ปรัชญา - นีตเชอ (Nietzsche): บทเรียนภาษาอังกฤษ
The School of Life
แนะนำวิดีโอ: วิดีโอนี้เชื่อมชีวิตของนีทเชอกับข้อเสนอ 4 ประการ คือ เผชิญความอิจฉา ปฏิเสธค่านิยมที่ซ่อนความอ่อนแอ ระวังความสบายจากแอลกอฮอล์ และใช้ปรัชญากับศิลปะแทนบทบาทของศาสนาที่หายไป ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. own up to envy. — ในฐานะกริยาวลี own up to หมายถึงยอมรับความรู้สึกที่น่าอึดอัดอย่างตรงไปตรงมา ไม่ใช่เพียงสังเกตเห็น 2. get fatally in the way of — สำนวนนี้สร้างภาพสิ่งกีดขวาง ความสบายชั่วคราวอาจหยุดการเปลี่ยนแปลง ส่วน fatally เน้นผลร้ายแรง ไม่จำเป็นต้องหมายถึงความตายจริง 3. as it's often taken to be, — รูปแบบไวยากรณ์แบบถูกกระทำนี้เสนอความเข้าใจทั่วไปก่อนแก้ไข เช่น การอธิบาย God is dead
คำอธิบายในบทเรียนนี้
The challenge begins with how to pronounce his name. ไวยากรณ์
0:05ความท้าทายเริ่มต้นด้วยการจะออกเสียงชื่อของเขาอย่างไร
how to pronounce his name ในฐานะคำถามที่ฝังอยู่ในประโยค
ในประโยคนี้ how to pronounce his name หมายถึงวิธีออกเสียงชื่อของเขาให้ถูกต้อง กลุ่มคำ how to + กริยารูปพื้นฐานทั้งกลุ่มนำเสนอคำถามหรือวิธีการเป็นส่วนหนึ่งของข้อความ แทนที่จะถามโดยตรง เมื่ออยู่หลัง with กลุ่มคำนี้ทำหน้าที่เป็นกรรม: the challenge begins with how to pronounce his name เนื่องจากเป็นเนื้อหาที่ฝังอยู่ในประโยคบอกเล่า จึงใช้ how to pronounce ไม่ใช่ลำดับคำแบบคำถามตรงอย่าง how do you pronounce
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างสองคำที่ใช้บอกวิธีการให้ประโยคสมบูรณ์: This guide explains ____ change your password.
ดูคำตอบ
how to
Then we need to get past some of his extraordinary and provocative statements. กริยาวลี
0:12จากนั้นเราต้องก้าวข้ามคำกล่าวที่พิเศษและยั่วยุบางอย่างของเขา
get past: ก้าวข้ามอุปสรรคและเดินหน้าต่อ
get past ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนผ่านสถานที่จริง แต่หมายถึงการไม่ปล่อยให้คำกล่าวที่น่าประหลาดใจและเป็นที่ถกเถียงของนีทเชอขัดขวางการทำความเข้าใจต่อไป โดยทั่วไป get past + อุปสรรค หมายถึงการเอาชนะหรือก้าวข้ามสิ่งที่ยากเพื่อให้เดินหน้าต่อได้
แบบฝึกหัด
get past มีความหมายอย่างไรในประโยคนี้: They need to get past their disagreement before they can plan together?
- อธิบายความเห็นไม่ตรงกันให้ทุกคนฟัง
- เดินผ่านความเห็นไม่ตรงกันในพื้นที่จริง
- เอาชนะความเห็นไม่ตรงกันเพื่อให้เดินหน้าต่อได้
ดูคำตอบ
เอาชนะความเห็นไม่ตรงกันเพื่อให้เดินหน้าต่อได้
What doesn't kill me makes me stronger: อนุประโยค what กับโครงสร้าง make
What doesn't kill me หมายถึง “สิ่งหรือประสบการณ์ที่ไม่ฆ่าฉัน” กลุ่มคำทั้งหมดนี้เป็นประธานของ makes ในทางไวยากรณ์ กลุ่มคำนี้คืออนุประโยคสัมพัทธ์อิสระที่ขึ้นต้นด้วย what และ What ตรงนี้ไม่ได้ใช้ถามคำถาม โครงสร้าง make + บุคคล + คำคุณศัพท์ หมายถึง “ทำให้ใครคนหนึ่งกลายเป็นแบบนั้น” ในที่นี้ makes me stronger สื่อว่าการผ่านพ้นความยากลำบากอาจทำให้คนเราแข็งแกร่งหรือมีความสามารถในการฟื้นตัวมากขึ้น อนุประโยค what ทั้งหมดถือเป็นเอกพจน์ จึงใช้กริยา makes
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำขึ้นต้นอนุประโยค what และรูปที่ถูกต้องของ make: ____ we practice every day ____ us more confident.
ดูคำตอบ
What · makes
we'll discover a thinker who's intermittently enchanting,
0:23เราจะค้นพบนักคิดที่มีเสน่ห์ดึงดูดใจเป็นระยะๆ
when we do: do ที่ใช้แทนการกระทำที่กล่าวไว้ก่อนหน้า
ใน when we do คำว่า do ใช้แทนวลีกริยาที่กล่าวไว้ก่อนหน้า คือ get past those statements จึงไม่ต้องพูดการกระทำทั้งหมดซ้ำว่า when we get past those statements การใช้ do แทนการกระทำแบบนี้เข้าใจได้เพราะประโยคก่อนหน้าได้บอกการกระทำที่แน่นอนไว้แล้ว เมื่อฟัง ให้ย้อนดูบริบทก่อนหน้าเพื่อหาว่า do ใช้แทนการกระทำใด แทนที่จะตีความว่าเป็นกริยาทั่วไปที่หมายถึง “ทำบางสิ่ง”
แบบฝึกหัด
ใช้ do เพื่อหลีกเลี่ยงการพูด finish a hard puzzle ซ้ำ: We sometimes finish a hard puzzle, and when we ____, we celebrate.
ดูคำตอบ
do
Friedrich Nietzsche was born in 1844 in a quiet village in the eastern part of Germany,
0:28ฟรีดริช นีทเชอ เกิดในปี 1844 ในหมู่บ้านอันเงียบสงบทางตะวันออกของเยอรมนี
He did exceptionally well at school and university
0:35เขาทำผลงานได้ดีเยี่ยมอย่างเป็นพิเศษในโรงเรียนและมหาวิทยาลัย
and so excelled at ancient Greek that he was made a professor at the University of Basel
0:37และเก่งภาษากรีกโบราณมากจนได้เป็นศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยบาเซิล
in his mid-20s: ช่วงอายุโดยประมาณ
In his mid-20s หมายถึงช่วงกลางของอายุ 20 ถึง 29 ปี โดยทั่วไปคือประมาณ 24 ถึง 26 ปี เป็นการบอกช่วงอายุ ไม่ใช่อายุที่แน่นอนของเขา รูปแบบคือ in + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + early/mid/late + ช่วงอายุหลักสิบ เช่น in her early 30s และ in their late 40s ในประโยคนี้ only เน้นว่าเขายังอายุน้อยมากตอนที่ได้เป็นศาสตราจารย์
แบบฝึกหัด
นอราได้เป็นผู้จัดการตอนอายุประมาณ 25 ปี ประโยคใดบอกอายุของเธอได้อย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ระบุอายุที่แน่นอน
- Nora became a manager in her early 20s.
- Nora became a manager in her late 20s.
- Nora became a manager in her mid-20s.
ดูคำตอบ
Nora became a manager in her mid-20s.
didn't work out: ผลลัพธ์ที่ไม่สำเร็จ
ในที่นี้ didn't work out หมายถึงไม่ดำเนินไปอย่างสำเร็จหรือไม่ให้ผลตามที่หวัง สิ่งที่ไม่เป็นไปด้วยดีคืออาชีพอย่างเป็นทางการของเขา work out มีความหมายนี้เมื่อประธานเป็นแผน งาน ความสัมพันธ์ ข้อตกลง หรือสถานการณ์ ประธานช่วยบอกว่าที่นี่ไม่ได้หมายถึงการออกกำลังกายหรือการคำนวณคำตอบ
แบบฝึกหัด
ชมรมหนึ่งวางแผนจัดคอนเสิร์ตกลางแจ้ง แต่ฝนทำให้ต้องยกเลิก ประโยคใดใช้ work out ในความหมายเดียวกับตัวอย่าง
- We worked out the total cost.
