จิตวิทยาของความโลภ ⏲️ 6 Minute English: บทเรียนภาษาอังกฤษ

BBC Learning English

ความยากในการเรียน
892 คำ 155 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: รายการสำรวจความโลภผ่านระบบรางวัลของสมองและการทดลองเกม Monopoly ที่จัดเงื่อนไขให้ไม่ยุติธรรม พร้อมชี้ว่าสิทธิพิเศษอาจบิดเบือนคำอธิบายเรื่องความสำเร็จและลดทอนความเห็นอกเห็นใจได้ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. Isn't that a bit greedy? — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: สังเกตว่าคำถามเชิงปฏิเสธและ a bit ช่วยลดความแรงของคำวิจารณ์อย่างไร คุณจะใช้รูปแบบนี้เพื่อตั้งคำถามต่อพฤติกรรมหรือแสดงความเห็นอย่างสุภาพโดยไม่กล่าวหาอีกฝ่ายตรงเกินไปได้ 2. it was the fixed game that determined who would win and lose, — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจว่าโครงสร้างเน้นความ it was ... that ชูสาเหตุที่แท้จริงและแก้ความเชื่อของผู้เล่นว่าชัยชนะมาจากความสามารถ รูปแบบนี้ช่วยย้ายจุดสนใจจากข้อสันนิษฐานไปยังหลักฐานที่เป็นตัวตัดสิน 3. feeling financially better off than others / feeling better than others. — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: แยกภาวะที่มีฐานะการเงินดีกว่าผู้อื่นออกจากความรู้สึกว่าตนเหนือกว่าผู้อื่น ทำให้พูดถึงสถานะและสิทธิพิเศษได้โดยไม่ปะปนความมั่งคั่งกับคุณค่าของบุคคล

คำอธิบายในบทเรียนนี้

6 Minute English from bbclearningenglish.com.

0:01

6 Minute English จาก bbclearningenglish.com

Hello, this is 6 Minute English from BBC Learning English.

0:07

สวัสดี นี่คือ 6 Minute English จาก BBC Learning English

I'm Neil.

0:11

ผม นีล

And I'm Beth.

0:12

และฉัน เบธ

I'm writing my birthday wish list, Beth. วลี

0:13

ฉันกำลังเขียนรายการของขวัญวันเกิดที่อยากได้อยู่ เบธ

วลี

birthday wish list: รายการของขวัญที่อยากได้

birthday wish list คือรายการของขวัญหรือสิ่งอื่น ๆ ที่คนหนึ่งหวังว่าจะได้รับในวันเกิด ในวลีคำนามนี้ wish list เป็นส่วนหลัก และ birthday บอกว่ารายการนี้จัดทำขึ้นสำหรับโอกาสใด ให้ใช้วลีที่เป็นธรรมชาติว่า wish list ส่วน birthday want list ไม่ใช่ภาษาอังกฤษที่เป็นธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

วลีใดหมายถึงรายการของขวัญวันเกิดที่หวังว่าจะได้รับได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. birthday guest list
  2. birthday shopping list
  3. birthday wish list
ดูคำตอบ

birthday wish list

Listen, I want a new laptop,

0:16

ฟังนะ ผมอยากได้แล็ปท็อปเครื่องใหม่

a gold Rolex watch,

0:18

นาฬิกาโรเล็กซ์ทองคำ

and a red sports car.

0:20

และรถสปอร์ตสีแดง

Phew, that is quite a lot, Neil. วลี

0:21

โห นั่นมันเยอะเอาเรื่องเลยนะ นีล

วลี

quite a lot: ปริมาณหรือจำนวนที่ค่อนข้างมาก

quite a lot หมายถึงปริมาณหรือจำนวนที่ค่อนข้างมาก ในที่นี้วลีนี้ใช้เดี่ยว ๆ หลัง be: that is quite a lot และยังวางหน้า of ตามด้วยคำนามได้ เช่น quite a lot of homework หรือ quite a lot of books ในคำพูดตอบกลับนี้ quite เน้น a lot และช่วยบอกว่าปริมาณหรือจำนวนมากกว่าที่คาดไว้ ตัววลีเองไม่ได้หมายความว่ามากเกินไป

แบบฝึกหัด

เพื่อนยืมหนังสือแปดเล่ม คุณต้องการแสดงความประหลาดใจกับจำนวนนี้โดยไม่บอกว่ามากเกินไป ควรตอบว่าอย่างไร

  1. That is only a little.
  2. That is quite a lot.
  3. That is too much.
ดูคำตอบ

That is quite a lot.

Isn't that a bit greedy? น้ำเสียง/เจตนา

0:24

มันไม่ดูโลภไปหน่อยเหรอ?

น้ำเสียง/เจตนา

Isn't that a bit greedy?: ทำให้คำวิจารณ์อ่อนลงด้วยคำถามปฏิเสธและ a bit

คำถามปฏิเสธนี้ไม่ได้ใช้เพื่อขอข้อมูลแบบเป็นกลาง ในที่นี้ผู้พูดคาดว่าอีกฝ่ายจะเห็นด้วยกับการประเมินว่าพฤติกรรมนั้นดูโลภ การพูดคำวิจารณ์เป็นคำถามจึงทำให้ฟังตรงน้อยลงเล็กน้อย a bit ทำให้ greedy อ่อนลงเป็นความหมายว่า “โลภนิดหน่อย” ช่วยลดความแรงของคำวิจารณ์ แต่ไม่ได้ลบการประเมินเชิงลบออกไป

แบบฝึกหัด

เมื่อพูดว่า "Isn't that a bit greedy?" ผู้พูดกำลังทำอะไรเป็นหลัก

  1. ผู้พูดกำลังชมว่าพฤติกรรมนั้นใจกว้าง
  2. ผู้พูดกำลังทำให้คำวิจารณ์ว่าพฤติกรรมนั้นดูโลภอ่อนลง
  3. ผู้พูดกำลังถามความหมายของ greedy ในพจนานุกรม
ดูคำตอบ

ผู้พูดกำลังทำให้คำวิจารณ์ว่าพฤติกรรมนั้นดูโลภอ่อนลง

So what? น้ำเสียง/เจตนา

0:25

แล้วไงล่ะ?

น้ำเสียง/เจตนา

So what?: ปัดความกังวลว่าไม่สำคัญ

ในการตอบแบบนี้ So what? หมายถึง “แล้วเรื่องนั้นสำคัญตรงไหน?” ผู้พูดปัดความคิดเห็นหรือคำวิจารณ์ก่อนหน้า และแสดงว่าไม่สนใจหรือไม่คิดจะเปลี่ยนจุดยืน ประโยคนี้มักฟังดูเป็นการตั้งรับ ท้าทาย หรือยั่วยุ ไม่ใช่คำถามแบบเป็นกลางเกี่ยวกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป

แบบฝึกหัด

เพื่อนพูดว่า "You might get in trouble." คุณตอบว่า "So what?" คำตอบของคุณน่าจะแสดงท่าทีใดมากที่สุด

  1. ฉันกำลังขอให้เพื่อนพูดคำเตือนซ้ำ
  2. ฉันอยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติมว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป
  3. ฉันไม่คิดว่าผลที่ตามมานั้นสำคัญ
ดูคำตอบ

ฉันไม่คิดว่าผลที่ตามมานั้นสำคัญ

Greed is good. ลำดับความ

0:26

ความโลภเป็นเรื่องดีนะ

ลำดับความ

“Greed is good.” ในฐานะประโยคเปิดที่ชวนโต้แย้ง

“Greed is good.” เป็นข้อกล่าวอ้างที่ตั้งใจให้ตรงและชวนโต้แย้ง โดยนำคำที่มักมีความหมายเชิงลบอย่าง greed มาเชื่อมกับคำประเมินเชิงบวกอย่าง good การพลิกความคาดหมายเช่นนี้จึงดึงดูดความสนใจได้ทันที ในที่นี้ ประโยคดังกล่าวทำหน้าที่เป็นประโยคเปิดเพื่อดึงความสนใจ โดยเสนอจุดยืนให้การสนทนานำไปพิจารณา ไม่ได้หมายความว่านี่ต้องเป็นข้อสรุปสุดท้ายของผู้พูด

แบบฝึกหัด

“Greed is good.” มีหน้าที่หลักในการเรียบเรียงเนื้อหาอย่างไรในที่นี้

  1. ใช้ข้อกล่าวอ้างที่ชวนโต้แย้งเพื่อดึงความสนใจและเปิดการอภิปราย
  2. ยุติการอภิปรายด้วยข้อสรุปที่ทุกคนเห็นพ้องกัน
  3. ให้คำนิยามแบบพจนานุกรมของ greed อย่างครบถ้วน
ดูคำตอบ

ใช้ข้อกล่าวอ้างที่ชวนโต้แย้งเพื่อดึงความสนใจและเปิดการอภิปราย

We're genetically built to want things that increase our social status, โน้ต

0:27

เราถูกสร้างมาตามพันธุกรรมให้ต้องการสิ่งที่จะเพิ่มสถานะทางสังคม

ไวยากรณ์

“genetically built to want”: แนวโน้มโดยกำเนิด

be genetically built to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้อธิบายแนวโน้มที่กล่าวว่าเกิดจากยีนหรือชีววิทยา คำว่า built ในที่นี้เป็นการเปรียบเทียบ มนุษย์ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเหมือนสิ่งของจริง ๆ แต่ถูกอธิบายว่ามีแนวโน้มตามธรรมชาติหรือเหมือนถูก “ตั้งโปรแกรม” ให้ทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง โครงสร้างคือ be + genetically + built + to-infinitive ในประโยคนี้ to want ระบุว่าแนวโน้มนั้นคืออะไร ถ้อยคำนี้กล่าวถึงความโน้มเอียงโดยทั่วไป ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องทำเช่นนั้นในทุกสถานการณ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมายที่หมายถึง “มีแนวโน้มทางชีววิทยาโดยกำเนิด”: Humans are ____ seek social connection.

ดูคำตอบ

genetically built to

power, and material possessions

0:32

อำนาจ และทรัพย์สินทางวัตถุ

การใช้คำ

social status, power, and material possessions: แนวคิดสามอย่างที่เรียงขนานกัน

วลีนามทั้งสามส่วนนี้เรียงขนานกันเป็นรายการเดียว social status หมายถึงตำแหน่งหรือชื่อเสียงของบุคคลในสังคม power หมายถึงความสามารถในการมีอิทธิพลต่อผู้คนหรือผลลัพธ์ และ material possessions หมายถึงทรัพย์สินและสิ่งของที่จับต้องได้ซึ่งบุคคลนั้นเป็นเจ้าของ เมื่อรวมกัน รายการนี้ระบุข้อได้เปรียบภายนอกสามชนิดที่ผู้คนอาจแสวงหา ได้แก่ สถานะ การควบคุม และทรัพย์สิน ในที่นี้ possessions หมายถึงทรัพย์สินที่เป็นของใครคนหนึ่ง ไม่ใช่เพียงสิ่งที่คนนั้นกำลังถืออยู่ในขณะนั้น

แบบฝึกหัด

ความหมายใดตรงกับ “social status, power, and material possessions” มากที่สุด

  1. สถานะทางสังคม อิทธิพลหรือการควบคุม และทรัพย์สินที่จับต้องได้ซึ่งบุคคลหนึ่งเป็นเจ้าของ
  2. การอัปเดตโซเชียลมีเดีย กำลังกาย และถุงช้อปปิ้ง
  3. บริการชุมชน พลังงานไฟฟ้า และวัสดุก่อสร้าง
ดูคำตอบ

สถานะทางสังคม อิทธิพลหรือการควบคุม และทรัพย์สินที่จับต้องได้ซึ่งบุคคลหนึ่งเป็นเจ้าของ

like money,

0:34

เช่น เงิน

a nice house, a fast car,

0:35

บ้านสวยๆ รถเร็วๆ

all that stuff. การใช้คำ

0:37

อะไรพวกนั้นแหละ

การใช้คำ

all that stuff: การกล่าวย้อนถึงรายการก่อนหน้าแบบไม่เป็นทางการ

All that stuff ใช้ย้อนกลับไปถึงกลุ่มสิ่งของหรือความคิดที่กล่าวถึงแล้ว ผู้พูดจึงไม่ต้องพูดรายการนั้นซ้ำ that ชี้ไปยังข้อมูลที่ปรากฏอยู่แล้วหรือเป็นที่เข้าใจร่วมกันในการสนทนา stuff เป็นคำนามนับไม่ได้ที่มีความหมายกว้างและไม่เป็นทางการ วลีทั้งหมดนี้รวมรายละเอียดหลายอย่างให้เป็นกลุ่มทั่วไปกลุ่มเดียว คล้ายกับ all those things

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีไม่เป็นทางการตามบทเรียนให้ตรงคำ: We bought paper, tape, and markers, then put ____ in one box.

