ประวัติศาสตร์ vs พระเจ้าเฮนรีที่ 8 - Mark Robinson และ Alex Gendler: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
836 คำ 171 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: การโต้วาทีในรูปแบบการพิจารณาคดีชั่งน้ำหนักการปฏิรูปศาสนาและการเมืองของพระเจ้าเฮนรีที่ 8 เทียบกับการอภิเษกหลายครั้ง การประหารชีวิต สงคราม และนโยบายเศรษฐกิจที่สร้างความเสียหาย บทสรุปชี้ว่ารัชสมัยของพระองค์สะท้อนความขัดแย้งในตัวเองของระบอบกษัตริย์ ขณะที่อังกฤษกำลังก้าวเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. I beg to differ. — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: รู้จักสำนวนที่สุภาพและเป็นทางการสำหรับแสดงความไม่เห็นด้วยอย่างชัดเจน ใช้ในการโต้วาทีหรือการอภิปรายเชิงวิชาชีพเพื่อโต้แย้งข้อกล่าวอ้างโดยไม่ฟังตรงหรือแข็งเท่า I disagree 2. by debasing the coinage — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เข้าใจศัพท์ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจที่หมายถึงการลดปริมาณโลหะมีค่าหรือมูลค่าของเงินตรา จึงติดตามเหตุและผลระหว่างการหาเงินทำสงครามของเฮนรีกับภาวะเงินเฟ้อต่อเนื่องได้ 3. A man of learning who executed scholars. — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตการใช้คำบรรยายแบบขนานที่กระชับเพื่อวางภาพความเป็นผู้มีความรู้คู่กับการกระทำที่ขัดแย้งกัน สามารถนำโครงสร้างนี้ไปสรุปบุคคลที่ซับซ้อนและสร้างความต่างที่ชัดเจนน่าจดจำได้

คำอธิบายในบทเรียนนี้

He was a powerful king

0:06

เขาเป็นกษัตริย์ผู้ทรงอำนาจ

whose break with the Church of Rome would forever change the course of English history. โน้ต

0:08

ซึ่งการตัดขาดจากคริสตจักรแห่งโรมจะเปลี่ยนเส้นทางประวัติศาสตร์ของอังกฤษไปตลอดกาล

ไวยากรณ์

whose break with the Church of Rome: การตัดขาดจากคริสตจักรแห่งโรมของกษัตริย์

whose ในที่นี้เป็นคำเชื่อมอนุประโยคสัมพัทธ์ที่แสดงความเป็นเจ้าของ และย้อนกลับไปหา a powerful king วลี whose break with the Church of Rome หมายถึง the king's break with the Church of Rome หรือ “การตัดขาดจากคริสตจักรแห่งโรมของกษัตริย์องค์นั้น” และนามวลีนี้เป็นประธานของ would forever change ในบริบททางประวัติศาสตร์นี้ the Church of Rome หมายถึงอำนาจของคริสตจักรโรมันคาทอลิกที่มีศูนย์กลางอยู่ในกรุงโรม โครงสร้าง person + whose + noun + verb ใช้แนะนำบุคคลแล้วเพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่เป็นของบุคคลนั้นหรือเกี่ยวข้องกับบุคคลนั้นอย่างใกล้ชิด จึงรวมทั้งภูมิหลังและผลกระทบไว้ในประโยคเดียวได้

แบบฝึกหัด

เติมคำเชื่อมอนุประโยคสัมพัทธ์ที่แสดงความเป็นเจ้าของให้สมบูรณ์: Ada Lovelace was a mathematician ____ ideas influenced computing.

ดูคำตอบ

whose

วลี

change the course of English history: เปลี่ยนทิศทางประวัติศาสตร์อังกฤษ

course ในที่นี้หมายถึงทิศทางหรือเส้นทางที่เหตุการณ์ดำเนินไปตามกาลเวลา ไม่ได้หมายถึงวิชาเรียน change the course of English history หมายถึงทำให้ประวัติศาสตร์อังกฤษพัฒนาไปในทิศทางที่แตกต่างอย่างมาก สำนวนนี้เน้นจุดเปลี่ยนสำคัญที่มีผลในระยะยาว มีน้ำหนักและมีกลิ่นอายของการเล่าประวัติศาสตร์มากกว่าการพูดเพียงว่าบางสิ่งเปลี่ยนเหตุการณ์หรือรายละเอียดหนึ่งอย่าง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึงการเปลี่ยนทิศทางการพัฒนาในระยะยาว: This election could ____ the country's history.

ดูคำตอบ

change the course of

But was he a charismatic reformer ลำดับความ

0:13

แต่เขาเป็นนักปฏิรูปผู้มีเสน่ห์ดึงดูดใจ

or a bullying tyrant?

0:15

หรือเป็นทรราชผู้กดขี่ข่มเหงกันแน่?

ลำดับความ

But was he A or B?: ใช้สองตัวเลือกเพื่อวางกรอบการถกเถียง

But ที่ขึ้นต้นประโยคเป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนจากแนวคิดก่อนหน้าไปสู่การตั้งคำถาม จากนั้นคำถาม Was he A or B? ก็นำป้ายประเมินสองแบบที่ตรงข้ามกันอย่างชัดเจน คือ charismatic reformer และ bullying tyrant มาไว้ในตำแหน่ง A และ B ผู้พูดไม่ได้ต้องการเพียงคำตอบที่เป็นข้อเท็จจริงในทันที คำถามแบบสองตัวเลือกนี้ทำหน้าที่วางกรอบการถกเถียง และทำให้เนื้อหาต่อจากนั้นสามารถใช้หลักฐานตรวจสอบคำตีความที่แข่งขันกันสองแบบได้

แบบฝึกหัด

But was he ... or ...? มีหน้าที่หลักอะไรในบทนำนี้?

  1. ถามความหมายตามพจนานุกรมของ reformer และ tyrant
  2. วางกรอบการถกเถียงระหว่างการประเมินสองแบบที่ตรงข้ามกัน
  3. ให้คำตอบข้อเท็จจริงสุดท้ายก่อนเริ่มการอภิปราย
ดูคำตอบ

วางกรอบการถกเถียงระหว่างการประเมินสองแบบที่ตรงข้ามกัน

Find out on History vs. Henry VIII. กริยาวลี

0:16

ค้นหาคำตอบได้ใน ประวัติศาสตร์ vs พระเจ้าเฮนรีที่ 8

กริยาวลี

Find out: ค้นพบคำตอบ

Find out เป็นกริยาวลีที่หมายถึงการค้นพบหรือได้รับข้อมูลจากการดู การถาม การตรวจสอบ หรือการสืบค้น Out เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลีนี้ และไม่ได้บอกทิศทางการเคลื่อนที่ในที่นี้ ประโยคคำสั่งนี้ละกรรมไว้ เพราะคำถามก่อนหน้าทำให้ชัดเจนแล้วว่าต้องค้นหาข้อมูลอะไร ดังนั้น Find out จึงทำหน้าที่เป็นคำเกริ่นที่กระตุ้นความอยากรู้ โดยชวนให้ดูต่อเพื่อค้นพบคำตอบ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำเป้าหมายที่หมายถึง “ค้นพบข้อมูล”: We need to ____ who changed the schedule.

ดูคำตอบ

find out

Order, วัฒนธรรม

0:21

อยู่ในความสงบ

order.

0:22

อยู่ในความสงบ

วัฒนธรรม

“Order, order.” ในฐานะคำกล่าวอย่างเป็นทางการให้ทุกคนสงบ

ในศาล รัฐสภา และการประชุมที่เป็นทางการอื่น ๆ “Order, order.” เป็นคำกล่าวแบบตายตัวที่หมายถึง “โปรดเงียบและกลับมาอยู่ในความสงบเรียบร้อย” ในที่นี้ order หมายถึงสภาวะที่เป็นระเบียบ ไม่ได้หมายถึงคำสั่งหรือการซื้อสินค้า การพูดซ้ำช่วยเพิ่มน้ำเสียงที่มีอำนาจ และทำให้ผู้ฟังเข้าใจทันทีว่าฉากนั้นเป็นการพิจารณาคดีหรือการอภิปรายอย่างเป็นทางการ แม้จะเป็นเพียงการแสดงจำลองก็ตาม

แบบฝึกหัด

ในศาลจำลอง “Order, order.” หมายความว่าอย่างไร?

  1. คำกล่าวที่ขอให้ทุกคนเงียบและกลับมาอยู่ในความสงบเรียบร้อย
  2. คำขอให้เรียงสิ่งของสองชิ้นตามลำดับ
  3. คำสั่งให้สั่งอาหารสองรายการ
ดูคำตอบ

คำกล่าวที่ขอให้ทุกคนเงียบและกลับมาอยู่ในความสงบเรียบร้อย

Now, who do we have here? น้ำเสียง/เจตนา

0:22

เอาล่ะ วันนี้เรามีใครอยู่ที่นี่บ้าง?

น้ำเสียง/เจตนา

คำถามเชิงละคร “Now, who do we have here?”

“Now” ทำหน้าที่เปลี่ยนความสนใจไปยังบุคคลที่กำลังจะได้รับการแนะนำ “Who do we have here?” มีความหมายโดยประมาณว่า “มาดูกันว่าคนตรงหน้าเราคือใคร” โดย have ในที่นี้สื่อว่ามีใครบางคนอยู่ตรงนั้น ไม่ได้หมายถึงการเป็นเจ้าของบุคคลนั้น ผู้พูดอาจรู้อยู่แล้วว่าบุคคลนั้นคือใคร คำถามนี้ใช้เปิดตัวบุคคลอย่างมีความเป็นละคร และอาจฟังเหมือนพิธีกรกำลังแนะนำแขก การหยอกล้อเล่น หรือการสอบสวน ขึ้นอยู่กับน้ำเสียงและสถานการณ์

แบบฝึกหัด

พิธีกรต้องการเปิดตัวแขกรับเชิญสุดเซอร์ไพรส์อย่างสนุกสนานและมีความเป็นละคร ควรพูดว่าอะไร?

  1. Now, who do we have here?
  2. Where is everyone?
  3. Could you confirm your identity for the record?
ดูคำตอบ

Now, who do we have here?

Looks like quite the dashing fellow. วลี

0:23

ดูเหมือนว่าจะเป็นผู้ชายที่รูปงามทีเดียว

วลี

quite the dashing fellow: คำชมแบบเน้นย้ำและติดเล่น

quite the + วลีนามเอกพจน์ ใช้เสนอว่าคนหรือสิ่งหนึ่งเป็นตัวอย่างที่โดดเด่นของลักษณะนั้น ในที่นี้ quite the dashing fellow หมายถึงชายที่ดูดี มีเสน่ห์ และสง่างามมาก จึงมีน้ำเสียงชื่นชมชัดเจน ไม่ได้แค่บอกข้อเท็จจริง dashing fellow เป็นคำเรียกผู้ชายที่มีเสน่ห์และมั่นใจซึ่งฟังค่อนข้างเก่า ในประโยคนี้ ความเก่านั้นทำให้คำชมฟังดูติดเล่นและเหมือนบทละคร

แบบฝึกหัด

เติม quite และคำนำหน้านามที่ใช้ในโครงสร้างวลีนามแบบเน้นย้ำให้สมบูรณ์: You are ____ storyteller.

ดูคำตอบ

quite the

Indeed, your honor. วัฒนธรรม

0:25

ใช่แล้วครับ ท่านผู้พิพากษา

วัฒนธรรม

your honor: คำเรียกผู้พิพากษาอย่างเป็นทางการ

ในบทสนทนาแบบศาลนี้ your honor เป็นคำเรียกอย่างเป็นทางการมาตรฐานเมื่อพูดกับผู้พิพากษาโดยตรง โดยเฉพาะในภาษาอังกฤษที่ใช้ในศาลสหรัฐฯ คำนี้ระบุบทบาทผู้พิพากษาของผู้ฟัง ส่วน honor ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงแนวคิดเชิงนามธรรมเรื่องความเคารพหรือชื่อเสียง ในการเขียนภาษาอังกฤษที่เรียบเรียงแล้ว คำเรียกตรงนี้มักเขียนขึ้นต้นด้วยตัวพิมพ์ใหญ่เป็น Your Honor และคั่นจากส่วนอื่นของประโยคด้วยจุลภาค เช่น Indeed, Your Honor.

แบบฝึกหัด

เติมคำเรียกผู้พิพากษาโดยตรงแบบมาตรฐานสองคำให้คำตอบในศาลสมบูรณ์: Yes, ____. I understand.

ดูคำตอบ

Your Honor

This is Henry VIII,

0:26

นี่คือพระเจ้าเฮนรีที่ 8

the acclaimed king who reformed England's religion and government

0:27

กษัตริย์ผู้ได้รับการยกย่อง ผู้ทรงปฏิรูปศาสนาและรัฐบาลของอังกฤษ

and set it on course to becoming a modern nation. วลี

0:31

และกำหนดทิศทางให้กลายเป็นประเทศสมัยใหม่

วลี

set + กรรม + on course to becoming ...: ทำให้มุ่งสู่การเป็น...

โครงสร้าง set + กรรม + on course to becoming ... หมายถึงทำให้คนหรือสิ่งหนึ่งเริ่มมุ่งไปสู่ผลลัพธ์ระยะยาว โดยเน้นทิศทางและกระบวนการ ไม่ได้หมายความว่าการเปลี่ยนแปลงเสร็จสิ้นทันที ในประโยคนี้ it หมายถึง England และ becoming ระบุผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นภายหลัง ในสำนวนที่ใช้ตรงนี้ จุดหมายแสดงด้วย to + รูป -ing คือ becoming ส่วน course หมายถึง “ทิศทางหรือเส้นทาง” ไม่ใช่ “รายวิชา”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง set + กรรม + on course to + -ing: The reforms set the country ____ a stable democracy.

ดูคำตอบ

on course to becoming

I beg to differ. น้ำเสียง/เจตนา

0:34

ฉันขอเห็นต่าง

น้ำเสียง/เจตนา

I beg to differ: การแสดงความไม่เห็นด้วยอย่างสุภาพและเป็นทางการ

I beg to differ เป็นสำนวนตายตัว หมายถึง “ไม่เห็นด้วยอย่างให้เกียรติแต่ชัดเจน” คำว่า beg ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการร้องขอตามตัวอักษร และ differ หมายถึงมีความคิดเห็นต่างกัน สำนวนนี้ใช้เป็นคำเกริ่นอย่างสุภาพก่อนแก้ข้อมูลหรือโต้แย้ง ในประโยคนี้ผู้พูดใช้เพื่อปฏิเสธคำบรรยายเชิงบวกก่อนหน้า และส่งสัญญาณว่ากำลังจะเสนออีกมุมมองหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่ค่อนข้างเป็นทางการสำหรับการแสดงความไม่เห็นด้วยอย่างสุภาพแต่ชัดเจน: I ____ to differ.

ดูคำตอบ

beg

This is a cruel, impulsive, and extravagant king

0:35

นี่คือกษัตริย์ที่โหดร้าย หุนหันพลันแล่น และใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย

who had as little regard for his people ไวยากรณ์

0:38

ผู้ทรงไม่แยแสประชาชนของพระองค์

as he did for his six wives.

0:40

พอๆ กับที่ทรงไม่แยแสพระมเหสีทั้งหกของพระองค์เลย

ไวยากรณ์

had as little regard for ... as ...: ใส่ใจทั้งสองฝ่ายน้อยเท่ากัน

โครงสร้าง as little + คำนามนับไม่ได้ + as ใช้เปรียบเทียบปริมาณหรือระดับสองอย่างที่ต่ำเท่ากัน ในที่นี้ little regard หมายถึงมีความใส่ใจ ความห่วงใย หรือความเคารพน้อยมาก จึงเป็นการตำหนิว่ากษัตริย์ใส่ใจประชาชนน้อยพอ ๆ กับที่ใส่ใจพระมเหสีทั้งหกพระองค์ ใน as he did for his six wives คำว่า did ใช้แทนวลีกริยา had regard ที่กล่าวไปแล้วเพื่อไม่ให้ซ้ำ ส่วน as ตัวที่สองจำเป็น เพราะใช้เปิดอีกด้านหนึ่งของการเปรียบเทียบระดับที่เท่ากัน

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ as little regard for his people as he did for his six wives หมายความว่าอย่างไร

  1. เขาใส่ใจประชาชนน้อยกว่าภรรยา
  2. เขาใส่ใจประชาชนและภรรยาน้อยเท่ากัน
  3. เขาใส่ใจประชาชนแต่ไม่ใส่ใจภรรยา
  4. เขาใส่ใจทั้งสองฝ่ายอย่างมาก
ดูคำตอบ

เขาใส่ใจประชาชนและภรรยาน้อยเท่ากัน

Six wives?

