หัวรบของจรวด AIM-9 Sidewinder ทำงานอย่างไร - Smarter Every Day 282: บทเรียนภาษาอังกฤษ
SmarterEveryDay
แนะนำวิดีโอ: Destin อธิบาย rolleron ของ Sidewinder และการทำงานของหัวรบแท่งที่กางออกเป็นวงตัดเป้าหมาย ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. “side-looking proximity sensor,” — ความหมายคำศัพท์และระดับภาษา: แยก proximity sensor เป็นคำนามหลัก แล้วเข้าใจว่า side-looking บอกทิศทางการตรวจจับ จึงอ่านกลุ่มคำนามเทคนิคที่มีคำขยายหลายชั้นได้ง่ายและแม่นยำขึ้น 2. “what it does is” — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ใช้โครงสร้างเน้นข้อมูลนี้เพื่อเกริ่นหน้าที่ของชิ้นส่วน ก่อนอธิบายขั้นตอนการทำงานหรือผลที่เกิดขึ้น ทำให้ใจความของกลไกซับซ้อนชัดเจนขึ้น 3. “a really bad day” — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่าเป็นมุกแบบพูดลดความรุนแรงเพื่อสื่อถึงความเสียหายหนัก ไม่ได้หมายถึงเพียงวันที่ไม่น่าพอใจตามตัวอักษร
คำอธิบายในบทเรียนนี้
be configured for ... role: ถูกตั้งค่าสำหรับหน้าที่หนึ่ง
โครงสร้างรูปถูกกระทำ be configured for + role/purpose หมายถึงเครื่องจักรหรือระบบถูกจัดรูปแบบหรือตั้งค่าเพื่อให้ทำหน้าที่อย่างหนึ่งได้ ในประโยคนี้ อากาศยานสามารถใช้การตั้งค่าแบบโจมตีหรือแบบเครื่องบินขับไล่ได้ role ในที่นี้หมายถึงหน้าที่หรือภารกิจในการปฏิบัติการ ไม่ใช่บทบาทที่นักแสดงสวมบทบาท วลีนี้เน้นรูปแบบการตั้งค่าที่อากาศยานเลือกใช้ได้ ไม่ได้บอกว่าขณะนี้กำลังทำภารกิจนั้นอยู่
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเชิงเทคนิคที่เรียนมา: The drone can ____ the surveillance role.
ดูคำตอบ
be configured for
And there's something I want to show you that's way over here.
0:21และมีบางอย่างที่ผมอยากให้คุณดูอยู่ตรงนู้นครับ
You know, all the different weapons on the pylons.
0:24คุณคงเห็นว่ามีอาวุธชนิดต่างๆ อยู่บนจุดติดตั้ง
This is a Sidewinder missile and this changed a lot of things
0:30นี่คือขีปนาวุธ Sidewinder และมันเปลี่ยนหลายๆ อย่าง
So, this is one of the first heat-seeking missiles that was developed here in the '50s, การใช้คำ
0:34ดังนั้น นี่คือหนึ่งในขีปนาวุธนำวิถีด้วยความร้อนรุ่นแรกที่พัฒนาขึ้นที่นี่ในยุค 50
heat-seeking missiles: ขีปนาวุธติดตามความร้อน
Heat-seeking เป็นคำคุณศัพท์ประสม โดย heat ระบุสิ่งที่ถูกตรวจจับ ส่วน seeking อธิบายการติดตามหรือมุ่งเข้าหาสิ่งนั้น ขีปนาวุธติดตามความร้อนใช้เซ็นเซอร์ติดตามสัญญาณความร้อนจากเป้าหมาย ซึ่งมักมาจากเครื่องยนต์ของเครื่องบิน เครื่องหมายยัติภังค์ทำให้ heat-seeking เป็นหน่วยเดียวที่ขยาย missiles ส่วน seeking ไม่ได้หมายความว่าขีปนาวุธมีความต้องการแบบมนุษย์ แต่บอกว่าระบบนำวิถีค้นหาเป้าหมายอย่างไร
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดอธิบาย heat-seeking missile ได้ถูกต้อง
- ใช้ได้เฉพาะในสภาพอากาศร้อนเท่านั้น
- สร้างความร้อนเพื่อทำให้บริเวณรอบข้างอบอุ่น
- ติดตามเป้าหมายโดยตรวจจับความร้อนของเป้าหมาย
ดูคำตอบ
ติดตามเป้าหมายโดยตรวจจับความร้อนของเป้าหมาย
so it can it could go towards the exhaust of a of an aircraft.
0:45เพื่อที่มันจะสามารถมุ่งหน้าไปยังไอเสียของเครื่องบินได้
เซนเซอร์ตรวจจับระยะใกล้ที่ตรวจจับไปทางด้านข้าง
ในกลุ่มคำนามเชิงเทคนิคนี้ sensor เป็นคำนามหลักที่บอกว่ากำลังกล่าวถึงอุปกรณ์ชนิดใด ส่วน proximity จำกัดความหมายให้เป็นเซนเซอร์ที่ตรวจจับวัตถุหรือเป้าหมายที่อยู่ใกล้ side-looking อธิบายทิศทางที่เซนเซอร์ตรวจจับ หมายความว่าเซนเซอร์มองหรือตรวจจับไปทางด้านข้าง ไม่ได้บอกด้วยตัวมันเองว่าเซนเซอร์ติดตั้งอยู่ที่ด้านข้างของวัตถุ การเริ่มจากคำนามหลักแล้วไล่ย้อนดูคำขยายช่วยให้แยกความหมายของกลุ่มคำนามทางวิศวกรรมที่คล้ายกันได้
แบบฝึกหัด
side-looking ใน side-looking proximity sensor ระบุอะไร?
- ทิศทางที่เซนเซอร์ตรวจจับ
- ด้านที่ติดตั้งเซนเซอร์ไว้จริง
- ระยะที่แน่นอนเมื่อเซนเซอร์เริ่มทำงาน
ดูคำตอบ
ทิศทางที่เซนเซอร์ตรวจจับ
We'll talk more about the warhead in a minute. วลี
1:00เดี๋ยวเราจะคุยเรื่องหัวรบเพิ่มเติมกันอีกทีนะครับ
in a minute: อีกสักครู่
ในที่นี้ in a minute หมายถึงหลังจากรอสั้น ๆ หรืออีกสักครู่ ผู้พูดใช้วลีนี้เพื่อส่งสัญญาณว่าจะกลับมาพูดถึงหัวข้อนี้ในไม่ช้า หลังจากอธิบายเรื่องอื่นก่อน ในบทสนทนาทั่วไป a minute ในวลีนี้มักเป็นเวลาโดยประมาณ และปกติไม่ได้รับปากว่าจะเป็นเวลาหกสิบวินาทีพอดี โดยทั่วไป in + ช่วงเวลา สามารถวางการกระทำไว้หลังจากเวลานั้นนับจากปัจจุบัน ส่วนความแม่นยำที่ต้องการขึ้นอยู่กับบริบท
แบบฝึกหัด
คุณกำลังทำงานเล็ก ๆ ให้เสร็จและจะช่วยใครบางคนในไม่ช้า ประโยคใดสื่อถึงการรอสั้น ๆ โดยประมาณได้อย่างเป็นธรรมชาติ?
