บลูอี้กับมีอาทำสวนนางฟ้า 🧚‍♀️ ✨ | ไฮไลต์ซีซั่น 2 - เรือเปลือกไม้ | บลูอี้ (Bluey): บทเรียนภาษาอังกฤษ

Bluey - Official Channel

ความยากในการเรียน
267 คำ 179 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: บลูอีและมีอาเริ่มสร้างสวนของนางฟ้า ขณะที่แม็กเคนซีเล่นเรือจากเปลือกไม้ กิจกรรมทั้งสองมาบรรจบกันเมื่อเปลือกไม้ดึงความสนใจของบลูอีจนเธอออกจากหน้าที่ เกิดเหตุการณ์ที่เกือบถูกจับได้ และตามมาด้วยคำเตือนว่าอย่าวิ่งหนีไปจากกิจกรรมอีก ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. are going to go build — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจว่า going to ใช้บอกแผน ส่วน go ตามด้วยกริยารูปพื้นฐานช่วยพาไปสู่กิจกรรมที่จะไปทำโดยตรง ผู้เรียนจึงใช้รูปแบบภาษาพูดนี้เพื่อบอกแผนว่าจะไปทำบางอย่างได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่จำเป็นต้องเติม and 2. That was close. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: แยกแยะได้ว่านี่คือปฏิกิริยาเมื่อเรื่องไม่ดีเกือบเกิดขึ้นหรือเกือบถูกใครพบเห็น ไม่ได้หมายถึงระยะทางที่อยู่ใกล้ ผู้เรียนสามารถใช้หลังจากรอดจากอุบัติเหตุ ปัญหา หรือการถูกจับได้แบบหวุดหวิด 3. no running off. — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: สังเกตว่า no + รูป -ing ใช้สร้างข้อห้ามสั้น ๆ ที่ฟังคล้ายกฎ ส่วน running off หมายถึงการวิ่งหนีหรือออกจากสถานที่หรือกิจกรรมอย่างกะทันหัน รูปแบบนี้ใช้กำหนดขอบเขตให้ชัดเจนเมื่อต้องดูแลเด็กหรือบอกกติกาของกิจกรรมได้

คำอธิบายในบทเรียนนี้

I'll make the dam. ไวยากรณ์

0:00

ฉันจะสร้างเขื่อนเอง

ไวยากรณ์

I'll make: ตัดสินใจทันทีและอาสาทำ

I'll เป็นรูปย่อของ I will ในฉากนี้ I'll make ไม่ได้แค่บอกว่าการกระทำจะเกิดในอนาคต แต่ผู้พูดตัดสินใจในตอนนั้นและรับหน้าที่สร้างเขื่อนเอง ความหมายที่เป็นธรรมชาติคือ “ฉันทำเอง” รูป I'll + คำกริยารูปพื้นฐานมักใช้กับการตัดสินใจทันที การเสนอทำบางอย่าง หรือการอาสารับงาน การกระทำอาจเกิดขึ้นในไม่ช้า และ will ไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นอนาคตที่ห่างไกล

แบบฝึกหัด

กลุ่มหนึ่งกำลังแบ่งงานกันอยู่ตอนนี้ และยังไม่มีใครอาสาขนกล่อง ประโยคใดแสดงได้เป็นธรรมชาติที่สุดว่าคุณตัดสินใจในตอนนั้นว่าจะทำเอง

  1. I'll carry the boxes.
  2. I carried the boxes yesterday.
  3. I carry the boxes every Friday.
ดูคำตอบ

I'll carry the boxes.

Here's a good one. วลี

0:01

อันนี้ดีเลย

วลี

Here's a good one: แสดงและแนะนำสิ่งของ

Here's เป็นรูปย่อของ here is แต่ในประโยคนี้ไม่ได้ทำหน้าที่แค่บอกตำแหน่ง ผู้พูดดึงความสนใจไปยังสิ่งของที่เพิ่งพบ แล้วแสดงหรือยื่นให้ดูว่าเป็นตัวเลือกที่เหมาะ ความหมายโดยประมาณคือ “ดูสิ อันนี้ดี” one ใช้แทนคำนามนับได้เอกพจน์ที่รู้กันอยู่แล้วจากสถานการณ์ เพื่อไม่ต้องพูดชื่อสิ่งของซ้ำ และในที่นี้ one ไม่ได้หมายถึงเลขหนึ่ง

แบบฝึกหัด

คุณหยิบดินสอออกจากกล่องแล้วชูขึ้นให้เพื่อนดู ควรพูดว่าอะไรจึงเป็นธรรมชาติที่สุด

  1. Here's a good one.
  2. I had a good one yesterday.
  3. There's a good one on the desk.
ดูคำตอบ

Here's a good one.

Oh, yeah.

0:02

โอ้ ใช่เลย

That'll go fast. ไวยากรณ์

0:02

มันจะไปได้เร็วเลยล่ะ

ไวยากรณ์

That'll go fast: การคาดการณ์ทันที

That'll เป็นรูปย่อที่ใช้กันทั่วไปของ that will ผู้พูดชี้ไปที่สิ่งหนึ่งและใช้สิ่งที่เห็นตรงหน้าเพื่อคาดการณ์ว่าสิ่งนั้นจะเคลื่อนไหวอย่างไรต่อไป ใน go fast คำว่า go หมายถึงเคลื่อนที่หรือทำงานด้วยความเร็วสูง ไม่ได้หมายถึงเดินทางไปยังจุดหมาย โครงสร้าง That'll + คำกริยารูปพื้นฐานใช้คาดการณ์อย่างรวดเร็วเกี่ยวกับสิ่งของหรือสถานการณ์ได้

แบบฝึกหัด

เด็กคนหนึ่งชี้ไปที่เรือของเล่นซึ่งยังไม่เริ่มเคลื่อนที่แล้วพูดว่า 'That'll go fast.' เด็กหมายความว่าอย่างไร

  1. เด็กบอกว่าเรือกำลังเคลื่อนที่เร็วอยู่แล้ว
  2. เด็กต้องการให้เรือเดินทางไปยังสถานที่หนึ่ง
  3. เด็กคาดว่าเรือจะเคลื่อนที่เร็ว
ดูคำตอบ

เด็กคาดว่าเรือจะเคลื่อนที่เร็ว

Hi Mia.

0:04

หวัดดี Mia

Hi Mia.

0:04

หวัดดี Mia

Hi Mia.

0:05

หวัดดี Mia

Oh,

0:06

โอ้

hi Captain.

