หัวรบของจรวด AIM-9 Sidewinder ทำงานอย่างไร - Smarter Every Day 282: บทเรียนภาษาอังกฤษ

SmarterEveryDay

ความยากในการเรียน
1,316 คำ 199 คำ/นาที

แนะนำวิดีโอ: Destin อธิบาย rolleron ของ Sidewinder และการทำงานของหัวรบแท่งที่กางออกเป็นวงตัดเป้าหมาย ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. “side-looking proximity sensor,” — ความหมายคำศัพท์และระดับภาษา: แยก proximity sensor เป็นคำนามหลัก แล้วเข้าใจว่า side-looking บอกทิศทางการตรวจจับ จึงอ่านกลุ่มคำนามเทคนิคที่มีคำขยายหลายชั้นได้ง่ายและแม่นยำขึ้น 2. “what it does is” — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ใช้โครงสร้างเน้นข้อมูลนี้เพื่อเกริ่นหน้าที่ของชิ้นส่วน ก่อนอธิบายขั้นตอนการทำงานหรือผลที่เกิดขึ้น ทำให้ใจความของกลไกซับซ้อนชัดเจนขึ้น 3. “a really bad day” — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่าเป็นมุกแบบพูดลดความรุนแรงเพื่อสื่อถึงความเสียหายหนัก ไม่ได้หมายถึงเพียงวันที่ไม่น่าพอใจตามตัวอักษร

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Hey, it's me Destin.

0:00

เฮ้ ผมเดสตินครับ

Welcome back to Smarter Every Day.

0:00

ยินดีต้อนรับกลับสู่ Smarter Every Day

I want to talk about something that's really neat.

0:02

ผมอยากจะคุยเรื่องที่มันเจ๋งมากๆ เลยครับ

Um I'm at Naval Air Weapons Station,

0:04

อืม ตอนนี้ผมอยู่ที่สถานีอาวุธทางอากาศของกองทัพเรือ

China Lake here in California.

0:07

ที่ไชน่าเลคในแคลิฟอร์เนียครับ

I'm in front of a a building that does things and

0:09

ผมยืนอยู่หน้าอาคารที่ใช้ทำภารกิจต่างๆ และ

here is an F-18,

0:12

นี่คือ F-18

which is a beautiful bird.

0:14

ซึ่งเป็นนกเหล็กที่สวยงามมาก

This uh this particular aircraft can be configured for the attack role วลี

0:15

เครื่องบินลำนี้ เอ่อ เครื่องบินเฉพาะลำนี้สามารถถูกตั้งค่าสำหรับบทบาทการโจมตี

or for a fighter role.

0:19

หรือสำหรับบทบาทเครื่องบินขับไล่ก็ได้

วลี

be configured for ... role: ถูกตั้งค่าสำหรับหน้าที่หนึ่ง

โครงสร้างรูปถูกกระทำ be configured for + role/purpose หมายถึงเครื่องจักรหรือระบบถูกจัดรูปแบบหรือตั้งค่าเพื่อให้ทำหน้าที่อย่างหนึ่งได้ ในประโยคนี้ อากาศยานสามารถใช้การตั้งค่าแบบโจมตีหรือแบบเครื่องบินขับไล่ได้ role ในที่นี้หมายถึงหน้าที่หรือภารกิจในการปฏิบัติการ ไม่ใช่บทบาทที่นักแสดงสวมบทบาท วลีนี้เน้นรูปแบบการตั้งค่าที่อากาศยานเลือกใช้ได้ ไม่ได้บอกว่าขณะนี้กำลังทำภารกิจนั้นอยู่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเชิงเทคนิคที่เรียนมา: The drone can ____ the surveillance role.

ดูคำตอบ

be configured for

And there's something I want to show you that's way over here.

0:21

และมีบางอย่างที่ผมอยากให้คุณดูอยู่ตรงนู้นครับ

Check this out.

0:23

มาดูนี่สิ

You know, all the different weapons on the pylons.

0:24

คุณคงเห็นว่ามีอาวุธชนิดต่างๆ อยู่บนจุดติดตั้ง

Got some bombs over there.

0:25

มีระเบิดอยู่ตรงนั้นด้วย

Look at this.

0:28

ดูนี่สิครับ

This is a Sidewinder missile and this changed a lot of things

0:30

นี่คือขีปนาวุธ Sidewinder และมันเปลี่ยนหลายๆ อย่าง

a lot of places.

0:34

ในหลายๆ ที่

So, this is one of the first heat-seeking missiles that was developed here in the '50s, การใช้คำ

0:34

ดังนั้น นี่คือหนึ่งในขีปนาวุธนำวิถีด้วยความร้อนรุ่นแรกที่พัฒนาขึ้นที่นี่ในยุค 50

การใช้คำ

heat-seeking missiles: ขีปนาวุธติดตามความร้อน

Heat-seeking เป็นคำคุณศัพท์ประสม โดย heat ระบุสิ่งที่ถูกตรวจจับ ส่วน seeking อธิบายการติดตามหรือมุ่งเข้าหาสิ่งนั้น ขีปนาวุธติดตามความร้อนใช้เซ็นเซอร์ติดตามสัญญาณความร้อนจากเป้าหมาย ซึ่งมักมาจากเครื่องยนต์ของเครื่องบิน เครื่องหมายยัติภังค์ทำให้ heat-seeking เป็นหน่วยเดียวที่ขยาย missiles ส่วน seeking ไม่ได้หมายความว่าขีปนาวุธมีความต้องการแบบมนุษย์ แต่บอกว่าระบบนำวิถีค้นหาเป้าหมายอย่างไร

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดอธิบาย heat-seeking missile ได้ถูกต้อง

  1. ใช้ได้เฉพาะในสภาพอากาศร้อนเท่านั้น
  2. สร้างความร้อนเพื่อทำให้บริเวณรอบข้างอบอุ่น
  3. ติดตามเป้าหมายโดยตรวจจับความร้อนของเป้าหมาย
ดูคำตอบ

ติดตามเป้าหมายโดยตรวจจับความร้อนของเป้าหมาย

right here, China Lake.

0:39

ที่นี่เลย ไชน่าเลค

And uh let's look at it.

0:41

และ เอ่อ มาดูกันเลยครับ

So, you got a seeker up here,

0:43

คุณมีตัวค้นหาเป้า (seeker) อยู่ตรงนี้

so it can it could go towards the exhaust of a of an aircraft.

0:45

เพื่อที่มันจะสามารถมุ่งหน้าไปยังไอเสียของเครื่องบินได้

Uh you've got some kind of pivoting fins right here,

0:49

เอ่อ คุณมีครีบที่หมุนได้อยู่ตรงนี้

right?

0:53

ใช่ไหม?

Look right here.

0:53

ดูตรงนี้สิ

You've got this is like a side-looking proximity sensor, การใช้คำ

0:54

คุณมีสิ่งนี้ มันเหมือนกับเซ็นเซอร์ระยะใกล้แบบมองด้านข้าง

which is amazing that that's on this model.

0:57

ซึ่งน่าทึ่งมากที่มันมีในรุ่นนี้

การใช้คำ

เซนเซอร์ตรวจจับระยะใกล้ที่ตรวจจับไปทางด้านข้าง

ในกลุ่มคำนามเชิงเทคนิคนี้ sensor เป็นคำนามหลักที่บอกว่ากำลังกล่าวถึงอุปกรณ์ชนิดใด ส่วน proximity จำกัดความหมายให้เป็นเซนเซอร์ที่ตรวจจับวัตถุหรือเป้าหมายที่อยู่ใกล้ side-looking อธิบายทิศทางที่เซนเซอร์ตรวจจับ หมายความว่าเซนเซอร์มองหรือตรวจจับไปทางด้านข้าง ไม่ได้บอกด้วยตัวมันเองว่าเซนเซอร์ติดตั้งอยู่ที่ด้านข้างของวัตถุ การเริ่มจากคำนามหลักแล้วไล่ย้อนดูคำขยายช่วยให้แยกความหมายของกลุ่มคำนามทางวิศวกรรมที่คล้ายกันได้

แบบฝึกหัด

side-looking ใน side-looking proximity sensor ระบุอะไร?

  1. ทิศทางที่เซนเซอร์ตรวจจับ
  2. ด้านที่ติดตั้งเซนเซอร์ไว้จริง
  3. ระยะที่แน่นอนเมื่อเซนเซอร์เริ่มทำงาน
ดูคำตอบ

ทิศทางที่เซนเซอร์ตรวจจับ

This is a warhead.

0:59

นี่คือหัวรบ

We'll talk more about the warhead in a minute. วลี

1:00

เดี๋ยวเราจะคุยเรื่องหัวรบเพิ่มเติมกันอีกทีนะครับ

วลี

in a minute: อีกสักครู่

ในที่นี้ in a minute หมายถึงหลังจากรอสั้น ๆ หรืออีกสักครู่ ผู้พูดใช้วลีนี้เพื่อส่งสัญญาณว่าจะกลับมาพูดถึงหัวข้อนี้ในไม่ช้า หลังจากอธิบายเรื่องอื่นก่อน ในบทสนทนาทั่วไป a minute ในวลีนี้มักเป็นเวลาโดยประมาณ และปกติไม่ได้รับปากว่าจะเป็นเวลาหกสิบวินาทีพอดี โดยทั่วไป in + ช่วงเวลา สามารถวางการกระทำไว้หลังจากเวลานั้นนับจากปัจจุบัน ส่วนความแม่นยำที่ต้องการขึ้นอยู่กับบริบท

แบบฝึกหัด

คุณกำลังทำงานเล็ก ๆ ให้เสร็จและจะช่วยใครบางคนในไม่ช้า ประโยคใดสื่อถึงการรอสั้น ๆ โดยประมาณได้อย่างเป็นธรรมชาติ?