- I'll help you within a minute.
- I'll help you in a minute.
- I'll help you for a minute.
ดูคำตอบ
I'll help you in a minute.
you'll notice there's something that looks like a water wheel here.
1:11คุณจะสังเกตเห็นว่ามีบางอย่างที่ดูเหมือนกังหันน้ำอยู่ที่นี่
If you look closely, you'll notice: การชี้นำให้สังเกต
อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย if กำหนดให้การมองอย่างละเอียดเป็นเงื่อนไขของการค้นพบรายละเอียด ส่วนอนุประโยคหลัก you'll notice นำเสนอผลที่ผู้พูดคาดว่าผู้ชมจะมองเห็น will ในที่นี้ไม่ได้มีหน้าที่หลักในการระบุว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้นในอนาคต แต่แสดงว่าการสังเกตเห็นเป็นผลที่คาดหมายได้ กล่าวคือ เมื่อมองอย่างละเอียด รายละเอียดนั้นก็ควรปรากฏให้เห็น รูปแบบ If you ..., you'll notice ... ใช้ชี้นำความสนใจขณะอธิบายภาพ วัตถุ หรือชุดข้อมูลได้
แบบฝึกหัด
เติมรูปแบบการชี้นำให้สังเกตโดยใช้ closely และรูปย่อของ you will: In this photo, ____, ____ a small boat near the horizon.
ดูคำตอบ
if you look closely · you'll notice
Now, if you can imagine: การตั้งสถานการณ์สำหรับการทดลองทางความคิด
Now ส่งสัญญาณว่าคำอธิบายกำลังเข้าสู่ขั้นตอนถัดไป If you can imagine เชิญให้ผู้ฟังสร้างสถานการณ์สมมติขึ้นในใจ—ในที่นี้คืออากาศยานและขีปนาวุธที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง—ก่อนที่ผู้พูดจะอธิบายปัญหาทางวิศวกรรม วลีนี้จัดลำดับข้อมูลโดยกำหนดสถานการณ์ก่อนแล้วจึงอธิบาย Can ทำให้คำเชิญฟังดูนุ่มนวลและเป็นการร่วมคิด ไม่ใช่คำถามจริง ๆ ว่าผู้ฟังมีจินตนาการเพียงพอหรือไม่
แบบฝึกหัด
Now, if you can imagine ทำหน้าที่ใดในการจัดลำดับคำพูดที่นี่?
- วลีนี้เชิญให้ผู้ฟังนึกภาพสถานการณ์ก่อนที่คำอธิบายจะดำเนินต่อไป
- วลีนี้ตั้งคำถามว่าผู้ฟังมีจินตนาการเพียงพอหรือไม่
- วลีนี้คาดการณ์ว่าเหตุการณ์ในจินตนาการจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
ดูคำตอบ
วลีนี้เชิญให้ผู้ฟังนึกภาพสถานการณ์ก่อนที่คำอธิบายจะดำเนินต่อไป
So, you got roll, pitch, and yaw, การใช้คำ
1:35ดังนั้น คุณมีแกนหมุนกลิ้ง (roll), แกนกระดก (pitch), และแกนหัน (yaw)
Roll, pitch และ yaw: แกนหมุนสามแกน
Roll, pitch และ yaw เป็นการหมุนมาตรฐานสามแบบของอากาศยาน ขีปนาวุธ เรือ หรือหุ่นยนต์ Roll คือการหมุนรอบแกนตามยาวจากหน้าไปหลัง pitch คือการหมุนรอบแกนขวางจากซ้ายไปขวา และ yaw คือการหมุนรอบแกนดิ่ง ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังแจกแจงองค์ประกอบสามอย่างของการเคลื่อนที่เชิงท่าทาง คำเหล่านี้ระบุว่าระบบควบคุมกำลังจัดการการเปลี่ยนทิศทางแบบใด แทนที่จะใช้คำกว้าง ๆ อย่าง turn
แบบฝึกหัด
ส่วนหัวของโดรนที่ยังคงอยู่ในแนวระดับหันไปทางซ้ายและขวาโดยตัวโดรนไม่เอียง นี่คือการหมุนแบบใด?
- pitch
- roll
- yaw
ดูคำตอบ
yaw
You don't want this thing to roll in ways that you don't want it to.
1:38คุณไม่อยากให้สิ่งนี้กลิ้งในแบบที่คุณไม่ต้องการ
So, this is a genius way to get around that. กริยาวลี
1:41นี่จึงเป็นวิธีที่ชาญฉลาดมากในการแก้ปัญหานั้น
Get around: เลี่ยงปัญหาหรือข้อจำกัด
ใน a way to get around that คำว่า get around หมายถึงการหาวิธีเลี่ยงหรือรับมือกับความยากที่เพิ่งกล่าวถึงได้สำเร็จ วิธีนั้นอาจเลี่ยงข้อจำกัดแทนที่จะกำจัดต้นเหตุ จึงมักสื่อถึงการใช้ทางออกแบบอื่น กรรมวางไว้หลัง phrasal verb เช่น get around a problem, get around a restriction หรือ get around it ตรงนี้ that ย้อนกลับไปหมายถึงปัญหาด้านการควบคุมก่อนหน้า ไม่ใช่วัตถุจริงที่มีบางสิ่งเคลื่อนที่อ้อมรอบ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ get around ในความหมายว่าเลี่ยงข้อจำกัด?
- We changed the file format to get around the upload limit.
- News of the surprise got around the office quickly.
- Tourists get around the city by subway.
ดูคำตอบ
We changed the file format to get around the upload limit.
little bitty: วิธีพูดว่า “เล็กมาก” แบบไม่เป็นทางการ
ในประโยคนี้ little bitty หมายถึง “เล็กมาก” คำคุณศัพท์สองคำทำงานร่วมกันเป็นคำบรรยายรอยบุ๋มแบบไม่เป็นทางการและเน้นขนาด โดย bitty ไม่ได้ใช้เดี่ยว ๆ เพื่อหมายถึงชิ้นเล็ก ๆ วลีนี้ทำให้คำบรรยายมีชีวิตชีวาและเป็นภาษาพูดมากกว่าการใช้ little เพียงคำเดียว สามารถนำไปใช้กับสิ่งของ สัตว์ หรือรายละเอียดเล็ก ๆ เมื่อต้องการน้ำเสียงที่เป็นกันเอง ขี้เล่น หรือเน้นย้ำอย่างชัดเจน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษแบบไม่เป็นทางการสองคำที่หมายถึง “เล็กมาก”: The toy has ____ wheels.
