เบบี้บิงโกมาแล้ว! 😆 🧡 | ไฮไลท์ซีซั่น 2 - คุณพ่อเบบี้ | บลูอี้: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Bluey - Official Channel

ความยากในการเรียน
236 คำ 181 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: ในการเล่นสมมติว่าเป็นการคลอด พ่อของบลูอีและแพตพยายามหาวิธีช่วยทำคลอดกันสด ๆ แต่ก็มัวสนใจการแข่งขันคริกเก็ต จนอีกคนเข้ามารับช่วง และการประสานกันระหว่างการผลักกับการดึงก็เริ่มได้ผลในที่สุด ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. having a baby. — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เข้าใจว่า have a baby ในบริบทครอบครัวหรือการแพทย์หมายถึงการคลอดลูก ไม่ใช่การ “มีไว้ในครอบครอง” ตามความหมายตรงตัว จึงช่วยให้ตีความวลีที่พบบ่อยมากในการสนทนาเรื่องการตั้งครรภ์ การคลอด และข่าวครอบครัวได้อย่างถูกต้อง 2. none for six, — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทในชีวิตจริง: รู้จักรูปแบบการบอกคะแนนคริกเก็ตแบบออสเตรเลีย ซึ่งหมายถึงทีมทำได้หกรันโดยยังไม่เสีย wicket เลย ความรู้พื้นฐานนี้ช่วยให้ตามคำถามของพ่อที่กำลังวอกแวกไปกับการแข่งขันได้ และเข้าใจว่าการแปลตัวเลขตรง ๆ จะทำให้พลาดมุกของฉากนี้ 3. Give me a go. — วัจนปฏิบัติศาสตร์ในการสนทนาและท่าที: เรียนรู้วิธีพูดแบบเป็นธรรมชาติในภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียและอังกฤษ เพื่อขอให้ถึงตาของตนหรือขออนุญาตลองทำงานนั้น สามารถใช้เมื่ออยากร่วมเล่นเกม ขอรับช่วงงานที่ต้องลงมือทำ หรือเสนอตัวลองหลังจากที่อีกคนทำแล้วพบความลำบาก

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Hello.

0:00

สวัสดี

He's having a baby. การใช้คำ

0:02

เขากำลังจะมีลูก

การใช้คำ

having a baby: หมายถึงคลอดลูก ไม่ใช่ครอบครอง

ในฉากสมมติว่าเป็นการคลอดลูกนี้ having a baby หมายถึงกำลังผ่านกระบวนการคลอด คำว่า have ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการครอบครอง และรูปกำลังกระทำแสดงว่าการคลอดกำลังเกิดขึ้นในตอนนี้ ในบริบทอื่น have a baby อาจหมายกว้าง ๆ ว่ากำลังรอลูกเกิดหรือกำลังจะเป็นพ่อแม่ก็ได้ รายละเอียดรอบข้างจะช่วยบอกว่าหมายถึงการคลอดโดยตรงหรือเหตุการณ์โดยรวมของการต้อนรับทารก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่ใช้ have: The baby is being born right now. Maya is ____.

ดูคำตอบ

having a baby

What happens now? วลี

0:05

แล้วไงต่อล่ะ

วลี

What happens now?: ถามถึงขั้นตอนถัดไป

What happens now? ใช้ถามว่าเหตุการณ์ เรื่องราว หรือกระบวนการจะดำเนินต่อไปจากจุดนี้อย่างไร now ระบุขั้นตอนปัจจุบัน ส่วน happens ในรูปปัจจุบันธรรมดาใช้ถามว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป จุดสนใจอยู่ที่ความคืบหน้าของเหตุการณ์ ไม่จำเป็นต้องเป็นการกระทำของบุคคลใดคนหนึ่ง และยังอาจมีความหมายโดยอ้อมว่า ต่อไปเราควรคาดหวังอะไร

แบบฝึกหัด

ชั้นเรียนทำการซ้อมหนีไฟส่วนแรกเสร็จแล้ว คุณต้องการถามว่ากระบวนการจะดำเนินต่ออย่างไร ไม่ได้ถามว่าตัวคุณเองควรทำอะไร คำถามใดเหมาะสมที่สุด?

  1. What happens now?
  2. What's happening now?
  3. What do we do now?
ดูคำตอบ

What happens now?

What are you asking me for? น้ำเสียง/เจตนา

0:06

เธอมาถามฉันทำไม

น้ำเสียง/เจตนา

ใช้ What are you asking me for? เพื่อปฏิเสธความรับผิดชอบ

ในบริบทนี้ What are you asking me for? หมายถึง “มาถามฉันทำไม?” ผู้พูดไม่ได้คาดหวังคำอธิบายจริง ๆ แต่กำลังปฏิเสธความคิดที่ว่าตนควรรู้ว่าต้องทำอย่างไร คำถามนี้ย้ายจุดสนใจจากตัวปัญหาไปยังเหตุผลที่เลือกถามคนนี้ น้ำเสียงอาจสื่อถึงความประหลาดใจ การตั้งรับ หรือความรำคาญ โดยมีนัยว่า “ฉันไม่ใช่คนที่จะตอบเรื่องนี้ได้”

แบบฝึกหัด

เพื่อนร่วมงานขอให้ Nina ซ่อมเซิร์ฟเวอร์ แต่ Nina ไม่ได้ทำงานด้านเทคนิค Nina พูดว่า “What are you asking me for?” เธอน่าจะหมายความว่าอย่างไร

