แข่งขันฉบับเบบี๋ | ตอนเต็ม ซีซัน 2 | บลูอี้: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Bluey - Official Channel

ความยากในการเรียน
752 คำ 166 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: Bluey ถามว่าตนเก่งกว่าเด็กคนอื่นหรือไม่ ทำให้ Chilli ย้อนเล่าช่วงที่เธอกังวลเพราะคอยเปรียบเทียบพัฒนาการของทารก คำให้กำลังใจจากคุณแม่ผู้มีประสบการณ์ช่วยให้เธอยอมรับว่าเด็กและพ่อแม่ต่างก็เรียนรู้ด้วยจังหวะของตนเอง ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. better at the monkey bars than Bingo? — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้ว่า better at X than Y ใช้เปรียบเทียบความสามารถในกิจกรรมที่ระบุชัดเจน จึงช่วยให้พูดถึงผลงานด้านกีฬา วิชาเรียน หรือทักษะปฏิบัติได้แม่นยำกว่าการใช้เพียง better than โดยไม่บอกว่ากำลังเปรียบเทียบเรื่องใด 2. come with instructions. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจภาพเปรียบเทียบเชิงขำขันที่ทำราวกับว่าทารกมาพร้อมคู่มือการใช้งาน ในบริบทนี้หมายถึงการเลี้ยงลูกไม่ได้มีคำตอบให้ครบทุกเรื่อง และใช้ถ่ายทอดความสับสนของ Chilli โดยไม่ควรตีความว่าเป็นคำบ่นตามตัวอักษร 3. run my own race. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่าหมายถึงการเดินหน้าในจังหวะของตนแทนการวัดความก้าวหน้ากับผู้อื่น สามารถนำไปใช้พูดถึงการเลิกเปรียบเทียบตนเอง และสังเกตได้ว่าการนำวลีนี้กลับมาใช้ช่วงท้ายช่วยสรุปบทเรียนของเรื่องเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกและพัฒนาการอย่างไร

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Mum!

0:06

แม่!

Dad.

0:11

พ่อ

Bingo.

0:17

บิงโก

Bluey.

0:22

บลูอี้

Mum,

0:25

แม่

am I better at the monkey bars than Bingo? ไวยากรณ์

0:26

หนูโหนบาร์เก่งกว่าบิงโกหรือเปล่าคะ?

ไวยากรณ์

better at ... than ... สำหรับเปรียบเทียบความสามารถ

better at X than Y หมายถึง “มีทักษะใน X มากกว่า Y” โดย at ใช้นำหน้ากิจกรรมหรือทักษะที่เจาะจง และ than ใช้นำหน้าคนหรือกลุ่มที่นำมาเปรียบเทียบ คำถามนี้เปรียบเทียบเฉพาะความสามารถในการเล่นราวโหน ไม่ได้หมายความว่าคนหนึ่งดีกว่าอีกคนในทุกด้าน

แบบฝึกหัด

ใช้ better at ... than เติมประโยคเปรียบเทียบให้สมบูรณ์: Nina is ____ chess ____ I am.

ดูคำตอบ

better at · than

Well,

0:29

อืม

you are 2 years older than her, Bluey. ไวยากรณ์

0:29

ลูกโตกว่าน้องตั้ง 2 ปีนะ บลูอี้

ไวยากรณ์

2 years older than เพื่อบอกอายุที่ต่างกัน

รูปแบบ number + years older than ใช้บอกอายุที่ต่างกันอย่างชัดเจน ใน 2 years older than her นั้น 2 years บอกว่าต่างกันเท่าไร older บอกว่าใครอายุมากกว่า และ than นำหน้าคนที่อายุน้อยกว่าซึ่งใช้เป็นคู่เปรียบเทียบ older ในที่นี้หมายถึง “มีอายุมากกว่า” ไม่ได้สื่อว่าคนนั้นดูแก่

แบบฝึกหัด

ใช้ number + years older than เพื่อบอกว่าอายุต่างกันสี่ปี: Leo is ____ his cousin.

ดูคำตอบ

four years older than

Am I better than Judo?

0:31

แล้วหนูเก่งกว่าจูโด้ไหมคะ?

You're about the same as Judo. วลี

0:33

ลูกก็พอ ๆ กับจูโด้นั่นแหละ

วลี

about the same as: การเปรียบเทียบแบบใกล้เคียง

“about the same as” หมายถึง “ใกล้เคียงกันในด้านที่กำลังเปรียบเทียบ” โดยยังอาจมีความแตกต่างเล็กน้อย ในที่นี้ about แสดงความประมาณ ไม่ได้แปลว่า “เกี่ยวกับ” โครงสร้างคือ about the same as + คนหรือสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ ใช้เมื่อต้องการเปรียบเทียบอย่างไม่ฟันธงว่าสองสิ่งเหมือนกันทุกประการ

แบบฝึกหัด

แพ็กเกจสองแบบมีราคาใกล้เคียงกันมาก แต่อาจไม่เท่ากันทุกประการ ประโยคใดเหมาะที่สุด

  1. The premium plan costs exactly the same as the standard one.
  2. The premium plan costs about the same as the standard one.
  3. The premium plan is about the standard one.
ดูคำตอบ

The premium plan costs about the same as the standard one.

I'm not.

0:35

ไม่จริงค่ะ

Judo can't do skip bar or backwards one bar.

0:36

จูโด้ข้ามบาร์หรือถอยหลังหนึ่งบาร์ไม่ได้หรอก

Well,

0:39

อืม

she'll get there one day. วลี

0:40

เดี๋ยวสักวันเขาก็ทำได้เองแหละจ้ะ

วลี

she'll get there one day: สักวันจะบรรลุเป้าหมาย

“She’ll get there one day” หมายความว่าในที่สุดเธอจะไปถึงระดับทักษะหรือเป้าหมายที่กำลังพูดถึง there ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงความสำเร็จหรือระดับที่ต้องการ ไม่จำเป็นต้องเป็นสถานที่จริง ประโยคนี้ใช้ปลอบใจหรือให้กำลังใจ เธอยังไปไม่ถึงเป้าหมายในตอนนี้ แต่ผู้พูดคาดว่าเธอจะพัฒนาขึ้นในอนาคต ส่วน one day ไม่ได้ระบุเวลาที่แน่นอน

แบบฝึกหัด

ในประโยคให้กำลังใจ “Maya is still learning, but she'll get there one day,” คำว่า get there หมายถึงอะไร

  1. ในที่สุดก็มีทักษะนั้นหรือบรรลุเป้าหมาย
  2. เดินทางไปยังสถานที่ที่กล่าวถึงในวันพรุ่งนี้
  3. เลิกพยายามเพราะไม่มีทางประสบความสำเร็จ
ดูคำตอบ

ในที่สุดก็มีทักษะนั้นหรือบรรลุเป้าหมาย

But am I better than her on this day?

0:41

แต่หนูเก่งกว่าเขาในวันนี้ใช่ไหมคะ?

