เราสามารถบันทึกความฝันของเราได้หรือไม่?: บทเรียนภาษาอังกฤษ

AsapSCIENCE

ความยากในการเรียน
724 คำ 196 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอเชื่อมโยงคลื่นสมอง fMRI และคลังภาพ เพื่อสร้างภาพโดยประมาณของสิ่งที่คนเห็นหรือฝัน พร้อมแสดงข้อจำกัดของผลลัพธ์ ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. brush them aside - กริยาวลี: เข้าใจว่าเป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบว่า “มองว่าไม่สำคัญหรือเพิกเฉย” และวางสรรพนาม them ระหว่าง brush กับ aside 2. inside which - ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: อ่านอนุประโยคสัมพันธ์แบบเป็นทางการที่นำด้วยบุพบท เชื่อม which กลับไปยัง scanner แล้วเรียบเรียงใหม่ด้วย where 3. come that much closer to - กลุ่มคำสำเร็จและคำที่ใช้ร่วมกัน: บอกความก้าวหน้าที่ทำให้เข้าใกล้เป้าหมาย เข้าใจว่า that much เน้นระดับ และรู้ว่า to เป็นบุพบทที่ตามด้วยคำนามหรือรูป -ing

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Dreams are an amazing phenomenon and considering you spend roughly six years of your life dreaming, ไวยากรณ์

0:00

ความฝันเป็นปรากฏการณ์ที่น่าทึ่ง และเมื่อคิดว่าเราใช้เวลาราวหกปีของชีวิตไปกับการฝัน

it's quite curious that we often brush them aside to be quickly forgotten. กริยาวลี

0:04

ก็น่าแปลกทีเดียวที่เรามักปัดมันทิ้งแล้วลืมไปอย่างรวดเร็ว

ไวยากรณ์

considering ในฐานะคำเชื่อมที่หมายถึง “เมื่อคำนึงถึงข้อเท็จจริงนี้”

ในที่นี้ considering นำเสนอข้อเท็จจริงที่ผู้พูดต้องการให้ผู้ฟังคำนึงถึง นั่นคือคนเราใช้เวลาราวหกปีของชีวิตไปกับการฝัน ข้อเท็จจริงนี้เป็นเหตุผลรองรับการประเมินในประโยคหลักว่า “it's quite curious...” ในการใช้นี้ considering หมายถึง “เมื่อคำนึงถึงข้อเท็จจริงนี้” หรือ “เมื่อพิจารณาแล้ว” ไม่ใช่ “กำลังคิดพิจารณาอยู่” โครงสร้าง considering + อนุประโยคช่วยให้ผู้พูดเสนอข้อมูลพื้นหลังก่อนแสดงข้อคิดเห็น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมที่หมายถึง “เมื่อคำนึงถึงข้อเท็จจริงนี้”: ____ how young the children are, the instructions should be simple.

ดูคำตอบ

Considering

กริยาวลี

brush them aside: ปัดเรื่องหนึ่งทิ้งและวางคำสรรพนามไว้ตรงกลาง

ในที่นี้ brush them aside หมายถึงการมองว่าความฝันไม่สำคัญและไม่ใส่ใจอย่างจริงจัง เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการใช้แปรงปัดสิ่งของไปด้านข้างจริง ๆ Brush aside เป็นกริยาวลีที่แยกได้ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางคำสรรพนามไว้ระหว่างกริยากับคำอนุภาค: brush them aside, brush it aside ไม่พูดว่า brush aside them

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีที่เน้นไว้ โดยวางคำสรรพนามให้ถูกตำแหน่ง: The warning was serious, but the manager chose to ____.

ดูคำตอบ

brush it aside

Night after night our brains go to work and bring us some of the most incredible, วลี

0:08

คืนแล้วคืนเล่า สมองของเราจะเริ่มทำงานและมอบภาพและโครงเรื่องที่ทั้งน่าเหลือเชื่อ

วลี

Night after night เพื่อบอกเหตุการณ์ที่เกิดซ้ำ

Night after night หมายถึง “หลายคืนซ้ำแล้วซ้ำเล่า” แสดงว่าเรื่องแบบเดิมเกิดขึ้นต่อเนื่องตามกาลเวลา ไม่ได้หมายถึงเพียงสองคืนเท่านั้น โครงสร้างคือคำบอกเวลาเอกพจน์ + after + คำเดิม ในประโยคนี้ใช้เน้นว่าสมองของเราเริ่มทำงานซ้ำทุกคืนขณะที่เราหลับ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนบอกเวลาที่เกิดซ้ำซึ่งหมายถึง “หลายคืนซ้ำแล้วซ้ำเล่า”: ____, Ava heard the owl outside.

ดูคำตอบ

Night after night

bizarre,

0:11

แปลกประหลาด

and often seemingly random imagery and story lines.

0:12

และมักดูเหมือนสุ่มไร้เหตุผลมาให้เราเห็น

But what are dreams?

0:15

แต่ความฝันคืออะไรกันแน่?

And like the many science fiction stories or movies,

0:17

และเหมือนในนิยายหรือภาพยนตร์วิทยาศาสตร์มากมาย

could we ever record and figure out what we're seeing while we're dreaming? กริยาวลี

0:19

เราจะบันทึกและถอดรหัสสิ่งที่เราเห็นขณะฝันได้หรือไม่?

กริยาวลี

Figure out: หาคำตอบด้วยการคิด

Figure out เป็นกริยาวลีที่หมายถึงการเข้าใจ แก้ปัญหา หรือค้นพบบางอย่างด้วยการคิดหรือสืบค้น ในประโยคนี้ figure out what we're seeing หมายถึงการหาคำตอบว่าภาพในฝันคืออะไร ข้างหลังสามารถตามด้วยคำนามหรืออนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย what, why หรือ how เช่น figure out the answer และ figure out why it happened

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Mia studied the map to figure out the shortest route,” figure out หมายถึงอะไร

  1. วาดภาพของบางสิ่ง
  2. บอกข้อเท็จจริงแก่ใครบางคน
  3. เข้าใจหรือหาคำตอบด้วยการคิด
ดูคำตอบ

เข้าใจหรือหาคำตอบด้วยการคิด

You may have heard people referring to brain waves before,

0:23

คุณอาจเคยได้ยินคนพูดถึงคลื่นสมอง

but have you ever stopped to think, ไวยากรณ์

0:26

แต่เคยหยุดคิดบ้างไหมว่า

are these actual waves and do they carry information?

0:27

คลื่นเหล่านี้เป็นคลื่นจริง ๆ และส่งข้อมูลได้หรือไม่?

ไวยากรณ์

stopped to think: ความแตกต่างระหว่าง stop to do กับ stop doing

ใน stopped to think คำว่า stopped หมายถึงการหยุดหรือพักจากสิ่งที่กำลังทำอยู่ ส่วน to think บอกจุดประสงค์ของการหยุดนั้น ในที่นี้ ผู้พูดถามว่าผู้ฟังเคยหยุดเพื่อคิดถึงคำถามที่ตามมาหรือไม่ โครงสร้าง stop to + คำกริยา หมายถึง “หยุดกิจกรรมหนึ่งเพื่อทำอีกกิจกรรมหนึ่ง” ซึ่งต่างจาก stop + -ing ที่หมายถึง “เลิกทำกิจกรรมนั้น”

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Lena stopped to think before answering,” เกิดอะไรขึ้น?

