วิธีเป็นเพื่อนกับตัวเอง: บทเรียนภาษาอังกฤษ
The School of Life
แนะนำวิดีโอ: บทความอธิบายว่า ความเมตตาต่อตนเองคือการมอบการยอมรับและการให้อภัยแก่ตัวเรา เช่นเดียวกับที่เรามอบให้เพื่อนเมื่อเกิดความล้มเหลว ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. "the extent to which" - ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจว่าโครงสร้างสัมพันธ์แบบเป็นทางการนี้ใช้บอกระดับและขอบเขตที่ข้อกล่าวอ้างเป็นจริง 2. "to err," / "screw up" - ความหมายคำศัพท์และระดับภาษา: แยกคำกริยาเชิงวรรณกรรมออกจากกริยาวลีไม่เป็นทางการที่พูดถึงความผิดพลาด เพื่อเลือกน้ำเสียงให้เหมาะสม 3. "our specific case" / "the general structure is common." - วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตการเปลี่ยนจากสถานการณ์ส่วนบุคคลสู่รูปแบบร่วมของมนุษย์ เพื่อปลอบใจอย่างมีเหตุผลโดยไม่ลดทอนประสบการณ์เฉพาะบุคคล
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Trying to be a better friend to yourself sounds like an odd idea initially, วลี
0:00การพยายามเป็นเพื่อนที่ดีขึ้นให้กับตัวเอง ฟังดูเหมือนเป็นความคิดที่แปลกในตอนแรก
sounds like เพื่อบอกความรู้สึกหรือความประทับใจ
ในที่นี้ sounds like หมายถึง “ให้ความรู้สึกว่าเป็นเช่นนั้น” ประธานคือแนวคิด ดังนั้น sound จึงไม่ได้บรรยายเสียง ส่วน like นำเข้าสู่คำตัดสิน an odd idea ใช้ sound like + คำนามหรือกลุ่มคำนามเพื่อบอกความรู้สึกหรือความประทับใจโดยไม่ยืนยันว่าเป็นข้อเท็จจริง ความรู้สึกนั้นอาจมาจากคำพูด ข้อเท็จจริง หรือสถานการณ์ ไม่จำเป็นต้องมาจากสิ่งที่ได้ยินเท่านั้น
แบบฝึกหัด
ใน “That sounds like a sensible plan,” คำว่า sounds like หมายถึงอะไร
- ให้ความรู้สึกว่าแผนนั้นสมเหตุสมผล
- ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสมเหตุสมผล
- ทำให้เกิดเสียงแบบหนึ่ง
ดูคำตอบ
ให้ความรู้สึกว่าแผนนั้นสมเหตุสมผล
because we naturally imagine a friend as someone else, not as a part of our own mind.
0:05เพราะโดยธรรมชาติแล้ว เรามักจินตนาการว่าเพื่อนคือคนอื่น ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของจิตใจเราเอง
with a sympathy and imagination we seldom apply to ourselves. วลี
0:16ด้วยความเห็นอกเห็นใจและจินตนาการที่เราแทบจะไม่เคยนำมาใช้กับตัวเอง
the extent to which สำหรับบอกระดับ
Extent หมายถึง “ระดับ” ใน the extent to which คำว่า which ย้อนกลับไปอ้างถึง extent และบุพบท to เชื่อมกับ extent ส่วนอนุประโยคเต็มหลัง which บอกว่าสิ่งใดกำลังถูกวัดระดับ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวหมายถึง “เราเข้าใจวิธีปฏิบัติต่อเพื่อนมากเพียงใด” การเปลี่ยนระดับให้เป็นกลุ่มคำนามช่วยให้ผู้เขียนวางไว้หลัง because of เพื่อใช้ระดับนั้นเป็นเหตุผลของข้อความก่อนหน้า
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสี่คำที่หมายถึง “ในระดับที่ว่า”: The report shows ____ air quality has improved.
ดูคำตอบ
the extent to which
นำความเห็นอกเห็นใจและจินตนาการมาใช้กับตัวเอง
โครงสร้าง apply something to someone or something หมายถึงการนำบางสิ่งไปใช้กับหรือมุ่งไปยังเป้าหมายหนึ่ง ในที่นี้ sympathy and imagination คือสิ่งที่ถูกนำมาใช้ ส่วน ourselves คือผู้ที่ได้รับท่าทีดังกล่าว ประโยคนี้จึงหมายความว่าเราแทบไม่เคยมอบความเห็นอกเห็นใจและจินตนาการแบบเดียวกันให้ตัวเอง นี่เป็นโครงสร้างกริยาที่ต้องมีกรรม: apply + สิ่งที่ใช้ + to + เป้าหมาย ในประโยคที่ยาวขึ้น กรรมตรงอาจปรากฏก่อน apply ได้เหมือนในประโยคนี้
แบบฝึกหัด
เรียงคำทั้งหมดในวงเล็บให้ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: We apply the rule to our team, and we also ____. (apply / it / to / ourselves)
ดูคำตอบ
apply it to ourselves
If a friend complains that their partner isn't very warm to them,
0:28หากเพื่อนบ่นว่าแฟนของพวกเขาไม่ค่อยอบอุ่นด้วย
we don't tell them they're getting what they deserve. น้ำเสียง/เจตนา
0:31เราจะไม่บอกพวกเขาว่า พวกเขาสมควรโดนแบบนั้นแล้ว
ได้รับสิ่งที่ตนสมควรได้รับ
Get what you deserve หมายถึงการได้รับผลลัพธ์ที่คนตัดสินว่าเกิดจากและเหมาะสมกับพฤติกรรมของคุณ ในประโยคนี้ ผลลัพธ์ที่กล่าวถึงเป็นเรื่องไม่น่าพอใจ นั่นคือคู่รักไม่ค่อยอบอุ่นกับเพื่อนคนนั้น การพูดเช่นนี้กับคนที่กำลังเจ็บปวดไม่ได้เป็นเพียงการอธิบายเหตุและผล แต่ยังเป็นการตำหนิและบอกเป็นนัยว่าความทุกข์ของเขานั้นยุติธรรม จึงฟังดูเย็นชามากกว่าเห็นอกเห็นใจ deserve ใช้ในความหมายเชิงบวกได้เช่นกัน เช่น You deserve a break. ซึ่งหมายถึง “คุณสมควรได้พัก”
แบบฝึกหัด
เพื่อนเพิ่งได้รับความเจ็บปวดและขอการปลอบใจ คุณตอบว่า “You're getting what you deserve.” โดยทั่วไปแล้วนี่เป็นคำตอบให้กำลังใจที่เหมาะสมหรือไม่?