Bluey,

0:44

บลูอี้

just run your own race. สำนวน

0:44

แค่วิ่งในเส้นทางของลูกเอง

สำนวน

run your own race: ใส่ใจกับความก้าวหน้าของตัวเอง

run your own race ใช้การแข่งขันเป็นอุปมาเกี่ยวกับความก้าวหน้าของแต่ละคน หมายถึงให้ใส่ใจกับเป้าหมายและจังหวะของตัวเอง แทนที่จะคอยวัดตัวเองกับคนอื่น ในประโยคนี้ just ทำให้คำแนะนำฟังดูเรียบง่ายและช่วยให้สบายใจ คือหยุดเปรียบเทียบแล้วเดินหน้าต่อด้วยวิธีที่เหมาะกับตัวเอง ไม่ได้หมายถึงให้ไปลงแข่งวิ่งจริง ๆ

แบบฝึกหัด

run your own race ในคำแนะนำนี้หมายถึงอะไร?

  1. ใส่ใจกับความก้าวหน้าของตัวเองแทนที่จะเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นอยู่เสมอ
  2. พยายามเอาชนะทุกคนให้เร็วที่สุด
  3. เข้าร่วมการแข่งขันวิ่งเพียงคนเดียว
ดูคำตอบ

ใส่ใจกับความก้าวหน้าของตัวเองแทนที่จะเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นอยู่เสมอ

What does that mean?

0:47

หมายความว่ายังไงคะ?

Come here.

0:49

มานี่มา

Have I told you the story of when you took your first steps? โน้ต

0:49

แม่เคยเล่าเรื่องตอนลูกเดินก้าวแรกให้ฟังหรือยัง?

ลำดับความ

the story of when + อนุประโยค: เกริ่นเหตุการณ์ในอดีต

the story of when + อนุประโยค ใช้เปิดเรื่องโดยยกเหตุการณ์ในอดีตขึ้นมาเป็นหัวข้อของเรื่องที่จะเล่า อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย when ระบุเวลาหรือเหตุการณ์สำคัญ เช่น when you took your first steps โครงสร้างนี้จัดข้อมูลโดยบอกก่อนว่าจะเล่าความทรงจำเรื่องใด แล้วผู้พูดจึงให้รายละเอียดต่อ หลัง when ต้องเป็นอนุประโยคที่มีประธานและกริยา ไม่ใช่เพียงสถานที่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเปิดเรื่องที่เรียนมา: Let me tell you ____ I first learned to swim.

ดูคำตอบ

the story of when

วลี

take your first steps — เดินได้เป็นครั้งแรก

Take your first steps เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึงช่วงเวลาที่ทารกเริ่มเดินได้ด้วยตัวเองเป็นครั้งแรก คำแสดงความเป็นเจ้าของจะเปลี่ยนตามบุคคล เช่น take my/your/his/her/their first steps ภาพของการก้าวเดินแบบเดียวกันนี้ยังใช้เชิงเปรียบเทียบเพื่อหมายถึงการเริ่มทักษะ กิจกรรม หรือช่วงใหม่ได้ด้วย ในประโยคนี้บริบทเกี่ยวกับทารกทำให้ชัดเจนว่าหมายถึงพัฒนาการด้านการเดินจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเกี่ยวกับพัฒนาการที่หมายถึง “เดินได้ด้วยตัวเองเป็นครั้งแรก”: Yesterday, the baby girl ____.

ดูคำตอบ

took her first steps

Oh, no.

0:53

โอ้ ยังค่ะ

Well,

0:54

ก็คือ

it all started when you were still a baby. ลำดับความ

0:54

เรื่องมันเริ่มตั้งแต่ตอนที่ลูกยังเป็นเด็กทารกน่ะ

ลำดับความ

it all started when ... — บอกจุดเริ่มต้นของเรื่อง

It all started when + อนุประโยค จะพาผู้ฟังย้อนกลับไปยังจุดที่เรื่องราวทั้งหมดหรือเหตุการณ์ต่อเนื่องเริ่มขึ้น it หมายถึงสถานการณ์ทั้งหมดที่กำลังพูดถึง และอนุประโยคที่ตามหลัง when ระบุเหตุการณ์หรือช่วงเวลาแรก all ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงสิ่งของหลายอย่างที่นับได้ แต่เน้นว่าทุกสิ่งที่เกิดตามมามีจุดกำเนิดจากตรงนี้ จึงช่วยจัดลำดับเรื่องจากจุดเริ่มต้น

แบบฝึกหัด

ใช้กรอบการเล่าเรื่องจากบทเรียนเติมประโยคให้สมบูรณ์: ____ I found an old map in the library.

ดูคำตอบ

It all started when

Come on, Bluey.

1:01

มาเลย บลูอี้

Roll over. กริยาวลี

1:02

พลิกตัวลูก

กริยาวลี

roll over: พลิกทั้งตัว

Roll over เป็นกริยาวลีที่หมายถึงการพลิกทั้งตัวเพื่อให้อีกด้านหนึ่งหันขึ้นหรือหันลง ในที่นี้ over เป็นส่วนหนึ่งของการเคลื่อนไหว ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งว่าอยู่เหนือสิ่งใด เมื่อใช้เป็นคำสั่ง จะละประธาน you: Roll over. และสามารถบอกท่าหลังพลิกตัวได้ เช่น roll over onto your left side

แบบฝึกหัด

แพทย์ต้องการให้ผู้ป่วยพลิกทั้งตัวไปอีกด้าน คำสั่งใดเหมาะสมที่สุด

  1. Please roll over onto your left side.
  2. Please roll the ball to your left side.
  3. Please walk over to the left side.
ดูคำตอบ

Please roll over onto your left side.

Roll over.

1:03

พลิกตัวสิ

You learned to roll over really early.

1:04

ลูกเรียนรู้ที่จะพลิกตัวได้เร็วมาก

Bandit,

1:07

แบนดิท

She rolled over.

1:08

ลูกพลิกตัวได้แล้ว

She rolled over.

1:09

ลูกพลิกตัวได้แล้ว

She's not meant to do that for ages. โน้ต

1:11

ยังไม่ถึงวัยที่แกจะทำแบบนี้ได้เลยนะ

ไวยากรณ์

not meant to do that: ตามคาดแล้วยังไม่ควรทำได้

ในโครงสร้าง be meant to + กริยารูปพื้นฐาน meant to สามารถสื่อถึงกฎ แผน หรือความคาดหมายทั่วไปจากภายนอกได้ รูปปฏิเสธหมายความว่าไม่ได้คาดว่าการกระทำนั้นจะเกิดขึ้น หรือไม่ควรเกิดขึ้น ในประโยคนี้ for ages ทำให้เห็นชัดว่าเป็นความหมายเกี่ยวกับพัฒนาการ กล่าวคือ เดิมคาดว่าเธอจะทำสิ่งนั้นได้ในอีกนาน ประโยคนี้แสดงความประหลาดใจที่เธอทำได้แล้ว ไม่ใช่การตำหนิว่าเธอฝ่าฝืนกฎ

แบบฝึกหัด

กฎระบุว่าผู้เล่นไม่ควรเข้าไปในบริเวณนี้ ประโยคใดสื่อความหมายดังกล่าว

  1. Players don't mean to enter this area.
  2. Players didn't enter this area.
  3. Players aren't meant to enter this area.
ดูคำตอบ

Players aren't meant to enter this area.