  1. I'll help you within a minute.
  2. I'll help you in a minute.
  3. I'll help you for a minute.
ดูคำตอบ

I'll help you in a minute.

You got the rocket.

1:02

คุณมีจรวด

And then you got these things in the back.

1:04

แล้วก็มีของพวกนี้อยู่ข้างหลัง

Look at this.

1:06

ดูนี่สิ

So, I want to talk about this.

1:06

ผมอยากจะพูดถึงสิ่งนี้ครับ

If you look closely, ไวยากรณ์

1:09

ถ้าคุณมองใกล้ๆ

you'll notice there's something that looks like a water wheel here.

1:11

คุณจะสังเกตเห็นว่ามีบางอย่างที่ดูเหมือนกังหันน้ำอยู่ที่นี่

ไวยากรณ์

If you look closely, you'll notice: การชี้นำให้สังเกต

อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย if กำหนดให้การมองอย่างละเอียดเป็นเงื่อนไขของการค้นพบรายละเอียด ส่วนอนุประโยคหลัก you'll notice นำเสนอผลที่ผู้พูดคาดว่าผู้ชมจะมองเห็น will ในที่นี้ไม่ได้มีหน้าที่หลักในการระบุว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้นในอนาคต แต่แสดงว่าการสังเกตเห็นเป็นผลที่คาดหมายได้ กล่าวคือ เมื่อมองอย่างละเอียด รายละเอียดนั้นก็ควรปรากฏให้เห็น รูปแบบ If you ..., you'll notice ... ใช้ชี้นำความสนใจขณะอธิบายภาพ วัตถุ หรือชุดข้อมูลได้

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบการชี้นำให้สังเกตโดยใช้ closely และรูปย่อของ you will: In this photo, ____, ____ a small boat near the horizon.

ดูคำตอบ

if you look closely · you'll notice

You see that?

1:15

เห็นไหมครับ?

Oh, it spins.

1:17

โอ้ มันหมุนได้

Look at that.

1:18

ดูนั่นสิ

So, this is called a rolleron.

1:19

สิ่งนี้เรียกว่าโรลเลอรอน (rolleron)

Now, if you can imagine this aircraft is flying along super super fast, ลำดับความ

1:23

ทีนี้ ถ้าคุณจินตนาการว่าเครื่องบินลำนี้กำลังบินเร็วมากๆ

you shoot this missile at Mach 2.5,

1:27

คุณยิงขีปนาวุธนี้ที่ความเร็ว 2.5 มัค

you want to stabilize it,

1:31

คุณย่อมต้องการให้มันเสถียร

ลำดับความ

Now, if you can imagine: การตั้งสถานการณ์สำหรับการทดลองทางความคิด

Now ส่งสัญญาณว่าคำอธิบายกำลังเข้าสู่ขั้นตอนถัดไป If you can imagine เชิญให้ผู้ฟังสร้างสถานการณ์สมมติขึ้นในใจ—ในที่นี้คืออากาศยานและขีปนาวุธที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง—ก่อนที่ผู้พูดจะอธิบายปัญหาทางวิศวกรรม วลีนี้จัดลำดับข้อมูลโดยกำหนดสถานการณ์ก่อนแล้วจึงอธิบาย Can ทำให้คำเชิญฟังดูนุ่มนวลและเป็นการร่วมคิด ไม่ใช่คำถามจริง ๆ ว่าผู้ฟังมีจินตนาการเพียงพอหรือไม่

แบบฝึกหัด

Now, if you can imagine ทำหน้าที่ใดในการจัดลำดับคำพูดที่นี่?

  1. วลีนี้เชิญให้ผู้ฟังนึกภาพสถานการณ์ก่อนที่คำอธิบายจะดำเนินต่อไป
  2. วลีนี้ตั้งคำถามว่าผู้ฟังมีจินตนาการเพียงพอหรือไม่
  3. วลีนี้คาดการณ์ว่าเหตุการณ์ในจินตนาการจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
ดูคำตอบ

วลีนี้เชิญให้ผู้ฟังนึกภาพสถานการณ์ก่อนที่คำอธิบายจะดำเนินต่อไป

right?

1:32

ใช่ไหมครับ?

You don't want it to just like spin and roll.

1:32

คุณไม่อยากให้มันหมุนควงและกลิ้งไปกลิ้งมามั่วๆ

So, you got roll, pitch, and yaw, การใช้คำ

1:35

ดังนั้น คุณมีแกนหมุนกลิ้ง (roll), แกนกระดก (pitch), และแกนหัน (yaw)

การใช้คำ

Roll, pitch และ yaw: แกนหมุนสามแกน

Roll, pitch และ yaw เป็นการหมุนมาตรฐานสามแบบของอากาศยาน ขีปนาวุธ เรือ หรือหุ่นยนต์ Roll คือการหมุนรอบแกนตามยาวจากหน้าไปหลัง pitch คือการหมุนรอบแกนขวางจากซ้ายไปขวา และ yaw คือการหมุนรอบแกนดิ่ง ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังแจกแจงองค์ประกอบสามอย่างของการเคลื่อนที่เชิงท่าทาง คำเหล่านี้ระบุว่าระบบควบคุมกำลังจัดการการเปลี่ยนทิศทางแบบใด แทนที่จะใช้คำกว้าง ๆ อย่าง turn

แบบฝึกหัด

ส่วนหัวของโดรนที่ยังคงอยู่ในแนวระดับหันไปทางซ้ายและขวาโดยตัวโดรนไม่เอียง นี่คือการหมุนแบบใด?

  1. pitch
  2. roll
  3. yaw
ดูคำตอบ

yaw

right?

1:38

ใช่ไหม?

You don't want this thing to roll in ways that you don't want it to.

1:38

คุณไม่อยากให้สิ่งนี้กลิ้งในแบบที่คุณไม่ต้องการ

So, this is a genius way to get around that. กริยาวลี

1:41

นี่จึงเป็นวิธีที่ชาญฉลาดมากในการแก้ปัญหานั้น

กริยาวลี

Get around: เลี่ยงปัญหาหรือข้อจำกัด

ใน a way to get around that คำว่า get around หมายถึงการหาวิธีเลี่ยงหรือรับมือกับความยากที่เพิ่งกล่าวถึงได้สำเร็จ วิธีนั้นอาจเลี่ยงข้อจำกัดแทนที่จะกำจัดต้นเหตุ จึงมักสื่อถึงการใช้ทางออกแบบอื่น กรรมวางไว้หลัง phrasal verb เช่น get around a problem, get around a restriction หรือ get around it ตรงนี้ that ย้อนกลับไปหมายถึงปัญหาด้านการควบคุมก่อนหน้า ไม่ใช่วัตถุจริงที่มีบางสิ่งเคลื่อนที่อ้อมรอบ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ get around ในความหมายว่าเลี่ยงข้อจำกัด?

  1. We changed the file format to get around the upload limit.
  2. News of the surprise got around the office quickly.
  3. Tourists get around the city by subway.
ดูคำตอบ

We changed the file format to get around the upload limit.

So, a rolleron.

1:46

ดังนั้น โรลเลอรอนครับ

Oh, look.

1:47

โอ้ ดูสิ

You can see right there.

1:47

คุณจะเห็นตรงนั้น

You see those little bitty divots? การใช้คำ

1:49

เห็นรอยบุ๋มเล็กๆ พวกนั้นไหม?

การใช้คำ

little bitty: วิธีพูดว่า “เล็กมาก” แบบไม่เป็นทางการ

ในประโยคนี้ little bitty หมายถึง “เล็กมาก” คำคุณศัพท์สองคำทำงานร่วมกันเป็นคำบรรยายรอยบุ๋มแบบไม่เป็นทางการและเน้นขนาด โดย bitty ไม่ได้ใช้เดี่ยว ๆ เพื่อหมายถึงชิ้นเล็ก ๆ วลีนี้ทำให้คำบรรยายมีชีวิตชีวาและเป็นภาษาพูดมากกว่าการใช้ little เพียงคำเดียว สามารถนำไปใช้กับสิ่งของ สัตว์ หรือรายละเอียดเล็ก ๆ เมื่อต้องการน้ำเสียงที่เป็นกันเอง ขี้เล่น หรือเน้นย้ำอย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษแบบไม่เป็นทางการสองคำที่หมายถึง “เล็กมาก”: The toy has ____ wheels.

ดูคำตอบ

little bitty

You got to look close.

1:51

คุณต้องมองใกล้ๆ

See those little things that are drilled out there? กริยาวลี

1:52

เห็นสิ่งเล็กๆ ที่ถูกเจาะออกตรงนั้นไหม?

