ปีอธิกสุรทินไม่ได้เกิดขึ้นทุก 4 ปีเสมอไป: บทเรียนภาษาอังกฤษ

CGP Grey

ความยากในการเรียน
909 คำ 253 คำ/นาที

แนะนำวิดีโอ: อธิบายว่าทำไมปฏิทิน 365 วันจึงคลาดจากฤดูกาล กฎปีอธิกสุรทินแก้ความคลาดเคลื่อนอย่างไร และเหตุใดปฏิทินที่สมบูรณ์แบบจึงแม่นยำตลอดไปไม่ได้ ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. "which is why" — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เชื่อมสาเหตุที่ทราบแล้วกับผลลัพธ์ เพื่ออธิบายเดือนที่ยาวไม่เท่ากันและการปรับปีอธิกสุรทินเป็นเหตุผลต่อเนื่อง 2. "gets out of sync with" — กลุ่มคำสำเร็จและคำปรากฏร่วม: บอกว่าวงจรสองอย่างค่อย ๆ ไม่ตรงกัน และใช้กับตารางเวลา สื่อ ข้อมูล อุปกรณ์ หรือแผนที่คลาดกันได้ 3. "calls it a day." — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจทั้งความหมายว่า “หยุดงานไว้เท่านี้” และมุกระหว่างปฏิทินกับ day จึงจับบทสรุปตลกได้โดยไม่แปลตรงตัว

คำอธิบายในบทเรียนนี้

A calendar year is made of 365 days, วลี

0:00

ปีปฏิทินหนึ่งปีประกอบด้วย 365 วัน

วลี

is made of: บอกว่าสิ่งทั้งหมดประกอบด้วยอะไร

ในประโยคนี้ is made of เชื่อมสิ่งทั้งหมดคือ a calendar year เข้ากับส่วนประกอบคือ 365 days โครงสร้างรูปถูกกระทำคือ be + made of + คำนาม และรูปของ be เปลี่ยนตามประธาน วลีนี้ใช้บอกองค์ประกอบได้ ไม่ได้จำกัดเฉพาะวัสดุทางกายภาพ ในที่นี้ days คือหน่วยที่ประกอบกันเป็น year ไม่ได้หมายความว่ามีใครผลิตหนึ่งปีขึ้นมาจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมวลีรูปถูกกระทำสามคำที่มีความหมายว่า “ประกอบด้วยส่วนที่ยังระบุได้” ลงในประโยค: The necklace ____ blue glass beads.

ดูคำตอบ

is made of

a number that refuses to be divided nicely, สำนวน

0:03

ซึ่งเป็นตัวเลขที่ไม่ยอมให้หารลงตัวได้พอดี

สำนวน

refuses to be divided nicely: ทำให้ตัวเลขเป็นเหมือนบุคคล

refuses ทำให้ตัวเลขมีการกระทำแบบมนุษย์ แต่ตัวเลขไม่มีเจตจำนง จึงเป็นบุคลาธิษฐาน ผู้พูดนำเสนอข้อเท็จจริงทางคณิตศาสตร์ที่จัดการได้ยากอย่างขบขัน ราวกับว่า 365 ตั้งใจไม่ให้ความร่วมมือ to be divided เป็นรูปถูกกระทำ และ nicely ในที่นี้หมายถึงอย่างเท่า ๆ กันหรือแบ่งเป็นกลุ่มจำนวนเต็มที่สะดวก ไม่ได้หมายถึงอย่างเป็นมิตรหรือสุภาพ วิธีอ่านที่มีประโยชน์คือดูว่ากริยาที่บอกการกระทำของมนุษย์มีสิ่งไม่มีชีวิตเป็นประธานหรือไม่ ถ้ามี ให้หาคุณสมบัติจริงที่กำลังถูกอธิบาย

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ a number that refuses to be divided nicely หมายความว่าอะไร?

  1. ตัวเลขไม่สามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มที่ต้องการได้อย่างเท่า ๆ กัน
  2. มีคนขออย่างสุภาพว่าอย่าแบ่งตัวเลขนั้น
  3. ตัวเลขมีความรู้สึกและเลือกที่จะไม่ให้ความร่วมมือ
ดูคำตอบ

ตัวเลขไม่สามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มที่ต้องการได้อย่างเท่า ๆ กัน

which is why we end up with uneven months of either 30 or 31 days, โน้ต

0:05

นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงมีเดือนที่ไม่เท่ากันคือ 30 หรือ 31 วัน

ไวยากรณ์

which is why: เชื่อมสาเหตุกับผลลัพธ์

Which ย้อนอ้างถึงข้อเท็จจริงหรือสถานการณ์ทั้งหมดที่กล่าวมาก่อนหน้า โครงสร้าง which is why จึงใช้เกริ่นนำผลลัพธ์ โดยหมายถึง “นั่นคือเหตุผลที่สิ่งนี้เกิดขึ้น” ในประโยคนี้ โครงสร้างดังกล่าวอธิบายว่าเหตุใดแต่ละเดือนจึงมีจำนวนวันไม่เท่ากัน ใช้รูป “อนุประโยคหรือสถานการณ์, which is why + ผลลัพธ์” เพื่อเชื่อมสาเหตุที่กล่าวไว้ก่อนหน้ากับผลที่ตามมา วลีนี้ย้อนกลับไปชี้เหตุผลและพาไปข้างหน้าสู่ผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

เลือกวลีที่ใช้เกริ่นนำผลลัพธ์ได้ถูกต้อง: The roads are icy, ___ school is closed today.

  1. which is why
  2. even though
  3. which is because
ดูคำตอบ

which is why

กริยาวลี

end up with: สุดท้ายลงเอยด้วยผลลัพธ์หนึ่ง

End up with หมายถึง ในที่สุดมี ได้รับ หรือต้องเผชิญกับบางสิ่งอันเป็นผลจากกระบวนการหนึ่ง โดยมักเกิดหลังจากเหตุการณ์ดำเนินไปในแบบที่ไม่ได้วางแผนไว้ ในประโยคนี้ with นำหน้าผลลัพธ์สุดท้าย นั่นคือเดือนที่มีจำนวนวันไม่เท่ากัน โครงสร้างคือ end up with + นามวลี โดยเน้นสิ่งหรือสถานการณ์ที่เหลืออยู่ในตอนจบ ไม่ได้หมายถึงการไปสิ้นสุดอยู่ในสถานที่ใดจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “ในที่สุดมีบางสิ่งเป็นผลลัพธ์”: If we do not organize the files, we will ____ a confusing mess.

ดูคำตอบ

end up with

ไวยากรณ์

either 30 or 31: รูปแบบ either ... or ...

Either ... or ... ใช้เสนอทางเลือกสองอย่าง ในประโยคนี้ หนึ่งเดือนอาจมีจำนวนวันได้หนึ่งในสองแบบ คือ 30 วันหรือ 31 วัน สองด้านของโครงสร้างควรมีรูปแบบทางไวยากรณ์ที่เหมือนกัน ที่นี่ทั้งสองด้านเป็นจำนวนวัน โครงสร้างที่ขนานกันเช่นนี้ทำให้เข้าใจทางเลือกได้ง่าย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปแบบ either ... or ...: The pass lasts ____ one day ____ one week.

ดูคำตอบ

either · or

except for February, the runt of the litter, สำนวน

0:08

ยกเว้นเดือนกุมภาพันธ์ ที่เป็นเหมือนน้องเล็กแคระแกร็นในกลุ่ม

สำนวน

runt of the litter: สมาชิกที่เล็กที่สุดหรืออ่อนแอที่สุด

ตามความหมายตรงตัว the runt of the litter คือลูกสัตว์ตัวที่เล็กที่สุดหรืออ่อนแอที่สุดในกลุ่มลูกสัตว์ที่เกิดพร้อมกัน ในสำนวนนี้ litter หมายถึงลูกสัตว์ที่เกิดในครอกเดียวกัน ไม่ได้หมายถึงขยะ ในเชิงเปรียบเทียบ สำนวนนี้หมายถึงสมาชิกที่เล็กที่สุด อ่อนแอที่สุด หรือโดดเด่นน้อยที่สุดในกลุ่ม การเรียกเดือนกุมภาพันธ์แบบนี้เป็นการพูดเล่นว่าเป็นตัวเล็กในหมู่เดือนต่าง ๆ เพราะโดยปกติมีจำนวนวันน้อยกว่า

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The tiny shop was the runt of the litter among the new stores,” คำว่า “the runt of the litter” หมายถึงอะไร?

  1. สมาชิกที่เล็กที่สุดหรืออ่อนแอที่สุดในกลุ่ม
  2. สถานที่ที่รกที่สุดในกลุ่ม
  3. สมาชิกที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในกลุ่ม
ดูคำตอบ

สมาชิกที่เล็กที่สุดหรืออ่อนแอที่สุดในกลุ่ม

which gets only 28,

0:10

ซึ่งมีแค่ 28 วัน

except when it gets 29,

0:11

เว้นแต่ตอนที่มันมี 29 วัน

and then the year is 366 days long.

0:13

และเมื่อนั้นปีนั้นก็จะยาว 366 วัน

Why does that happen?

0:15

ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น?

What kind of crazy universe do we live in where some years are longer than others? ลำดับความ

0:16

เราอาศัยอยู่ในจักรวาลบ้าบอแบบไหนกัน ที่บางปีถึงยาวกว่าปีอื่น?

ลำดับความ

What kind of crazy universe...? ในฐานะคำถามเชิงวาทศิลป์เพื่อดึงความสนใจ

นี่เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ ไม่ใช่คำขอให้ผู้ฟังจำแนกประเภทของจักรวาล What kind of crazy universe...? กล่าวแบบเกินจริงเพื่อแสดงให้เห็นว่าการที่ปีหนึ่งมี 365 วัน แต่อีกปีมี 366 วันนั้นดูแปลกเพียงใด คำถามนี้ทำหน้าที่ดึงความสนใจ โดยผู้พูดนำเสนอปริศนาที่น่าประหลาดใจก่อน แล้วจึงอธิบายภายหลัง ในสื่อการเรียนรู้ รูปแบบนี้ช่วยจัดลำดับข้อมูลด้วยการทำให้ผู้ฟังสังเกตเห็นสิ่งที่ดูเหมือนขัดแย้งกันและอยากรู้ว่าจะอธิบายได้อย่างไร

แบบฝึกหัด

ผู้พูดกำลังทำอะไรด้วยคำถามนี้

  1. นำเสนอสิ่งที่ดูเหมือนขัดแย้งอย่างไม่น่าเป็นไปได้ เพื่อให้ผู้ฟังอยากรู้คำอธิบาย
  2. ขอให้ผู้ฟังบอกชื่อจักรวาลประเภทหนึ่ง
  3. อ้างว่าจักรวาลต่างกันใช้ปีที่มีความยาวต่างกัน
ดูคำตอบ

นำเสนอสิ่งที่ดูเหมือนขัดแย้งอย่างไม่น่าเป็นไปได้ เพื่อให้ผู้ฟังอยากรู้คำอธิบาย

To answer this,

0:19

เพื่อตอบคำถามนี้

we need to know just what is a year.

