บลูอี้ "ลูกโป่งลอยฟ้า" | ตอนเต็ม | ซีซั่น 1 ตอนที่ 3 | @disneyjr: บทเรียนภาษาอังกฤษ
Disney Jr.
ภาพรวมวิดีโอ: บลูอีและบิงโกพยายามตีลูกโป่งไม่ให้แตะพื้น ขณะที่พ่อแม่ค่อย ๆ ทำให้เกมยากขึ้น การไล่ตามลุกลามไปถึงสนามบ้านเพื่อนบ้าน ลูกโป่งใบสุดท้ายแตก และครอบครัวยอมรับว่าการกะระดับความสนุกให้พอดีนั้นยาก แต่ทุกคนก็สนุกมาก ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. I mean, — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: สังเกตวิธีที่ผู้พูดแก้ไขหรือปรับถ้อยคำที่เพิ่งพูดไปทันที โดยไม่ต้องเริ่มประโยคใหม่ทั้งหมด เครื่องหมายการสนทนานี้ช่วยให้แก้คำพูดผิด เปลี่ยนคำ หรือชี้แจงความตั้งใจได้อย่างเป็นธรรมชาติระหว่างที่กำลังพูด 2. tidied them all away? — กริยาวลี: เรียนรู้ว่า tidy away หมายถึงเก็บของที่กระจัดกระจายกลับเข้าที่ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนามอย่าง them ต้องวางไว้ระหว่างคำกริยากับคำอนุภาค จึงช่วยให้พูดเรื่องการเก็บของเล่น อุปกรณ์ หรือสิ่งของอื่น ๆ ด้วยลำดับคำที่ถูกต้อง 3. I've done me hammy. — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: ทำความเข้าใจสำนวนกันเองอย่างมากที่มีกลิ่นอายภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลีย ซึ่งหมายถึงบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อหลังต้นขา ในที่นี้ do แปลว่าทำให้บาดเจ็บ me เป็นรูปภาษาพูดที่ไม่เป็นมาตรฐานของ my และ hammy ย่อมาจาก hamstring จึงช่วยให้เข้าใจมุกและรู้ว่าควรหลีกเลี่ยงในสถานการณ์เป็นทางการ
คำอธิบายในบทเรียนนี้
I mean สำหรับการแก้คำพูดของตัวเองทันที
ตรงนี้ I mean เป็นคำส่งสัญญาณในบทสนทนาว่าผู้พูดกำลังแก้คำพูดของตัวเอง ผู้พูดเพิ่งพูดหรือเริ่มพูดสิ่งที่ไม่ตรงกับความตั้งใจ แล้วใช้คำนี้นำข้อความที่แก้แล้วคือ morning last balloon ไม่ได้กำลังเริ่มคำอธิบายแบบเป็นทางการและละเอียด ให้เข้าใจว่า “ปรับหรือไม่ต้องยึดคำที่ฉันเพิ่งพูด ส่วนหลัง I mean คือสิ่งที่ฉันตั้งใจจะพูด” วิธีนี้ช่วยแก้วันที่ ตัวเลข ชื่อ หรือถ้อยคำได้ทันทีโดยไม่ต้องเริ่มประโยคใหม่ทั้งหมด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ I mean เพื่อแก้สิ่งที่ผู้พูดพูดผิดทันที
- I mean that Thursday is an important day.
- We'll meet on Tuesday—I mean, Thursday.
- Do you mean Tuesday or Thursday?
ดูคำตอบ
We'll meet on Tuesday—I mean, Thursday.
You ready? ในฐานะรูปย่อแบบกันเองของ Are you ready?
You ready? เป็นรูปย่อแบบกันเองในภาษาพูดของ Are you ready? โดยตัด are ซึ่งเป็นรูปของกริยา be ที่อยู่ต้นประโยคออก แต่ทำนองคำถามและสถานการณ์ยังทำให้เข้าใจว่าเป็นคำถามแบบตอบใช่หรือไม่เกี่ยวกับความพร้อม เมื่อได้ยิน ให้สังเกตคำที่หายไปและจำโครงสร้างเต็มว่า Are + you + ready? รูปย่อนี้พบบ่อยในการพูดคุยที่รวดเร็วและไม่เป็นทางการ แต่ไม่ใช่ประโยคมาตรฐานแบบเต็ม
แบบฝึกหัด
รูปมาตรฐานแบบเต็มของ You ready? คือข้อใด
- Were you ready?
- Are you ready?
- You are ready.
ดูคำตอบ
Are you ready?
What have you got there?:ถามถึงสิ่งของด้วยความอยากรู้
เมื่อเห็นใครกำลังถือ พก หรือเอาของบางอย่างมาให้ดู What have you got there? เป็นวิธีถามอย่างเป็นมิตรว่าของนั้นคืออะไร ในที่นี้ have got หมายถึง “มีติดตัว” หรือ “กำลังถืออยู่” ส่วน there ชี้กว้าง ๆ ไปยังบริเวณข้างตัวหรือมือของอีกฝ่าย คำถามนี้ไม่ได้เพียงขอให้บอกชื่อสิ่งของ แต่ยังแสดงความอยากรู้และชวนให้อีกฝ่ายเล่าหรือเอามาให้ดูมากขึ้น จึงให้ความรู้สึกมีปฏิสัมพันธ์มากกว่าการถามสั้น ๆ ว่า What is that?
แบบฝึกหัด
คุณเห็นเด็กคนหนึ่งถือกระเช้าใบเล็กที่มีฝาปิด ใช้วลีจากบทเรียนที่มี have got และ there เติมคำถามอย่างเป็นมิตรให้สมบูรณ์: Oh, ____?
ดูคำตอบ
what have you got there
That's funny, is it?:คำถามพ่วงท้ายเพื่อหยอกตอบ
ใน That's funny, is it? ทั้งประโยคบอกเล่าและคำถามพ่วงท้ายเป็นรูปบอกเล่า is it? ไม่ได้ทำหน้าที่เหมือนคำถามพ่วงท้ายแบบปฏิเสธทั่วไปอย่าง isn't it? ที่มักใช้ขอการยืนยัน แต่ใช้ทวนหรือตอบสนองต่อความคิดที่เพิ่งถูกกล่าวถึง ในที่นี้ผู้พูดใช้ด้วยน้ำเสียงอบอุ่นเพื่อเล่นตามและหยอกเบา ๆ ความหมายใกล้เคียงกับ “อ๋อ แปลว่ามันตลกอย่างนั้นเหรอ?” ถ้าใช้คำเดิมด้วยน้ำเสียงราบเรียบหรือแข็ง อาจฟังเหมือนสงสัยหรือท้าทายได้ ดังนั้นความสัมพันธ์และวิธีพูดจึงสื่อความหมายส่วนสำคัญ
แบบฝึกหัด
เด็กคนหนึ่งพูดว่า 'I'm the champion!' ใช้คำถามพ่วงท้ายรูปบอกเล่าเพื่อทวนคำกล่าวของเด็ก: Oh, you're the champion, ____?
ดูคำตอบ
are you
I've got ... for you: นำเสนอบางสิ่งให้อีกฝ่าย
ในประโยคนี้ I've got มีความหมายเท่ากับ I have ผู้พูดมีเกมพร้อมจะเสนอหรือแนะนำให้อีกฝ่าย ไม่ได้หมายความว่า “ฉันได้เกมมาแล้ว” ใช้ I've got + คำนาม + for you เพื่อพูดถึงสิ่งที่เตรียมไว้ให้อีกฝ่าย เช่น คำถาม งาน ของขวัญ หรือเรื่องเซอร์ไพรส์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย I've got: ____ a quick question for you.
ดูคำตอบ
I've got
is called + ชื่อ: บอกชื่อหรือชื่อเรื่อง
is called + ชื่อ ใช้บอกชื่อหรือชื่อเรื่องของบุคคล สถานที่ สิ่งของ เกม หรือผลงาน ในที่นี้ Keepy Uppy เป็นชื่อตอน โครงสร้างคือ ประธาน + be called + ชื่อ โดย called เป็นกริยาช่องสามในรูปประโยคถูกกระทำ และในที่นี้หมายถึง “มีชื่อว่า” ไม่ใช่ “ถูกโทรหา” หากประธานเป็นพหูพจน์ให้ใช้ are called
แบบฝึกหัด
ใช้ is called เติมประโยคให้สมบูรณ์: This new board game ____ Moon Mission.
