ศิลปะแห่งการสนทนา - 6 Minute English: บทเรียนภาษาอังกฤษ

BBC Learning English

ความยากในการเรียน
861 คำ 151 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: ตอนนี้อธิบายว่าการสนทนาที่ดีต้องฟังเพื่อทำความเข้าใจ ผลัดกันพูด และใช้บทสนทนาเพื่อเชื่อมโยงผู้คนเข้าหากัน แทนที่จะเอาแต่ส่งความเห็นของตนออกไปหรือใช้เสียงข่มอีกฝ่ายจนไม่มีโอกาสพูด ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. the art of conversation — สำนวนและภาษาภาพพจน์ เข้าใจว่า art เปรียบการสนทนาเป็นทักษะที่ต้องอาศัยความใส่ใจและการฝึกฝน และใช้รูปแบบ the art of... เพื่อกล่าวถึงความสามารถที่เรียนรู้และพัฒนาได้ 2. difference between listening simply to reply and listening to understand. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค สังเกตว่า difference between... and... ใช้เปรียบต่างสองแนวทางอย่างชัดเจน และนำไปอธิบายความต่างระหว่างการฟังพร้อมคิดคำตอบกับการฟังเพื่อเข้าใจมุมมองของอีกฝ่าย 3. drown them out — กริยาวลี เข้าใจว่าหมายถึงการพูดหรือทำเสียงให้ดังกว่าจนไม่ได้ยินอีกคน และใช้บรรยายบทสนทนาที่ไม่เท่าเทียม ซึ่งผู้พูดคนหนึ่งกลบเสียงอีกคนแทนที่จะผลัดกันพูดอย่างเหมาะสม

คำอธิบายในบทเรียนนี้

6 Minute English from bbclearningenglish.com.

0:01

6 Minute English จาก bbclearningenglish.com

Hello, this is 6 Minute English from BBC Learning English.

0:07

สวัสดี นี่คือ 6 Minute English จาก BBC Learning English

And I'm Neil.

0:11

และผม นีล

Recently, I met up with an old school friend กริยาวลี

0:12

เมื่อไม่นานมานี้ ผมได้พบกับเพื่อนเก่าสมัยเรียน

กริยาวลี

met up with: นัดเจอกับใครอย่างตั้งใจ

Met up with เป็นรูปอดีตของ meet up with ในประโยคนี้หมายถึงผู้พูดตั้งใจไปพบเพื่อนเก่าสมัยเรียนเพื่อใช้เวลาด้วยกัน ไม่ได้หมายถึงบังเอิญเจอกัน โครงสร้างคือ meet up with + คน เมื่อเปลี่ยนเวลา มีเพียง meet ที่เปลี่ยน โดย meet up with จะเป็น met up with ในรูปอดีต

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ meet up with: Yesterday, I ____ Leo for coffee.

ดูคำตอบ

met up with

who I hadn't seen for years. ไวยากรณ์

0:15

คนที่ผมไม่ได้เจอมาหลายปี

ไวยากรณ์

hadn't seen ... for years: ก่อนเหตุการณ์ในอดีตที่เกิดทีหลัง

Hadn't seen เป็น past perfect รูปปฏิเสธ มีโครงสร้าง had + not + กริยาช่องสาม seen โดย had ในที่นี้เป็นกริยาช่วย ไม่ได้หมายถึงการมีหรือเป็นเจ้าของ เหตุการณ์ในอดีตที่เกิดทีหลังคือการพบกันที่แสดงด้วย met up ส่วน for years บอกว่าช่วงที่ไม่ได้เจอเพื่อนกินเวลานานเท่าใดจนถึงการพบกันครั้งนั้น past perfect จึงวางช่วงเวลานี้ไว้ก่อนการกลับมาพบกัน

แบบฝึกหัด

ใช้ past perfect รูปปฏิเสธของ see เติมประโยคให้สมบูรณ์: When we met again in 2022, I ____ her for six years.

ดูคำตอบ

hadn't seen

We talked for hours.

0:17

เราคุยกันเป็นชั่วโมงๆ

Ah, it sounds like you had a good chinwag. โน้ต

0:18

อา ฟังดูเหมือนว่าคุณจะได้คุยเล่นกันอย่างสนุกสนานเลยนะ

น้ำเสียง/เจตนา

it sounds like: การคาดคะเนอย่างนุ่มนวลจากสิ่งที่อีกฝ่ายเล่า

ในประโยคนี้ it sounds like ใช้บอกข้อสรุปที่อนุมานจากสิ่งที่อีกฝ่ายพูด มีความหมายประมาณว่า “จากที่คุณเล่ามา ฉันคิดว่า...” ไม่ได้พูดถึงเสียงจริง ๆ ของสิ่งใด โครงสร้าง It sounds like + อนุประโยค ช่วยให้ตอบกลับโดยไม่ยืนยันข้อสรุปว่าเป็นข้อเท็จจริงที่แน่นอน และยังตามด้วยนามวลีได้ เช่น It sounds like a good idea.

แบบฝึกหัด

เพื่อนเพิ่งเล่าทุกอย่างที่เขาทำเสร็จในวันนี้ ประโยคใดตอบด้วยการอนุมานอย่างนุ่มนวลจากสิ่งที่คุณได้ยินได้ดีที่สุด

  1. It sounds like you had a productive day.
  2. It looks like you had a productive day.
  3. You definitely had a productive day.
ดูคำตอบ

It sounds like you had a productive day.

A long and pleasant conversation between friends,

0:21

บทสนทนาที่ยาวนานและเพลิดเพลินระหว่างเพื่อน

การใช้คำ

chinwag: ภาษาอังกฤษแบบบริติชไม่เป็นทางการสำหรับการคุยอย่างเป็นมิตร

chinwag เป็นคำนามไม่เป็นทางการในภาษาอังกฤษแบบบริติช หมายถึงการพูดคุยอย่างสบาย ๆ และเป็นมิตร โดยทั่วไปเกิดขึ้นระหว่างเพื่อนหรือคนที่รู้จักกัน ในตัวอย่างนี้ a good chinwag สื่อถึงการสนทนาที่สนุกและดำเนินอยู่พักหนึ่ง ไม่ใช่การหารืออย่างเป็นทางการ รูปแบบที่พบบ่อยคือ have a chinwag และ have a good chinwag

แบบฝึกหัด

ฟังประโยคภาษาอังกฤษแล้วเลือกประโยคเต็มที่ได้ยิน ให้สังเกตพยางค์แรก /tʃɪn/ ที่ลงเสียงหนักและส่วนท้าย /wæɡ/ ของ chinwag

  1. We had a good chat over lunch.
  2. We had a quick sandwich over lunch.
  3. We had a good chinwag over lunch.
ดูคำตอบ

We had a good chinwag over lunch.

which is great because in this program we're talking about talking. ลำดับความ

0:24

ซึ่งก็ดีเลย เพราะในรายการนี้เราจะพูดถึงเรื่องการพูดคุยกัน

ลำดับความ

we're talking about talking: การจงใจใช้คำซ้ำเพื่อแนะนำหัวข้อ

ใน we're talking about talking คำว่า talking คำแรกเป็นส่วนหนึ่งของวลีกริยา are talking about และหมายถึง “กำลังพูดถึง” ส่วน talking คำที่สองเป็นรูป -ing ที่ทำหน้าที่เหมือนคำนาม โดยใช้เรียกกิจกรรมการพูดคุยที่กำลังถูกพูดถึง การจงใจใช้คำซ้ำช่วยจัดลำดับข้อมูลด้วยการเชื่อมสิ่งที่ผู้ดำเนินรายการกำลังทำเข้ากับหัวข้อของรายการ เป็นการแนะนำหัวข้อ talking แบบเบา ๆ และสนุกสนาน ส่วน talking คำที่สองไม่ใช่คำที่พูดผิด

แบบฝึกหัด

we're talking about talking ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. เรากำลังขอให้ทุกคนพูดเสียงดังขึ้น
  2. เรากำลังพูดถึงกิจกรรมการพูดคุย
  3. เราพูดคำว่า talking ซ้ำสองครั้งโดยไม่ตั้งใจ
ดูคำตอบ

เรากำลังพูดถึงกิจกรรมการพูดคุย

We'll be discussing conversations,

0:28

เราจะมาหารือเกี่ยวกับการสนทนา

the exchange of ideas, thoughts, and feelings การใช้คำ

0:30

การแลกเปลี่ยนไอเดีย ความคิด และความรู้สึก

that happens when people talk to each other.

0:33

ที่เกิดขึ้นเมื่อผู้คนพูดคุยกัน

การใช้คำ

the exchange of ideas, thoughts, and feelings: การแบ่งปันกันในบทสนทนา

ใน the exchange of ideas, thoughts, and feelings คำว่า exchange เป็นคำนามที่หมายถึงการแบ่งปันหรือสื่อสารกันทั้งสองฝ่าย ไม่ได้หมายถึงการแลกเงินหรือแลกเปลี่ยนสิ่งของ โครงสร้าง the/an exchange of + คำนาม ใช้บอกว่าผู้คนแบ่งปันอะไร ในที่นี้ รายการสิ่งต่าง ๆ ช่วยอธิบายว่าบทสนทนาเป็นกระบวนการโต้ตอบแบบสองทาง ไม่ใช่การที่คนเพียงคนเดียวพูดอยู่ฝ่ายเดียว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ exchange ในความหมายเชิงนามธรรมแบบเดียวกับวลีที่เน้นไว้

  1. I went to the exchange to buy foreign currency.
  2. We exchanged the blue shirt for a larger one.
  3. The meeting encouraged an exchange of ideas.
ดูคำตอบ

The meeting encouraged an exchange of ideas.