  1. เธอเลิกคิด
  2. เธอหยุดชั่วครู่เพื่อจะได้คิด
  3. เธอบอกให้คนอื่นคิด
ดูคำตอบ

เธอหยุดชั่วครู่เพื่อจะได้คิด

Are brain waves similar to, say, radio waves? ลำดับความ

0:31

คลื่นสมองคล้ายกับคลื่นวิทยุหรือไม่?

ลำดับความ

say, ในฐานะคำแทรกสำหรับยกตัวอย่าง

ในที่นี้ say เป็นคำแทรกที่ใช้ยกตัวอย่าง มีความหมายว่า “ตัวอย่างเช่น” หรือ “ลองยก...มาเป็นตัวอย่าง” โดยนำ radio waves มาเป็นสิ่งหนึ่งที่อาจใช้เปรียบเทียบ ไม่ใช่คำกริยาที่หมายถึง “พูด” คำแทรกสั้น ๆ นี้ช่วยจัดลำดับข้อมูลในคำถาม โดยเปลี่ยนจากแนวคิดทั่วไปเรื่องคลื่นที่คล้ายกันไปสู่ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมหนึ่งอย่าง เครื่องหมายจุลภาคมักแยก say ในความหมายนี้ออกจากส่วนอื่นของประโยค

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำยกตัวอย่างหนึ่งคำที่เรียนในบทนี้: “Pick a simple instrument—____, a drum.”

ดูคำตอบ

say

The answer is yes.

0:34

คำตอบคือใช่

Both brain and radio waves are forms of electromagnetic radiation,

0:35

ทั้งคลื่นสมองและคลื่นวิทยุต่างเป็นรูปแบบหนึ่งของรังสีแม่เหล็กไฟฟ้า

waves that travel at the speed of light.

0:39

ซึ่งเป็นคลื่นที่เดินทางด้วยความเร็วแสง

Every time you think,

0:41

ทุกครั้งที่คุณคิด

thousands of neurons fire at the same frequency and generate a wave. การใช้คำ

0:42

เซลล์ประสาทหลายพันเซลล์จะส่งสัญญาณด้วยความถี่เดียวกันและสร้างคลื่นขึ้นมา

การใช้คำ

ความหมายทางวิทยาศาสตร์ของ neurons fire

ในประสาทวิทยา neurons fire หมายถึงเซลล์ประสาทเกิดกิจกรรมทางไฟฟ้าและส่งสัญญาณ ในที่นี้ fire บอกสิ่งที่เซลล์ประสาททำ ไม่ได้หมายถึงการเผาไหม้หรือการยิงปืน เนื่องจาก neurons เป็นพหูพจน์และประโยคใช้ at the same frequency จึงหมายถึงเซลล์ประสาทจำนวนมากทำกิจกรรมนี้ซ้ำด้วยอัตราเดียวกัน กิจกรรมที่ประสานกันของเซลล์เหล่านี้ช่วยให้เกิดคลื่น ไม่ได้หมายความว่าเซลล์ประสาทเพียงเซลล์เดียวสร้างคลื่นสมองทั้งหมดได้

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Thousands of neurons fire at the same frequency” คำว่า fire หมายถึงอะไร

  1. เซลล์ประสาทยิงบางอย่างออกจากสมอง
  2. เซลล์ประสาทเริ่มเผาไหม้
  3. เซลล์ประสาทเกิดกิจกรรมทางไฟฟ้าและส่งสัญญาณ
ดูคำตอบ

เซลล์ประสาทเกิดกิจกรรมทางไฟฟ้าและส่งสัญญาณ

These waves oscillate at around 10 to 100 cycles per second.

0:46

คลื่นเหล่านี้สั่นประมาณ 10 ถึง 100 รอบต่อวินาที

Radio waves, on the other hand, ลำดับความ

0:50

ส่วนคลื่นวิทยุนั้น

oscillate at around 50 million to 1 billion times per second.

0:52

สั่นประมาณ 50 ล้านถึง 1 พันล้านครั้งต่อวินาที

ลำดับความ

on the other hand ในฐานะคำบอกความสัมพันธ์แบบตรงข้าม

On the other hand เป็นคำบอกความสัมพันธ์แบบตรงข้าม โดยบอกผู้ฟังว่าข้อเท็จจริงถัดไปควรนำไปเปรียบเทียบกับข้อเท็จจริงที่แตกต่างหรือตรงข้ามซึ่งกล่าวไว้แล้ว ในประโยคนี้ เนื้อหาเปลี่ยนจากความถี่ที่ต่ำกว่ามากของคลื่นสมองไปเป็นความถี่ที่สูงกว่ามากของคลื่นวิทยุ วลีนี้ทำหน้าที่จัดลำดับการเปรียบเทียบ ไม่ได้กล่าวถึงมือจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำบอกความสัมพันธ์แบบตรงข้ามสี่คำจากบทเรียน: The apartment is small. ____, it is close to school.

ดูคำตอบ

On the other hand

Scientists have long used this phenomenon to measure brain activity and interface the brain to electronic devices. การใช้คำ

0:56

นักวิทยาศาสตร์ใช้ปรากฏการณ์นี้มานานแล้วเพื่อวัดการทำงานของสมองและเชื่อมสมองเข้ากับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

การใช้คำ

interface the brain to electronic devices: เชื่อมต่อสมองเข้ากับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

ในที่นี้ interface เป็นสกรรมกริยาในภาษาทางเทคนิค interface the brain to electronic devices หมายถึงการเชื่อมต่อสมองเข้ากับอุปกรณ์เหล่านั้น เพื่อให้ส่งสัญญาณหรือข้อมูลระหว่างกันได้ โครงสร้างคือ interface X to Y โดย X คือสิ่งที่ถูกเชื่อมต่อ และ Y คืออุปกรณ์หรือระบบที่เชื่อมต่อไปหา คำนี้ไม่ได้หมายถึงหน้าจอซอฟต์แวร์หรือส่วนต่อประสานผู้ใช้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคทางเทคนิคด้วยคำกริยาจากบทเรียน: A custom adapter can ____ the old camera to a modern computer.

ดูคำตอบ

interface

It allows us to see which parts of the brain are active for different activities,

1:02

สิ่งนี้ช่วยให้เราเห็นว่าส่วนใดของสมองทำงานขณะทำกิจกรรมต่าง ๆ

and similarly, which parts of the brain are active during dreaming.