กริยาวลี

drilled out: เอาวัสดุออกด้วยการเจาะ

Drilled out เป็นรูปกริยาช่องสามของ drill out ใน are drilled out คำนี้สร้างกริยารูปถูกกระทำ หมายความว่ามีคนใช้สว่านเอาวัสดุปริมาณเล็กน้อยออก จึงเหลือเป็นรอยเว้าที่มองเห็นได้ คำว่า out เพิ่มความหมายด้านผลลัพธ์ คือวัสดุถูกนำออกด้วยการเจาะ เมื่อใช้กับกรรมอื่น drill out ยังหมายถึงการขยายรู หรือเอาชิ้นส่วนที่เสียหาย เช่น สลักเกลียวที่หัก ออกด้วยการเจาะได้ด้วย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีรูปอดีตที่หมายถึง “เอาออกโดยใช้สว่าน”: A broken bolt blocked the opening, so the mechanic ____ the damaged part.

ดูคำตอบ

drilled out

That's where they balanced it.

1:53

นั่นคือจุดที่พวกเขาทำการถ่วงสมดุลมันครับ

Because this could spin at over 100,000 RPM

1:55

เพราะสิ่งนี้อาจหมุนด้วยความเร็วมากกว่า 100,000 รอบต่อนาที

and So, they had to make some weigh more or less than others.

1:58

ดังนั้น พวกเขาจึงต้องทำให้บางจุดมีน้ำหนักมากหรือน้อยกว่าจุดอื่น

So, they had to like spin this thing up and balance it like you'd balance a tire by removing material. โน้ต

2:02

พวกเขาจึงต้องปั่นมันให้หมุนแล้วถ่วงสมดุลเหมือนที่คุณถ่วงสมดุลยางรถยนต์โดยการเอาวัสดุออก

กริยาวลี

spin ... up: เร่งชิ้นส่วนที่หมุนให้ถึงความเร็วเป้าหมาย

ในประโยคนี้ spin this thing up หมายถึงทำให้ชิ้นส่วนหมุนเร็วขึ้นจนถึงความเร็วที่ใช้งานได้หรือความเร็วเป้าหมาย up บอกการเพิ่มความเร็วรอบ ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนขึ้นด้านบน Spin up เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ นามวลีสามารถอยู่หลัง up หรืออยู่ระหว่าง spin กับ up ได้ แต่คำสรรพนามต้องอยู่ตรงกลาง เช่น spin the rotor up หรือ spin up the rotor แต่ถ้าใช้คำสรรพนามต้องเป็น spin it up

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ spin up โดยใช้คำสรรพนาม it: Before measuring vibration, the engineers need to ____.

ดูคำตอบ

spin it up

ลำดับความ

balance it like you'd balance a tire: อธิบายกระบวนการทางเทคนิคด้วยการเปรียบเทียบ

ผู้พูดอธิบายขั้นตอนการปรับสมดุลที่ไม่คุ้นเคยโดยเปรียบเทียบกับขั้นตอนที่คุ้นเคย Balance it ระบุการกระทำทางเทคนิค ส่วน like you'd balance a tire บอกผู้ฟังว่าควรนึกถึงวิธีแบบใด นั่นคือการแก้การกระจายมวลที่ไม่สม่ำเสมอเพื่อให้วัตถุที่หมุนทำงานได้ราบรื่นขึ้น like ในที่นี้ใช้เกริ่นการเปรียบเทียบ ไม่ได้อ้างว่าสองสิ่งนั้นเป็นสิ่งเดียวกัน You'd ย่อมาจาก you would และ you หมายถึงคนทั่วไป รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ action + like you'd + familiar action

แบบฝึกหัด

like you'd balance a tire ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. ระบุสถานที่ที่ต้องทำการปรับสมดุล
  2. อธิบายกระบวนการที่ไม่คุ้นเคยโดยเปรียบเทียบวิธีของมันกับงานปรับสมดุลที่คุ้นเคย
  3. บอกว่าชิ้นส่วนที่หมุนนั้นเป็นยางรถยนต์จริง ๆ
  4. บอกว่าควรเอาวัสดุออกจากยางรถยนต์แทนที่จะเอาออกจากชิ้นส่วนที่หมุน
ดูคำตอบ

อธิบายกระบวนการที่ไม่คุ้นเคยโดยเปรียบเทียบวิธีของมันกับงานปรับสมดุลที่คุ้นเคย

But anyway,

2:06

แต่ยังไงก็ตาม

a rolleron, what it does is as you fire the missile and it spins up, ไวยากรณ์

2:07

โรลเลอรอน สิ่งที่มันทำก็คือ เมื่อคุณยิงขีปนาวุธและมันเริ่มหมุน

you get a flywheel effect.

2:12

คุณจะได้ผลกระทบแบบล้อตุนกำลัง (flywheel effect)

ไวยากรณ์

what it does is ในฐานะกรอบสำหรับอธิบาย

what it does is เป็นกรอบประโยคที่ใช้เน้นข้อมูล โดยมีความหมายประมาณว่า “หน้าที่หรือผลของมันคือสิ่งนี้” ในประโยคนี้ it หมายถึง rolleron และข้อความหลัง is อธิบายผลที่เกิดขึ้นเมื่อการยิงขีปนาวุธทำให้มันหมุน ในทางไวยากรณ์ what it does เป็นกลุ่มคำที่ทำหน้าที่เหมือนคำนาม ดังนั้น what จึงไม่ได้ใช้ตั้งคำถามโดยตรง กรอบนี้ส่งสัญญาณก่อนว่าจะมีคำอธิบายตามมา แล้วจึงวางกระบวนการหรือผลลัพธ์สำคัญไว้หลัง is จึงเหมาะกับการอธิบายการทำงานของอุปกรณ์หรือระบบ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยกรอบคำอธิบายที่เน้นหน้าที่ของอุปกรณ์: The mechanism may look complicated, but ____ release excess pressure before the tank is damaged.

ดูคำตอบ

what it does is

So, you get a gyroscopic effect and it becomes a giant flywheel, like a gyroscope.

2:14

คุณจึงได้ผลทางไจโรสโคปิกและมันกลายเป็นล้อตุนกำลังขนาดใหญ่ เหมือนกับไจโรสโคป

And so, that angular momentum gives you an angular momentum vector that's right there.

2:20

และดังนั้น โมเมนตัมเชิงมุมนั้นก็จะสร้างเวกเตอร์โมเมนตัมเชิงมุมขึ้นตรงนั้นพอดี

And you can see there's four of them.

2:26

และคุณจะเห็นว่ามันมีอยู่สี่ตัว

There's one,

2:27

มีตัวที่หนึ่ง

there's two,

2:28

ตัวที่สอง

there's three,

2:31

ตัวที่สาม

and there's four.

2:33

และตัวที่สี่

So, imagine if you would,

2:34

ลองจินตนาการดูนะครับว่า

you're about to fire this missile and if and if you have problems with dynamic stability in the roll axis

2:36

คุณกำลังจะยิงขีปนาวุธนี้และหากคุณมีปัญหาเรื่องเสถียรภาพพลวัตในแกนการกลิ้ง

because you're an engineer in the '50s

2:42

เพราะคุณเป็นวิศวกรในยุค 50

and you don't have really fast control loops and digital circuitry at your disposal yet, สำนวน

2:43

และคุณยังไม่มีลูปควบคุมที่เร็วมากๆ และวงจรดิจิทัลให้ใช้งาน

สำนวน

at your disposal สำหรับทรัพยากรที่พร้อมให้ใช้

At your disposal หมายถึง “พร้อมให้คุณใช้หรือควบคุมได้ตามต้องการ” ในประโยคนี้ วงจรควบคุมที่เร็วและวงจรดิจิทัลยังไม่ใช่ทรัพยากรที่วิศวกรในเวลานั้นสามารถนำมาใช้ได้ สำนวนนี้ไม่ได้มีความหมายตรงตัว โดย disposal ในที่นี้เกี่ยวกับอำนาจในการจัดการหรือใช้บางสิ่ง ไม่ใช่การนำไปทิ้ง โครงสร้างคือ at + คำกำหนดแสดงความเป็นเจ้าของ + disposal เช่น at my disposal และ at their disposal

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยสำนวนสามคำที่หมายถึง “พร้อมให้คุณใช้ตามต้องการ”: Our research staff and archives are ____ throughout your visit.

ดูคำตอบ

at your disposal

this is just genius

2:49

สิ่งนี้มันอัจฉริยะมาก

because it's a passive dynamic stability method.

2:52

เพราะมันเป็นวิธีการสร้างความเสถียรพลวัตแบบพาสซีฟ

So, imagine you could pin a vector here,

2:55

ลองจินตนาการว่าคุณสามารถตรึงเวกเตอร์ไว้ตรงนี้

pin a vector here,

2:57

ตรึงเวกเตอร์ไว้ตรงนี้

here and there and just kind of lock it in space

2:58

ตรงนี้และตรงนั้น แล้วแค่ล็อคมันไว้ในอวกาศ

so it it'll go straight.

3:01

เพื่อที่มันจะได้พุ่งไปตรงๆ

That's amazing.

3:02

มันน่าทึ่งมาก

One thing I don't understand is there appears to be a pivot point here.