ดูคำตอบ

all that stuff

Hmm, I'm not so sure, Neil. น้ำเสียง/เจตนา

0:38

อืม ฉันไม่ค่อยแน่ใจนะ นีล

น้ำเสียง/เจตนา

I'm not so sure: การแสดงความสงสัยอย่างนุ่มนวล

เมื่อใช้ I'm not so sure เพื่อตอบความเห็นของอีกคน มักหมายถึง “ฉันยังสงสัยอยู่” หรือ “ฉันไม่ได้เห็นด้วยทั้งหมด” ไม่ได้หมายถึงเพียง “ฉันมีข้อมูลไม่พอ” ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวช่วยให้การไม่เห็นด้วยฟังดูนุ่มนวลขึ้น และเปิดทางให้ผู้พูดอธิบายเหตุผลต่อไป จึงสุภาพกว่าการพูดตรง ๆ ว่า You're wrong

แบบฝึกหัด

คำตอบใดแสดงความสงสัยต่อคำกล่าวของอีกคนโดยไม่ฟังดูตรงเกินไป

  1. I'm not so sure. The evidence points in another direction.
  2. You're wrong. Stop arguing.
  3. I completely agree with that claim.
ดูคำตอบ

I'm not so sure. The evidence points in another direction.

Remember, greed is also one of the seven deadly sins. วัฒนธรรม

0:40

อย่าลืมสิ ความโลภเป็นหนึ่งในบาป 7 ประการด้วยนะ

วัฒนธรรม

the seven deadly sins: คำทางวัฒนธรรมคริสต์ศาสนา

the seven deadly sins เป็นชื่อเรียกตามธรรมเนียมคริสต์ศาสนาของนิสัยชั่วร้ายสำคัญเจ็ดประการ ซึ่งเชื่อว่านำไปสู่การทำผิดอื่น ๆ ความโลภเป็นหนึ่งในนั้น ในสำนวนตายตัวนี้ deadly สื่อถึงผลเสียร้ายแรงทางจิตวิญญาณและศีลธรรม ไม่ได้หมายความว่าบาปแต่ละข้อทำให้เสียชีวิตทางร่างกายทันที การรู้จักแนวคิดทางวัฒนธรรมนี้ช่วยให้เข้าใจการอ้างถึงในบทสนทนา หนังสือ ภาพยนตร์ และศิลปะ

แบบฝึกหัด

the seven deadly sins ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. อาชญากรรมเจ็ดอย่างที่ทำให้เสียชีวิตทางร่างกายเสมอ
  2. นิสัยชั่วร้ายสำคัญเจ็ดประการในธรรมเนียมคริสต์ศาสนา
  3. กฎหมายสมัยใหม่เจ็ดข้อเกี่ยวกับความโลภ
ดูคำตอบ

นิสัยชั่วร้ายสำคัญเจ็ดประการในธรรมเนียมคริสต์ศาสนา

Hmm, in this program,

0:44

อืม ในรายการนี้

we'll be discussing greed,

0:45

เราจะมาพูดคุยเกี่ยวกับความโลภ

the desire to accumulate stuff, การใช้คำ

0:47

ความปรารถนาที่จะสะสมสิ่งของ

การใช้คำ

accumulate stuff: การสะสมเพิ่มขึ้นทีละน้อย

accumulate stuff หมายถึงการปล่อยให้หรือทำให้ข้าวของค่อย ๆ สะสมเพิ่มขึ้นตามเวลา accumulate เน้นว่าปริมาณเพิ่มขึ้น ไม่ได้เน้นการเลือกของแต่ละชิ้นมาเป็นชุดสะสม ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวหมายถึงความต้องการอย่างต่อเนื่องที่จะครอบครองของมากขึ้นเรื่อย ๆ คำกริยา accumulate ค่อนข้างเป็นทางการ จึงทำให้คำจำกัดความแม่นยำ ส่วน stuff เป็นคำไม่เป็นทางการที่ใช้เรียกสิ่งของแบบกว้าง ๆ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ accumulate เพื่อแสดงว่าปริมาณค่อย ๆ เพิ่มขึ้นตามเวลาได้ชัดเจนที่สุด

  1. We bought one new chair this morning.
  2. Over several years, we accumulated a lot of unused stuff in the garage.
  3. We collected rare stamps for a carefully planned album.
ดูคำตอบ

Over several years, we accumulated a lot of unused stuff in the garage.

keep it for yourself, วลี

0:50

เก็บมันไว้เป็นของตัวเอง

วลี

keep it for yourself: เก็บไว้เองโดยไม่แบ่งปัน

keep it for yourself หมายถึงเก็บสิ่งนั้นไว้ใช้เองหรือรับประโยชน์เอง แทนที่จะยกให้หรือแบ่งกับคนอื่น ในโครงสร้าง keep + กรรม + for + yourself/himself/herself คำสุดท้ายชี้กลับไปยังคนที่จะมีหรือใช้สิ่งนั้น วลีนี้อาจเป็นการอนุญาตแบบเป็นกลาง เช่น อนุญาตให้ใครสักคนเก็บของขวัญไว้ หรืออาจเป็นการตำหนิว่าใครบางคนเห็นแก่ตัว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบริบท

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าตั๋วที่เกินมาจะอยู่กับคนหนึ่งแทนที่จะแบ่งให้คนอื่น

  1. You may keep the extra ticket for yourself.
  2. You may keep the news to yourself.
  3. You may keep yourself busy while you wait.
ดูคำตอบ

You may keep the extra ticket for yourself.

and not share it with others.

0:51

และไม่แบ่งปันให้ใคร

And of course, we'll be learning some useful new vocabulary as well.

0:53

และแน่นอน เราจะได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ด้วย

But first, I have a question for you, Beth. ลำดับความ

0:57

แต่ก่อนอื่น ฉันมีคำถามจะถามคุณ นีล

ลำดับความ

But first, ในฐานะวลีเปลี่ยนเรื่อง

เมื่ออยู่ต้นประโยค But first บอกว่าผู้พูดจะพักหัวข้อหรือขั้นตอนถัดไปที่ผู้ฟังคาดไว้ชั่วคราว เพื่อทำอีกอย่างหนึ่งก่อน But แสดงการเปลี่ยนทิศทาง ส่วน first จัดให้ขั้นตอนที่แทรกเข้ามาเกิดก่อน ในที่นี้ วลีนี้พาบทสนทนาจากการเกริ่นหัวข้อไปสู่การถามคำถาม Beth และยังบอกผู้ฟังด้วยว่าจะกลับมาที่หัวข้อหลักในภายหลัง

แบบฝึกหัด

ผู้นำเสนอกำลังจะอธิบายผลลัพธ์ แต่ต้องการขอบคุณทีมก่อน คำเชื่อมใดจัดลำดับข้อความได้ดีที่สุด

  1. We'll look at the results soon. But first, I'd like to thank the team.
  2. We'll look at the results soon. Finally, I'd like to thank the team.
  3. We'll look at the results soon. For example, I'd like to thank the team.
ดูคำตอบ

We'll look at the results soon. But first, I'd like to thank the team.

you reminded me of a famous quote by one of history's greatest leaders. วลี

0:59

คุณทำให้ฉันนึกถึงคำคมดังของหนึ่งในผู้นำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

วลี

you reminded me of: การกระตุ้นความทรงจำ

ใน you reminded me of ... คำว่า remind ใช้โครงสร้าง remind + คน + of + สิ่งที่นึกถึง บุคคล คำพูดของเขา หรือสิ่งอื่นอาจทำให้ความทรงจำหรือความเชื่อมโยงผุดขึ้นในใจของอีกคนหนึ่ง ในที่นี้ you คือสิ่งกระตุ้น me คือคนที่นึกขึ้นได้ และ a famous quote คือสิ่งที่ผุดขึ้นในใจ Reminded เป็นรูปอดีต เพราะคำพูดก่อนหน้านี้ของอีกฝ่ายได้ทำให้เกิดความเชื่อมโยงนั้นแล้ว เหตุการณ์แบบนี้อาจเกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ และไม่ได้หมายความว่าอีกฝ่ายจงใจบอกให้ผู้พูดจำอะไรไว้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ remind me of: When I opened the old notebook, it ____ my first science class.

ดูคำตอบ

reminded me of

The world has enough for everyone's need, ลำดับความ

1:04

โลกนี้มีเพียงพอสำหรับความต้องการของทุกคน

but not everyone's greed.

1:07

แต่ไม่เพียงพอสำหรับความโลภของทุกคน

ลำดับความ

has enough for everyone's need, but not everyone's greed: การเปรียบต่างแบบขนาน

รูปแบบ has enough for X, but not Y สร้างการเปรียบต่างที่สมดุล ส่วนแรกบอกว่าทรัพยากรของโลกสามารถตอบสนองความจำเป็นของทุกคนได้ ส่วน but not กลับความหมายดังกล่าวเมื่อพูดถึงความโลภของทุกคน ส่วนหลังละคำที่เมื่อเติมเต็มแล้วจะเป็น the world does not have enough for everyone's greed การละคำนี้ทำให้ข้อคิดเห็นกระชับและเน้นความต่างระหว่าง need กับ greed คือความจำเป็นสามารถได้รับการตอบสนองได้ แต่ความต้องการที่ไร้ขีดจำกัดไม่สามารถตอบสนองได้

แบบฝึกหัด

ส่วนหลังที่ย่อไว้หมายความว่าอย่างไร

  1. ความโลภของทุกคนทำให้เกิดความจำเป็นของทุกคน
  2. โลกมีมากพอสำหรับความโลภของทุกคนด้วย
  3. โลกมีไม่มากพอสำหรับความโลภของทุกคน
ดูคำตอบ

โลกมีไม่มากพอสำหรับความโลภของทุกคน

But who said it?

1:09

แต่ใครเป็นคนพูดล่ะ?

Was it A, the Dalai Lama,

1:11

เป็น A. ทะไลลามะ

B, Mahatma Gandhi,

1:13

B. มหาตมะ คานธี

or C, Martin Luther King?

1:15

หรือ C. มาร์ติน ลูเธอร์ คิง?

I think it was Mahatma Gandhi.