1:06

และในทำนองเดียวกัน ส่วนใดของสมองทำงานขณะที่เราฝัน

Strange as it may seem, ไวยากรณ์

1:09

แม้จะฟังดูแปลก

we still barely understand why we sleep,

1:10

แต่เรายังแทบไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเราจึงนอนหลับ

let alone why we dream. วลี

1:12

ไม่ต้องพูดถึงว่าทำไมเราจึงฝัน

ไวยากรณ์

Strange as it may seem: แม้อาจฟังดูแปลก

Strange as it may seem เป็นโครงสร้างกลับลำดับแบบแสดงการยอมรับข้อขัดแย้ง มีความหมายเท่ากับ Although it may seem strange โดยย้ายคำคุณศัพท์ strange มาไว้ข้างหน้า แล้วตามด้วย as + ประธาน + may + กริยา: strange + as + it + may + seem วลีนี้ยอมรับสั้น ๆ ก่อนว่าข้อเท็จจริงที่จะกล่าวต่อไปอาจทำให้ผู้ฟังประหลาดใจ แล้วประโยคหลักก็ยังกล่าวข้อเท็จจริงนั้นอยู่ดี ในที่นี้ as หมายถึง although ส่วน may บอกว่าสิ่งหนึ่งอาจดูเป็นอย่างไร ไม่ได้แสดงการอนุญาต

แบบฝึกหัด

เขียนอนุประโยคแรกใหม่ด้วยรูปแบบกลับลำดับเพื่อแสดงการยอมรับข้อขัดแย้ง adjective + as + subject + may + verb: Although the plan may seem unusual, it could save time. ____, it could save time.

ดูคำตอบ

Unusual as the plan may seem

วลี

let alone: เพิ่มกรณีที่ยิ่งเป็นไปได้น้อยกว่า

let alone ใช้เพิ่มสถานการณ์ที่สองซึ่งยากกว่า มีโอกาสน้อยกว่า หรือเป็นไปได้น้อยกว่าสถานการณ์แรก ในประโยคนี้ barely understand why we sleep สร้างระดับความหมายเชิงลบ และ why we dream ถูกนำเสนอว่าเป็นคำถามที่ยากยิ่งกว่า รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ เริ่มด้วยข้อความที่มีข้อจำกัดหรือเป็นเชิงลบ แล้วตามด้วย let alone + กรณีที่ยิ่งสุดขั้วกว่า ในที่นี้มีความหมายประมาณว่า ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ไม่ได้หมายถึงการปล่อยให้สิ่งใดอยู่ตามลำพัง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำที่ใช้เพิ่มความเป็นไปได้ซึ่งยากกว่า: I can barely lift this box, ____ carry it upstairs.

ดูคำตอบ

let alone

Michael from Vsauce does a fantastic job explaining the main theories for why we dream, วลี

1:14

Michael จาก Vsauce อธิบายทฤษฎีหลัก ๆ ว่าทำไมเราจึงฝันได้อย่างยอดเยี่ยม

วลี

does a fantastic job explaining: ชมว่าใครคนหนึ่งอธิบายได้ดีมาก

does a fantastic job explaining หมายความว่าคนหนึ่งอธิบายบางสิ่งได้ดีมาก ในที่นี้ job ใช้ประเมินคุณภาพผลงานของ Michael ไม่ได้หมายถึงอาชีพของเขา รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ do a good/great/fantastic job + -ing โดยวลี -ing ระบุกิจกรรมที่ทำได้ดี ดังนั้น explaining ในที่นี้จึงไม่ใช่ส่วนหนึ่งของรูปกาลต่อเนื่อง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดชมได้อย่างเป็นธรรมชาติว่า Lena อธิบายเกมได้ดีมาก?

  1. Lena makes a fantastic job explaining the game.
  2. Lena does a fantastic job explaining the game.
  3. Lena does a fantastic job to explain the game.
ดูคำตอบ

Lena does a fantastic job explaining the game.

but there are so many theories because we can't really measure or know what people are dreaming about

1:18

แต่ที่มีทฤษฎีมากมายก็เพราะเราไม่สามารถวัดหรือรู้ได้จริง ๆ ว่าผู้คนฝันถึงอะไร

without waking them up and asking them. ไวยากรณ์

1:23

โดยไม่ปลุกพวกเขาขึ้นมาถาม

ไวยากรณ์

without waking them up and asking them: without + รูป -ing แบบคู่ขนาน

without แสดงว่าไม่มีวิธีการหรือเงื่อนไขบางอย่าง เนื่องจาก without เป็นคำบุพบท wake และ ask จึงต้องอยู่ในรูป -ing: without waking ... and asking ... วลี -ing ทั้งสองเป็นโครงสร้างคู่ขนานและอยู่ภายใต้ without ทั้งคู่ วลีเหล่านี้ระบุสองขั้นตอนที่จำเป็นต่อการรับฟังคำบอกเล่า คือปลุกผู้ที่กำลังฝันก่อน แล้วจึงถามพวกเขา โครงสร้างนี้ใช้ without เพียงครั้งเดียวเพื่อเชื่อมการกระทำหลายอย่างได้

แบบฝึกหัด

ใช้รูป -ing ของ wake และ ask เติมประโยคให้สมบูรณ์: You cannot learn what the sleepers remember without ____ them up and ____ them.

ดูคำตอบ

waking · asking

Of course, this is subject to forgetting or other errors. วลี

1:25

แน่นอนว่าวิธีนี้อาจคลาดเคลื่อนได้จากการลืมหรือข้อผิดพลาดอื่น ๆ

วลี

subject to forgetting: be subject to + คำนามหรือรูป -ing

ในประโยคนี้ is subject to forgetting หมายถึง “อาจได้รับผลกระทบจากการลืม” หรือ “เสี่ยงต่อการลืม” โดยอธิบายข้อจำกัดของรายงานที่อาศัยความจำ ไม่ได้ใช้ subject ในความหมายว่า “วิชาเรียน” รูปแบบคือ be subject to + คำนามหรือรูป -ing ในที่นี้ to เป็นคำบุพบท จึงตามด้วย forgetting ไม่ใช่ forget

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีทางการจากบทเรียนที่หมายถึง “อาจได้รับผลกระทบเมื่อผู้คนลืม”: A report based only on memory is ____.

ดูคำตอบ

subject to forgetting

Unfortunately,

1:28

น่าเสียดายที่

there is no device that exists that allows us to peer into the mind of a dreamer. สำนวน

1:29

ไม่มีอุปกรณ์ใดที่ช่วยให้เรามองเข้าไปในจิตใจของคนที่กำลังฝันได้

สำนวน

ความหมายเชิงเปรียบเทียบของ “peer into the mind”

ในที่นี้ “peer into the mind” เป็นคำเปรียบเทียบที่หมายถึงการสังเกตความคิด ความฝัน หรือกิจกรรมภายในจิตใจอื่น ๆ ที่ตามปกติไม่สามารถมองเห็นได้ โดยกล่าวถึงจิตใจเหมือนเป็นพื้นที่ที่ใครสักคนสามารถมองเข้าไปข้างในได้ “Peer” ในที่นี้เป็นคำกริยาที่หมายถึง “มองอย่างตั้งใจหรือมองด้วยความยากลำบาก” ไม่ใช่คำนามที่หมายถึงผู้ที่มีสถานะเท่าเทียมกัน โครงสร้าง peer into + สถานที่หรือบริเวณที่ซ่อนอยู่ยังใช้เชิงเปรียบเทียบกับสิ่งที่เป็นส่วนตัวหรือเข้าถึงได้ยากด้วย

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ “peer into the mind of a dreamer” หมายความว่าอย่างไร?