And as usual,

0:35

และเช่นเคย

we'll be learning some new vocabulary as well.

0:37

เราจะได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ ด้วย

With the rise of Twitter and social media, วลี

0:39

ด้วยการเติบโตของทวิตเตอร์และโซเชียลมีเดีย

which encourages us to give our opinion on a subject without always listening in return, วลี

0:42

ซึ่งส่งเสริมให้เราแสดงความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ โดยไม่ต้องคอยรับฟังการตอบกลับเสมอไป

วลี

give our opinion on a subject: แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับหัวข้อหนึ่ง

give our opinion on a subject หมายถึง “พูดสิ่งที่เราคิดเกี่ยวกับหัวข้อหนึ่ง” ในที่นี้ give หมายถึง “แสดงออก” ไม่ใช่การส่งมอบสิ่งของ และ on ใช้เกริ่นหัวข้อที่ความคิดเห็นนั้นกล่าวถึง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ give + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + opinion + on + หัวข้อ ให้เปลี่ยน our เป็น my, your หรือ their ตามเจ้าของความคิดเห็น เช่น give their opinion on the plan

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายและเปลี่ยน our เป็น their: At the meeting, everyone had a chance to ____ the new schedule.

ดูคำตอบ

give their opinion on

วลี

in return: การตอบสนองแบบต่างตอบแทน

ในประโยคนี้ in return หมายถึง “เพื่อเป็นการตอบสนองต่อสิ่งที่อีกคนทำ” ผู้คนแสดงความคิดเห็นของตน แต่ไม่ได้ตอบสนองด้วยการรับฟังอีกฝ่ายเสมอไป return ในที่นี้ไม่ได้บอกการเคลื่อนที่ว่า “กลับมา” โครงสร้าง do something in return แสดงว่าการกระทำหนึ่งเป็นการตอบสนองแบบต่างตอบแทนต่อการกระทำก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดเติมประโยคได้ถูกต้องเพื่อแสดงการตอบสนองแบบต่างตอบแทน? Ava lent me her bike, so I fixed her broken lamp ____.

  1. on return
  2. in turn
  3. in return
ดูคำตอบ

in return

some think the art of conversation is being lost. สำนวน

0:47

บางคนคิดว่าศิลปะแห่งการสนทนากำลังสูญหายไป

วลี

With the rise of: ใช้แนวโน้มที่กำลังเติบโตเป็นฉากหลัง

With the rise of หมายถึง “เมื่อบางสิ่งแพร่หลาย สำคัญ หรือมีอิทธิพลมากขึ้น” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวใช้การเติบโตของ Twitter และโซเชียลมีเดียเป็นฉากหลังของใจความหลัก โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ With the rise of + นามวลี แล้วตามด้วยอนุประโยคหลักที่สมบูรณ์ โครงสร้างนี้เชื่อมแนวโน้มเข้ากับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน แต่ตัวโครงสร้างเพียงอย่างเดียวไม่ได้พิสูจน์ว่าแนวโน้มนั้นเป็นสาเหตุโดยตรงของการเปลี่ยนแปลง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำขึ้นต้นภาษาอังกฤษสี่คำที่เรียนไปข้างต้น: ____ digital payments, many small businesses now handle less cash.

ดูคำตอบ

With the rise of

สำนวน

the art of conversation: การสนทนาในฐานะทักษะที่ต้องฝึกฝน

the art of conversation เป็นอุปมาที่มองการสนทนาที่ดีและรอบคอบว่าเป็นทักษะอย่างหนึ่ง art ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงภาพวาดหรือผลงานศิลปะ แต่สื่อถึงความสามารถ วิจารณญาณ และการฝึกฝน โครงสร้าง the art of + คำนามหรือรูป -ing นำเสนอกิจกรรมว่าเป็นทักษะที่ต้องใช้ความใส่ใจและประสบการณ์ เช่น the art of negotiation หรือ the art of telling a story

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมายสามคำที่มี art: A good interviewer learns ____ listening carefully.

ดูคำตอบ

the art of

But luckily, there are still millions of us

0:51

แต่โชคดีที่ยังมีพวกเราอีกนับล้าน

who love to talk, chat, chinwag, and chatter away. กริยาวลี

0:53

ที่รักการพูดคุย เม้าท์มอย คุยเล่น และเจื้อยแจ้ว

กริยาวลี

chatter away: พูดคุยต่อเนื่องอย่างสบาย ๆ

Chatter away หมายถึงพูดคุยต่อเนื่องแบบสบาย ๆ และมีชีวิตชีวา ในประโยคนี้ away ไม่ได้บอกการเคลื่อนที่ แต่เพิ่มความหมายว่าการกระทำดำเนินต่อไป โครงสร้าง verb + away แบบเดียวกันสามารถบอกว่ากิจกรรมดำเนินต่อเนื่องอยู่ระยะหนึ่งได้ เช่น work away หรือ type away โดยคำกริยาบอกกิจกรรม ส่วน away เพิ่มความรู้สึกว่ากิจกรรมนั้นยังดำเนินต่อไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ chatter away: On the long bus ride, the cousins ____ about their favourite games.

ดูคำตอบ

chattered away

In fact, in 2012,

0:57

จริงๆ แล้ว ในปี 2012

a competition in Latvia broke the world record วลี

0:59

การแข่งขันในประเทศลัตเวียได้ทำลายสถิติโลก

for the longest telephone conversation.

1:03

สำหรับบทสนทนาทางโทรศัพท์ที่ยาวนานที่สุด

วลี

broke the world record for: ทำผลงานเหนือกว่าสถิติโลก

Break the world record for + ประเภท หมายถึงทำผลงานได้ดีกว่าสถิติโลกเดิมในประเภทนั้น คำว่า break ในที่นี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงทำสิ่งของให้แตกจริง ๆ broke เป็นรูปอดีตของ break คำที่ตามหลัง for ระบุประเภทของสถิติ เช่น the longest telephone conversation

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่านักว่ายน้ำทำผลงานเหนือกว่าสถิติโลกเดิมจริง ๆ

  1. The swimmer broke the world record for the 100-metre freestyle.
  2. The swimmer attempted to break the world record for the 100-metre freestyle.
  3. The swimmer held the world record for the 100-metre freestyle.
ดูคำตอบ

The swimmer broke the world record for the 100-metre freestyle.

So, Neil, my question is this:

1:05

ดังนั้น นีล คำถามของฉันคือ:

How long did this record-breaking conversation last? ไวยากรณ์

1:08

การสนทนาที่ทำลายสถิตินี้กินเวลานานเท่าไหร่?

ไวยากรณ์

How long did ... last?: ถามระยะเวลาในอดีต

How long did + ประธาน + last? ใช้ถามว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตและถือว่าสิ้นสุดแล้วดำเนินอยู่นานเท่าไร ตรงนี้ last เป็นคำกริยาหมายถึงดำเนินต่อไปเป็นระยะเวลาหนึ่ง ไม่ใช่คำคุณศัพท์ที่หมายถึงสุดท้าย did แสดงอดีตอยู่แล้ว ดังนั้น last จึงต้องคงรูปพื้นฐาน: How long did the conversation last? ไม่ใช้ How long did the conversation lasted?

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง How long did ... last? เติมคำถามเกี่ยวกับการประชุมที่จบแล้วให้สมบูรณ์: ____ the meeting ____?

ดูคำตอบ

How long did · last

Was it A) 24 hours and 4 minutes,

1:12

คือ A) 24 ชั่วโมง 4 นาที

B) 54 hours and 4 minutes,

1:15

B) 54 ชั่วโมง 4 นาที

or C) 84 hours and 4 minutes?

1:19

หรือ C) 84 ชั่วโมง 4 นาที?

Hmm, I'll guess A) 24 hours and 4 minutes,

1:22

อืม ผมขอเดาว่า A) 24 ชั่วโมง 4 นาที

after which they probably fell asleep. ไวยากรณ์

1:27

หลังจากนั้นพวกเขาน่าจะผล็อยหลับไป

ไวยากรณ์

after which: เชื่อมเหตุการณ์ก่อนหน้ากับเหตุการณ์ถัดไป

after which หมายถึงหลังจากเหตุการณ์หรือช่วงเวลานั้น ในประโยคนี้ which ย้อนอ้างถึงช่วงเวลาการสนทนา 24 ชั่วโมง 4 นาทีที่กล่าวไว้ก่อนหน้า และอนุประโยคถัดไปบอกว่าน่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น โครงสร้างนี้เชื่อมด้วยบุพบท + สรรพนามสัมพันธ์ โดยปกติจะมีเครื่องหมายจุลภาคอยู่ข้างหน้า และหลัง after which ใช้ลำดับประธาน + กริยาตามปกติ: ..., after which they probably fell asleep. จึงรวมสองความคิดที่เรียงตามเวลาไว้ในประโยคเดียวได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ after which ได้ถูกต้องเพื่อเชื่อมเหตุการณ์หนึ่งกับสิ่งที่เกิดขึ้นต่อมา

  1. The museum closed at six, after which the staff went home.
  2. The museum closed at six, which after the staff went home.
  3. The museum closed at six, after which did the staff go home.
ดูคำตอบ

The museum closed at six, after which the staff went home.

