อิลลูมินาติ คืออะไรกันแน่?: บทเรียนภาษาอังกฤษ
The Infographics Show
แนะนำวิดีโอ: ประวัติศาสตร์เชิงเสียดสีของอิลลูมินาติบาวาเรีย การถูกปราบ และตำนานยุคใหม่ที่ขยายอำนาจเกินจริง ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. canon law.——ความหมายคำศัพท์และระดับภาษา: แยกกฎหมายศาสนจักรจาก cannon “ปืนใหญ่” เข้าใจตำแหน่งของไวส์เฮาพท์ และจับมุกเล่นคำ 2. set out to / ended up making——วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: เทียบเป้าหมายปฏิรูปตอนเริ่มกับผลลัพธ์แบบอำนาจนิยมที่ไม่คาดคิด และใช้สรุปจุดจบเชิงประชด 3. pulling the strings——สำนวนและภาพพจน์: เข้าใจภาพเชิดหุ่นว่าเป็นการควบคุมเบื้องหลัง และแยกจากการนำอย่างเปิดเผย
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Bill Gates, Beyoncé, Oprah, The Infographic Show.
0:00บิล เกตส์, บียอนเซ่, โอปราห์ และ The Infographic Show
have all been part of a global movement to control humanity
0:09ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการระดับโลกที่ต้องการควบคุมมนุษยชาติ
Rumors have swirled: ข่าวลือที่แพร่กว้างอย่างต่อเนื่อง
ในประโยคนี้ rumors have swirled หมายถึงเรื่องที่ยังไม่ได้รับการยืนยันแพร่ไปอย่างกว้างขวางและวนเวียนอยู่ในการพูดคุยสาธารณะ คำว่า swirl ใช้เชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายความว่าข่าวลือหมุนจริง ๆ รูป present perfect ใน have swirled เมื่อใช้กับ for years แสดงว่าการแพร่ของข่าวลือเริ่มในอดีตและต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน เมื่อเทียบกับการบอกเพียงว่า rumors exist สำนวนนี้ให้ภาพของการแพร่ที่ต่อเนื่องและยังไม่สงบได้ชัดกว่า
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึงเรื่องที่ยังไม่ได้รับการยืนยันแพร่ไปอย่างกว้างขวาง: For months, ____ about a possible merger.
ดูคำตอบ
rumors have swirled
In most cases, this movement takes the form of the infamous Illuminati, วลี
0:14โดยส่วนใหญ่ ขบวนการนี้มักปรากฏในรูปของอิลลูมินาติอันฉาวโฉ่
Takes the form of: ปรากฏในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง
take the form of หมายถึง “ปรากฏหรือแสดงออกมาในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง” ประธานบอกแนวคิด การกระทำ หรือสถานการณ์ ส่วนวลีนามหลัง of บอกรูปแบบที่สิ่งนั้นปรากฏออกมา ในที่นี้มีการกล่าวว่าขบวนการที่เป็นนามธรรมปรากฏเป็นกลุ่มอิลลูมินาติ วลีนี้ไม่ได้หมายถึงการหยิบหรือเอาสิ่งของจริง ๆ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ X takes the form of Y โดยเปลี่ยนกาลและความสอดคล้องของประธานกับกริยาได้ เช่น took the form of หรือ may take the form of
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “ปรากฏในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง”: In this course, the final assessment ____ a short presentation.
ดูคำตอบ
takes the form of
a group allegedly dedicated to absolute control over all mankind.
0:18กลุ่มที่ถูกกล่าวหาว่ามุ่งควบคุมมนุษย์ทุกคนอย่างเบ็ดเสร็จ
And how do you know this video itself is not just more Illuminati propaganda,
0:25แล้วคุณรู้ได้อย่างไรว่าวิดีโอนี้ไม่ได้เป็นเพียงโฆษณาชวนเชื่อของอิลลูมินาติอีกชิ้นหนึ่ง
meant to throw you off the scent from the truth. สำนวน
0:29ที่สร้างขึ้นเพื่อทำให้คุณหลงทางจากร่องรอยของความจริง
throw you off the scent: จงใจใช้เบาะแสลวงทำให้คนหลงทาง
ในประโยคนี้ throw you off the scent เป็นสำนวนที่หมายถึง “จงใจทำให้คุณเข้าใจผิดจนเลิกติดตามเบาะแสที่นำไปสู่ความจริง” สำนวนนี้ชวนให้นึกถึงผู้ติดตามที่ดมกลิ่นตามรอย แต่ในที่นี้ไม่ได้มีกลิ่นจริง ๆ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ throw + คน + off the scent ประธานของประโยคสร้างเบาะแสปลอมหรือสิ่งเบี่ยงเบนความสนใจ สำนวนนี้ไม่ได้หมายถึงเพียงการทำให้ใครสักคนหมดความสนใจ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยสำนวนเต็ม throw someone off the scent โดยใช้สรรพนาม them: The thief left a false map to ____.
ดูคำตอบ
throw them off the scent
The name Illuminati actually comes from the Latin plural illuminatus or enlightened.
0:31จริง ๆ แล้วชื่อ Illuminati มาจากรูปพหูพจน์ภาษาละติน illuminatus ซึ่งแปลว่าผู้รู้แจ้ง
The name is inspired by the idea of enlightening oneself through knowledge
0:36ชื่อนี้ได้แรงบันดาลใจจากแนวคิดเรื่องการทำให้ตนเองรู้แจ้งผ่านความรู้
and would evolve to signify the breaking of a man's bonds of ignorance
0:40และต่อมาก็ใช้สื่อถึงการปลดพันธนาการแห่งความไม่รู้ของมนุษย์
But it all started with one man who really, really hated his bosses.
0:45แต่ทั้งหมดเริ่มต้นจากชายคนหนึ่งที่เกลียดเจ้านายของตัวเองเอามาก ๆ
at the University of Ingolstadt as a professor of canon law. การใช้คำ
0:55เป็นศาสตราจารย์ด้านกฎหมายศาสนจักรที่มหาวิทยาลัยอินกอลชตัดท์
canon law: กฎหมายศาสนจักร ไม่ใช่ cannon law
Canon law คือระบบกฎอย่างเป็นทางการที่ศาสนจักรหรือผู้มีอำนาจทางศาสนาอื่นจัดทำและบังคับใช้เพื่อกำกับดูแลองค์กรศาสนานั้นและสมาชิก ในประโยคนี้ a professor of canon law หมายถึงนักวิชาการที่ศึกษาและสอนกฎหมายสาขานี้ ในที่นี้ canon หมายถึงกฎของศาสนจักรที่มีอำนาจบังคับ ไม่ใช่ cannon ซึ่งเป็นคำที่หมายถึงปืนใหญ่ เสียงที่แทบเหมือนกันแต่การสะกดและความหมายต่างกันเป็นพื้นฐานของมุกคำศัพท์ที่ตามมา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยการสะกดที่ถูกต้องของคำที่หมายถึง “กฎของศาสนจักร”: She specializes in ____ law.
ดูคำตอบ
canon
Basically, the laws that governed cannons both on a battlefield and on ships.
0:59พูดง่าย ๆ ก็คือกฎหมายที่ควบคุมปืนใหญ่ทั้งในสนามรบและบนเรือ
Actually, canon law is the guidelines and regulations
1:03ที่จริงแล้ว กฎหมายศาสนจักรคือแนวทางและข้อบังคับ
for the purpose of running a government of a religious organization.
1:08เพื่อใช้บริหารองค์กรทางศาสนา
In essence, Weishaupt was an expert on Church law, ลำดับความ
1:11สรุปคือ ไวส์เฮาพท์เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายของศาสนจักร
In essence: การกลั่นใจความสำคัญ
In essence เป็นคำเชื่อมเชิงวาทกรรมที่บอกให้ผู้ฟังวางรายละเอียดประกอบไว้ก่อน แล้วมุ่งไปที่ความหมายหลัก ในที่นี้ หลังจากอธิบาย canon law ในเชิงเทคนิคแล้ว วลีนี้ย่อใจความให้เหลือคำที่ง่ายกว่า คือ Church law วลีนี้ไม่ได้เพิ่มหลักฐานใหม่ แต่กำหนดให้ข้อความถัดไปเป็นการกล่าวใหม่ที่กลั่นแล้วว่าประเด็นนั้นมีแก่นแท้ว่าอย่างไร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “เมื่อตัดรายละเอียดออกแล้ว”: “____, the proposal gives local teams more control.”