0:07

หวัดดี Captain

What are you up to? น้ำเสียง/เจตนา

0:08

พวกเธอทำอะไรกันอยู่?

น้ำเสียง/เจตนา

What are you up to?: ถามอย่างเป็นกันเองว่าอีกฝ่ายกำลังทำอะไร

What are you up to? เป็นวิธีถามแบบกันเองว่าอีกฝ่ายกำลังทำอะไรอยู่ มักใช้เปิดบทสนทนาอย่างเป็นมิตร ไม่ใช่เพื่อขอรายงานโดยละเอียด ในที่นี้ up to เป็นส่วนหนึ่งของสำนวนทั้งหมดและไม่ได้บอกทิศทางขึ้นด้านบน เมื่อมีวลีบอกเวลาอย่าง this weekend คำถามนี้อาจใช้ถามถึงแผนของอีกฝ่าย แทนการกระทำที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนั้น

แบบฝึกหัด

คำถามใดเป็นประโยคเปิดบทสนทนาแบบกันเองที่หมายถึง “กำลังทำอะไรหรือวางแผนจะทำอะไร”

  1. What are you up to?
  2. What have you finished?
  3. Where are you going?
ดูคำตอบ

What are you up to?

Bluey and I are going to go build a fairy garden. ไวยากรณ์

0:09

ฉันกับ Bluey กำลังจะไปสร้างสวนนางฟ้ากัน

ไวยากรณ์

are going to go build: วางแผนว่าจะไปทำบางอย่าง

ในที่นี้ are going to บอกแผนที่วางไว้แล้ว ส่วน go ที่ตามมาเป็นกริยาแสดงการเคลื่อนที่หรือการลงมือทำ ผู้พูดตั้งใจจะออกจากสิ่งที่กำลังทำอยู่แล้วเริ่มสร้าง ในรูปแบบภาษาพูด go + กริยารูปพื้นฐาน คำว่า go build มีความหมายเหมือน go and build คือ “ไปแล้วสร้าง” สองส่วนที่ดูคล้ายกันทำหน้าที่ต่างกัน ดังนั้น are going to go build จึงหมายถึง “วางแผนว่าจะไปสร้าง” ไม่ใช่การพูด go ซ้ำโดยไม่มีเหตุผล

แบบฝึกหัด

ใช้ be going to เพื่อบอกแผน และใช้ go + กริยารูปพื้นฐานเพื่อบอกการกระทำถัดไป: We ____ some paint after lunch.

ดูคำตอบ

are going to go buy

What are you doing?

0:11

แล้วเธอทำอะไรอยู่ล่ะ?

We're playing barky boats. วัฒนธรรม

0:12

เรากำลังเล่นเรือเปลือกไม้กันอยู่

วัฒนธรรม

barky boats: ชื่อเรือเปลือกไม้ที่เด็กคิดขึ้น

ในที่นี้ bark หมายถึงชั้นนอกของต้นไม้หรือเปลือกไม้ เด็ก ๆ ใช้ชิ้นเปลือกไม้แทนเรือสมมติ และเรียกเกมหรือเรือลำเล็กเหล่านั้นอย่างสนุก ๆ ว่า barky boats คำลงท้าย -y มักช่วยสร้างคำคุณศัพท์ แต่ barky boats ไม่ใช่ชื่อมาตรฐานของเรือชนิดหนึ่ง เป็นคำที่เด็กสร้างขึ้นตามบริบท และ bark ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเสียงสุนัขเห่า

แบบฝึกหัด

ในประโยคภาษาอังกฤษ We're playing barky boats. คำว่า barky boats น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด?

  1. เรือยนต์ชนิดมาตรฐาน
  2. เรือที่บรรทุกสุนัขซึ่งกำลังเห่า
  3. ชื่อสนุก ๆ สำหรับเรือลำเล็กที่ทำจากเปลือกไม้
ดูคำตอบ

ชื่อสนุก ๆ สำหรับเรือลำเล็กที่ทำจากเปลือกไม้

Oh, okay.

0:14

อ้อ โอเค

Have fun. น้ำเสียง/เจตนา

0:15

ขอให้สนุกนะ

น้ำเสียง/เจตนา

Have fun: คำอวยพรส่งท้ายอย่างเป็นกันเอง

Have fun เป็นคำอวยพรแบบเป็นกันเองที่ใช้เป็นสำนวนตายตัว หมายถึง “หวังว่าคุณจะสนุกกับสิ่งที่กำลังจะทำ” มักพูดก่อนอีกฝ่ายเริ่มกิจกรรมยามว่าง หรือเมื่อต่างฝ่ายกำลังแยกกันไป แม้รูปประโยคจะเหมือนคำสั่ง แต่โดยปกติเป็นคำส่งท้ายที่อบอุ่น ไม่ใช่การสั่งให้อีกฝ่ายต้องรู้สึกสนุก

แบบฝึกหัด

เพื่อนของคุณกำลังจะไปงานเลี้ยง เติมคำส่งท้ายแบบเป็นกันเองสองคำที่ขึ้นต้นด้วย Have: ____!

ดูคำตอบ

Have fun

Bye.

0:16

บ๊ายบาย

Bye Mia.

0:16

บ๊ายบาย Mia

Okay,

0:19

เอาล่ะ

let it go. กริยาวลี

0:20

ปล่อยเลย

กริยาวลี

let it go: ปล่อยวัตถุจริงให้เคลื่อนที่

ในที่นี้ let it go บอกการกระทำจริง คือหยุดจับหรือควบคุมวัตถุนั้น เพื่อให้มันเคลื่อนออกไปได้ โครงสร้างคือ let + กรรม + คำกริยารูปพื้นฐาน โดย it คือวัตถุ และ go คือการเคลื่อนที่ที่ได้รับอนุญาต คำเดียวกันนี้อาจหมายถึง “เลิกกังวลเรื่องนั้น” ได้ด้วย แต่ไม่ใช่ความหมายในที่นี้ เมื่อบริบทแสดงว่ามีการจับวัตถุจริงอยู่บนน้ำ let it go จึงหมายถึงปล่อยมัน

แบบฝึกหัด

เด็กคนหนึ่งกำลังถือเรือของเล่นอยู่บนผิวน้ำที่ไหล ในบริบทนี้ Let it go หมายถึงอะไร?