ดูคำตอบ
is called
You have to keep the balloon in the air and can't let it touch the ground. โน้ต
1:25ลูกต้องเลี้ยงลูกโป่งไว้ในอากาศและห้ามให้มันแตะพื้น
have to: การบอกข้อกำหนดที่ต้องปฏิบัติ
have to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึง “ต้องทำบางอย่าง” ในประโยคนี้ใช้บอกว่าการทำให้ลูกโป่งอยู่ในอากาศเป็นข้อกำหนดของเกม มักใช้เพื่อบอกกฎ หน้าที่ หรือความจำเป็นที่เกิดจากสถานการณ์ ไม่ได้หมายถึงการเป็นเจ้าของการกระทำที่ตามมา
แบบฝึกหัด
ใช้ have to เพื่อบอกกฎของห้องปฏิบัติการ: Students ____ wear safety glasses in the lab.
ดูคำตอบ
have to
keep the balloon in the air: keep + กรรม + สถานที่หรือสภาพ
ในประโยคนี้ keep the balloon in the air หมายถึง “ทำให้ลูกโป่งอยู่ในอากาศอย่างต่อเนื่อง” keep ใช้บอกการรักษาตำแหน่งไว้ตลอดช่วงเวลาหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงการเก็บหรือเป็นเจ้าของลูกโป่ง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ keep + กรรม + สถานที่หรือสภาพ โดยกรรมจะอยู่ต่อจาก keep ทันที และส่วนท้ายจะบอกว่าสิ่งนั้นยังคงอยู่ที่ไหนหรืออยู่ในสภาพใด
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้าง keep + กรรม + คำคุณศัพท์ พร้อมคำภาษาอังกฤษ your voice และ low: Please ____ while the baby is sleeping.
ดูคำตอบ
keep your voice low
can't let it touch: let + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน
ในที่นี้ can't let it touch the ground หมายถึง “ต้องป้องกันไม่ให้มันแตะพื้น” ในกติกา can't let บอกว่าห้ามปล่อยให้เกิดผลลัพธ์นี้ หลัง let ให้ใช้กรรมตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน: let + it + touch และไม่เติม to หน้า touch
แบบฝึกหัด
ใช้ let + the child + touch เติมกฎความปลอดภัยนี้ให้สมบูรณ์: We can't ____ the stove.
ดูคำตอบ
let the child touch
What happens if ...?: การถามผลของเงื่อนไข
What happens if ...? ใช้ถามว่าจะเกิดผลอะไรเมื่อเงื่อนไขหนึ่งเกิดขึ้น มักใช้ถามเกี่ยวกับกติกา ความเสี่ยง หรือผลของการกระทำ สำหรับเงื่อนไขที่เป็นจริงหรืออาจเกิดขึ้น อนุประโยค if มักใช้ present simple: What happens if it touches ...? ในรูปแบบนี้ไม่ใช้ will หลัง if
แบบฝึกหัด
คำถามใดถามถึงผลของสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างถูกต้อง?
- What happens if I will miss the last bus?
- What happen if I miss the last bus?
- What happens if I miss the last bus?
ดูคำตอบ
What happens if I miss the last bus?
just a game: ใช้ just เพื่อลดความจริงจัง
ใน just a game คำว่า just หมายถึง “แค่” หรือ “ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น” ทำให้เกมดูสำคัญหรือจริงจังน้อยลง ผู้พูดใช้รูปแบบนี้เพื่อปลอบให้อีกฝ่ายสบายใจ หรือช่วยให้มองผลลัพธ์ที่น่าผิดหวังตามความเป็นจริง ในที่นี้ just ไม่ได้หมายถึง “เมื่อสักครู่”
แบบฝึกหัด
just ใน “It's just a game” มีผลต่อความหมายอย่างไร?
- ทำให้สถานการณ์ฟังดูไม่ร้ายแรงมากนัก
- บอกว่าเกมจบไปแล้ว
- บอกว่าเกมเกิดขึ้นเมื่อสักครู่
ดูคำตอบ
ทำให้สถานการณ์ฟังดูไม่ร้ายแรงมากนัก
I got it: รับหน้าที่ในฉากที่กำลังมีการเคลื่อนไหว
ในฉากที่กำลังมีการเคลื่อนไหวนี้ I got it หมายถึง “ฉันจะรับเอง” หรือ “ฉันจัดการเอง” ผู้พูดกำลังขอรับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า คำเดียวกันนี้อาจหมายถึง “ฉันเข้าใจแล้ว” หลังจากฟังคำอธิบาย จึงต้องดูการกระทำและบทสนทนารอบข้างเพื่อเลือกความหมายที่ถูกต้อง
แบบฝึกหัด
ถาดใบหนึ่งเริ่มลื่น และ Lee พูดว่า “I got it!” Lee หมายความว่าอย่างไร?
- Lee ซื้อถาดใบนั้นมา
- Lee เข้าใจคำอธิบาย
- Lee จะรับหรือประคองถาดไว้
ดูคำตอบ
Lee จะรับหรือประคองถาดไว้
get it: คำสั่งให้จับหรือหยิบสิ่งของ
ในที่นี้ get it เป็นประโยคคำสั่งให้บลูอี้ลงมือทำ โดย it หมายถึงลูกโป่ง และ get หมายถึงจับหรือคว้าไว้ ฉากนี้ไม่ได้หมายถึง “เข้าใจ” ให้ดูสถานการณ์รอบข้างเพื่อเลือกความหมาย เมื่อสิ่งของที่มองเห็นกำลังเคลื่อนที่ ตกลงมา หรือต้องมีคนไปเก็บ Get it! มักเป็นคำสั่งให้ลงมือทำทันที แต่เมื่อกำลังพูดถึงแนวคิดหรือคำอธิบาย get it อาจหมายถึง “เข้าใจ”
แบบฝึกหัด
จานร่อนกำลังตกไปทางเพื่อนของคุณ คุณตะโกนว่า “Get it!” คุณกำลังบอกให้เพื่อนทำอะไร?
- จับหรือหยิบจานร่อน
- อธิบายกติกาของเกม
- แสดงว่าคุณเข้าใจคำสั่ง
ดูคำตอบ
จับหรือหยิบจานร่อน
making it harder: make + กรรม + คำคุณศัพท์
ใน making it harder คำว่า make ใช้โครงสร้าง make + กรรม + คำคุณศัพท์ โดย it หมายถึงกิจกรรมหรือสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น ส่วน harder บอกสภาพใหม่ว่ามันยากกว่าเดิม ในที่นี้ harder กล่าวถึงระดับความยาก ไม่ได้หมายถึงวัตถุแข็งขึ้น โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้ได้ใน make it easier, make it clear และ make it possible
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย make + it + รูปขั้นกว่าของ hard: The extra steps ____ to finish on time.
ดูคำตอบ
make it harder
gonna ในโครงสร้าง be + gonna + กริยารูปพื้นฐาน
gonna เป็นรูปภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการของ going to และใช้ในงานเขียนที่ตั้งใจถ่ายทอดบทสนทนาได้ด้วย ใน I'm gonna cook ชุด am + gonna + cook แสดงแผนของผู้พูดว่าจะทำสิ่งนั้นเป็นอย่างถัดไป โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ รูปของ be ที่เหมาะกับประธาน + gonna + กริยารูปพื้นฐาน โดย be เปลี่ยนตามประธาน แต่ gonna และกริยารูปพื้นฐานที่ตามหลังไม่เปลี่ยน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการของ going to: Mia is ____ call her friend tonight.
ดูคำตอบ
gonna
brecky: คำย่อแบบออสเตรเลียของ breakfast
brecky เป็นคำย่อแบบกันเองของ breakfast ในภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลีย ในประโยคนี้ cook brecky หมายถึงทำอาหารเช้าเท่านั้น brecky ไม่ใช่ชื่อคนหรืออาหารจานพิเศษ คำนี้ทำให้ประโยคมีน้ำเสียงอบอุ่นและเป็นกันเองแบบครอบครัว ในภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียยังพบการสะกด brekkie และ brekky ได้บ่อย แต่ breakfast เป็นคำมาตรฐานที่คนทั่วไปเข้าใจ
แบบฝึกหัด
ในภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียที่เป็นกันเอง brecky ในที่นี้หมายถึงอะไร?: Let's have brecky before school.