ดูคำตอบ
In essence
not just any X, but Y: การเน้นตัวตนที่พิเศษ
โครงสร้าง not just any X, but Y เริ่มจากจัดบุคคลหรือสิ่งหนึ่งให้อยู่ในหมวด X แล้วปฏิเสธความคิดที่ว่าเป็นเพียงสมาชิกธรรมดาที่แทนกันได้ จากนั้น Y จะระบุสมาชิกหรือกลุ่มย่อยที่เฉพาะเจาะจงหรือน่าสนใจ ในประโยคนี้ Jesuits เป็นกลุ่มเฉพาะภายใน clergy โครงสร้างนี้จึงเน้นความสำคัญของพวกเขา ไม่ได้หมายความว่าไม่มีนักบวช โดย any เป็นส่วนหนึ่งของการปูทางเชิงวาทศิลป์เพื่อเปิดเผยตัวตนที่เฉพาะเจาะจงขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสองส่วนของโครงสร้างเน้นย้ำ: “Our guide was ____ local historian, ____ the director of the city museum.”
ดูคำตอบ
not just any · but
Jesuits were themselves established in the 16th century with the approval of Pope Paul III.
1:25คณะเยสุอิตก่อตั้งขึ้นในศตวรรษที่ 16 โดยได้รับความเห็นชอบจากสมเด็จพระสันตะปาปาปอลที่ 3
Their official mission was global evangelization
1:29ภารกิจอย่างเป็นทางการของพวกเขาคือการเผยแผ่ศาสนาไปทั่วโลก
and helping different sects of Christians to work together.
1:34และช่วยให้ชาวคริสต์ต่างนิกายร่วมมือกัน
SEAL Team 6 of Christianity: คำเปรียบเทียบเชิงขบขันกับหน่วยชั้นยอด
โดยทั่วไป SEAL Team 6 หมายถึงหน่วยปฏิบัติการพิเศษชั้นยอดของกองทัพเรือสหรัฐฯ การเรียกคณะเยสุอิตว่า “SEAL Team 6 of Christianity” เป็นการเปรียบเทียบเชิงขบขันและเกินจริง ไม่ใช่ตำแหน่งทางศาสนาอย่างเป็นทางการ ภาพเปรียบเทียบนี้สื่อถึงกลุ่มที่ผ่านการฝึกฝนอย่างดี มีระเบียบวินัย และพร้อมรับภารกิจยากในทุกแห่งทั่วโลก คำว่า sort of ในบริบทบอกว่านี่เป็นเพียงการเปรียบเทียบโดยคร่าว ไม่ได้หมายความว่าสององค์กรมีความเชื่อมโยงกันจริง
แบบฝึกหัด
SEAL Team 6 of Christianity สื่อความหมายอะไรในประโยคนี้
- เป็นชื่อยศอย่างเป็นทางการในศาสนาคริสต์
- บอกว่าคณะเยสุอิตเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพเรือสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ
- บอกว่าคณะเยสุอิตทำงานอยู่เพียงหกแห่ง
- เปรียบคณะเยสุอิตอย่างขบขันกับหน่วยชั้นยอดที่พร้อมทำภารกิจยาก
ดูคำตอบ
เปรียบคณะเยสุอิตอย่างขบขันกับหน่วยชั้นยอดที่พร้อมทำภารกิจยาก
Jesuits, however, soon became a thorn in the side of the European powers สำนวน
1:46แต่ไม่นานคณะเยสุอิตก็กลายเป็นหนามยอกอกของมหาอำนาจยุโรป
a thorn in the side of: ปัญหาที่คงอยู่และเกิดซ้ำ
A thorn in the side of someone or something หมายถึงบุคคล กลุ่ม หรือปัญหาที่ก่อความรำคาญ ความยุ่งยาก หรือการขัดขวางซ้ำ ๆ ภาพเปรียบเทียบคือหนามที่ยังฝังอยู่และทำให้เจ็บต่อเนื่อง จึงสื่อถึงปัญหาที่ยืดเยื้อ ไม่ใช่เหตุการณ์เพียงครั้งเดียว ในประโยคนี้ คณะเยสุอิตถูกบรรยายจากมุมมองของมหาอำนาจยุโรปว่าได้กลายเป็นอุปสรรคและต้นเหตุของความไม่พอใจอย่างต่อเนื่อง วลีนี้ไม่ได้หมายถึงการบาดเจ็บทางร่างกาย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึงต้นเหตุของปัญหาที่เกิดอย่างต่อเนื่อง: The unresolved billing error became ____ the small business.
ดูคำตอบ
a thorn in the side of
a little too good at their job: การพูดลดระดับแบบประชด
ในบริบทนี้ a little too good at their job เป็นการพูดลดระดับแบบประชดด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ ฟังผิวเผินคล้ายคำชมอ่อน ๆ แต่ too บอกว่าประสิทธิภาพของพวกเขาเกินขอบเขตจนทำให้ผู้มีอำนาจรู้สึกไม่สะดวกหรือถูกคุกคาม ดังนั้นวลีนี้จึงอธิบายว่าเหตุใดพวกเขาจึงถูกต่อต้าน โดยไม่พูดตรง ๆ ว่าคนอื่นคัดค้านการคุ้มครองที่พวกเขามอบให้ ในที่นี้ a little ไม่ได้วัดระดับอย่างแม่นยำ แต่จงใจลดน้ำหนักคำวิจารณ์ ทำให้เกิดความขัดแย้งเชิงประชดระหว่างถ้อยคำเชิงบวก good at their job กับผลเสียจากการทำงานนั้นได้ดี รูปแบบนี้ใช้มองความสามารถของคนหนึ่งว่าเป็นปัญหาจากมุมมองของอีกฝ่ายได้
แบบฝึกหัด
อ่านข้อความนี้: The inspector was a little too good at her job, so the corrupt managers wanted her transferred. a little too good at her job สื่อความหมายว่าอย่างไร?
- หมายความว่าเธอมีความสามารถในการทำงานเพียงเล็กน้อย
- บอกว่าผู้จัดการชมเธอเล็กน้อยและต้องการเลื่อนตำแหน่งให้เธอ
- สื่อว่าประสิทธิภาพของเธอคุกคามผลประโยชน์ของผู้จัดการทุจริต
ดูคำตอบ
สื่อว่าประสิทธิภาพของเธอคุกคามผลประโยชน์ของผู้จัดการทุจริต
Jesuits established special settlements in many colonial territories
1:53คณะเยสุอิตตั้งชุมชนพิเศษขึ้นในดินแดนอาณานิคมหลายแห่ง
and refused to allow the populations under their care to be enslaved
1:56และไม่ยอมให้ประชากรในความดูแลของตนถูกจับเป็นทาส
as local governments and businessmen wished to,
2:00ทั้งที่รัฐบาลท้องถิ่นและนักธุรกิจต้องการให้เป็นเช่นนั้น
with slave labor being critical to the economies of far-flung colonies, ไวยากรณ์
2:03เนื่องจากแรงงานทาสมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจของอาณานิคมห่างไกล
การเพิ่มข้อมูลพื้นหลังด้วย with + นามวลี + being + ส่วนเติมเต็ม
วลี with ตอนท้ายเป็นโครงสร้างเสริมข้อมูลพื้นหลัง โดยมีรูปแบบ with + นามวลี + being + ส่วนเติมเต็ม slave labor เป็นประธานภายในวลีนั้น และ critical to the economies of far-flung colonies เป็นส่วนเติมเต็มที่เชื่อมกับประธานด้วย being วลีนี้ต้องอาศัยอนุประโยคก่อนหน้าและอธิบายว่าเหตุใดรัฐบาลท้องถิ่นกับนักธุรกิจจึงต้องการให้มีการกดขี่เป็นทาส เพราะแรงงานทาสมีความสำคัญทางเศรษฐกิจต่อระบบอาณานิคม being ไม่ใช่กริยาหลักและไม่ได้บอกว่าการกระทำกำลังดำเนินอยู่ โครงสร้างนี้ย่อเหตุผลหรือสภาวะที่เกี่ยวข้องซึ่งอาจเขียนแยกเป็นอนุประโยค because ได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบ with + noun + being + complement: The restaurant hired extra staff, with holiday demand ____ unusually high.
ดูคำตอบ
being
Get a bad rap: มีชื่อเสียงในทางลบ
get a bad rap หมายถึงการมีชื่อเสียงในทางลบหรือถูกตัดสินในแง่ลบ ในประโยคนี้ คณะเยสุอิตถูกมองอย่างรวดเร็วว่าเป็นอุปสรรคต่อความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ สำนวนนี้มักแฝงว่าคำวิจารณ์อาจเกินจริงหรือไม่เป็นธรรม แต่ไม่ได้พิสูจน์ว่าฝ่ายที่ถูกวิจารณ์ไม่มีความผิดเลย rap ในที่นี้หมายถึงคำตำหนิหรือชื่อเสียงด้านลบ ไม่ใช่ดนตรีแร็ปหรือการถูกตัดสินว่ามีความผิดทางอาญา
แบบฝึกหัด
got a bad rap สื่อความหมายอย่างไรในประโยคนี้: The town got a bad rap after one old news story, although most visitors feel safe there.
