คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าอะไรคือความจริง? - Sheila Marie Orfano: บทเรียนภาษาอังกฤษ
TED-Ed
ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนำเรื่องสั้น In a Grove ของอากูตางาวะและภาพยนตร์ Rashomon ของคุโรซาวะมาอธิบายว่า คำบอกเล่าเกี่ยวกับเหตุการณ์เดียวกันที่ขัดแย้งกันแต่ล้วนฟังดูเป็นไปได้ เผยให้เห็นความไม่น่าไว้วางใจของความทรงจำและท้าทายแนวคิดที่ว่ามีความจริงเชิงวัตถุเพียงหนึ่งเดียว ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. The Rashomon Effect describes a situation in which — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: เรียนรู้โครงสร้างที่ชัดเจนสำหรับนิยามแนวคิดนามธรรม ก่อนขยายความถึงเงื่อนไข ผลที่ตามมา หรือตัวอย่างจริง เหมาะสำหรับใช้ในงานนำเสนอ บทความอธิบาย และการแนะนำศัพท์เฉพาะ 2. cast a positive light on their actions. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่าวลีเชิงประเมินนี้หมายถึงการนำเสนอการกระทำของใครบางคนให้ดูดีขึ้น และนำไปใช้เมื่อกล่าวถึงความทรงจำที่มีอคติ การวางกรอบข่าว การโต้แย้ง หรือการแก้ต่างให้ตนเอง 3. there may be value in embracing the ambiguity. — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่มักใช้ร่วมกัน: ใช้รูปแบบที่แสดงความระมัดระวังนี้เพื่อเสนอว่า การยอมรับความไม่แน่นอนอาจมีคุณค่า แทนที่จะฝืนหาข้อสรุปเด็ดขาดเมื่อหลักฐาน ความทรงจำ หรือมุมมองไม่ตรงกัน
คำอธิบายในบทเรียนนี้
is found dead: โครงสร้างกรรมวาจก be found + คำคุณศัพท์
ในที่นี้ is found dead ใช้โครงสร้างกรรมวาจก be found + คำคุณศัพท์ ซามูไรคือผู้ที่ถูกใครบางคนพบ และ dead บอกสภาพของเขาในขณะที่ถูกพบ หากเปลี่ยนเป็นประโยคกรรตุวาจกจะเป็น Someone finds a samurai dead. โครงสร้างนี้เน้นผู้ที่ถูกพบและผลของการค้นพบ ไม่ได้เน้นผู้ที่พบ มักใช้ในรายงานข่าว คำบรรยายคดี และตอนเปิดเรื่อง แต่ตัวโครงสร้างเองไม่ได้บอกว่าบุคคลนั้นเสียชีวิตอย่างไร
แบบฝึกหัด
เปลี่ยน is found dead เป็นรูปอดีตเพื่อเติมรายงานให้สมบูรณ์: Yesterday, the missing hiker ____ near the river.
ดูคำตอบ
was found dead
One by one, the crime's only known witnesses recount their version of the events that transpired. โน้ต
0:13พยานเพียงไม่กี่คนที่รู้เห็นเหตุการณ์อาชญากรรมนี้ ต่างเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในมุมมองของตนทีละคน
One by one: ส่งสัญญาณว่ากำลังเกิดขึ้นตามลำดับ
One by one ที่ต้นประโยคบอกผู้ฟังก่อนว่าพยานพูดแยกกันตามลำดับ ไม่ได้พูดพร้อมกันทั้งหมด วลีนี้กำหนดลำดับไว้ก่อนที่ประโยคจะบอกการกระทำที่เกิดซ้ำคือ recount ในฐานะสัญญาณจัดระเบียบเนื้อความ วลีนี้เตรียมให้ผู้ฟังคาดว่าจะมีคนหรือสิ่งต่าง ๆ ทำการกระทำที่คล้ายกันต่อเนื่องกัน ช่วยให้เรื่องเล่าเปลี่ยนจากกลุ่มโดยรวมไปสู่สมาชิกแต่ละคนตามลำดับ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกผู้ฟังอย่างชัดเจนตั้งแต่ต้นว่าผู้พูดผลัดกันพูด?
- The club members had several plans to share.
- At the same time, the club members shared their plans.
- One by one, the club members shared their plans.
ดูคำตอบ
One by one, the club members shared their plans.
recount their version of the events that transpired: เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามมุมมองของตน
ในที่นี้ recount หมายถึง “เล่าอย่างละเอียด” ส่วน their version of the events คือเรื่องราวของเหตุการณ์ตามที่พยานแต่ละคนเชื่อหรือนำเสนอว่าเกิดขึ้น คำว่า version ชี้ว่าเป็นมุมมองส่วนบุคคล หลายคนอาจบรรยายเหตุการณ์เดียวกันต่างกันได้ วลีนี้จึงไม่ได้ถือว่าคำบอกเล่าใดเป็นข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว that transpired ขยายคำว่า events และเป็นคำทางการที่หมายถึง “ที่เกิดขึ้น” วลีทั้งหมดเป็นวิธีพูดแบบเป็นทางการว่าผู้คนเล่าสิ่งที่ตนเชื่อว่าเกิดขึ้น โดยเฉพาะเมื่อคำบอกเล่าอาจขัดแย้งกัน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดรักษาทั้งน้ำเสียงการรายงานอย่างเป็นทางการและความหมายที่ว่าพยานอาจมีคำบอกเล่าต่างกันได้ดีที่สุด
- Each witness briefly mentioned that an incident occurred.
- Each witness confirmed that everyone agreed about the incident.
- Each witness recounted their version of the incident.
ดูคำตอบ
Each witness recounted their version of the incident.
it becomes clear that every testimony is plausible, โน้ต
0:23ก็เป็นที่แน่ชัดว่าทุกคำให้การนั้นฟังดูสมเหตุสมผล
as they each tell their tale: as ที่แสดงความคืบหน้าตามเวลา
ในที่นี้ as นำเข้าสู่กรอบเวลา โดยหมายถึง “ขณะที่” หรือ “เมื่อกระบวนการดำเนินต่อไป” การเล่าเรื่องกับการตระหนักรู้ในประโยคหลักพัฒนาไปพร้อมกัน จึงหมายความว่าบางอย่างค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นเมื่อเรื่องราวของแต่ละคนคลี่ออก เนื่องจากประโยคหลักใช้ becomes clear ประโยคนี้จึงเน้นความเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป หากตีความ as ว่า “เพราะ” ความสัมพันธ์ด้านเวลาจะเปลี่ยนเป็นความสัมพันธ์เชิงเหตุผล
แบบฝึกหัด
as ในตัวอย่างแสดงความสัมพันธ์แบบใด
- as หมายถึง “ในฐานะ”
- as แสดงเวลา: สถานการณ์ชัดเจนขึ้นระหว่างที่มีการเล่าเรื่อง
- as แสดงเหตุผล: การเล่าเรื่องเองเป็นสาเหตุของข้อสรุป
ดูคำตอบ
as แสดงเวลา: สถานการณ์ชัดเจนขึ้นระหว่างที่มีการเล่าเรื่อง
it becomes clear that: แสดงข้อสรุปที่ค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น
โครงสร้าง it becomes clear that ใช้เกริ่นข้อสรุปที่ค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นเมื่อมีหลักฐานเพิ่มขึ้นหรือเข้าใจเรื่องนั้นมากขึ้น โดย it เป็นประธานสมมติ ส่วนข้อสรุปจริงอยู่ในอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that clear ในที่นี้หมายถึง “เห็นได้ชัดหรือเข้าใจได้ชัดเจน” ไม่ใช่ “คมชัด” ในเชิงภาพ โครงสร้างแบบไม่ระบุผู้ตัดสินนี้เน้นว่าหลักฐานนำไปสู่ข้อสรุปอย่างไร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของโครงสร้างเป้าหมายเพื่อแสดงว่าข้อสรุปค่อย ๆ ปรากฏชัด: After we checked the receipts, ____ the total had been entered twice.
ดูคำตอบ
it became clear that
is plausible, yet different: ใช้ yet เพื่อเชื่อมความหมายที่ตัดกัน
ในที่นี้ yet เป็นคำสันธานที่เชื่อมคำอธิบายสองอย่างซึ่งเป็นจริงพร้อมกัน กล่าวคือ คำให้การแต่ละฉบับฟังดูสมเหตุสมผล แต่คำให้การเหล่านั้นแตกต่างกัน คำอธิบายส่วนหลังขัดกับสิ่งที่ส่วนแรกอาจทำให้เราคาดไว้ รูปแบบ adjective, yet adjective จัดข้อมูลโดยยอมรับประเด็นแรกก่อน แล้วจึงเพิ่มข้อจำกัดหรือความแตกต่างที่คาดไม่ถึง ในตำแหน่งนี้ yet หมายถึง but หรือ nevertheless ไม่ได้หมายถึง “จนถึงตอนนี้”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ yet เชื่อมข้อ判断สองอย่างที่มีความหมายตัดกัน?
- The method has not been tested yet.
- Have they tested the method yet?
- The method is unusual, yet effective.
ดูคำตอบ
The method is unusual, yet effective.
each witness implicates themselves: พยานแต่ละคนทำให้ตัวเองพัวพันกับการกระทำผิด
ในประโยคนี้ implicates หมายถึง “ทำให้คนคนหนึ่งดูเหมือนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมหรือการกระทำผิดอื่น ๆ” คำให้การของพยานแต่ละคนกลับชี้มาที่ตัวพยานคนนั้นเอง ดังนั้น themselves จึงเป็นกรรมสะท้อนกลับที่อ้างถึงพยาน ไม่ใช่คนอื่น Each witness เป็นเอกพจน์ตามหลักไวยากรณ์ ในภาษาอังกฤษปัจจุบัน themselves ใช้เป็นสรรพนามสะท้อนกลับเอกพจน์ได้เมื่อไม่ได้ระบุเพศของบุคคล ดังนั้น each witness ... themselves จึงเป็นรูปที่เป็นธรรมชาติและไม่จำกัดเพศ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าหลักฐานเชื่อมโยงผู้จัดการสองคนกับการฉ้อโกงที่อาจเกิดขึ้น
- The emails implicated two managers in the fraud.
- The emails introduced two managers to the auditors.
- The emails implied that the meeting would be delayed.
ดูคำตอบ
The emails implicated two managers in the fraud.
This is the premise of: ระบุแนวคิดตั้งต้นของผลงาน
This อ้างกลับไปถึงสถานการณ์ที่เพิ่งอธิบายไป โครงสร้าง This is the premise of + ผลงาน จะรวบข้อมูลก่อนหน้าและนำเสนอว่าเป็นฉากตั้งต้นหรือแนวคิดเริ่มต้นที่ผลงานนั้นสร้างขึ้นมา Premise ไม่ใช่เรื่องย่อของเหตุการณ์ทั้งหมด ใช้โครงสร้างนี้หลังจากอธิบายแนวคิดหลักแบบ “ถ้า...จะเป็นอย่างไร?” หรือเงื่อนไขตั้งต้น แล้วจึงบอกว่าแนวคิดนี้เป็นของเรื่อง ภาพยนตร์ ซีรีส์ หรือข้อโต้แย้งใด
แบบฝึกหัด
ภาพยนตร์เรื่องหนึ่งเริ่มต้นในเมืองที่ไม่มีใครโกหกได้ เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่ระบุว่าแนวคิดนี้เป็นฉากตั้งต้นของภาพยนตร์: "____ the film."