- กระเป๋านักเรียน
- การพักสั้น ๆ
- อาหารเช้า
ดูคำตอบ
อาหารเช้า
What if we do small ones? สำหรับเสนอความคิดอย่างนุ่มนวล
What if we + คำกริยารูปพื้นฐาน ...? ใช้เสนอความคิดให้ทุกคนลองพิจารณา มีความหมายประมาณว่า “ถ้าเรา...ล่ะ?” ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังเสนอให้เปลี่ยนไปใช้อันที่เล็กกว่า ไม่ได้ออกคำสั่ง ในที่นี้ do เป็นคำกริยาทั่วไปแบบไม่เป็นทางการ หมายถึงใช้หรือเลือก ส่วน ones ใช้แทนคำนามพหูพจน์ที่ทุกคนรู้อยู่แล้วจากบทสนทนา ดังนั้น small ones จึงหมายถึงสิ่งของขนาดเล็กกว่าที่กำลังพูดถึง
แบบฝึกหัด
เติมข้อเสนอแบบนุ่มนวลด้วยรูปแบบสามคำที่ขึ้นต้นด้วย What: ____ meet outside the library?
ดูคำตอบ
What if we
Check it out: ชวนให้อีกฝ่ายดู
Check it out! เป็นสำนวนไม่เป็นทางการที่ใช้ดึงความสนใจของคนอื่นมาที่สิ่งที่คุณอยากให้ดู มักมีความรู้สึกตื่นเต้นแบบ “ดูนี่สิ!” ตอนกำลังอวดหรือแสดงบางอย่าง ในที่นี้ check it out ไม่ได้หมายถึงตรวจสอบอย่างละเอียดหรือเช็กเอาต์ออกจากโรงแรม การที่ผู้พูดกำลังแสดงบางอย่างทำให้วลีนี้มีความหมายว่า “ลองดูสิ”
แบบฝึกหัด
คุณเพิ่งสร้างหุ่นยนต์ตัวเล็กเสร็จและอยากให้เพื่อนดูทันที ควรพูดประโยคใดจึงจะเป็นธรรมชาติที่สุด?
- Check it out—I built it myself!
- We have to check out of the hotel by noon.
- Please inspect the robot for damaged wires.
ดูคำตอบ
Check it out—I built it myself!
it's not as fun: บอกระดับที่ต่ำกว่าด้วย not as + คำคุณศัพท์
ใน it's not as fun โครงสร้าง not as + คำคุณศัพท์ หมายถึงคุณลักษณะนั้นมีระดับต่ำกว่าจุดเปรียบเทียบที่รู้อยู่แล้ว ในที่นี้คือ “ไม่สนุกเท่าเมื่อก่อน” ส่วนที่ขึ้นต้นด้วย as ตัวที่สองถูกละไว้ เพราะบริบททำให้รู้ว่ากำลังเปรียบเทียบกับสถานการณ์ก่อนหน้า ถ้าจะเปรียบเทียบแบบเต็ม ใช้ be + not as + คำคุณศัพท์ + as + คน สิ่งของ หรือช่วงเวลาที่นำมาเปรียบเทียบ เช่น This game is not as fun as the old one. คำคุณศัพท์คงรูปเดิม และไม่เติม -er หรือ more ในโครงสร้างนี้
แบบฝึกหัด
ใช้ heavy และ not as ... as เติมการเปรียบเทียบให้สมบูรณ์: This box is ____ that one.
ดูคำตอบ
not as heavy as
pickle: ชื่อเล่นที่หยอกล้อและแสดงความรัก
ใน Sorry, pickle. คำว่า pickle เป็นคำที่ใช้เรียกอีกฝ่ายโดยตรง ผู้พูดใช้เป็นชื่อเล่นที่หยอกล้อและแสดงความรัก ไม่ได้หมายถึงอาหาร ชื่อเล่นนี้ทำให้คำขอโทษหรือการปฏิเสธฟังดูอบอุ่นขึ้น ในภาษาอังกฤษ บางครั้งคำนามทั่วไป รวมถึงชื่ออาหาร ถูกนำมาใช้เป็นชื่อเล่นส่วนตัว ความสัมพันธ์และน้ำเสียงช่วยบอกว่าคำนามที่ดูแปลกกำลังถูกใช้ในลักษณะนี้ ดังนั้นเวลาแปลควรถ่ายทอดหน้าที่ที่แสดงความเอ็นดู ไม่ใช่ความหมายตรงตัวของอาหาร
แบบฝึกหัด
ผู้ปกครองพูดอย่างอ่อนโยนว่า “Time for bed, pickle.” คำว่า pickle ในที่นี้น่าจะทำหน้าที่อะไร?
- มอบตำแหน่งอย่างเป็นทางการให้เด็ก
- ขอให้เด็กนำอาหารมา
- เรียกเด็กอย่างเอ็นดูด้วยชื่อเล่นที่หยอกล้อ
ดูคำตอบ
เรียกเด็กอย่างเอ็นดูด้วยชื่อเล่นที่หยอกล้อ
I've got my hands full: ยุ่งจนรับอะไรเพิ่มไม่ได้
Have got one's hands full เป็นสำนวนที่หมายถึงมีสิ่งที่ต้องทำมากจนแทบไม่มีเวลาหรือกำลังเหลือสำหรับเรื่องอื่น ใน I've got my hands full คำว่า I've got มีความหมายเท่ากับ I have และ my สอดคล้องกับประธาน I ในที่นี้ ผู้พูดกำลังอธิบายว่าทำไมจึงช่วยทำกิจกรรมอื่นไม่ได้ สำนวนนี้อาจทำให้นึกถึงภาพที่สองมือเต็มไปด้วยสิ่งของ แต่ความหมายที่ต้องการคือกำลังยุ่งจนไม่มีเวลาว่าง
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนจากบทเรียนนี้ให้สมบูรณ์: I can't take another task today—I've ____.
ดูคำตอบ
got my hands full
What up, party people?: คำทักทายขี้เล่นที่ไม่เป็นทางการอย่างมาก
What up เป็นรูปที่ไม่เป็นทางการอย่างมากของ What's up? หน้าที่หลักคือใช้ทักทาย ไม่ได้ใช้ถามรายละเอียดอย่างจริงจังว่าเกิดอะไรขึ้น ส่วน party people เป็นคำเรียกคนกลุ่มหนึ่งแบบขี้เล่นและเกินจริง เมื่อนำมารวมกัน ประโยคนี้ให้การปรากฏตัวที่คึกคักและติดตลก ผู้พูดฟังดูเหมือนพิธีกรงานปาร์ตี้ที่เข้ามาร่วมสนุก มากกว่าคนที่กำลังกล่าวทักทายอย่างเป็นทางการ
แบบฝึกหัด
คำทักทายใดเหมาะที่สุดสำหรับการปรากฏตัวแบบขี้เล่นในงานพบปะแบบสบาย ๆ ของเพื่อน ๆ?
- Good afternoon, distinguished guests.
- What up, party people?
- Please tell me what happened at the party.
ดูคำตอบ
What up, party people?