0:42

พระมเหสีหกพระองค์?

Your honor,

0:44

ท่านผู้พิพากษา

Henry's first marriage was arranged for him วลี

0:44

การอภิเษกสมรสครั้งแรกของเฮนรีถูกจัดเตรียมไว้ให้พระองค์

when he was only a child.

0:47

ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์

วลี

was arranged for him: คนอื่นเป็นผู้จัดการให้เขา

was arranged เป็นรูปประโยคถูกกระทำ โดยคนอื่นเป็นผู้วางแผน และสิ่งที่ถูกวางแผนคือการแต่งงานครั้งแรกของเฮนรี ส่วน for him แสดงว่าการจัดเตรียมนั้นทำแทนเขาหรือเกี่ยวข้องกับเขา เฮนรีไม่ใช่ผู้จัดการเรื่องนี้เอง เมื่อใช้กับ marriage คำว่า arrange หมายถึงการตัดสินใจหรือวางแผนว่าใครจะแต่งงานกับใคร ไม่ได้หมายถึงการจัดสิ่งของให้เป็นระเบียบ เพราะเฮนรียังเป็นเด็ก ถ้อยคำนี้จึงเน้นว่าคนอื่นเป็นผู้ควบคุมการตัดสินใจ

แบบฝึกหัด

ในประโยค The appointment was arranged for Nina by her office คำว่า was arranged for Nina หมายความว่าอย่างไร

  1. นีน่าจัดเฟอร์นิเจอร์ในสำนักงานให้เป็นระเบียบ
  2. สำนักงานของนีน่าเป็นผู้ทำนัดหมายแทนเธอ
  3. นัดหมายนี้ทำไว้ให้คนอื่น
  4. นีน่ายกเลิกนัดหมายด้วยตนเอง
ดูคำตอบ

สำนักงานของนีน่าเป็นผู้ทำนัดหมายแทนเธอ

He only married Catherine of Aragon

0:48

พระองค์อภิเษกสมรสกับแคเธอรีนแห่งอารากอน

to strengthen England's alliance with Spain. วลี

0:50

เพียงเพื่อเสริมสร้างพันธมิตรระหว่างอังกฤษกับสเปน

วลี

to strengthen England's alliance with Spain: เสริมความแข็งแกร่งให้พันธมิตรระหว่างอังกฤษกับสเปน

วลี infinitive to strengthen... บอกจุดประสงค์ของการแต่งงาน การแต่งงานนี้ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อทำให้ความร่วมมืออย่างเป็นทางการระหว่างอังกฤษกับสเปนมั่นคงหรือมีประสิทธิภาพมากขึ้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ do something to strengthen an alliance with someone ในที่นี้ with Spain ระบุอีกฝ่ายของพันธมิตร ไม่ได้หมายความว่าสเปนเป็นเครื่องมือที่ใช้เพื่อบรรลุเป้าหมาย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบเป้าหมาย: The country began joint military exercises to ____ its northern neighbor.

ดูคำตอบ

strengthen its alliance with

An alliance he was willing to toss aside กริยาวลี

0:53

พันธมิตรที่พระองค์ทรงพร้อมจะทิ้งไป

with no regard for the nation.

0:55

โดยไม่คำนึงถึงประเทศชาติ

กริยาวลี

toss aside: ละทิ้งอย่างสะเพร่า

ใน toss aside คำว่า toss ยังคงให้ภาพของการโยนบางสิ่งทิ้งอย่างไม่ใส่ใจ เมื่อใช้กับกรรมที่เป็นนามธรรมอย่าง alliance วลีนี้จึงเป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบว่าเขาพร้อมจะละทิ้งพันธมิตรราวกับว่ามันแทบไม่มีคุณค่า ภาพดังกล่าวเพิ่มน้ำเสียงวิจารณ์ โดยสื่อถึงการเลือกอย่างสะเพร่าและดูแคลน ไม่ใช่เพียงการตัดสินใจอย่างเป็นกลางเพื่อยุติข้อตกลง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดวิจารณ์คนที่ละทิ้งคำมั่นสำคัญอย่างสะเพร่าได้ชัดเจนที่สุด

  1. They put aside the agreement until the lawyers returned.
  2. They tossed aside the agreement as soon as it became inconvenient.
  3. They reviewed the agreement before renewing it.
ดูคำตอบ

They tossed aside the agreement as soon as it became inconvenient.

Henry had every regard for the nation.

0:57

เฮนรีทรงคำนึงถึงประเทศชาติในทุกๆ ด้าน

It was imperative to secure the Tudor dynasty ไวยากรณ์

0:59

การรักษาเสถียรภาพของราชวงศ์ทิวดอร์ถือเป็นสิ่งจำเป็นยิ่งยวด

by producing a male heir, ไวยากรณ์

1:02

ด้วยการมีรัชทายาทที่เป็นชาย

ไวยากรณ์

It was imperative to secure: แสดงความจำเป็นอย่างหนักแน่น

It was imperative to secure ... ใช้โครงสร้างทางการ It + be + imperative + to-infinitive เพื่อบอกว่าการกระทำนั้นจำเป็นอย่างยิ่ง It เป็นประธานสมมติ ส่วนเนื้อหาหลักอยู่ที่การกระทำซึ่งแสดงด้วย to secure ... imperative ในที่นี้เป็นคำคุณศัพท์ ไม่ใช่ศัพท์ไวยากรณ์ที่หมายถึงประโยคคำสั่ง ส่วน secure เป็นคำกริยาที่หมายถึงทำให้การสืบต่อหรือความมั่นคงของราชวงศ์ทิวดอร์ได้รับการรับรอง

แบบฝึกหัด

ใช้คำคุณศัพท์เป้าหมายเติมข้อความด้านความปลอดภัยแบบเป็นทางการนี้ให้สมบูรณ์: It is ____ to inspect the bridge after the earthquake.

ดูคำตอบ

imperative

something Catherine failed to do in over 20 years of marriage.

1:04

ซึ่งแคเธอรีนไม่สามารถทำได้ตลอดการอภิเษกสมรสกว่า 20 ปี

ไวยากรณ์

by producing a male heir: ใช้ by + -ing เพื่อบอกวิธี

by + รูป -ing ใช้บอกวิธีที่ทำให้บรรลุเป้าหมายหรือผลลัพธ์ที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ในประโยคนี้ เป้าหมายคือการสร้างความมั่นคงให้ราชวงศ์ทิวดอร์ และ producing a male heir ถูกนำเสนอเป็นวิธีที่จะทำให้สำเร็จ producing คือรูป -ing ที่ใช้หลังคำบุพบท by ในภาษาประวัติศาสตร์เกี่ยวกับราชวงศ์ produce a male heir หมายถึงการมีบุตรชายที่มีสิทธิ์สืบทอด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย by และรูป -ing ของ use: The cafeteria reduced waste ____ reusable trays.

ดูคำตอบ

by using

It takes two to make an heir, สำนวน

1:08

ต้องใช้สองคนในการสร้างรัชทายาท

สำนวน

It takes two to make an heir: เน้นการมีส่วนร่วมของทั้งสองฝ่าย

It takes two to make an heir ดัดแปลงจากโครงสร้างที่คุ้นเคย It takes two to ... โดยเฉพาะสำนวน It takes two to tango ในประโยคนี้ ผู้พูดเปลี่ยน tango เป็น make an heir ให้เข้ากับเรื่องการสืบราชบัลลังก์และใช้เป็นคำโต้แย้งเชิงหยอกล้อ ประเด็นไม่ได้มีเพียงข้อเท็จจริงที่ว่าคนสองคนเกี่ยวข้องกันทางชีววิทยา โครงสร้างนี้เน้นการมีส่วนร่วมหรือความรับผิดชอบร่วมกัน จึงไม่ควรโทษผลที่เกิดขึ้นกับคนเพียงฝ่ายเดียว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง It takes two to ...: Both neighbors must cooperate to settle the dispute. It ____ reach a fair agreement.

ดูคำตอบ

takes two to

your honor.

1:09

ท่านผู้พิพากษา

Regardless,

1:11

ไม่ว่าจะอย่างไร

England needed a new queen to ensure stability. วลี

1:12

อังกฤษต้องการราชินีองค์ใหม่เพื่อรับประกันความมั่นคง

วลี

to ensure stability: เพื่อสร้างความมั่นคง

to ensure stability เป็น infinitive ที่บอกจุดประสงค์ โดยอธิบายว่าเหตุใดอังกฤษจึงต้องการพระราชินีพระองค์ใหม่ Ensure เป็นกริยาที่ต้องมีกรรม ดังนั้น stability จึงตามหลังโดยตรงในฐานะผลลัพธ์ที่ต้องการทำให้แน่นอน ในที่นี้ stability หมายถึงการที่ระเบียบและความแน่นอนของประเทศและการสืบราชบัลลังก์ดำเนินต่อไป โดยทั่วไป ensure stability หมายถึงการดำเนินมาตรการเพื่อให้เกิดหรือรักษาสภาวะที่มั่นคง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ ensure ได้ถูกต้องในความหมายว่า “ทำให้ผลลัพธ์ที่มั่นคงเกิดขึ้นอย่างแน่นอน”

  1. The company ensured the warehouse against fire.
  2. The new procedures are intended to ensure stability during the transition.
  3. The director ensured the staff that no jobs would be lost.
ดูคำตอบ

The new procedures are intended to ensure stability during the transition.

But the pope refused to annul the union การใช้คำ

1:15

แต่สมเด็จพระสันตะปาปาทรงปฏิเสธที่จะเพิกถอนการอภิเษกสมรส

and let the king remarry.

1:18

และไม่อนุญาตให้กษัตริย์อภิเษกสมรสใหม่

การใช้คำ

refused to annul the union: ปฏิเสธที่จะประกาศให้การสมรสเป็นโมฆะ

ใน refused to annul the union โครงสร้าง refuse to + คำกริยา หมายถึงปฏิเสธที่จะทำสิ่งนั้น ในที่นี้ annul หมายถึงประกาศอย่างเป็นทางการว่าการสมรสไม่มีผลตามกฎหมายหรือศาสนา ส่วน union เป็นคำทางการที่ใช้กล่าวถึงการสมรสนั้น การประกาศให้การสมรสเป็นโมฆะไม่ใช่เพียงการยุติการสมรสที่มีผลอยู่ ประโยคนี้สื่อว่าพระสันตะปาปาไม่ยอมให้คำวินิจฉัยจากสถาบันที่จำเป็นต่อการถือว่าการสมรสนั้นเป็นโมฆะ กษัตริย์จึงไม่อาจใช้เหตุนี้เพื่ออภิเษกสมรสใหม่ได้

แบบฝึกหัด

ศาลพบว่าการสมรสหนึ่งไม่เคยเป็นไปตามข้อกำหนดทางกฎหมายที่ทำให้มีผลสมบูรณ์ ประโยคใดใช้คำได้แม่นยำที่สุด

  1. The court granted the couple a divorce from a valid marriage.
  2. The court annulled the marriage.
  3. The couple took a short break from living together.
ดูคำตอบ

The court annulled the marriage.

Sounds like quite a pickle. สำนวน

1:20

ฟังดูเป็นสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเลยทีเดียว

สำนวน

quite a pickle: สถานการณ์ที่ยุ่งยากมาก

ในสำนวน a pickle คำว่า pickle หมายถึงสถานการณ์ที่ยากหรือน่าอึดอัด ไม่ได้หมายถึงอาหาร quite ช่วยเน้นระดับ จึงทำให้ quite a pickle หมายถึงสถานการณ์ที่ยุ่งยากหรือลำบากมาก Sounds like ทำให้ประโยคนี้เป็นปฏิกิริยาแบบภาษาพูดต่อสิ่งที่เพิ่งเล่าไป สำนวนที่ฟังดูขี้เล่นทำให้ความเห็นมีน้ำเสียงเบาและขบขันเล็กน้อย และอาจทำให้ปัญหาใหญ่ฟังดูถูกกล่าวแบบลดทอนความรุนแรง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ quite a pickle อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อบรรยายปัญหาที่ยุ่งยากแต่ยังพูดถึงด้วยน้ำเสียงเบา ๆ ได้

  1. I added a sliced pickle to the sandwich.
  2. We locked the keys inside the car, so we're in quite a pickle.
  3. The official report describes the fatal disaster as quite a pickle.
ดูคำตอบ

We locked the keys inside the car, so we're in quite a pickle.

Can't argue with the pope. น้ำเสียง/เจตนา

1:21

ไม่สามารถโต้แย้งกับสมเด็จพระสันตะปาปาได้หรอก

น้ำเสียง/เจตนา

Can't argue with the pope: อำนาจที่ดูเหมือนท้าทายไม่ได้

ในที่นี้ Can't argue with the pope ไม่ได้เน้นความหมายว่าไม่สามารถโต้เถียงกันด้วยคำพูดได้จริง ๆ แต่หมายถึงอำนาจของพระสันตะปาปาถูกมองว่าสูงมาก จนการท้าทายจุดยืนของพระองค์ดูไร้ประโยชน์หรือไม่เป็นที่ยอมรับ ในบริบทประวัติศาสตร์นี้ พระสันตะปาปาเป็นตัวแทนของอำนาจทางศาสนาที่เข้มแข็ง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ can't argue with + ข้อเท็จจริง หลักฐาน หรือผลลัพธ์ ซึ่งหมายความว่าสิ่งนั้นปฏิเสธได้ยากมาก เมื่อใช้กับผู้มีอำนาจอย่างในประโยคนี้ ยังอาจสื่อถึงการยอมรับ บางครั้งอย่างไม่เต็มใจ ว่าจุดยืนของบุคคลนั้นถือเป็นข้อยุติ ในบริบทอื่น argue with อาจหมายถึงเพียงการเห็นไม่ตรงกับใครบางคนก็ได้

แบบฝึกหัด

Can't argue with the pope หมายถึงอะไรในบริบทนี้

  1. อำนาจของพระสันตะปาปาถูกมองว่าแข็งแกร่งเกินกว่าจะท้าทายได้
  2. ผู้พูดต้องการเริ่มทะเลาะกับพระสันตะปาปา
  3. พระสันตะปาปากำลังขอคำแนะนำ
ดูคำตอบ

อำนาจของพระสันตะปาปาถูกมองว่าแข็งแกร่งเกินกว่าจะท้าทายได้

And yet, ลำดับความ

1:22

และถึงอย่างนั้น

that's exactly what the king decided to do.

1:23

นั่นคือสิ่งที่กษัตริย์ทรงตัดสินพระทัยทำ

ลำดับความ

And yet: ใช้เปิดผลที่ตรงข้ามกับความคาดหมาย

And yet เริ่มอนุประโยคใหม่โดยเชื่อมกับข้อความก่อนหน้า ข้อความก่อนหน้าทำให้ผลอย่างหนึ่งดูมีแนวโน้มจะเกิดขึ้น แต่ And yet ส่งสัญญาณว่าข้อเท็จจริงถัดไปตรงข้ามกับความคาดหมายนั้น ในที่นี้ อำนาจของพระสันตะปาปาทำให้คาดว่ากษัตริย์จะไม่ต่อต้าน แต่กษัตริย์กลับตัดสินใจทำเช่นนั้นพอดี นี่เป็นวิธีสั้นกระชับในการจัดเรื่องเล่าหรือข้อโต้แย้งให้เริ่มจากการสร้างความคาดหมาย แล้วตามด้วยผลที่น่าประหลาดใจและตรงข้าม โดยเน้นผลที่เกิดความแตกต่างนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคแรกสร้างความคาดหมายว่าอุปกรณ์จะล้มเหลว: The device was cheap and looked unreliable. ข้อใดใช้ And yet เพื่อนำเข้าสู่ผลที่ตรงข้าม

  1. As a result, it worked perfectly for five years.
  2. And yet, it worked perfectly for five years.
  3. For example, it worked perfectly for five years.
ดูคำตอบ

And yet, it worked perfectly for five years.