  1. เธอต้องการรู้ว่าจะได้รับรางวัลอะไร
  2. เธอไม่เข้าใจคำศัพท์ในคำถาม
  3. เธอปฏิเสธความคาดหวังว่าเธอควรรู้วิธีซ่อมเซิร์ฟเวอร์
ดูคำตอบ

เธอปฏิเสธความคาดหวังว่าเธอควรรู้วิธีซ่อมเซิร์ฟเวอร์

Aren't you the midwife? น้ำเสียง/เจตนา

0:08

คุณไม่ใช่หมอตำแยเหรอ

น้ำเสียง/เจตนา

Aren't you the midwife?: คำถามปฏิเสธที่มีความคาดหมายอยู่ก่อน

Aren't you the midwife? เป็นคำถามปฏิเสธ ผู้พูดคาดว่า หรือก่อนหน้านี้เชื่อว่า ผู้ฟังคือพยาบาลผดุงครรภ์ และถามเพื่อยืนยันเพราะสถานการณ์ดูไม่ตรงกับความเชื่อนั้น รูปประโยคนี้เพิ่มท่าทีว่า “ฉันคิดว่าคุณเป็น แล้วไม่ใช่เหรอ?” น้ำเสียงอาจแสดงความประหลาดใจหรือการตั้งคำถาม ไม่ใช่เพียงถามตัวตนอย่างเป็นกลาง

แบบฝึกหัด

คุณเชื่อว่า Maya เป็นกัปตันทีม แต่ปฏิกิริยาของเธอทำให้คุณไม่แน่ใจ คำถามใดแสดงความคาดหมายและความประหลาดใจนี้ได้ดีที่สุด

  1. Are you the team captain, Maya?
  2. Aren't you the team captain, Maya?
  3. You aren't the team captain, Maya.
ดูคำตอบ

Aren't you the team captain, Maya?

No, I'm just a friend.

0:09

เปล่า ฉันเป็นแค่เพื่อน

I work in a petrol station. การใช้คำ

0:10

ฉันทำงานในปั๊มน้ำมัน

การใช้คำ

petrol station ในภาษาอังกฤษแบบบริติชและออสเตรเลีย

petrol station หมายถึงสถานที่ที่ผู้ขับขี่ซื้อเชื้อเพลิง หรือปั๊มน้ำมัน ในประโยคนี้ petrol หมายถึงน้ำมันเบนซินที่ใช้กับรถยนต์ ไม่ใช่ชื่อแบรนด์หรือชื่อเฉพาะ สำนวนนี้ใช้เป็นปกติในภาษาอังกฤษแบบบริติชและออสเตรเลีย ส่วนภาษาอังกฤษแบบอเมริกันมักเรียกสถานที่ชนิดเดียวกันว่า gas station

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้คำทั่วไปในภาษาอังกฤษแบบบริติชสำหรับสถานที่ที่ผู้ขับขี่ซื้อเชื้อเพลิงรถยนต์?

  1. We stopped at a bus station to buy fuel.
  2. We stopped at a petrol station to buy fuel.
  3. We stopped at a gas station to buy fuel.
ดูคำตอบ

We stopped at a petrol station to buy fuel.

What?

0:12

อะไรนะ

I'm coming out. กริยาวลี

0:13

ฉันกำลังจะออกไปแล้ว

กริยาวลี

coming out: เคลื่อนจากข้างในออกมาข้างนอก

ในที่นี้ coming out หมายถึงการเคลื่อนจากข้างในสถานที่หรือพื้นที่ปิดออกมาข้างนอก ในฉากสมมติการคลอด ผู้พูดรับบทเป็นทารกและบอกว่าการเคลื่อนไหวกำลังเกิดขึ้นหรือกำลังจะเกิดขึ้น Come out มีหลายความหมาย ให้ดูประธานและคำบอกใบ้ใกล้เคียง เช่น out of, from, ประตู หรือภาชนะ เพื่อระบุว่าเป็นความหมายด้านการเคลื่อนที่จริง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ coming out ในความหมายว่าเคลื่อนจากข้างในออกมาข้างนอกจริง ๆ?

  1. The cat is coming out of the cupboard.
  2. The truth is finally coming out.
  3. Her new book is coming out in May.
ดูคำตอบ

The cat is coming out of the cupboard.

Well, who's gonna deliver my baby? การใช้คำ

0:15

แล้วใครจะทำคลอดลูกฉันล่ะเนี่ย

การใช้คำ

deliver my baby: deliver ในบริบทการคลอด

ในบริบทการคลอดนี้ deliver my baby หมายถึงช่วยให้ลูกของฉันเกิด หรือช่วยทำคลอด ผู้ที่ช่วยในการคลอด ซึ่งมักเป็นแพทย์หรือผดุงครรภ์ เป็นประธานของประโยค ส่วนทารกเป็นกรรม บริบททางการแพทย์ทำให้ deliver มีความหมายเฉพาะนี้ ไม่ได้หมายถึงการนำหรือขนส่งทารกไปยังที่อื่น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ deliver ในความหมายว่า “ช่วยทำคลอด”?

  1. The actor delivered the final speech.
  2. The courier delivered the medicine before noon.
  3. The obstetrician delivered the twins just before dawn.
ดูคำตอบ

The obstetrician delivered the twins just before dawn.