3:03

สิ่งหนึ่งที่ผมไม่เข้าใจก็คือ ดูเหมือนจะมีจุดหมุนอยู่ที่นี่

So, as the missile tries to roll,

3:08

ดังนั้น เมื่อขีปนาวุธพยายามจะกลิ้ง

this thing could try to stay in position

3:11

สิ่งนี้ก็จะพยายามรักษาตำแหน่งของมันไว้

and so it'll try to stay back where it was

3:14

ดังนั้นมันจะพยายามกลับไปอยู่ที่เดิม

and I assume that would also provide some aerodynamic stability passively. น้ำเสียง/เจตนา

3:16

และผมเดาว่านั่นน่าจะให้ความเสถียรทางอากาศพลศาสตร์แบบพาสซีฟด้วย

น้ำเสียง/เจตนา

I assume that would: การบ่งชี้ข้อสรุปทางเทคนิคแบบไม่ฟันธง

ใน “I assume that would also provide...” คำว่า I assume บ่งบอกว่าข้อความถัดไปเป็นข้อสรุปที่ผู้พูดอนุมานจากสิ่งที่สังเกตได้ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว ส่วน That ย้อนกลับไปอ้างถึงกลไกที่เพิ่งอธิบาย และ would แสดงผลที่น่าจะเกิดขึ้นตามการตีความนั้น ใช้ I assume that would + คำกริยาเมื่อต้องการคาดการณ์อย่างไม่ฟันธงว่าเงื่อนไขหรือกลไกที่สมมติไว้น่าจะทำอะไร วลีนี้ช่วยระบุขอบเขตของหลักฐานที่มีอยู่อย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

“I assume that would” ในประโยคนี้บ่งบอกอะไร?

  1. รายงานผลที่ได้รับการตรวจสอบยืนยันโดยตรงแล้ว
  2. แสดงการอนุมานแบบไม่ฟันธงเกี่ยวกับผลที่น่าจะเกิดจากกลไก
  3. อธิบายผลที่กลไกเคยสร้างขึ้นซ้ำ ๆ ในอดีต
ดูคำตอบ

แสดงการอนุมานแบบไม่ฟันธงเกี่ยวกับผลที่น่าจะเกิดจากกลไก

I I don't know.

3:21

ผม ผมก็ไม่รู้สิครับ

I don't know how that works,

3:22

ผมไม่รู้ว่ามันทำงานยังไง

but I think it's fascinating.

3:23

แต่ผมคิดว่ามันน่าหลงใหลมาก

So, I don't know

3:24

นั่นแหละครับ ผมไม่รู้

I think I think it's an amazing piece of engineering.

3:25

ผมคิดว่า ผมคิดว่ามันเป็นชิ้นส่วนวิศวกรรมที่น่าทึ่งมาก

There's a newer missile,

3:28

มีขีปนาวุธรุ่นใหม่กว่าอยู่

a newer version over here.

3:29

รุ่นที่ใหม่กว่าอยู่ตรงนี้

That's the AIM-9L no,

3:31

นั่นคือ AIM-9L ไม่สิ

M.

3:33

M ครับ

I think the first one,

3:34

ผมคิดว่าอันแรก

I read it on a thing,

3:35

ผมอ่านเจอในเอกสารบางอย่าง

is it on this?

3:37

มันอยู่บนนี้หรือเปล่า?

Okay, so the first one,

3:38

โอเค งั้นอันแรก

so that one over there was the M.

3:40

อันตรงนั้นคือรุ่น M

The B was the first one they deployed.

3:42

รุ่น B คือรุ่นแรกที่พวกเขานำไปใช้

This one is the X.

3:45

อันนี้คือรุ่น X

This is the AIM-9X.

3:47

นี่คือ AIM-9X

So, this one right here

3:49

สำหรับอันนี้ตรงนี้

is uh if I can focus on it.

3:51

คือ เอ่อ ถ้าผมโฟกัสมันได้นะ

Let's see if I can focus up close here. วลี

3:53

มาดูกันว่าผมจะโฟกัสใกล้ๆ ตรงนี้ได้ไหม

วลี

up close: การมองจากระยะใกล้มาก

Up close หมายถึงจากระยะที่ใกล้มากจนสามารถมองเห็นรายละเอียดเล็ก ๆ ได้ ในที่นี้วลีดังกล่าวขยายความพยายามโฟกัสกล้อง ดังนั้นผู้พูดจึงกำลังพยายามให้ได้ภาพระยะใกล้ที่ชัดเจน โดยปกติวลีนี้ทำหน้าที่เป็นคำวิเศษณ์หลังคำกริยา เช่น see it up close หรือ examine it up close วลีนี้บอกตำแหน่งของผู้มองหรือกล้อง ไม่ได้หมายถึงการปิดสิ่งใด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “จากระยะใกล้มาก”: The engraving is tiny, so you need to look at it ____.

ดูคำตอบ

up close

So, you'll notice it's different.

3:56

คุณจะสังเกตเห็นว่ามันต่างออกไป

It doesn't have pivoting blades up front.

3:56

มันไม่มีครีบหมุนด้านหน้าแล้ว

It's fixed here.

4:00

มันถูกยึดติดตายตัวตรงนี้

So, I've got a seeker.

4:01

ผมมีตัวค้นหาเป้า (seeker)

That's good.

4:02

นั่นเป็นเรื่องดี

Let's move back.

4:04

ขยับกลับมาข้างหลังดีกว่า

Don't have a proximity fuse here.

4:06

ไม่มีชนวนระยะใกล้ที่นี่

This just got this kind of billet here.

4:08

มีแค่บล็อกโลหะอะไรทำนองนี้อยู่

Warhead,

4:10

หัวรบ

rocket,

4:11

จรวด

brown stripe for rocket.

4:12

แถบสีน้ำตาลสำหรับจรวด

That's where it leaves the rail.

4:13

นั่นคือจุดที่มันจะพ้นจากราง

And then way back here,

4:14

แล้วก็ด้านหลังตรงนี้

look at that.

4:16

ดูนั่นสิ

So, these fins pivot in the back.

4:16

ครีบพวกนี้หมุนได้ที่ด้านหลัง

So, it's different than the 9 Mike over there.

4:18

ดังนั้น มันจึงต่างจากรุ่น 9M ตรงนู้น

This is the 9X.

4:22

นี่คือ 9X

Also, this is just a model,

4:24

อีกอย่าง นี่เป็นแค่แบบจำลอง

but you can see anytime you have something in the rocket plume itself, ไวยากรณ์

4:26

แต่คุณสามารถเห็นได้ว่าเมื่อใดก็ตามที่คุณมีบางอย่างอยู่ในลำเปลวของจรวด

that's usually an indication of thrust vector control.

4:29

นั่นมักจะเป็นตัวบ่งชี้ถึงระบบควบคุมเวกเตอร์แรงขับ (thrust vector control)

ไวยากรณ์

Anytime you have X, that's usually an indication of Y: อนุมานอย่างระมัดระวังจากสัญญาณ

ในที่นี้ anytime นำเสนอเงื่อนไขทั่วไปที่หมายถึง “ทุกครั้งที่” กล่าวคือ เมื่อปรากฏปรากฏการณ์ X ที่สังเกตได้ ผู้พูดจะถือว่าสถานการณ์ทั้งหมดนั้นเป็นหลักฐานที่ชี้ไปยัง Y ในรูปแบบนี้ have มักหมายถึง “สังเกตเห็น” “พบ” หรือ “เจอ” ไม่ได้หมายถึงเพียง “มีไว้ในครอบครอง” That ย้อนกลับไปอ้างถึงสถานการณ์ X ทั้งหมด ส่วน that's usually an indication of ใช้นำเสนอข้อสรุปอย่างระมัดระวัง Usually ทำให้ Y เป็นคำอธิบายที่น่าจะเป็นไปได้จากรูปแบบที่เกิดซ้ำ ไม่ใช่สาเหตุที่แน่นอนทางตรรกะ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกลุ่มคำสองส่วนที่เรียนมาโดยใช้รูปเดิมทุกคำ: During the motor test, ____ smoke, ____ overheating.

ดูคำตอบ

anytime you have · that's usually an indication of

So, I assume that means that the AIM-9X can do thrust vector control.

4:32

ผมจึงเดาว่านั่นหมายถึง AIM-9X สามารถทำการควบคุมเวกเตอร์แรงขับได้

I've never worked with the system, น้ำเสียง/เจตนา

4:36

ผมไม่เคยทำงานกับระบบนี้

so I don't know.

4:38

ผมก็เลยไม่รู้ครับ

น้ำเสียง/เจตนา

I've never worked with the system, so I don't know: ระบุขอบเขตของประสบการณ์และการตัดสิน

ใน worked with the system คำว่า work with หมายถึงมีประสบการณ์ตรงเชิงปฏิบัติในการใช้หรือจัดการระบบนั้น ดังนั้น อนุประโยคแรกจึงระบุแหล่งหลักฐานที่ผู้พูดไม่มี และ so นำเสนอ I don't know เป็นผลที่ตามมา นี่เป็นการบอกขอบเขตความน่าเชื่อถือของคำตัดสิน ไม่จำเป็นต้องเป็นการปฏิเสธแนวคิดก่อนหน้าทั้งหมด ประโยคนี้แยกข้อสันนิษฐานเบื้องต้นออกจากความรู้จากประสบการณ์ตรง และป้องกันไม่ให้ผู้พูดฟังดูมั่นใจเกินกว่าที่หลักฐานจะรองรับ

แบบฝึกหัด

เพื่อนร่วมงานถามว่าซอฟต์แวร์ที่คุณไม่คุ้นเคยรองรับคุณสมบัติหนึ่งหรือไม่ คำตอบใดแสดงอย่างชัดเจนว่าคุณไม่แน่ใจเพราะไม่มีประสบการณ์ตรง?