Okay, Neil, I'll reveal the correct answer ลำดับความ

1:29

โอเค นีล ฉันจะเฉลยคำตอบที่ถูกต้อง

later in the program.

1:31

ในช่วงหลังของรายการ

ลำดับความ

I'll reveal the correct answer later...: สัญญาณบอกโครงสร้างรายการ

I'll reveal the correct answer later in the program เป็นคำบอกทางของโครงสร้างรายการ ผู้ดำเนินรายการยังไม่เฉลยตอนนี้ แต่บอกผู้ฟังว่ารายการจะกลับมาที่คำถามนี้อีกครั้ง วิธีนี้ช่วยจัดลำดับเนื้อหาของตอนและสร้างความลุ้น ในที่นี้ reveal หมายถึงทำให้ข้อมูลที่ก่อนหน้านี้ยังไม่รู้หรือถูกเก็บไว้เปิดเผยออกมา ไม่ใช่แค่พูดอะไรบางอย่าง ส่วน later in the program หมายถึงช่วงหลังของรายการตอนเดียวกัน

แบบฝึกหัด

หน้าที่หลักของ I'll reveal the correct answer later in the program คืออะไร

  1. ผู้ดำเนินรายการเก็บคำตอบไว้ก่อนและสัญญาว่าจะบอกในภายหลัง
  2. ผู้ดำเนินรายการย้ายคำตอบไปไว้ในตอนอื่น
  3. ผู้ดำเนินรายการบอกคำตอบที่ถูกต้องทันที
ดูคำตอบ

ผู้ดำเนินรายการเก็บคำตอบไว้ก่อนและสัญญาว่าจะบอกในภายหลัง

During a long career, DJ and BBC Radio presenter

1:32

ตลอดอาชีพอันยาวนาน ดีเจและผู้ดำเนินรายการวิทยุ BBC

Nihal Arthanayake, has had conversations with hundreds of people. ไวยากรณ์

1:36

Nihal Arthanayake ได้สนทนากับผู้คนมาเป็นร้อยๆ คน

ไวยากรณ์

has had conversations with...: ประสบการณ์ที่สะสมมาจนถึงตอนนี้

has had conversations with... อยู่ในรูป present perfect โดยมองการสนทนาหลายครั้งเป็นประสบการณ์ที่สะสมจากช่วงหนึ่งในอดีตมาจนถึงตอนนี้ แทนที่จะวางไว้ในเวลาอดีตที่จบลงแล้ว has ตัวแรกเป็นกริยาช่วย ส่วน had เป็น past participle ของกริยาหลัก have ในวลี have a conversation with someone

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป present perfect ของ have: Since becoming a reporter, Ben ____ conversations with many local leaders.

ดูคำตอบ

has had

Now, he's used these experiences to write a book

1:40

ตอนนี้เขาได้นำประสบการณ์เหล่านี้มาเขียนหนังสือ

entitled Let's Talk: How to Have Better Conversations. การใช้คำ

1:43

ชื่อว่า Let's Talk: How to Have Better Conversations

การใช้คำ

entitled: การแนะนำชื่อผลงานอย่างเป็นทางการ

ใน a book entitled X คำว่า entitled หมายถึง “มีชื่อว่า X” เป็นรูปกริยาช่องสามที่วางหลังคำนามเพื่อเพิ่มชื่อของผลงาน โดยรูปเต็มคือ a book that is entitled X โครงสร้างนี้ใช้แนะนำชื่อหนังสือ บทความ รายงาน ภาพยนตร์ หรือผลงานประเภทอื่นได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ entitled เพื่อแนะนำชื่อของผลงาน?

  1. He sounded entitled during the meeting.
  2. He wrote an essay entitled The Value of Silence.
  3. Members are entitled to a free replacement.
ดูคำตอบ

He wrote an essay entitled The Value of Silence.

Here, Nihal tells another radio presenter,

1:47

ที่นี่ นีฮาลได้บอกกับผู้ดำเนินรายการวิทยุอีกท่านหนึ่ง

Michael Rosen of BBC Radio 4's Word of Mouth,

1:50

คือ Michael Rosen จากรายการ Word of Mouth ของวิทยุ BBC 4

about the influence of his mother,

1:54

เกี่ยวกับอิทธิพลจากแม่ของเขา

who also loved talking to people in her job as a nurse.

1:56

ผู้ซึ่งรักการพูดคุยกับผู้คนในสายงานพยาบาลของเธอเช่นกัน

Well, it gave me the sense that you are enriched by listening. โน้ต

2:00

อืม มันทำให้ผมรู้สึกว่าคุณได้รับการเติมเต็มจากการรับฟัง

วลี

gave me the sense that: การแสดงความรู้สึกหรือความเข้าใจส่วนตัว

gave me the sense that... หมายถึง “ทำให้ฉันเกิดความรู้สึกหรือความเข้าใจว่า...” โดย sense ในที่นี้หมายถึงความรู้สึกหรือความเข้าใจ ไม่ใช่หนึ่งในประสาทสัมผัสทั้งห้า โครงสร้างคือ give + คน + the sense that + อนุประโยค ใช้เสนอเนื้อหาที่ตามมาว่าเป็นข้อสรุปหรือความรู้สึกส่วนตัวของผู้พูด ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ได้รับการพิสูจน์อย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

ใช้วลีเป้าหมายเติมประโยคให้สมบูรณ์: The empty classroom ____ everyone had already gone home.

ดูคำตอบ

gave me the sense that

การใช้คำ

are enriched by listening: ได้รับความลึกซึ้งผ่านประสบการณ์

are enriched by listening หมายถึง การฟังช่วยเพิ่มความลึกซึ้งให้กับความเข้าใจ ประสบการณ์ หรือโลกภายในของคนเรา ในที่นี้ enriched กล่าวถึงการเติบโตทางความคิดหรือส่วนบุคคล โครงสร้างคือ be enriched by + คำนามหรือรูป -ing ประธานเป็นผู้ได้รับประโยชน์ และ by ใช้บอกประสบการณ์หรือแหล่งที่ทำให้เกิดประโยชน์นั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปถูกกระทำของ enrich และคำบุพบทที่ใช้บอกแหล่งที่มา: Maya's understanding was ____ listening to local residents.

ดูคำตอบ

enriched by

And this was of course pre-social media, วัฒนธรรม

2:06

และแน่นอนว่านี่คือยุคก่อนโซเชียลมีเดีย

which has of course encouraged us to project, to transmit, more than receive. การใช้คำ

2:08

ซึ่งได้ผลักดันให้เราแสดงออกและส่งสารออกไปมากกว่าการรับเข้ามา

วัฒนธรรม

pre-social media: ใช้ pre- เพื่อบอกช่วงเวลาก่อนหน้า

pre-social media หมายถึง ก่อนที่โซเชียลมีเดียจะมีขึ้นหรือถูกใช้อย่างแพร่หลาย ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าววางเหตุการณ์ไว้ในยุคการสื่อสารที่เก่ากว่า pre- เป็นคำเติมหน้าที่หมายถึง ก่อน โดยต้องเชื่อมกับคำหรือแนวคิดที่ตามมาเพื่อสร้างป้ายบอกช่วงเวลาเดียว เช่น pre-war หรือ pre-digital ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นคำแยกต่างหาก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ pre-social media ในความหมายว่าช่วงเวลาก่อนที่โซเชียลมีเดียจะแพร่หลาย

  1. The recording was posted on social media yesterday.
  2. The recording comes from the pre-social media period.
  3. The recording gives a preview of a social media app.
ดูคำตอบ

The recording comes from the pre-social media period.

การใช้คำ

project, to transmit, more than receive: ส่งออกไปมากกว่ารับเข้ามา

project ตรงนี้เป็นคำกริยา หมายถึงการนำเสนอภาพลักษณ์ ตัวตน หรือความคิดออกไปให้คนอื่นเห็น transmit หมายถึงส่งข้อมูลออกไป ส่วน receive หมายถึงรับสิ่งที่คนอื่นสื่อมา คำกริยาทั้งสามคำบอกทิศทางของการสื่อสาร more than receive ทำให้เห็นว่าการสื่อสารนี้ไม่สมดุล ประเด็นของผู้พูดคือ คนเราถูกกระตุ้นให้แสดงตัวตนและส่งสารออกไปมากกว่าที่จะฟัง สังเกต หรือรับสารจากผู้อื่น

แบบฝึกหัด

ข้อใดถอดความหมายของ project, to transmit, more than receive ในประโยคนี้ได้ดีที่สุด?

  1. ผู้คนรับข้อมูลมากกว่าที่แบ่งปันออกไป
  2. ผู้คนวางแผนโครงการมากกว่าที่ทำเสร็จ
  3. ผู้คนแสดงและส่งเนื้อหาออกไปมากกว่าที่รับเข้ามา
ดูคำตอบ

ผู้คนแสดงและส่งเนื้อหาออกไปมากกว่าที่รับเข้ามา

So, it meant that, I guess I was conscious โน้ต

2:13

ดังนั้น มันหมายความว่า ผมคิดว่าผมตระหนักถึง

of experiences of others and wanted to try and understand them.

