เป๊ปป้าพิกในหนังฮอลลีวูดของซูเปอร์โปเตโต้! | Peppa Pig Official | การ์ตูนสำหรับเด็กและครอบครัว: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Peppa Pig - Official Channel

ความยากในการเรียน
501 คำ 134 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: ครอบครัวของเป๊ปป้ามาถึงฮอลลีวูด เข้าร่วมการถ่ายทำ Vegetables in Space และช่วยเปลี่ยนวิกฤตในหนังที่เกิดจากเหล่าแครอตจอมซนให้กลายเป็นฉากกอบกู้สถานการณ์อันขบขัน ประเด็นสำคัญในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ: 1. The stars aren't in the sky, they're on the ground. — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทในโลกจริง เข้าใจการเล่นคำระหว่างดวงดาวบนท้องฟ้ากับแผ่นป้ายรูปดาวบนพื้นซึ่งเชื่อมโยงกับคนดังของฮอลลีวูด ความรู้ทางวัฒนธรรมนี้ช่วยให้ติดตามคำบอกทางของมิสแรบบิตได้ และเข้าใจว่าทำไมครอบครัวเป๊ปป้าจึงต้องมองหาบนพื้นแทนที่จะเงยหน้ามองฟ้า 2. dressed up as broccoli. — กริยาวลี เรียนรู้การใช้ dress up as เมื่อใครสักคนสวมเสื้อผ้าหรือชุดเพื่อแต่งเป็นตัวละคร บุคคล หรือสิ่งของ รูปแบบนี้ใช้บรรยายเครื่องแต่งกายในภาพยนตร์ การแสดง เทศกาล งานปาร์ตี้ และการเล่นสมมติของเด็กได้ 3. save the day. — สำนวนและภาษาภาพพจน์ แยกแยะได้ว่าสำนวนนี้หมายถึงการแก้ปัญหาเร่งด่วนในจังหวะชี้ขาด ไม่ใช่การช่วยวันหนึ่งไว้ตามความหมายตรงตัว ใช้ได้ทั้งกับการช่วยเหลือแบบวีรบุรุษและเหตุการณ์ทั่วไปที่ความคิดหรือความช่วยเหลือซึ่งมาทันเวลาป้องกันความล้มเหลวไว้ได้

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Hollywood.

0:03

ฮอลลีวูด

Peppa and her family are in America on their way to Hollywood. วลี

0:05

เป๊ปป้าและครอบครัวอยู่ที่อเมริกา กำลังเดินทางไปฮอลลีวูด

วลี

on their way to Hollywood: ใช้ on one's way to เพื่อบอกว่ากำลังไปยังจุดหมาย

ในประโยคนี้ on their way to Hollywood หมายความว่าเปปป้าและครอบครัวเริ่มออกเดินทางไปฮอลลีวูดแล้ว แต่ยังไปไม่ถึง วลีนี้บอกสถานะการเดินทางของพวกเขาในขณะนั้น โครงสร้างคือ be + on + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + way + to + จุดหมาย โดย their สอดคล้องกับกลุ่มพหูพจน์ Peppa and her family หากเปลี่ยนประธาน ให้เลือกใช้ my, your, his, her, our หรือ their ให้เหมาะสม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย on one's way to โดย Mia ออกเดินทางไปสนามบินแล้ว: Mia is ____ the airport now.

ดูคำตอบ

on her way to

Are we nearly there yet? วลี

0:09

เราใกล้ถึงหรือยังคะ?

วลี

Are we nearly there yet?: ถามว่าใกล้ถึงจุดหมายหรือยัง

Are we nearly there yet? เป็นคำถามที่เป็นธรรมชาติระหว่างการเดินทาง หมายถึง “ตอนนี้เราใกล้ถึงจุดหมายหรือยัง” nearly หมายถึงใกล้แล้วแต่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ส่วน there หมายถึงจุดหมายที่ผู้พูดทุกคนรู้อยู่แล้ว yet มองย้อนถึงการเดินทางที่ผ่านมาและถามว่า ณ ตอนนี้ใกล้ถึงจุดที่คาดไว้แล้วหรือยัง เมื่อใช้ nearly กับ yet ร่วมกัน ยังอาจแสดงความตื่นเต้นหรือความใจร้อนเล็กน้อยได้ด้วย

แบบฝึกหัด

หลังจากนั่งรถไฟมาหนึ่งชั่วโมง คำถามใดใช้ถามว่าจุดหมายที่ทุกคนรู้ร่วมกันอยู่ใกล้หรือยัง แม้ว่าจะยังไปไม่ถึง

  1. Are we nearly there yet?
  2. Are we there yet?
  3. Have we been there before?
ดูคำตอบ

Are we nearly there yet?

I don't know.

0:11

พ่อไม่รู้สิ

Let's stop and look at the map. ไวยากรณ์

0:13

เราหยุดดูแผนที่กันเถอะ

ไวยากรณ์

Let's + กริยารูปพื้นฐาน: เสนอให้ทำสิ่งหนึ่งร่วมกัน

Let's + กริยารูปพื้นฐาน ใช้เสนอสิ่งที่รวมทั้งผู้พูดและผู้ฟัง หมายถึงผู้พูดเสนอให้ทุกคนทำสิ่งนั้นร่วมกัน ในประโยคนี้คือการเสนอให้หยุดก่อนแล้วจึงดูแผนที่ stop และ look เป็นกริยารูปพื้นฐานสองคำที่เชื่อมด้วย and โดยบอกการกระทำร่วมกันสองอย่างตามลำดับ ดังนั้นหลัง let's จึงไม่เติม to หรือใช้รูป -ing

แบบฝึกหัด

เติมรูปที่ใช้เสนอให้ทำบางอย่างร่วมกัน: ____ stop and check the map.

ดูคำตอบ

Let's

Hmm.

0:16

อืม

So, what have we got here? น้ำเสียง/เจตนา

0:20

เอาล่ะ เราเจออะไรตรงนี้บ้าง?

น้ำเสียง/เจตนา

So, what have we got here?: เริ่มตรวจสอบสถานการณ์

So บอกว่าคำพูดกำลังเปลี่ยนไปสู่ขั้นต่อไป ผู้พูดสังเกตเห็นบางอย่างและกำลังหันความสนใจไปที่สิ่งนั้น What have we got here? ถามว่ามีอะไรอยู่ตรงหน้า แต่โดยมากยังสื่อว่าผู้พูดพร้อมจะตรวจดูและค้นหาว่าเกิดอะไรขึ้น ใน have we got คำว่า have got หมายถึง have หรือ “มี” คำถามทั้งประโยคอาจฟังดูอยากรู้ ต้องการสืบหา ขี้เล่น หรือสงสัยได้ตามน้ำเสียงและสถานการณ์ หน้าที่สำคัญในที่นี้คือเริ่มตรวจสอบและประเมินสถานการณ์ปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

ช่างเปิดฝากระโปรงรถแล้วพูดว่า “So, what have we got here?” ช่างน่าจะกำลังทำอะไรอยู่มากที่สุด?

  1. บอกรายการเครื่องมือทุกชิ้นในอู่แบบเป็นกลาง
  2. ยืนยันว่าปัญหาได้รับการแก้ไขแล้ว
  3. เริ่มตรวจสอบปัญหา
ดูคำตอบ

เริ่มตรวจสอบปัญหา

It's another Miss Rabbit.

0:22

คุณนายกระต่ายอีกคนหนึ่งนี่

Is everything alright, Miss Rabbit? น้ำเสียง/เจตนา

0:24

ทุกอย่างเรียบร้อยดีไหมคะ คุณนายกระต่าย?

น้ำเสียง/เจตนา

Is everything alright? การถามไถ่อย่างสุภาพ

Is everything alright? ใช้ถามว่าอีกฝ่ายสบายดีหรือต้องการความช่วยเหลือหรือไม่ โดยไม่ด่วนสรุปว่าเกิดปัญหาขึ้นแน่นอน ในที่นี้เป็นการเริ่มสนทนาอย่างสุภาพและไม่กดดันอีกฝ่าย Miss Rabbit เป็นคำเรียกผู้ฟังโดยตรง การใส่ชื่อหรือคำเรียกหลังคำถามช่วยให้ชัดเจนว่ากำลังพูดกับใคร แต่ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของรูปแบบคำถามที่นำไปใช้ซ้ำได้

แบบฝึกหัด

พนักงานเห็นคนที่อาจต้องการความช่วยเหลือ ประโยคเปิดใดสุภาพและไม่ด่วนสรุปว่าเกิดปัญหาขึ้น?

  1. Why did you cause a problem?
  2. Tell me what's wrong.
  3. Is everything alright?
ดูคำตอบ

Is everything alright?