การใช้คำ

for ages: เป็นเวลานานมาก

ในที่นี้ for ages หมายถึง “เป็นเวลานานมาก” หรือ “อีกนาน” ages เป็นคำพูดไม่เป็นทางการที่ใช้กล่าวเกินจริง ไม่ได้หมายถึงการนับอายุของใคร เมื่อใช้ร่วมกับ not meant to วลีนี้ชี้ไปยังอนาคต คือ ตามที่คาดตามปกติแล้ว เธอน่าจะยังทำสิ่งนั้นไม่ได้จนกว่าจะผ่านไปอีกนาน ไม่ได้หมายความว่าเธอทำสิ่งนั้นมานานแล้ว

แบบฝึกหัด

ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไรในที่นี้: "She's not meant to do that for ages."

  1. ตามที่คาดตามปกติ เธอจะยังทำสิ่งนั้นไม่ได้จนกว่าจะผ่านไปอีกนาน
  2. เธอทำสิ่งนั้นมาหลายปีแล้ว
  3. ตอนนี้เธอแก่เกินกว่าจะทำสิ่งนั้น
ดูคำตอบ

ตามที่คาดตามปกติ เธอจะยังทำสิ่งนั้นไม่ได้จนกว่าจะผ่านไปอีกนาน

Ah, that's my girl. น้ำเสียง/เจตนา

1:14

อ้า สมกับเป็นลูกสาวพ่อ

น้ำเสียง/เจตนา

that's my girl: คำชมอย่างอบอุ่นและเอ็นดู

That's my girl เป็นคำพูดอบอุ่นและไม่เป็นทางการที่ใช้ชมหรือให้กำลังใจเด็กผู้หญิงหรือผู้หญิงที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดและคอยสนับสนุนกันกับผู้พูด อาจหมายถึง “ทำได้ดีมาก!” หรือ “ฉันภูมิใจในตัวเธอ” โดย my แสดงความรักและความผูกพัน ไม่ใช่ความเป็นเจ้าของ ในที่นี้ พ่อพูดหลังจากลูกสาวทำสิ่งที่น่าประทับใจ ดังนั้นประโยคนี้จึงเป็นคำชม ไม่ใช่เพียงการระบุตัวตามความหมายตรงว่าเธอคือใคร

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะที่สุดที่จะพูดว่า "That's my girl!"?

  1. ผู้จัดการเริ่มการประชุมอย่างเป็นทางการกับพนักงานใหม่ด้วยคำนี้
  2. พ่อชมลูกสาวอย่างอบอุ่นหลังจากเธอทำสำเร็จ
  3. ลูกค้าใช้คำนี้เรียกพนักงานเก็บเงินหญิงวัยผู้ใหญ่ที่ตนไม่รู้จัก
ดูคำตอบ

พ่อชมลูกสาวอย่างอบอุ่นหลังจากเธอทำสำเร็จ

Hang on. น้ำเสียง/เจตนา

1:17

เดี๋ยวก่อนนะคะ

น้ำเสียง/เจตนา

Hang on: ขอให้อีกฝ่ายรอสักครู่

ในบทสนทนานี้ Hang on หมายถึง “รอสักครู่” ใช้หยุดบทสนทนาหรือการกระทำชั่วคราว เพื่อให้ผู้พูดมีเวลาคิด ตรวจสอบบางอย่าง หรือจัดการสิ่งที่แทรกเข้ามา คำว่า hang ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการจับหรือแขวนบางสิ่งตามตัวอักษร Hang on ใช้เดี่ยว ๆ เป็นคำขอในภาษาพูดที่สมบูรณ์ได้ และยังตามด้วยเหตุผลได้ เช่น Hang on, I need to check.

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ขอให้อีกฝ่ายรอสักครู่อย่างเป็นธรรมชาติ ระหว่างที่ผู้พูดตรวจสอบข้อมูล?

  1. Hang on, I need to check the address.
  2. Carry on, I need to check the address.
  3. Hang up, I need to check the address.
ดูคำตอบ

Hang on, I need to check the address.

Where was I? ลำดับความ

1:18

แล้วหนูอยู่ไหนล่ะ?

ลำดับความ

Where was I?: กลับเข้าสู่เรื่องที่ถูกขัดจังหวะ

Where was I? ใช้หลังจากการพูดถูกขัดจังหวะหรือผู้พูดเสียสมาธิชั่วครู่ ผู้พูดกำลังพยายามนึกว่าตนพูดมาถึงจุดไหนแล้ว คำว่า where ในที่นี้ใช้จัดตำแหน่งของผู้พูดในเรื่องราว คำอธิบาย หรือลำดับความคิด ไม่ใช่ตำแหน่งทางกายภาพ คำถามนี้ช่วยบอกว่ามีการสะดุดชั่วครู่และช่วยให้ผู้พูดกลับมาเล่าต่อ โดยมักตามด้วย Oh yes หรือ Right

แบบฝึกหัด

ผู้พูดกำลังเล่าเรื่อง ตอบคำถามที่แทรกเข้ามา แล้วต้องการเล่าต่อ ในขณะนั้น Where was I? หมายความว่าอย่างไร?

  1. ฉันกำลังถามว่าผู้ฟังไปที่ไหน
  2. ฉันกำลังพยายามนึกว่าเล่าเรื่องถึงไหนแล้ว
  3. ฉันกำลังถามว่าเมื่อกี้ฉันอยู่ในอาคารไหน
ดูคำตอบ

ฉันกำลังพยายามนึกว่าเล่าเรื่องถึงไหนแล้ว

You weren't born yet, sweetheart.

1:19

ลูกยังไม่เกิดเลยจ้ะ ทูนหัว

Ooh, I was invisible.

1:21

โอ้ หนูมนุษย์ล่องหนนี่เอง

Were you proud of me for rolling over so soon? วลี

1:23

ภูมิใจในตัวหนูไหมคะที่พลิกตัวได้เร็วขนาดนั้น?

วลี

proud of someone for doing something: ภูมิใจในใครบางคนเพราะสิ่งที่เขาทำ

ใช้ be proud of someone for doing something เพื่อบอกว่าการกระทำของใครบางคนทำให้คุณรู้สึกภูมิใจในตัวเขา หลัง of ให้ระบุคนที่คุณภูมิใจ เช่น proud of me หลัง for ให้บอกเหตุผล หากเหตุผลเป็นการกระทำ ให้ใช้คำนามหรือรูป -ing เช่น for rolling over ในประโยคคำถาม โครงสร้างนี้อาจเป็น Were you proud of me for ...?

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างเป้าหมาย be proud of someone for doing something ให้สมบูรณ์: We are ____ Ava ____ telling the truth.

ดูคำตอบ

proud of · for

Yes.