  1. เลิกคิดถึงการโต้เถียงในอดีต
  2. วางเรือไว้บนชั้นอย่างระมัดระวัง
  3. ปล่อยเรือให้เคลื่อนไปตามน้ำ
ดูคำตอบ

ปล่อยเรือให้เคลื่อนไปตามน้ำ

Look at it go. วลี

0:22

ดูมันไปสิ

วลี

Look at it go!:ดึงความสนใจอย่างตื่นเต้น

Look at it go! ใช้ดึงความสนใจของอีกฝ่ายไปยังสิ่งที่กำลังเคลื่อนที่ ทำงาน หรือแสดงผลงานได้อย่างน่าประทับใจ โดยมักมีน้ำเสียงตื่นเต้นหรือประหลาดใจในทางบวก โครงสร้างคือ look at + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน โดย it คือสิ่งที่กำลังมอง และ go บอกการเคลื่อนไหวที่เห็นอยู่ตรงหน้า ในที่นี้ go ไม่ได้หมายถึงการไปยังจุดหมาย และผู้พูดก็ไม่ได้สั่งให้สิ่งนั้นออกไป

แบบฝึกหัด

รถไขลานคันหนึ่งพุ่งข้ามพื้นอย่างรวดเร็ว คำพูดใดดึงความสนใจไปที่รถได้อย่างเป็นธรรมชาติและแสดงความตื่นเต้น?

  1. Look at it goes!
  2. Look at it go!
  3. Tell it to go!
ดูคำตอบ

Look at it go!

Again.

0:25

เอาใหม่

Hey, Mackenzie,

0:26

นี่ Mackenzie

do you want to help Bluey build a fairy garden? น้ำเสียง/เจตนา

0:28

เธออยากช่วย Bluey สร้างสวนนางฟ้าไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

Do you want to help ...?:ชวนให้ช่วยอย่างเป็นมิตร

Do you want to help ...? ไม่ได้ใช้เพียงเพื่อถามว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร ในบริบทนี้เป็นการชวนอย่างเป็นมิตรให้อีกฝ่ายช่วยหรือเข้าร่วมกิจกรรม จึงฟังนุ่มนวลกว่าคำสั่งโดยตรง หลัง help ภาษาอังกฤษสามารถตามด้วยคนและกริยารูปพื้นฐานได้ เช่น help Bluey build หมายถึงช่วย Bluey สร้าง รูปคำถามเปิดโอกาสให้ผู้ฟังตอบรับหรือปฏิเสธได้

แบบฝึกหัด

ใช้รูปแบบ Do you want to help...? เพื่อเติมคำชวนอย่างเป็นมิตรให้สมบูรณ์: ____ me plant these flowers?

ดูคำตอบ

Do you want to help

No.

0:31

ไม่อ่ะ

Oh, okay.

0:32

อ้อ โอเค

Let's build it here. น้ำเสียง/เจตนา

0:36

เรามาสร้างกันตรงนี้เถอะ

น้ำเสียง/เจตนา

Let's build: เสนอให้ทำบางอย่างร่วมกัน

โครงสร้าง Let's + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้เสนอให้ผู้พูดกับผู้ฟังทำบางอย่างร่วมกัน ในประโยคนี้ Let's build ทำให้การสร้างเป็นแผนที่ทำร่วมกัน ไม่ใช่คำสั่งให้อีกฝ่ายทำคนเดียว ในโครงสร้างเสนอแนะนี้ Let's เป็นรูปภาษาพูดที่ใช้ทั่วไปของ let us และในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการขออนุญาตจากใคร

แบบฝึกหัด

คุณกับเพื่อนอยากสร้างปราสาททรายด้วยกัน ใช้ Let's build เติมข้อเสนอให้สมบูรณ์: ____ a sandcastle here.

ดูคำตอบ

Let's build

This can be the bridge. ไวยากรณ์

0:38

อันนี้เป็นสะพานได้นะ

ไวยากรณ์

This can be the bridge: กำหนดบทบาทในจินตนาการ

ในเกมสมมติหรือการวางแผน This can be the bridge หมายความว่าสิ่งของที่กำลังชี้อยู่สามารถใช้เป็นสะพานได้ กริยาช่วย can เสนอให้บทบาทนั้นเป็นตัวเลือกที่ใช้ได้จริง ไม่ได้บอกว่าสิ่งของมีความสามารถทางกายภาพ โครงสร้าง X can be Y ยังใช้กำหนดหน้าที่ชั่วคราวให้สิ่งของในแบบจำลอง การจัดวาง หรือแผนงานได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ในเกมสมมติ ใช้ can be เพื่อกำหนดบทบาทให้กล่อง: This box ____ the table in our pretend café.

ดูคำตอบ

can be

These can be the trees.

0:40

พวกนี้ก็เอาไว้เป็นต้นไม้

How old are you?

0:49

เธออายุเท่าไหร่เหรอ?

12.

0:50

12 น่ะ

Wow, can you drive a car?

0:51

ว้าว เธอขับรถเป็นไหม?

No, not yet. วลี

0:54

ยังหรอก

วลี

not yet: ตอนนี้ยังไม่ แต่ภายหลังอาจเป็นไปได้

ในคำตอบนี้ not yet หมายความว่าคำตอบในตอนนี้คือ “ไม่” เพราะยังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสมหรือยังไม่ครบเงื่อนไข แต่ยังเปิดโอกาสว่าคำตอบอาจเปลี่ยนไปในภายหลัง ใช้ not yet กับสิ่งที่ยังไม่เสร็จ ยังใช้ไม่ได้ หรือยังทำไม่ได้ในตอนนี้ เมื่อคาดว่าจะเปลี่ยนแปลงภายหลังหรือยังมีโอกาสเปลี่ยนได้

แบบฝึกหัด

เติมคำตอบด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “ตอนนี้ยังไม่ แต่ภายหลังอาจเป็นไปได้”: Has the train arrived? No, ____.

ดูคำตอบ

not yet

When do you start big school? การใช้คำ

0:55

เธอจะเข้าเรียนโรงเรียนผู้ใหญ่เมื่อไหร่เหรอ?

