BeeeeeOOP! | งานบ้าน | Bluey: บทเรียนภาษาอังกฤษ
Bluey - Official Channel
คำอธิบายวิดีโอ: บลูอีและบิงโกเลียนแบบท่าเดินตลก ๆ ของพ่อแม่แทนที่จะสนใจงานบ้าน พ่อแม่เรียนรู้ท่าเดิน “บี๊ปบู๊ป” จากเด็ก ๆ และยอมรับได้ว่างานทำความสะอาดยังไม่เสร็จ ก่อนจะตรวจดูอย่างขบขันว่าตนเองยังเดินแบบปกติได้ถูกต้องหรือไม่ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. hang on. — กริยาวลี: เข้าใจว่าในบริบทนี้เป็นคำขอแบบไม่เป็นทางการให้รอหรือหยุดสักครู่ ไม่ใช่คำสั่งให้เกาะสิ่งใดตามความหมายตรงตัว ผู้เรียนสามารถใช้เพื่อแทรกหรือพักกิจกรรมชั่วคราวระหว่างคิด ตรวจสอบบางอย่าง หรือเตรียมตัวทำต่อ 2. shouldn't you be — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: สังเกตได้ว่าคำถามเชิงปฏิเสธใช้เตือนอีกฝ่ายถึงสิ่งที่เขาควรกำลังทำอยู่ได้ รูปแบบนี้อาจสื่อความคาดหวัง การเร่งเล็กน้อย หรือการตำหนิอย่างอ่อน ๆ ตามน้ำเสียงและสถานการณ์ ไม่ใช่เพียงการถามข้อมูลอย่างเป็นกลาง 3. are nuts. — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: ตีความ nuts ว่าเป็นภาษากันเองเชิงขบขันที่บอกว่าคนเหล่านั้นบ้า เหลวไหล หรือทำตัวประหลาด แทนที่จะเข้าใจว่าเป็นอาหารประเภทถั่ว และยังช่วยให้จับน้ำเสียงที่เด็ก ๆ มองพฤติกรรมของผู้ใหญ่อย่างขำขันในตอนจบได้
คำอธิบายในบทเรียนนี้
hang on: คำขอแบบภาษาพูดให้รอสักครู่
ในประโยคนี้ Hang on เป็นคำขอแบบภาษาพูด หมายถึง “รอสักครู่” หรือ “หยุดก่อนสักครู่” ผู้พูดขอให้อีกฝ่ายยังไม่ทำต่อ ไม่ได้พูดถึงการแขวนสิ่งของ ใช้ความหมายนี้เมื่อต้องการเวลาสั้น ๆ ก่อนทำต่อ ตรวจสอบบางอย่าง หรืออธิบายขั้นตอนถัดไป
แบบฝึกหัด
ในสถานการณ์นี้ “Hang on.” ขอให้อีกฝ่ายทำอะไร
- แขวนสิ่งของไว้กับตะขอ
- รอสักครู่
- จับสิ่งของไว้ให้แน่น
ดูคำตอบ
รอสักครู่
I've got it: บอกว่าเข้าใจหรือรู้วิธีทำแล้ว
ในที่นี้ I've got it หมายถึง “ฉันเข้าใจแล้ว” หรือ “ตอนนี้ฉันรู้วิธีทำแล้ว” โดย got ไม่ได้หมายถึงการได้รับหรือเป็นเจ้าของสิ่งของ คำว่า I think ทำให้ผู้พูดฟังดูมั่นใจน้อยลงเล็กน้อย ผู้พูดเชื่อว่าตนเข้าใจและพร้อมจะลองทำ
แบบฝึกหัด
เพื่อนเพิ่งอธิบายท่าเต้นใหม่ ประโยคตอบข้อใดแสดงว่าคุณคิดว่าตนเข้าใจวิธีทำแล้ว
- I think I left my shoes at home.
- I think I need more help. Please show me again.
- I think I've got it. Let me try the step.
ดูคำตอบ
I think I've got it. Let me try the step.
got to ที่แสดงความจำเป็น
ในประโยคนี้ got to แสดงความจำเป็นหรือข้อบังคับ มีความหมายว่า “คุณจำเป็นต้องไป” หรือ “คุณต้องไป” คำว่า got ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ได้รับ” รูปมาตรฐานแบบเต็มสำหรับความหมายนี้คือ have got to เช่น You’ve got to go ส่วน You got to go เป็นรูปภาษาพูดที่ไม่เป็นทางการมาก ในภาษาอังกฤษบางรูปแบบ ผู้พูดอาจละ have/'ve และในการพูดเร็ว ส่วนนี้ก็อาจฟังได้ไม่ชัด เมื่อต้องการเขียนให้ชัดเจน ให้ใช้ You’ve got to... หรือ You have to....