- ไม่เหมาะสม
- เหมาะสม
ดูคำตอบ
ไม่เหมาะสม
and that it's worth investigating what might be done. ไวยากรณ์
0:36และคุ้มค่าที่จะลองค้นหาดูว่าสามารถทำอะไรได้บ้าง
reassure someone that...: คนที่ได้รับการปลอบใจ + เนื้อหาที่ทำให้สบายใจ
reassure someone that... หมายถึงการทำให้คนหนึ่งกังวลน้อยลง โดยบอกสิ่งที่มีจุดประสงค์เพื่อคลายความกังวลนั้น ในประโยคนี้ them คือคนที่ได้รับการทำให้สบายใจ และอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that สองส่วนคือเนื้อหาที่ช่วยให้สบายใจ วางคนไว้ระหว่าง reassure กับ that: reassure + person + that-clause รูปแบบนี้ทำให้ชัดเจนทั้งว่าใครเป็นผู้ได้รับการปลอบใจและใช้เนื้อหาใดทำให้สบายใจ
แบบฝึกหัด
ใช้ reassure + person + that เติมประโยคให้สมบูรณ์: The storm frightened Kai, so I tried to ____ our house was safe.
ดูคำตอบ
reassure Kai that
it's worth investigating: worth + -ing
ในที่นี้ it's worth investigating หมายถึงการตรวจสอบความเป็นไปได้น่าจะมีประโยชน์มากพอที่จะคุ้มกับเวลาและความพยายาม เป็นการเสนอแนะอย่างนุ่มนวล ไม่ใช่การออกคำสั่งโดยตรง ในรูปแบบ be worth + -ing หลัง worth ต้องใช้คำกริยารูป -ing ดังนั้น investigating จึงถูกต้อง อนุประโยค what might be done คือสิ่งที่กำลังตรวจสอบ และ might แสดงว่าวิธีแก้ที่เป็นไปได้นั้นยังไม่แน่นอน
แบบฝึกหัด
ใช้รูป -ing ที่ถูกต้องของ investigate เพื่อเติมคำแนะนำให้สมบูรณ์: We do not know why the lights keep flickering, so it's worth ____ the wiring before buying new lamps.
ดูคำตอบ
investigating
we know instinctively how to deploy strategies of wisdom and consolation
0:40เรารู้โดยสัญชาตญาณว่าจะงัดกลยุทธ์แห่งความฉลาดหลักแหลมและการปลอบโยนมาใช้อย่างไร
that we stubbornly refuse to apply to ourselves.
0:45ซึ่งเรากลับดื้อรั้นที่จะปฏิเสธไม่ยอมใช้มันกับตัวเอง
There are some key moves a good friend would typically make,
0:49มีการกระทำสำคัญบางอย่างที่เพื่อนที่ดีมักจะทำเป็นปกติ
which can provide a model for what we should ideally be doing วลี
0:52ซึ่งสามารถเป็นต้นแบบสำหรับสิ่งที่เราควรจะทำในอุดมคติ
provide a model for + การกระทำหรือด้านหนึ่ง
“provide a model for” หมายถึงการให้รูปแบบหรือตัวอย่างที่ชัดเจนเพื่อให้ผู้อื่นเรียนรู้และทำตามได้ ในประโยคนี้ การกระทำของเพื่อนที่ดีถูกนำเสนอเป็นแนวทางว่าโดยหลักแล้วคนเราควรทำอย่างไร ในโครงสร้างนี้ “for” นำหน้าพฤติกรรมหรือเรื่องที่ตัวอย่างนั้นใช้ชี้แนวทาง: “for what we should ideally be doing” ส่วน “model” หมายถึงแบบอย่างที่ทำตามได้ ไม่ใช่นางแบบหรือนายแบบ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสี่คำที่หมายถึง “ให้แบบอย่างที่ทำตามได้”: The coach's honest apology ____ taking responsibility.
ดูคำตอบ
provided a model for
a good friend likes you pretty much as you already are. น้ำเสียง/เจตนา
0:58เพื่อนที่ดีจะชอบคุณในแบบที่คุณเป็นอยู่แล้วเป็นส่วนใหญ่
pretty much as you already are: การยอมรับแบบไม่พูดเด็ดขาด
“Pretty much” หมายถึง “เกือบทั้งหมด” “เป็นส่วนใหญ่” หรือ “โดยหลักแล้ว” คำนี้ช่วยลดความเด็ดขาดของข้อความ ทำให้การยอมรับของเพื่อนฟังดูหนักแน่นโดยไม่ถึงกับบอกว่าไม่มีข้อยกเว้นเลย “As you already are” หมายถึงในสภาพที่คุณเป็นอยู่ตอนนี้ โดยไม่ต้องเปลี่ยนตัวเองก่อน เมื่อรวมกันแล้ว คำเหล่านี้สื่อถึงการยอมรับตัวตนของบุคคลในปัจจุบัน แต่ไม่ได้รับปากว่าจะเห็นด้วยกับทุกการกระทำหรือจะไม่ให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์
แบบฝึกหัด
pretty much as it already was ในประโยค “The committee approved the proposal pretty much as it already was” หมายถึงอะไร?
- พวกเขาคิดว่าข้อเสนอนั้นดูสวยงาม
- พวกเขาเปลี่ยนข้อเสนอทั้งหมดก่อนยอมรับ
- พวกเขายอมรับรูปแบบเดิมเป็นส่วนใหญ่ โดยอนุญาตให้แก้ไขเล็กน้อย
ดูคำตอบ
พวกเขายอมรับรูปแบบเดิมเป็นส่วนใหญ่ โดยอนุญาตให้แก้ไขเล็กน้อย
or ambition they have about how you could change
1:03หรือความคาดหวังที่พวกเขามีว่าคุณจะสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร
builds on a background of acceptance: ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการยอมรับ
ในที่นี้ builds on หมายถึง “พัฒนาต่อจากสิ่งที่มีอยู่แล้ว หรือมีสิ่งนั้นเป็นสิ่งรองรับ” การเปลี่ยนแปลงที่เสนอไม่ได้เริ่มจากการปฏิเสธ แต่ตั้งอยู่บนการยอมรับที่มีอยู่แล้ว A background of acceptance คือท่าทีพื้นฐานที่มีอยู่อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่ประวัติของบุคคลหรือพื้นหลังของภาพ ประโยคนี้ใช้อุปมาเกี่ยวกับการก่อสร้าง โดยมองว่าการยอมรับเป็นสิ่งรองรับที่ทำให้การเสนอให้เปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้
แบบฝึกหัด
ใน “Their plan builds on a background of trust.” วลีนี้หมายความว่าอย่างไร
- แผนนี้ปกปิดการขาดความไว้วางใจภายในทีม
- แผนนี้เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างอาคารเป็นหลัก
- แผนนี้พัฒนาต่อจากความไว้วางใจที่มีอยู่แล้ว
ดูคำตอบ
แผนนี้พัฒนาต่อจากความไว้วางใจที่มีอยู่แล้ว
When they propose that you might try a different tack, สำนวน
1:08เมื่อพวกเขาเสนอให้คุณลองเปลี่ยนวิธีดูบ้าง
try a different tack: ลองเปลี่ยนวิธี
Try a different tack หมายถึง “ใช้วิธีหรือกลยุทธ์แบบอื่น” คำว่า tack มาจากการเดินเรือ ซึ่งการเปลี่ยน tack ทำให้แนวทางเดินเรือของเรือเปลี่ยนไป ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงตะปูขนาดเล็ก ในประโยคนี้ might และ try ทำให้ข้อเสนอฟังดูไม่บังคับและแสดงความร่วมมือ ผู้พูดกำลังเสนอวิธีอื่น ไม่ได้สั่งให้อีกฝ่ายเปลี่ยน เป้าหมายอาจคงเดิม แต่เปลี่ยนวิธีได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ tack ในความหมายว่าแนวทางใหม่
- They have a different take on the ending.