ดูคำตอบ
This is the premise of
published in the early 1920s: ส่วนขยายแบบถูกกระทำหลังคำนาม
published in the early 1920s อยู่หลัง a short story และให้ข้อมูลเพิ่มว่าเรื่องนี้ตีพิมพ์เมื่อใด เป็นวลี past participle ที่มีความหมายแบบถูกกระทำ โดยเรื่องสั้นเป็นสิ่งที่ถูกตีพิมพ์ รูปเต็มคือ a short story that was published in the early 1920s โครงสร้างอนุประโยคสัมพัทธ์แบบย่อนี้พบบ่อยในการแนะนำหนังสือ ภาพยนตร์ บทความ และบันทึกทางประวัติศาสตร์ ส่วน published ในที่นี้ไม่ใช่กริยาหลักอีกตัวหนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมอนุประโยคสัมพัทธ์แบบถูกกระทำที่ย่อแล้วด้วยรูปที่ถูกต้องของ publish: The report ____ last year changed the debate.
ดูคำตอบ
published
Though many know this tale of warring perspectives โน้ต
0:40แม้ว่าหลายคนจะรู้จักเรื่องราวของมุมมองที่ขัดแย้งกันนี้
of warring perspectives: มุมมองที่ขัดแย้งกันอย่างรุนแรง
ในที่นี้ warring ใช้เป็นคำเปรียบเทียบ โดยนำเสนอมุมมองต่าง ๆ ราวกับเป็นฝ่ายตรงข้ามกันในสงคราม ไม่ได้หมายถึงการสู้รบจริง วลีนี้สื่อถึงมุมมองหรือคำอธิบายที่ขัดแย้งกันอย่างรุนแรงและแข่งขันกันเพื่ออธิบายเรื่องเดียวกัน จึงมีน้ำหนักแรงกว่าการพูดเพียงว่า different perspectives
แบบฝึกหัด
warring perspectives ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?
- มุมมองที่แตกต่างกันแต่เข้ากันได้ง่าย
- มุมมองที่ขัดแย้งกันอย่างรุนแรง
- มุมมองของคนที่กำลังต่อสู้ในสงครามจริง
ดูคำตอบ
มุมมองที่ขัดแย้งกันอย่างรุนแรง
Though many know ... by a different name: การปูพื้นแบบยอมรับข้อเท็จจริง
Though ใช้เกริ่นข้อมูลเบื้องหลังแบบยอมรับข้อเท็จจริงที่ดูขัดกับประเด็นหลัก ผู้พูดยอมรับก่อนว่าหลายคนรู้จักเรื่องนี้ในชื่อที่คุ้นเคยว่า Rashomon แล้วจึงดึงความสนใจไปยังชื่อหรือข้อเท็จจริงที่ไม่คุ้นเคยแต่สำคัญต่อจากนั้น อนุประโยค Though ทำหน้าที่ปูพื้นให้ใจความหลัก ไม่ใช่ข้อสรุปหลักเอง Know something by a different name หมายถึงการรู้จักหรือเรียกสิ่งหนึ่งด้วยอีกชื่อหนึ่ง ในที่นี้ Rashomon คือชื่ออื่นนั้น
แบบฝึกหัด
ประโยคสมบูรณ์ข้อใดใช้ Though เพื่อเกริ่นข้อมูลเบื้องหลังเชิงยอมรับข้อเท็จจริงก่อนใจความหลัก
- Though the evidence was limited, the jury reached a decision.
- The evidence was limited, so the jury requested more information.
- Because the evidence was limited, the jury delayed its decision.
ดูคำตอบ
Though the evidence was limited, the jury reached a decision.
In 1950, Japanese filmmaker Akira Kurosawa
0:45ในปี 1950 ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวญี่ปุ่น อากิระ คุโรซาวา
adapted two of Akutagawa's stories into one film. วลี
0:49ได้ดัดแปลงเรื่องราวสองเรื่องของอะคุตะงะวะให้กลายเป็นภาพยนตร์เรื่องเดียว
adapt X into Y: ดัดแปลงเนื้อหาต้นทางเป็นผลงานใหม่
ในบริบทของสื่อ adapt X into Y หมายถึงการใช้ X เป็นเนื้อหาต้นทางแล้วปรับสร้างเป็น Y ซึ่งมักเป็นผลงานหรือรูปแบบใหม่ ในประโยคนี้ X คือเรื่องสองเรื่อง และ Y คือภาพยนตร์หนึ่งเรื่อง กรรมที่ตามหลัง adapt ระบุเนื้อหาต้นทาง ส่วน into นำไปสู่ผลงานที่ได้จากการดัดแปลง Adapted เป็นรูปอดีต และอากิระ คุโรซาวะคือผู้ทำการดัดแปลง
แบบฝึกหัด
เติมคำบุพบทที่จำเป็นเพื่อให้โครงสร้างการดัดแปลงสื่อสมบูรณ์: The team adapted the graphic novel ____ a video game.
ดูคำตอบ
into
This movie introduced the world to an enduring cultural metaphor โน้ต
0:53ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้แนะนำให้โลกได้รู้จักกับอุปมาอุปไมยทางวัฒนธรรมที่ยั่งยืน
introduced the world to: ทำให้ผู้คนทั่วโลกรู้จักบางสิ่ง
โครงสร้าง introduce A to B หมายถึงทำให้ A ได้พบ ค้นพบ หรือคุ้นเคยกับ B ในประโยคนี้ A คือ the world ซึ่งหมายถึงผู้ชมทั่วโลก และ B คืออุปลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่คงอยู่ยาวนาน ข้อมูลเคลื่อนจากผู้รับไปสู่แนวคิดใหม่ กล่าวคือ ภาพยนตร์ทำให้ผู้คนทั่วโลกรู้จักอุปลักษณ์นี้ ไม่ได้หมายความว่านำโลกไปแนะนำให้สิ่งอื่นรู้จัก
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าพิพิธภัณฑ์ช่วยให้ผู้เข้าชมจำนวนมากได้รู้จักประวัติศาสตร์ท้องถิ่น
- The museum introduced many visitors to local history.
- The museum introduced local history many visitors.
- The museum introduced many visitors with local history.
ดูคำตอบ
The museum introduced many visitors to local history.
enduring cultural metaphor: กรอบความคิดที่คงอยู่ยาวนานเพื่อทำความเข้าใจความเป็นจริง
Enduring หมายถึงยังคงมีความสำคัญเป็นเวลานาน ไม่ใช่เพียงได้รับความนิยมช่วงสั้น ๆ ส่วน cultural metaphor คือภาพ เรื่องราว หรือแนวคิดที่ชุมชนหนึ่งนำมาใช้ซ้ำ ๆ เป็นกรอบในการทำความเข้าใจสถานการณ์จริง ในที่นี้ Rashomon ไม่ได้เป็นเพียงชื่อผลงานอีกต่อไป แต่กลายเป็นป้ายเรียกสถานการณ์ที่เหตุการณ์เดียวกันก่อให้เกิดคำบอกเล่าหลายแบบซึ่งขัดแย้งกันแต่ต่างก็ดูน่าเชื่อ จึงนำอุปลักษณ์นี้ไปใช้กับเรื่องความจริง ความยุติธรรม และความทรงจำได้
แบบฝึกหัด
ในบริบทนี้ enduring cultural metaphor หมายถึงอะไร
- อุปลักษณ์ที่ยังคงมีอิทธิพลและถูกใช้ซ้ำ ๆ เพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์จริง
- ถ้อยคำประดับที่ปรากฏเพียงครั้งเดียวในผลงานต้นฉบับ
- แนวคิดทางวัฒนธรรมที่เคยนิยมช่วงสั้น ๆ แต่ปัจจุบันไม่สำคัญแล้ว
ดูคำตอบ
อุปลักษณ์ที่ยังคงมีอิทธิพลและถูกใช้ซ้ำ ๆ เพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์จริง
that has transformed our understanding of: การเปลี่ยนแปลงในอดีตที่ส่งผลถึงปัจจุบัน
That เริ่มอนุประโยคขยายที่อธิบายสิ่งซึ่งกล่าวถึงก่อนข้อความส่วนนี้ Has transformed เป็น present perfect โดยวางการเปลี่ยนแปลงไว้ก่อนปัจจุบัน แต่เสนอว่าผลของมันยังสำคัญในตอนนี้ เพราะยังคงมีอิทธิพลต่อวิธีที่ผู้คนเข้าใจความจริง ความยุติธรรม และความทรงจำของมนุษย์ Transform our understanding of X หมายถึงเปลี่ยนวิธีพื้นฐานที่เราคิดเกี่ยวกับ X ไม่ใช่เพียงเพิ่มข้อเท็จจริงหรือเปลี่ยนความคิดเห็นชั่วคราว รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ something has transformed our understanding of X
แบบฝึกหัด
ประโยคใดแสดงชัดเจนที่สุดว่าการค้นพบในอดีตมีผลที่ยังสำคัญในปัจจุบัน?
- The discovery may transform our understanding of the disease.
- In 1998, the discovery transformed our understanding of the disease.
- The discovery has transformed our understanding of the disease.
ดูคำตอบ
The discovery has transformed our understanding of the disease.
but equally conceivable accounts of the same event.
1:12แต่ก็เป็นไปได้พอๆ กันสำหรับเหตุการณ์เดียวกัน
The Rashomon Effect describes a situation in which: การสร้างคำจำกัดความ
รูปแบบ X describes a situation in which ... จัดโครงสร้างคำจำกัดความเป็นสามขั้นตอน ได้แก่ บอกชื่อคำศัพท์ จัดให้อยู่ในหมวดกว้างคือ a situation แล้วใช้อนุประโยค in which เพื่อระบุว่าเกิดอะไรขึ้นในสถานการณ์นั้น ในที่นี้ describes หมายถึง “อธิบายหรือบอกลักษณะ” ไม่ใช่ “สร้างภาพให้เห็น” อนุประโยค in which ขยาย situation ดังนั้นข้อมูลที่ตามมาจึงให้ลักษณะสำคัญที่ใช้กำหนดความหมาย
แบบฝึกหัด
เติมคำจำกัดความด้วยรูปแบบเป้าหมาย: The term "power outage" ____ electricity is unavailable.
ดูคำตอบ
describes a situation in which
คำบอกเล่าที่แตกต่างกันมาก แต่ล้วนพอจะเป็นไปได้เท่า ๆ กัน
ในประโยคนี้ accounts หมายถึงคำบอกเล่าหรือคำอธิบายเกี่ยวกับเหตุการณ์หนึ่ง Significantly different บอกว่าคำบอกเล่าเหล่านั้นแตกต่างกันในประเด็นสำคัญ ไม่ใช่แค่รายละเอียดเล็กน้อย โครงสร้าง different, but equally conceivable นำความขัดแย้งกับความเป็นไปได้มาไว้ด้วยกัน กล่าวคือ คำบอกเล่าไม่ตรงกัน แต่แต่ละแบบยังสามารถนึกว่าเป็นคำอธิบายที่เป็นไปได้ Conceivable ไม่ได้หมายความว่าได้รับการพิสูจน์แล้ว หรือทุกคำบอกเล่าน่าเชื่อถือเท่ากัน
แบบฝึกหัด
ความหมายใดตรงกับ significantly different, but equally conceivable accounts มากที่สุด
- คำบอกเล่าต่างกันเพียงรายละเอียดเล็กน้อย และทุกแบบได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นจริง
- คำบอกเล่าแตกต่างกันมาก แต่แต่ละแบบยังสามารถนึกว่าเป็นไปได้
- คำบอกเล่าเหมือนกันทั้งหมด แต่ไม่มีแบบใดที่อาจเป็นจริงได้
ดูคำตอบ
คำบอกเล่าแตกต่างกันมาก แต่แต่ละแบบยังสามารถนึกว่าเป็นไปได้
Often used to highlight the unreliability of eyewitnesses, ไวยากรณ์
1:16มักใช้เพื่อเน้นย้ำถึงความไม่น่าเชื่อถือของพยานบุคคล
Often used to highlight ... ในฐานะวลี past participle เปิดประโยค
Often used to highlight ... เป็นวลี past participle ที่มีความหมายแบบถูกกระทำ ในที่นี้มีความหมายใกล้เคียงกับ The Rashomon Effect is often used to highlight ... โดยละประธานและรูปหนึ่งของ be ไว้ในวลีเปิด เมื่อวางก่อนอนุประโยคหลัก วลีนี้จะอธิบายการใช้งานทั่วไปของประธานที่ตามมาอย่างกระชับ วลีนี้ไม่ใช่ประโยคสมบูรณ์เมื่ออยู่ลำพัง และประธานที่ตามมาต้องเป็นสิ่งที่ถูกใช้งานตามหลักเหตุผล
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเชื่อมวลี past participle ที่เปิดประโยคกับคำนามที่วลีนั้นขยายได้ถูกต้อง
- Often used to track storms, the warnings help meteorologists.