- เมืองนั้นถูกตัดสินว่ามีความผิดทางกฎหมายในคดีอาชญากรรม
- เมืองนั้นมีชื่อเสียงจากแนวดนตรีประเภทหนึ่ง
- เมืองนั้นมีชื่อเสียงในทางลบที่อาจไม่เป็นธรรม
ดูคำตอบ
เมืองนั้นมีชื่อเสียงในทางลบที่อาจไม่เป็นธรรม
Stand in the way of: ขัดขวางความก้าวหน้า
stand in the way of something หมายถึงขัดขวาง เป็นอุปสรรค หรือทำให้บางสิ่งไม่เกิดขึ้นหรือไม่พัฒนา อุปสรรคอาจเป็นบุคคล กฎ ความเชื่อ หรือเงื่อนไขก็ได้ ไม่จำเป็นต้องมีใครยืนขวางถนนจริง ๆ รูปแบบคือ stand in the way of + คำนามหรือรูปกริยา -ing ในประโยคนี้ คณะเยสุอิตถูกนำเสนอว่าเป็นผู้ขัดขวางสิ่งที่คนอื่นเรียกว่าความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่สร้างด้วย stand และหมายถึง “ขัดขวางความก้าวหน้า”: Don't let one mistake ____ your progress.
ดูคำตอบ
stand in the way of
It should be noted that Jesuits weren't completely opposed to slavery. ลำดับความ
2:11ต้องบอกไว้ด้วยว่าคณะเยสุอิตไม่ได้ต่อต้านระบบทาสอย่างสิ้นเชิง
It should be noted that: การชี้ข้อจำกัดที่สำคัญ
It should be noted that เป็นวลีชี้นำแบบไม่ระบุว่าใครเป็นผู้สังเกต วลีนี้บอกผู้อ่านว่าข้อเท็จจริงถัดไปมีความสำคัญและอาจเปลี่ยนความเข้าใจที่มีต่อข้อความก่อนหน้า ในประโยคนี้ อนุประโยคที่ตามมาจำกัดความเข้าใจที่กว้างเกินไปว่าคณะเยสุอิตต่อต้านระบบทาสในทุกด้าน โครงสร้างคือ It + should + be noted + อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that รูปกรรมวาจกไม่ได้ระบุบุคคลที่ต้องสังเกต แต่ทำให้ข้อมูลใหม่เป็นจุดสนใจ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีชี้นำแบบเป็นทางการจากบทเรียน: ____ this discount is available online only.
ดูคำตอบ
It should be noted that
While Europeans themselves had been enslaved just several hundred years earlier.
2:19ขณะที่ชาวยุโรปเองก็เคยถูกจับเป็นทาสเมื่อไม่กี่ร้อยปีก่อนหน้านั้น
Jesuits, were, however, opposed to the brutal conditions slaves endured,
2:23อย่างไรก็ตาม คณะเยสุอิตต่อต้านสภาพอันโหดร้ายที่ทาสต้องเผชิญ
seeing no need for slaves to be treated like animals.
2:27เพราะเห็นว่าไม่มีเหตุผลต้องปฏิบัติต่อทาสเหมือนสัตว์
However, in many places the Jesuits remained in power,
2:38อย่างไรก็ตาม คณะเยสุอิตยังคงมีอำนาจในหลายแห่ง
such as the University of Ingolstadt where Adam Weishaupt found himself teaching. ไวยากรณ์
2:41เช่น มหาวิทยาลัยอินกอลชตัดท์ ซึ่งเป็นที่ที่อดัม ไวส์เฮาพท์สอนอยู่
found himself teaching: โครงสร้าง find oneself doing
Found himself teaching เป็นรูปอดีตของ find oneself doing คำว่า find ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ค้นหา” ตามตัวอักษร แต่แสดงว่าประธานลงเอยอยู่ในสถานการณ์หนึ่งหรือตระหนักว่าตนอยู่ในสถานการณ์นั้น โดยมักไม่ได้วางแผนไว้อย่างเต็มที่ ในประโยคนี้ สถานการณ์คือการสอนที่มหาวิทยาลัย โครงสร้างคือ find + สรรพนามสะท้อนกลับ + รูป -ing สรรพนามสะท้อนกลับต้องสอดคล้องกับประธาน เช่น he found himself teaching เมื่อเทียบกับ he was teaching โครงสร้างนี้เพิ่มมุมมองย้อนกลับไปว่าบุคคลนั้นมาอยู่ในสถานการณ์นี้ได้อย่างไร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ find oneself doing และกริยา teach: Leo had never planned to work with children, but after a few months at the center, he ____ art classes every afternoon.
ดูคำตอบ
found himself teaching
Under attack from all sides, the Jesuits in control of the university
2:46เมื่อถูกโจมตีจากทุกด้าน คณะเยสุอิตที่ควบคุมมหาวิทยาลัย
attempted to suppress any staff that wasn't part of the clergy,
2:49จึงพยายามกดดันบุคลากรทุกคนที่ไม่ได้เป็นนักบวช
Frustrated by what he believed were outdated views, Weishaupt turned to Freemasonry. กริยาวลี
2:54ไวส์เฮาพท์เบื่อหน่ายกับแนวคิดที่เขามองว่าล้าสมัย จึงหันไปหากลุ่มฟรีเมสัน
turned to Freemasonry: หันไปหาแหล่งสนับสนุนใหม่
ในที่นี้ turned to หมายถึงไวส์เฮาพท์มองสมาคมฟรีเมสันเป็นแหล่งทางเลือกสำหรับแนวคิด การสนับสนุน หรือโอกาส ความคับข้องใจทำให้เขาเปลี่ยนแหล่งที่จะแสวงหาทางออก ไม่ได้หมายถึงการหันร่างกายไปทางใดทางหนึ่ง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ turn to + บุคคล กลุ่ม ทรัพยากร หรือกิจกรรม มักใช้เมื่อวิธีเดิมล้มเหลวหรือเกิดความต้องการบางอย่าง รูปอดีตคือ turned to
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ turn to ในความหมายว่า “ขอความช่วยเหลือจาก”: When the software problem became too difficult, Lena ____ a technician.
ดูคำตอบ
turned to
But by this point, the Freemason order had become a day club for rich kids
2:59แต่ถึงตอนนั้น องค์กรฟรีเมสันก็กลายเป็นชมรมกลางวันสำหรับลูกคนรวย
play at philosophy: มองปรัชญาเป็นการเล่นสมมุติที่ไม่จริงจัง
ในที่นี้ play at philosophy หมายถึงการทำเรื่องปรัชญาแบบเลียนแบบอย่างผิวเผินหรือเป็นเพียงงานอดิเรก แทนที่จะศึกษาอย่างจริงจัง ผู้บรรยายใช้วลีนี้ในเชิงดูแคลน โดยสื่อว่ากลุ่มคนหนุ่มรวยชอบภาพลักษณ์ของการเป็นนักคิดมากกว่าตัวศาสตร์จริง ๆ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ play at + กิจกรรม และ play at being + บทบาท ใช้บรรยายการลองทำบางอย่างแบบไม่จริงจัง หรือทำตัวราวกับมีบทบาทหนึ่งโดยไม่มีความทุ่มเทหรือความสามารถที่แท้จริง
แบบฝึกหัด
เติมคำวิจารณ์ด้วยรูปของ play at ที่หมายถึง “ทำตัวเหมือนเป็นบางสิ่งโดยไม่จริงจัง”: The self-appointed committee was ____ experts instead of checking the facts.
ดูคำตอบ
playing at being
as opposed to: การสร้างความเปรียบต่างอย่างชัดเจน
“as opposed to” ใช้นำเสนอตัวเลือกหรือสถานการณ์อีกด้านที่นำมาเปรียบต่างกับสิ่งที่เพิ่งกล่าวถึง ในที่นี้วลีดังกล่าวเปลี่ยนจากคลับในอดีตไปเป็นคลับใน “ปัจจุบัน” และเน้นว่ารูปแบบสมัยใหม่นั้นแตกต่างไปมากเพียงใด โดยทั่วไปใช้โครงสร้าง X as opposed to Y เพื่อวาง X และ Y ให้เป็นตัวเลือก ประเภท หรือสถานการณ์ที่ตัดกัน คำว่า “opposed” ในที่นี้หมายถึง “ถูกนำมาเปรียบต่าง” จึงไม่ได้หมายความในตัวเองว่ามีใครคัดค้าน Y อย่างจริงจัง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสามคำที่ใช้เปรียบต่างแหล่งข้อมูลสองแบบอย่างชัดเจน: The report uses verified totals, ____ rough estimates.