1:17

ฉันคิดว่าเป็นมหาตมะ คานธี

Okay, Beth, I'll reveal the correct answer at the end of the program. วลี

1:20

โอเค เบธ ผมจะเฉลยคำตอบที่ถูกต้องในตอนท้ายของรายการนะ

วลี

I'll reveal the correct answer: เฉลยคำตอบที่ถูกต้อง

ใน I'll reveal the correct answer คำว่า reveal หมายถึงการเปิดเผยคำตอบหลังจากเก็บไว้ไม่ให้รู้ช่วงหนึ่ง ความหมายแรงกว่าการเพียง “พูด” เพราะทำให้คำตอบดูเหมือนถูกเปิดเผยอย่างเป็นทางการและช่วยสร้างความลุ้น I'll เป็นรูปย่อของ I will เมื่อรวมกันแล้ว วลีนี้เป็นการประกาศว่าจะเฉลยคำตอบตามแผนในอนาคต

แบบฝึกหัด

พิธีกรรายการตอบคำถามตั้งใจเก็บคำตอบไว้เป็นความลับจนถึงตอนท้าย ประโยคใดตรงกับสถานการณ์นี้มากที่สุด

  1. The host will explain every step before the quiz begins.
  2. The host will reveal the correct answer at the end.
  3. The host will keep the correct answer secret at the end.
ดูคำตอบ

The host will reveal the correct answer at the end.

At the neurological level, ลำดับความ

1:24

ในระดับระบบประสาท

greed is controlled by the reward center of the brain. การใช้คำ

1:26

ความโลภถูกควบคุมโดยศูนย์การให้รางวัลของสมอง

ลำดับความ

At the neurological level: การระบุมุมมองในการวิเคราะห์

At the neurological level เป็นกรอบข้อความที่วางไว้ต้นประโยค เพื่อบอกว่าควรเข้าใจข้อความที่ตามมาผ่านกระบวนการของสมองและระบบประสาท ไม่ใช่จากมุมมองด้านศีลธรรมหรือสังคม ในที่นี้ level หมายถึงระดับการวิเคราะห์เชิงนามธรรม ไม่ใช่ชั้นของอาคาร รูปแบบ At the + คำขยาย + level สามารถนำไปใช้เพื่อบอกมุมมองก่อนกล่าวใจความหลักได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ At the ... level เพื่อระบุมุมมองในการวิเคราะห์

  1. Please hold the shelf at eye level.
  2. At the biological level, sleep helps the body repair itself.
  3. The science lab is on the third level of the building.
ดูคำตอบ

At the biological level, sleep helps the body repair itself.

การใช้คำ

the reward center of the brain: ศัพท์เกี่ยวกับสมองในวิทยาศาสตร์สำหรับคนทั่วไป

The reward center of the brain เป็นศัพท์วิทยาศาสตร์สำหรับคนทั่วไปที่ใช้เรียกระบบสมองซึ่งเกี่ยวข้องกับแรงจูงใจ ความพึงพอใจ การเรียนรู้ และแรงผลักดันให้แสวงหาผลลัพธ์ที่ให้รางวัล ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวหมายถึงกลไกสมองที่ถูกกล่าวว่าควบคุมความโลภ Center ไม่ได้หมายถึงจุดเล็ก ๆ ที่แยกออกมาเพียงจุดเดียว และ reward ก็ไม่ได้หมายถึงรางวัลที่เก็บไว้ในสมอง วลีนี้เป็นชื่อเรียกอย่างง่ายสำหรับบริเวณและสัญญาณในสมองที่เชื่อมโยงกัน

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ the reward center of the brain หมายถึงอะไร

  1. ห้องจริงในสมองที่ใช้เก็บรางวัล
  2. เซลล์สมองเพียงเซลล์เดียวที่คำนวณมูลค่าของเงิน
  3. ระบบสมองที่เกี่ยวข้องกับแรงจูงใจ การเรียนรู้ และการตอบสนองต่อผลลัพธ์ที่ให้รางวัล
ดูคำตอบ

ระบบสมองที่เกี่ยวข้องกับแรงจูงใจ การเรียนรู้ และการตอบสนองต่อผลลัพธ์ที่ให้รางวัล

Greedy people feel good when they choose the stuff they want,

1:30

คนโลภจะรู้สึกดีเวลาได้เลือกสิ่งของที่ตัวเองต้องการ

and this happens at the unconscious emotional level of the brain, การใช้คำ

1:34

และนี่เกิดขึ้นในระดับอารมณ์ใต้จิตสำนึกของสมอง

meaning there's little conscious awareness ไวยากรณ์

1:38

ซึ่งหมายความว่ามีการตระหนักรู้อย่างมีสติเพียงเล็กน้อย

about how greedy actions might affect others or be unfair.

1:40

ว่าการกระทำที่เกิดจากความโลภอาจส่งผลกระทบต่อผู้อื่นหรือไม่ยุติธรรมอย่างไร

การใช้คำ

ในระดับอารมณ์ที่ไม่รู้ตัวของสมอง

ในประโยคนี้ at the unconscious emotional level of the brain ระบุว่ากระบวนการนั้นอยู่ในกิจกรรมทางจิตที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ เกี่ยวข้องกับอารมณ์ และอยู่นอกการรับรู้อย่างชัดเจน คำว่า level ในที่นี้หมายถึงระดับหรือวิธีการประมวลผลเชิงนามธรรม ไม่ใช่ความสูงทางกายภาพหรือส่วนของสมองที่มองเห็นได้ ส่วน unconscious บรรยายกระบวนการที่เจ้าตัวไม่ทันสังเกต ไม่ได้หมายถึงคนที่เป็นลมหมดสติ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ at the unconscious emotional level of the brain หมายถึงอะไร

  1. สภาพจิตของคนที่เป็นลมหมดสติ
  2. ส่วนของสมองที่อยู่สูงกว่าในทางกายภาพ
  3. การประมวลผลทางจิตที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์ เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ และอยู่นอกการรับรู้อย่างชัดเจน
ดูคำตอบ

การประมวลผลทางจิตที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์ เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ และอยู่นอกการรับรู้อย่างชัดเจน

ไวยากรณ์

meaning there's little conscious awareness: การอธิบายผลลัพธ์

หลังเครื่องหมายจุลภาค meaning + อนุประโยค จะอธิบายว่าสถานการณ์ทั้งหมดที่อยู่ข้างหน้านำไปสู่ผลอะไรหรือสื่อความหมายอะไร ในทางไวยากรณ์ นี่คือส่วนขยายด้วย present participle และมักขยายเป็น which means that ... ได้ There's little conscious awareness หมายความว่าคนเราแทบไม่ตระหนักว่าเกิดอะไรขึ้น little ขยายคำนามนับไม่ได้ awareness และมีความหมายเชิงปฏิเสธ คือแทบไม่มีการรับรู้เลย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป -ing ของ mean เพื่ออธิบายผลลัพธ์: The road is flooded, ____ the school bus cannot get through.

ดูคำตอบ

meaning

But what does this look like in real life? ลำดับความ

1:44

แล้วเรื่องนี้ในชีวิตจริงหน้าตาเป็นอย่างไรล่ะ?

ลำดับความ

what does this look like in real life?: การเปลี่ยนจากแนวคิดเชิงนามธรรมไปสู่ตัวอย่างในชีวิตจริง

ในคำถามนี้ this หมายถึงแนวคิดหรือคำอธิบายที่กล่าวไว้ก่อนหน้า What does this look like in real life? ถามว่าแนวคิดนั้นปรากฏอย่างไรในสถานการณ์จริง ไม่ได้ถามถึงรูปลักษณ์ภายนอกของสิ่งของ คำถามนี้ทำหน้าที่เป็นป้ายบอกทางในการอธิบาย โดยพาผู้ฟังจากประเด็นเชิงนามธรรมไปสู่ตัวอย่าง กรณีศึกษา หรือผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและสังเกตได้ ผู้พูดสามารถใช้คำถามนี้ก่อนแสดงให้เห็นว่าทฤษฎีนำไปใช้จริงอย่างไร

แบบฝึกหัด

คำถามที่เน้นไว้มีหน้าที่หลักอะไรในการอธิบาย?

  1. ถามถึงรูปลักษณ์ภายนอกของสิ่งของ
  2. เปลี่ยนจากแนวคิดเชิงนามธรรมไปสู่ตัวอย่างในโลกจริง
  3. บอกว่าคำอธิบายจบแล้ว
ดูคำตอบ

เปลี่ยนจากแนวคิดเชิงนามธรรมไปสู่ตัวอย่างในโลกจริง

That's what University of California psychologist Professor Paul Piff

1:47

นั่นคือสิ่งที่ศาสตราจารย์ พอล พิฟฟ์ นักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย

investigated using the classic family board game Monopoly.

1:52

ได้ทำการสืบสวนโดยใช้เกมกระดานครอบครัวสุดคลาสสิกอย่างเกมเศรษฐี (Monopoly)

The game was rigged to give one rich player an advantage โน้ต

1:57

เกมถูกล็อกผลไว้เพื่อให้ผู้เล่นที่รวยคนหนึ่งได้เปรียบ

การใช้คำ

rigged: ถูกแอบบงการเพื่อสร้างความได้เปรียบที่ไม่ยุติธรรม

ในที่นี้ rigged หมายถึงเกมถูกดัดแปลงอย่างจงใจและลับ ๆ เพื่อให้ผู้เล่นคนหนึ่งได้เปรียบ รูปถูกกระทำ was rigged เน้นไปที่เกมในฐานะสิ่งที่มีคนเข้าไปแก้ไข Rigged สื่อว่ามีการแทรกแซงกฎ ขั้นตอน อุปกรณ์ หรือผลลัพธ์โดยเจตนา โครงสร้าง rig something to do something อธิบายผลที่ผู้กระทำต้องการให้เกิดขึ้น ซึ่งในประโยคนี้คือการทำให้ผู้เล่นที่ร่ำรวยคนหนึ่งได้เปรียบ

แบบฝึกหัด

ใช้รูป past participle ของ rig เติมประโยคให้สมบูรณ์: The organisers secretly changed the rules, so the contest was ____ in favour of their friend.

ดูคำตอบ

rigged

วลี

give one rich player an advantage: ทำให้ผู้เล่นที่ร่ำรวยคนหนึ่งได้เปรียบ

give someone an advantage หมายถึงทำให้คนนั้นอยู่ในสถานะที่ได้เปรียบกว่า โครงสร้างคือ give + คน + an advantage โดยในที่นี้ one rich player คือผู้ที่ได้รับประโยชน์ ความได้เปรียบช่วยเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จ แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะสำเร็จ ในประโยคนี้ เกมที่ถูกจัดฉากเป็นสิ่งที่สร้างความได้เปรียบดังกล่าว

แบบฝึกหัด

ใช้ give someone an advantage กับ her เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Access to the practice room will ____ in tomorrow's match.

ดูคำตอบ

give her an advantage

by letting them roll two dice instead of one, ไวยากรณ์

2:01

โดยให้พวกเขาทอยลูกเต๋าสองลูกแทนที่จะเป็นลูกเดียว

ไวยากรณ์

by letting them roll two dice instead of one: ใช้ by + -ing อธิบายวิธีการ

by + คำกริยา-ing ใช้อธิบายวิธีที่ทำให้เกิดผลลัพธ์บางอย่าง ในที่นี้ by letting them roll two dice ตอบว่าเกมทำให้ผู้เล่นคนหนึ่งได้เปรียบอย่างไร let ใช้โครงสร้าง let + กรรม + คำกริยารูปพื้นฐาน จึงต้องพูดว่า let them roll ไม่ใช่ let them to roll ส่วน instead of one ใช้เปรียบต่างระหว่าง two dice กับอีกทางเลือกหนึ่งคือ one die

แบบฝึกหัด

เปลี่ยน turn off ให้เข้ากับโครงสร้าง by + คำกริยา-ing แล้วเติมประโยคให้สมบูรณ์: You can save energy ____ unused lights.