  1. I've never worked with that software, so I don't know.
  2. I don't like that software, so nobody can know.
  3. I read one comment about that software, so the feature definitely exists.
ดูคำตอบ

I've never worked with that software, so I don't know.

But uh I hear this thing is amazing.

4:39

แต่ เอ่อ ผมได้ยินมาว่าสิ่งนี้น่าทึ่งมาก

But it doesn't have rollerons.

4:43

แต่มันไม่มีโรลเลอรอน

Because

4:47

เพราะว่า

I just think it's clever and interesting.

4:48

ผมแค่คิดว่ามันฉลาดและน่าสนใจดี

So, rollerons are neat

4:51

ดังนั้น โรลเลอรอนจึงเจ๋งมาก

and uh I don't know much about them.

4:53

และ เอ่อ ผมก็ไม่ค่อยรู้เรื่องพวกมันมากนัก

But it's a genius solution to a difficult problem.

4:57

แต่มันเป็นวิธีแก้ปัญหาอัจฉริยะสำหรับปัญหาที่ยาก

So, last thing I want to talk about here ลำดับความ

4:59

สิ่งสุดท้ายที่ผมอยากจะพูดถึงที่นี่

is the warhead section right here.

5:02

คือส่วนหัวรบตรงนี้ครับ

ลำดับความ

ใช้ “last thing I want to talk about here is” เพื่อแนะนำหัวข้อสุดท้าย

ในที่นี้ “last thing I want to talk about here is” เป็นสัญญาณกำกับโครงสร้างการพูด โดยบอกผู้ฟังว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนไปยังหัวข้อสุดท้ายของคำอธิบาย “last thing” หมายถึงรายการสุดท้ายในวาระ ไม่จำเป็นต้องหมายถึงประโยคสุดท้ายของผู้พูด โครงสร้างคือ (the) last thing + ประธาน + want to talk about + is + หัวข้อ เนื้อหาหลัง “is” จะระบุชื่อหัวข้อ ผู้ฟังจึงได้ยินสัญญาณบอกโครงสร้างก่อนที่จะได้ยินเรื่องใหม่

แบบฝึกหัด

เติมวลีเปลี่ยนผ่านที่ใช้แนะนำหัวข้อสุดท้ายให้สมบูรณ์: “The ____ our rollout schedule.”

ดูคำตอบ

last thing I want to talk about here is

So, if you can imagine,

5:05

ลองจินตนาการดูนะครับว่า

this missile is designed to engage aircraft. การใช้คำ

5:06

ขีปนาวุธนี้ออกแบบมาเพื่อจัดการกับเครื่องบิน

การใช้คำ

ความหมายทางทหารของ “engage aircraft”

ในบริบททางทหารนี้ “engage” รับ “aircraft” เป็นกรรมตรง และหมายถึงโจมตี ยิงใส่ หรือเข้าสู้รบกับอากาศยาน ไม่ได้หมายถึงทำให้อากาศยานสนใจหรือเข้าร่วมบางอย่างกับอากาศยาน รูปแบบ engage + เป้าหมาย พบได้ทั่วไปในคำอธิบายอาวุธและระบบการรบ กรรมจะระบุเป้าหมายของการปฏิบัติการรบ ในที่นี้ “aircraft” หมายถึงประเภทโดยทั่วไป จึงใช้ได้โดยไม่มีคำนำหน้านาม

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The missile is designed to engage aircraft,” คำว่า “engage aircraft” หมายถึงอะไร

  1. รักษาความสนใจของอากาศยานไว้
  2. มีส่วนร่วมในการออกแบบอากาศยาน
  3. โจมตีหรือเข้าสู้รบกับอากาศยาน
ดูคำตอบ

โจมตีหรือเข้าสู้รบกับอากาศยาน

So, you've got an engine there.

5:08

คุณมีเครื่องยนต์อยู่ตรงนั้น

The back of the engine's there.

5:10

ด้านหลังของเครื่องยนต์อยู่ตรงนั้น

So, let's say you're going for a heat signature there กริยาวลี

5:10

สมมติว่าคุณกำลังเล็งเป้าหมายสัญญาณความร้อนตรงนั้น

กริยาวลี

ความหมายของ “go for” ใน “going for a heat signature”

ในที่นี้ going for a heat signature หมายถึงการเลือกและไล่ตามสัญญาณความร้อนในฐานะสิ่งที่จะติดตามหรือโจมตี ไม่ได้หมายถึงการเดินทางตามปกติไปยังสถานที่ที่สัญญาณนั้นอยู่ ความหมายเฉพาะของ go for ขึ้นอยู่กับกรรมและบริบท คำนี้อาจหมายถึงการเลือก การพยายามให้ได้มา หรือการกำหนดบางสิ่งเป็นเป้าหมาย เมื่อบริบทกล่าวถึงหัวค้นหาเป้าหมายของขีปนาวุธและสัญญาณความร้อน ความหมายที่ตั้งใจคือการเลือกเป้าหมาย

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The seeker is going for the hottest heat signature,” คำว่า “going for” หมายความว่าอย่างไร?

  1. ระบบกำลังละทิ้งสัญญาณนั้นและเปลี่ยนเป้าหมาย
  2. ระบบกำลังเลือกและไล่ตามสัญญาณนั้นในฐานะเป้าหมาย
  3. ระบบกำลังเดินทางไปยังสถานที่ชื่อ Heat Signature
ดูคำตอบ

ระบบกำลังเลือกและไล่ตามสัญญาณนั้นในฐานะเป้าหมาย

and it is able to approach and acquire

5:13

และมันสามารถเข้าใกล้และล็อกเป้าได้

it would probably lead the aircraft a little bit. การใช้คำ

5:16

มันอาจจะต้องกะเผื่อดักหน้าเครื่องบินไปหน่อยนึง

การใช้คำ

“lead the aircraft” ในฐานะการสกัดกั้น

ในที่นี้ lead the aircraft หมายถึงการเล็งหรือกำหนดวิถีไปยังจุดที่คาดการณ์ไว้ด้านหน้าเครื่องบินที่กำลังเคลื่อนที่ แทนที่จะเล็งไปยังตำแหน่งปัจจุบัน วิธีนี้ทำให้สิ่งสกัดกั้นไปพบกับเครื่องบินได้หลังจากทั้งสองฝ่ายเคลื่อนที่ต่อไป ในภาษาที่ใช้ในการยิงและสกัดกั้น lead เป็นสกรรมกริยาในรูปแบบ lead + moving target กรรมระบุเป้าหมายที่ต้องคาดการณ์ตำแหน่งในอนาคต ไม่ได้หมายความว่าขีปนาวุธนำทางหรือบังคับเครื่องบิน

แบบฝึกหัด

สิ่งสกัดกั้นได้รับคำสั่งให้ “lead the target” ควรทำอย่างไร?

  1. เล็งไปยังตำแหน่งที่คาดว่าเป้าหมายที่เคลื่อนที่จะไปถึง
  2. นำทางเป้าหมายไปยังจุดหมายอย่างปลอดภัย
  3. อยู่ด้านหลังเป้าหมายโดยตรงและเคลื่อนตามเส้นทางของมัน
ดูคำตอบ

เล็งไปยังตำแหน่งที่คาดว่าเป้าหมายที่เคลื่อนที่จะไปถึง

I don't know how they do that,

5:19

ผมไม่รู้ว่าพวกเขาทำได้ยังไงนะ

but um let's say that it gets to the endgame and it wants to detonate this warhead because การใช้คำ

5:20

แต่อืม สมมติว่ามันมาถึงช่วงสุดท้ายและต้องการจะจุดชนวนหัวรบนี้ เพราะ

การใช้คำ

gets to the endgame: เข้าสู่ช่วงสุดท้ายที่ชี้ขาด

ในประโยคนี้ gets to the endgame หมายถึงเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของการสกัดกั้น ซึ่งขีปนาวุธเข้าใกล้เครื่องบินและกำลังเตรียมจุดระเบิดหัวรบ ในที่นี้ endgame ไม่ใช่ชิ้นส่วนของขีปนาวุธหรือฉากจบของวิดีโอเกม เดิมทีคำนาม endgame หมายถึงช่วงท้ายของเกมหมากรุก เมื่อนำมาใช้ในความหมายที่กว้างขึ้น จะหมายถึงช่วงสุดท้ายที่ชี้ขาดของแผน ความขัดแย้ง การเจรจา หรือกระบวนการ โดยเฉพาะเมื่อการเดินหมากหรือการกระทำที่เหลือจะกำหนดผลลัพธ์ ดังนั้น get to the endgame จึงหมายถึงดำเนินมาถึงช่วงนั้น

แบบฝึกหัด

ในประโยคภาษาอังกฤษ The talks are entering the endgame. คำว่า endgame หมายถึงอะไร

  1. ชิ้นส่วนทางกายภาพที่อยู่ภายในอาวุธ
  2. ช่วงเวลาหลังจากทุกอย่างสิ้นสุดลงแล้ว
  3. ช่วงสุดท้ายที่ชี้ขาด ซึ่งการเดินหมากที่เหลือมีผลต่อผลลัพธ์
ดูคำตอบ

ช่วงสุดท้ายที่ชี้ขาด ซึ่งการเดินหมากที่เหลือมีผลต่อผลลัพธ์

the side-looking proximity sensor sees something.