ดูคำตอบ
as opposed to
Unsatisfied, Weishaupt decided he'd make his own, even cooler, club,
3:09เมื่อยังไม่พอใจ ไวส์เฮาพท์จึงตัดสินใจตั้งชมรมของตัวเองที่เจ๋งยิ่งกว่า
those he thought worthy: การละคำสรรพนามสัมพันธ์และส่วนเติมเต็มกรรม
“Those” เป็นคำสรรพนามพหูพจน์ที่หมายถึง “คนเหล่านั้น” และตามด้วยอนุประโยคสัมพันธ์แบบจำกัดความ: those (whom/that) he thought worthy สามารถละคำสรรพนามสัมพันธ์ได้ เพราะคำดังกล่าวทำหน้าที่เป็นกรรมใน he thought ___ worthy รูปแบบคือ think + กรรม + คำคุณศัพท์: he thought them worthy คำว่า “worthy” ขยาย “those” และหมายความว่าคนเหล่านั้นคู่ควรหรือเหมาะสมเพียงพอสำหรับจุดประสงค์ที่ไม่ได้กล่าวออกมา ไม่ได้บอกว่าเขาคิดด้วยวิธีใด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้างกระชับแบบเดียวกับ “those he thought worthy” โดยละคำสรรพนามสัมพันธ์ที่เป็นกรรม และใช้คำคุณศัพท์ขยายกรรมนั้น?
- The committee interviewed the applicants because they were qualified.
- The committee interviewed the applicants who considered the job difficult.
- The committee interviewed the applicants it considered qualified.
ดูคำตอบ
The committee interviewed the applicants it considered qualified.
At first, six to nine of Weishaupt's best buds joined his secret new club,
3:17ช่วงแรก เพื่อนซี้ของไวส์เฮาพท์หกถึงเก้าคนเข้าร่วมชมรมลับแห่งใหม่นี้
which Weishaupt created in order to spread the ideas of enlightenment.
3:22ซึ่งเขาก่อตั้งขึ้นเพื่อเผยแพร่แนวคิดยุคเรืองปัญญา
Despite what your edgelord Facebook bestie might rant about on his wall, การใช้คำ
3:25ไม่ว่าเพื่อนซี้สายเกรียนใน Facebook ของคุณจะโวยวายอะไรบนหน้าวอลล์
คำเรียกเชิงประชด edgelord Facebook bestie
Edgelord เป็นสแลงอินเทอร์เน็ตเชิงดูถูก ใช้เรียกคนที่จงใจแสดงความเห็นยั่วยุ สุดโต่ง หรือชวนให้ขุ่นเคือง เพื่อให้ตัวเองดูขบถหรือแหวกแนวอย่างโดดเด่น คำนี้วิจารณ์ภาพลักษณ์ออนไลน์ที่จงใจสร้างขึ้น ไม่ได้หมายถึงทุกคนที่มีความเห็นแปลกไปจากคนอื่น Bestie เป็นคำกันเองมากที่หมายถึง “เพื่อนสนิทที่สุด” ใน “your edgelord Facebook bestie” คำนี้ใช้แสดงความสนิทแบบเสแสร้งเพื่อประชด ไม่ใช่หลักฐานว่าทั้งสองเป็นเพื่อนสนิทกันจริง เมื่อรวมกับ Facebook และบริบทของการโวยวาย วลีนี้จึงลดค่าบุคคลนั้นให้เป็นนักยั่วยุออนไลน์เสียงดังแบบที่พบเห็นได้ทั่วไป
แบบฝึกหัด
วลี “edgelord Facebook bestie” สื่อท่าทีแบบใดในที่นี้?
- คำเรียกเชิงประชดและดูแคลนนักยั่วยุออนไลน์ โดยทำเหมือนว่าเขาเป็น “เพื่อนสนิทของคุณ”
- คำบรรยายแบบเป็นกลางถึงเพื่อนสนิทจริง ๆ ที่บังเอิญใช้ Facebook
- ตำแหน่งเรียกอย่างให้เกียรติสำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองออนไลน์
ดูคำตอบ
คำเรียกเชิงประชดและดูแคลนนักยั่วยุออนไลน์ โดยทำเหมือนว่าเขาเป็น “เพื่อนสนิทของคุณ”
but rather wished to reform the way that religion was practiced and imposed.
3:33แต่ต้องการปฏิรูปวิธีที่ศาสนาถูกปฏิบัติและบังคับใช้
โครงสร้างแก้ความเข้าใจ wasn't interested in X, but rather wished to Y
ประโยคนี้ใช้โครงสร้างแก้ความเข้าใจ not X, but rather Y ส่วน “wasn't interested in liberating ...” ปฏิเสธคำอธิบายหนึ่งเกี่ยวกับเป้าหมายของอิลลูมินาติ ขณะที่ “but rather wished to reform ...” ให้คำอธิบายที่ผู้พูดเห็นว่าถูกต้องกว่า Rather ทำให้ Y เป็นสิ่งที่มาแทน X ไม่ใช่เป้าหมายเพิ่มเติม รูปไวยากรณ์ของทั้งสองด้านไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน เช่น ในที่นี้ was interested in ตามด้วย gerund ส่วน wished to ตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน ขอเพียงทั้งสองส่วนเสนอคำอธิบายที่แข่งขันกันเกี่ยวกับประเด็นเดียวกัน
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้าง not X, but rather Y เติมประโยคให้สมบูรณ์: The update was ____ intended to remove the feature, ____ rather to make it easier to use.
ดูคำตอบ
not · but
Weishaupt believed that science and religion should be partners, not competitors,
3:37ไวส์เฮาพท์เชื่อว่าวิทยาศาสตร์กับศาสนาควรเป็นหุ้นส่วน ไม่ใช่คู่แข่ง
and that people should have a free choice when it came to either.
3:42และผู้คนควรมีอิสระที่จะเลือกเชื่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
with Minerval referring to the Roman goddess of wisdom, Minerva.
3:51โดย Minerval อ้างอิงถึงมิเนอร์วา เทพีแห่งปัญญาของโรมัน
The goal was to create a state of liberty and moral equality.
3:55เป้าหมายคือการสร้างสภาวะแห่งเสรีภาพและความเสมอภาคทางศีลธรรม
had little interest in such a radical agenda for the time.
4:00แทบไม่สนใจวาระที่ถือว่าหัวรุนแรงมากในยุคนั้น
the powers that be: ผู้มีอำนาจที่ไม่ได้ระบุชื่อ
the powers that be เป็นสำนวนตายตัวที่ใช้ในความหมายพหูพจน์ หมายถึงบุคคลที่ไม่ได้ถูกระบุชื่อแต่มีอำนาจควบคุมองค์กร ระบบ หรือสถานการณ์ ในประโยคนี้หมายถึงชนชั้นปกครองที่รักษาระเบียบสังคมเดิมและแทบไม่สนใจการปฏิรูปแบบก้าวหน้าอย่างมาก ส่วน that be เป็นรูปภาษาเก่าที่คงอยู่ในสำนวนและหมายถึง “ที่มีอยู่” ไม่ได้มีส่วนเติมเต็มตกหล่นหลัง be ให้มองทั้งสำนวนเป็นนามวลีพหูพจน์ จึงมักใช้รูปที่สอดคล้องกับพหูพจน์: The powers that be are ...
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึง “ผู้มีอำนาจที่ไม่ได้ระบุชื่อ” ให้สมบูรณ์: The final decision rests with ____.
ดูคำตอบ
the powers that be
how could they possibly be exploited for personal gain? น้ำเสียง/เจตนา
4:06จะเอาเปรียบพวกเขาเพื่อผลประโยชน์ส่วนตนได้อย่างไร
How could they possibly ...?: คำถามเชิงวาทศิลป์แบบประชด
คำถามนี้เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ ผู้บรรยายไม่ได้ถามหาวิธีเอาเปรียบจริง ๆ แต่กำลังสวมมุมมองที่เห็นแก่ประโยชน์ตนเองของผู้ปกครองชั่วคราว เพื่อสื่อว่าสามัญชนที่เป็นอิสระจะไม่สามารถถูกเอาเปรียบเพื่อประโยชน์ของผู้อื่นได้ง่ายเหมือนเดิม ในโครงสร้าง How could ... possibly ...? คำว่า possibly ช่วยเน้นการแสดงท่าทีว่าไม่น่าเชื่อ “ปัญหา” ที่ถูกกล่าวเกินจริงนี้เป็นการประชด ดังนั้นประโยคจึงประณามตรรกะแห่งการเอาเปรียบ ไม่ได้สนับสนุนมัน
แบบฝึกหัด
คำถามเชิงวาทศิลป์นี้สื่อความหมายใดในบริบทนี้
- สามัญชนที่เป็นอิสระจะถูกเอาเปรียบได้ยากขึ้น และคำถามนี้กำลังเยาะเย้ยผลประโยชน์ส่วนตนของผู้เอาเปรียบ
- ผู้บรรยายเชื่อว่าอิสรภาพจะทำให้สามัญชนถูกเอาเปรียบได้ง่ายขึ้น
- ผู้บรรยายต้องการคำแนะนำจริง ๆ ว่าจะเอาเปรียบสามัญชนที่เป็นอิสระได้อย่างไร
ดูคำตอบ
สามัญชนที่เป็นอิสระจะถูกเอาเปรียบได้ยากขึ้น และคำถามนี้กำลังเยาะเย้ยผลประโยชน์ส่วนตนของผู้เอาเปรียบ
This is an idea free market capitalists struggle with to this day.