- The plan didn't work out.
- We worked out at the gym.
ดูคำตอบ
The plan didn't work out.
got fed up with: ความรำคาญสะสมจนถึงขีดจำกัด
Got fed up with หมายถึง เริ่มรำคาญหรือเบื่อคนหรือสิ่งหนึ่งมากจนไม่อยากทนต่อไป ความรู้สึกนี้มักสะสมตามเวลาหรือเกิดจากปัญหาที่เกิดซ้ำ จึงแรงกว่าการแค่ไม่ชอบบางสิ่ง ในประโยคนี้ with นำหน้ากลุ่มคนที่ทำให้เกิดความรำคาญ ส่วน got แสดงว่าในอดีตเขาเปลี่ยนเข้าสู่สภาวะนี้ และ fed up เป็นสำนวนตายตัว ไม่ได้หมายถึงการถูกป้อนอาหาร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ get fed up with: After the third cancellation, Maya ____ the airline.
ดูคำตอบ
got fed up with
didn't get on with: ความสัมพันธ์ที่ไม่ดี
ในภาษาอังกฤษแบบบริติช get on with someone หมายถึง มีความสัมพันธ์ที่เป็นมิตรหรือพอทำงานและอยู่ร่วมกันได้กับคนนั้น ดังนั้น didn't get on with จึงบอกว่าความสัมพันธ์ไม่ดี แต่ไม่ได้หมายความด้วยตัวมันเองว่าเขาเกลียดครอบครัว การมีคนอยู่หลัง with ชี้ว่าเป็นความหมายด้านความสัมพันธ์ แต่ถ้ากรรมเป็นงานหรือกิจกรรม get on with อาจหมายถึงทำสิ่งนั้นต่อหรือเริ่มทำสิ่งนั้นแทน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ get on with เพื่อบรรยายความสัมพันธ์?
- Let's get on with the meeting.
- Please get on with your homework.
- I don't get on with my new roommate.
ดูคำตอบ
I don't get on with my new roommate.
I don't like my mother and it's painful even for me to hear my sister's voice.
1:04"ฉันไม่ชอบแม่ของฉันและมันเจ็บปวดสำหรับฉันแม้กระทั่งต้องได้ยินเสียงน้องสาว"
precipitated when he saw a horse in a Turin street being beaten by its driver,
1:14ซึ่งถูกกระตุ้นเมื่อเขาเห็นม้าบนถนนในเมืองตูรินกำลังถูกคนขับเฆี่ยนตี
He never recovered and died 11 sad years later.
1:21เขาไม่เคยหายจากอาการป่วยเลยและเสียชีวิตในอีก 11 ปีอันน่าเศร้าต่อมา
But his philosophy was full of heroism and grandeur.
1:25แต่ปรัชญาของเขาเต็มไปด้วยลัทธิวีรบุรุษและความยิ่งใหญ่
Selbstüberwindung หรือการก้าวข้ามตนเอง
Selbstüberwindung เป็นศัพท์ปรัชญาภาษาเยอรมัน วลี or self-overcoming ที่ตามมาทันทีให้คำอธิบายเป็นภาษาอังกฤษว่า หมายถึงการก้าวข้ามขีดจำกัด นิสัย หรือสภาพปัจจุบันของตนเอง ในที่นี้ overcoming มุ่งมาที่ตัวเราเอง เป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงตนเองอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่การเอาชนะคนอื่นหรือแค่ผ่านปัญหาสั้น ๆ เพียงครั้งเดียว
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ Selbstüberwindung, or self-overcoming หมายถึงอะไร
- การแก้ปัญหาเล็ก ๆ เพียงครั้งเดียว
- การเอาชนะคนอื่นในการแข่งขัน
- การก้าวข้ามขีดจำกัดและสภาพปัจจุบันของตนเอง
ดูคำตอบ
การก้าวข้ามขีดจำกัดและสภาพปัจจุบันของตนเอง
rises above their circumstances and difficulties to embrace whatever life throws at them. โน้ต
1:37ก้าวข้ามเหนือสถานการณ์และความยากลำบากของตนเพื่อโอบรับทุกสิ่งที่ชีวิตโยนเข้ามา
Übermensch คนหนึ่ง
Übermensch เป็นศัพท์ภาษาเยอรมันที่นีทเชอใช้เรียกบุคคลในอุดมคติซึ่งก้าวข้ามสภาพปัจจุบันของตนเอง ประโยคนี้ให้คำใบ้ที่จำเป็นอยู่แล้วว่า บุคคลดังกล่าวก้าวข้ามสถานการณ์และความยากลำบาก พร้อมยอมรับทุกสิ่งที่ชีวิตนำมาให้ คำนี้ไม่ได้หมายถึงซูเปอร์ฮีโร่ในหนังสือการ์ตูนหรือคนที่เกิดมาพร้อมพลังวิเศษ ในคำอธิบายแบบย่อนี้ จุดสำคัญคือการเปลี่ยนแปลงตนเองและวิธีที่คนเรารับมือกับชีวิต
แบบฝึกหัด
ในบริบทนี้ an Übermensch หมายถึงอะไร
- ซูเปอร์ฮีโร่ที่มีพลังวิเศษ
- บุคคลที่ก้าวข้ามสถานการณ์อันยากลำบากและเผชิญชีวิตอย่างเต็มที่
- บุคคลที่เกิดมาดีกว่าคนอื่นทุกคน
ดูคำตอบ
บุคคลที่ก้าวข้ามสถานการณ์อันยากลำบากและเผชิญชีวิตอย่างเต็มที่
Rise above circumstances and difficulties: ก้าวข้ามสถานการณ์และความยากลำบาก
ในที่นี้ rises above หมายถึงไม่ยอมให้สถานการณ์ที่ยากลำบากควบคุมหรือจำกัดตัวเอง เป็นการบอกวิธีที่คนคนหนึ่งรับมือ ไม่ใช่การเคลื่อนตัวขึ้นไปยังตำแหน่งที่สูงกว่า โครงสร้างคือ rise above + ปัญหา ความขัดแย้ง ความรู้สึก หรือสถานการณ์ จุดเน้นคือการกระทำอย่างเข้มแข็งหรือมีวิจารณญาณ แม้ว่าความยากลำบากนั้นยังคงอยู่
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึงไม่ยอมให้ความยากลำบากควบคุมตนเอง: After the loss, the team chose to ____ its disappointment and practice again.
ดูคำตอบ
rise above
Whatever life throws at them: ทุกสิ่งที่ชีวิตนำมาให้
ในคำเปรียบเทียบนี้ life ถูกทำให้เหมือนเป็นบุคคลที่โยนเหตุการณ์ไม่คาดคิดหรือความท้าทายมายังคนคนหนึ่ง whatever life throws at them หมายถึงความยากลำบากหรือเรื่องไม่คาดคิดใด ๆ ที่คนนั้นอาจเผชิญ โดย throws ไม่ได้หมายถึงการโยนจริง ๆ เมื่ออยู่หลัง embrace วลีนี้หมายถึงทุกสิ่งที่คนนั้นเลือกยอมรับแทนที่จะหลีกเลี่ยง whatever ทำให้ขอบเขตครอบคลุมแบบไม่จำกัด คือไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น them ย้อนกลับไปหมายถึงคนเพียงคนเดียวผ่านการใช้ singular they จึงไม่จำเป็นต้องหมายถึงหลายคน
แบบฝึกหัด
ในประโยคภาษาอังกฤษ Kai is ready for whatever life throws at him วลี whatever life throws at him หมายถึงอะไร
- ความท้าทายหรือเหตุการณ์ไม่คาดคิดใด ๆ ที่ไคอาจเผชิญ
- สิ่งของใด ๆ ที่มีคนโยนจริง ๆ มาทางไค
- เฉพาะแผนที่ไควางไว้อย่างรอบคอบ
ดูคำตอบ
ความท้าทายหรือเหตุการณ์ไม่คาดคิดใด ๆ ที่ไคอาจเผชิญ
as he put it: ระบุว่าถ้อยคำเป็นของเขา
ในที่นี้ as he put it หมายถึง “ตามคำพูดของเขาเอง” หรือ “ตามวิธีที่เขาแสดงความคิดนั้น” วลีนี้บอกว่าถ้อยคำที่ตามมาเป็นของเขา ไม่ว่าจะยกมาตรง ๆ หรือถอดความอย่างใกล้เคียง put ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “วาง” วลีนี้เพียงบอกว่าใครเป็นผู้ใช้ถ้อยคำดังกล่าว ไม่ได้แปลว่าผู้เล่าเห็นด้วยกับแนวคิดนั้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดระบุชัดเจนที่สุดว่า “a doorway to new worlds” เป็นถ้อยคำของคุณเฉิน โดยไม่จำเป็นต้องหมายความว่าผู้พูดเห็นด้วย
- According to Ms. Chen, the library opens at nine.