Sir, did you know that you may only stop on a freeway if it is an emergency? โน้ต

0:27

คุณครับ คุณรู้ไหมว่าคุณสามารถหยุดรถบนทางด่วนได้เฉพาะกรณีฉุกเฉินเท่านั้น?

น้ำเสียง/เจตนา

did you know that การเตือนอย่างสุภาพในรูปคำถาม

Did you know that ... ตามหลักไวยากรณ์เป็นคำถามว่าอีกฝ่ายรู้อยู่แล้วหรือไม่ แต่ในที่นี้หน้าที่หลักคือการยกกฎที่อีกฝ่ายอาจกำลังฝ่าฝืนขึ้นมาพูด จึงเป็นการเตือนอย่างสุภาพมากกว่าการทดสอบความรู้จริง ๆ รูปคำถามช่วยให้การแก้ไขนุ่มนวลกว่า You can't stop here แต่ก็ยังสื่อว่าพฤติกรรมของอีกฝ่ายอาจไม่เหมาะสม

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ did you know that มีหน้าที่หลักอะไร?

  1. แสดงว่าผู้พูดลืมกฎนั้น
  2. ยกกฎที่ผู้ฟังอาจฝ่าฝืนขึ้นมาพูดอย่างสุภาพ
  3. ขอให้ผู้ฟังอธิบายกฎนั้นแก่ผู้พูด
ดูคำตอบ

ยกกฎที่ผู้ฟังอาจฝ่าฝืนขึ้นมาพูดอย่างสุภาพ

ไวยากรณ์

may only ... if ...: การอนุญาตที่มีเงื่อนไขจำเป็น

ในประโยคนี้ may หมายถึง “ได้รับอนุญาตให้” ไม่ได้หมายถึง “อาจจะ” รูปแบบ may only + คำกริยา + if + เงื่อนไข บอกว่าการกระทำนั้นได้รับอนุญาตก็ต่อเมื่อเงื่อนไขดังกล่าวเป็นจริง ในที่นี้ อนุญาตให้หยุดรถได้เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินเท่านั้น หากไม่ใช่เหตุฉุกเฉินก็ไม่อนุญาต โครงสร้างนี้พบได้บ่อยในกฎและคำเตือนที่เป็นทางการ

แบบฝึกหัด

เติมกฎให้สมบูรณ์ด้วย may only ... if ...: Visitors ____ use this entrance ____ a member of staff unlocks it.

ดูคำตอบ

may only · if

การใช้คำ

freeway: คำเรียกถนนในภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน

ในภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน freeway โดยทั่วไปหมายถึงถนนความเร็วสูงที่ควบคุมทางเข้าออก ผู้ขับขี่มักเข้าและออกผ่านทางลาดเชื่อม และถนนไม่มีทางแยกระดับเดียวแบบทั่วไป ในประโยค on a freeway ระบุสถานที่ที่ข้อจำกัดเรื่องการหยุดรถมีผล คำว่า free ใน freeway ไม่ได้หมายถึง “ไม่เสียเงิน” อย่างเดียว แต่คำทั้งคำเป็นชื่อของถนนประเภทหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เลือกคำที่เป็นธรรมชาติที่สุดในบริบทถนนของอเมริกา: We got onto the ___ at the next entrance ramp.

  1. driveway
  2. freeway
  3. motorway
ดูคำตอบ

freeway

But it is an emergency.

0:31

แต่นี่เป็นกรณีฉุกเฉินนะคะ

We've won tickets to be in Super Potato's new movie, วลี

0:34

เราชนะตั๋วเพื่อมาร่วมแสดงในภาพยนตร์ใหม่ของซูเปอร์มันฝรั่ง

วลี

won tickets to be in ...: ชนะรางวัลเป็นโอกาสให้ได้เข้าร่วม

ใน We've won tickets คำว่า won เป็นรูป past participle ของ win และบอกว่าได้ตั๋วมาเป็นรางวัล ส่วน to-infinitive ที่ตามมาอธิบายว่ารางวัลนั้นเปิดโอกาสให้ผู้ชนะทำอะไรได้ ในที่นี้ be in a movie หมายถึงปรากฏตัวหรือมีส่วนร่วมในภาพยนตร์ ไม่ใช่อยู่ข้างในภาพยนตร์จริง ๆ โครงสร้าง win tickets to + คำกริยาสามารถนำไปใช้ในสถานการณ์อื่นเพื่อเชื่อมรางวัลเข้ากับโอกาสที่รางวัลนั้นมอบให้

แบบฝึกหัด

เติมด้วย won tickets to be in: Maya entered an online contest and ____ the studio audience for a live game show.

ดูคำตอบ

won tickets to be in

Vegetables in Space.

0:37

"ผักในอวกาศ"

So, we need to get to Hollywood. วลี

0:39

ดังนั้น เราต้องไปให้ถึงฮอลลีวูด

วลี

need to get to + สถานที่: บอกว่าจำเป็นต้องไปถึง

Need to บอกว่าบางสิ่งเป็นเรื่องจำเป็น ในโครงสร้าง get to + สถานที่ คำว่า get หมายถึงไปถึง ดังนั้น need to get to Hollywood จึงหมายความว่าจำเป็นต้องไปถึงฮอลลีวูด ใช้ to หน้าคำนามหรือชื่อจุดหมายส่วนใหญ่ เช่น get to the station และ get to London แต่ให้พูดว่า get home, get here และ get there โดยไม่ใช้ to

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย need to get to ให้มีความหมายว่าจำเป็นต้องไปถึงก่อนเก้าโมง: We ____ the station before nine.

ดูคำตอบ

need to get to

Oh, well in that case, ลำดับความ

0:41

อ้อ ถ้าอย่างนั้น

ลำดับความ

in that case: เชื่อมข้อมูลใหม่ไปสู่ขั้นตอนถัดไป

สำนวน in that case ใช้อ้างถึงสถานการณ์ ข้อเท็จจริง หรือเงื่อนไขที่เพิ่งพูดถึง สำนวนนี้บอกว่าข้อมูลใหม่ทำให้สิ่งที่ผู้พูดจะพูด ตัดสินใจ หรือเสนอในลำดับถัดไปเปลี่ยนไป มีความหมายใกล้เคียงกับ “ถ้าอย่างนั้น” หรือ “ในกรณีนั้น” สำนวนนี้เชื่อมสถานการณ์ใหม่เข้ากับขั้นตอนถัดไปของบทสนทนา ในข้อความช่วงนี้ เครื่องหมายจุลภาคแสดงว่ายังมีการตัดสินใจหรือข้อเสนอจะตามมา

แบบฝึกหัด

เติมคำตอบโดยอิงจากข้อมูลใหม่ในประโยคก่อนหน้า: A: The early train has been cancelled. B: ____, let's take the later one.

ดูคำตอบ

In that case

just hang right and then you head straight on until you see the stars. โน้ต

0:43

แค่ชิดขวาแล้วตรงไปเรื่อยๆ จนกว่าคุณจะเห็นดวงดาว

การใช้คำ

hang right: คำบอกทางแบบไม่เป็นทางการให้เลี้ยวขวา

ในคำบอกทางนี้ hang right หมายถึงไปทางขวาหรือเลี้ยวขวา มีความหมายใกล้เคียงกับ turn right คำว่า hang ในที่นี้ไม่ได้มีความหมายตามตัวอักษรว่า “แขวน” แต่เป็นส่วนหนึ่งของวิธีพูดแบบไม่เป็นทางการเพื่อบอกการเปลี่ยนทิศทาง วลีนี้เริ่มลำดับคำบอกทาง โดยให้ไปทางขวาก่อน แล้วตรงต่อไปจนเห็นจุดสังเกตถัดไป ความหมายนี้มาจากบริบทการบอกทาง ไม่ใช่ความหมายของ hang เมื่อใช้เพียงคำเดียว

แบบฝึกหัด

คุณกำลังบอกทางแบบสบาย ๆ ให้เพื่อน คำสั่งคือให้เลี้ยวขวาที่ทางแยกถัดไป ไม่ใช่แค่อยู่ทางขวา เลือกประโยคที่เหมาะสมที่สุด

  1. At the next junction, keep right and follow the river.
  2. At the next junction, hang right and follow the river.
  3. At the next junction, turn left and follow the river.
ดูคำตอบ

At the next junction, hang right and follow the river.