ดูคำตอบ
little bitty
See those little things that are drilled out there? กริยาวลี
1:52เห็นสิ่งเล็กๆ ที่ถูกเจาะออกตรงนั้นไหม?
drilled out: เอาวัสดุออกด้วยการเจาะ
Drilled out เป็นรูปกริยาช่องสามของ drill out ใน are drilled out คำนี้สร้างกริยารูปถูกกระทำ หมายความว่ามีคนใช้สว่านเอาวัสดุปริมาณเล็กน้อยออก จึงเหลือเป็นรอยเว้าที่มองเห็นได้ คำว่า out เพิ่มความหมายด้านผลลัพธ์ คือวัสดุถูกนำออกด้วยการเจาะ เมื่อใช้กับกรรมอื่น drill out ยังหมายถึงการขยายรู หรือเอาชิ้นส่วนที่เสียหาย เช่น สลักเกลียวที่หัก ออกด้วยการเจาะได้ด้วย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาวลีรูปอดีตที่หมายถึง “เอาออกโดยใช้สว่าน”: A broken bolt blocked the opening, so the mechanic ____ the damaged part.
ดูคำตอบ
drilled out
Because this could spin at over 100,000 RPM
1:55เพราะสิ่งนี้อาจหมุนด้วยความเร็วมากกว่า 100,000 รอบต่อนาที
and So, they had to make some weigh more or less than others.
1:58ดังนั้น พวกเขาจึงต้องทำให้บางจุดมีน้ำหนักมากหรือน้อยกว่าจุดอื่น
So, they had to like spin this thing up and balance it like you'd balance a tire by removing material. โน้ต
2:02พวกเขาจึงต้องปั่นมันให้หมุนแล้วถ่วงสมดุลเหมือนที่คุณถ่วงสมดุลยางรถยนต์โดยการเอาวัสดุออก
spin ... up: เร่งชิ้นส่วนที่หมุนให้ถึงความเร็วเป้าหมาย
ในประโยคนี้ spin this thing up หมายถึงทำให้ชิ้นส่วนหมุนเร็วขึ้นจนถึงความเร็วที่ใช้งานได้หรือความเร็วเป้าหมาย up บอกการเพิ่มความเร็วรอบ ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนขึ้นด้านบน Spin up เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ นามวลีสามารถอยู่หลัง up หรืออยู่ระหว่าง spin กับ up ได้ แต่คำสรรพนามต้องอยู่ตรงกลาง เช่น spin the rotor up หรือ spin up the rotor แต่ถ้าใช้คำสรรพนามต้องเป็น spin it up
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ spin up โดยใช้คำสรรพนาม it: Before measuring vibration, the engineers need to ____.
ดูคำตอบ
spin it up
balance it like you'd balance a tire: อธิบายกระบวนการทางเทคนิคด้วยการเปรียบเทียบ
ผู้พูดอธิบายขั้นตอนการปรับสมดุลที่ไม่คุ้นเคยโดยเปรียบเทียบกับขั้นตอนที่คุ้นเคย Balance it ระบุการกระทำทางเทคนิค ส่วน like you'd balance a tire บอกผู้ฟังว่าควรนึกถึงวิธีแบบใด นั่นคือการแก้การกระจายมวลที่ไม่สม่ำเสมอเพื่อให้วัตถุที่หมุนทำงานได้ราบรื่นขึ้น like ในที่นี้ใช้เกริ่นการเปรียบเทียบ ไม่ได้อ้างว่าสองสิ่งนั้นเป็นสิ่งเดียวกัน You'd ย่อมาจาก you would และ you หมายถึงคนทั่วไป รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ action + like you'd + familiar action
แบบฝึกหัด
like you'd balance a tire ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- ระบุสถานที่ที่ต้องทำการปรับสมดุล
- อธิบายกระบวนการที่ไม่คุ้นเคยโดยเปรียบเทียบวิธีของมันกับงานปรับสมดุลที่คุ้นเคย
- บอกว่าชิ้นส่วนที่หมุนนั้นเป็นยางรถยนต์จริง ๆ
- บอกว่าควรเอาวัสดุออกจากยางรถยนต์แทนที่จะเอาออกจากชิ้นส่วนที่หมุน
ดูคำตอบ
อธิบายกระบวนการที่ไม่คุ้นเคยโดยเปรียบเทียบวิธีของมันกับงานปรับสมดุลที่คุ้นเคย
what it does is ในฐานะกรอบสำหรับอธิบาย
what it does is เป็นกรอบประโยคที่ใช้เน้นข้อมูล โดยมีความหมายประมาณว่า “หน้าที่หรือผลของมันคือสิ่งนี้” ในประโยคนี้ it หมายถึง rolleron และข้อความหลัง is อธิบายผลที่เกิดขึ้นเมื่อการยิงขีปนาวุธทำให้มันหมุน ในทางไวยากรณ์ what it does เป็นกลุ่มคำที่ทำหน้าที่เหมือนคำนาม ดังนั้น what จึงไม่ได้ใช้ตั้งคำถามโดยตรง กรอบนี้ส่งสัญญาณก่อนว่าจะมีคำอธิบายตามมา แล้วจึงวางกระบวนการหรือผลลัพธ์สำคัญไว้หลัง is จึงเหมาะกับการอธิบายการทำงานของอุปกรณ์หรือระบบ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยกรอบคำอธิบายที่เน้นหน้าที่ของอุปกรณ์: The mechanism may look complicated, but ____ release excess pressure before the tank is damaged.
ดูคำตอบ
what it does is
So, you get a gyroscopic effect and it becomes a giant flywheel, like a gyroscope.
2:14คุณจึงได้ผลทางไจโรสโคปิกและมันกลายเป็นล้อตุนกำลังขนาดใหญ่ เหมือนกับไจโรสโคป
And so, that angular momentum gives you an angular momentum vector that's right there.
2:20และดังนั้น โมเมนตัมเชิงมุมนั้นก็จะสร้างเวกเตอร์โมเมนตัมเชิงมุมขึ้นตรงนั้นพอดี
you're about to fire this missile and if and if you have problems with dynamic stability in the roll axis
2:36คุณกำลังจะยิงขีปนาวุธนี้และหากคุณมีปัญหาเรื่องเสถียรภาพพลวัตในแกนการกลิ้ง
and you don't have really fast control loops and digital circuitry at your disposal yet, สำนวน
2:43และคุณยังไม่มีลูปควบคุมที่เร็วมากๆ และวงจรดิจิทัลให้ใช้งาน
at your disposal สำหรับทรัพยากรที่พร้อมให้ใช้
At your disposal หมายถึง “พร้อมให้คุณใช้หรือควบคุมได้ตามต้องการ” ในประโยคนี้ วงจรควบคุมที่เร็วและวงจรดิจิทัลยังไม่ใช่ทรัพยากรที่วิศวกรในเวลานั้นสามารถนำมาใช้ได้ สำนวนนี้ไม่ได้มีความหมายตรงตัว โดย disposal ในที่นี้เกี่ยวกับอำนาจในการจัดการหรือใช้บางสิ่ง ไม่ใช่การนำไปทิ้ง โครงสร้างคือ at + คำกำหนดแสดงความเป็นเจ้าของ + disposal เช่น at my disposal และ at their disposal
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยสำนวนสามคำที่หมายถึง “พร้อมให้คุณใช้ตามต้องการ”: Our research staff and archives are ____ throughout your visit.