- Often used to track storms, radar helps meteorologists issue warnings.
- Often used to track storms, meteorologists rely on radar.
ดูคำตอบ
Often used to track storms, radar helps meteorologists issue warnings.
the Rashomon Effect usually occurs under two specific conditions. วลี
1:19ปรากฏการณ์ราโชมอนมักเกิดขึ้นภายใต้เงื่อนไขเฉพาะสองประการ
occur under specific conditions: เกิดขึ้นภายใต้เงื่อนไขเฉพาะ
Occur หมายถึง “เกิดขึ้น” ในโครงสร้าง occur under + conditions คำว่า under ใช้บอกข้อกำหนดหรือสถานการณ์ที่ต้องมีเพื่อให้เหตุการณ์หรือปรากฏการณ์เกิดขึ้น ไม่ได้บอกตำแหน่งทางกายภาพว่าอยู่ข้างใต้ โครงสร้างนี้มีประโยชน์อย่างยิ่งเมื่อต้องอธิบายกฎ การทดลอง ผลลัพธ์ทางเทคนิค หรือปรากฏการณ์ทางสังคม ตัวเลขอย่าง two บอกผู้ฟังว่าจะมีการกล่าวถึงเงื่อนไขที่จำเป็นกี่ข้อ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ occur under + conditions เพื่อบอกว่าจำเป็นต้องมีอุณหภูมิต่ำ
- The process occurs only under low-temperature conditions.
- The process occurs only after the temperature rises.
- The process creates low-temperature conditions.
ดูคำตอบ
The process occurs only under low-temperature conditions.
The first, there's no evidence to verify what really happened. ไวยากรณ์
1:24ประการแรก ไม่มีหลักฐานเพื่อยืนยันว่าเกิดอะไรขึ้นจริงๆ
there's no evidence to verify ...: ไม่มีหลักฐานที่จะยืนยัน...
There's no ... เป็นรูปย่อของ There is no ... และใช้กล่าวถึงสิ่งที่ไม่มีอยู่ ใน there's no evidence to verify ... รูป infinitive คือ to verify อธิบายว่าหลักฐานที่ไม่มีนั้นควรนำไปใช้ทำอะไร นั่นคือใช้ยืนยันว่าสิ่งหนึ่งเป็นความจริงหรือถูกต้องหรือไม่ What really happened เป็นคำถามแฝงที่ทำหน้าที่เป็นกรรมของ verify ทั้งประโยคหมายความว่าขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันข้อเท็จจริงจากหลักฐานได้ แต่ไม่ได้พิสูจน์ด้วยตัวมันเองว่าคำบอกเล่าใดเป็นเท็จ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดกล่าวว่าไม่มีหลักฐานที่มีอยู่ซึ่งสามารถยืนยันได้ว่าเรื่องราวนี้เป็นจริงหรือไม่
- There is some evidence that supports the story.
- The story has already been proved false.
- There is no evidence to verify the story.
ดูคำตอบ
There is no evidence to verify the story.
often provided by an authority figure trying to identify the definitive truth. การใช้คำ
1:31ซึ่งมักจะมาจากผู้มีอำนาจที่พยายามระบุความจริงขั้นเด็ดขาด
there's pressure to achieve closure: มีแรงกดดันให้หาข้อยุติ
There's pressure to + คำกริยา หมายถึงมีแรงผลักดันทางสังคม ทางสถาบัน หรือทางจิตใจให้คนทำบางสิ่ง แม้จะไม่มีใครออกคำสั่งโดยตรงก็ตาม ในที่นี้ achieve closure หมายถึงการไปถึงบทสรุปหรือจุดจบที่ยอมรับได้และทำให้ความไม่แน่นอนสิ้นสุดลง Closure เป็นการยุติในเชิงจิตใจหรือการเล่าเรื่อง ไม่ใช่การปิดสถานที่จริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึงการไปถึงจุดจบที่ยอมรับได้หลังจากความไม่แน่นอน: After months of unanswered questions, the family hoped to ____.
ดูคำตอบ
achieve closure
the definitive truth: kebenaran yang bersifat final dan menentukan
Definitive หมายถึงสิ่งที่มีความเป็นที่สุดและมีน้ำหนักน่าเชื่อถือมากพอที่จะชี้ขาดประเด็นหนึ่งได้ ดังนั้น the definitive truth จึงหมายถึงความจริงฉบับที่ถูกมองว่าเป็นข้อสรุปสุดท้ายและไม่คาดว่าจะมีการโต้แย้งต่อไป ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าผู้มีอำนาจกำลังพยายามสร้างคำอธิบายสุดท้ายเพียงหนึ่งเดียว ไม่ใช่แค่ค้นหาข้อมูลที่ชัดเจนหรือแน่นอน
แบบฝึกหัด
รายงานฉบับหนึ่งถูกนำเสนอว่าเป็นคำอธิบายสุดท้ายที่จะยุติการโต้แย้ง เลือกคำที่เหมาะสมที่สุด: They called it the ___ report.
- definite
- definitive
- temporary
ดูคำตอบ
definitive
undermines the very idea: สั่นคลอนข้อสมมติพื้นฐานนั้นเอง
ในที่นี้ undermines หมายถึงการทำให้รากฐานของความเชื่อหรือข้ออ้างอ่อนแอลง จนยอมรับได้ยากขึ้น มีน้ำหนักมากกว่าเพียง disagrees with ใน the very idea of X คำว่า very เน้นว่าเป็น “ตัวแนวคิดนั้นเอง” ดังนั้น undermines the very idea of X จึงหมายถึงหลักฐาน เหตุการณ์ หรือข้อขัดแย้งที่สั่นคลอนข้อสมมติพื้นฐาน ไม่ใช่แค่รายละเอียดหนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “ทำให้ข้อสมมติพื้นฐานนั้นเองอ่อนแอลง”: New evidence ____ that the method works for everyone.
ดูคำตอบ
undermines the very idea
a singular, objective truth: ความจริงหนึ่งเดียวที่ไม่ขึ้นกับมุมมอง
ในวลีนี้ singular หมายถึงมีเพียงหนึ่งเดียว ส่วน objective หมายถึงไม่ขึ้นกับมุมมอง ความรู้สึก หรืออคติของบุคคล คำคุณศัพท์ทั้งสองขยาย truth เมื่อรวมกัน a singular, objective truth หมายถึงความจริงเพียงหนึ่งเดียวที่ไม่เปลี่ยนไปตามผู้สังเกต ในที่นี้ objective เป็นคำคุณศัพท์ ไม่ใช่คำนามที่แปลว่า “เป้าหมาย”
แบบฝึกหัด
ในบริบทนี้ a singular, objective truth หมายถึงอะไร?
- การตีความส่วนบุคคลหลายแบบที่ถูกต้องเท่าเทียมกัน
- ความจริงหนึ่งเดียวที่ไม่ขึ้นกับมุมมองส่วนบุคคลของใคร
- เป้าหมายเชิงปฏิบัติที่วัดได้
ดูคำตอบ
ความจริงหนึ่งเดียวที่ไม่ขึ้นกับมุมมองส่วนบุคคลของใคร
the source material: ต้นฉบับที่เป็นพื้นฐานของงานดัดแปลง
เมื่อพูดถึงงานดัดแปลง the source material หมายถึงผลงานต้นฉบับหรือเนื้อหาต้นทางที่ภาพยนตร์ ซีรีส์ เกม หรือผลงานฉบับอื่นนำมาใช้เป็นพื้นฐาน อาจเป็นนวนิยาย การ์ตูน บทละคร บันทึกทางประวัติศาสตร์ หรือแหล่งข้อมูลหลายแห่งก็ได้ material ในที่นี้หมายถึงเนื้อหาสำหรับการสร้างสรรค์ ไม่ใช่วัสดุทางกายภาพ วลีนี้ช่วยแยกสิ่งที่มีอยู่ในต้นฉบับออกจากสิ่งที่ผู้สร้างเลือกเปลี่ยนในการดัดแปลง
แบบฝึกหัด
เติมศัพท์ด้านสื่อที่หมายถึงผลงานต้นฉบับซึ่งเป็นพื้นฐานของงานดัดแปลง: The film changes the ending of the ____.
ดูคำตอบ
source material
use the tools of their media to give each character's testimony equal weight, วลี
1:46ใช้เครื่องมือจากสื่อของพวกเขาเพื่อให้คำให้การของตัวละครแต่ละตัวมีน้ำหนักเท่ากัน
give each character's testimony equal weight: ให้น้ำหนักแก่คำให้การของตัวละครแต่ละคนอย่างเท่าเทียมกัน
โครงสร้าง give + หลักฐาน ความคิดเห็น หรือปัจจัย + weight หมายถึงการถือว่าสิ่งนั้นมีความสำคัญเมื่อต้องตัดสินหรือเลือกแนวทาง เมื่อเติม equal จะหมายถึงการพิจารณาสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบในระดับเท่ากัน ในประโยคนี้ วิธีเล่าเรื่องทำให้คำให้การของตัวละครแต่ละคนมีความสำคัญเท่ากัน แทนที่จะให้ความสำคัญกับเรื่องเล่าใดโดยอัตโนมัติ ผู้ชมจึงยังต้องพิจารณาความเป็นไปได้หลายแบบ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง give + กรรม + equal weight โดยใช้ each witness's testimony เป็นกรรม: To avoid bias, the panel agreed to ____.