วลี

head straight on: เดินหน้าต่อโดยไม่เลี้ยว

ในที่นี้ head เป็นคำกริยาที่หมายถึง “เคลื่อนที่หรือเดินทางไปในทิศทางหนึ่ง” ไม่ใช่คำนามที่หมายถึง “ศีรษะ” ส่วน straight on หมายถึงเดินหน้าต่อไปตามเส้นทางเดิมโดยไม่เลี้ยว ในการบอกทาง head straight on บอกว่าต้องทำอะไรต่อไป นั่นคือเดินหน้าต่อจนถึงจุดสังเกตหรือจุดหยุดที่ระบุไว้

แบบฝึกหัด

คำสั่งใดบอกอย่างชัดเจนให้เดินหน้าต่อโดยไม่เลี้ยว?

  1. Head to the bridge.
  2. Head straight on until you reach the bridge.
  3. Turn right at the bridge.
ดูคำตอบ

Head straight on until you reach the bridge.

But it's daytime.

0:47

แต่ตอนนี้เป็นเวลากลางวันนะ

The stars aren't in the sky, วัฒนธรรม

0:49

ดวงดาวไม่ได้อยู่บนท้องฟ้า

they're on the ground.

0:51

พวกมันอยู่บนพื้นดิน

วัฒนธรรม

ดาวไม่ได้อยู่บนท้องฟ้า แต่อยู่บนพื้น: การเล่นคำด้วยดาวบนทางเท้าฮอลลีวูด

ช่วงแรกทำให้ stars ฟังดูเหมือนดาวบนท้องฟ้ายามค่ำคืน แต่ช่วงหลัง on the ground แก้ความเข้าใจนั้น ในที่นี้ stars หมายถึงเครื่องหมายรูปดาวที่ฝังอยู่บนทางเท้าในฮอลลีวูด คล้ายกับดาวบน Hollywood Walk of Fame นอกจากนี้ยังมีการเล่นคำด้วยคำภาษาอังกฤษ star เพราะคำนี้หมายถึงรูปดาวหรือคนดังในวงการบันเทิงก็ได้ และดาวบนทางเท้าก็เชื่อมโยงกับคนดัง ทั้งคำบอกทางและมุกตลกจึงเกิดจากการเปลี่ยนความหมายจากดาวบนท้องฟ้าไปเป็นดาวแบบฮอลลีวูด

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ stars ที่อยู่บนพื้นคืออะไร?

  1. ดาวจริงที่ตกลงมาจากท้องฟ้า
  2. เครื่องหมายรูปดาวที่ฝังอยู่บนทางเท้า
  3. โคมไฟที่แขวนอยู่เหนือถนน
ดูคำตอบ

เครื่องหมายรูปดาวที่ฝังอยู่บนทางเท้า

Oh, thank you Miss Rabbit.

0:53

โอ้ ขอบคุณค่ะ คุณนายกระต่าย

Bye.

0:55

บ๊ายบาย

We've got to look for the stars. ไวยากรณ์

0:57

เราต้องมองหาดวงดาว

ไวยากรณ์

We've got to + คำกริยารูปพื้นฐาน: ความจำเป็นในปัจจุบัน

We've got to เป็นรูปย่อของ We have got to หมายถึง “พวกเราต้อง” หรือ “พวกเราจำเป็นต้อง” และตามด้วยคำกริยารูปพื้นฐาน: We've got to look. we ในที่นี้รวมผู้พูดและคนอื่นอย่างน้อยหนึ่งคน วลีนี้บอกว่าการมองหาดวงดาวเป็นสิ่งที่กลุ่มนั้นจำเป็นต้องทำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่เน้นเพื่อบอกว่าทุกคนในกลุ่มต้องรีบ: ____ hurry, or we'll miss the train.

ดูคำตอบ

We've got to

Star.

1:00

ดาว

George has seen a star.

1:02

จอร์จเห็นดาวดวงหนึ่ง

And another star.

1:04

และดาวอีกดวงหนึ่ง

There are lots of stars all over the ground. วลี

1:06

มีดาวมากมายอยู่เต็มพื้นไปหมด

วลี

all over the ground: กระจายอยู่ทั่วสถานที่

all over + สถานที่ หมายถึง “อยู่ในหลายส่วนของสถานที่นั้น” all over the ground บอกว่าดาวกระจายอยู่ตามส่วนต่าง ๆ ของพื้นดิน ไม่ได้รวมกันอยู่ที่จุดเดียว all over มักเน้นการกระจายเป็นบริเวณกว้าง แต่ไม่จำเป็นต้องหมายความว่าทุกส่วนถูกปกคลุมทั้งหมด

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้างที่เน้นเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์และบอกว่าใบไม้กระจายอยู่ทั่วพื้นดิน: After the storm, leaves were ____.

ดูคำตอบ

all over the ground

There's Super Potato.

1:10

นั่นซูเปอร์มันฝรั่ง

Am I a bird? วัฒนธรรม

1:12

ฉันคือนกใช่ไหม?

Am I a plane?

1:14

ฉันคือเครื่องบินใช่ไหม?

No, I'm a potato.

1:15

ไม่ ฉันคือมันฝรั่ง

วัฒนธรรม

Am I a bird? Am I a plane? No, I'm a potato. ในฐานะการล้อเลียนประโยคเปิดตัวซูเปอร์แมน

คำถามสองข้อแรกชวนให้นึกถึงประโยคเปิดตัวซูเปอร์แมนที่โด่งดังว่า “It's a bird! It's a plane! It's Superman!” รูปแบบนี้ทำให้ผู้ชมคาดหวังการเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ของซูเปอร์ฮีโร่ ในที่นี้ประโยคถูกเปลี่ยนเป็นคำถามบุรุษที่หนึ่ง แต่การอ้างอิงนั้นยังคงเป็นตัวนำไปสู่มุกตลก “No, I'm a potato” เปลี่ยนจากซูเปอร์ฮีโร่ที่ผู้ชมคาดหวังเป็นคำตอบธรรมดาและชวนขำอย่างมันฝรั่ง การเปลี่ยนฉับพลันจากความคาดหวังแบบวีรบุรุษไปเป็น “potato” ทำให้เกิดการหักมุม ดังนั้นนี่จึงเป็นการล้อเลียน ไม่ใช่การถามตัวตนอย่างจริงจัง

แบบฝึกหัด

ทำไมประโยคสุดท้ายในข้อความนี้จึงตลก?

  1. ประโยคถามอย่างจริงจังว่ามันฝรั่งเป็นนกหรือเครื่องบิน
  2. ประโยคสร้างความคาดหวังว่าซูเปอร์ฮีโร่จะปรากฏตัว แล้วเปลี่ยนฮีโร่เป็นมันฝรั่ง
  3. ประโยคอธิบายว่าปกติซูเปอร์ฮีโร่จะกลายเป็นผัก
ดูคำตอบ

ประโยคสร้างความคาดหวังว่าซูเปอร์ฮีโร่จะปรากฏตัว แล้วเปลี่ยนฮีโร่เป็นมันฝรั่ง

And I am Hashbrown.

1:18

และฉันคือแฮชบราวน์

Ooh.

1:22

โอ้

And I'm Peppa Pig.

1:22

และหนูคือเป๊ปป้า พิก

We won a ticket to be in your movie,

1:25

เราชนะตั๋วเพื่อมาร่วมแสดงในภาพยนตร์ของคุณค่ะ

Vegetables in Space.

1:27

"ผักในอวกาศ"

Then let's get to the studio.

1:30

งั้นเราไปที่สตูดิโอกันเถอะ

We've got a movie to make. ไวยากรณ์

1:32

เรามีหนังต้องถ่ายทำ

ไวยากรณ์

We've got a movie to make: โครงสร้าง have got + คำนาม + to-infinitive

ใน We've got a movie to make คำว่า have got หมายถึง “มี” กลุ่มคำนาม a movie อยู่หน้า to make และกริยารูป infinitive บอกว่าต้องทำอะไรกับคำนามนั้น กล่าวคือ มีหนังเรื่องหนึ่งที่เราต้องทำ โครงสร้าง have got + คำนาม + to-infinitive นำเสนอสิ่งหนึ่งว่าเป็นงานที่มีอยู่แล้วและกำลังรอให้จัดการ มักเพิ่มความรู้สึกว่ามีเป้าหมายหรือความเร่งด่วน และเน้นงานมากกว่าการบอกแผนในอนาคตเฉย ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้คำว่า a report และ finish ตามที่กำหนดในโครงสร้าง have got + คำนาม + to-infinitive: We can't leave yet. We've got ____.

ดูคำตอบ

a report to finish

Here is the movie studio.