2:15

ประสบการณ์ของคนอื่นและต้องการพยายามทำความเข้าใจพวกเขา

น้ำเสียง/เจตนา

guess I ใน I guess I was: ทำให้การตัดสินเกี่ยวกับตนเองนุ่มนวลลง

คำที่เน้นคือ guess I ซึ่งอยู่ในโครงสร้างเต็ม I guess I was.... I ที่อยู่หน้า guess เป็นประธานของ guess ส่วน I ที่อยู่หลัง guess เริ่มข้อความเกี่ยวกับอดีตของผู้พูด ตรงนี้ I guess มีความหมายใกล้กับ I think («ฉันคิดว่า») หรือ as I see it («ในมุมมองของฉัน») ไม่ได้หมายถึง «ฉันกำลังพยายามเดาคำตอบ» สำนวนนี้ทำให้คำบรรยายเกี่ยวกับตัวเองไม่ฟังดูเด็ดขาดเกินไป เมื่อมองย้อนกลับไป ผู้พูดฟังดูครุ่นคิดและไม่แน่ใจเล็กน้อย แทนที่จะยืนยันว่าตนมั่นใจอย่างสมบูรณ์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ I guess เพื่อทำให้การกล่าวถึงความทรงจำส่วนตัวฟังดูนุ่มนวลลง?

  1. Her guess was completely right.
  2. Guess what happened after lunch.
  3. I guess I was too nervous to speak.
ดูคำตอบ

I guess I was too nervous to speak.

วลี

conscious of: สังเกตเห็นหรือตระหนักถึงบางสิ่ง

Be conscious of something หมายถึง สังเกตเห็นบางสิ่งหรือตระหนักว่ามันมีอยู่ ในประโยคนี้ ผู้พูดตระหนักถึงประสบการณ์ของคนอื่นและต้องการเข้าใจพวกเขา เมื่อระบุสิ่งที่ตระหนักถึงด้วยคำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing จะต้องตาม conscious ด้วย of เช่น conscious of the problem, conscious of them, conscious of being watched ในประโยคนี้หมายถึงการตระหนักถึงบางสิ่ง ไม่ใช่ความหมายทางการแพทย์ว่าได้สติหรือตื่นอยู่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ conscious กับคำบุพบทที่ถูกต้อง: During the meeting, Ava was ____ the time.

ดูคำตอบ

conscious of

Also, partially, Michael, it was a survival instinct การใช้คำ

2:21

อีกทั้งส่วนหนึ่งนะไมเคิล มันคือสัญชาตญาณการเอาตัวรอด

การใช้คำ

survival instinct: การปกป้องตัวเองโดยอัตโนมัติเมื่อเผชิญภัยคุกคาม

survival instinct คือแรงกระตุ้นตามธรรมชาติที่มักเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติเพื่อปกป้องตัวเองเมื่อรู้สึกถึงอันตราย ภัยคุกคาม หรือแรงกดดันอย่างหนัก ในประโยคนี้ ผู้พูดใช้วลีดังกล่าวเพื่อกล่าวถึงการปกป้องตัวเองในสภาพแวดล้อมทางสังคมที่ยากลำบาก วลีนี้ไม่ได้หมายถึงการเอาชีวิตรอดในป่าเท่านั้น แต่ยังใช้บรรยายพฤติกรรมป้องกันตัวเมื่อใครบางคนรู้สึกไม่ปลอดภัยทางสังคมหรือทางอารมณ์ได้ด้วย

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเป็นตัวอย่างของ survival instinct ที่เป็นธรรมชาติที่สุด

  1. Noah คัดบทกวีอย่างเรียบร้อยเพื่อทำการบ้าน
  2. ระหว่างพายุรุนแรง Noah ถอยห่างจากหน้าต่างโดยอัตโนมัติ
  3. Noah เลือกถุงเท้าสีเขียวเพราะเข้ากับเสื้อของเขา
ดูคำตอบ

ระหว่างพายุรุนแรง Noah ถอยห่างจากหน้าต่างโดยอัตโนมัติ

because I was a little brown boy in a predominantly white school, โน้ต

2:24

เพราะผมเป็นเด็กชายผิวสีน้ำตาลตัวเล็กๆ ในโรงเรียนที่มีคนขาวเป็นส่วนใหญ่

การใช้คำ

a little brown boy: การบอกเล่าตัวตนในวัยเด็กทั้งเรื่องอายุและอัตลักษณ์

ใน a little brown boy คำว่า little บอกว่าตอนนั้นผู้พูดยังเป็นเด็ก ส่วน brown ในที่นี้ไม่ใช่คำบอกสีของสิ่งของทั่วไป แต่เป็นส่วนหนึ่งของการที่ผู้พูดอธิบายอัตลักษณ์ทางเชื้อชาติหรือชาติพันธุ์ของตน และการที่คนอื่นอาจมองเขา เมื่อรวมกัน วลีนี้นำเสนอผู้พูดในฐานะเด็กเล็กที่ดูแตกต่างในโรงเรียนที่คนผิวขาวเป็นคนส่วนใหญ่ แต่ไม่ได้ระบุชาติพันธุ์ สัญชาติ หรือศาสนาที่แน่นอนของเขา

แบบฝึกหัด

a little brown boy สื่อความหมายอะไรในประโยคนี้

  1. ผู้พูดบรรยายตนเองว่าเป็นเด็กเล็กซึ่งอัตลักษณ์ของการเป็นคนผิวสีน้ำตาลมีความสำคัญในสภาพแวดล้อมของโรงเรียนนั้น
  2. ผู้พูดบอกชาติพันธุ์และสัญชาติที่แน่นอนของตน
  3. เด็กชายสวมเสื้อผ้าสีน้ำตาลและตัวเตี้ยกว่าทุกคน
ดูคำตอบ

ผู้พูดบรรยายตนเองว่าเป็นเด็กเล็กซึ่งอัตลักษณ์ของการเป็นคนผิวสีน้ำตาลมีความสำคัญในสภาพแวดล้อมของโรงเรียนนั้น

วัฒนธรรม

predominantly white school: คนส่วนใหญ่เป็นคนผิวขาว แต่ไม่ใช่ทั้งหมด

ใน a predominantly white school คำว่า predominantly หมายถึง “เป็นหลัก” หรือ “ส่วนใหญ่” ส่วน white ใช้อธิบายชุมชนในโรงเรียน โดยเฉพาะองค์ประกอบของนักเรียน จึงหมายความว่าคนส่วนใหญ่ที่นั่นเป็นคนผิวขาว ไม่ได้หมายความว่าทุกคนเป็นคนผิวขาว รายละเอียดนี้แสดงว่าผู้พูดเป็นส่วนหนึ่งของชนกลุ่มน้อยที่เห็นได้ชัดในสภาพแวดล้อมนั้น วลีนี้อธิบายองค์ประกอบของชุมชน ไม่ใช่สีของอาคารเรียน

แบบฝึกหัด

a predominantly white school หมายความว่าอย่างไร

  1. อาคารเรียนส่วนใหญ่ทาสีขาว
  2. คนส่วนใหญ่ในชุมชนโรงเรียนเป็นคนผิวขาว แต่ไม่จำเป็นว่าทุกคนจะเป็นคนผิวขาว
  3. ทุกคนในโรงเรียนเป็นคนผิวขาวโดยไม่มีข้อยกเว้น
ดูคำตอบ

คนส่วนใหญ่ในชุมชนโรงเรียนเป็นคนผิวขาว แต่ไม่จำเป็นว่าทุกคนจะเป็นคนผิวขาว

a state school in the 1980s. วัฒนธรรม

2:29

โรงเรียนรัฐบาลในช่วงยุค 1980

วัฒนธรรม

state school ในภาษาอังกฤษแบบอังกฤษ

ในระบบการศึกษาของสหราชอาณาจักร state school คือโรงเรียนระดับประถมหรือมัธยมที่ได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาล และโดยทั่วไปนักเรียนเข้าเรียนได้โดยไม่เสียค่าเล่าเรียน คำว่า state ในที่นี้หมายถึงการจัดการศึกษาโดยภาครัฐ ไม่ได้หมายถึงรัฐใดรัฐหนึ่งของสหรัฐอเมริกา จึงไม่ควรเข้าใจว่าวลีนี้หมายถึงโรงเรียนที่เป็นของรัฐหนึ่งในสหรัฐฯ

แบบฝึกหัด

ในบริบทการศึกษาของสหราชอาณาจักร state school โดยทั่วไปหมายถึงอะไร

  1. public school แบบดั้งเดิมของอังกฤษที่เก็บค่าเล่าเรียน
  2. โรงเรียนที่ได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลและโดยทั่วไปนักเรียนเข้าเรียนได้โดยไม่เสียค่าเล่าเรียน
  3. โรงเรียนที่ต้องดำเนินการโดยรัฐใดรัฐหนึ่งของสหรัฐอเมริกาเท่านั้น
ดูคำตอบ

โรงเรียนที่ได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลและโดยทั่วไปนักเรียนเข้าเรียนได้โดยไม่เสียค่าเล่าเรียน

For Nihal, good conversation involves listening as much as speaking. ไวยากรณ์

2:31

สำหรับนีฮาล การสนทนาที่ดีประกอบด้วยการรับฟังให้มากพอๆ กับการพูด

ไวยากรณ์

listening as much as speaking: ให้ความสำคัญกับการฟังและการพูดเท่ากัน

ใน listening as much as speaking วลี as much as เชื่อมกิจกรรมรูป -ing สองอย่างและให้น้ำหนักเท่ากัน หมายความว่าการสนทนาที่ดีต้องอาศัยการฟังและการพูดในระดับเดียวกัน นี่ไม่ใช่การนับจำนวนนาทีหรือรอบการพูดอย่างแม่นยำ รูปแบบ X as much as Y ใช้แสดงได้ว่ากิจกรรม คุณสมบัติ หรือความต้องการสองอย่างมีความสำคัญเท่ากันในสถานการณ์หนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายสามคำที่หมายถึง “ในระดับเดียวกัน” ให้สมบูรณ์: A strong friendship needs honesty ____ kindness.