แบบฝึกหัด
got to ใน “You got to go” หมายความว่าอะไร
- คุณจำเป็นต้องไป
- คุณได้รับสิ่งของบางอย่างเพื่อนำติดตัวไป
- คุณเดินทางมาถึงได้สำเร็จ
ดูคำตอบ
คุณจำเป็นต้องไป
while you're doing it: การกระทำที่เกิดพร้อมกัน
while ในที่นี้นำอนุประโยคบอกเวลา โดย while you're doing it หมายถึง “ในช่วงเวลาที่คุณกำลังทำสิ่งนั้น” และแสดงว่ามีอีกการกระทำหนึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน ไม่ใช่เกิดขึ้นหลังจากนั้นเท่านั้น ในที่นี้ while บอกเวลา ไม่ได้ใช้ในความหมายเชิงเปรียบต่างว่า “ส่วน...” You're doing เป็นรูป present progressive ซึ่งแสดงว่าการกระทำกำลังดำเนินอยู่ ส่วน it อ้างถึงการกระทำที่กล่าวไปแล้ว ใช้ while + ประธาน + คำกริยา เพื่อเชื่อมการกระทำที่เกิดทับซ้อนกันในเวลา
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าการพูดและการเขียนเกิดขึ้นพร้อมกัน
- Talk to me after I write this down.
- Talk to me before I write this down.
- Talk to me while I write this down.
ดูคำตอบ
Talk to me while I write this down.
doesn't look like: ตัดสินจากสิ่งที่เห็นว่า “ดูไม่เหมือน”
ในประโยคนี้ doesn't look like หมายถึง “ดูเหมือนจะไม่ใช่” ผู้พูดตัดสินจากสิ่งที่มองเห็น ดังนั้นข้อสรุปนี้อาจไม่ใช่ข้อเท็จจริงสุดท้าย เมื่อประธานเป็นเอกพจน์ เช่น it ใช้โครงสร้าง subject + doesn't look like + noun or noun phrase ในที่นี้ housework คือสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบกับลักษณะที่เห็น ส่วน like หมายถึง “คล้ายกับ” ไม่ได้หมายถึง “ชอบ”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยวลีเป้าหมาย: The sky is bright and clear, so it ____ rain.
ดูคำตอบ
doesn't look like
What's going on?: ถามเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบัน
What's going on? เป็นคำถามที่ใช้เป็นสำนวนตายตัวในบทสนทนา หมายถึง “กำลังเกิดอะไรขึ้น” ใช้ขอคำอธิบายเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะเมื่อมีบางอย่างดูผิดปกติหรือน่าสับสน go on เป็นกริยาวลีที่หมายถึง “เกิดขึ้น” หรือ “กำลังดำเนินอยู่” ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ไปยังจุดหมาย
แบบฝึกหัด
คุณเดินเข้าไปในห้องและเห็นทุกคนรีบวิ่งวุ่นขึ้นมาทันที คำถามใดใช้ถามเกี่ยวกับสถานการณ์นี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ?
- What's going on?
- What are you looking at?
- Where are you going?
ดูคำตอบ
What's going on?
Shouldn't you be...?: ใช้เตือนและตำหนิเล็กน้อย
Shouldn't you be + กริยา-ing...? เป็นคำถามเชิงปฏิเสธที่แสดงว่าผู้พูดคาดว่าอีกฝ่ายควรกำลังทำสิ่งนั้นอยู่ในตอนนี้ ในประโยคนี้ ผู้พูดเตือนอีกฝ่ายว่าการเก็บผ้าห่มให้เรียบร้อยเป็นสิ่งที่ควรกำลังทำอยู่แล้ว รูปนี้มักใช้กระตุ้นให้อีกฝ่ายลงมือทำ มากกว่าจะถามข้อมูลแบบเป็นกลาง และอาจแฝงการตำหนิเล็กน้อยตามน้ำเสียง เช่น 'ทำไมยังไม่ทำล่ะ?'
แบบฝึกหัด
ในประโยค 'Shouldn't you be studying?' ผู้พูดน่าจะกำลังทำอะไร?
- ถามว่าอีกฝ่ายรู้วิธีเรียนหรือไม่
- เตือนอีกฝ่ายถึงสิ่งที่คาดว่าควรกำลังทำอยู่
- อนุญาตให้อีกฝ่ายหยุดเรียน
ดูคำตอบ
เตือนอีกฝ่ายถึงสิ่งที่คาดว่าควรกำลังทำอยู่
tidying the blankets up: ลำดับคำของ tidy up
tidy up เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ หมายถึงทำให้สถานที่หรือกลุ่มสิ่งของเป็นระเบียบ ใน tidying the blankets up คำว่า tidy เปลี่ยนเป็น tidying หลัง be และกรรมที่เป็นคำนามคือ the blankets อยู่ระหว่าง tidy กับ up ในที่นี้ up เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี ไม่ได้หมายถึงทิศทางขึ้นข้างบน กรรมที่เป็นคำนามวางได้ทั้งสองตำแหน่ง คือ tidy the blankets up หรือ tidy up the blankets แต่ถ้ากรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางตรงกลาง คือ tidy them up ไม่ใช่ tidy up them
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ tidy up และ them: The toys are all over the floor. Please ____.