1:36

นี่คือสตูดิโอภาพยนตร์

This is where we make the movie. ไวยากรณ์

1:39

นี่คือที่ที่เราสร้างภาพยนตร์

ไวยากรณ์

This is where + อนุประโยค: อธิบายหน้าที่ของสถานที่

โครงสร้าง This is where + ประธาน + กริยา ใช้บอกหน้าที่ของสถานที่ตรงหน้าโดยอธิบายว่ามีกิจกรรมอะไรเกิดขึ้นที่นั่น ในประโยคนี้ where we make the movie อธิบายหน้าที่ของสตูดิโอ where ตรงนี้ไม่ได้ใช้ขึ้นต้นคำถาม อนุประโยคจึงเรียงคำแบบประโยคบอกเล่า คือ we make ไม่ใช่ do we make สามารถนำโครงสร้างนี้ไปใช้ตอนพาชมห้อง พื้นที่ทำงาน หรือจุดหนึ่งในกระบวนการได้

แบบฝึกหัด

เติมหนึ่งคำให้เป็นโครงสร้าง This is where + อนุประโยค: This is ____ we bake the bread.

ดูคำตอบ

where

Wow, it's like we're really in space. ไวยากรณ์

1:43

ว้าว เหมือนเราอยู่ในอวกาศจริงๆ เลย

ไวยากรณ์

it's like + อนุประโยค: บรรยายประสบการณ์ที่ให้ความรู้สึกเหมือนจริง

โครงสร้าง it's like + อนุประโยค ใช้บอกว่าประสบการณ์หนึ่งให้ความรู้สึกคล้ายกับสถานการณ์บางอย่าง โดยไม่ได้ยืนยันว่าสถานการณ์นั้นเกิดขึ้นจริง ในที่นี้ฉากที่สมจริงทำให้ผู้พูดรู้สึกราวกับว่าอยู่ในอวกาศจริง ๆ we're really in space เป็นอนุประโยคที่สมบูรณ์หลัง like ส่วน really ช่วยเน้นความรู้สึกสมจริง แต่ทั้งประโยคยังคงบรรยายความรู้สึก ไม่ใช่ข้อเท็จจริง

แบบฝึกหัด

ขณะสวมแว่น VR ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่าประสบการณ์นั้นให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ใต้น้ำ โดยไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง?

  1. We like being underwater.
  2. It's like we're really underwater.
  3. We are definitely underwater.
ดูคำตอบ

It's like we're really underwater.

That's right.

1:47

ถูกต้องแล้ว

Time to put on your costumes. โน้ต

1:48

ได้เวลาสวมชุดของพวกเธอแล้ว

วลี

Time to + คำกริยารูปพื้นฐาน เพื่อบอกให้เริ่มทำสิ่งถัดไป

Time to + คำกริยารูปพื้นฐาน เป็นรูปพูดสั้น ๆ ของ It's time to + คำกริยารูปพื้นฐาน ในตัวอย่าง Time to put on หมายถึงตอนนี้เป็นเวลาที่เหมาะจะเริ่มทำสิ่งนั้น ใช้โครงสร้างนี้เพื่อบอกหรือเตือนให้เริ่มทำขั้นตอนถัดไป โดยละ It's ที่ต้นประโยค จึงฟังสั้นและตรงกว่าประโยคเต็ม

แบบฝึกหัด

เติมคำบอกให้ทำสิ่งถัดไปด้วยโครงสร้างสองคำจากบทนี้: ____ leave for school.

ดูคำตอบ

Time to

กริยาวลี

put on สำหรับการกระทำตอนสวมเสื้อผ้า

ในประโยคนี้ put on เป็นกริยาวลีแบบแยกคำได้ หมายถึงการใส่เสื้อผ้าหรือสิ่งอื่นที่สวมไว้บนร่างกาย โดยเน้นการกระทำตอนสวมใส่ ไม่ใช่สภาพหลังจากสวมอยู่แล้ว เมื่อกรรมเป็นคำนาม ทั้ง put on your coat และ put your coat on เป็นธรรมชาติ แต่ถ้ากรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ระหว่างสองคำ เช่น put it on ไม่ใช่ put on it

แบบฝึกหัด

เสื้อโค้ตของ Leo อยู่บนเก้าอี้ เขาหยิบมันขึ้นมาและเริ่มสวม ประโยคใดบอกการกระทำที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้?

  1. Leo is putting his coat.
  2. Leo is putting on his coat.
  3. Leo is wearing his coat.
ดูคำตอบ

Leo is putting on his coat.

Peppa and her family are dressed up as broccoli. กริยาวลี

1:51

เป๊ปป้าและครอบครัวแต่งตัวเป็นบรอกโคลี

กริยาวลี

dressed up as broccoli: โครงสร้าง dress up as + สิ่งที่แต่งเป็น

โครงสร้าง be dressed up as + บุคคล ตัวละคร สัตว์ หรือสิ่งของ หมายถึงการสวมชุดเพื่อให้ดูเหมือนสิ่งนั้น ในประโยคนี้ broccoli คือรูปลักษณ์ที่ชุดสื่อออกมา ไม่ได้หมายความว่าทุกคนกลายเป็นบรอกโคลีจริง ๆ คำหลัง as บอกว่าคนนั้นแต่งเป็นอะไรหรือพยายามทำให้ดูเหมือนอะไร โครงสร้างเดียวกันใช้กับ a pirate, a robot หรือ a dragon ได้

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายที่หมายถึง “สวมชุดเพื่อให้ดูเหมือน” ลงในประโยค: For the school play, Leo ____ a dragon.

ดูคำตอบ

dressed up as

You look funny, Mummy Broccoli.

1:55

แม่ดูตลกจัง แม่บรอกโคลี

So do you, Peppa Broccoli. ไวยากรณ์

1:58

ลูกก็เหมือนกัน เป๊ปป้าบรอกโคลี

ไวยากรณ์

So do you: โครงสร้าง so + กริยาช่วย + ประธาน ในความหมายว่า “เธอก็เหมือนกัน”

So do you บอกว่าคำบรรยายเชิงบวกก่อนหน้านี้ใช้กับผู้ฟังด้วย ในที่นี้ใช้แทน You look funny too เพื่อไม่ต้องพูด look funny ซ้ำ และยังเป็นการส่งคำพูดเดียวกันกลับไปหาเป๊ปป้าด้วย โครงสร้างคือ so + กริยาช่วย รูปของ be หรือกริยาช่วยบอกความสามารถและความเป็นไปได้ + ประธาน เนื่องจากประโยคก่อนหน้าใช้กริยาหลัก look ในรูปปัจจุบันธรรมดา จึงใช้ do แทนกริยาและแสดงกาลนั้น: So do you กริยาช่วยอยู่หน้าประธาน

แบบฝึกหัด

เพื่อนพูดว่า “You look tired.” คำตอบใดหมายถึง “You look tired too” โดยไม่พูด look tired ซ้ำ?

  1. So do you.
  2. So you do.
  3. So are you.
ดูคำตอบ

So do you.

Shh, no talking on set. น้ำเสียง/เจตนา

2:00

ชู่ว ห้ามคุยในกองถ่าย

น้ำเสียง/เจตนา

no talking on set: การห้ามด้วย no + -ing

โครงสร้าง no + คำกริยารูป -ing ใช้บอกข้อห้ามสั้น ๆ โดย no talking หมายถึงไม่อนุญาตให้พูด โครงสร้างนี้ทำหน้าที่เป็นกฎหรือคำสั่ง ไม่ได้บอกว่าคนเหล่านั้นมีความสามารถพูดได้หรือไม่ on set หมายถึงอยู่ในสถานที่ที่กำลังถ่ายทำภาพยนตร์หรือรายการ ในที่นี้ set คือสถานที่ผลิตผลงาน ดังนั้นทั้งวลีจึงสั่งให้คนในกองถ่ายไม่พูดคุย

แบบฝึกหัด

ใช้ no + รูป -ing ของ talk เติมกฎสั้น ๆ ของสตูดิโอนี้ให้สมบูรณ์: ____ during the recording.

ดูคำตอบ

No talking

We are about to start filming my movie, ไวยากรณ์

2:02

เรากำลังจะเริ่มถ่ายทำภาพยนตร์ของฉัน

Vegetables in Space.

2:05

"ผักในอวกาศ"

ไวยากรณ์

are about to start filming: การเริ่มถ่ายทำที่ใกล้จะเกิดขึ้น

be about to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงบางสิ่งกำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า โดยทั่วไปเป็นเพราะช่วงเวลานั้นใกล้มาถึงแล้ว ดังนั้น are about to start จึงบอกว่าการเริ่มถ่ายทำใกล้จะเกิดขึ้น ไม่ใช่เพียงแผนในอนาคต start filming หมายถึงเริ่มกิจกรรมการถ่ายทำ โครงสร้างคือ we + are about to + start + filming โดย are ใช้ให้สอดคล้องกับ we และ start เป็นคำกริยารูปพื้นฐานหลัง about to

แบบฝึกหัด

เหลืออีกเพียงไม่กี่วินาทีก็จะออกเดินทาง ใช้ be about to เติมประโยคให้สมบูรณ์: The train ____ leave.