ดูคำตอบ

as much as

By listening, we find out things about the person we're talking to, กริยาวลี

2:36

จากการฟัง เราจะค้นพบสิ่งต่างๆ เกี่ยวกับคนที่เรากำลังคุยด้วย

which in turn help us understand ourselves. ลำดับความ

2:39

ซึ่งในทางกลับกันก็ช่วยให้เราเข้าใจตัวเองด้วย

กริยาวลี

find out: ค้นพบหรือได้รู้ข้อมูล

find out หมายถึง “ค้นพบหรือได้รู้ข้อมูล” หลังจากฟัง ถาม ตรวจสอบ หรือสืบค้น ในประโยคนี้ การฟังทำให้เราได้ข้อมูลเกี่ยวกับคนที่กำลังคุยด้วย คำนี้เป็น phrasal verb โดย find และ out ทำงานร่วมกันเป็นความหมายเดียว out ในที่นี้ไม่ได้บอกทิศทางการเคลื่อนที่ รูปแบบที่พบบ่อยคือ find out something และ find out that/why/when...

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย phrasal verb ที่ประกอบจาก find และหมายถึง “ค้นหาข้อมูลจนทราบ”: I checked the website to ____ when the museum closes.

ดูคำตอบ

find out

ลำดับความ

in turn: แสดงผลลัพธ์ขั้นถัดไปในห่วงโซ่

in turn ใช้จัดความคิดให้เป็นห่วงโซ่ของผลที่ต่อเนื่องกัน การฟังช่วยให้เรารู้จักอีกคนหนึ่ง และความรู้นั้นก็ช่วยให้เราเข้าใจตัวเองในขั้นต่อไป in turn ในที่นี้หมายถึง “ส่งผลต่อไปอีกขั้น” หรือ “ในขั้นถัดไปของห่วงโซ่” โดยแสดงว่าผลลัพธ์หนึ่งกลายเป็นสาเหตุของอีกผลลัพธ์หนึ่ง ในประโยคนี้ไม่ได้หมายถึง “ผลัดกัน”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมสองคำที่หมายถึง “ในฐานะผลลัพธ์ถัดไปของห่วงโซ่”: Better sleep improves memory, which ____ helps us concentrate.

ดูคำตอบ

in turn

This is why Nihal says we are enriched by listening. ลำดับความ

2:43

นี่คือเหตุผลที่นีฮาลบอกว่าเราได้รับการเติมเต็มด้วยการฟัง

ลำดับความ

This is why: เชื่อมเหตุผลไปสู่ผลลัพธ์

This is why ใช้ย้อนกลับไปยังเหตุผลหรือคำอธิบายที่กล่าวไว้แล้ว แล้วนำไปสู่ผลลัพธ์หรือข้อสรุป ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวทำให้ “Nihal says we are enriched by listening” เป็นข้อสรุปที่ได้รับการสนับสนุนจากเนื้อหาก่อนหน้า โครงสร้างคือ This is why + ประธาน + กริยา อนุประโยคหลัง why ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าปกติ โดย why ไม่ได้เริ่มคำถามใหม่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ This is why ได้ถูกต้องเพื่อเชื่อมสาเหตุกับผลลัพธ์?

  1. The roads were icy. This is why did the school close.
  2. The roads were icy. This is why the school closed.
  3. The roads were icy. This is because the school closed.
ดูคำตอบ

The roads were icy. This is why the school closed.

We're improved by having something else added.

2:47

เราถูกพัฒนาให้ดีขึ้นจากการที่มีบางสิ่งเพิ่มเข้ามา

As a British Asian boy growing up in a white community, วัฒนธรรม

2:50

ในฐานะเด็กชายลูกครึ่งอังกฤษ-เอเชียที่เติบโตในชุมชนคนขาว

วัฒนธรรม

British Asian: อัตลักษณ์แบบบริติชและภูมิหลังเชื้อสายเอเชีย

British Asian เป็นคำเรียกอัตลักษณ์ของคนบริติชที่มีภูมิหลังทางครอบครัวหรือชาติพันธุ์จากเอเชีย ในบริบทสหราชอาณาจักร คำว่า Asian มักสื่อถึงเชื้อสายเอเชียใต้เป็นพิเศษ แต่ขอบเขตของคำและคำเรียกที่แต่ละคนชอบอาจต่างกัน ในประโยคนี้ British Asian ทำให้เห็นความต่างระหว่างอัตลักษณ์ของเด็กชายกับชุมชนคนผิวขาวรอบตัว และแสดงว่าเขาเติบโตที่นั่นในฐานะสมาชิกของชนกลุ่มน้อยทางชาติพันธุ์ คำนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกเชื้อสาย ศาสนา หรือภาษาที่เฉพาะเจาะจงของเขา

แบบฝึกหัด

ในบริบทของสหราชอาณาจักรนี้ British Asian น่าจะหมายถึงบุคคลแบบใดมากที่สุด?

  1. คนบริติชที่เคยเดินทางไปที่ใดที่หนึ่งในเอเชีย
  2. คนบริติชที่มีครอบครัวหรือเชื้อสายทางชาติพันธุ์จากเอเชีย
  3. นักท่องเที่ยวจากเอเชียคนใดก็ตามที่กำลังอยู่ในสหราชอาณาจักร
ดูคำตอบ

คนบริติชที่มีครอบครัวหรือเชื้อสายทางชาติพันธุ์จากเอเชีย

Nihal also thinks conversation was a way for him to make friends and find protection. ไวยากรณ์

2:54

นีฮาลยังคิดว่าการสนทนาเป็นวิธีหนึ่งที่เขาจะได้ผูกมิตรและหาความคุ้มครอง

ไวยากรณ์

a way for him to...: โครงสร้าง a way for someone to do something

ใน a way for him to make friends and find protection ใช้โครงสร้าง a way for someone to do something ซึ่งหมายถึงวิธีหรือโอกาสที่ทำให้บุคคลหนึ่งสามารถทำบางอย่างได้ ในที่นี้ for him ระบุว่าใครเป็นผู้ทำทั้งสองการกระทำหลัง to นั่นคือเขาเป็นผู้ผูกมิตรและได้รับการคุ้มครอง to เพียงตัวเดียวนำหน้ากลุ่มคำกริยาที่ขนานกันคือ make friends และ find protection จึงไม่ต้องใส่ to ซ้ำหน้า find

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้โครงสร้าง a way for someone to do something: The club is ____ new students ____ people.

ดูคำตอบ

a way for · to meet

He says having conversations was a survival instinct,

3:00

เขาบอกว่าการพูดคุยเป็นสัญชาตญาณการเอาตัวรอด

the human instinct to do something in a dangerous situation

3:04

สัญชาตญาณของมนุษย์ที่ต้องทำบางอย่างในสถานการณ์อันตราย

that will keep them safe from harm. วลี

3:07

ที่จะช่วยให้พวกเขาปลอดภัยจากอันตราย

วลี

keep them safe from harm: keep + กรรม + คำคุณศัพท์ + from

ใน keep them safe from harm คำว่า keep ตามด้วยกรรม them และคำคุณศัพท์ safe วลีนี้หมายถึงทำให้พวกเขายังคงอยู่ในสภาพที่ปลอดภัย From harm ระบุอันตรายหรือผลเสียที่พวกเขาได้รับการปกป้อง ไม่ได้ระบุสถานที่ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ keep + คนหรือสิ่งของ + safe from + อันตราย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้โครงสร้าง keep + กรรม + safe from: These helmets ____ cyclists ____ head injuries.

ดูคำตอบ

keep · safe from

Nihal sees an important difference between listening simply to reply ไวยากรณ์

3:10

นีฮาลเห็นความแตกต่างที่สำคัญระหว่างการฟังเพียงเพื่อจะตอบกลับ

and listening to understand.

3:15

และการฟังเพื่อทำความเข้าใจ

ไวยากรณ์

difference between ... and ...: การเปรียบเทียบแนวคิดสองอย่างที่มีโครงสร้างขนานกัน

รูปแบบ difference between A and B ใช้ระบุสองสิ่งที่กำลังนำมาเปรียบเทียบ ในที่นี้ A คือ listening simply to reply และ B คือ listening to understand ดังนั้นประโยคนี้จึงเปรียบเทียบจุดประสงค์สองแบบของการฟัง หลัง between ให้ใช้ and เชื่อมสองส่วนที่เปรียบเทียบกัน การทำให้ A และ B มีโครงสร้างขนานกัน—ในที่นี้คือวลี listening สองวลีที่ตามด้วย to-infinitive เพื่อบอกจุดประสงค์—ช่วยให้การเปรียบเทียบชัดเจน

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบ difference between A and B ให้สมบูรณ์: There is a difference ____ hearing a word ____ understanding it.