Hey, True Blue. วัฒนธรรม

0:17

เฮ้ ทรูบลู

วัฒนธรรม

True Blue: คำเรียกแบบขำ ๆ ที่มีกลิ่นอายออสเตรเลีย

true blue เป็นสำนวน ไม่ใช่คำบรรยายสีตามตัวอักษร อาจหมายถึงซื่อสัตย์อย่างเต็มที่หรือเป็นของแท้ และในภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลีย true-blue ยังใช้อธิบายคนหรือสิ่งที่เป็นออสเตรเลียอย่างแท้จริงหรือมีลักษณะแบบออสเตรเลียอย่างชัดเจนได้ ในประโยคนี้ True Blue ใช้เป็นคำเรียกแบบขำ ๆ ในแอนิเมชันออสเตรเลีย สำนวนนี้เพิ่มกลิ่นอายวัฒนธรรมท้องถิ่น และคำว่า blue ก็พ้องกับชื่อ Bluey นอกจากนี้ยังอาจทำให้ผู้ชมออสเตรเลียนึกถึงเพลงชื่อดัง “True Blue” แต่ประโยคนี้เพียงประโยคเดียวไม่ได้ยืนยันว่าเป็นการอ้างเนื้อเพลงโดยตรง

แบบฝึกหัด

ข้อใดคือความหมายที่เหมาะสมที่สุดของ True Blue ในประโยคนี้?

  1. คำเรียกแบบขำ ๆ ที่สื่อถึงความซื่อสัตย์หรือความเป็นออสเตรเลียอย่างแท้จริง และพ้องกับชื่อ Bluey
  2. ตำแหน่งอย่างเป็นทางการของหัวหน้าทีมสีน้ำเงิน
  3. คำบอกเล่าตามตัวอักษรว่าคนคนนั้นมีสีน้ำเงินจริง ๆ
ดูคำตอบ

คำเรียกแบบขำ ๆ ที่สื่อถึงความซื่อสัตย์หรือความเป็นออสเตรเลียอย่างแท้จริง และพ้องกับชื่อ Bluey

Is it me and you.

0:19

ใช่ฉันกับนายหรือเปล่า

Yes.

0:22

ใช่

Is it Mum and Dad.

0:23

ใช่แม่กับพ่อไหม

Is it a...

0:25

ใช่...

Lucky's Dad.

0:26

พ่อของลัคกี้

Can you give us a hand with something? สำนวน

0:27

คุณช่วยอะไรเราหน่อยได้ไหม

สำนวน

give us a hand: การขอความช่วยเหลือ

give someone a hand เป็นสำนวนที่หมายถึง “ช่วยใครสักคน” ในประโยคนี้ us คือฝ่ายที่ได้รับความช่วยเหลือ ดังนั้น give us a hand จึงหมายถึง “ช่วยพวกเรา” ไม่ได้หมายถึงการยื่นมือจริง ๆ ให้ รูปแบบที่ใช้บ่อยคือ give + คน + a hand + with + งานหรือสิ่งของ เมื่อตามหลัง Can you...? หรือ Could you...? จะกลายเป็นคำขอความช่วยเหลือในชีวิตประจำวันที่เป็นธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

เติมคำขอให้สมบูรณ์โดยใช้ give someone a hand และคำสรรพนามที่ถูกต้อง: Could you ____ with this table?

ดูคำตอบ

give me a hand

Yeah, no worries, Bluey. น้ำเสียง/เจตนา

0:29

ได้สิ ไม่มีปัญหา บลูอี้

น้ำเสียง/เจตนา

no worries: ตอบรับคำขออย่างสบาย ๆ

No worries เป็นคำตอบแบบตายตัวและไม่เป็นทางการ ในที่นี้หมายถึง “ไม่มีปัญหา ฉันยินดีช่วย” จึงทั้งตอบรับคำขอและทำให้ผู้ขอสบายใจ ไม่ได้กำลังพูดถึงความกังวลตามความหมายตรงตัว หน้าที่ของวลีนี้ขึ้นอยู่กับประโยคก่อนหน้า เมื่อใช้หลังคำขอ no worries มักสื่อถึงการตอบตกลงอย่างสบาย ๆ และเต็มใจ

แบบฝึกหัด

เพื่อนถามว่า “Can you help me carry this box?” คำตอบใดเป็นการตอบรับคำขอแบบสบาย ๆ

  1. Don't worry; someone else may help.
  2. Sorry, I can't help today.
  3. No worries, I can help.
ดูคำตอบ

No worries, I can help.

I didn't know this was the something. น้ำเสียง/เจตนา

0:31

ฉันไม่รู้เลยว่าไอ้อะไรหน่อยคือแบบนี้

น้ำเสียง/เจตนา

the something: การย้อนถึง something ที่พูดไว้อย่างคลุมเครือ

ในประโยคนี้ the something หมายถึง “เรื่องเฉพาะที่ก่อนหน้านี้คุณเรียกว่า something” คำนำหน้านามชี้เฉพาะ the ทำให้คำที่เดิมคลุมเครือกลายเป็นชื่อชั่วคราวของเรื่องที่ตอนนี้ทั้งสองฝ่ายรู้แล้วว่าหมายถึงอะไร ผู้พูดหยิบถ้อยคำคลุมเครือที่อีกฝ่ายจงใจใช้มาพูดซ้ำ เพื่อแสดงความแปลกใจหรือบ่นว่า “ฉันไม่รู้มาก่อนว่าคุณหมายถึงเรื่องนี้” รูปแบบที่จงใจฟังแปลกนี้ทำให้เกิดอารมณ์ขัน โดย the something ไม่ใช่ชื่อปกติของสิ่งของหรืองาน

แบบฝึกหัด

การที่ผู้พูดใช้ the something ในที่นี้ทำให้เกิดผลอย่างไร?