ดูคำตอบ
at your disposal
because it's a passive dynamic stability method.
2:52เพราะมันเป็นวิธีการสร้างความเสถียรพลวัตแบบพาสซีฟ
One thing I don't understand is there appears to be a pivot point here.
3:03สิ่งหนึ่งที่ผมไม่เข้าใจก็คือ ดูเหมือนจะมีจุดหมุนอยู่ที่นี่
and I assume that would also provide some aerodynamic stability passively. น้ำเสียง/เจตนา
3:16และผมเดาว่านั่นน่าจะให้ความเสถียรทางอากาศพลศาสตร์แบบพาสซีฟด้วย
I assume that would: การบ่งชี้ข้อสรุปทางเทคนิคแบบไม่ฟันธง
ใน “I assume that would also provide...” คำว่า I assume บ่งบอกว่าข้อความถัดไปเป็นข้อสรุปที่ผู้พูดอนุมานจากสิ่งที่สังเกตได้ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว ส่วน That ย้อนกลับไปอ้างถึงกลไกที่เพิ่งอธิบาย และ would แสดงผลที่น่าจะเกิดขึ้นตามการตีความนั้น ใช้ I assume that would + คำกริยาเมื่อต้องการคาดการณ์อย่างไม่ฟันธงว่าเงื่อนไขหรือกลไกที่สมมติไว้น่าจะทำอะไร วลีนี้ช่วยระบุขอบเขตของหลักฐานที่มีอยู่อย่างชัดเจน
แบบฝึกหัด
“I assume that would” ในประโยคนี้บ่งบอกอะไร?
- รายงานผลที่ได้รับการตรวจสอบยืนยันโดยตรงแล้ว
- แสดงการอนุมานแบบไม่ฟันธงเกี่ยวกับผลที่น่าจะเกิดจากกลไก
- อธิบายผลที่กลไกเคยสร้างขึ้นซ้ำ ๆ ในอดีต
ดูคำตอบ
แสดงการอนุมานแบบไม่ฟันธงเกี่ยวกับผลที่น่าจะเกิดจากกลไก
I think I think it's an amazing piece of engineering.
3:25ผมคิดว่า ผมคิดว่ามันเป็นชิ้นส่วนวิศวกรรมที่น่าทึ่งมาก
up close: การมองจากระยะใกล้มาก
Up close หมายถึงจากระยะที่ใกล้มากจนสามารถมองเห็นรายละเอียดเล็ก ๆ ได้ ในที่นี้วลีดังกล่าวขยายความพยายามโฟกัสกล้อง ดังนั้นผู้พูดจึงกำลังพยายามให้ได้ภาพระยะใกล้ที่ชัดเจน โดยปกติวลีนี้ทำหน้าที่เป็นคำวิเศษณ์หลังคำกริยา เช่น see it up close หรือ examine it up close วลีนี้บอกตำแหน่งของผู้มองหรือกล้อง ไม่ได้หมายถึงการปิดสิ่งใด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “จากระยะใกล้มาก”: The engraving is tiny, so you need to look at it ____.
ดูคำตอบ
up close
that's usually an indication of thrust vector control.
4:29นั่นมักจะเป็นตัวบ่งชี้ถึงระบบควบคุมเวกเตอร์แรงขับ (thrust vector control)
Anytime you have X, that's usually an indication of Y: อนุมานอย่างระมัดระวังจากสัญญาณ
ในที่นี้ anytime นำเสนอเงื่อนไขทั่วไปที่หมายถึง “ทุกครั้งที่” กล่าวคือ เมื่อปรากฏปรากฏการณ์ X ที่สังเกตได้ ผู้พูดจะถือว่าสถานการณ์ทั้งหมดนั้นเป็นหลักฐานที่ชี้ไปยัง Y ในรูปแบบนี้ have มักหมายถึง “สังเกตเห็น” “พบ” หรือ “เจอ” ไม่ได้หมายถึงเพียง “มีไว้ในครอบครอง” That ย้อนกลับไปอ้างถึงสถานการณ์ X ทั้งหมด ส่วน that's usually an indication of ใช้นำเสนอข้อสรุปอย่างระมัดระวัง Usually ทำให้ Y เป็นคำอธิบายที่น่าจะเป็นไปได้จากรูปแบบที่เกิดซ้ำ ไม่ใช่สาเหตุที่แน่นอนทางตรรกะ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกลุ่มคำสองส่วนที่เรียนมาโดยใช้รูปเดิมทุกคำ: During the motor test, ____ smoke, ____ overheating.
ดูคำตอบ
anytime you have · that's usually an indication of
So, I assume that means that the AIM-9X can do thrust vector control.
4:32ผมจึงเดาว่านั่นหมายถึง AIM-9X สามารถทำการควบคุมเวกเตอร์แรงขับได้
I've never worked with the system, so I don't know: ระบุขอบเขตของประสบการณ์และการตัดสิน
ใน worked with the system คำว่า work with หมายถึงมีประสบการณ์ตรงเชิงปฏิบัติในการใช้หรือจัดการระบบนั้น ดังนั้น อนุประโยคแรกจึงระบุแหล่งหลักฐานที่ผู้พูดไม่มี และ so นำเสนอ I don't know เป็นผลที่ตามมา นี่เป็นการบอกขอบเขตความน่าเชื่อถือของคำตัดสิน ไม่จำเป็นต้องเป็นการปฏิเสธแนวคิดก่อนหน้าทั้งหมด ประโยคนี้แยกข้อสันนิษฐานเบื้องต้นออกจากความรู้จากประสบการณ์ตรง และป้องกันไม่ให้ผู้พูดฟังดูมั่นใจเกินกว่าที่หลักฐานจะรองรับ
แบบฝึกหัด
เพื่อนร่วมงานถามว่าซอฟต์แวร์ที่คุณไม่คุ้นเคยรองรับคุณสมบัติหนึ่งหรือไม่ คำตอบใดแสดงอย่างชัดเจนว่าคุณไม่แน่ใจเพราะไม่มีประสบการณ์ตรง?
- I've never worked with that software, so I don't know.
- I don't like that software, so nobody can know.
- I read one comment about that software, so the feature definitely exists.
ดูคำตอบ
I've never worked with that software, so I don't know.
But it's a genius solution to a difficult problem.
4:57แต่มันเป็นวิธีแก้ปัญหาอัจฉริยะสำหรับปัญหาที่ยาก
ใช้ “last thing I want to talk about here is” เพื่อแนะนำหัวข้อสุดท้าย
ในที่นี้ “last thing I want to talk about here is” เป็นสัญญาณกำกับโครงสร้างการพูด โดยบอกผู้ฟังว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนไปยังหัวข้อสุดท้ายของคำอธิบาย “last thing” หมายถึงรายการสุดท้ายในวาระ ไม่จำเป็นต้องหมายถึงประโยคสุดท้ายของผู้พูด โครงสร้างคือ (the) last thing + ประธาน + want to talk about + is + หัวข้อ เนื้อหาหลัง “is” จะระบุชื่อหัวข้อ ผู้ฟังจึงได้ยินสัญญาณบอกโครงสร้างก่อนที่จะได้ยินเรื่องใหม่
แบบฝึกหัด
เติมวลีเปลี่ยนผ่านที่ใช้แนะนำหัวข้อสุดท้ายให้สมบูรณ์: “The ____ our rollout schedule.”