- Our first plan failed, so let's try a different tack.
- She used a tack to pin the notice to the board.
ดูคำตอบ
Our first plan failed, so let's try a different tack.
They're not saying that you have to change or be abandoned.
1:13พวกเขาไม่ได้บอกว่าคุณต้องเปลี่ยน ไม่อย่างนั้นจะโดนทิ้ง
to solve a challenge they feel we would properly benefit from overcoming.
1:20เพื่อแก้ปัญหาที่พวกเขารู้สึกว่าเราจะได้รับประโยชน์อย่างแท้จริงหากก้าวข้ามมันไปได้
join forces with: ร่วมมือกันในฐานะหุ้นส่วน
join forces with หมายถึงการรวมความพยายาม ทักษะ หรือทรัพยากรเข้ากับอีกคนหรืออีกกลุ่มเพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมกัน ในประโยคนี้ เพื่อนต้องการร่วมมือกับ “เรา” เพื่อแก้โจทย์ท้าทายด้วยกัน forces ในที่นี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงกองกำลังทหาร สำนวนนี้สื่อว่าทั้งสองฝ่ายเป็นหุ้นส่วนที่ต่างนำจุดแข็งของตนมาช่วยกัน ไม่ใช่ฝ่ายหนึ่งเพียงออกคำสั่งหรือช่วยกู้สถานการณ์ให้อีกฝ่าย
แบบฝึกหัด
ใช้สำนวนที่ตรงกับในบทเรียน: Our science club will ____ the museum to organize a public experiment day.
ดูคำตอบ
join forces with
good friends also constantly keep in mind certain things we're getting right. วลี
1:27เพื่อนที่ดียังคอยตระหนักถึงบางสิ่งที่เราทำได้ดีอยู่เสมอ
Without being flattering, ก่อนกล่าวคำชมอย่างจริงใจ
Without being flattering เป็นการกำหนดขอบเขตก่อนกล่าวข้อความเชิงบวก ผู้พูดกำลังบอกว่าคำชมเป็นการประเมินอย่างจริงใจ ไม่ใช่ความพยายามที่จะเอาใจใคร ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวทำให้เข้าใจว่าเพื่อนใส่ใจสิ่งที่เราทำได้ดีด้วยความจริงใจ หลัง without ใช้รูป -ing ตามโครงสร้าง without + being + คำคุณศัพท์ วลีเปิดนี้บอกว่าควรเข้าใจข้อความต่อไปอย่างไร ไม่ได้หมายความว่าคำชมที่ทำให้ผู้ฟังรู้สึกดีทุกคำจะไม่จริงใจ
แบบฝึกหัด
คำเปิดใดแสดงได้ดีที่สุดว่าคำชมของผู้พูดจริงใจ ไม่ได้กล่าวเพื่อเอาใจอีกฝ่าย?
- Without being flattering, I think your presentation was exceptionally clear.
- Without being critical, I think your presentation was exceptionally clear.
- Without exaggerating, I think your presentation was exceptionally clear.
ดูคำตอบ
Without being flattering, I think your presentation was exceptionally clear.
Keep in mind: จดจำและนำมาพิจารณา
Keep in mind หมายถึงจดจำบางสิ่งไว้อย่างต่อเนื่องและให้ข้อมูลนั้นมีผลต่อความคิดหรือการตัดสินใจ ในประโยคนี้ เพื่อนที่ดียังคงมองเห็นสิ่งที่เราทำได้ถูกต้อง คำที่เป็นกรรมอาจอยู่หลังวลีทั้งหมดเหมือนใน keep in mind certain things หรืออยู่ระหว่าง keep กับ in mind เหมือนใน keep these things in mind ก็ได้ และยังตามด้วยอนุประโยคที่ใช้ that ได้ด้วย: keep in mind that mistakes happen
แบบฝึกหัด
keep in mind ในตัวอย่างหมายความว่าอะไร
- จดจำบางสิ่งไว้อย่างต่อเนื่องและนำมาพิจารณาในการประเมินภายหลัง
- นำวัตถุชิ้นหนึ่งไปวางไว้ในที่ปลอดภัย
- จำบางสิ่งไว้เพียงชั่วเวลาสั้น ๆ
ดูคำตอบ
จดจำบางสิ่งไว้อย่างต่อเนื่องและนำมาพิจารณาในการประเมินภายหลัง
They don't think anything wrong with the odd compliment and emphasis on our strengths. การใช้คำ
1:32พวกเขาไม่คิดว่าการเอ่ยคำชมเป็นครั้งคราวและการเน้นย้ำถึงจุดแข็งของเราเป็นเรื่องผิดปกติ
The odd compliment: คำชมเป็นครั้งคราว
ในประโยคนี้ the odd compliment หมายถึงคำชมเป็นครั้งคราว คือคำชมที่มีให้บ้างเป็นบางครั้ง odd ในที่นี้ไม่ได้บอกว่าคำชมนั้นแปลก คำนำหน้านามและบริบทของทั้งประโยคช่วยชี้ให้เห็นความหมายคล้ายการบอกปริมาณ ผู้พูดหมายถึงว่ามีการชมเกิดขึ้นเป็นครั้งคราว ไม่ได้หมายความว่าคำชมใดคำชมหนึ่งมีเนื้อหาแปลกผิดปกติ
แบบฝึกหัด
ใน “Our coach gives us the odd compliment, but praise is rare,” คำว่า the odd compliment หมายความว่าอะไร
- คำชมที่ฟังดูแปลก
- คำชมเป็นครั้งคราว
- คำชมหนึ่งครั้งพอดี
ดูคำตอบ
คำชมเป็นครั้งคราว
It's quietly galling how easily we can lose sight of all our own good points when trouble strikes. สำนวน
1:36มันน่าหงุดหงิดเงียบๆ ที่เรามักจะลืมข้อดีของตัวเองไปอย่างง่ายดายเมื่อเจอกับปัญหา
lose sight of: ลืมหรือมองข้ามสิ่งสำคัญ
ในประโยคนี้ lose sight of หมายถึงการเลิกนึกถึงข้อเท็จจริงสำคัญ ปัญหาอาจทำให้เราจดจ่อกับสิ่งที่ผิดพลาดมากจนลืมข้อดีของตัวเองไปชั่วคราว โครงสร้าง lose sight of + คำนามหรือวลีคำนามมักใช้เชิงเปรียบเทียบกับเป้าหมาย ลำดับความสำคัญ ข้อเท็จจริง หรือภาพรวม นอกจากนี้ยังใช้ตามความหมายตรงตัวได้ แต่บริบทนี้พูดถึงความสนใจ ไม่ใช่การมองเห็น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตที่ถูกต้องของ lose sight of: During the rushed project, we ____ our original goal.