- I think the library is a doorway to new worlds.
- The library was, as Ms. Chen put it, “a doorway to new worlds.”
ดูคำตอบ
The library was, as Ms. Chen put it, “a doorway to new worlds.”
how to become who we really are: โครงสร้างอนุประโยคซ้อน
how to become who we really are เป็นเนื้อหาของ teach us โดยบอกว่างานชิ้นนั้นตั้งใจจะสอนอะไรแก่เรา รูปแบบ how to + คำกริยา หมายถึง “วิธีทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง” ภายในโครงสร้างนี้ who we really are เป็นอนุประโยคที่ทำหน้าที่เหมือนคำนามหลัง become และระบุตัวตนที่แท้จริงซึ่งคนคนหนึ่งจะกลายเป็นหรือเปิดเผยออกมา เนื่องจากอยู่ภายในประโยคบอกเล่าที่ใหญ่กว่า จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า who we really are ไม่ใช่ลำดับคำแบบคำถาม who are we
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ how to become ตามด้วยอนุประโยคที่บอกตัวตน
- The coach taught us how to become who we want to be.
- The coach taught us how we became more confident.
- The coach asked us directly, “Who do we want to be?”
ดูคำตอบ
The coach taught us how to become who we want to be.
own up to envy: ยอมรับความรู้สึกที่ซ่อนไว้อย่างตรงไปตรงมา
own up to หมายถึงยอมรับเรื่องที่ทำให้รู้สึกไม่สบายใจอย่างตรงไปตรงมา โดยเฉพาะหลังจากที่เคยหลีกเลี่ยงเรื่องนั้นมาก่อน ในที่นี้สิ่งที่ต้องยอมรับคือ envy หรือความอิจฉา คำแนะนำนี้ให้เผชิญหน้ากับความรู้สึกนั้นแทนที่จะซ่อนมันไว้ โครงสร้างคือ own up to + คำนามหรือรูป -ing เช่น own up to a mistake และ own up to cheating คำว่า to เป็นส่วนหนึ่งของวลี ดังนั้น own ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “เป็นเจ้าของ” และ up to ก็ไม่ได้หมายถึง “มากที่สุด”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวน own up to ให้ถูกต้อง: After blaming everyone else, Maya finally decided to ____ breaking the vase.
ดูคำตอบ
own up to
Yet the lingering effects of Christianity generally teach us to feel ashamed of our envious feelings.
1:57แต่ทว่าอิทธิพลที่หลงเหลืออยู่ของศาสนาคริสต์มักจะสอนให้เรารู้สึกละอายกับความรู้สึกอิจฉา
so long as we use it as a guide to what we really want. ไวยากรณ์
2:10ตราบใดที่เราใช้มันเป็นเครื่องนำทางไปสู่สิ่งที่เราต้องการจริงๆ
so long as: การเพิ่มเงื่อนไข
ในประโยคนี้ so long as หมายถึง “โดยมีเงื่อนไขว่า” หรือ “ก็ต่อเมื่อ” วลีนี้นำเสนอเงื่อนไขที่จำกัดคำกล่าวว่าความอิจฉาไม่ใช่เรื่องผิด กล่าวคือ ความอิจฉายอมรับได้เมื่อมันช่วยชี้ทางไปสู่สิ่งที่เราต้องการจริง ๆ long ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงระยะเวลา วิธีตรวจสอบที่เป็นประโยชน์คือแทน so long as ด้วย provided that หากความหมายยังเหมือนเดิม วลีนี้ก็ใช้แสดงเงื่อนไข
แบบฝึกหัด
ในประโยค “You can borrow the bike so long as you wear a helmet,” so long as หมายความว่าอะไร
- เพราะคุณสวมหมวกนิรภัย
- ตลอดเวลาที่คุณสวมหมวกนิรภัย
- ก็ต่อเมื่อคุณสวมหมวกนิรภัย
ดูคำตอบ
ก็ต่อเมื่อคุณสวมหมวกนิรภัย
should be seen as an indication of what we could one day become. วลี
2:16ควรถูกมองว่าเป็นสิ่งบ่งชี้ว่าเราอาจจะกลายเป็นคนแบบไหนได้ในสักวันหนึ่ง
should be seen as an indication of: การเสนอวิธีตีความ
โครงสร้าง should be seen as an indication of หมายถึง “ควรถูกตีความว่าเป็นสัญญาณของ……” ไม่ได้หมายถึงการมองประธานของประโยคด้วยตาจริง ๆ แต่เป็นการให้ความหมายแก่ประธานนั้น ในประโยคนี้ should เสนอวิธีที่เราควรเข้าใจบุคคลนั้น ส่วน an indication of นำเข้าสิ่งที่บุคคลนั้นอาจแสดงให้เห็น ซึ่งก็คือตัวตนที่เราอาจเป็นได้ในอนาคต โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้บอกได้ด้วยว่าข้อเท็จจริง รูปแบบ หรือเหตุการณ์หนึ่ง ๆ ชี้ให้เห็นอะไร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างทางการจากบทเรียนที่มีความหมายว่า “ควรถูกตีความว่าเป็นหลักฐานของ……” โดยใช้ให้ตรงรูปเดิม: A sudden drop in attendance ____ a problem with the schedule.
ดูคำตอบ
should be seen as an indication of
is hinting at who you are capable of one day being.
2:22กำลังบอกเป็นนัยว่าคุณมีความสามารถที่จะเป็นได้ในวันหนึ่ง
It's not that Nietzsche believed we always end up getting what we want. ไวยากรณ์
2:26ไม่ได้แปลว่านีทเชอเชื่อว่าเรามักจะจบลงด้วยการได้สิ่งที่เราต้องการเสมอ
It's not that ...: การแก้ข้อสรุปที่อาจเข้าใจผิด
โครงสร้าง It's not that + อนุประโยค ใช้ปฏิเสธความคิดทั้งความคิดที่อีกฝ่ายอาจอนุมานได้อย่างสมเหตุสมผล ไม่ได้ปฏิเสธเพียงคำใดคำหนึ่งในอนุประโยค ในประโยคนี้ ผู้พูดตัดการตีความที่ว่านีทเชอสัญญาว่าผู้คนจะได้สิ่งที่ต้องการเสมอ โครงสร้างนี้มักเตรียมผู้ฟังให้พร้อมสำหรับคำอธิบายที่แม่นยำกว่า โดยมักตามด้วย but, rather หรือประโยคถัดไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างสองคำที่ใช้ปฏิเสธข้อสรุปที่เป็นไปได้: It's ____ Maya is angry; she is just tired.
ดูคำตอบ
not that
He simply insisted that we must face up to our true desires, กริยาวลี
2:31เขาเพียงยืนกรานว่าเราต้องเผชิญหน้ากับความปรารถนาที่แท้จริงของเรา
face up to: เลิกหลีกเลี่ยงและเผชิญกับความจริงที่ยาก
Face up to หมายถึงการเลิกหลีกเลี่ยงเรื่องที่ยากและยอมรับมันอย่างตรงไปตรงมา ในประโยคนี้หมายความว่าเราต้องยอมรับว่าตนเองต้องการอะไรจริง ๆ แทนที่จะหลบเลี่ยงต่อไป โครงสร้างเต็มคือ face up to + คำนามหรือรูป -ing โดย up to เป็นส่วนหนึ่งของวลีกริยา ไม่ได้หมายถึง “มากที่สุดไม่เกิน” หรือ “ขึ้นอยู่กับใคร” สำนวนนี้มักสื่อว่าก่อนหน้านี้มีการหลีกเลี่ยง จึงมีน้ำหนักมากกว่า face แบบทั่วไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำที่มี face และหมายถึง “เลิกหลีกเลี่ยงและยอมรับอย่างตรงไปตรงมา”: After weeks of excuses, Lena finally chose to ____ the consequences of her decision.
