ทำไมการเลิกนิสัยเสียถึงยากนัก?: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
720 คำ 157 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้อธิบายว่าวงจรสิ่งกระตุ้น–พฤติกรรม–รางวัลทำให้นิสัยเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติได้อย่างไร เหตุใดความตั้งใจเพียงอย่างเดียวจึงมักไม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระยะยาว และการปรับกิจวัตรหรือแทนที่การตอบสนองที่ไม่ต้องการช่วยได้อย่างไร พร้อมเน้นความอดทนและประโยชน์ของนิสัยที่ดี ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. go to great lengths — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจสำนวนที่เห็นภาพชัดกว่า try hard และใช้บอกว่าคนคนหนึ่งทุ่มเทอย่างมากหรือลองหลายวิธีเพื่อเปลี่ยนแปลง ปกปิด หรือทำบางสิ่งให้สำเร็จ 2. not all habits are bad. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: แยกแยะการปฏิเสธเพียงบางส่วน โดยประโยคนี้หมายถึงมีนิสัยบางอย่างที่ไม่แย่ ไม่ได้หมายความว่านิสัยทุกอย่างแย่ ใช้ not all เพื่อกล่าวอย่างรอบคอบและไม่เหมารวม 3. give yourself grace — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: ใช้สำนวนเชิงให้กำลังใจนี้เพื่อแนะนำให้เมตตาตนเอง ยอมรับความผิดพลาด และเปิดโอกาสให้ตนค่อย ๆ ก้าวหน้าในกระบวนการที่ยาก แทนการตัดสินตนเองอย่างรุนแรง

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Billions of people deal with a nail-biting habit at some point in their lives. วลี

0:07

ผู้คนหลายพันล้านคนต้องรับมือกับนิสัยกัดเล็บในบางช่วงของชีวิต

วลี

deal with a nail-biting habit: รับมือกับนิสัยกัดเล็บ

ในประโยคนี้ deal with a nail-biting habit หมายถึงการเผชิญและจัดการนิสัยกัดเล็บในฐานะปัญหา วลี deal with ตามด้วยสิ่งที่ต้องได้รับการจัดการโดยตรง โดยมีโครงสร้าง deal with + ปัญหา ความเครียด หรือนิสัย คำว่า deal ในที่นี้ไม่ได้เกี่ยวกับการซื้อขายหรือการทำข้อตกลง คำนาม habit ทำให้ชัดเจนว่า deal with มีความหมายว่า “รับมือกับความยากลำบาก”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ deal with อย่างเป็นธรรมชาติในความหมายว่า “เผชิญและจัดการนิสัยที่ไม่พึงประสงค์”

  1. Leo is learning to make a deal with his habit of staying up too late.
  2. Leo is learning to deal his habit of staying up too late.
  3. Leo is learning to deal with his habit of staying up too late.
ดูคำตอบ

Leo is learning to deal with his habit of staying up too late.

วลี

at some point in their lives: ในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต

at some point in their lives หมายถึง “ในเวลาหรือช่วงหนึ่งของชีวิตที่ไม่ได้ระบุแน่ชัด” ผู้พูดไม่ได้บอกว่าเกิดขึ้นเมื่อใด และแต่ละคนอาจมีประสบการณ์นี้ในวัยที่ต่างกัน คำว่า point ในที่นี้หมายถึงจุดหนึ่งในเวลา ไม่ใช่สถานที่ their สอดคล้องกับคำนามพหูพจน์ people หากพูดถึงคนเดียว สามารถใช้ at some point in her life หรือใช้ at some point in their life เมื่อใช้ they เป็นเอกพจน์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าไม่ได้ระบุเวลาที่แน่นอน และเวลานั้นอาจต่างกันไปในแต่ละคน

  1. Many people change careers at some point in their lives.
  2. Many people change careers at one specific age.
  3. Many people change careers throughout their lives.
ดูคำตอบ

Many people change careers at some point in their lives.

Many will go to great lengths to try to stop, สำนวน

0:12

หลายคนพยายามอย่างมากที่จะหยุดมัน

สำนวน

go to great lengths to + กริยารูปพื้นฐาน

Go to great lengths หมายถึงการทุ่มเทมากเป็นพิเศษหรือใช้หลายวิธีเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ในประโยคนี้วลีดังกล่าวเน้นว่าผู้คนอาจยอมทำหลายอย่างเพียงใดเพื่อเลิกนิสัยนั้น ไม่ได้หมายถึงการเดินทางเป็นระยะทางไกล โครงสร้างที่ใช้ทั่วไปคือ go to great lengths to + กริยารูปพื้นฐาน โดยสามารถเปลี่ยนรูปกาลของ go ได้ เช่น went to great lengths

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายถึง “ทุ่มเทมากเป็นพิเศษ” ลงในประโยค: The rescue team ____ to reach the hikers before dark.

ดูคำตอบ

went to great lengths

employing strategies like rubbing chili peppers on their cuticles,

0:14

โดยใช้กลยุทธ์ต่างๆ เช่น เอาน้ำพริกทาที่โคนเล็บ

wearing gloves all day,

0:17

สวมถุงมือตลอดทั้งวัน

dipping their hands in salt and envisioning bacteria crawling on their fingers.

0:19

จุ่มมือในเกลือและจินตนาการว่ามีแบคทีเรียคลานอยู่บนนิ้ว

And while not all of us are nail biters, ลำดับความ

0:25

และแม้ว่าเราจะไม่ใช่คนที่ชอบกัดเล็บกันทุกคน

most of us do have a habit we'd like to kick. สำนวน

0:27

แต่พวกเราส่วนใหญ่ก็มีนิสัยที่อยากจะเลิก

ลำดับความ

while not all of us ... most of us: ยอมรับข้อยกเว้นก่อนพูดถึงคนส่วนใหญ่

while ในที่นี้หมายถึง although หรือ “แม้ว่า” ไม่ได้หมายถึง “ในขณะที่” ซึ่งบอกเวลา อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย while ยอมรับข้อจำกัดก่อนว่าไม่ใช่ทุกคนจะอยู่ในกลุ่มคนที่กัดเล็บ จากนั้นประโยคหลักใช้ most of us... เพื่อเปลี่ยนไปพูดถึงคนส่วนใหญ่ที่กว้างขึ้น รูปแบบ “ยอมรับข้อยกเว้นก่อนแล้วจึงพูดถึงคนส่วนใหญ่” ช่วยให้ข้อความแม่นยำโดยยังเกี่ยวข้องกับผู้คนในวงกว้าง สามารถนำไปใช้ในรูป While not every X..., most X.... ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดยอมรับข้อยกเว้นก่อน แล้วจึงกล่าวถึงคนส่วนใหญ่

  1. Most students enjoy group work, and the lesson starts at nine.
  2. While not every student enjoys group work, most of them like choosing their own partners.
  3. While the students were doing group work, the teacher checked their notes.
ดูคำตอบ

While not every student enjoys group work, most of them like choosing their own partners.

สำนวน

a habit we'd like to kick: สำนวน kick a habit

ในสำนวน kick a habit คำว่า kick หมายถึงการเลิกนิสัยที่ทำจนเคยชินแล้ว โดยเฉพาะพฤติกรรมที่ไม่ต้องการ เป็นสำนวน จึงไม่ได้หมายถึงการใช้เท้าเตะอะไรจริง ๆ ใน a habit we'd like to kick คำว่า we'd like to kick ขยายคำว่า habit ตามหลักไวยากรณ์ ส่วนนี้เป็นอนุประโยคขยายคำนามที่ละกรรมซึ่งเข้าใจได้จากบริบท โดยรูปที่แสดงความหมายเต็มคือ we'd like to kick the habit โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้กับนิสัยใด ๆ ที่ใครสักคนอยากเลิกได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยสำนวนเป้าหมายที่ใช้ kick: Maya wants to stop biting her nails, so she is trying to ____.

ดูคำตอบ

kick the habit

So what's the best way to break one? วลี

0:31

แล้ววิธีที่ดีที่สุดในการเลิกนิสัยเหล่านั้นคืออะไรล่ะ?

วลี

break one: one ใช้แทน habit

ในที่นี้ one ใช้แทนคำนามนับได้เอกพจน์ habit จากประโยคก่อนหน้า เพื่อไม่ต้องพูด a habit ซ้ำ และไม่ได้หมายถึงเลข 1 เมื่อต้องการเข้าใจ one แบบนี้ ให้ย้อนหาคำนามที่มันใช้แทน Break a habit หมายถึงหยุดรูปแบบพฤติกรรมที่ทำซ้ำ ๆ ดังนั้น break one จึงหมายถึง break a habit คือคำถามกำลังถามว่าจะเลิกนิสัยอย่างไร

แบบฝึกหัด

ในบทสนทนาต่อไปนี้ one ใช้แทนอะไร? Bad habits can be hard to change. What's the best way to break one?

  1. เลขหนึ่ง
  2. วิธีที่ดีที่สุด
  3. นิสัยที่ไม่ดีหนึ่งอย่าง
ดูคำตอบ

นิสัยที่ไม่ดีหนึ่งอย่าง

Scientists define habits as behaviors that are performed regularly วลี

0:33

นักวิทยาศาสตร์ให้นิยามของนิสัยว่าเป็นพฤติกรรมที่ทำเป็นประจำ

วลี

define habits as behaviors: โครงสร้าง define X as Y

Define X as Y หมายถึง “ระบุว่า X มีความหมายหรืออยู่ในหมวดหมู่ Y” ในประโยคนี้ habits คือ X และ behaviors คือ Y ส่วนที่เหลือของประโยคระบุให้แคบลงว่าเป็นพฤติกรรมชนิดใด ในที่นี้ as ใช้นำเข้าสู่คำจำกัดความ ไม่ได้หมายถึง “ในลักษณะเดียวกับ” และไม่ได้ใช้เพื่อเปรียบเทียบ

แบบฝึกหัด

ใช้ define X as Y โดยให้ a minor เป็นคำที่ถูกนิยาม: The policy ____ anyone under eighteen.

ดูคำตอบ

defines a minor as

and cued subconsciously in response to certain environments, การใช้คำ

0:37

และถูกกระตุ้นโดยจิตใต้สำนึกเพื่อตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมบางอย่าง

การใช้คำ

cued subconsciously in response to: ถูกกระตุ้นโดยไม่รู้ตัว

ในพฤติกรรมศาสตร์ cue ที่ใช้เป็นคำกริยาหมายถึง “ใช้สัญญาณกระตุ้นหรือทำให้เกิดพฤติกรรม” cued เป็นรูปถูกกระทำ หมายความว่าพฤติกรรมนั้นได้รับแรงกระตุ้น ส่วน subconsciously บอกว่าบุคคลอาจไม่ทันสังเกตกระบวนการนี้ in response to ใช้นำเข้าสู่สิ่งที่ทำให้เกิดการตอบสนอง เมื่อรวมกันแล้ววลีนี้บอกว่าสัญญาณบางอย่างในสภาพแวดล้อมสามารถทำให้พฤติกรรมเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ แทนที่จะเกิดหลังจากการตัดสินใจอย่างตั้งใจ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดถอดความ “The routine was cued subconsciously in response to the setting” ได้ดีที่สุด

  1. The person carefully planned the routine after studying the setting.
  2. The setting triggered the routine before the person consciously chose it.
  3. The routine waited in a line inside the setting.
ดูคำตอบ

The setting triggered the routine before the person consciously chose it.

whether it be a location, ไวยากรณ์

0:41

ไม่ว่าจะเป็นสถานที่

time of day,

0:42

ช่วงเวลาของวัน

or even an emotional state.