  1. พบคนที่มีสถานะทางสังคมเท่ากับผู้ที่กำลังฝัน
  2. สังเกตความคิดหรือประสบการณ์ภายในของผู้ที่กำลังฝัน
  3. มองผ่านช่องเปิดจริง ๆ ที่ศีรษะของผู้ที่กำลังฝัน
ดูคำตอบ

สังเกตความคิดหรือประสบการณ์ภายในของผู้ที่กำลังฝัน

Or is there? ลำดับความ

1:33

หรือว่าจริง ๆ แล้วมี?

ลำดับความ

“Or is there?” ที่ใช้สร้างความลุ้นและพลิกเรื่อง

“Or is there?” รับต่อจากประโยคปฏิเสธการมีอยู่ก่อนหน้า คือ “there is no device” แล้วตั้งข้อสงสัยกับข้อความนั้นว่า บางทีอุปกรณ์เช่นนี้อาจมีอยู่จริงก็ได้ “There” ยังคงมีความหมายเรื่องการมีอยู่ ดังนั้นคำถามสั้น ๆ นี้ไม่ได้กล่าวถึงสถานที่ใหม่ เมื่อวางไว้ทันทีหลังข้อกล่าวเชิงปฏิเสธที่ฟังดูมั่นใจ คำถามนี้จะสร้างความลุ้นและบอกเป็นนัยว่าจะมีการพลิกเรื่องหรือหลักฐานที่น่าประหลาดใจตามมา หน้าที่หลักคือเป็นกลวิธีการเล่าเรื่อง ไม่ใช่คำถามที่ต้องการให้ผู้ฟังตอบข้อมูลจริง ๆ

แบบฝึกหัด

“Or is there?” ทำหน้าที่อะไรหลังข้อความ “there is no device ...”?

  1. ยืนยันว่าอุปกรณ์เช่นนั้นไม่มีทางมีอยู่ได้
  2. ตั้งข้อสงสัยกับข้อความปฏิเสธและบอกเป็นนัยว่าอาจมีการพลิกเรื่อง
  3. ถามว่าอุปกรณ์ตั้งอยู่ที่ไหน
ดูคำตอบ

ตั้งข้อสงสัยกับข้อความปฏิเสธและบอกเป็นนัยว่าอาจมีการพลิกเรื่อง

Crazy as it sounds,

1:35

แม้จะฟังดูบ้าแค่ไหนก็ตาม

scientists have created a technique to do just that. วลี

1:36

นักวิทยาศาสตร์ได้สร้างเทคนิคที่ทำอย่างนั้นได้จริง ๆ

วลี

do just that: ทำสิ่งนั้นตรงตามที่กล่าวไว้

ใน do just that คำว่า that ย้อนกลับไปหมายถึงการกระทำที่กล่าวไว้ก่อนหน้า วลีนี้หมายถึง “ทำการกระทำนั้นตรงตามที่กล่าวไว้” จึงไม่ต้องพูดแนวคิดทั้งหมดซ้ำอีกครั้ง คำว่า just ในที่นี้ใช้เน้นความหมายว่า “ตรงตามนั้น” หรือ “อย่างแม่นยำ” ไม่ได้หมายถึง “เมื่อสักครู่” และไม่ได้หมายถึงเพียง “แค่” เท่านั้น

แบบฝึกหัด

เติมวลีสองคำที่หมายถึง “ทำตรงตามการกระทำที่เพิ่งกล่าวถึง” ให้สมบูรณ์: Leo promised to turn off the lights, and he did ____.

ดูคำตอบ

just that

This mind-reading technology began with a functional MRI scanner, วัฒนธรรม

1:39

เทคโนโลยีอ่านใจนี้เริ่มต้นจากเครื่องสแกน MRI เชิงหน้าที่

inside which subjects were shown simple pictures made up of black and white pixels. โน้ต

1:42

ภายในเครื่องนั้น ผู้เข้าร่วมการทดลองจะได้ดูภาพง่าย ๆ ที่ประกอบด้วยพิกเซลขาวดำ

วัฒนธรรม

functional MRI: เอ็มอาร์ไอเชิงหน้าที่

functional MRI ซึ่งมักย่อว่า fMRI เป็นการสแกนสมองชนิดหนึ่ง โดยประมาณว่าส่วนใดของสมองทำงานมากขึ้นจากการติดตามการเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวข้องกับออกซิเจนในเลือด ในประโยคนี้ เครื่องสแกนไม่ได้ถ่ายภาพความคิดหรือความฝันโดยตรง แต่บันทึกรูปแบบการทำงานของสมองขณะที่คนดูภาพ จากนั้นนักวิจัยและซอฟต์แวร์จึงจับคู่รูปแบบเหล่านั้นกับภาพได้

แบบฝึกหัด

ข้อความใดอธิบาย functional MRI ในที่นี้ได้ถูกต้อง?

  1. แสดงเฉพาะรูปร่างทางกายภาพของสมอง
  2. ถ่ายภาพความคิดของบุคคลโดยตรง
  3. ติดตามการเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวข้องกับออกซิเจนในเลือดเพื่อประมาณการทำงานของสมอง
ดูคำตอบ

ติดตามการเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวข้องกับออกซิเจนในเลือดเพื่อประมาณการทำงานของสมอง

ไวยากรณ์

inside which: โครงสร้างอนุประโยคขยายแบบทางการที่บอกตำแหน่งภายใน

inside which นำหน้าอนุประโยคขยายที่บอกตำแหน่งภายในเครื่องสแกนเอฟเอ็มอาร์ไอ โดย which ย้อนกลับไปอ้างถึง a functional MRI scanner ส่วน inside ระบุความสัมพันธ์ด้านสถานที่ว่า ผู้เข้าร่วมการทดลองได้ดูภาพอยู่ภายในเครื่องสแกน โครงสร้างนี้คือ บุพบท + which การวางบุพบทไว้หน้า which พบได้บ่อยในคำอธิบายที่รอบคอบหรือเป็นทางการ ไม่ได้ทำให้เป็นคำถาม และไม่ได้ทำให้ which อ้างถึง subjects หรือ pictures

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างอนุประโยคขยายแบบทางการสองคำที่หมายถึง “ภายในห้องนั้น”: The capsule has a sealed chamber, ____ the sample is kept at a steady temperature.

ดูคำตอบ

inside which

กริยาวลี

made up of: การอธิบายส่วนประกอบของสิ่งทั้งหมด

made up of หมายถึง “ประกอบด้วยส่วนต่าง ๆ ที่ระบุไว้” ในประโยคนี้เป็นวลีรูปกริยาช่องสามที่ขยาย simple pictures กล่าวคือ รูปภาพเหล่านั้นประกอบด้วยพิกเซลสีดำและสีขาว ในรูปแบบ be made up of + ส่วนประกอบหรือสมาชิก จุดสำคัญคือองค์ประกอบใดบ้างที่รวมกันเป็นทั้งหมด make up ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “แต่งเรื่อง” “แต่งหน้า” หรือ “คืนดีกัน”

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนสามคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ประกอบด้วย”: The emergency kit is ____ a flashlight, water, and bandages.