He uprooted the country's religious foundations สำนวน

1:25

พระองค์ทรงถอนรากฐานทางศาสนาของประเทศ

and broke the Church of England away from Rome, กริยาวลี

1:28

และแยกคริสตจักรแห่งอังกฤษออกจากโรม

leading to centuries of strife.

1:31

นำไปสู่ความขัดแย้งยาวนานหลายศตวรรษ

สำนวน

uprooted the country's religious foundations ในความหมายเชิงอุปมา

Uprooted โดยทั่วไปหมายถึงการถอนสิ่งหนึ่งขึ้นมาทั้งราก แต่ในที่นี้ใช้เป็นอุปมา โดยนำระบบศาสนาของประเทศไปเปรียบกับสิ่งที่มีรากและฐานรองรับ แล้วกล่าวว่าเขาได้ถอนหรือทำลายมันตั้งแต่ระดับฐาน ถ้อยคำนี้นำเสนอการเปลี่ยนแปลงว่าเป็นการทำลายที่ลึก รุนแรง และก่อให้เกิดความไม่มั่นคง ไม่ใช่การปฏิรูปเล็กน้อย ในบทวิจารณ์ทางประวัติศาสตร์ uproot ยังใช้บรรยายการทำลายสถาบัน ประเพณี หรือชุมชนที่ดำรงมานานได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The new law uprooted the legal foundations of local government.” คำว่า uprooted the legal foundations หมายความว่าอย่างไร

  1. กฎหมายปรับเปลี่ยนงานบริหารเพียงเล็กน้อย
  2. กฎหมายทำลายโครงสร้างพื้นฐานของระบบอย่างถึงราก
  3. กฎหมายซ่อมฐานรากของอาคารรัฐบาล
ดูคำตอบ

กฎหมายทำลายโครงสร้างพื้นฐานของระบบอย่างถึงราก

กริยาวลี

broke the Church of England away from Rome: การทำให้เกิดการแยกตัวทางสถาบัน

Break + กรรม + away from + กลุ่มหรืออำนาจ หมายถึงทำให้สิ่งที่เป็นกรรมแยกออกจากระบบที่ใหญ่กว่า ในที่นี้กรรมคือ the Church of England ดังนั้นประโยคจึงนำเสนอ he ว่าเป็นแรงที่ทำให้เกิดการแยกตัว Rome ในวลีนี้ไม่ได้หมายถึงสถานที่เป็นหลัก แต่ใช้แทนพระสันตะปาปาและอำนาจทางศาสนาที่มีศูนย์กลางอยู่ที่นั่น ดังนั้นถ้อยคำนี้จึงบรรยายการแตกหักทางสถาบันและศาสนา ไม่ใช่การเคลื่อนที่ออกห่างจากเมืองหนึ่งในทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างแสดงเหตุ break ... away from ในรูปอดีต: The war ____ the northern provinces ____ the empire.

ดูคำตอบ

broke · away from

All Henry did was give the Church honest domestic leadership. ไวยากรณ์

1:33

สิ่งที่เฮนรีทำก็เพียงแค่มอบความเป็นผู้นำภายในประเทศที่ซื่อสัตย์ให้กับคริสตจักร

ไวยากรณ์

All Henry did was give: โครงสร้าง All ... did was + กริยารูปพื้นฐาน

All + ประธาน + did + was + กริยารูปพื้นฐาน เป็นโครงสร้างที่เน้นการกระทำเพียงอย่างเดียวและนำเสนอว่านั่นคือทั้งหมดที่เกิดขึ้น ในโครงสร้างนี้ การกระทำที่ถูกเน้นมักใช้กริยารูปพื้นฐานที่ไม่มี to ดังนั้นประโยคจึงใช้ give ไม่ใช่ gave ในการโต้แย้ง โครงสร้างนี้มักใช้ลดความสำคัญหรือนิยามการกระทำใหม่ ในที่นี้ การเปลี่ยนแปลงทางศาสนาในวงกว้างของ Henry ถูกกล่าวใหม่ว่าเป็นเพียงการมอบผู้นำภายในประเทศให้ศาสนจักร ถ้อยคำจึงฟังเหมือนการแก้ต่างมากกว่าจะเป็นกลาง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยารูปพื้นฐานในวงเล็บ: All Lena did was ____ the schedule. (change)

ดูคำตอบ

change

He freed his subjects from the corrupt Roman Catholic establishment, วลี

1:36

พระองค์ทรงปลดปล่อยพสกนิกรของพระองค์จากสถาบันคาทอลิกแห่งโรมที่ทุจริต

วลี

freed his subjects from ...: โครงสร้าง free someone from something

Free someone from something หมายถึงทำให้บุคคลหรือกลุ่มคนหลุดพ้นจากการควบคุม ภาระ หรือข้อจำกัดของบางสิ่ง โครงสร้างคือ free + บุคคลหรือกลุ่มคน + from + คำนามหรือรูป -ing ในที่นี้ subjects หมายถึงผู้คนที่อยู่ใต้การปกครองของกษัตริย์ ไม่ใช่วิชาเรียน ส่วน establishment หมายถึงสถาบันหรือโครงสร้างอำนาจที่ตั้งมั่นแล้ว การเรียกโครงสร้างโรมันคาทอลิกว่าฉ้อฉลและกล่าวว่า Henry ปลดปล่อยผู้คนจากโครงสร้างนั้น เป็นการวางกรอบว่าสถาบันดังกล่าวกดขี่ นี่คือการประเมินของผู้พูด ไม่ใช่ถ้อยคำที่เป็นกลาง

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทที่จำเป็นในรูปแบบตายตัว: The new rule freed tenants ____ unnecessary fees.

ดูคำตอบ

from

and by rejecting the more radical changes of the Protestant Reformation, โน้ต

1:40

และด้วยการปฏิเสธการเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงกว่าของการปฏิรูปนิกายโปรเตสแตนต์

วัฒนธรรม

the Protestant Reformation: ชื่อเฉพาะทางประวัติศาสตร์

The Protestant Reformation เป็นชื่อทางประวัติศาสตร์ที่ใช้กันทั่วไปสำหรับขบวนการปฏิรูปศาสนาคริสต์ครั้งสำคัญในยุโรปช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 16 ขบวนการนี้ท้าทายอำนาจของคริสตจักรโรมันคาทอลิก และมีส่วนทำให้เกิดคริสตจักรกับธรรมเนียมแบบโปรเตสแตนต์หลายกลุ่ม ในประโยคนี้ ชื่อดังกล่าวให้กรอบทางประวัติศาสตร์แก่ more radical changes กล่าวคือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวข้องกับขบวนการนี้ ไม่ใช่เพียงการปฏิรูปทั่วไปที่มีขนาดใหญ่มาก

แบบฝึกหัด

the Protestant Reformation ในที่นี้หมายถึงอะไร?

  1. ขบวนการปฏิรูปศาสนาคริสต์ครั้งสำคัญในยุโรปที่ท้าทายอำนาจของโรมันคาทอลิก
  2. โครงการซ่อมแซมอาคารโบสถ์
  3. บุคคลที่ประท้วงการเปลี่ยนแปลงในรัฐสภา
ดูคำตอบ

ขบวนการปฏิรูปศาสนาคริสต์ครั้งสำคัญในยุโรปที่ท้าทายอำนาจของโรมันคาทอลิก

he allowed his people to preserve most of their religious traditions. ไวยากรณ์

1:43

พระองค์ทรงอนุญาตให้ประชาชนของพระองค์รักษาประเพณีทางศาสนาส่วนใหญ่ไว้ได้

ไวยากรณ์

by rejecting ...: ใช้ by + gerund เพื่อบอกวิธีการ

by + gerund ระบุการกระทำที่ใช้เป็นวิธีนำไปสู่ผลในประโยคหลัก ในที่นี้ by rejecting the more radical changes อธิบายว่าเขาทำให้ประชาชนรักษาประเพณีทางศาสนาส่วนใหญ่ไว้ได้อย่างไร ไม่ใช่ข้อมูลเสริมที่ไม่สำคัญ รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ By doing X, subject + result ซึ่งช่วยรวมวิธีการกับผลที่ตามมาไว้ในประโยคเดียว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ check: By ____ the figures twice, Nina caught the error before publication.

ดูคำตอบ

checking

ไวยากรณ์

allowed his people to preserve: allow + กรรม + to-infinitive

โครงสร้าง allow + กรรม + to-infinitive หมายถึงการอนุญาตหรือสร้างเงื่อนไขให้อีกคนทำบางอย่างได้ ในที่นี้ allowed his people to preserve หมายความว่าแนวทางของเขาทำให้ประชาชนยังคงรักษาประเพณีไว้ได้ ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการอนุญาตอย่างเป็นทางการ โครงสร้างคือ allowed + his people + to preserve หลัง allow ให้ระบุคนหรือกลุ่มที่ได้รับผล แล้วใช้ to ตามด้วยกริยารูปพื้นฐานเพื่อบอกการกระทำ

แบบฝึกหัด

เติมคำที่ขาดหายไปในประโยค: The museum allowed visitors ____ take photos without flash.

ดูคำตอบ

to

Objection.

1:47

ขอคัดค้าน

The Church had been a beloved and popular institution

1:48

คริสตจักรเคยเป็นสถาบันที่เป็นที่รักและได้รับความนิยม

that brought comfort and charity to the masses. การใช้คำ

1:50

ซึ่งนำความปลอบประโลมและทานบารมีมาสู่มวลชน

การใช้คำ

to the masses: คนทั่วไปในฐานะกลุ่มสังคมขนาดใหญ่

the masses หมายถึงคนทั่วไปที่ถูกมองรวมกันเป็นกลุ่มสังคมขนาดใหญ่ และมักใช้เปรียบต่างกับผู้นำ ชนชั้นนำ หรือผู้เชี่ยวชาญ ใน to the masses คำว่า to บอกว่าคนกลุ่มนี้เป็นผู้ได้รับความสบายใจและความช่วยเหลือด้านการกุศล masses ในที่นี้มีความหมายทางสังคม ไม่ใช่ความหมายทางฟิสิกส์ว่า ‘ปริมาณของสสาร’ วลีนี้ทำให้ประโยคมีมุมมองทางประวัติศาสตร์หรือการเมืองในภาพกว้าง แทนที่จะกล่าวถึงบุคคลเฉพาะราย

แบบฝึกหัด

to the masses ในประโยคนี้หมายความว่าอะไร?

  1. แก่กลุ่มผู้เชี่ยวชาญขนาดเล็กที่ได้รับการคัดเลือก
  2. แก่น้ำหนักทางกายภาพของวัตถุ
  3. แก่คนทั่วไปที่ถูกมองว่าเป็นกลุ่มสังคมในวงกว้าง
ดูคำตอบ

แก่คนทั่วไปที่ถูกมองว่าเป็นกลุ่มสังคมในวงกว้าง

Thanks to Henry, ลำดับความ

1:53

ต้องขอบคุณเฮนรี

Church property was seized, ไวยากรณ์

1:54

ทรัพย์สินของคริสตจักรถูกยึด

hospitals closed,

1:56

โรงพยาบาลถูกปิด

and precious monastic libraries lost forever,

1:57

และห้องสมุดอารามที่ล้ำค่าต้องสูญหายไปตลอดกาล

all to enrich the crown. การใช้คำ

2:01

ทั้งหมดก็เพื่อสร้างความมั่งคั่งให้กับราชบัลลังก์

ลำดับความ

Thanks to Henry: การกล่าวโทษสาเหตุด้วยน้ำเสียงประชด

Thanks to Henry เป็นวลีบอกเหตุที่วางต้นประโยคและครอบคลุมรายการผลลัพธ์ทั้งหมดที่ตามมา วลีนี้โยงความรับผิดชอบเรื่องการยึดทรัพย์ การปิดสถานที่ และการสูญเสียต่าง ๆ ไปที่เฮนรี ปกติ thanks to มักนำหน้าสาเหตุที่ทำให้เกิดผลดี แต่ผลลัพธ์ในที่นี้ล้วนเป็นเรื่องเสียหาย ความขัดแย้งนี้ทำให้วลีมีน้ำเสียงประชดและตำหนิ ผู้พูดไม่ได้ขอบคุณเฮนรีอย่างจริงใจ ให้ดูผลลัพธ์ที่ตามมาเพื่อตัดสินว่า thanks to แสดงความขอบคุณหรือคำวิจารณ์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ thanks to เพื่อตำหนิสาเหตุที่ทำให้เกิดผลลัพธ์อันเลวร้าย

  1. Thanks to the software bug, every saved file was deleted.
  2. Thanks to the clear map, we arrived on time.
  3. Because of the software bug, every saved file was deleted.
ดูคำตอบ

Thanks to the software bug, every saved file was deleted.

ไวยากรณ์

Church property was seized: จุดเน้นของประโยคแบบถูกกระทำและความหมายของ seized

ใน Church property was seized โครงสร้าง was + seized เป็นอดีตกาลแบบถูกกระทำ Church property เป็นสิ่งที่รับการกระทำ ประโยคจึงเน้นว่าเกิดอะไรขึ้นกับทรัพย์สินและไม่ระบุผู้กระทำ เมื่อใช้กับ property คำว่า seize หมายถึงการเข้าควบคุมด้วยกำลังหรืออำนาจทางกฎหมาย ซึ่งมักกระทำโดยรัฐบาลหรือสถาบัน ไม่ได้หมายความว่าทรัพย์สินเป็นฝ่ายใช้มือคว้าบางสิ่ง โครงสร้างแบบถูกกระทำนี้พบบ่อยในงานเขียนประวัติศาสตร์และข่าว เมื่อสิ่งที่ได้รับผลกระทบหรือผลลัพธ์สำคัญกว่าผู้กระทำ

แบบฝึกหัด

ในรายงานทางประวัติศาสตร์ ควรตีความ The property was seized อย่างไรจึงจะเหมาะสมที่สุด

  1. หน่วยงานผู้มีอำนาจเข้าควบคุมทรัพย์สินนั้นด้วยกำลังหรือตามอำนาจอย่างเป็นทางการ และประโยคเน้นที่ทรัพย์สิน
  2. มีคนซื้อทรัพย์สินนั้น และประโยคเน้นที่ผู้ซื้อ
  3. ทรัพย์สินนั้นคว้าตัวเจ้าหน้าที่คนหนึ่งอย่างกะทันหัน
ดูคำตอบ

หน่วยงานผู้มีอำนาจเข้าควบคุมทรัพย์สินนั้นด้วยกำลังหรือตามอำนาจอย่างเป็นทางการ และประโยคเน้นที่ทรัพย์สิน

การใช้คำ

all to enrich the crown: crown ในความหมายว่าอำนาจกษัตริย์

all to + คำกริยา ย้อนกลับไปสรุปรายการเหตุการณ์ทั้งหมดก่อนหน้า แล้วเสนอว่าทั้งหมดมีจุดประสงค์ร่วมกันอย่างหนึ่ง ที่นี่ผู้พูดกล่าวโทษว่าการยึด การปิด และความสูญเสียต่าง ๆ เกิดจากความต้องการทำให้ราชสำนักร่ำรวยขึ้น the crown เป็นนามนัย โดยใช้สิ่งของที่เชื่อมโยงกับกษัตริย์แทนองค์กษัตริย์ สถาบันกษัตริย์ หรือการคลังของราชสำนัก ดังนั้น enrich the crown จึงหมายถึงเพิ่มความมั่งคั่งและอำนาจของราชสำนัก ไม่ใช่ตกแต่งมงกุฎจริง

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ the crown หมายถึงอะไร?

  1. กษัตริย์และสถาบันกษัตริย์
  2. สถาบันศาสนจักรที่ทรัพย์สินถูกยึด
  3. วัตถุประดับอัญมณีที่กษัตริย์สวม
ดูคำตอบ

กษัตริย์และสถาบันกษัตริย์

Some of the funds were used to build new cathedrals and open secular schools, การใช้คำ

2:02

เงินทุนบางส่วนถูกนำไปใช้เพื่อสร้างมหาวิหารแห่งใหม่และเปิดโรงเรียนฆราวาส

การใช้คำ

open secular schools: secular หมายถึงไม่เกี่ยวกับศาสนา

ใน secular schools คำว่า secular หมายถึงโรงเรียนที่ไม่ได้ตั้งอยู่บนคำสอนทางศาสนาและไม่ได้บริหารในฐานะสถาบันศาสนา ในบริบทยุคปฏิรูปศาสนานี้ วลีดังกล่าวเปรียบต่างโรงเรียนเหล่านี้กับโรงเรียนของศาสนจักรหรือโรงเรียนทางศาสนา Open schools หมายถึงก่อตั้งโรงเรียนและเริ่มดำเนินการ คำเชื่อม and เพิ่มการใช้เงินทุนด้านการศึกษานี้ควบคู่กับการสร้างมหาวิหาร

แบบฝึกหัด

ข้อความใดต้องเป็นจริงเกี่ยวกับ secular school?