Old so and so is at it again: คนที่ไม่ถูกเอ่ยชื่อทำพฤติกรรมเดิมอีกครั้ง
Old so and so เป็นคำเรียกบุคคลแบบจงใจไม่ระบุชื่อและมีน้ำเสียงล้อเล่น ตรงนี้ old เพิ่มความรู้สึกคุ้นเคยและหยอกล้อ ไม่ได้แปลว่าคนนั้นสูงอายุเสมอไป At it again หมายถึงคนนั้นกลับมาทำพฤติกรรมแบบเดิมที่ทุกคนคุ้นเคยอีกครั้ง ทั้งประโยคพูดเหมือนประกาศข่าวแบบเกินจริงเพื่อแซวว่า คนที่ไม่ได้เอ่ยชื่อนี้กำลังทำเรื่องเดิมตามนิสัยอีกแล้ว
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ Old so and so is at it again หมายความว่าอย่างไร
- ผู้สูงอายุกำลังยืนอยู่ที่เดิมอีกครั้ง
- คนที่ถูกเอ่ยชื่อกำลังลองทำบางอย่างเป็นครั้งแรก
- คนที่คุ้นเคยแต่ไม่ได้เอ่ยชื่อกำลังทำเรื่องแบบที่ทำเป็นประจำอีกครั้ง
ดูคำตอบ
คนที่คุ้นเคยแต่ไม่ได้เอ่ยชื่อกำลังทำเรื่องแบบที่ทำเป็นประจำอีกครั้ง
I'll save ya: ya แบบกันเองที่ใช้แทน you
Ya เป็นการเขียนแบบไม่เป็นทางการที่ใช้แทนการออกเสียง you แบบสบาย ๆ ใน I'll save ya คำว่า ya เป็นกรรมของ save ดังนั้นความหมายพื้นฐานจึงเหมือนกับ I'll save you คำสัญญานี้ฟังเหมือนบทพูดขี้เล่นของฮีโร่ในเกมช่วยเหลือ Ya ทำให้ประโยคฟังเป็นกันเองและสนิทสนม แต่ไม่ได้เป็นคำสรรพนามอีกคำหนึ่ง
แบบฝึกหัด
ฟังประโยคภาษาอังกฤษให้ครบแล้วเลือกข้อความที่ได้ยิน โดยสังเกต ya สั้น ๆ ระหว่าง save กับชื่อคน
- I'll save your pen.
- I'll save young Ben.
- I'll save ya, Ben.
ดูคำตอบ
I'll save ya, Ben.
Let her go: คำสั่งให้ปล่อยใครบางคน
โครงสร้าง let + กรรม + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึง “อนุญาตให้ใครหรือสิ่งใดทำบางอย่าง” ใน Let her go คำว่า her เป็นกรรม และ go คงอยู่ในรูปพื้นฐาน สถานการณ์นี้แสดงว่าผู้พูดต้องการให้อีกฝ่ายหยุดจับหรือกักเธอไว้ ดังนั้น Let her go จึงหมายถึง “ปล่อยเธอ” แต่ในบริบทอื่น คำเดียวกันนี้อาจหมายถึง “อนุญาตให้เธอจากไป”
แบบฝึกหัด
มีคนจับเด็กผู้หญิงไว้และไม่ยอมปล่อย คำสั่งใดเหมาะกับสถานการณ์นี้?
- Let her go.
- Go with her.
- Let her know.
ดูคำตอบ
Let her go.
Just don't...: การเพิ่มข้อจำกัดที่ชัดเจนหนึ่งข้อ
Just don't + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้เพิ่มข้อจำกัดที่ชัดเจนหนึ่งข้อ โดยมักตามหลังการอนุญาต ข้อเสนอ หรือข้อตกลง ในประโยคนี้ ข้อจำกัดคือห้ามทำซูโดกุ ในโครงสร้างนี้ just หมายถึง “เพียง” หรือ “แค่” ไม่ได้หมายถึง “เมื่อสักครู่” คำนี้เน้นสิ่งเดียวที่ต้องหลีกเลี่ยงและอาจทำให้คำสั่งฟังเบาลงเล็กน้อย แต่ don't ยังคงแสดงข้อห้ามจริง ๆ
แบบฝึกหัด
คำตอบใดเริ่มจากการอนุญาต แล้วเพิ่มข้อจำกัดที่ชัดเจนหนึ่งข้อด้วย Just don't...?
- You can use my tablet. I just didn't change the settings.
- You can use my tablet. Don't just change the settings.
- You can use my tablet. Just don't change the settings.
ดูคำตอบ
You can use my tablet. Just don't change the settings.
ใช้ Yes, please. เพื่อตอบรับข้อเสนออย่างสุภาพ
Yes, please. เป็นคำตอบสุภาพแบบตายตัวเมื่อมีคนเสนอสิ่งของหรือเสนอว่าจะทำบางอย่างให้ Yes ใช้ตอบรับข้อเสนอ ส่วน please ใช้บอกอีกฝ่ายอย่างสุภาพว่าให้ทำตามที่เสนอได้เลย please ในที่นี้ไม่ได้ใช้เพื่อขอเรื่องใหม่ เมื่อรวมกันแล้ว Yes, please. จึงหมายถึง “รับครับ/ค่ะ กรุณาให้สิ่งนั้นหรือทำสิ่งนั้นให้ด้วย”
แบบฝึกหัด
พนักงานคาเฟ่ถามว่า “Would you like some water?” คำตอบใดใช้ตอบรับข้อเสนออย่างสุภาพ?
- Yes, please.
- No, thank you.
- Yes, it is.
ดูคำตอบ
Yes, please.
ใช้ That's it เพื่อให้กำลังใจเมื่อทำท่าได้ถูกต้อง
ในประโยคนี้ That's it หมายถึง “ใช่ ทำแบบนั้นถูกแล้ว” ผู้พูดเห็นว่าบิงโกกำลังทำท่าได้ถูกต้อง จึงให้กำลังใจทันทีเพื่อให้ทำต่อไป That ชี้ไปที่การกระทำซึ่งกำลังเกิดขึ้นในขณะนั้น วลีนี้ไม่ได้หมายความว่าบางอย่างจบลงเสมอไป ในที่นี้สถานการณ์และน้ำเสียงที่ให้กำลังใจบอกว่าหมายถึง “ทำแบบนั้นต่อไป”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ That's it เพื่อให้กำลังใจคนที่กำลังทำท่าทางได้ถูกต้อง?
- That's it; I won't discuss this again.
- That's it for today's meeting.
- That's it—keep going just like that!
ดูคำตอบ
That's it—keep going just like that!
grow up so fast: คำพูดซาบซึ้งเมื่อเห็นเด็กโตเร็ว
grow up หมายถึงเด็กค่อย ๆ เติบโตเป็นผู้ใหญ่ ใน You grow up so fast คำว่า so fast เติมอารมณ์ว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นเหมือนเกิดขึ้นในเวลาไม่นาน ผู้ใหญ่มักพูดประโยคนี้เป็นคำอุทานที่แสดงความรักหรือความเศร้านิด ๆ ประโยคนี้สื่อว่าผู้พูดรู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็ว ไม่ได้วัดความเร็วในการเติบโตของเด็กอย่างแม่นยำ ในที่นี้มีการเลียนแบบปฏิกิริยาอันซาบซึ้งของผู้ใหญ่แบบขำ ๆ ในการเล่น
แบบฝึกหัด
ผู้ปกครองดูรูปเก่าแล้วรู้สึกว่าลูกโตขึ้นเร็วมาก คำอุทานใดเป็นธรรมชาติที่สุด
- You grow up so fast.
- You run so fast.
- You wake up so fast.
ดูคำตอบ
You grow up so fast.
by myself: คนเดียวหรือโดยไม่มีคนช่วย
by myself อาจหมายถึง “อยู่คนเดียว” หรือ “โดยไม่มีใครช่วย” ใน I can't do it by myself หมายถึง “โดยไม่มีคนช่วย” ผู้พูดบอกว่าตนทำงานนี้ให้เสร็จคนเดียวไม่ได้ จึงต้องการความช่วยเหลือ คำสรรพนามสะท้อนกลับต้องสอดคล้องกับประธาน เช่น by yourself, by himself, by herself, by ourselves หรือ by themselves
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย by + คำสรรพนามสะท้อนกลับที่ตรงกับ I: I fixed the shelf ____.
ดูคำตอบ
by myself
Dear child, embrace your father: ภาษาที่จงใจเป็นทางการและเหมือนบทละคร
Dear child และ embrace your father ฟังเป็นทางการและค่อนข้างโบราณกว่าภาษาที่ใช้กันในครอบครัวทั่วไปมาก Embrace หมายถึงการกอดใครสักคน ส่วน embrace your father เป็นประโยคคำสั่ง โดยละประธาน you ไว้แต่ผู้ฟังยังเข้าใจได้ ในช่วงที่ครอบครัวกำลังเล่นสนุก ถ้อยคำที่ยกระดับแบบนี้ทำให้เกิดความขัดแย้งที่ชวนขำ ผู้พูดฟังดูเหมือนกำลังแสดงบทละครจริงจัง การเปลี่ยนไปใช้ภาษาที่เป็นทางการผิดปกติอย่างฉับพลันอาจเป็นสัญญาณของการแสดง การพูดเกินจริง หรือมุกตลก
แบบฝึกหัด
ประโยคใดฟังดูจงใจเป็นทางการและเหมือนบทละครมากที่สุดในฉากครอบครัวที่กำลังเล่นสนุก?