ดูคำตอบ

by turning off

and collecting twice as much money as the poor player when passing Go. โน้ต

2:04

และรับเงินเป็นสองเท่าของผู้เล่นที่ยากจนเมื่อผ่านจุดเริ่มต้น

ไวยากรณ์

twice as much money as: การเปรียบเทียบปริมาณของคำนามนับไม่ได้

โครงสร้าง twice as much + คำนามนับไม่ได้ + as ใช้เปรียบเทียบปริมาณ และหมายความว่าปริมาณหนึ่งเป็นสองเท่าของอีกปริมาณหนึ่ง ในที่นี้ money เป็นคำนามนับไม่ได้ ดังนั้น collecting twice as much money as the poor player จึงหมายถึงรับเงินเป็นสองเท่าของจำนวนที่ผู้เล่นที่มีเงินน้อยได้รับ as ตัวที่สองใช้บอกบุคคลหรือสิ่งที่นำมาเป็นเกณฑ์เปรียบเทียบ ในประโยคนี้คำที่ซ้ำอย่าง collects หรือ collecting money ถูกละไว้เพราะเข้าใจได้จากบริบท

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง twice as much ... as: The old pump uses 10 litres of water per minute, and the new pump uses 20. The new pump uses ____ the old pump.

ดูคำตอบ

twice as much water as

วัฒนธรรม

when passing Go: กติกาบนกระดาน Monopoly

Go เป็นชื่อช่องเริ่มต้นที่อยู่ตรงมุมกระดาน Monopoly จึงเขียนด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ ตัวหมากจะเคลื่อนไปรอบกระดาน และตามกติกามาตรฐาน ผู้เล่นจะรับเงินจากธนาคารเมื่อตัวหมากผ่านหรือหยุดที่ช่อง Go ในที่นี้ when passing Go บอกเหตุการณ์ในเกมที่ทำให้ได้รับเงิน หมายถึง “เมื่อตัวหมากเคลื่อนผ่านช่อง Go” ไม่ใช่เพียงการเดินผ่านบางสิ่งในชีวิตประจำวัน

แบบฝึกหัด

ในบริบทของ Monopoly นี้ when passing Go หมายถึงอะไร?

  1. เมื่อตัวหมากของผู้เล่นเคลื่อนผ่านช่อง Go บนกระดาน
  2. เมื่อผู้เล่นเดินผ่านธนาคาร
  3. เมื่อผู้เล่นข้ามหนึ่งรอบของตนเอง
  4. เมื่อมีคนพูดว่า go ก่อนทอยลูกเต๋า
ดูคำตอบ

เมื่อตัวหมากของผู้เล่นเคลื่อนผ่านช่อง Go บนกระดาน

So, what happened when Professor Piff asked the rich players

2:09

แล้วเกิดอะไรขึ้นเมื่อศาสตราจารย์พิฟฟ์ถามผู้เล่นที่ร่ำรวยว่า

why they had inevitably won the fixed game? การใช้คำ

2:13

ทำไมพวกเขาถึงชนะเกมที่ถูกล็อกผลไว้เกมนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้?

การใช้คำ

fixed game: เกมที่ผลถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าอย่างไม่ซื่อสัตย์

ในที่นี้ fixed game หมายถึงเกมที่มีผู้แอบกำหนดผลไว้ล่วงหน้าอย่างไม่ซื่อสัตย์ fixed จึงหมายถึง “ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าด้วยการบิดเบือน” ไม่ใช่ “ถูกซ่อมแล้ว” ความหมายนี้อธิบายว่าทำไมชัยชนะจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะผลไม่ได้มาจากการแข่งขันที่ยุติธรรม การใช้แบบเดียวกันพบได้ใน a fixed match, a fixed race และ a fixed election

แบบฝึกหัด

fixed game ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. เกมที่เสียแล้วได้รับการซ่อม
  2. เกมที่ต้องจบด้วยผลเสมอ
  3. เกมที่เล่นตามกฎที่เข้มงวดกว่าเดิม
  4. เกมที่ผลถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าอย่างไม่ซื่อสัตย์
ดูคำตอบ

เกมที่ผลถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าอย่างไม่ซื่อสัตย์

Listen to the answer he gave to BBC Radio 4 program

2:16

ลองฟังคำตอบที่เขาให้ไว้กับรายการของ BBC Radio 4

Seven Deadly Psychologies.

2:19

เรื่อง Seven Deadly Psychologies

They took credit for their wins. วลี

2:22

พวกเขารับความดีความชอบสำหรับชัยชนะของตัวเอง

วลี

took credit for: อ้างความดีความชอบจากความสำเร็จ

Take credit for something หมายถึงการยอมรับหรืออ้างว่าตนสมควรได้รับคำชมจากความสำเร็จหรือผลลัพธ์ที่ดี took เป็นรูปอดีตของ take และหลัง for สามารถตามด้วยคำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing ได้ เช่น take credit for the idea และ take credit for solving it สำนวนนี้อาจเป็นกลางเมื่อผู้นั้นสมควรได้รับคำชม แต่จะมีความหมายเชิงตำหนิเมื่อมีคนอ้างผลงานของผู้อื่นหรือผลที่ได้มาอย่างไม่ยุติธรรมว่าเป็นผลงานของตน ในประโยคนี้ พวกเขามองชัยชนะว่าเป็นความสำเร็จของตนเอง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสามคำที่หมายถึง “อ้างความดีความชอบจาก”: Maya wrote the whole report, but Leo ____ it.

ดูคำตอบ

took credit for

They talked about how they'd controlled their own outcomes. วลี

2:26

พวกเขาพูดถึงวิธีที่พวกเขาควบคุมผลลัพธ์ของตนเอง

วลี

control their own outcomes: ควบคุมผลลัพธ์ของตนเอง

control your own outcomes หมายถึงการใช้การเลือกหรือการกระทำของตนเองเพื่อกำหนดสิ่งที่จะเกิดขึ้นในท้ายที่สุด คำว่า own เน้นว่าผลลัพธ์เกิดจากตัวบุคคลเอง ไม่ใช่แรงภายนอก ในประโยคนี้ ผู้พูดมองว่าผลลัพธ์ก่อนหน้านั้นเกิดจากการกระทำของพวกเขาเอง

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ They controlled their own outcomes หมายความว่าอย่างไร

  1. พวกเขาบันทึกผลลัพธ์ที่คนอื่นเป็นผู้กำหนด
  2. คนอื่นเป็นผู้ตัดสินใจเรื่องสำคัญทั้งหมดแทนพวกเขา
  3. การเลือกและการกระทำของพวกเขามีอิทธิพลต่อสิ่งที่เกิดขึ้นในท้ายที่สุด
  4. พวกเขาไม่รู้ว่าผลลัพธ์สุดท้ายคืออะไร
ดูคำตอบ

การเลือกและการกระทำของพวกเขามีอิทธิพลต่อสิ่งที่เกิดขึ้นในท้ายที่สุด

They talked about how it was the decisions they'd made ไวยากรณ์

2:31

พวกเขาพูดว่ามันเป็นเพราะการตัดสินใจของพวกเขา

that had led to their being ultimately victorious, ไวยากรณ์

2:34

ที่นำไปสู่ชัยชนะในท้ายที่สุด

ไวยากรณ์

It was the decisions ... that ...: โครงสร้างที่เน้นสาเหตุ

รูปแบบ It was X that Y เป็นโครงสร้างประโยคเน้นที่วาง X ไว้ในตำแหน่งซึ่งได้รับความสนใจเป็นพิเศษ ในที่นี้ X คือ the decisions they'd made ดังนั้นประโยคจึงเน้นว่าการตัดสินใจเหล่านั้นเป็นสาเหตุของชัยชนะ ถ้าตัดโครงสร้างเน้นออก ประโยคพื้นฐานคือ The decisions they'd made had led to their being ultimately victorious โครงสร้างเน้นเพิ่มการเปรียบต่าง โดยบอกว่าการตัดสินใจของพวกเขา ไม่ใช่สาเหตุอื่นที่เป็นไปได้ เป็นสิ่งที่นำไปสู่ผลลัพธ์นั้น ส่วน it ตอนต้นไม่ได้หมายถึงสิ่งใดโดยเฉพาะ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบ It was ... that ... เพื่อเน้น her careful planning: ____ her careful planning ____ prevented the mistake.

ดูคำตอบ

It was · that

ไวยากรณ์

led to their being ultimately victorious: lead to + รูปแสดงความเป็นเจ้าของ + -ing

ในที่นี้ had led to หมายถึงได้ทำให้เกิดผลลัพธ์บางอย่าง ในโครงสร้าง lead to คำว่า to เป็นคำบุพบท จึงตามด้วยคำนามหรืออนุประโยค -ing ได้ Their being ultimately victorious ระบุผลลัพธ์ ซึ่งก็คือข้อเท็จจริงที่ว่าท้ายที่สุดพวกเขาเป็นฝ่ายชนะ คำว่า their บอกว่าใครอยู่ในสภาวะนั้น และอนุประโยค -ing ทั้งหมดทำหน้าที่เหมือนคำนามหลัง to

แบบฝึกหัด

เขียนความหมายใหม่ด้วยโครงสร้างทางการ lead to + รูปแสดงความเป็นเจ้าของ + -ing และใช้ lead ในรูป simple past: The new evidence caused them to be released. The new evidence ____.

ดูคำตอบ

led to their being released

and not that flip of a coin สำนวน

2:37

และไม่ใช่เพราะการโยนเหรียญเสี่ยงทาย

that randomly got them into that position of privilege in the first place. โน้ต

2:40

ที่สุ่มให้พวกเขาไปอยู่ในตำแหน่งอภิสิทธิ์นั้นตั้งแต่แรก

สำนวน

flip of a coin: ผลลัพธ์ที่กำหนดโดยความบังเอิญ

a flip of a coin มีความหมายตรงตัวว่าการโยนเหรียญแล้วให้หัวหรือก้อยตัดสินระหว่างสองตัวเลือก เนื่องจากควบคุมผลไม่ได้ สำนวนนี้จึงแทนการตัดสินใจหรือผลลัพธ์ที่กำหนดโดยความบังเอิญ ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวหมายถึงเหตุการณ์สุ่มที่ทำให้พวกเขาได้อยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบตั้งแต่แรก ผู้พูดนำโชคนั้นมาเปรียบต่างกับสิ่งที่ทำให้เกิดชัยชนะในภายหลัง

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดตรงกับ flip of a coin มากที่สุด

  1. สองทีมที่มีความสามารถเท่ากันให้หัวหรือก้อยตัดสินว่าใครจะเริ่มก่อน
  2. นักวิ่งชนะเพราะทำเวลาได้เร็วที่สุด
  3. ผู้พิพากษาศึกษาหลักฐานทั้งหมดก่อนตัดสินคดี
ดูคำตอบ

สองทีมที่มีความสามารถเท่ากันให้หัวหรือก้อยตัดสินว่าใครจะเริ่มก่อน

การใช้คำ

position of privilege: สถานะทางสังคมหรือในระบบที่ได้เปรียบ

ในวลี position of privilege คำว่า position หมายถึงสถานะทางสังคมหรือสถานะในระบบของบุคคล ไม่ใช่ตำแหน่งทางกายภาพ วลีนี้กล่าวถึงสภาพแวดล้อมที่ทำให้คนหนึ่งมีข้อได้เปรียบ การเข้าถึง หรือโอกาสที่คนอื่นอาจไม่มี ในประโยคนี้ ความบังเอิญทำให้พวกเขาอยู่ในสถานะที่ได้เปรียบนั้น โดยทั่วไป วลีนี้เน้นเงื่อนไขที่เอื้อประโยชน์รอบตัวบุคคล และไม่ได้บอกในตัวเองว่าข้อได้เปรียบเหล่านั้นได้มาด้วยความพยายาม