5:25

เซ็นเซอร์ระยะใกล้แบบมองด้านข้างเห็นบางอย่าง

Well, this little warhead right here,

5:29

หัวรบเล็กๆ ตรงนี้นี่แหละครับ

it's called an expanding rod warhead. การใช้คำ

5:31

มันเรียกว่าหัวรบแบบก้านขยาย (expanding rod warhead)

การใช้คำ

expanding rod warhead: คำนามหลักและคำขยาย

ใน expanding rod warhead คำว่า warhead เป็นคำนามหลัก ดังนั้นวลีทั้งหมดจึงหมายถึงหัวรบชนิดหนึ่ง ส่วน expanding rod ระบุกลไกการทำงาน เมื่อเกิดการระเบิด แท่งโลหะที่เชื่อมต่อกันจะถูกผลักออกด้านนอกและก่อตัวเป็นโครงสร้างสำหรับตัดที่ขยายออกเป็นรูปร่างคล้ายวงแหวน ในที่นี้ expanding อธิบายการเคลื่อนที่ของชุดแท่งโลหะระหว่างการระเบิด ไม่ได้หมายความว่าหัวรบทั้งลูกจะขยายใหญ่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อต้องแยกความหมายของคำนามประสมเชิงเทคนิค ให้เริ่มจากคำนามคำสุดท้าย แล้วจึงดูว่าคำก่อนหน้าจำกัดประเภทและวิธีทำงานอย่างไร

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดระบุคำนามหลักและคำขยายใน expanding rod warhead ได้ถูกต้อง

  1. ทั้งสามคำหมายความว่าวัตถุทั้งหมดขยายใหญ่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง
  2. คำตรงกลางเป็นคำนามหลัก และคำสุดท้ายบอกเพียงว่าสิ่งนั้นถูกเก็บไว้ที่ใด
  3. คำสุดท้ายเป็นคำนามหลัก และคำก่อนหน้าอธิบายกลไก
ดูคำตอบ

คำสุดท้ายเป็นคำนามหลัก และคำก่อนหน้าอธิบายกลไก

And the way it works is

5:34

และวิธีที่มันทำงานก็คือ

imagine you had a little bitty rod of steel here,

5:35

จินตนาการว่าคุณมีก้านเหล็กเล็กๆ อยู่ตรงนี้

here,

5:38

ตรงนี้

here,

5:39

ตรงนี้

maybe it's steel,

5:40

อาจจะเป็นเหล็ก

maybe it's tungsten,

5:41

อาจจะเป็นทังสเตน

I don't know.

5:41

ผมไม่รู้

Um sometimes people use tungsten because it's more dense.

5:42

อืม บางครั้งผู้คนก็ใช้ทังสเตนเพราะมันมีความหนาแน่นมากกว่า

But imagine you had all these rods stacked up in a cylinder around this thing ไวยากรณ์

5:44

แต่ลองจินตนาการว่าคุณมีก้านทั้งหมดนี้ซ้อนกันเป็นทรงกระบอกรอบๆ สิ่งนี้

and you were to weld this end,

5:49

และคุณต้องเชื่อมส่วนปลายนี้

ไวยากรณ์

imagine you had ... you were to weld: การสร้างสถานการณ์สมมติ

Imagine you had + นามวลี ชวนให้ผู้ฟังนึกภาพสถานการณ์ที่ไม่ได้ถูกเสนอว่าเป็นเรื่องจริง รูปอดีต had ในที่นี้สร้างระยะห่างเชิงสมมติ ไม่ได้บอกว่าแท่งเหล่านั้นอยู่ในเหตุการณ์จริงในอดีต You were to weld + กรรม เพิ่มการกระทำที่จะนำมาพิจารณาภายในสถานการณ์สมมตินั้น สองอนุประโยคนี้ช่วยให้ผู้พูดไล่พิจารณาการออกแบบที่เป็นไปได้ทีละขั้น แทนที่จะออกคำสั่งโดยตรง

แบบฝึกหัด

เติมการทดลองทางความคิดด้านการออกแบบด้วยกรอบที่เน้นไว้สองแบบตามลำดับ: Now ____ two support plates, and ____ their top edges together; the joint would be much stronger.

ดูคำตอบ

imagine you had · you were to weld

you'll weld two rods together

5:52

คุณจะเชื่อมก้านสองก้านเข้าด้วยกัน

and you go to the top one and you go all the way over

5:54

แล้วคุณก็ไปเชื่อมอันบนสุดแล้วไล่ไปจนสุด

and then you weld these two rods together

5:55

จากนั้นคุณก็เชื่อมสองก้านนี้เข้าด้วยกัน

and you just zigzag back and forth วลี

5:58

แล้วคุณก็ทำซิกแซกสลับไปมาแบบนี้

and you go all the way around the warhead like that.

6:00

และคุณก็ทำวนรอบหัวรบแบบนั้นจนครบรอบ

วลี

back and forth: การเคลื่อนไหวหรือการส่งต่อซ้ำ ๆ

Back and forth หมายถึงการเคลื่อนไปทางหนึ่งแล้วเปลี่ยนไปทางตรงข้ามซ้ำ ๆ หรือเคลื่อนระหว่างสองตำแหน่ง ในประโยคนี้วลีดังกล่าวบรรยายเส้นทางด้านข้างที่เกิดซ้ำจนเป็นรูปซิกแซ็ก วลีเดียวกันยังใช้จัดระเบียบการสลับในเชิงนามธรรมได้ เช่น ข้อความ การเจรจา หรือความคิดเห็นที่เคลื่อนไประหว่างสองฝ่าย แนวคิดสำคัญคือการเกิดซ้ำ ไม่ใช่เพียงไปหนึ่งครั้งแล้วกลับหนึ่งครั้ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่ารถเข็นเคลื่อนสลับระหว่างทิศทางตรงข้ามซ้ำ ๆ

  1. The cart goes there and back once.
  2. The cart rolls to the end of the track and stops.
  3. The cart rolls back and forth along the track.
ดูคำตอบ

The cart rolls back and forth along the track.

Well, what happens is

6:04

สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ

once you have those rods welded together ไวยากรณ์

6:05

เมื่อคุณเชื่อมก้านเหล่านั้นเข้าด้วยกันแล้ว

and you detonate the explosive on the inside of that,

6:08

และคุณจุดระเบิดวัตถุระเบิดที่อยู่ข้างในนั้น

it would kind of scissor out.

6:12

มันก็จะกางออกเหมือนกรรไกรครับ

ไวยากรณ์

เมื่อเชื่อมแท่งเหล่านั้นเข้าด้วยกันเสร็จแล้ว

ในการอธิบายกระบวนการนี้ once ใช้นำเงื่อนไขที่ต้องทำให้เสร็จก่อนจึงจะอธิบายผลลัพธ์ถัดไปได้ ในที่นี้หมายถึง “ทันทีที่หรือหลังจากสิ่งนี้เกิดขึ้นแล้ว” ไม่ได้หมายถึงจำนวน “หนึ่งครั้ง” รูปแบบ have + กรรม + กริยาช่องที่สามใน have those rods welded together แสดงให้เห็นว่าแท่งโลหะอยู่ในสภาพที่เชื่อมเสร็จแล้ว อนุประโยคนี้จึงจัดข้อมูลโดยวางเงื่อนไขที่ต้องทำก่อน แล้วจึงกล่าวถึงการจุดระเบิดและผลที่ตามมา

แบบฝึกหัด

ใช้ once เพื่อระบุเงื่อนไขที่ต้องทำให้เสร็จ: “____ you have the safety checks completed, you can start the machine.”

ดูคำตอบ

Once

Does that make sense? น้ำเสียง/เจตนา

6:14

พอจะเข้าใจไหมครับ?

น้ำเสียง/เจตนา

ที่อธิบายมานี้เข้าใจไหม

ในที่นี้ Does that make sense? ใช้ถามว่าคำอธิบายที่เพิ่งให้ไปชัดเจนและเข้าใจได้ตามเหตุผลหรือไม่ that อ้างกลับไปถึงแนวคิดหรือเหตุผลก่อนหน้า และ make sense หมายถึง “มีเหตุผลสอดคล้องหรือเข้าใจได้” ไม่ได้หมายถึงการทำให้เกิดความรู้สึกทางกาย คำถามนี้เปิดโอกาสให้ผู้ฟังยืนยันความเข้าใจหรือขอคำอธิบายเพิ่มเติม ในบริบทนี้เป็นการตรวจสอบความชัดเจนของคำอธิบายอย่างเป็นกลาง และอาจแสดงว่าผู้พูดกำลังตรวจสอบว่าตนเองอธิบายได้ชัดเพียงใด ไม่ใช่ตั้งคำถามเกี่ยวกับสติปัญญาของผู้ฟัง

แบบฝึกหัด

หลังจากอธิบายกระบวนการจัดเก็บเอกสารแบบใหม่ ผู้จัดการถามว่า “Does that make sense?” เขากำลังตรวจสอบอะไรโดยตรงที่สุด?