4:09นี่เป็นแนวคิดที่นายทุนตลาดเสรียังคงคิดไม่ตกมาจนถึงทุกวันนี้
Heavily influenced by Freemasonry, or really just blatantly ripping it off, กริยาวลี
4:12ด้วยอิทธิพลอย่างมากจากฟรีเมสัน หรือพูดตรง ๆ คือลอกมาแบบหน้าด้าน ๆ
blatantly ripping it off: ลอกอย่างโจ่งแจ้งและขาดความคิดริเริ่ม
Rip something off เป็นกริยาวลีแบบไม่เป็นทางการ หมายถึงการลอกแบบ แนวคิด ผลงาน หรือระบบของผู้อื่นในลักษณะที่ขาดความคิดริเริ่มหรือไม่เป็นธรรม ใน ripping it off คำว่า it ย้อนกลับไปหมายถึงระบบและพิธีกรรมของฟรีเมสัน และต้องวางสรรพนามไว้ระหว่าง rip กับ off Blatantly หมายถึงทำอย่างเปิดเผยโดยไม่พยายามปิดบัง ผู้บรรยายพูดก่อนว่า heavily influenced แล้วแก้คำอธิบายที่นุ่มนวลกว่านั้นเป็น blatantly ripping it off จึงเปลี่ยนจากการบอกว่าได้รับอิทธิพลไปเป็นการกล่าวหาอย่างรุนแรงว่าลอกมาอย่างชัดเจน ในที่นี้ rip off ไม่ได้หมายถึงฉีกสิ่งของออกหรือหลอกเอาเงินลูกค้า
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายแบบไม่เป็นทางการที่หมายถึง “ลอกอย่างเปิดเผยและไม่ละอาย”: The reviewer said the designer was ____ the older brand's logo.
ดูคำตอบ
blatantly ripping off
Members were given secret names taken out of their favorite parts of antiquity.
4:20สมาชิกจะได้รับชื่อลับที่นำมาจากส่วนโปรดของพวกเขาในโลกยุคโบราณ
Weishaupt himself, for example, took the name of Spartacus,
4:24ตัวอย่างเช่น ไวส์เฮาพท์เลือกใช้ชื่อสปาร์ตาคัส
mental slaves: อุปลักษณ์ของความคิดที่ถูกควบคุม
Mental slaves เป็นอุปลักษณ์ที่รุนแรง หมายถึงผู้คนซึ่งถูกบรรยายว่าความคิดถูกควบคุมด้วยความไม่รู้ หลักความเชื่อที่ตายตัว หรืออำนาจ คำว่า slaves ไม่ได้ใช้ตามความหมายตรงตัวในที่นี้ แต่เปรียบการขาดเสรีภาพทางความคิดเป็นการถูกจองจำชนิดหนึ่ง การใช้ชื่อสปาร์ตาคัส ซึ่งเป็นบุคคลที่เชื่อมโยงกับการกบฏต่อระบบทาส ทำให้ไวส์เฮาปท์นำเสนอภารกิจของตนว่าเป็นการปลดปล่อยจิตใจผู้คน ถ้อยคำนี้เผยให้เห็นภาพวีรบุรุษที่เขามีต่อตนเอง และเปลี่ยนการศึกษาหรือการปฏิรูปทางความคิดให้เป็นการต่อสู้เพื่ออิสรภาพ
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The speaker claimed that education would free people he called mental slaves,” คำว่า mental slaves หมายถึงอะไร?
- ผู้คนที่ทำงานใช้แรงกายโดยไม่ได้รับค่าจ้าง
- ผู้คนที่ศึกษาประวัติศาสตร์โรมัน
- ผู้คนที่ถูกบรรยายว่าความคิดถูกควบคุมหรือจำกัด
ดูคำตอบ
ผู้คนที่ถูกบรรยายว่าความคิดถูกควบคุมหรือจำกัด
การจัดข้อมูลด้วย As the membership roster grew ... though, it was clear
“As the membership roster grew” นำเสนอสถานการณ์ที่กำลังเปลี่ยนแปลงให้เป็นฉากหลังด้านเวลา กล่าวคือ จำนวนสมาชิกกำลังเพิ่มขึ้น ขณะที่ข้อสรุปในช่วงหลังค่อย ๆ ปรากฏขึ้น ในที่นี้ As ไม่จำเป็นต้องหมายถึง “เพราะว่า” though ที่แทรกอยู่แสดงการหักมุมจากสิ่งที่คาดไว้ การเติบโตดูเหมือนเป็นเรื่องดี แต่กลับเผยให้เห็นความจำเป็นที่จะต้องมีลำดับขั้นเพิ่มขึ้น จากนั้น “it was clear” นำเสนอความจำเป็นนั้นว่าเป็นข้อสรุปที่เห็นได้ชัด รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ As + สถานการณ์ที่กำลังเปลี่ยนแปลง, though, it was/became clear + ข้อสรุป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย As เพื่อแสดงการเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป และ though เพื่อแสดงความต่างแบบแทรกกลางประโยค: “____ demand grew, ____, it was clear that we needed more servers.”
ดูคำตอบ
As · though
and Weishaupt created 13 degrees of initiation
4:39ไวส์เฮาพท์จึงสร้างระดับการรับเข้าเป็นสมาชิกขึ้น 13 ขั้น
split up into ในฐานะส่วนขยาย past participle
ในประโยคนี้ split up into หมายถึง “ถูกแบ่งหรือจัดออกเป็น” ส่วน three classes คือหมวดหมู่ที่เกิดขึ้นจากการแบ่งนั้น “Split up into three classes” เป็นวลี past participle ที่ขยาย “13 degrees of initiation” โดยย่อมาจากรูปเต็ม “13 degrees of initiation that were split up into three classes” ในที่นี้ split up ใช้ในความหมายของการจัดหมวดหมู่ ไม่ใช่การยุติความสัมพันธ์
แบบฝึกหัด
ใช้วลีสามคำที่มีความหมายว่า “divided into” เป็นส่วนขยายแบบ past participle: “We received a guide ____ five chapters.”
ดูคำตอบ
split up into
The first few orders of initiates were known as Illuminatus Minor.
4:43ผู้เข้าร่วมในลำดับแรก ๆ เรียกว่า Illuminatus Minor
Then came + นามวลี: การกลับลำดับแบบเล่าเรื่อง
ใน “Then came the Illuminatus Dirigens,” คำกริยา came อยู่ก่อนประธาน the Illuminatus Dirigens นี่คือการกลับลำดับประธานกับกริยา ไม่ใช่ประโยคคำถาม ลำดับคำปกติคือ “The Illuminatus Dirigens came then.” โครงสร้าง “Then came + นามวลี” ใช้แนะนำบุคคล เหตุการณ์ หรือรายการถัดไปในลำดับ การวางนามวลีที่เป็นข้อมูลใหม่ไว้ท้ายประโยคทำให้ส่วนนั้นเป็นจุดเน้น และทำให้ประโยคมีจังหวะแบบการเล่าเรื่องหรือการไล่รายการ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้การกลับลำดับแบบเล่าเรื่องเพื่อนำเสนอเหตุการณ์ถัดไปเป็นข้อมูลใหม่
- The final announcement came then.
- Then came the final announcement.
- Did the final announcement come then?
ดูคำตอบ
Then came the final announcement.
and lastly, the top tier of Illuminati were simply known as the Kings.