การใช้คำ

big school: คำที่เด็กใช้เรียกโรงเรียนระดับถัดไป

ในที่นี้ big school เป็นคำพูดกันเองที่ใช้กับเด็ก หมายถึงโรงเรียนในระดับที่สูงขึ้นหรือระดับถัดไปสำหรับเด็กที่โตกว่า คำว่า big สื่อถึงการโตขึ้นและเลื่อนไปอีกระดับ ไม่ได้บอกว่าอาคารโรงเรียนมีขนาดใหญ่ ระดับที่หมายถึงจริง ๆ ขึ้นอยู่กับการใช้คำในท้องถิ่นและระดับที่เด็กกำลังเรียนอยู่ อาจหมายถึงโรงเรียนประถมหลังอนุบาล หรือโรงเรียนมัธยมหลังประถมก็ได้

แบบฝึกหัด

เด็กคนหนึ่งพูดว่า 'I'm starting big school next year.' big school น่าจะหมายถึงอะไร

  1. โรงเรียนระดับที่สูงขึ้นหรือระดับถัดไปสำหรับเด็กที่โตกว่า
  2. โรงเรียนที่มีอาคารขนาดใหญ่
  3. ชื่อทางการของระดับชั้นเดียวกันที่ตายตัวในทุกประเทศ
ดูคำตอบ

โรงเรียนระดับที่สูงขึ้นหรือระดับถัดไปสำหรับเด็กที่โตกว่า

Next year.

0:57

ปีหน้าน่ะ

Are you nervous about big school? วลี

0:58

เธอตื่นเต้นที่จะไปโรงเรียนผู้ใหญ่ไหม?

วลี

nervous about + คำนามหรือรูป -ing

Be nervous about + คำนามหรือรูป -ing หมายถึงรู้สึกกังวลหรือตึงเครียดเกี่ยวกับสิ่งหรือประสบการณ์นั้น ในคำถามนี้ about big school ระบุว่าเรื่องใดอาจทำให้รู้สึกกังวล เมื่อตามด้วยหัวข้อที่กังวล ต้องคง about ไว้ เช่น nervous about the exam และ nervous about starting a new school อย่าใช้ nervous to + คำนาม เพราะ nervous to big school ผิดไวยากรณ์

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบ nervous about + หัวข้อให้สมบูรณ์: I'm nervous ____ my first day at work.

ดูคำตอบ

about

No, it's going to be great. ไวยากรณ์

1:00

ไม่อ่ะ มันจะต้องเจ๋งแน่ๆ

ไวยากรณ์

it's going to be great: การคาดการณ์สภาพในอนาคต

Be going to + คำกริยารูปพื้นฐานใช้ในที่นี้เพื่อคาดการณ์อนาคต เนื่องจาก great เป็นคำคุณศัพท์ จึงต้องใช้คำกริยารูปพื้นฐาน be ดังนั้น it is going to be great จึงหมายถึงคาดว่าประสบการณ์นั้นจะดีมาก ในคำตอบนี้ การคาดการณ์ในแง่ดียังช่วยให้อีกฝ่ายสบายใจด้วย Going to be ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ไปยังสถานที่หนึ่ง

แบบฝึกหัด

ใช้ be going to เติมคำคาดการณ์อนาคตในแง่ดีให้สมบูรณ์: Don't worry about the show. ____ great.

ดูคำตอบ

It's going to be

Ooh, can you write words?

1:02

อู้ เธอเขียนหนังสือเป็นไหม?

Yeah.

1:03

ได้สิ

Can you write a letter to the fairies? วลี

1:04

เธอช่วยเขียนจดหมายถึงพวกนางฟ้าให้หน่อยได้ไหม?

วลี

write a letter to: ใช้ to ระบุผู้รับจดหมาย

ใช้โครงสร้าง write a letter to + บุคคลหรือกลุ่ม เพื่อบอกว่าใครจะเป็นผู้ได้รับจดหมาย ในประโยคนี้ a letter คือสิ่งที่เขียน ส่วน to the fairies ระบุผู้รับ ที่นี่ to ใช้บอกผู้รับ ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ไปหาเหล่านางฟ้า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย write a letter to เพื่อบอกว่าคุณย่าหรือคุณยายจะได้รับจดหมาย: Please ____ your grandmother this weekend.

ดูคำตอบ

write a letter to

Yeah, sure. น้ำเสียง/เจตนา

1:06

ได้เลย ไม่มีปัญหา

น้ำเสียง/เจตนา

Yeah, sure: ตอบตกลงคำขอแบบสบาย ๆ

Yeah, sure. เป็นคำตอบภาษาพูดแบบสบาย ๆ ที่ใช้ตอบรับคำขอและบอกว่าผู้พูดยินดีช่วย Yeah เป็นคำตอบรับ ส่วน sure เพิ่มความหมายว่า “แน่นอน” หรือ “ไม่มีปัญหา” ในบริบทนี้ คำตอบดังกล่าวเป็นการตกลงอย่างจริงใจ ไม่ใช่การประชด คำเดิมอาจสื่อท่าทีที่ต่างออกไปเมื่ออยู่ในบริบทอื่น

แบบฝึกหัด

เพื่อนถามว่า Could you pass me the blue pencil? คุณยินดีช่วย คำตอบใดเหมาะสมที่สุด

  1. I helped yesterday.
  2. No, I can't.
  3. Yeah, sure.
ดูคำตอบ

Yeah, sure.

Okay, go for it. สำนวน

1:07

โอเค เอาเลย

สำนวน

go for it: การให้กำลังใจแบบไม่เป็นทางการให้ลงมือทำ

Go for it เป็นสำนวนตายตัวที่ใช้ให้กำลังใจใครสักคนให้เริ่ม ลอง หรือกล้าทำสิ่งที่เข้าใจกันอยู่แล้วจากสถานการณ์ ในประโยคนี้หมายถึง “เริ่มเขียนจดหมายได้เลย” โดยไม่ต้องพูดถึงการกระทำนั้นซ้ำ ในที่นี้ go ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ และสำนวนนี้ไม่ได้หมายถึงการไล่ตาม it ควรเข้าใจทั้งสำนวนว่า “ทำเลย!” หรือ “ลองดู!”

แบบฝึกหัด

เพื่อนเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันแล้ว แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะเข้าร่วมหรือไม่ คำตอบใดให้กำลังใจเขาให้ลองได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Go for it!
  2. Wait for it!
  3. Go to the contest.
ดูคำตอบ

Go for it!

Okay.

1:08

โอเค

Um,

1:09

อือ

dear fairies. ลำดับความ

1:09

ถึงเหล่านางฟ้า

ลำดับความ

Dear + ผู้รับ: การเริ่มต้นจดหมาย

Dear + ผู้รับ เป็นคำขึ้นต้นที่ใช้ตอนเริ่มจดหมายหรืออีเมล โดยระบุว่าข้อความนี้เขียนถึงใครก่อนเริ่มเนื้อหาหลัก ใน Dear fairies คำว่า fairies ระบุกลุ่มผู้รับที่ตั้งใจเขียนถึง เมื่ออยู่ในตำแหน่งนี้ Dear เป็นรูปแบบตามธรรมเนียมสำหรับเปิดข้อความ และไม่จำเป็นต้องแสดงถึงความรักที่ลึกซึ้ง เมื่อเขียนเป็นคำขึ้นต้นแยกต่างหาก ให้ขึ้นต้น Dear ด้วยตัวพิมพ์ใหญ่และโดยทั่วไปใส่เครื่องหมายจุลภาคหลังผู้รับ: Dear fairies,

แบบฝึกหัด

เติมคำขึ้นต้นจดหมายถึงคุณ Patel โดยใช้ Dear + ผู้รับ: ____, Thank you for meeting with me.