0:20

เราต้องรู้ก่อนว่าจริงๆ แล้วหนึ่งปีคืออะไร

Way oversimplifying it, ลำดับความ

0:22

ถ้าอธิบายให้ง่ายแบบสุดๆ

ลำดับความ

Way oversimplifying it เพื่อบอกล่วงหน้าว่าลดทอนรายละเอียดไปมาก

Way oversimplifying it เป็นส่วนของประโยคที่วางไว้ก่อนคำอธิบายง่าย ๆ หมายถึง “ฉันกำลังลดทอนความซับซ้อนของเรื่องนี้ไปมาก” โดย way ช่วยเพิ่มระดับความหมายของ oversimplifying ให้เข้มขึ้น ผู้พูดใช้ส่วนประโยคนี้เพื่อกำหนดขอบเขตของสิ่งที่จะพูดต่อไป แนวคิดถัดไปอาจช่วยให้เข้าใจในเบื้องต้น แต่ละเว้นรายละเอียดสำคัญไว้ ทั้งนี้ไม่ได้หมายความโดยอัตโนมัติว่าคำอธิบายนั้นผิด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเกริ่นสามคำตามที่เรียนไว้ข้างต้น: ____, the immune system is like a security team.

ดูคำตอบ

Way oversimplifying it

a year is the time it takes the Earth to make one trip around the Sun. ไวยากรณ์

0:23

หนึ่งปีคือเวลาที่โลกใช้ในการเดินทางรอบดวงอาทิตย์หนึ่งรอบ

ไวยากรณ์

the time it takes X to do Y: เวลาที่ X ใช้ทำ Y

รูปแบบ the time it takes X to do Y หมายถึง “ระยะเวลาที่ X ต้องใช้เพื่อทำ Y ให้เสร็จ” ในประโยคนี้ X คือโลก และ Y คือการโคจรรอบดวงอาทิตย์หนึ่งรอบ วลีนี้จึงใช้บอกความยาวของหนึ่งปี ในรูปแบบนี้ it เป็นประธานสมมติ และ take หมายถึง “ใช้เวลา” ไม่ใช่ “พาไป” ผู้ทำกริยาอยู่หลัง takes และการกระทำอยู่หลัง to

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ the time it takes X to do Y ได้ถูกต้องเพื่ออธิบายเวลาในการดาวน์โหลด

  1. Download time is the time it takes a file to reach your device.
  2. Download time is the time it takes a file reaching your device.
  3. Download time is the time it takes to a file reach your device.
ดูคำตอบ

Download time is the time it takes a file to reach your device.

This happens to line up with the cycle of the seasons. โน้ต

0:26

ซึ่งบังเอิญสอดคล้องกับวัฏจักรของฤดูกาลพอดี

ไวยากรณ์

happens to + กริยารูปพื้นฐาน: บังเอิญทำบางอย่าง

happen to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกว่าบางอย่างเป็นจริงหรือเกิดขึ้นโดยบังเอิญ ไม่ได้เกิดจากการวางแผน ในที่นี้ผู้พูดมองว่าการสอดคล้องกับวัฏจักรของฤดูกาลเป็นเรื่องบังเอิญ ประธานอยู่หน้า happen และหลัง to ใช้กริยารูปพื้นฐาน เช่น This happens to line up. เปลี่ยนรูป happen ตามกาลหรือประธานเป็น happens หรือ happened ได้ แต่ยังคงใช้ to + กริยารูปพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบสองคำที่หมายถึง “โดยบังเอิญ”: On the bus, I ____ sit next to my cousin.

ดูคำตอบ

happened to

กริยาวลี

line up with เพื่อบอกความสอดคล้อง

ในประโยคนี้ line up with หมายถึง “สอดคล้องกับ” หรือ “ตรงกับ” สิ่งสองอย่างเข้ากันในด้านเวลาหรือรูปแบบ ไม่ได้หมายถึงว่ามีใครกำลังเข้าแถวจริง ๆ ประธานกล่าวถึงสิ่งหนึ่ง ส่วนวลีนามหลัง with เป็นเกณฑ์อ้างอิงที่นำมาเปรียบเทียบ โครงสร้างนี้ใช้กับวันที่ แผน ข้อเท็จจริง หลักฐาน และเป้าหมายได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป present simple ที่ถูกต้องของ line up with: The new evidence ____ what she told us.

ดูคำตอบ

lines up with

Now, drawing a little diagram like this showing the Earth jauntily going around the Sun is easy to do, ไวยากรณ์

0:28

ทีนี้ การวาดแผนภาพเล็กๆ แบบนี้ที่แสดงให้เห็นโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์อย่างเริงร่านั้นทำได้ง่าย

but accurately tracking a year is tricky when you're on Earth because the universe doesn't provide an overhead map.

0:32

แต่การติดตามหนึ่งปีอย่างแม่นยำนั้นเป็นเรื่องยากเมื่อคุณอยู่บนโลก เพราะจักรวาลไม่ได้มีแผนที่มุมมองจากด้านบนมาให้

ไวยากรณ์

โครงสร้าง Drawing ... is easy, but tracking ... is tricky

วลียาวที่ขึ้นต้นด้วย drawing และ accurately tracking เป็นวลี gerund แต่ละวลีเรียกชื่อกิจกรรมและทำหน้าที่เป็นประธานของอนุประโยค กริยาหลักอยู่ถัดมา คือ is easy และ is tricky ดังนั้น drawing และ tracking ในที่นี้จึงไม่ใช่กริยาในรูป present continuous but เชื่อมโครงสร้างอนุประโยคที่ขนานกันสองส่วน คือ “กิจกรรม + is + การประเมิน” และนำการประเมินที่ตรงข้ามกันมาเปรียบเทียบ โครงสร้างนี้ใช้เปรียบเทียบว่ากิจกรรมสองอย่างง่ายหรือยากเพียงใดได้ แม้ประธานแต่ละส่วนจะยาวมาก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้วลี -ing ที่หมายถึงกิจกรรมสองวลีเป็นประธานในการเปรียบเทียบแบบขนาน?

  1. The route is easy, but the storm is difficult.
  2. Planning the route is easy, but following it in a storm is difficult.
  3. We are planning the route, but we are following it slowly.
ดูคำตอบ

Planning the route is easy, but following it in a storm is difficult.

On Earth, you only get to see the seasons change, ไวยากรณ์

0:37

บนโลก คุณจะได้เห็นเพียงแค่ฤดูกาลที่เปลี่ยนแปลงไป

ไวยากรณ์

get to see: ประสบการณ์ที่ได้รับหรือมีขอบเขตจำกัด

ใน get to see โครงสร้าง get to + กริยารูปพื้นฐานนำเสนอการมองเห็นว่าเป็นประสบการณ์หรือโอกาสที่สถานการณ์เอื้อให้ ไม่ใช่ความหมายของ get ที่สื่อถึงการเคลื่อนที่หรือไปถึงสถานที่หนึ่ง ในประโยคนี้ only จำกัดสิ่งที่ผู้สังเกตบนโลกจะได้สัมผัส โดยเบาะแสที่มองเห็นได้คือการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล เพราะมี only คำว่า get to จึงไม่จำเป็นต้องสื่อถึงความตื่นเต้นหรือความโชคดี แต่บอกถึงวิธีสังเกตที่มีขอบเขตจำกัด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดนำเสนอการเข้าชมห้องควบคุมว่าเป็นโอกาสที่จัดไว้ให้ผู้มาเยือนได้ดีที่สุด

  1. Visitors can see the control room.
  2. Visitors have to see the control room.
  3. Visitors get to see the control room.
ดูคำตอบ

Visitors get to see the control room.

and the obvious way to keep track of their comings and goings is to count the days passing, โน้ต

0:39

และวิธีที่ชัดเจนในการติดตามการมาและการไปของพวกมันคือการนับวันที่ผ่านไป

วลี

keep track of: ติดตามสิ่งหนึ่งอย่างต่อเนื่อง

Keep track of หมายถึงการรู้ บันทึก หรือตรวจสอบต่อไปว่าสิ่งหนึ่งเปลี่ยนแปลงอย่างไรตามเวลา เป็นการติดตามอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่การดูเพียงครั้งเดียว สิ่งที่ถูกติดตามจะอยู่หลัง of เช่น keep track of their comings and goings ในประโยคนี้ การนับวันที่ผ่านไปคือวิธีที่ใช้ติดตามวัฏจักรของฤดูกาล

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวนที่ประกอบด้วย keep + track + of เติมประโยคให้สมบูรณ์: I use a spreadsheet to ____ our monthly expenses.

ดูคำตอบ

keep track of

สำนวน

Comings and goings: รูปแบบการมาถึงและจากไปซ้ำ ๆ

Comings and goings เป็นนามวลีพหูพจน์แบบตายตัว หมายถึงการมาถึงและจากไปซ้ำ ๆ หรือการปรากฏและหายไปซ้ำ ๆ ควรเข้าใจเป็นสำนวนคู่หนึ่งชุด ไม่ใช่การกระทำสองอย่างที่แยกจากกัน ในที่นี้ their หมายถึง the seasons หรือฤดูกาล วลีนี้ทำให้เห็นภาพว่าฤดูกาลมาแล้วจากไปซ้ำ ๆ เป็นวงจร ไม่ได้กล่าวถึงการมาถึงและจากไปเพียงครั้งใดครั้งหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง comings and goings บรรยายถึงอะไร

  1. การมาถึงที่วางแผนไว้เพียงครั้งเดียว
  2. ความเร็วที่สิ่งหนึ่งเคลื่อนที่
  3. รูปแบบการมาถึงและจากไปซ้ำ ๆ
ดูคำตอบ

รูปแบบการมาถึงและจากไปซ้ำ ๆ

which gives you a 365 day calendar.

0:42

ซึ่งจะทำให้คุณได้ปฏิทิน 365 วัน

But as soon as you start to use that calendar, ไวยากรณ์

0:45

แต่ทันทีที่คุณเริ่มใช้ปฏิทินนั้น

ไวยากรณ์

As soon as: เหตุการณ์หนึ่งกระตุ้นให้อีกเหตุการณ์เกิดขึ้นทันที

As soon as เป็นคำเชื่อมบอกเวลาที่หมายถึง “ทันทีเมื่อ” หรือ “ทันทีหลังจาก” โดยนำหน้าเหตุการณ์ที่เกิดก่อน ส่วนประโยคหลักจะบอกเหตุการณ์ที่ตามมาแทบจะไม่มีช่วงห่าง ในประโยคนี้ การเริ่มใช้ปฏิทินเป็นตัวกระตุ้น ส่วนอนุประโยคถัดไปอธิบายว่าอะไรเริ่มเกิดขึ้นในตอนนั้น นี่เป็นการบอกลำดับเวลา ไม่ใช่การเปรียบเทียบความเร็ว

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดเติมประโยคได้เหมาะสมที่สุดด้วยคำเชื่อมที่หมายถึง “ทันทีเมื่อ”? Call me ___ you arrive.

  1. until
  2. as soon as
  3. while
ดูคำตอบ

as soon as

it slowly gets out of sync with the seasons, วลี

0:47

มันจะค่อยๆ คลาดเคลื่อนจากฤดูกาลอย่างช้าๆ

วลี

gets out of sync with: ค่อย ๆ ไม่ตรงจังหวะกับ

Gets out of sync with หมายถึง “ค่อย ๆ ไม่ตรงกับจังหวะเวลาหรือรอบของบางสิ่ง” ในที่นี้ gets แสดงการเปลี่ยนสภาวะ คือสองสิ่งเคยตรงกันมาก่อน แต่ต่อมาไม่ตรงกันอีก Sync เป็นรูปย่อของ synchronization สำนวนทั้งหมดหมายถึงการสูญเสียความสอดคล้อง ไม่ได้หมายถึงการออกจากสถานที่จริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้ที่แสดงการเปลี่ยนจากเวลาที่ตรงกันไปเป็นไม่ตรงกัน: The captions match at first, but after a few minutes they ____ the audio.