0:43

หรือแม้แต่สภาวะทางอารมณ์

ไวยากรณ์

whether it be: โครงสร้างทางการสำหรับแจกแจงความเป็นไปได้

whether it be A, B, or C ใช้กล่าวถึงหลายกรณีที่เป็นไปได้ และบอกว่าข้อความเดียวกันใช้ได้ไม่ว่ากรณีใดจะเป็นจริง ในที่นี้ความเป็นไปได้คือสถานที่ ช่วงเวลาของวัน และสภาวะทางอารมณ์ ในโครงสร้างที่เป็นทางการนี้ คำกริยา be คงอยู่ในรูปพื้นฐาน ไม่ใช่ข้อผิดพลาด ในภาษาอังกฤษที่เป็นทางการน้อยกว่า whether it is หรือ whether it's มักใช้สื่อความหมายเดียวกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง whether แบบเป็นทางการที่คง be ไว้ในรูปพื้นฐาน: The guarantee covers any defect, ____ minor or serious.

ดูคำตอบ

whether it be

They can include simple actions like picking your hair when stressed, ไวยากรณ์

0:45

สิ่งเหล่านี้สามารถรวมถึงการกระทำง่ายๆ เช่น ดึงผมเมื่อเกิดความเครียด

ไวยากรณ์

when stressed: อนุประโยค when แบบย่อ

when stressed เป็นรูปย่อของ when you are stressed ในอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย when สามารถละประธานและรูปหนึ่งของ be ได้ เมื่อประธานที่ละไปเข้าใจได้ชัดเจนและตรงกับคนหรือสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการกระทำนั้น ในที่นี้ stressed บรรยายคนที่กำลังเล่นผม ไม่ได้บรรยาย hair ความหมายเต็มคือ picking your hair when you are stressed

แบบฝึกหัด

แทนที่ "When Maya is stressed" ด้วยอนุประโยค when แบบย่อ: ____, Maya takes three slow breaths.

ดูคำตอบ

When stressed

but also more complex practices ingrained in daily routines, วลี

0:48

แต่ยังรวมถึงพฤติกรรมที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นซึ่งฝังรากลึกในกิจวัตรประจำวัน

วลี

ingrained in daily routines: ฝังแน่นอยู่ในกิจวัตรประจำวัน

ในที่นี้ ingrained in daily routines หมายความว่า การทำซ้ำทำให้พฤติกรรมเหล่านี้กลายเป็นส่วนหนึ่งที่แน่นอนของชีวิตประจำวัน ingrained เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึง grain หรือเมล็ดธัญพืชตามตัวอักษร ในทางไวยากรณ์ ingrained in daily routines เป็นวลีที่ใช้รูป past participle เพื่อขยาย practices โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ be/become ingrained in + คำนาม ใช้บรรยายนิสัย ความเชื่อ หรือวิธีทำสิ่งต่าง ๆ ที่สังเกตเห็นหรือเปลี่ยนแปลงได้ยาก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงว่าแนวปฏิบัติหนึ่งได้กลายเป็นส่วนที่แน่นอนของชีวิตประจำวันแล้ว

  1. The safety check is ingrained in the team's daily routine.
  2. The team tried the safety check once yesterday.
  3. The safety check is listed as an optional idea for next month.
ดูคำตอบ

The safety check is ingrained in the team's daily routine.

like staying up late or brewing your coffee in the morning. กริยาวลี

0:53

เช่น การนอนดึก หรือการชงกาแฟในตอนเช้า

กริยาวลี

staying up late: ตื่นอยู่จนดึก

Stay up late หมายถึงยังคงตื่นอยู่จนดึกกว่าปกติแทนที่จะเข้านอน ในที่นี้ up บอกสภาวะที่ยังตื่นอยู่ ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนขึ้นด้านบน ในตัวอย่าง staying อยู่ในรูป -ing เพราะ staying up late และ brewing your coffee เป็นวลีกิจกรรมสองวลีที่วางขนานกันหลัง like ส่วนสำนวนพื้นฐานที่นำไปใช้ต่อได้คือ stay up late

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าคนคนหนึ่งนอนดึกเพื่อทำโครงงานวิทยาศาสตร์ให้เสร็จ

  1. I slept in because school was closed.
  2. I got up late and missed the morning bus.
  3. I stayed up late to finish a science project.
ดูคำตอบ

I stayed up late to finish a science project.

If you do something frequently without much deliberation, โน้ต

0:56

หากคุณทำบางสิ่งบ่อยครั้งโดยไม่ได้ไตร่ตรองให้ถี่ถ้วน

การใช้คำ

without much deliberation: โดยไม่ได้ไตร่ตรองอย่างรอบคอบมากนัก

without much deliberation หมายถึงไม่ได้ใช้เวลาหรือความตั้งใจมากนักในการคิดอย่างรอบคอบก่อนลงมือทำหรือตัดสินใจ ในประโยคนี้ วลีนี้ช่วยบรรยายพฤติกรรมที่เกิดขึ้นแทบจะโดยอัตโนมัติ คำว่า deliberation หมายถึงการพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ ดังนั้นวลีนี้จึงเน้นว่าไม่ได้ชั่งน้ำหนักตัวเลือกมากนัก

แบบฝึกหัด

ใน “Maya accepted the offer without much deliberation,” วลีที่เน้นไว้หมายถึงอะไร?

  1. เธอนำเรื่องนี้ไปหารือกับคนกลุ่มใหญ่
  2. เธอตอบรับโดยแทบไม่ได้คิดอย่างรอบคอบ
  3. เธอใช้เวลานานศึกษาทุกรายละเอียด
ดูคำตอบ

เธอตอบรับโดยแทบไม่ได้คิดอย่างรอบคอบ

then it's likely a habit.

1:00

นั่นก็มีแนวโน้มว่าจะเป็นนิสัย

ไวยากรณ์

If ... then ...: การระบุเงื่อนไขและผลลัพธ์

If ใช้เกริ่นเงื่อนไข ส่วน then ชี้ไปยังผลลัพธ์หรือข้อสรุปที่ตามมาจากเงื่อนไขนั้น ในประโยคนี้ เงื่อนไขคือการทำบางอย่างบ่อย ๆ โดยแทบไม่ได้คิด และข้อสรุปคือพฤติกรรมนั้นน่าจะเป็นนิสัย ในประโยคเงื่อนไขที่ใช้ if หลายประโยค สามารถละ then ได้ เพราะ “If X happens, Y happens” ถูกต้องตามไวยากรณ์อยู่แล้ว การคง then ไว้มีประโยชน์เป็นพิเศษในการอธิบาย การให้คำนิยาม และการให้เหตุผลทีละขั้น เพราะทำให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างเงื่อนไขกับผลลัพธ์ได้ชัดเจน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง If ... then ...: ____ the timer reaches zero, ____ the oven turns off automatically.

ดูคำตอบ

If · then

They form because at some point your brain learns that the behavior is beneficial.

1:02

มันก่อตัวขึ้นเพราะในบางจุดสมองของคุณเรียนรู้ว่าพฤติกรรมนั้นเป็นประโยชน์

Let's say after opening a stressful email, โน้ต

1:08

สมมติว่าหลังจากเปิดอีเมลที่ทำให้เกิดความเครียด

ลำดับความ

Let's say: การยกสถานการณ์สมมติ

ในที่นี้ Let's say หมายถึง “ลองนึกภาพสถานการณ์นี้” หรือ “ยกตัวอย่างเช่น” เป็นการเปิดสถานการณ์สมมติเพื่อให้ผู้พูดอธิบายแนวคิดที่เป็นนามธรรมได้เข้าใจง่ายขึ้น วลีนี้เป็นคำเชื่อมในบทสนทนาที่ช่วยจัดลำดับเนื้อหาซึ่งจะตามมา ไม่ได้ชวนให้ผู้ฟังพูดคำใดออกมาดัง ๆ และไม่ได้บอกว่าสถานการณ์นั้นเกิดขึ้นจริง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ Let's say เพื่อเปิดสถานการณ์สมมติ

  1. Let's say you miss the last bus. What would you do?
  2. Let's say the word schedule together.
  3. She says she missed the last bus yesterday.
ดูคำตอบ

Let's say you miss the last bus. What would you do?

ไวยากรณ์

after opening a stressful email: การใช้ after + -ing เพื่อบอกลำดับ

after opening a stressful email ใช้ after + อนุประโยค -ing เพื่อแสดงว่าการกระทำหนึ่งเกิดก่อนการกระทำในประโยคหลัก โดยนำการกระทำที่เกิดก่อนมาเป็นกรอบเวลาสั้น ๆ หากชัดเจนว่าใครเป็นผู้ทำ ก็ไม่จำเป็นต้องใช้อนุประโยคเต็มอย่าง after you open a stressful email เนื่องจากอนุประโยค -ing ไม่ได้ระบุประธาน ผู้ฟังจึงมักเข้าใจว่าผู้ทำกริยานั้นคือประธานของประโยคหลัก วิธีนี้ช่วยบอกลำดับอย่างกระชับโดยยังชัดเจนว่าใครทำการกระทำแรก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ after + -ing ได้ถูกต้องและชัดเจน

  1. After finish the report, Lina sent it to her manager.
  2. After finishing the report, the deadline was extended.
  3. After finishing the report, Lina sent it to her manager.
ดูคำตอบ

After finishing the report, Lina sent it to her manager.

you bite your nails.