ดูคำตอบ

between · and

When we listen to reply, we're thinking about the next thing we want to say

3:17

เมื่อเราฟังเพื่อตอบกลับ เราจะมัวคิดถึงสิ่งต่อไปที่เราอยากจะพูด

more than trying to understand the other person's point of view. วลี

3:21

มากกว่าที่จะพยายามทำความเข้าใจมุมมองของอีกฝ่าย

วลี

point of view: วิธีที่บุคคลหนึ่งมองประเด็นหนึ่ง

Point of view หมายถึงวิธีที่บุคคลหนึ่งมอง เข้าใจ หรือคิดเกี่ยวกับสถานการณ์หนึ่ง ในประโยคนี้ the other person's point of view คือมุมมองของอีกฝ่าย ไม่ใช่สถานที่จริงที่ใช้ยืนมอง ใช้ someone's point of view เพื่อระบุมุมมองของบุคคล และใช้ from someone's point of view เพื่อเกริ่นว่าสถานการณ์นั้นดูเป็นอย่างไรสำหรับบุคคลนั้น

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ the other person's point of view หมายถึงอะไร?

  1. ประโยคถัดไปที่อีกฝ่ายวางแผนจะพูด
  2. สถานที่จริงที่อีกฝ่ายกำลังยืนอยู่
  3. วิธีที่อีกฝ่ายมองและเข้าใจประเด็นนั้น
ดูคำตอบ

วิธีที่อีกฝ่ายมองและเข้าใจประเด็นนั้น

Listening to understand, on the other hand, ลำดับความ

3:24

ในทางกลับกัน การฟังเพื่อทำความเข้าใจ

helps build bridges, improve relationships between people สำนวน

3:27

ช่วยสร้างสะพานเชื่อมใจ พัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน

who are very different or do not like each other.

3:31

ที่แตกต่างกันมากหรือไม่ชอบพอหน้ากัน

ลำดับความ

on the other hand: เกริ่นอีกด้านที่แตกต่างกัน

On the other hand ใช้เกริ่นอีกด้านหนึ่งที่แตกต่างหรือตรงข้ามกับหัวข้อที่กำลังพูดถึงอยู่ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวทำให้ listening to understand เป็นด้านที่นำมาเปรียบต่าง จึงช่วยให้ผู้ฟังติดตามการเปรียบเทียบวิธีฟังแบบต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น วลีนี้วางได้ทั้งต้นประโยคและกลางประโยค และมักคั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค เป็นสำนวนตายตัว โดย hand ไม่ได้หมายถึง “มือ” ตามตัวอักษร และไม่จำเป็นต้องใช้ on the one hand ก่อน หากด้านแรกชัดเจนอยู่แล้ว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดนำเสนอชั่วโมงทำงานที่ยาวนานเป็นด้านที่ตรงข้ามกับค่าตอบแทนที่ดีได้เหมาะสมที่สุด

  1. The job pays well. On the other hand, the hours are very long.
  2. The job pays well. As a result, the hours are very long.
  3. The job pays well. On the contrary, the hours are very long.
ดูคำตอบ

The job pays well. On the other hand, the hours are very long.

สำนวน

build bridges: สร้างความเชื่อมโยงและความเข้าใจ

build bridges ในที่นี้เป็นอุปมา หมายถึงการสร้างความเชื่อมโยง ความไว้วางใจ หรือความเข้าใจระหว่างคนหรือกลุ่มที่แยกห่างกันเพราะความแตกต่าง ความไม่ชอบกัน หรือความขัดแย้ง ไม่ได้หมายถึงการสร้างสะพานจริง ๆ วลี improve relationships ที่อยู่ใกล้กันยืนยันความหมายเชิงอุปมานี้ สำนวนดังกล่าวเน้นการทำให้การสื่อสารและความร่วมมือเกิดขึ้นได้แม้มีช่องว่างระหว่างกัน

แบบฝึกหัด

build bridges ในประโยคใดหมายถึงการสร้างหรือปรับปรุงความสัมพันธ์

  1. The storm damaged several bridges along the coast.
  2. The engineers build bridges that carry trains across rivers.
  3. The exchange programme helps build bridges between the two communities.
ดูคำตอบ

The exchange programme helps build bridges between the two communities.

Here's Nihal again in conversation with BBC Radio 4's Word of Mouth.

3:34

นี่คือนีฮาลอีกครั้งในการสนทนากับรายการ Word of Mouth ทางวิทยุ BBC 4

So, conversation can build bridges and it is proven through history ลำดับความ

3:39

ดังนั้น การสนทนาสามารถสร้างสะพานเชื่อมใจและมันได้รับการพิสูจน์แล้วในประวัติศาสตร์

that conversation has and that conversation can be seen as an art form. ไวยากรณ์

3:44

ว่าการสนทนาเคยทำได้และสามารถมองได้ว่าเป็นรูปแบบหนึ่งของศิลปะ

ลำดับความ

it is proven through history: ใช้ประวัติศาสตร์สนับสนุนข้ออ้าง

ในประโยคนี้ it is proven through history นำเสนอประวัติศาสตร์เป็นสิ่งสนับสนุนข้อความที่ตามหลัง that โดย it ทำหน้าที่แทนข้อความในอนุประโยค that ที่ตามมา ส่วนรูปถูกกระทำ is proven บอกก่อนว่าข้ออ้างนั้นได้รับการพิสูจน์แล้ว โดยไม่ระบุว่าใครเป็นผู้พิสูจน์ วลีนี้เป็นเพียงการอ้างถึงประสบการณ์ทางประวัติศาสตร์แบบกว้าง ๆ ไม่ใช่การพิสูจน์อย่างละเอียด หน้าที่ของวลีในบทสนทนาคือทำให้ข้ออ้างที่ตามมาฟังดูน่าเชื่อถือขึ้น

แบบฝึกหัด

it is proven through history ทำหน้าที่อะไรในการโต้แย้งนี้?

  1. ตั้งคำถามที่ประวัติศาสตร์ยังไม่ได้ตอบ
  2. นำเสนอประสบการณ์ทางประวัติศาสตร์เป็นข้อมูลสนับสนุนข้ออ้างแบบกว้าง ๆ
  3. บอกวันที่และรายละเอียดทั้งหมดของการพิสูจน์
ดูคำตอบ

นำเสนอประสบการณ์ทางประวัติศาสตร์เป็นข้อมูลสนับสนุนข้ออ้างแบบกว้าง ๆ

ไวยากรณ์

can be seen as an art form: การประเมินและการจัดประเภท

ใน can be seen as an art form คำว่า seen หมายถึง “ถูกมองว่า” หรือ “ถูกเข้าใจว่า” ไม่ได้หมายถึงการถูกมองเห็นด้วยตาจริง ๆ โครงสร้างถูกกระทำ be seen as + นามวลี ใช้จัดประธานให้อยู่ในประเภทหนึ่งหรือให้การประเมินแก่ประธาน Can ทำให้การจัดประเภทนี้เป็นมุมมองที่เป็นไปได้ ไม่ใช่ข้อสรุปเด็ดขาด กล่าวคือ การสนทนาอาจถูกมองว่าเป็นศิลปะรูปแบบหนึ่งได้อย่างสมเหตุสมผล แต่ไม่ได้หมายความว่านี่เป็นคำนิยามเพียงแบบเดียว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ be กริยาช่องสามของ see และ as: Street photography can ____ a record of everyday life.

ดูคำตอบ

be seen as

And that's one of the things I want us to understand.

3:48

และนั่นคือหนึ่งในสิ่งที่ผมอยากให้เราเข้าใจ

It's not just tittle-tattle, ลำดับความ

3:51

มันไม่ใช่แค่การซุบซิบนินทา

it's not just shouting at each other on social media.

3:54

มันไม่ใช่แค่การตะโกนใส่กันบนโซเชียลมีเดีย

It's not two politicians talking over each other.

3:57

มันไม่ใช่นักการเมืองสองคนพูดแทรกกันไปมา

ลำดับความ

It's not just ... It's not ...: การตัดคำนิยามที่ผิดออกไป

อนุประโยค It's not just ... และ It's not ... ที่กล่าวซ้ำทำงานร่วมกันเป็นคำนิยามเชิงปฏิเสธ สองส่วนแรกปฏิเสธความคิดที่ว่าการสนทนาที่ดีเป็นเพียงเรื่องซุบซิบหรือการตะโกนใส่กันทางออนไลน์ ส่วนสุดท้ายตัดภาพของการพูดแทรกทับกันออกไปโดยตรง รูปแบบนี้จัดลำดับคำอธิบายด้วยการขจัดความเข้าใจที่แคบหรือผิดก่อน แล้วจึงปูทางไปสู่คำนิยามเชิงบวกที่ตามมา ดังนั้นทุกส่วนจึงเป็นลำดับความคิดเดียวกัน ไม่ใช่คำบ่นที่ไม่เกี่ยวข้องกัน

แบบฝึกหัด

หน้าที่หลักในเชิงวาทกรรมของอนุประโยคปฏิเสธชุดนี้คืออะไร?

  1. เพื่อเล่าเหตุการณ์สามเหตุการณ์ตามลำดับเวลา
  2. เพื่อแนะนำรูปแบบการสนทนาที่ดีเท่าเทียมกันสามแบบ
  3. เพื่อปฏิเสธความเข้าใจที่แคบหรือผิดก่อนให้คำนิยามเชิงบวก
ดูคำตอบ

เพื่อปฏิเสธความเข้าใจที่แคบหรือผิดก่อนให้คำนิยามเชิงบวก

Good conversation brings people together, กริยาวลี

4:01

บทสนทนาที่ดีจะนำผู้คนมาอยู่ร่วมกัน

กริยาวลี

bring people together: การสร้างความเชื่อมโยงหรือความเป็นหนึ่งเดียว

ในที่นี้ bring people together ไม่ได้หมายถึงการย้ายผู้คนมาอยู่ในสถานที่เดียวกัน แต่หมายถึงการทำให้พวกเขาเชื่อมโยงกัน เข้าใจกันมากขึ้น หรือเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมากขึ้น รูปแบบที่พบบ่อยคือ bring + บุคคลหรือกลุ่ม + together ถ้าเป็นคำสรรพนามจะวางไว้ตรงกลาง เช่น bring them together เนื่องจาก Good conversation เป็นประธานเอกพจน์ กริยาในปัจจุบันกาลจึงเป็น brings

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วย bring ... together: A shared challenge can ____ a team ____.