1:26

ใช่จ้ะ

A little too proud. วลี

1:27

ภูมิใจมากไปหน่อยด้วยซ้ำ

วลี

a little too + คำคุณศัพท์: เกินความเหมาะสมเล็กน้อย

ใช้ a little too + คำคุณศัพท์ เมื่อบางสิ่งเกินระดับที่เหมาะสมหรือสบายไปเล็กน้อย ในที่นี้ too proud หมายถึงความภูมิใจมากเกินไป ส่วน a little ช่วยให้คำวิจารณ์ฟังนุ่มนวลขึ้น A little too proud เป็นข้อความสั้นแบบละคำ โดยละประธานและรูปหนึ่งของ be เพราะสามารถเข้าใจได้จากบทสนทนา

แบบฝึกหัด

ใช้ a little too + คำคุณศัพท์ เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The presentation was ____ long, so we shortened it by five minutes.

ดูคำตอบ

a little too

I think I may have turned into a bit of a show-off. โน้ต

1:29

แม่ว่าแม่น่าจะกลายเป็นคนชอบอวดไปนิดนึงน่ะ

กริยาวลี

turned into a bit of a show-off: turn into + ผลลัพธ์ของการเปลี่ยนแปลง

turn into + นามวลี หมายถึงการเปลี่ยนจนกลายเป็นบุคคล สิ่งของ หรือสถานการณ์ที่ระบุหลัง into ในที่นี้ turned into a bit of a show-off หมายถึงพฤติกรรมของผู้พูดเปลี่ยนไปจนดูเป็นคนชอบอวดอยู่บ้าง into ใช้บอกผลลัพธ์หลังการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่จุดหมายปลายทาง โครงสร้างนี้ใช้พูดถึงการเปลี่ยนแปลงของบุคลิก สถานการณ์ สภาพอากาศ หรือผลลัพธ์ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ turn into: Overnight, the rain ____ snow.

ดูคำตอบ

turned into

การใช้คำ

a bit of a show-off: คำเรียกบุคคลที่ลดความแรงลง

show-off เป็นคำนามนับได้ หมายถึงคนที่พยายามดึงดูดความสนใจด้วยการแสดงความสามารถ สิ่งของ หรือความสำเร็จของตน โดยทั่วไปมีความหมายเชิงตำหนิเล็กน้อย ใน a bit of a show-off คำว่า a bit of a ช่วยลดความแรงของคำเรียกให้หมายถึงคนที่ชอบอวดอยู่บ้าง ในที่นี้การพูดถึงตัวเองฟังดูเหมือนกำลังทบทวนหรือหยอกตัวเอง มากกว่าการพูดตรง ๆ ว่า I am a show-off

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ a bit of a show-off เป็นคำนามที่ลดความแรงลงเพื่อเรียกบุคคล?

  1. Rina puts on a short show when guests arrive.
  2. Rina can be a bit of a show-off when guests arrive.
  3. Rina likes to show off when guests arrive.
ดูคำตอบ

Rina can be a bit of a show-off when guests arrive.

Oh, I've never heard of a baby rolling over that early. วลี

1:32

โอ้ ฉันไม่เคยได้ยินว่ามีเด็กทารกพลิกตัวได้เร็วขนาดนี้มาก่อนเลย

วลี

I've never heard of: ไม่เคยได้ยินมาก่อนและแสดงความประหลาดใจ

I've never heard of + คำนามหรืออนุประโยค -ing หมายความว่า จนถึงตอนนี้ผู้พูดไม่เคยรู้จักตัวอย่างของบุคคล สิ่งของ หรือสถานการณ์แบบนั้นมาก่อน ในที่นี้ heard of หมายถึง “เคยได้ยินหรือรู้ว่ามีอยู่” ไม่ใช่ “ได้ยินเสียง” Present perfect เชื่อมประสบการณ์ทั้งหมดในอดีตของผู้พูดเข้ากับปัจจุบัน เมื่อใช้ตอบสนองแบบนี้ วลีนี้มักสื่อด้วยว่าเหตุการณ์นั้นน่าประหลาดใจหรือผิดปกติ

แบบฝึกหัด

เติมปฏิกิริยาแสดงความประหลาดใจด้วยสำนวนเป้าหมาย: A six-year-old wrote the whole novel? ____ a child doing that.

ดูคำตอบ

I've never heard of

I know.

1:36

ฉันรู้

She's just special.

1:37

แกก็แค่พิเศษน่ะ

But then one day at Mother's group, โน้ต

1:40

แต่แล้ววันหนึ่งที่กลุ่มคุณแม่

ลำดับความ

But then one day: พาเรื่องราวไปสู่จุดพลิกผัน

But then one day เป็นวลีเปลี่ยนผ่านในการเล่าเรื่อง But แสดงว่ากำลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลงจากสถานการณ์ก่อนหน้า then เลื่อนเส้นเวลาไปข้างหน้า และ one day ชี้ไปยังวันหนึ่งที่ไม่ได้ระบุแน่ชัดซึ่งมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น เมื่อนำคำเหล่านี้มารวมกัน วลีนี้จะพาผู้ฟังจากข้อมูลเบื้องหลังไปสู่เหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงหรือขับเคลื่อนเรื่องราว และสร้างความคาดหวังก่อนที่จะเปิดเผยเหตุการณ์นั้น

แบบฝึกหัด

เติมเรื่องราวด้วยวลีเปลี่ยนผ่านเป้าหมาย: The old clock ticked normally for decades. ____, it stopped at midnight.

ดูคำตอบ

But then one day

วัฒนธรรม

Mother's group: การพบปะของผู้ปกครองและทารก

ในประโยคนี้ Mother's group หมายถึงการพบปะเพื่อสังคมหรือช่วยเหลือกันเป็นประจำ ซึ่งคุณแม่หรือผู้ปกครองคนอื่นพาลูกน้อยมาพูดคุยและแบ่งปันประสบการณ์การเลี้ยงลูก At Mother's group จึงหมายถึงขณะเข้าร่วมการพบปะแบบนี้ ไม่ใช่การเข้าเรียนในชั้นเรียนสำหรับคุณแม่ เมื่อผู้ปกครองและเด็กทารกมาเจอกัน บทสนทนาจึงมักพูดถึงพัฒนาการสำคัญ เช่น การพลิกตัว การนั่ง หรือการเดิน ภูมิหลังนี้ทำให้การเปรียบเทียบพัฒนาการในฉากเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ Mother's group หมายถึงอะไร?

  1. การพบปะทางสังคมหรือกลุ่มช่วยเหลือที่ผู้ปกครองพาทารกมาร่วม
  2. หลักสูตรทางการของโรงเรียนที่คุณแม่ต้องเข้าเรียน
  3. การแข่งขันกีฬาที่จัดขึ้นสำหรับทารกเท่านั้น
ดูคำตอบ

การพบปะทางสังคมหรือกลุ่มช่วยเหลือที่ผู้ปกครองพาทารกมาร่วม

it is very early to roll over. ไวยากรณ์

1:42

มันเร็วมากเลยนะที่จะพลิกตัว

ไวยากรณ์

very early to roll over: ประเมินช่วงเวลา ไม่ใช่ความเร็ว

โครงสร้าง be + very early + to + กริยารูปพื้นฐาน บอกว่าการกระทำนั้นเกิดขึ้นเร็วกว่าช่วงเวลาที่คาดไว้ตามปกติมาก ในที่นี้ การพลิกตัวถูกมองว่าเป็นพัฒนาการที่เกิดขึ้นเร็วผิดปกติ Early บอกว่าการกระทำเกิดขึ้นเมื่อใด ไม่ได้บอกว่าทำการเคลื่อนไหวนั้นด้วยความเร็วแค่ไหน Very เพิ่มระดับความหมายของ early แต่ไม่ได้หมายความด้วยตัวมันเองว่าการกระทำนั้นไม่เหมาะสมหรือเป็นไปไม่ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าทารกเริ่มเดินเร็วกว่าปกติมาก โดยไม่ได้บอกว่าเร็วเกินไป?