ดูคำตอบ
give each witness's testimony equal weight
transforming each witness into an unreliable narrator. การใช้คำ
1:51เปลี่ยนพยานแต่ละคนให้กลายเป็นผู้เล่าเรื่องที่ไม่น่าเชื่อถือ
transforming each witness into an unreliable narrator: เปลี่ยนพยานแต่ละคนให้เป็นผู้เล่าเรื่องที่ไม่น่าเชื่อถือ
Transform A into B หมายถึง “ทำให้ A กลายเป็น B” ในที่นี้ วิธีที่เรื่องนำเสนอพยานทำให้แต่ละคนกลายเป็นผู้เล่าเรื่อง ซึ่งคำบอกเล่าของพวกเขาส่งผลต่อสิ่งที่ผู้ชมเชื่อ Unreliable narrator เป็นศัพท์ด้านวรรณกรรมและการเล่าเรื่องผ่านสื่อภาพ หมายถึงผู้เล่าเรื่องที่คำบอกเล่าอาจไม่น่าเชื่อถือทั้งหมด เนื่องจากมีความรู้จำกัด ความทรงจำคลาดเคลื่อน อคติ การหลอกตัวเอง หรือการปกปิดข้อมูล ไม่ได้หมายความโดยอัตโนมัติว่าบุคคลนั้นมีนิสัยไม่ดีหรือทุกคำพูดเป็นเรื่องโกหก
แบบฝึกหัด
คำจำกัดความใดตรงกับ unreliable narrator มากที่สุด
- ตัวละครที่ไม่เคยเล่าเรื่องส่วนใดเลย
- ผู้เล่าเรื่องที่คำบอกเล่าอาจไม่น่าเชื่อถือทั้งหมด
- ผู้เล่าเรื่องที่โกหกในทุกประโยค
ดูคำตอบ
ผู้เล่าเรื่องที่คำบอกเล่าอาจไม่น่าเชื่อถือทั้งหมด
the audience can't tell which character to trust. ไวยากรณ์
1:58ผู้ชมก็ไม่สามารถบอกได้ว่าควรเชื่อใจตัวละครใด
Without any hints on who's sharing...: ไม่มีเบาะแสว่าใครเล่าได้ถูกต้องที่สุด
วลีเปิด Without any hints ... ระบุเงื่อนไขที่ขาดไปเพื่ออธิบายผลในอนุประโยคหลัก เมื่อผู้ชมไม่มีเบาะแส จึงไม่สามารถตัดสินได้ว่าควรเชื่อใคร ใน hints on who's sharing the most accurate account คำว่า on หมายถึง “เกี่ยวกับ” และนำเข้าสู่คำถามที่เบาะแสนั้นควรช่วยตอบ ไม่ได้ใช้บอกสถานที่ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ Without + นามวลี + on + wh-clause แล้วตามด้วยผลลัพธ์ Who's เป็นรูปย่อของ who is
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้าง Without + นามวลี + on + wh-clause อย่างเป็นธรรมชาติเพื่ออธิบายว่าเหตุใดจึงไม่สามารถเกิดผลลัพธ์หนึ่งได้
- Without checking when the last bus leaves, we can't plan the trip.
- Without any information on when the last bus leaves, we can't plan the trip.
- Without the bus schedule, we decided to walk home.
ดูคำตอบ
Without any information on when the last bus leaves, we can't plan the trip.
can't tell which character to trust: คำถามแฝงรูป which + to-infinitive
ในที่นี้ can't tell หมายถึง “ไม่สามารถตัดสินได้” ไม่ใช่ “ไม่สามารถบอกใครได้” คำถามแฝง which character to trust ทำหน้าที่เป็นส่วนเติมเต็มของ tell และระบุสิ่งที่ผู้ชมเลือกไม่ได้ โครงสร้างนี้คือ “วลี wh + to-infinitive” และมีความหมายใกล้เคียงกับ which character they should trust เนื่องจากคำถามฝังอยู่ในประโยคบอกเล่า จึงไม่ใช้การสลับลำดับคำแบบคำถามตรง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างคำถามแฝง which + คำนาม + to-infinitive เพื่อสื่อว่า “ฉันตัดสินไม่ได้ว่าควรใช้เส้นทางไหน”: I can't tell ____.
ดูคำตอบ
which route to take
Instead, each testimony takes on a truthful quality, กริยาวลี
2:02ในทางกลับกัน คำให้การแต่ละข้อกลับมีลักษณะของความจริง
takes on a truthful quality: เริ่มมีลักษณะบางอย่าง
ใน take on a truthful quality คำว่า take on หมายถึง “เริ่มมีหรือแสดงลักษณะบางอย่าง” กรรม a truthful quality บรรยายความรู้สึกว่าสิ่งนั้นจริง ซื่อตรง หรือเชื่อถือได้ วลีนี้บอกว่าคำให้การแต่ละฉบับดูน่าเชื่อถือ ไม่ได้พิสูจน์ว่าคำให้การทั้งหมดเป็นความจริงตามข้อเท็จจริง เมื่อใช้ในความหมายนี้ take on มักตามด้วยคำที่บอกคุณลักษณะ น้ำเสียง รูปลักษณ์ หรือความหมาย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ take on ในความหมายว่า “เริ่มแสดงลักษณะบางอย่าง”
- Maya takes on a new project every month.
- After sunset, the garden takes on a mysterious quality.
- The boxer takes on the current champion tonight.
ดูคำตอบ
After sunset, the garden takes on a mysterious quality.
and the audience is left doubting their convictions ไวยากรณ์
2:06และผู้ชมก็ถูกทิ้งให้สงสัยในความเชื่อของตนเอง
is left doubting their convictions: be left + -ing เพื่อบอกสภาวะที่เป็นผลลัพธ์
be left + -ing บอกสภาวะที่ใครบางคนลงเอยเพราะเหตุการณ์หนึ่ง ในที่นี้ left หมายถึง “ถูกทำให้อยู่ในสภาวะหนึ่ง” ไม่ได้หมายถึง “จากไป” doubting their convictions หมายถึงการตั้งคำถามต่อความเชื่อหรือข้อวินิจฉัยที่เดิมเคยเชื่อมั่นอย่างมาก ประโยคนี้สื่อว่าเรื่องราวทำให้ผู้ชมตกอยู่ในความไม่แน่ใจอย่างต่อเนื่อง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคในรูป simple past โดยใช้คำกริยา wonder และโครงสร้างผลลัพธ์แบบกรรมวาจก be left + -ing: After the two witnesses gave conflicting accounts, we ____ which one was telling the truth.
ดูคำตอบ
were left wondering
as they guess who ended the samurai's life. การใช้คำ
2:08ในขณะที่พวกเขาเดาว่าใครเป็นคนปลิดชีพซามูไร
ended the samurai's life: end someone's life ในฐานะสำนวนทางอ้อม
end someone's life เป็นวิธีพูดทางอ้อมว่าใครบางคนทำให้อีกคนเสียชีวิต ในคำถามที่ต้องการรู้ว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบนี้ who ended the samurai's life หมายถึงใครเป็นคนฆ่าซามูไร รูปแสดงความเป็นเจ้าของระบุว่าใครเป็นผู้เสียชีวิต สำนวนนี้ไม่ได้หมายถึงการจบช่วงหนึ่งของชีวิต นิสัย หรือรูปแบบการใช้ชีวิต
แบบฝึกหัด
ในรายงานอาชญากรรม ประโยคภาษาอังกฤษ “The attacker ended the guard's life” หมายความว่าอย่างไร?
- ผู้โจมตีเปลี่ยนกิจวัตรประจำวันของยาม
- ผู้โจมตีทำให้กะทำงานของยามสิ้นสุดลง
- ผู้โจมตีทำให้ยามเสียชีวิต
ดูคำตอบ
ผู้โจมตีทำให้ยามเสียชีวิต
because the plot subverts expectations of how mysteries usually end. ลำดับความ
2:13เพราะโครงเรื่องนั้นขัดแย้งกับความคาดหวังว่าปกติแล้วเรื่องลึกลับจะจบลงอย่างไร
the plot subverts expectations of how mysteries usually end: โครงเรื่องพลิกความคาดหวังเกี่ยวกับตอนจบของเรื่องลึกลับ
ในที่นี้ the plot subverts expectations หมายถึงเรื่องราวจงใจพลิกรูปแบบที่ผู้ชมคุ้นเคย ไม่ใช่แค่เพิ่มเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงเพียงครั้งเดียว ส่วน of how mysteries usually end ระบุเนื้อหาของความคาดหวังนั้น คือโดยปกติผู้ชมคาดว่าเรื่องลึกลับจะลงเอยด้วยคำตอบที่ชัดเจน ข้อความนี้จัดลำดับการวิเคราะห์เป็น ต้นเหตุ + การกระทำ + รูปแบบที่ถูกพลิก โดย the plot ระบุสิ่งที่สร้างผลลัพธ์ subverts ระบุการกระทำ และอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย of ระบุขนบที่ถูกท้าทาย รูปแบบนี้ใช้ได้เมื่อต้องการอธิบายว่าผลงานทำลายความคาดหวังเดิมของผู้ชมอย่างไร
แบบฝึกหัด
ข้อความที่เน้นไว้หมายถึงอะไรในบริบทนี้
- โครงเรื่องจงใจพลิกรูปแบบที่ผู้ชมมักคาดหวังจากตอนจบของเรื่องลึกลับ
- โครงเรื่องทำตามรูปแบบมาตรฐานของตอนจบเรื่องลึกลับทุกประการ
- โครงเรื่องเพิ่มความประหลาดใจเล็กน้อย แต่ยังคงรูปแบบตอนจบตามปกติ
ดูคำตอบ
โครงเรื่องจงใจพลิกรูปแบบที่ผู้ชมมักคาดหวังจากตอนจบของเรื่องลึกลับ
by refusing to provide a clear answer: ใช้ by + -ing เพื่อบอกวิธีการ
ในที่นี้ by + -ing แสดงวิธีที่ทำให้เกิดผลลัพธ์ในประโยคหลักที่ตามมา กล่าวคือ ผลลัพธ์เกิดขึ้นจากการปฏิเสธที่จะให้คำตอบที่ชัดเจน ดังนั้น by จึงเป็นคำบุพบทที่แสดงวิธีการ ไม่ใช่ความหมายด้านเวลาแบบใน by Friday โครงสร้างคือ by [refusing [to provide a clear answer]] โดย by ตามด้วยรูป -ing คือ refusing ส่วน refuse ตามด้วย to-infinitive คือ to provide โครงสร้างซ้อนนี้ใช้เพื่ออธิบายว่าการกระทำหรือการเลือกอย่างหนึ่งนำไปสู่ผลลัพธ์อย่างไร
แบบฝึกหัด
ใช้รูป by + -ing ของ refuse to share เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The app protects your privacy ____ your location.
ดูคำตอบ
by refusing to share
capture the messiness and complexity of... เพื่อถ่ายทอดคุณลักษณะนามธรรม
capture ในที่นี้หมายถึงแสดงหรือถ่ายทอดได้อย่างแม่นยำ กรรมของคำนี้คือคำนามนามธรรม messiness และ complexity กล่าวคือ ศิลปินทำให้ผู้ชมรับรู้ถึงลักษณะที่ไม่เป็นระเบียบและซับซ้อนของความจริงและความทรงจำของมนุษย์ ในที่นี้ capture ไม่ได้หมายถึงจับกุมหรือเพียงแค่ถ่ายภาพ โครงสร้างที่นำไปใช้ในบริบทอื่นได้คือ capture + คุณลักษณะนามธรรม เช่น capture the mood, capture the complexity และ capture the uncertainty ในประโยคเต็ม human ขยายคำนาม memory ที่ตามมา ดังนั้น human memory จึงเป็นหน่วยเดียวกัน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ capture ในความหมายว่า ถ่ายทอดคุณลักษณะนามธรรมได้อย่างแม่นยำ
- The net captures leaves as they fall.
- The camera captures a photograph every minute.
- The film captures the anxiety of waiting for important news.
ดูคำตอบ
The film captures the anxiety of waiting for important news.
Neuroscientists have found that when we form a memory,
2:27นักประสาทวิทยาพบว่าเมื่อเราสร้างความทรงจำ
is influenced by เพื่อระบุแหล่งที่มาของอิทธิพล
Be influenced by เป็นโครงสร้างประโยคแบบถูกกระทำ โดยประธานระบุสิ่งที่ได้รับอิทธิพล และนามวลีหลัง by ระบุแหล่งที่มาของอิทธิพล ในประโยคนี้ our interpretation คือสิ่งที่ได้รับอิทธิพล ส่วน previous experiences และ internal biases คือปัจจัยที่หล่อหลอมการตีความนั้น Influence โดยทั่วไปหมายถึงเปลี่ยนแปลงหรือหล่อหลอมบางสิ่งในระดับหนึ่ง ไม่จำเป็นต้องหมายถึงกำหนดสิ่งนั้นทั้งหมด โครงสร้างนี้จึงเหมาะสำหรับการอธิบายอย่างระมัดระวังในด้านจิตวิทยา วิทยาศาสตร์ และการวิเคราะห์สังคม
แบบฝึกหัด
ใช้ influence ในรูปแบบถูกกระทำเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Sleep quality ____ stress and daily habits.