ดูคำตอบ

made up of

The software then finds patterns in the brain activity

1:47

จากนั้นซอฟต์แวร์จะค้นหารูปแบบในการทำงานของสมอง

that correspond to the specific images. วลี

1:49

ที่สอดคล้องกับภาพแต่ละภาพ

วลี

correspond to: จับคู่สิ่งหนึ่งกับอีกสิ่งหนึ่ง

ในประโยคนี้ correspond to เชื่อมรูปแบบของกิจกรรมในสมองเข้ากับภาพเฉพาะที่สัมพันธ์กับรูปแบบเหล่านั้น โดยหมายถึง “ตรงกับ” “สอดคล้องกับ” หรือ “มีความสัมพันธ์กันอย่างเป็นระบบ” ไม่ได้หมายถึง “ติดต่อสื่อสารกับ” โครงสร้างคือ A corresponds to B ใช้บอกความสัมพันธ์หรือการจับคู่ ไม่ได้หมายความว่า A และ B เป็นสิ่งเดียวกันทุกประการในทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

ในประโยคภาษาอังกฤษ "Each color corresponds to a route," คำว่า corresponds to บอกความสัมพันธ์แบบใด

  1. สีแต่ละสีเป็นสิ่งเดียวกันกับเส้นทางหนึ่งเส้นในทางกายภาพ
  2. สีแต่ละสีส่งข้อความไปยังเส้นทางหนึ่งเส้น
  3. สีแต่ละสีตรงกับหรือใช้แทนเส้นทางหนึ่งเส้น
ดูคำตอบ

สีแต่ละสีตรงกับหรือใช้แทนเส้นทางหนึ่งเส้น

For example, if the letter T was shown,

1:51

ตัวอย่างเช่น หากแสดงตัวอักษร T

the software would record exactly how the brain reacted.

1:54

ซอฟต์แวร์จะบันทึกอย่างละเอียดว่าสมองตอบสนองอย่างไร

After sufficient data,

1:57

เมื่อเก็บข้อมูลได้เพียงพอแล้ว

the subjects were shown completely different images,

1:58

ผู้เข้าร่วมการทดลองจะได้ดูภาพชุดใหม่ที่แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง

and the software would predict and recreate what it thought the subjects were seeing. ไวยากรณ์

2:01

และซอฟต์แวร์จะคาดเดาและสร้างภาพที่มันคิดว่าพวกเขากำลังเห็นขึ้นมาใหม่

ไวยากรณ์

what it thought the subjects were seeing: อนุประโยคกรรมแบบซ้อน

อนุประโยค what ทั้งหมดบอกเนื้อหาที่ถูกคาดการณ์และสร้างขึ้นใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อนุประโยคนี้ทำหน้าที่เป็นกรรมของ recreate ในที่นี้ what หมายถึง “สิ่งหรือภาพที่...” ดังนั้นซอฟต์แวร์จึงสร้างสิ่งที่มันเชื่อว่าผู้เข้าร่วมกำลังมองเห็นขึ้นมาใหม่ ภายในอนุประโยค it หมายถึงซอฟต์แวร์ วิธีแยกโครงสร้างซ้อนที่ช่วยให้เข้าใจง่ายคือเริ่มจาก what the subjects were seeing แล้วเติม it thought เพื่อแสดงว่านี่เป็นการตัดสินของซอฟต์แวร์ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ได้รับการยืนยันแล้ว ในที่นี้ what ไม่ได้นำหน้าคำถามโดยตรง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยค what เป็นกรรมของ recreated ได้อย่างถูกต้อง

  1. The program recreated that it thought the user was drawing.
  2. The program recreated what did it think the user was drawing.
  3. The program recreated what it thought the user was drawing.
ดูคำตอบ

The program recreated what it thought the user was drawing.

After being shown the word neuron, ไวยากรณ์

2:05

หลังจากให้ดูคำว่า “neuron”

these were the images the software generated.

2:06

นี่คือภาพที่ซอฟต์แวร์สร้างขึ้น

ไวยากรณ์

After being shown ... these were: การแก้ส่วนขยายที่ไม่มีประธานรองรับ

ในอนุประโยคเปิด After being shown... ผู้รับการแสดงสิ่งนั้นซึ่งไม่ได้ระบุออกมาควรเป็นประธานที่ตามมาตามหลักไวยากรณ์ แต่ประธานในที่นี้คือ these ซึ่งหมายถึงภาพต่าง ๆ ประโยคจึงเผลอสื่อว่าภาพเหล่านั้นเป็นสิ่งที่ได้เห็นคำว่า neuron หากต้องการแสดงลำดับเหตุการณ์ตามเจตนา ต้องใส่ประธานของอนุประโยคเปิดให้ชัดเจน: After the subjects were shown the word neuron, these were the images the software generated. โดยทั่วไป ให้ตรวจว่าประธานที่ละไว้ในอนุประโยคเปิดรูป -ing หรือ -ed เป็นประธานเดียวกับอนุประโยคหลักหรือไม่ หากไม่ใช่ก็ควรเขียนอนุประโยคใหม่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อได้ถูกต้องว่าผู้เข้าร่วมเห็นคำนั้นก่อนที่ซอฟต์แวร์จะสร้างภาพ

  1. After the subjects were shown the word neuron, these were the images the software generated.
  2. After being shown the word neuron, these were the images the software generated.
  3. After generating the word neuron, the subjects were shown these images.
ดูคำตอบ

After the subjects were shown the word neuron, these were the images the software generated.

But it doesn't stop there. ลำดับความ

2:09

แต่มันไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น

ลำดับความ

doesn't stop there: ส่งสัญญาณว่ายังมีข้อมูลตามมาอีก

It doesn't stop there เป็นข้อความเปลี่ยนประเด็นที่ไม่ได้ใช้ตามความหมายตรงตัว หมายความว่าผลลัพธ์ เรื่องราว หรือรายการความสำเร็จยังมีต่อจากสิ่งที่เพิ่งกล่าวไป และกำลังจะมีข้อมูลสำคัญเพิ่มเติม ในประโยคนี้ it กล่าวกว้าง ๆ ถึงงานวิจัยหรือสิ่งที่ซอฟต์แวร์ทำได้ ส่วน there ไม่ได้หมายถึงสถานที่ สำนวนนี้ช่วยจัดระเบียบข้อมูลด้วยการปิดช่วงหนึ่งแล้วสร้างความคาดหวังต่อพัฒนาการช่วงถัดไป ซึ่งมักน่าประทับใจกว่า

แบบฝึกหัด

ผู้พูดบอกประโยชน์หนึ่งอย่างแล้วพูดว่า But it doesn't stop there. ผู้ฟังควรคาดหวังอะไรต่อไป

  1. ประโยชน์หรือพัฒนาการอื่นที่เกี่ยวข้อง
  2. การจบคำพูดโดยไม่มีข้อมูลเพิ่มเติม
  3. คำอธิบายสถานที่สำหรับหยุดจริง ๆ
ดูคำตอบ

ประโยชน์หรือพัฒนาการอื่นที่เกี่ยวข้อง

Further studies began to use more complex visuals

2:10

งานวิจัยต่อมาเริ่มใช้ภาพที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น

and started monitoring the subjects in their sleep.

2:13

และเริ่มติดตามผู้เข้าร่วมการทดลองขณะนอนหลับ

In this case,

2:15

ในกรณีนี้

they first had the subjects fall asleep while in an fMRI ไวยากรณ์

2:16

ขั้นแรก นักวิจัยให้ผู้เข้าร่วมการทดลองหลับอยู่ในเครื่อง fMRI

and would wake them up in the middle of dreaming, กริยาวลี

2:19

แล้วปลุกพวกเขาขึ้นมากลางความฝัน

quickly asking them what they were dreaming about.

2:21

ก่อนจะรีบถามว่าพวกเขาฝันถึงอะไร

ไวยากรณ์

have + กรรม + กริยารูปพื้นฐานใน had the subjects fall asleep

ใน had the subjects fall asleep คำว่า had เป็นการใช้ have แบบ causative โดยมีโครงสร้าง have + คน + กริยารูปพื้นฐาน นักวิจัยทำหรือจัดให้ผู้เข้าร่วมหลับ คำว่า fall เป็น infinitive ที่ไม่มี to จึงไม่เติม to หลังกรรม Asleep บอกสภาวะที่เกิดขึ้นเป็นผลลัพธ์ โดยทั่วไป โครงสร้างนี้แสดงว่าบุคคลหรือองค์กรหนึ่งจัดให้บุคคลอีกคนทำบางอย่างหรือเข้าสู่สภาวะหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของกริยา check: The lab supervisor had the interns ____ the sensors before the trial.

ดูคำตอบ

check

กริยาวลี

wake someone up ที่แยกได้ใน wake them up

ใน wake them up คำว่า wake up เป็นกริยาสกรรม หมายถึงทำให้พวกเขาหยุดนอนหรือปลุกพวกเขา นักวิจัยเป็นผู้ทำการปลุก ไม่ใช่ผู้เข้าร่วมตื่นขึ้นเอง Wake up เป็น phrasal verb ที่แยกได้ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ระหว่างกริยากับอนุภาค: wake them up แต่เมื่อกรรมเป็นคำนาม วางได้ทั้งสองตำแหน่ง: wake the subjects up หรือ wake up the subjects

แบบฝึกหัด

เรียง wake, them และ up ตามลำดับเดียวที่เป็นธรรมชาติ: The children are sleeping, so please don't ____.

ดูคำตอบ

wake them up

They then used thousands of images from the internet to get the best approximation

2:24

จากนั้นจึงใช้ภาพหลายพันภาพจากอินเทอร์เน็ตเพื่อหาภาพที่ใกล้เคียงที่สุด

of what the subject was seeing

2:28

กับสิ่งที่ผู้เข้าร่วมการทดลองกำลังเห็น

based on brain scans.

2:29

โดยอาศัยผลสแกนสมอง

After doing this nearly 200 times with each person

2:31

หลังจากทำเช่นนี้กับแต่ละคนเกือบ 200 ครั้ง

and plugging the information into a learning algorithm,

2:33

และป้อนข้อมูลเข้าไปในอัลกอริทึมการเรียนรู้

software was used to predict and generate their next dreams.

2:36

ก็ใช้ซอฟต์แวร์คาดการณ์และสร้างความฝันครั้งต่อไปของพวกเขา

Though by no means perfect, วลี

2:39

แม้ระบบนี้จะยังห่างไกลจากความสมบูรณ์แบบ

it was clear that the machine's predictions were better than chance, การใช้คำ

2:41

แต่เห็นได้ชัดว่าการคาดการณ์ของเครื่องแม่นยำกว่าการเดาสุ่ม

matching up with the dreamer's description. กริยาวลี

2:43

และตรงกับคำบอกเล่าของผู้ฝัน

วลี

by no means: การปฏิเสธอย่างหนักแน่น

ใน “by no means perfect” วลี by no means ทำให้ความหมายปฏิเสธหนักแน่นขึ้น กล่าวคือ การคาดการณ์ห่างไกลจากความสมบูรณ์แบบ ไม่ใช่เพียงแค่ไม่สมบูรณ์เล็กน้อย ในที่นี้ means ไม่ได้หมายถึง “วิธีการ” หรือ “เงินทอง” แต่ทั้งสามคำรวมกันเป็นวลีวิเศษณ์ตายตัว เมื่ออยู่หลัง though วลีนี้ช่วยสร้างใจความยอมรับข้อหนึ่งก่อน กล่าวคือ ระบบมีผลลัพธ์ที่น่าสนับสนุน แต่ผู้พูดก็จำกัดอย่างชัดเจนว่าผลลัพธ์นั้นดีเพียงใด รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ “by no means + คำคุณศัพท์หรือกลุ่มคำนาม” และ “X is by no means ...”

แบบฝึกหัด

เติมวลีเน้นย้ำตายตัวที่หมายถึง “ห่างไกลจากความสมบูรณ์แบบ”: Though ____ perfect, the first version was still useful.

ดูคำตอบ

by no means

การใช้คำ

better than chance: สูงกว่าระดับการเดาแบบสุ่ม

Better than chance เปรียบเทียบการคาดการณ์ของเครื่องกับเกณฑ์อ้างอิงจากการเดาแบบสุ่ม ในประโยคนี้หมายความว่า การคาดการณ์ตรงกับคำบรรยายของผู้ฝันบ่อยกว่าหรือใกล้เคียงกว่าที่คาดไว้จากการเดาแบบสุ่ม นี่เป็นข้อสรุปอย่างระมัดระวังว่ามีประสิทธิภาพที่ตรวจจับได้ ไม่ใช่การอ้างว่าการคาดการณ์แม่นยำ ใช้งานได้จริง แสดงความเป็นเหตุเป็นผล หรือสมบูรณ์แบบ ผลลัพธ์อาจ better than chance แต่ยังผิดพลาดได้มาก

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The classifier performed better than chance,” ข้อสรุปใดถูกต้องแม่นยำที่สุด

  1. มันแม่นยำสมบูรณ์แบบและพร้อมใช้งานจริง
  2. มันทำได้ดีกว่าเกณฑ์การเดาแบบสุ่ม แต่ยังอาจผิดพลาดได้มาก
  3. มันสำเร็จเพียงเพราะโชคดีเท่านั้น
ดูคำตอบ

มันทำได้ดีกว่าเกณฑ์การเดาแบบสุ่ม แต่ยังอาจผิดพลาดได้มาก

กริยาวลี

matching up with: สอดคล้องกับคำบอกเล่าอีกชุดหนึ่ง

ในประโยคนี้ matching up with หมายถึง “สอดคล้องหรือตรงกันกับ” รายละเอียดที่เครื่องคาดการณ์ตรงกับสิ่งที่ผู้ฝันอธิบายในภายหลัง ไม่ได้หมายถึงการนำสิ่งของสองชิ้นมาจับคู่กันจริง ๆ อนุประโยค -ing เพิ่มหลักฐานให้ข้อความก่อนหน้า กล่าวคือ การที่คำคาดการณ์ตรงกับคำบอกเล่าช่วยแสดงว่าผลนั้นดีกว่าการเดาสุ่ม รูปแบบนี้ใช้บอกได้ว่ารายงาน ผลลัพธ์ หรือรายละเอียดชุดหนึ่งสอดคล้องกับอีกชุดหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เลือกสำนวนที่หมายถึง “ตรงหรือสอดคล้องกัน” ในประโยคนี้: The test results were ___ the teacher's notes.

  1. matching up with
  2. taking care of
  3. looking down on
  4. running out of
ดูคำตอบ

matching up with

Perhaps even more shocking is a study that used actual video footage. ไวยากรณ์

2:46

สิ่งที่อาจน่าตกใจยิ่งกว่านั้นคืองานวิจัยที่ใช้วิดีโอจริง

ไวยากรณ์

คำประเมินที่นำขึ้นหน้าใน Perhaps even more shocking is a study

Perhaps even more shocking is a study นำคำประเมิน perhaps even more shocking มาไว้หน้า be ส่วนประธานที่แท้จริงตามหลักไวยากรณ์คือ a study ซึ่งอยู่หลัง is ประโยคนี้เป็นประโยคบอกเล่า ไม่ใช่คำถาม ลำดับคำที่นำคำประเมินขึ้นหน้านี้ช่วยเน้นการประเมินและใช้แนะนำตัวอย่างใหม่ที่หนักแน่นกว่า Perhaps ช่วยลดความหนักแน่นของคำกล่าว ส่วน even more เปรียบเทียบงานวิจัยนี้กับสิ่งที่ก่อนหน้านี้ถูกนำเสนอว่าน่าตกใจอยู่แล้ว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้คำประเมินที่นำขึ้นหน้า ตามด้วย be และประธานที่วางไว้ด้านหลังได้ถูกต้อง

  1. The map at the back of the book is even more useful.
  2. Even more useful is the map at the back of the book.
  3. Is even more useful the map at the back of the book?
  4. Even more useful the map at the back of the book is.
ดูคำตอบ

Even more useful is the map at the back of the book.

After showing subjects 2 hours of movie footage and analyzing their brain activity,

2:50

หลังจากให้ผู้เข้าร่วมการทดลองดูภาพยนตร์นานสองชั่วโมงและวิเคราะห์การทำงานของสมอง

they then used a library of 18 million 1-second YouTube clips to match the brain activity.

2:54

นักวิจัยใช้คลังคลิป YouTube ความยาวหนึ่งวินาทีจำนวน 18 ล้านคลิปมาเทียบกับการทำงานของสมอง

Here are the results.

2:59

นี่คือผลลัพธ์

On the left are new unrelated clips that the subjects were later shown, ไวยากรณ์

3:01

ด้านซ้ายคือคลิปใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกัน ซึ่งนำมาให้ผู้เข้าร่วมการทดลองดูในภายหลัง

and on the right is what the software guessed they were seeing

3:04

ส่วนด้านขวาคือภาพที่ซอฟต์แวร์เดาว่าพวกเขากำลังเห็น

using a mashed-up combination of the YouTube clips as an approximation. การใช้คำ

3:07

โดยใช้คลิป YouTube หลายคลิปผสมรวมกันเพื่อสร้างภาพใกล้เคียง

ไวยากรณ์

On the left are ... / on the right is ...: การกลับลำดับแบบบอกสถานที่และความสอดคล้อง

On the left และ on the right เป็นวลีบอกสถานที่ที่ย้ายมาไว้ต้นประโยค ในโครงสร้างบรรยายแบบนี้ รูปหนึ่งของ be จะอยู่หน้าประธานเพื่อแนะนำว่ามีอะไรอยู่ในแต่ละตำแหน่ง ประโยคนี้จึงเป็นประโยคบอกเล่า ไม่ใช่คำถาม กริยายังคงต้องสอดคล้องกับประธานที่ตามหลังมา โดย new unrelated clips เป็นพหูพจน์จึงใช้ are ส่วน what the software guessed they were seeing เป็นอนุประโยค what ที่ทำหน้าที่เป็นคำนามหนึ่งหน่วยจึงใช้ is โครงสร้างนี้พบได้บ่อยเมื่ออธิบายหน้าจอ แผนภาพ หรือสิ่งที่จัดแสดง

แบบฝึกหัด

เติมรูปของ be ที่ถูกต้องในประโยคสำหรับการนำเสนอ: On the first page ____ the survey results, and on the second ____ our recommendation.

ดูคำตอบ

are · is

การใช้คำ

mashed-up combination: ชิ้นส่วนที่นำมารวมกันจากหลายแหล่ง

ในที่นี้ mashed-up หมายถึงการนำชิ้นส่วนจากหลายแหล่งมาผสมและเชื่อมต่อกันเป็นผลลัพธ์เดียว ความหมายนี้ขยายมาจากแนวคิดของการบดและผสมสิ่งต่าง ๆ แต่ในบริบทของสื่อนี้หมายถึงการตัดต่อหรือประกอบคลิป ไม่ใช่การบดอาหาร เมื่อเป็นคำคุณศัพท์ประสมอยู่หน้า combination คำว่า mashed-up จะใช้เครื่องหมายยัติภังค์และบอกว่าเป็นการผสมแบบใด นอกจากนี้ยังสื่อว่าเป็นภาพประกอบที่สร้างขึ้นอย่างคร่าว ๆ ไม่ใช่ภาพที่มาจากวิดีโอต้นฉบับเพียงคลิปเดียว

แบบฝึกหัด

นักออกแบบสร้างภาพตัวอย่างคร่าว ๆ หนึ่งชิ้นจากส่วนต่าง ๆ ของวิดีโอห้าคลิป วลีใดอธิบายผลลัพธ์ได้ดีที่สุด

  1. a written list of video titles
  2. a mashed-up combination of several videos
  3. one untouched original video
ดูคำตอบ

a mashed-up combination of several videos

All of this based on their brain waves. ลำดับความ

3:11

ทั้งหมดนี้อาศัยเพียงคลื่นสมองของพวกเขา

ลำดับความ

All of this based on...: วลีไม่สมบูรณ์ที่ใช้สรุปในภาษาพูด

All of this ย้อนกลับไปหมายถึงผลลัพธ์ทั้งหมดที่เพิ่งอธิบายไป ส่วน based on their brain waves บอกว่าผลลัพธ์นั้นอาศัยหลักฐานอะไร ประโยคเต็มคือ All of this is based on their brain waves. ผู้พูดละ is ออก ทำให้เป็นวลีสั้น ๆ ในภาษาพูดที่เน้นพื้นฐานของข้อมูลและปิดท้ายคำอธิบาย

แบบฝึกหัด

วลี "All of this based on their brain waves." ทำหน้าที่อะไรในคำอธิบาย?

  1. วลีนี้นำเสนอขั้นตอนแยกต่างหากที่นักวิจัยจะทำต่อไป
  2. วลีนี้บอกว่าคลื่นสมองถูกสร้างขึ้นโดยซอฟต์แวร์
  3. วลีนี้สรุปผลลัพธ์ก่อนหน้าและบอกว่าคลื่นสมองเป็นพื้นฐานของผลลัพธ์นั้น
ดูคำตอบ

วลีนี้สรุปผลลัพธ์ก่อนหน้าและบอกว่าคลื่นสมองเป็นพื้นฐานของผลลัพธ์นั้น

As these software programs become more and more complex, ไวยากรณ์

3:14

เมื่อโปรแกรมซอฟต์แวร์เหล่านี้ซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ

we come that much closer to accurately visualizing and recording our thoughts and dreams, วลี

3:17

เราก็ยิ่งเข้าใกล้การแสดงภาพและบันทึกความคิดกับความฝันของเราได้อย่างแม่นยำ

ไวยากรณ์

more and more + คำคุณศัพท์ เพื่อบอกการเปลี่ยนแปลงทีละน้อย

more and more + คำคุณศัพท์ หมายถึงคุณสมบัติหนึ่งเพิ่มขึ้นทีละน้อยอย่างต่อเนื่องเมื่อเวลาผ่านไป ในที่นี้ more and more complex บอกว่าโปรแกรมซอฟต์แวร์กำลังซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ โครงสร้างนี้อธิบายแนวโน้มที่กำลังเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่การเปรียบเทียบสิ่งคงที่สองอย่าง จึงไม่ใช้ than

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง more and more + คำคุณศัพท์ และคำว่า complex เติมประโยคให้สมบูรณ์: As new clues appear, the mystery becomes ____.

ดูคำตอบ

more and more complex

วลี

come that much closer to: เข้าใกล้เป้าหมายขึ้นอีกมาก

ในประโยคนี้ come that much closer to หมายถึง “ก้าวเข้าใกล้สิ่งใดสิ่งหนึ่งเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด” come แสดงการเคลื่อนไปสู่สภาวะหรือเป้าหมาย ส่วน that much เน้นขนาดของความคืบหน้าที่เกิดจากซอฟต์แวร์ซับซ้อนขึ้น วลีนี้ยังคงสื่อว่าเป้าหมายยังไม่สำเร็จ ในที่นี้ to เป็นคำบุพบท จึงตามด้วยรูป -ing ที่เชื่อมแบบขนานกันอย่าง accurately visualizing และ recording ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายจากบทเรียน: With each successful safety test, the team ____ launching the device.

ดูคำตอบ

comes that much closer to

at which point perhaps we'll find a few more clues into why we dream in the first place. โน้ต

3:21

และเมื่อถึงจุดนั้น เราอาจพบเบาะแสเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อยว่าเหตุใดเราจึงฝันตั้งแต่แรก

ลำดับความ

at which point: เมื่อถึงขั้นนั้น

ในประโยคนี้ at which point ย้อนอ้างถึงขั้นทั้งหมดที่จินตนาการไว้ก่อนหน้า นั่นคือขั้นที่สามารถแสดงภาพและบันทึกความคิดกับความฝันได้อย่างแม่นยำ Point หมายถึงขั้นหนึ่งในกระบวนการ ไม่ใช่สถานที่จริงหรือประเด็นข้อโต้แย้ง คำเชื่อมนี้จัดระเบียบข้อมูลด้วยการบอกจุดสำคัญก่อน แล้วจึงเชื่อมผลที่อาจเกิดขึ้นเมื่อถึงขั้นนั้น Perhaps แสดงว่าการพบเบาะแสเพิ่มเติมยังเป็นเพียงการคาดการณ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมแบบเป็นทางการที่หมายถึง “เมื่อถึงขั้นนั้น”: The final inspection is scheduled for Friday, ____ the building can reopen.

ดูคำตอบ

at which point

วลี

in the first place: การถามถึงเหตุผลพื้นฐาน

ในอนุประโยคที่มี why วลี in the first place ดึงความสนใจกลับไปยังคำถามพื้นฐานที่สุดว่า แท้จริงแล้วทำไมเราจึงฝัน วลีนี้เน้น why ด้วยการถามถึงเหตุผลแรกเริ่มหรือเหตุผลพื้นฐาน ไม่ใช่รายละเอียดอื่นเกี่ยวกับความฝัน ในที่นี้ first place ไม่ได้หมายถึงสถานที่จริง และไม่ได้ใช้เริ่มขั้นตอนแรกของลำดับ วลีนี้ช่วยพาการสนทนากลับไปยังคำถามหรือเหตุผลที่ทำให้เริ่มการสนทนานั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่เน้นเหตุผลแรกเริ่มและเหตุผลพื้นฐาน: Why did we start this project ____?

ดูคำตอบ

in the first place

And if you'd like to find out about some other amazing and unanswered scientific phenomenon,

3:26

และหากคุณอยากรู้เกี่ยวกับปรากฏการณ์ทางวิทยาศาสตร์ที่น่าทึ่งอื่น ๆ ซึ่งยังไม่มีคำตอบ

head over to Alltime10s channel,

3:31

ไปที่ช่อง Alltime10s

where 10 fantastic science YouTubers have come together in an attempt to answer some burning questions. สำนวน

3:32

ที่ซึ่ง YouTuber สายวิทยาศาสตร์ฝีมือเยี่ยม 10 คนมารวมตัวกันเพื่อพยายามตอบคำถามคาใจหลายข้อ

สำนวน

burning questions: คำถามเร่งด่วนและน่าสนใจอย่างมาก

Burning questions เป็นวลีเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงคำถามที่รู้สึกว่าเร่งด่วน สำคัญ หรือน่าสนใจอย่างมาก และยังต้องการคำตอบ ในที่นี้ วลีดังกล่าวนำเสนอปริศนาทางวิทยาศาสตร์ว่าเป็นคำถามที่ผู้คนจำนวนมากอยากรู้คำตอบอย่างยิ่ง Burning เพิ่มน้ำหนักทางอารมณ์ให้ questions ไม่ได้หมายความว่ามีอะไรติดไฟจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ burning questions หมายถึงอะไร?

  1. คำถามแรกที่เรียงไว้ในการอภิปราย
  2. คำถามเร่งด่วนหรือน่าสนใจอย่างมากที่ผู้คนอยากได้คำตอบ
  3. คำถามเกี่ยวกับสิ่งที่กำลังติดไฟจริง ๆ
ดูคำตอบ

คำถามเร่งด่วนหรือน่าสนใจอย่างมากที่ผู้คนอยากได้คำตอบ

It's a super collaboration of science.

3:38

นี่คือสุดยอดความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์

And if you're new to AsapSCIENCE,

3:40

และหากคุณเพิ่งรู้จัก AsapSCIENCE

be sure to subscribe for more weekly science videos.

3:41

อย่าลืมกดติดตามเพื่อชมวิดีโอวิทยาศาสตร์ใหม่ทุกสัปดาห์

We've made a playlist of some of our favorite and most popular videos for your viewing pleasure.

3:44

เราได้จัดเพลย์ลิสต์รวมวิดีโอโปรดและวิดีโอยอดนิยมของเราบางส่วนไว้ให้คุณรับชมเพลิน ๆ

Enjoy.

3:48

ขอให้สนุกกับการรับชม