ดูคำตอบ
lost sight of
fall into this trap: ตกอยู่ในกับดักทางความคิดนี้
fall into this trap หมายถึงการเข้าสู่วิธีคิดที่เป็นผลเสียโดยไม่ได้ตระหนักอย่างเต็มที่ this ย้อนกลับไปหมายถึงความผิดพลาดที่ลืมข้อดีของตัวเองเมื่อเกิดปัญหา ส่วนเพื่อนคนนี้หลีกเลี่ยงความผิดพลาดดังกล่าว รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ fall into a trap และ fall into the trap of + -ing ซึ่งมักอธิบายความผิดพลาดทั่วไปในการคิด การให้เหตุผล การตัดสินใจ หรือพฤติกรรม ไม่ใช่กับดักจริง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ fall into the trap: When one comment goes badly, don't ____ of thinking that everyone dislikes you.
ดูคำตอบ
fall into the trap
They can acknowledge the difficulties while still holding onto a memory of our virtues. ไวยากรณ์
1:45พวกเขาสามารถรับรู้ถึงความยากลำบาก ในขณะที่ยังคงจดจำคุณงามความดีของเราไว้ได้
while still holding onto: ทำให้สองสภาวะที่ต่างกันเป็นจริงพร้อมกัน
ในประโยคนี้ while เชื่อมสองสภาวะที่เป็นจริงพร้อมกัน คือการยอมรับความยากลำบากและการยังคงจดจำคุณสมบัติที่ดี ที่นี่ while มีความหมายเชิงเปรียบต่าง ไม่ได้ถามว่าสิ่งใดดำเนินอยู่นานเท่าไร โครงสร้าง while still + รูป -ing แสดงว่าการกระทำที่สองยังดำเนินต่อไป แม้ข้อเท็จจริงแรกจะดูเหมือนทำให้สิ่งนั้นยากขึ้น still เน้นความต่อเนื่อง ส่วน holding onto หมายถึงการเก็บบางสิ่งไว้ในความคิดหรือความรู้สึก ไม่ใช่การจับไว้ด้วยมือจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ while still และรูป -ing ของ respect: You can question the rule ____ the teacher who explained it.
ดูคำตอบ
while still respecting
they are understanding and generous around our mishaps.
1:54พวกเขาจะเข้าใจและใจกว้างต่อความผิดพลาดของเรา
Our folly doesn't exclude them from the circle of their love.
1:57ความโง่เขลาของเราไม่ได้ตัดเราออกจากวงโคจรแห่งความรักของพวกเขา
fail, and screw up is just what we humans do.
2:04การล้มเหลว และการทำเรื่องพัง เป็นเพียงสิ่งที่มนุษย์อย่างเราๆ ทำกันเป็นปกติ
to err ... screw up: การพูดถึงความผิดพลาดแบบทางการและไม่เป็นทางการ
To err หมายถึงการทำผิด err เป็นคำทางการ ใช้ในงานเขียน และบางครั้งให้ความรู้สึกเชิงวรรณกรรม ส่วน screw up เป็นภาษาพูดไม่เป็นทางการ หมายถึงทำผิดหรือจัดการบางอย่างได้ไม่ดี ในประโยคนี้ ทั้งสองคำอยู่ร่วมกับ fail ซึ่งเป็นคำที่เป็นกลางกว่า การเรียงจาก err ไป fail แล้วจึง screw up จงใจเปลี่ยนจากภาษาระดับสูงไปเป็นภาษาพูดในชีวิตประจำวัน ทำให้แนวคิดว่าการทำผิดเป็นเรื่องของมนุษย์ดูกว้างและเข้าถึงง่าย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเหมาะที่สุดสำหรับรายงานทางการเกี่ยวกับข้อผิดพลาดในการป้อนข้อมูล
- The team may mess everything up when entering the data.
- The team may err when entering the data.
- The team may screw up when entering the data.
ดูคำตอบ
The team may err when entering the data.
We all emerge from childhood with various biases in our character,
2:07เราทุกคนเติบโตจากวัยเด็กมาพร้อมกับอคติที่หลากหลายในนิสัยของเรา
which evolved to help us cope with our necessarily imperfect parents.
2:11ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยให้เรารับมือกับพ่อแม่ที่ไม่สมบูรณ์แบบของเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
And these acquired habits of mind will reliably let us down in adult life. โน้ต
2:16และนิสัยทางความคิดที่ได้มาเหล่านี้ มักจะทำให้เราผิดหวังอย่างแน่นอนในวัยผู้ใหญ่
habits of mind: รูปแบบความคิดที่เกิดจากการเรียนรู้
habits of mind หมายถึงรูปแบบการคิดที่มั่นคงและเกิดจากการเรียนรู้ ซึ่งมีอิทธิพลต่อวิธีที่คนคนหนึ่งตัดสินสถานการณ์และตอบสนอง ในประโยคนี้ acquired แสดงว่ารูปแบบเหล่านี้เกิดจากประสบการณ์ ไม่ได้ติดตัวมาตั้งแต่เกิด habit ไม่ได้หมายถึงพฤติกรรมทางกายเท่านั้น แต่หมายถึงนิสัยทางความคิดได้ด้วย habits of mind เป็นสำนวนที่ใช้กันทั่วไปในบริบทด้านการศึกษา จิตวิทยา และการทบทวนตนเอง และในที่นี้มักเป็นธรรมชาติกว่า thinking habits
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษโดยใช้สำนวนจากคำอธิบายนี้: “Comparing several solutions can build flexible ____.”