ดูคำตอบ
is influenced by
previous experiences and internal biases ในฐานะปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตีความ
previous experiences คือสิ่งที่บุคคลเคยพบเจอมาก่อน ส่วน internal biases คือแนวโน้มทางความคิดที่มีอยู่แล้ว ซึ่งอาจทำให้ความสนใจ การตีความ หรือการตัดสินเอนเอียงไปทางใดทางหนึ่ง คำว่า biases ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเพียงความชอบหรือไม่ชอบ นามวลีสองชุดนี้เชื่อมด้วย and และทำหน้าที่เป็นปัจจัยคู่ขนานในโครงสร้าง be influenced by A and B รูปแบบนี้อธิบายว่าการตีความได้รับอิทธิพลจากสิ่งที่บุคคลมีติดตัวมาก่อนเมื่อรับข้อมูล
แบบฝึกหัด
วลี previous experiences and internal biases ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้
- ชื่อของงานอดิเรกสองอย่างที่ช่วยให้สายตาดีขึ้น
- ปัจจัยสองอย่างที่อาจกำหนดวิธีที่บุคคลตีความข้อมูลทางภาพ
- เทคนิคสองอย่างที่ทำให้ข้อมูลทางภาพเป็นกลางอย่างสมบูรณ์
ดูคำตอบ
ปัจจัยสองอย่างที่อาจกำหนดวิธีที่บุคคลตีความข้อมูลทางภาพ
For example, egocentric bias can influence people โน้ต
2:42ตัวอย่างเช่น อคติที่ยึดตัวเองเป็นศูนย์กลางสามารถมีอิทธิพลต่อผู้คน
egocentric bias: การพึ่งพามุมมองของตนเองมากเกินไป
egocentric bias คือแนวโน้มทางความคิดที่ทำให้บุคคลเข้าใจหรือจดจำเหตุการณ์โดยพึ่งพามุมมองของตนเองมากเกินไป และมักให้น้ำหนักแก่บทบาทหรือผลงานของตนมากกว่าความเป็นจริง egocentric ในที่นี้หมายถึงการใช้ตนเองเป็นศูนย์กลางของมุมมอง ไม่ได้หมายถึงเพียงการมีความภาคภูมิใจในตนเองสูง ในประโยคนี้ คำดังกล่าวระบุปัจจัยหนึ่งที่อาจมีอิทธิพลต่อผู้คน โดยอธิบายรูปแบบของการตัดสินหรือความทรงจำ ไม่ใช่การวินิจฉัยว่าบุคคลนั้นมีนิสัยเห็นแก่ตัว
แบบฝึกหัด
หลังทำโครงงานกลุ่ม สมาชิกแต่ละคนจำงานของตนเองได้ชัดที่สุดและสรุปว่าตนทำงานส่วนใหญ่ คำใดเหมาะกับสถานการณ์นี้ที่สุด
- self-serving bias
- random error
- egocentric bias
ดูคำตอบ
egocentric bias
can influence people to subconsciously reshape: โครงสร้าง influence + กรรม + to-infinitive
โครงสร้าง influence + คน + to + กริยารูปพื้นฐาน แสดงว่าบางสิ่งส่งผลต่อคนและช่วยก่อให้เกิดการกระทำหรือการเปลี่ยนแปลง ในประโยคนี้ people คือผู้ที่ได้รับอิทธิพล และ reshape คือการกระทำที่เกิดตามมาจากอิทธิพลนั้น can แสดงความเป็นไปได้ ไม่ใช่ความแน่นอน ส่วน subconsciously ขยาย reshape หมายความว่าการเปลี่ยนแปลงอาจเกิดขึ้นโดยที่คนเหล่านั้นไม่รู้ตัวว่ากำลังทำอยู่ การวางคำวิเศษณ์ไว้ระหว่าง to กับ reshape เป็นธรรมชาติในที่นี้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้าง influence + คน + to + กริยารูปพื้นฐานได้ถูกต้อง
- Social pressure can influence people hiding to their doubts.
- Social pressure can influence to people hide their doubts.
- Social pressure can influence people to hide their doubts.
ดูคำตอบ
Social pressure can influence people to hide their doubts.
cast a positive light on their actions: ทำให้การกระทำดูเป็นบวก
cast a positive light on + นามวลี เป็นสำนวนที่หมายถึงการนำเสนอหรือจดจำบางสิ่งในแง่ที่ดีและเป็นประโยชน์ คำว่า light เป็นคำเปรียบเทียบถึงมุมของการประเมิน ไม่ใช่แสงจริง ในประโยคนี้ ความทรงจำที่ถูกปรับเปลี่ยนทำให้การกระทำของพวกเขาดูดีขึ้นหรือสมเหตุสมผลขึ้น สำนวนนี้บอกผลของการวางกรอบเรื่องราว แต่ไม่ได้พิสูจน์ว่าความประทับใจเชิงบวกนั้นถูกต้อง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “นำเสนอในแง่ดี”: The campaign video was designed to ____ the candidate's record.
ดูคำตอบ
cast a positive light on
Even if we were able to encode a memory accurately, โน้ต
2:51แม้ว่าเราจะสามารถบันทึกความทรงจำได้อย่างแม่นยำ
Even if we were able to: เงื่อนไขสมมติเชิงยอมรับ
Even if ใช้เปิดเงื่อนไขเชิงยอมรับ โดยผู้พูดยอมรับไว้ก่อนว่าเงื่อนไขนั้นอาจเป็นจริง แล้วจึงชี้ว่าประเด็นหลักก็ยังคงเป็นจริงอยู่ ในประโยคนี้ การเข้ารหัสความทรงจำได้อย่างแม่นยำถูกมองว่าเป็นความเป็นไปได้ในอุดมคติที่ยังไม่ทำให้ปัญหาซึ่งจะกล่าวต่อไปหมดไป Were able to ก็อยู่ในกรอบสมมตินี้ จึงไม่ได้ยืนยันว่าความสามารถดังกล่าวมีอยู่จริง ใช้ even if เมื่อผลลัพธ์ยังเหมือนเดิมแม้เงื่อนไขจะเป็นจริง ไม่ใช่เมื่อผลลัพธ์เพียงแค่ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขนั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้มีความหมายว่าจะยังเดินทางไม่ว่าสภาพอากาศจะดีขึ้นหรือไม่: ____ the weather does not improve, we will still take the trip.
ดูคำตอบ
Even if
encode a memory accurately: การสร้างภาพแทนความทรงจำอย่างแม่นยำ
ในวิทยาศาสตร์การรู้คิด encode a memory หมายถึงการเปลี่ยนประสบการณ์หรือข้อมูลที่เข้ามาให้เป็นภาพแทนทางจิตที่สามารถเก็บไว้ได้ Accurately หมายความว่าภาพแทนนั้นรักษาข้อมูลเดิมไว้โดยมีความคลาดเคลื่อนน้อย Encode เป็นชื่อของขั้นตอนการก่อรูปความทรงจำ ซึ่งอยู่ก่อนการเก็บไว้ระยะยาวหรือการดึงกลับมาใช้ในภายหลัง จุดเน้นคือข้อมูลเข้าสู่ระบบความทรงจำอย่างไร ไม่ใช่เพียงว่าบุคคลนั้นจำได้หรือไม่
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดตรงกับความหมายของ encode a memory ในวิทยาศาสตร์การรู้คิดมากที่สุด
- เปลี่ยนข้อมูลที่เข้ามาให้เป็นรูปแบบที่สามารถเก็บไว้เป็นความทรงจำได้
- นำประสบการณ์ที่เก็บไว้กลับเข้ามาในความตระหนักรู้
- แปลงไฟล์คอมพิวเตอร์เป็นรูปแบบการเข้ารหัสอักขระแบบอื่น
ดูคำตอบ
เปลี่ยนข้อมูลที่เข้ามาให้เป็นรูปแบบที่สามารถเก็บไว้เป็นความทรงจำได้
recalling it incorporates new information that changes the memory. ไวยากรณ์
2:54การเรียกคืนความทรงจำนั้นก็จะรวมเอาข้อมูลใหม่ๆ ที่เปลี่ยนแปลงความทรงจำนั้นเข้าไปด้วย
recalling it: วลี gerund ที่ทำหน้าที่เป็นประธาน
recalling it เป็นวลี gerund โดย recalling เรียกชื่อการกระทำ และ it เป็นกรรมของ recalling วลีทั้งวลีทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค กริยาเอกพจน์ incorporates เป็นกริยาหลัก ดังนั้น recalling จึงไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ progressive tense วลี gerund สามารถทำหน้าที่เหมือนคำนามได้เมื่อภาษาอังกฤษนำการกระทำหรือกระบวนการมาเป็นหัวข้อ เช่น Reading before bed helps me relax.
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้วลี gerund เป็นประธานได้ถูกต้อง
- Review the notes helps me remember the details.
- I am reviewing the notes helps me remember the details.
- Reviewing the notes helps me remember the details.
ดูคำตอบ
Reviewing the notes helps me remember the details.
the embellished memory: ความทรงจำที่ถูกเติมรายละเอียดหลังเหตุการณ์
ในวลี the embellished memory คำว่า embellished หมายถึงความทรงจำที่เปลี่ยนไปเพราะมีการเติมรายละเอียดหลังเหตุการณ์ สำหรับความทรงจำ เรื่องราว หรือคำบอกเล่า รายละเอียดที่เพิ่มเข้ามาอาจทำให้เนื้อหาดูสมบูรณ์หรือน่าตื่นเต้นขึ้น แต่อาจไม่ถูกต้องหรือยังไม่ได้รับการยืนยัน วลีนี้ไม่ได้หมายความว่าความทรงจำทุกส่วนถูกแต่งขึ้น หรือบุคคลนั้นจงใจโกหก แต่เน้นว่ารายละเอียดที่เพิ่มในภายหลังทำให้สิ่งที่จำได้แตกต่างจากประสบการณ์ดั้งเดิม
แบบฝึกหัด
the embellished memory ในประโยคนี้หมายถึงอะไร
- ความทรงจำที่ถูกลืมไปทั้งหมด
- ความทรงจำที่มีการเพิ่มรายละเอียดในภายหลัง
- ความทรงจำที่บันทึกตรงตามเหตุการณ์ทุกอย่าง
ดูคำตอบ
ความทรงจำที่มีการเพิ่มรายละเอียดในภายหลัง
that the Rashomon Effect can pop up anywhere. กริยาวลี
3:09ปรากฏการณ์ราโชมอนสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่
These underlying psychological phenomena: การสรุปสาเหตุทางจิตวิทยาที่อยู่เบื้องหลัง
These underlying psychological phenomena เป็นนามวลีแบบเป็นทางการที่รวบรวมกระบวนการทางจิตหลายอย่างที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ให้เป็นกลุ่มเชิงนามธรรมเดียว These ย้อนอ้างถึงกระบวนการเหล่านั้น และ phenomena เป็นรูปพหูพจน์ของ phenomenon underlying หมายความว่ากระบวนการเหล่านี้ทำงานอยู่เบื้องหลังผลที่มองเห็นและช่วยอธิบายผลนั้น ในที่นี้ไม่ได้บอกตำแหน่งทางกายภาพที่อยู่ข้างใต้ วลีทั้งหมดเปลี่ยนรายละเอียดเฉพาะให้เป็นพื้นฐานทั่วไปสำหรับข้อกล่าวถัดไป
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดตรงกับ These underlying psychological phenomena ในตัวอย่างมากที่สุด
- วลีนี้บอกว่าปรากฏการณ์ต่าง ๆ อยู่ข้างใต้วัตถุอื่นในทางกายภาพ
- วลีนี้สรุปกระบวนการทางจิตที่กล่าวถึงก่อนหน้าให้เป็นปัจจัยเบื้องลึกที่ช่วยอธิบายผลดังกล่าว
- วลีนี้นำเสนอวัตถุทางกายภาพใหม่หนึ่งชิ้นที่ยังไม่เคยกล่าวถึง
ดูคำตอบ
วลีนี้สรุปกระบวนการทางจิตที่กล่าวถึงก่อนหน้าให้เป็นปัจจัยเบื้องลึกที่ช่วยอธิบายผลดังกล่าว
can pop up: ความเป็นไปได้ที่จะปรากฏขึ้นอย่างไม่คาดคิด
can แสดงความเป็นไปได้ pop up เป็น phrasal verb ที่ไม่ต้องมีกรรม หมายถึงปรากฏหรือเกิดขึ้น โดยมักมีความหมายว่าเกิดอย่างกะทันหันหรือไม่คาดคิด ในที่นี้ผลดังกล่าวอาจเกิดขึ้นได้ในหลายสถานการณ์ ไม่ได้หมายความว่ามีสิ่งใดกระเด้งขึ้นจริง ๆ เมื่อเทียบกับ appear หรือ occur ที่เป็นกลางกว่า pop up ฟังเป็นภาษาสนทนามากกว่าและทำให้เหตุการณ์ดูเหมือนเกิดขึ้นเองโดยไม่ทันตั้งตัว โครงสร้างคือ subject + can + pop up และในความหมายนี้จะไม่มีกรรมตรงตามหลัง pop up
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย phrasal verb สองคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ปรากฏขึ้นอย่างไม่คาดคิด”: Unexpected problems can ____ during a live event.