แบบฝึกหัด

position of privilege ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. ตำแหน่งทางกายภาพที่คนหนึ่งบังเอิญยืนอยู่
  2. สถานการณ์ที่คนหนึ่งมีข้อได้เปรียบซึ่งคนอื่นไม่มี
  3. ท่าทางที่ไม่สบายซึ่งเกิดขึ้นโดยบังเอิญ
  4. ชื่อตำแหน่งงานที่ไม่มีข้อได้เปรียบพิเศษ
ดูคำตอบ

สถานการณ์ที่คนหนึ่งมีข้อได้เปรียบซึ่งคนอื่นไม่มี

วลี

in the first place: ย้อนกลับไปหาเหตุผลตั้งต้น

in the first place พาความสนใจย้อนกลับไปยังเหตุผล เงื่อนไข หรือจุดเริ่มต้นเดิมของสถานการณ์ ในที่นี้เน้นว่าพวกเขาได้มาอยู่ในสถานะที่มีอภิสิทธิ์นั้นตั้งแต่แรกได้อย่างไร ไม่ได้หมายถึงการได้อันดับหนึ่งในการแข่งขัน และในที่นี้ก็ไม่ได้ใช้เพื่อเกริ่นรายการข้อแรก

แบบฝึกหัด

เติมวลีตายตัวที่หมายถึง “แต่เดิม” หรือ “ตั้งแต่แรก” ให้สมบูรณ์: Why did you accept the invitation in the ____?

ดูคำตอบ

first place

Now, I don't know that this is a perfect model น้ำเสียง/เจตนา

2:45

ทีนี้ ฉันก็ไม่รู้หรอกนะว่านี่คือแบบจำลองที่สมบูรณ์แบบ

for how privilege,

2:49

สำหรับวิธีการทำงานของสิทธิพิเศษ

success, or wealth operates in everyday life. การใช้คำ

2:51

ความสำเร็จ หรือความมั่งคั่งในชีวิตประจำวันหรือไม่

น้ำเสียง/เจตนา

I don't know that ... เพื่อแสดงความสงสัยอย่างระมัดระวัง

ในประโยคที่แสดงการประเมินนี้ I don't know that ไม่ได้หมายถึงแค่ผู้พูดไม่มีข้อมูล แต่ยังบอกว่าผู้พูดยังไม่พร้อมยอมรับข้อความต่อมา ซึ่งก็คือข้อความที่ว่านี่เป็นแบบจำลองที่สมบูรณ์แบบ ถ้อยคำนี้ช่วยให้การไม่เห็นด้วยนุ่มนวลลง แทนที่จะพูดตรง ๆ ว่า This is not a perfect model ผู้พูดเว้นพื้นที่ไว้ให้ความไม่แน่นอนเล็กน้อย แต่ก็ยังแสดงความสงสัยอยู่

แบบฝึกหัด

I don't know that ในประโยคนี้แสดงท่าทีใดเป็นหลัก

  1. ผู้พูดสงสัยอย่างระมัดระวังว่าแบบจำลองนี้สมบูรณ์แบบหรือไม่
  2. ผู้พูดปฏิเสธที่จะอภิปรายเรื่องแบบจำลองต่อ
  3. ผู้พูดไม่มีข้อมูลเลยว่าแบบจำลองคืออะไร
  4. ผู้พูดมั่นใจว่าแบบจำลองนี้สมบูรณ์แบบ
ดูคำตอบ

ผู้พูดสงสัยอย่างระมัดระวังว่าแบบจำลองนี้สมบูรณ์แบบหรือไม่

การใช้คำ

operates in everyday life: พลังเชิงนามธรรมทำงานอย่างไร

ในที่นี้ operates หมายถึง “ทำงาน” หรือ “ส่งผล” เมื่อประธานเป็นพลังเชิงนามธรรม เช่น อภิสิทธิ์ ความสำเร็จ หรือความมั่งคั่ง ไม่ได้หมายถึงการควบคุมเครื่องจักรหรือการผ่าตัด วลี in everyday life ระบุว่าการทำงานนั้นเกิดขึ้นในสถานการณ์ทั่วไปของโลกจริง ส่วน how ... operates ถามว่าพลังดังกล่าวทำงานอย่างไร ไม่ใช่แค่ว่าพลังนั้นมีอยู่หรือไม่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ operate ในความหมายว่าระบบหรือพลังเชิงนามธรรมทำงาน

  1. The technician operates the printing machine.
  2. The surgeon operates on patients at the hospital.
  3. The old engine operates quietly.
  4. Social pressure operates differently online.
ดูคำตอบ

Social pressure operates differently online.

Some people indeed have worked themselves up by their own bootstraps

2:55

บางคนพึ่งพาตัวเองให้ก้าวหน้าขึ้นมาได้จริงๆ

and get what they have because they worked hard.

2:58

และได้ในสิ่งที่ตัวเองมีเพราะว่าพวกเขาทำงานหนัก

Interestingly, the rich players took credit for winning.

3:02

สิ่งที่น่าสนใจคือ ผู้เล่นที่ร่ำรวยนั้นรับเอาความดีความชอบจากการชนะ

If you take credit for something,

3:06

ถ้าคุณ take credit for บางสิ่ง (รับความดีความชอบ)

you accept praise and recognition for doing something,

3:08

คุณกำลังยอมรับคำชมเชยและการยกย่องในการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

whether or not that praise and recognition is deserved. ไวยากรณ์

3:11

ไม่ว่าคำชมและการยกย่องนั้นจะสมควรได้รับหรือไม่ก็ตาม

ไวยากรณ์

whether or not: ทั้งสองกรณีให้ผลเหมือนกัน

whether or not นำเสนอความเป็นไปได้สองแบบที่ตรงข้ามกัน คือสิ่งหนึ่งเป็นจริงหรือไม่เป็นจริง และบอกว่าใจความหลักยังคงเป็นจริงในทั้งสองกรณี ในประโยคนี้ คำชมอาจสมควรได้รับหรือไม่ก็ได้ แต่ไม่ว่ากรณีใด บุคคลนั้นก็ยอมรับคำชมและการยอมรับนั้น อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย whether วางได้ทั้งก่อนและหลังประโยคหลัก ส่วน or not ระบุความเป็นไปได้เชิงปฏิเสธอย่างชัดเจน ดังนั้นผลลัพธ์จึงไม่ขึ้นอยู่กับว่ากรณีใดเป็นจริง

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนภาษาอังกฤษสามคำที่หมายถึง «ไม่ว่า...หรือไม่» ลงในประโยค: Wear a seat belt, ____ the trip is short.

ดูคำตอบ

whether or not

In fact, it was the fixed game that determined who would win and lose, ไวยากรณ์

3:15

อันที่จริง มันเป็นเกมที่ถูกล็อกผลต่างหากที่กำหนดว่าใครจะชนะใครจะแพ้

ไวยากรณ์

It was the fixed game that determined ...: เน้นสาเหตุที่แท้จริง

นี่คือโครงสร้างเน้นแบบ it-cleft: It was + ส่วนที่ต้องการเน้น + that + ใจความที่เหลือ โครงสร้างนี้เน้น the fixed game เป็นพิเศษ หากไม่ใช้โครงสร้างเน้น ใจความพื้นฐานเดียวกันคือ The fixed game determined who would win and lose. เมื่อใช้ร่วมกับ In fact โครงสร้างนี้แก้ไขคำอธิบายสาเหตุที่อาจผิดไป โดยบอกว่าเกมที่ถูกจัดฉาก ไม่ใช่การตัดสินใจหรือความสามารถของผู้เล่น คือสาเหตุที่แท้จริงของผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง it-cleft เพื่อเน้นว่าไฟฟ้าดับเป็นสาเหตุ: ____ the power outage ____ stopped the train.

ดูคำตอบ

It was · that

not anything the players did. ลำดับความ

3:19

ไม่ใช่สิ่งที่ผู้เล่นทำเลยสักนิด

ลำดับความ

not anything the players did: ตัดสาเหตุอีกแบบหนึ่งออกไป

วลี not anything the players did เป็นส่วนเปรียบต่างเชิงปฏิเสธที่เชื่อมกับข้อความหลักก่อนหน้า วลีนี้ตัดความเป็นไปได้ที่การกระทำของผู้เล่นจะเป็นสาเหตุหรือคำอธิบายออกไป การวางวลีปฏิเสธที่สั้นกว่านี้ไว้หลังข้อความหลักช่วยปิดการแก้ความเข้าใจให้ชัดเจน ผู้พูดบอกสาเหตุที่เกี่ยวข้องก่อน แล้วจึงปฏิเสธคำอธิบายอีกแบบหนึ่งอย่างชัดเจน anything the players did หมายถึงการกระทำใด ๆ ที่ผู้เล่นได้ทำ

แบบฝึกหัด

not anything the players did ทำหน้าที่อะไรในข้อความนี้?

  1. วลีนี้ตัดการกระทำของผู้เล่นออกจากคำอธิบาย
  2. วลีนี้ยกตัวอย่างการกระทำของผู้เล่น
  3. วลีนี้ตั้งคำถามใหม่เกี่ยวกับผู้เล่น
  4. วลีนี้บอกว่าผู้เล่นปฏิเสธที่จะลงมือทำ
ดูคำตอบ

วลีนี้ตัดการกระทำของผู้เล่นออกจากคำอธิบาย

Professor Piff uses the expression

3:21

ศาสตราจารย์พิฟฟ์ใช้สำนวน

the flip of a coin

3:23

the flip of a coin (การโยนเหรียญ)

to describe something which is based solely on random chance, วลี

3:25

เพื่ออธิบายถึงบางสิ่งที่ขึ้นอยู่กับโอกาสแบบสุ่มล้วนๆ

วลี

based solely on random chance: ระบุปัจจัยตัดสินเพียงอย่างเดียว

โครงสร้าง be based on ใช้บอกพื้นฐาน หลักฐาน หรือปัจจัยที่เป็นตัวตัดสินของสิ่งหนึ่ง ในที่นี้ based solely on random chance หมายความว่าความบังเอิญเป็นปัจจัยเดียวที่กำหนดผลลัพธ์ solely จำกัดส่วนที่ตามหลัง on ให้เป็นพื้นฐานเพียงอย่างเดียว จึงตัดทักษะ การวางแผน การตัดสินใจ และสาเหตุสำคัญอื่น ๆ ออกไป ความหมายแรงกว่า based on random chance ที่ไม่มี solely เพราะแบบหลังไม่ได้ปฏิเสธปัจจัยอื่นอย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายห้าคำที่หมายความว่าความบังเอิญเป็นปัจจัยตัดสินเพียงอย่างเดียว: The speaking order was ____.

ดูคำตอบ

based solely on random chance

like when you flip a coin into the air.

3:29

เหมือนเวลาที่คุณโยนเหรียญขึ้นไปในอากาศ

Whether it lands on heads or tails is pure luck. ไวยากรณ์

3:31

ไม่ว่ามันจะออกหัวหรือก้อยก็เป็นเรื่องของโชคล้วนๆ

ไวยากรณ์

Whether it lands on heads or tails: การเสนอผลลัพธ์ที่เป็นไปได้สองแบบ

whether A or B ใช้เสนอทางเลือกสองอย่างเมื่อยังไม่รู้คำตอบหรือผลลัพธ์ ในที่นี้ heads และ tails คือผลลัพธ์สองแบบที่เป็นไปได้ อนุประโยค Whether it lands on heads or tails ทั้งหมดทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค ส่วนที่เหลือของประโยคบอกว่าผลจะออกแบบไหนนั้นขึ้นอยู่กับโชคล้วน ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย whether ... or เพื่อเสนอวันที่เป็นไปได้สองวัน: ____ the picnic is on Saturday ____ Sunday depends on the forecast.