1:10

คุณกัดเล็บของตัวเอง

This is rewarding as it's enough to focus your attention, ไวยากรณ์

1:11

นี่เป็นรางวัลเพราะมันเพียงพอที่จะดึงความสนใจของคุณ

ไวยากรณ์

as ที่บอกเหตุผลใน as it's enough to

ใน as it's enough to focus your attention คำว่า as นำเข้าสู่เหตุผลที่บางสิ่งทำให้รู้สึกน่าพอใจ ในที่นี้ as แปลว่า “เพราะ” ไม่ใช่ “ขณะที่” กล่าวคือ สิ่งนั้นน่าพอใจเพราะสามารถดึงความสนใจของคุณได้ โครงสร้าง enough to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึง “เพียงพอที่จะทำบางสิ่ง” เมื่อใช้ร่วมกัน as + อนุประโยคจะให้คำอธิบาย ส่วน enough to ระบุระดับที่จำเป็นต่อการทำให้เกิดผลนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ as เพื่อนำเข้าสู่เหตุผลเหมือนในตัวอย่าง

  1. She works as a music teacher.
  2. We stayed inside, as the roads were icy.
  3. As we crossed the bridge, the sun came out.
ดูคำตอบ

We stayed inside, as the roads were icy.

curbing your email-fueled anxiety. การใช้คำ

1:15

ระงับความวิตกกังวลที่เกิดจากอีเมล

การใช้คำ

email-fueled anxiety และรูปแบบ X-fueled

Email-fueled anxiety หมายถึงความวิตกกังวลที่เกิดขึ้น ดำเนินต่อไป หรือรุนแรงขึ้นเพราะอีเมล คำว่า fueled ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ โดยอีเมลทำหน้าที่เหมือนเชื้อเพลิงที่ทำให้ความวิตกกังวลดำเนินต่อไป email-fueled เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่มีเครื่องหมายยัติภังค์และวางไว้หน้า anxiety รูปแบบ X-fueled Y ที่นำไปใช้ในบริบทอื่นได้จะแสดงว่า X เป็นแรงที่ผลักดันหรือทำให้ Y รุนแรงขึ้น โดยเฉพาะอารมณ์ แนวโน้ม ความขัดแย้ง หรือการกระทำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำประสม X-fueled ที่หมายถึง “ถูกขับเคลื่อนด้วยความตื่นตระหนก”: The crowd made several ____ decisions during the emergency.

ดูคำตอบ

panic-fueled

Within your brain,

1:18

ภายในสมองของคุณ

positive experiences can trigger the release of dopamine, วลี

1:19

ประสบการณ์เชิงบวกสามารถกระตุ้นการหลั่งโดปามีน

วลี

trigger the release of dopamine: กระตุ้นการหลั่งสารเคมี

ใน trigger the release of dopamine คำว่า trigger เป็นคำกริยาที่หมายถึงทำให้กระบวนการหนึ่งเริ่มขึ้น ประธาน positive experiences ถูกนำเสนอว่าเป็นสิ่งกระตุ้น ส่วน the release of dopamine คือกระบวนการทางชีวภาพที่เกิดตามมา รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ X can trigger the release of Y ซึ่งพบบ่อยในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์เมื่อสิ่งกระตุ้นทำให้เริ่มมีการหลั่งสารเคมีหรือฮอร์โมน ในที่นี้ trigger ไม่ได้หมายถึงชิ้นส่วนไกปืน

แบบฝึกหัด

ใช้รูปแบบ trigger the release of เติมประโยคให้สมบูรณ์: A sudden scare can ____ stress hormones.

ดูคำตอบ

trigger the release of

a neurotransmitter that mediates feelings of pleasure. การใช้คำ

1:22

ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่ควบคุมความรู้สึกพึงพอใจ

การใช้คำ

mediates feelings of pleasure: mediate ในภาษาอังกฤษเชิงวิทยาศาสตร์

ใน mediates feelings of pleasure คำว่า mediates ใช้ในความหมายทางวิทยาศาสตร์ โดยบอกว่าสารสื่อประสาทช่วยส่งต่อ เชื่อมโยง หรือควบคุมกระบวนการทางชีวภาพที่เกี่ยวข้องกับความพึงพอใจ คำนี้อธิบายบทบาทภายในกลไก ไม่ใช่การไกล่เกลี่ยข้อขัดแย้งในความหมายทั่วไป Mediate มีน้ำหนักอ่อนกว่าและแม่นยำกว่า cause สิ่งที่ mediates an effect มีส่วนในวิธีที่ผลนั้นเกิดขึ้น แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นสาเหตุโดยตรงเพียงอย่างเดียว และวลีนี้ไม่ได้รับประกันว่าจะเกิดความพึงพอใจทุกครั้ง

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ mediates feelings of pleasure หมายความว่าอย่างไร

  1. รับประกันโดยตรงว่าจะเกิดความพึงพอใจ
  2. ช่วยส่งต่อหรือควบคุมกระบวนการทางชีวภาพที่เกี่ยวข้องกับความพึงพอใจ
  3. ไกล่เกลี่ยข้อขัดแย้งระหว่างความรู้สึกต่าง ๆ
ดูคำตอบ

ช่วยส่งต่อหรือควบคุมกระบวนการทางชีวภาพที่เกี่ยวข้องกับความพึงพอใจ

Dopamine is also a driver of neuroplasticity, การใช้คำ

1:26

โดปามีนยังเป็นตัวขับเคลื่อนความยืดหยุ่นของระบบประสาท

การใช้คำ

a driver of neuroplasticity: ปัจจัยที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง

ในที่นี้ driver ไม่ได้หมายถึงคนที่ขับยานพาหนะ แต่หมายถึงปัจจัยหรือแรงที่ช่วยให้กระบวนการหนึ่งเกิดขึ้น ดังนั้น a driver of neuroplasticity จึงหมายถึงสิ่งที่ช่วยส่งเสริมความยืดหยุ่นของระบบประสาท รูปแบบ a driver of + คำนาม มักใช้เมื่ออธิบายสาเหตุของการเปลี่ยนแปลง โดยแสดงว่าสิ่งหนึ่งเป็นอิทธิพลสำคัญ แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นสาเหตุเพียงอย่างเดียว

แบบฝึกหัด

ในประโยค "Regular exercise is a major driver of better sleep," คำว่า driver หมายถึงอะไร

  1. ปัจจัยที่ช่วยให้การนอนหลับดีขึ้น
  2. สิ่งที่ขัดขวางการนอนหลับที่ดีขึ้น
  3. คนที่ขับรถพาผู้อื่นไปที่เตียง
ดูคำตอบ

ปัจจัยที่ช่วยให้การนอนหลับดีขึ้น

meaning it can change how your neurons wire and fire. โน้ต

1:30

ซึ่งหมายความว่ามันสามารถเปลี่ยนวิธีที่เซลล์ประสาทของคุณเชื่อมต่อและสั่งการได้

ลำดับความ

meaning it can...: อธิบายข้อความก่อนหน้า

Meaning it can... เป็นอนุประโยคที่ใช้กริยารูป -ing เพื่อย้อนกลับไปอธิบายว่าข้อความก่อนหน้าสื่อถึงอะไร ในที่นี้ โครงสร้างนี้เปลี่ยนคำศัพท์ neuroplasticity ให้เป็นผลที่เห็นภาพได้ชัดขึ้น ในรูปแบบนี้ meaning มีความหมายใกล้กับ which means หรือ this means ไม่ใช่คำนาม meaning แต่ทำหน้าที่จัดข้อมูลด้วยการเพิ่มคำอธิบายหรือผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ meaning เพื่ออธิบายผลจากข้อความก่อนหน้า

  1. The sign has a clear meaning.
  2. The road is flooded, meaning we can't drive through.
  3. I checked the meaning of the word flooded.
ดูคำตอบ

The road is flooded, meaning we can't drive through.

การใช้คำ

wire and fire: การเชื่อมต่อและการทำงานของเซลล์ประสาท

ในบริบทด้านประสาทวิทยานี้ wire หมายถึงเซลล์ประสาทสร้างหรือเปลี่ยนการเชื่อมต่อ ส่วน fire หมายถึงเซลล์ประสาททำงานและส่งสัญญาณไฟฟ้า คำสองคำที่คล้องจองกันนี้สรุปสองกระบวนการแบบเป็นภาพและจำง่าย ได้แก่ เซลล์ประสาทเชื่อมต่อกันอย่างไรและส่งสัญญาณอย่างไร ไม่ได้หมายความว่าเซลล์ประสาทเป็นสายไฟจริง ๆ หรือติดไฟ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ wire and fire หมายถึงอะไร?

  1. เซลล์ประสาทร้อนเกินไปและไหม้
  2. เซลล์ประสาทสร้างการเชื่อมต่อและทำงาน
  3. เซลล์ประสาททำมาจากสายไฟฟ้า
ดูคำตอบ

เซลล์ประสาทสร้างการเชื่อมต่อและทำงาน

Your brain builds connections that link the reward with the behavior, วลี

1:34

สมองของคุณสร้างการเชื่อมโยงที่เชื่อมต่อรางวัลเข้ากับพฤติกรรม

วลี

link the reward with the behavior: โครงสร้าง link X with Y

link X with Y หมายถึงการสร้างหรือแสดงความสัมพันธ์ระหว่างสองสิ่ง ในที่นี้ the reward คือ X และ the behavior คือ Y กล่าวคือ สมองสร้างความเชื่อมโยงระหว่างสองสิ่งนี้ ในโครงสร้างนี้ with ใช้นำสิ่งที่สองซึ่งถูกนำมาเชื่อมโยง ไม่ได้หมายความว่ารางวัลติดตามพฤติกรรมนั้นไปในทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

ใช้ link X with Y ในรูปที่ถูกต้อง: The lesson ____ new vocabulary ____ familiar pictures.

ดูคำตอบ

links · with

driving you to repeat it. ไวยากรณ์

1:39

ผลักดันให้คุณทำซ้ำ

ไวยากรณ์

driving you to repeat it: drive someone to do something เพื่อบอกว่าแรงบางอย่างทำให้คนลงมือทำ

ในที่นี้ drive someone to do something หมายถึง “ทำให้หรือผลักดันอย่างมากให้ใครบางคนทำบางอย่าง” Driving ไม่ได้หมายถึงการขับรถ แต่กลไกที่กล่าวมาก่อนหน้าทำให้คุณทำพฤติกรรมนั้นซ้ำ อนุประโยค -ing driving you to repeat it บอกผลของแนวคิดก่อนหน้า เมื่อวางหลังเครื่องหมายจุลภาค รูปแบบนี้ใช้บอกได้ว่าสถานการณ์ทั้งหมดก่อให้เกิดอะไร: ..., driving someone to do something

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ driving someone to do something ได้ถูกต้องเพื่อแสดงว่าสถานการณ์หนึ่งก่อให้เกิดผลลัพธ์?

  1. The thick smoke spread through the hall, driving everyone leaving the building.
  2. The thick smoke spread through the hall, driving everyone leave the building.
  3. The thick smoke spread through the hall, driving everyone to leave the building.
ดูคำตอบ

The thick smoke spread through the hall, driving everyone to leave the building.