  1. The baby starts walking very quickly.
  2. The baby is too early to start walking.
  3. The baby is very early to start walking.
ดูคำตอบ

The baby is very early to start walking.

Oh, you're so clever, Bluey.

1:45

โอ้ ลูกเก่งจังเลย บลูอี้

Oh, she's sitting.

1:47

โอ้ แกนั่งแล้ว

She's sitting.

1:48

แกกำลังนั่ง

Oh, Judo,

1:49

โอ้ จูโด้

you're sitting all by yourself. วลี

1:50

หนูนั่งได้เองแล้วนี่นา

วลี

all by yourself: ด้วยตัวเองโดยไม่มีใครช่วย

ในประโยคนี้ all by yourself หมายถึงไม่มีใครช่วยหรือคอยพยุง ผู้พูดกำลังชี้ให้เห็นว่าอีกฝ่ายนั่งได้ด้วยตัวเอง คำว่า all ทำให้ by yourself มีน้ำหนักย้ำมากขึ้น by yourself ยังหมายถึงอยู่ตามลำพังได้ด้วย ให้ดูจากการกระทำรอบข้างว่าใช้ความหมายใด ถ้าทำงานบางอย่าง by yourself มักหมายถึงทำโดยไม่มีคนช่วย แต่ถ้าอยู่หรือพักที่ใดที่หนึ่ง by yourself มักหมายถึงไม่มีใครอยู่เป็นเพื่อน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่า Lina ต่อจิ๊กซอว์เสร็จโดยไม่มีใครช่วยเลย

  1. Lina finished the puzzle all by herself.
  2. Lina finished the puzzle for her brother.
  3. Lina finished the puzzle with her brother's help.
ดูคำตอบ

Lina finished the puzzle all by herself.

Oh, goodness.

1:53

โอ้ คุณพระช่วย

That's very early to be sitting.

1:54

นั่งได้เร็วมากเลยนะเนี่ย

Oh, well,

1:55

โอ้ แหม

you know, it's not a race. สำนวน

1:56

ก็รู้นี่ มันไม่ใช่การแข่งขันซะหน่อย

สำนวน

it's not a race: ความก้าวหน้าไม่ใช่การแข่งขัน

ในที่นี้ it's not a race เป็นคำเตือนเชิงเปรียบเทียบว่าไม่ต้องรีบเพียงเพื่อแซงคนอื่น และไม่ต้องเปรียบเทียบความก้าวหน้าราวกับกำลังแข่งขันกัน คำว่า race ไม่ได้หมายถึงการแข่งขันกีฬาจริง ๆ ประโยคนี้ชวนให้อีกฝ่ายเดินหน้าในจังหวะที่เหมาะกับตัวเอง แทนที่จะมองการเรียนรู้ การเติบโต การทำงาน หรือกระบวนการอื่น ๆ ว่าเป็นสิ่งที่ต้องทำให้เสร็จก่อนคนอื่น

แบบฝึกหัด

เพื่อนกังวลเพราะดูเหมือนว่าคนอื่นทุกคนเรียนได้เร็วกว่า ในที่นี้ it's not a race หมายความว่าอย่างไร

  1. คุณเรียนตามจังหวะของตัวเองได้โดยไม่ต้องแข่งกับคนอื่นทุกคน
  2. วันนี้ไม่มีการแข่งขันกีฬาเกิดขึ้น
  3. คุณต้องทำให้เสร็จก่อนคนอื่นทุกคน
ดูคำตอบ

คุณเรียนตามจังหวะของตัวเองได้โดยไม่ต้องแข่งกับคนอื่นทุกคน

But it was a race. ลำดับความ

1:58

แต่มันคือการแข่งขัน

ลำดับความ

But it was a race.: ประโยคสั้นที่หักมุมจากแนวคิดก่อนหน้า

But หักล้างแนวคิดก่อนหน้าทันที แทนที่จะยอมรับว่าสถานการณ์นี้ไม่ใช่การแข่งขัน ผู้พูดกลับยอมรับว่าในความรู้สึกของตนมันคือการแข่งขัน ประโยคสั้นมากนี้ใช้คำว่า race ซ้ำและเปลี่ยนข้อความปฏิเสธก่อนหน้าให้เป็นข้อความยืนยัน ในที่นี้ race ใช้เชิงเปรียบเทียบถึงการแข่งขันในใจ ไม่ใช่การแข่งขันกีฬาที่จัดขึ้นจริง การหักมุมอย่างฉับพลันเผยให้เห็นความรู้สึกอยากแข่งขันของผู้พูด และสร้างอารมณ์ขันจากช่องว่างระหว่างคำแนะนำที่มีเหตุผลกับความรู้สึกจริง

แบบฝึกหัด

“But it was a race.” ทำหน้าที่อะไรในเรื่อง?

  1. ประโยคนี้ประกาศเริ่มการแข่งขันกีฬาอย่างเป็นทางการ
  2. ประโยคนี้เริ่มหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลย
  3. ประโยคนี้หักล้างแนวคิดก่อนหน้าและเผยว่าผู้พูดรู้สึกอยากแข่งขัน
ดูคำตอบ

ประโยคนี้หักล้างแนวคิดก่อนหน้าและเผยว่าผู้พูดรู้สึกอยากแข่งขัน

A baby race.

1:59

การแข่งขันของเด็กทารก

This episode of Bluey is called Baby Race.

2:01

บลูอี้ตอนนี้มีชื่อว่า การแข่งของเด็กทารก

I don't know what got into me, สำนวน

2:04

แม่ก็ไม่รู้หรอกนะว่าตอนนั้นคิดอะไรอยู่

สำนวน

what got into me: ประหลาดใจกับพฤติกรรมผิดปกติของตัวเอง

what got into me เป็นสำนวนที่หมายถึง “อะไรทำให้ฉันทำตัวแปลกหรือหุนหันพลันแล่นขนาดนั้น?” ผู้พูดย้อนมองช่วงเวลาสั้น ๆ ที่ตนขาดวิจารณญาณและรู้สึกว่าพฤติกรรมนั้นไม่เหมือนตัวเองตามปกติ ใน I don't know what got into me คำว่า what แทนอิทธิพลหรือแรงกระตุ้นบางอย่างที่ไม่ทราบสาเหตุ ไม่ได้หมายความว่ามีบางสิ่งเข้าไปในร่างกายของผู้พูดจริง ๆ สำนวนนี้มักสื่อถึงความประหลาดใจในตัวเอง ความเสียใจ หรือการตำหนิตัวเอง

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวน what got into + คน เติมประโยคเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ผิดปกติของตนเองให้สมบูรณ์: After I shouted at my friend for no reason, I apologised and said, "I don't know ____."