  1. โรงเรียนไม่ได้ตั้งอยู่บนศาสนาและไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของศาสนา
  2. โรงเรียนต่อต้านความเชื่อทางศาสนาทั้งหมด
  3. โรงเรียนดำเนินการและได้รับเงินทุนจากรัฐบาล
ดูคำตอบ

โรงเรียนไม่ได้ตั้งอยู่บนศาสนาและไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของศาสนา

and it was necessary for England to bring its affairs under its own control วลี

2:07

และเป็นสิ่งจำเป็นที่อังกฤษจะต้องนำกิจการต่างๆ มาอยู่ภายใต้การควบคุมของตนเอง

rather than Rome's. ไวยากรณ์

2:11

แทนที่จะเป็นของโรม

วลี

bring its affairs under its own control: นำกิจการมาอยู่ภายใต้การควบคุมของตนเอง

โครงสร้าง bring + กรรม + under + someone's control หมายถึงทำให้บุคคลหรือสถาบันนั้นเป็นผู้มีอำนาจรับผิดชอบสิ่งที่เป็นกรรม ในที่นี้ its หมายถึง England และ its affairs หมายถึงกิจการด้านการปกครองและศาสนาของประเทศ ไม่ใช่ความสัมพันธ์เชิงชู้สาว คำว่า own เน้นการปกครองตนเอง อังกฤษจำเป็นต้องจัดการกิจการเหล่านั้นด้วยตนเอง แทนที่จะปล่อยให้อยู่ภายใต้อำนาจของสันตะปาปาที่โรม โครงสร้างนี้ยังใช้บรรยายการย้ายอำนาจควบคุมจากบุคคลภายนอกมายังบุคคลหรือองค์กรที่กล่าวถึงได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าหน่วยงานนั้นเองได้เป็นผู้มีอำนาจเหนือบันทึกของตน?

  1. The agency brought its records under outside control.
  2. The agency brought its records under its own control.
  3. The agency lost control of its records.
ดูคำตอบ

The agency brought its records under its own control.

ไวยากรณ์

rather than Rome's: การเปรียบต่างและการละคำนามหลังรูปแสดงความเป็นเจ้าของ

rather than ใช้นำเสนอทางเลือกที่ถูกปฏิเสธ ประโยคนี้ระบุว่าการควบคุมโดยอังกฤษเองเป็นสิ่งจำเป็น และตัดการควบคุมโดยโรมออกไป ไม่ได้บอกว่าเหตุการณ์ใดเกิดก่อน Rome's เป็นรูปแสดงความเป็นเจ้าของที่ละคำนาม control ซึ่งซ้ำกับข้อความก่อนหน้า ดังนั้น rather than Rome's จึงหมายถึง rather than Rome's control แนวคิดร่วมของ under ... control ทำให้ภาษาอังกฤษไม่ต้องใช้คำว่า control ซ้ำ ในบริบทนี้ Rome หมายถึงอำนาจของสันตะปาปา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำที่เน้นไว้ซึ่งใช้ปฏิเสธตัวเลือกที่สอง: We need evidence ____ guesses.

ดูคำตอบ

rather than

You mean under Henry's control? น้ำเสียง/เจตนา

2:12

คุณหมายถึงภายใต้การควบคุมของเฮนรีใช่ไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

You mean ...? สำหรับการกล่าวใหม่อย่างมีความกังขา

You mean ...? ใช้เกริ่นว่าผู้พูดกำลังกล่าวความหมายของสิ่งที่อีกฝ่ายเพิ่งพูดใหม่ ในที่นี้ under Henry's control มาแทนคำกล่าวที่กว้างกว่าว่าอังกฤษเป็นผู้ควบคุม และเปลี่ยนจุดสนใจไปที่ผู้ปกครองเพียงคนเดียว เพราะการกล่าวใหม่ทำให้คำกล่าวเดิมดูน่ากังขามากขึ้น คำถามนี้จึงทำหน้าที่โต้แย้งอย่างสงสัย ไม่ได้เพียงขอคำอธิบายเท่านั้น รูปแบบเดียวกันอาจใช้ตรวจสอบความหมายหรือเปิดเผยนัยที่ซ่อนอยู่ก็ได้ โดยต้องดูถ้อยคำ บริบท และน้ำเสียง

แบบฝึกหัด

ในบทสนทนานี้ ผู้พูดใช้ “You mean under Henry's control?” เพื่อทำอะไร

  1. กล่าวคำอ้างก่อนหน้าใหม่อย่างมีความกังขาว่าเป็นการควบคุมของเฮนรี
  2. เห็นด้วยกับคำกล่าวก่อนหน้าโดยไม่ตั้งคำถาม
  3. ถามอย่างเป็นกลางว่าคำว่า Henry หมายถึงอะไร
ดูคำตอบ

กล่าวคำอ้างก่อนหน้าใหม่อย่างมีความกังขาว่าเป็นการควบคุมของเฮนรี

Not true.

2:15

ไม่จริง

All of the king's major reforms went through Parliament. วลี

2:16

การปฏิรูปที่สำคัญทั้งหมดของกษัตริย์ล้วนผ่านรัฐสภา

วลี

went through Parliament: ผ่านกระบวนการที่เป็นทางการ

ใน reforms went through Parliament คำว่า go through หมายถึงการดำเนินไปตามช่องทางหรือกระบวนการที่เป็นทางการ การปฏิรูปเหล่านี้ได้รับการดำเนินการผ่านรัฐสภา ไม่ได้เคลื่อนผ่านสถานที่ใดในทางกายภาพ วลีนี้เน้นว่ามีกระบวนการของรัฐสภาเข้ามาเกี่ยวข้อง เมื่อใช้เพียงลำพัง go through ไม่ได้ระบุชัดเท่ากับ be passed by ว่ารัฐสภาให้การอนุมัติขั้นสุดท้ายหรือไม่ จึงต้องใช้บริบทที่กว้างขึ้นตัดสินว่ากระบวนการดำเนินไปถึงขั้นใด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเน้นว่าการปฏิรูปดำเนินไปตามกระบวนการของรัฐสภา โดยไม่ได้เพียงบอกว่าถูกเสนอ และไม่ได้ระบุชัดว่าได้รับการอนุมัติขั้นสุดท้ายแล้ว

  1. The reforms were passed by Parliament.
  2. The reforms went through Parliament.
  3. The reforms were introduced in Parliament.
ดูคำตอบ

The reforms went through Parliament.

No other country of the time

2:19

ไม่มีประเทศอื่นใดในยุคนั้น

allowed its people such a say in government. การใช้คำ

2:20

ที่อนุญาตให้ประชาชนของตนมีส่วนร่วมในรัฐบาลมากเช่นนี้

การใช้คำ

such a say in: สิทธิ์มีเสียงอย่างมากในการตัดสินใจ

A say in something หมายถึงโอกาสหรืออำนาจในการมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ ในที่นี้ say เป็นคำนามนับได้ที่หมายถึง “อิทธิพล” หรือ “สิทธิ์มีเสียง” ไม่ใช่คำกริยาที่แปลว่า “พูด” ในโครงสร้าง allow its people such a say in government คำว่า such เน้นว่าประชาชนมีอิทธิพลมากเป็นพิเศษ การ having a say หมายถึงการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นผู้ตัดสินใจขั้นสุดท้ายเสมอไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคที่สองด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้: The new council gives residents unusually strong influence. Few towns allow their citizens ____ local planning.

ดูคำตอบ

such a say in

He used Parliament as a rubber stamp สำนวน

2:22

พระองค์ใช้รัฐสภาเป็นเพียงตรายาง

for his own personal will.

2:24

เพื่อสนองความต้องการส่วนพระองค์

สำนวน

a rubber stamp: การอนุมัติโดยไม่มีการตรวจสอบอย่างเป็นอิสระ

A rubber stamp ตามความหมายตรงตัวคือตรายางที่ใช้ประทับเครื่องหมายเดิมลงบนเอกสาร เมื่อนำมาอธิบายบุคคลหรือสถาบัน จะเป็นคำเปรียบเทียบเชิงวิจารณ์ถึงผู้ที่อนุมัติการตัดสินใจอย่างเป็นทางการโดยไม่มีการตรวจสอบจริงหรือการใช้ดุลยพินิจอย่างเป็นอิสระ ในประโยคนี้ รัฐสภาดูเหมือนจะให้การอนุมัติอย่างเป็นทางการ แต่ผู้พูดแย้งว่ารัฐสภาเพียงทำตามเจตจำนงส่วนตัวของคนคนเดียว สำนวนนี้ชี้ให้เห็นว่ามีขั้นตอนแต่ไม่มีการกำกับดูแลอย่างแท้จริง

แบบฝึกหัด

เติมคำเปรียบเทียบเชิงวิจารณ์จากบทเรียนนี้: The board approved every proposal without discussion, so it acted as ____.

ดูคำตอบ

a rubber stamp

Meanwhile,

2:26

ในขณะเดียวกัน

he ruled like a tyrant. สำนวน

2:27

พระองค์ทรงปกครองเยี่ยงทรราช

สำนวน

he ruled like a tyrant: การเปรียบเทียบเชิงลบอย่างรุนแรง

ใน he ruled like a tyrant คำว่า like เป็นคำบุพบทที่หมายถึง “ในลักษณะเดียวกับ” หรือ “เหมือนกับ” ไม่ใช่คำกริยาที่หมายถึง “ชอบ” วลีนี้เปรียบวิธีที่เขาปกครองกับวิธีปกครองของทรราช อุปมานี้ไม่เป็นกลาง แต่แสดงการใช้อำนาจของเขาว่าโหดร้าย กดขี่ และไร้การควบคุม ดังนั้นผู้บรรยายจึงกำลังวิจารณ์วิธีปกครองของเขาอย่างรุนแรง

แบบฝึกหัด

ข้อใดตีความ he ruled like a tyrant ได้ตรงที่สุด

  1. เขาทำหน้าที่เป็นผู้ปกครองอย่างเป็นทางการให้ทรราชคนหนึ่ง
  2. เขาชอบปกครองเพราะเขาเป็นทรราช
  3. เขาปกครองอย่างกดขี่ในแบบทรราช
ดูคำตอบ

เขาปกครองอย่างกดขี่ในแบบทรราช

Executing those he suspected of disloyalty. ไวยากรณ์

2:28

สั่งประหารชีวิตผู้ที่พระองค์สงสัยว่าไม่จงรักภักดี

ไวยากรณ์

Executing those he suspected of disloyalty: ส่วนขยาย -ing ที่เพิ่มตัวอย่าง

Executing those he suspected of disloyalty เป็นอนุประโยค -ing ที่ใช้เป็นส่วนของประโยคซึ่งยังไม่สมบูรณ์ในที่นี้ ไม่มีประธานที่ระบุไว้และไม่มีกริยาแท้ของตนเอง จึงต้องอาศัยประโยคก่อนหน้า โดยประธานที่เข้าใจได้คือ he และส่วนนี้ให้ตัวอย่างที่ชัดเจนว่าการปกครองแบบทรราชมีการกระทำใดบ้าง ใน those he suspected of disloyalty คำว่า those หมายถึง “คนเหล่านั้น” สรรพนามเชื่อมความที่ทำหน้าที่เป็นกรรม whom หรือ that ถูกละไว้: those whom/that he suspected of disloyalty ส่วน suspect someone of something หมายถึงเชื่อโดยยังไม่แน่ใจว่าคนคนนั้นต้องรับผิดชอบต่อบางสิ่ง

แบบฝึกหัด

Executing those he suspected of disloyalty. ทำหน้าที่อะไรในการบรรยายนี้

  1. ส่วนนี้ต้องอาศัยประโยคก่อนหน้าและให้ตัวอย่างว่าเขาปกครองอย่างไร
  2. หมายความว่าผู้ที่ถูกสงสัยกำลังประหารเขา
  3. เป็นประโยคสมบูรณ์ที่มี those เป็นประธานตามหลักไวยากรณ์
ดูคำตอบ

ส่วนนี้ต้องอาศัยประโยคก่อนหน้าและให้ตัวอย่างว่าเขาปกครองอย่างไร

Among his victims were the great statesman and philosopher Thomas More, ไวยากรณ์

2:31

ในบรรดาเหยื่อของพระองค์ ได้แก่ รัฐบุรุษและนักปรัชญาผู้ยิ่งใหญ่ ทอมัส มอร์

ไวยากรณ์

Among his victims were ...: การกลับคำเพื่อเกริ่นรายชื่อ

ใน Among his victims were ... วลี Among his victims ถูกย้ายมาไว้ต้นประโยค จากนั้น were จึงอยู่หน้าประธานที่เลื่อนไปไว้ด้านหลัง ซึ่งก็คือรายชื่อบุคคลที่เริ่มด้วย Thomas More หากใช้ลำดับคำปกติ อาจเขียนว่า Thomas More and the others named were among his victims. ลำดับนี้กำหนดกลุ่มขึ้นมาก่อน แล้วจึงเปิดเผยสมาชิกของกลุ่ม ทำให้การไล่รายชื่อมีจังหวะที่เป็นทางการและจงใจเน้น เหมาะกับการเล่าเรื่องทางประวัติศาสตร์

แบบฝึกหัด

เติมรูปที่ถูกต้องของ be เพื่อให้โครงสร้างที่ขึ้นต้นด้วยวลี among สมบูรณ์: Among the finalists ____ two first-time competitors.

ดูคำตอบ

were

once his close friend and advisor, วลี

2:35

ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นพระสหายสนิทและที่ปรึกษาของพระองค์

วลี

once his close friend and advisor: once ในความหมายว่า “เคย”

once ในที่นี้หมายถึง “เคย” หรือ “ในอดีต” ไม่ใช่ “หนึ่งครั้ง” นามวลี once his close friend and advisor เป็นคำอธิบายเสริมแบบย่อของ Thomas More ซึ่งมีความหมายเท่ากับ who was once his close friend and advisor วลีนี้นำความสัมพันธ์อันใกล้ชิดในอดีตมาเปรียบกับสถานะที่กลายเป็นเหยื่อในภายหลัง จึงสร้างความขัดแย้งที่ชัดเจนและสื่อว่าความสัมพันธ์ได้เปลี่ยนไปแล้ว

แบบฝึกหัด

once ในประโยคนี้หมายถึงอะไร? Lena, once the school's debate captain, returned as a judge.

  1. เธอจะได้เป็นหัวหน้าทีมโต้วาทีเมื่อกลับมา
  2. เธอเป็นหัวหน้าทีมโต้วาทีเพียงครั้งเดียว
  3. เธอเคยเป็นหัวหน้าทีมโต้วาทีของโรงเรียน
ดูคำตอบ

เธอเคยเป็นหัวหน้าทีมโต้วาทีของโรงเรียน

and Anne Boleyn,

2:37

และแอนน์ โบลีน

the new queen Henry had torn the country apart to marry. สำนวน

2:39

ราชินีองค์ใหม่ที่เฮนรีทรงทำให้ประเทศชาติแตกแยกเพื่อให้ได้อภิเษกสมรสด้วย

สำนวน

tear the country apart: ทำให้ประเทศแตกแยกอย่างรุนแรง

tear the country apart ในที่นี้เป็นสำนวนเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงทำให้เกิดความแตกแยกทางการเมืองและศาสนาอย่างรุนแรงทั่วประเทศ ประโยคนี้บอกว่า Henry ก่อให้เกิดความแตกแยกดังกล่าวเพื่อจะได้แต่งงานกับ Anne Boleyn ไม่ได้หมายถึงการฉีกประเทศออกจากกันจริง ๆ had torn เป็น past perfect ซึ่งวางการกระทำที่ก่อให้เกิดความแตกแยกไว้ก่อนจุดเวลาในอดีตของเรื่อง ส่วน to marry บอกจุดประสงค์ของ Henry และในอนุประโยคขยายนี้ Anne Boleyn คือกรรมของ marry ที่ละไว้แต่เข้าใจได้

แบบฝึกหัด

“The dispute tore the country apart” หมายความว่าอย่างไร?