- Dear child, embrace your father.
- Come give Dad a hug.
- Can I have a quick hug?
ดูคำตอบ
Dear child, embrace your father.
heat is oppressive: ความร้อนที่อบอ้าวและทนได้ยาก
เมื่อ oppressive ใช้ขยาย heat หมายถึงอากาศที่ร้อนจัด หนักอึ้ง และทนได้ยาก มักให้ความรู้สึกราวกับว่าอากาศอบอ้าวจนหายใจไม่สะดวก คำนี้หนักแน่นและเห็นภาพกว่า very hot Oppressive ไม่ได้ใช้เฉพาะกับรัฐบาลหรือการควบคุมที่ไม่เป็นธรรม แต่ยังใช้บรรยายสภาพอากาศ อากาศรอบตัว หรือบรรยากาศที่ดูเหมือนกดทับผู้คนและทำให้รู้สึกไม่สบายอย่างมาก ในที่นี้ น้ำเสียงที่เป็นทางการและเหมือนละครทำให้คำบ่นฟังดูเกินจริง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ oppressive ในความหมายว่าร้อนอบอ้าวและทนได้ยาก?
- The oppressive heat made it hard to breathe on the crowded train platform.
- The warm sunlight felt gentle on my face.
- The oppressive law prevented people from speaking freely.
ดูคำตอบ
The oppressive heat made it hard to breathe on the crowded train platform.
turn on: เปิดอุปกรณ์ให้ทำงาน
Turn on หมายถึงทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าหรือระบบเริ่มทำงาน ในประโยคนี้ turn on this fan หมายถึงเปิดพัดลมให้ทำงาน เมื่อกรรมเป็นคำนาม สามารถวางกรรมไว้หลังวลีหรือคั่นกลางได้ โดย turn on the fan และ turn the fan on เป็นธรรมชาติทั้งคู่ แต่ถ้ากรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ตรงกลางเป็น turn it on ไม่ใช่ turn on it
แบบฝึกหัด
เติม turn และคำอนุภาคที่มีความหมายว่า “เปิดอุปกรณ์ให้ทำงาน” ให้สมบูรณ์: The fan is off. Please ____ the fan.
ดูคำตอบ
turn on
responsible for this mess?: ถามว่าใครต้องรับผิดชอบ
Be responsible for + คำนามหรือรูป -ing หมายถึงมีหน้าที่เกี่ยวกับบางสิ่ง หรือเป็นคนที่การกระทำของตนทำให้เกิดสิ่งนั้น ใน Who is responsible for this mess? ผู้พูดกำลังถามว่าใครทำให้เกิดความรกและใครควรรับผิดชอบ เมื่อไม่มี for คำว่า responsible ยังใช้บอกว่าคนหนึ่งไว้ใจได้และมีความรับผิดชอบได้ด้วย แต่ for this mess ในที่นี้ทำให้ชัดว่าหมายถึงการรับผิดชอบต่อผลที่เกิดขึ้น
แบบฝึกหัด
เติม responsible กับคำบุพบทที่ถูกต้อง: Leo is ____ checking the safety equipment before each trip.
ดูคำตอบ
responsible for
left lying around: สิ่งของที่ถูกทิ้งไว้โดยไม่เก็บเข้าที่
Left lying around หมายถึงสิ่งของถูกทิ้งไว้ที่ใดที่หนึ่งโดยไม่ได้เก็บเข้าที่ มักให้ความรู้สึกว่าวางไว้อย่างลวก ๆ หรือรก ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกสภาพของของเล่นและช่วยอธิบายว่าทำไมของเล่นจึงกีดขวาง ในทางไวยากรณ์ left lying around เป็นอนุประโยคขยายคำนามแบบย่อ: toys [that were] left lying around โดย left หมายถึง “ถูกปล่อยให้อยู่ในสภาพนั้น” และ lying around หมายถึง “วางอยู่ตามจุดต่าง ๆ” ในการใช้นี้ lying ไม่เกี่ยวกับความหมายว่าโกหก
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าเครื่องมือไม่ได้ถูกเก็บและยังวางอยู่ตามจุดต่าง ๆ
- The tools were carefully stored in the garage.
- The tools were left lying around the garage.
- The tools were left telling lies in the garage.
ดูคำตอบ
The tools were left lying around the garage.
sure are making it difficult to keep the balloon up. ไวยากรณ์
4:01ทำให้การเลี้ยงลูกโป่งไว้บนฟ้าเป็นเรื่องยากแน่ๆ
making it difficult to keep: make it + คำคุณศัพท์ + to-infinitive
Making it difficult to keep ใช้โครงสร้าง make + it + คำคุณศัพท์ + to-infinitive หมายถึงบางสิ่งทำให้การกระทำหลัง to ยากขึ้น ในที่นี้ การกระทำที่ยากคือ to keep the balloon up หรือการประคองลูกโป่งให้อยู่กลางอากาศ it เป็นกรรมแทน ไม่ได้หมายถึงสิ่งของชิ้นใดโดยเฉพาะ เนื้อหาที่แท้จริงอยู่ใน to-infinitive โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้กับคำคุณศัพท์อื่นได้ เช่น make it easy to understand, make it possible to enter และ make it hard to choose
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ make it difficult: The poor signal is ____ to understand the speaker.
ดูคำตอบ
making it difficult
would be ... if you'd tidied: เงื่อนไขในอดีตที่ส่งผลต่อปัจจุบัน
ใน how easy this would be คำว่า would be แสดงว่าสถานการณ์ที่ง่ายกว่านั้นเป็นเพียงสมมติฐานที่ไม่ตรงกับความจริงในปัจจุบัน เพราะความจริงตอนนี้ไม่ได้ง่าย อนุประโยค if ย้อนกลับไปพูดถึงเงื่อนไขในอดีตที่ไม่เกิดขึ้นจริง: if you'd tidied... หมายถึง if you had tidied... แต่การเก็บของไม่ได้เกิดขึ้น การใช้ would + กริยารูปพื้นฐานสำหรับผลลัพธ์สมมติในปัจจุบัน ร่วมกับ if + had + กริยาช่องที่ 3 สำหรับเงื่อนไขในอดีต เรียกว่าประโยคเงื่อนไขแบบผสม ในที่นี้ you'd หมายถึง you had เพราะ tidied เป็นกริยาช่องที่ 3 ในคำถามเต็ม การพูดแบบสมมตินี้ยังทำให้คำตำหนิไม่ตรงเกินไป ผู้พูดชี้ให้เห็นผลของการไม่เก็บของแทนที่จะกล่าวโทษผู้ฟังตรง ๆ
แบบฝึกหัด
เมื่อคืนคุณไม่ได้ชาร์จโทรศัพท์ ตอนนี้แบตเตอรี่จึงหมด ประโยคใดเชื่อมเงื่อนไขในอดีตที่ไม่เกิดขึ้นจริงกับผลลัพธ์ในปัจจุบันได้ถูกต้อง
- My phone won't be dead tomorrow if I charge it tonight.
- My phone wouldn't be dead now if I'd charged it last night.
- My phone wouldn't have died last night if I'd charged it.
ดูคำตอบ
My phone wouldn't be dead now if I'd charged it last night.
tidied them all away: ตำแหน่งคำสรรพนามใน tidy ... away
ใน tidied them all away วลี tidy ... away หมายถึงทำให้สถานที่เรียบร้อยโดยนำสิ่งของกลับไปไว้ในที่ของมัน Them หมายถึงของเล่นที่กล่าวถึงก่อนหน้า และ all เน้นว่าต้องเก็บทุกชิ้น Tidy away เป็น phrasal verb ที่แยกคำได้ ถ้ากรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ระหว่าง tidy กับ away จึงใช้ tidy them away เมื่อมี all ให้ใช้ tidy them all away ไม่ใช่ tidy away them all
แบบฝึกหัด
ผู้พูดกล่าวถึงของเล่นหลายชิ้นไว้แล้ว ประโยคใดใช้ them ได้ถูกต้องเพื่อขอให้เก็บของเล่นทุกชิ้น
- Please tidy them all away before dinner.