ดูคำตอบ

what got into me

but I was determined I'd get you walking before Judo's mum. ไวยากรณ์

2:05

แต่แม่มุ่งมั่นมากว่าจะต้องให้ลูกเดินได้ก่อนแม่ของจูโด้

ไวยากรณ์

get you walking: โครงสร้าง get + กรรม + กริยา-ing

ในที่นี้ get + คนหรือสิ่งของ + กริยา-ing หมายถึงการทำให้หรือช่วยให้กิจกรรมหรือกระบวนการเริ่มต้นและดำเนินไป get you walking จึงหมายถึง “ทำให้หรือช่วยให้หนูเริ่มเดิน” get ตรงนี้เป็นคำก่อเหตุ ไม่ได้หมายถึง “ได้รับ” หรือ “ได้มา” โครงสร้างนี้มักเน้นการทำให้กระบวนการเริ่มดำเนิน เช่น get people talking, get a machine working หรือ get a project moving

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย get + everyone + รูป -ing ของ move: The coach used a quick warm-up to ____ before the game.

ดูคำตอบ

get everyone moving

I mean, Judo. น้ำเสียง/เจตนา

2:09

แม่หมายถึง ก่อนจูโด้น่ะ

น้ำเสียง/เจตนา

I mean, Judo. เพื่อแก้คำพูดทันที

I mean ในที่นี้เป็นสัญญาณว่าผู้พูดแก้คำพูดของตัวเองทันที ผู้พูดสังเกตว่าชื่อหรือบุคคลที่เพิ่งกล่าวถึงนั้นผิด จึงเปลี่ยนเป็น Judo ในการพูด หลัง I mean สามารถตามด้วยเฉพาะคำหรือวลีที่แก้แล้วได้ โดยไม่ต้องพูดทั้งประโยคใหม่ การใช้แบบนี้มีความหมายใกล้กับ “พูดให้ถูกคือ” หรือ “ที่ตั้งใจจะพูดคือ” ไม่ใช่การอธิบายแนวคิดอย่างยืดยาว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ I mean เพื่อแก้คำที่ผู้พูดเพิ่งพูดผิด

  1. I mean every word of the promise.
  2. By this sign, I mean that the road is closed.
  3. The train leaves at six—I mean, seven.
ดูคำตอบ

The train leaves at six—I mean, seven.

There you go. น้ำเสียง/เจตนา

2:10

เอาล่ะ

น้ำเสียง/เจตนา

There you go: ยืนยันว่าการช่วยเหลือได้ผลหรือทำสิ่งนั้นสำเร็จแล้ว

ในที่นี้ There you go เป็นวลีที่ใช้โต้ตอบขณะช่วยให้อีกฝ่ายอยู่ในท่าที่มั่นคง มีความหมายประมาณว่า “ดี อย่างนั้นแหละ” หรือ “เรียบร้อยแล้ว” และช่วยให้กำลังใจหรือทำให้อีกฝ่ายสบายใจเมื่อทำท่านั้นสำเร็จ ในการใช้นี้ there ไม่ได้ชี้ไปยังสถานที่ และ go ก็ไม่ได้สั่งให้อีกฝ่ายเคลื่อนที่ ใจความร่วมของวลีคือการกระทำที่คาดหวังเพิ่งได้ผลตามที่ต้องการ

แบบฝึกหัด

คุณช่วยเพื่อนประคองกล่องให้สมดุล และในที่สุดกล่องก็ตั้งได้มั่นคง คำพูดให้กำลังใจข้อใดเป็นธรรมชาติที่สุด

  1. Go over there.
  2. There you go.
  3. There you go again.
ดูคำตอบ

There you go.

Steady.

2:12

นิ่งไว้

Bandit,

2:13

แบนดิท

she's sitting.

2:14

แกนั่งได้แล้ว

Good girl.

2:16

เด็กดี

But after a lot of practice,

2:19

แต่หลังจากฝึกฝนมาอย่างหนัก

eventually you sat up. กริยาวลี

2:21

ในที่สุดลูกก็นั่งได้

กริยาวลี

sat up: เปลี่ยนมาเป็นท่านั่งตัวตรง

Sat up เป็นรูปอดีตของ sit up หมายถึงการเปลี่ยนจากท่านอน ท่าเอนหลัง หรือท่าที่ต้องมีคนช่วยพยุง มาเป็นท่านั่ง ในบริบทพัฒนาการของทารกนี้ หมายถึงในที่สุดทารกก็สามารถนั่งตัวตรงได้ Up เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลีทั้งหมด โดยแสดงการเปลี่ยนไปสู่ท่าที่ตัวตรงขึ้น ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ไปยังที่สูงกว่าเพียงอย่างเดียว ถ้าคนนั้นนั่งอยู่แล้ว sit up อาจหมายถึง “นั่งให้ตัวตรงขึ้น” ได้ ดังนั้นท่าเริ่มต้นจึงสำคัญ

แบบฝึกหัด

เด็กคนหนึ่งนอนอยู่บนเตียง แล้วต่อมายกช่วงบนของร่างกายขึ้นจนอยู่ในท่านั่ง ประโยคใดอธิบายการเปลี่ยนท่านี้

  1. The child sat up in bed.
  2. The child stood up beside the bed.
  3. The child sat down on the bed.
ดูคำตอบ

The child sat up in bed.

Bluey, you're sitting.

2:23

บลูอี้ ลูกนั่งได้แล้ว

You're walking.

2:26

ลูกกำลังเดิน

Oh, goodness.

2:27

โอ้ คุณพระช่วย

I just can't keep track of them. วลี

2:28

ฉันตามพัฒนาการของพวกเขาไม่ทันแล้ว

วลี

keep track of them: ติดตามหลายสิ่งอย่างต่อเนื่อง

Keep track of someone or something หมายถึงการยังคงรู้ต่อเนื่องว่าคนหรือสิ่งนั้นอยู่ที่ไหน กำลังเกิดอะไรขึ้น หรือเปลี่ยนแปลงอย่างไร ในประโยคนี้ them หมายถึงสิ่งหลายอย่าง และ can't keep track of them หมายถึงผู้พูดจำหรือติดตามทั้งหมดไม่ไหวแล้ว ตรงนี้ track เป็นส่วนหนึ่งของสำนวนตายตัวเกี่ยวกับการติดตามข้อมูล ไม่ได้หมายถึงลู่วิ่งจริง ๆ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ keep track of + คน สิ่งของ หรือข้อมูล

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึงการติดตามบางสิ่งอย่างต่อเนื่อง: Our team uses a board to ____ each task.

ดูคำตอบ

keep track of

Judo crawled before me as well.

2:33

จูโด้ก็คลานได้ก่อนหนูด้วย

Judo beat you again.

2:35

จูโด้เอาชนะลูกได้อีกแล้ว

And just what did you do about this? วลี

2:37

แล้วแม่ทำยังไงกับเรื่องนี้คะ?