ดูคำตอบ

get out of sync with

and with each passing year, วลี

0:49

และเมื่อแต่ละปีผ่านไป

วลี

with each passing year: เมื่อแต่ละปีผ่านไป

With each passing year หมายถึง “เมื่อปีใหม่แต่ละปีผ่านไป” ในที่นี้ passing บอกถึงการไหลผ่านของเวลา ไม่ได้หมายถึงการสอบผ่าน สำนวนนี้วางกรอบเวลาให้แนวโน้มที่ค่อย ๆ เปลี่ยนไป และมักสื่อว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นสะสมหรือเห็นได้ชัดขึ้นทุกปี

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเน้นการเปลี่ยนแปลงที่ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเมื่อหลายปีผ่านไปได้ดีที่สุด?

  1. The town became quieter last year.
  2. The town is quiet all year.
  3. The town holds a festival every year.
  4. The town becomes quieter with each passing year.
ดูคำตอบ

The town becomes quieter with each passing year.

the gap gets bigger and bigger and bigger. ไวยากรณ์

0:50

ช่องว่างก็จะยิ่งกว้างขึ้น กว้างขึ้น และกว้างขึ้น

ไวยากรณ์

bigger and bigger and bigger: การเปลี่ยนแปลงที่ต่อเนื่อง

รูปแบบคำคุณศัพท์ขั้นกว่า + and + คำคุณศัพท์ขั้นกว่า แสดงว่าลักษณะเดียวกันเปลี่ยนแปลงต่อเนื่องไปตามเวลา ในที่นี้ bigger and bigger หมายถึงช่องว่างเดิมกว้างขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ใช่การเปรียบเทียบช่องว่างสามช่องที่ต่างกัน การเติม bigger ครั้งที่สามทำให้รู้สึกว่าการเปลี่ยนแปลงสะสมขึ้นทีละขั้น โดยทั่วไปจะใช้คำขั้นกว่าสองครั้ง ส่วนการซ้ำเพิ่มทำให้การเปลี่ยนแปลงฟังดูชัดเจนและเน้นย้ำมากขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปขั้นกว่าของ high สองครั้งเพื่อแสดงการเปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง: As the storm approached, the waves got ____.

ดูคำตอบ

higher and higher

In three decades,

0:52

ในเวลาสามทศวรรษ

the calendar will be off by a week, การใช้คำ

0:52

ปฏิทินจะคลาดเคลื่อนไปหนึ่งสัปดาห์

การใช้คำ

be off by a week: ระบุขนาดของความคลาดเคลื่อน

ในที่นี้ be off หมายถึงไม่แม่นยำหรือไม่ตรงกันอย่างถูกต้อง ส่วน by a week บอกขนาดของความคลาดเคลื่อน ดังนั้นปฏิทินกับช่วงเวลาของฤดูกาลจึงต่างกันหนึ่งสัปดาห์ วลีนี้โดยทั่วไปบอกเพียงขนาดของความแตกต่าง ไม่ได้บอกทิศทาง หากไม่มีบริบทเพิ่มเติม จะไม่ทราบว่าปฏิทินเร็วไปหรือช้าไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย off และคำบุพบทที่ใช้บอกขนาดของความผิดพลาด: The scale should read 1,000 grams, but it reads 950. It is ____ 50 grams.

ดูคำตอบ

off by

and in a few hundred years,

0:54

และในอีกไม่กี่ร้อยปี

the seasons would be flipped,

0:55

ฤดูกาลก็จะกลับตาลปัตร

meaning Christmas celebrations taking place in summer,

0:56

หมายความว่าการเฉลิมฉลองคริสต์มาสจะจัดขึ้นในฤดูร้อน

which would be crazy.

0:58

ซึ่งนั่นคงจะบ้ามาก

Why does this happen?

0:59

ทำไมถึงเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น?

Did we count the days wrong?

1:00

เรานับวันผิดหรือเปล่า?

Well,

1:02

ก็คือ

the calendar predicts that the time it takes for the Earth to go around the Sun is 8,760 hours,

1:02

ปฏิทินคาดการณ์ว่าเวลาที่โลกใช้ในการโคจรรอบดวงอาทิตย์คือ 8,760 ชั่วโมง

but if you actually timed it with a stopwatch, ไวยากรณ์

1:07

แต่ถ้าคุณจับเวลาด้วยนาฬิกาจับเวลาจริงๆ

you'd see that a year is really longer than the calendar predicts by almost six hours. ไวยากรณ์

1:08

คุณจะเห็นว่าหนึ่งปีนั้นยาวกว่าที่ปฏิทินคาดการณ์ไว้เกือบหกชั่วโมงจริงๆ

ไวยากรณ์

โครงสร้างสมมติ if you actually timed it ... you'd see

ในประโยคนี้ if you actually timed it ... you'd see นำเสนอการทดลองที่สมมติขึ้นและผลที่คาดว่าจะเห็นภายใต้เงื่อนไขนั้น You'd ย่อมาจาก you would รูปอดีต timed ไม่ได้หมายความโดยอัตโนมัติว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นในอดีต ในโครงสร้างเงื่อนไขแบบที่สองนี้ if + รูปอดีตสร้างระยะห่างเชิงสมมติ ส่วน would + กริยารูปพื้นฐานบอกผลที่จินตนาการไว้ วิธีพูดนี้ชวนให้ผู้ฟังนึกภาพว่าตนกำลังทำการทดลอง

แบบฝึกหัด

ใช้ measure และ would เติมโครงสร้างสมมตินี้ให้สมบูรณ์: If you ____ both routes, you ____ notice that one is much shorter.

ดูคำตอบ

measured · would

ไวยากรณ์

โครงสร้างเปรียบเทียบ longer than ... by almost six hours

โครงสร้าง longer than the calendar predicts by almost six hours ให้ข้อมูลสามส่วนพร้อมกัน โดย longer บอกทิศทางของการเปรียบเทียบ than the calendar predicts บอกเกณฑ์อ้างอิง และ by almost six hours บอกขนาดของส่วนต่าง เมื่ออยู่หลังคำขั้นกว่า by + ปริมาณ ใช้บอกว่าค่าจริงต่างจากค่าอ้างอิงเท่าไร by ตรงนี้ไม่ได้บอกผู้กระทำหรือเส้นตาย โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ คำขั้นกว่า + than + เกณฑ์อ้างอิง + by + จำนวนที่ต่าง

แบบฝึกหัด

เติมคำที่ใช้บอกขนาดของส่วนต่างให้ประโยคสมบูรณ์: The repair cost more than the estimate ____ £200.

ดูคำตอบ

by

So our calendar is moving ever so slightly faster than the seasons actually change. วลี

1:12

ดังนั้นปฏิทินของเราจึงเคลื่อนไปเร็วกว่าการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลจริงๆ เพียงนิดเดียว

วลี

Ever so slightly: เน้นระดับที่เล็กมาก

ใน ever so slightly คำว่า ever so ช่วยเน้น slightly ให้มีน้ำเสียงชัดเจนขึ้น วลีทั้งหมดหมายถึง “ในระดับที่น้อยมาก” ไม่ใช่ “มาก” และ ever ในที่นี้ไม่ได้กล่าวถึงเวลา วลีนี้ทำให้ผู้ฟังสนใจความแตกต่างที่แม้จะเล็ก แต่ก็ยังควรสังเกต เหมาะกับการบรรยายการขยับ การปรับ ความคลาดเคลื่อน หรือการเปลี่ยนท่าทีเพียงเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ในระดับที่น้อยมาก”: The new chair is ____ taller than the old one.

ดูคำตอบ

ever so slightly

And thus we come to the fundamental problem of all calendars. ลำดับความ

1:16

และด้วยเหตุนี้เราจึงมาถึงปัญหาพื้นฐานของปฏิทินทั้งหมด

ลำดับความ

We come to the fundamental problem: เข้าสู่ประเด็นหลัก

ในที่นี้ we come to ไม่ได้บอกการเคลื่อนที่ไปยังสถานที่ แต่ทำหน้าที่นำผู้ฟังไปตามลำดับคำอธิบาย กล่าวคือ หลังจากเหตุผลก่อนหน้า การอธิบายได้มาถึงประเด็นหลักแล้ว วลี the fundamental problem of all calendars ระบุว่าประเด็นนี้เป็นปัญหาพื้นฐานที่ปฏิทินทุกระบบมีร่วมกัน เมื่อมี thus อยู่ข้างหน้า การเปลี่ยนประเด็นนี้จึงนำเสนอใจความหลักว่าเป็นผลจากสิ่งที่อธิบายมาก่อน

แบบฝึกหัด

we come to the fundamental problem of all calendars ทำหน้าที่อะไรในคำอธิบายนี้?

  1. บอกว่าผู้พูดเดินทางมาถึงสถานที่จริงแล้ว
  2. นำเสนอหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่กล่าวมาก่อน
  3. แสดงว่าหลังจากการปูเรื่องก่อนหน้า คำอธิบายได้เข้าสู่ประเด็นหลักแล้ว
ดูคำตอบ

แสดงว่าหลังจากการปูเรื่องก่อนหน้า คำอธิบายได้เข้าสู่ประเด็นหลักแล้ว

The day-night cycle,

1:19

วัฏจักรกลางวัน-กลางคืน

while easy to count, ไวยากรณ์

1:20

แม้จะนับง่าย

ไวยากรณ์

while easy to count: อนุประโยคแสดงการยอมรับข้อเท็จจริงแบบย่อ

while ในที่นี้หมายถึง “แม้ว่า” ไม่ใช่ “ในระหว่างที่” วลีนี้เป็นอนุประโยคแสดงการยอมรับข้อเท็จจริงที่ย่อแล้ว โดยรูปเต็มคือ while the day-night cycle is easy to count ประธานที่ละไว้คือ the day-night cycle และละ is ด้วย เมื่อวางไว้หน้าประโยคหลัก โครงสร้างนี้จะยอมรับข้อเท็จจริงหนึ่งก่อน แล้วเตรียมนำไปสู่ประเด็นหลักที่ขัดแย้งกัน รูปแบบคือ while + วลีคำคุณศัพท์ แล้วตามด้วยข้อความหลัก

แบบฝึกหัด

ใน “While useful, the map is not completely accurate,” คำว่า “while useful” หมายความว่าอะไร?

  1. ในระหว่างที่แผนที่มีประโยชน์
  2. เพราะแผนที่มีประโยชน์
  3. แม้ว่าแผนที่จะมีประโยชน์
ดูคำตอบ

แม้ว่าแผนที่จะมีประโยชน์

has nothing to do with the yearly cycle. วลี

1:21

แต่ก็ไม่เกี่ยวข้องอะไรเลยกับวัฏจักรรายปี

วลี

has nothing to do with: บอกว่าสองสิ่งไม่เกี่ยวข้องกัน

Has nothing to do with เป็นรูปเอกพจน์บุรุษที่สามของสำนวนตายตัว have nothing to do with หมายความว่าประธานไม่เกี่ยวข้องเลยกับบุคคล สิ่งของ หรือแนวคิดที่ตามหลัง with ในที่นี้ประธานคือ the day-night cycle จึงใช้ has ให้สอดคล้องกับคำนามเอกพจน์ cycle ประโยคนี้ปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับวัฏจักรรายปี ไม่ได้หมายความว่าไม่มีงานให้ทำ

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึง “ไม่เกี่ยวข้องกับอย่างสิ้นเชิง” ให้ประโยคสมบูรณ์: The colour of the box has ____ what is inside it.