  1. กระบวนการทำให้เกิดความรู้สึกทางกายหรือไม่
  2. พนักงานเห็นด้วยกับการตัดสินใจหรือไม่
  3. คำอธิบายชัดเจนหรือไม่
ดูคำตอบ

คำอธิบายชัดเจนหรือไม่

Like.. it's a cylinder

6:15

เหมือนกับ... ตอนแรกมันเป็นทรงกระบอก

and then it would kind of scissor out like that

6:19

แล้วมันก็จะกางออกเหมือนกรรไกรแบบนั้น

and you would have like a torus,

6:20

แล้วคุณก็จะได้อะไรที่คล้ายๆ โดนัทวงแหวน (torus)

like a

6:23

เหมือนกับ

you would take a cylinder and turn it into a disc quickly. กริยาวลี

6:23

คุณเอาทรงกระบอกมาเปลี่ยนให้เป็นแผ่นจานดิสก์อย่างรวดเร็ว

กริยาวลี

turn it into a disc: turn + กรรม + into + ผลลัพธ์

ในประโยคนี้ turn it into a disc หมายถึง “เปลี่ยนทรงกระบอกให้เป็นแผ่นจาน” คำว่า turn บอกการเปลี่ยนรูป ไม่ใช่การหมุน และ it หมายถึงทรงกระบอก โครงสร้างบอกเหตุให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่นำไปใช้ต่อได้คือ turn + กรรม + into + ผลลัพธ์ สรรพนามที่เป็นกรรมจะอยู่ระหว่าง turn กับ into เช่น turn it into... และ turn them into...

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างที่เน้นไว้: The design team used heat to ____ the flat sheet ____ a curved shell.

ดูคำตอบ

turn · into

And that creates a cutter that's orthogonal to the direction of flight, การใช้คำ

6:26

และมันสร้างตัวตัดที่ตั้งฉากกับทิศทางการบิน

การใช้คำ

orthogonal to the direction of flight: ความสัมพันธ์แบบมุมฉาก

ในที่นี้ orthogonal to the direction of flight หมายถึง “ทำมุมฉากกับเส้นทางที่วัตถุกำลังเคลื่อนที่” โดยบอกแนววางในพื้นที่ของตัวตัดเมื่อเทียบกับทิศทางการบิน โครงสร้างเชิงเทคนิคที่นำไปใช้ต่อได้คือ X is orthogonal to Y ในคณิตศาสตร์และวิศวกรรม orthogonal มักระบุความสัมพันธ์ 90 องศาที่นิยามไว้อย่างแม่นยำ ส่วนในบางสาขาเทคนิคอาจหมายถึงอิสระ ไม่สัมพันธ์กัน หรือไม่ทับซ้อนกัน แต่ไม่ใช่ความหมายในประโยคนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเชิงเทคนิคที่เน้นไว้: The support beam must be ____ the main axis, forming a 90-degree angle.

ดูคำตอบ

orthogonal to

which is a really bad day if you have a hot engine on an aircraft. สำนวน

6:31

ซึ่งมันจะเป็นวันที่แย่มากๆ เลยล่ะถ้าเครื่องบินของคุณมีเครื่องยนต์ร้อนๆ อยู่

สำนวน

a really bad day ในฐานะการพูดให้เบาลงแบบอารมณ์ขันหน้าตาย

ในประโยคนี้ a really bad day เป็นการจงใจพูดให้ความรุนแรงดูเบาลง วลีทั่วไปอย่าง bad day ฟังดูไม่หนักมาก แต่ในที่นี้หมายถึงความเสียหายทางกายภาพอย่างรุนแรงต่อเครื่องยนต์อากาศยาน ไม่ใช่เพียงความไม่สะดวกหรืออารมณ์ไม่ดีของใครคนหนึ่ง ความไม่สอดคล้องระหว่างถ้อยคำเบา ๆ กับผลลัพธ์อันตรายทำให้ผู้พูดบรรยายผลทางเทคนิคที่ร้ายแรงด้วยอารมณ์ขันแบบหน้าตาย ในคำอธิบายด้านเทคนิคหรือการทหาร ถ้อยคำทั่วไปที่ฟังดูเบาเช่นนี้อาจเป็นสัญญาณว่าผลจริงร้ายแรงกว่าความหมายตามตัวอักษรมาก

แบบฝึกหัด

ในประโยค “If both backup generators fail during the outage, that will be a really bad day for the data center.” วลี a really bad day น่าจะสื่อความหมายใดมากที่สุด?

  1. พนักงานศูนย์ข้อมูลจะเพียงแค่รู้สึกไม่มีความสุขเป็นเวลาหนึ่งวัน
  2. ความขัดข้องเล็กน้อยและสามารถเพิกเฉยได้อย่างปลอดภัย
  3. ผลลัพธ์ที่ร้ายแรงและอาจก่อให้เกิดความเสียหาย ซึ่งพูดแบบลดความรุนแรงด้วยอารมณ์ขันหน้าตาย
ดูคำตอบ

ผลลัพธ์ที่ร้ายแรงและอาจก่อให้เกิดความเสียหาย ซึ่งพูดแบบลดความรุนแรงด้วยอารมณ์ขันหน้าตาย

You know, the idea is to damage the engine. ลำดับความ

6:35

อย่างที่รู้กันว่า แนวคิดนี้คือการสร้างความเสียหายให้กับเครื่องยนต์

ลำดับความ

the idea is to + คำกริยารูปพื้นฐาน เพื่อสรุปจุดประสงค์

ในที่นี้ the idea is to ใช้กล่าวถึงจุดประสงค์หลักของกลไกที่เพิ่งอธิบายไป นั่นคือการทำให้เครื่องยนต์เสียหาย คำว่า idea หมายถึงเป้าหมายชี้นำหรือหลักการออกแบบ ไม่ใช่ความคิดที่ผุดขึ้นมาแบบลอย ๆ ในฐานะกรอบจัดระเบียบคำอธิบาย วลีนี้รวบรวมรายละเอียดก่อนหน้าให้เป็นเป้าหมายสั้น ๆ หนึ่งข้อ ผู้พูดสามารถอธิบายว่าสิ่งหนึ่งทำงานอย่างไร แล้วใช้ the idea is to + คำกริยารูปพื้นฐาน เพื่อบอกว่ารายละเอียดทั้งหมดมีไว้เพื่อบรรลุอะไร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกรอบสี่คำที่ใช้เกริ่นจุดประสงค์พื้นฐาน: After explaining the new backup process, the engineer concluded, “____ keep recovery simple.”

ดูคำตอบ

the idea is to

So, that is an amazing design

6:37

นั่นแหละครับ มันคือการออกแบบที่น่าทึ่งมาก

and I just thought it was interesting

6:40

และผมก็แค่คิดว่ามันน่าสนใจ

and I thought it would be worth talking about. วลี

6:42

และผมคิดว่ามันคุ้มค่าที่จะพูดถึง

วลี

be worth talking about: โครงสร้าง be worth + -ing

ในประโยคนี้ be worth talking about หมายถึงหัวข้อนั้นน่าสนใจหรือมีคุณค่ามากพอที่จะใช้เวลาพูดคุยถึงมัน worth ใช้ประเมินว่าการกระทำนั้นคุ้มกับเวลาหรือความพยายามหรือไม่ โครงสร้างคือ be worth + รูป -ing เช่น be worth reading, be worth trying และ be worth talking about หลัง worth ไม่ใช้ infinitive ดังนั้น worth to talk about จึงไม่ใช่ภาษาอังกฤษมาตรฐาน ส่วน would ในที่นี้ช่วยให้การประเมินฟังดูนุ่มนวลและไม่ตายตัวเกินไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย be worth และรูป -ing ของ discuss: This issue may ____ at tomorrow's meeting.

ดูคำตอบ

be worth discussing

So, hope you enjoyed this random discussion about a Sidewinder missile.

6:44

หวังว่าคุณจะสนุกกับการพูดคุยแบบแรนด้อมเกี่ยวกับขีปนาวุธ Sidewinder นี้นะครับ

That's it.

6:50

แค่นี้แหละครับ

I'm Destin.

6:51

ผมเดสติน

You're getting smarter every day.

6:52

คุณกำลังฉลาดขึ้นทุกวัน

Have a good one. น้ำเสียง/เจตนา

6:53

ขอให้เป็นวันที่ดีครับ

น้ำเสียง/เจตนา

Have a good one: คำบอกลาแบบเป็นกันเอง

Have a good one เป็นวิธีบอกลาและอวยพรอีกฝ่ายแบบเป็นมิตรและไม่เป็นทางการ ในสำนวนนี้ one ไม่ได้หมายถึงสิ่งของชิ้นใดชิ้นหนึ่ง แต่กล่าวกว้าง ๆ ถึงวัน ช่วงเย็น วันหยุดสุดสัปดาห์ หรือเวลาหลังจากนี้ ผู้ฟังจะเข้าใจช่วงเวลาที่หมายถึงจากสถานการณ์ ผู้พูดจึงไม่จำเป็นต้องระบุออกมา วลีนี้ช่วยจบการสนทนาด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่นและผ่อนคลาย

แบบฝึกหัด

ตัดสินการใช้: ประโยคนี้เป็นธรรมชาติหรือไม่ หลังจากคุยสบาย ๆ กับเพื่อนร่วมงาน Mia พูดว่า “Have a good one!” ขณะเดินออกไป

  1. ใช่ เป็นธรรมชาติ
  2. ไม่ เป็นทางการเกินไปสำหรับสถานการณ์นี้
ดูคำตอบ

ใช่ เป็นธรรมชาติ

Bye.