- Please tidy away them all before dinner.
- Please them all tidy away before dinner.
ดูคำตอบ
Please tidy them all away before dinner.
That isn't helping: ประเมินคำพูดหรือการกระทำจากผลที่เกิดขึ้น
ในประโยคนี้ that หมายถึงคำพูดหรือการกระทำล่าสุดของอีกฝ่าย ไม่ได้หมายถึงสิ่งของ isn't helping หมายความว่าสิ่งนั้นไม่ได้ช่วยให้แก้ปัญหาได้ง่ายขึ้นหรือทำให้สถานการณ์ดีขึ้น ผู้พูดกำลังตำหนิผลของสิ่งที่อีกฝ่ายทำ แทนที่จะพูดเพียงว่าอีกฝ่ายผิด และยังอาจสื่อว่า ให้หยุดแล้วทำสิ่งที่เป็นประโยชน์จริง ๆ แทน
แบบฝึกหัด
เพื่อนร่วมทีมคนหนึ่งกำลังซ่อมเครื่องพิมพ์ แต่อีกคนเอาแต่บ่น คำตอบใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าคำบ่นนั้นไม่ได้ทำให้สถานการณ์ดีขึ้น
- That isn't helping.
- That isn't finished.
- That isn't happening.
ดูคำตอบ
That isn't helping.
Not for long: พลิกความคาดหมายจากข้อความก่อนหน้า
Not for long. ใช้เป็นคำตอบที่สมบูรณ์ในการสนทนาได้ แม้จะไม่ได้พูดซ้ำว่าสถานการณ์ก่อนหน้าคืออะไร หมายความว่าสถานการณ์นั้นจะไม่ดำเนินต่อไปอีกนาน ผู้ฟังเข้าใจสิ่งที่อ้างถึงจากประโยคก่อนหน้า เมื่อวางไว้หลังข้อความที่ฟังดูเป็นบวกหรือมั่นคง ประโยคนี้จะพลิกความคาดหมายทันทีและชี้ไปยังการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้น ในบทสนทนาและเรื่องเล่า คำตอบสั้น ๆ นี้อาจสร้างคำเตือน จุดหักมุม หรือความลุ้นระทึกได้
แบบฝึกหัด
เพื่อนพูดว่า “The rain has stopped.” แต่คุณเห็นพายุอีกลูกกำลังใกล้เข้ามา คำตอบใดพลิกข้อความนั้นและคาดการณ์ว่าช่วงที่ฝนไม่ตกจะจบลงในไม่ช้า
- Not long ago.
- Not for long.
- Before long.
ดูคำตอบ
Not for long.
heading for: เคลื่อนที่ไปยังจุดหมาย
ในที่นี้ heading เป็นรูป -ing ของคำกริยา head โครงสร้าง be heading for + สถานที่หรือเป้าหมาย หมายถึง “กำลังเคลื่อนที่ไปทางสถานที่หรือเป้าหมายนั้น” ในประโยคนี้ โครงสร้างดังกล่าวบอกว่าวัตถุกำลังเคลื่อนไปทางพัดลม โครงสร้างเดียวกันยังใช้พูดถึงการมุ่งไปสู่ผลลัพธ์ที่น่าจะเกิดขึ้นได้ เช่น heading for trouble หมายถึง “กำลังมุ่งไปสู่ปัญหา”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดมีความหมายอย่างเป็นธรรมชาติว่ารถไฟกำลังมุ่งหน้าไปสนามบิน
- The train is heading for the airport.
- The train is heading the airport.
- The train is heading from the airport.
ดูคำตอบ
The train is heading for the airport.
No, I mean we really can't let it touch the ground. น้ำเสียง/เจตนา
4:40ไม่ พ่อหมายถึงเราห้ามให้มันแตะพื้นจริงๆ
we really can't let it touch the ground: ข้อจำกัดที่จริงจัง
ใน really can't คำว่า really ช่วยเน้น can't ผู้พูดไม่ได้ใช้ really เพื่อบอกว่าการกระทำนั้น “เหมือนจริง” แต่ใช้บอกว่าข้อจำกัดนี้เป็นเรื่องจริงและจริงจัง เมื่อพูดว่า No, I mean ผู้พูดกำลังแก้ความเข้าใจที่เบาเกินไปและย้ำว่าผลลัพธ์นี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ โครงสร้าง let + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน บอกการกระทำหรือผลลัพธ์ที่อนุญาต ในที่นี้ let it touch หมายถึง “ปล่อยให้มันแตะ” ดังนั้นทั้งอนุประโยคจึงหมายความว่าพวกเขาต้องป้องกันไม่ให้มันแตะพื้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเป็นคำเตือนที่หนักแน่นและตรงที่สุดว่าเราจะปล่อยให้สุนัขกินช็อกโกแลตไม่ได้
- We really can't let the dog eat the chocolate.
- We can't really let the dog eat the chocolate.
- We might not let the dog eat the chocolate.
ดูคำตอบ
We really can't let the dog eat the chocolate.
Balloons pop if...: present simple สำหรับผลลัพธ์ทั่วไป
ประโยคนี้นำเสนอผลลัพธ์เป็นกฎทั่วไป คือเมื่อลูกโป่งโดนหญ้า ลูกโป่งก็มักจะแตก ทั้งประโยคหลักและอนุประโยค if ใช้ present simple โดยใช้กริยา pop และ touch รูปแบบที่ใช้ present ร่วมกับ present นี้มักเรียกว่า zero conditional ในตัวอย่างนี้ผลลัพธ์อยู่ข้างหน้า แต่สามารถย้ายอนุประโยค if มาไว้ข้างหน้าได้เช่นกัน ผู้พูดกำลังบอกผลลัพธ์ที่เป็นจริงโดยทั่วไป ไม่ได้คาดการณ์เหตุการณ์เฉพาะครั้งหนึ่งในอนาคต ดังนั้นประโยคหลักจึงไม่ใช้ will
แบบฝึกหัด
ประโยคใดนำเสนอผลลัพธ์เป็นกฎทั่วไป?
- If metal gets hot enough, it expands.
- If metal got hot enough, it would expand.
- If this piece of metal gets hot later, it will expand.
ดูคำตอบ
If metal gets hot enough, it expands.
said ... would happen: อนาคตที่มองจากอดีต
said กำหนดจุดอ้างอิงของการเล่าไว้ในอดีต ส่วน would happen กล่าวถึงผลลัพธ์ที่ในตอนนั้นยังอยู่ในอนาคต มักเรียกการใช้แบบนี้ว่าอนาคตที่มองจากอดีต ในคำพูดรายงาน คำพูดเดิม Nothing will happen มักเปลี่ยนเป็น You said nothing would happen ตรงนี้ would คือรูปของ will ที่เลื่อนตามกาลในอดีต ไม่ได้ใช้เพื่อขอร้องอย่างสุภาพหรือบอกเหตุการณ์สมมติ
แบบฝึกหัด
เปลี่ยนข้อความก่อนหน้าเป็นคำพูดรายงานโดยใช้หนึ่งคำ: "The bus will arrive at six." Yesterday, Noah said the bus ____ arrive at six.
ดูคำตอบ
would
last balloon: ลูกโป่งใบสุดท้ายที่เหลืออยู่
ในประโยคนี้ last balloon หมายถึงลูกโป่งใบสุดท้ายที่เหลืออยู่ ถ้าลูกนี้หายไป ก็จะไม่มีลูกโป่งลูกอื่นอีก ในที่นี้ last บอกสิ่งที่เหลืออยู่ในกลุ่ม ไม่ได้หมายถึงลูกโป่งที่ใช้ก่อนหน้านี้ล่าสุด ต้องดูบริบทเพื่อรู้ว่า last ใช้ในความหมายใด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าหลังจากขวดนี้แล้วจะไม่มีน้ำขวดอื่นเหลืออยู่?
- This is our previous bottle of water.
- This is our next bottle of water.
- This is our last bottle of water.