ดูคำตอบ
last thing I want to talk about here is
this missile is designed to engage aircraft. การใช้คำ
5:06ขีปนาวุธนี้ออกแบบมาเพื่อจัดการกับเครื่องบิน
ความหมายทางทหารของ “engage aircraft”
ในบริบททางทหารนี้ “engage” รับ “aircraft” เป็นกรรมตรง และหมายถึงโจมตี ยิงใส่ หรือเข้าสู้รบกับอากาศยาน ไม่ได้หมายถึงทำให้อากาศยานสนใจหรือเข้าร่วมบางอย่างกับอากาศยาน รูปแบบ engage + เป้าหมาย พบได้ทั่วไปในคำอธิบายอาวุธและระบบการรบ กรรมจะระบุเป้าหมายของการปฏิบัติการรบ ในที่นี้ “aircraft” หมายถึงประเภทโดยทั่วไป จึงใช้ได้โดยไม่มีคำนำหน้านาม
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The missile is designed to engage aircraft,” คำว่า “engage aircraft” หมายถึงอะไร
- รักษาความสนใจของอากาศยานไว้
- มีส่วนร่วมในการออกแบบอากาศยาน
- โจมตีหรือเข้าสู้รบกับอากาศยาน
ดูคำตอบ
โจมตีหรือเข้าสู้รบกับอากาศยาน
So, let's say you're going for a heat signature there กริยาวลี
5:10สมมติว่าคุณกำลังเล็งเป้าหมายสัญญาณความร้อนตรงนั้น
ความหมายของ “go for” ใน “going for a heat signature”
ในที่นี้ going for a heat signature หมายถึงการเลือกและไล่ตามสัญญาณความร้อนในฐานะสิ่งที่จะติดตามหรือโจมตี ไม่ได้หมายถึงการเดินทางตามปกติไปยังสถานที่ที่สัญญาณนั้นอยู่ ความหมายเฉพาะของ go for ขึ้นอยู่กับกรรมและบริบท คำนี้อาจหมายถึงการเลือก การพยายามให้ได้มา หรือการกำหนดบางสิ่งเป็นเป้าหมาย เมื่อบริบทกล่าวถึงหัวค้นหาเป้าหมายของขีปนาวุธและสัญญาณความร้อน ความหมายที่ตั้งใจคือการเลือกเป้าหมาย
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The seeker is going for the hottest heat signature,” คำว่า “going for” หมายความว่าอย่างไร?
- ระบบกำลังละทิ้งสัญญาณนั้นและเปลี่ยนเป้าหมาย
- ระบบกำลังเลือกและไล่ตามสัญญาณนั้นในฐานะเป้าหมาย
- ระบบกำลังเดินทางไปยังสถานที่ชื่อ Heat Signature
ดูคำตอบ
ระบบกำลังเลือกและไล่ตามสัญญาณนั้นในฐานะเป้าหมาย
it would probably lead the aircraft a little bit. การใช้คำ
5:16มันอาจจะต้องกะเผื่อดักหน้าเครื่องบินไปหน่อยนึง
“lead the aircraft” ในฐานะการสกัดกั้น
ในที่นี้ lead the aircraft หมายถึงการเล็งหรือกำหนดวิถีไปยังจุดที่คาดการณ์ไว้ด้านหน้าเครื่องบินที่กำลังเคลื่อนที่ แทนที่จะเล็งไปยังตำแหน่งปัจจุบัน วิธีนี้ทำให้สิ่งสกัดกั้นไปพบกับเครื่องบินได้หลังจากทั้งสองฝ่ายเคลื่อนที่ต่อไป ในภาษาที่ใช้ในการยิงและสกัดกั้น lead เป็นสกรรมกริยาในรูปแบบ lead + moving target กรรมระบุเป้าหมายที่ต้องคาดการณ์ตำแหน่งในอนาคต ไม่ได้หมายความว่าขีปนาวุธนำทางหรือบังคับเครื่องบิน
แบบฝึกหัด
สิ่งสกัดกั้นได้รับคำสั่งให้ “lead the target” ควรทำอย่างไร?
- เล็งไปยังตำแหน่งที่คาดว่าเป้าหมายที่เคลื่อนที่จะไปถึง
- นำทางเป้าหมายไปยังจุดหมายอย่างปลอดภัย
- อยู่ด้านหลังเป้าหมายโดยตรงและเคลื่อนตามเส้นทางของมัน
ดูคำตอบ
เล็งไปยังตำแหน่งที่คาดว่าเป้าหมายที่เคลื่อนที่จะไปถึง
but um let's say that it gets to the endgame and it wants to detonate this warhead because การใช้คำ
5:20แต่อืม สมมติว่ามันมาถึงช่วงสุดท้ายและต้องการจะจุดชนวนหัวรบนี้ เพราะ
gets to the endgame: เข้าสู่ช่วงสุดท้ายที่ชี้ขาด
ในประโยคนี้ gets to the endgame หมายถึงเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของการสกัดกั้น ซึ่งขีปนาวุธเข้าใกล้เครื่องบินและกำลังเตรียมจุดระเบิดหัวรบ ในที่นี้ endgame ไม่ใช่ชิ้นส่วนของขีปนาวุธหรือฉากจบของวิดีโอเกม เดิมทีคำนาม endgame หมายถึงช่วงท้ายของเกมหมากรุก เมื่อนำมาใช้ในความหมายที่กว้างขึ้น จะหมายถึงช่วงสุดท้ายที่ชี้ขาดของแผน ความขัดแย้ง การเจรจา หรือกระบวนการ โดยเฉพาะเมื่อการเดินหมากหรือการกระทำที่เหลือจะกำหนดผลลัพธ์ ดังนั้น get to the endgame จึงหมายถึงดำเนินมาถึงช่วงนั้น
แบบฝึกหัด
ในประโยคภาษาอังกฤษ The talks are entering the endgame. คำว่า endgame หมายถึงอะไร
- ชิ้นส่วนทางกายภาพที่อยู่ภายในอาวุธ
- ช่วงเวลาหลังจากทุกอย่างสิ้นสุดลงแล้ว
- ช่วงสุดท้ายที่ชี้ขาด ซึ่งการเดินหมากที่เหลือมีผลต่อผลลัพธ์
ดูคำตอบ
ช่วงสุดท้ายที่ชี้ขาด ซึ่งการเดินหมากที่เหลือมีผลต่อผลลัพธ์
it's called an expanding rod warhead. การใช้คำ
5:31มันเรียกว่าหัวรบแบบก้านขยาย (expanding rod warhead)
expanding rod warhead: คำนามหลักและคำขยาย
ใน expanding rod warhead คำว่า warhead เป็นคำนามหลัก ดังนั้นวลีทั้งหมดจึงหมายถึงหัวรบชนิดหนึ่ง ส่วน expanding rod ระบุกลไกการทำงาน เมื่อเกิดการระเบิด แท่งโลหะที่เชื่อมต่อกันจะถูกผลักออกด้านนอกและก่อตัวเป็นโครงสร้างสำหรับตัดที่ขยายออกเป็นรูปร่างคล้ายวงแหวน ในที่นี้ expanding อธิบายการเคลื่อนที่ของชุดแท่งโลหะระหว่างการระเบิด ไม่ได้หมายความว่าหัวรบทั้งลูกจะขยายใหญ่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อต้องแยกความหมายของคำนามประสมเชิงเทคนิค ให้เริ่มจากคำนามคำสุดท้าย แล้วจึงดูว่าคำก่อนหน้าจำกัดประเภทและวิธีทำงานอย่างไร
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดระบุคำนามหลักและคำขยายใน expanding rod warhead ได้ถูกต้อง
- ทั้งสามคำหมายความว่าวัตถุทั้งหมดขยายใหญ่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง
- คำตรงกลางเป็นคำนามหลัก และคำสุดท้ายบอกเพียงว่าสิ่งนั้นถูกเก็บไว้ที่ใด
- คำสุดท้ายเป็นคำนามหลัก และคำก่อนหน้าอธิบายกลไก
ดูคำตอบ
คำสุดท้ายเป็นคำนามหลัก และคำก่อนหน้าอธิบายกลไก
Um sometimes people use tungsten because it's more dense.