ดูคำตอบ
face up to
put up a heroic fight: ต่อสู้อย่างกล้าหาญและมุ่งมั่น
Put up a fight เป็นกลุ่มคำที่ใช้ร่วมกันแบบตายตัว หมายถึงการต่อต้าน ปกป้องบางสิ่ง หรือพยายามอย่างมุ่งมั่นเมื่อต้องเจอกับความยากลำบาก ในที่นี้กล่าวถึงความพยายามอย่างกล้าหาญเพื่อสนับสนุนความปรารถนาเหล่านั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นการต่อสู้ทางร่างกาย Heroic ขยาย fight และเพิ่มคำชื่นชมอย่างมาก โดยนำเสนอว่าความพยายามนั้นกล้าหาญหรือน่ายกย่องเป็นพิเศษ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ put up + a/an + คำคุณศัพท์ + fight เช่น put up a strong fight
แบบฝึกหัด
เติมกลุ่มคำตายตัวด้วยกริยาสองคำที่หายไป: Although the team was expected to lose, it ____ a heroic fight until the end.
ดูคำตอบ
put up
and only then mourn failure with solemn dignity.
2:37และเมื่อนั้นค่อยไว้อาลัยต่อความล้มเหลวด้วยความสง่างามอันเคร่งขรึม
Nietzsche had some extreme things to say about Christianity.
2:45นีทเชอมีคำกล่าวที่สุดโต่งบางอย่างเกี่ยวกับศาสนาคริสต์
worth respecting: worth + -ing ที่มีความหมายเชิงถูกกระทำ
ใน a person worth respecting คำว่า worth ตามด้วยรูป -ing คือ respecting วลีนี้หมายถึง “คนที่สมควรได้รับความเคารพ” แม้ respecting จะมีรูปเป็นฝ่ายกระทำ แต่กรรมที่เข้าใจได้คือ person ที่อยู่ข้างหน้า กล่าวคือ คนอื่นเคารพบุคคลนั้น โครงสร้างนี้ทำให้คำนามก่อน worth เป็นผู้รับการกระทำของกริยา -ing ได้ เช่น a book worth reading และ an idea worth considering
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ respect: A leader who listens carefully is worth ____.
ดูคำตอบ
respecting
but his true target was more subtle and more interesting.
2:56แต่เป้าหมายที่แท้จริงของเขานั้นละเอียดอ่อนและน่าสนใจกว่า
knockabout stuff: หยาบ คึกคัก และไม่ละเอียดอ่อน
ในที่นี้ knockabout เป็นคำคุณศัพท์ไม่เป็นทางการที่ใช้บรรยายถ้อยคำก่อนหน้า knockabout stuff หมายถึงเนื้อหาที่พูดแบบกว้าง ๆ หยาบ เอะอะ หรือมีพลังเชิงยั่วยุ มากกว่าจะประณีตและมีรายละเอียด ส่วน stuff เป็นคำนามกว้าง ๆ ที่ใช้แทนสิ่งที่พูดไป วลีนี้ลดความสำคัญของถ้อยคำที่โดดเด่นเหล่านั้นให้ดูเป็นเพียงการแสดงที่หยาบ ๆ จากนั้น but ก็เปลี่ยนความสนใจไปยังเป้าหมายที่ละเอียดอ่อนและน่าสนใจกว่า knockabout ใช้บรรยายเรื่องตลกได้ แต่ไม่ได้หมายถึง funny เพียงอย่างเดียว
แบบฝึกหัด
ในบทวิจารณ์ “The opening scene is knockabout stuff.” น่าจะหมายความว่าอย่างไรมากที่สุด?
- มีรูปแบบกว้าง ๆ หยาบ และคึกคัก มากกว่าจะละเอียดอ่อน
- เป็นเรื่องเกี่ยวกับคนที่กำลังเคาะประตู
- เงียบ สุขุม และใส่ใจรายละเอียดอย่างมาก
ดูคำตอบ
มีรูปแบบกว้าง ๆ หยาบ และคึกคัก มากกว่าจะละเอียดอ่อน
He resented Christianity for protecting people from their envy.
2:59เขาไม่พอใจศาสนาคริสต์ที่ปกป้องผู้คนจากความอิจฉาของตนเอง
who lacked the stomach to get hold of what they really wanted, สำนวน
3:10ที่ขาดความกล้าที่จะคว้าสิ่งที่ตนต้องการจริงๆ
lacked the stomach to: ไม่มีความกล้าที่จะทำสิ่งที่ยาก
ในประโยคนี้ lacked the stomach to หมายถึงไม่มีความกล้าหรือความเข้มแข็งทางใจที่จะทำบางสิ่ง คำว่า stomach ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ โดยสื่อถึงความสามารถในการเผชิญการกระทำที่ไม่น่าพอใจ น่ากลัว หรือยากต่อจิตใจ ไม่ได้หมายถึงการย่อยอาหาร สำนวนนี้กล่าวถึงคนเหล่านั้นว่าอยากได้บางสิ่ง แต่ไม่เต็มใจทำสิ่งที่จำเป็นเพื่อให้ได้มา ในที่นี้เป็นส่วนหนึ่งของคำวิจารณ์ที่รุนแรงซึ่งผู้พูดกำลังนำมาเล่า จึงควรเข้าใจว่าเป็นคำตัดสินที่อ้างถึง ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่เป็นกลาง
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ lacked the stomach to get hold of what they really wanted หมายความว่าอย่างไร?
- พวกเขาได้สิ่งที่ต้องการมาแล้ว
- พวกเขาไม่มีความกล้าหรือความเข้มแข็งทางใจที่จะพยายามคว้าสิ่งนั้น
- พวกเขาหิวเกินกว่าจะตัดสินใจว่าต้องการอะไร
ดูคำตอบ
พวกเขาไม่มีความกล้าหรือความเข้มแข็งทางใจที่จะพยายามคว้าสิ่งนั้น
and so had clung to a philosophy that made a virtue of their cowardice. โน้ต
3:13และจึงยึดติดกับปรัชญาที่ทำให้ความขี้ขลาดของตนกลายเป็นคุณธรรม
clung to a philosophy: ไม่ยอมปล่อยวางระบบความเชื่อ
Clung เป็นรูปอดีตของ cling ในที่นี้ clung to a philosophy หมายถึงยังคงยึดติดอย่างมากกับชุดความเชื่อและไม่ยอมละทิ้ง ไม่ได้หมายถึงการใช้มือจับสิ่งของจริง ๆ คำกริยานี้แฝงคำวิจารณ์ถึงความยึดติด การพึ่งพา หรือความกลัวที่จะปล่อยวาง ในประโยคนี้ น้ำเสียงเชิงลบดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของคำวิจารณ์ที่กำลังนำมาเล่า ไม่ใช่คำอธิบายปรัชญาอย่างเป็นกลาง
แบบฝึกหัด
Even after new evidence disproved the theory, the committee ___ it because change felt risky. ตัวเลือกใดแสดงความไม่เต็มใจที่จะปล่อยวางได้ดีที่สุด?
- heard about
- believed in
- clung to
ดูคำตอบ
clung to
made a virtue of their cowardice: ทำให้ข้อบกพร่องดูเป็นคุณธรรม
make a virtue of something หมายถึงการนำเสนอข้อบกพร่อง ข้อจำกัด หรือสภาพที่ไม่ต้องการ ราวกับว่าเป็นคุณลักษณะที่ดี ในที่นี้ ความขี้ขลาดของพวกเขาไม่ได้กลายเป็นคุณธรรมจริง ๆ สำนวนนี้ถ่ายทอดมุมมองเชิงวิจารณ์ว่า ปรัชญาดังกล่าวช่วยให้พวกเขาเรียกความกลัวเสียใหม่ว่าเป็นความดีทางศีลธรรม จึงสื่อถึงการหาเหตุผลเข้าข้างตนเองและความประชด
แบบฝึกหัด
ใช้ make a virtue of เติมประโยคให้สมบูรณ์: The company tried to ____ its small size by calling it more personal.