ดูคำตอบ

is about to

Lights, วัฒนธรรม

2:07

ไฟ,

camera,

2:09

กล้อง,

action!

2:11

แอ็กชัน!

วัฒนธรรม

Lights, camera, action! สัญญาณให้เริ่มถ่ายทำ

“Lights, camera, action!” เป็นวลีติดปากที่คนคุ้นเคยว่าใช้ตอนเริ่มถ่ายทำ Lights และ camera สื่อถึงการเตรียมอุปกรณ์และงานด้านเทคนิค ส่วน action เป็นสัญญาณให้นักแสดงเริ่มแสดง ควรเข้าใจทั้งวลีว่าเป็นสัญญาณเริ่มถ่ายทำ ไม่ใช่เพียงการเรียงคำนามสามคำ ในการถ่ายทำจริงอาจมีการให้สัญญาณแต่ละคำแยกกัน แต่วลีเต็มนี้มักใช้เพื่อสร้างบรรยากาศแบบกองถ่ายภาพยนตร์ได้ทันที

แบบฝึกหัด

ในการใช้เกี่ยวกับการถ่ายทำโดยทั่วไป “Lights, camera, action!” เป็นสัญญาณว่าอะไร?

  1. เป็นสัญญาณให้เริ่มถ่ายทำและเริ่มแสดง
  2. ประกาศว่าการถ่ายทำจบแล้ว
  3. บอกให้ทุกคนปิดไฟ
ดูคำตอบ

เป็นสัญญาณให้เริ่มถ่ายทำและเริ่มแสดง

Attention,

2:13

โปรดทราบ,

the galaxy is being taken over by a bunch of naughty carrots. โน้ต

2:14

กาแล็กซีกำลังถูกยึดครองโดยกลุ่มแครอทจอมซน

กริยาวลี

taken over by: รูป passive ที่บอกการเปลี่ยนผู้ควบคุม

take over หมายถึงเข้าควบคุมสถานที่ องค์กร ระบบ หรือสถานการณ์ ในโครงสร้าง be taken over by คำว่า taken เป็นรูป past participle ของ take ส่วน over เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี และ by ใช้บอกฝ่ายใหม่ที่เข้าควบคุม รูปเต็ม is being taken over by เป็น present continuous ในรูป passive จึงแสดงว่าการเปลี่ยนผู้ควบคุมกำลังเกิดขึ้น ในประโยคนี้ กาแล็กซีกำลังตกอยู่ใต้การควบคุมของเหล่าแคร์รอต ไม่ได้ถูกยกหรือขนย้ายไปที่อื่นจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “ตกอยู่ใต้การควบคุมของ”: After the owners lost access, the website was ____ hackers.

ดูคำตอบ

taken over by

วลี

a bunch of naughty carrots: โครงสร้างไม่เป็นทางการ a bunch of + คำนามพหูพจน์

ใน a bunch of naughty carrots วลี a bunch of เป็นวลีบอกปริมาณแบบไม่เป็นทางการ หมายถึง “กลุ่มหนึ่ง” หรือ “หลายชิ้น/หลายคน” ในที่นี้ตามด้วยคำนามนับได้พหูพจน์ carrots ส่วน naughty ใช้ขยายแครอตเหล่านั้น ผู้พูดจงใจไม่ระบุจำนวนที่แน่นอน การเรียกแครอตว่า naughty ทำให้พวกมันดูเหมือนกลุ่มตัวป่วนในการ์ตูน จึงทำให้ภัยคุกคามฟังดูขำและสนุก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “กลุ่มแบบไม่เป็นทางการที่ไม่ระบุจำนวนแน่นอน”: We invited ____ friends to dinner.

ดูคำตอบ

a bunch of

Not the carrots? น้ำเสียง/เจตนา

2:20

ไม่ใช่แครอทเหรอ?

น้ำเสียง/เจตนา

Not the carrots?: คำถามทวนที่แสดงความไม่อยากเชื่อ

Not the carrots? เป็นคำถามทวนแบบละข้อความบางส่วน แทนที่จะพูดประโยคเต็มซ้ำ ผู้พูดทวนกลุ่มคำนามที่เพิ่งกล่าวถึงและเติม not เพื่อแสดงปฏิกิริยาต่อข้อมูลนั้น ในที่นี้มีความหมายใกล้เคียงกับ “Surely not the carrots?” จุดประสงค์หลักไม่ใช่ถามว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นแครอตหรือไม่ แต่เป็นการแสดงความประหลาดใจ ตกใจ หรือผิดหวังที่แครอตกลุ่มนั้นเข้ามาเกี่ยวข้อง

แบบฝึกหัด

เพื่อนพูดว่า “We're taking the 5 a.m. train.” คุณตอบว่า “Not the 5 a.m. train?” คำตอบของคุณน่าจะทำหน้าที่ใดมากที่สุด?

  1. ถามว่ารถไฟขบวนนี้สร้างมาสำหรับห้าคนหรือไม่
  2. ยืนยันอย่างสงบว่ารถไฟไม่ได้ออกตอนตีห้า
  3. ทวนตัวเลือกที่น่าประหลาดใจและแสดงว่าไม่อยากเชื่อ
ดูคำตอบ

ทวนตัวเลือกที่น่าประหลาดใจและแสดงว่าไม่อยากเชื่อ

Yes, the naughty carrot bunch.

2:21

ใช่ แก๊งแครอทจอมซน

I, Super Potato, am here to save the day. สำนวน

2:24

ฉัน ซูเปอร์มันฝรั่ง อยู่ที่นี่เพื่อกอบกู้สถานการณ์

สำนวน

save the day: แก้ปัญหาได้ทันท่วงที

save the day เป็นสำนวนที่หมายถึงการแก้ปัญหาสำคัญได้ในจังหวะที่เหมาะสม จึงป้องกันความล้มเหลวหรือความเดือดร้อนได้ ในประโยคนี้ Super Potato แนะนำตัวว่าเป็นฮีโร่ที่จะมาช่วยทุกคนให้พ้นจากปัญหา สำนวนนี้ไม่ได้หมายถึงการช่วยวันหนึ่งในปฏิทินตามตัวอักษร คำว่า day ใช้แทนสถานการณ์หรือผลลัพธ์ ดังนั้นความช่วยเหลือธรรมดา เช่น การนำเครื่องมือที่จำเป็นมาให้ทันเวลา ก็สามารถ save the day ได้เช่นกัน

แบบฝึกหัด

ฝนกำลังจะทำให้งานปิกนิกเสีย แต่ Ava นำที่หลบฝนขนาดใหญ่มาให้ จงเติมสำนวนที่หมายถึง “แก้ปัญหาได้ทันท่วงที”: Ava's shelter ____.

ดูคำตอบ

saved the day

And I, Hashbrown, will save the day too.

2:29

และฉัน แฮชบราวน์ ก็จะกอบกู้สถานการณ์ด้วย

Um, what do we do?

2:33

เอ่อ พวกเราต้องทำอะไรคะ?

You are the vegetables in space.

2:35

พวกเธอคือผักในอวกาศ

You have to cheer when we save the day. ไวยากรณ์

2:38

พวกเธอต้องเชียร์เมื่อพวกเรากอบกู้สถานการณ์

ไวยากรณ์

have to cheer: หน้าที่ด้วย have to + กริยารูปพื้นฐาน

have to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้แสดงหน้าที่หรือข้อบังคับ ใน have to cheer คำว่า cheer ต้องคงอยู่ในรูปพื้นฐานเพราะอยู่หลัง have to ในที่นี้ผู้พูดกำลังบอกผู้ฟังว่าพวกเขาจำเป็นต้องทำอะไรเมื่อการช่วยเหลือสำเร็จ ไม่ได้บอกว่าพวกเขารู้สึกอยากเชียร์ขึ้นมาเอง

แบบฝึกหัด

คำกำกับเวทีกำหนดให้ผู้ชมส่งเสียงแสดงความดีใจ จงเติมด้วย have to และกริยารูปพื้นฐาน cheer: The audience members ____ when the hero appears.

ดูคำตอบ

have to cheer

Oh, okay.

2:41

อ๋อ โอเค

How are you going to save the day, Super Potato? ไวยากรณ์

2:43

คุณจะกอบกู้สถานการณ์อย่างไรคะ ซูเปอร์มันฝรั่ง?