It also starts associating the behavior with other cues, วลี

1:41

นอกจากนี้มันยังเริ่มเชื่อมโยงพฤติกรรมเข้ากับตัวกระตุ้นอื่นๆ

วลี

associating the behavior with other cues: associate X with Y เพื่อเชื่อมโยงสองสิ่ง

Associate X with Y หมายถึง “เชื่อมโยง X และ Y เข้าด้วยกันในความคิดหรือความเข้าใจ” ในที่นี้ X คือ the behavior และ Y คือ other cues ดังนั้นประโยคนี้จึงอธิบายการสร้างความเชื่อมโยงทางความคิดใหม่ระหว่างการกระทำกับสัญญาณอื่น ๆ Associating เป็นรูป -ing ที่ใช้หลัง starts ส่วน with ใช้นำสิ่งที่สองในความเชื่อมโยงนี้ Associate ในที่นี้เป็นคำกริยา ไม่ใช่คำนาม associate ที่หมายถึงเพื่อนร่วมงานหรือหุ้นส่วน

แบบฝึกหัด

เติมสองคำที่โครงสร้าง associate X with Y ต้องใช้ให้ครบ: Many people ____ the smell of sunscreen ____ summer vacations.

ดูคำตอบ

associate · with

like your environment.

1:45

เช่น สภาพแวดล้อมของคุณ

Eventually,

1:46

ท้ายที่สุดแล้ว

all it takes is the context of sitting at your desk ไวยากรณ์

1:47

สิ่งที่จำเป็นก็มีแค่บริบทของการนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน

to subconsciously trigger a nail-biting habit.

1:50

เพื่อกระตุ้นนิสัยการกัดเล็บอย่างไม่รู้ตัว

ไวยากรณ์

all it takes is: เงื่อนไขเดียวก็เพียงพอ

all it takes is Y หมายความว่า Y เพียงอย่างเดียวก็เพียงพอ โครงสร้างนี้เน้นว่าเงื่อนไขเล็กน้อยหรือเรียบง่ายก็ทำให้เกิดผลลัพธ์ได้ โดย take ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการหยิบหรือขนย้ายสิ่งของตามตัวอักษร ในประโยคนี้ Y คือ the context of sitting at your desk รูปแบบเต็มคือ all it takes is Y to do X กล่าวคือ เพียงบริบทนั้นก็สามารถกระตุ้นนิสัยนี้โดยไม่รู้ตัวได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดกล่าวได้ถูกต้องว่าคำแนะนำที่ชัดเจนเพียงข้อเดียวก็เพียงพอสำหรับการเริ่มต้น

  1. All it is takes one clear instruction to get started.
  2. All it takes are one clear instruction to get started.
  3. All it takes is one clear instruction to get started.
ดูคำตอบ

All it takes is one clear instruction to get started.

No stressful email or sense of relief required. ไวยากรณ์

1:54

โดยไม่จำเป็นต้องมีอีเมลที่ตึงเครียดหรือความรู้สึกผ่อนคลายเลย

ไวยากรณ์

No ... required: บอกว่าบางสิ่งไม่จำเป็น

No X required เป็นรูปย่อของ No X is required หมายความว่าไม่จำเป็นต้องมี X โดย required ขยายความนามวลีทั้งหมดที่อยู่ข้างหน้า จึงเป็นข้อความแบบกระชับ ไม่ใช่ประโยคเต็มที่มีประธานและกริยา ใน No A or B required คำปฏิเสธครอบคลุมทั้งสองรายการ หมายความว่าทั้ง A และ B ไม่จำเป็น ในที่นี้ การกระตุ้นนิสัยไม่ต้องอาศัยทั้งอีเมลที่ทำให้เครียดและความรู้สึกโล่งใจ

แบบฝึกหัด

ป้ายประกาศสั้น ๆ ข้อใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าผู้มาเยือนไม่จำเป็นต้องจองล่วงหน้า

  1. No required reservation is.
  2. No reservation requiring.
  3. No reservation required.
ดูคำตอบ

No reservation required.

Once established, ไวยากรณ์

1:57

เมื่อเกิดขึ้นแล้ว

ไวยากรณ์

Once established: การย่อ once + ประธาน + be + คำกริยาช่องสาม

Once established เป็นอนุประโยคบอกเวลาและเงื่อนไขแบบย่อ ในประโยคนี้รูปเต็มคือ once these cue-behavior-reward loops are established โดย established เป็นคำกริยาช่องสาม ส่วนประธานและรูปของ be ถูกละไว้ จึงไม่ใช่กริยาที่ผันตามประธานและกาลของประโยค อนุประโยคแบบย่อนี้ให้ข้อมูลพื้นหลังก่อนว่า เมื่อวงจรถูกสร้างขึ้นหรือเริ่มมั่นคงแล้ว ผลที่กล่าวในประโยคหลักก็จะตามมา รูปแบบนี้ช่วยให้งานเขียนเชิงอธิบายกระชับขึ้น

แบบฝึกหัด

ย่อ once the safety plan is established แล้วเติมประโยคให้สมบูรณ์: ____, the safety plan is easy to follow.

ดูคำตอบ

Once established

these cue-behavior-reward loops work fast, วัฒนธรรม

1:59

วงจรของตัวกระตุ้น-พฤติกรรม-รางวัลเหล่านี้จะทำงานอย่างรวดเร็ว

วัฒนธรรม

these cue-behavior-reward loops: รูปแบบนิสัยสามส่วน

ในที่นี้ วลี these cue-behavior-reward loops หมายถึงรูปแบบสามขั้นที่เกิดซ้ำและช่วยสร้างนิสัยได้ cue คือสัญญาณหรือตัวกระตุ้นซึ่งนำไปสู่ behavior แล้วหลังจาก behavior จะมี reward ที่ทำให้มีแนวโน้มทำพฤติกรรมนั้นซ้ำมากขึ้น คำที่เชื่อมด้วยยัติภังค์ทั้งสามคำทำหน้าที่ร่วมกันเป็นส่วนขยายคำว่า loops ในที่นี้ loop หมายถึงลำดับที่เกิดซ้ำ ไม่ใช่วงกลมจริง

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดแสดงถึง cue-behavior-reward loop?

  1. ลีโอได้รับรางวัล แล้วไม่มีสัญญาณหรือพฤติกรรมใดตามมาเลย
  2. เสียงเตือนดังขึ้น ลีโอเก็บของเล่น แล้วจึงได้เลือกเกมหนึ่งเกม
  3. ลีโอเก็บของเล่น แต่ไม่มีสิ่งใดกระตุ้นการกระทำนั้นและไม่มีอะไรตามมา
ดูคำตอบ

เสียงเตือนดังขึ้น ลีโอเก็บของเล่น แล้วจึงได้เลือกเกมหนึ่งเกม

outpacing the decision-making process. การใช้คำ

2:03

แซงหน้ากระบวนการตัดสินใจ

การใช้คำ

outpacing the decision-making process: ดำเนินไปเร็วกว่ากระบวนการตัดสินใจ

Outpace หมายถึงเคลื่อนที่ เติบโต พัฒนา หรือตอบสนองได้เร็วกว่าสิ่งอื่น ในที่นี้ outpacing the decision-making process หมายความว่านิสัยเริ่มขึ้นเร็วจนความคิดอย่างมีสติยังไม่ทันประเมินและตัดสินใจว่าจะทำต่อหรือไม่ การเปรียบเทียบนี้เป็นเชิงอุปมา ไม่ใช่การแข่งขันจริง โครงสร้าง outpace + กรรม แสดงว่ากระบวนการหนึ่งเร็วกกว่าอีกกระบวนการหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป -ing ที่ถูกต้องของ outpace: Online orders are ____ the warehouse's ability to pack them.

ดูคำตอบ

outpacing

You may find yourself engaging in a habit วลี

2:06

คุณอาจพบว่าตัวเองกำลังทำนิสัยบางอย่าง

before you have the chance to notice and stop. วลี

2:08

ก่อนที่คุณจะมีโอกาสสังเกตเห็นและหยุดมัน

วลี

find yourself engaging in a habit: รู้ตัวว่ากำลังทำพฤติกรรมที่เป็นนิสัยโดยไม่ตั้งใจ

โครงสร้าง find + สรรพนามสะท้อน + -ing หมายถึงการรู้ตัวว่ากำลังทำบางอย่างอยู่แล้ว โดยมักไม่ได้วางแผนหรือไม่ทันสังเกตว่าการกระทำนั้นเริ่มเมื่อใด ในประโยคนี้ find yourself engaging in a habit หมายความว่าเมื่อคุณรู้ตัว พฤติกรรมที่เป็นนิสัยนั้นอาจกำลังเกิดขึ้นแล้ว Find ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการค้นพบทางกายภาพ สรรพนามสะท้อนระบุผู้ที่รู้ตัวถึงการกระทำของตนเอง ส่วนรูป -ing ระบุการกระทำที่กำลังดำเนินอยู่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคอดีตกาลด้วย find myself และรูป -ing ของ check: While waiting for the bus, I ____ my phone again.

ดูคำตอบ

found myself checking

วลี

before you have the chance to: ยังไม่ทันได้ลงมือทำ

โครงสร้าง before + ประธาน + รูปที่เหมาะสมของ have + the chance to + กริยารูปพื้นฐาน แสดงว่าบางสิ่งเกิดขึ้นเร็วเกินกว่าที่ประธานจะมีโอกาสลงมือทำ ในประโยคนี้หมายถึงคุณมีเวลาไม่พอที่จะสังเกตว่าเกิดอะไรขึ้นและหยุดมัน chance ในที่นี้หมายถึงโอกาสหรือเวลาที่เพียงพอสำหรับการลงมือทำ ไม่ได้หมายถึงความน่าจะเป็นที่บางสิ่งจะเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ have the chance to เติมประโยคให้สมบูรณ์: The email was sent before I ____ review it.

ดูคำตอบ

had the chance to

But this can be a good thing

2:11

แต่นี่อาจเป็นสิ่งที่ดี

because not all habits are bad. ไวยากรณ์

2:13

เพราะไม่ใช่ว่านิสัยทุกอย่างจะแย่

ไวยากรณ์

not all habits are bad: not all ที่เป็นการปฏิเสธบางส่วน

โครงสร้าง not all + คำนามพหูพจน์ + are + คำคุณศัพท์ เป็นการปฏิเสธบางส่วน โดยปฏิเสธแนวคิดที่ว่าสมาชิกทุกคนหรือทุกสิ่งในกลุ่มมีคุณสมบัตินั้น ดังนั้น not all habits are bad จึงหมายความว่าอย่างน้อยหนึ่งนิสัยไม่ได้แย่ ในทางตรรกะ ประโยคนี้ไม่ได้บอกว่าไม่มีนิสัยใดแย่ และไม่ได้ยืนยันว่ามีนิสัยบางอย่างแย่ เพียงแต่บอกว่าข้อความ all habits are bad ไม่เป็นความจริง

แบบฝึกหัด

not all habits are bad บอกอะไรเราอย่างแน่นอน?