4:49และสุดท้าย สมาชิกอิลลูมินาติระดับสูงสุดเรียกง่าย ๆ ว่าเหล่าราชา
We're not saying Weishaupt lost the plot somewhere along the way, สำนวน
4:53เราไม่ได้จะบอกว่าไวส์เฮาพท์หลงทางไปกลางคัน
Lost the plot: เลิกทำตัวอย่างมีเหตุผลหรือหลงทิศทาง
“Lose the plot” หมายถึงเลิกคิดหรือทำตัวอย่างมีเหตุผล หรือสูญเสียการควบคุมเป้าหมายเดิม ไม่จำเป็นต้องเกี่ยวกับโครงเรื่องของหนังสือหรือภาพยนตร์ ในที่นี้ “We're not saying Weishaupt lost the plot...” เป็นคำพูดเชิงประชด ผู้พูดปฏิเสธคำวิจารณ์เพียงผิวเผิน แต่กลับชวนให้ผู้ฟังสงสัยว่า Weishaupt อาจกลายเป็นคนไร้เหตุผลหรือค่อย ๆ เบี่ยงเบนจากอุดมการณ์ของตนจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The committee kept changing its goal and finally lost the plot,” คำว่า “lost the plot” หมายความว่าอย่างไร
- พวกเขาลืมเรื่องราวของภาพยนตร์
- พวกเขาเลิกทำตัวอย่างมีเหตุผลและมองไม่เห็นเป้าหมาย
- พวกเขาแอบเปลี่ยนกำหนดการประชุม
ดูคำตอบ
พวกเขาเลิกทำตัวอย่างมีเหตุผลและมองไม่เห็นเป้าหมาย
and free them from oppressive government and ideology, both,
4:58และปลดปล่อยพวกเขาจากทั้งรัฐบาลและอุดมการณ์ที่กดขี่
ended up making a secret society where he was king,
5:01กลับลงเอยด้วยการสร้างสมาคมลับที่ตัวเองเป็นราชา
set out to ... ended up making: จากเจตนาสู่ผลลัพธ์
set out to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้นำเสนอเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่เริ่มลงมือทำ ในประโยคนี้ set out to enlighten people and free them แสดงเจตนาเริ่มแรกของชายคนนั้น ส่วน set out ไม่ได้หมายถึงการออกเดินทางจริง ๆ end up + กริยา -ing ใช้นำเสนอผลลัพธ์สุดท้ายหลังจากเหตุการณ์ดำเนินไป ซึ่งมักเป็นผลที่ไม่ได้ตั้งใจ เมื่อนำ set out to และ ended up making มาใช้ร่วมกัน จะเกิดกรอบข้อมูลที่เปรียบเทียบเจตนากับผลลัพธ์: X set out to do A but ended up doing B.
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้รูปแบบ set out ... end up: Lena ____ write a short report, but she ____ producing a fifty-page study.
ดูคำตอบ
set out to · ended up
and that really speaks to the futility of man. วลี
5:04ซึ่งสะท้อนความไร้แก่นสารของมนุษย์ได้เป็นอย่างดี
speaks to the futility: เชื่อมหลักฐานไปสู่ประเด็นที่กว้างขึ้น
ในประโยคนี้ speaks to + คำนามนามธรรม หมายถึง สิ่งหนึ่งเป็นหลักฐาน แสดงให้เห็น หรือเปิดเผยบางอย่างเกี่ยวกับอีกเรื่องหนึ่ง ประธาน that อ้างถึงผลลัพธ์เชิงย้อนแย้งก่อนหน้า ไม่ได้หมายถึงผู้พูดตามตัวอักษร ส่วน the futility of man คือแนวคิดที่กว้างกว่าซึ่งผลลัพธ์นั้นถูกนำมาใช้เปิดเผย รูปแบบนี้ช่วยให้ผู้แสดงความคิดเห็นเชื่อมจากข้อเท็จจริงเฉพาะไปสู่ประเด็นทั่วไปได้: This/That speaks to + ปัญหา คุณลักษณะ หรือรูปแบบ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ speaks to เพื่อแสดงว่าข้อเท็จจริงเฉพาะอย่างหนึ่งเผยให้เห็นปัญหาที่กว้างกว่า
- The manager speaks to the designer after lunch.
- The repeated delays speak to a deeper problem in the planning process.
- Maria speaks about the planning process in every meeting.
ดูคำตอบ
The repeated delays speak to a deeper problem in the planning process.
Well, they attempted to spread the ideas of enlightenment and reform
5:09พวกเขาพยายามเผยแพร่แนวคิดเรื่องการรู้แจ้งและการปฏิรูป
“the upper crust” สำหรับกลุ่มที่มีสถานะสูงสุดในสังคม
ในประโยคนี้ “the upper crust” หมายถึงชนชั้นทางสังคมระดับสูงสุด ได้แก่ คนร่ำรวย มีอิทธิพล หรือมีสถานะสูงในสังคมยุโรป เป็นสำนวนไม่เป็นทางการเกี่ยวกับชนชั้นทางสังคม ไม่ได้หมายถึงเปลือกด้านบนของขนมปังหรือขนมอบ สำนวนนี้กล่าวถึงคนเหล่านั้นในฐานะกลุ่มเดียวกัน และอาจมีน้ำเสียงขบขันเล็กน้อย เว้นระยะห่าง หรือเชิงวิจารณ์ ในการเล่าเรื่องทางประวัติศาสตร์ สำนวนนี้ใช้กล่าวถึงชนชั้นนำโดยกว้าง ๆ ได้โดยไม่ต้องระบุตำแหน่งหรือสถาบันอย่างเป็นทางการ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนไม่เป็นทางการที่หมายถึง “กลุ่มคนที่ร่ำรวยที่สุดและโดดเด่นทางสังคมที่สุด”: The invitation-only gala attracted ____ of the city.
ดูคำตอบ
the upper crust
any way close to political power of their own.
5:16เข้าใกล้การมีอำนาจทางการเมืองเป็นของตัวเองเลยแม้แต่น้อย
when Charles Theodore took the throne of Bavaria
5:22เมื่อชาร์ลส์ ทีโอดอร์ ขึ้นครองบัลลังก์บาวาเรีย
and used the opportunity to spread the same liberal values
5:24และใช้โอกาสนั้นเผยแพร่ค่านิยมเสรีนิยมแบบเดียวกับ
However, Charles Theodore would prove to be a weak monarch, ไวยากรณ์
5:29อย่างไรก็ตาม ชาร์ลส์ ทีโอดอร์พิสูจน์ให้เห็นว่าเป็นกษัตริย์ที่อ่อนแอ
“prove to be” สำหรับผลลัพธ์ที่ปรากฏชัดในภายหลัง
ใน “would prove to be” วลี “prove to be” หมายถึงลงท้ายแล้วเป็นเช่นนั้น หรือเหตุการณ์ภายหลังแสดงให้เห็นว่าเป็นเช่นนั้น ชาร์ลส์ ธีโอดอร์ไม่ได้ตั้งใจพิสูจน์อะไร แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในภายหลังสนับสนุนการประเมินว่าเขาเป็นกษัตริย์ที่อ่อนแอ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + prove to be + ส่วนเติมเต็มที่เป็นคำนามหรือคำคุณศัพท์ ในที่นี้ would นำเสนอผลลัพธ์ว่าเป็นอนาคตเมื่อมองจากจุดก่อนหน้าในเรื่องเล่าอดีต
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลี prove to be: The shortcut may ____ slower during rush hour.
ดูคำตอบ
prove to be
Back off: ถอยจากแผนเมื่อถูกกดดัน
ในประโยคนี้ back off หมายถึงการถอย หยุดผลักดัน หรือลดความพยายามในการเปิดเสรีเพราะถูกผู้อื่นกดดัน เป็นการเปลี่ยนทิศทาง ไม่ใช่การขยับร่างกายถอยหลัง จะถอยมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับบริบท back off อาจหมายถึงการผ่อนนโยบายหรือเลิกผลักดันเรื่องหนึ่ง แต่ตัววลีเองไม่ได้แปลว่านโยบายทุกส่วนถูกยกเลิกอย่างถาวร
แบบฝึกหัด
ในประโยค 'After strong objections, the mayor backed off from the proposal,' คำว่า backed off หมายถึงอะไร
- นายกเทศมนตรีทำให้ข้อเสนอนั้นแข็งกร้าวยิ่งขึ้น
- นายกเทศมนตรียกเลิกนโยบายของเมืองทั้งหมดอย่างถาวร
- นายกเทศมนตรีเดินถอยหลังจริง ๆ ขณะถือข้อเสนอ
- นายกเทศมนตรีลดหรือหยุดสนับสนุนข้อเสนอนั้น
ดูคำตอบ
นายกเทศมนตรีลดหรือหยุดสนับสนุนข้อเสนอนั้น
This would eventually lead to a direct crackdown on the Illuminati itself,
5:36ในที่สุด เรื่องนี้นำไปสู่การปราบปรามอิลลูมินาติโดยตรง
With their liberal agenda deemed a danger: อนุประโยค with แบบถูกกระทำที่ย่อให้กระชับ
ในที่นี้ with นำเข้าสถานการณ์พื้นหลังเพิ่มเติม โดย their liberal agenda เป็นนามวลี deemed เป็นกริยาช่องสามที่มีความหมายแบบถูกกระทำ และ a danger to the security and safety of the state เป็นส่วนเติมเต็มที่ใช้บอกสถานะของ agenda วลีนี้ช่วยอธิบายพื้นหลังของการปราบปราม โครงสร้างนี้ขยายได้เป็น with their liberal agenda being deemed a danger หรือกล่าวให้ชัดขึ้นในบริบทนี้ว่า because the authorities deemed their liberal agenda a danger ประโยคนี้รายงานการตัดสินของผู้มีอำนาจ ไม่ได้นำเสนอความเป็นภัยว่าเป็นข้อเท็จจริงที่เป็นกลางและพิสูจน์อย่างเป็นปรนัยแล้ว
แบบฝึกหัด
โครงสร้างใน 'The event was canceled, with the roads deemed unsafe' หมายความว่าอย่างไร
- ถนนตัดสินว่าคนที่ไม่ได้ระบุชื่อบางคนไม่ปลอดภัย
- ตัวกิจกรรมเองเป็นผู้ตัดสินถนน
- ประโยคนี้พิสูจน์อย่างเป็นกลางว่าถนนไม่ปลอดภัยโดยไม่ได้รายงานการประเมินของใคร
- ถนนถูกตัดสินว่าไม่ปลอดภัย โดยไม่ได้ระบุคนที่ตัดสิน
ดูคำตอบ
ถนนถูกตัดสินว่าไม่ปลอดภัย โดยไม่ได้ระบุคนที่ตัดสิน
as its members boasted publicly of the power they wielded,
5:46เพราะสมาชิกคุยโวต่อสาธารณะถึงอำนาจที่ตนกุมอยู่
said power: said ในความหมายว่า “ดังกล่าวข้างต้น”
ใน said power คำว่า said ทำหน้าที่ขยายคำนามและหมายถึง “อำนาจที่เพิ่งกล่าวถึง” หรือ “อำนาจดังกล่าวข้างต้น” ในตำแหน่งนี้ไม่ได้เป็นกริยารายงานคำพูดซึ่งเป็นรูปอดีตของ say วลีนี้ย้อนกลับไปหาอำนาจที่สมาชิกเคยอ้างว่าตนมีอยู่แล้ว การอ้างย้อนแบบกระชับเช่นนี้เป็นลักษณะของงานเขียนทางการ และทำให้น้ำเสียงบรรยายจงใจคล้ายภาษากฎหมาย
แบบฝึกหัด
สัญญาฉบับหนึ่งระบุเงินประกันไว้ก่อน ประโยคใดใช้ said ได้ถูกต้องเพื่อย้อนถึงเงินประกันนั้นด้วยสำนวนที่จงใจเป็นทางการ
- The landlord said that the deposit must be returned within 30 days.