ดูคำตอบ

nothing to do with

Day and night are caused by Earth rotating about its axis.

1:23

กลางวันและกลางคืนเกิดจากการที่โลกหมุนรอบแกนของตัวเอง

When you're on the side facing the Sun,

1:26

เมื่อคุณอยู่ฝั่งที่หันเข้าหาดวงอาทิตย์

it's daytime,

1:27

นั่นคือเวลากลางวัน

and when you're on the other side,

1:28

และเมื่อคุณอยู่อีกฝั่งหนึ่ง

it's night.

1:29

นั่นคือเวลากลางคืน

But this rotation is no more connected to the orbital motion around the Sun ไวยากรณ์

1:29

แต่การหมุนรอบตัวเองนี้ก็ไม่ได้เชื่อมโยงกับการเคลื่อนที่ในวงโคจรรอบดวงอาทิตย์

than a ballerina spinning on the back of a truck is connected to the truck's cruising speed.

1:32

มากไปกว่าการที่นักบัลเล่ต์หมุนตัวอยู่ท้ายรถบรรทุกมีความเชื่อมโยงกับความเร็วในการวิ่งของรถบรรทุก

ไวยากรณ์

A is no more connected to B than C is to D: การปฏิเสธแบบขนานอย่างหนักแน่น

ในประโยคนี้ no more connected ... than นำความสัมพันธ์สองอย่างมาเปรียบเทียบแบบขนาน และบอกว่าความสัมพันธ์แรกไม่ได้มีอยู่จริงมากไปกว่าความสัมพันธ์ที่สอง ไม่ได้หมายความว่าความสัมพันธ์ใดมีความเชื่อมโยง “มากกว่า” เห็นได้ชัดว่าการหมุนตัวของนักบัลเลต์ไม่ได้กำหนดความเร็วของรถบรรทุก ผู้พูดใช้ความไม่เกี่ยวข้องที่ชัดเจนนี้เป็นเกณฑ์เพื่อปฏิเสธความเชื่อมโยงระหว่างการหมุนรอบตัวเองกับการโคจร โดยทั่วไป A is no more P than B is ใช้ปฏิเสธอย่างหนักแน่นได้เมื่อเห็นชัดว่า B ไม่ใช่ P

แบบฝึกหัด

การเปรียบเทียบที่เน้นไว้ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. จำนวนรอบของนักบัลเลต์กำหนดความเร็วของรถบรรทุก
  2. การเคลื่อนที่ทั้งสองชนิดถูกนำเสนอว่าไม่เกี่ยวข้องกันพอ ๆ กัน
  3. การหมุนรอบตัวเองเกี่ยวข้องกับวงโคจรมากกว่าที่นักบัลเลต์เกี่ยวข้องกับรถบรรทุก
ดูคำตอบ

การเคลื่อนที่ทั้งสองชนิดถูกนำเสนอว่าไม่เกี่ยวข้องกันพอ ๆ กัน

Counting the number of ballerina turns to predict how long the truck takes to drive in a circle might give you a rough idea, วลี

1:36

การนับจำนวนรอบการหมุนของนักบัลเล่ต์เพื่อทำนายว่ารถบรรทุกใช้เวลาวิ่งเป็นวงกลมนานเท่าใดอาจพอให้แนวคิดคร่าวๆ แก่คุณได้

วลี

give you a rough idea: ทำให้เห็นภาพคร่าว ๆ

วลี give you a rough idea หมายถึงทำให้คุณเข้าใจหรือประเมินได้อย่างคร่าว ๆ ในที่นี้ การนับรอบอาจช่วยให้คาดเดาเวลาได้ แต่ไม่สามารถให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำได้ rough จำกัดระดับความแม่นยำของ idea ไม่ได้หมายถึงพื้นผิวที่หยาบ ส่วน idea ในที่นี้หมายถึงภาพรวมหรือค่าประมาณ ไม่ใช่ข้อเสนอแนะ รูปแบบที่พบบ่อยคือ give + คน + a rough idea และมักตามด้วย of + คำนาม หรือ of + อนุประโยคที่มีคำแสดงคำถาม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ความเข้าใจคร่าว ๆ”: The early figures will give you a ____ of the final cost.

ดูคำตอบ

rough idea

but it's crazy to expect it to be precise.

1:40

แต่มันบ้ามากหากคาดหวังให้มันแม่นยำ

Counting the days to track the orbit is pretty much the same thing, วลี

1:43

การนับวันเพื่อติดตามวงโคจรก็เป็นสิ่งเดียวกันนั่นแหละ

วลี

pretty much the same thing: แทบจะเป็นเรื่องเดียวกัน

ในประโยคนี้ pretty much the same thing หมายถึง “เกือบจะเทียบเท่ากันสำหรับจุดประสงค์ที่กำลังพูดถึง” ตรงนี้ pretty เป็นคำบอกระดับใน pretty much ไม่ได้แปลว่า “สวย” วลีนี้จัดวิธีสองอย่างให้อยู่ในกลุ่มเดียวกันในทางปฏิบัติ โดยไม่ได้บอกว่าทุกรายละเอียดเหมือนกันทั้งหมด จึงยังมีความแตกต่างเล็กน้อยได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีห้าคำที่หมายความว่าตัวเลือกสองอย่างเกือบเทียบเท่ากัน แต่ไม่ได้เหมือนกันทุกอย่าง: For this simple task, using a pencil or a pen is ____.

ดูคำตอบ

pretty much the same thing

and so it shouldn't be a surprise ไวยากรณ์

1:45

ดังนั้นมันจึงไม่ควรเป็นเรื่องน่าแปลกใจ

when the Earth doesn't happen to make 365 complete spins in a year.

1:47

ที่โลกไม่ได้ทำการหมุนรอบตัวเองครบ 365 รอบพอดีเป๊ะในหนึ่งปี

ไวยากรณ์

it shouldn't be a surprise when ...: เมื่อ……ก็ไม่น่าแปลกใจ

โครงสร้าง it shouldn't be a surprise when ... นำเสนอเหตุการณ์ในอนุประโยคที่ตามหลัง when ว่าเป็นผลที่คาดได้จากเหตุผลก่อนหน้า คำสรรพนาม it วางไว้เป็นประธานก่อน แล้วอนุประโยคที่ยาวกว่าจะบอกว่าเหตุการณ์นั้นคืออะไร ตรงนี้ shouldn't แสดงความคาดหมายตามเหตุผล หมายความว่ามีเหตุผลเพียงพอที่จะไม่มองว่าผลนั้นน่าประหลาดใจ ไม่ได้ห้ามใครไม่ให้รู้สึกแปลกใจ

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคภาษาอังกฤษนี้: After heavy rain, it shouldn't be a surprise when the playground is wet. ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร?

  1. สนามเด็กเล่นที่เปียกเป็นผลจากฝนที่คาดหมายได้
  2. ผู้คนถูกห้ามไม่ให้รู้สึกแปลกใจเกี่ยวกับสนามเด็กเล่น
  3. ฝนกับสนามเด็กเล่นที่เปียกไม่เกี่ยวข้องกัน
ดูคำตอบ

สนามเด็กเล่นที่เปียกเป็นผลจากฝนที่คาดหมายได้

Irritatingly,

1:50

น่าหงุดหงิดที่

while 365 days are too few, ไวยากรณ์

1:51

ในขณะที่ 365 วันนั้นน้อยเกินไป

366 days are too many and still cause the seasons to drift out of sync,

1:53

366 วันก็มากเกินไป และยังคงทำให้ฤดูกาลคลาดเคลื่อนอยู่ดี

ไวยากรณ์

while 365 days are too few, 366 days are too many: การเปรียบต่าง ไม่ใช่เวลา

ในที่นี้ while หมายถึง “การเปรียบต่าง” ไม่ได้หมายถึง “ในช่วงเวลาที่...” โดยนำข้อเท็จจริงสองอย่างมาวางเทียบกัน คือ 365 วันไม่พอ แต่ 366 วันมากเกินกว่าที่ต้องการ โครงสร้างขนาน A is too few, B is too many แสดงว่าทางสุดโต่งทั้งสองด้านใช้ไม่ได้ การเปรียบต่างแบบนี้ช่วยอธิบายว่าทำไมจึงต้องมีทางออกตรงกลาง

แบบฝึกหัด

ใน “While one plan costs too little, the other costs too much,” while ทำหน้าที่อะไร?

  1. แสดงว่าการกระทำหนึ่งเกิดขึ้นระหว่างอีกการกระทำหนึ่ง
  2. บอกเหตุผลว่าทำไมทั้งสองแผนจึงมีค่าใช้จ่ายเท่ากัน
  3. ใช้เปรียบต่างข้อวินิจฉัยสองอย่าง
ดูคำตอบ

ใช้เปรียบต่างข้อวินิจฉัยสองอย่าง

just in the opposite way.

1:57

แค่ในทิศทางตรงกันข้าม

The solution to all this is the leap year,

1:58

ทางออกของเรื่องนี้ทั้งหมดคือปีอธิกสุรทิน

where February gets an extra day,

2:00

ซึ่งเดือนกุมภาพันธ์จะได้วันเพิ่มมาหนึ่งวัน

but only every four years.

2:01

แต่มีเพียงทุกๆ สี่ปีเท่านั้น

This works pretty well as each year the calendar is about a quarter day short, การใช้คำ

2:03

วิธีนี้ค่อนข้างได้ผลดี เพราะในแต่ละปีปฏิทินจะขาดไปประมาณหนึ่งในสี่วัน

การใช้คำ

a quarter day short: การบอกจำนวนที่ขาด

ใน a quarter day short คำว่า short หมายถึง “ต่ำกว่าปริมาณที่ต้องการ” หรือ “ขาดอยู่” ปีตามปฏิทินสั้นกว่าระยะเวลาที่ต้องการประมาณหนึ่งในสี่วัน ไม่ได้หมายความว่าตัววันเองสั้น โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ be + จำนวน + short: We are three dollars short. จำนวนจะบอกขนาดของส่วนที่ขาด ส่วนเป้าหมายอาจกล่าวไว้ก่อนแล้วหรือเข้าใจได้จากบริบท

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำคุณศัพท์เป้าหมายที่หมายถึง “ต่ำกว่าจำนวนที่ต้องการ”: We need ten chairs, but we are two chairs ____.