ดูคำตอบ

Dear Ms Patel

Hi.

1:10

หวัดดี

Ah, Mackenzie,

1:11

อ้าว Mackenzie

what are you doing here? น้ำเสียง/เจตนา

1:12

เธอมาทำอะไรที่นี่น่ะ?

น้ำเสียง/เจตนา

What are you doing here? เพื่อถามเชิงท้าทายว่าทำไมอีกฝ่ายจึงอยู่ที่นี่

ในฉากนี้ What are you doing here? ไม่ได้เน้นถามว่าอีกฝ่ายกำลังทำกิจกรรมอะไร แต่เป็นการตั้งคำถามว่าทำไมคนคนนั้นถึงมาอยู่ที่นี่อย่างไม่คาดคิด จึงมีความหมายใกล้กับ Why are you here? คำพูดเดียวกันอาจเป็นคำถามกลาง ๆ ได้ในบริบทอื่น แต่ถ้ามีความประหลาดใจ ความระแวง หรือความคิดว่าอีกฝ่ายไม่ควรอยู่ตรงนั้น คำถามนี้จะมีน้ำเสียงเรียกร้องให้ชี้แจง

แบบฝึกหัด

อ่านข้อความนี้: What are you doing here? This room is for staff only. ผู้พูดกำลังถามเรื่องใดเป็นหลัก?

  1. ทำไมคนคนนั้นจึงอยู่ในสถานที่ที่ตนอาจไม่ควรอยู่
  2. ตอนนั้นคนคนนั้นกำลังทำงานอะไร
  3. คนคนนั้นอยากอยู่นานขึ้นหรือไม่
ดูคำตอบ

ทำไมคนคนนั้นจึงอยู่ในสถานที่ที่ตนอาจไม่ควรอยู่

He made me come. ไวยากรณ์

1:14

เขาบังคับให้ฉันมา

ไวยากรณ์

He made me come: make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน

Made เป็นรูปอดีตของ make ในโครงสร้าง make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน make หมายถึงทำให้หรือบังคับให้ใครบางคนทำบางสิ่ง: made + me + come ในโครงสร้างประธานเป็นผู้กระทำ กริยาหลังกรรมจะไม่มี to ในที่นี้ He made me come. ยังโยนความรับผิดชอบไปให้บุคคลที่ใช้คำว่า he แทน ผู้พูดกำลังบอกว่าการมาไม่ใช่ทางเลือกของตนเองทั้งหมด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของกริยาในวงเล็บ: The coach made us ____ the drill again. (repeat)

ดูคำตอบ

repeat

Explain yourself. น้ำเสียง/เจตนา

1:15

อธิบายมาซิ

น้ำเสียง/เจตนา

Explain yourself: การเรียกร้องเหตุผลอย่างหนักแน่น

Explain yourself หมายถึง “บอกมาว่าทำไมถึงทำแบบนั้น หรือทำไมถึงมาอยู่ที่นี่” ไม่ได้หมายถึง “แนะนำตัวเอง” เนื่องจากเป็นประโยคคำสั่งตรง ๆ จึงฟังเหมือนการคาดคั้น ผู้พูดคิดว่ามีเรื่องที่อีกฝ่ายต้องชี้แจงและกดดันให้อีกฝ่ายตอบ

แบบฝึกหัด

ในฉากที่ตึงเครียด Explain yourself มักหมายความว่าอย่างไร

  1. อธิบายคำนี้ให้ฟังหน่อย
  2. บอกชื่อและสิ่งที่สนใจมา
  3. บอกมาว่าทำไมถึงทำแบบนั้น
ดูคำตอบ

บอกมาว่าทำไมถึงทำแบบนั้น

Oh, I

1:16

โอ้ ฉัน

I thought there might be some good bark here for our barky boats. ไวยากรณ์

1:17

ฉันนึกว่าแถวนี้จะมีเปลือกไม้ดีๆ ให้เอาไปทำเรือเปลือกไม้ของเรา

ไวยากรณ์

I thought there might be: การคาดเดาในอดีตอย่างไม่แน่ใจ

I thought there might be ... หมายถึง “ก่อนหน้านี้ฉันเดาว่าบางสิ่งอาจมีอยู่หรืออาจหาได้” thought วางความคิดนั้นไว้ในอดีต ส่วน might แสดงว่าความคิดนั้นไม่แน่นอน รูปแบบนี้มักใช้เพื่ออธิบายว่าทำไมใครบางคนจึงทำสิ่งหนึ่งสิ่งใด อาจฟังดูไม่มั่นใจหรือเหมือนกำลังแก้ตัว เพราะผู้พูดเพียงเสนอเหตุผลที่เป็นไปได้ ไม่ได้ยืนยันว่าสิ่งนั้นมีอยู่แน่นอน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ ใช้รูปอดีตของ think สำหรับความคิดก่อนหน้านี้ และใช้ might เพื่อแสดงความไม่แน่นอน: I ____ there ____ be an empty desk upstairs.

ดูคำตอบ

thought · might

Well, there's not. น้ำเสียง/เจตนา

1:20

ก็นะ มันไม่มีหรอก

น้ำเสียง/เจตนา

there's not: ละสิ่งที่กล่าวถึงไปแล้วในการปฏิเสธสั้น ๆ

there's เป็นรูปย่อของ there is ในประโยคนี้ not ใช้ปฏิเสธว่ามีสิ่งที่เพิ่งกล่าวถึง โดยไม่พูดนามวลีที่ควรตามมาอีกครั้ง นี่คือการละคำที่เข้าใจได้จากบริบท ผู้ฟังเติมข้อมูลที่หายไปจากคำพูดก่อนหน้าได้ ประโยคนี้จึงสมบูรณ์ในบทสนทนา และรูปสั้นนี้ทำให้การโต้แย้งฟังดูตรงไปตรงมา

แบบฝึกหัด

มีคนพูดว่า “Maybe there is a spare key.” เมื่อคุณตรวจดูแล้วตอบว่า “There's not.” คำตอบนี้หมายความว่าอย่างไร?