- Said deposit must be returned within 30 days.
- That deposit must be returned within 30 days.
ดูคำตอบ
Said deposit must be returned within 30 days.
could afford to do: มีความพร้อมพอที่จะรับผลตามมา
ใน could afford to do คำว่า afford ไม่ได้หมายถึงการมีเงินเพียงพอ แต่หมายถึง “อยู่ในฐานะที่ทำสิ่งนั้นได้โดยไม่ต้องเผชิญความเสี่ยงหรือผลตามมาที่ไม่อาจยอมรับได้” โครงสร้าง can/could afford to + กริยา ใช้พิจารณาว่าสถานการณ์เปิดพื้นที่ด้านความปลอดภัย เวลา สถานะ เสรีภาพทางการเมือง หรือความพร้อมในทางปฏิบัติอื่น ๆ มากพอสำหรับการกระทำหรือไม่ ในที่นี้ ระยะทางทางภูมิศาสตร์ช่วยลดต้นทุนทางการเมืองที่อาจเกิดขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนที่เกี่ยวกับการรับความเสี่ยงให้สมบูรณ์: With final exams tomorrow, I can't ____ stay up all night.
ดูคำตอบ
afford to
Membership lists of Illuminati members began to be leaked to the public,
5:59รายชื่อสมาชิกอิลลูมินาติเริ่มรั่วไหลสู่สาธารณะ
and the discovery of many Illuminati in positions of moderate power
6:02และการพบสมาชิกอิลลูมินาติจำนวนมากในตำแหน่งที่มีอำนาจระดับหนึ่ง
Charles Theodore banned any and all secret societies, วลี
6:10ชาร์ลส์ ทีโอดอร์ สั่งห้ามสมาคมลับทุกแห่งโดยไม่มีข้อยกเว้น
Any and all: เน้นว่าไม่มีข้อยกเว้น
Any and all หมายถึงสมาชิกทุกคนหรือทุกสิ่งในกลุ่มนั้นถูกรวมไว้โดยไม่มีข้อยกเว้น ใน any and all secret societies วลีนี้ทำหน้าที่เป็นคำกำหนดที่เน้นย้ำว่าคำสั่งห้ามครอบคลุมสมาคมลับทุกแห่ง ไม่ว่าจะเป็นแห่งใดหรือประเภทใด Any and all ไม่ได้หมายถึงคนละสองกลุ่ม any ขยายขอบเขตไปยังสมาชิกทุกคนที่เป็นไปได้ ส่วน all ย้ำว่าครอบคลุมทั้งหมด เมื่อนำมาใช้ร่วมกันจึงให้น้ำเสียงหนักแน่นกว่าการใช้ all เพียงคำเดียว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคข้อกำหนดด้วยวลีสามคำที่ถูกต้องซึ่งเน้นว่าไม่มีข้อยกเว้น: You must report ____ security incidents immediately.
ดูคำตอบ
any and all
Flee for his life: หนีจากอันตรายถึงชีวิต
Flee for his life หมายถึงหนีเพราะเขาเชื่อว่าชีวิตกำลังตกอยู่ในอันตรายร้ายแรง for his life บอกเหตุผลและความเร่งด่วนของการหนี ไม่ได้หมายความว่าเขากำลังตามหาวิถีชีวิตแบบใดแบบหนึ่ง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ flee for + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + life หรือ lives เช่น flee for her life และ flee for their lives คำแสดงความเป็นเจ้าของต้องสอดคล้องกับประธาน และประธานพหูพจน์โดยทั่วไปใช้ lives
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ flee for one's life: When the dam broke, the villagers had to ____.
ดูคำตอบ
flee for their lives
การใช้ everything from X to Y to Z เพื่อไล่ระดับเชิงตลก
กรอบ everything from X to Y โดยปกติใช้แสดงขอบเขตที่กว้าง การเติม to Z อีกส่วนทำให้รายการยืดออกเกินคู่ต้น-ปลายที่เรียบร้อย และเปิดทางให้ผู้พูดไล่ระดับให้เกินจริงต่อไป ในที่นี้ รายการเปลี่ยนจาก war และ poverty ซึ่งเป็นปัญหาสังคมขนาดใหญ่ ไปสู่ Harambe ซึ่งเป็นการอ้างถึงมีมอินเทอร์เน็ตที่ไม่เกี่ยวข้อง สิ่งสุดท้ายที่โผล่มาอย่างกะทันหันจึงเป็นมุกปิด กล่าวคือ มันทำให้สิ่งที่ถูกโทษว่าเป็นฝีมือของอิลลูมินาติดูครอบจักรวาลอย่างไร้เหตุผล ไม่ใช่การนำเสนอหลักฐานสนับสนุนข้อกล่าวหา
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ everything from X to Y to Z เพื่อสร้างการไล่ระดับเชิงตลกแบบเกินจริง
- The office discussed the broken printer, low sales, and the weather as separate agenda items.
- The office blamed me for the broken printer and for the drop in sales.
- The office blamed me for everything from the broken printer to low sales to the rain.
ดูคำตอบ
The office blamed me for everything from the broken printer to low sales to the rain.
Harambe ในฐานะมุกปิดแบบมีมอินเทอร์เน็ต
Harambe เป็นกอริลลาที่สวนสัตว์ซินซินแนติ ซึ่งถูกฆ่าในปี 2016 หลังจากเด็กคนหนึ่งเข้าไปในบริเวณกรงของมัน ต่อมาชื่อของมันกลายเป็นมีมอินเทอร์เน็ตที่ถูกพูดซ้ำอย่างแพร่หลาย และมักถูกใส่ในมุกเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ไม่เกี่ยวข้องกัน เนื่องจาก Harambe อยู่หลัง war และ poverty รายการจึงลดระดับอย่างฉับพลันจากปัญหาสังคมขนาดใหญ่ไปสู่สัตว์ที่เชื่อมโยงกับมีม ความไม่เข้ากันนี้เป็นมุกปิดและล้อเลียนการโยนความผิดให้ทฤษฎีสมคบคิดอย่างไม่เลือกหน้า ไม่ได้อ้างว่ามีความเชื่อมโยงกันจริง
แบบฝึกหัด
เหตุใด Harambe ที่อยู่ท้ายรายการนี้จึงทำให้เกิดความขบขัน
- รายการให้หลักฐานทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับความเชื่อมโยงกับอิลลูมินาติ
- รายการระบุชื่ออีกประเทศหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากความยากจน
- รายการเปลี่ยนอย่างฉับพลันจากปัญหาระดับโลกขนาดใหญ่ไปสู่กอริลลาที่เกี่ยวข้องกับมีม
ดูคำตอบ
รายการเปลี่ยนอย่างฉับพลันจากปัญหาระดับโลกขนาดใหญ่ไปสู่กอริลลาที่เกี่ยวข้องกับมีม
never more than: การกำหนดเพดานตลอดทั้งช่วงเวลา
ในประโยคนี้ never more than กำหนดเพดานที่ชัดเจนให้กับระดับความสำคัญหรืออำนาจที่อิลลูมินาติในประวัติศาสตร์เคยมี หมายความว่าไม่ว่าในช่วงใด กลุ่มนี้ก็ไม่เคยมีสถานะสูงไปกว่าชมรมผู้ชายที่ประสบความสำเร็จพอประมาณ โครงสร้าง never more than + นามวลีหรือคำบรรยายใช้แก้คำกล่าวที่เกินจริงได้ โดยยอมรับคำบรรยายในระดับที่จำกัด แต่ปฏิเสธข้อกล่าวอ้างที่แรงกว่านั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยวลีสามคำที่หมายถึง “ไม่เคยเกินสถานะนี้ในเวลาใดเลย”: Despite later legends, the organization was ____ a small local club.