  1. ข้อพิพาททำให้ทุกคนออกจากประเทศ
  2. ข้อพิพาททำให้เกิดความแตกแยกอย่างรุนแรงทั่วประเทศ
  3. ข้อพิพาทแบ่งผืนแผ่นดินออกเป็นชิ้น ๆ จริง ๆ
ดูคำตอบ

ข้อพิพาททำให้เกิดความแตกแยกอย่างรุนแรงทั่วประเทศ

He executed his own wife?

2:42

เขาสั่งประหารภรรยาตัวเองเลยเหรอ?

That wasn't King Henry's initiative.

2:45

นั่นไม่ใช่ความคิดริเริ่มของกษัตริย์เฮนรี

She was accused of treason วลี

2:48

พระนางถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฏ

in a power struggle with the king's minister, วลี

2:49

ในการแย่งชิงอำนาจกับเสนาบดีของกษัตริย์

Thomas Cromwell.

2:52

ทอมัส ครอมเวลล์

วลี

be accused of treason: ถูกกล่าวหาว่ากบฏ แต่ยังไม่ใช่การตัดสินว่ามีความผิด

Be accused of + คำนามหรือรูป -ing หมายถึงมีคนกล่าวหาว่าประธานของประโยคได้กระทำความผิดหรือการกระทำบางอย่าง รูปประโยค passive เน้นบุคคลที่ถูกกล่าวหา แต่ไม่ได้พิสูจน์ว่าบุคคลนั้นมีความผิด treason เป็นความผิดอย่างเป็นทางการในทางกฎหมายและการเมือง ซึ่งเกี่ยวข้องกับการทรยศต่อประเทศหรือองค์อธิปัตย์ มีความหมายเฉพาะและร้ายแรงกว่าแนวคิดกว้าง ๆ ในชีวิตประจำวันของ betrayal

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทที่หายไปให้ประโยคสมบูรณ์: The official was accused ____ hiding important evidence.

ดูคำตอบ

of

วลี

a power struggle with the king's minister: การแย่งชิงอำนาจกับรัฐมนตรีของกษัตริย์

ในที่นี้ a power struggle หมายถึงการแข่งขันเพื่อให้ได้อำนาจ อิทธิพล หรือการควบคุม เป็นความขัดแย้งทางการเมือง ไม่ใช่การดิ้นรนหรือต่อสู้กันทางร่างกาย ในโครงสร้าง a power struggle with + บุคคลหรือกลุ่ม คำว่า with ใช้ระบุฝ่ายตรงข้าม ในประโยคนี้ฝ่ายนั้นคือโทมัส ครอมเวลล์ รัฐมนตรีของกษัตริย์

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะจะอธิบายว่าเป็น a power struggle มากที่สุด

  1. ผู้บริหารสองคนแข่งขันกันเพื่อควบคุมการตัดสินใจสำคัญของบริษัท
  2. นักกีฬาคนหนึ่งพยายามยกของหนักอย่างยากลำบาก
  3. เพื่อนร่วมงานสองคนเห็นไม่ตรงกันว่าจะไปกินอาหารกลางวันที่ไหน
ดูคำตอบ

ผู้บริหารสองคนแข่งขันกันเพื่อควบคุมการตัดสินใจสำคัญของบริษัท

The trial was a sham การใช้คำ

2:53

การพิจารณาคดีนั้นเป็นเรื่องหลอกลวง

and she wouldn't have been convicted without Henry's approval. ไวยากรณ์

2:54

และพระนางจะไม่มีทางถูกตัดสินว่ามีความผิดได้หากปราศจากการอนุมัติจากเฮนรี

การใช้คำ

The trial was a sham: การพิจารณาคดีเป็นเพียงเรื่องหลอกลวง

ในประโยคนี้ a sham หมายถึงสิ่งที่ถูกนำเสนอว่าเป็นของจริงหรือยุติธรรม แต่แท้จริงแล้วเป็นของปลอมหรือไม่มีความชอบธรรมอย่างแท้จริง The trial was a sham หมายความว่าการพิจารณาคดีมีรูปลักษณ์ของกระบวนการทางกฎหมาย แต่ไม่ใช่การพิจารณาคดีที่ยุติธรรมจริง ๆ วลีนี้เป็นการตัดสินตัวกระบวนการอย่างรุนแรง ผู้พูดสื่อว่าผลลัพธ์ถูกควบคุมไว้ หรือกระบวนการมีไว้เพียงเพื่อให้ดูเหมือนจริง sham ยังใช้กับกระบวนการและเหตุการณ์อื่นที่มีอยู่จริงเพียงในนามได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ฟังประโยคภาษาอังกฤษเต็มประโยคแล้วเลือกสิ่งที่ได้ยิน ให้สังเกต /æ/ ใน sham และ /eɪ/ ใน shame

  1. The review process was a shame.
  2. The review process was a sham.
ดูคำตอบ

The review process was a sham.

ไวยากรณ์

wouldn't have been convicted without ...: เงื่อนไขที่ตรงข้ามกับความจริงในอดีต

ในประโยคนี้ ผู้พูดใช้ she wouldn't have been convicted without Henry's approval เพื่อแสดงการตัดสินเกี่ยวกับอดีตที่ตรงข้ามกับความจริง ประโยคนี้สื่อว่าเธอถูกตัดสินว่ามีความผิดจริง และผู้พูดมองว่าความเห็นชอบของเฮนรีเป็นเงื่อนไขจำเป็นของผลลัพธ์นั้น Without Henry's approval ทำหน้าที่เหมือน if Henry had not approved รูปแบบ would not have been + past participle บรรยายผลในอดีตที่คงไม่เกิดขึ้นกับประธานภายใต้เงื่อนไขสมมติ โดย been convicted ในที่นี้เป็นรูปถูกกระทำ

แบบฝึกหัด

ข้อใดตีความ “She wouldn't have been convicted without Henry's approval” ได้ตรงที่สุด

  1. ไม่ว่าเฮนรีจะเห็นชอบหรือไม่ เธอก็ต้องถูกตัดสินว่ามีความผิดแน่นอน
  2. เธอไม่ถูกตัดสินว่ามีความผิด เพราะเฮนรีปฏิเสธที่จะให้ความเห็นชอบ
  3. เธอถูกตัดสินว่ามีความผิด และผู้พูดเชื่อว่าความเห็นชอบของเฮนรีเป็นสิ่งจำเป็น
ดูคำตอบ

เธอถูกตัดสินว่ามีความผิด และผู้พูดเชื่อว่าความเห็นชอบของเฮนรีเป็นสิ่งจำเป็น

Besides, ลำดับความ

2:57

นอกจากนี้

he wasn't too upset by the outcome.

2:58

พระองค์ก็ไม่ได้ทรงเสียพระทัยกับผลลัพธ์นั้นมากนัก

ลำดับความ

Besides, ในฐานะคำเชื่อมที่ต้นประโยค

Besides ที่ต้นประโยคนี้ใช้เพิ่มข้อเท็จจริงหรือเหตุผลอีกข้อที่สนับสนุนประเด็นหลักเดียวกัน มีความหมายว่า “นอกจากนี้” หรือในน้ำเสียงสนทนาว่า “อีกอย่าง” เครื่องหมายจุลภาคช่วยบอกว่า Besides เป็นคำเชื่อมของทั้งประโยค ในที่นี้ไม่ได้บอกตำแหน่งทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมเป้าหมาย Besides: The apartment is close to work. ____, the rent is affordable.

ดูคำตอบ

Besides

He married Jane Seymour just 11 days later,

3:00

พระองค์อภิเษกสมรสกับเจน ซีมัวร์ในอีกเพียง 11 วันต่อมา

a marriage that, I note,

3:03

ซึ่งเป็นการแต่งงานที่ผมขอตั้งข้อสังเกตว่า

succeeded in producing a male heir วลี

3:04

ประสบความสำเร็จในการให้กำเนิดรัชทายาทชาย

and guaranteeing a stable succession, การใช้คำ

3:06

และรับประกันการสืบราชสันตติวงศ์ที่มั่นคง

วลี

succeeded in producing: โครงสร้าง succeed in + คำกริยารูป -ing

Succeed in doing something หมายถึงสามารถทำการกระทำหนึ่งให้สำเร็จหรือบรรลุผลลัพธ์ได้ ในที่นี้ succeeded in producing a male heir หมายความว่าการแต่งงานครั้งนี้ทำให้มีบุตรชายที่สามารถสืบทอดราชบัลลังก์ได้จริง โครงสร้างคือ succeed in + คำกริยารูป -ing โดย producing ตามหลังคำบุพบท in เมื่อ succeed หมายถึง “ทำบางสิ่งได้สำเร็จ” จึงใช้ succeeded in producing ไม่ใช่ succeeded to produce

แบบฝึกหัด

เติมหนึ่งคำเพื่อให้เป็นโครงสร้าง succeed in + คำกริยารูป -ing: After several attempts, Maya succeeded ____ opening the stuck door.

ดูคำตอบ

in

การใช้คำ

guaranteeing a stable succession: การรับประกันการส่งต่อราชบัลลังก์อย่างมั่นคง

ในบริบทราชวงศ์นี้ succession หมายถึงกระบวนการและลำดับที่ราชบัลลังก์ส่งต่อไปยังผู้ปกครองคนถัดไป a stable succession หมายถึงการมีทายาทที่ชัดเจนและคาดว่าการถ่ายโอนอำนาจจะเกิดขึ้นโดยไม่มีข้อพิพาทครั้งใหญ่หรือการแย่งชิงอำนาจ ดังนั้น guaranteeing a stable succession จึงหมายถึงการรับประกันให้การส่งต่อนั้นเป็นไปอย่างมีระเบียบ ผู้พูดนำเสนอว่าการเกิดของรัชทายาทชายช่วยขจัดความไม่แน่นอนว่าใครจะเป็นผู้สืบทอด โดย succession ไม่เกี่ยวข้องกับคำว่า success

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The council wanted a stable succession after the king's death,” คำว่า succession หมายถึงอะไร?

  1. งานเฉลิมฉลองของราชวงศ์หลายงานต่อเนื่องกัน
  2. ความสำเร็จในการชนะสงคราม
  3. การส่งต่อราชบัลลังก์อย่างเป็นระเบียบไปยังผู้ปกครองคนถัดไป
ดูคำตอบ

การส่งต่อราชบัลลังก์อย่างเป็นระเบียบไปยังผู้ปกครองคนถัดไป

though the new queen tragically died in childbirth. วลี

3:09

แม้ว่าราชินีองค์ใหม่จะสิ้นพระชนม์อย่างน่าเศร้าขณะให้กำเนิดพระโอรสก็ตาม

วลี

tragically died in childbirth: เสียชีวิตอย่างน่าเศร้าระหว่างคลอดบุตร

Die in childbirth หมายถึงเสียชีวิตระหว่างกระบวนการคลอดบุตร ซึ่งมักเกิดจากภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวข้องกับการคลอด ในประโยคนี้ tragically แสดงว่าการเสียชีวิตเป็นผลลัพธ์ที่น่าเศร้าอย่างยิ่ง ส่วน childbirth หมายถึงเหตุการณ์การคลอด ไม่ใช่ช่วงเวลายาวนานหลังจากทารกเกิด สำนวนนี้เชื่อมโยงการเสียชีวิตกับการคลอดอย่างกระชับ แต่ไม่ได้ระบุสาเหตุทางการแพทย์ที่แน่นอน อย่าสรุปว่าเกิดจากภาวะแทรกซ้อนใดโดยเฉพาะหากบริบทไม่ได้บอกไว้

แบบฝึกหัด

“the queen died in childbirth” หมายความว่าอย่างไร

  1. เธอเสียชีวิตขณะคลอดบุตร
  2. เธอเสียชีวิตในวัยเด็ก
  3. เธอเสียชีวิตนานหลังจากลูกเกิด
ดูคำตอบ

เธอเสียชีวิตขณะคลอดบุตร

This tragedy didn't deter him from an ill-conceived fourth marriage to Anne of Cleves, โน้ต

3:12

โศกนาฏกรรมครั้งนี้ไม่ได้ขัดขวางพระองค์จากการอภิเษกสมรสครั้งที่สี่ที่ไม่ได้ไตร่ตรองให้ดีกับแอนน์แห่งคลีฟส์

วลี

didn't deter him from: ไม่ได้ทำให้เขาล้มเลิก

Deter someone from something หรือ deter someone from doing something หมายถึงทำให้คนคนหนึ่งตัดสินใจไม่ทำสิ่งนั้นต่อ โดยมักเป็นเพราะความกลัว ความเสี่ยง ความยากลำบาก หรือผลเสียที่อาจเกิดขึ้น รูปปฏิเสธ didn't deter him from แสดงว่าโศกนาฏกรรมนี้ไม่สามารถเปลี่ยนการตัดสินใจของเขาได้ หลัง from ใช้วลีนามหรือรูป -ing ในคำบรรยาย an ill-conceived fourth marriage เป็นวลีนาม ส่วนใน The warning deterred her from leaving คำว่า leaving เป็นรูป -ing

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทที่จำเป็นในประโยค: The threat of rain did not deter us ____ going on the hike.

ดูคำตอบ

from

การใช้คำ

an ill-conceived fourth marriage: การแต่งงานครั้งที่สี่ที่ตัดสินใจอย่างไม่รอบคอบ

Ill-conceived หมายถึงสิ่งที่คิดหรือวางแผนมาไม่ดี หรืออาศัยการตัดสินใจที่ไม่เหมาะสมมาตั้งแต่ขั้นวางแผน ใน an ill-conceived fourth marriage คำคุณศัพท์นี้ประเมินว่าการตัดสินใจแต่งงานนั้นไม่ฉลาดและมีแนวโน้มจะจบลงไม่ดี conceived ในที่นี้หมายถึงการก่อรูปขึ้นเป็นความคิด ไม่ใช่การปฏิสนธิในความหมายทางชีววิทยา โครงสร้าง ill-conceived + คำนาม ยังใช้กับแผน นโยบาย โครงการ และการตัดสินใจอื่น ๆ ได้ด้วย

แบบฝึกหัด

an ill-conceived fourth marriage ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร

  1. การแต่งงานครั้งที่สี่ที่ผ่านการวางแผนอย่างรอบคอบ
  2. การแต่งงานครั้งที่สี่ที่วางแผนมาไม่ดีหรือตัดสินใจผิดพลาด
  3. การแต่งงานครั้งที่สี่ที่ไม่สามารถมีลูกได้
ดูคำตอบ

การแต่งงานครั้งที่สี่ที่วางแผนมาไม่ดีหรือตัดสินใจผิดพลาด

which Henry then annulled on a whim สำนวน

3:17

ซึ่งต่อมาเฮนรีก็ทรงเพิกถอนตามอำเภอใจ

and used as an excuse to execute Cromwell. วลี

3:19

และใช้เป็นข้ออ้างในการประหารชีวิตครอมเวลล์

สำนวน

annulled on a whim: ประกาศให้เป็นโมฆะอย่างหุนหันพลันแล่น

Annulled หมายถึงการประกาศอย่างเป็นทางการหรือตามกฎหมายว่าการแต่งงานไม่มีผล On a whim หมายถึงการกระทำตามความต้องการที่เกิดขึ้นกะทันหันและอยู่เพียงชั่วคราว โดยไม่มีการวางแผนเพียงพอหรือเหตุผลที่หนักแน่น เมื่อรวมกัน annulled on a whim แสดงว่าการตัดสินใจนั้นเกิดจากแรงกระตุ้นและเป็นไปตามอำเภอใจ โครงสร้างที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ do something on a whim โดย on a whim อธิบายว่าอะไรเป็นแรงผลักดันให้เกิดการกระทำ

แบบฝึกหัด

on a whim เพิ่มความหมายอะไรให้กับ annulled ในประโยคนี้

  1. หมายความว่าการประกาศให้การแต่งงานเป็นโมฆะเป็นไปตามกำหนดเวลาที่กฎหมายบังคับ
  2. หมายความว่าการประกาศให้การแต่งงานเป็นโมฆะเกิดจากแรงกระตุ้นกะทันหัน ไม่ใช่การไตร่ตรองอย่างรอบคอบ
  3. หมายความว่ามีเพียงการพูดถึงการประกาศให้การแต่งงานเป็นโมฆะ แต่ไม่ได้ดำเนินการจริง
ดูคำตอบ

หมายความว่าการประกาศให้การแต่งงานเป็นโมฆะเกิดจากแรงกระตุ้นกะทันหัน ไม่ใช่การไตร่ตรองอย่างรอบคอบ

วลี

used as an excuse to execute: ใช้ X เป็นข้ออ้างเพื่อทำ Y

รูปแบบ use X as an excuse to do Y หมายถึงมีคนนำ X มาเป็นเหตุผลที่กล่าวอ้างเพื่อทำ Y ในประโยคนี้ สถานการณ์ที่กล่าวถึงก่อนหน้าคือ X และการประหารครอมเวลล์คือ Y excuse ในที่นี้หมายถึงข้ออ้างหรือเหตุผลที่ไม่เพียงพอ ไม่ได้หมายถึงคำขอโทษ การใช้ถ้อยคำนี้ยังแสดงการตัดสินของผู้พูดว่า X ไม่ใช่แรงจูงใจทั้งหมดหรือแรงจูงใจที่แท้จริงของเฮนรี

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูปแบบเป้าหมาย use X as an excuse to do Y: The manager used the budget cut ____ cancel the training.

