำเร็จทางอาชีพหรือทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียวไม่สามารถทำให้เกิดความรู้สึกนั้นได้ในท้ายที่สุด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย phrasal verb สองคำที่หมายถึง “ทำให้เกิดขึ้น”: The new safety rule helped ____ a sharp drop in accidents.

ดูคำตอบ

bring about

In huge part,

4:49

ในสัดส่วนที่ใหญ่มาก

it's going to be about coming to terms with ourselves, สำนวน

4:50

มันคือการทำความเข้าใจและยอมรับตัวเอง

สำนวน

ค่อย ๆ ยอมรับตัวเราเอง

ในที่นี้ coming to terms with ourselves หมายถึงการค่อย ๆ ยอมรับตัวตนของเราอย่างซื่อตรงและมั่นคงขึ้น รวมถึงส่วนที่เจ็บปวดในอดีตด้วย วลีนี้สื่อถึงกระบวนการทางอารมณ์ ไม่ใช่การตัดสินใจอย่างรวดเร็วเพียงครั้งเดียว คำสรรพนามสะท้อนกลับ ourselves แสดงว่าผู้ที่ยอมรับกับสิ่งที่ถูกยอมรับคือ “พวกเรา” กลุ่มเดียวกัน Coming to terms with something ไม่ได้หมายถึงการชอบสิ่งนั้นหรือเลิกล้มความคิดที่จะเปลี่ยนแปลง แต่หมายถึงการหยุดปฏิเสธหรือต่อสู้กับความจริงของมัน วลีนี้เป็นสำนวน ดังนั้น terms ในที่นี้จึงไม่ได้หมายถึง “เงื่อนไขในสัญญา”

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายถึง “ค่อย ๆ ยอมรับความจริงที่ยากลำบาก” ให้สมบูรณ์: After months of feeling angry about the move, Maya began ____ her new life.

ดูคำตอบ

to come to terms with

the result of understanding our past,

4:53

ซึ่งเป็นผลมาจากการเข้าใจอดีตของเรา

and the dynamics of shame,

4:55

และพลวัตของความอับอาย

conditionality,

4:57

การมีเงื่อนไข

and humiliation that might lie there.

4:57

และความอัปยศที่อาจซ่อนอยู่ที่นั่น

It turns out that high self-esteem ลำดับความ

5:00

ปรากฏว่าความเคารพตัวเองที่สูง

seems largely to be a prize of psychology สำนวน

5:02

ดูเหมือนส่วนใหญ่จะเป็นรางวัลทางจิตวิทยา

rather than the fruit of anything we might achieve

5:05

มากกว่าจะเป็นผลพวงของสิ่งใดก็ตามที่เราอาจบรรลุได้

out in the world in relation to the economy.

5:08

ในโลกภายนอกที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ

ลำดับความ

ปรากฏว่า…

It turns out that จัดโครงสร้างประโยคให้เป็นข้อสรุปที่เพิ่งค้นพบหลังจากพิจารณาหลักฐาน ความคิด หรือประสบการณ์ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวแสดงว่าข้อสรุปเรื่องการเห็นคุณค่าในตัวเองเป็นผลที่การอภิปรายก่อนหน้านำไปสู่ และยังอาจใช้แก้ความคาดหมายเดิมของผู้อ่านได้ It เป็นประธานชั่วคราว ส่วนข้อมูลจริงอยู่ในอนุประโยค that ในการใช้นี้ turn out หมายถึง “พิสูจน์หรือถูกค้นพบว่าเป็นเช่นนั้น” ไม่ใช่การหมุนตัวจริง ๆ หรือการปิดอุปกรณ์

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างที่ใช้เปิดเผยผลลัพธ์ซึ่งค้นพบในภายหลังให้สมบูรณ์: ____ the keys were in my bag all along.

ดูคำตอบ

It turns out that

สำนวน

ความเปรียบต่างเชิงอุปมาใน “a prize of psychology rather than the fruit of anything we might achieve”

วลีนี้นำเสนอที่มาสองแบบของการเห็นคุณค่าในตนเองสูงผ่านภาพเปรียบเทียบ “a prize of psychology” หมายถึงสิ่งที่ได้รับจากประสบการณ์ทางจิตใจ เช่น การได้รับความเอาใจใส่ในวัยเด็กและการเปรียบเทียบตนเองกับผู้อื่น ไม่ใช่รางวัลจริง ๆ ส่วน “the fruit of anything we might achieve” หมายถึงผลที่เกิดจากความสำเร็จในโลกภายนอก ไม่ใช่ผลไม้จริง ๆ “rather than” แสดงว่าผู้พูดให้น้ำหนักกับคำอธิบายใดมากกว่า นั่นคือ การเห็นคุณค่าในตนเองสูงดูเหมือนจะมาจากปัจจัยทางจิตใจเป็นหลัก ไม่ใช่ความสำเร็จทางเศรษฐกิจหรือความสำเร็จในโลกภายนอก การนำ “prize” มาเข้าคู่กับ “fruit” ทำให้แนวคิดเชิงนามธรรมเกี่ยวกับสาเหตุกลายเป็นความเปรียบต่างที่เห็นภาพชัดเจน

แบบฝึกหัด

ในที่นี้ “a prize of psychology rather than the fruit of anything we might achieve” หมายความว่าอย่างไร

  1. นักจิตวิทยามอบรางวัลให้ผู้ที่ประสบความสำเร็จทางเศรษฐกิจ
  2. การเห็นคุณค่าในตนเองสูงมาจากปัจจัยทางจิตใจเป็นหลัก ไม่ใช่ความสำเร็จในโลกภายนอก
  3. การเห็นคุณค่าในตนเองสูงเป็นรางวัลที่ได้มาจากการทำงานหนักเท่านั้น
ดูคำตอบ

การเห็นคุณค่าในตนเองสูงมาจากปัจจัยทางจิตใจเป็นหลัก ไม่ใช่ความสำเร็จในโลกภายนอก