วลี

do about this: ลงมือจัดการสถานการณ์นี้

ใน What did you do about this? คำว่า do ใช้ถามถึงการกระทำที่ได้ทำไป ส่วน about this ระบุสถานการณ์หรือปัญหาที่การกระทำนั้นมีไว้เพื่อรับมือ คำถามนี้หมายถึง “คุณทำอะไรเพื่อตอบสนองต่อเรื่องนี้” รูปแบบนี้มักปรากฏเป็น what ... do about + สถานการณ์ หรือ do something/nothing about + สถานการณ์ คำว่า about เชื่อมการกระทำกับเรื่องที่ต้องจัดการ ไม่ได้มีหน้าที่เพียงเกริ่นหัวข้อ

แบบฝึกหัด

ลิฟต์หยุดทำงาน เติมคำถามด้วยรูปแบบสองคำที่ใช้ถามว่าผู้จัดการอาคารจะทำอะไร: What is the building manager going to ____ it?

ดูคำตอบ

do about

Well, I tried my best. วลี

2:40

อืม แม่ก็พยายามเต็มที่แล้วนะ

วลี

tried my best: บอกว่าตนได้พยายามอย่างเต็มที่แล้ว

try one's best เป็นโครงสร้างตายตัวที่หมายถึงการพยายามอย่างเต็มความสามารถ ใน tried my best คำว่า tried แสดงว่าความพยายามเกิดขึ้นในอดีต และ my สอดคล้องกับประธาน I เมื่อประธานเปลี่ยน คำแสดงความเป็นเจ้าของก็ต้องเปลี่ยน เช่น she tried her best; we tried our best สำนวนนี้เน้นความพยายาม ไม่ใช่ความสำเร็จ ผู้พูดกำลังบอกว่าผลลัพธ์อาจไม่เป็นอย่างที่หวัง แต่ตนได้พยายามอย่างจริงใจแล้ว ใน my best คำว่า best ทำหน้าที่คล้ายคำนามและหมายถึงความพยายามสูงสุดที่ทำได้ ไม่ใช่คำคุณศัพท์ที่ขยายกรรมซึ่งตามมา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตกาลของ try one's best สำหรับประธาน I: I didn't win, but I ____.

ดูคำตอบ

tried my best

This thing, how do you

2:42

ไอ้นี่ มันต้องยังไงล่ะเนี่ย

Come on, Bluey.

2:43

มาเร็ว บลูอี้

Crawl to Mama.

2:44

คลานมาหาแม่สิ

You can do it. น้ำเสียง/เจตนา

2:45

ลูกทำได้

น้ำเสียง/เจตนา

You can do it: การให้กำลังใจโดยตรง

You can do it เป็นคำพูดทั่วไปที่ใช้ให้กำลังใจคนที่กำลังเผชิญเป้าหมายตรงหน้า หมายความว่าผู้พูดเชื่อว่าอีกฝ่ายสามารถทำสำเร็จได้ it หมายถึงงานหรือความท้าทายที่เข้าใจกันอยู่แล้วจากสถานการณ์ จึงไม่จำเป็นต้องระบุซ้ำในประโยค can ในที่นี้ไม่ได้บอกเพียงความสามารถ แต่ยังแสดงความเชื่อมั่นและการสนับสนุน อีกฝ่ายอาจยังต้องใช้ความพยายาม เวลา หรือความช่วยเหลือ ประโยคนี้เป็นคำให้กำลังใจ ไม่ใช่คำรับประกันว่าจะสำเร็จ

แบบฝึกหัด

ฟังประโยคภาษาอังกฤษแล้วเลือกประโยคเต็มที่ได้ยิน ให้สังเกตความแตกต่างระหว่าง can, can't และ could

  1. You can do it.
  2. You can't do it.
  3. You could do it.
ดูคำตอบ

You can do it.

You can do it.

2:46

ลูกทำได้น่า

Did I do it?

2:48

หนูทำได้ไหมคะ?

Not exactly. น้ำเสียง/เจตนา

2:53

ก็ไม่เชิงจ้ะ

น้ำเสียง/เจตนา

Not exactly: การแก้ความเข้าใจบางส่วนอย่างนุ่มนวล

Not exactly เป็นการแก้ความเข้าใจอย่างนุ่มนวล ในที่นี้ not ปฏิเสธ exactly หมายความว่าแนวคิดก่อนหน้านั้นไม่ถูกต้องทั้งหมด แม้บางส่วนอาจถูกต้องก็ตาม เมื่อใช้เป็นคำตอบสั้น ๆ ยังเป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังจะเสริมคำแก้ไขหรือคำอธิบายด้วย จึงฟังนุ่มนวลและไม่เด็ดขาดเท่าการตอบเพียง No

แบบฝึกหัด

เติมคำตอบด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสองคำที่มีความหมายอย่างนุ่มนวลว่า “ไม่ทั้งหมด”: A: “Did you cancel the whole event?” B: “____. We only changed the starting time.”

ดูคำตอบ

Not exactly

Why was I rolling?

2:55

ทำไมหนูถึงกลิ้งล่ะคะ?

I don't know, kid.

2:57

แม่ไม่รู้สิลูก

You didn't come with instructions. สำนวน

2:59

ตอนเกิดลูกไม่ได้มีคู่มือมาด้วยนี่นา

สำนวน

come with instructions: อุปมาเชิงขบขันว่า “ไม่มีคู่มือ”

โครงสร้าง come with + คำนาม หมายถึง “มีบางสิ่งให้มาด้วยหรือรวมอยู่แล้ว” instructions คือคำแนะนำสำหรับการใช้หรือจัดการบางสิ่ง ถ้อยคำนี้จึงมักฟังเหมือนภาษาที่ใช้พูดถึงสินค้า ในประโยคนี้ ผู้พูดเปรียบคนเป็นสินค้าที่มาถึงโดยไม่มีคู่มืออย่างขบขัน ความหมายคือพ่อแม่ไม่ได้รับคำตอบที่รับประกันว่าถูกต้องและทำตามได้ทีละขั้นสำหรับการเลี้ยงลูก ประโยคนี้สื่อถึงความไม่แน่ใจและการล้อตัวเอง ไม่ใช่การตำหนิเด็กจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ในที่นี้ “You didn't come with instructions.” ต้องการสื่อความหมายใด?

  1. ผู้พูดพูดติดตลกว่าพ่อแม่ไม่ได้รับคู่มือที่รับประกันวิธีเลี้ยงลูกที่ถูกต้อง
  2. ผู้พูดคาดหวังให้เด็กอธิบายว่าสินค้าชิ้นหนึ่งทำงานอย่างไร
  3. เด็กทำคู่มือการใช้งานจริง ๆ หาย
ดูคำตอบ

ผู้พูดพูดติดตลกว่าพ่อแม่ไม่ได้รับคู่มือที่รับประกันวิธีเลี้ยงลูกที่ถูกต้อง

The doctor said there was nothing to worry about. วลี

3:00

หมอบอกว่าไม่มีอะไรต้องกังวล

วลี

nothing to worry about: บอกว่าไม่มีอะไรต้องกังวล

nothing to worry about หมายถึงไม่มีปัญหาหรืออันตรายที่จำเป็นต้องกังวล ในประโยคนี้ หมอใช้สำนวนนี้เพื่อทำให้ผู้ฟังสบายใจหลังจากประเมินสถานการณ์แล้ว วลี infinitive to worry about วางไว้หลัง nothing เพื่อขยายความว่าไม่มีสิ่งใดที่ต้องกังวล คำว่า about ยังคงอยู่ท้ายวลี เพราะรูปพื้นฐานคือ worry about something

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนเป้าหมายในประโยคที่ใช้ทำให้สบายใจ: The engineer inspected the bridge and said there was ____.