ดูคำตอบ

as an excuse to

As if that weren't enough, ลำดับความ

3:22

ราวกับว่านั่นยังไม่พอ

ลำดับความ

As if that weren't enough: ทำให้ประเด็นถัดไปรุนแรงยิ่งขึ้น

As if that weren't enough ย้อนกลับไปอ้างถึงข้อมูลที่เพิ่งกล่าวไป และส่งสัญญาณว่ากำลังจะเพิ่มอีกหนึ่งเรื่อง เรื่องใหม่จะถูกนำเสนอว่าทำให้สถานการณ์ที่มากเกินไป แย่ หรือน่าประหลาดใจอยู่แล้วรุนแรงยิ่งขึ้น นี่เป็นคำเชื่อมตามธรรมเนียมที่มีการประเมินของผู้พูด ไม่ใช่คำถามตามตัวอักษรว่าบางสิ่งเพียงพอหรือไม่ weren't เป็นรูปสมมติที่ไม่เป็นจริงซึ่งนิยมใช้หลัง as if แม้ว่า that จะเป็นเอกพจน์ก็ตาม

แบบฝึกหัด

คำเชื่อมใดเหมาะที่สุดสำหรับเกริ่นประโยคที่สองเพื่อแสดงว่าปัญหากำลังแย่ลง? The train was two hours late. The airline also lost my suitcase.

  1. As if that weren't enough,
  2. For example,
  3. In other words,
ดูคำตอบ

As if that weren't enough,

he then married Catherine Howard,

3:24

จากนั้นพระองค์ก็อภิเษกสมรสกับแคเธอรีน ฮาวเวิร์ด

a cousin of Anne Boleyn,

3:26

ลูกพี่ลูกน้องของแอนน์ โบลีน

before having her executed too. ไวยากรณ์

3:27

ก่อนที่จะสั่งประหารชีวิตพระนางเช่นกัน

ไวยากรณ์

before having her executed: have + กรรม + กริยาช่อง 3

ในโครงสร้าง have + กรรม + กริยาช่อง 3 กรรมเป็นฝ่ายรับการกระทำ before having her executed หมายถึง “ก่อนที่เขาจะทำให้หรือสั่งให้คนอื่นประหารเธอ” เขาเป็นผู้ทำให้เรื่องนี้เกิดขึ้น แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ลงมือประหารเอง having เป็นรูป -ing ที่ต้องใช้หลัง before และมี he เป็นประธานที่เข้าใจร่วมกัน ส่วน too แสดงว่าเธอก็ถูกประหารเช่นเดียวกับอีกคนที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างแสดงการให้ผู้อื่นทำ โดยใช้ had, it และ edited: The director did not edit the trailer herself; she ____ by a professional editor.

ดูคำตอบ

had it edited

She was engaged in adultery วลี

3:29

พระนางทรงคบชู้

to which she confessed. ไวยากรณ์

3:31

ซึ่งพระนางก็ทรงรับสารภาพ

วลี

She was engaged in adultery: be engaged in + กิจกรรม

be engaged in + คำนามหรือรูป -ing เป็นวิธีพูดแบบเป็นทางการว่าบุคคลหนึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องหรือเข้าร่วมกิจกรรมบางอย่าง ในที่นี้ She was engaged in adultery หมายถึงเธอมีส่วนเกี่ยวข้องกับการคบชู้ ส่วน engaged ไม่ได้หมายถึงหมั้นหมายเพื่อแต่งงาน adultery หมายถึงการที่ผู้ที่แต่งงานแล้วมีความสัมพันธ์ทางเพศกับผู้ที่ไม่ใช่คู่สมรส เป็นคำทางการที่มีนัยทางกฎหมาย ศาสนา หรือศีลธรรมอย่างชัดเจน จึงเหมาะกับบริบทของข้อกล่าวหาหรือคำสารภาพในประวัติศาสตร์

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทที่ถูกต้องในสำนวนแบบเป็นทางการ: The report says the group was engaged ____ illegal trade.

ดูคำตอบ

in

ไวยากรณ์

อนุประโยคสัมพัทธ์แบบทางการ: to which she confessed

อนุประโยคสัมพัทธ์ to which she confessed ขยายคำว่า adultery โดย which ย้อนกลับไปอ้างถึง adultery และ to มาจากรูปแบบ confess to something การวางบุพบทไว้หน้า which เรียกว่าการนำบุพบทมาข้างหน้า โครงสร้างนี้เพิ่มข้อมูลอย่างเป็นทางการและกระชับ ส่วนรูปที่เป็นทางการน้อยกว่าคือ adultery which she confessed to

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างสัมพัทธ์แบบทางการที่สร้างจาก confess to something: The offense ____ the defendant later confessed carried a heavy penalty.

ดูคำตอบ

to which

Regardless,

3:33

ไม่ว่าจะอย่างไร

Henry's final marriage to Catherine Parr was actually very successful.

3:34

การอภิเษกสมรสครั้งสุดท้ายของเฮนรีกับแคเธอรีน พาร์นั้นประสบความสำเร็จอย่างมากจริงๆ

His sixth.

3:37

เป็นคนที่หกของเขา

It only goes to show he was an intemperate king ลำดับความ

3:39

มันเพียงแสดงให้เห็นว่าพระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ที่มักมากในกาม

ลำดับความ

It only goes to show: การนำไปสู่ข้อสรุป

It only goes to show นำข้อเท็จจริงหรือตัวอย่างที่กล่าวมาก่อนหน้าไปสู่ข้อสรุป ในที่นี้ It ย้อนกลับไปอ้างถึงหลักฐานที่ได้พูดถึงแล้ว และ goes to show หมายถึง “ใช้เป็นหลักฐาน” หรือ “แสดงให้เห็น” ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่จริง ข้อสรุปจะตามหลัง show และมักอยู่ในอนุประโยคที่ใช้ that โดยสามารถละ that ได้เหมือนในประโยคนี้ Only เพิ่มน้ำเสียงเน้นในความหมายว่า “เพียงแค่” หรือ “ก็แสดงให้เห็นชัดว่า” และนำเสนอข้อสรุปว่าเป็นบทเรียนที่ผู้พูดได้จากหลักฐาน

แบบฝึกหัด

It only goes to show ทำหน้าที่อะไรในบริบทนี้? The plan failed twice. It only goes to show that we need a different approach.

  1. บรรยายว่ามีคนเดินไปที่ใดที่หนึ่งเพื่อแสดงแผน
  2. ใช้หลักฐานก่อนหน้าเพื่อนำเข้าสู่ข้อสรุป
  3. บอกว่าผู้พูดไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น
ดูคำตอบ

ใช้หลักฐานก่อนหน้าเพื่อนำเข้าสู่ข้อสรุป

who allowed faction and intrigue to rule his court, สำนวน

3:41

ผู้ปล่อยให้ฝักฝ่ายและการแย่งชิงอำนาจครอบงำราชสำนักของพระองค์

สำนวน

allowed faction and intrigue to rule his court: ปล่อยให้การแบ่งฝักแบ่งฝ่ายและเล่ห์กลครอบงำราชสำนัก

ในที่นี้ allowed faction and intrigue to rule his court หมายถึงกษัตริย์ไม่สามารถควบคุมการเมืองในราชสำนักได้ จนกลุ่มที่เป็นปฏิปักษ์กันและแผนลับเข้ามาครอบงำราชสำนัก faction หมายถึงการแข่งขันที่เป็นระบบระหว่างกลุ่ม ส่วน intrigue หมายถึงแผนการลับ ประโยคนี้ทำให้พลังที่เป็นนามธรรมเหล่านี้ดูเหมือนบุคคล โดยมอบบทบาทการ “ปกครอง” ให้พวกมัน ไม่ได้หมายความว่ากลุ่มใดกลุ่มหนึ่งขึ้นเป็นกษัตริย์จริง ๆ ภาพเปรียบนี้ทำให้คำวิจารณ์เรื่องความอ่อนแอของกษัตริย์รุนแรงขึ้น

แบบฝึกหัด

"allowed faction and intrigue to rule his court" ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร?

  1. กษัตริย์ทรงจัดทำกฎระเบียบเป็นลายลักษณ์อักษรสำหรับราชสำนัก
  2. กลุ่มการเมืองกลุ่มหนึ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกษัตริย์องค์ใหม่อย่างเป็นทางการ
  3. การแบ่งฝักแบ่งฝ่ายและแผนลับเข้ามาครอบงำชีวิตในราชสำนัก
ดูคำตอบ

การแบ่งฝักแบ่งฝ่ายและแผนลับเข้ามาครอบงำชีวิตในราชสำนัก

concerned only with his own pleasure and grandiosity. วลี

3:45

ทรงใส่พระทัยเฉพาะกับความสุขส่วนพระองค์และความยิ่งใหญ่ของพระองค์เองเท่านั้น

วลี

concerned only with his own pleasure and grandiosity: สนใจเพียงความสุขและความยิ่งใหญ่เกินจริงของตนเอง

Concerned only with ... หมายถึง “มุ่งสนใจเพียง...” ในที่นี้ concerned ไม่ได้หมายถึง “กังวล” แต่หมายความว่ากษัตริย์ใส่ใจเพียงความสุขของตนและ grandiosity หรือความรู้สึกหรือการแสดงออกที่ยกความสำคัญของตนเองสูงเกินจริง Only จำกัดขอบเขตความสนใจและก่อให้เกิดคำวิจารณ์ว่าพระองค์ละเลยหน้าที่ที่สำคัญกว่า ในทางไวยากรณ์ นี่คือวลีบรรยายที่ต่อเนื่องจากคำอธิบายเกี่ยวกับกษัตริย์ก่อนหน้า เทียบได้กับ who was concerned only with ...

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่หมายถึง “มุ่งสนใจเพียงอย่างเดียว”: The committee is ____ cutting costs and ignores worker safety.

ดูคำตอบ

concerned only with

That grandiosity was part of the king's role

3:48

ความยิ่งใหญ่นั้นเป็นส่วนหนึ่งของบทบาทของกษัตริย์

as a model for his people. วัฒนธรรม

3:51

ในฐานะแบบอย่างสำหรับพสกนิกรของพระองค์

วัฒนธรรม

as a model for his people: แบบอย่างให้พสกนิกร

ใน as a model for his people คำว่า model หมายถึงบุคคลที่มีพฤติกรรมหรือภาพลักษณ์ถูกนำเสนอเป็นแบบอย่างให้ผู้อื่นชื่นชมหรือทำตาม ส่วน his people หมายถึงพสกนิกรหรือประชาชนที่อยู่ใต้การปกครองของกษัตริย์ as บอกฐานะหรือบทบาทที่ใช้กล่าวถึงกษัตริย์ ประโยคนี้มองความยิ่งใหญ่โอ่อ่าของพระองค์ว่าเป็นส่วนหนึ่งของบทบาทกษัตริย์ในที่สาธารณะ กล่าวคือ กษัตริย์ถูกคาดหวังให้แสดงภาพลักษณ์ในอุดมคติต่อผู้ที่พระองค์ปกครอง ไม่ใช่ทำเพียงเพื่อความพอพระทัยส่วนพระองค์

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ a model for his people หมายถึงอะไร

  1. วัตถุจำลองขนาดเล็กที่สร้างขึ้นเพื่อแทนพสกนิกรของกษัตริย์
  2. บุคคลที่พสกนิกรของกษัตริย์ถูกคาดหวังให้ชื่นชมและทำตาม
  3. นายแบบหรือนางแบบที่ได้รับการว่าจ้างมาให้ความบันเทิงแก่พสกนิกรของกษัตริย์
ดูคำตอบ

บุคคลที่พสกนิกรของกษัตริย์ถูกคาดหวังให้ชื่นชมและทำตาม

He was a learned scholar and musician who generously patronized the arts, การใช้คำ

3:52

พระองค์ทรงเป็นบัณฑิตและนักดนตรีผู้รอบรู้ที่ทรงอุปถัมภ์ศิลปะอย่างเอื้อเฟื้อ

การใช้คำ

learned scholar: learned แบบเป็นทางการที่หมายถึงผู้รอบรู้

ใน learned scholar คำว่า learned เป็นคำคุณศัพท์ที่หมายถึงมีการศึกษาสูงและมีความรู้ลึกซึ้ง โดยขยายคำว่า scholar และเป็นคำชมที่เป็นทางการ ไม่ได้หมายถึงเพียงคนที่เคยเรียนรู้อะไรบางอย่าง

แบบฝึกหัด

ฟังประโยคภาษาอังกฤษแล้วเลือกประโยคที่ได้ยิน โดยเน้นฟังคำคุณศัพท์ learned ที่ออกเสียงสองพยางค์

  1. The museum invited a local scholar to explain the manuscript.
  2. The museum invited a leading scholar to explain the manuscript.
  3. The museum invited a learned scholar to explain the manuscript.
ดูคำตอบ

The museum invited a learned scholar to explain the manuscript.

การใช้คำ

generously patronized the arts: การอุปถัมภ์ศิลปะอย่างใจกว้าง

ในประโยคนี้ generously patronized the arts หมายถึงเขาให้การสนับสนุนศิลปะและศิลปินอย่างมาก โดยมักให้เงิน ว่าจ้างให้สร้างผลงาน ให้ความคุ้มครอง หรือใช้อิทธิพลช่วยเหลือ คำว่า generously ย้ำความหมายเชิงบวกว่าเขาให้การสนับสนุนอย่างมากและใจกว้าง ในที่นี้กรรมของคำกริยาเป็นตัวกำหนดความหมายของ patronize เมื่อกรรมคือ the arts คำกริยานี้มีความหมายเชิงประวัติศาสตร์และเป็นทางการว่า “สนับสนุนในฐานะผู้อุปถัมภ์” ไม่ใช่ความหมายเชิงลบที่พบบ่อยว่า “ปฏิบัติต่อใครบางคนราวกับว่าด้อยกว่า”

แบบฝึกหัด

ใน generously patronized the arts คำว่า patronized หมายถึงอะไร?

  1. พูดกับศิลปินราวกับว่าพวกเขาด้อยกว่า
  2. สนับสนุนศิลปะและศิลปินด้วยเงินหรือทรัพยากรอื่น
  3. ซื้อของที่ร้านอุปกรณ์ศิลปะเป็นประจำ
ดูคำตอบ

สนับสนุนศิลปะและศิลปินด้วยเงินหรือทรัพยากรอื่น

as well as being an imposing warrior and sportsman. ไวยากรณ์

3:56

ตลอดจนทรงเป็นนักรบและนักกีฬาที่น่าเกรงขาม

ไวยากรณ์

as well as being: การเพิ่มอีกบทบาทหรือคุณลักษณะ

as well as being ใช้เพิ่มบทบาทหรือคุณลักษณะอีกอย่างของประธานเดียวกัน ในที่นี้เป็นการเพิ่ม warrior และ sportsman ต่อจากคำบรรยายก่อนหน้าว่าเขาเป็น scholar และ musician โดยข้อมูลที่เพิ่มมักถูกมองว่าเป็นข้อมูลเสริม ไม่ใช่ข้อมูลสองส่วนที่มีน้ำหนักเท่ากันทุกประการ being หลัง as well as คือรูป -ing ของ be ทำให้วลีนี้ใช้ประธานร่วมกับประโยคหลักได้: He was X, as well as being Y อย่าเพิ่มกริยาที่ผันตามประธานและกาลอีกตัว เว้นแต่จะเริ่มอนุประโยคที่เชื่อมแยกต่างหาก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ as well as + รูป -ing ของ be: Maya works as a lawyer, ____ a volunteer coach.