ดูคำตอบ
tidy them up
haven't started: จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้เริ่ม
have not + กริยาช่องที่ 3 ใช้สร้าง present perfect รูปปฏิเสธ ใน haven't started คำว่า started เป็นกริยาช่องที่ 3 และ haven't เป็นรูปย่อของ have not ในประโยคนี้หมายความว่ากิจกรรมยังไม่ได้เริ่มจนถึงตอนนี้ จุดสำคัญคือสภาพในปัจจุบัน: ตอนนี้กิจกรรมยังไม่ดำเนินขึ้น ไม่ใช่เพียงบอกว่าในอดีตตัดสินใจไม่เริ่ม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป present perfect ปฏิเสธของ start: The workshop was due to begin ten minutes ago, but we ____ yet.
ดูคำตอบ
haven't started
like you guys: การเปรียบเทียบกับ you รูปพหูพจน์แบบไม่เป็นทางการ
ในประโยคนี้ like ใช้นำกลุ่มที่เป็นจุดเปรียบเทียบ โดยหมายถึง “ในแบบเดียวกับ” ดังนั้น like you guys จึงบอกว่าผู้พูดกำลังพยายามเลียนแบบวิธีเดินของใคร ไม่ได้ใช้ like ในความหมายว่า “ชอบ” you guys เป็นวิธีเรียกหรือกล่าวถึงกลุ่มคนที่กำลังพูดด้วยแบบไม่เป็นทางการ ในภาษาอังกฤษประจำวันหลายบริบท คำนี้อาจหมายถึงกลุ่มผู้ชาย ผู้หญิง หรือกลุ่มผสมก็ได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ like เพื่อเปรียบเทียบวิธีทำสิ่งหนึ่ง และใช้ you guys เพื่อระบุกลุ่มที่ถูกเลียนแบบ?
- We want to dance like you guys.
- We invited you guys to dance.
- We like the music you guys chose.
ดูคำตอบ
We want to dance like you guys.
Can you show us how you do the beep boop beep boop walk? น้ำเสียง/เจตนา
0:44พวกหนูสอนวิธีเดินบี๊บ บู๊บ ให้พ่อกับแม่ดูหน่อยได้ไหม?
Can you show us how...?: การขอให้อีกฝ่ายสาธิต
Can you show us how...? เป็นคำขอแบบเป็นมิตรที่ใช้ขอให้อีกฝ่ายสาธิตให้ดู เมื่อใช้กริยา show คำว่า us บอกว่าผู้รับความช่วยเหลือคือ “พวกเรา” ส่วน how นำเข้าสู่การกระทำหรือวิธีที่ต้องการให้สาธิต ในตัวอย่าง how you do ... เป็นอนุประโยคที่สมบูรณ์ รูปแบบที่นำไปใช้ได้อีกคือ Can you show + คน + how + ประธาน + กริยา? และ Can you show + คน + how to + กริยา? ทั้งสองแบบใช้ถามวิธีหรือขอให้สาธิต ไม่ใช่แค่ขอให้อีกฝ่ายนำสิ่งของมาให้ดู
แบบฝึกหัด
คุณต้องการขอให้เพื่อนร่วมงานสาธิตวิธีใช้เครื่องจักร คำขอใดเป็นธรรมชาติ?
- Could you show how me to use this machine?
- Could you show me how to use this machine?
- Could you show me how this machine?
ดูคำตอบ
Could you show me how to use this machine?
Okay, you start with your feet out and then they go in. โน้ต
0:52โอเค เริ่มจากหันเท้าออกข้างนอก แล้วก็หันเข้าข้างใน
start with your feet out: การบอกท่าเริ่มต้น
start with your feet out บอกผู้ฟังว่าต้องอยู่ในท่าใดก่อน start with นำเข้าสู่ขั้นตอนแรกหรือสภาพเริ่มต้น ส่วน your feet out อธิบายว่าในตอนนั้นเท้าแยกออกจากแนวกึ่งกลางไปด้านนอก ในที่นี้ with ไม่ได้หมายถึง “พร้อมกับ” รูปแบบที่นำไปใช้ได้อีกคือ start with + สิ่งของหรือส่วนของร่างกาย + ตำแหน่ง/สภาพ เช่น start with your hands together รูปแบบนี้พบได้บ่อยในคำสั่งเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวและคำอธิบายทีละขั้นตอน
แบบฝึกหัด
คำสั่งใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่าให้เริ่มโดยวางมือทั้งสองข้างบนเข่า?