5:42อืม บางครั้งผู้คนก็ใช้ทังสเตนเพราะมันมีความหนาแน่นมากกว่า
imagine you had ... you were to weld: การสร้างสถานการณ์สมมติ
Imagine you had + นามวลี ชวนให้ผู้ฟังนึกภาพสถานการณ์ที่ไม่ได้ถูกเสนอว่าเป็นเรื่องจริง รูปอดีต had ในที่นี้สร้างระยะห่างเชิงสมมติ ไม่ได้บอกว่าแท่งเหล่านั้นอยู่ในเหตุการณ์จริงในอดีต You were to weld + กรรม เพิ่มการกระทำที่จะนำมาพิจารณาภายในสถานการณ์สมมตินั้น สองอนุประโยคนี้ช่วยให้ผู้พูดไล่พิจารณาการออกแบบที่เป็นไปได้ทีละขั้น แทนที่จะออกคำสั่งโดยตรง
แบบฝึกหัด
เติมการทดลองทางความคิดด้านการออกแบบด้วยกรอบที่เน้นไว้สองแบบตามลำดับ: Now ____ two support plates, and ____ their top edges together; the joint would be much stronger.
ดูคำตอบ
imagine you had · you were to weld
back and forth: การเคลื่อนไหวหรือการส่งต่อซ้ำ ๆ
Back and forth หมายถึงการเคลื่อนไปทางหนึ่งแล้วเปลี่ยนไปทางตรงข้ามซ้ำ ๆ หรือเคลื่อนระหว่างสองตำแหน่ง ในประโยคนี้วลีดังกล่าวบรรยายเส้นทางด้านข้างที่เกิดซ้ำจนเป็นรูปซิกแซ็ก วลีเดียวกันยังใช้จัดระเบียบการสลับในเชิงนามธรรมได้ เช่น ข้อความ การเจรจา หรือความคิดเห็นที่เคลื่อนไประหว่างสองฝ่าย แนวคิดสำคัญคือการเกิดซ้ำ ไม่ใช่เพียงไปหนึ่งครั้งแล้วกลับหนึ่งครั้ง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่ารถเข็นเคลื่อนสลับระหว่างทิศทางตรงข้ามซ้ำ ๆ
- The cart goes there and back once.
- The cart rolls to the end of the track and stops.
- The cart rolls back and forth along the track.
ดูคำตอบ
The cart rolls back and forth along the track.
and you detonate the explosive on the inside of that,
6:08และคุณจุดระเบิดวัตถุระเบิดที่อยู่ข้างในนั้น
เมื่อเชื่อมแท่งเหล่านั้นเข้าด้วยกันเสร็จแล้ว
ในการอธิบายกระบวนการนี้ once ใช้นำเงื่อนไขที่ต้องทำให้เสร็จก่อนจึงจะอธิบายผลลัพธ์ถัดไปได้ ในที่นี้หมายถึง “ทันทีที่หรือหลังจากสิ่งนี้เกิดขึ้นแล้ว” ไม่ได้หมายถึงจำนวน “หนึ่งครั้ง” รูปแบบ have + กรรม + กริยาช่องที่สามใน have those rods welded together แสดงให้เห็นว่าแท่งโลหะอยู่ในสภาพที่เชื่อมเสร็จแล้ว อนุประโยคนี้จึงจัดข้อมูลโดยวางเงื่อนไขที่ต้องทำก่อน แล้วจึงกล่าวถึงการจุดระเบิดและผลที่ตามมา
แบบฝึกหัด
ใช้ once เพื่อระบุเงื่อนไขที่ต้องทำให้เสร็จ: “____ you have the safety checks completed, you can start the machine.”
ดูคำตอบ
Once
ที่อธิบายมานี้เข้าใจไหม
ในที่นี้ Does that make sense? ใช้ถามว่าคำอธิบายที่เพิ่งให้ไปชัดเจนและเข้าใจได้ตามเหตุผลหรือไม่ that อ้างกลับไปถึงแนวคิดหรือเหตุผลก่อนหน้า และ make sense หมายถึง “มีเหตุผลสอดคล้องหรือเข้าใจได้” ไม่ได้หมายถึงการทำให้เกิดความรู้สึกทางกาย คำถามนี้เปิดโอกาสให้ผู้ฟังยืนยันความเข้าใจหรือขอคำอธิบายเพิ่มเติม ในบริบทนี้เป็นการตรวจสอบความชัดเจนของคำอธิบายอย่างเป็นกลาง และอาจแสดงว่าผู้พูดกำลังตรวจสอบว่าตนเองอธิบายได้ชัดเพียงใด ไม่ใช่ตั้งคำถามเกี่ยวกับสติปัญญาของผู้ฟัง
แบบฝึกหัด
หลังจากอธิบายกระบวนการจัดเก็บเอกสารแบบใหม่ ผู้จัดการถามว่า “Does that make sense?” เขากำลังตรวจสอบอะไรโดยตรงที่สุด?