  1. มีนิสัยบางอย่างที่แย่
  2. อย่างน้อยหนึ่งนิสัยไม่ได้แย่
  3. ไม่มีนิสัยใดแย่เลย
ดูคำตอบ

อย่างน้อยหนึ่งนิสัยไม่ได้แย่

They're stored memories of what's worked in the past, ไวยากรณ์

2:16

มันคือความทรงจำที่ถูกจัดเก็บไว้เกี่ยวกับสิ่งที่เคยได้ผลในอดีต

ไวยากรณ์

what's worked in the past: ความหมายของ what has worked

ในประโยคนี้ what's เป็นรูปย่อของ what has ไม่ใช่ what is ส่วน What's worked in the past หมายถึง “สิ่งหรือวิธีการที่เคยพิสูจน์แล้วว่าได้ผล” อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย what ทั้งหมดทำหน้าที่เหมือนคำนามหลัง of ในที่นี้ work หมายถึง “ให้ผลตามที่ต้องการ” หรือ “ได้ผล” ไม่ได้หมายถึง “ทำงาน” โครงสร้างนี้ช่วยให้กล่าวถึงประสบการณ์ที่เคยประสบความสำเร็จโดยรวมได้ โดยไม่ต้องระบุทุกวิธีที่เคยได้ผล

แบบฝึกหัด

ประโยคใดขยายรูป what's ได้ถูกต้องและยังคงความหมายของ worked ตามตัวอย่าง?

  1. They are memories of what was working at a job in the past.
  2. They are memories of what has worked in the past.
  3. They are memories of what is worked in the past.
ดูคำตอบ

They are memories of what has worked in the past.

which allow you to take swift action in the present. วลี

2:19

ซึ่งช่วยให้คุณสามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็วในปัจจุบัน

วลี

take swift action: ดำเนินการอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด

Take action เป็นคำที่มักใช้คู่กันระหว่างคำกริยาและคำนาม มีความหมายว่า “ทำบางอย่างเพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์” ส่วน swift ขยาย action และเพิ่มความหมายว่าดำเนินการอย่างรวดเร็วโดยไม่ล่าช้าเกินจำเป็น ในตัวอย่าง take swift action หมายถึงตอบสนองทันทีอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด ไม่ได้หมายถึงทำการเคลื่อนไหวทางร่างกายเพียงครั้งเดียวด้วยความเร็วสูง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยกลุ่มคำทางการที่หมายถึง “ดำเนินการอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด”: When the pipe burst, the building manager had to ____.

ดูคำตอบ

take swift action

One study estimated that on average people spend more than 40% โน้ต

2:23

การศึกษาหนึ่งประเมินว่า โดยเฉลี่ยแล้วผู้คนใช้เวลามากกว่า 40%

วลี

on average: การบอกค่าเฉลี่ยทางสถิติ

on average เป็นวลีวิเศษณ์ที่ใช้บอกค่าเฉลี่ยทางสถิติหรือผลโดยรวมของกลุ่ม เหตุการณ์หลายครั้ง หรือช่วงเวลาหนึ่ง ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวชี้ว่าเปอร์เซ็นต์นี้เป็นค่าประมาณจากงานวิจัยโดยรวม ไม่ใช่สิ่งที่เป็นจริงเหมือนกันสำหรับทุกคน วลีนี้ขยายข้อความทั้งประโยคได้ โดยวางไว้ต้นประโยคหรือกลางประโยคก็ได้ ในการใช้นี้ average ไม่ได้หมายถึง “ธรรมดา”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำที่มีความหมายว่าเป็นค่าเฉลี่ยทางสถิติ: ____, the school bus arrives in twelve minutes.

ดูคำตอบ

On average

of their days performing regularly repeated behaviors

2:27

ของวันในการทำพฤติกรรมที่ทำซ้ำเป็นประจำ

ไวยากรณ์

spend ... of their days performing: โครงสร้าง spend time doing

โครงสร้าง spend + จำนวนหรือสัดส่วนของเวลา + V-ing หมายถึงการใช้เวลานั้นไปกับกิจกรรมหนึ่ง ในประโยคนี้ more than 40% of their days บอกสัดส่วนของเวลา ส่วน performing regularly repeated behaviors บอกกิจกรรมที่ทำในช่วงเวลานั้น เมื่อ spend หมายถึงการใช้เวลาในลักษณะนี้ กิจกรรมที่ตามหลังต้องใช้รูป -ing เช่น spend an hour reading ไม่ใช่ spend an hour to read

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ study: He spends thirty minutes every morning ____ French.

ดูคำตอบ

studying

while their minds are occupied with other thoughts. วลี

2:30

ในขณะที่ความคิดของพวกเขาหมกมุ่นอยู่กับเรื่องอื่น

วลี

minds are occupied with other thoughts: ความสนใจถูกความคิดอื่นดึงไว้

โครงสร้าง be occupied with หมายถึงใครบางคนกำลังยุ่งอยู่กับสิ่งที่ตามหลัง with หรือสิ่งนั้นกำลังดึงความสนใจของเขาไว้ ใน their minds are occupied with other thoughts พวกเขากำลังคิดเรื่องอื่นอยู่ จึงไม่มีสมาธิว่างสำหรับสิ่งอื่น occupied ในที่นี้เกี่ยวกับความสนใจทางความคิด ไม่ได้หมายถึงกองทัพเข้ายึดครองสถานที่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตที่ถูกต้องของ be occupied with: During the meeting, Lena's mind ____ plans for her vacation.

ดูคำตอบ

was occupied with

A seemingly automated morning routine,

2:33

กิจวัตรยามเช้าที่ดูเหมือนจะเป็นอัตโนมัติ

for example,

2:35

ยกตัวอย่างเช่น

saves you both time and precious mental energy. ไวยากรณ์

2:36

ช่วยคุณประหยัดทั้งเวลาและพลังงานสมองที่มีค่า

ไวยากรณ์

both time and precious mental energy: โครงสร้าง both...and...

โครงสร้างคู่ both X and Y บอกว่า X และ Y รวมอยู่ด้วยกัน ในประโยคนี้ time และ precious mental energy เป็นนามวลีที่ขนานกันและระบุทรัพยากรสองอย่างที่กิจวัตรช่วยประหยัด โดย both เน้นว่าไม่มีประโยชน์ข้อใดถูกละไว้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย both...and...: The new schedule saves ____ time ____ energy.

ดูคำตอบ

both · and

Still,

2:40

ถึงกระนั้น

many people have habits that no longer serve them. การใช้คำ

2:40

ผู้คนมากมายก็มีนิสัยที่ไม่เป็นประโยชน์กับพวกเขาอีกต่อไป

การใช้คำ

no longer serve them: ไม่เป็นประโยชน์ต่อพวกเขาอีกต่อไป

ในที่นี้ serve หมายถึงเป็นประโยชน์ต่อใครบางคนหรือตอบสนองความต้องการของคนนั้น ไม่ได้หมายถึงนำอาหารมาเสิร์ฟหรือรับราชการทหาร นิสัยเหล่านั้นอาจเคยช่วยได้ แต่ no longer แสดงว่าสถานการณ์เปลี่ยนไปแล้วและตอนนี้นิสัยเหล่านั้นไม่ช่วยอีกต่อไป โครงสร้างเชิงนามธรรมนี้ใช้ประเมินได้ว่านิสัย กฎ แผน หรือระบบยังเป็นประโยชน์ต่อบุคคลหรือกลุ่มอยู่หรือไม่: something serves someone หรือ serves their needs

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ serve ในความหมายว่าเป็นประโยชน์หรือให้ผลดี?

  1. The café no longer serves breakfast after ten.
  2. She no longer serves in the navy.
  3. That old rule no longer serves the community.
ดูคำตอบ

That old rule no longer serves the community.

Yet research shows that intentions alone ไวยากรณ์

2:43

แต่งานวิจัยก็แสดงให้เห็นว่าเพียงแค่ความตั้งใจ

ไวยากรณ์

intentions alone: เพียงความตั้งใจอย่างเดียว

ใน intentions alone คำว่า alone วางหลังคำนามและหมายถึงด้วยตัวมันเองหรือโดยไม่มีปัจจัยอื่น คำนี้จำกัดความหมายของ intentions โดยประเด็นคือความตั้งใจเพียงอย่างเดียวยังไม่พอ ไม่ได้หมายความว่าบุคคลหนึ่งอยู่ตามลำพังจริง ๆ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ noun phrase + alone มักใช้เพื่อกล่าวว่าปัจจัยเพียงอย่างเดียวไม่สามารถทำให้เกิดผลลัพธ์ได้หากไม่มีการลงมือทำ การสนับสนุน หรือเงื่อนไขอื่น

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายที่ถูกต้องลงในประโยค เพื่อสื่อว่าความตั้งใจที่ดีแต่ไม่มีการลงมือทำนั้นยังไม่เพียงพอ: Good ____ are not enough to change behavior.

ดูคำตอบ

intentions alone

often fail to lead to long-term behavior change. วลี

2:46

มักจะล้มเหลวในการนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในระยะยาว

วลี

fail to lead to + ผลลัพธ์

Fail to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงการกระทำหรือผลลัพธ์ที่คาดไว้ไม่เกิดขึ้น โครงสร้างนี้ใช้บอกผลอย่างเป็นกลางได้ และไม่ได้หมายความเสมอไปว่ามีใครลองทำแล้วล้มเหลวด้วยตนเอง ในที่นี้ lead to หมายถึง “ก่อให้เกิด” หรือ “ทำให้เกิด” และตามด้วยผลลัพธ์คือ long-term behavior change โครงสร้างเต็ม fail to lead to + นามวลี หมายถึงบางสิ่งไม่ก่อให้เกิดผลที่คาดไว้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมายที่หมายถึง “ไม่ก่อให้เกิด”: The one-day workshop ____ lasting improvements.

ดูคำตอบ

failed to lead to

This isn't to say you can't break a habit. ลำดับความ

2:50

นี่ไม่ได้หมายความว่าคุณไม่สามารถเลิกนิสัยได้

ลำดับความ

ใช้ This isn't to say... เพื่อจำกัดข้อสรุปจากข้อความก่อนหน้า

This isn't to say... ย้อนกลับไปอ้างถึงข้อความก่อนหน้าและป้องกันการตีความที่กว้างหรือเด็ดขาดเกินไป อนุประโยคหลัง say คือข้อสรุปที่ผู้พูดต้องการปฏิเสธ ในที่นี้ ผู้พูดไม่ได้เพียงปฏิเสธข้อความ “you can't break a habit” แต่กำลังชี้แจงว่า การบอกว่าความตั้งใจมักไม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ไม่ได้หมายความว่าการเลิกนิสัยเป็นไปไม่ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคที่สองด้วยวลีชี้แจงเป้าหมาย: The new schedule is demanding. ____ it is impossible to follow.

ดูคำตอบ

This isn't to say

Rather,

2:52

ในทางกลับกัน

by understanding the basis of habits, ไวยากรณ์

2:53

ด้วยความเข้าใจในพื้นฐานของนิสัย

you can create better plans for changing them.