ดูคำตอบ
pop up
In biology, scientists starting from the same data set โน้ต
3:12ในทางชีววิทยา นักวิทยาศาสตร์ที่เริ่มต้นจากชุดข้อมูลเดียวกัน
same data set: กลุ่มข้อมูลชุดเดียวกันจริง ๆ
data set คือกลุ่มข้อมูลที่รวบรวมหรือจัดระเบียบไว้เพื่อให้วิเคราะห์เป็นหน่วยเดียวกัน ใน same data set คำว่า same หมายความว่านักวิทยาศาสตร์เริ่มจากข้อมูลชุดเดียวกันจริง ๆ ไม่ใช่แค่ข้อมูลที่มีประเภท ขนาด หรือหัวข้อเหมือนกัน data set ทำหน้าที่เป็นคำนามประสมในงานวิจัย สถิติ และคอมพิวเตอร์ รูปสะกดติดกันเป็น dataset ก็ใช้กันแพร่หลาย จึงควรใช้รูปสะกดตามเอกสารหรือองค์กรนั้น ๆ
แบบฝึกหัด
ในรายงานการวิจัย the same data set หมายถึงอะไร
- ข้อมูลประเภทเดียวกันที่เก็บแยกกัน
- กลุ่มข้อมูลคนละชุดที่มีจำนวนรายการเท่ากัน
- กลุ่มข้อมูลที่จัดระเบียบไว้และเป็นชุดเดียวกันจริง ๆ
ดูคำตอบ
กลุ่มข้อมูลที่จัดระเบียบไว้และเป็นชุดเดียวกันจริง ๆ
scientists starting ... and applying ...: ส่วนขยาย -ing ที่เชื่อมแบบขนาน
starting from the same data set และ applying the same analytical methods เป็นวลี -ing สองวลีที่เชื่อมแบบขนานและต่างก็ขยาย scientists วลีเหล่านี้บอกว่าประโยคกำลังกล่าวถึงนักวิทยาศาสตร์กลุ่มใด และย่อข้อมูลที่สามารถเขียนเต็มได้ว่า who start ... and apply ... ประโยคหลักคือ scientists frequently publish different results ดังนั้น publish จึงเป็นกริยาหลักที่ผันตามประธาน ส่วน starting และ applying ไม่ใช่ภาคแสดงหลัก แต่เป็นข้อมูลพื้นหลังเกี่ยวกับนักวิทยาศาสตร์ที่วางขนานกัน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้วลี -ing ขยายประธานและมีกริยาหลักที่ผันแล้วด้วย
- Researchers using the same method sometimes reach different conclusions.
- Researchers use the same method sometimes reach different conclusions.
- Researchers using the same method sometimes reaching different conclusions.
ดูคำตอบ
Researchers using the same method sometimes reach different conclusions.
publish different results ในบริบทการวิจัย
ในที่นี้ publish different results หมายถึงการเผยแพร่ผลการวิจัยที่ไม่เหมือนกันอย่างเป็นทางการ different ขยายตัวผลลัพธ์เอง กล่าวคือ งานวิจัยหรือนักวิจัยแต่ละรายอาจได้ข้อค้นพบ ค่าที่วัดได้ หรือข้อสรุปที่ไม่ตรงกัน ในบริบททางวิชาการและวิทยาศาสตร์ publish มักหมายถึงการเผยแพร่ผ่านบทความ รายงาน หรือช่องทางที่เป็นทางการอื่น ๆ ไม่ได้หมายถึงเพียงการโพสต์แบบไม่เป็นทางการบนโซเชียลมีเดีย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนทางการวิจัยภาษาอังกฤษที่มีสามคำและหมายถึง “เผยแพร่ข้อค้นพบที่แตกต่างกันอย่างเป็นทางการ”: Independent teams may ____ even when they study the same question.
ดูคำตอบ
publish different results
personal backgrounds can have on an expert's perception.
3:23ที่ภูมิหลังส่วนบุคคลอาจมีต่อการรับรู้ของผู้เชี่ยวชาญ
regularly grapple with เมื่อต้องรับมือเรื่องยาก
Regularly grapple with หมายถึงการพยายามอย่างจริงจังซ้ำ ๆ เพื่อทำความเข้าใจหรือจัดการสิ่งที่ยาก ในประโยคนี้ นักมานุษยวิทยาต้องเผชิญซ้ำ ๆ กับคำถามซับซ้อนว่าภูมิหลังส่วนบุคคลอาจกำหนดการรับรู้ของผู้เชี่ยวชาญอย่างไร grapple ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ใช่การต่อสู้กันทางกาย โครงสร้างคือ grapple with + ปัญหา คำถาม หรือนามวลีอื่นที่สื่อถึงเรื่องยาก วลีนี้เน้นความยากลำบากและความพยายามต่อเนื่อง ไม่ได้หมายความว่าแก้ปัญหาสำเร็จแล้ว ส่วน regularly แสดงว่าความท้าทายนั้นเกิดขึ้นซ้ำ ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษที่มีสามคำและหมายถึง “พยายามรับมือเรื่องยากซ้ำ ๆ”: School leaders ____ the challenge of keeping students engaged online.
ดูคำตอบ
regularly grapple with
the impact personal backgrounds can have on: สรรพนามสัมพันธ์ที่ละไว้
คำหลักของนามวลีคือ impact ส่วน personal backgrounds can have on an expert's perception เป็นอนุประโยคขยายคำนามที่ระบุว่าหมายถึงผลกระทบใด สามารถเขียนเต็มได้เป็น the impact that personal backgrounds can have on an expert's perception โดย that ย้อนกลับไปแทน impact และทำหน้าที่เป็นกรรมของ have จึงละได้ ภายในอนุประโยคขยายคำนาม personal backgrounds เป็นประธาน และ can have เป็นกริยาวลี นามวลีทั้งหมดเป็นกรรมของบุพบท with ใน grapple with ดังนั้น personal backgrounds จึงไม่ใช่ประธานของประโยคหลัก โครงสร้างที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ the impact (that) A can have on B
แบบฝึกหัด
วลีใดเติมสรรพนามสัมพันธ์ที่ละไว้ในตัวอย่างได้ถูกต้อง?
- the impact personal backgrounds that can have on an expert's perception
- the impact that can personal backgrounds have on an expert's perception
- the impact that personal backgrounds can have on an expert's perception
ดูคำตอบ
the impact that personal backgrounds can have on an expert's perception
two anthropologists visited the Mexican village of Tepoztlán.
3:28นักมานุษยวิทยาสองคนได้ไปเยือนหมู่บ้านเตปอซตลันในเม็กซิโก
The first researcher described life in the town as happy and contented, วลี
3:33นักวิจัยคนแรกบรรยายถึงชีวิตในเมืองว่ามีความสุขและพึงพอใจ
described life ... as happy and contented: โครงสร้าง describe X as Y
โครงสร้าง describe X as Y หมายถึงการนำเสนอหรือบรรยายว่า X มีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง ในที่นี้ X คือ life in the town และ Y คือ happy and contented ซึ่งเป็นคำคุณศัพท์สองคำที่แสดงมุมมองของนักวิจัยต่อชีวิตนั้น ในโครงสร้างนี้ as ใช้นำคำบรรยายหรือป้ายกำกับ ไม่ได้แสดงเหตุผล Y อาจเป็นกลุ่มคำคุณศัพท์อย่างในตัวอย่างนี้ หรือเป็นนามวลีอย่างใน describe the event as a success
แบบฝึกหัด
เติมคำที่ทำให้เป็นโครงสร้าง describe X as Y: The witness described the room ____ dark and unusually quiet.
ดูคำตอบ
as
while the second recorded residents as paranoid and disgruntled. ลำดับความ
3:37ในขณะที่คนที่สองบันทึกว่าชาวเมืองนั้นหวาดระแวงและไม่พอใจ
while the second ...: ใช้ while เพื่อแสดงความเปรียบต่าง
while ในที่นี้นำคำบรรยายของผู้วิจัยคนที่สองมาเปรียบต่างกับคำบรรยายของผู้วิจัยก่อนหน้า มีความหมายเท่ากับ whereas หรือ “ส่วน/ในทางตรงกันข้าม” ไม่ใช่ “ระหว่างเวลาที่” โครงสร้างนี้วางข้อมูลสองชุดไว้คู่กันเพื่อให้ผู้อ่านเปรียบเทียบว่าผู้วิจัยบรรยายชาวบ้านกลุ่มเดียวกันอย่างไร the second ใช้แทน the second researcher เพื่อไม่ต้องกล่าวซ้ำ
แบบฝึกหัด
while ทำหน้าที่อะไรในประโยคตัวอย่าง?
- เปรียบต่างคำบรรยายของผู้วิจัยคนที่สองกับคำบรรยายก่อนหน้า
- บอกว่าผู้วิจัยคนที่สองรอก่อนจะเริ่มบันทึกข้อมูล
- บอกว่าผู้วิจัยคนที่สองบันทึกข้อมูลผู้คนระหว่างที่มีอีกการกระทำหนึ่งเกิดขึ้น
ดูคำตอบ
เปรียบต่างคำบรรยายของผู้วิจัยคนที่สองกับคำบรรยายก่อนหน้า
Experts aside, the Rashomon Effect can also impact the general public, ลำดับความ
3:41นอกจากผู้เชี่ยวชาญแล้ว ปรากฏการณ์ราโชมอนยังสามารถส่งผลกระทบต่อประชาชนทั่วไปได้เช่นกัน
Experts aside: พักหัวข้อหนึ่งไว้ชั่วคราว
Experts aside หมายถึง “พักเรื่องผู้เชี่ยวชาญออกจากการสนทนาปัจจุบันไว้ชั่วคราว” วลีนี้ย้ายจุดสนใจจากผู้เชี่ยวชาญไปยังคนทั่วไป ไม่ได้บอกว่าผู้เชี่ยวชาญอยู่ที่ใดในทางกายภาพ รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ X aside, ... แล้วตามด้วยประเด็นที่ต้องการพิจารณาต่อ X คือบุคคล กลุ่ม ปัญหา หรือปัจจัยที่พักไว้ชั่วคราว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบ X aside ที่หมายถึง “ยังไม่พิจารณาราคาในตอนนี้”: Price ____, this laptop meets all our needs.