ดูคำตอบ

short

so after four years,

2:06

ดังนั้นหลังจากสี่ปี

you add an extra day to get back in alignment. วลี

2:07

คุณก็เพิ่มวันเข้าไปอีกหนึ่งวันเพื่อให้กลับมาตรงกัน

วลี

“get back in alignment” หมายถึงกลับมาสอดคล้องกัน

ในประโยคนี้ get back in alignment หมายถึง “กลับไปสู่สภาพที่สิ่งต่าง ๆ ตรงกันหรือทำงานประสานกันได้อย่างถูกต้อง” back สื่อถึงการกลับคืนสู่สภาพเดิม ส่วน in alignment ระบุสภาพที่สอดคล้องกัน วลีนี้ใช้พูดถึงปฏิทินที่กลับมาตรงกับวัฏจักร ทีมที่กลับมาเห็นพ้องเรื่องแผน หรือระบบที่กลับมาซิงก์กันได้ ตัววลีนี้ไม่ได้หมายถึงการกลับไปเข้าแถวจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสี่คำจากบทเรียนที่หมายถึง “กลับไปสู่สภาพที่ประสานกัน”: The project teams met on Monday to ____.

ดูคำตอบ

get back in alignment

Huzzah!

2:09

ไชโย!

The problem has been solved.

2:09

ปัญหาได้รับการแก้ไขแล้ว

Except it hasn't. ลำดับความ

2:11

เว้นแต่ว่ามันไม่ได้เป็นเช่นนั้น

ลำดับความ

“Except it hasn't.” ในฐานะคำแก้แบบเป็นประโยคแยก

ในที่นี้ Except ใช้แก้ข้อสรุปที่เพิ่งกล่าวไปอย่างชัดเจน โดยหมายถึง “แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่แบบนั้น” เมื่ออยู่ต้นประโยคสั้น ๆ คำนี้ทำให้เกิดจังหวะหยุด ล้มล้างข้อกล่าวก่อนหน้า และเปิดไปสู่คำอธิบายส่วนถัดไป มีการละคำไว้หลัง hasn't ซึ่งเรียกว่าการละคำ คำที่เข้าใจได้ว่าถูกละไว้คือ been solved ภาษาอังกฤษสามารถละส่วนที่ซ้ำได้เมื่อประโยคก่อนหน้าทำให้เติมความหมายได้ง่าย

แบบฝึกหัด

หลังจากผู้พูดบอกว่าปัญหาหนึ่งได้รับการแก้แล้ว ประโยค Except it hasn't. ทำหน้าที่อะไร?

  1. เพิ่มสิ่งที่ถูกยกเว้นหนึ่งรายการเข้าไปในรายชื่อ
  2. แก้ข้อกล่าวก่อนหน้าอย่างชัดเจน
  3. บอกเหตุผลว่าทำไมข้อกล่าวก่อนหน้าจึงเป็นจริง
ดูคำตอบ

แก้ข้อกล่าวก่อนหน้าอย่างชัดเจน

Lengthening the calendar by one day every four years is slightly too much, ไวยากรณ์

2:12

การยืดปฏิทินให้ยาวขึ้นหนึ่งวันทุกๆ สี่ปีนั้นมากเกินไปเล็กน้อย

ไวยากรณ์

โครงสร้าง Lengthening ... by ... every ... is slightly too much

วลีทั้งหมด “Lengthening the calendar by one day every four years” เป็นประธานของ is ดังนั้น Lengthening ตรงนี้จึงเป็น gerund ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของ present continuous วลีนี้ทำให้การกระทำทั้งหมดกลายเป็นเรื่องหนึ่งที่นำมาประเมินได้ ภายในประธานนี้ by one day บอกปริมาณการเปลี่ยนแปลง ส่วน every four years บอกความถี่ Slightly too much หมายถึงปริมาณการปรับนั้นมากกว่าที่จำเป็นเล็กน้อย ไม่ได้หมายความว่าวันที่เพิ่มเข้ามานั้นมีขนาดใหญ่

แบบฝึกหัด

ใน “Raising the fee by two pounds every year is too much,” วลี “Raising the fee by two pounds every year” ทำหน้าที่ทางไวยากรณ์อย่างไร

  1. บอกเฉพาะปริมาณที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น
  2. เป็นประธานที่กล่าวถึงการกระทำทั้งหมดซึ่งกำลังถูกประเมิน
  3. เป็นวลีกริยา present continuous ที่อธิบายการกระทำซึ่งกำลังเกิดขึ้นตอนนี้
ดูคำตอบ

เป็นประธานที่กล่าวถึงการกระทำทั้งหมดซึ่งกำลังถูกประเมิน

and the calendar still falls behind the seasons at a rate of one day per 100 years, โน้ต

2:15

และปฏิทินยังคงตามหลังฤดูกาลในอัตราหนึ่งวันต่อ 100 ปี

กริยาวลี

falls behind: ค่อย ๆ ตามไม่ทัน

Falls behind หมายถึง “ตามความเร็วไม่ทันและค่อย ๆ ล้าหลังหรือช้ากว่าสิ่งอื่น” ในที่นี้ ความคลาดเคลื่อนระหว่างปฏิทินกับฤดูกาลค่อย ๆ เพิ่มขึ้น Behind ต้องมีจุดอ้างอิง ในประโยคนี้ the seasons คือสิ่งที่ปฏิทินตามไม่ทัน ส่วน Fall ไม่ได้หมายถึงการตกทางกายภาพเพียงครั้งเดียว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย phrasal verb ที่เรียนในรูปที่ถูกต้อง: After missing a month of lessons, Hana began to ____ in science.

ดูคำตอบ

fall behind

วลี

at a rate of one day per 100 years: ในอัตราหนึ่งวันต่อ 100 ปี

at a rate of X per Y เชื่อมปริมาณการเปลี่ยนแปลง X เข้ากับแต่ละหน่วยหรือช่วงเวลา Y ในประโยคนี้ ความคลาดเคลื่อนของปฏิทินสะสมเพิ่มขึ้นหนึ่งวันในทุก ๆ 100 ปี รูปแบบนี้ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างค่าที่วัดสองค่าเห็นได้ชัดเจน คือ at a rate of + ปริมาณ + per + หน่วยหรือช่วงเวลา คำว่า per หมายถึง “ต่อแต่ละ” ดังนั้น one day คือความคลาดเคลื่อนที่สะสมตลอดหนึ่งศตวรรษ ไม่ใช่กิจกรรมพิเศษที่เพิ่มเข้ามาในปฏิทิน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบบอกอัตราที่สมบูรณ์ เพื่อสื่อว่าแบตเตอรี่สูญเสียประจุ 3 เปอร์เซ็นต์ต่อชั่วโมง: The battery loses charge ____.

ดูคำตอบ

at a rate of 3 percent per hour

which is fine for the apathetic, ไวยากรณ์

2:19

ซึ่งมันก็โอเคสำหรับคนที่ไม่ใส่ใจ

but not for calendar designers who want everything to line up perfectly.

2:20

แต่ไม่ใช่สำหรับนักออกแบบปฏิทินที่ต้องการให้ทุกอย่างตรงกันอย่างสมบูรณ์แบบ

ไวยากรณ์

fine for A, but not for B: เหมาะสำหรับ A แต่ไม่เหมาะสำหรับ B

which อ้างถึงความคลาดเคลื่อนของปฏิทินที่เพิ่งกล่าวไป ผู้พูดบอกว่าความคลาดเคลื่อนเดียวกันนี้ยอมรับได้สำหรับคนกลุ่มหนึ่ง คือคนที่ไม่ใส่ใจ แต่ยอมรับไม่ได้สำหรับผู้ออกแบบปฏิทิน ใน fine for A, but not for B มีการละคำว่า fine หลัง but โดยเข้าใจเต็ม ๆ ว่า fine for A, but not fine for B โครงสร้างคู่ขนานนี้เปรียบเทียบว่าสิ่งเดียวกันเหมาะกับคนหรือกลุ่มสองฝ่ายเพียงใด not for B ไม่ได้หมายความเพียงว่าสิ่งนั้นไม่ได้ทำขึ้นสำหรับ B คำคุณศัพท์ apathetic หมายถึงไม่สนใจหรือไม่ใส่ใจ วลี the apathetic เปลี่ยนคำคุณศัพท์ให้เป็นป้ายเรียกคนที่ไม่ใส่ใจ จึงมีน้ำเสียงล้อเลียนและดูแคลน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเปรียบต่างเป้าหมาย เพื่อบอกว่าแอปนี้เหมาะกับผู้เริ่มต้น แต่ไม่เหมาะกับผู้เชี่ยวชาญ: The app is ____.

ดูคำตอบ

fine for beginners but not for experts

To fix the irregularity,

2:23

เพื่อแก้ไขความไม่สม่ำเสมอนี้

every century the leap year is skipped. ไวยากรณ์

2:24

ในทุกๆ ศตวรรษจะข้ามปีอธิกสุรทินไป

ไวยากรณ์

Every century ... the leap year is skipped: บอกความถี่ก่อน แล้วตามด้วยกรรมวาจก

Every century เป็นวลีบอกความถี่ที่ยกมาไว้ต้นประโยค โดยกำหนดกรอบเวลาก่อนบอกกฎ จึงเน้นว่ากฎนี้เกิดขึ้นตามช่วงเวลาใด The leap year is skipped เป็นโครงสร้างกรรมวาจก สิ่งที่ได้รับผลคือสถานะปีอธิกสุรทินที่ควรจะมี ส่วนผู้หรือระบบที่ใช้กฎไม่จำเป็นต้องระบุ ในที่นี้ skipped หมายถึงไม่นับปีครบรอบศตวรรษเป็นปีอธิกสุรทินตามปกติ ไม่ได้หมายความว่าศตวรรษทั้งช่วงหายไป นี่เป็นกฎในขั้นที่ทำให้ง่ายขึ้น เพราะปีครบรอบศตวรรษที่หารด้วย 400 ลงตัวจะได้รับการพิจารณาต่างออกไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดคงรูปแบบการจัดข้อมูลเดิมได้ดีที่สุด คือบอกความถี่ก่อน แล้วจึงใช้กรรมวาจกบอกการกระทำที่เกิดกับสิ่งนั้น

  1. We delete the old files every Friday.
  2. Every Friday, the old files delete.
  3. Every Friday, the old files are deleted.
ดูคำตอบ

Every Friday, the old files are deleted.

So 1896 and 1904 were leap years, วัฒนธรรม

2:26

ดังนั้นปี 1896 และ 1904 จึงเป็นปีอธิกสุรทิน

but 1900 wasn't.

2:29

แต่ปี 1900 ไม่ใช่

วัฒนธรรม

ปี 1896 และ 1904 เป็นปีอธิกสุรทิน แต่ปี 1900 ไม่ใช่: ข้อยกเว้นของปีครบรอบศตวรรษ

ปีเหล่านี้แสดงข้อยกเว้นของปีครบรอบศตวรรษจากรูปแบบปกติที่มีปีอธิกสุรทินทุกสี่ปี ปี 1896 และ 1904 หารด้วย 4 ลงตัวและไม่ใช่ปีครบรอบศตวรรษ จึงเป็นปีอธิกสุรทิน ส่วนปี 1900 หารด้วย 100 ลงตัว แต่หารด้วย 400 ไม่ลงตัว จึงไม่ใช่ปีอธิกสุรทิน ใน but 1900 wasn't คำว่า wasn't ใช้แทน wasn't a leap year ภาษาอังกฤษมักละคำที่ซ้ำหลังประธานที่นำมาเปรียบต่างกัน เมื่อความหมายของส่วนที่ละไว้นั้นชัดเจน

แบบฝึกหัด

but 1900 wasn't ในประโยคนี้มีความหมายเต็มว่าอย่างไร

  1. But 1900 wasn't divisible by 4.
  2. But 1900 wasn't a real year.
  3. But 1900 wasn't a leap year.
ดูคำตอบ

But 1900 wasn't a leap year.