  1. ย้อนถึง something ที่ก่อนหน้านี้ใช้อย่างคลุมเครือด้วยอารมณ์ขัน
  2. บอกว่าก่อนหน้านี้ไม่เคยมีการพูดถึงงานใดเลย
  3. ตั้งชื่ออย่างเป็นทางการให้งานนั้น
ดูคำตอบ

ย้อนถึง something ที่ก่อนหน้านี้ใช้อย่างคลุมเครือด้วยอารมณ์ขัน

Harden up, Pat. สำนวน

0:33

เข้มแข็งหน่อย แพท

สำนวน

Harden up: คำสั่งตรง ๆ ให้เข้มแข็งขึ้น

Harden up เป็นคำสั่งแบบไม่เป็นทางการ หมายถึง “เข้มแข็งขึ้น รวบรวมความกล้า และเลิกถอยหนี” ในที่นี้ผู้พูดกำลังกดดันให้ Pat ทำต่อแม้จะกลัว ไม่ได้หมายความว่าคนหรือสิ่งของกำลังแข็งขึ้นจริง ๆ ถ้อยคำนี้อาจฟังเป็นการให้กำลังใจแบบแข็ง ๆ การหยอก ความหงุดหงิด หรือการไม่ใส่ใจความรู้สึก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับน้ำเสียงและความสัมพันธ์

แบบฝึกหัด

ตัดสิน: คนแปลกหน้าคนหนึ่งเพิ่งได้รับข่าวร้ายและกำลังร้องไห้ การพูดกับเขาว่า “Harden up” เป็นวิธีปลอบใจที่เหมาะสม

  1. เหมาะสม
  2. ไม่เหมาะสม
ดูคำตอบ

ไม่เหมาะสม

But I don't know how to deliver a baby. ไวยากรณ์

0:34

แต่ฉันไม่รู้ว่าต้องทำคลอดยังไง

ไวยากรณ์

know how to + คำกริยารูปพื้นฐาน: รู้วิธีทำ

know how to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงรู้วิธีหรือมีทักษะที่ใช้ทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้จริง ในประโยคนี้ I don't know how to deliver a baby หมายถึงผู้พูดทำคลอดไม่เป็น ไม่ใช่แค่ไม่รู้ข้อเท็จจริงบางอย่าง หลัง how to ใช้คำกริยาที่บอกการกระทำในรูปพื้นฐาน เช่น know how to swim และ know how to fix it

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมายสามคำ: After one lesson, I ____ change a bicycle tyre.

ดูคำตอบ

know how to

I thought you grew up on a farm. กริยาวลี

0:37

ฉันนึกว่านายโตมาในฟาร์มซะอีก

กริยาวลี

grew up on a farm: เติบโตมาในฟาร์ม

grew up เป็นรูปอดีตแบบไม่ปกติของ grow up ซึ่งหมายถึงใช้ชีวิตในวัยเด็กและเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ในประโยคนี้ บุคคลนั้นใช้ชีวิตวัยเด็กในสภาพแวดล้อมของฟาร์ม ส่วน up ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ขึ้นด้านบน ภาษาอังกฤษมักใช้ on a farm เมื่อมองฟาร์มเป็นสถานที่หรือวิถีชีวิตโดยรวม ใช้ in a farmhouse เฉพาะเมื่อเน้นตัวอาคารบ้านในฟาร์ม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่า Lina ใช้ชีวิตวัยเด็กในสภาพแวดล้อมของฟาร์ม

  1. Lina grew vegetables on a farm.
  2. Lina grew up on a farm.
  3. Lina moved to a farm last year.
ดูคำตอบ

Lina grew up on a farm.

We grew sorghum.

0:38

เราปลูกข้าวฟ่างต่างหาก

Dad, the cricket's started. วัฒนธรรม

0:40

พ่อ คริกเก็ตเริ่มแล้ว

วัฒนธรรม

the cricket's started: การแข่งคริกเก็ตเริ่มแล้ว

ในประโยคนี้ the cricket หมายถึงการแข่งขันคริกเก็ตหรือการถ่ายทอดที่ผู้พูดทั้งสองฝ่ายรู้อยู่แล้วว่าคือรายการใด การใช้แบบไม่เป็นทางการนี้พบได้บ่อยในภาษาอังกฤษแบบบริติชและออสเตรเลียเมื่อบริบทชัดเจนว่าเป็นการแข่งขันหรือการถ่ายทอดใด ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงแมลงจิ้งหรีด ใน cricket's started คำว่า 's เป็นรูปย่อของ has: the cricket has started ทั้งวลีจึงหมายความว่าการแข่งขันหรือการถ่ายทอดเริ่มแล้ว

แบบฝึกหัด

ในการสนทนาเกี่ยวกับการถ่ายทอดกีฬา The cricket's started หมายความว่าอย่างไร?