ดูคำตอบ

Whether · or

Yet the winning players claimed they won thanks to their own skill and ability. วลี

3:35

แต่ผู้เล่นที่ชนะกลับอ้างว่าพวกเขาชนะเพราะทักษะและความสามารถของตัวเอง

วลี

thanks to their own skill and ability: การยกความสำเร็จให้ความสามารถของตนเอง

ในโครงสร้าง thanks to + นามหรือนามวลี thanks to ใช้นำเสนอสาเหตุของผลลัพธ์ และมักให้คุณค่าเชิงบวกแก่สาเหตุนั้น ในที่นี้ผู้เล่นบอกว่าทักษะและความสามารถของตนเองทำให้พวกเขาชนะ Own ใช้เน้นว่าพวกเขายกความดีความชอบให้ตนเอง ไม่ใช่โชคหรือคนอื่น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดยกความดีความชอบให้การวางแผนอย่างรอบคอบได้อย่างเป็นธรรมชาติว่าเป็นสาเหตุให้งานโรงเรียนดำเนินไปอย่างราบรื่น

  1. The school fair went smoothly thanks to careful planning.
  2. The school fair went smoothly despite careful planning.
  3. The school fair went smoothly after careful planning.
ดูคำตอบ

The school fair went smoothly thanks to careful planning.

Here, Professor Piff uses another idiom,

3:40

ณ ที่นี้ ศาสตราจารย์พิฟฟ์ใช้สำนวนอีกคำหนึ่งว่า

to pull yourself up by your bootstraps, สำนวน

3:43

to pull yourself up by your bootstraps (พึ่งพาตัวเองให้ก้าวหน้า)

สำนวน

pull yourself up by your bootstraps: ยกระดับชีวิตด้วยความพยายามของตนเอง

pull yourself up by your bootstraps เป็นสำนวนที่หมายถึงการปรับปรุงสถานการณ์ที่ยากลำบากด้วยความพยายามของตนเอง โดยได้รับความช่วยเหลือจากภายนอกเพียงเล็กน้อยหรือไม่ได้รับเลย ไม่ได้หมายถึงการดึงรองเท้าบูตจริง ๆ คำสรรพนามสะท้อนกลับจะเปลี่ยนตามประธาน เช่น I pulled myself up, she pulled herself up และ they pulled themselves up โครงสร้างทั่วไปคือ pull + คำสรรพนามสะท้อนกลับ + up by + คำบอกความเป็นเจ้าของ + bootstraps

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายถึง “ปรับปรุงสถานการณ์ด้วยความพยายามของตนเอง” ให้สมบูรณ์: After the business failed, Ana had to ____ and start again.

ดูคำตอบ

pull herself up by her bootstraps

meaning to improve your situation through your own hard work

3:46

หมายถึงการปรับปรุงสถานการณ์ของคุณผ่านการทำงานหนักของคุณเอง

without help from anyone else.

3:50

โดยปราศจากความช่วยเหลือจากใคร

Worryingly, the experiment showed how feeling financially better off than others การใช้คำ

3:52

สิ่งที่น่ากังวลคือ การทดลองนี้แสดงให้เห็นว่าความรู้สึกที่มีฐานะทางการเงินดีกว่าผู้อื่น

can easily change into feeling better than others.

3:57

สามารถเปลี่ยนเป็นความรู้สึกว่าตัวเองดีกว่าคนอื่นได้อย่างง่ายดาย

การใช้คำ

ความแตกต่างระหว่าง financially better off than others กับ better than others

feeling financially better off than others หมายถึงการคิดว่าสถานะทางการเงินของตนสบายหรือมั่นคงกว่าของผู้อื่น better off เปรียบเทียบสถานการณ์ ส่วน financially จำกัดการเปรียบเทียบไว้ที่เรื่องเงิน feeling better than others เป็นการประเมินตัวบุคคลเอง ในที่นี้การใช้ถ้อยคำที่คล้ายกันแสดงการเปลี่ยนแปลงที่น่ากังวล จากการรับรู้ว่าตนได้เปรียบทางเศรษฐกิจไปเป็นความรู้สึกว่าตนเหนือกว่าคนอื่น

แบบฝึกหัด

ข้อความใดอธิบายความแตกต่างในประโยคได้ถูกต้อง?

  1. ทั้งสองวลีเปรียบเทียบเพียงว่าผู้คนมีเงินมากเท่าใด
  2. วลีแรกเปรียบเทียบสถานการณ์ทางการเงิน ส่วนวลีที่สองสื่อถึงความรู้สึกเหนือกว่าผู้อื่น
  3. วลีที่สองหมายความว่าคนคนหนึ่งมีสุขภาพดีขึ้น
ดูคำตอบ

วลีแรกเปรียบเทียบสถานการณ์ทางการเงิน ส่วนวลีที่สองสื่อถึงความรู้สึกเหนือกว่าผู้อื่น

And the reason behind these feelings could be what money buys you, โน้ต

4:01

และเหตุผลเบื้องหลังความรู้สึกเหล่านี้อาจมาจากสิ่งที่เงินสามารถซื้อให้คุณได้

วลี

the reason behind: สาเหตุที่อยู่เบื้องหลัง

the reason behind + นามวลี หมายถึงสาเหตุหรือคำอธิบายที่ทำให้เกิดสิ่งที่เราสังเกตเห็นได้ ในประโยคนี้ these feelings คือผลลัพธ์ที่กำลังอธิบาย ส่วน what money buys you ถูกเสนอว่าอาจเป็นสาเหตุ Behind ในที่นี้เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งทางกายภาพ คำนี้มักสื่อถึงการค้นหาสาเหตุที่อยู่ลึกกว่าสิ่งที่เห็นภายนอก ส่วน reason for มีความหมายเป็นกลางและกว้างกว่า ให้วางคำนามที่ต้องการอธิบายไว้หลัง behind โดยตรง เช่น the reason behind the change และไม่เติม of

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนในบทเรียนที่หมายถึง “คำอธิบายเบื้องลึกของสิ่งที่เกิดขึ้น”: Investigators are trying to uncover ____ the sudden outage.

ดูคำตอบ

the reason behind

especially one thing, space.

4:04

โดยเฉพาะสิ่งหนึ่ง นั่นคือ พื้นที่

สำนวน

what money buys you: ประโยชน์ที่เงินมอบให้ได้

what money buys you หมายถึงสิ่งหนึ่งหรือหลายสิ่งที่เงินทำให้คุณได้มา ในอนุประโยคนี้ money เป็นประธาน what เป็นกรรมของ buys และ you เป็นผู้ได้รับประโยชน์ อนุประโยค what ทั้งหมดทำหน้าที่เหมือนคำนามและเติมเนื้อหาให้ could be เนื่องจากอยู่ภายในประโยคบอกเล่า จึงใช้ลำดับคำแบบบอกเล่า ไม่ใช่คำถามตรง What does money buy you? Buy ในที่นี้มีความหมายกว้างกว่าการซื้อสิ่งของ เงินเป็นตัวแทนของทรัพยากรที่ช่วยให้ได้สภาพความเป็นอยู่บางอย่าง และวลีถัดไปยกตัวอย่างหนึ่งอย่างคือ space

แบบฝึกหัด

เลือกส่วนเติมที่สร้างอนุประโยคแบบคำนามได้อย่างเป็นธรรมชาติ: More control over your day is _____.

  1. what a flexible schedule can buy you
  2. what a flexible schedule can buys you
  3. what can a flexible schedule buy you
ดูคำตอบ

what a flexible schedule can buy you

If you're rich, you own a big house.

4:07

ถ้าคุณรวย คุณก็จะมีบ้านหลังใหญ่

At work, you have your own spacious private office. การใช้คำ

4:10

ในที่ทำงาน คุณก็มีห้องทำงานส่วนตัวที่กว้างขวาง

การใช้คำ

own spacious private office: การใช้เฉพาะตัว พื้นที่ และความเป็นส่วนตัว

your own spacious private office รวมข้อมูลที่ต่างกันสามอย่างไว้ด้วยกัน own บอกว่าห้องทำงานนั้นมีไว้ให้คุณใช้โดยเฉพาะ spacious บอกว่ามีพื้นที่กว้างขวาง และ private บอกว่าห้องนั้นแยกออกจากพื้นที่ทำงานส่วนรวมหรือพื้นที่สาธารณะ เมื่อใช้ร่วมกัน คำเหล่านี้ไม่ได้สื่อเพียงว่ามีสถานที่ทำงาน แต่ยังเน้นพื้นที่ที่มากกว่า ความเป็นอิสระ และความเป็นส่วนตัวด้วย ในโครงสร้าง your own + คำคุณศัพท์ + คำนาม คำว่า own จะเน้นความหมายว่า “เป็นของคุณโดยเฉพาะ” ใน your

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่า Maya มีห้องทำงานที่เป็นของเธอโดยเฉพาะ มีพื้นที่กว้าง และไม่ได้ใช้ร่วมกับคนอื่น?

  1. Maya shares a spacious office with three colleagues.
  2. Maya has her own spacious private office.
  3. Maya has her own desk in a small open-plan office.
ดูคำตอบ

Maya has her own spacious private office.

You live in your own private bubble. สำนวน

4:13

คุณอาศัยอยู่ในฟองสบู่ส่วนตัวของคุณเอง

สำนวน

your own private bubble: โลกส่วนตัวที่ได้รับการปกป้องแต่โดดเดี่ยว

ในประโยคนี้ bubble เป็นคำเปรียบเทียบ your own private bubble หมายถึงโลกส่วนตัวและโลกทางสังคมที่ปิดอยู่ในตัวเอง ทำให้ห่างจากผู้คนและประสบการณ์ภายนอก ไม่ได้หมายถึงฟองจริง ๆ own และ private เน้นให้รู้สึกว่าโลกนี้มีคนคนเดียวเป็นศูนย์กลางและได้รับการปกป้องจากการรบกวน ภาพนี้อาจสื่อถึงความสบายและความเป็นส่วนตัว แต่ก็อาจสื่อถึงความโดดเดี่ยว สิทธิพิเศษ หรือการไม่เข้าใจโลกภายนอกได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบริบท

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดตรงกับความหมายเชิงเปรียบเทียบของ living in your own private bubble มากที่สุด?

  1. Rina พบปะเกือบเฉพาะคนในวงสังคมที่ร่ำรวยแบบเดียวกัน และแทบไม่เห็นว่าคนอื่นใช้ชีวิตอย่างไร
  2. Rina ทำงานในคาเฟ่ที่วุ่นวายและพูดคุยกับลูกค้าใหม่ทุกวัน
  3. Rina เป่าฟองสบู่ในคาบวิทยาศาสตร์
ดูคำตอบ

Rina พบปะเกือบเฉพาะคนในวงสังคมที่ร่ำรวยแบบเดียวกัน และแทบไม่เห็นว่าคนอื่นใช้ชีวิตอย่างไร

Here's Professor Piff again talking with BBC Radio 4's

4:16

นี่คือศาสตราจารย์พิฟฟ์อีกครั้งที่กำลังพูดคุยกับรายการของ BBC Radio 4

Seven Deadly Psychologies.