ดูคำตอบ
This is our last bottle of water.
gonna make it: ทำสำเร็จหรือไปถึงทันเวลา
gonna เป็นรูปภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการของ going to ในที่นี้ make it หมายถึงทำเป้าหมายตรงหน้าให้สำเร็จ มักใช้กับการไปถึงหรือไปทันบางอย่าง ไม่ได้หมายถึงการสร้างสิ่งของ I'm not gonna make it แสดงว่าผู้พูดคาดว่าตนเองจะทำไม่สำเร็จหรือไปไม่ทัน ส่วนเป้าหมายที่แน่นอนดูได้จากบริบท
แบบฝึกหัด
“I'm not gonna make it to the airport by six” หมายความว่าอย่างไร?
- ฉันจะทำสิ่งของที่สนามบินไม่เสร็จก่อนหกโมง
- ฉันจะสร้างสนามบินไม่เสร็จก่อนหกโมง
- ฉันจะไปถึงสนามบินไม่ทันหกโมง
ดูคำตอบ
ฉันจะไปถึงสนามบินไม่ทันหกโมง
Get onto it: เริ่มจัดการงาน
ในประโยคนี้ Get onto it หมายถึง “เริ่มจัดการเรื่องนั้นเดี๋ยวนี้” คำสรรพนาม it แทนงานหรือสถานการณ์ที่เข้าใจกันอยู่แล้วจากบริบท รูปคำสั่ง Get... เป็นการเร่งให้ลงมือทำโดยตรง ในที่นี้ get onto ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนตัวขึ้นไปบนพื้นผิวจริง ๆ แต่สถานการณ์บอกว่าหมายถึงการเริ่มจัดการงาน
แบบฝึกหัด
เติมคำตอบให้สมบูรณ์โดยใช้ get onto และคำสรรพนาม it: “The printer is jammed again.” “I'll ____ right away.”
ดูคำตอบ
get onto it
Good one: ชมการกระทำที่เพิ่งเกิดขึ้น
Good one! เป็นคำชมสั้น ๆ แบบไม่เป็นทางการ ใช้ชมสิ่งที่อีกฝ่ายเพิ่งทำ เช่น การรับลูก คำตอบ ไอเดีย หรือจังหวะการเล่นที่ดี ใน Good one, Dad คำว่า one หมายถึงการกระทำหรือผลงานเมื่อสักครู่ ไม่จำเป็นต้องหมายถึงสิ่งของจริง ๆ เพราะเป็นคำตอบสนองต่อช่วงเวลาที่ทั้งสองฝ่ายรับรู้ร่วมกัน วลีนี้จึงมักใช้เดี่ยว ๆ หรือวางไว้หน้าชื่อของอีกฝ่าย
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดใช้ Good one! เป็นคำชมได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- คุณต้องการแอปเปิลดี ๆ หนึ่งลูก แล้วพูดว่า “Good one!”
- เพื่อนร่วมทีมรับลูกยากได้ แล้วคุณพูดว่า “Good one!”
- ผู้มาเยือนถามว่าห้องน้ำอยู่ที่ไหน แล้วคุณพูดว่า “Good one!”
ดูคำตอบ
เพื่อนร่วมทีมรับลูกยากได้ แล้วคุณพูดว่า “Good one!”
I've done me hammy: สำนวนกันเองมากที่หมายถึงการบาดเจ็บกล้ามเนื้อหลังต้นขา
ในประโยคนี้ I've done me hammy หมายถึง “ฉันเจ็บกล้ามเนื้อหลังต้นขา” โดย done ในที่นี้หมายถึง “ทำให้บาดเจ็บ” และ hammy เป็นคำย่อแบบไม่เป็นทางการของ hamstring ซึ่งหมายถึงกล้ามเนื้อด้านหลังต้นขา me ถูกใช้เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของแทน my ในภาษาอังกฤษมาตรฐาน ทั้งสำนวนมีน้ำเสียงกันเองมากและมีลักษณะเฉพาะของภาษาถิ่น ใจความสำคัญคือผู้พูดบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อหลังต้นขา
แบบฝึกหัด
I've done me hammy หมายถึงอะไรในบริบทกีฬานี้?
- การออกกำลังกายที่ทำเสร็จแล้ว
- อาหารที่ปรุงเสร็จแล้ว
- อาการบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อหลังต้นขา
ดูคำตอบ
อาการบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อหลังต้นขา
There ya go: สำนวนเมื่อยื่นของหรือทำงานเล็ก ๆ เสร็จ
There ya go เป็นรูปเขียนแบบกันเองของ There you go ในประโยคนี้ ผู้พูดพูดขณะส่งของคืน จึงหมายถึง “นี่จ้ะ” หรือ “เรียบร้อยแล้ว” ไม่ใช่คำสั่งให้ไปที่ใดที่หนึ่ง สำนวนเดียวกันนี้ใช้บอกว่าการช่วยเหลือเล็ก ๆ เสร็จแล้ว คุณพูดได้เมื่อยื่นของให้ใคร ส่งของคืน หรือทำงานสั้น ๆ ให้ผู้อื่นเสร็จ ya แทน you ในภาษาพูด
แบบฝึกหัด
เมื่อคุณยื่นปากกาที่เพื่อนขอให้ ประโยคใดเป็นธรรมชาติที่สุด?
- Please go over there.
- Thanks for the pen.
- There you go.
ดูคำตอบ
There you go.
No worries: คำตอบแบบสบาย ๆ ต่อคำขอบคุณ
ในที่นี้ No worries เป็นคำตอบแบบเป็นกันเองและไม่เป็นทางการเมื่อมีคนขอบคุณ หมายถึง “ไม่เป็นไร” หรือ “การช่วยเหลือไม่ใช่ปัญหา” ไม่ใช่คำสั่งตามตัวอักษรให้อีกฝ่ายหยุดกังวล วลีเดียวกันนี้ยังใช้ตอบคำขอโทษเรื่องเล็กน้อย หรือทำให้อีกฝ่ายสบายใจเกี่ยวกับความไม่สะดวกเล็ก ๆ ได้ด้วย ต้องดูจากคำพูดก่อนหน้าว่าใช้ในหน้าที่ใด
แบบฝึกหัด
เพื่อนพูดว่า “Thanks for carrying these boxes.” คำตอบใดใช้ No worries ได้อย่างเป็นธรรมชาติ?
- What is your name?
- No worries.
- Looks like rain.
ดูคำตอบ
No worries.
Looks like rain: การคาดเดาแบบไม่เป็นทางการจากสิ่งบ่งชี้
Looks like rain เป็นรูปย่อในภาษาพูดของ It looks like rain ส่วน Looks like ใช้เกริ่นการคาดเดาจากสิ่งบ่งชี้หรือสถานการณ์ ดังนั้นผู้พูดไม่ได้บอกว่าฝนจะตกเป็นข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว หลัง looks like สามารถใช้กลุ่มคำนาม เช่น rain หรืออนุประโยค เช่น the shop is closed ได้ ในฉากนี้มีการนำสำนวนเกี่ยวกับอากาศที่คุ้นเคยมาใช้แบบขำ ๆ จึงไม่จำเป็นต้องเป็นการพยากรณ์อากาศอย่างจริงจัง
แบบฝึกหัด
เติมการคาดเดาแบบไม่เป็นทางการโดยใช้กรอบ Looks like ตามที่กำหนด: The lights are off and the door is locked. ____ the shop is closed.
ดูคำตอบ
Looks like
It's all good. เพื่อปลอบใจแบบกันเอง
ในประโยคนี้ It's all good เป็นคำพูดแบบกันเองที่ใช้ปลอบใจอีกฝ่ายหลังเกิดปัญหาเล็กน้อย หมายถึงไม่มีปัญหาร้ายแรงและไม่ต้องกังวล จึงช่วยให้บรรยากาศผ่อนคลายลง all good ในที่นี้เป็นการมองสถานการณ์โดยรวม ไม่ได้หมายความว่ารายละเอียดทุกอย่างดีทั้งหมด
แบบฝึกหัด
เพื่อนพูดว่า “Sorry I spilled a little water. Nothing was damaged.” คำตอบใดใช้ปลอบใจได้เป็นธรรมชาติที่สุด?
- It's all good.
- It's good.
- What time is it?