- Start with your hands on your knees.
- Start your hands with on your knees.
- Start by your hands on your knees.
ดูคำตอบ
Start with your hands on your knees.
and then: บอกขั้นตอนถัดไป
ในประโยคนี้ and then เชื่อมท่าทางสองท่าตามลำดับเวลา โดยเริ่มจากเท้าหันออก และการเคลื่อนไหวถัดไปคือขยับเท้าเข้าด้านใน คำว่า then ทำให้ลำดับชัดเจน จึงไม่ใช่เพียงการนำสองการกระทำมาเชื่อมด้วย and ใช้ and then เพื่อนำผู้ฟังจากขั้นตอนหนึ่งไปยังขั้นตอนถัดไปในคำสั่ง คำอธิบาย หรือเรื่องเล่า
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ and then เพื่อแสดงขั้นตอนถัดไปอย่างชัดเจน
- Wash the apple because it is dirty.
- Wash the apple, but do not cut it into slices.
- Wash the apple, and then cut it into slices.
ดูคำตอบ
Wash the apple, and then cut it into slices.
a bit more: ขอให้ปรับเพิ่มอีกเล็กน้อย
ในที่นี้ a bit more ขยายคำว่า out และหมายถึงให้ไปในทิศทางเดิมเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย more แสดงว่าต้องเพิ่มจากตำแหน่งปัจจุบัน ส่วน a bit จำกัดให้การเพิ่มนั้นมีเพียงเล็กน้อย เมื่อวางหลังการกระทำหรือทิศทาง วลีนี้ขอให้ผู้ฟังปรับแบบเดิมต่ออีกนิด จึงสื่อถึงการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
แบบฝึกหัด
หน้าจอเกือบอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องแล้ว ประโยคใดขอให้ปรับเพิ่มอีกเพียงเล็กน้อย
- Move the screen exactly three centimetres to the left.
- Do not move the screen any further.
- Move the screen a bit more to the left.
ดูคำตอบ
Move the screen a bit more to the left.
you got it: ยืนยันว่าอีกฝ่ายทำได้ถูกต้อง
ในประโยคนี้ you got it เป็นคำตอบเชิงบวก ใช้บอกผู้ฟังว่าเข้าใจวิธีทำหรือทำสิ่งนั้นได้ถูกต้องแล้ว คำว่า it หมายถึงงาน แนวคิด หรือวิธีที่พูดถึงไปแล้วในบทสนทนา ดังนั้น got ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการได้รับหรือครอบครองสิ่งของ แต่ทั้งวลีมีความหมายประมาณว่า “ใช่ ถูกต้อง คุณเข้าใจวิธีแล้ว”
แบบฝึกหัด
เพื่อนทำท่าเต้นได้ถูกต้องในที่สุด คำตอบใดยืนยันความสำเร็จของเพื่อนได้ชัดเจนที่สุด?
- You got it!
- I've got it!
- You've got this!
ดูคำตอบ
You got it!
beep boop beep boop beep boop beep boop beep boop
1:13บี๊บ บู๊บ บี๊บ บู๊บ บี๊บ บู๊บ บี๊บ บู๊บ บี๊บ บู๊บ
So are you: ใช้ข้อความที่มีกริยา be เดียวกันกับผู้ฟัง
So are you หมายความว่าสถานะ คำบรรยาย หรือสถานการณ์เชิงบวกที่เพิ่งกล่าวถึงนั้นเป็นจริงกับผู้ฟังด้วย so ใช้แทนข้อมูลก่อนหน้า และกริยา be วางไว้หน้าประธานตามโครงสร้าง so + be + ประธาน กริยาในโครงสร้างนี้ต้องสอดคล้องกับไวยากรณ์ของประโยคก่อนหน้าและประธานใหม่ หากประโยคก่อนหน้าใช้ be ให้ใช้รูปของ be ที่เหมาะสม เช่น “Mia is ready.” “So are you.” แต่ถ้าใช้กริยาทั่วไปใน present simple ให้ใช้ do หรือ does แทน
แบบฝึกหัด
เติมคำตอบด้วย so + be + ประธาน เพื่อบอก Ben ว่าข้อความเดียวกันเป็นจริงกับเขาด้วย: “Mia is ready, and ____.”