ดูคำตอบ
habits of mind
let us down: ไม่เป็นไปตามความคาดหวัง
let someone down หมายถึงการไม่สามารถให้ความช่วยเหลือ ผลงาน หรือผลลัพธ์ตามที่คาดหวัง จนทำให้อีกฝ่ายผิดหวังหรือเดือดร้อน ในประโยคนี้ประธานคือ habits of mind ซึ่งถูกมองว่าเป็นสิ่งที่คนเราพึ่งพา แต่กลับใช้ไม่ได้ผลในชีวิตผู้ใหญ่ นี่เป็น phrasal verb ไม่ได้หมายถึงการทำให้ใครเคลื่อนลงด้านล่างตามตัวอักษร กรรมจะอยู่ระหว่าง let กับ down เช่น let us down, let me down, let them down
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The backup battery let us down during the storm,” คำว่า let us down หมายถึงอะไร
- มันทำให้เราเคลื่อนลงไปยังที่ที่ต่ำกว่า
- มันทำให้เรารู้สึกสงบและผ่อนคลาย
- มันไม่สามารถให้ความช่วยเหลืออย่างที่เราคาดหวัง
ดูคำตอบ
มันไม่สามารถให้ความช่วยเหลืออย่างที่เราคาดหวัง
But we're not to be blamed because we didn't deliberately set out to be like this. กริยาวลี
2:21แต่เราไม่สมควรถูกตำหนิ เพราะเราไม่ได้จงใจที่จะเป็นแบบนี้
set out to do something: เริ่มทำโดยมีเป้าหมายชัดเจน
Set out to do something หมายถึงเริ่มทำบางอย่างโดยมีเป้าหมายหรือความตั้งใจที่ชัดเจน หลัง to จะตามด้วยการกระทำที่ตั้งใจจะทำ ในประโยคนี้ didn't deliberately set out to be like this บอกว่าการกลายเป็นแบบนี้ไม่ใช่เป้าหมายที่พวกเขาเลือกไว้ วลีนี้แยกผลลัพธ์ที่ตั้งใจให้เกิดออกจากสิ่งที่เกิดขึ้นหรือค่อย ๆ ก่อตัวโดยไม่ได้วางแผน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าคนคนหนึ่งเริ่มทำบางอย่างโดยมีเป้าหมายที่ชัดเจน?
- Lena set out for the museum before dinner.
- Lena set out to finish the model before dinner.
- Lena ended up finishing the model before dinner.
ดูคำตอบ
Lena set out to finish the model before dinner.
We didn't realistically have a lot of better options.
2:25ในความเป็นจริงเราไม่ได้มีทางเลือกที่ดีกว่ามากนัก
We're indelibly required to make big decisions
2:28เราจำเป็นต้องตัดสินใจเรื่องใหญ่ๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
before we ever really understand what's at stake สำนวน
2:31ก่อนที่เราจะเข้าใจจริงๆ ว่ามีความเสี่ยงอะไรบ้าง
what's at stake: สิ่งสำคัญที่เป็นเดิมพัน
What's at stake หมายถึงสิ่งสำคัญที่อาจได้รับ สูญเสีย เสียหาย หรือได้รับผลกระทบในรูปแบบอื่นจากการตัดสินใจหรือสถานการณ์หนึ่ง ๆ คำว่า stake ในที่นี้เป็นส่วนหนึ่งของสำนวน ไม่ได้หมายถึงหลักไม้ และสำนวนนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องเงินหรือการพนัน ในประโยคนี้ ต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญก่อนที่จะเข้าใจผลลัพธ์และผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องอย่างแท้จริง วลีนี้แสดงให้เห็นว่าเหตุใดการตัดสินใจจึงสำคัญ
แบบฝึกหัด
ความหมายใดตรงกับ what's at stake ในตัวอย่างมากที่สุด?
- สิ่งสำคัญที่อาจได้รับ สูญเสีย หรือได้รับผลกระทบ
- สถานที่จริงที่มีหลักไม้ตั้งอยู่
- เวลาที่แน่นอนว่าจะมีการตัดสินใจ
ดูคำตอบ
สิ่งสำคัญที่อาจได้รับ สูญเสีย หรือได้รับผลกระทบ
play out: ค่อย ๆ ดำเนินไปจนเห็นผลลัพธ์
ในที่นี้ play out หมายถึงค่อย ๆ ดำเนินไปตามเวลา จนผลกระทบหรือผลลัพธ์ชัดเจนขึ้น ผู้พูดกำลังบอกว่าคนเราตัดสินใจก่อนที่จะรู้ว่าทางเลือกนั้นจะพาไปสู่จุดใด คำว่า out เพิ่มความรู้สึกว่ากระบวนการกำลังดำเนินไปจนถึงผลลัพธ์ที่มองเห็นได้ จุดเน้นจึงไม่ใช่เพียงการบอกว่าบางสิ่งเกิดขึ้น และในประโยคนี้ก็ไม่เกี่ยวกับการเล่นเกม
แบบฝึกหัด
play out ใน 'We need time to see how the talks play out' หมายถึงอะไร
- เล่นเพลงให้ผู้ชมฟัง
- เล่นเกมให้จบ
- ค่อย ๆ ดำเนินไปตามเวลาจนผลลัพธ์ชัดเจน
ดูคำตอบ
ค่อย ๆ ดำเนินไปตามเวลาจนผลลัพธ์ชัดเจน
We're steering blind in all our large moves around love and work. สำนวน
2:36เรากำลังหลับตาบังคับพวงมาลัยในทุกย่างก้าวสำคัญของชีวิต ทั้งเรื่องความรักและการทำงาน
steering blind: อุปมาการตัดสินใจโดยมีข้อมูลไม่เพียงพอ
steering หมายถึงการควบคุมทิศทาง ส่วน blind หมายถึงมองไม่เห็น เมื่อนำมารวมกัน steering blind จึงเป็นอุปมาเกี่ยวกับการขับรถ หมายถึงการเลือกทิศทางสำคัญโดยไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะรู้ว่าข้างหน้ามีอะไร ในประโยคนี้ ไม่มีใครกำลังขับรถจริง ๆ หรือสูญเสียการมองเห็น ความรักและการงานถูกเปรียบเป็นพื้นที่ที่คนเราต้องหาทางไป ดังนั้น blind จึงบอกถึงการขาดความรู้ขณะเลือกเส้นทาง
แบบฝึกหัด
ในประโยค 'The team is steering blind because it has no sales data,' steering blind สื่อความหมายอะไร
- กำหนดทิศทางให้ทางเลือกสำคัญโดยมีข้อมูลไม่เพียงพอ
- ปฏิเสธที่จะเลือกทิศทางใด ๆ
- ขับรถจริง ๆ ในขณะที่มองไม่เห็น
ดูคำตอบ
กำหนดทิศทางให้ทางเลือกสำคัญโดยมีข้อมูลไม่เพียงพอ
opt for + ตัวเลือกที่เลือกไว้
ในประโยคนี้ opt for หมายถึง “เลือก” ผู้พูดตัดสินใจย้ายไปเมืองอื่นหลังจากพิจารณาความเป็นไปได้ต่าง ๆ แล้ว for ใช้นำหน้าตัวเลือกที่ถูกเลือก โดยมีโครงสร้าง opt for + คำนามหรือกลุ่มคำนาม opt มักสื่อถึงการเลือกอย่างตั้งใจ ดังนั้น opt for จึงเหมาะเป็นพิเศษเมื่อเปรียบเทียบแผน บริการ หรือแนวทางการดำเนินการ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ opt for: After comparing the two routes, we decided to ____ the safer one.