4:20

เรื่อง Seven Deadly Psychologies

People who are well off are just more socially independent. การใช้คำ

4:22

คนที่มีฐานะดีแค่มีความเป็นอิสระทางสังคมมากกว่าเท่านั้นเอง

การใช้คำ

well off: มีฐานะทางการเงินดี

Well off เป็นวลีคุณศัพท์ที่หมายถึงมีฐานะทางการเงินดี กล่าวคือมีเงินและทรัพยากรเพียงพอที่จะใช้ชีวิตโดยไม่ต้องกังวลเรื่องเงินอย่างหนัก ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบรรยายฐานะทางเศรษฐกิจของคน ไม่ใช่สุขภาพของพวกเขา วลีนี้มักตามหลังรูปหนึ่งของ be เช่น They are well off โดยเป็นคำบรรยายแบบกว้างและสัมพันธ์กับสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ ไม่ได้ระบุระดับความมั่งคั่งที่แน่นอน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ well off ในความหมายว่ามีฐานะทางการเงินดีได้ถูกต้อง

  1. After years of saving, Maya's family is well off.
  2. After years of saving, Maya's family well off.
  3. After years of saving, Maya's family is well of.
ดูคำตอบ

After years of saving, Maya's family is well off.

การใช้คำ

more socially independent: พึ่งพาผู้อื่นน้อยลง

ในประโยคนี้ more socially independent หมายถึงการต้องการความช่วยเหลือ การสนับสนุน หรือความร่วมมือในทางปฏิบัติจากผู้อื่นน้อยลงในชีวิตประจำวัน แนวคิดคือทรัพยากรทางการเงินช่วยให้คนจัดการความต้องการในชีวิตประจำวันได้โดยไม่ต้องพึ่งพาครอบครัว เพื่อน หรือชุมชนมากนัก more แสดงการเปรียบเทียบระดับ ส่วน socially ระบุว่าเป็นความเป็นอิสระในด้านใด วลีนี้ไม่ได้หมายความว่าคนเหล่านี้เข้าสังคมเก่งกว่า เป็นที่นิยมกว่า หรือมีความสุขกว่าเมื่ออยู่คนเดียว

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดแสดงถึงการเป็น more socially independent ตามความหมายที่ใช้ในที่นี้ได้ดีที่สุด

  1. คนคนนั้นสามารถจัดบริการดูแลเด็กที่เชื่อถือได้โดยไม่ต้องขอความช่วยเหลือจากญาติ
  2. คนคนนั้นมีผู้ติดตามออนไลน์เพิ่มขึ้นหลายพันคน
  3. คนคนนั้นหลีกเลี่ยงการสนทนาทุกครั้งที่โรงเรียน
ดูคำตอบ

คนคนนั้นสามารถจัดบริการดูแลเด็กที่เชื่อถือได้โดยไม่ต้องขอความช่วยเหลือจากญาติ

They don't need others in their lives as much.

4:26

พวกเขาไม่ต้องการคนอื่นในชีวิตมากขนาดนั้น

And when you don't need others,

4:29

และเมื่อคุณไม่ต้องการคนอื่น

well, your empathy might suffer as a result. วลี

4:31

เอาล่ะ ความเห็นอกเห็นใจของคุณก็อาจจะลดลงตามไปด้วย

วลี

your empathy might suffer as a result: ความเห็นอกเห็นใจอาจลดลงตามไปด้วย

เมื่อคุณสมบัติหรือความสามารถที่เป็นนามธรรมเป็นประธานของ suffer คำว่า suffer อาจหมายถึง “อ่อนลง” หรือ “ได้รับผลกระทบในทางลบ” ในที่นี้ your empathy might suffer หมายถึงความสามารถในการเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่นอาจลดลง ไม่ได้หมายความว่าความเห็นอกเห็นใจรู้สึกเจ็บปวดจริง ๆ might แสดงความเป็นไปได้ ไม่ใช่ความแน่นอน ส่วน as a result เชื่อมการลดลงที่อาจเกิดขึ้นนี้เข้ากับสถานการณ์ที่กล่าวมาก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ suffer ในความหมายว่าคุณสมบัติที่เป็นนามธรรมแย่ลง

  1. Team communication suffered after everyone began working separately.
  2. The athlete suffered during the final kilometre.
  3. Leo suffered from a headache after lunch.
ดูคำตอบ

Team communication suffered after everyone began working separately.

People who are well off and rich enough to do what they want ไวยากรณ์

4:34

ผู้ที่มีฐานะดีและรวยพอที่จะทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการ

ไวยากรณ์

rich enough to do what they want: คำคุณศัพท์ + enough + to

คำคุณศัพท์ + enough + to + คำกริยา หมายความว่าคุณสมบัติหนึ่งมีระดับเพียงพอสำหรับการกระทำหรือผลลัพธ์นั้น rich enough to do what they want หมายถึงพวกเขามีทรัพย์สินเพียงพอที่จะทำสิ่งที่เลือกได้ เมื่อ enough ขยายคำคุณศัพท์ จะวางไว้หลังคำคุณศัพท์ เช่น rich enough ไม่ใช่ enough rich จากนั้น to-infinitive จะบอกว่าระดับนั้นทำให้สิ่งใดเป็นไปได้

แบบฝึกหัด

ใช้ calm และโครงสร้างคำคุณศัพท์ + enough + to เติมประโยคให้สมบูรณ์: After a few minutes, Maya was ____ explain what had happened.

ดูคำตอบ

calm enough to

rely on other people less. วลี

4:38

จะพึ่งพาคนอื่นน้อยลง

วลี

rely on other people less: พึ่งพาคนอื่นให้น้อยลง

โครงสร้าง rely on + บุคคลหรือสิ่งของ หมายถึง “พึ่งพาบุคคลหรือสิ่งนั้นเพื่อขอความช่วยเหลือหรือการสนับสนุน” บุพบท on เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างนี้และละไม่ได้ในที่นี้ less ลดระดับการพึ่งพา ในประโยคนี้วางหลังกรรม: rely on other people less และยังพูดว่า rely less on other people ได้ ทั้งสองแบบหมายถึงพึ่งพาน้อยลง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อได้ถูกต้องว่าตอนนี้มีอาพึ่งพาพี่ชายให้ช่วยทำการบ้านน้อยลง

  1. Mia now relies on her brother less for homework help.
  2. Mia now relies to her brother less for homework help.
  3. Mia now relies her brother less for homework help.
ดูคำตอบ

Mia now relies on her brother less for homework help.

As a result, ลำดับความ

4:40

ส่งผลให้

ลำดับความ

As a result: ใช้เกริ่นผลลัพธ์

As a result เป็นคำเชื่อมบอกผลลัพธ์ โดยบอกผู้ฟังว่าข้อมูลถัดไปเป็นผลจากสถานการณ์ที่เพิ่งกล่าวถึง จึงจัดข้อมูลในลำดับเหตุแล้วตามด้วยผล เมื่ออยู่ต้นประโยค โดยทั่วไปจะตามด้วยเครื่องหมายจุลภาคและอนุประโยคที่สมบูรณ์ วลีนี้ย้อนอ้างถึงสาเหตุที่กล่าวไปแล้ว ไม่ได้ใช้เพื่อเกริ่นตัวสาเหตุเอง

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดใช้ As a result ได้ถูกต้องโดยวางสาเหตุก่อนแล้วตามด้วยผลลัพธ์

  1. The playground was flooded. As a result, it rained heavily overnight.
  2. It rained heavily overnight. As a result, the playground was flooded.
  3. As a result of it rained heavily overnight, the playground was flooded.
ดูคำตอบ

It rained heavily overnight. As a result, the playground was flooded.

they may lack empathy, วลี

4:41

พวกเขาอาจขาดความเห็นอกเห็นใจ

วลี

lack empathy: คำกริยา lack + คำนาม

ในที่นี้ lack เป็นคำกริยาที่หมายถึง “มีสิ่งที่จำเป็นหรือมีคุณค่าไม่เพียงพอ” Empathy เป็นกรรมตรงของคำกริยานี้ ดังนั้น lack empathy จึงหมายถึงมีความสามารถในการเข้าใจและร่วมรับรู้ความรู้สึกของผู้อื่นไม่เพียงพอ สามารถนำโครงสร้าง lack + คำนาม ไปใช้ได้ เช่น lack confidence, lack experience หรือ lack evidence โดยไม่ใส่ of ระหว่างคำกริยา lack กับกรรม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้คำกริยา lack: Some public services ____ the money they need to stay open.

ดูคำตอบ

lack

the ability to share someone else's feelings

4:42

ซึ่งก็คือความสามารถในการแบ่งปันความรู้สึกของผู้อื่น

by imagining what it would be like to be them. ไวยากรณ์

4:45

โดยจินตนาการว่าจะเป็นอย่างไรถ้าเป็นพวกเขา

ไวยากรณ์

what it would be like to be them: การจินตนาการถึงประสบการณ์ของอีกคน

what it would be like to be them หมายถึง “ประสบการณ์ของการอยู่ในสถานการณ์ของคนนั้น” ในโครงสร้าง what it would be like to + คำกริยารูปพื้นฐาน คำว่า what ชี้ถึงลักษณะหรือความรู้สึกของประสบการณ์ที่จินตนาการขึ้น ส่วน would แสดงว่าสถานการณ์นั้นเป็นสมมติฐาน เนื่องจากเป็นโครงสร้างอนุประโยคซ้อนหลัง imagining จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าเป็น what it would be like ไม่ใช่ what would it be like คำว่า them ย้อนกลับไปหา someone else โดย them เอกพจน์ช่วยหลีกเลี่ยงการระบุเพศและชวนให้มองสถานการณ์จากมุมของคนนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้างอนุประโยคซ้อนหลัง imagine ได้ถูกต้อง?

  1. Before judging him, imagine what would be like to face that problem alone.
  2. Before judging him, imagine what it would be like to face that problem alone.
  3. Before judging him, imagine what would it be like to face that problem alone.
ดูคำตอบ

Before judging him, imagine what it would be like to face that problem alone.

Maybe it's not greed itself that's bad, ไวยากรณ์

4:48

บางทีอาจไม่ใช่ความโลภหรอกที่แย่

but the things we're greedy for.

4:50

แต่เป็นสิ่งที่เรากำลังโลภต่างหากล่ะ

ไวยากรณ์

It's not ... that's bad, but ...: การย้ายจุดเน้นของการตัดสิน

ในที่นี้ รูปแบบ it's not X that's bad, but Y จะปฏิเสธก่อนว่า X เป็นสาเหตุของปัญหา แล้วจึงย้ายการตัดสินไปที่ Y จุดสนใจจึงเปลี่ยนจาก greed ในตัวมันเองไปเป็นสิ่งที่ผู้คนอยากได้ด้วยความโลภ คำว่า that's bad ทำให้จุดเน้นของโครงสร้างนี้ชัดขึ้น ส่วนหลังละข้อความที่ซ้ำไว้ โดยความหมายเต็มคือ the things we're greedy for ต่างหากที่ไม่ดี ใช้รูปแบบนี้เพื่อแก้การตัดสินที่ง่ายเกินไปและระบุปัญหาที่แท้จริง

แบบฝึกหัด

เติมการเปรียบต่างด้วย not ... but เพื่อย้ายการตัดสินไปยังปัญหาที่แท้จริง: It's ____ the phone itself that's distracting, ____ the way I use it.

ดูคำตอบ

not · but

Being greedy for social justice or a clean environment การใช้คำ

4:53

การโลภในเรื่องความยุติธรรมทางสังคมหรือสิ่งแวดล้อมที่สะอาด

is good, right?