ดูคำตอบ

as well as being

And the lavish tournaments he hosted

3:59

และการประลองทวนอันหรูหราที่พระองค์ทรงจัดขึ้น

enhanced England's reputation on the world stage. วลี

4:01

ก็ช่วยยกระดับชื่อเสียงของอังกฤษบนเวทีโลก

วลี

enhanced England's reputation on the world stage: ยกระดับชื่อเสียงของอังกฤษในระดับนานาชาติ

ในที่นี้ enhanced England's reputation หมายถึงทำให้ผู้คนมองอังกฤษในแง่ดีขึ้น โครงสร้าง enhance + reputation ของบุคคลหรือองค์กรเป็นสำนวนค่อนข้างเป็นทางการที่ใช้บอกว่าภาพลักษณ์ต่อสาธารณะดีขึ้น on the world stage เป็นการเปรียบเปรย หมายถึงในกิจการระหว่างประเทศหรือในสายตาของผู้ชมระดับนานาชาติ ไม่ใช่บนเวทีการแสดงจริง

แบบฝึกหัด

enhanced England's reputation on the world stage ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. ทำให้ผู้คนในระดับนานาชาติมองอังกฤษดีขึ้น
  2. นำชื่อเสียงของอังกฤษไปวางบนเวทีละครจริง
  3. เพิ่มจำนวนการแข่งขันที่จัดขึ้นในอังกฤษ
ดูคำตอบ

ทำให้ผู้คนในระดับนานาชาติมองอังกฤษดีขึ้น

And yet,

4:04

และถึงกระนั้น

both his foreign and domestic policies were a disaster. วลี

4:05

ทั้งนโยบายต่างประเทศและในประเทศของพระองค์ก็ถือเป็นหายนะ

วลี

both his foreign and domestic policies: ทั้งนโยบายต่างประเทศและนโยบายภายในประเทศของเขา

foreign และ domestic ใช้แบ่งนโยบายตามทิศทาง foreign policy เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ของประเทศหนึ่งกับประเทศอื่น ส่วน domestic policy เกี่ยวข้องกับเรื่องภายในประเทศนั้น ในบริบทการเมืองนี้ domestic หมายถึงภายในประเทศของตน ไม่ใช่เกี่ยวกับบ้าน โครงสร้าง both ... and ... เชื่อมสองหมวดหมู่และเน้นว่าคำตัดสินที่ตามมาใช้กับทั้งสองด้าน ในที่นี้คำวิจารณ์ครอบคลุมทั้งนโยบายต่างประเทศและนโยบายภายในประเทศ

แบบฝึกหัด

ใช้คำคู่ที่ตรงตามบทเรียนเพื่อเติมคำเรียกนโยบายนอกประเทศและภายในประเทศ: The report examines both the government's ____ and ____ policies.

ดูคำตอบ

foreign · domestic

His campaigns in France and his brutal invasion of Scotland

4:08

การรณรงค์ทางทหารของพระองค์ในฝรั่งเศสและการรุกรานสกอตแลนด์อย่างโหดร้าย

drained the treasury, สำนวน

4:11

ทำให้คลังสมบัติร่อยหรอ

สำนวน

drained the treasury: ทำให้เงินคงคลังร่อยหรอ

ในประโยคนี้ drained the treasury หมายถึง “ใช้เงินที่รัฐบาลมีอยู่จนหมดหรือทำให้ลดลงอย่างมาก” การทำศึกและการรุกรานมีค่าใช้จ่ายสูงมากจนทำให้ฐานะการเงินของประเทศอ่อนแอลงอย่างหนัก drain มีความหมายตามตัวอักษรว่าระบายของเหลวออก เมื่อกรรมเป็นทรัพยากรที่มีจำกัด เช่น เงิน เวลา พลังงาน หรือเงินสำรอง คำนี้จะใช้เป็นอุปมา โดยมองว่าทรัพยากรไหลออกจากภาชนะ

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ drain เติมอุปมาที่แสดงถึงการสูญเสียทรัพยากรอย่างรุนแรง: The emergency repairs ____ the town's reserves.

ดูคำตอบ

drained

and his attempt to pay for it

4:13

และความพยายามของพระองค์ที่จะจ่ายเงินสำหรับสิ่งนั้น

by debasing the coinage led to constant inflation. โน้ต

4:14

โดยการลดค่าเงินตรานำไปสู่ภาวะเงินเฟ้ออย่างต่อเนื่อง

การใช้คำ

by debasing the coinage: ด้วยการลดปริมาณโลหะมีค่าในเหรียญกษาปณ์

ในที่นี้ by debasing the coinage หมายถึง “ด้วยการลดปริมาณโลหะมีค่าหรือมูลค่าในเนื้อโลหะของเหรียญ” coinage หมายถึงเหรียญที่ออกใช้เป็นส่วนหนึ่งของระบบเงินตราของประเทศ และ debase มีความหมายเฉพาะทางด้านการเงินเมื่อมี coinage เป็นกรรม โครงสร้าง by + กริยารูป -ing ใช้บอกวิธีที่ทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ผู้ปกครองพยายามหาเงินมาจ่ายค่าใช้จ่ายด้วยการเปลี่ยนแปลงเหรียญในลักษณะนี้ และนโยบายดังกล่าวทำให้เกิดเงินเฟ้ออย่างต่อเนื่อง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดอธิบายว่าผู้ปกครองกำลัง debasing the coinage?

  1. The treasury collected an extra tax without changing the coins.
  2. The mint reduced the silver in each coin while keeping the same face value.
  3. The government announced a lower official exchange rate for its currency.
ดูคำตอบ

The mint reduced the silver in each coin while keeping the same face value.

วลี

led to constant inflation: การเชื่อมเหตุและผล

Led to เป็นรูปอดีตของ lead to ในที่นี้ใช้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างเหตุและผล โดยความพยายามนั้นเป็นเหตุ และ constant inflation เป็นผล ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ไปยังสถานที่หนึ่ง Constant เน้นว่าภาวะเงินเฟ้อยังคงดำเนินต่อไปหรือเกิดซ้ำ ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงของราคาเพียงครั้งเดียว โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ เหตุ + lead to + ผล

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ lead to: The prolonged shortage ____ higher food prices.

ดูคำตอบ

led to

The lords and landowners responded by removing access to common pastures วลี

4:18

เหล่าขุนนางและเจ้าของที่ดินตอบโต้ด้วยการยกเลิกการเข้าถึงทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์สาธารณะ

วลี

removing access to common pastures: การยกเลิกสิทธิในการใช้งาน

Removing access to common pastures หมายถึงการเอาความสามารถหรือสิทธิของผู้คนในการใช้พื้นที่เลี้ยงสัตว์ร่วมกันเหล่านั้นออกไป Access to something คือโอกาสหรือสิทธิในการเข้า ใช้ หรือได้รับบางสิ่ง โดย access ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงทางเข้าที่เป็นสิ่งก่อสร้าง ประโยคไม่ได้ระบุผู้ที่เสียสิทธิ เพราะสามารถทราบได้จากบริบท การละผู้ได้รับผลกระทบเช่นนี้พบได้บ่อยเมื่อจุดสนใจอยู่ที่ทรัพยากรซึ่งถูกทำให้ใช้งานไม่ได้

แบบฝึกหัด

ใช้ remove access to ในรูปอดีต: After the safety incident, the school ____ the damaged playground.

ดูคำตอบ

removed access to

and turning the peasant population into beggars. วลี

4:22

และเปลี่ยนประชากรชาวนาให้กลายเป็นขอทาน

วลี

turning the peasant population into beggars: โครงสร้าง turn A into B

ในประโยคนี้ turning the peasant population into beggars หมายถึงการทำให้ชาวนาต้องตกอยู่ในสภาพหรือสถานะทางสังคมของขอทาน เป็นการกล่าวถึงการสูญเสียหนทางทำมาหากินจริง ๆ ไม่ใช่การแปลงร่างด้วยเวทมนตร์ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ turn + กรรม + into + ผลลัพธ์ โดยเน้นว่าคนหรือสิ่งหนึ่งกลายเป็นอะไรเนื่องจากการกระทำ เหตุการณ์ หรือนโยบาย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ turn ... into: The renovation ____ the empty factory ____ an arts center.

ดูคำตอบ

turned · into

Beggars who would soon become yeoman farmers. วัฒนธรรม

4:25

ขอทานที่อีกไม่นานจะกลายมาเป็นเกษตรกรอิสระ

วัฒนธรรม

become yeoman farmers: ชนชั้นทางสังคมในประวัติศาสตร์

Yeoman farmer เป็นคำในประวัติศาสตร์อังกฤษที่หมายถึงเกษตรกรซึ่งค่อนข้างเป็นอิสระ มีที่ดินขนาดเล็กและทำการเพาะปลูกด้วยตนเอง โดยทั่วไปมีสถานะต่ำกว่าชนชั้นผู้ดีเจ้าของที่ดิน แต่สูงกว่าแรงงานเกษตรที่ไม่มีที่ดิน ดังนั้น become yeoman farmers จึงหมายถึงการเข้าสู่สถานะทางสังคมเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการถือครองที่ดิน ไม่ใช่เพียงกลายเป็นเกษตรกรตามความหมายกว้างในปัจจุบัน ประโยคนี้นำเสนอว่าขอทานในอดีตกำลังเข้าสู่ชนชั้นชนบทที่เป็นอิสระมากขึ้น

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ yeoman farmer ในบริบทประวัติศาสตร์อังกฤษมากที่สุด

  1. ใครก็ตามที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรสมัยใหม่
  2. ผู้ถือครองที่ดินขนาดเล็กซึ่งค่อนข้างเป็นอิสระและเพาะปลูกที่ดินของตนเอง
  3. แรงงานเกษตรรับจ้างที่ไม่มีอำนาจควบคุมฟาร์ม
ดูคำตอบ

ผู้ถือครองที่ดินขนาดเล็กซึ่งค่อนข้างเป็นอิสระและเพาะปลูกที่ดินของตนเอง

The enclosures made farming more efficient วัฒนธรรม

4:28

การล้อมรั้วที่ดินทำให้การทำฟาร์มมีประสิทธิภาพมากขึ้น

and created a labor surplus วลี

4:30

และสร้างแรงงานส่วนเกิน

that laid the foundation for the Industrial Revolution. วลี

4:32

ที่วางรากฐานสำหรับการปฏิวัติอุตสาหกรรม

วัฒนธรรม

The enclosures: กระบวนการเปลี่ยนแปลงที่ดินทางประวัติศาสตร์

ในประโยคนี้ The enclosures หมายถึงกระบวนการทางประวัติศาสตร์ของอังกฤษที่แบ่งและรวมที่ดินซึ่งเดิมใช้ร่วมกัน แล้วนำไปอยู่ภายใต้กรรมสิทธิ์ส่วนบุคคลหรือการควบคุมที่รวมศูนย์มากขึ้น ไม่ได้หมายถึงรั้วธรรมดาหลายแนว รูปพหูพจน์ชี้ถึงมาตรการและการเปลี่ยนแปลงด้านการปิดล้อมที่ดินในฐานะพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เมื่อเข้าใจความหมายนี้ ก็จะมองเห็นลำดับเหตุและผลในประโยคที่เชื่อมประสิทธิภาพทางการเกษตร การโยกย้ายแรงงานชนบท และการพัฒนาอุตสาหกรรมเข้าด้วยกัน

แบบฝึกหัด

ในประโยคเกี่ยวกับประวัติศาสตร์เศรษฐกิจอังกฤษนี้ The enclosures หมายถึงอะไร

  1. พื้นที่ภายในอาคารที่ใช้เก็บเครื่องมือการเกษตร
  2. กระบวนการทางประวัติศาสตร์ที่นำที่ดินซึ่งเคยใช้ร่วมกันไปอยู่ภายใต้การควบคุมส่วนบุคคลหรือการจัดการแบบรวมศูนย์
  3. รั้วธรรมดาที่ตั้งล้อมทุ่งนาเพียงไม่กี่แห่ง
ดูคำตอบ

กระบวนการทางประวัติศาสตร์ที่นำที่ดินซึ่งเคยใช้ร่วมกันไปอยู่ภายใต้การควบคุมส่วนบุคคลหรือการจัดการแบบรวมศูนย์

วลี

created a labor surplus: ทำให้เกิดแรงงานส่วนเกิน

Created a labor surplus หมายถึง “ทำให้จำนวนแรงงานที่มีอยู่มากกว่าปริมาณแรงงานที่ต้องการในขณะนั้น” ในที่นี้ create ตามด้วยนามวลีที่เป็นนามธรรม และหมายถึง “ทำให้เกิดสภาวะหนึ่งขึ้น” ไม่ใช่การสร้างสิ่งของขึ้นมาจริง ๆ ในลำดับเหตุและผลทางเศรษฐกิจของประโยค การเกษตรที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นลดจำนวนแรงงานภาคเกษตรที่จำเป็น ทำให้มีแรงงานพร้อมเข้าสู่อุตสาหกรรมอื่น Surplus หมายถึงส่วนที่เกินความต้องการ ไม่ได้หมายถึง “ก้าวหน้ากว่า” หรือ “ดีกว่า”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสี่คำจากบทเรียนที่หมายถึง “ทำให้มีแรงงานพร้อมทำงานมากกว่าจำนวนที่ต้องการ”: After the mine closed, the sudden loss of jobs ____ in the town.

ดูคำตอบ

created a labor surplus

วลี

lay the foundation for: สร้างเงื่อนไขสำหรับการพัฒนาในภายหลัง

ในที่นี้ that อ้างถึง a labor surplus ที่อยู่ก่อนหน้า laid the foundation for หมายถึง “สร้างเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้การพัฒนาในภายหลังเกิดขึ้นได้” เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการสร้างฐานรากจริง ๆ สำนวนนี้เชื่อมโยงสาเหตุที่เกิดก่อนกับผลลัพธ์ที่เกิดภายหลัง โดยมองว่าแรงงานส่วนเกินเป็นหนึ่งในเงื่อนไขพื้นฐานที่สำคัญของการปฏิวัติอุตสาหกรรม แต่ไม่ได้หมายความว่านี่เป็นสาเหตุเดียวหรือรับประกันว่าการปฏิวัติจะต้องเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ lay the foundation for: Her early research ____ the later discovery.

ดูคำตอบ

laid the foundation for

England would never have become the great power that it did ไวยากรณ์

4:35

อังกฤษจะไม่มีวันกลายเป็นมหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่อย่างที่เป็นอยู่ได้เลย

without them

4:38

หากปราศจากพวกเขา

and without Henry.

4:39

และหากปราศจากเฮนรี

ไวยากรณ์

would never have become ... without ...: ผลลัพธ์สมมติตรงข้ามกับอดีต

อังกฤษได้กลายเป็นมหาอำนาจจริง ๆ ประโยคนี้มองย้อนกลับไปและจินตนาการถึงเงื่อนไขตรงกันข้ามว่า หากการเปลี่ยนแปลงก่อนหน้าที่ them อ้างถึงและเฮนรีไม่มีอยู่ ผลลัพธ์ในอดีตนั้นก็คงไม่เกิดขึ้น would have + กริยาช่องที่สาม แสดงผลลัพธ์ในอดีตที่จินตนาการขึ้น ส่วน without นำเสนอเงื่อนไขที่สมมติว่าขาดหายไป และ never ทำให้การระบุสาเหตุนี้หนักแน่นเป็นพิเศษ ใน the great power that it did คำว่า did ช่วยหลีกเลี่ยงการกล่าว become ซ้ำ โดยส่วนนี้มีความหมายประมาณว่า “มหาอำนาจอย่างที่อังกฤษได้กลายเป็นจริง ๆ”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าโครงการประสบความสำเร็จจริง แต่ความช่วยเหลือของคุณเป็นเงื่อนไขจำเป็นสำหรับผลลัพธ์ในอดีตนั้น

  1. The project will never succeed without your help.
  2. The project would never have succeeded without your help.
  3. The project never succeeded, even with your help.
ดูคำตอบ

The project would never have succeeded without your help.