ดูคำตอบ

bring · together

unlike tittle-tattle, talk about other people's lives การใช้คำ

4:03

ต่างจากการซุบซิบนินทา การพูดถึงชีวิตคนอื่น

that is usually unkind, disapproving, or untrue.

4:07

ที่มักจะใจร้าย ไม่เห็นด้วย หรือไม่เป็นความจริง

การใช้คำ

tittle-tattle: คำนินทาแบบไม่เป็นทางการและมีนัยลบเกี่ยวกับผู้อื่น

ในที่นี้ tittle-tattle หมายถึงคำพูดเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวของผู้อื่น โดยเฉพาะคำพูดที่ถูกมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย ไม่เป็นมิตร ตำหนิผู้อื่น หรือไม่น่าเชื่อถือ ผู้พูดไม่ได้หมายถึงการสนทนาที่เป็นกลาง เพราะคำนี้แสดงทัศนคติเชิงลบต่อเรื่องที่พูดอยู่แล้ว คำนี้เป็นคำนามแบบไม่เป็นทางการและมักใช้เป็นคำนามนับไม่ได้เพื่อเรียกรวม ๆ เช่น That is just tittle-tattle. ใจความที่นำไปใช้ในบริบทอื่นได้คือ “คำนินทาที่ถูกมองข้ามเพราะเป็นเรื่องเล็กน้อยหรือไม่น่าเชื่อถือ”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ tittle-tattle ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. The report calls its carefully checked evidence tittle-tattle.
  2. That rumour about the actor was only tittle-tattle.
  3. She used tittle-tattle to mean a friendly hello.
ดูคำตอบ

That rumour about the actor was only tittle-tattle.

And good conversation involves taking turns, วลี

4:11

และการสนทนาที่ดีต้องมีการสลับกันพูด

วลี

taking turns: ทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือพูดทีละคนตามลำดับ

Taking turns หมายถึงหลายคนทำกิจกรรมเดียวกันทีละคน โดยแต่ละคนได้โอกาสของตนเอง ในประโยคนี้หมายถึงผู้พูดผลัดกันพูด แทนที่จะพูดพร้อมกัน วลีพื้นฐานคือ take turns รูปแบบที่พบบ่อยคือ take turns doing something เช่น take turns speaking เมื่ออยู่หลัง involves จะใช้รูป -ing เป็น taking turns เพราะในที่นี้ involve ตามด้วยคำนามกริยา

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่หมายถึง “พูดทีละคนตามลำดับ” ลงในประโยค: A respectful discussion involves ____ and listening carefully.

ดูคำตอบ

taking turns

not talking over someone, trying to silence people กริยาวลี

4:14

ไม่ใช่การพูดแทรกใครบางคน การพยายามทำให้คนอื่นเงียบ

by talking more loudly, forcefully, and persistently than them.

4:18

ด้วยการพูดให้เสียงดังกว่า แข็งกร้าวกว่า และดื้อดึงกว่าพวกเขา

กริยาวลี

talking over someone: พูดแทรกกลบเสียงอีกฝ่าย

talk over someone หมายถึงพูดต่อทั้งที่อีกฝ่ายกำลังพูดอยู่ จนเสียงของเราไปกลบเสียงของเขา ทำให้อีกฝ่ายพูดไม่จบหรือคนอื่นได้ยินไม่ชัด ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวสื่อถึงการพยายามควบคุมบทสนทนาด้วยการพูดให้ดังกว่า หนักแน่นกว่า และต่อเนื่องกว่า over แสดงภาพว่าเสียงหนึ่งกลบอีกเสียงหนึ่ง วลีนี้จึงเน้นการขัดขวางจังหวะการพูดของคนอื่น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่า Maya พูดต่อขณะที่ Leo ยังพูดอยู่ จนเขาพูดไม่จบ

  1. Maya kept talking over Leo, so he could not finish his point.
  2. Maya talked with Leo until the meeting ended.
  3. Maya kept talking about Leo after the meeting.
ดูคำตอบ

Maya kept talking over Leo, so he could not finish his point.

Hopefully, Nihal's tips can help us all have better conversations, ไวยากรณ์

4:22

หวังว่าคำแนะนำของนีฮาลจะช่วยให้พวกเราทุกคนมีการสนทนาที่ดีขึ้น

encounter new ideas, and make friends.

4:26

ได้เจอแนวคิดใหม่ๆ และได้ผูกมิตรกัน

ไวยากรณ์

help us all have..., encounter..., and make...: กริยารูปพื้นฐานที่ขนานกันหลัง help

โครงสร้างคือ help + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน เช่น can help us all have... กรรมคือ us all ซึ่งหมายถึง “พวกเราทุกคน” หลังจากนั้น have, encounter และ make เป็นกริยารูปพื้นฐานสามคำที่วางขนานกัน เพื่อบอกผลลัพธ์ที่คำแนะนำอาจช่วยให้เกิดขึ้น กริยาทั้งสามคำใช้ can help us all ร่วมกัน จึงไม่ต้องกล่าวส่วนนี้ซ้ำ help สามารถตามด้วย “กรรม + กริยา infinitive ที่มี to” ได้เช่นกัน แต่เมื่อเรียงการกระทำหลายอย่าง รูปของกริยาควรขนานกัน

แบบฝึกหัด

ใช้ build, meet และ learn เติมโครงสร้างขนานต่อไปนี้ให้สมบูรณ์: A reading club can help children ____ confidence, ____ new people, and ____ new skills.

ดูคำตอบ

build · meet · learn

So, Sam, did you do any of these things

4:29

แล้วแซม คุณได้ทำสิ่งเหล่านี้บ้างไหม

when you met up with your old school friend?

4:31

ตอนที่คุณไปเจอเพื่อนเก่าสมัยเรียนน่ะ?

I think so.

4:33

ฉันคิดว่าทำนะ

We both listened to each other.

4:34

เราต่างก็รับฟังกันและกัน

There was no tittle-tattle, but a little bit of gossip. น้ำเสียง/เจตนา

4:36

ไม่มีการซุบซิบนินทาเสียหาย แต่ก็มีเมาท์มอยนิดหน่อย

น้ำเสียง/เจตนา

a little bit of gossip: การยอมรับเรื่องเชิงลบให้นุ่มนวลลง

a little bit of gossip หมายถึงเรื่องซุบซิบในปริมาณเล็กน้อย ในประโยคนี้ a little bit of ไม่ได้บอกแค่ปริมาณ แต่ยังทำให้การยอมรับฟังดูนุ่มนวลลง ผู้พูดยอมรับว่ามีการพูดเรื่องซุบซิบบ้าง แต่สื่อว่าเป็นเรื่องจำกัดและไม่ร้ายแรง โครงสร้างนี้ช่วยให้การพูดถึงปัญหาเล็กน้อยฟังดูเบาลงได้เมื่อใช้หน้าคำนามนับไม่ได้ เช่น a little bit of tension แต่บริบทยังคงเป็นตัวตัดสินว่าปัญหานั้นเล็กน้อยจริงหรือไม่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ a little bit of เพื่อยอมรับปัญหาเล็กน้อยโดยไม่ทำให้ฟังดูร้ายแรง

  1. There was a little bit of tension, but the team stayed polite.
  2. The tension was intense, but the team stayed polite.
  3. There was no tension at all, and the team stayed polite.
ดูคำตอบ

There was a little bit of tension, but the team stayed polite.

Before we knew it, a couple of hours had passed. สำนวน

4:39

เผลอแป๊บเดียว สองสามชั่วโมงก็ผ่านไปแล้ว

สำนวน

Before we knew it: บอกผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่ทันสังเกต

Before we knew it เป็นสำนวนที่หมายถึงบางสิ่งเกิดขึ้นหรือเวลาผ่านไปเร็วมากจนไม่มีใครสังเกตเห็นกระบวนการ ในที่นี้สำนวนดังกล่าวนำไปสู่ผลลัพธ์ว่าเวลาสองชั่วโมงได้ผ่านไปแล้ว คำสรรพนาม it ไม่ได้หมายถึงสิ่งของชิ้นใดโดยเฉพาะ ทั้งวลีทำหน้าที่เป็นเครื่องหมายบอกเวลาในการเล่าเรื่อง ก่อนกล่าวถึงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเกินคาด ประธานสามารถเปลี่ยนตามมุมมองได้ เช่น Before I knew it หรือ Before she knew it

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสี่คำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ก่อนที่ใครจะสังเกตเห็น”: We began the puzzle after dinner, and ____, it was nearly midnight.

ดูคำตอบ

before we knew it

But not as much time as those record-breaking telephone conversations ไวยากรณ์

4:42

แต่ก็ไม่นานเท่ากับการสนทนาทางโทรศัพท์ทำลายสถิติ

I mentioned earlier.