ดูคำตอบ
opt for
but we can't possibly know whether we're going to flourish there.
2:42แต่เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเราจะไปเจริญรุ่งเรืองที่นั่นหรือไม่
We have to select a career path when we're still young
2:45เราต้องเลือกเส้นทางอาชีพตั้งแต่เรายังเด็ก
and we don't know what our latent needs will be. การใช้คำ
2:48และเราไม่รู้เลยว่าความต้องการที่ซ่อนอยู่ของเราจะเป็นอย่างไร
latent needs: มีอยู่แล้วแต่ยังไม่ชัดเจน
Latent needs คือความต้องการที่มีอยู่ในตัวบุคคลแล้ว แต่ยังไม่ชัดเจนหรือยังไม่ได้รับการตระหนักอย่างเต็มที่ ในประโยคนี้ คนหนุ่มสาวยังไม่อาจรู้ว่าความต้องการส่วนลึกใดจะชัดเจนขึ้นเมื่อเติบโต แนวคิดสำคัญคือการมีอยู่ในสภาพซ่อนเร้น ไม่ใช่เพียงการเกิดขึ้นในเวลาต่อมา latent ยังใช้บรรยายพรสวรรค์ ความรู้สึก หรือความเสี่ยงที่มีอยู่แล้วแต่ยังไม่ทำงานหรือไม่ปรากฏให้เห็นได้ด้วย
แบบฝึกหัด
วลีภาษาอังกฤษใดหมายถึงความต้องการที่มีอยู่แล้ว แต่ยังไม่ชัดเจนหรือยังไม่ได้รับการตระหนัก?
- future needs
- urgent needs
- latent needs
ดูคำตอบ
latent needs
สำนวน make a commitment to another person
Make a commitment to someone หมายถึงการให้คำมั่นอย่างจริงจังกับบุคคลนั้น และยอมรับความรับผิดชอบที่ต่อเนื่องต่อเขา ในประโยคนี้หมายถึงการเลือกความสัมพันธ์ระยะยาว ไม่ใช่การให้คำสัญญาเล็กน้อยเพียงครั้งเดียว โครงสร้างคือ make a commitment to + บุคคล รูปแบบคำนามเดียวกันนี้ใช้ตามด้วยการกระทำที่ให้คำมั่นไว้ได้ด้วย: make a commitment to doing something
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้คำที่มักปรากฏร่วมกันอย่างเป็นธรรมชาติเพื่อสื่อถึงคำมั่นที่จริงจังและยาวนาน
- Leah made a commitment to her business partner.
- Leah built a commitment to her business partner.
- Leah did a commitment to her business partner.
ดูคำตอบ
Leah made a commitment to her business partner.
before we understand what it will be like to tie our lives so deeply to theirs'. สำนวน
2:55ก่อนที่เราจะเข้าใจว่าการเอาชีวิตไปผูกติดกับพวกเขาอย่างลึกซึ้งนั้นจะรู้สึกอย่างไร
ความหมายเชิงเปรียบเทียบของ tie our lives so deeply to theirs
Tie our lives ... to theirs ใช้คำว่า tie ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการเชื่อมชีวิตของคนสองคนเข้าด้วยกันอย่างลึกซึ้ง จนแผน ความรับผิดชอบ และการตัดสินใจในอนาคตของแต่ละฝ่ายส่งผลต่อกัน ในที่นี้ theirs ใช้แทนชีวิตของอีกฝ่าย ส่วน Deeply เน้นความใกล้ชิดและการพึ่งพากันในระยะยาว ไม่ได้หมายถึงการนำสิ่งใดมาผูกจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ผู้พูดหมายความว่าอย่างไรเมื่อใช้ tie our lives so deeply to theirs?
- เชื่อมอนาคตของเราเข้ากับอนาคตของอีกฝ่ายอย่างแน่นแฟ้น
- เลียนแบบรายละเอียดทุกอย่างในกิจวัตรประจำวันของอีกฝ่าย
- นำสิ่งของของเราไปผูกเข้ากับสิ่งของของอีกฝ่ายจริง ๆ
ดูคำตอบ
เชื่อมอนาคตของเราเข้ากับอนาคตของอีกฝ่ายอย่างแน่นแฟ้น
The good friend knows that failures are not, in fact, rare.
3:00เพื่อนที่ดีรู้ว่า ในความเป็นจริงแล้ว ความล้มเหลวไม่ใช่เรื่องแปลก
their own and humanity's vivid experience of messing up กริยาวลี
3:05การทำเรื่องพังๆ ที่ชัดเจนของทั้งตัวพวกเขาเองและของมนุษยชาติมาเป็นจุดเริ่มต้น
as a starting point ในความหมายว่าฐานเริ่มต้นของการให้เหตุผล
ในประโยคนี้ as a starting point ใช้เกริ่นถึงหลักตั้งต้นแรกของการคิดที่จะตามมา โดยบอกว่าพวกเขาเริ่มใช้เหตุผลจากประสบการณ์ใด นั่นคือประสบการณ์ของตนเองและของมนุษยชาติทั้งหมด คำว่า point ในที่นี้ไม่ใช่สถานที่จริงหรือช่วงเวลา แต่คือกรอบอ้างอิงเบื้องต้น ซึ่งแนวคิดต่อ ๆ ไปอาจต่อยอดหรือปรับแก้จากจุดนี้ได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ as a starting point เพื่อเสนอหลักตั้งต้นสำหรับการให้เหตุผลต่อไป?