Well,

4:41

อืม

I think no matter what, วลี

4:41

ฉันคิดว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

we can all agree he looks great in that portrait. น้ำเสียง/เจตนา

4:42

เราทุกคนคงเห็นพ้องต้องกันว่าเขาดูดีมากในภาพวาดนั้น

วลี

No matter what: พักรายละเอียดที่ยังไม่ได้ข้อสรุปไว้ก่อน

no matter what ที่ใช้เป็นวลีเดี่ยวหมายถึง “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น” หรือ “ไม่ว่าความเห็นฝ่ายใดจะถูกต้อง” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวพักความขัดแย้งที่ยังไม่ได้ข้อสรุปไว้ชั่วคราว แล้วนำไปสู่ข้อสรุปที่ผู้พูดมองว่ายังคงเป็นจริงอยู่ What เป็นส่วนหนึ่งของวลียอมรับเงื่อนไขแบบตายตัวนี้ ไม่ใช่คำถามที่รอกรรมมาต่อท้าย ในรูปแบบที่ใช้เดี่ยว no matter what จะตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค แล้วจึงตามด้วยข้อสรุป

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง no matter what ทำหน้าที่อะไร

  1. ทำให้ข้อสรุปต่อไปขึ้นอยู่กับคำตอบที่ยังไม่ทราบ
  2. ถามอีกฝ่ายว่าปัญหาที่ไม่ได้กล่าวถึงคืออะไร
  3. พักปัญหาที่ยังไม่ได้ข้อสรุปไว้ แล้วนำไปสู่ข้อสรุปที่ยังคงเป็นจริง
ดูคำตอบ

พักปัญหาที่ยังไม่ได้ข้อสรุปไว้ แล้วนำไปสู่ข้อสรุปที่ยังคงเป็นจริง

น้ำเสียง/เจตนา

We can all agree: เสนอจุดร่วม

We can all agree นำเสนอข้อความที่ตามมาว่าเป็นประเด็นที่ทุกคนน่าจะยอมรับได้ คำกริยาช่วย can ทำให้ประโยคนี้ไม่เหมือนการรายงานว่าได้ตกลงกันเรียบร้อยแล้ว แต่เหมือนการเชิญให้ทุกคนยอมรับจุดร่วมมากกว่า ขอบเขตของวลีนี้มีเพียงข้อความที่ตามมา คือเขาดูดีมากในภาพเหมือนนั้น ไม่ได้หมายความว่าทุกคนเห็นตรงกันเกี่ยวกับข้อถกเถียงก่อนหน้า โดยทั่วไป วลีนี้ช่วยจำกัดความเห็นต่างให้เหลือข้อสรุปร่วมที่มีขอบเขตแคบลง

แบบฝึกหัด

ทีมหนึ่งมีความเห็นต่างเรื่องกำหนดการ ประโยคใดช่วยเปลี่ยนการอภิปรายไปสู่จุดร่วมที่มีขอบเขตจำกัดได้ดีที่สุด

  1. We can all agree that the customer needs a clear update.
  2. We all agree about every part of the schedule.
  3. Can anyone explain the schedule again?
ดูคำตอบ

We can all agree that the customer needs a clear update.

A devout believer who broke with the Church. ลำดับความ

4:46

ผู้ศรัทธาที่เคร่งศาสนาแต่แยกตัวออกจากคริสตจักร

ลำดับความ

A devout believer who broke with the Church: ความขัดแย้งในส่วนประโยคที่เป็นนามวลี

“A devout believer” เริ่มด้วยการระบุตัวบุคคลผ่านสถานะทางศาสนาที่เคร่งครัด จากนั้น “who broke with the Church” เพิ่มการกระทำที่ขัดกับสถานะนั้น การเรียงข้อมูลแบบบอกตัวตนก่อนแล้วค่อยเผยความขัดแย้งทำให้ความซับซ้อนของบุคคลน่าจดจำ ทั้งบรรทัดเป็นนามวลี ไม่ใช่อนุประโยคอิสระ โดย “believer” เป็นคำนามหลัก และ “who broke with the Church” เป็นอนุประโยคสัมพัทธ์ที่ขยายคำนั้น ในบทสรุปที่ใช้โครงสร้างขนาน ส่วนของประโยคเช่นนี้ทำหน้าที่เป็นคำบอกลักษณะบุคคลแบบกระชับ ที่นี่ “break with” หมายถึงปฏิเสธหรือยุติความภักดีต่อสถาบันหรือผู้มีอำนาจ ไม่ได้หมายถึงทำให้สิ่งใดเสียหายทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

ส่วนของประโยค “A devout believer who broke with the Church.” ทำหน้าที่หลักอย่างไร?

  1. บอกว่ามีคนทำให้อาคารโบสถ์เสียหายทางกายภาพ
  2. บรรยายคนสองคนที่ไม่เกี่ยวข้องกันด้วยประโยคที่สมบูรณ์
  3. นำเสนอตัวตนทางศาสนา แล้วเพิ่มการกระทำที่ขัดแย้งกับตัวตนนั้น
ดูคำตอบ

นำเสนอตัวตนทางศาสนา แล้วเพิ่มการกระทำที่ขัดแย้งกับตัวตนนั้น

A man of learning who executed scholars. ลำดับความ

4:49

ผู้เปี่ยมด้วยความรู้แต่ประหารชีวิตเหล่านักปราชญ์

ลำดับความ

A man of learning who executed scholars: บอกตัวตนก่อน แล้วจึงเผยความขัดแย้ง

“A man of learning” เริ่มด้วยการนำเสนอบุคคลว่าเป็นคนมีความรู้และมีภูมิปัญญา ที่นี่ “learning” เป็นคำนาม หมายถึงความรู้หรือวิชาการ ไม่ได้หมายความว่าชายคนนั้นกำลังเรียนอยู่ จากนั้น “who executed scholars” เผยการกระทำที่ขัดแย้งอย่างรุนแรงกับตัวตนนั้น ทั้งบรรทัดเป็นส่วนของประโยคที่เป็นนามวลี โดย “man” เป็นคำนามหลัก และอนุประโยคสัมพัทธ์ที่ขึ้นต้นด้วย “who” ขยายคำนั้น เมื่อนำไปวางข้างส่วนของประโยคอื่นที่มีโครงสร้างเดียวกัน ลำดับที่บอกตัวตนก่อนแล้วตามด้วยการกระทำจะสร้างจังหวะแบบขนาน ขณะที่แต่ละช่วงหลังกลับความคาดหมายที่ช่วงแรกสร้างไว้

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดอธิบายทั้งความหมายของ “a man of learning” และวิธีจัดข้อมูลในส่วนของประโยคนี้ได้ดีที่สุด?

  1. หมายถึงชายที่กำลังเข้าเรียน แล้วอนุประโยคสัมพัทธ์บอกเป้าหมายทางการศึกษาของเขา
  2. หมายถึงชายที่มีความรู้ แล้วอนุประโยคสัมพัทธ์จึงเผยพฤติกรรมที่ขัดแย้งกับตัวตนนั้น
  3. หมายถึงครู แล้วอนุประโยคสัมพัทธ์ระบุนักปราชญ์ที่เขาเคยฝึกสอน
ดูคำตอบ

หมายถึงชายที่มีความรู้ แล้วอนุประโยคสัมพัทธ์จึงเผยพฤติกรรมที่ขัดแย้งกับตัวตนนั้น

A king who brought stability to the throne, ลำดับความ

4:51

กษัตริย์ผู้นำความมั่นคงมาสู่ราชบัลลังก์

but used it to promote his own glory.

4:54

แต่ใช้มันเพื่อส่งเสริมความรุ่งโรจน์ของตนเอง

ลำดับความ

A king who brought stability ..., but used it ...: จากคำชื่นชมสู่คำวิจารณ์

อนุประโยคขยาย who brought stability to the throne, but used it to promote his own glory เชื่อมการกระทำสองอย่างของกษัตริย์องค์เดียวกัน การกระทำแรกฟังดูเป็นด้านบวก ส่วน but บอกว่าการกระทำที่สองเปลี่ยนทิศทางของการประเมินและเป็นจุดที่แสดงคำวิจารณ์ ในที่นี้ it ย้อนกลับไปหมายถึง the throne หรือพระราชสถานะที่มั่นคงแล้วและพระราชอำนาจที่สถานะนั้นเป็นตัวแทน ไม่ได้ชี้ถึงสิ่งของใด ๆ อย่างคลุมเครือ รูปแบบนี้ช่วยให้ผู้เขียนยอมรับความสำเร็จที่เกิดขึ้นจริงก่อน แล้วจึงแสดงว่าความสำเร็จหรืออำนาจนั้นถูกใช้เพื่อจุดประสงค์ที่มีปัญหาหรือเห็นแก่ตัวอย่างไร

แบบฝึกหัด

but ทำหน้าที่อะไรในคำบรรยายนี้?

  1. ยอมรับความสำเร็จด้านบวกก่อน แล้วจึงเปลี่ยนไปเป็นการวิจารณ์
  2. ปฏิเสธว่ากษัตริย์เคยทำให้เกิดความมั่นคง
  3. เพิ่มความสำเร็จอีกอย่างที่เป็นด้านบวกเท่า ๆ กัน
ดูคำตอบ

ยอมรับความสำเร็จด้านบวกก่อน แล้วจึงเปลี่ยนไปเป็นการวิจารณ์

Henry VIII embodied all the contradictions of monarchy วลี

4:56

พระเจ้าเฮนรีที่ 8 ทรงรวบรวมความขัดแย้งทั้งหมดของระบอบกษัตริย์

on the verge of the modern era. วลี

5:00

บนพรมแดนแห่งยุคสมัยใหม่เอาไว้

วลี

embodied all the contradictions of monarchy: เป็นตัวแทนของความขัดแย้งทั้งหมดในระบอบกษัตริย์

ในที่นี้ embodied หมายถึงทำให้สิ่งหนึ่งมีรูปธรรมชัดเจนหรือเป็นตัวแทนของสิ่งนั้นอย่างเด่นชัด พระลักษณะและพระราชกรณียกิจของพระเจ้าเฮนรีที่ 8 ทำให้คุณลักษณะของระบอบกษัตริย์ที่ขัดแย้งกันปรากฏอยู่ในบุคคลคนเดียว โดย embodied ไม่ได้หมายถึงการกระทำทางร่างกาย กรรมของคำกริยาคือแนวคิดนามธรรม all the contradictions of monarchy คำว่า All เพิ่มน้ำหนักเชิงวาทศิลป์และนำเสนอพระองค์ในฐานะภาพรวมที่เด่นชัดของความตึงเครียดเหล่านั้น ไม่ได้หมายความว่ามีการแจกแจงความขัดแย้งทุกอย่างอย่างครบถ้วนตามตัวอักษร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบเป้าหมายโดยใช้ embodied: The reformer ____ his age.

ดูคำตอบ

embodied all the contradictions of

วลี

on the verge of the modern era: ณ ธรณีประตูสู่ยุคสมัยใหม่

on the verge of หมายถึงอยู่ใกล้จุดเปลี่ยนอย่างมาก แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นจะยังไม่เกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ ในประโยคนี้ ระบอบกษัตริย์ถูกนำเสนอว่าอยู่บนธรณีประตูของการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและสังคมในช่วงต้นยุคสมัยใหม่ คำว่า verge ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงขอบทางกายภาพ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ on the verge of + คำนามหรือวลีคำนาม หรือ on the verge of + รูป -ing โครงสร้างนี้ให้ความรู้สึกว่าจุดเปลี่ยนใกล้เข้ามามากกว่าการใช้เพียง before

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายสี่คำที่หมายถึงใกล้บางสิ่งอย่างมาก: The city is ____ a major housing crisis.

ดูคำตอบ

on the verge of

But separating the ruler from the myth สำนวน

5:02

แต่การแยกผู้ปกครองออกจากตำนานปรัมปรา

is all part of putting history on trial. สำนวน

5:04

ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการนำประวัติศาสตร์ขึ้นศาลพิจารณา

สำนวน

separating the ruler from the myth: แยกผู้ปกครองออกจากภาพมายาคติ

separating the ruler from the myth หมายถึงการวิเคราะห์เพื่อแยกบุคคลในประวัติศาสตร์และหลักฐานเกี่ยวกับการปกครองของเขาออกจากภาพลักษณ์ที่ถูกทำให้ง่ายเกินจริง ถูกกล่าวเกินจริง หรือถูกสร้างเป็นตำนานรอบตัวเขา ไม่ได้หมายถึงการแยกบุคคลหรือสิ่งของออกจากกันทางกายภาพ และ myth ในที่นี้อาจหมายถึงเรื่องเล่าสาธารณะที่ถูกสร้างขึ้น ไม่ใช่เพียงเทพปกรณัมโบราณ โครงสร้าง separate X from Y ที่นำไปใช้ต่อได้ หมายถึงการระบุว่าลักษณะหรือคำกล่าวใดเป็นของ X และสิ่งใดเป็นของ Y มักใช้เมื่อประเมินประวัติศาสตร์ สื่อ หลักฐาน หรือชื่อเสียงในสายตาสาธารณะ

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างเป้าหมายด้วยบุพบทที่ถูกต้อง: A careful biography separates the person ____ the public image.

ดูคำตอบ

from

สำนวน

อุปลักษณ์ putting history on trial

ในที่นี้ putting history on trial เป็นอุปลักษณ์ที่เปรียบกับศาล หมายถึงการตรวจสอบข้อกล่าวอ้าง หลักฐาน และเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์ที่คุ้นเคยอย่างมีวิจารณญาณ ราวกับกำลังพิจารณาหลักฐานในคดี ไม่ได้หมายความว่าประวัติศาสตร์ถูกฟ้องจริง ๆ วลี is all part of แสดงว่าการแยกผู้ปกครองตัวจริงออกจากตำนานเป็นขั้นตอนหนึ่งที่จำเป็นในการตรวจสอบครั้งใหญ่นี้ โดยทั่วไป put an idea or institution on trial หมายถึงการนำแนวคิดหรือสถาบันมารับการพิจารณาหรือวิจารณ์อย่างจริงจังต่อสาธารณะ

แบบฝึกหัด

สำนวนในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร: The documentary puts our idea of progress on trial.?

  1. เริ่มคดีอาญาจริงต่ออดีต
  2. ขอให้ผู้ชมท่องจำลำดับเหตุการณ์
  3. ตรวจสอบและตัดสินแนวคิดนั้นอย่างมีวิจารณญาณ
ดูคำตอบ

ตรวจสอบและตัดสินแนวคิดนั้นอย่างมีวิจารณญาณ

Check out more videos in our History vs. series

5:08

รับชมวิดีโอเพิ่มเติมในซีรีส์ ประวัติศาสตร์ vs ของเรา

to see how some of the world's most controversial leaders

5:11

เพื่อดูว่าผู้นำที่ตกเป็นที่ถกเถียงมากที่สุดในโลกบางคน

wielded their power. วลี

5:14

ใช้อำนาจของพวกเขาอย่างไร

วลี

Wielded their power: ใช้อำนาจอย่างแข็งขัน

เมื่อ wield ใช้กับกรรมที่เป็นนามธรรมอย่าง power จะหมายถึงการควบคุมและใช้อำนาจหรือพลังนั้นอย่างแข็งขัน ดังนั้น wielded their power จึงอธิบายว่าผู้นำนำอำนาจของตนไปใช้และส่งผลต่อผู้คนหรือเหตุการณ์อย่างไร ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาแกว่งสิ่งใดจริง ๆ คำกริยานี้เน้นให้เห็นการควบคุมของผู้ถืออำนาจและผลที่เกิดจากอำนาจนั้น แต่ตัวคำเองไม่ได้บอกว่าใช้อำนาจในทางดีหรือไม่ดี

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปอดีตของ wield its power: During the crisis, the council ____ to silence its critics.

ดูคำตอบ

wielded its power