ดูคำตอบ
so are you
Go + ชื่อหรือคำเรียกเพื่อส่งเสียงเชียร์
ในประโยคนี้ Go + ชื่อหรือคำเรียกของบุคคล เป็นคำเชียร์สั้น ๆ ที่หมายถึง “ไปต่อเลย!” หรือ “คุณทำได้!” เด็กกำลังให้กำลังใจพ่อ ไม่ได้สั่งให้พ่อออกไป เนื่องจาก Dad เป็นคำเรียกผู้ที่กำลังพูดด้วยโดยตรง ในงานเขียนภาษาอังกฤษที่เป็นมาตรฐานจึงมักใส่จุลภาคและเครื่องหมายอัศเจรีย์เป็น Go, Dad! รูปแบบเดียวกันนี้ใช้กับชื่อคนหรือชื่อทีมได้
แบบฝึกหัด
Mia กำลังแข่งวิ่ง ประโยคใดเป็นคำเชียร์ที่เป็นธรรมชาติที่สุดสำหรับเธอ
- Mia is going.
- Leave, Mia!
- Go, Mia!
ดูคำตอบ
Go, Mia!
still a mess: สภาพที่ยังไม่เปลี่ยน
ใน is still a mess คำว่า still หมายถึงสภาพที่ไม่พึงประสงค์แบบเดิมยังคงดำเนินมาจนถึงตอนนี้ แม้เวลาจะผ่านไป มีการพยายามแก้ไข หรือคาดว่าสภาพจะดีขึ้นแล้วก็ตาม โดยปกติ still จะอยู่หลัง be: the house is still a mess. ในที่นี้ a mess หมายถึงสภาพที่สกปรกหรือไม่เป็นระเบียบ รูปแบบนี้ยังใช้บรรยายสถานการณ์เชิงนามธรรมได้ เช่น ตารางเวลาหรือแผนงานที่ยังสับสนหรือจัดไว้ไม่ดี
แบบฝึกหัด
ทำความสะอาดไปเพียงมุมเดียว ส่วนที่เหลือของห้องยังรกอยู่ ประโยคใดบรรยายสภาพห้องตอนนี้ได้ดีที่สุด
- The room is still a mess.
- The room is a mess again.
- The room was a mess.
ดูคำตอบ
The room is still a mess.
None of the vacuuming's done: งานเสร็จเป็นศูนย์และ 's ย่อมาจาก is
None of the vacuuming's done หมายความว่างานดูดฝุ่นยังไม่เสร็จเลยแม้แต่ส่วนเดียว คำว่า vacuuming เป็นชื่อกิจกรรมงานบ้านนี้ และ none of the บอกว่าปริมาณงานที่เสร็จคือศูนย์ ตรงนี้ vacuuming's ย่อมาจาก vacuuming is ไม่ใช่รูปแสดงความเป็นเจ้าของ ใน is done คำว่า done บอกสภาพว่างานเสร็จแล้ว รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ None of the + งานหรือกิจกรรมที่นับไม่ได้ + is done
แบบฝึกหัด
ข้อใดอธิบาย “None of the vacuuming's done” ได้ถูกต้อง
- 's หมายถึง has และงานดูดฝุ่นได้ทำบางอย่างเสร็จแล้ว
- 's หมายถึง is และงานดูดฝุ่นยังไม่เสร็จเลยแม้แต่ส่วนเดียว
- 's แสดงความเป็นเจ้าของ และ done เป็นคำนามที่เป็นของ vacuuming
ดูคำตอบ
's หมายถึง is และงานดูดฝุ่นยังไม่เสร็จเลยแม้แต่ส่วนเดียว
do the beep boop walk: do the + ท่าที่มีชื่อ
ใน do the beep boop walk คำว่า do หมายถึงการทำท่าที่มีชื่อ the beep boop walk เป็นชื่อขำ ๆ ที่ตั้งให้กับวิธีเดินแบบหนึ่งซึ่งผู้พูดรู้ว่าหมายถึงท่าไหน รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ do the + ชื่อของท่าหรือชุดการเคลื่อนไหว เช่น do the moonwalk หรือ do the dance ชื่อนั้นต้องเป็นที่รู้จักหรือมีบริบทร่วมกัน คำว่า do ไม่ได้ใช้กับชื่อกิจกรรมทุกคำได้โดยอัตโนมัติ
แบบฝึกหัด
เติมรูปแบบเป้าหมาย do the + ท่าที่มีชื่อให้สมบูรณ์: Can you ____ the moonwalk?