ดูคำตอบ
never more than
Conspiracy theories, nevertheless, abound: การแสดงความขัดแย้งแบบเป็นทางการด้วย abound
Abound เป็นคำกริยาอกรรมแบบค่อนข้างเป็นทางการ หมายถึง “มีอยู่เป็นจำนวนมาก” ในที่นี้ Conspiracy theories เป็นประธาน กล่าวคือ theories เป็นสิ่งที่ abound ส่วนวลีที่ตามหลังและขึ้นต้นด้วย concerning บอกว่าทฤษฎีเหล่านั้นเกี่ยวกับอะไร ไม่ใช่กรรมของ abound Nevertheless แสดงความขัดแย้งกับการแก้ความเข้าใจทางประวัติศาสตร์ก่อนหน้า กล่าวคือ แม้ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์จะแสดงว่ามีอิทธิพลจำกัด แต่ทฤษฎีสมัยใหม่จำนวนมากก็ยังมีอยู่ คำนี้ถูกคั่นด้วยจุลภาคในฐานะข้อความแทรก โดยไม่เปลี่ยนไวยากรณ์หลักของประโยค
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ nevertheless เป็นคำเชื่อมแสดงความขัดแย้งแบบแทรก และใช้ abound เป็นคำกริยาอกรรมได้ถูกต้อง
- Historical evidence is limited; conspiracy theories, nevertheless, abound.
- Historical evidence is limited; conspiracy theories, nevertheless, are abound.
- Historical evidence is limited; conspiracy theories, nevertheless, abound the internet.
ดูคำตอบ
Historical evidence is limited; conspiracy theories, nevertheless, abound.
It's more comfortable for people to believe that: โครงสร้าง anticipatory it
ประโยคนี้ใช้ anticipatory it ตามโครงสร้าง It + be + คำคุณศัพท์ + for + บุคคลหรือกลุ่ม + to + กริยา ในที่นี้ more comfortable ประเมินว่าการเชื่อบางสิ่งทำให้รู้สึกง่ายหรือสบายใจขึ้นในทางจิตใจ ไม่ได้หมายถึงความสบายทางร่างกาย อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that ระบุเนื้อหาของ believe การวาง anticipatory it ไว้ต้นประโยคทำให้ส่วนการกระทำและเนื้อหาที่ยาวอยู่หลังการประเมิน และช่วยให้ผู้พูดอธิบายได้ว่าทำไมการตีความหนึ่งจึงทำให้ผู้คนสบายใจกว่า
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมาย It's more comfortable for ... to: ____ the committee to believe that the error was accidental.
ดูคำตอบ
It's more comfortable for
Pulling the strings: การควบคุมจากเบื้องหลัง
Pull the strings เป็นอุปมาจากหุ่นเชิด โดยผู้เชิดที่มองไม่เห็นขยับตัวหุ่นผ่านสายเชิด ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ วลีนี้หมายถึงการควบคุมผู้คน การตัดสินใจ หรือเหตุการณ์จากเบื้องหลัง ในประโยคนี้ มีการจินตนาการว่าใครบางคนกำลังกำกับการกระทำของรัฐบาลอย่างลับ ๆ ตามแผนที่ใหญ่กว่า ดังนั้นวลีนี้จึงสื่อถึงการควบคุมที่ซ่อนอยู่ ไม่ใช่เพียงการเป็นผู้นำอย่างเปิดเผย
แบบฝึกหัด
นักข่าวบอกว่าที่ปรึกษาที่ไม่เปิดเผยชื่อควบคุมการตัดสินใจสำคัญทุกเรื่องอย่างลับ ๆ ประโยคใดสื่อความหมายนี้ได้ดีที่สุด
- The adviser is openly in charge of the department.
- The adviser is pulling strings to get a friend hired.
- The adviser is pulling the strings behind the scenes.
ดูคำตอบ
The adviser is pulling the strings behind the scenes.
put someone in charge: มอบอำนาจให้ใครบางคน
โครงสร้าง put + person/team + in charge หมายถึงการมอบความรับผิดชอบและอำนาจให้บุคคลหรือทีมนั้น ในประโยคนี้ idiots เป็นกรรมของ put และเป็นคำตัดสินที่ดูหมิ่นอย่างรุนแรง ดังนั้นผู้พูดจึงกำลังบอกว่าคนที่ไร้ความสามารถได้รับอำนาจ สำนวนนี้อธิบายการตัดสินใจที่มอบอำนาจให้ใครบางคน ไม่ได้หมายถึงการเรียกเก็บเงินจากคนนั้นหรือกล่าวหาว่าคนนั้นก่ออาชญากรรม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ put someone in charge of: The manager trusted Elena, so he ____ the new team.
ดูคำตอบ
put her in charge of
But then again: ทบทวนข้อสรุปอีกครั้ง
But then again เป็นคำเชื่อมเชิงวาทกรรมที่นำประเด็นซึ่งผู้พูดเพิ่งกล่าวไปกลับมาพิจารณาอีกครั้ง คำนี้บอกว่ามีข้อพิจารณาอีกด้านหนึ่งที่อาจทำให้ข้อสรุปก่อนหน้าอ่อนลงหรือซับซ้อนขึ้น ดังนั้นข้อความต่อมาจึงฟังเหมือนการทบทวนอย่างตั้งใจ ไม่ใช่การโต้แย้งแบบฉับพลัน ในที่นี้ then ไม่ได้จัดลำดับเหตุการณ์ตามเวลา วลีทั้งหมดช่วยจัดระเบียบข้อโต้แย้งโดยเปลี่ยนจากข้อสรุปหนึ่งไปสู่ความคิดรอบสองที่มีความสงสัยมากขึ้น
แบบฝึกหัด
คุณเพิ่งพูดว่า “The apartment is small.” ข้อความต่อใดแสดงได้เป็นธรรมชาติที่สุดว่าคุณกำลังทบทวนการตัดสินในแง่ลบนั้น?
- But then again, the low rent makes it a good deal.
- In other words, the low rent makes it a good deal.
- After that, the low rent makes it a good deal.
ดูคำตอบ
But then again, the low rent makes it a good deal.
that's exactly what we'd say if we were...: สมมติฐานที่ย้อนมาหักล้างคำพูดของผู้พูดเอง
ในประโยคนี้ we'd หมายถึง we would โครงสร้างนี้วางผลที่สมมติขึ้นคือ that's exactly what we would say ไว้ก่อนเงื่อนไข if we were secretly part of the Illuminati รูปอดีต were ในที่นี้ใช้แสดงสมมติฐานที่ห่างจากความเป็นจริง ไม่ได้บอกว่าเงื่อนไขนั้นเป็นจริง That ย้อนกลับไปอ้างถึงคำกล่าวก่อนหน้าของผู้พูด มุกนี้นำคำกล่าวนั้นมาย้อนเล่นงานผู้พูดเอง กล่าวคือ สมาชิกที่ปกปิดตัวตนก็น่าจะปฏิเสธแบบเดียวกัน ดังนั้นแม้แต่การปฏิเสธแผนสมคบคิดก็ยังถูกทำให้ดูเหมือนเป็นหลักฐานว่าเกี่ยวข้องได้ ตรรกะที่ตั้งใจทำให้หักล้างไม่ได้เช่นนี้สร้างความประชดแบบหักล้างคำพูดของตนเอง ไม่ใช่การสารภาพจริง
แบบฝึกหัด
ประโยคที่เน้นไว้มีหน้าที่ใดมากที่สุดในบริบทนี้?
- เป็นการสารภาพอย่างจริงจังว่าผู้พูดเป็นสมาชิกของอิลลูมินาติ
- เป็นการพูดเล่นว่า แม้แต่คำปฏิเสธของผู้พูดเองก็อาจดูน่าสงสัย
- พิสูจน์ว่าผู้พูดไม่เคยได้ยินเรื่องอิลลูมินาติ
- บอกเล่านิสัยที่ทำเป็นประจำในอดีต
ดูคำตอบ
เป็นการพูดเล่นว่า แม้แต่คำปฏิเสธของผู้พูดเองก็อาจดูน่าสงสัย