ดูคำตอบ
make a virtue of
Christians, whom he rather rudely termed die Herde,
3:20ชาวคริสต์ ซึ่งเขาค่อนข้างจะเรียกอย่างหยาบคายว่า die Herde
had wished to enjoy the real ingredients of fulfillment,
3:24ปรารถนาที่จะเพลิดเพลินไปกับองค์ประกอบที่แท้จริงของการเติมเต็ม
They'd therefore fashioned a hypocritical creed denouncing what they wanted but were too weak to fight for,
3:33พวกเขาจึงสร้างความเชื่อที่หน้าไหว้หลังหลอกซึ่งประณามสิ่งที่พวกเขาต้องการแต่ก็อ่อนแอเกินกว่าจะสู้
while praising what they didn't want but happened to have. ไวยากรณ์
3:39ในขณะเดียวกันก็ยกย่องสิ่งที่พวกเขาไม่ต้องการแต่บังเอิญมี
happened to have: ข้อเท็จจริงที่ไม่ได้วางแผนไว้
ใน happened to have โครงสร้าง happen to + กริยารูปพื้นฐาน บอกว่าข้อเท็จจริงหรือการกระทำนั้นเกิดขึ้นโดยบังเอิญหรือไม่ได้วางแผนไว้ พวกเขามีคุณลักษณะเหล่านั้นจริง แต่ไม่ใช่เพราะเลือกหรือวางแผนจะได้มา Happened เป็นคำที่แสดงอดีตกาล ส่วน have หลัง to ยังคงเป็นรูปพื้นฐาน ประธานของกริยาทั้งสองคือ they วลีนี้ไม่ได้หมายความว่ามีอีกเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นกับทรัพย์สินของพวกเขา
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้าง happen to ในอดีตกาลร่วมกับ find เพื่อเติมประโยค: While cleaning the attic, I ____ an old photo.
ดูคำตอบ
happened to find
submission to people one hates became obedience,
3:48การยอมจำนนต่อคนที่ตนเกลียดชังกลายเป็นการเชื่อฟัง
not being able to take revenge turned into forgiveness. ไวยากรณ์
3:53การไม่สามารถล้างแค้นได้ก็กลายเป็นการให้อภัย
not being able to ... turned into ...: เมื่อการทำบางสิ่งไม่ได้เปลี่ยนเป็นอีกสิ่งหนึ่ง
Not being able to take revenge เป็นอนุประโยค -ing แบบปฏิเสธที่ทำหน้าที่เป็นประธาน โดยรวมความคิดทั้งหมดว่า “ใครบางคนไม่สามารถแก้แค้นได้” ให้เป็นเรื่องหนึ่งเรื่องที่นำมาพูดถึงได้ Turned into forgiveness หมายถึงการที่ความไม่สามารถนั้นถูกตีความใหม่หรือตั้งชื่อใหม่ว่าเป็นการให้อภัย ในคำอธิบายเชิงวิจารณ์นี้ ประโยคไม่ได้ให้คำนิยามการให้อภัยอย่างเป็นกลางและไม่ได้สนับสนุนการแก้แค้น แต่กำลังถ่ายทอดข้ออ้างว่าความไม่สามารถถูกนำเสนอให้เป็นคุณธรรม
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้อนุประโยค -ing แบบปฏิเสธเป็นประธาน และหมายถึงการที่ความไม่สามารถต่อมาได้กลายเป็นโอกาส
- Not being able to travel turned into a chance to explore our own town.
- Being able not to travel turned into a chance to explore our own town.
- We were not able to travel, so we explored our own town instead.
ดูคำตอบ
Not being able to travel turned into a chance to explore our own town.
Christianity amounted to a giant machine for bitter denial. กริยาวลี
3:57ศาสนาคริสต์เทียบเท่ากับเครื่องจักรขนาดยักษ์สำหรับการปฏิเสธอันขมขื่น
amounted to: บอกว่าสิ่งหนึ่งโดยเนื้อแท้แล้วคืออะไร
ใน amounted to คำว่า amount to หมายถึง “โดยเนื้อแท้แล้วเท่ากับ” หรือ “มีผลหรือความหมายโดยรวมว่า” รูปอดีต amounted ใช้สรุปเป็นคำตัดสินที่หนักแน่น โดยผู้พูดรวบรายละเอียดทั้งหมดให้เหลือเป็นคำอธิบายเชิงวิจารณ์เพียงอย่างเดียว ส่วนที่ตามหลังเป็นวลีนาม: amounted to a giant machine for bitter denial ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการคำนวณตัวเลขหรือราคา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนรูปอดีตสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “โดยเนื้อแท้แล้วเท่ากับ”: Ignoring every warning ____ a decision to accept the risk.
ดูคำตอบ
amounted to
Nietzsche himself drank only water and as a special treat,
4:04ตัวนีทเชอเองดื่มแต่น้ำเปล่าและดื่มเป็นของขวัญพิเศษคือ
ใช้ do likewise เพื่อบอกว่าทำสิ่งเดียวกัน
ในที่นี้ do likewise หมายถึง “ทำสิ่งเดียวกับการกระทำที่เพิ่งกล่าวถึง” โดย do ใช้แทนการกระทำนั้น และ likewise ชี้ย้อนกลับไปยังการกระทำดังกล่าว ในประโยคนี้ เขาเชื่อว่า “เรา” ก็ควรทำตามรูปแบบการกินและดื่มแบบเดียวกัน สำนวนนี้ช่วยไม่ให้ต้องกล่าวการกระทำทั้งหมดซ้ำอีกครั้ง
แบบฝึกหัด
ใน “Nora saved a copy, so I decided to do likewise,” ผู้พูดตัดสินใจทำอะไร?
- บันทึกไฟล์อื่น
- เห็นด้วยกับความคิดเห็นของ Nora
- บันทึกสำเนาไว้ด้วย
ดูคำตอบ
บันทึกสำเนาไว้ด้วย
He wasn't making a small eccentric dietary point.
4:10เขาไม่ได้กำลังบอกจุดเล็กๆ น้อยๆ ที่แปลกประหลาดเกี่ยวกับการกิน
ใช้ go to the heart of เพื่อกล่าวถึงประเด็นหลัก
heart ใน went to the heart of his philosophy เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ แนวคิดนั้นเกี่ยวข้องโดยตรงกับส่วนที่เป็นศูนย์กลางและสำคัญที่สุดของปรัชญา ไม่ได้มีสิ่งใดเคลื่อนไปยังหัวใจจริง ๆ go to the heart of + หัวข้อ เป็นโครงสร้างที่นำไปใช้ซ้ำได้ โดยหมายถึง “เข้าถึงหรือกล่าวถึงประเด็นสำคัญที่สุดของหัวข้อนั้น” ส่วน went เป็นเพียงรูปอดีตของ go
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่หมายความว่าคำถามกล่าวถึงส่วนที่สำคัญที่สุดของปัญหา
- We should take the question to heart.
- The question touched the audience’s hearts.
- The question goes to the heart of the problem.
ดูคำตอบ
The question goes to the heart of the problem.