ไวยากรณ์

How are you going to ...? สำหรับถามวิธีที่วางแผนไว้

โครงสร้าง How + be + ประธาน + going to + กริยารูปพื้นฐาน? ใช้ถามว่าอีกฝ่ายตั้งใจจะใช้แผนหรือวิธีใด ในประโยคนี้ ผู้พูดไม่ได้ถามว่า Super Potato จะช่วยหรือไม่ แต่ถามว่าจะช่วยอย่างไร be going to ชี้ถึงการกระทำในอนาคตที่ตั้งใจไว้หรือคาดว่าจะเกิดขึ้น ส่วน how เน้นที่วิธีการ รูปของ be เปลี่ยนตามประธาน: How am I going to ...?, How is she going to ...?, How are they going to ...?

แบบฝึกหัด

เติมคำถามด้วยรูปที่ถูกต้องของ be going to: How ____ carry all these books?

ดูคำตอบ

are you going to

Uh, we haven't thought of that yet. ไวยากรณ์

2:46

เอ่อ เรายังไม่ได้คิดเรื่องนั้นเลย

ไวยากรณ์

we haven't thought of that yet: จนถึงตอนนี้ก็ยังคิดไม่ออก

รูปแบบ have/has not + กริยาช่องที่ 3 + yet บอกว่าบางสิ่งยังไม่เกิดขึ้นจนถึงตอนนี้ แต่ยังมีโอกาสเกิดขึ้นภายหลัง เมื่อประธานเป็น we ให้ใช้ haven't ส่วน thought เป็นกริยาช่องที่ 3 ของ think และ yet มักอยู่ท้ายประโยคปฏิเสธ ในที่นี้ think of หมายถึงการนึกถึงแนวคิดหรือคำตอบ We haven't thought of that yet. จึงหมายความว่าจนถึงตอนนี้กลุ่มนั้นยังไม่มีคำตอบ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปปฏิเสธ present perfect ของ think: We still need a solution. We ____ of one yet.

ดูคำตอบ

haven't thought

Oh no, the naughty carrots will destroy the universe.

2:51

โอ้ ไม่นะ แครอทจอมซนจะทำลายจักรวาล

If only there was some way of getting rid of them. โน้ต

2:56

ถ้าเพียงแต่มีวิธีกำจัดพวกมัน

ไวยากรณ์

If only there was some way: ความปรารถนาอย่างแรงกล้าเกี่ยวกับปัจจุบัน

“If only” ใช้เกริ่นความปรารถนาอย่างแรงกล้าเกี่ยวกับสถานการณ์ที่ไม่เป็นจริงในตอนนี้หรือดูเหมือนเป็นไปไม่ได้ ในประโยคนี้ ผู้พูดอยากให้มีวิธีสักอย่าง และสื่อเป็นนัยว่าตอนนี้ยังไม่รู้วิธีที่ใช้ได้ผล รูปอดีต “was” ใช้สร้างระยะห่างจากความเป็นจริงในปัจจุบัน ไม่ได้หมายความว่าความปรารถนานั้นเกิดขึ้นในอดีต “If only there were some way” ก็เป็นธรรมชาติและเป็นรูปที่เป็นทางการกว่าหรือเป็นรูปสมมติตามแบบดั้งเดิม ส่วน “there was” พบได้บ่อยในภาษาพูดที่ไม่เป็นทางการ

แบบฝึกหัด

“If only there was some way...” สื่อความหมายอะไรในที่นี้?

  1. ผู้พูดกำลังระบุเงื่อนไขที่จำเป็นในการกำจัดพวกมัน
  2. ผู้พูดมั่นใจว่ามีวิธีที่ใช้ได้ผลอยู่แล้ว
  3. ผู้พูดอยากอย่างมากให้มีวิธีที่ใช้ได้ผล แต่ตอนนี้ยังไม่รู้ว่ามีวิธีดังกล่าว
ดูคำตอบ

ผู้พูดอยากอย่างมากให้มีวิธีที่ใช้ได้ผล แต่ตอนนี้ยังไม่รู้ว่ามีวิธีดังกล่าว

กริยาวลี

getting rid of them: กำจัดสิ่งที่ไม่ต้องการ

“Get rid of + กรรม” เป็นกลุ่มคำตายตัวที่หมายถึงเอาออก ทิ้ง หรือทำให้ตนเองพ้นจากสิ่งที่ไม่ต้องการ ในประโยคนี้ “them” หมายถึงสิ่งที่ไม่ต้องการและต้องการกำจัดออกไป ใน “a way of getting rid of them” คำว่า “of” ตัวแรกเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้าง “a way of doing something” ดังนั้น “get” จึงเปลี่ยนเป็นรูป -ing คือ “getting” ส่วน “of” ตัวที่สองเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มคำตายตัว “get rid of” และนำหน้ากรรม “them”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกลุ่มคำตายตัว “get rid of”: We should ____ these duplicate files.

ดูคำตอบ

get rid of

We can eat the carrots.

2:58

เรากินแครอทได้นะ

But there are too many.

3:01

แต่มีเยอะเกินไป

Hello.

3:04

สวัสดี

Hello there.

3:05

สวัสดีทุกคน

What's this?

3:07

นี่อะไรเนี่ย?

There are some fans here to see Hashbrown.

3:08

มีแฟนๆ มาที่นี่เพื่อเจอแฮชบราวน์

It is Miss Rabbit, Miss Rabbit,

3:12

นั่นคุณนายกระต่าย คุณนายกระต่าย

Miss Rabbit, and Miss Rabbit.

3:14

คุณนายกระต่าย และคุณนายกระต่าย

Hooray, it's the Miss Rabbits.

3:16

ไชโย เหล่าคุณนายกระต่ายนี่นา

We decided to take the day off for a change. วลี

3:20

เราตัดสินใจหยุดงานหนึ่งวันเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง

วลี

take the day off: หยุดงานหรือหยุดเรียนหนึ่งวัน

take the day off หมายถึงเลือกหรือจัดการให้ตนเองไม่ต้องไปทำงานหรือไปเรียนในวันใดวันหนึ่งโดยเฉพาะ ในประโยคนี้ decided to แสดงว่าผู้พูดเป็นคนตัดสินใจเลือกเอง โครงสร้างคือ take + the day + off โดย off เป็นส่วนหนึ่งของสำนวนตายตัว ไม่ได้บอกทิศทาง หากยังไม่ได้ระบุว่าเป็นวันไหนโดยเฉพาะ สามารถใช้ take a day off ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่า Priya เลือกที่จะไม่ทำงานในวันใดวันหนึ่งโดยเฉพาะ

  1. Priya decided to take the day away on Friday.
  2. Priya decided to take off the day on Friday.
  3. Priya decided to take the day off on Friday.
ดูคำตอบ

Priya decided to take the day off on Friday.

วลี

for a change: ครั้งนี้ทำสิ่งที่ต่างจากปกติ

for a change หมายถึงครั้งนี้เลือกทำสิ่งที่แตกต่างจากสิ่งที่มักเกิดขึ้นตามปกติ ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวอธิบายว่าทำไมการหยุดหนึ่งวันจึงดูไม่ปกติ เพราะเป็นการพักจากกิจวัตรเดิมของผู้พูดเพียงชั่วคราว สำนวนนี้มักอยู่ท้ายอนุประโยค โดยบอกถึงความแตกต่างในครั้งนี้ ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างถาวร

แบบฝึกหัด

"Mina brought lunch from home for a change" สื่อความหมายใดมากที่สุด

  1. ปกติ Mina ไม่ค่อยนำอาหารกลางวันมาจากบ้าน
  2. Mina เลิกซื้ออาหารกลางวันอย่างถาวรแล้ว
  3. Mina นำอาหารกลางวันที่เหมือนกับทุกครั้งมาเป๊ะ ๆ
ดูคำตอบ

ปกติ Mina ไม่ค่อยนำอาหารกลางวันมาจากบ้าน

We couldn't miss Hashbrown. น้ำเสียง/เจตนา

3:23

เราพลาดแฮชบราวน์ไม่ได้หรอก

น้ำเสียง/เจตนา

We couldn't miss Hashbrown. — couldn't miss ที่แสดงความสนใจอย่างมาก

ในประโยคนี้ couldn't miss หมายความว่า การได้เห็น Hashbrown สำคัญต่อผู้พูดมากจนพวกเขาตั้งใจว่าจะไม่พลาดโอกาสนั้น สำนวนนี้แสดงความสนใจอย่างมาก ไม่ได้หมายถึงไม่มีความสามารถ miss ในที่นี้หมายถึงพลาดโอกาสที่จะได้เห็นใครบางคนหรือเข้าร่วมงานบางอย่าง รูปแบบ couldn't miss + คน/งาน ใช้บอกได้ว่าโอกาสนั้นสำคัญเกินกว่าจะพลาด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสามคำจากบทเรียนนี้ที่หมายความว่างานนั้นสำคัญเกินกว่าจะพลาด: Our favorite band was playing its final show, so we ____.