This is better,

2:30

แบบนี้ก็ดีขึ้นนะ

but still leaves the calendar ever so slightly too fast with an error of one day in 400 years. ไวยากรณ์

2:31

แต่ก็ยังปล่อยให้ปฏิทินเดินเร็วไปนิดเดียวอยู่ดี ด้วยความคลาดเคลื่อนหนึ่งวันใน 400 ปี

ไวยากรณ์

leaves the calendar ... with an error: ผลลัพธ์ที่ยังคงเหลืออยู่

ในที่นี้ leaves หมายถึง “ทำให้บางสิ่งยังคงอยู่ในสภาพหนึ่งหลังจากการกระทำหรือการเปลี่ยนแปลง” โครงสร้างคือ leave + กรรม + with + ผลลัพธ์ที่ยังเหลืออยู่ กล่าวคือ ระบบที่ปรับแก้แล้วยังคงทำให้ปฏิทินมีความคลาดเคลื่อน ในประโยคเต็ม ever so slightly too fast บอกสภาพของปฏิทิน ส่วน with an error of one day in 400 years ระบุปัญหาที่ยังเหลืออยู่ให้ชัดเจน โครงสร้างนี้ใช้ประเมินว่าการแก้ไขหรือการตัดสินใจยังไม่สามารถกำจัดผลลัพธ์ใดได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ leave เพื่อแสดงผลลัพธ์ที่ยังเหลืออยู่: The repair solved most of the problem but ____ the machine with a small leak.

ดูคำตอบ

left

So an additional clause is added to the skip the century rule

2:35

ดังนั้นจึงมีการเพิ่มข้อสัญญาเพิ่มเติมเข้าไปในกฎการข้ามศตวรรษ

that if the century is divisible by 400, ไวยากรณ์

2:38

ว่าถ้าศตวรรษนั้นหารด้วย 400 ลงตัว

then it will be a leap year.

2:40

ศตวรรษนั้นก็จะเป็นปีอธิกสุรทิน

ไวยากรณ์

if the century is divisible by 400, then ... เงื่อนไขและผลลัพธ์

โครงสร้าง if A, then B ระบุเงื่อนไขและผลลัพธ์อย่างชัดเจน A ให้เงื่อนไขที่ต้องตรวจสอบ ส่วน B ให้ผลที่ตามมาเมื่อเงื่อนไขนั้นเป็นจริง then ช่วยให้ติดตามสองส่วนนี้ได้ง่ายเป็นพิเศษเมื่อต้องอธิบายกฎ แม้โดยมากจะละ then ได้โดยไม่เปลี่ยนความหมายพื้นฐาน สำนวนคณิตศาสตร์ is divisible by 400 หมายถึง “สามารถหารด้วย 400 ได้โดยไม่มีเศษ” ในที่นี้สำนวนดังกล่าวระบุข้อยกเว้นว่า ปีที่ลงท้ายศตวรรษซึ่งตรงตามเงื่อนไขนี้เป็นปีอธิกสุรทิน

แบบฝึกหัด

เติมกฎด้วยสำนวนที่หมายถึง “สามารถหารด้วย 5 ได้โดยไม่มีเศษ”: If a whole number ends in 0 or 5, then it ____.

ดูคำตอบ

is divisible by 5

So 1900 and 2100 aren't leap years,

2:41

ดังนั้นปี 1900 และ 2100 จึงไม่ใช่ปีอธิกสุรทิน

but 2000 is.

2:43

แต่ปี 2000 เป็น

With these three rules,

2:45

ด้วยกฎสามข้อนี้

the error is now just one day off in almost 8,000 years,

2:45

ตอนนี้ความคลาดเคลื่อนเหลือเพียงหนึ่งวันในระยะเวลาเกือบ 8,000 ปี

which the current calendar declares mission accomplished, วลี

2:49

ซึ่งปฏิทินปัจจุบันประกาศว่าภารกิจสำเร็จลุล่วง

วลี

mission accomplished: ประกาศว่าเป้าหมายสำเร็จแล้ว

Mission accomplished เป็นคำประกาศสั้น ๆ ที่หมายความว่าบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้แล้ว accomplished ใช้บอกว่า mission สำเร็จเรียบร้อย และวลีนี้มักใช้เดี่ยว ๆ ได้เหมือนคำตัดสินหรือพาดหัวข่าว ในที่นี้ ปฏิทินถูกทำให้เหมือนเป็นคนที่ประกาศข้อความนี้ได้ เนื่องจากปฏิทินยังมีความคลาดเคลื่อนเล็กน้อยมาก วลีนี้จึงมีอารมณ์ขันเบา ๆ ในความหมายว่า “ใกล้เคียงพอที่จะถือว่าเสร็จแล้ว” ไม่ได้กล่าวถึงภารกิจทางอวกาศหรือทางทหารเรื่องใดโดยเฉพาะ

แบบฝึกหัด

ทีมหนึ่งแก้ปัญหาได้เกือบทั้งหมด แต่ยังไม่ครบ มีคนพูดว่า “Mission accomplished” พร้อมรอยยิ้มอย่างรู้กัน วลีนี้น่าจะให้ความรู้สึกอย่างไรมากที่สุด?

  1. วลีนี้สื่ออย่างขบขันว่าความสำเร็จที่กล่าวอ้างอาจยังไม่สมบูรณ์
  2. วลีนี้ประกาศชื่อของภารกิจใหม่
  3. วลีนี้หมายความว่าทีมต้องเริ่มทำงานทันที
ดูคำตอบ

วลีนี้สื่ออย่างขบขันว่าความสำเร็จที่กล่าวอ้างอาจยังไม่สมบูรณ์

and so calls it a day. สำนวน

2:51

และก็ถือว่าจบงานแค่นั้น

สำนวน

calls it a day: ตัดสินใจหยุดไว้ก่อน

Call it a day เป็นสำนวนที่หมายถึงหยุดกิจกรรมไว้เท่านี้ก่อน โดยทั่วไปใช้หลังจากทำงานหรือพยายามมาพอสมควรแล้ว ใน calls it a day คำว่า calls เป็นรูปเอกพจน์บุรุษที่สามตามประธาน ส่วนที่เหลือของสำนวนยังคงเดิม ในที่นี้ ปฏิทินถูกทำให้เหมือนคนที่ตัดสินใจว่าไม่จำเป็นต้องปรับแก้อีก คำว่า day ยังเข้ากับหัวข้อเรื่องปฏิทิน จึงเกิดเป็นการเล่นคำ ไม่ได้หมายความว่าปฏิทินกำลังตั้งชื่อบางสิ่งว่า “วัน”

แบบฝึกหัด

ประโยค “Let’s call it a day and finish the last two pages tomorrow” หมายความว่าอย่างไร?

  1. ตั้งชื่อโครงการตามชื่อของวันหนึ่ง
  2. ยกเลิกโครงการนี้ตลอดไป
  3. ตอนนี้หยุดก่อน แล้วพรุ่งนี้ค่อยทำต่อ
ดูคำตอบ

ตอนนี้หยุดก่อน แล้วพรุ่งนี้ค่อยทำต่อ

Which is probably quite reasonable because 8,000 years ago humans were just figuring out that farming might be a good idea, โน้ต

2:52

ซึ่งนั่นก็น่าจะสมเหตุสมผลทีเดียว เพราะเมื่อ 8,000 ปีก่อน มนุษย์เพิ่งจะค้นพบว่าการทำเกษตรกรรมอาจเป็นความคิดที่ดี

กริยาวลี

figuring out: หาคำตอบด้วยการคิดหรือลองทำ

Figure out หมายถึงการทำความเข้าใจหรือหาคำตอบได้ด้วยการคิด ตรวจสอบเบาะแส หรือลองทำสิ่งต่าง ๆ ในที่นี้มนุษย์กำลังค่อย ๆ ตระหนักว่าการทำเกษตรอาจมีประโยชน์ ไม่ได้หมายถึงการวาดรูปทรงหรือเพียงแค่หาสิ่งของเจอ รูปอดีตกำลังกระทำ were ... figuring out แสดงว่านี่เป็นกระบวนการที่กำลังดำเนินอยู่ในเวลานั้น ส่วน just เพิ่มความหมายว่าพวกเขาเพิ่งเริ่มเข้าใจเท่านั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ figure out: “After testing each cable, Leo ____ why the monitor would not turn on.”

ดูคำตอบ

figured out

and 8,000 years from now,

2:57

และในอีก 8,000 ปีข้างหน้า

ไวยากรณ์

8,000 years ago กับ 8,000 years from now

“8,000 years ago” นับย้อนจากปัจจุบันไป 8,000 ปี ส่วน “8,000 years from now” นับจากปัจจุบันไปข้างหน้าอีก 8,000 ปี ช่วงเวลาที่เท่ากันทั้งสองด้านสร้างกรอบเปรียบเทียบอดีตกับอนาคต จุดอ้างอิงของทั้งสองสำนวนคือเวลาปัจจุบัน โดย from now ไม่ได้นับต่อจากยุคการทำเกษตรที่กล่าวถึงก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย ago และ from now: “The observatory opened 200 years ____, and scientists may still use it 200 years ____.”

ดูคำตอบ

ago · from now

we'll hopefully be using a calendar with a better date tracking system. ไวยากรณ์

2:58

หวังว่าเราคงจะใช้ปฏิทินที่มีระบบติดตามวันที่ดีกว่านี้

ไวยากรณ์

we'll hopefully be using: กิจกรรมที่หวังว่าจะกำลังดำเนินอยู่ในอนาคต

โครงสร้าง will be + กริยา-ing แสดงกิจกรรมว่าในช่วงเวลาหนึ่งในอนาคต กิจกรรมนั้นกำลังดำเนินอยู่หรือกลายเป็นวิธีปฏิบัติที่ใช้อยู่แล้ว ในที่นี้ we'll be using หมายความว่า ณ เวลานั้นคาดว่าการใช้ปฏิทินแบบนี้จะเป็นสิ่งที่ทำต่อเนื่อง ไม่ใช่การตัดสินใจครั้งเดียวในชั่วขณะหนึ่ง hopefully ขยายคำคาดการณ์ทั้งหมด โดยผู้พูดต้องการให้ผลลัพธ์เป็นเช่นนั้นแต่ไม่ได้รับประกันว่าจะเกิดขึ้น คำนี้ไม่ได้บอกลักษณะวิธีใช้ปฏิทิน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ hopefully และรูป future continuous ของ use: At this time next year, we'll ____ the new library every week.

ดูคำตอบ

hopefully be using

But perhaps you're a mathematician,

3:01

แต่บางทีคุณอาจจะเป็นนักคณิตศาสตร์

and a 0.0001% error is an abomination in your eyes and must be removed. สำนวน

3:02

และข้อผิดพลาด 0.0001% คือสิ่งที่น่ารังเกียจในสายตาคุณ และต้องถูกกำจัดออกไป

สำนวน

in your eyes: ระบุว่าการตัดสินเป็นมุมมองของใคร

In your eyes เป็นสำนวนที่หมายถึง ตามความเห็นของคุณ หรือตามการตัดสินของคุณ สำนวนนี้บอกว่าการประเมินที่ตามมาเป็นมุมมองของผู้ที่ถูกพูดด้วย ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่เป็นกลาง ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวแสดงว่าการมองข้อผิดพลาดเล็กมากว่าเป็นสิ่งเลวร้าย เป็นความเห็นที่เคร่งครัดอย่างยิ่งของผู้ฟังที่ถูกสมมติขึ้นมา คำว่า eyes ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ in your eyes เพื่อระบุว่าความคิดเห็นเป็นของบุคคลหนึ่ง แทนที่จะบรรยายการมองเห็นตามตัวอักษร?