  1. ผู้พูดยังไม่ได้บอกว่าตนเองหมายถึงอะไร
  2. ไม่มีกุญแจสำรอง
  3. กุญแจสำรองไม่ได้กำลังเคลื่อนที่
ดูคำตอบ

ไม่มีกุญแจสำรอง

I told you. น้ำเสียง/เจตนา

1:22

ฉันบอกเธอแล้วไง

น้ำเสียง/เจตนา

I told you: เมื่อผลลัพธ์ยืนยันว่าคำเตือนก่อนหน้านี้ถูกต้อง

ในบริบทนี้ I told you ย้อนกลับไปถึงการคาดการณ์ คำเตือน หรือการตัดสินใจก่อนหน้านี้ที่ผลลัพธ์ในตอนนี้ยืนยันว่าถูกต้อง ใจความคือ “เห็นไหม สิ่งที่ฉันพูดถูก” ไม่ใช่แค่การเล่าบทสนทนาในอดีตอย่างเป็นกลาง ประโยคนี้อาจฟังเหมือนการย้ำเตือน ความรำคาญเล็กน้อย การตำหนิ หรือความพอใจที่ตนเองเป็นฝ่ายถูก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับน้ำเสียงและความสัมพันธ์

แบบฝึกหัด

คุณเคยเตือนเพื่อนว่าเส้นทางถูกน้ำท่วม เมื่อไปถึงก็พบว่าน้ำท่วมจริง แล้วคุณพูดว่า “I told you.” คุณกำลังสื่ออะไร?

  1. ฉันกำลังบอกข้อมูลนี้กับคุณเป็นครั้งแรก
  2. ฉันจำไม่ได้ว่าก่อนหน้านี้พูดอะไรไว้
  3. ผลลัพธ์แสดงว่าคำเตือนก่อนหน้านี้ของฉันถูกต้อง
ดูคำตอบ

ผลลัพธ์แสดงว่าคำเตือนก่อนหน้านี้ของฉันถูกต้อง

Come on.

1:24

มาเถอะ

Let's go.

1:25

ไปกันเถอะ

Bye.

1:26

บ๊ายบาย

That was close. สำนวน

1:27

เกือบไปแล้วไหมล่ะ

สำนวน

That was close: รอดจากผลร้ายมาได้อย่างหวุดหวิด

That was close. เป็นประโยคตอบแบบตายตัวในบทสนทนา หมายถึงเรื่องไม่ดีเกือบเกิดขึ้นแต่หลีกเลี่ยงได้ มักใช้แสดงความโล่งใจหลังจากเกือบเกิดอุบัติเหตุ ทำผิด ล้มเหลว หรือถูกจับได้ close ในที่นี้หมายถึง “เข้าใกล้ผลลัพธ์ที่ไม่ต้องการ” ไม่ได้หมายถึงอยู่ใกล้กันทางกายภาพหรือ “ปิดอยู่” เมื่ออันตรายผ่านไปแล้ว ทั้งประโยคจะสรุปว่าเพิ่งรอดมาได้อย่างหวุดหวิดเพียงใด

แบบฝึกหัด

เติมคำตอบด้วยสำนวนตายตัวที่หมายถึงผลร้ายเกือบเกิดขึ้นแต่หลีกเลี่ยงได้: A truck nearly hit us, but it stopped in time. ____.

ดูคำตอบ

That was close

Okay,

1:29

โอเค

dear fairies.

1:29

ถึงเหล่านางฟ้า

Dad bought new grass,

1:31

พ่อซื้อหญ้ามาใหม่

but it had ants in it.

1:32

แต่มันมีมดอยู่ข้างใน

And he couldn't find the ant powder.

1:33

แล้วเขาก็หาผงกำจัดมดไม่เจอ

And Mum was like, การใช้คำ

1:35

แล้วแม่ก็พูดว่า

การใช้คำ

Mum: คำเรียก “แม่” ในภาษาอังกฤษแบบบริติชและออสเตรเลีย

Mum เป็นคำเรียก “แม่” แบบกันเองในครอบครัว โดยเฉพาะในภาษาอังกฤษแบบบริติช ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ส่วนภาษาอังกฤษแบบอเมริกันมักใช้รูปที่ตรงกันคือ Mom ใน And Mum was like, คำว่า Mum หมายถึงแม่ของผู้พูด และขึ้นต้นด้วยตัวพิมพ์ใหญ่เพราะใช้เหมือนชื่อ โดยไม่มี my หรือคำกำหนดอื่นอยู่ข้างหน้า

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้การสะกดคำเรียกในครอบครัวแบบกันเองที่พบทั่วไปในภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียหรือบริติช

  1. Mother is waiting outside.
  2. Mom is waiting outside.
  3. Mum is waiting outside.
ดูคำตอบ

Mum is waiting outside.

"Where'd you last have it?" วลี

1:36

"เอาไว้ไหนครั้งล่าสุดล่ะ?"

การใช้คำ

was like: ใช้นำคำพูดหรือปฏิกิริยา

ในประโยคนี้ Mum was like ใช้นำสิ่งที่ Mum พูดในตอนนั้น ในรูปแบบการเล่าเรื่องนี้ be like มีความหมายประมาณว่า “พูดหรือแสดงปฏิกิริยา” ไม่ได้แปลว่า “เหมือน” ในการเล่าเรื่องแบบไม่เป็นทางการ be like อาจนำคำพูดจริง คำพูดที่ถ่ายทอดเพียงคร่าว ๆ หรือท่าทีของคนคนนั้นก็ได้ และมักทำให้เรื่องฟังดูมีชีวิตชีวาและเหมือนกำลังเลียนแบบปฏิกิริยามากกว่า said

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ was like เพื่อนำปฏิกิริยาของใครบางคนอย่างเป็นธรรมชาติในการเล่าเรื่องแบบสบาย ๆ

  1. Leo was like, "No way!"
  2. Leo liked, "No way!"
  3. Leo was similar, "No way!"
ดูคำตอบ

Leo was like, "No way!"