2:55

คุณสามารถสร้างแผนที่ดีกว่าในการเปลี่ยนแปลงพวกมันได้

ไวยากรณ์

by understanding...: การบอกวิธีด้วย by + -ing

ใน by understanding... คำว่า by ใช้นำหน้าวิธีที่ทำให้ผลลัพธ์ต่อมาเกิดขึ้นได้ การเข้าใจพื้นฐานของนิสัยคือวิธีที่ช่วยให้วางแผนได้ดีขึ้น เมื่อใช้ในความหมายนี้ หลัง by ต้องตามด้วยคำนามหรือคำกริยารูป -ing: by + กริยา-ing โครงสร้างนี้ตอบว่า “ทำอย่างไร” หรือ “ด้วยวิธีใด” ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งที่อยู่ใกล้หรืออยู่ข้าง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ by + รูป -ing ของคำกริยาในวงเล็บ Lena became a faster reader ____ every day. (practice)

ดูคำตอบ

by practicing

For example,

2:59

ตัวอย่างเช่น

we know habits are often cued by environments and routines.

3:00

เรารู้ว่านิสัยมักถูกกระตุ้นจากสภาพแวดล้อมและกิจวัตรประจำวัน

lying in bed may cause you to endlessly scroll through your phone, โน้ต

3:04

การนอนบนเตียงอาจทำให้คุณไถโทรศัพท์ไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

กริยาวลี

scroll through your phone: เลื่อนดูเนื้อหาในโทรศัพท์ไปเรื่อย ๆ

ในที่นี้ scroll through your phone หมายถึงเลื่อนเนื้อหาบนหน้าจอไปเรื่อย ๆ พร้อมดูโพสต์ ข้อความ รูปภาพ วิดีโอ หรือรายการอื่น ๆ คำว่า scroll บอกการเลื่อนเนื้อหาขึ้นหรือลง ส่วน through ทำให้เห็นภาพว่ากำลังไล่ดูเนื้อหาที่ต่อเนื่องกัน ในภาษาพูดทั่วไป phone สามารถใช้แทนเนื้อหาที่แสดงอยู่ในโทรศัพท์ได้ ส่วน through ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนผ่านตัวเครื่องจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ scroll through เติมประโยคให้สมบูรณ์: Yesterday before class, I ____ my messages.

ดูคำตอบ

scrolled through

or watching TV on the couch may lead you to grab a sugary snack.

3:08

หรือการดูทีวีบนโซฟาอาจนำไปสู่การหยิบขนมหวานมากิน

ไวยากรณ์

may cause you to... / may lead you to...: การบอกผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น

may cause you to... และ may lead you to... ต่างก็เชื่อมสถานการณ์หนึ่งกับการกระทำที่อาจเกิดขึ้นภายหลัง โครงสร้างคือ may + cause/lead + คน + to + กริยารูปพื้นฐาน โดย may แสดงว่าผลลัพธ์นั้นอาจเกิดขึ้น ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน ส่วน “คน + to + กริยา” บอกการกระทำที่เป็นผลลัพธ์ ไม่ได้บอกจุดประสงค์ที่คนนั้นทำการกระทำดังกล่าว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ lead someone to do ได้ถูกต้องเพื่อบอกผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น

  1. The reminder may lead you check your calendar.
  2. The reminder may lead to you check your calendar.
  3. The reminder may lead you to check your calendar.
ดูคำตอบ

The reminder may lead you to check your calendar.

One of the most effective ways to manage behavior ไวยากรณ์

3:12

หนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการจัดการพฤติกรรม

is to identify these locations or times of day,

3:15

คือการระบุสถานที่หรือช่วงเวลาของวันเหล่านี้

ไวยากรณ์

One of the most effective ways to... is to...: โครงสร้างสำหรับเสนอวิธีที่มีประสิทธิภาพ

โครงสร้าง One of the most effective ways to do A is to do B ใช้นำเสนอวิธีหนึ่งที่มีประสิทธิภาพมากเป็นพิเศษในการบรรลุเป้าหมาย อนุประโยค to ชุดแรกระบุเป้าหมาย ส่วนอนุประโยค to หลัง is ระบุการกระทำที่แนะนำ ในประโยคนี้ manage behavior คือเป้าหมาย และ identify these locations or times of day คือการกระทำ หลัง one of the ต้องใช้คำนามนับได้รูปพหูพจน์ จึงใช้ ways อย่างไรก็ตาม แกนของประธานตามหลักไวยากรณ์คือ One กริยาเชื่อมจึงเป็นรูปเอกพจน์ is ไม่ใช่ are

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้าง One of the ... ways to ... is to ... ได้ถูกต้อง

  1. One of the best way to learn new words is to use them in sentences.
  2. One of the best ways to learn new words are to use them in sentences.
  3. One of the best ways to learn new words is to use them in sentences.
ดูคำตอบ

One of the best ways to learn new words is to use them in sentences.

then try to modify them by changing your routine ไวยากรณ์

3:19

จากนั้นพยายามปรับเปลี่ยนมันโดยการเปลี่ยนกิจวัตรของคุณ

ไวยากรณ์

by changing your routine: การบอกวิธีด้วย by + -ing

ใน by changing your routine คำว่า by นำหน้าวิธีที่ใช้ปรับเปลี่ยนบางสิ่ง ดังนั้น changing your routine คือวิธีการ ไม่ใช่อีกการกระทำหนึ่งที่เพียงเกิดขึ้นพร้อมกัน ตรงนี้ by เป็นคำบุพบท กริยาที่ตามมาจึงต้องอยู่ในรูป -ing คือ by changing ไม่ใช่ by change คำว่า routine หมายถึงรูปแบบกิจกรรมหรือนิสัยที่ทำเป็นประจำ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ by + -ing เพื่อบอกวิธีได้ถูกต้อง

  1. You can reduce distractions by change your routine.
  2. You can reduce distractions by changed your routine.
  3. You can reduce distractions by changing your routine.
ดูคำตอบ

You can reduce distractions by changing your routine.

or creating obstacles that make it more difficult to perform the habit in that space. ไวยากรณ์

3:22

หรือสร้างอุปสรรคที่ทำให้การทำนิสัยนั้นในพื้นที่ดังกล่าวทำได้ยากขึ้น

ไวยากรณ์

make it more difficult to perform: โครงสร้าง make + it + adjective + to-infinitive

โครงสร้าง make + it + adjective + to-infinitive หมายถึง “ทำให้การกระทำมีลักษณะตามคำคุณศัพท์นั้น” เช่น ง่ายขึ้นหรือยากขึ้น ในประโยคนี้ อุปสรรคทำให้การทำพฤติกรรมนั้นยากขึ้น it เป็นกรรมสมมติที่ทำหน้าที่เติมตำแหน่งกรรมและไม่ได้อ้างถึงสิ่งใดโดยตรง การกระทำจริงที่ถูกบรรยายจะอยู่ใน to-infinitive ที่ตามมา คือ to perform the habit สามารถเปลี่ยนคำคุณศัพท์ได้ เช่น make it easier to start

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้าง make + it + adjective + to-infinitive ได้ถูกต้อง

  1. The extra password makes it more difficult accessing the account.
  2. The extra password makes it more difficult to access the account.
  3. The extra password makes more difficult it to access the account.
ดูคำตอบ

The extra password makes it more difficult to access the account.

Moving switching jobs or even starting a new schedule วลี

3:28

การย้ายบ้าน การเปลี่ยนงาน หรือแม้กระทั่งการเริ่มตารางเวลาใหม่

วลี

starting a new schedule: เริ่มใช้ตารางเวลาใหม่

Starting a new schedule หมายถึงเริ่มใช้ชีวิตหรือทำงานตามชุดเวลาที่วางแผนไว้ใหม่ ในที่นี้ schedule ครอบคลุมรูปแบบเวลาประจำสำหรับงาน โรงเรียน การนอน หรือกิจกรรมอื่น ๆ ไม่ได้หมายถึงตารางที่เขียนไว้เท่านั้น รูป -ing ของ starting อยู่ในรูปเดียวกับ Moving และ switching jobs ซึ่งอยู่ในรายการการเปลี่ยนแปลงในชีวิต วลีนี้เน้นช่วงเวลาที่เริ่มนำแผนใหม่มาใช้จริง

แบบฝึกหัด

บริษัทกำหนดเวลาทำงานใหม่ของคุณไว้แล้ว ประโยคใดบอกว่าคุณจะเริ่มใช้ตารางนั้นในวันจันทร์

  1. I'm starting a new work schedule on Monday.
  2. I'm following an old work schedule on Monday.
  3. I'm creating a new work schedule on Monday.
ดูคำตอบ

I'm starting a new work schedule on Monday.

are particularly great times to break a habit or build a new one. วลี

3:31

เป็นช่วงเวลาที่ดีเป็นพิเศษในการเลิกนิสัยเดิมหรือสร้างนิสัยใหม่

วลี

break a habit ... build a new one: เลิกนิสัยเดิมและสร้างนิสัยใหม่

Break a habit หมายถึงเลิกนิสัยที่มีอยู่แล้ว ซึ่งมักเป็นนิสัยที่ไม่อยากทำต่อ ส่วน build a habit หมายถึงค่อย ๆ สร้างนิสัยผ่านการทำซ้ำ ทั้งสองเป็นการจับคู่คำกริยากับคำนามที่มีทิศทางตรงข้ามกัน ใน build a new one คำว่า one ใช้แทนคำนามนับได้เอกพจน์ habit เพื่อไม่ต้องพูดซ้ำว่า build a new habit

แบบฝึกหัด

เติม break และ build ตามลำดับที่ถูกต้อง: To sleep better, I want to ____ my late-night snacking habit and ____ a healthier one.

ดูคำตอบ

break · build

One 2005 study tracked university students

3:36

การศึกษาในปี 2005 ได้ติดตามนักศึกษามหาวิทยาลัย

exercising, reading, and TV watching habits

3:39

ทั้งในเรื่องนิสัยการออกกำลังกาย การอ่านหนังสือ และการดูทีวี

before and after they transferred schools. ไวยากรณ์

3:42

ก่อนและหลังจากการย้ายโรงเรียน

ไวยากรณ์

before and after they transferred schools: การเปรียบเทียบสองช่วงเวลา

before and after + อนุประโยค ใช้เหตุการณ์เดียวกันเป็นจุดศูนย์กลางของการเปรียบเทียบ ในที่นี้เหตุการณ์คือ they transferred schools งานวิจัยจึงพิจารณานิสัยในช่วงก่อนและหลังการเปลี่ยนแปลงนั้น อนุประโยคเดียวกันใช้กับทั้ง before และ after จึงไม่ต้องกล่าวซ้ำ ในประโยคนี้ transferred schools หมายถึงย้ายจากสถานศึกษาแห่งหนึ่งไปอีกแห่งหนึ่ง ผู้ที่ย้ายคือนักศึกษา ไม่ได้หมายถึงการย้ายอาคารเรียน

แบบฝึกหัด

เติมวลีบอกเวลาแบบคู่ที่แสดงว่ามีการวัดทั้งก่อนและหลังการเปลี่ยนแปลง: The clinic measured sleep quality ____ patients began the new treatment.