ดูคำตอบ
aside
particularly when it comes to the perception of complicated world events. วลี
3:46โดยเฉพาะเมื่อเกี่ยวข้องกับการรับรู้ถึงเหตุการณ์สำคัญระดับโลกที่ซับซ้อน
when it comes to the...: การจำกัดขอบเขตของหัวข้อ
when it comes to เป็นวลีตายตัวที่หมายถึง “เมื่อพูดถึง” หรือ “ในเรื่องของ” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวจำกัดขอบเขตของข้อความไว้ที่เรื่องหนึ่ง คือการรับรู้เหตุการณ์ซับซ้อนของโลก ส่วนที่เป็นวลีตายตัวสิ้นสุดที่ to ส่วน the เป็นจุดเริ่มต้นของนามวลี the perception of complicated world events ในที่นี้ it ไม่ได้แทนสิ่งใดเป็นการเฉพาะ และ comes ก็ไม่ได้แสดงการเคลื่อนที่ คำว่า to เป็นคำบุพบท จึงตามด้วยนามวลีหรือรูป -ing ได้ เช่น when it comes to planning
แบบฝึกหัด
เติมวลีตายตัวให้สมบูรณ์: When it ____ to choosing a password, length matters.
ดูคำตอบ
comes
between the United States and leaders from the Arab states,
3:54ระหว่างสหรัฐอเมริกาและผู้นำจากประเทศอาหรับ
following a 2015 security summit: following ที่ทำหน้าที่เป็นคำบุพบท
ใน following a 2015 security summit คำว่า following เป็นคำบุพบทที่หมายถึง “หลังจาก” โดยนำเสนอการประชุมสุดยอดว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อน และกำหนดกรอบเวลาให้สิ่งที่จะกล่าวต่อไป รูปแบบคือ following + นามวลีที่เป็นเหตุการณ์ เช่น following the meeting หรือ following the announcement ไม่ได้หมายความว่ามีใครเดินตามการประชุมสุดยอดจริง ๆ ส่วน security summit คือการประชุมระดับสูงเกี่ยวกับประเด็นความมั่นคง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ following เป็นคำบุพบทที่หมายถึง “หลังจาก”?
- The following announcement contains three updates.
- Following the announcement, the company released more details.
- The reporter was following the mayor through the station.
ดูคำตอบ
Following the announcement, the company released more details.
media reports about the summit varied enormously. วลี
3:58รายงานของสื่อเกี่ยวกับการประชุมสุดยอดนี้แตกต่างกันอย่างมหาศาล
varied enormously: ความแตกต่างอย่างมากระหว่างรายงานของสื่อ
ในประโยคนี้ varied เป็นรูปอดีตของคำกริยา vary รายงานจากสื่อต่าง ๆ แตกต่างกันมาก เช่น ต่างกันในสิ่งที่รายงานหรือการประเมินการประชุมสุดยอด enormously เป็นคำวิเศษณ์ที่เน้นว่าความแตกต่างมีระดับสูงมาก โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้ X varies/varied enormously หมายถึงสมาชิก ผลลัพธ์ ความคิดเห็น หรือคำบอกเล่าใน X แตกต่างกันอย่างมาก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของวลีเป้าหมาย vary enormously: The survey results ____ across regions.
ดูคำตอบ
varied enormously
had gone smoothly: ดำเนินไปอย่างราบรื่นก่อนคำกล่าวในอดีต
Go smoothly หมายถึงเหตุการณ์หรือกระบวนการดำเนินไปโดยไม่มีปัญหาร้ายแรง ในที่นี้ go อธิบายว่าการประชุมสุดยอดดำเนินไปอย่างไร ไม่ได้หมายถึงการเดินทางไปยังสถานที่อื่น Had gone เป็น past perfect ซึ่งวางการประชุมสุดยอดไว้ก่อนการกล่าวในอดีตที่เกิดทีหลังและแสดงด้วย stated กล่าวคือ การประชุมเกิดขึ้นก่อน แล้วแหล่งข่าวบางแห่งจึงบรรยายถึงเหตุการณ์นั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป past perfect ของ go smoothly: By the time the client called, the demonstration ____.
ดูคำตอบ
had gone smoothly
while others called it a complete failure. วลี
4:03ในขณะที่คนอื่นๆ เรียกมันว่าความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง
called it a complete failure: โครงสร้าง call X Y สำหรับการประเมิน
ในโครงสร้าง call X Y คำว่า call หมายถึงการอธิบายหรือตัดสินว่า X เป็น Y ไม่ได้หมายถึงการโทรศัพท์ ในที่นี้ it คือ X และ a complete failure คือ Y ซึ่งเป็นคำประเมินที่ใช้กับ it Y ตามหลัง X โดยตรงในฐานะส่วนเติมเต็มของกรรม ดังนั้นรูปที่เป็นธรรมชาติคือ call it a failure โดยไม่เติม as โครงสร้างนี้ช่วยให้ผู้พูดถ่ายทอดการตัดสินของผู้อื่นได้อย่างกระชับ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ call X Y เพื่อถ่ายทอดการประเมินได้อย่างถูกต้อง?
- Critics called the decision a serious mistake.
- Critics called the decision as a serious mistake.
- Critics called to the decision a serious mistake.
ดูคำตอบ
Critics called the decision a serious mistake.
It's tempting to fixate on why we have competing perceptions, วลี
4:07เป็นเรื่องง่ายที่จะไปยึดติดกับเหตุผลว่าทำไมเราถึงมีการรับรู้ที่ขัดแย้งกัน
It's tempting to fixate on: การยอมรับแนวโน้มที่จะจดจ่อมากเกินไป
It's tempting to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายความว่าการกระทำนั้นดูเป็นธรรมชาติหรือน่าทำ ในการให้เหตุผล มักใช้เพื่อยอมรับปฏิกิริยาที่ผู้อ่านอาจมีก่อนที่ผู้พูดจะเปลี่ยนความสนใจไปยังเรื่องอื่น Fixate on หมายถึงการจดจ่อกับจุดเดียวอย่างแคบเกินไปหรือนานเกินไป ในที่นี้ทั้งวลียอมรับว่าการถามว่าทำไมมุมมองจึงแตกต่างกันเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ พร้อมทั้งบอกเป็นนัยว่าคำถามนี้อาจไม่ใช่จุดที่มีประโยชน์ที่สุดสำหรับการหยุดพิจารณา
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้างที่ถูกต้อง It's tempting to + fixate on เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: ____ one poor score, but the full semester shows steady progress.
ดูคำตอบ
It's tempting to fixate on
perhaps the more important question ... raises is: เปลี่ยนไปสู่ประเด็นหลัก
กรอบ perhaps the more important question ... is ใช้เลื่อนการอภิปรายจากประเด็นก่อนหน้าไปสู่คำถามที่ผู้พูดมองว่าลึกกว่าหรือเป็นแกนหลักกว่า perhaps ทำให้การจัดลำดับความสำคัญฟังดูระมัดระวัง ไม่ใช่การฟันธง ส่วน more important ส่งสัญญาณว่ากำลังเปลี่ยนไปให้ความสำคัญกับประเด็นใหม่ ใน the question the Rashomon Effect raises ส่วน the Rashomon Effect raises เป็นอนุประโยคสัมพัทธ์ที่ขยาย question โดยละ that ไว้ และสามารถเติมกลับเป็น the question that the Rashomon Effect raises ได้ ในที่นี้ raise a question หมายถึง “ตั้งคำถาม” หรือ “ทำให้คนพิจารณาคำถามนั้น” ไม่ใช่ยกคำถามขึ้นทางกายภาพ อนุประโยคหลัง is ระบุคำถามหลักใหม่
แบบฝึกหัด
เติมคำที่ถูกต้องซึ่งใช้เปลี่ยนความสนใจไปยังประเด็นที่สำคัญกว่าอย่างระมัดระวัง: The report explains how the error happened. But ____ this error raises is whether the review process works.
ดูคำตอบ
perhaps the more important question
what is truth anyway?: ใช้ anyway เพื่อกลับสู่คำถามพื้นฐาน
anyway ที่อยู่ท้ายคำถาม what is truth anyway? เพิ่มความหมายประมาณว่า “เมื่อมองถึงแก่นจริง ๆ” หรือ “สรุปแล้ว” คำนี้ช่วยพักรายละเอียดรอบข้างไว้ก่อน แล้วพาการอภิปรายกลับไปยังประเด็นพื้นฐานที่สุดว่า ความจริงเองหมายถึงอะไร การใช้แบบนี้ยังสามารถท้าทายคำตอบที่ผู้คนเคยมองว่าเป็นเรื่องแน่นอนได้ด้วย ในที่นี้ anyway ไม่ได้หมายถึง “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น” และไม่เหมือน Anyway ที่ต้นประโยคซึ่งใช้เปลี่ยนเรื่องหรือกลับมาพูดต่อ
แบบฝึกหัด
หลังจากถกเถียงรายละเอียดเล็ก ๆ กันเป็นเวลานาน ผู้พูดถามว่า “What does fairness mean, anyway?” anyway ทำหน้าที่อะไรในที่นี้
- เพียงเปลี่ยนหัวข้อไปเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้อง
- หมายความว่าความยุติธรรมจะยังสำคัญไม่ว่าคำตอบจะเป็นอย่างไร
- พาการอภิปรายกลับไปสู่คำถามพื้นฐานและเพิ่มน้ำเสียงค้นหาคำตอบหรือท้าทาย
ดูคำตอบ
พาการอภิปรายกลับไปสู่คำถามพื้นฐานและเพิ่มน้ำเสียงค้นหาคำตอบหรือท้าทาย
Are there situations when an objective truth doesn't exist?
4:17มีสถานการณ์ที่ความจริงเชิงปรนัยไม่มีอยู่จริงหรือไม่?
What can X tell us about Y?: คำถามที่นำไปสู่การวิเคราะห์
โครงสร้าง What can X tell us about Y? ใช้ถามว่าเราสามารถดึงข้อมูลหรือความหมายอะไรเกี่ยวกับ Y จาก X ได้บ้าง ในที่นี้ tell us about หมายถึง “เปิดเผย” หรือ “ช่วยให้เราเข้าใจ” ไม่ได้หมายความว่าเรื่องราวแต่ละฉบับพูดได้จริง ๆ ในฐานะวิธีดำเนินเนื้อหา คำถามนี้พาเรื่องจากการนำเสนอหลักฐานไปสู่การตีความหลักฐาน โดยชวนผู้ฟังให้เปรียบเทียบเรื่องราวหลายฉบับและอนุมานว่าความแตกต่างเหล่านั้นแสดงอะไรเกี่ยวกับบริบทของเหตุการณ์
แบบฝึกหัด
คำถามใดชวนให้ผู้อ่านอนุมานข้อมูลจากแหล่งข้อมูลได้เป็นธรรมชาติที่สุด
- Who wrote these letters during the war?
- What can these letters tell us about life during the war?
- What do these letters say word for word?
ดูคำตอบ
What can these letters tell us about life during the war?
make group decisions: การใช้ decision คู่กับ make
ใน make group decisions คำว่า make หมายถึงการก่อให้เกิดการตัดสินใจผ่านการเลือก ไม่ได้หมายถึงการผลิตสิ่งของ make a decision เป็นคำที่ใช้คู่กันตามมาตรฐานภาษาอังกฤษ ไม่ใช่ do a decision group บอกว่าการตัดสินใจเกิดขึ้นอย่างไร คือผู้คนตัดสินใจร่วมกันหรือในนามของกลุ่ม วลีนี้ใช้ได้กับทีม คณะกรรมการ ชั้นเรียน และชุมชน
แบบฝึกหัด
เลือกวลีที่เป็นธรรมชาติเพื่อเติมประโยค: The committee must _____ by noon.