  1. In your eyes, the smallest delay is unacceptable.
  2. The mark was invisible to the naked eye.
  3. The finish line appeared before your eyes.
ดูคำตอบ

In your eyes, the smallest delay is unacceptable.

Tough luck, น้ำเสียง/เจตนา

3:07

โชคร้ายหน่อยนะ

says the universe,

3:07

จักรวาลกล่าว

น้ำเสียง/เจตนา

Tough luck ในฐานะคำตอบแบบไม่เห็นใจ

Tough luck เป็นคำตอบตายตัวที่หมายถึง สถานการณ์นั้นโชคร้าย แต่จะไม่มีข้อยกเว้นหรือทางแก้ให้ ในที่นี้จักรวาลที่ถูกทำให้เหมือนมนุษย์ใช้คำนี้ปฏิเสธความต้องการความสมบูรณ์แบบอย่างตรงไปตรงมาและหยอกล้อ ไม่ได้ปลอบใจอย่างจริงใจ สำนวนนี้ผลักให้ผู้ฟังยอมรับผลลัพธ์ที่ไม่ดี บริบทและน้ำเสียงอาจทำให้ฟังดูเห็นใจเล็กน้อยได้ แต่บ่อยครั้งจะฟังดูไม่ใส่ใจหรือประชด และประโยคนี้ใช้ความหมายแบบไม่ใส่ใจนั้น

แบบฝึกหัด

ตัดสินการใช้ต่อไปนี้: เพื่อนบอกว่าเสียใจมากเพราะสอบตกในการสอบครั้งสำคัญ คุณตอบว่า “Tough luck.” นี่เป็นคำตอบที่อบอุ่นและให้กำลังใจหรือไม่?

  1. ใช่
  2. ไม่ใช่
ดูคำตอบ

ไม่ใช่

because the length of a day isn't even consistent.

3:08

เพราะความยาวของวันก็ไม่ได้คงที่ด้วยซ้ำ

It randomly varies a few milliseconds on average วลี

3:10

โดยเฉลี่ยแล้วมันแปรปรวนแบบสุ่มในระดับไม่กี่มิลลิวินาที

วลี

On average ในฐานะคำขยายเชิงสถิติ

On average บอกว่าตัวเลขหนึ่งเป็นข้อมูลสรุปจากการสังเกตหลายครั้ง ในที่นี้ a few milliseconds อธิบายขนาดเฉลี่ยของความเปลี่ยนแปลงแบบสุ่ม ไม่ใช่ความเปลี่ยนแปลงคงที่ที่เกิดขึ้นทุกครั้ง ให้มองว่าวลีนี้จำกัดขอบเขตของตัวเลข ผลลัพธ์แต่ละครั้งอาจสูงหรือต่ำกว่าค่าเฉลี่ยได้ วลีนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกว่าผลลัพธ์กระจายต่างกันมากเพียงใด

แบบฝึกหัด

รายงานระบุว่า “The page loads in two seconds on average.” ข้อความนี้หมายความว่าอย่างไร?

  1. การโหลดหน้าเว็บทุกครั้งใช้เวลา 2 วินาทีพอดี
  2. ค่าเฉลี่ยของการโหลดหน้าเว็บหลายครั้งคือ 2 วินาที
  3. การโหลดหน้าเว็บครั้งหนึ่งใช้เวลาประมาณ 2 วินาที
ดูคำตอบ

ค่าเฉลี่ยของการโหลดหน้าเว็บหลายครั้งคือ 2 วินาที

and very slowly decreases by about 1 millisecond per 100 years, วลี

3:12

และลดลงอย่างช้ามากๆ ประมาณ 1 มิลลิวินาทีต่อ 100 ปี

วลี

decreases by ... per ...: ปริมาณการเปลี่ยนแปลงและอัตรา

รูปแบบ decrease by + ปริมาณ บอกว่าค่าหนึ่งลดลงไปเท่าไร ในที่นี้ by about 1 millisecond บอกขนาดของการเปลี่ยนแปลง ไม่ได้หมายความว่าค่าสุดท้ายกลายเป็น 1 มิลลิวินาที per + ช่วงเวลา บอกฐานเวลาของอัตราการเปลี่ยนแปลง per 100 years หมายถึงลดลงประมาณเท่านี้ในทุกช่วง 100 ปี ดังนั้นรูปแบบทั้งหมดจึงบรรยายแนวโน้มระยะยาวที่เปลี่ยนแปลงน้อยมาก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบ decrease by ... per: After the adjustment, the clock's error ____ about 2 seconds ____ day.

ดูคำตอบ

decreases by · per

which means it's literally impossible to build a perfect calendar that lasts forever. การใช้คำ

3:15

ซึ่งหมายความว่ามันเป็นไปไม่ได้เลยในเชิงตัวอักษรที่จะสร้างปฏิทินที่สมบูรณ์แบบให้อยู่คงทนตลอดกาล

การใช้คำ

literally impossible: ข้อสรุปว่าเป็นไปไม่ได้จริง

ในประโยคนี้ literally ยังคงใช้ตามความหมายที่เคร่งครัด สิ่งที่บรรยายไว้นั้นเป็นไปไม่ได้จริง ๆ ไม่ใช่แค่ทำได้ยากมาก เนื่องจากความยาวของหนึ่งวันเปลี่ยนไปตามเวลา จึงไม่มีปฏิทินใดคงความแม่นยำอย่างสมบูรณ์ได้ตลอดไป เมื่อวาง literally ไว้หน้า impossible คำนี้จะเน้นข้อสรุปโดยตัดการตีความแบบเปรียบเทียบหรือเกินจริงออกไป เมื่อนำแนวคิดนี้ไปใช้กับสถานการณ์อื่น ให้ตรวจดูว่าข้อเท็จจริงทำให้ผลลัพธ์นั้นเป็นไปไม่ได้จริงหรือไม่

แบบฝึกหัด

อ่านข้อความนี้: A four-sided triangle is literally impossible. literally ใช้ตามความหมายที่เคร่งครัดหรือไม่?

  1. ใช่ คำนิยามทำให้สิ่งนี้เป็นไปไม่ได้จริง ๆ
  2. ไม่ใช่ หมายถึงเพียงว่าการสร้างสิ่งนี้จะยากมาก
ดูคำตอบ

ใช่ คำนิยามทำให้สิ่งนี้เป็นไปไม่ได้จริง ๆ

In theory, ลำดับความ

3:19

ในทางทฤษฎีแล้ว

the length of a day will expand to be as long as the current month, ไวยากรณ์

3:20

ความยาวของวันจะขยายออกไปจนยาวเท่ากับเดือนในปัจจุบัน

ไวยากรณ์

as long as the current month ในฐานะการเปรียบเทียบระยะเวลาที่เท่ากัน

As long as the current month ใช้โครงสร้างเปรียบเทียบความเท่ากัน as + คำคุณศัพท์ + as ในที่นี้ long ใช้วัดระยะเวลา และ the current month เป็นเกณฑ์เปรียบเทียบ ในประโยคนี้ หนึ่งวันในอนาคตจะมีระยะเวลาเท่ากับหนึ่งเดือนในปัจจุบัน คำว่า as long as ตรงนี้ไม่ได้ใช้เพื่อบอกเงื่อนไข

แบบฝึกหัด

เติมการเปรียบเทียบว่าเท่ากันด้วยรูป as ... as ของ long: “The blue rope is ten meters long, and the red rope is ____ the blue rope.”

ดูคำตอบ

as long as

but don't worry, น้ำเสียง/เจตนา

3:22

แต่ไม่ต้องกังวลไป

น้ำเสียง/เจตนา

don't worry เพื่อช่วยให้สบายใจก่อน

ในประโยคนี้ don't worry เป็นคำพูดสั้น ๆ ที่ใช้ช่วยให้ผู้ฟังสบายใจ ผู้พูดเพิ่งเสนอแนวคิดที่อาจฟังดูน่ากังวล แล้วใช้สำนวนนี้ก่อนบอกข้อเท็จจริงที่ทำให้เรื่องนั้นดูไม่เร่งด่วนมากนัก ในที่นี้ผู้พูดช่วยคลายความกังวลไว้ล่วงหน้า ผู้ฟังไม่จำเป็นต้องพูดก่อนว่าตนกังวล ผู้พูดมักใช้ don't worry เพื่อรับมือกับปฏิกิริยาที่อาจเกิดขึ้น และเว้นจังหวะอย่างเป็นธรรมชาติก่อนให้ข้อมูลที่ช่วยให้สบายใจ

แบบฝึกหัด

ผู้พูดกล่าวว่า "Don't worry, the deadline is still three weeks away." don't worry ทำหน้าที่อะไรในที่นี้?

  1. เตือนว่าเลยกำหนดส่งแล้ว
  2. คาดไว้ก่อนว่าผู้ฟังอาจกังวล แล้วนำเข้าสู่ข้อมูลที่ช่วยให้สบายใจ
  3. บอกว่าผู้ฟังได้บ่นไปแล้ว
ดูคำตอบ

คาดไว้ก่อนว่าผู้ฟังอาจกังวล แล้วนำเข้าสู่ข้อมูลที่ช่วยให้สบายใจ

in practice,

3:23

ในทางปฏิบัติแล้ว

ลำดับความ

ใช้ In theory, ... in practice, เพื่อเปรียบต่างการคาดการณ์กับความจริง

In theory ใช้นำเสนอสิ่งที่กฎ แบบจำลอง หรือการคาดการณ์เชิงตรรกะบอกว่าควรจะเกิดขึ้น ส่วน in practice ใช้นำเสนอสิ่งที่เกิดขึ้นจริงเมื่อคำนึงถึงเงื่อนไขและข้อจำกัดในโลกจริง ในประโยคนี้ คำแรกวางกรอบผลลัพธ์สุดขั้วในอนาคตอันไกลมาก ส่วนคำหลังดึงความสนใจกลับมาสู่มุมมองที่สมจริง คำทั้งสองช่วยจัดข้อมูลโดยเปรียบต่างความเป็นไปได้เชิงนามธรรมกับความจริงในทางปฏิบัติ จึงไม่ทำให้ความเป็นไปได้ที่ยังห่างไกลฟังดูเหมือนปัญหาที่ต้องกังวลทันที

แบบฝึกหัด

คำคู่ใดเติมประโยคนี้ได้เหมาะสมที่สุด “___, the train ride should take twenty minutes; ___, delays often make it take forty.”