อุปลักษณ์ two great narcotics in European civilization
ในประโยคนี้ narcotics เป็นอุปลักษณ์ ศาสนาคริสต์และแอลกอฮอล์ถูกจัดไว้ด้วยกันในฐานะสิ่งที่ช่วยทำให้ความเจ็บปวดด้านชาและให้ความปลอบโยน คำนี้ไม่ได้จัดศาสนาคริสต์เป็นยาเสพติดจริง ๆ วลีนี้สนับสนุนข้อโต้แย้งเชิงวิจารณ์ว่า หากความปลอบโยนนั้นทำให้ผู้คนรู้สึกว่าสภาพปัจจุบันดีพอแล้ว ก็อาจลดความต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงมันด้วย นี่คือการตัดสินคุณค่าเชิงปรัชญาที่จงใจแรง ไม่ใช่ข้อเท็จจริงทางการแพทย์หรือกฎหมาย
แบบฝึกหัด
narcotics หมายถึงอะไรในข้อความอ้างนี้
- ประโยคนี้บอกว่าอารยธรรมยุโรปห้ามทั้งศาสนาคริสต์และแอลกอฮอล์
- ประโยคนี้จัดศาสนาคริสต์และแอลกอฮอล์เป็นยาชนิดเดียวกันตามความหมายตรงตัว
- ประโยคนี้เปรียบทั้งสองสิ่งเป็นแหล่งความปลอบโยนที่ทำให้ความเจ็บปวดด้านชาและลดความไม่พอใจ
ดูคำตอบ
ประโยคนี้เปรียบทั้งสองสิ่งเป็นแหล่งความปลอบโยนที่ทำให้ความเจ็บปวดด้านชาและลดความไม่พอใจ
He hated alcohol for the very same reasons that he scorned Christianity,
4:23เขาเกลียดแอลกอฮอล์ด้วยเหตุผลเดียวกับที่เขาดูถูกศาสนาคริสต์
Both reassure us that things are just fine as they are,
4:29ทั้งคู่ทำให้เรามั่นใจว่าสิ่งต่างๆ มันดีอยู่แล้วอย่างที่เป็นอยู่
sapping us of the will to change our lives for the better.
4:32บั่นทอนความเต็มใจที่จะเปลี่ยนชีวิตของเราให้ดีขึ้น
A few drinks usher in a transient feeling of satisfaction กริยาวลี
4:35เครื่องดื่มไม่กี่แก้วนำมาซึ่งความรู้สึกพึงพอใจชั่วครู่
usher in: ทำให้สภาวะหรือช่วงเวลาใหม่เริ่มต้นขึ้น
usher in เป็นกริยาวลีที่หมายถึง “นำเข้ามาหรือทำให้” สภาวะ ช่วงเวลา หรือพัฒนาการใหม่เริ่มต้นขึ้น ในที่นี้ การดื่มไม่กี่แก้วทำให้ความรู้สึกพึงพอใจที่อยู่เพียงชั่วคราวเริ่มเกิดขึ้น กรรมวางไว้หลังวลีทั้งหมด เช่น usher in a feeling, usher in an era และ usher in change ผลลัพธ์อาจเป็นแง่บวก แง่ลบ หรือมีทั้งสองด้านก็ได้
แบบฝึกหัด
เติมกริยาวลีสองคำที่หมายถึง “ทำให้ช่วงเวลาใหม่เริ่มต้นขึ้น” ลงในประโยค: The invention could ____ a new era of safer travel.
ดูคำตอบ
usher in
that can get fatally in the way of taking the steps necessary to improve our lives. สำนวน
4:38ซึ่งสามารถขัดขวางการก้าวเดินที่จำเป็นในการปรับปรุงชีวิตของเราได้อย่างร้ายแรง
get fatally in the way of: ขัดขวางจนเกิดผลเสียหายร้ายแรง
ในโครงสร้าง get in the way of + คำนามหรือรูป -ing บางสิ่งจะขวางหรือรบกวนการกระทำ แผน หรือเป้าหมายอย่างมาก ในที่นี้ ความพอใจชั่วคราวทำให้การลงมือทำสิ่งที่จำเป็นต่อการเปลี่ยนแปลงยากขึ้น fatally เพิ่มระดับความรุนแรงของการขัดขวาง ในที่นี้หมายถึง "จนเกิดผลเสียหายหรือผลที่ชี้ขาด" ไม่จำเป็นต้องหมายถึง "ในแบบที่ทำให้เสียชีวิต"
แบบฝึกหัด
get fatally in the way of หมายความว่าอย่างไรในประโยคนี้? "A false sense of security can get fatally in the way of necessary safety reforms"
- มันต้องทำให้ใครบางคนเสียชีวิตทางกายภาพเสมอ
- มันอาจขัดขวางการปฏิรูปและก่อให้เกิดผลเสียหายร้ายแรงได้
- มันอาจทำให้การปฏิรูปเกิดขึ้นเร็วขึ้น
ดูคำตอบ
มันอาจขัดขวางการปฏิรูปและก่อให้เกิดผลเสียหายร้ายแรงได้
that getting really valuable things done hurts. วลี
4:45ที่ว่าการทำสิ่งที่มีคุณค่าจริงๆ ให้สำเร็จนั้นย่อมเจ็บปวด
getting really valuable things done: เน้นการทำสิ่งต่าง ๆ ให้สำเร็จ
get + กรรม + done หมายถึงทำให้แน่ใจว่าสิ่งที่เป็นกรรมเสร็จสมบูรณ์หรือทำสำเร็จ ใน getting really valuable things done คำว่า things เป็นกรรม ส่วน done บอกผลที่เสร็จแล้ว และ really ขยายระดับความหมายของ valuable วลีทั้งหมดเริ่มด้วย getting จึงทำหน้าที่เป็นวลี gerund และเป็นประธานของ hurts โดยเน้นที่การทำให้เกิดผลสำเร็จ โครงสร้างนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าจ่ายเงินหรือสั่งให้คนอื่นทำงาน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง get + กรรม + done: "For our volunteer group, ____ the most urgent jobs ____ before winter is the top priority."
ดูคำตอบ
getting · done
Build your cities on the slopes of Mount Vesuvius." สำนวน
4:56สร้างเมืองของคุณบนเนินภูเขาไฟวิสุเวียส"
“Build your cities on the slopes of Mount Vesuvius” ในฐานะอุปมา
ประโยคคำสั่งนี้ไม่ใช่คำแนะนำตามตัวอักษรว่าควรสร้างเมืองที่ไหน ภูเขาไฟวิสุเวียสมีชื่อเสียงว่าเป็นภูเขาไฟที่ทำลายเมืองปอมเปอี ดังนั้นไหล่เขาของมันจึงสร้างภาพที่ชัดเจนของการใช้ชีวิตใกล้อันตรายจริง คำสั่ง Build... เปลี่ยนภาพนั้นให้เป็นหลักในการใช้ชีวิต คืออย่ายกความปลอดภัยอย่างสมบูรณ์ให้เป็นเป้าหมายสูงสุด และจงยอมรับความเสี่ยงที่มีความหมายเมื่อแสวงหาชีวิตที่เติมเต็ม คำพูดนี้ไม่ได้ยกย่องอันตรายที่ไร้จุดหมาย
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ "Build your cities on the slopes of Mount Vesuvius" กระตุ้นให้ผู้คนทำสิ่งใดเป็นหลัก?
- ยอมรับความเสี่ยงที่มีความหมาย แทนที่จะยกความปลอดภัยอย่างสมบูรณ์เป็นเป้าหมาย
- สร้างบ้านใหม่ใกล้ภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่น
- เพิกเฉยต่ออันตรายทุกอย่าง แม้จะไม่ได้สิ่งที่มีคุณค่าเลยก็ตาม
ดูคำตอบ
ยอมรับความเสี่ยงที่มีความหมาย แทนที่จะยกความปลอดภัยอย่างสมบูรณ์เป็นเป้าหมาย
Nietzsche's dramatic assertion that God is dead is not,
5:03คำยืนยันอันน่าตื่นตะลึงของนีทเชอที่ว่าพระเจ้าตายแล้ว ไม่ใช่
“as it's often taken to be” เพื่อบอกการตีความที่พบบ่อย
ในที่นี้ as it's often taken to be เป็นอนุประโยค as ที่แทรกเข้ามาและหมายถึง “อย่างที่ผู้คนมักตีความสิ่งนั้น” คำว่า it อ้างถึงคำยืนยันของนีทเชอ ส่วน taken to be เป็นรูปถูกกระทำ กล่าวคือ ผู้คนตีความคำยืนยันนั้นว่าเป็นถ้อยแถลงเชิงเฉลิมฉลอง โครงสร้างที่ใหญ่กว่าคือ X is not, as it's often taken to be, Y ส่วนแทรกจะบอกการตีความที่คุ้นเคยก่อน ขณะที่ not ในประโยคหลักปฏิเสธการตีความนั้น โครงสร้างนี้จึงช่วยให้ผู้เขียนแก้ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยโดยยังยอมรับว่าความเข้าใจนั้นมีอยู่
แบบฝึกหัด
ใช้วลีแทรกจากตัวอย่างแบบตรงตามต้นฉบับเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The policy is not, ____, a ban on all travel.
ดูคำตอบ
as it's often taken to be
Nietzsche didn't think that the end of belief was anything to cheer about.
5:13นีทเชอไม่ได้คิดว่าจุดจบของความเชื่อจะเป็นสิ่งที่น่าแสดงความยินดี
very beneficial in the sense of helping us cope with the problems of life. ลำดับความ
5:20มีประโยชน์อย่างยิ่งในแง่ของการช่วยให้เรารับมือกับปัญหาในชีวิต
in the sense of: จำกัดคำกล่าวให้อยู่ในแง่หนึ่ง
ในประโยคนี้ in the sense of จำกัดความหมายกว้าง ๆ ของ beneficial ผู้พูดไม่ได้บอกว่าความเชื่อทางศาสนามีประโยชน์ในทุกด้าน แต่หมายความว่าความเชื่อเหล่านั้นมีประโยชน์เฉพาะในแง่ที่ช่วยให้ผู้คนรับมือกับปัญหาชีวิต โครงสร้าง in the sense of + คำนามหรือรูป -ing ระบุด้านที่คำบรรยายนั้นเป็นจริงอย่างชัดเจน ใช้เมื่อเราต้องการจำกัดขอบเขตหรืออธิบายคำกล่าวให้ชัดขึ้น
แบบฝึกหัด
วลีใดจำกัดคำว่า successful ให้หมายถึงผลลัพธ์เฉพาะอย่างหนึ่งได้ถูกต้องในประโยคนี้? The plan was successful ___ reducing costs, but it did not improve quality.
- in the sense of
- as a result of
- in spite of
ดูคำตอบ
in the sense of
the gap left by religion ... filled by culture: คำเปรียบเทียบเชิงพื้นที่
ในที่นี้ gap เป็นคำเปรียบเทียบถึงแรงสนับสนุนทางจิตใจและศีลธรรมที่อาจขาดหายไปเมื่อศาสนาสูญเสียบทบาท left by religion ระบุว่าอะไรทำให้เกิดการขาดหาย ส่วน filled by culture เสนอว่าวัฒนธรรมอาจเป็นแหล่งของแรงสนับสนุนที่ขาดไปนั้น รูปแบบที่เชื่อมกัน a gap left by X ... filled by Y เปลี่ยนการเปลี่ยนแปลงเชิงนามธรรมให้เป็นภาพเชิงพื้นที่ นอกจากนี้ยังใช้บรรยายบริการ ความรู้ ภาวะผู้นำ หรือหน้าที่อื่น ๆ ที่ขาดหายได้ด้วย Y ตอบสนองความต้องการนั้น แต่ไม่จำเป็นต้องทำเหมือน X ทุกอย่าง ในบริบทนี้ culture หมายถึงชีวิตทางความคิดและศิลปะ ซึ่งรวมถึงปรัชญา ศิลปะ ดนตรี และวรรณกรรม ไม่ใช่เพียงความบันเทิง
แบบฝึกหัด
ในประโยค "The gap left by the canceled program was filled by volunteers," คำเปรียบเทียบนี้หมายความว่าอย่างไร?
- อาสาสมัครซ่อมรูจริง ๆ ที่เกิดจากโครงการ
- อาสาสมัครให้ความช่วยเหลือที่ขาดไปหลังจากโครงการยุติลง
- อาสาสมัครทำซ้ำทุกส่วนของโครงการเก่าอย่างเหมือนเดิมทุกประการ
ดูคำตอบ
อาสาสมัครให้ความช่วยเหลือที่ขาดไปหลังจากโครงการยุติลง
Nietzsche was deeply suspicious of the way his own era was handling culture.
5:35นีทเชอมีความสงสัยอย่างลึกซึ้งต่อวิธีที่ยุคสมัยของเขาเองจัดการกับวัฒนธรรม
He believed the universities were killing the humanities,
5:39เขาเชื่อว่ามหาวิทยาลัยกำลังฆ่ามนุษยศาสตร์
turning them into dry academic exercises
5:42โดยการเปลี่ยนให้พวกมันเป็นแบบฝึกหัดทางวิชาการที่แห้งแล้ง
รูป -ing ที่ขนานกันหลัง rather than: rather than using them
ในประโยคนี้ rather than ใช้เปรียบต่างการกระทำสองอย่าง ได้แก่ การเปลี่ยนมนุษยศาสตร์ให้เป็นแบบฝึกหัดที่แห้งแล้ง กับการนำมันไปใช้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต อย่างแรกคือสิ่งที่ผู้พูดตำหนิมหาวิทยาลัยว่ากำลังทำอยู่ ส่วนอย่างหลังคือทางเลือกที่เหมาะสมกว่าซึ่งมหาวิทยาลัยไม่ได้ทำ เพราะ turning เป็นรูป -ing จึงใช้ using ในรูป -ing เช่นกัน การทำให้การกระทำทั้งสองมีรูปขนานกันช่วยให้เห็นความแตกต่างชัดเจน: turning ... rather than using ....
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย rather than และรูป -ing ของ find: The group kept blaming each other ____ a solution.
ดูคำตอบ
rather than finding
what they were always meant to be: บทบาทที่ตั้งใจไว้
อนุประโยค what they were always meant to be หมายถึง “บทบาทหรือสภาพที่เดิมตั้งใจให้มนุษยศาสตร์เป็น” ในที่นี้ be meant to บอกจุดประสงค์ที่ตั้งใจไว้หรือบทบาทในอุดมคติ ส่วน meant ไม่ได้หมายถึง “มีความหมายว่า” วลี guides to life หลังเครื่องหมายจุลภาคบอกชื่อของบทบาทที่ตั้งใจไว้นั้น อนุประโยค what แบบนี้ทำหน้าที่เหมือนนามวลี จึงวางหลังคำบุพบทอย่าง for หรือกริยาเชื่อมอย่าง become ได้เมื่อพูดถึงจุดประสงค์หรือสถานะที่เหมาะสมของสิ่งหนึ่ง
แบบฝึกหัด
ในประโยค 'The center finally became what it was meant to be: a safe place for children,' วลี what it was meant to be หมายถึงอะไร
- สภาพที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญของศูนย์ในขณะนั้น
- บทบาทที่เดิมตั้งใจไว้สำหรับศูนย์แห่งนี้
- ถ้อยคำที่ศูนย์แห่งนี้พยายามจะพูด
ดูคำตอบ
บทบาทที่เดิมตั้งใจไว้สำหรับศูนย์แห่งนี้
and wished his own age to be comparably ambitious.