- do a group decision
- build a group decision
- make a group decision
ดูคำตอบ
make a group decision
if we're all working with different information: การตั้งเงื่อนไขที่ทำให้ยาก
อนุประโยค if นี้เสนอเงื่อนไขที่ทำให้คำถามใหญ่เรื่องการตัดสินร่วมกันเป็นเรื่องยาก นั่นคือแต่ละคนกำลังใช้ข้อมูล ประสบการณ์ชีวิต และข้อสันนิษฐานที่ต่างกันในการคิด อนุประโยคนี้ไม่ได้บอกผลลัพธ์ด้วยตัวเอง แต่บอกว่าต้องตอบคำถามหลักภายใต้สถานการณ์ใด ในที่นี้ working with หมายถึงการใช้หรือมีบางสิ่งเป็นพื้นฐานในการคิด ไม่ได้หมายความว่าผู้คนกำลังร่วมงานกับข้อมูล รูปแบบ How can we ... if we're all working with different ...? นำไปใช้ได้เมื่อพื้นฐานที่ไม่เหมือนกันทำให้การหาข้อตกลงหรือการเปรียบเทียบเป็นเรื่องยาก
แบบฝึกหัด
ตามอนุประโยค if อะไรทำให้การตัดสินร่วมกันเป็นเรื่องยาก?
- ทุกคนมีพื้นฐานในการตัดสินที่เหมือนกันทุกประการ
- ข้อมูลร่วมงานกับทุกคนเหมือนเป็นเพื่อนร่วมงานคนหนึ่ง
- แต่ละคนใช้ข้อมูล ประสบการณ์ และข้อสันนิษฐานที่แตกต่างกันเป็นพื้นฐานในการตัดสิน
ดูคำตอบ
แต่ละคนใช้ข้อมูล ประสบการณ์ และข้อสันนิษฐานที่แตกต่างกันเป็นพื้นฐานในการตัดสิน
Like most questions, these don't have a definitive answer. ลำดับความ
4:36เช่นเดียวกับคำถามส่วนใหญ่ คำถามเหล่านี้ไม่มีคำตอบที่ชัดเจน
Like most questions ... don't have a definitive answer: วางกรอบความไม่แน่นอน
Like most questions เป็นวลีเปรียบเทียบที่วางไว้ต้นประโยค ในที่นี้ Like เป็นคำบุพบทที่หมายถึงคล้ายกับ ไม่ใช่คำกริยาที่หมายถึงชอบ วลีนี้จัดคำถามเหล่านี้ให้อยู่ในกลุ่มกว้างเดียวกับคำถามอื่นอีกมากมาย การเปิดแบบนี้ช่วยกำหนดกรอบและทำให้ข้อสรุปที่ตามมานุ่มนวลขึ้น แทนที่จะมองว่าการไม่มี definitive answer เป็นความล้มเหลว ผู้พูดมองความไม่แน่นอนว่าเป็นเรื่องปกติและปิดชุดคำถามโดยไม่อ้างว่ามีทางออกสุดท้าย definitive answer คือคำตอบที่แน่นอนและเด็ดขาดพอที่จะยุติประเด็นได้
แบบฝึกหัด
หลังจากคำถามยากหลายข้อ ประโยคนี้มีหน้าที่หลักในการเรียบเรียงเนื้อหาอย่างไร?
- ประโยคนี้ปิดชุดคำถามโดยมองว่าการไม่มีคำตอบสุดท้ายเป็นเรื่องปกติ
- ประโยคนี้ประกาศว่าตอนนี้ทุกคำถามมีคำตอบที่พิสูจน์แล้วหนึ่งคำตอบ
- ประโยคนี้บอกว่าผู้พูดชอบคำถามส่วนใหญ่
ดูคำตอบ
ประโยคนี้ปิดชุดคำถามโดยมองว่าการไม่มีคำตอบสุดท้ายเป็นเรื่องปกติ
But the enduring importance of Akutagawa's story suggests
4:41แต่ความสำคัญที่ยั่งยืนของเรื่องราวของอะคุตะงะวะชี้ให้เห็นว่า
there may be value in embracing the ambiguity: การยอมรับความคลุมเครืออาจมีคุณค่า
There may be value in + -ing หมายถึง การกระทำหนึ่งอาจมีประโยชน์หรือควรค่าแก่การพิจารณา may ทำให้ข้อสรุปไม่ฟันธง และ in เป็นคำบุพบท ดังนั้น embracing จึงเป็นกริยารูป -ing ที่ทำหน้าที่เป็นคำนาม ในที่นี้ embrace the ambiguity เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการยอมรับความไม่แน่นอนแทนที่จะบังคับให้มีคำตอบที่ชัดเจนเพียงคำตอบเดียว โครงสร้างนี้ใช้ประเมินกลยุทธ์ ทางเลือก หรือท่าทีอย่างระมัดระวังได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมายเพื่อเสนอประโยชน์ที่เป็นไปได้อย่างระมัดระวัง: ____ reviewing the evidence once more before we decide.
ดูคำตอบ
There may be value in
When it comes to determining the truth: เมื่อพูดถึงการตัดสินความจริง
When it comes to + คำนามหรือรูป -ing หมายถึง “เมื่อพูดถึง” หรือ “ในด้านของ” ใช้กำหนดขอบเขตของข้อความหรือคำถามที่ตามมา ในประโยคนี้ การเปรียบเทียบความน่าเชื่อถือถูกจำกัดไว้ที่การตัดสินความจริง ในสำนวนตายตัวนี้ to เป็นคำบุพบท จึงตามด้วย determining ไม่ใช่ determine
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำขึ้นต้นเป้าหมายที่หมายถึง “เมื่อพูดถึง”: ____ managing a budget, small expenses add up quickly.
ดูคำตอบ
When it comes to
What's more reliable, A or B?: ปิดท้ายด้วยการเปรียบต่าง
รูปแบบ What's more + adjective, A or B? วางตัวเลือกสองอย่างไว้บนเกณฑ์เปรียบเทียบเดียวกัน ในที่นี้ reliable คือเกณฑ์ ส่วน ambiguity และ unanimity คือตัวเลือก โดย unanimity หมายถึงทุกคนที่เกี่ยวข้องเห็นพ้องกัน ไม่ใช่เพียงเสียงส่วนใหญ่ เมื่อใช้ในตอนท้ายของการอภิปราย คำถามแบบให้เลือกสองทางนี้อาจทำหน้าที่เชิงวาทศิลป์ได้ กล่าวคือ แทนที่จะให้คำตอบสุดท้าย คำถามจะสรุปประเด็นหลักให้เป็นความแตกต่างที่ชัดเจน และปล่อยให้ผู้ฟังคิดต่อว่าฝ่ายใดน่าเชื่อถือกว่า
แบบฝึกหัด
เมื่อใช้คำถามนี้ปิดท้ายการอภิปราย คำถามนี้สร้างผลหลักอย่างไร?
- คำถามนี้ขอให้ผู้ฟังนับว่ามีกี่คนที่เห็นด้วย
- คำถามนี้จัดกรอบบทสรุปให้เป็นการเลือกระหว่างสองแนวคิด และปล่อยให้ผู้ฟังคิดต่อถึงความแตกต่างนั้น
- คำถามนี้ให้คำตอบสุดท้ายโดยสนับสนุน ambiguity
ดูคำตอบ
คำถามนี้จัดกรอบบทสรุปให้เป็นการเลือกระหว่างสองแนวคิด และปล่อยให้ผู้ฟังคิดต่อถึงความแตกต่างนั้น
Strangely enough: ส่งสัญญาณถึงการหักมุมที่ขัดกับความคาดหมาย
Strangely enough เป็นคำบอกทิศทางของเนื้อหาที่ใช้ขึ้นต้นประโยค มีความหมายว่าอย่างน่าประหลาดหรืออย่างน่าแปลกใจ คำนี้บอกผู้ฟังว่าสิ่งที่จะตามมาขัดกับความคาดหมายตามปกติ จึงช่วยชี้นำว่าควรเข้าใจข้อความถัดไปอย่างไร วลีนี้ทำหน้าที่เป็นความคิดเห็นหนึ่งชุดต่อข้อความทั้งหมดที่ตามมา ในที่นี้ enough ไม่ได้บอกว่ามีปริมาณเพียงพอ แต่เป็นส่วนหนึ่งของวลีตายตัว strangely enough
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำบอกทิศทางของเนื้อหาจากบทเรียนนี้: ____, the simplest design performed best.
ดูคำตอบ
Strangely enough
the closer ..., the less ...: โครงสร้างเปรียบเทียบที่เชื่อมการเปลี่ยนแปลงสองอย่าง
the closer ..., the less ... ใช้โครงสร้างเปรียบเทียบแบบสัมพันธ์ the + comparative ..., the + comparative ... เพื่อเชื่อมระดับสองอย่างที่เปลี่ยนไปพร้อมกัน เมื่อสถานการณ์เข้าใกล้การเห็นพ้องกันทั้งหมดมากขึ้น ความน่าเชื่อถือของผลลัพธ์ก็ลดลง ในโครงสร้างนี้ the ทั้งสองตำแหน่งเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบ ไม่ใช่คำนำหน้านามชี้เฉพาะตามปกติ หลังวลีเปรียบเทียบที่ย้ายมาไว้ข้างหน้า ยังใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าปกติ เช่น the closer you get และ the less trustworthy a result becomes การเปลี่ยนแปลงทั้งสองอาจไปในทิศทางเดียวกันหรือตรงข้ามกันก็ได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้างเปรียบเทียบแบบสัมพันธ์ได้ถูกต้อง
- The most carefully we check the data, the fewer mistakes we make.
- The more carefully we check the data, the fewer mistakes we make.
- The more carefully we check the data, fewer mistakes we make.
ดูคำตอบ
The more carefully we check the data, the fewer mistakes we make.
Unpack the counterintuitive paradox of unanimity with this video. การใช้คำ
5:03ไขปริศนาความขัดแย้งทางความรู้สึกของความเป็นเอกฉันท์ด้วยวิดีโอนี้
Unpack the counterintuitive paradox of unanimity: เจาะลึกความย้อนแย้งที่ขัดกับสัญชาตญาณของการเห็นพ้องเป็นเอกฉันท์
ในวลีนี้ unpack ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ คือแบ่งแนวคิดที่ซับซ้อนออกเป็นส่วนต่าง ๆ แล้วอธิบายว่ามันทำงานอย่างไร ประโยคคำสั่ง Unpack ... ชวนผู้ชมให้พิจารณาหัวข้ออย่างละเอียด ไม่ได้หมายถึงการเปิดกระเป๋าเดินทาง Counterintuitive หมายถึงขัดกับสิ่งที่คนทั่วไปคาดไว้ ส่วน paradox คือความขัดแย้งที่ปรากฏให้เห็นและต้องมีคำอธิบาย และ unanimity หมายถึงการเห็นพ้องกันทั้งหมด ดังนั้น วลีนี้จึงเกริ่นนำการวิเคราะห์อย่างละเอียดว่าเหตุใดการเห็นพ้องเป็นเอกฉันท์จึงอาจส่งผลที่น่าประหลาดใจและดูขัดแย้งกัน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ unpack ในความหมายเชิงเปรียบเทียบเหมือนกับตัวอย่าง
- Maya unpacks her suitcase after the flight.
- The article unpacks a counterintuitive finding about sleep.
- The worker unpacks the dishes from the box.
ดูคำตอบ
The article unpacks a counterintuitive finding about sleep.