- As a starting point, let's compare the two possible solutions.
- At first, I did not understand the question.
- We arrived at the starting point before sunrise.
ดูคำตอบ
As a starting point, let's compare the two possible solutions.
messing up ในความหมายว่าทำผิดพลาด
ในประโยคนี้ messing up หมายถึงการทำผิดพลาดหรือทำบางอย่างได้ไม่ดี ไม่ได้หมายถึงการทำให้ห้องรก รูป -ing เปลี่ยนการกระทำ mess up ให้เป็นกิจกรรมหรือประสบการณ์ที่กำลังพูดถึง เนื่องจากประโยคนี้กล่าวถึงประสบการณ์ทั่วไปของผู้คน messing up จึงบอกถึงความล้มเหลวแบบที่ทุกคนคุ้นเคย ไม่ใช่อุบัติเหตุครั้งใดครั้งหนึ่งโดยเฉพาะ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป -ing ของ mess up เพื่อให้หมายถึงการทำผิดพลาด: Everyone has experience of ____.
ดูคำตอบ
messing up
bring ... into play: นำปัจจัยเข้ามาใช้ให้เกิดผล
โครงสร้าง bring + something + into play หมายถึงการนำปัจจัย ประสบการณ์ ทักษะ หรือทรัพยากรเข้ามาใช้ในสถานการณ์ เพื่อให้สิ่งนั้นมีผลต่อสิ่งที่เกิดขึ้นหรือการตัดสินใจ ในที่นี้ พวกเขาใช้ประสบการณ์การทำผิดพลาดของตนเองและของมนุษยชาติเป็นหลักอ้างอิง play ในที่นี้เป็นความหมายเชิงนามธรรม หมายถึงการมีอิทธิพลหรือมีส่วนร่วมจริง ๆ ไม่ได้หมายถึงเกมหรือความบันเทิง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าผู้จัดการตั้งใจใช้หลักฐานใหม่ในการตัดสินใจ
- The manager played a game with the new evidence.
- The manager brought the new evidence into play before deciding.
- The new evidence came into play after the rules changed.
ดูคำตอบ
The manager brought the new evidence into play before deciding.
our specific case ... the general structure is common: จากกรณีเฉพาะสู่แบบแผนร่วม
ประโยคนี้จัดข้อมูลโดยเลื่อนจากตัวอย่างหนึ่งไปสู่แบบแผนที่กว้างขึ้น our specific case หมายถึงรายละเอียดเฉพาะของสถานการณ์นี้ ส่วน the general structure หมายถึงแบบแผนพื้นฐานที่สถานการณ์คล้ายกันจำนวนมากมีร่วมกัน ส่วนแรกยอมรับว่ากรณีนี้อาจแตกต่างออกไป หลัง but ส่วนที่สองเสนอใจความที่กว้างกว่า นั่นคือแบบแผนพื้นฐานเดียวกันเกิดขึ้นบ่อย ในที่นี้ common หมายถึงมีร่วมกันหรือเกิดซ้ำ ไม่ได้หมายถึงไม่สำคัญ
แบบฝึกหัด
ข้อสรุปใดตรงกับวิธีจัดข้อมูลของประโยคนี้มากที่สุด
- ทั้งรายละเอียดและแบบแผนพื้นฐานไม่เหมือนสิ่งอื่นเลย
- รายละเอียดอาจไม่เหมือนใคร แต่แบบแผนพื้นฐานมีร่วมกัน
- กรณีนี้พบได้ทั่วไป ดังนั้นรายละเอียดจึงไม่สำคัญ
ดูคำตอบ
รายละเอียดอาจไม่เหมือนใคร แต่แบบแผนพื้นฐานมีร่วมกัน
People don't just sometimes fail, everyone fails: แก้แนวคิดที่อ่อนกว่าด้วยข้อสรุปที่หนักแน่นกว่า
ในที่นี้ don't just sometimes fail เริ่มด้วยการนำเสนอภาพของความล้มเหลวที่จงใจทำให้ดูเบากว่า จากนั้น everyone fails แก้ความเข้าใจที่แคบเกินไปของผู้ฟัง โดยขยายขอบเขตให้ครอบคลุมทุกคน นี่คือการเน้นแบบปรับแก้ ผู้พูดเริ่มจากแนวคิดที่ดูแคบเกินไป แล้วแทนด้วยแนวคิดที่หนักแน่นกว่า ประโยคนี้ไม่ได้ปฏิเสธว่าคนเราล้มเหลวเป็นบางครั้ง แต่บอกว่าการมองแค่ความล้มเหลวเป็นครั้งคราวทำให้พลาดประเด็นสำคัญกว่าว่าทุกคนล้วนล้มเหลวได้
แบบฝึกหัด
ผู้พูดกำลังทำอะไรด้วยประโยค “People don't just sometimes fail, everyone fails”?
- แก้มุมมองที่จำกัดโดยบอกว่าความล้มเหลวเกิดขึ้นกับทุกคน
- อ้างว่าคนเราล้มเหลวตลอดเวลา ไม่ใช่แค่บางครั้ง
- บอกว่ามีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่เคยล้มเหลว
ดูคำตอบ
แก้มุมมองที่จำกัดโดยบอกว่าความล้มเหลวเกิดขึ้นกับทุกคน
Only we don't know about it: Only ที่จำกัดทั้งอนุประโยค
ในที่นี้ Only เพิ่มข้อจำกัดให้กับข้อความก่อนหน้าทั้งหมด นั่นคือทุกคนล้มเหลว แต่เราไม่รู้เรื่องความล้มเหลวของคนอื่น ในการใช้แบบนี้ ความหมายใกล้กับ but หรือ except that Only ไม่ได้มีเจตนาเน้น we แบบตัดคนอื่นออก อย่างไรก็ตาม จากลำดับคำนี้ การตีความว่า “เราเป็นคนกลุ่มเดียวที่ไม่รู้” ก็เป็นไปได้ตามหลักไวยากรณ์ ดังนั้นบริบทและวิธีพูดจึงสำคัญ
แบบฝึกหัด
ตัดสิน: ในข้อความนี้ Only หมายถึง “เราเป็นคนกลุ่มเดียวที่ไม่รู้เรื่องความล้มเหลวเหล่านั้น”
- จริง
- เท็จ
ดูคำตอบ
เท็จ
โครงสร้างเปรียบเทียบ be a better friend to ... than ... to ourselves
โครงสร้าง be a better friend to A than ... to B ใช้เปรียบเทียบวิธีปฏิบัติที่ซับซ้อนสองแบบ ไม่ใช่แค่เปรียบเทียบคนสองคนหรือคำคุณศัพท์สองคำ ในประโยคนี้หมายความว่า เรามักปฏิบัติต่อคนที่แทบไม่รู้จักด้วยความใส่ใจแบบเพื่อนที่ดีได้มากกว่าที่เราปฏิบัติต่อตัวเอง หลัง than วลี know how to be ย้อนรับแนวคิด be a friend ที่กล่าวไปแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องพูด friend ซ้ำ โครงสร้างคู่ขนานนี้เชื่อม to near strangers กับ to ourselves และคงการกระทำเดียวกันไว้ทั้งสองด้านของการเปรียบเทียบ
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้าง know how to เดิมซ้ำเพื่อเติมประโยคเปรียบเทียบให้สมบูรณ์: Lina knows how to encourage her teammates better than she ____ herself.