6:54

ลาก่อน

If you look hard enough on the internet, ไวยากรณ์

6:55

ถ้าคุณค้นหาในอินเทอร์เน็ตอย่างจริงจัง

you can find your own rolleron Sidewinder missile fin.

6:57

คุณสามารถหาครีบขีปนาวุธ Sidewinder แบบมีโรลเลอรอนของคุณเองได้เลยนะ

ไวยากรณ์

If you look hard enough: ใช้ความพยายามที่เพียงพอเป็นเงื่อนไข

ในที่นี้ if ใช้นำเงื่อนไข และ hard ทำหน้าที่เป็นคำวิเศษณ์ขยาย look ส่วน hard enough หมายถึง “ด้วยความพยายามหรือความมุ่งมั่นที่เพียงพอ” ผลลัพธ์จะเป็นไปได้เมื่อความพยายามในการค้นหาถึงระดับที่ต้องการ ในบริบทนี้ look หมายถึงค้นหาทางอินเทอร์เน็ต ไม่ได้หมายถึงเพ่งมองอย่างออกแรง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ If + อนุประโยคที่มีคำคุณศัพท์หรือคำวิเศษณ์ + enough, ผลลัพธ์ ซึ่งเชื่อมการถึงระดับที่เพียงพอกับผลที่อาจเกิดขึ้นได้

แบบฝึกหัด

เติมวลีภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “ด้วยความพยายามที่เพียงพอ” ให้สมบูรณ์: If you look ____, you can often find a better price online.

ดูคำตอบ

hard enough

Oh my goodness.

7:04

โอ้ พระเจ้า

It's amazing.

7:05

มันน่าทึ่งมาก

Check this out.

7:06

ดูนี่สิครับ

Actually works.

7:07

ทำงานได้จริงๆ ด้วย

Uh you can see they've been balanced.

7:09

เอ่อ คุณจะเห็นว่าพวกมันได้รับการถ่วงสมดุลแล้ว

Uh yeah,

7:12

เอ่อ ใช่

check it out.

7:13

ลองดูสิ

This kind unlatches.

7:14

สลักแบบนี้มันปลดออกได้

So, I'm going to build something and check it out.

7:16

ดังนั้น ผมจะลองสร้างบางอย่างแล้วดูมันทำงาน

Uh I may have cut myself in the first 30 seconds I had it ไวยากรณ์

7:19

เอ่อ ผมอาจจะโดนมันบาดมือตัวเองภายใน 30 วินาทีแรกที่ได้มันมา

on this little part right here.

7:23

ตรงชิ้นส่วนเล็กๆ ตรงนี้ล่ะมั้ง

ไวยากรณ์

I may have cut myself: การตัดสินที่ไม่แน่นอนเกี่ยวกับอดีต

May have + กริยาช่องสาม ใช้บอกความเป็นไปได้ในอดีต I may have cut myself หมายความว่าผู้พูดคิดว่าตนอาจถูกบาด แต่ไม่ได้ยืนยันว่าเป็นข้อเท็จจริงที่แน่นอนทั้งหมด Cut มีรูปเหมือนกันทั้งในรูปกริยาพื้นฐานและกริยาช่องสาม จึงไม่มีการเปลี่ยนการสะกด ในที่นี้ การพูดอย่างไม่ฟันธงยังช่วยลดความตรงของการยอมรับความผิดพลาดของตนเอง และอาจทำให้ฟังดูขบขันเล็กน้อย โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + may have + กริยาช่องสาม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ may have และกริยาช่องสามของ leave: I ____ my keys at the office, but I'm not sure.

ดูคำตอบ

may have left

But it doesn't matter cuz we got it. การใช้คำ

7:25

แต่มันไม่สำคัญหรอกเพราะเราได้มันมาแล้ว

การใช้คำ

cuz รูปสะกดไม่เป็นทางการของ because

ในประโยคนี้ cuz หมายถึง because โดยนำเหตุผล “we got it” มาอธิบายว่าทำไมปัญหาก่อนหน้านี้จึงไม่สำคัญ ดังนั้นจึงทำหน้าที่ทางไวยากรณ์เหมือน because การสะกด cuz เป็นการเขียนเลียนเสียงพูดที่ไม่เป็นทางการมาก เวลาอ่านควรเข้าใจว่าเป็น because แต่ไม่ควรมองว่าเป็นรูปสะกดมาตรฐานสำหรับงานเขียนทางการ

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดใช้ cuz ในบริบทที่เหมาะสม

  1. เรียงความมหาวิทยาลัย: The policy changed cuz costs increased.
  2. ใบสมัครงานทางการ: I am applying cuz this role matches my skills.
  3. ข้อความสบาย ๆ ถึงเพื่อนสนิท: I'm heading home cuz I'm tired.
ดูคำตอบ

ข้อความสบาย ๆ ถึงเพื่อนสนิท: I'm heading home cuz I'm tired.

So, thank you to everybody that supports on Patreon.

7:26

ขอบคุณทุกคนที่สนับสนุนทาง Patreon นะครับ

patreon.com/smartereveryday.

7:28

patreon.com/smartereveryday

You just bought me some missile parts.

7:31

คุณเพิ่งจะซื้อชิ้นส่วนขีปนาวุธให้ผมเลยนะเนี่ย

Oh, yeah.

7:33

โอ้ เย่

Front fins too.

7:34

ครีบหน้าก็มีด้วย

Duh.

7:35

ก็แหงล่ะ

I guess it's like that.

7:36

ผมเดาว่ามันคงเป็นแบบนั้น

That's a front fin.

7:37

นั่นคือครีบหน้า

How cool is that? น้ำเสียง/เจตนา

7:38

มันเจ๋งแค่ไหนกันล่ะเนี่ย?

น้ำเสียง/เจตนา

How cool is that? ในฐานะปฏิกิริยาแสดงความตื่นเต้น

How cool is that? มีรูปเป็นคำถาม แต่ในที่นี้ทำหน้าที่เป็นคำอุทานแสดงความตื่นเต้น ผู้พูดไม่ได้ขอคะแนน แต่กำลังแสดงความชื่นชมและชวนให้ผู้ฟังรู้สึกตื่นเต้นร่วมกัน ในการใช้นี้ cool หมายถึงน่าประทับใจหรือน่าตื่นเต้น ไม่ได้หมายถึงอุณหภูมิต่ำ โครงสร้าง How + คำคุณศัพท์ + is that? สามารถเปลี่ยนปฏิกิริยาให้เป็นความคิดเห็นที่มีชีวิตชีวาและชวนให้อีกฝ่ายเห็นพ้อง

แบบฝึกหัด

เพื่อนแสดงเสื้อแจ็กเก็ตที่ชาร์จโทรศัพท์ได้ให้คุณดู แล้วพูดว่า “How cool is that?” เพื่อนกำลังทำอะไร

  1. ถามอุณหภูมิที่แน่นอนของเสื้อแจ็กเก็ต
  2. แสดงความตื่นเต้นและชวนให้คุณรู้สึกแบบเดียวกัน
  3. ขอคะแนนตัวเลขว่าเสื้อเจ๋งแค่ไหน
ดูคำตอบ

แสดงความตื่นเต้นและชวนให้คุณรู้สึกแบบเดียวกัน

Okay.

7:39

โอเค

Thank you so much.

7:40

ขอบคุณมากๆ ครับ

Uh feel free to subscribe if you want to see what I do with this น้ำเสียง/เจตนา

7:41

เอ่อ ถ้าอยากเห็นว่าผมจะเอาสิ่งนี้ไปทำอะไร ก็กดติดตามได้เลยนะครับ

น้ำเสียง/เจตนา

Feel free to subscribe: คำเชิญที่ไม่สร้างแรงกดดัน

Feel free to subscribe สื่อว่าการกดติดตามเป็นคำเชิญแบบเปิดกว้าง ไม่ใช่คำสั่ง ในที่นี้ feel free to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึง “ถ้าต้องการก็ทำได้ตามสบาย” ส่วน free ไม่ได้หมายความว่าการติดตามไม่มีค่าใช้จ่าย โครงสร้างนี้ช่วยลดแรงกดดันโดยเน้นว่าผู้ฟังมีอิสระในการเลือก ใช้ Feel free to + กริยารูปพื้นฐานเพื่อเชิญให้อีกฝ่ายทำบางอย่าง พร้อมกับปล่อยให้การตัดสินใจขึ้นอยู่กับอีกฝ่ายทั้งหมด

แบบฝึกหัด

เติมคำเชิญให้สมบูรณ์ด้วยวลีที่เน้นอิสระในการเลือกของผู้ฟัง: If you have any questions, ____ ask me after the session.

ดูคำตอบ

feel free to

cuz I have an idea.

7:45

เพราะผมมีไอเดียอยู่แล้ว

Anyway,

7:46

ยังไงก็ตาม

thank you very much.

7:47

ขอบคุณมากๆ ครับ

I'm Destin.

7:48

ผมเดสติน

You're getting smarter every day.

7:49

คุณกำลังฉลาดขึ้นทุกวัน

Have a good one.

7:51

ขอให้เป็นวันที่ดีครับ

Oh, so cool.

7:53

โอ้ โคตรเจ๋งเลย