ดูคำตอบ
It's all good.
blow up ในความหมายว่า “เติมลมให้พอง”
blow up ในที่นี้หมายถึง “เติมลม” หรือ “เป่าให้พอง” another one หมายถึงลูกโป่งอีกลูก ดังนั้นกรรมและสถานการณ์จึงบอกว่าหมายถึงการเติมลม ไม่ใช่การระเบิด เมื่อใช้ในความหมายนี้ blow up เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ โดย blow up the balloon และ blow the balloon up เป็นธรรมชาติทั้งคู่ แต่ถ้ากรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ตรงกลางว่า blow it up ไม่ใช่ blow up it
แบบฝึกหัด
ใน “Please blow up the pool toy before we go swimming,” blow up หมายถึงอะไร?
- ทำให้ของเล่นในสระระเบิด
- เติมลมให้ของเล่นในสระ
- โกรธขึ้นมาทันที
ดูคำตอบ
เติมลมให้ของเล่นในสระ
make that a little too fun?: โครงสร้าง make + กรรม + คำคุณศัพท์
ใน make that a little too fun คำว่า make ตามด้วยกรรม that และวลีคำคุณศัพท์ a little too fun คำคุณศัพท์ fun บอกสภาพที่เกิดขึ้นเป็นผลลัพธ์ คือผู้พูดทำให้กิจกรรมหรือสถานการณ์นั้นสนุกขึ้น too fun หมายถึงสนุกเกินระดับที่เหมาะสม ไม่ใช่แค่สนุกมาก ส่วน a little ช่วยลดความแรงของการตัดสิน จึงเป็นคำถามอย่างนุ่มนวลว่าผู้พูดทำให้สนุกเกินไปเล็กน้อยหรือไม่
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ a little too และ loud: I think I made the music ____.
ดูคำตอบ
a little too loud
squirts: คำเรียกเด็กแบบไม่เป็นทางการ
ในประโยคนี้ squirts เป็นคำที่ผู้ใหญ่ใช้เรียกเด็กเล็กแบบหยอกล้อและไม่เป็นทางการ ใกล้เคียงกับ little ones หรือ kids คำนี้เป็นรูปพหูพจน์สำหรับใช้เรียก เพราะผู้พูดกำลังพูดกับเด็กมากกว่าหนึ่งคน คำนี้ยังมีความหมายตรงตัวที่เกี่ยวกับการพุ่งของของเหลว แต่ในประโยคนี้ไม่ได้ใช้ความหมายนั้น เครื่องหมายจุลภาคหลัง Sorry ยังช่วยบอกว่า squirts คือคำเรียกผู้ฟัง
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดเหมาะที่สุดสำหรับการใช้ squirts เป็นคำเรียกผู้ฟัง
- ลูกค้าพูดกับพนักงานที่เป็นผู้ใหญ่และไม่รู้จักว่า “Excuse me, squirt.”
- ประธานเปิดการประชุมคณะกรรมการอย่างเป็นทางการว่า “Good morning, squirts.”
- พ่อหรือแม่พูดกับลูกเล็ก ๆ อย่างหยอกล้อว่า “Come on, squirts—lunch is ready!”
ดูคำตอบ
พ่อหรือแม่พูดกับลูกเล็ก ๆ อย่างหยอกล้อว่า “Come on, squirts—lunch is ready!”
a hard one to get right: สิ่งที่ทำให้ลงตัวได้ยาก
ในที่นี้ one เป็นคำสรรพนามที่ใช้แทนงาน ตัวเลือก หรือจุดสมดุลที่พูดถึงไปแล้ว ไม่ได้หมายถึงเลข 1 โครงสร้าง a + คำคุณศัพท์ + one + to + คำกริยา ใช้บอกว่าสิ่งนั้นทำได้ง่ายหรือยากเพียงใด get something right หมายถึงทำสิ่งนั้นให้ถูกต้องหรือปรับให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ดังนั้น a hard one to get right จึงใช้พูดถึงสิ่งที่ตัดสิน จัดการ หรือปรับสมดุลให้ลงตัวได้ยาก ไม่ได้จำกัดแค่คำถามที่มีคำตอบถูกเพียงคำตอบเดียว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย get right เพื่อสื่อว่าการจัดแผนให้ลงตัวเป็นเรื่องยาก: At a large wedding, the seating plan is a hard one to ____.
ดูคำตอบ
get right
fun, though: เติมความขัดแย้งด้วย though ท้ายประโยค
เมื่อวาง though ไว้ท้ายประโยค คำนี้จะบอกว่าข้อความข้างหน้าแตกต่างหรือขัดกับสิ่งที่พูดไปแล้วหรือสิ่งที่คาดไว้ ในที่นี้ It was pretty fun เป็นการเสริมความเห็นด้านบวก คือแม้จะมีปัญหา แต่ประสบการณ์นั้นก็ยังสนุก การวาง though ไว้ท้ายประโยคทำให้ผู้พูดบอกความเห็นหลักก่อน แล้วค่อยเติมความขัดแย้งตามหลัง เป็นวิธีจัดข้อมูลที่พบบ่อยในภาษาพูด ส่วน though ที่อยู่ต้นอนุประโยคจะนำหน้าอนุประโยคย่อยที่แสดงความขัดแย้ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย though เพื่อเพิ่มความขัดแย้งเล็กน้อยไว้ท้ายประโยค: The room was small. It felt comfortable, ____.
ดูคำตอบ
though
have got ... left: บอกว่ายังเหลืออะไรอยู่
ใน we've got one last balloon left คำว่า we've got หมายถึง we have และ left วางหลังสิ่งที่ยังเหลืออยู่ โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ have/has got + สิ่งของหรือจำนวน + left One last balloon หมายถึงลูกโป่งใบสุดท้ายที่ยังมีให้ใช้ ในที่นี้ left หมายถึง “ที่เหลืออยู่” ไม่ใช่ทิศ “ซ้าย” ซึ่งตรงข้ามกับ right
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง have got ... left: We've ____ only one ticket ____.
ดูคำตอบ
got · left
For real life?: วิธีถาม Really? แบบเด็ก ๆ
ในบทสนทนานี้ For real life? เป็นคำอุทานแบบเด็ก ๆ ที่หมายถึง Really? หรือ Is that actually true? ผู้พูดรู้สึกประหลาดใจและถามยืนยันว่าเรื่องนั้นจริงหรือไม่ ให้เข้าใจทั้งประโยคเป็นวลีสนทนาหนึ่งชุด ไม่ได้หมายถึง “เพื่อจุดประสงค์ของชีวิตจริง” การแปลทีละคำจะทำให้พลาดหน้าที่ของคำอุทานนี้
แบบฝึกหัด
ในคำอุทานแบบเด็ก ๆ นี้ For real life? หมายถึงอะไร
- นี่มีไว้ใช้ในชีวิตประจำวันหรือเปล่า
- จริงเหรอ เรื่องนั้นจริงไหม
- ชีวิตจริงเริ่มต้นที่ไหน
ดูคำตอบ
จริงเหรอ เรื่องนั้นจริงไหม
ใช้ Shall we ...? เพื่อชวนทำกิจกรรมร่วมกัน
Shall we + คำกริยารูปพื้นฐาน...? เป็นรูปประโยคสุภาพที่ใช้เสนอให้ผู้พูดกับผู้ฟังทำกิจกรรมร่วมกัน ในประโยคนี้ ผู้พูดไม่ได้เพียงถามถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต แต่กำลังลองถามอย่างนุ่มนวลว่าคนอื่นยังอยากเล่นด้วยกันหรือไม่ เนื่องจาก we รวมตัวผู้พูดด้วย คำถามนี้จึงชวนให้ตัดสินใจร่วมกันและเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายตอบรับหรือปฏิเสธได้ โครงสร้างที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ Shall we + คำกริยารูปพื้นฐาน...?
แบบฝึกหัด
คุณกับเพื่อนกำลังตัดสินใจว่าจะเริ่มต่อจิ๊กซอว์ด้วยกันหรือไม่ ประโยคใดเสนออย่างนุ่มนวลให้ทั้งสองคนเริ่มด้วยกัน แทนที่จะถามว่าควรเริ่มไหมหรือขอให้เพื่อนลงมือคนเดียว
- Could you start the puzzle?
- Should we start the puzzle?
- Shall we start the puzzle?
ดูคำตอบ
Shall we start the puzzle?