4:47

ที่ฉันเพิ่งพูดถึงไปก่อนหน้านี้

ไวยากรณ์

not as much time as: การเปรียบเทียบระยะเวลา

not as much time as ใช้เปรียบเทียบปริมาณเวลาสองส่วนและบอกว่าส่วนแรกน้อยกว่า โครงสร้างคือ not as + much + คำนามนับไม่ได้ + as ในที่นี้ time หมายถึงปริมาณเวลาหรือระยะเวลา จึงเป็นคำนามนับไม่ได้และใช้ much ไม่ใช่ many ข้อความนี้ขึ้นต้นด้วย But และละคำที่เข้าใจได้อยู่แล้วจากประโยคก่อนหน้า ในประโยคที่สมบูรณ์ การเปรียบเทียบแบบเดียวกันอาจเขียนเป็น The rehearsal did not take as much time as the concert.

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกได้ถูกต้องว่าการซ้อมใช้เวลาน้อยกว่าคอนเสิร์ต

  1. The rehearsal did not take as much time as the concert.
  2. The rehearsal took as much time as the concert.
  3. The rehearsal took more time than the concert.
ดูคำตอบ

The rehearsal did not take as much time as the concert.

Oh, yes.

4:48

อ้อ ใช่แล้ว

In your question,

4:48

ในคำถามของคุณ

you asked how long the world's longest telephone conversation lasted.

4:49

คุณถามว่าการสนทนาทางโทรศัพท์ที่ยาวนานที่สุดในโลกกินเวลาเท่าไร

I guessed it was an incredible 24 hours and 4 minutes.

4:54

ผมเดาไปว่าเป็นเวลาเหลือเชื่อถึง 24 ชั่วโมง 4 นาที

Was I right?

4:58

ผมตอบถูกไหม?

Well, Neil, I'm afraid that was the wrong answer. น้ำเสียง/เจตนา

4:58

อืม นีล ฉันเกรงว่านั่นจะเป็นคำตอบที่ผิด

น้ำเสียง/เจตนา

I'm afraid that was the wrong answer: การแก้ไขอย่างสุภาพ

ใน I'm afraid that was the wrong answer วลี I'm afraid ใช้เกริ่นข้อมูลที่ผู้ฟังอาจไม่อยากได้ยินอย่างสุภาพ ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดรู้สึกกลัวจริง ๆ วลีนี้ทำให้การแก้ตรง ๆ ว่า That was the wrong answer. นุ่มนวลขึ้น แต่ยังคงบอกอย่างชัดเจนว่าคำตอบนั้นผิด รูปแบบทั่วไปคือ I'm afraid + อนุประโยค ใช้เกริ่นข่าวร้าย การปฏิเสธ หรือการแก้ไขได้ ในภาษาพูดทั่วไปสามารถละ that ได้ เช่น I'm afraid the answer was wrong.

แบบฝึกหัด

บรรณารักษ์ต้องบอกผู้มาใช้บริการอย่างสุภาพว่าห้องสมุดปิดแล้ว ประโยคใดใช้ I'm afraid เพื่อเกริ่นข่าวร้ายนี้ได้เหมาะสมที่สุด

  1. I'm afraid the library has already closed.
  2. I'm frightened because the hallway is dark.
  3. I'm afraid of reading in quiet libraries.
ดูคำตอบ

I'm afraid the library has already closed.

In fact, the record-breaking conversation lasted

5:02

ความจริงแล้ว การสนทนาทำลายสถิติใช้เวลา

54 hours and 4 minutes,

5:06

54 ชั่วโมง 4 นาที

about the same as 540 programs of 6 Minute English. ไวยากรณ์

5:08

พอๆ กับรายการ 6 Minute English จำนวน 540 ตอนเลยทีเดียว

ไวยากรณ์

about the same as: การเปรียบเทียบว่าใกล้เคียงกัน

About the same as หมายถึง “ใกล้เคียงกัน” หรือ “ประมาณเท่ากัน” ในที่นี้ about ทำให้การเปรียบเทียบเป็นเพียงค่าประมาณ กล่าวคือ 54 ชั่วโมง 4 นาทีใกล้เคียงกับเวลารวมของรายการ 540 ตอน แต่ไม่จำเป็นต้องเท่ากันพอดี วลีนี้ช่วยเปลี่ยนตัวเลขที่นึกภาพยากให้เป็นสิ่งอ้างอิงที่เข้าใจง่ายขึ้น โครงสร้างที่พบบ่อยคือ A is/costs/weighs about the same as B ส่วนข้อความหลังเครื่องหมายจุลภาคในคำบรรยายมีความหมายเต็มว่า “which is about the same as the length of 540 programs”

แบบฝึกหัด

เติม about the same as เพื่อแสดงการเปรียบเทียบโดยประมาณ: This parcel weighs ____ that one; the difference is only 100 grams.

ดูคำตอบ

about the same as

Wow.

5:13

ว้าว

Okay, let's recap the vocabulary we've learned ลำดับความ

5:14

โอเค เรามาทบทวนคำศัพท์ที่เรียนไป

from this program on the art of good conversations,

5:17

จากรายการเกี่ยวกับศิลปะการสนทนาที่ดีกันเถอะ

ลำดับความ

recap the vocabulary: สัญญาณว่าจะเริ่มสรุปสั้น ๆ

Recap the vocabulary หมายถึงการเตือนความจำเกี่ยวกับคำศัพท์สำคัญที่สอนไปแล้วอย่างสั้นและเป็นระบบ Recap ไม่ใช่การพูดซ้ำทุกคำ แต่เป็นการเลือกประเด็นสำคัญมาสรุป Okay, let's recap ... เป็นสัญญาณที่ช่วยจัดลำดับเนื้อหา โดยบอกผู้ฟังว่าส่วนหลักกำลังจะจบและส่วนสรุปกำลังจะเริ่ม ในที่นี้ recap รับกรรมโดยตรงเป็น recap the vocabulary โดยไม่ต้องมีคำบุพบท

แบบฝึกหัด

ผู้ดำเนินรายการพูดว่า “Let's recap the vocabulary.” สิ่งใดน่าจะเกิดขึ้นต่อไปมากที่สุด?

  1. การเล่นรายการทั้งหมดซ้ำแบบคำต่อคำ
  2. การสรุปคำศัพท์สำคัญและความหมายแบบสั้น ๆ
  3. หัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องเลย
ดูคำตอบ

การสรุปคำศัพท์สำคัญและความหมายแบบสั้น ๆ

starting with chinwag,

5:20

เริ่มจาก chinwag

a long and pleasant conversation between friends.

5:22

บทสนทนาที่ยาวนานและสนุกสนานระหว่างเพื่อน

When something is enriched,

5:25

เมื่อบางสิ่งได้รับการ enriched

it's improved by having something else added to it.

5:27

มันถูกพัฒนาให้ดีขึ้นโดยมีบางสิ่งเพิ่มเข้ามา

The survival instinct is the basic instinct in humans and animals

5:30

survival instinct คือสัญชาตญาณพื้นฐานในมนุษย์และสัตว์

to do something in a dangerous situation that will keep them alive.

5:34

ในการทำบางสิ่งในสถานการณ์อันตรายที่จะทำให้พวกเขารอดชีวิต

If you build bridges,

5:38

ถ้าคุณ build bridges

you improve relationships between people

5:39

คุณปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน

who are very different or do not like each other.

5:42

ที่แตกต่างกันมากหรือไม่ชอบหน้ากัน

Tittle-tattle is talk about other people's lives

5:44

tittle-tattle คือการพูดคุยเรื่องชีวิตของคนอื่น

that is usually unkind, disapproving, or untrue.

5:47

ที่มักจะใจร้าย ไม่เห็นด้วย หรือไม่เป็นความจริง

And finally, if you talk over someone,

5:51

และสุดท้าย หากคุณ talk over someone

you silence or drown them out by talking more loudly than them. กริยาวลี

5:53

คุณทำให้พวกเขาเงียบหรือกลบเสียงของพวกเขาด้วยการพูดให้ดังกว่า

กริยาวลี

drown them out: ใช้เสียงที่ดังกว่ากลบเสียงของอีกฝ่าย

ในประโยคนี้ drown them out หมายถึงทำให้ไม่ได้ยินเสียงของอีกฝ่ายด้วยการส่งเสียงที่ดังกว่า คำว่า drown ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายความว่ามีใครกำลังจมน้ำ drown out เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ระหว่าง drown กับ out จึงใช้ drown them out ไม่ใช่ drown out them หากกรรมเป็นคำนาม สามารถวางได้ทั้งสองตำแหน่ง เช่น drown the speaker out หรือ drown out the speaker ประธานอาจเป็นคนหรือเสียงที่ดังกว่าก็ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ drown out: The cheering was so loud that it ____ the announcer ____.

ดูคำตอบ

drowned · out

That's the end of our conversation,

5:57

นั่นคือจุดสิ้นสุดการสนทนาของเรา

but remember to join us soon

5:59

แต่อย่าลืมกลับมาพบกับเราเร็วๆ นี้

for more trending topics and useful vocabulary.

6:01

สำหรับหัวข้อที่กำลังฮิตและคำศัพท์ที่เป็นประโยชน์

Bye for now.

6:04

ลาก่อนสำหรับตอนนี้

Goodbye.

6:05

ลาก่อน

6 Minute English from bbclearningenglish.com.

6:06

6 Minute English จาก bbclearningenglish.com