ดูคำตอบ
knows how to encourage
that we do actually already possess the relevant skills of friendship. ไวยากรณ์
3:36เรามีทักษะเกี่ยวกับมิตรภาพที่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว
lies in the fact that: มีพื้นฐานอยู่ที่ข้อเท็จจริงว่า
lies in the fact that หมายถึง “มีพื้นฐานอยู่ที่ข้อเท็จจริงว่า” หรือ “เกิดจากข้อเท็จจริงว่า” ในประโยคนี้ เหตุผลที่ทำให้มีความหวังคือข้อเท็จจริงที่ตามหลัง that นั่นคือผู้คนมีทักษะที่จำเป็นต่อมิตรภาพอยู่แล้ว lies ในที่นี้เป็นรูปเอกพจน์บุรุษที่สามของ lie ซึ่งหมายถึง “อยู่หรือมีอยู่” ไม่ใช่ lie ที่หมายถึง “พูดเท็จ” โครงสร้างนี้ช่วยให้ผู้เขียนกล่าวถึงแนวคิดก่อน แล้วจึงชี้ไปยังข้อเท็จจริงที่สนับสนุนแนวคิดนั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างทางการที่เป็นเป้าหมาย: The main difficulty ____ the fact that the two rules conflict.
ดูคำตอบ
lies in
Do dùng để nhấn mạnh trong do actually already possess
ในประโยคบอกเล่านี้ do ไม่ได้ใช้สร้างคำถาม แต่ใช้เน้น possess โดยผู้พูดยืนยันอย่างหนักแน่นว่าทักษะเหล่านั้นมีอยู่จริง โดยเฉพาะเมื่อโต้แย้งความคิดที่ว่าเราไม่มีทักษะเหล่านั้น Actually ทำให้การแก้ความเข้าใจผิดชัดขึ้น ส่วน already บอกว่าการมีทักษะนั้นเป็นจริงมาตั้งแต่ก่อนตอนนี้ โครงสร้างคือ ประธาน + do/does/did + กริยารูปพื้นฐาน ดังนั้น possess จึงคงอยู่ในรูปพื้นฐาน
แบบฝึกหัด
เติมคำกริยาช่วยที่ใช้เน้นเพื่อทำให้ประโยคแก้ความเข้าใจผิดสมบูรณ์: "Some people think we lack the skill, but we ____ possess it."
ดูคำตอบ
do
It's just (that) ... ในฐานะโครงสร้างสำหรับวางกรอบคำอธิบาย
โครงสร้าง It's just (that) + อนุประโยค ใช้แนะนำข้อจำกัดหรือคำอธิบายเพียงข้อเดียวที่มาจำกัดข้อความก่อนหน้า ในที่นี้ผู้พูดไม่ได้ล้มล้างข้อความที่ให้ความหวัง แต่ทำให้ปัญหาแคบลงเหลือสิ่งหนึ่งที่ยังไม่ได้ทำ ในการพูดแบบไม่เป็นทางการ มักละ that จึงได้รูป It's just we haven't... ตรงนี้ just หมายถึง “เพียงแค่” หรือ “ปัญหาเดียวคือ” ไม่ได้หมายถึง “เมื่อสักครู่” โครงสร้างนี้ทำให้การแก้ข้อความฟังดูนุ่มนวลและจัดการได้ง่ายขึ้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ It's just (that) เพื่อนำเสนอปัญหาเพียงข้อเดียวที่มีขอบเขตจำกัดและแก้ไขได้
- We've just tested the app, so the results are new.
- It's not just the app; the website also failed.
- It's just that we haven't tested the app yet.
ดูคำตอบ
It's just that we haven't tested the app yet.
การใช้ as yet กับการกระทำที่ยังไม่เกิดขึ้นจนถึงตอนนี้
ในที่นี้ haven't as yet directed หมายความว่า การนำหรือชี้สิ่งเหล่านั้นไปยังบุคคลหนึ่งยังไม่เกิดขึ้นจนถึงตอนนี้ วลีนี้ยังเปิดโอกาสว่าการกระทำนั้นอาจเกิดขึ้นภายหลังได้ As yet เป็นสำนวนบอกเวลาหนึ่งชุด ไม่ควรแปล as และ yet แยกจากกัน มักใช้กับกริยาปฏิเสธหรือสภาวะที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีบอกเวลาสองคำที่ค่อนข้างเป็นทางการและหมายถึง “จนถึงตอนนี้”: The museum has not ____ announced a reopening date.
ดูคำตอบ
as yet
การใช้ namely, of course, เพื่อเปิดเผยสิ่งที่อ้างถึงในตอนท้าย
Namely บอกผู้ฟังว่ากำลังจะมีการเปิดเผยตัวตนที่แน่นอนของบุคคลที่เพิ่งกล่าวถึง นั่นคือ ourselves คำนี้จำกัดคำเรียกแบบกว้างให้เหลือบุคคลที่เจาะจง Of course นำเสนอการเปิดเผยนั้นว่าเป็นข้อสรุปตามธรรมชาติจากเหตุผลก่อนหน้า เมื่อใช้ namely, of course, ร่วมกัน ตอนจบจะให้ความรู้สึกปิดเรื่องอย่างนุ่มนวล โดยระบุคำตอบที่แน่นอนแล้วนำเสนอว่าเป็นข้อสรุปที่สมเหตุสมผล ไม่ใช่การตำหนิว่าผู้ฟังควรรู้อยู่แล้ว
แบบฝึกหัด
เลือกคำที่เหมาะที่สุดเพื่อเติมข้อสรุปเชิงวาทศิลป์นี้: There is one group responsible for protecting the park—[gap] all of us.
- namely, of course,
- on the other hand,
- for example,
ดูคำตอบ
namely, of course,