- กระบวนการทำให้เกิดความรู้สึกทางกายหรือไม่
- พนักงานเห็นด้วยกับการตัดสินใจหรือไม่
- คำอธิบายชัดเจนหรือไม่
ดูคำตอบ
คำอธิบายชัดเจนหรือไม่
you would take a cylinder and turn it into a disc quickly. กริยาวลี
6:23คุณเอาทรงกระบอกมาเปลี่ยนให้เป็นแผ่นจานดิสก์อย่างรวดเร็ว
turn it into a disc: turn + กรรม + into + ผลลัพธ์
ในประโยคนี้ turn it into a disc หมายถึง “เปลี่ยนทรงกระบอกให้เป็นแผ่นจาน” คำว่า turn บอกการเปลี่ยนรูป ไม่ใช่การหมุน และ it หมายถึงทรงกระบอก โครงสร้างบอกเหตุให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่นำไปใช้ต่อได้คือ turn + กรรม + into + ผลลัพธ์ สรรพนามที่เป็นกรรมจะอยู่ระหว่าง turn กับ into เช่น turn it into... และ turn them into...
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างที่เน้นไว้: The design team used heat to ____ the flat sheet ____ a curved shell.
ดูคำตอบ
turn · into
And that creates a cutter that's orthogonal to the direction of flight, การใช้คำ
6:26และมันสร้างตัวตัดที่ตั้งฉากกับทิศทางการบิน
orthogonal to the direction of flight: ความสัมพันธ์แบบมุมฉาก
ในที่นี้ orthogonal to the direction of flight หมายถึง “ทำมุมฉากกับเส้นทางที่วัตถุกำลังเคลื่อนที่” โดยบอกแนววางในพื้นที่ของตัวตัดเมื่อเทียบกับทิศทางการบิน โครงสร้างเชิงเทคนิคที่นำไปใช้ต่อได้คือ X is orthogonal to Y ในคณิตศาสตร์และวิศวกรรม orthogonal มักระบุความสัมพันธ์ 90 องศาที่นิยามไว้อย่างแม่นยำ ส่วนในบางสาขาเทคนิคอาจหมายถึงอิสระ ไม่สัมพันธ์กัน หรือไม่ทับซ้อนกัน แต่ไม่ใช่ความหมายในประโยคนี้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเชิงเทคนิคที่เน้นไว้: The support beam must be ____ the main axis, forming a 90-degree angle.
ดูคำตอบ
orthogonal to
which is a really bad day if you have a hot engine on an aircraft. สำนวน
6:31ซึ่งมันจะเป็นวันที่แย่มากๆ เลยล่ะถ้าเครื่องบินของคุณมีเครื่องยนต์ร้อนๆ อยู่
a really bad day ในฐานะการพูดให้เบาลงแบบอารมณ์ขันหน้าตาย
ในประโยคนี้ a really bad day เป็นการจงใจพูดให้ความรุนแรงดูเบาลง วลีทั่วไปอย่าง bad day ฟังดูไม่หนักมาก แต่ในที่นี้หมายถึงความเสียหายทางกายภาพอย่างรุนแรงต่อเครื่องยนต์อากาศยาน ไม่ใช่เพียงความไม่สะดวกหรืออารมณ์ไม่ดีของใครคนหนึ่ง ความไม่สอดคล้องระหว่างถ้อยคำเบา ๆ กับผลลัพธ์อันตรายทำให้ผู้พูดบรรยายผลทางเทคนิคที่ร้ายแรงด้วยอารมณ์ขันแบบหน้าตาย ในคำอธิบายด้านเทคนิคหรือการทหาร ถ้อยคำทั่วไปที่ฟังดูเบาเช่นนี้อาจเป็นสัญญาณว่าผลจริงร้ายแรงกว่าความหมายตามตัวอักษรมาก
แบบฝึกหัด
ในประโยค “If both backup generators fail during the outage, that will be a really bad day for the data center.” วลี a really bad day น่าจะสื่อความหมายใดมากที่สุด?
- พนักงานศูนย์ข้อมูลจะเพียงแค่รู้สึกไม่มีความสุขเป็นเวลาหนึ่งวัน
- ความขัดข้องเล็กน้อยและสามารถเพิกเฉยได้อย่างปลอดภัย
- ผลลัพธ์ที่ร้ายแรงและอาจก่อให้เกิดความเสียหาย ซึ่งพูดแบบลดความรุนแรงด้วยอารมณ์ขันหน้าตาย
ดูคำตอบ
ผลลัพธ์ที่ร้ายแรงและอาจก่อให้เกิดความเสียหาย ซึ่งพูดแบบลดความรุนแรงด้วยอารมณ์ขันหน้าตาย
You know, the idea is to damage the engine. ลำดับความ
6:35อย่างที่รู้กันว่า แนวคิดนี้คือการสร้างความเสียหายให้กับเครื่องยนต์
the idea is to + คำกริยารูปพื้นฐาน เพื่อสรุปจุดประสงค์
ในที่นี้ the idea is to ใช้กล่าวถึงจุดประสงค์หลักของกลไกที่เพิ่งอธิบายไป นั่นคือการทำให้เครื่องยนต์เสียหาย คำว่า idea หมายถึงเป้าหมายชี้นำหรือหลักการออกแบบ ไม่ใช่ความคิดที่ผุดขึ้นมาแบบลอย ๆ ในฐานะกรอบจัดระเบียบคำอธิบาย วลีนี้รวบรวมรายละเอียดก่อนหน้าให้เป็นเป้าหมายสั้น ๆ หนึ่งข้อ ผู้พูดสามารถอธิบายว่าสิ่งหนึ่งทำงานอย่างไร แล้วใช้ the idea is to + คำกริยารูปพื้นฐาน เพื่อบอกว่ารายละเอียดทั้งหมดมีไว้เพื่อบรรลุอะไร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกรอบสี่คำที่ใช้เกริ่นจุดประสงค์พื้นฐาน: After explaining the new backup process, the engineer concluded, “____ keep recovery simple.”
ดูคำตอบ
the idea is to
be worth talking about: โครงสร้าง be worth + -ing
ในประโยคนี้ be worth talking about หมายถึงหัวข้อนั้นน่าสนใจหรือมีคุณค่ามากพอที่จะใช้เวลาพูดคุยถึงมัน worth ใช้ประเมินว่าการกระทำนั้นคุ้มกับเวลาหรือความพยายามหรือไม่ โครงสร้างคือ be worth + รูป -ing เช่น be worth reading, be worth trying และ be worth talking about หลัง worth ไม่ใช้ infinitive ดังนั้น worth to talk about จึงไม่ใช่ภาษาอังกฤษมาตรฐาน ส่วน would ในที่นี้ช่วยให้การประเมินฟังดูนุ่มนวลและไม่ตายตัวเกินไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย be worth และรูป -ing ของ discuss: This issue may ____ at tomorrow's meeting.
ดูคำตอบ
be worth discussing
So, hope you enjoyed this random discussion about a Sidewinder missile.