วลี

Where'd you last have it?: ถามตำแหน่งล่าสุดของของที่หาย

เมื่อของบางอย่างหาย Where'd you last have it? ใช้ถามสถานที่ล่าสุดที่ผู้ฟังถือ ใช้ หรือวางของชิ้นนั้นไว้ ในที่นี้ have หมายถึงมีของอยู่กับตัวในช่วงเวลาหนึ่ง ไม่ใช่การเป็นเจ้าของในระยะยาว Where'd เป็นรูปย่อในภาษาพูดของ where did เนื่องจาก did แสดงอดีตแล้ว have จึงคงอยู่ในรูปพื้นฐาน ส่วน last หมายถึง “ในครั้งล่าสุด”

แบบฝึกหัด

เติมคำถามโดยใช้ where'd และโครงสร้าง last-have เพื่อนของคุณหาโทรศัพท์ไม่เจอ: "____ your phone?"

ดูคำตอบ

Where'd you last have

And he said,

1:37

แล้วพ่อก็บอกว่า

Oh, look.

1:38

โอ้ ดูสิ

Do you think this would make a good barky boat? โน้ต

1:39

เธอคิดว่าอันนี้เอาไปทำเรือเปลือกไม้จะเวิร์คไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

Do you think ...? เพื่อเสนอความคิดอย่างนุ่มนวล

Do you think ...? ใช้ถามการประเมินของผู้ฟัง ในประโยคนี้ยังช่วยทำให้ความคิดของผู้พูดเรื่องเรือเปลือกไม้นุ่มนวลขึ้นด้วย ผู้พูดไม่ได้ยืนยันว่าสิ่งนี้จะเหมาะ แต่ชวนให้อีกฝ่ายช่วยตัดสินใจ หลัง Do you think ให้ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าในอนุประโยค เช่น Do you think this will work? โครงสร้างนี้ใช้ตรวจสอบความคิด เสนอความเป็นไปได้ หรือดูปฏิกิริยาของอีกฝ่ายโดยไม่ฟังดูมั่นใจจนเกินไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดขอความคิดเห็นจากอีกฝ่ายได้ถูกต้องโดยไม่กล่าวยืนยันตรง ๆ

  1. Do you think will this plan work?
  2. Do you think this plan will work?
  3. This plan will definitely work.
ดูคำตอบ

Do you think this plan will work?

วลี

would make a good ... เพื่อบอกว่าเหมาะกับการใช้งานหรือบทบาท

ในโครงสร้าง X would make a good Y ผู้พูดกำลังประเมินว่า X เหมาะที่จะเป็น ทำหน้าที่เป็น หรือใช้เป็น Y ในประโยคนี้ this หมายถึงวัสดุหรือสิ่งของที่กำลังพิจารณาให้เป็นเรือเปลือกไม้ ส่วน make ไม่ได้หมายความว่าสิ่งของนั้นเป็นผู้ผลิตเรือ Would ทำให้การประเมินเป็นเรื่องสมมุติ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว กล่าวคือ หากนำ X มาใช้ในหน้าที่นั้น ก็น่าจะเหมาะ โครงสร้างนี้ใช้ประเมินสิ่งของ สถานที่ และคนได้ ตราบใดที่ Y ระบุการใช้งานหรือบทบาทที่กำลังประเมิน

แบบฝึกหัด

เติม would make a good เพื่อแสดงความเหมาะสม: This sturdy box ____ seat.

ดูคำตอบ

would make a good

Um, I guess. น้ำเสียง/เจตนา

1:41

อือ ก็น่าจะนะ

น้ำเสียง/เจตนา

I guess. สำหรับการตอบตกลงอย่างลังเล

ในที่นี้ I guess เป็นการตอบตกลงแบบลังเลหรือยังมีข้อกังขา มีความหมายใกล้กับ “คงได้มั้ง” หรือ “เอาอย่างนั้นก็ได้” ผู้พูดยอมรับ แต่ไม่ได้ฟังดูมั่นใจหรือกระตือรือร้นเต็มที่ guess ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเดาคำตอบปริศนาจริง ๆ แต่ช่วยลดระดับความมั่นใจและการผูกมัดต่อคำตอบ ส่วน Um ที่ขึ้นต้นก็เพิ่มความรู้สึกลังเลอีกชั้นหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เพื่อนถามว่า “Can we use this one?” แล้วคุณตอบว่า “I guess.” คำตอบนี้มีแนวโน้มจะสื่อความหมายใดมากที่สุด?

  1. ฉันเห็นด้วยอย่างมั่นใจและดีใจมาก
  2. ฉันยอมรับ แต่ยังไม่แน่ใจหรือไม่ค่อยกระตือรือร้น
  3. ฉันไม่เข้าใจคำถาม
ดูคำตอบ

ฉันยอมรับ แต่ยังไม่แน่ใจหรือไม่ค่อยกระตือรือร้น

Do you want to just quickly give it to Mackenzie? น้ำเสียง/เจตนา

1:43

เธออยากจะรีบเอาไปให้ Mackenzie เลยไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

Do you want to just quickly ...? เพื่อขอร้องอย่างนุ่มนวล

ในประโยคนี้ Do you want to ...? มีรูปเป็นคำถามเกี่ยวกับความต้องการ แต่หน้าที่หลักคือการขอร้องอย่างนุ่มนวล ผู้พูดกำลังกระตุ้นให้ผู้ฟังนำสิ่งของไปให้แม็กเคนซี ไม่ได้เพียงถามว่าผู้ฟังอยากทำหรือไม่ just และ quickly ทำให้การกระทำนั้นดูเป็นเรื่องเล็กและใช้เวลาไม่นาน คำขอจึงฟังดูไม่บังคับมากนัก คำสองคำนี้ช่วยให้ถ้อยคำอ่อนลง แต่ผู้พูดยังคงต้องการให้ผู้ฟังทำสิ่งนั้น

แบบฝึกหัด

ขณะทำงานร่วมกัน ผู้พูดกำลังทำอะไรเป็นหลักเมื่อพูดว่า “Do you want to just quickly give it to Mackenzie?”

  1. หาว่าผู้ฟังชอบทำงานแบบใด
  2. ถามว่าแม็กเคนซีต้องการสิ่งของนั้นหรือไม่
  3. ขออย่างสุภาพให้ผู้ฟังนำสิ่งของไปให้แม็กเคนซี
ดูคำตอบ

ขออย่างสุภาพให้ผู้ฟังนำสิ่งของไปให้แม็กเคนซี

No.