ดูคำตอบ
do
I'm okay with that: การยอมรับผลลัพธ์
ในประโยคนี้ I'm okay with that หมายความว่า ผู้พูดยอมรับผลลัพธ์หรือสถานการณ์ที่เพิ่งกล่าวถึงได้ เป็นการบอกว่ายอมรับหรือไม่คัดค้าน ไม่ได้บอกว่าสุขภาพของผู้พูดเป็นอย่างไร รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ be okay with + คำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing ส่วนที่ตามหลัง with ระบุแผน การตัดสินใจ ผลลัพธ์ หรือการกระทำที่ผู้พูดยอมรับ
แบบฝึกหัด
เมื่อ that หมายถึงการตัดสินใจ ข้อใดตรงกับความหมายของ “I'm okay with that” มากที่สุด
- ข้อตกลงนั้นทำให้ร่างกายฉันแข็งแรงขึ้น
- ฉันยังไม่เข้าใจข้อตกลงนั้น
- ข้อตกลงนั้นเป็นสิ่งที่ฉันยอมรับได้
ดูคำตอบ
ข้อตกลงนั้นเป็นสิ่งที่ฉันยอมรับได้
Me too: การเห็นด้วยสั้น ๆ กับข้อความเชิงบวก
Me too. เป็นคำตอบสั้นแบบตายตัวที่ใช้ตอบข้อความบอกเล่าเชิงบวก หมายความว่าความรู้สึก ประสบการณ์ ความชอบ หรือท่าทีแบบเดียวกันก็เป็นจริงสำหรับผู้พูดด้วย ในที่นี้ ผู้พูดยอมรับเรื่องนั้นเหมือนกับคนก่อนหน้า แม้ me จะไม่ใช่คำสรรพนามประธาน แต่ Me too. เป็นคำตอบเดี่ยวที่เป็นธรรมชาติในการสนทนา ส่วน I too. ไม่เป็นธรรมชาติเมื่อใช้เดี่ยว ๆ โดยทั่วไป I too จะอยู่ในประโยคที่สมบูรณ์และเป็นทางการกว่า เช่น I too agree.
แบบฝึกหัด
เพื่อนพูดว่า “I want to leave early.” และคุณก็อยากกลับเร็วเช่นกัน คำตอบสั้น ๆ แบบใดเป็นธรรมชาติที่สุด
- Me too.
- Me neither.
- I too.
ดูคำตอบ
Me too.
finished our chores: ทำงานบ้านประจำเสร็จ
Finished our chores หมายถึงพวกเราทำงานประจำที่รับผิดชอบเสร็จแล้ว โครงสร้างคือ finish + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + chores เช่น finish my chores และ finish her chores ในที่นี้ finished แสดงว่าการกระทำเสร็จสิ้นแล้ว ส่วน our สอดคล้องกับ we Chores หมายถึงงานที่ต้องทำเป็นประจำ มักเป็นงานในบ้าน เช่น ล้างจานหรือจัดห้อง ไม่เหมือนกับ jobs เมื่อ jobs หมายถึงงานที่ได้รับค่าจ้างหรืออาชีพ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “พวกเราทำงานบ้านประจำของเราเสร็จแล้ว”: We ____ before lunch.
ดูคำตอบ
finished our chores
so: จากเหตุไปสู่ผล
ในที่นี้ so เชื่อมอนุประโยคสองส่วนและนำเข้าสู่ผลของส่วนแรก การทำงานบ้านเสร็จคือเหตุ ส่วนการไปเล่นคือผลที่ตามมา ลำดับข้อมูลคือ เหตุ + so + ผล so ในที่นี้พาผู้ฟังจากเหตุผลหรือสถานการณ์ไปสู่ผลที่ตามมา ไม่ได้หมายถึง “ถึงระดับนั้น”
แบบฝึกหัด
เลือกคำเชื่อมที่นำเข้าสู่ผล: The bus was late, ___ I missed the beginning.
- but
- because
- so
ดูคำตอบ
so
Go for it: ให้กำลังใจหรืออนุญาตให้ใครสักคนลงมือทำ
Go for it เป็นสำนวนพูดตายตัวที่ใช้ให้กำลังใจใครสักคนให้ทำสิ่งที่กำลังคิดจะทำ ในประโยคนี้ยังเป็นการอนุญาตให้เด็กผู้หญิงเริ่มทำได้ด้วย พร้อมน้ำเสียงสนับสนุนแบบ “ได้เลย ทำเลย” it หมายถึงการกระทำ แผน หรือโอกาสที่พูดถึงก่อนหน้านี้ ไม่ใช่สิ่งของที่จับต้องได้ตามปกติ ควรเข้าใจวลีนี้เป็นสำนวนทั้งชุด ไม่ใช่แปลทีละคำ
แบบฝึกหัด
เพื่อนของคุณอยากเข้าร่วมการแข่งขันแต่รู้สึกประหม่า จงเติมสำนวนให้กำลังใจสามคำจากบทเรียนนี้ให้สมบูรณ์: Go ____!