6:44หวังว่าคุณจะสนุกกับการพูดคุยแบบแรนด้อมเกี่ยวกับขีปนาวุธ Sidewinder นี้นะครับ
Have a good one: คำบอกลาแบบเป็นกันเอง
Have a good one เป็นวิธีบอกลาและอวยพรอีกฝ่ายแบบเป็นมิตรและไม่เป็นทางการ ในสำนวนนี้ one ไม่ได้หมายถึงสิ่งของชิ้นใดชิ้นหนึ่ง แต่กล่าวกว้าง ๆ ถึงวัน ช่วงเย็น วันหยุดสุดสัปดาห์ หรือเวลาหลังจากนี้ ผู้ฟังจะเข้าใจช่วงเวลาที่หมายถึงจากสถานการณ์ ผู้พูดจึงไม่จำเป็นต้องระบุออกมา วลีนี้ช่วยจบการสนทนาด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่นและผ่อนคลาย
แบบฝึกหัด
ตัดสินการใช้: ประโยคนี้เป็นธรรมชาติหรือไม่ หลังจากคุยสบาย ๆ กับเพื่อนร่วมงาน Mia พูดว่า “Have a good one!” ขณะเดินออกไป
- ใช่ เป็นธรรมชาติ
- ไม่ เป็นทางการเกินไปสำหรับสถานการณ์นี้
ดูคำตอบ
ใช่ เป็นธรรมชาติ
you can find your own rolleron Sidewinder missile fin.
6:57คุณสามารถหาครีบขีปนาวุธ Sidewinder แบบมีโรลเลอรอนของคุณเองได้เลยนะ
If you look hard enough: ใช้ความพยายามที่เพียงพอเป็นเงื่อนไข
ในที่นี้ if ใช้นำเงื่อนไข และ hard ทำหน้าที่เป็นคำวิเศษณ์ขยาย look ส่วน hard enough หมายถึง “ด้วยความพยายามหรือความมุ่งมั่นที่เพียงพอ” ผลลัพธ์จะเป็นไปได้เมื่อความพยายามในการค้นหาถึงระดับที่ต้องการ ในบริบทนี้ look หมายถึงค้นหาทางอินเทอร์เน็ต ไม่ได้หมายถึงเพ่งมองอย่างออกแรง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ If + อนุประโยคที่มีคำคุณศัพท์หรือคำวิเศษณ์ + enough, ผลลัพธ์ ซึ่งเชื่อมการถึงระดับที่เพียงพอกับผลที่อาจเกิดขึ้นได้
แบบฝึกหัด
เติมวลีภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “ด้วยความพยายามที่เพียงพอ” ให้สมบูรณ์: If you look ____, you can often find a better price online.
ดูคำตอบ
hard enough
I may have cut myself: การตัดสินที่ไม่แน่นอนเกี่ยวกับอดีต
May have + กริยาช่องสาม ใช้บอกความเป็นไปได้ในอดีต I may have cut myself หมายความว่าผู้พูดคิดว่าตนอาจถูกบาด แต่ไม่ได้ยืนยันว่าเป็นข้อเท็จจริงที่แน่นอนทั้งหมด Cut มีรูปเหมือนกันทั้งในรูปกริยาพื้นฐานและกริยาช่องสาม จึงไม่มีการเปลี่ยนการสะกด ในที่นี้ การพูดอย่างไม่ฟันธงยังช่วยลดความตรงของการยอมรับความผิดพลาดของตนเอง และอาจทำให้ฟังดูขบขันเล็กน้อย โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + may have + กริยาช่องสาม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ may have และกริยาช่องสามของ leave: I ____ my keys at the office, but I'm not sure.
ดูคำตอบ
may have left
cuz รูปสะกดไม่เป็นทางการของ because
ในประโยคนี้ cuz หมายถึง because โดยนำเหตุผล “we got it” มาอธิบายว่าทำไมปัญหาก่อนหน้านี้จึงไม่สำคัญ ดังนั้นจึงทำหน้าที่ทางไวยากรณ์เหมือน because การสะกด cuz เป็นการเขียนเลียนเสียงพูดที่ไม่เป็นทางการมาก เวลาอ่านควรเข้าใจว่าเป็น because แต่ไม่ควรมองว่าเป็นรูปสะกดมาตรฐานสำหรับงานเขียนทางการ
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดใช้ cuz ในบริบทที่เหมาะสม
- เรียงความมหาวิทยาลัย: The policy changed cuz costs increased.
- ใบสมัครงานทางการ: I am applying cuz this role matches my skills.
- ข้อความสบาย ๆ ถึงเพื่อนสนิท: I'm heading home cuz I'm tired.
ดูคำตอบ
ข้อความสบาย ๆ ถึงเพื่อนสนิท: I'm heading home cuz I'm tired.
How cool is that? ในฐานะปฏิกิริยาแสดงความตื่นเต้น
How cool is that? มีรูปเป็นคำถาม แต่ในที่นี้ทำหน้าที่เป็นคำอุทานแสดงความตื่นเต้น ผู้พูดไม่ได้ขอคะแนน แต่กำลังแสดงความชื่นชมและชวนให้ผู้ฟังรู้สึกตื่นเต้นร่วมกัน ในการใช้นี้ cool หมายถึงน่าประทับใจหรือน่าตื่นเต้น ไม่ได้หมายถึงอุณหภูมิต่ำ โครงสร้าง How + คำคุณศัพท์ + is that? สามารถเปลี่ยนปฏิกิริยาให้เป็นความคิดเห็นที่มีชีวิตชีวาและชวนให้อีกฝ่ายเห็นพ้อง
แบบฝึกหัด
เพื่อนแสดงเสื้อแจ็กเก็ตที่ชาร์จโทรศัพท์ได้ให้คุณดู แล้วพูดว่า “How cool is that?” เพื่อนกำลังทำอะไร
- ถามอุณหภูมิที่แน่นอนของเสื้อแจ็กเก็ต
- แสดงความตื่นเต้นและชวนให้คุณรู้สึกแบบเดียวกัน
- ขอคะแนนตัวเลขว่าเสื้อเจ๋งแค่ไหน
ดูคำตอบ
แสดงความตื่นเต้นและชวนให้คุณรู้สึกแบบเดียวกัน
Uh feel free to subscribe if you want to see what I do with this น้ำเสียง/เจตนา
7:41เอ่อ ถ้าอยากเห็นว่าผมจะเอาสิ่งนี้ไปทำอะไร ก็กดติดตามได้เลยนะครับ
Feel free to subscribe: คำเชิญที่ไม่สร้างแรงกดดัน
Feel free to subscribe สื่อว่าการกดติดตามเป็นคำเชิญแบบเปิดกว้าง ไม่ใช่คำสั่ง ในที่นี้ feel free to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึง “ถ้าต้องการก็ทำได้ตามสบาย” ส่วน free ไม่ได้หมายความว่าการติดตามไม่มีค่าใช้จ่าย โครงสร้างนี้ช่วยลดแรงกดดันโดยเน้นว่าผู้ฟังมีอิสระในการเลือก ใช้ Feel free to + กริยารูปพื้นฐานเพื่อเชิญให้อีกฝ่ายทำบางอย่าง พร้อมกับปล่อยให้การตัดสินใจขึ้นอยู่กับอีกฝ่ายทั้งหมด
แบบฝึกหัด
เติมคำเชิญให้สมบูรณ์ด้วยวลีที่เน้นอิสระในการเลือกของผู้ฟัง: If you have any questions, ____ ask me after the session.
ดูคำตอบ
feel free to