ดูคำตอบ

before and after

When students were no longer around old environments and routines,

3:45

เมื่อนักศึกษาไม่ได้อยู่ในสภาพแวดล้อมและกิจวัตรเดิมๆ อีกต่อไป

their habits, even the strong ones, significantly changed.

3:48

นิสัยของพวกเขา แม้แต่นิสัยที่ฝังลึก ก็เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ

For behaviors like nail-biting or hair-pulling,

3:52

สำหรับพฤติกรรมเช่นการกัดเล็บหรือการดึงผม

a practice called habit reversal training can be helpful. วัฒนธรรม

3:55

การฝึกปฏิบัติที่เรียกว่าการฝึกย้อนกลับนิสัยอาจมีประโยชน์

วัฒนธรรม

habit reversal training: การบำบัดพฤติกรรมที่มีโครงสร้าง

habit reversal training เป็นชื่อของการบำบัดพฤติกรรมที่มีโครงสร้าง มักใช้กับพฤติกรรมที่เกิดซ้ำ เช่น การกัดเล็บหรือดึงผม ผู้รับการฝึกจะเรียนรู้ที่จะสังเกตสัญญาณหรือแรงกระตุ้นที่เกิดขึ้นก่อนนิสัยนั้น แล้วฝึกการตอบสนองที่แข่งขันกับนิสัย ซึ่งเป็นการกระทำที่ปลอดภัยกว่าและทำให้ทำพฤติกรรมเดิมได้ยากขึ้น reversal ในที่นี้หมายถึงการเปลี่ยนรูปแบบเดิมที่เชื่อมสัญญาณกับนิสัย ไม่ใช่การทำท่าเดิมย้อนกลับ

แบบฝึกหัด

ข้อความใดอธิบาย habit reversal training ได้ถูกต้องที่สุด

  1. สอนให้บุคคลทำพฤติกรรมที่เป็นนิสัยแบบย้อนกลับ
  2. ช่วยให้บุคคลสังเกตสัญญาณของนิสัยและฝึกการตอบสนองที่แข่งขันกับนิสัยเดิม
  3. รับประกันว่าแรงกระตุ้นทุกอย่างจะหายไปทันที
ดูคำตอบ

ช่วยให้บุคคลสังเกตสัญญาณของนิสัยและฝึกการตอบสนองที่แข่งขันกับนิสัยเดิม

Developed by psychologists in the 1970s, ไวยากรณ์

3:59

ซึ่งถูกพัฒนาโดยนักจิตวิทยาในทศวรรษ 1970

ไวยากรณ์

Developed by psychologists in the 1970s: วลีเบื้องหลังแบบถูกกระทำ

Developed by psychologists in the 1970s เป็นวลี past participle ที่มีความหมายแบบถูกกระทำ ในที่นี้วลีนี้ปรากฏเป็นส่วนให้ข้อมูลเบื้องหลังที่แยกออกมา โดยบริบทช่วยบอกว่าประธานที่ละไว้คือ the practice หากเขียนเต็มจะเป็น "The practice was developed by psychologists in the 1970s." คำว่า Developed ไม่ใช่กริยาหลักที่ผันตามกาลในที่นี้ เมื่อใช้วลีชนิดนี้ขึ้นต้นประโยคที่สมบูรณ์ ประธานที่เข้าใจร่วมกันควรเป็นคำนามที่ตามมาทันที เช่น "Developed by psychologists, the practice ..." โครงสร้างนี้ช่วยย่ออนุประโยคเบื้องหลังแบบถูกกระทำในงานเขียนทางการ แต่ต้องทำให้ชัดว่าวลีกำลังขยายคำนามใด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้วลีขึ้นต้นเพื่ออธิบาย the app ได้อย่างถูกต้อง

  1. Developed by a small team, the app became popular.
  2. Developed by a small team, users downloaded the app.
  3. Developing by a small team, the app became popular.
ดูคำตอบ

Developed by a small team, the app became popular.

the aim is to change a habit ไวยากรณ์

4:02

จุดมุ่งหมายคือการเปลี่ยนนิสัย

by replacing it with another one that's less detrimental. การใช้คำ

4:04

โดยการแทนที่ด้วยนิสัยอื่นที่เป็นอันตรายน้อยกว่า

ไวยากรณ์

the aim is to ... by replacing ...: การบอกเป้าหมายและวิธีการ

The aim is to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกผลลัพธ์ที่ต้องการ ในที่นี้ to change a habit คือเป้าหมาย จากนั้น by + -ing ใช้บอกวิธีการ โดย by replacing it อธิบายว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างไร รูปแบบเต็มคือ "The aim is to do A by doing B." ในโครงสร้าง replace A with B นั้น A คือสิ่งที่ถูกนำออก และ B คือสิ่งที่นำมาแทน ในที่นี้ it หมายถึงนิสัยเดิม ส่วน another one หมายถึงนิสัยใหม่ที่เป็นผลเสียน้อยกว่า

แบบฝึกหัด

เติมคำที่ใช้บอกเป้าหมายและวิธีการให้ประโยคสมบูรณ์: The aim ____ cut plastic waste ____ replacing disposable cups with reusable ones.

ดูคำตอบ

is to · by

การใช้คำ

less detrimental: เป็นอันตรายในระดับที่น้อยกว่า

Detrimental หมายถึงก่อให้เกิดอันตรายหรือผลกระทบด้านลบ โดยเฉพาะต่อสุขภาพ พัฒนาการ ประสิทธิภาพ หรือผลลัพธ์ ส่วน less detrimental หมายถึงเป็นอันตรายในระดับที่น้อยกว่าอีกทางเลือกหนึ่ง การเปรียบเทียบนี้ไม่ได้บอกว่าสิ่งที่นำมาแทนนั้นปลอดภัยหรือมีประโยชน์ ในประโยคนี้ พฤติกรรมใหม่ถูกนำเสนอว่าเป็นทางเลือกที่ก่ออันตรายน้อยกว่า ไม่ใช่ทางเลือกที่สมบูรณ์แบบ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงความหมายของ less detrimental ได้ถูกต้อง

  1. Of the two plans, the new plan is less detrimental, so it must be beneficial.
  2. Of the two plans, the new plan is less detrimental, so it cannot cause any harm.
  3. Of the two plans, the new plan is less detrimental, but it may still cause harm.
ดูคำตอบ

Of the two plans, the new plan is less detrimental, but it may still cause harm.

The training requires you to analyze and understand your habit cues, ไวยากรณ์

4:08

การฝึกอบรมนี้ต้องการให้คุณวิเคราะห์และเข้าใจตัวกระตุ้นนิสัยของคุณ

ไวยากรณ์

requires you to analyze and understand: require + บุคคล + to + กริยา

Require someone to do something หมายถึงกฎ งาน หรือสถานการณ์ทำให้บุคคลหนึ่งจำเป็นต้องทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ใน requires you to analyze and understand คำว่า you คือผู้ที่ต้องทำการกระทำนั้น Analyze และ understand เป็นคำกริยารูปพื้นฐานสองคำที่เชื่อมกัน โดยใช้ to และกรรม your habit cues ร่วมกัน โครงสร้างคือ require + บุคคล + to + กริยารูปพื้นฐาน เมื่อเชื่อมสองการกระทำ สามารถละ to ตัวที่สองได้

แบบฝึกหัด

ใช้ complete เติมประโยคตามโครงสร้าง require someone to do: The safety course requires every participant ____ a short quiz before entering the lab.

ดูคำตอบ

to complete

so you can effectively intervene at the right times. ไวยากรณ์

4:12

เพื่อให้คุณสามารถแทรกแซงได้อย่างมีประสิทธิภาพในเวลาที่เหมาะสม

ไวยากรณ์

so you can effectively intervene: บอกจุดประสงค์หรือผลลัพธ์ที่คาดไว้

ในที่นี้ so เชื่อมการกระทำหรือการเตรียมการที่กล่าวมาก่อนกับสิ่งที่การกระทำนั้นทำให้เป็นไปได้ โดยมีความหมายว่า “ผลก็คือ คุณสามารถ...” ในประโยคนี้ การเข้าใจสัญญาณต่าง ๆ ทำให้สามารถเข้าแทรกแซงได้อย่างมีประสิทธิภาพในเวลาที่เหมาะสม ความสัมพันธ์นี้อาจมองเป็นจุดประสงค์ของการกระทำก่อนหน้า หรือเป็นผลลัพธ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นก็ได้ โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ so + ประธาน + can/could + คำกริยา ใช้อธิบายว่าใครจะสามารถทำอะไรได้เพราะการกระทำก่อนหน้า effectively ขยาย intervene และหมายถึง “ในแบบที่ได้ผลจริง”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ so you can เพื่อบอกจุดประสงค์ในทางปฏิบัติหรือผลลัพธ์ที่คาดไว้ของการกระทำ?

  1. The deadline is so close that we need to hurry.
  2. So, what should we do next?
  3. Write down the deadline so you can plan your work.
ดูคำตอบ

Write down the deadline so you can plan your work.

For example,

4:15

ตัวอย่างเช่น

if you tend to bite your nails at work, วลี

4:16

หากคุณมีแนวโน้มที่จะกัดเล็บในที่ทำงาน

วลี

tend to bite your nails: แนวโน้มที่เกิดซ้ำ

โครงสร้าง tend to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกพฤติกรรมที่เกิดขึ้นบ่อยหรือมีแนวโน้มจะเกิด แต่ไม่ได้เกิดทุกครั้ง ดังนั้น tend to bite your nails จึงหมายถึงการกัดเล็บเป็นนิสัยหรือแนวโน้มที่เกิดซ้ำ ใน bite your nails คำแสดงความเป็นเจ้าของมักต้องตรงกับคนที่ทำกริยา: I bite my nails; she bites her nails ในที่นี้ tend หมายถึง “มีแนวโน้ม” ไม่ใช่ “ดูแล”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ tend to: When I feel nervous, I ____ bite my nails.

ดูคำตอบ

tend to

preemptively keep a fidget toy at your desk.

4:18

ให้เตรียมของเล่นคลายเครียดไว้ที่โต๊ะทำงานล่วงหน้า

Then if a stressful email comes in, กริยาวลี

4:21

จากนั้นหากมีอีเมลที่ทำให้เครียดเข้ามา

กริยาวลี

comes in: อีเมลมาถึง

ในประโยคนี้ comes in หมายถึงมาถึงและมีผู้รับ อีเมลคือสิ่งที่มาถึง ส่วนคนหรือระบบที่รับอีเมลนั้นเข้าใจได้จากสถานการณ์ จึงไม่ต้องกล่าวออกมาตรง ๆ come in ใช้บอกว่าอีเมล ข้อความ สายโทรศัพท์ คำสั่งซื้อ หรือคำขอมาถึงฝั่งผู้รับได้ ในที่นี้ in เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่เข้าไปในห้องจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมรูปที่ถูกต้องของ come in เพื่อสื่อว่าบางสิ่งมาถึงและมีผู้รับ: If a new request ____, tell me right away.