ดูคำตอบ
for it
Well done: ชมใครสักคนที่ทำงานสำเร็จ
Well done เป็นสำนวนตายตัวที่ใช้ชมใครสักคนเมื่อทำบางอย่างสำเร็จหรือพยายามได้ดี สามารถใช้เป็นคำตอบที่สมบูรณ์ได้ด้วยตัวเองเมื่อรู้กันชัดเจนแล้วว่าผู้นั้นทำอะไรสำเร็จ ในการใช้นี้ done เป็นส่วนหนึ่งของคำชมและใช้ประเมินผลงานของอีกฝ่าย ไม่ได้บอกว่าอาหารสุกมากน้อยเพียงใด
แบบฝึกหัด
เพื่อนร่วมทีมเพิ่งนำเสนองานที่ยากได้สำเร็จ จงเติมคำชมสองคำจากบทเรียนนี้ให้สมบูรณ์: Well ____!
ดูคำตอบ
done
Is that okay?: การตรวจสอบว่าอีกฝ่ายยอมรับได้หรือไม่
Is that okay? ใช้ถามว่าการกระทำ แผน ตัวเลือก หรือผลลัพธ์ที่เพิ่งกล่าวถึงนั้นอีกฝ่ายยอมรับได้หรือไม่ ใช้เพื่อขออนุญาตหรือตรวจสอบว่าอีกฝ่ายเห็นด้วยได้ That อ้างถึงแนวคิดหรือการกระทำทั้งหมดที่กล่าวไปก่อนหน้า ส่วน okay ในที่นี้หมายถึง “ยอมรับได้” หรือ “ไม่มีปัญหา” ไม่ได้ถามเพียงว่าสิ่งนั้นมีคุณภาพดีหรือไม่
แบบฝึกหัด
คุณเสนอว่า 'We can meet at three.' คำถามใดใช้ตรวจสอบอย่างเป็นธรรมชาติว่าอีกฝ่ายยอมรับเวลานี้หรือไม่?
- Is that okay?
- Is that right?
- Are you okay?
ดูคำตอบ
Is that okay?
Arms swinging. ในฐานะวลีการเคลื่อนไหวแบบ noun + -ing
Arms swinging. เป็นวลีที่ไม่ใช่ประโยคสมบูรณ์ซึ่งใช้ในรายการตรวจสอบท่าทางหรือคำแนะนำสั้น ๆ Arms ระบุส่วนของร่างกาย ส่วน swinging บรรยายการเคลื่อนไหวที่กำลังเกิดขึ้นหรือควรรักษาไว้ วลีนี้ไม่มีกริยาที่ทำหน้าที่เป็นกริยาหลักของประโยค แต่รายการรอบข้างช่วยให้เข้าใจความสัมพันธ์ที่ละไว้ได้ ตามความหมายที่ต้องการ ประโยคเต็มอาจเป็น Your arms are swinging. เมื่อบอกสิ่งที่สังเกตเห็น หรือ Keep your arms swinging. เมื่อให้คำแนะนำ
แบบฝึกหัด
ในรายการตรวจสอบท่าทางของโค้ช Arms swinging. ทำหน้าที่อะไร?
- เป็นการรายงานการกระทำที่เสร็จสิ้นแล้วในอดีต
- เป็นคำบรรยายแบบย่อของการเคลื่อนไหวที่ต้องตรวจสอบ
- เป็นคำถามว่าแขนเป็นของใครหรือไม่
ดูคำตอบ
เป็นคำบรรยายแบบย่อของการเคลื่อนไหวที่ต้องตรวจสอบ
One foot in front of the other: ก้าวไปข้างหน้าทีละก้าว
ในการตรวจท่าทางนี้ one foot in front of the other หมายถึงการวางเท้าข้างหนึ่งไว้ข้างหน้าอีกข้างขณะเดิน จึงสื่อถึงการก้าวไปข้างหน้าทีละก้าว ไม่ใช่การยืนค้างอยู่ในท่าเดิม in front of แสดงความสัมพันธ์ของตำแหน่งด้านหน้าและด้านหลัง ส่วน the other หมายถึงเท้าอีกข้างหนึ่ง ในรายการตรวจการเคลื่อนไหวหรือคำสั่งพูด วลีนี้อาจใช้เดี่ยว ๆ ได้โดยเข้าใจว่ามีคำกริยาอย่าง put ละไว้
แบบฝึกหัด
เติมคำสั่งเดินด้วยวลีที่เรียน: To cross the narrow beam, put ____ and move slowly.