1:45

ไม่อ่ะ

Come on, Bluey. น้ำเสียง/เจตนา

1:46

มาเถอะ Bluey

น้ำเสียง/เจตนา

Come on, Bluey. เพื่อเร่งให้อีกฝ่ายร่วมมือ

ในประโยคนี้ Come on ไม่ได้หมายถึง “เดินมาหาฉัน” แต่เป็นคำพูดสั้น ๆ ที่ใช้หลังจากขออะไรบางอย่าง เพื่อเร่งหรือเกลี้ยกล่อมให้ Bluey ร่วมมือหรือลงมือทำ น้ำหนักของคำนี้ขึ้นอยู่กับบริบทและน้ำเสียง Come on อาจใช้ให้กำลังใจ เร่ง เกลี้ยกล่อม แสดงความหงุดหงิด หรือแสดงว่าไม่เชื่อก็ได้ ในที่นี้ผู้พูดกำลังกดดันอีกเล็กน้อยให้อีกฝ่ายยอมและทำตาม

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ “Come on, Bluey.” น่าจะทำหน้าที่อะไร?

  1. เร่งให้ Bluey ร่วมมือหรือลงมือทำ
  2. บอกให้ Bluey เดินเข้าหาผู้พูด
  3. บอกให้ Bluey หยุดพูด
ดูคำตอบ

เร่งให้ Bluey ร่วมมือหรือลงมือทำ

I'll race you. น้ำเสียง/เจตนา

1:46

ฉันจะแข่งกับเธอ

น้ำเสียง/เจตนา

I'll race you. ในฐานะคำท้าให้แข่งกัน

ใน I'll race you คำว่า race เป็นคำกริยา และ you เป็นกรรมตรงที่บอกว่าใครคือคู่แข่ง โครงสร้าง race someone หมายถึง “แข่งกับใครสักคน” โดย you ไม่ใช่ผู้รับสิ่งของใด ๆ I'll ใช้เสนอคำท้าหรือข้อเสนอในขณะนั้น ถ้าต้องระบุเส้นชัย ให้เติม to + สถานที่: I'll race you to the gate.

แบบฝึกหัด

เติมคำกริยาที่หมายถึง “แข่งขันวิ่ง” เพื่อทำคำท้าแบบเป็นกันเองให้สมบูรณ์: I'll ____ you to the gate.

ดูคำตอบ

race

Keep letting the water build up. โน้ต

1:48

ปล่อยให้น้ำไหลมาเรื่อยๆ ก่อน

ไวยากรณ์

Keep letting ...: keep + -ing กับ let + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน

keep + รูป -ing หมายถึง “ทำบางสิ่งต่อไป” หรือ “ไม่หยุด” ในประโยคนี้ keep letting คือการบอกให้ปล่อยให้กระบวนการนั้นดำเนินต่อไป หลัง let ใช้โครงสร้าง กรรม + กริยารูปพื้นฐาน เช่น let the water build up ไม่ใช่ let the water to build up หรือ let the water building up และเมื่อ let อยู่หลัง keep ต้องเปลี่ยนเป็น letting จึงใช้ keep letting ไม่ใช่ keep let

แบบฝึกหัด

ใช้ let และ play เติมโครงสร้าง keep + -ing และ let + กรรม + กริยารูปพื้นฐานให้สมบูรณ์: Keep ____ the children ____ outside until dinner.

ดูคำตอบ

letting · play

กริยาวลี

build up: ค่อย ๆ สะสมหรือเพิ่มขึ้น

build up หมายถึงเพิ่มขึ้นหรือสะสมทีละน้อยเมื่อเวลาผ่านไป ในประโยคนี้น้ำกำลังค่อย ๆ สะสม ไม่ได้ปรากฏขึ้นมาทั้งหมดในทันที build up ใช้ได้กับสิ่งที่มองเห็นได้และสภาวะที่มองเห็นได้ยาก เช่น แรงดัน ฝุ่น ความตึงเครียด หรือความคาดหวัง ในความหมายนี้ build ไม่ได้หมายถึงการสร้างอาคาร ส่วน up เพิ่มแนวคิดของการสะสมหรือพัฒนาขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ build up ในความหมายว่า “ค่อย ๆ สะสม”?

  1. Pressure can build up inside a sealed container.
  2. Workers can build a wall around the garden.
  3. The rain stopped as soon as it began.
ดูคำตอบ

Pressure can build up inside a sealed container.

Okay.

1:50

โอเค

And no running off. น้ำเสียง/เจตนา

1:51

แล้วห้ามวิ่งหนีด้วยนะ

น้ำเสียง/เจตนา

no running off: ห้ามการกระทำด้วย no + -ing

โครงสร้าง no + -ing เป็นคำสั่งห้ามแบบสั้น ๆ ซึ่งบอกว่าไม่อนุญาตให้ทำกิจกรรมนั้น ในที่นี้ no running off หมายถึงห้ามวิ่งหนีหรือออกไปจากบริเวณนี้ run off ไม่ได้หมายถึงแค่วิ่ง แต่หมายถึงออกจากที่นั้นอย่างกะทันหัน โดยมักไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ได้บอกล่วงหน้า กฎนี้ต้องการให้อยู่ใกล้ ๆ ไม่ใช่ห้ามวิ่งธรรมดา

แบบฝึกหัด

ใช้รูป -ing ของ run off เติมกฎสั้น ๆ สำหรับเด็กที่ต้องอยู่ใกล้ ๆ ให้สมบูรณ์: No ____.

ดูคำตอบ

running off

Yeah, okay.

1:52

ได้เลย

I don't know what I was thinking. สำนวน

1:53

ไม่รู้เหมือนกันว่าฉันคิดอะไรอยู่

สำนวน

I don't know what I was thinking: เสียใจกับการตัดสินใจที่ไม่ดี

I don't know what I was thinking เป็นสำนวนที่ใช้ย้อนมองความคิดหรือการตัดสินใจในอดีต แล้วบอกว่าตอนนี้รู้สึกว่ามันไม่ฉลาดหรือคิดมาไม่ดี โดยทั่วไปไม่ได้หมายความว่าผู้พูดลืมจริง ๆ น้ำเสียงอาจสื่อถึงความเสียใจ การโทษตัวเอง ความอาย หรือการล้อตัวเองเบา ๆ

แบบฝึกหัด

คุณซื้ออุปกรณ์ราคาแพงที่ไม่เคยใช้เลยและตอนนี้รู้สึกเสียใจ ประโยคใดเป็นการตำหนิตัวเองที่เป็นธรรมชาติที่สุด

  1. I don't know what you are thinking now.
  2. I can't remember what the gadget is called.
  3. I don't know what I was thinking.
ดูคำตอบ

I don't know what I was thinking.

Hi.

1:55

หวัดดี

Ah, ah.

1:56

อ๊ะ อ๊ะ

Sorry, Mackenzie.

1:57

โทษที Mackenzie