  1. แมลงตัวหนึ่งเริ่มส่งเสียง
  2. การแข่งขันคริกเก็ตหรือการถ่ายทอดเริ่มแล้ว
  3. มีคนเริ่มเรียนรู้กติกาคริกเก็ต
ดูคำตอบ

การแข่งขันคริกเก็ตหรือการถ่ายทอดเริ่มแล้ว

I'm busy, mate. การใช้คำ

0:42

พ่อยุ่งอยู่นะลูก

การใช้คำ

mate: คำเรียกผู้ฟังแบบกันเอง

mate ในที่นี้เป็นคำเรียกผู้ฟังโดยตรงแบบไม่เป็นทางการ คล้าย friend หรือ buddy เครื่องหมายจุลภาคแสดงว่าเป็นคำเรียกขาน กล่าวคือผู้พูดกำลังเรียกอีกฝ่าย ไม่ได้กำลังบอกว่าอีกฝ่ายเป็น mate ของใคร การใช้แบบนี้พบได้บ่อยเป็นพิเศษในภาษาอังกฤษแบบบริติชและออสเตรเลีย อาจฟังอบอุ่นและสนิทสนม แต่ในประโยคนี้ไม่ได้หมายถึงคู่สมรสหรือคู่ชีวิต

แบบฝึกหัด

mate ทำหน้าที่อะไรในประโยค I'm busy, mate.?

  1. เป็นการกล่าวถึงคู่สมรสของผู้พูด
  2. เป็นการเรียกผู้ฟังโดยตรงแบบไม่เป็นทางการ
  3. เป็นการให้ตำแหน่งทางอาชีพแก่ผู้ฟัง
ดูคำตอบ

เป็นการเรียกผู้ฟังโดยตรงแบบไม่เป็นทางการ

Just shout if there's a wicket. วัฒนธรรม

0:43

มีใครเอาท์เมื่อไหร่ก็ตะโกนบอกแล้วกัน

วัฒนธรรม

a wicket: เหตุการณ์ที่ผู้ตีออกในคริกเก็ต

ในกีฬาคริกเก็ต wicket อาจหมายถึงเป้าที่ประกอบด้วยหลักสามต้นและไม้ชิ้นเล็กที่วางอยู่ด้านบน แต่ในการบรรยายการแข่งขัน a wicket มักหมายถึงเหตุการณ์ที่ผู้ตีถูกให้ออก ใน if there's a wicket ใช้ความหมายหลัง คือให้ตะโกนเมื่อมีผู้ตีออก นี่เป็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญในการแข่งขัน ไม่ใช่ประตูเล็ก ๆ หรือการทำประตูฟุตบอล

แบบฝึกหัด

ในประโยคคริกเก็ต Just shout if there's a wicket เหตุการณ์ใดควรทำให้ผู้ฟังตะโกนบอก?

  1. มีคนเปิดประตูเล็ก ๆ
  2. ผู้ตีถูกให้ออก
  3. ผู้เล่นทำประตูฟุตบอลได้
ดูคำตอบ

ผู้ตีถูกให้ออก

Okay.

0:45

โอเค

Well, how hard can this be? น้ำเสียง/เจตนา

0:47

เอาล่ะ มันจะไปยากอะไรกันเชียว

น้ำเสียง/เจตนา

How hard can this be?: คำถามเชิงวาทศิลป์ที่แสดงความมั่นใจ

How hard can this be? มักเป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ แทนที่จะถามเพื่อขอข้อมูล ประโยคนี้สื่อว่างานนั้นคงไม่ยากมากนัก ผู้พูดอาจใช้เพื่อเพิ่มความมั่นใจก่อนลองทำบางอย่าง หรืออาจกำลังประเมินความยากของงานต่ำเกินไป ในเรื่องเล่า ความมั่นใจนี้ยังอาจปูทางให้เกิดความขบขัน หากไม่นานงานนั้นกลับกลายเป็นเรื่องยาก

แบบฝึกหัด

Maya กำลังจะซ่อมจักรยานด้วยตัวเองเป็นครั้งแรก เธอพูดว่า How hard can this be? เธอน่าจะหมายความว่าอย่างไร?

  1. เธอรู้ว่าการซ่อมเป็นไปไม่ได้
  2. เธอคิดว่าการซ่อมน่าจะค่อนข้างง่าย
  3. เธอต้องการค่าระดับความยากที่แน่นอน
ดูคำตอบ

เธอคิดว่าการซ่อมน่าจะค่อนข้างง่าย

I'll just grab a leg.

0:48

ฉันแค่จับขาเอาไว้

Hey, where are you going?

0:51

เฮ้ ลูกจะไปไหนน่ะ

I'm not going anywhere. วลี

0:54

หนูไม่ได้ไปไหนซะหน่อย

วลี

not going anywhere: อยู่ที่นี่และไม่ออกไป

ในประโยคนี้ not going anywhere หมายถึงไม่ออกไปหรืออยู่ที่นี่ โครงสร้าง not ... anywhere ปฏิเสธจุดหมายทุกแห่ง กล่าวคือผู้พูดไม่ได้ตั้งใจจะไปที่ใดเลย คำเดียวกันนี้ยังใช้บอกว่าแผน การพูดคุย หรือความสัมพันธ์ไม่คืบหน้าได้ด้วย แต่ในที่นี้กำลังพูดถึงว่าคนคนนั้นจะไปไหน จึงหมายถึงการไม่ออกจากที่นี่จริง ๆ

แบบฝึกหัด

มีคนถามว่า “Where are you going?” และได้รับคำตอบว่า “I'm not going anywhere.” คำตอบนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. แผนของผู้พูดไม่มีความคืบหน้า
  2. ผู้พูดกำลังจะไปยังสถานที่ที่ไม่รู้จัก
  3. ผู้พูดจะอยู่ที่นี่
ดูคำตอบ

ผู้พูดจะอยู่ที่นี่

Bingo, that tickles.