ดูคำตอบ

comes in

use the toy when you feel the urge to bite your nails. วลี

4:23

ให้ใช้ของเล่นนั้นเมื่อคุณรู้สึกอยากกัดเล็บ

วลี

feel the urge to bite your nails: แรงกระตุ้นอย่างมาก

feel the urge to do something หมายถึงรู้สึกถึงแรงกระตุ้นอย่างมากที่อยากทำสิ่งนั้น ในประโยคนี้ to bite your nails ระบุว่าแรงกระตุ้นนั้นมุ่งไปที่การกระทำใด โครงสร้างคือ feel the urge to + คำกริยารูปพื้นฐาน urge รุนแรงกว่าความคิดหรือความชอบทั่วไป แต่การรู้สึกเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่าจะลงมือทำแน่นอน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อถึงแรงกระตุ้นที่รุนแรงซึ่งผู้พูดกำลังพยายามต้านไว้ได้ดีที่สุด

  1. I feel like checking my phone because I have a free minute.
  2. I feel the urge to check my phone, even though I know I shouldn't.
  3. I want to check my phone after dinner.
ดูคำตอบ

I feel the urge to check my phone, even though I know I shouldn't.

Breaking a habit takes time, ไวยากรณ์

4:27

การเลิกนิสัยต้องใช้เวลา

ไวยากรณ์

Breaking a habit takes time: วลี -ing ที่ทำหน้าที่เป็นประธาน

Breaking a habit เป็นวลี -ing ที่ใช้เรียกกิจกรรมหนึ่งอย่าง วลีทั้งหมดเป็นประธานของ takes ดังนั้น Breaking ตรงนี้จึงไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกริยารูป progressive และไม่มีรูปของ be อยู่ข้างหน้า รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ Doing something takes time ซึ่งหมายความว่ากิจกรรมนั้นต้องใช้เวลาและไม่ได้เกิดขึ้นทันที เพราะมองกิจกรรมทั้งหมดเป็นสิ่งเดียว กริยาจึงใช้รูปเอกพจน์ takes ไม่ใช่ take

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ learn และ take เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: ____ a new instrument ____ time.

ดูคำตอบ

Learning · takes

so remember to give yourself grace and have patience through the process. วลี

4:29

ดังนั้นอย่าลืมใจดีกับตัวเองและมีความอดทนตลอดกระบวนการนี้

วลี

give yourself grace: เข้าใจและเมตตาตัวเอง

ใน give yourself grace คำว่า grace หมายถึงการให้ความอดทน ความเข้าใจ และพื้นที่สำหรับความผิดพลาดแก่ตัวเอง วลีนี้บอกว่าอย่าตัดสินตัวเองรุนแรงเกินไปเมื่อการเปลี่ยนแปลงเป็นไปอย่างช้าหรือไม่สมบูรณ์ ในที่นี้ grace ไม่ได้หมายถึงความสง่างามของรูปลักษณ์หรือท่าทาง แนวคิดกว้าง ๆ คือให้ตอบรับความผิดพลาดของตัวเองด้วยความเมตตาแบบเดียวกับที่คุณจะมอบให้คนอื่น

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ give yourself grace หมายความว่าอย่างไร?

  1. ใช้เป็นข้ออ้างให้ทุกการกระทำที่เป็นอันตรายโดยไม่รับผิดชอบ
  2. ทำให้ตัวเองดูสง่างามและดูดี
  3. ปฏิบัติต่อตัวเองด้วยความอดทนและความเข้าใจระหว่างที่กำลังพัฒนา
ดูคำตอบ

ปฏิบัติต่อตัวเองด้วยความอดทนและความเข้าใจระหว่างที่กำลังพัฒนา

And while many focus on their bad habits, ลำดับความ

4:33

และแม้ว่าหลายคนจะจดจ่ออยู่กับนิสัยที่ไม่ดีของตนเอง

it's also worth celebrating the good ones

4:35

แต่มันก็คุ้มค่าที่จะเฉลิมฉลองนิสัยที่ดี

ลำดับความ

while many focus on ... it's also worth celebrating: การสร้างสมดุลระหว่างสองประเด็น

while many focus on ... เริ่มด้วยประเด็นที่คนมักให้ความสนใจ ส่วนประโยคหลัก it's also worth celebrating ... จะหันความสนใจไปยังอีกด้านหนึ่งที่เป็นบวก วิธีนี้ช่วยให้การนำเสนอสมดุลขึ้นโดยไม่ได้บอกว่าความกังวลแรกนั้นผิด หลัง worth ใช้คำนามหรือรูป -ing ในที่นี้ celebrating ทำหน้าที่เรียกการกระทำที่มีคุณค่า จึงใช้ worth celebrating ไม่ใช่ worth to celebrate

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองส่วนจากบทเรียนที่ใช้สร้างความสมดุลของแนวคิด: ____ the mistakes, ____ the progress the team made.

ดูคำตอบ

While many focus on · it's also worth celebrating

that help us move swiftly and successfully through our daily routines. วลี

4:37

ที่ช่วยให้เราใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างรวดเร็วและประสบความสำเร็จ

วลี

move swiftly and successfully through our daily routines: ดำเนินกิจวัตรได้อย่างรวดเร็วและสำเร็จ

move through a routine ใช้แนวคิดเรื่องการเคลื่อนที่ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการดำเนินงานหรือขั้นตอนต่าง ๆ ในกิจวัตรตามลำดับ through แสดงให้เห็นกิจวัตรเป็นกระบวนการทั้งหมดตั้งแต่ต้นไปจนจบ ไม่ใช่การเดินผ่านพื้นที่จริง swiftly บอกว่าดำเนินไปอย่างรวดเร็ว ส่วน successfully บอกว่างานเสร็จตามเป้าหมาย เมื่อนำมารวมกัน วลีนี้หมายถึงการจัดการกิจวัตรประจำวันอย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ติดขัด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่ารายการตรวจสอบช่วยให้คนหนึ่งทำทุกขั้นตอนของกิจวัตรตอนเช้าได้อย่างรวดเร็วและสำเร็จลุล่วง?

  1. A checklist helps me move swiftly and successfully through my morning routine.
  2. A checklist helps me remove several tasks from my morning routine.
  3. A checklist helps me move my morning routine to a later time.
ดูคำตอบ

A checklist helps me move swiftly and successfully through my morning routine.

Speaking of good habits, ลำดับความ

4:44

เมื่อพูดถึงนิสัยที่ดี

ลำดับความ

Speaking of good habits: เชื่อมไปยังหัวข้อที่เกี่ยวข้อง

Speaking of + คำนามหรือรูป -ing หมายถึง เรื่องที่เพิ่งกล่าวถึงทำให้นึกถึงหัวข้อที่เกี่ยวข้อง ในประโยคนี้ Speaking of good habits เชื่อมเรื่องที่กำลังพูดไปยังคำถามถัดไปที่สัมพันธ์กัน ไม่ใช่คำสั่งให้ใครพูดเรื่องนิสัย วลีนี้มักอยู่ต้นประโยคและตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค: Speaking of + หัวข้อ, ... ใช้รับช่วงจากเรื่องที่เพิ่งกล่าวถึงแล้วพาบทสนทนาไปยังเรื่องใหม่ที่เกี่ยวข้อง

แบบฝึกหัด

เพื่อนของคุณกำลังคุยเรื่องหนังสืออยู่แล้ว จงเติมประโยคด้วยวลีเปลี่ยนหัวข้อจากบทเรียนนี้: ____ books, have you read the new mystery novel?

ดูคำตอบ

Speaking of

do you know what it takes to be a good listener? วลี

4:45

คุณรู้หรือไม่ว่าการเป็นผู้ฟังที่ดีต้องมีอะไรบ้าง?

วลี

what it takes to be a good listener: ถามถึงสิ่งที่จำเป็น

What it takes to be a good listener หมายถึง คุณสมบัติ ความพยายาม หรือทักษะที่จำเป็นต่อการเป็นผู้ฟังที่ดี ในสำนวนนี้ takes หมายถึง «ต้องใช้» หรือ «จำเป็นต้องมี» ไม่ใช่ «เอาไป» โครงสร้างคือ what it takes to + กริยารูปพื้นฐาน อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย what ทั้งหมดสามารถตามหลังคำกริยาอย่าง know หรือ understand ได้ โครงสร้างนี้ถามถึงเงื่อนไขที่จำเป็นต่อความสำเร็จ ไม่ได้ถามถึงขั้นตอนการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างจากบทเรียนที่ใช้กล่าวถึงสิ่งจำเป็น ไม่ใช่วิธีทำ: Do you know ____ be a reliable teammate?

ดูคำตอบ

what it takes to

Learn more about this invaluable skill with this video.

4:48

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับทักษะที่ประเมินค่าไม่ได้นี้ในวิดีโอนี้

Or for more actionable science-based advice การใช้คำ

4:52

หรือสำหรับคำแนะนำที่อิงหลักวิทยาศาสตร์และนำไปปฏิบัติได้จริงมากขึ้น

การใช้คำ

actionable science-based advice: คำแนะนำที่นำไปปฏิบัติได้และมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ

ในที่นี้ actionable หมายถึงคำแนะนำที่ใช้ได้จริงมากพอที่จะนำไปเป็นขั้นตอนต่อไปที่ชัดเจนได้ ส่วน science-based หมายถึงคำแนะนำที่มีงานวิจัยหรือหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เป็นพื้นฐาน คำคุณศัพท์ทั้งสองคำขยาย advice โดย actionable บอกว่าคำแนะนำนั้นนำไปปฏิบัติได้หรือไม่ ส่วน science-based บอกว่าสิ่งใดรองรับคำแนะนำนั้น เมื่อวาง science-based ไว้หน้า advice ต้องมีเครื่องหมายยัติภังค์ เพราะ science และ based ทำหน้าที่ร่วมกันเป็นคำคุณศัพท์คำเดียว

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ actionable science-based advice มากที่สุด

  1. คำแนะนำที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับและชัดเจนพอที่จะนำไปปฏิบัติได้
  2. คำแนะนำที่น่าสนใจแต่ไม่มีขั้นตอนต่อไปที่นำไปปฏิบัติได้
  3. คำแนะนำเกี่ยวกับการดำเนินคดีทางกฎหมายกับนักวิทยาศาสตร์
ดูคำตอบ

คำแนะนำที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับและชัดเจนพอที่จะนำไปปฏิบัติได้

on how to build strengths of heart, mind, and will,

4:54

เกี่ยวกับวิธีสร้างความแข็งแกร่งทางใจ ความคิด และความตั้งใจ

visit ed.ted.com/buildcharacter.

4:56

เยี่ยมชม ed.ted.com/buildcharacter