ดูคำตอบ
one foot in front of the other
Are we good?: การตรวจสถานการณ์โดยรวมอย่างไม่เป็นทางการ
ในฉากนี้ Are we good? เป็นการถามอย่างไม่เป็นทางการว่าการตรวจผ่านหรือไม่และทุกอย่างเรียบร้อยดีจนกลุ่มสามารถทำขั้นตอนต่อไปได้หรือยัง good ในที่นี้บอกว่าสถานการณ์โดยรวมอยู่ในสภาพที่ยอมรับได้ จัดการเรียบร้อยแล้ว หรือพร้อมแล้ว ไม่ได้ถามว่าคนเหล่านั้นเป็นคนดีในแง่ศีลธรรมหรือไม่ ความหมายที่แน่นอนขึ้นอยู่กับสิ่งที่เพิ่งตรวจหรือพูดคุยกัน
แบบฝึกหัด
คุณขอโทษเพื่อนแล้วและต้องการถามอย่างไม่เป็นทางการว่าปัญหาระหว่างกันจบลงหรือยัง คำถามใดตรงกับความหมายนี้ที่สุด
- Is the food good?
- Are we good?
- Are we ready?
ดูคำตอบ
Are we good?
I think we're good: การยืนยันที่นุ่มนวลขึ้น
ในประโยคนี้ we're good หมายถึงสถานการณ์ตอนนี้ดูเหมือนจะพร้อม เสร็จเรียบร้อย หรือไม่มีปัญหา ไม่ได้หมายความว่าคนเหล่านั้นเป็นคนดีในเชิงศีลธรรม I think ช่วยให้การยืนยันฟังนุ่มนวลลง ผู้พูดยังคงตัดสินในทางบวก แต่เสนอว่าเป็นมุมมองของตนเองและเปิดโอกาสให้ผู้อื่นแก้ไขหรือเสริมข้อมูลได้ จึงไม่ได้แปลว่าผู้พูดไม่มั่นใจอย่างมากเสมอไป
แบบฝึกหัด
คุณตรวจสอบกระเป๋าแล้วและเชื่อว่าทุกอย่างพร้อม แต่ต้องการให้คำยืนยันฟังไม่เด็ดขาดเกินไป ควรเลือกข้อใด
- I don't think we're good.
- I think we're good.
- We're good.
ดูคำตอบ
I think we're good.
Grown-ups: คำนามไม่เป็นทางการที่หมายถึงผู้ใหญ่
Grown-ups เป็นคำนามพหูพจน์ของ grown-up หมายถึงผู้ใหญ่ เป็นคำไม่เป็นทางการและมักให้ความรู้สึกว่าผู้พูดกำลังมองผู้ใหญ่จากมุมของเด็ก ผู้ใหญ่เองก็ใช้คำนี้เพื่อให้ฟังขำ ๆ หรือสบาย ๆ ได้ เครื่องหมายยัติภังค์สำคัญเมื่อเป็นคำนาม: one grown-up, two grown-ups ส่วน grow up ที่ไม่มีเครื่องหมายยัติภังค์เป็นวลีกริยาที่หมายถึงเติบโตเป็นผู้ใหญ่ จึงใช้แทนคำนามในที่นี้ไม่ได้
แบบฝึกหัด
เด็กคนหนึ่งบ่นแบบขำ ๆ ว่าผู้ใหญ่เปลี่ยนกฎอยู่เรื่อย ประโยคใดเหมาะกับน้ำเสียงนี้ที่สุด
- The adults keep changing the rules.
- I want to grow up and change the rules.
- The grown-ups keep changing the rules.
ดูคำตอบ
The grown-ups keep changing the rules.
are nuts: วิธีพูดแบบไม่เป็นทางการว่าคนคนหนึ่งดูบ้าหรือไร้เหตุผล
ใน “Grown-ups are nuts.” คำว่า nuts เป็นคำคุณศัพท์แบบไม่เป็นทางการที่อยู่หลัง are วลีนี้หมายความว่าพวกผู้ใหญ่ดูบ้า ไร้เหตุผล หรือเข้าใจยากมาก ในที่นี้ nuts ไม่ได้หมายถึงถั่ว ประโยคนี้เป็นการบ่นเกินจริงเกี่ยวกับพฤติกรรมของพวกเขา ไม่จำเป็นต้องเป็นการพูดอย่างจริงจังเรื่องความเจ็บป่วยทางจิต โดยทั่วไป be nuts ใช้แบบไม่เป็นทางการเพื่อบอกว่าคน ความคิด หรือสถานการณ์นั้นไร้เหตุผลหรือแปลกมาก
แบบฝึกหัด
“is nuts” ใน “That plan is nuts” หมายความว่าอะไร?
- มันมีถั่วอยู่หลายชนิด
- มันไร้เหตุผลหรือบ้ามาก
- มันถูกจัดระเบียบไว้อย่างรอบคอบ
ดูคำตอบ
มันไร้เหตุผลหรือบ้ามาก