0:56

บิงโก จั๊กจี้นะ

Oh, we'll see about this. น้ำเสียง/เจตนา

0:58

โอ้ เดี๋ยวก็รู้

น้ำเสียง/เจตนา

we'll see about this: ความตั้งใจแน่วแน่ที่จะลงมือจัดการ

ในที่นี้ we'll see about this ไม่ได้หมายถึงเพียงรอดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่แสดงว่าผู้พูดตั้งใจจะเข้าไปจัดการ ตรวจสอบ โต้แย้ง หรือรับมือกับปัญหาตรงหน้า สำนวนนี้อาจมีท่าทีท้าทายในความหมายว่าเรื่องนี้ยังไม่จบ น้ำเสียงและระดับความขัดแย้งจะเป็นตัวกำหนดว่าฟังดูเพียงแค่หนักแน่นหรือเหมือนเป็นคำเตือน

แบบฝึกหัด

ผู้จัดการปฏิเสธข้อร้องเรียนของคุณ คำตอบใดแสดงชัดที่สุดว่าคุณไม่ยอมรับผลนั้นและตั้งใจจะโต้แย้งต่อ

  1. We'll see.
  2. We'll see about this.
  3. I'll look into this.
ดูคำตอบ

We'll see about this.

I've got a foot. Pull!

1:01

ฉันจับเท้าได้แล้ว ดึงเลย!

Oh, she's got my belly hair.

1:05

โอ้ เธอดึงขนหน้าท้องฉัน

It's none for six, Dad. วัฒนธรรม

1:06

ศูนย์เอาท์หกรันแล้วครับพ่อ

วัฒนธรรม

none for six ในสกอร์คริกเก็ต

ในสกอร์คริกเก็ตนี้ none หมายถึงยังไม่เสียวิกเก็ตเลย และ six หมายถึงทีมทำได้หกรัน ดังนั้นวลีนี้จึงรายงานว่าเสีย 0 วิกเก็ตและได้ 6 รัน นี่เป็นรูปแบบย่อสำหรับบอกสกอร์ ไม่ใช่ความหมายทั่วไปแบบแปล none + for + six ทีละคำ ในรูปแบบที่บอกจำนวนวิกเก็ตก่อน คำที่อยู่หน้า for คือจำนวนวิกเก็ตที่เสีย และคำที่อยู่หลัง for คือจำนวนรัน

แบบฝึกหัด

ในสกอร์คริกเก็ตแบบที่บอกวิกเก็ตก่อน none for six หมายถึงอะไร

  1. ทีมทำได้หกรันโดยยังไม่เสียวิกเก็ต
  2. ทีมเสียหกวิกเก็ตและยังไม่ได้รันเลย
  3. มีผู้เล่นหกคนกำลังรอลงตี
ดูคำตอบ

ทีมทำได้หกรันโดยยังไม่เสียวิกเก็ต

Any boundaries?

1:09

มีตีบาวน์ดารีบ้างไหม

One boundary, two singles. วัฒนธรรม

1:10

บาวน์ดารีหนึ่ง ซิงเกิลสอง

วัฒนธรรม

One boundary, two singles ในคริกเก็ต

ในคริกเก็ต boundary คือการทำแต้มเมื่อลูกไปถึงหรือข้ามขอบสนาม โดยปกติจะได้สี่รันหากลูกสัมผัสพื้นก่อนข้ามขอบ และได้หกรันหากข้ามขอบโดยไม่สัมผัสพื้น ส่วน single คือหนึ่งรัน ซึ่งมักทำได้จากการวิ่ง ในที่นี้แต้มรวมคือหกรัน สอง singles รวมกันได้สองรัน ดังนั้น boundary ครั้งนี้จึงมีค่าเป็นสี่รัน วลีนี้สรุปสั้น ๆ ว่าหกรันนั้นได้มาอย่างไร

แบบฝึกหัด

แต้มรวมคือหกรัน คำอธิบายใดตรงกับ One boundary, two singles.

  1. ผู้ตีสองคนทำได้รวมเพียงหนึ่งรัน
  2. boundary หกรัน บวกกับการทำแต้มหนึ่งรันสองครั้ง รวมเป็นแปดรัน
  3. boundary สี่รัน บวกกับการทำแต้มหนึ่งรันสองครั้ง รวมเป็นหกรัน
ดูคำตอบ

boundary สี่รัน บวกกับการทำแต้มหนึ่งรันสองครั้ง รวมเป็นหกรัน

Who got the boundary?

1:13

ใครตีบาวน์ดารีได้

Focus.

1:14

ตั้งสมาธิหน่อย

Oh, yeah.

1:15

โอ้ ใช่

Sorry.

1:16

โทษที

I can see the butt.

1:19

ฉันเห็นก้นแล้ว

I can see the butt.

1:20

ฉันเห็นก้นแล้ว

Keep pulling. ไวยากรณ์

1:21

ดึงต่อไป

ไวยากรณ์

Keep pulling: keep + คำกริยา-ing

keep + คำกริยา-ing หมายถึง “ทำสิ่งนั้นต่อไป” หรือ “อย่าหยุด” ใน Keep pulling. คำว่า keep ตามด้วย pulling ซึ่งเป็นรูป -ing ของ pull ประโยคนี้เป็นประโยคคำสั่ง จึงละประธาน you ไว้ โครงสร้างนี้ใช้บ่อยในคำสั่งและคำให้กำลังใจ เช่น Keep going และ Keep trying ในที่นี้ keep ไม่ได้แปลว่า “เก็บรักษา” แต่แสดงว่าการกระทำต้องดำเนินต่อไป

แบบฝึกหัด

ใช้ keep และ pull เติมคำสั่งให้สมบูรณ์: The rope is starting to move—____!

