ทริปครอบครัวสุดหรรษา! | บลูอี้ (Bluey): บทเรียนภาษาอังกฤษ

Bluey - Official Channel

ความยากในการเรียน
141 คำ 197 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: เด็กคนหนึ่งได้รู้ว่าภาพวาดที่ทิ้งไปไม่ได้ถูกส่งไปยังกองขยะทั่วไป แต่ถูกบดและแปรรูปเป็นกระดาษใหม่ให้เด็กคนอื่นใช้ และกระดาษนั้นยังนำกลับมารีไซเคิลได้อีก เมื่อเข้าใจวงจรนี้ เด็กจึงยอมให้ทิ้งภาพวาดและเลือกวาดภาพใหม่ ประเด็นการเรียนรู้ภาษาอังกฤษที่สำคัญ: 1. figure that out — กริยาวลี: เข้าใจว่า figure out หมายถึงการคิดจนพบคำตอบหรือแก้ปัญหาได้ ส่วน that ชี้ถึงเรื่องที่ต้องหาคำตอบ ผู้เรียนจึงนำสำนวนสนทนานี้ไปใช้ได้เมื่อต้องการให้อีกฝ่ายคิดหาทางออกด้วยตนเอง หรือเมื่อต้องเล่าว่าค้นพบวิธีแก้ปัญหาได้อย่างไร 2. dumping my drawings; dump — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: สังเกตว่า dump ทำหน้าที่ต่างกันในบทสนทนาเดียวกัน โดยใน dumping my drawings เป็นคำกริยาหมายถึงการทิ้งภาพวาด แต่ dump เป็นคำนามหมายถึงสถานที่ที่นำขยะไปทิ้ง ตัวอย่างนี้ช่วยให้แยกชนิดคำและตีความจากตำแหน่งทางไวยากรณ์กับบริบทได้ แทนที่จะจำคำแปลเพียงความหมายเดียว 3. over and over. — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: จดจำกลุ่มคำที่พบบ่อยนี้ว่าใช้บอกว่าการกระทำหรือกระบวนการเกิดซ้ำหลายครั้ง ในเรื่องนี้คำดังกล่าวสรุปวงจรรีไซเคิลกระดาษที่ดำเนินต่อไป และยังใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติเมื่อพูดถึงการฝึกซ้ำ กิจวัตร หรือความรำคาญที่เรื่องเดิมเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก

คำอธิบายในบทเรียนนี้

You'll have to figure that out for yourself. โน้ต

0:00

ลูกต้องหาคำตอบด้วยตัวเองแล้วล่ะ

ไวยากรณ์

You'll have to: บอกว่าการกระทำต่อไปเป็นสิ่งจำเป็น

You'll เป็นรูปย่อของ you will ในโครงสร้าง you'll have to + คำกริยารูปพื้นฐาน คำว่า will ชี้ถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป ส่วน have to บอกว่าการกระทำนั้นจำเป็นเพราะกฎ คำสั่ง หรือสถานการณ์ จึงไม่ใช่แค่การคาดการณ์อนาคต ในประโยคนี้ ผู้พูดมอบหน้าที่ให้ผู้ฟัง ผู้ฟังต้องคิดหาคำตอบเองโดยไม่มีใครบอกให้ โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้มอบความรับผิดชอบหรืออธิบายขั้นตอนต่อไปที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

แบบฝึกหัด

ประโยค “You'll have to call them tomorrow” หมายความว่าอย่างไร

  1. มีคนอื่นโทรหาพวกเขาแล้ว
  2. คุณจำเป็นต้องโทรหาพวกเขาพรุ่งนี้
  3. คุณน่าจะโทรหาพวกเขาพรุ่งนี้ แต่จะไม่โทรก็ได้
ดูคำตอบ

คุณจำเป็นต้องโทรหาพวกเขาพรุ่งนี้

กริยาวลี

figure that out: เข้าใจหรือแก้ปัญหาด้วยการคิด

Figure out หมายถึงเข้าใจบางสิ่งหรือหาวิธีแก้ด้วยการคิด ใช้เหตุผล หรือลองหลาย ๆ ทาง ใน figure that out คำว่า that หมายถึงประเด็นหรือคำตอบที่พูดถึงอยู่แล้ว Figure out เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม เช่น it หรือ that ให้วางไว้ระหว่าง figure กับ out: figure it out, figure that out ส่วน figure out it ฟังไม่เป็นธรรมชาติ ถ้ากรรมเป็นวลีนาม ใช้ได้ทั้ง figure out the problem และ figure the problem out

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายถึงผู้พูดแก้ปริศนาได้ด้วยการคิดอย่างเป็นธรรมชาติ

  1. I finally found out the answer from the notice.
  2. I finally figured out it.
  3. I finally figured it out.
ดูคำตอบ

I finally figured it out.

วลี

for yourself: ค้นพบหรือตัดสินด้วยตนเอง

ในการใช้ for yourself แบบนี้ คำว่า for ไม่ได้หมายถึง “เพื่อประโยชน์ของคุณเอง” เมื่ออยู่หลัง figure out วลีนี้หมายถึงผู้ฟังต้องค้นหาหรือตัดสินคำตอบด้วยตนเอง แทนที่จะให้คนอื่นบอกคำตอบ วลีนี้ส่งความรับผิดชอบในการคิดกลับไปให้ผู้ฟัง โดยทั่วไป โครงสร้าง กริยา + for yourself ใช้เน้นการสร้างความเห็นของตนเองหรือการตรวจสอบบางอย่างด้วยตนเอง

แบบฝึกหัด

เพื่อนต้องการให้คุณสร้างความคิดเห็นของตัวเองหลังจากอ่านรายงานสองฉบับ ประโยคใดสื่อความหมายนี้ได้ดีที่สุด

  1. Read both reports by yourself.
  2. Read both reports and decide for yourself.
  3. Read both reports for your own benefit.
ดูคำตอบ

Read both reports and decide for yourself.

How do I do that? น้ำเสียง/เจตนา

0:02

แล้วหนูจะทำยังไงล่ะคะ?

น้ำเสียง/เจตนา

How do I do that?: ใช้ถามวิธีทำ

How do I do that? ใช้อ้างกลับไปถึงงานหรือคำแนะนำที่เพิ่งพูดถึง และถามถึงวิธีหรือขั้นตอนที่จำเป็นในการทำสิ่งนั้น ในที่นี้ that หมายถึง figure it out ดังนั้นคำถามตามธรรมชาติจึงมีความหมายว่า “ฉันควรทำตามขั้นตอนอะไรบ้าง?” do ตัวแรกเป็นกริยาช่วยที่ใช้สร้างคำถามใน present simple ส่วน do ตัวที่สองเป็นกริยาหลักที่หมายถึง “ทำงานนั้น” โครงสร้างคือ How + do + I + do + that?

แบบฝึกหัด

มีคนบอกให้คุณสำรองไฟล์ แต่คุณไม่รู้ขั้นตอน คำถามใดเป็นธรรมชาติที่สุด

  1. How do I do that?
  2. When do I do that?
  3. Why did I do that?
ดูคำตอบ

How do I do that?

I'm sure you'll work it out. โน้ต

0:04

พ่อเชื่อว่าลูกจะคิดออกนะ

น้ำเสียง/เจตนา

I'm sure: ทำให้อีกฝ่ายสบายใจด้วยความเชื่อมั่น

ในที่นี้ I'm sure แสดงว่าผู้พูดเชื่อมั่นว่าอีกฝ่ายจะทำสำเร็จ ไม่ได้เพียงบอกว่าผู้พูดแน่ใจเท่านั้น แต่ยังช่วยให้อีกฝ่ายสบายใจและมีกำลังใจโดยไม่ออกคำสั่งหรือบอกคำตอบให้ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ I'm sure + อนุประโยค เมื่อใช้ I'm sure you'll... ผู้พูดนำเสนอผลลัพธ์ที่ดีในอนาคตว่าเป็นสิ่งที่ตนเชื่อ ทำให้คำให้กำลังใจฟังดูสงบและให้การสนับสนุน

แบบฝึกหัด

เพื่อนกังวลเรื่องการเริ่มงานใหม่ คำตอบใดช่วยให้เพื่อนสบายใจอย่างอบอุ่นโดยไม่ออกคำสั่ง?

  1. I'm sure you'll settle in soon.
  2. I don't know whether you'll settle in.
  3. You must settle in soon.
ดูคำตอบ

I'm sure you'll settle in soon.

กริยาวลี

work it out: คิดหาทางและแก้ปัญหา

ในประโยคนี้ work it out หมายถึงคิดทบทวนเรื่องที่ยากแล้วหาทางแก้ คำสรรพนาม it หมายถึงปัญหานั้น ดังนั้นในที่นี้จึงมีความหมายใกล้กับ solve it หรือ figure it out เมื่อใช้ในความหมายนี้ work out เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ หากกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ระหว่างคำกริยากับคำอนุภาค จึงใช้ work it out ไม่ใช่ work out it

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “แก้ปัญหา” และวาง it ในตำแหน่งที่ถูกต้อง: Don't worry about the schedule; we'll ____.

ดูคำตอบ

work it out

You figured out how to avoid capture by the police. โน้ต

0:05

ลูกยังคิดวิธีหลบหนีจากการจับกุมของตำรวจได้เลย

ไวยากรณ์

figured out how to + คำกริยารูปพื้นฐาน

“figured out how to + คำกริยารูปพื้นฐาน” หมายถึงการค้นพบหรือคิดหาวิธีทำบางอย่างได้หลังจากคิด ทดลอง หรือแก้ปัญหา figured out เป็นรูปอดีต จึงสื่อว่าหาวิธีนั้นได้สำเร็จแล้ว หลัง how to ใช้คำกริยารูปพื้นฐาน เช่น figured out how to avoid โครงสร้างนี้เป็น how-to ที่อยู่ภายในประโยค ไม่ใช่คำถามโดยตรง จึงไม่ใช้ลำดับคำแบบคำถามอย่าง figured out how did you avoid

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายเพื่อแสดงว่ามายาหาวิธีได้หลังจากลองหลายครั้ง: After three tries, Maya ____ open the locked box.

ดูคำตอบ

figured out how to

วลี

avoid capture: หลีกเลี่ยงการถูกจับ

“avoid capture” หมายถึงหลีกเลี่ยงการถูกจับหรือถูกควบคุมตัว ในที่นี้ capture เป็นคำนามที่เรียกผลลัพธ์ของการถูกจับ ส่วน by the police ระบุว่าใครอาจเป็นผู้จับบุคคลนั้น โครงสร้างคือ avoid + คำนาม และ avoid ยังตามด้วยรูป -ing ได้ เช่น avoid being captured หรือ avoid getting caught แต่ไม่ตามด้วย to + คำกริยา

แบบฝึกหัด

ในรายงานที่เป็นทางการ ประโยคใดสื่อได้เป็นธรรมชาติที่สุดว่าผู้ต้องสงสัยพยายามไม่ให้ถูกจับ

  1. The suspect changed cars to avoid to be captured.
  2. The suspect changed cars to avoid capture.
  3. The suspect changed cars to avoid capturing.
ดูคำตอบ

The suspect changed cars to avoid capture.

Yeah, I did.

0:09

ใช่ค่ะ หนูทำได้

But why were you dumping my drawings โน้ต

0:11

แต่ทำไมพ่อถึงทิ้งรูปวาดของหนู

in the stinky dump forever? น้ำเสียง/เจตนา

0:13

ลงในกองขยะเหม็นๆ ตลอดไปล่ะคะ?

ไวยากรณ์

why were you dumping...: ถามเหตุผลของการกระทำที่กำลังดำเนินอยู่ในอดีต

ใน why were you dumping...? โครงสร้าง were + you + dumping เป็นคำถามแบบ past continuous ใช้ถามเหตุผลของกิจกรรมที่ถูกมองว่ากำลังเกิดขึ้นหรือต่อเนื่องอยู่ ณ ช่วงเวลาหนึ่งในอดีต ไม่ใช่เพียงเหตุการณ์ที่จบไปแล้ว การขึ้นต้นด้วย why อาจทำหน้าที่มากกว่าการขอข้อมูล ในประโยคนี้ยังสื่อถึงความสับสนของผู้พูดและอาจแฝงการตำหนิสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังทำอยู่ด้วย

แบบฝึกหัด

ใช้ why และรูป past continuous ของ knock เติมคำถามให้สมบูรณ์: At 9 p.m., you kept knocking on my door. ____ on my door?

ดูคำตอบ

Why were you knocking

การใช้คำ

dumping my drawings ... dump: dump ที่เป็นคำกริยาและคำนาม

ใน dumping my drawings คำว่า dumping เป็นรูป -ing ของคำกริยา dump โดยบอกการกระทำ และ my drawings เป็นกรรมของคำกริยานั้น หมายความว่ารูปวาดกำลังถูกนำไปทิ้ง ใน the stinky dump คำว่า dump เป็นคำนาม หมายถึงสถานที่ที่นำขยะไปทิ้ง โครงสร้างไวยากรณ์แสดงความแตกต่างนี้ โดยกริยาช่วย were ทำงานร่วมกับรูปกริยา dumping ส่วน the และ stinky นำหน้าคำนาม dump

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้รูปหนึ่งของ dump เป็นคำกริยาที่หมายถึงทิ้งก่อน แล้วจึงใช้ dump เป็นคำนามที่หมายถึงสถานที่ทิ้งขยะ?

  1. The town dump closes at six.
  2. Workers dumped the broken chairs at the town dump.
  3. Workers dumped the broken chairs beside the road.
ดูคำตอบ

Workers dumped the broken chairs at the town dump.

น้ำเสียง/เจตนา

the stinky dump forever?: การกล่าวเกินจริงด้วยอารมณ์โดยใช้ forever

ในที่นี้ the stinky dump ทำให้สถานที่นั้นดูไม่น่าอยู่ ส่วน forever ขยายความกลัวของผู้พูดว่ารูปวาดจะถูกทิ้งและไม่มีวันได้กลับคืนมา คำทั้งสองส่วนจึงสื่อถึงความเสียใจและความไม่พอใจ ไม่ใช่คำบรรยายที่เป็นกลาง forever ในที่นี้ไม่ได้ระบุเวลาอย่างแม่นยำ ในบทสนทนาที่มีอารมณ์ คำนี้อาจหมายถึง “นานมากจนรู้สึกเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด” หรือ “ไม่มีทีท่าว่าจะจบ”

แบบฝึกหัด

ตัดสินว่า forever ถูกใช้อย่างไรในประโยคเดิม

  1. เป็นการกล่าวเกินจริงด้วยอารมณ์ว่าบางอย่างดูเหมือนไม่มีวันจบ
  2. เป็นการระบุระยะเวลาที่แม่นยำและตรงตามตัวอักษร
ดูคำตอบ

เป็นการกล่าวเกินจริงด้วยอารมณ์ว่าบางอย่างดูเหมือนไม่มีวันจบ

Well, I wasn't putting them in the stinky dump. โน้ต

0:15

คือว่า พ่อไม่ได้ทิ้งมันลงในกองขยะเหม็นๆ ซะหน่อย

น้ำเสียง/เจตนา

Well ที่ใช้เกริ่นก่อนแก้ความเข้าใจอย่างนุ่มนวล

ในที่นี้ Well ใช้เปิดคำตอบ ไม่ได้ใช้บรรยายสิ่งใด คำนี้ทำหน้าที่เป็นเครื่องหมายในบทสนทนา ช่วยให้ผู้พูดมีเวลาสั้น ๆ ในการเรียบเรียงคำตอบ และส่งสัญญาณว่ากำลังจะมีคำอธิบายหรือการแก้ความเข้าใจ การใช้ Well ทำให้การเปลี่ยนไปสู่ความเห็นที่ไม่ตรงกันไม่ห้วนเท่ากับการพูด No ตรง ๆ แต่ Well ไม่ได้หมายถึงการเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยในตัวมันเอง และในที่นี้ก็ไม่ได้หมายถึงสุขภาพดีหรือทำได้ดี ข้อความจริงอยู่ในอนุประโยคที่ตามมา

แบบฝึกหัด

คำตอบใดใช้ Well เป็นเครื่องหมายในบทสนทนาเพื่อเริ่มแก้ความเข้าใจอย่างนุ่มนวล

  1. Well, that's not quite what I meant.
  2. She sings well in the school choir.
  3. The well behind the house is very deep.
ดูคำตอบ

Well, that's not quite what I meant.

ไวยากรณ์

I wasn't putting them in: แก้ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการกระทำในอดีต

รูปปฏิเสธของ past continuous อย่าง I wasn't putting them in ใช้ปฏิเสธการกระทำที่อีกฝ่ายคิดว่ากำลังเกิดขึ้น ณ ช่วงเวลาหนึ่งในอดีต ในประโยคนี้ ผู้พูดแก้ความเข้าใจก่อนหน้าโดยตรงว่าเขากำลังทิ้งรูปวาดลงในกองขยะเหม็น ๆ โครงสร้างคือ ประธาน + was/were not + กริยา-ing คำว่า them ใช้แทนสิ่งของหลายชิ้นที่กล่าวถึงแล้ว ส่วน in นำหน้าสถานที่ปลายทาง ใช้โครงสร้างนี้เมื่อต้องการแก้ความเข้าใจของคนอื่นว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่ในตอนนั้น

แบบฝึกหัด

มีคนคิดว่าตอนนั้นคุณกำลังซ่อนกุญแจของเขาอยู่ คำตอบใดแก้ความเข้าใจนี้ได้โดยตรง

  1. I wasn't hiding your keys.
  2. I don't hide your keys.
  3. I hadn't hidden your keys.
ดูคำตอบ

I wasn't hiding your keys.

I was putting them in this dump. น้ำเสียง/เจตนา

0:17

พ่อทิ้งลงในถังขยะใบนี้ต่างหาก

น้ำเสียง/เจตนา

this dump: ชี้สถานที่เฉพาะที่คุณหมายถึง

ในวลี this dump คำว่า this เลือกสถานที่เฉพาะที่ผู้พูดกำลังชี้หรือแนะนำ โดยแยกสถานที่นั้นออกจากกองขยะเหม็น ๆ ที่ผู้ฟังจินตนาการไว้ ดังนั้นคำชี้เฉพาะจึงช่วยแก้ความเข้าใจว่าหมายถึงสถานที่ใด this มักทำหน้าที่มากกว่าการบอกว่าอยู่ใกล้ ในบทสนทนา this + คำนาม สามารถทำให้สิ่งหนึ่งเป็นจุดสนใจได้ หมายถึงสิ่งที่ฉันกำลังชี้หรือพูดถึง ไม่ใช่อีกสิ่งหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ผู้นำชมกำลังแตะถังรีไซเคิลพิเศษที่อยู่ข้างตัว และต้องการระบุให้ถังใกล้ ๆ นี้เป็นจุดสนใจ ประโยคใดเหมาะสมที่สุด

  1. This bin turns old paper into pulp.
  2. A bin turns old paper into pulp.
  3. That bin turns old paper into pulp.
ดูคำตอบ

This bin turns old paper into pulp.

Any drawings you throw in this dump โน้ต

0:19

รูปวาดอะไรก็ตามที่ลูกทิ้งลงในถังขยะใบนี้

กริยาวลี

throw in: ทำให้สิ่งของเข้าไปในสถานที่

ในที่นี้ throw in หมายถึงทำให้สิ่งของเข้าไปอยู่ในภาชนะหรือสถานที่ด้วยการโยน ส่วน in this dump บอกจุดหมาย ดังนั้น throw in this dump จึงมีความหมายเดียวกับ throw into this dump ในอนุประโยคสัมพันธ์ drawings เป็นกรรมที่เข้าใจกันของ throw ดังใน drawings that you throw in this dump อย่าละ in หน้าจุดหมาย เพราะ throw drawings this dump ไม่ใช่ภาษาอังกฤษที่เป็นธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดขอให้โยนขวดเปล่าเข้าไปในถังรีไซเคิล

  1. Please throw the empty bottle away after lunch.
  2. Please leave the empty bottle beside the recycling bin.
  3. Please throw the empty bottle in the recycling bin.
ดูคำตอบ

Please throw the empty bottle in the recycling bin.

get mushed up and turned into new paper. โน้ต

0:21

จะถูกบดจนเละและกลายเป็นกระดาษแผ่นใหม่

ไวยากรณ์

Any drawings you throw in: any + คำนาม + อนุประโยคสัมพันธ์

Any drawings you throw in... หมายถึงรูปวาดทุกชิ้นที่ตรงกับเงื่อนไขว่าเป็นสิ่งที่คุณโยนเข้าไป ในกฎทั่วไปแบบบอกเล่าเช่นนี้ any ทำให้กฎครอบคลุมรูปวาดทุกชิ้นที่ตรงเงื่อนไข ไม่ใช่เพียงบางชิ้น You throw in this dump เป็นอนุประโยคสัมพันธ์ที่ขยาย drawings สามารถละคำสรรพนามสัมพันธ์ได้เพราะคำนั้นจะทำหน้าที่เป็นกรรมของ throw รูปเต็มคือ any drawings that you throw in this dump และนามวลีทั้งหมดเป็นประธานของ get

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ any + คำนาม + อนุประโยคสัมพันธ์ได้ถูกต้อง เพื่อบอกกฎที่ครอบคลุมสิ่งของทุกชิ้นที่ตรงเงื่อนไข

  1. Any food you leave outside may attract insects.
  2. Any food may leave you outside and attract insects.
  3. Some food you leave outside may attract insects.
ดูคำตอบ

Any food you leave outside may attract insects.

ไวยากรณ์

get mushed up and turned into: get + กริยาช่อง 3 เพื่อบอกกระบวนการแบบถูกกระทำ

ใน get mushed up and turned into new paper โครงสร้าง get + กริยาช่อง 3 บอกว่าเกิดอะไรขึ้นกับรูปวาด ในที่นี้ get ไม่ได้แปลว่าได้รับ แต่ใช้สร้างรูปประโยคถูกกระทำแบบไม่เป็นทางการ ซึ่งมีความหมายใกล้กับ are mushed up and turned into new paper กริยาช่อง 3 สองคำบอกขั้นตอนหรือผลลัพธ์ในกระบวนการเดียวกัน โดย mushed up หมายถึงถูกบดจนเป็นก้อนนิ่มเละ ส่วน turned into ใช้บอกสภาพใหม่หลังการเปลี่ยนแปลง get ตัวเดียวใช้ร่วมกับกริยาทั้งสองคำที่เชื่อมด้วย and จึงไม่ต้องใส่ get ซ้ำหน้า turned

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ get + กริยาช่อง 3 ได้ถูกต้องเพื่อบอกสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการ?

  1. The old boxes get crushed and recycled.
  2. The old boxes get crush and recycle.
  3. The old boxes get crushing and recycling.
ดูคำตอบ

The old boxes get crushed and recycled.

กริยาวลี

turned into new paper: โครงสร้างถูกกระทำ A is turned into B

turn something into something หมายถึงเปลี่ยนสิ่งแรกให้กลายเป็นสิ่งที่สอง ในประโยคนี้ drawings คือวัสดุที่นำมาแปรรูป และ new paper คือผลลัพธ์ เนื่องจาก drawings เป็นฝ่ายรับการกระทำ วลีนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของรูปถูกกระทำที่ใช้ get: the drawings get turned into new paper ในที่นี้ turned ไม่ได้หมายถึงหันไปอีกทิศทางหนึ่ง แต่ turned into ใช้ร่วมกันเพื่อสื่อถึงการเปลี่ยนสิ่งหนึ่งให้เป็นอีกสิ่งหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ใช้รูปถูกกระทำใน simple present ของ turn something into something โดยให้ผลลัพธ์เป็น new paper: At the mill, old cartons are ____.

ดูคำตอบ

turned into new paper

Ooh,

0:23

โอ้

like brand new bits of paper? วลี

0:24

เหมือนเศษกระดาษแผ่นใหม่เอี่ยมเลยเหรอคะ?

วลี

brand new bits of paper: เศษกระดาษชิ้นเล็กที่ใหม่เอี่ยม

brand new หมายถึง “ใหม่เอี่ยม” หรือ “ยังไม่เคยใช้” และเน้นความใหม่มากกว่า new เพียงคำเดียว ในที่นี้ขยายชิ้นกระดาษ ไม่ได้หมายถึงยี่ห้อสินค้า bits of paper หมายถึง “กระดาษชิ้นเล็ก ๆ” เมื่อ paper หมายถึงวัสดุกระดาษ โดยทั่วไปจะเป็นคำนามนับไม่ได้ จึงใช้ bit เป็นหน่วยที่นับได้ เช่น a bit of paper หรือ bits of paper

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่ไฮไลต์ซึ่งหมายถึง “กระดาษชิ้นเล็กที่ใหม่เอี่ยม”: The craft box contains ____.

ดูคำตอบ

brand new bits of paper

Yeah, so some other kid can draw a picture on it. โน้ต

0:26

ใช่แล้ว เพื่อให้เด็กคนอื่นสามารถวาดรูปบนนั้นได้ไง

ไวยากรณ์

so some other kid can...: เพื่อให้เด็กอีกคนสามารถ...

ใน so some other kid can... คำว่า so ใช้นำสิ่งที่การกระทำก่อนหน้าทำให้เป็นไปได้หรือเป็นเป้าหมาย หมายถึง “แบบนี้เด็กอีกคนก็จะสามารถ...” ไม่ใช่แค่คำเชื่อมลอย ๆ โครงสร้างคือ การกระทำ + so + ประธาน + can + กริยารูปพื้นฐาน ตรงนี้ can แสดงโอกาสหรือเงื่อนไขที่เกิดจากการกระทำ ไม่ได้บอกเพียงความสามารถที่เด็กมีอยู่แล้ว ส่วน some other kid หมายถึงเด็กอีกคนที่ไม่ได้ระบุว่าเป็นใครและไม่ใช่คนที่เป็นจุดสนใจก่อนหน้านี้

แบบฝึกหัด

ใช้ so + ประธาน + can เติมอนุประโยคที่บอกจุดประสงค์ให้สมบูรณ์: I wrote the address clearly ____ the driver ____ find the house.

ดูคำตอบ

so · can

การใช้คำ

some other kid: เด็กอีกคนที่ไม่ได้ระบุว่าเป็นใคร

ใน some other kid คำว่า some อยู่หน้าคำนามนับได้เอกพจน์ kid ตรงนี้ไม่ได้หมายถึง “หลายคน” แต่หมายถึง “คนคนหนึ่งที่ไม่รู้หรือไม่จำเป็นต้องระบุว่าเป็นใคร” other แสดงว่าเด็กคนนี้เป็นคนละคนกับเด็กที่กำลังเป็นจุดสนใจ รูปแบบ some other + คำนามนับได้เอกพจน์ ยังใช้กล่าวถึงบุคคล สถานที่ หรือสิ่งของอื่นที่ไม่ได้ระบุเจาะจงได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าเด็กอีกหนึ่งคนที่ไม่ได้ระบุว่าเป็นใครสามารถใช้ที่นั่งนี้ได้

  1. The other kid may use the seat.
  2. Some other kids may use the seat.
  3. Some other kid may use the seat.
ดูคำตอบ

Some other kid may use the seat.

And what happens when that kid's dad throws it away? โน้ต

0:29

แล้วจะเกิดอะไรขึ้นถ้าพ่อของเด็กคนนั้นทิ้งมันไปล่ะคะ?

ไวยากรณ์

what happens when ...?: การถามถึงผลลัพธ์

What happens when ...? ใช้ถามผลของเหตุการณ์หรือเงื่อนไข What happens เป็นส่วนที่ถามถึงผลลัพธ์ ส่วนอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย when ให้สถานการณ์ที่ต้องพิจารณา when ในที่นี้ไม่ได้ใช้ถามเวลาเจาะจง เมื่อใช้กับ present simple รูปแบบนี้พบบ่อยในการถามเกี่ยวกับกระบวนการปกติ คำแนะนำ การทดลอง และความสัมพันธ์เชิงเหตุและผลที่คาดหมาย โดยมีความหมายว่า “เมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้น ผลจะเป็นอย่างไร”

แบบฝึกหัด

ใช้รูปแบบ What happens when ...? เพื่อเติมคำถามที่ถามถึงผลลัพธ์: ____ you press the green button?

ดูคำตอบ

What happens when

กริยาวลี

throws it away: ความหมายว่าทิ้งและตำแหน่งของคำสรรพนาม

throw away หมายถึงทิ้งสิ่งของเพราะไม่ต้องการหรือไม่จำเป็นต้องใช้แล้ว ในประโยคนี้ it หมายถึงกระดาษแผ่นนั้น วลีนี้เน้นการกำจัดสิ่งของ ไม่ได้เน้นการขว้างออกไปไกล ๆ throw away เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม it ต้องวางไว้ระหว่าง throw กับ away คือ throw it away ไม่ใช่ throw away it ส่วน throws เป็นรูปเอกพจน์บุรุษที่สาม เพราะประธานคือ that kid's dad

แบบฝึกหัด

ใช้ throw away และวางคำสรรพนามให้ถูกตำแหน่ง: This milk has gone bad, so please ____.

ดูคำตอบ

throw it away

Well, then it gets mushed up again ลำดับความ

0:32

อืม มันก็จะถูกบดจนเละอีกครั้ง

and turned into another piece of paper for another kid. วลี

0:34

และกลายเป็นกระดาษแผ่นใหม่ให้เด็กคนอื่นต่อไป

ลำดับความ

Well, then: รับช่วงจากคำถามและดำเนินไปยังขั้นตอนถัดไป

Well รับช่วงจากคำถามก่อนหน้าและช่วยให้ผู้พูดเริ่มตอบได้อย่างเป็นธรรมชาติ ส่วน then ใช้แนะนำขั้นตอนหรือผลลัพธ์ถัดไปของกระบวนการ ในที่นี้ then ใช้จัดลำดับข้อมูล ไม่ได้ระบุเวลาที่แน่นอน ในการอธิบายแบบสนทนา Well, then มีหน้าที่ใกล้เคียงกับ “เอาล่ะ สิ่งที่เกิดขึ้นต่อไปคือ...”

แบบฝึกหัด

Well, then ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. บอกเวลาที่แน่นอนว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อใด
  2. แสดงว่าผู้พูดปฏิเสธที่จะตอบ
  3. ใช้เริ่มคำตอบและดำเนินไปยังขั้นตอนถัดไป
ดูคำตอบ

ใช้เริ่มคำตอบและดำเนินไปยังขั้นตอนถัดไป

ลำดับความ

gets mushed up again and turned into: การทำกระบวนการเดิมซ้ำ

gets mushed up and turned into เชื่อมการเปลี่ยนแปลงแบบถูกกระทำสองอย่างไว้ใต้ gets ตัวเดียวกัน โดยกระดาษถูกทำให้แตกเป็นเนื้อนิ่มก่อน แล้วจึงถูกเปลี่ยนเป็นสิ่งอื่น กลุ่มคำกริยานี้นำเสนอหลายขั้นตอนเป็นกระบวนการเดียว again ย้อนกลับไปถึงกระบวนการรีไซเคิลแบบเดิมที่เคยเกิดขึ้นแล้ว คำนี้บอกผู้ฟังว่ากระบวนการกำลังเข้าสู่อีกรอบหนึ่ง ไม่ใช่กำลังเริ่มการกระทำใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้อง

แบบฝึกหัด

again ในประโยคนี้บอกอะไรแก่ผู้ฟัง?

  1. การกระทำกำลังเกิดขึ้นในลำดับที่ตรงกันข้าม
  2. กระดาษกำลังผ่านกระบวนการนี้เป็นครั้งแรก
  3. กระบวนการเปลี่ยนแปลงแบบเดิมกำลังเกิดขึ้นในอีกรอบหนึ่ง
ดูคำตอบ

กระบวนการเปลี่ยนแปลงแบบเดิมกำลังเกิดขึ้นในอีกรอบหนึ่ง

วลี

another ... for another ...: สิ่งของชิ้นถัดไปสำหรับผู้รับคนถัดไป

another วางหน้าคำนามนับได้เอกพจน์ another piece of paper หมายถึงกระดาษอีกชิ้นหรือแผ่นถัดไป และ another kid หมายถึงเด็กอีกคนหรือคนถัดไป การใช้ another ซ้ำสร้างโครงสร้างที่ขนานกัน คือสิ่งของชิ้นถัดไปสำหรับผู้รับคนถัดไป ในลำดับการรีไซเคิลนี้ โครงสร้างดังกล่าวเน้นการเปลี่ยนจากรอบหนึ่งไปสู่อีกรอบหนึ่ง ไม่จำเป็นต้องหมายความว่ามีการเพิ่มกระดาษอีกแผ่นเข้าไปในจำนวนที่กำหนดไว้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบ another ... for another ...: The workshop makes ____ chair for ____ customer.

ดูคำตอบ

another · another

And over and over. วลี

0:38

และวนเวียนไปเรื่อยๆ

วลี

over and over: การกระทำหรือวงจรที่เกิดซ้ำ

over and over เป็นวลีวิเศษณ์ตายตัวที่หมายถึง “ซ้ำ ๆ” หรือ “ครั้งแล้วครั้งเล่า” โดย over ในที่นี้ไม่ได้มีความหมายเกี่ยวกับตำแหน่งหรือพื้นที่ ในข้อความสั้นนี้ วลีดังกล่าวสรุปกระบวนการก่อนหน้าโดยบอกว่าวงจรทั้งหมดเกิดซ้ำต่อไป และยังใช้บรรยายการกระทำ เหตุการณ์ หรือวงจรที่เกิดซ้ำได้ด้วย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีตายตัวจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ซ้ำ ๆ”: Nora practiced the piano passage ____ until she could play it smoothly.

ดูคำตอบ

over and over

Oh, wow.

0:39

โอ้ ว้าว

See, I know some stuff. โน้ต

0:41

เห็นไหม พ่อก็รู้เรื่องพวกนี้เหมือนกันนะ

น้ำเสียง/เจตนา

See, ที่ต้นอนุประโยค: ชี้ให้เห็นหลักฐาน

เมื่ออยู่ต้นอนุประโยค See, สามารถทำหน้าที่เป็นคำเชื่อมในการสนทนา โดยมีความหมายประมาณว่า “สังเกตดูว่าสิ่งนี้พิสูจน์อะไร” หรือ “เห็นไหม” คำนี้ชี้ความสนใจไปที่หลักฐานหรือข้อสรุป ไม่จำเป็นต้องเป็นการขอให้มองสิ่งใดด้วยตา ในประโยคนี้ ผู้พูดใช้คำอธิบายที่เพิ่งพูดไปเป็นหลักฐานว่าตนเองก็รู้อะไรอยู่บ้าง See อาจฟังดูเป็นมิตรและให้คำอธิบาย เน้นย้ำ หรือดูภูมิใจในตัวเองเล็กน้อยได้ ขึ้นอยู่กับทำนองเสียง

แบบฝึกหัด

ใน “See, the bus is already here, so we are not late,” See ทำหน้าที่อะไร?

  1. หมายความว่าผู้พูดมองไม่เห็นรถโดยสาร
  2. ขอให้ผู้ฟังจินตนาการถึงรถโดยสารอีกคัน
  3. ชี้ไปที่หลักฐานที่สนับสนุนข้อสรุป
ดูคำตอบ

ชี้ไปที่หลักฐานที่สนับสนุนข้อสรุป

การใช้คำ

some stuff: การกล่าวถึงแบบกว้าง ๆ ในภาษาพูด

ในประโยคนี้ some stuff หมายถึงเรื่องหรือข้อมูลบางอย่าง โดยเฉพาะความรู้บางอย่าง ผู้พูดไม่แจกแจงรายละเอียด เพราะข้อเท็จจริงที่แน่นอนไม่สำคัญในที่นี้ เมื่อใช้ในความหมายกว้างแบบนี้ stuff โดยทั่วไปเป็นคำนามนับไม่ได้ จึงพูดว่า some stuff หรือ a lot of stuff ไม่ใช่ a stuff หรือ several stuffs บริบทจะบอกว่าหมายถึงข้อมูล กิจกรรม หรือสิ่งของ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ stuff อย่างเป็นธรรมชาติในความหมายไม่เป็นทางการและนับไม่ได้ตามปกติ

  1. I learned a useful stuff about first aid.
  2. I learned several useful stuffs about first aid.
  3. I learned some useful stuff about first aid.
ดูคำตอบ

I learned some useful stuff about first aid.

You can throw it away, Dad. น้ำเสียง/เจตนา

0:45

พ่อทิ้งมันได้เลยค่ะ พ่อ

น้ำเสียง/เจตนา

You can + กริยารูปพื้นฐาน เพื่อให้อนุญาต

ในที่นี้ You can + กริยารูปพื้นฐาน ใช้เพื่ออนุญาต ผู้พูดกำลังบอกว่าตอนนี้ทิ้งมันได้แล้ว ไม่ได้หมายความว่าพ่อมีความสามารถทางร่างกายที่จะทิ้งมัน คำกริยาช่วย can ใช้แสดงความสามารถ การอนุญาต หรือความเป็นไปได้ เมื่อผู้พูดยอมรับการกระทำที่กำลังรอความเห็นชอบจากตน You can มักหมายถึงการอนุญาต

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ You can เพื่ออนุญาต แทนที่จะบอกความสามารถหรือความเป็นไปได้

  1. You can see the mountains from this window.
  2. You can lift that box by yourself.
  3. You can borrow my charger until tomorrow.
ดูคำตอบ

You can borrow my charger until tomorrow.

Oh, you sure? น้ำเสียง/เจตนา

0:46

โอ้ ลูกแน่ใจเหรอ?

น้ำเสียง/เจตนา

you sure? ในฐานะรูปย่อของ Are you sure?

“You sure?” เป็นรูปย่อแบบไม่เป็นทางการของ “Are you sure?” โดยละ are ซึ่งเป็นรูปของกริยา be ที่อยู่ต้นประโยค แต่ประโยคนี้ยังคงเป็นคำถามเพื่อขอคำยืนยัน ในที่นี้ ผู้พูดกำลังตรวจสอบว่าอีกฝ่ายเห็นด้วยกับการตัดสินใจนั้นหรืออยากทำเช่นนั้นจริง ๆ หรือไม่ น้ำเสียงอาจสื่อถึงความใส่ใจ ความประหลาดใจ หรือความลังเล ไม่จำเป็นต้องหมายถึงไม่เชื่ออีกฝ่าย

แบบฝึกหัด

ในบทสนทนาแบบไม่เป็นทางการ “You sure?” ทำหน้าที่อะไร?

  1. ใช้ขอคำยืนยันเช่นเดียวกับ “Are you sure?”
  2. ใช้สั่งให้อีกฝ่ายมั่นใจ
  3. ใช้บอกว่าอีกฝ่ายพูดถูก
ดูคำตอบ

ใช้ขอคำยืนยันเช่นเดียวกับ “Are you sure?”

Yeah, I can do another one. การใช้คำ

0:47

ใช่ค่ะ หนูวาดใหม่ได้

การใช้คำ

do another one: ใช้ do และ one แทนการกระทำและสิ่งที่รู้กันอยู่แล้ว

ในประโยคนี้ do เป็นกริยาที่มีความหมายกว้าง โดยต้องดูจากบทสนทนาว่าหมายถึงการกระทำใด เนื่องจากกำลังพูดถึงภาพวาด do ในที่นี้จึงหมายถึงทำหรือวาด ไม่ควรแปลแบบตายตัวด้วยกริยาเพียงคำเดียว Another one หมายถึงอีกหนึ่งสิ่งที่เป็นชนิดเดียวกัน one ใช้แทนคำนามนับได้เอกพจน์ที่กล่าวถึงก่อนหน้า เช่น drawing หรือ picture ส่วน another แสดงว่านี่คือสิ่งใหม่ที่เพิ่มเข้ามา

แบบฝึกหัด

เพื่อนเพิ่งวาดการ์ดเสร็จหนึ่งใบและต้องการทำการ์ดใบใหม่ชนิดเดียวกัน เขาควรพูดว่าอย่างไร?

  1. I can do another one.
  2. I can do it again.
  3. I can do the other one.
ดูคำตอบ

I can do another one.

Whee.

0:50

วี้

Whoosh.

0:51

ฟิ้ว