  1. With practice ... in theory
  2. In practice ... with practice
  3. In theory ... in practice
ดูคำตอบ

In theory ... in practice

it will take tens of billions of years, วลี

3:23

มันจะต้องใช้เวลาหลายหมื่นล้านปี

วลี

tens of billions of years เพื่อบอกขนาดโดยประมาณ

Tens of billions of years หมายถึงระยะเวลาโดยประมาณในระดับหลายหมื่นล้านปี โดยทั่วไปคือราว 2 หมื่นล้านถึงต่ำกว่า 1 แสนล้านปี สำนวนนี้บอกขนาดโดยรวม ไม่ใช่ตัวเลขที่แน่นอน โครงสร้างคือ tens of + คำบอกจำนวนขนาดใหญ่ที่เป็นพหูพจน์ + of + คำนาม: tens of billions of years ให้เข้าใจทั้งหมดเป็นจำนวนเดียวที่ประกอบเป็นชั้น ๆ คือมี billion จำนวนมากซึ่งนับเป็นหลักสิบ ไม่ใช่การนำจำนวนเดิมไปคูณด้วย billion อีกครั้ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยวลีบอกจำนวนที่หมายถึงประมาณ 2 หมื่นล้านถึง 9.9 หมื่นล้าน และมีรูปแบบ tens of + คำบอกจำนวนขนาดใหญ่ที่เป็นพหูพจน์ + of: Scientists say the process could take ____ years.

ดูคำตอบ

tens of billions of

and our own expanding Sun will destroy the Earth long before that happens. ไวยากรณ์

3:25

และดวงอาทิตย์ที่กำลังขยายตัวของเราก็จะทำลายโลกไปนานก่อนที่เรื่องนั้นจะเกิดขึ้นเสียอีก

ไวยากรณ์

long before that happens: นานก่อนที่สิ่งนั้นจะเกิดขึ้น

ใน long before that happens คำว่า before นำเสนอเหตุการณ์ที่เกิดทีหลัง ส่วน long บอกว่าช่วงเวลาระหว่างสองเหตุการณ์ยาวนานมาก การที่ดวงอาทิตย์ทำลายโลกคาดว่าจะเกิดก่อนเหตุการณ์ที่ that อ้างถึงเป็นเวลานานมาก ใช้ long before + คำนามหรืออนุประโยคเพื่อวางเหตุการณ์หนึ่งไว้ก่อนอีกเหตุการณ์หนึ่งเป็นเวลานาน ในที่นี้ long บรรยายช่วงเวลา ไม่ได้บอกว่าดวงอาทิตย์หรือโลกมีความยาว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าการอพยพจะเสร็จสิ้นนานก่อนที่พายุจะมาถึง

  1. The evacuation will be complete just before the storm arrives.
  2. Before long, the evacuation will be complete.
  3. The evacuation will be complete long before the storm arrives.
ดูคำตอบ

The evacuation will be complete long before the storm arrives.

So, all right,

3:28

เอาล่ะ งั้นก็

not quite sure how we got from counting the days of the months ลำดับความ

3:29

ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่ว่าเราเปลี่ยนจากการนับวันในแต่ละเดือน

to the fiery unavoidable end of all human civilization,

3:31

มาเป็นจุดจบอันร้อนระอุที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ของอารยธรรมมนุษย์ทั้งหมดได้อย่างไร

ลำดับความ

get from A to B: จากการนับวันไปถึงจุดจบของอารยธรรม

get from A to B จัดระเบียบการอภิปรายให้เหมือนเส้นทาง โดย A คือหัวข้อเริ่มต้นธรรมดาอย่างการนับจำนวนวันในแต่ละเดือน และ B คือปลายทางสุดขั้วอย่างจุดจบของอารยธรรมมนุษย์ ไม่ได้หมายถึงการเดินทางจริง not quite sure how we got from A to B เป็นการแสร้งทำเป็นสับสนแบบขบขัน ผู้พูดรู้ว่าการอภิปรายค่อย ๆ พัฒนาทีละขั้น แต่กรอบนี้เน้นว่าหัวข้อเคลื่อนไปไกลอย่างน่าประหลาดใจ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้กรอบ get from A to B: We started with lunch plans, and now we are debating AI ethics. How did we ____ lunch plans ____ AI ethics?

ดูคำตอบ

get from · to

unless of course we have an adequately funded space program, ไวยากรณ์

3:33

เว้นแต่แน่นอนว่าเราจะมีโครงการอวกาศที่ได้รับเงินทุนสนับสนุนเพียงพอ

ไวยากรณ์

unless of course: เงื่อนไขยกเว้นที่มีท่าทีหยอกล้อ

Unless นำหน้าเงื่อนไขที่จะทำให้ผลลัพธ์ที่คาดไว้ไม่เกิดขึ้น กล่าวคือ ผลลัพธ์นั้นจะเกิดขึ้น ยกเว้นในกรณีที่เรามีโครงการอวกาศที่ได้รับเงินทุนอย่างเพียงพอ Of course เพิ่มท่าทีของผู้พูด ในที่นี้ทำให้ทางออกที่ยังไม่แน่นอนดูเหมือนเป็นตัวเลือกที่เห็นได้ชัดแบบติดตลก ไม่ได้หมายความว่าโครงการได้รับเงินทุนแล้วหรือจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

แบบฝึกหัด

ผู้พูดหมายความว่าอย่างไรในประโยคนี้? “The outdoor concert will be canceled unless, of course, the rain stops.”

  1. คอนเสิร์ตจะถูกยกเลิกถ้าฝนยังตกต่อ ส่วน of course ทำให้ข้อยกเว้นฟังดูเหมือนเป็นเรื่องชัดเจนแบบหยอก ๆ
  2. คอนเสิร์ตจะถูกยกเลิกต่อเมื่อฝนหยุดเท่านั้น และ of course รับประกันว่าฝนจะหยุด
  3. คอนเสิร์ตไม่อาจถูกยกเลิกได้ เพราะฝนหยุดแล้ว
ดูคำตอบ

คอนเสิร์ตจะถูกยกเลิกถ้าฝนยังตกต่อ ส่วน of course ทำให้ข้อยกเว้นฟังดูเหมือนเป็นเรื่องชัดเจนแบบหยอก ๆ

hint hint, น้ำเสียง/เจตนา

3:35

(แอบบอกใบ้นะ)

น้ำเสียง/เจตนา

hint hint: คำขอที่ไม่ได้พูดตรง ๆ แบบหยอก

Hint hint เป็นคำพูดที่จงใจกล่าวซ้ำเพื่อบอกให้ผู้ฟังมองหาความหมายที่ไม่ได้พูดออกมาตรง ๆ โดยมักตามหลังข้อความที่มี “คำใบ้” นั้นอยู่ ในที่นี้ผู้พูดไม่ได้ให้เบาะแสสองข้อ การพูดซ้ำเปลี่ยนการกล่าวถึงโครงการอวกาศที่มีเงินทุนก่อนหน้านี้ให้เป็นการสะกิดแบบหยอก ๆ ผู้ฟังควรเข้าใจว่ากำลังมีการขอเงินทุนเพิ่ม

แบบฝึกหัด

ผู้พูดกำลังทำอะไรเมื่อพูด hint hint ใน “The team could really use a new laptop—hint hint.”?

  1. กำลังให้เบาะแสทางเทคนิคเกี่ยวกับแล็ปท็อปสองข้อแยกกัน
  2. กำลังเตือนว่าทีมไม่ต้องการแล็ปท็อปเครื่องใหม่
  3. กำลังพูดเป็นนัยแบบหยอก ๆ ว่าควรมีใครจัดหาแล็ปท็อปเครื่องใหม่ให้ โดยไม่ได้ขอตรง ๆ
ดูคำตอบ

กำลังพูดเป็นนัยแบบหยอก ๆ ว่าควรมีใครจัดหาแล็ปท็อปเครื่องใหม่ให้ โดยไม่ได้ขอตรง ๆ

but there you have it. ลำดับความ

3:36

แต่นั่นแหละ ตามนั้นเลย

ลำดับความ

there you have it: การปิดท้ายคำอธิบาย

there you have it เป็นวลีตายตัวที่ใช้ปิดท้ายคำอธิบาย ในที่นี้ there ไม่ได้ชี้ถึงสถานที่ และ it หมายถึงคำอธิบายหรือผลลัพธ์ทั้งหมดที่เพิ่งนำเสนอไป ผู้พูดใช้วลีนี้เพื่อบอกว่าได้ให้คำตอบหรือผลลัพธ์ครบแล้ว และพาเรื่องไปสู่ข้อสรุป วลีนี้เหมาะเป็นพิเศษหลังการสาธิต การอธิบาย หรือการเฉลยผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

เพื่อนร่วมชั้นเพิ่งสาธิตวิธีแก้ปริศนาจนจบ ประโยคปิดท้ายใดสื่อได้อย่างเป็นธรรมชาติว่าคำอธิบายเสร็จสมบูรณ์แล้ว

  1. There you have it.
  2. What do you mean?
  3. Here we go.
ดูคำตอบ

There you have it.

For the next eight millennia,

3:37

สำหรับอีกแปดพันปีข้างหน้า

leap years will keep the calendar in sync with the seasons,

3:38

ปีอธิกสุรทินจะยังคงรักษาปฏิทินให้สอดคล้องกับฤดูกาล

but in a surprisingly complicated way.

3:40

แต่มันมาด้วยวิธีการที่ซับซ้อนอย่างน่าประหลาดใจ

You can learn a lot more about orbits,

3:43

คุณสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวงโคจร

different kinds of years,

3:45

ปีประเภทต่างๆ

and supermassive black holes over at MinutePhysics.

3:45

และหลุมดำมวลยวดยิ่ง ได้ที่ MinutePhysics

As always,

3:48

และเช่นเคย

Henry does a great job of explaining it all in his new video. วลี

3:48

Henry อธิบายทั้งหมดนี้ไว้ในวิดีโอใหม่ของเขาได้อย่างยอดเยี่ยมมาก

วลี

does a great job of explaining: การชมว่าทำงานเฉพาะอย่างได้ดี

do a great job of + -ing ใช้ชมว่าคนคนหนึ่งทำงานเฉพาะอย่างได้ดีเพียงใด ในตัวอย่าง explaining ระบุงานที่ Henry ทำได้ดีมาก Does เป็นกริยาหลักในสำนวน do a job ไม่ใช่กริยาช่วยที่ใช้เน้นความหมาย ในที่นี้ job หมายถึงคุณภาพของการทำงาน ไม่ใช่อาชีพ

แบบฝึกหัด

เติมคำชมในรูปปัจจุบันด้วยโครงสร้าง do a great job of + -ing: Sam always ____ the new rules clearly.

ดูคำตอบ

does a great job of explaining

Go check it out. กริยาวลี

3:50

ลองไปดูกันเลย

กริยาวลี

check it out: คำชวนแบบเป็นกันเองให้ลองไปดู

check it out หมายถึง “ลองไปดู” และมักมีนัยว่าให้เรียนรู้เพิ่มเติม ดู แวะไป หรือทดลองสิ่งนั้น ในประโยคนี้ it หมายถึงวิดีโอใหม่ของ Henry gโครงสร้าง go + กริยารูปพื้นฐานทำให้คำชวนมีความกระตือรือร้นมากขึ้น: Go check it out กระตุ้นให้ผู้ชมเปิดและดูวิดีโอ ไม่ใช่แค่รับรู้ว่ามีวิดีโอนั้นอยู่ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ให้วางไว้ระหว่าง check กับ out โดยพูดว่า check it out ไม่ใช่ check out it

แบบฝึกหัด

ใช้ phrasal verb แบบไม่เป็นทางการที่หมายถึง “ลองไปดู” เพื่อเติมคำชวนให้สมบูรณ์: เพื่อนโพสต์วิดีโอใหม่ Go ____.

ดูคำตอบ

check it out