ดูคำตอบ

couldn't miss it

He's our favorite potato starch-based movie star. การใช้คำ

3:25

เขาคือดาราหนังที่มีส่วนผสมของแป้งมันฝรั่งคนโปรดของเรา

การใช้คำ

potato starch-based movie star: คำบรรยาย -based ที่สร้างอารมณ์ขัน

starch-based เป็นคำคุณศัพท์ประสมรูปแบบ X-based หมายถึงมีแป้งเป็นวัสดุหรือพื้นฐานหลัก ในที่นี้ potato บอกว่าเป็นแป้งชนิดใด ดังนั้น potato starch-based ทั้งกลุ่มจึงขยาย movie star วลีนี้ตลกเพราะนำคำอธิบายเชิงเทคนิคที่ฟังเหมือนฉลากส่วนผสมอาหารไปใช้กับ movie star ซึ่งปกติเป็นคำเรียกคน ทำให้ตัวละครที่ทำจากอาหารถูกแนะนำราวกับเป็นคนดังทั่วไป

แบบฝึกหัด

อะไรทำให้ potato starch-based movie star มีความตลก?

  1. บอกว่าคนดังทำเฉพาะภาพยนตร์เกี่ยวกับไร่มันฝรั่ง
  2. บรรยายคนดังราวกับว่าเขาทำจากแป้งมันฝรั่ง
  3. บอกว่า movie star เป็นอีกชื่อหนึ่งของแป้ง
ดูคำตอบ

บรรยายคนดังราวกับว่าเขาทำจากแป้งมันฝรั่ง

You're too kind. น้ำเสียง/เจตนา

3:30

พวกคุณใจดีจัง

น้ำเสียง/เจตนา

You're too kind.:การตอบรับคำชมอย่างสุภาพ

“You're too kind.” เป็นสำนวนสุภาพที่ใช้ตอบคำชมหรือการกระทำที่มีน้ำใจ ในที่นี้หมายความว่าคำพูดหรือการกระทำของอีกฝ่ายนั้นดีและมีน้ำใจมาก ไม่ได้หมายความว่าความใจดีเป็นปัญหา สำนวนนี้ช่วยให้ผู้พูดยอมรับไมตรีของอีกฝ่ายพร้อมแสดงความถ่อมตัวและความขอบคุณ คำว่า too เป็นการกล่าวเกินจริงโดยตั้งใจ ไม่ได้มีความหมายเชิงลบตามปกติว่า “มากเกินกว่าที่ควร”

แบบฝึกหัด

เพื่อนพูดกับคุณว่า “Your performance was wonderful.” ข้อใดเป็นคำตอบที่รับคำชมอย่างสุภาพและถ่อมตัว?

  1. You're too kind.
  2. You're too late.
  3. You're very strict.
ดูคำตอบ

You're too kind.

Uh, could you help us save the universe? น้ำเสียง/เจตนา

3:32

เอ่อ พวกคุณช่วยเรากอบกู้จักรวาลได้ไหมครับ?

น้ำเสียง/เจตนา

Could you help us ...?:การขอความช่วยเหลืออย่างสุภาพ

Could you help us save the universe? ใช้โครงสร้าง Could you help + คน + กริยารูปพื้นฐาน เพื่อขอความช่วยเหลืออย่างสุภาพ ในที่นี้ could ช่วยให้คำขอฟังนุ่มนวลขึ้น ไม่ได้กล่าวถึงความสามารถในอดีต ใน help us save คำว่า us ระบุผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือ และ save คงอยู่ในรูปพื้นฐาน นอกจากนี้ help ยังตามด้วย to + กริยาได้ แต่ประโยคนี้ใช้รูปแบบที่พบบ่อยคือ help + คน + กริยารูปพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

เติมคำขอให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง Could you help + คน + กริยารูปพื้นฐาน: “____ carry this box?”

ดูคำตอบ

Could you help me

We have to eat the carrots.

3:35

เราต้องกินแครอทพวกนั้น

Sure thing, we're rabbits. น้ำเสียง/เจตนา

3:38

แน่นอน พวกเราเป็นกระต่าย

น้ำเสียง/เจตนา

Sure thing: การตอบรับอย่างเป็นกันเองและหนักแน่น

Sure thing เป็นคำตอบแบบภาษาพูดที่ใช้เป็นสำนวนตายตัว หมายถึง “ได้เลย” หรือ “ไม่มีปัญหา” ในประโยคนี้ ผู้พูดตอบตกลงทันทีอย่างมั่นใจ เมื่อเทียบกับการตอบเพียง yes สำนวนนี้มักฟังดูเต็มใจช่วยมากกว่า ให้เข้าใจสองคำนี้เป็นคำตอบเดียว โดย thing ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงสิ่งของ

แบบฝึกหัด

เติมคำตอบด้วยวลีสองคำที่ลงท้ายด้วย thing และใช้ตอบตกลงอย่างเป็นมิตรและมั่นใจ: "Could you help me carry this box?" "____!"

ดูคำตอบ

Sure thing

We love carrots.

3:39

พวกเรารักแครอท

Save some for me. การใช้คำ

3:45

เหลือไว้ให้ฉันบ้างนะ

การใช้คำ

Save some for me: save ในความหมายว่าเหลือหรือเก็บไว้

ใน Save some for me. คำว่า save หมายถึง “เหลือไว้” หรือ “เก็บไว้” ไม่ได้หมายถึง “ช่วยชีวิต” ส่วน some แทนปริมาณหรือส่วนหนึ่งของสิ่งที่ผู้พูดกับผู้ฟังรู้อยู่แล้ว และ for me บอกว่าเก็บไว้ให้ใคร โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ save + something + for + someone หมายถึงอย่าใช้หรือแบ่งไปทั้งหมด แต่ให้เหลือบางส่วนไว้สำหรับคนนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ save ในความหมายเดียวกับ Save some for me.?

  1. Please save a seat for Lena.
  2. Please save the document before you close it.
  3. The lifeguard saved the swimmer.
ดูคำตอบ

Please save a seat for Lena.

I love carrots too.

3:46

ฉันก็รักแครอทเหมือนกัน

Look, it's our Miss Rabbit.

3:48

ดูสิ นั่นคุณนายกระต่ายของเรา

Mmm, yummy.

3:52

อื้ม อร่อย

We did it. วลี

3:55

เราทำได้แล้ว

วลี

We did it: การฉลองความสำเร็จ

“We did it” เป็นคำพูดฉลองที่ใช้กันทั่วไปหลังจากทำงานหรือบรรลุเป้าหมายร่วมกันสำเร็จ ในที่นี้หมายถึง “พวกเราทำสำเร็จแล้ว” ไม่ได้เพียงบอกว่ากลุ่มได้ทำบางอย่าง “it” หมายถึงความท้าทายหรือเป้าหมายที่เข้าใจกันอยู่แล้วจากบริบท ส่วน “we” ให้เครดิตความสำเร็จแก่ทั้งกลุ่ม หากคนคนเดียวทำสำเร็จ สามารถใช้รูปแบบเดียวกันว่า “I did it.”

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ do แล้วตามด้วย it เพื่อเติมคำพูดฉลองหลังจากทีมทำสำเร็จ: We ____!

ดูคำตอบ

did it

The universe is saved. ไวยากรณ์

3:56

จักรวาลปลอดภัยแล้ว

ไวยากรณ์

The universe is saved: be + past participle

The universe is saved ใช้โครงสร้าง be + past participle คือ is + saved โดย The universe เป็นผู้รับการกระทำของการช่วย จึงเป็นประธานของประโยคกรรมวาจก ในบริบทแห่งชัยชนะนี้ ประโยคเน้นผลลัพธ์ว่าตอนนี้จักรวาลปลอดภัยแล้ว มากกว่าจะเน้นว่าใครเป็นผู้ช่วย สามารถเพิ่มผู้กระทำด้วย by ได้ แต่ไม่จำเป็นเมื่อผลลัพธ์สำคัญที่สุด

แบบฝึกหัด

ใช้รูปกรรมวาจกในอดีตของ save เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Yesterday, the lost dog ____ by a firefighter.

ดูคำตอบ

was saved

Hooray!

3:58

ไชโย!