ดูคำตอบ

keep pulling

C'mon you little...

1:23

มาเลยเจ้าตัวเล็ก...

I'm getting a lot of dim sims. วัฒนธรรม

1:25

ฉันจับก้อนไขมันได้ตั้งเยอะแน่ะ

วัฒนธรรม

dim sims: ชื่อของว่างออสเตรเลีย

dim sim คือของว่างรสเค็มแบบออสเตรเลียที่ได้รับอิทธิพลจากเกี๊ยวจีน มักนำไปนึ่งหรือทอด ส่วน dim sims เป็นรูปพหูพจน์ ซึ่งเข้ากับ a lot of ในประโยคนี้ ชื่อนี้มีความเกี่ยวข้องทางประวัติศาสตร์กับ dim sum แต่ไม่ได้หมายถึง dim sum โดยรวม ในที่นี้เป็นชื่ออาหารออสเตรเลียชนิดหนึ่ง และจำนวนที่มากเกินคาดช่วยสร้างอารมณ์ขัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายถึงของว่างออสเตรเลียสองชิ้นโดยเฉพาะ

  1. We ordered two dim sims with chips.
  2. We went out for dim sum and shared several small dishes.
ดูคำตอบ

We ordered two dim sims with chips.

Ooh, I do like to be beside the seaside. ไวยากรณ์

1:26

โอ้ ฉันชอบอยู่ริมทะเลจัง

ไวยากรณ์

do like: do ที่ใช้เน้นในประโยคบอกเล่า

ในประโยคบอกเล่า I do like... คำว่า do ใช้เน้นกริยาหลัก like ทำให้หมายถึง “ฉันชอบจริง ๆ” หรือ “ฉันชอบอย่างแน่นอน” ไม่ได้ใช้สร้างคำถาม เมื่อต้องการยืนยันบางอย่างอย่างหนักแน่น แก้ความเข้าใจที่ตรงกันข้าม หรือเพิ่มน้ำหนักทางอารมณ์ ให้ใช้ do/does/did + กริยารูปพื้นฐาน โดยแสดงบุรุษและกาลที่ do, does หรือ did ส่วนกริยาหลักยังคงเป็นรูปพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

เติมกริยาช่วยที่ใช้เน้นเพื่อแก้ความเข้าใจผิดของผู้ฟังให้สมบูรณ์: “You think I dislike the plan, but I ____ like it.”

ดูคำตอบ

do

Push! Keep pulling.

1:30

ดัน! ดึงต่อไป!

Morning, Wendy.

1:31

อรุณสวัสดิ์ เวนดี้

You'll never get me out. กริยาวลี

1:36

ไม่มีทางเอาหนูออกไปได้หรอก

กริยาวลี

get me out: โครงสร้าง get + กรรม + out

ใน get me out คำว่า get หมายถึง “ทำให้หรือช่วยให้ใครบางคนเคลื่อนจากข้างในออกไปข้างนอก” ไม่ได้หมายถึง “ได้รับ” หรือ “ได้มา” me คือคนที่ถูกพาออกไป และ out บอกตำแหน่งสุดท้ายว่าอยู่ข้างนอก รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ get + คนหรือสิ่งของ + out และมักตามด้วย of + สถานที่ เช่น get them out of the car, get the key out of the lock หากกรรมเป็นคำสรรพนาม ให้วางไว้ระหว่าง get กับ out โดยใช้ get me out ไม่ใช่ get out me

แบบฝึกหัด

คุณติดอยู่ในลิฟต์และต้องการให้คนที่อยู่ข้างนอกช่วยพาคุณออกมา ประโยคใดสื่อความหมายนี้?

  1. Can you help me out with my homework?
  2. Can you get me out of here?
  3. Can you get out of here?
ดูคำตอบ

Can you get me out of here?

She's not budging. การใช้คำ

1:39

เธอไม่ขยับเลย

การใช้คำ

not budging: ไม่ขยับเลย

budge หมายถึงขยับแม้เพียงเล็กน้อย ในประโยคนี้ She's not budging บอกว่ามีคนกำลังพยายามขยับเธอ แต่เธอยังไม่ขยับเลย จึงหนักแน่นและเห็นภาพกว่าการบอกแบบกลาง ๆ ว่าเธอไม่ได้เคลื่อนไหว แนวคิดเดียวกันนี้ใช้กับจุดยืนหรือการตัดสินใจของคนได้ด้วย will not budge อาจหมายถึงไม่ยอมเปลี่ยนใจหรือยอมถอย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเน้นได้ดีที่สุดว่าสิ่งของยังอยู่นิ่งสนิทแม้มีคนพยายามขยับแล้ว?

  1. The cabinet wasn't moving because no one was touching it.
  2. The cabinet was moving easily across the floor.
  3. The cabinet wasn't budging, even when three of us pushed it.
ดูคำตอบ

The cabinet wasn't budging, even when three of us pushed it.

We might have to go through the sunroof. สำนวน

1:41

เราอาจจะต้องผ่าออกทางซันรูฟแล้วล่ะ

สำนวน

go through the sunroof ในฐานะอุปมาเชิงล้อเล่น

ตามความหมายตรงตัว go through the sunroof หมายถึงผ่านช่องเปิดบนหลังคารถ แต่ในที่นี้ไม่มีรถจริง ๆ ในฉากเล่นสมมติเรื่องการคลอด ผู้พูดพูดเล่นโดยจินตนาการว่าทางออกอีกทางจากร่างกายเป็นซันรูฟของรถ ดังนั้นวลีนี้จึงหมายความว่าอาจต้องใช้ทางออกอื่น นี่เป็นอุปมาที่สร้างขึ้นเฉพาะตอนจากการเล่นร่วมกัน ไม่ใช่สำนวนภาษาอังกฤษตายตัว ให้เข้าใจจากการเปรียบเทียบในโลกสมมติ โดยไม่ตีความว่าวลีนี้มีความหมายเชิงอุปมาทั่วไป

แบบฝึกหัด

go through the sunroof ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร?

  1. พวกเขาวางแผนปีนออกจากรถจริงทางซันรูฟ
  2. ในฉากเล่นสมมติ พวกเขาอาจต้องใช้ทางออกอื่น
  3. พวกเขาต้องซ่อมหลังคารถที่เสีย
ดูคำตอบ

ในฉากเล่นสมมติ พวกเขาอาจต้องใช้ทางออกอื่น

Just get this thing outta me.

1:42

แค่เอาเจ้านี่ออกไปจากตัวฉันที

Give me a go. น้ำเสียง/เจตนา

1:44

ให้ฉันลองบ้าง

น้ำเสียง/เจตนา

Give me a go: การขอโอกาสลองทำ

ใน Give me a go คำว่า a go หมายถึงโอกาสหรือรอบหนึ่งในการลองทำบางอย่าง ผู้พูดกำลังขอรับช่วงต่อหรือขอลองเป็นคนถัดไป โดย go ตรงนี้ไม่ได้หมายถึงการไปที่ใดหรือจากไป โครงสร้างที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ give someone a go ซึ่งหมายถึงให้คนนั้นได้ลองหนึ่งครั้ง

แบบฝึกหัด

เติมคำพูดด้วยสำนวนจากบทเรียน เพื่อนของคุณลองเปิดขวดมาหลายครั้งแล้ว: '____.'

ดูคำตอบ

Give me a go

Get outta the way. วลี

1:46

หลบไป

วลี

Get outta the way: คำสั่งตรง ๆ ให้หลีกทาง

Get out of the way เป็นคำสั่งแบบตายตัวที่หมายถึงให้ขยับออกจากตำแหน่งที่ขวางคนหรือสิ่งของอยู่ ในประโยคนี้ ผู้พูดต้องการให้เปิดทางทันทีเพื่อให้ตนเองลงมือได้ Outta เป็นการเขียนแบบไม่เป็นทางการที่แสดงการพูด out of อย่างรวดเร็ว ความหมายไม่ได้เปลี่ยนไป ทั้งประโยคเป็นประโยคคำสั่งที่ละประธาน you ไว้ จึงฟังตรงและหนักแน่น

แบบฝึกหัด

ตัดสินการใช้ประโยคนี้: ในร้านค้าที่เงียบ คนแปลกหน้าคนหนึ่งยืนขวางชั้นวางสินค้า และคุณพูดว่า 'Get outta the way.'

  1. ตรงเกินไปสำหรับสถานการณ์นี้
  2. เหมาะสมและสุภาพ
ดูคำตอบ

ตรงเกินไปสำหรับสถานการณ์นี้

Okay.

1:47

โอเค

I'll pull and you push. ลำดับความ

1:48

ฉันจะดึงแล้วนายก็ดันนะ

ลำดับความ

I'll pull and you push: แบ่งหน้าที่ด้วยอนุประโยคที่เชื่อมกัน

ประโยคนี้เชื่อมอนุประโยคสั้นสองส่วนเพื่อแบ่งงานเดียวกันให้คนละหน้าที่ I'll pull กำหนดให้ผู้พูดเป็นคนดึง ส่วน you push กำหนดให้ผู้ฟังเป็นคนดัน และ and แสดงว่าการกระทำทั้งสองเป็นส่วนที่ทำงานร่วมกันในแผนเดียว อนุประโยคทั้งสองขนานกันในด้านหน้าที่ แต่โครงสร้างไวยากรณ์ไม่เหมือนกันทั้งหมด I'll pull เป็นการบอกว่าผู้พูดจะทำอะไร ส่วน you push เป็นประโยคคำสั่งที่ระบุประธานชัดเจน รูปแบบสั้น ๆ “I'll + การกระทำ, and you + การกระทำ” ช่วยบอกบทบาทของแต่ละคนได้อย่างรวดเร็ว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยคที่เชื่อมกันสองส่วนเพื่อมอบงานให้แต่ละคนคนละหนึ่งอย่าง

  1. I'll carry the boxes and you open the door.
  2. You and I carried the boxes through the door.
  3. I'll carry the boxes after you open the door.
ดูคำตอบ

I'll carry the boxes and you open the door.

Okay.

1:50

ได้เลย

Ooh, c'mon Bingo.

1:50

โอ้ ออกมาเถอะบิงโก

Ready?

1:52

พร้อมไหม

I'm ready.

1:53

ฉันพร้อมแล้ว

It's working.

1:58

มันได้ผลแล้ว

Keep pushing.

1:59

ดันต่อไป