4:56

ก็เป็นเรื่องดีใช่ไหมล่ะ?

การใช้คำ

greedy for social justice: การพลิกคำเชิงบวกโดยเจตนา

โดยปกติ greedy for หมายถึงการอยากได้บางสิ่งมากเกินไปและมักมีน้ำเสียงตำหนิ การนำไปใช้กับเป้าหมายเชิงบวกอย่าง social justice และ a clean environment เป็นความตั้งใจของผู้พูด ผู้พูดยังคงแนวคิดเรื่องความต้องการที่รุนแรงมากไว้ แต่ตั้งคำถามว่าความโลภทุกแบบจำเป็นต้องไม่ดีหรือไม่ นี่เป็นการเล่นคำเชิงวาทศิลป์ ไม่ใช่ความหมายเชิงบวกแบบใหม่ที่ greedy มีโดยทั่วไป สิ่งที่เป็นเป้าหมายเชิงบวกเปลี่ยนวิธีประเมินความต้องการนั้นในประโยคนี้ แต่ไม่ได้ลบน้ำเสียงเชิงลบตามปกติของคำนี้

แบบฝึกหัด

จงตัดสิน: ในจดหมายรับรองที่เป็นทางการ "She is greedy for justice" เป็นวิธีชมบุคคลที่เป็นกลางและใช้กันตามปกติหรือไม่?

  1. เท็จ
  2. จริง
ดูคำตอบ

เท็จ

Something to be admired by the world's leader in your question, Neil.

4:57

ถือเป็นสิ่งที่ผู้นำระดับโลกในคำถามของคุณน่าจะชื่นชมเลยนะ นีล

Yes, I asked you who said

5:01

ใช่แล้ว ผมถามคุณว่าใครเป็นคนพูดว่า

"The world has enough for everyone's need,

5:03

"โลกนี้มีเพียงพอสำหรับความต้องการของทุกคน

but not everyone's greed."

5:06

แต่ไม่เพียงพอสำหรับความโลภของทุกคน"

You said it was Mahatma Gandhi,

5:08

คุณตอบว่าเป็น มหาตมะ คานธี

which was the correct answer, Beth.

5:10

ซึ่งเป็นคำตอบที่ถูกต้องครับ เบธ

Okay, let's recap the vocabulary we've learned from this program, ลำดับความ

5:13

โอเค เรามาทบทวนคำศัพท์ที่เราเรียนรู้จากรายการนี้กัน

ลำดับความ

let's recap: ส่งสัญญาณว่าจะเริ่มทบทวนแบบสั้น ๆ

Let's recap หมายถึง “มาทบทวนประเด็นสำคัญแบบสั้น ๆ กัน” ในประโยคนี้ไม่ได้เป็นการเพิ่มคำศัพท์ใหม่ แต่เป็นการบอกผู้ฟังว่ารายการกำลังเปลี่ยนจากการสอนเนื้อหาใหม่ไปสู่การทบทวนสิ่งที่เรียนไปแล้ว ในฐานะวลีที่ช่วยจัดลำดับเนื้อหา let's recap ช่วยให้ผู้ฟังติดตามโครงสร้างของบทเรียน การประชุม พอดแคสต์ หรือวิดีโอได้ง่ายขึ้น Recap เน้นการสรุปประเด็นสำคัญแบบสั้น ๆ ไม่ใช่การพูดซ้ำทั้งหมด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่าผู้พูดกำลังจะทบทวนประเด็นที่กล่าวไปก่อนหน้านี้

  1. Let's introduce a completely new topic before we finish.
  2. Let's leave the main ideas unexplained before we finish.
  3. Let's recap the three main ideas before we finish.
ดูคำตอบ

Let's recap the three main ideas before we finish.

starting with stuff,

5:16

เริ่มจากคำว่า stuff (สิ่งของ)

an informal word for material possessions. การใช้คำ

5:18

เป็นคำไม่เป็นทางการสำหรับทรัพย์สินทางวัตถุ

การใช้คำ

an informal word for material possessions: อธิบายความหมายและระดับภาษา

วลี an informal word for material possessions เป็นคำจำกัดความ โครงสร้าง a word for + แนวคิด ใช้อธิบายว่าคำหนึ่งหมายถึงอะไร ส่วน informal ระบุระดับภาษาของคำนั้น ในที่นี้กำลังอธิบายความหมายหนึ่งของ stuff ว่าเป็นคำในชีวิตประจำวันที่ใช้เรียกสิ่งของที่ใครคนหนึ่งเป็นเจ้าของได้ material possessions เป็นทางการและเฉพาะเจาะจงกว่า stuff โดยเน้นสิ่งของที่เป็นวัตถุซึ่งมีผู้เป็นเจ้าของ ไม่ใช่สิ่งที่ไม่เป็นวัตถุ เช่น ความสัมพันธ์หรือทักษะ คำจำกัดความนี้ให้ความหมายกว้าง ๆ ที่มีประโยชน์ แต่ไม่ได้หมายความว่าสองสำนวนนี้จะแทนกันได้ในทุกบริบท

แบบฝึกหัด

ข้อความใดอธิบายระดับภาษาและความหมายใน an informal word for material possessions ได้ถูกต้อง

  1. material possessions หมายถึงความรู้สึกและมิตรภาพ
  2. stuff เป็นศัพท์กฎหมายทางการสำหรับทรัพย์สินทุกประเภท
  3. stuff เป็นคำไม่เป็นทางการและมีความหมายกว้าง ส่วนวลี material possessions เป็นทางการและแม่นยำกว่า
ดูคำตอบ

stuff เป็นคำไม่เป็นทางการและมีความหมายกว้าง ส่วนวลี material possessions เป็นทางการและแม่นยำกว่า

To take credit for something means to allow people to believe

5:20

To take credit for something หมายถึง การทำให้ผู้คนเชื่อว่า

that something you did deserves praise or recognition.

5:24

สิ่งที่คุณทำสมควรได้รับคำชมหรือการยกย่อง

The phrase a flip of a coin refers

5:27

วลี a flip of a coin หมายถึง

to an action or decision based on luck or random chance.

5:29

การกระทำหรือการตัดสินใจที่ขึ้นอยู่กับโชคหรือโอกาสแบบสุ่ม

If you pull yourself up by your bootstraps,

5:34

หากคุณ pull yourself up by your bootstraps

you improve your situation through your own efforts

5:37

คุณได้พัฒนาสถานการณ์ของคุณผ่านความพยายามของตัวเอง

without help from anyone else.

5:40

โดยปราศจากความช่วยเหลือจากใคร

Someone who is well off is rich enough

5:42

คนที่เป็น well off (มีฐานะดี) คือคนที่รวยพอ

to be able to have most of what they want.

5:44

ที่จะสามารถมีสิ่งที่พวกเขาต้องการได้ส่วนใหญ่

And finally,

5:47

และสุดท้าย

empathy means experiencing someone else's feelings

5:48

empathy (ความเห็นอกเห็นใจ) หมายถึง การรับรู้ถึงความรู้สึกของผู้อื่น

by putting yourself in their place. สำนวน

5:51

ด้วยการเอาใจเขามาใส่ใจเรา

สำนวน

putting yourself in their place: จินตนาการถึงสถานการณ์ของผู้อื่น

put yourself in someone else's place หมายถึงการจินตนาการว่าตัวเองอยู่ในสถานการณ์ของอีกคน เพื่อให้เข้าใจความรู้สึกหรือมุมมองของเขา place ในที่นี้หมายถึงสถานการณ์หรือฐานะในชีวิต ไม่ใช่สถานที่จริง ในประโยคนี้ by + putting แสดงวิธีที่ใช้เพื่อสัมผัสความรู้สึกของผู้อื่น yourself สอดคล้องกับประธาน you ที่ละไว้ ส่วน their เป็นรูปเอกพจน์ที่ไม่ระบุเพศและหมายถึง someone else

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ put yourself in someone's place ในรูป -ing หลัง try และเปลี่ยนสรรพนามตามความจำเป็น: Before criticizing Leo, try ____.

ดูคำตอบ

putting yourself in his place

Once again, our 6 minutes are up. วลี

5:54

เวลา 6 นาทีของเราหมดลงอีกครั้งแล้ว

วลี

6 minutes are up: เวลาที่กำหนดไว้สิ้นสุดลงแล้ว

ในบริบทที่มีการจำกัดเวลา be up หมายถึงช่วงเวลาที่กำหนดไว้สิ้นสุดลงหรือถูกใช้หมดแล้ว Our 6 minutes are up บอกว่าไม่เหลือเวลาและต้องจบกิจกรรม ในรูปประโยคต้นฉบับ กริยาพหูพจน์ are สอดคล้องกับ minutes ส่วนรูปเอกพจน์ที่พบบ่อยมากคือ Time is up

แบบฝึกหัด

เติมประกาศโดยใช้สำนวน be up ที่หมายถึงเวลาที่กำหนดไว้สิ้นสุดลงแล้ว: Your time ____. Please put down your pencils.

ดูคำตอบ

is up

Join us again soon for more trending topics การใช้คำ

5:56

กลับมาร่วมกับเราใหม่เร็วๆ นี้นะคะ สำหรับหัวข้อที่กำลังเป็นกระแส

and useful vocabulary here at 6 Minute English.

5:59

และคำศัพท์ที่มีประโยชน์ได้ที่ 6 Minute English

การใช้คำ

trending topics: หัวข้อที่กำลังได้รับความสนใจ

ในวลี trending topics คำว่า trending หมายถึงกำลังได้รับความสนใจหรือถูกพูดถึงอย่างมากในขณะนี้ โดยเฉพาะในเว็บไซต์ข่าว หน้าค้นหา และโซเชียลมีเดีย วลีนี้หมายถึงหัวข้อที่กำลังดึงดูดความสนใจตอนนี้ ไม่ใช่เพียงหัวข้อที่คนทั่วไปชื่นชอบ ในทางไวยากรณ์ trending ทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์วางหน้า topics คำนี้มาจากคำกริยา trend แต่ในที่นี้ใช้บรรยายหัวข้อ

แบบฝึกหัด

หน้าโซเชียลมีเดียแสดงหัวข้อที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมากในขณะนี้ ควรใช้วลีใดเป็นป้ายกำกับหัวข้อเหล่านี้

  1. popular topics
  2. trending topics
  3. trendy topics
ดูคำตอบ

trending topics

Goodbye for now. น้ำเสียง/เจตนา

6:03

ลาก่อนสำหรับตอนนี้

น้ำเสียง/เจตนา

Goodbye for now: การลาชั่วคราว

Goodbye for now หมายถึงผู้พูดกำลังกล่าวลาในตอนนี้ แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นการลาครั้งสุดท้าย คำว่า for now จำกัดการลาไว้ที่ช่วงเวลาปัจจุบัน ทำให้การปิดบทสนทนามีความรู้สึกชั่วคราวและเป็นมิตร วลีนี้เปิดโอกาสให้ติดต่อกันอีกในอนาคตโดยไม่ได้ระบุแผนที่แน่นอน ผู้พูดกำลังจบการโต้ตอบครั้งนี้ ไม่ได้ประกาศการสิ้นสุดอย่างถาวร

แบบฝึกหัด

ผู้ดำเนินรายการกำลังจบรายการของวันนี้และจะกลับมาในสัปดาห์หน้า คำปิดท้ายใดเหมาะสมที่สุด

  1. Welcome back.
  2. Goodbye for now.
  3. Goodbye forever.
ดูคำตอบ

Goodbye for now.

Goodbye.

6:04

ลาก่อน

6 Minute English from bbclearningenglish.com.

6:06

6 Minute English จาก bbclearningenglish.com