Thanks to Peppa Pig. วลี

4:00

ขอบคุณเป๊ปป้า พิก

วลี

Thanks to: ยกความดีความชอบของผลลัพธ์ให้คนหรือสิ่งหนึ่ง

Thanks to + กลุ่มคำนาม ใช้ระบุคนหรือสิ่งที่ทำให้เกิดผลลัพธ์ และมักสื่อว่าเป็นความดีความชอบของคนนั้นหรือสิ่งนั้นเมื่อผลลัพธ์เป็นเรื่องดี ในประโยคนี้ ผู้พูดยกความดีความชอบให้ Peppa Pig ดังนั้น Thanks to จึงหมายถึง “เพราะความช่วยเหลือหรือการมีส่วนร่วมของ Peppa Pig” thanks ในที่นี้ไม่ได้เป็นคำกล่าว “ขอบคุณ” ที่ใช้เดี่ยว ๆ แต่ Thanks to ทำหน้าที่ร่วมกันเป็นวลีบุพบท แล้วตามด้วยที่มาของผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่ยกความดีความชอบของผลลัพธ์ที่ดีให้กับสาเหตุ: “____ Mia's careful map, we reached the campsite before dark.”

ดูคำตอบ

Thanks to

And all the Miss Rabbits.

4:02

และเหล่าคุณนายกระต่ายทุกคน

You're welcome.

4:05

ด้วยความยินดีจ้ะ

Actually, I'm here to take you home. โน้ต

4:06

จริงๆ แล้ว ฉันมาที่นี่เพื่อพาพวกเธอกลับบ้าน

ลำดับความ

Actually: ส่งสัญญาณการแก้ไขหรือการเปลี่ยนข้อมูล

เมื่อ Actually, อยู่ต้นคำตอบ จะเป็นสัญญาณว่าข้อมูลถัดไปกำลังแก้ไขหรือปรับความเข้าใจที่ผู้ฟังมีอยู่ คำนี้ช่วยจัดลำดับบทสนทนาด้วยการบอกว่ากำลังเปลี่ยนจากข้อสันนิษฐานก่อนหน้า ในประโยคนี้ ผู้พูดใช้ Actually, ก่อนบอกเหตุผลที่แท้จริงว่าทำไมจึงมาอยู่ที่นี่ ความหมายตามบริบทอาจเป็น “ที่จริงแล้ว” “ความจริงคือ” หรือการบอกอย่างนุ่มนวลว่า “ไม่ใช่ สถานการณ์ต่างออกไป”

แบบฝึกหัด

เพื่อนบอกว่ารถไฟออกตอนเก้าโมง แต่เวลาที่ถูกต้องคือสิบโมง คำตอบใดแสดงการแก้ข้อมูลได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Finally, the train leaves at ten.
  2. Actually, the train leaves at ten.
  3. For example, the train leaves at ten.
ดูคำตอบ

Actually, the train leaves at ten.

วลี

I'm here to ...: บอกว่ามาที่นี่ทำไม

“I'm here to + คำกริยารูปพื้นฐาน” ใช้บอกว่าผู้พูดมาที่สถานที่นั้นเพื่ออะไร ในประโยคนี้ “to take you home” บอกจุดประสงค์ว่า ผู้พูดมาเพื่อพาผู้ฟังกลับบ้าน here ในที่นี้เป็นส่วนหนึ่งของรูปประโยคที่ใช้ได้จริง ไม่ได้บอกแค่สถานที่ เปลี่ยน take เป็นคำกริยารูปพื้นฐานอื่นเพื่อบอกจุดประสงค์ใหม่ได้ เช่น “I'm here to help.”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป “I'm here to + คำกริยารูปพื้นฐาน” เพื่อบอกจุดประสงค์ของผู้มาเยือน: I'm ____ collect the parcel.

ดูคำตอบ

here to

already? น้ำเสียง/เจตนา

4:10

แล้วเหรอ?

น้ำเสียง/เจตนา

Already? ในฐานะคำตอบที่แสดงความประหลาดใจ

เมื่อใช้ “Already?” เพียงคำเดียว จะเป็นการตอบสนองต่อสิ่งที่เกิดขึ้นเร็วกว่าหรือไวเกินกว่าที่คาดไว้ ตามบริบทอาจหมายถึง “Is it time already?” หรือ “Are you leaving already?” ส่วนที่เหลือของคำถามถูกละไว้ เพราะสถานการณ์ทำให้เข้าใจได้ชัดเจน ผู้พูดกำลังแสดงความประหลาดใจ และอาจฟังดูผิดหวังหรือไม่อยากให้เกิดขึ้นด้วย ไม่ได้เพียงถามเวลาเท่านั้น

แบบฝึกหัด

เพื่อนพูดว่า “I'm leaving now,” เร็วกว่าที่คุณคาดไว้สองชั่วโมง การตอบสนองและความหมายใดเหมาะกับสถานการณ์นี้

  1. Still? — ประหลาดใจที่คนนั้นยังไม่ออกไป
  2. Yet? — ถามว่าคนนั้นออกไปแล้วหรือยัง
  3. Already? — ประหลาดใจที่ออกเดินทางเร็วกว่าที่คาด
ดูคำตอบ

Already? — ประหลาดใจที่ออกเดินทางเร็วกว่าที่คาด

Bye-bye, everyone.

4:12

บ๊ายบายทุกคน

Bye. Have you had a good time in America, Peppa? วลี

4:14

บ๊ายบาย สนุกไหมที่อเมริกา เป๊ปป้า?

วลี

had a good time: มีประสบการณ์ที่สนุก

Have a good time เป็นสำนวนตายตัว หมายถึงสนุกหรือมีประสบการณ์ที่เพลิดเพลิน ใน had a good time คำว่า had เป็นรูป past participle ของ have และทั้งวลีใช้บอกประสบการณ์ของเป๊ปป้า ใน Have you had ...? คำว่า Have ตัวแรกเป็นกริยาช่วยที่ประกอบ present perfect ร่วมกับ had ให้จำ had a good time เป็นวลีเดียว เพราะ time ตรงนี้ไม่ได้หมายถึงเวลาเฉพาะบนหน้าปัดนาฬิกา

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ have a good time เติมประโยคให้สมบูรณ์: We ____ at the festival yesterday.

ดูคำตอบ

had a good time

Yes, it's been amazing. ไวยากรณ์

4:19

ค่ะ มันวิเศษมาก

ไวยากรณ์

it's been amazing: has been + คำคุณศัพท์

ใน it's been amazing คำว่า it's หมายถึง it has ไม่ใช่ it is โครงสร้างเต็มคือ it has been + adjective โดย present perfect has been บอกว่าประสบการณ์นั้นยอดเยี่ยมตลอดช่วงเวลาตั้งแต่เริ่มจนถึงตอนนี้ รูปนี้ใช้ประเมินประสบการณ์โดยรวมที่ยังดำเนินอยู่ เพิ่งจบลง หรือยังเกี่ยวข้องกับปัจจุบัน ไม่ได้เน้นเพียงช่วงเวลาหนึ่งที่จบไปแล้วในอดีต

แบบฝึกหัด

การเดินทางของเพื่อนยังไม่จบ ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าประสบการณ์นั้นยอดเยี่ยมมาตลอดจนถึงตอนนี้

  1. It was amazing when I visited last year.
  2. It's been amazing.
  3. It will be amazing next summer.
ดูคำตอบ

It's been amazing.

What was the best bit? การใช้คำ

4:22

ส่วนไหนดีที่สุด?

การใช้คำ

the best bit?:ถามถึงส่วนที่ชอบที่สุด

ในคำถามนี้ the best bit หมายถึงส่วนที่สนุก ตื่นเต้น หรือน่าสนใจที่สุดของประสบการณ์หนึ่ง ๆ ตรงนี้ bit เป็นคำพูดแบบไม่เป็นทางการในภาษาอังกฤษแบบบริติชที่หมายถึง “ส่วน” หรือ “ช่วง” ไม่ใช่ชิ้นส่วนเล็ก ๆ ที่เป็นวัตถุ คำถามนี้ชวนให้อีกฝ่ายเลือกส่วนที่ชอบที่สุดจากการเดินทาง หนัง กิจกรรม หรือเรื่องเล่า เป็นสำนวนที่ใช้ในบทสนทนาและฟังดูเป็นธรรมชาติในภาษาอังกฤษแบบบริติชในชีวิตประจำวัน

แบบฝึกหัด

ในคำถามนี้ the best bit หมายถึงอะไร

  1. the best bit = ชิ้นส่วนเล็ก ๆ ที่เป็นวัตถุ
  2. the best bit = ส่วนที่คุณชอบที่สุด
  3. the best bit = หน่วยข้อมูลดิจิทัล
ดูคำตอบ

the best bit = ส่วนที่คุณชอบที่สุด

The best bit was everything.

4:23

ส่วนที่ดีที่สุดคือทุกอย่างเลย

Peppa has had a wonderful time in America.

4:28

เป๊ปป้ามีช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมในอเมริกา