8 กฎการใช้ Articles - บทเรียนภาษาอังกฤษฉบับมินิ: บทเรียนภาษาอังกฤษ
British Council | English
ภาพรวมวิดีโอ: บทเรียนใช้เรื่องสั้นเกี่ยวกับโคเปอร์นิคัสและแนวคิดที่ว่าโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์เพื่ออธิบายกฎคำนำหน้านามภาษาอังกฤษ 8 ข้อ ได้แก่ การเลือก a/an ตามเสียง การไม่ใช้คำนำหน้านามกับคำนามพหูพจน์ที่กล่าวโดยทั่วไปและคำนามนามธรรม ตลอดจนการใช้ the กับสิ่งที่เฉพาะเจาะจง กล่าวถึงแล้ว หรือมีเพียงหนึ่งเดียว รวมถึงวลีบอกเวลาบางแบบและการออกเสียงหน้าเสียงสระ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. eucalyptus plant begins with an E, และ the sound /ju:/ is a consonant sound. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจว่าการเลือก a/an ขึ้นอยู่กับเสียงที่ตามมา ไม่ใช่ตัวอักษรแรก เมื่อคำเริ่มด้วยเสียงพยัญชนะ /j/ จึงใช้ a ได้แม้สะกดขึ้นต้นด้วยสระ และหลีกเลี่ยงการเลือก an จากรูปคำเพียงอย่างเดียว 2. that we already talked about, — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตได้ว่า the ใช้ชี้คนหรือสิ่งของที่ถูกกล่าวถึงในบทสนทนาแล้ว จึงเปลี่ยนจากการกล่าวครั้งแรกแบบไม่เฉพาะเจาะจง เช่น a boy หรือ a story ไปเป็นสิ่งที่ผู้ฟังระบุได้ เช่น the boy หรือ the story อย่างเป็นธรรมชาติ 3. your head is spinning — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่าเป็นความรู้สึกสับสนหรือรับข้อมูลมากจนล้น ไม่ได้หมายถึงศีรษะหมุนจริง ๆ และนำไปใช้หลังบทเรียนที่มีเนื้อหาแน่น คำอธิบายที่ซับซ้อน หรือการประชุมที่ต้องใช้ความคิดมากได้
คำอธิบายในบทเรียนนี้
I'm going to teach you about + หัวข้อ
รูปแบบ I'm going to teach you about + หัวข้อ ใช้บอกแผนของบทเรียนก่อนเริ่มสอน ในที่นี้ be going to หมายถึงสิ่งที่ตั้งใจและวางแผนจะทำต่อไป ไม่ใช่การคาดเดา ประโยคเปิดนี้ช่วยนำทางผู้ฟัง โดยบอกก่อนว่าจะได้เรียนอะไร แล้วใส่หัวข้อที่เจาะจงไว้หลัง about
แบบฝึกหัด
ใช้รูปแบบเปิดบทเรียนจากคำอธิบายนี้เพื่อประกาศหัวข้อ: Today, ____ the water cycle.
ดูคำตอบ
I'm going to teach you about
I'm going to tell you about an old theory that we now know is wrong
0:03ฉันจะเล่าทฤษฎีเก่าที่ตอนนี้เรารู้ว่าผิดให้คุณฟัง
at the same time: การกระทำที่เกิดขึ้นพร้อมกัน
At the same time หมายถึงการกระทำ เหตุการณ์ หรือจุดประสงค์สองอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน ในประโยคนี้ใช้เพื่อเพิ่มเป้าหมายการสอนข้อที่สองซึ่งเกิดขึ้นร่วมกับกิจกรรมที่กล่าวถึงก่อนหน้า วลีนี้ใช้เชื่อมการกระทำสองอย่าง หรือบอกว่าสิ่งหนึ่งมีคุณสมบัติสองอย่างในเวลาเดียวกันได้ โดยมักอยู่หลังการกระทำอย่างที่สอง แต่ในประโยคนี้วางไว้ข้างหน้าเพื่อส่งสัญญาณว่ากำลังเพิ่มเป้าหมายอีกข้อ
แบบฝึกหัด
ใช้วลีภาษาอังกฤษสี่คำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึงการเกิดขึ้นพร้อมกันในเวลาเดียวกัน: Leo waved and smiled ____.
ดูคำตอบ
at the same time
So, listen to the story and listen out for the articles. กริยาวลี
0:11ดังนั้น ฟังเรื่องราวและคอยสังเกตคำนำหน้านามให้ดี
listen out for: คอยฟังเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจง
listen out for + เป้าหมาย หมายถึงฟังอย่างตั้งใจเพื่อให้สังเกตเห็นเสียง คำ หรือรายละเอียดที่เฉพาะเจาะจง ในประโยคนี้ ผู้ฟังฟังเรื่องทั้งหมดพร้อมกับใส่ใจคำนำหน้านามเป็นพิเศษ out for ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงไปทางข้างนอก เมื่อใช้รวมกัน listen out for จะทำให้สิ่งที่ตามมาเป็นเป้าหมายที่ผู้ฟังไม่ต้องการพลาด
แบบฝึกหัด
ระหว่างการเช็กชื่อ คุณไม่ต้องการพลาดตอนที่เรียกชื่อของคุณ คำสั่งใดเป็นธรรมชาติที่สุด
- Listen out your name during roll call.
- Listen out for your name during roll call.
- Listen to your name during roll call.
ดูคำตอบ
Listen out for your name during roll call.
people believed that the Earth was the center of the universe. วลี
0:22ผู้คนเชื่อว่าโลกคือศูนย์กลางของจักรวาล
Many years ago: การกำหนดกรอบเวลาในอดีต
Many years ago ที่ต้นประโยคทำหน้าที่กำหนดกรอบเวลาก่อนให้ข้อมูลหลัก โดยบอกผู้ฟังว่าความเชื่อที่ตามมาเป็นเรื่องของอดีตอันไกล การขึ้นต้นแบบนี้ช่วยจัดลำดับเรื่องเล่าหรือคำอธิบายทางประวัติศาสตร์ กล่าวคือ บอกเวลาก่อน แล้วจึงอธิบายว่าสิ่งใดเป็นจริงหรือเกิดอะไรขึ้นในเวลานั้น โดยทั่วไปจะใช้เครื่องหมายจุลภาคคั่นวลีบอกเวลาต้นประโยคกับประโยคหลัก
แบบฝึกหัด
ใช้คำขึ้นต้นบอกเวลาจากบทเรียนนี้เพื่อกำหนดให้เรื่องเกิดขึ้นในอดีตอันไกล: ____, families crossed the river by boat.
ดูคำตอบ
Many years ago
the center of the universe: รูปแบบ the center of ...
the center of the universe เป็นกลุ่มคำนามที่หมายถึงจุดศูนย์กลางของจักรวาลทั้งหมด center เป็นคำนามหลัก ส่วน of the universe บอกว่าศูนย์กลางนั้นเป็นของสิ่งที่ใหญ่กว่าสิ่งใด รูปแบบ the center of + กลุ่มคำนาม สามารถนำไปใช้ในบริบทอื่นได้ เช่น the center of the circle ในประโยคนี้ใช้ the หน้า center เพราะมองศูนย์กลางนั้นเป็นตำแหน่งหนึ่งที่เฉพาะเจาะจงและระบุได้ ส่วน the universe ก็มองจักรวาลเป็นสิ่งที่มีเพียงหนึ่งเดียว
แบบฝึกหัด
วลีใดหมายถึงจุดศูนย์กลางของวงกลมวงหนึ่งโดยเฉพาะได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- a center to the circle
- the center from the circle
- the center of the circle
ดูคำตอบ
the center of the circle
and he came up with an unusual theory that the Earth actually orbits the Sun. กริยาวลี
0:28และเขาก็คิดทฤษฎีที่ไม่ธรรมดาขึ้นมาว่าโลกจริงๆ แล้วโคจรรอบดวงอาทิตย์
came up with: คิดขึ้นมาหรือเสนอ
came up with เป็นรูปอดีตของกริยาวลี come up with ในประโยคนี้หมายถึงเขาคิดหรือเสนอทฤษฎีที่ไม่ธรรมดาขึ้นมา ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ของร่างกาย ใช้ come up with + idea, plan, solution หรือ theory เมื่อพูดถึงสิ่งที่คนสร้างขึ้นจากการคิด ต้องใช้ทั้งสามคำร่วมกัน และเปลี่ยน come ตามเวลา: come up with, came up with
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ come up with: After several tries, Maya ____ a clever solution.
ดูคำตอบ
came up with
Copernicus กับแบบจำลองดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลาง
โคเปอร์นิคัสเป็นนักดาราศาสตร์ผู้พัฒนาแบบจำลองระบบสุริยะที่มีดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลาง หรือแบบจำลองดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลาง ในแบบจำลองนี้ โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ เมื่อรู้ว่าชื่อนี้หมายถึงใคร ก็จะเข้าใจว่าทำไมแนวคิดถัดไปจึงถูกมองว่าท้าทายความเชื่ออย่างมากในยุคนั้น ประโยคนี้กำลังกล่าวถึงบุคคลในประวัติศาสตร์ ไม่ใช่ชื่อดาวเคราะห์หรือชื่อทฤษฎี
แบบฝึกหัด
ข้อความใดให้ข้อมูลพื้นฐานที่จำเป็นต่อการเข้าใจ Copernicus ในที่นี้
- โคเปอร์นิคัสเป็นนักเขียนผู้คิดคำว่า radical ขึ้นมา
- โคเปอร์นิคัสเป็นดาวเคราะห์ที่โคจรรอบโลก
- โคเปอร์นิคัสเกี่ยวข้องกับแบบจำลองดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลาง ซึ่งโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์
ดูคำตอบ
โคเปอร์นิคัสเกี่ยวข้องกับแบบจำลองดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลาง ซึ่งโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์
such a radical idea ... that: ระดับที่นำไปสู่ผลลัพธ์
ใน such a radical idea ... that คำว่า such ขยายทั้งกลุ่มคำนาม a radical idea โครงสร้างคือ such + a/an + คำคุณศัพท์ + คำนามนับได้เอกพจน์ + that + ผลลัพธ์ ใช้บอกว่าคุณสมบัติหนึ่งมีระดับมากจนทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ตามมา วลี at the time อยู่ระหว่างกลุ่มคำนามกับอนุประโยคบอกผล และบอกว่าการประเมินนี้เป็นมุมมองของยุคสมัยนั้น อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that แสดงผลจากการที่แนวคิดนี้ท้าทายความเชื่อเดิมอย่างมาก คือผู้คนคิดว่าเขาเสียสติ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ a noisy classroom กับโครงสร้าง such ... that ให้ถูกต้อง: It was ____ the teacher had to raise her voice.
ดูคำตอบ
such a noisy classroom that
But now we know that the Earth really does orbit the Sun ไวยากรณ์
0:42แต่ตอนนี้เรารู้แล้วว่าโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์จริงๆ
really does orbit: ใช้ does เน้นหน้ากริยารูปพื้นฐาน
ใน really does orbit คำว่า does เป็นกริยาช่วยที่ใช้เน้นกริยา ในประโยคบอกเล่านี้ does เน้น orbit เพื่อยืนยันว่าโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์จริง โดยเฉพาะเมื่อกำลังตอบข้อสงสัยหรือแก้ไขความเชื่อเดิมที่ไม่ถูกต้อง โครงสร้างคือ ประธาน + do/does/did + กริยารูปพื้นฐาน Earth เป็นประธานเอกพจน์บุรุษที่สาม จึงใช้ does และคง orbit ไว้ในรูปพื้นฐาน ไม่ใช้ orbits
แบบฝึกหัด
เพื่อนสงสัยว่ายานี้ช่วยได้จริงหรือไม่ ประโยคใดใช้ does เพื่อเน้นและแก้ข้อสงสัยนั้น
- The medicine really does help.
- Does the medicine really help?
- The medicine really helps.
ดูคำตอบ
The medicine really does help.
maybe we should listen to them: ข้อเสนอแนะที่นุ่มนวลต่อกลุ่ม
Maybe we should ... ใช้ maybe ร่วมกับ should เพื่อให้ข้อเสนอแนะฟังดูนุ่มนวลแทนที่จะเหมือนคำสั่ง We รวมตัวผู้พูดไว้ในกลุ่มด้วย จึงนำเสนอความคิดนั้นเป็นสิ่งที่ทุกคนพิจารณาร่วมกันได้ listen to them ในที่นี้หมายถึงเปิดใจรับฟังคนเหล่านั้นและแนวคิดของพวกเขาอย่างเป็นธรรม ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องเห็นด้วยหรือทำตามพวกเขา
แบบฝึกหัด
กลุ่มของคุณต้องการเปลี่ยนแผน ประโยคใดเสนอสิ่งที่ควรทำร่วมกันด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
- You must ask Maya first.
- Maybe we should ask Maya first.
- Ask Maya now.
ดูคำตอบ
Maybe we should ask Maya first.
What actually are articles?: คำถามเพื่อเปลี่ยนไปสู่คำจำกัดความ
ใน “what actually are articles?” คำว่า actually เน้นให้สนใจว่าคำนำหน้านามคืออะไรกันแน่ เมื่อใช้ร่วมกับ But คำถามนี้จะพาเนื้อหาจากตัวอย่างก่อนหน้าไปสู่คำถามหลัก คือคำจำกัดความ ใช้รูป What actually is/are + แนวคิด? เมื่อต้องการหยุดเพื่อเริ่มคำอธิบายที่ชัดเจน ใช้ is กับสิ่งเดียวหรือแนวคิดเอกพจน์ และใช้ are กับหลายสิ่งหรือแนวคิดพหูพจน์
แบบฝึกหัด
หลังจากยกตัวอย่างเกี่ยวกับพลังงานหลายตัวอย่างแล้ว คำถามใดเหมาะที่สุดสำหรับเปลี่ยนไปสู่คำจำกัดความของพลังงาน
- Energy can make things move.
- But what actually is energy?
- We used energy yesterday.
ดูคำตอบ
But what actually is energy?
and it tells us if something is general or specific. การใช้คำ
1:00และมันบอกเราว่าสิ่งนั้นเป็นเรื่องทั่วไปหรือเฉพาะเจาะจง
goes before a noun: ใช้อธิบายลำดับคำ
ใน “goes before a noun” วลี goes before หมายถึง “ปรากฏก่อนคำนาม” ตามลำดับคำ เป็นการบอกตำแหน่งในประโยคหรือกลุ่มคำนาม ไม่ได้หมายถึงการเดินจริง ๆ before ไม่ได้หมายความว่าต้องอยู่ติดกับคำนามเสมอไป ใน “a red ball” คำนำหน้านาม a อยู่ก่อนคำนาม ball แม้จะมี red คั่นอยู่
แบบฝึกหัด
ประโยคใดอธิบายลำดับคำใน “a red ball” ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- Red goes before the noun ball.
- Red goes the noun ball before.
- Red walks before the noun ball.
ดูคำตอบ
Red goes before the noun ball.
general or specific: การทำให้เข้าใจคำนามแบบทั่วไปหรือเฉพาะเจาะจง
ในประโยคนี้ general หมายถึงการพูดถึงสิ่งหนึ่งเป็นประเภทกว้าง ๆ หรือไม่ได้ระบุคนหรือสิ่งของชิ้นใดชิ้นหนึ่งอย่างชัดเจน ส่วน specific หมายถึงผู้ฟังสามารถรู้ได้แน่ชัดว่าหมายถึงคนหรือสิ่งของใด ความแตกต่างนี้เป็นเบาะแสพื้นฐานในการเลือกคำนำหน้านาม เมื่อใช้กับคำนามนับได้เอกพจน์ a/an มักใช้แนะนำสมาชิกหนึ่งรายที่ไม่ชี้เฉพาะในกลุ่ม ส่วน the มักใช้กับสิ่งที่ระบุได้ว่าเป็นสิ่งใด
แบบฝึกหัด
เลือกคำนำหน้านามที่เหมาะสมที่สุดสำหรับประโยคที่สอง: I saw a dog outside. ___ dog had a red collar.
- An
- The
- A
ดูคำตอบ
The
The first rule I'm going to teach you today is about the indefinite article. การใช้คำ
1:03กฎข้อแรกที่ฉันจะสอนในวันนี้คือเกี่ยวกับคำนำหน้านามที่ไม่ชี้เฉพาะ
the indefinite article: a และ an
The indefinite article เป็นศัพท์ไวยากรณ์ที่ใช้เรียก a และ an โดยวางไว้หน้าคำนามนับได้เอกพจน์เมื่อผู้พูดนำเสนอคนหรือสิ่งของหนึ่งรายในกลุ่ม แทนที่จะเป็นสิ่งที่ระบุได้อยู่แล้ว Indefinite อธิบายวิธีนำเสนอสิ่งที่คำนามอ้างถึง ไม่ได้หมายความว่าคำหรือประโยคนั้นไม่ชัดเจน ใช้ a หน้าพยัญชนะเสียง และใช้ an หน้าสระเสียง
แบบฝึกหัด
คู่ใดเรียกว่า the indefinite article ในภาษาอังกฤษ?
- an and the
- a and the
- a and an
ดูคำตอบ
a and an
The indefinite articles in English are a and an
1:07คำนำหน้านามที่ไม่ชี้เฉพาะในภาษาอังกฤษคือ a และ an
before a singular noun: ตำแหน่งของ a/an
“before a singular noun” บอกตำแหน่งของ a/an โดยวางไว้ต้นกลุ่มคำนามที่มีคำนามหลักเป็นคำนามนับได้เอกพจน์ เช่น a book หรือ an old book แค่เป็น “เอกพจน์” ยังไม่พอ โดยทั่วไป a/an ไม่วางตรงหน้าคำนามพหูพจน์หรือคำนามนับไม่ได้
แบบฝึกหัด
กลุ่มคำนามข้อใดใช้คำนำหน้านามแบบไม่ชี้เฉพาะได้ถูกต้อง?
- a red bicycle
- an information
- a bicycles
ดูคำตอบ
a red bicycle
and an unusual theory because these are not specific.
1:16และ an unusual theory เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ชี้เฉพาะ
something non-specific, use a or an: ใช้ a/an กับสิ่งที่ไม่เฉพาะเจาะจง
Something non-specific หมายถึงคนหรือสิ่งของหนึ่งคนหรือหนึ่งชิ้นจากกลุ่ม โดยไม่ได้บอกชัดว่าเป็นคนไหนหรือชิ้นไหน ใช้ a หรือ an กับคำนามนับได้เอกพจน์เมื่อผู้ฟังไม่จำเป็นต้องระบุสิ่งนั้นอย่างเจาะจง ตัวอย่างเช่น I need a pencil หมายความว่าดินสอที่เหมาะสมแท่งไหนก็ได้ ผู้พูดไม่ได้ชี้ถึงดินสอแท่งหนึ่งที่ทั้งสองฝ่ายรู้อยู่แล้ว
แบบฝึกหัด
คุณต้องการที่นั่งหนึ่งที่และยังไม่ได้เลือกที่นั่งเฉพาะ ข้อใดเหมาะกับสถานการณ์นี้?
- Please find a seat.
- Please find the seat.
- Please find seats.
ดูคำตอบ
Please find a seat.
We use a when the next sound is a consonant sound. ไวยากรณ์
1:33เราใช้ a เมื่อเสียงถัดไปเป็นเสียงพยัญชนะ
ใช้ a เมื่อเสียงถัดไปเป็นพยัญชนะ
เลือก a หรือ an จากเสียงแรกที่ออกจริงหลังคำนำหน้านาม ไม่ใช่ดูแค่ตัวอักษรแรกของคำถัดไป ใช้ a หน้าเสียงพยัญชนะ คำบางคำอาจขึ้นต้นด้วยตัวอักษรสระ แต่เสียงแรกเป็นพยัญชนะ university เริ่มด้วยเสียง /j/ ดังนั้น a university จึงถูกต้อง
แบบฝึกหัด
เติม a หรือ an ในประโยค: Maya studies at ____ university in Scotland.
ดูคำตอบ
a
eucalyptus ขึ้นต้นด้วย E แต่เสียงแรกคือ /j/
eucalyptus สะกดขึ้นต้นด้วยตัวอักษรสระ E แต่การออกเสียงเริ่มด้วย /juː/ โดยเสียงแรกสุดคือเสียงพยัญชนะ /j/ เหมือนเสียงต้นของ yes ดังนั้น a eucalyptus plant จึงถูกต้อง ไม่ใช่ an eucalyptus plant ถ้าพูดให้แม่นยำ /juː/ ประกอบด้วยสองเสียง คือ /j/ ตามด้วย /uː/ มีเพียงเสียงแรกเท่านั้นที่ใช้ตัดสินว่าจะเลือก a หรือ an
แบบฝึกหัด
เติม a หรือ an: We planted ____ eucalyptus tree beside the school.
ดูคำตอบ
a
We use an when the next word begins with a vowel sound. ไวยากรณ์
1:53เราใช้ an เมื่อคำถัดไปขึ้นต้นด้วยเสียงสระ
an หน้าเสียงสระ
ใช้ an เมื่อคำที่ตามหลังคำนำหน้านามทันทีเริ่มด้วยเสียงสระ ให้เลือกจากเสียงแรกที่ออกจริง ไม่ใช่ดูเพียงตัวอักษรแรกที่เขียน ถ้ามีคำคุณศัพท์อยู่หน้าคำนาม ให้ฟังเสียงแรกของคำคุณศัพท์ เช่น an unusual idea แต่ใช้ a useful idea เพราะ useful เริ่มด้วยเสียง /j/
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย a หรือ an: Leo had ____ unusual idea for the school show.
ดูคำตอบ
an
Again, remember what I said about eucalyptus plant?
2:01เอาล่ะ จำที่ฉันพูดเกี่ยวกับ eucalyptus plant ได้ไหม?
heir: h ที่ไม่ออกเสียงและ an heir
ในคำว่า heir ตัวอักษรแรกที่เขียนคือ h ซึ่งเป็นตัวอักษรพยัญชนะ แต่ h นี้ไม่ออกเสียง ในภาษาอังกฤษแบบบริติชมาตรฐาน คำนี้เริ่มด้วยเสียงสระ /eə/ ดังนั้นวลีที่ถูกต้องคือ an heir เมื่อเลือก a หรือ an ให้ดูเสียงแรกที่ออกจริง ถ้าตัวอักษรพยัญชนะไม่ออกเสียง ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ a
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย a หรือ an: The prince is ____ heir to the throne.
ดูคำตอบ
an
ไม่ใช้คำนำหน้านามกับคำนามพหูพจน์ที่กล่าวโดยทั่วไป
เมื่อคำนามนับได้รูปพหูพจน์หมายถึงสิ่งทั้งประเภทหรือกล่าวถึงสิ่งต่าง ๆ โดยทั่วไป จะไม่ใส่คำนำหน้านามข้างหน้า วิธีนี้เรียกว่า zero article: Dogs need exercise หมายถึงสุนัขทั้งประเภท อย่าตัดสินจากรูปพหูพจน์เพียงอย่างเดียว เมื่อหมายถึงกลุ่มเฉพาะที่ผู้ฟังรู้ว่าเป็นกลุ่มไหน ให้ใช้ the เช่น The dogs next door need exercise
แบบฝึกหัด
ประโยคใดกล่าวถึงหนังสือทั้งประเภท?
- I bought a book yesterday.
- The books on this shelf belong to Mia.
- Books can teach us a lot.
ดูคำตอบ
Books can teach us a lot.
The fourth rule is that we don't use an article for abstract nouns in English. ไวยากรณ์
2:24กฎข้อที่สี่คือเราจะไม่ใช้คำนำหน้านามกับคำนามนามธรรมในภาษาอังกฤษ
ไม่ใช้คำนำหน้านามกับคำนามนามธรรมที่กล่าวโดยทั่วไป
เมื่อคำนามนามธรรม เช่น hope, love หรือ honesty หมายถึงความคิด ความรู้สึก หรือคุณลักษณะโดยทั่วไป คำนามนั้นมักเป็นคำนามนับไม่ได้และไม่ใช้คำนำหน้านาม เช่น Hope helps us continue คำนามนามธรรมไม่ได้อยู่โดยไม่มีคำนำหน้านามเสมอไป ใช้ the เมื่อบริบทระบุสิ่งที่เฉพาะเจาะจง เช่น the hope that we will win ใช้ a หรือ an เมื่อคำนามมีความหมายที่นับได้ เช่น a fear หรือ an idea
แบบฝึกหัด
ประโยคใดไม่ใช้คำนำหน้านามเมื่อกล่าวถึงคุณลักษณะเชิงนามธรรมโดยทั่วไป?
- The honesty of her answer surprised me.
- She told me an idea.
- Honesty matters in a friendship.
ดูคำตอบ
Honesty matters in a friendship.
I used the definite article in the story and just now.
2:34ฉันใช้คำนำหน้านามชี้เฉพาะในเรื่องเล่าและเมื่อกี้ด้วย
the definite article: คำนำหน้านามชี้เฉพาะ the
the definite article เป็นศัพท์ไวยากรณ์ที่ใช้เรียกคำว่า the ในภาษาอังกฤษ คำนี้บอกว่าคำนามหมายถึงคน สิ่งของ หรือกลุ่มที่ผู้ฟังระบุได้จากการกล่าวถึงก่อนหน้านี้ จากสถานการณ์ หรือจากความรู้ที่มีร่วมกัน definite ในที่นี้หมายถึง “ระบุได้หรือชัดเจนแล้ว” ไม่ได้หมายถึงเพียง “แน่นอน” ผู้พูดบอกชื่อศัพท์นี้ก่อน แล้วจึงอธิบายว่าคำนำหน้านามแบบชี้เฉพาะในภาษาอังกฤษคือ the
แบบฝึกหัด
คำภาษาอังกฤษใดคือ definite article?
- an
- the
- a
ดูคำตอบ
the
And there's just one definite article in English.
2:39และมีคำนำหน้านามชี้เฉพาะแค่ตัวเดียวในภาษาอังกฤษ
We can use the with singular or plural nouns when we're talking about something specific ไวยากรณ์
2:42เราสามารถใช้ the กับคำนามเอกพจน์หรือพหูพจน์ได้เมื่อเราพูดถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยเฉพาะ
ใช้ the กับคำนามเอกพจน์หรือพหูพจน์เมื่อพูดถึงสิ่งที่ชี้เฉพาะ
the วางหน้าคำนามเอกพจน์ (the book) หรือคำนามพหูพจน์ (the books) ก็ได้ หน้าที่ของ the ไม่ใช่การบอกจำนวน แต่เป็นการบอกว่าผู้ฟังระบุได้ว่าหมายถึงคน สิ่งของ หรือกลุ่มใด ในกฎพื้นฐานนี้ specific หมายถึง “ระบุได้จากบริบท” เช่น มีการกล่าวถึงมาก่อน หรือมีวลีอย่าง on the table ที่ช่วยให้ชัดเจนว่าหมายถึงสิ่งใด การที่ผู้พูดนึกถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่งอยู่ไม่ได้ทำให้ต้องใช้ the กับคำนามนั้นโดยอัตโนมัติ
แบบฝึกหัด
เติมคำนำหน้านามแบบชี้เฉพาะ ผู้พูดทั้งสองรู้ว่าหน้าต่างใดเปิดอยู่: Please close ____ windows beside the door.
ดูคำตอบ
the
because I'm talking about the story I just told you.
2:52เพราะฉันกำลังพูดถึงเรื่องราวที่ฉันเพิ่งเล่าให้คุณฟัง
because I'm talking about the boy I mentioned before.
2:57เพราะฉันกำลังพูดถึงเด็กผู้ชายที่พูดถึงก่อนหน้านี้
that we already talked about: ใช้ the เมื่อกล่าวถึงสิ่งเดิมอีกครั้ง
วลี that we already talked about ชี้ไปยังข้อมูลที่กล่าวถึงไปแล้วในการสนทนา เมื่อกล่าวถึงคำนามนับได้เอกพจน์เป็นครั้งแรก มักใช้ a หรือ an ส่วนเมื่อกล่าวถึงคนหรือสิ่งเดิมอีกครั้ง มักใช้ the เพื่อบอกว่าผู้ฟังระบุได้ว่าหมายถึงอะไร ตัวอย่างเช่น เริ่มด้วย a boy แล้วจึงใช้ the boy ในที่นี้ the หมายถึง “คนที่กล่าวถึงไปก่อนหน้านี้โดยเฉพาะ” ไม่ใช่เด็กผู้ชายคนใดก็ได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคที่สองด้วยคำนำหน้านามที่ย้อนกลับไปหานกตัวเดิม: I saw a bird in the garden. ____ bird had a red tail.
ดูคำตอบ
The
when there's only one of something: ใช้ the กับสิ่งที่มีหนึ่งเดียว
วลี when there's only one of something อธิบายกฎเรื่องความเป็นสิ่งเดียวสำหรับคำนำหน้านามแบบชี้เฉพาะ ใช้ the เมื่อมีคนหรือสิ่งที่ตรงกับความหมายเพียงหนึ่งเดียวในโลกหรือในสถานการณ์ที่ผู้พูดกับผู้ฟังเข้าใจร่วมกัน ผู้ฟังจึงระบุได้ว่าหมายถึงอะไร เช่น the Sun, the Earth และ the universe ความเป็นสิ่งเดียวอาจเกิดจากบริบท ไม่จำเป็นต้องมีเพียงหนึ่งเดียวในโลก ในห้องที่มีประตูเพียงบานเดียว Close the door เป็นประโยคที่เป็นธรรมชาติ คำอย่าง center ต้องมีขอบเขตอ้างอิงที่รู้กัน เช่น the center of the room
แบบฝึกหัด
เติมคำนำหน้านามแบบชี้เฉพาะที่แสดงถึงนาฬิกาเพียงเรือนเดียวในห้องเรียนนี้: This classroom has one clock. ____ clock is five minutes fast.
ดูคำตอบ
The
at the time ... at the weekend: วลีบอกเวลาที่มี the
at the time และ at the weekend เป็นวลีบอกเวลาที่ใช้กันทั่วไปและมีคำว่า the อยู่ด้วย at the time หมายถึง “ตอนนั้น” หรือ “ในเวลานั้นโดยเฉพาะ” โดยปกติจะกล่าวถึงเวลาที่ทราบชัดจากบริบทแล้ว ส่วนในภาษาอังกฤษแบบบริติช at the weekend หมายถึง “ในช่วงสุดสัปดาห์” ให้จำแต่ละวลีเป็นชุดคำที่สมบูรณ์ว่า at + the + time/weekend เพราะ the เป็นส่วนหนึ่งของสำนวนเหล่านี้ แนวคิดทั่วไปเรื่อง “เฉพาะเจาะจงหรือทั่วไป” เพียงอย่างเดียวจึงไม่สามารถบอกได้ว่าแบบใดฟังเป็นธรรมชาติ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้วลีบอกเวลาเป้าหมายทั้งสองวลีได้อย่างเป็นธรรมชาติในภาษาอังกฤษแบบบริติช
- At the time, I lived near my school, and I visited my grandparents at the weekend.
- On the time, I lived near my school, and I visited my grandparents in the weekend.
- At time, I lived near my school, and I visited my grandparents at weekend.
ดูคำตอบ
At the time, I lived near my school, and I visited my grandparents at the weekend.
we'll look at: ใช้เกริ่นหัวข้อที่จะอภิปราย
ในประโยคนี้ look at หมายถึง “พิจารณา อภิปราย หรือศึกษา” ไม่ได้หมายถึงเพียงหันสายตาไปมองสิ่งใดสิ่งหนึ่ง กรรมของวลีนี้คือ the rule ซึ่งเป็นหัวข้อที่ผู้พูดวางแผนจะอธิบาย คำว่า we'll look at today ช่วยบอกว่าผู้พูดหมายถึงกฎข้อไหน นั่นคือกฎที่จะนำมาพูดถึงในบทเรียนวันนี้ ในชั้นเรียนและการนำเสนอ we'll look at ใช้บอกล่วงหน้าอย่างเป็นธรรมชาติว่าจะกล่าวถึงอะไรต่อไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีที่เน้นไว้: In the next lesson, we'll ____ how plants grow.
ดูคำตอบ
look at
We also use this pronunciation when we say the Internet,
3:43เรายังใช้การออกเสียงแบบนี้เมื่อเราพูดว่า the Internet ด้วย
after all that information: เปลี่ยนจากรายละเอียดจำนวนมากไปสู่ขั้นตอนถัดไป
after all that information เป็นวลีเชื่อมที่ใช้ตอนต้นประโยค วลีนี้รวบรวมทุกอย่างที่เพิ่งอธิบายให้เป็นก้อนเดียว และบอกผู้ฟังว่าผู้พูดกำลังจะเปลี่ยนไปสู่ปฏิกิริยา บทสรุป คำถาม หรือขั้นตอนถัดไป after แสดงลำดับ ส่วน all that information ย้อนอ้างถึงเนื้อหาจำนวนมากที่เพิ่งกล่าวไป วลีนี้ช่วยจัดระเบียบการพูด ไม่ได้เพิ่มข้อเท็จจริงใหม่
แบบฝึกหัด
ผู้นำเสนอเพิ่งอธิบายเนื้อหายาว ๆ จบ ประโยคใดเหมาะที่สุดสำหรับเปลี่ยนไปสู่การทบทวนสั้น ๆ
- Before all that information, let's review the three main points.
- After all that information, let's review the three main points.
- After all that information, let's explain every detail again.
ดูคำตอบ
After all that information, let's review the three main points.
I wouldn't be surprised if: วิธีพูดถึงความคาดหมายอย่างนุ่มนวล
I wouldn't be surprised if ... หมายความว่าสถานการณ์หนึ่งดูมีแนวโน้มหรือเป็นเรื่องที่เข้าใจได้สำหรับผู้พูด แทนที่จะยืนยันโดยตรงว่าเป็นเรื่องจริง ผู้พูดนำเสนอว่าเป็นสิ่งที่หากเกิดขึ้นก็ไม่น่าแปลกใจ รูปแบบคือ I wouldn't be surprised if + อนุประโยค ในที่นี้ your head is spinning บรรยายปฏิกิริยาที่ผู้ฟังอาจกำลังมีอยู่ จึงทำให้การคาดเดานุ่มนวลขึ้นและทำให้มุกฟังดูเห็นอกเห็นใจมากขึ้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกอย่างถูกต้องและสุภาพว่า Mia น่าจะเหนื่อยหลังจากการเดินทางไกล
- I wouldn't be surprised if Mia was tired after the long trip.
- I wouldn't be surprise if Mia was tired after the long trip.
- I wouldn't surprise if Mia was tired after the long trip.
ดูคำตอบ
I wouldn't be surprised if Mia was tired after the long trip.
your head is spinning: สับสนเพราะข้อมูลมากเกินไป
ในที่นี้ your head is spinning เป็นสำนวนเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงคุณรู้สึกว่าสมองรับไม่ไหวหรือสับสน เพราะมีข้อมูลให้ประมวลผลมากเกินไป ไม่ได้หมายความว่าศีรษะกำลังหมุนจริง ๆ ภาพเปรียบเทียบนี้สื่อว่าความคิดแล่นเร็วมากจนจัดระเบียบได้ยาก รูปแบบ my/your/her head is spinning สามารถนำไปใช้เมื่อคนคนหนึ่งรู้สึกว่ามีข้อมูลมากเกินกว่าจะรับไหว
แบบฝึกหัด
ในสถานการณ์ใดที่สามารถพูดว่า 'My head is spinning' ได้อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อสื่อว่ารับข้อมูลมากเกินไป
- คุณเพิ่งได้รับข้อมูลซับซ้อนมากเกินไป
- คุณกำลังมองดูล้อหมุน
- คุณต้องการบอกว่าใครบางคนวิ่งเร็วมาก
ดูคำตอบ
คุณเพิ่งได้รับข้อมูลซับซ้อนมากเกินไป
as fast as: เปรียบเทียบความเร็วที่เท่ากันด้วย as ... as
ใน as fast as the Earth คำว่า as สองตำแหน่งสร้างการเปรียบเทียบในระดับเดียวกัน กล่าวคือ สิ่งหนึ่งกำลังหมุนด้วยความเร็วเหมือนกับอีกสิ่งหนึ่ง รูปแบบเต็มคือ as + คำคุณศัพท์/คำกริยาวิเศษณ์ + as ในที่นี้ fast เป็นคำกริยาวิเศษณ์ที่ขยาย spinning และ as ตัวที่สองนำเข้าสิ่งที่ใช้เปรียบเทียบคือ the Earth รูปแบบนี้นำเสนอว่าความเร็วทั้งสองเท่ากันหรือใกล้เคียงกัน และยังใช้เปรียบเทียบแบบเกินจริงเพื่อความสนุกแทนการวัดอย่างแม่นยำได้ ดังเช่นในประโยคนี้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่เน้นไว้เพื่อแสดงว่าความเร็วเท่ากัน: Nora can swim ____ her brother.
ดูคำตอบ
as fast as