5:56และปรารถนาให้ยุคสมัยของเขามีความทะเยอทะยานในระดับที่เทียบเคียงกันได้
การชำระล้างอารมณ์และการศึกษาด้านศีลธรรมในโศกนาฏกรรมกรีก
ในที่นี้ catharsis หมายถึงการชำระล้างหรือปลดปล่อยอารมณ์ที่ผู้ชมอาจได้รับผ่านความกลัว ความสงสาร และความทุกข์ที่ปรากฏในโศกนาฏกรรม ในทฤษฎีละครกรีกคลาสสิก แนวคิดนี้มีความหมายมากกว่าการระบายอารมณ์เสียออกมาเท่านั้น Moral education หมายถึงละครสามารถสร้างความเข้าใจด้านจริยธรรมได้ด้วยการแสดงให้เห็นทางเลือก ผลที่ตามมา และลักษณะนิสัยของมนุษย์ เมื่อรวมกัน แนวคิดทั้งสองนี้อธิบายว่าเหตุใดโศกนาฏกรรมกรีกจึงถูกมองว่ามีประโยชน์ในเชิงปฏิบัติและเชิงบำบัด เพราะมีจุดมุ่งหมายเพื่อเปลี่ยนทั้งความรู้สึกและวิจารณญาณ ไม่ใช่เพียงให้ความบันเทิง
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ catharsis and moral education บอกว่าโศกนาฏกรรมกรีกสามารถทำอะไรได้บ้าง
- สอนเฉพาะกฎทางเทคนิคของภาษากรีกให้ผู้ชม
- ช่วยให้ผู้ชมจัดการอารมณ์ที่รุนแรงและพัฒนาวิจารณญาณด้านจริยธรรม
- ทำให้ผู้ชมหลีกเลี่ยงอารมณ์ที่ยากลำบากและคำถามทางศีลธรรม
ดูคำตอบ
ช่วยให้ผู้ชมจัดการอารมณ์ที่รุนแรงและพัฒนาวิจารณญาณด้านจริยธรรม
Brought on by ในฐานะวลีบอกเหตุด้วยรูปกริยาช่องสาม
ใน the crisis brought on by the end of faith นั้น brought on by เป็นรูปกรรมวาจกของกริยาวลี ซึ่งหมายถึง “เกิดจาก” หรือ “ถูกกระตุ้นโดย” และใช้บอกสาเหตุของวิกฤต คำว่า brought on by ... รวมกันเป็นวลีคุณศัพท์ที่ใช้รูปกริยาช่องสามและวางไว้หลัง crisis สามารถขยายเป็นอนุประโยคสัมพันธ์ได้ว่า the crisis that was brought on by the end of faith รูปแบบนี้ช่วยใส่ข้อมูลเกี่ยวกับสาเหตุไว้ภายในนามวลีอย่างกระชับ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปกรรมวาจกสามคำของ bring on ที่มีความหมายว่า “เกิดจาก”: The flight cancellations were ____ the severe storm.
ดูคำตอบ
brought on by
เติมเต็มช่องว่างด้วยปรัชญาและศิลปะ
ในโครงสร้าง fill A with B ส่วน A คือพื้นที่ ความต้องการ หรือส่วนที่ขาดไป ส่วน B คือสิ่งที่นำมาเติมให้สมบูรณ์ ในประโยคนี้ the gaps หมายถึงสิ่งที่ขาดไปเมื่อศาสนาเลือนหาย ส่วน with ใช้นำหน้า philosophy and art ซึ่งถูกเสนอให้เป็นสิ่งทดแทน ถ้อยคำนี้สานต่อภาพเปรียบเทียบเรื่อง “ช่องว่าง” ที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ไม่ได้หมายถึงรูจริง ๆ แต่เปรียบการสูญเสียบางอย่างในสังคมเป็นพื้นที่ว่างที่แหล่งความหมายอื่นเข้ามาแทนที่ได้
แบบฝึกหัด
เติมคำบุพบทในโครงสร้าง fill A with B ให้สมบูรณ์: The center filled the gaps in its holiday schedule ____ art classes.
ดูคำตอบ
with
Every era faces particular psychological challenges,
6:10ทุกยุคทุกสมัยย่อมเผชิญกับความท้าทายทางจิตวิทยาเฉพาะด้าน
เป็นหน้าที่ของนักปรัชญาที่จะ...
ในโครงสร้าง It's the task of X to Y คำว่า it เป็นประธานแบบไม่อ้างถึงสิ่งใดโดยเฉพาะ ส่วน of X ระบุบุคคลหรือบทบาทที่รับผิดชอบ และ to Y ระบุหน้าที่ที่ต้องทำ ในประโยคนี้ นักปรัชญามีหน้าที่ระบุและช่วยแก้ไขความท้าทายทางจิตใจที่กล่าวถึงก่อนหน้า โครงสร้างนี้นิยามบทบาทอย่างเป็นทางการมากกว่าการพูดเพียงว่า the philosopher should...
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างแสดงความรับผิดชอบอย่างเป็นทางการด้วยรูปย่อที่เรียนมา: ____ the safety officer to inspect every exit.
ดูคำตอบ
It's the task of
reeling under the impact of: สูญเสียเสถียรภาพจากแรงกระแทกรุนแรง
ในที่นี้ reeling เป็นอุปมาจากภาพคนที่เซหลังถูกกระแทก ศตวรรษที่ 19 ถูกนำเสนอว่ากำลังสั่นคลอนและไม่อาจรักษาเสถียรภาพไว้ได้ เพราะผลกระทบของประชาธิปไตยแบบมวลชนและลัทธิอเทวนิยม โครงสร้าง be reeling under the impact of + สาเหตุ ใช้บรรยายคน กลุ่ม ระบบ หรือยุคสมัยที่กำลังรับมืออย่างยากลำบากหลังเผชิญแรงกระแทกรุนแรง ความหมายหนักแน่นกว่าการพูดเพียงว่า be affected by มาก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยสำนวนตรงตัวจากบทเรียนที่หมายถึง “สั่นคลอนและสูญเสียเสถียรภาพอย่างหนักจาก”: After its main supplier suddenly closed, the factory was ____ the disruption.
ดูคำตอบ
reeling under the impact of
The first threatened to unleash torrents of undigested envy, สำนวน
6:25อย่างแรกเสี่ยงที่จะปลดปล่อยกระแสน้ำอันเชี่ยวกรากของความอิจฉาที่ยังไม่ถูกย่อย
unleash torrents of undigested envy: อุปมาสองชั้นที่ซ้อนกัน
คำว่า unleash torrents of นำเสนอความอิจฉาเป็นกระแสขนาดมหาศาลที่ถูกปล่อยออกมาอย่างฉับพลันและควบคุมได้ยาก ส่วน undigested เพิ่มอุปมาอีกชั้นหนึ่ง คือความอิจฉานั้นยังไม่ได้รับการประมวล ตรวจสอบ หรือควบคุมทางความคิด เมื่อรวมกัน ภาพทั้งสองทำให้อารมณ์ดูมหาศาล ดิบ และอันตราย ในบริบทนี้ The first หมายถึงประชาธิปไตยแบบมวลชน และประโยคนี้สรุปความกังวลของนีทเชอเกี่ยวกับสิ่งนั้น ไม่ได้หมายถึงน้ำหรือการย่อยอาหารจริง ๆ และข้อวินิจฉัยนี้เป็นมุมมองของนีทเชอ
แบบฝึกหัด
ถ้อยคำที่เน้นไว้ในประโยคนี้สื่อถึงอะไร?
- ประชาธิปไตยแบบมวลชนอาจป้องกันไม่ให้ความอิจฉาแพร่กระจาย
- ประชาธิปไตยแบบมวลชนอาจปลดปล่อยความอิจฉาที่ดิบและยังไม่ได้รับการกลั่นกรองออกมาจำนวนมหาศาล
- ประชาธิปไตยแบบมวลชนอาจทำให้ผู้คนไม่สามารถย่อยอาหารได้ในทางกายภาพ
ดูคำตอบ
ประชาธิปไตยแบบมวลชนอาจปลดปล่อยความอิจฉาที่ดิบและยังไม่ได้รับการกลั่นกรองออกมาจำนวนมหาศาล
the second to leave humans without guidance or morality. ไวยากรณ์
6:29อย่างที่สองทำให้มนุษย์ปราศจากการชี้นำหรือศีลธรรม
leave + กรรม + without: ทำให้อยู่ในสภาพที่ขาดบางสิ่ง
ในที่นี้ leave ไม่ได้หมายถึง “จากไป” คำว่า humans เป็นกรรม และ without guidance or morality บอกสภาพผลลัพธ์ โครงสร้าง leave + กรรม + without + คำนาม หมายถึง “ทำให้คนหรือสิ่งหนึ่งยังคงอยู่หรือสุดท้ายตกอยู่ในสภาพที่ขาดบางสิ่ง” ประโยคนี้เสนอผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นว่า มนุษย์จะอยู่โดยไม่มีแนวทางหรือศีลธรรม ประโยคกำลังถ่ายทอดข้อโต้แย้งนี้ ไม่ใช่การใช้ไวยากรณ์เพื่อบอกว่าผู้ที่ไม่เชื่อในพระเจ้าทุกคนไม่มีศีลธรรม
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้างผลลัพธ์เป้าหมายเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The power cut ____ the neighborhood ____ street lighting all night.
ดูคำตอบ
left · without