ดูคำตอบ

nothing to worry about

Some babies just roll before they crawl.

3:03

เด็กบางคนก็แค่กลิ้งก่อนที่จะคลาน

But I wasn't having that. สำนวน

3:07

แต่แม่ยอมให้เป็นแบบนั้นไม่ได้

สำนวน

wasn't having that: ปฏิเสธที่จะยอมรับบางสิ่ง

wasn't having that เป็นสำนวนไม่เป็นทางการ หมายถึงใครบางคนปฏิเสธที่จะยอมรับคำอธิบาย การตัดสินใจ หรือพฤติกรรมบางอย่าง ในที่นี้ that ย้อนกลับไปถึงสิ่งที่เพิ่งพูดไป และ have ไม่ได้หมายถึงการเป็นเจ้าของ รูป past progressive ทำให้การปฏิเสธดูเป็นปฏิกิริยาที่ชัดเจนและหนักแน่นในขณะนั้น มักมีนัยว่า “ฉันจะไม่ปล่อยให้เรื่องนั้นผ่านไปเฉย ๆ” ซึ่งหนักแน่นและท้าทายกว่าการพูดเพียงว่า I disagreed

แบบฝึกหัด

ผู้จัดการได้ฟังข้อแก้ตัวแล้วพูดว่า “I wasn't having that.” ผู้จัดการหมายความว่าอย่างไร?

  1. ผู้จัดการปฏิเสธที่จะยอมรับข้อแก้ตัวนั้น
  2. ผู้จัดการอยากฟังข้อแก้ตัวนั้นอีกครั้ง
  3. ผู้จัดการไม่ได้เป็นเจ้าของข้อแก้ตัวนั้น
ดูคำตอบ

ผู้จัดการปฏิเสธที่จะยอมรับข้อแก้ตัวนั้น

99 bottles of thing on the wall. วัฒนธรรม

3:08

99 ขวดอะไรสักอย่างบนกำแพง

วัฒนธรรม

99 bottles of thing on the wall: การดัดแปลง 99 Bottles แบบขบขัน

99 bottles ... on the wall ใช้โครงสร้างซ้ำ ๆ ของเพลงนับเลขภาษาอังกฤษแบบดั้งเดิม 99 Bottles of Beer on the Wall ในฉบับที่คุ้นเคย จำนวนขวดจะลดลงครั้งละหนึ่งขวด ในที่นี้ thing มาแทน beer คำที่จงใจให้คลุมเครือนี้ทำให้ยังจำรูปแบบเพลงเดิมได้ พร้อมเพิ่มความขบขันและทำให้เหมาะกับฉากสำหรับเด็ก ควรเข้าใจประโยคนี้ว่าเป็นเนื้อเพลงที่ดัดแปลงสด ๆ ไม่ใช่ข้อความบอกข้อเท็จจริงเกี่ยวกับขวดตามปกติ

แบบฝึกหัด

ประโยคนี้ทำหน้าที่หลักอะไรในฉากนี้?

  1. บอกวิธีเก็บขวดอย่างแม่นยำ
  2. ระบุว่าขวดเก้าสิบเก้าขวดมักบรรจุอะไร
  3. ดัดแปลงเพลงนับเลขที่คุ้นเคยอย่างขบขัน
ดูคำตอบ

ดัดแปลงเพลงนับเลขที่คุ้นเคยอย่างขบขัน

Aha.

3:11

อาฮะ

It's fun to crawl.

3:12

คลานมันสนุกนะ

Oh, how good is crawling? น้ำเสียง/เจตนา

3:15

โอ้ คลานนี่มันดีแค่ไหนกันนะ?

น้ำเสียง/เจตนา

how good is crawling?: รูปคำถามที่ใช้เป็นคำชมอย่างกระตือรือร้น

ในฉากนี้ how good is crawling? ทำหน้าที่เป็นคำอุทานที่แสดงความชื่นชมอย่างตื่นเต้น โดยมีความหมายประมาณว่า “การคลานนี่เยี่ยมไปเลยไม่ใช่เหรอ?” ผู้พูดกำลังชมการคลานและพยายามทำให้มันฟังดูน่าสนใจ ไม่ได้ขอให้ประเมินเป็นคะแนน รูปประโยคคำถามนี้อาจเป็นคำถามจริงในบริบทอื่น แต่ในที่นี้ Oh ที่ฟังดูตื่นเต้น ถ้อยคำเชิงบวก และสถานการณ์ที่กำลังโน้มน้าว แสดงว่าไม่ได้คาดหวังคำตอบอย่างละเอียด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ How good is ...? เป็นคำชมอย่างกระตือรือร้น แทนที่จะถามเรื่องทักษะหรือประโยชน์?

  1. How good is camping for your health?
  2. We finally reached the lake—how good is camping?
  3. How good are you at setting up a tent?
ดูคำตอบ

We finally reached the lake—how good is camping?

It's better than rolling.

3:18

ดีกว่ากลิ้งตั้งเยอะ

Yeah.

3:20

เย่

My knees.

3:20

เข่าฉัน

Did I do it?

3:23

หนูทำได้ไหมคะ?

Did Bluey crawl?

3:24

บลูอี้คลานหรือเปล่าคะ?

Not exactly.

3:25

ก็ไม่เชิงจ้ะ

Come on, Bluey.

3:27

มาเร็ว บลูอี้

You can do it.

3:28

ลูกทำได้

Crawl to me.

3:29

คลานมาหาแม่สิ

Oh, yeah.

3:36

โอ้ ใช่แล้ว

Bum shuffle. การใช้คำ

3:37

ไถก้น

การใช้คำ

Bum shuffle: เคลื่อนที่ขณะนั่ง

bum shuffle คือวิธีเคลื่อนที่ของทารกบางคน โดยทารกยังคงนั่งแล้วใช้ก้นและขาดันหรือไถตัวไป แทนที่จะคลานด้วยมือและเข่า ในคำบรรยายสั้น ๆ นี้ กลุ่มคำนามดังกล่าวใช้เป็นชื่อของการเคลื่อนไหว bum เป็นคำไม่เป็นทางการในภาษาอังกฤษแบบบริติชที่หมายถึง bottom หรือ “ก้น” ส่วน shuffle ในที่นี้สื่อถึงการขยับแบบไถลทีละน้อย

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ bum shuffle มากที่สุด?

  1. ทารกเคลื่อนไปข้างหน้าโดยยังคงนั่งอยู่
  2. ทารกคลานไปข้างหน้าด้วยมือและเข่า
  3. ทารกเดินไปข้างหน้าด้วยสองเท้า
ดูคำตอบ

ทารกเคลื่อนไปข้างหน้าโดยยังคงนั่งอยู่

Bum shuffle?

3:38

ไถก้นเหรอคะ?

Bum shuffle.

3:40

ไถก้นจ้ะ

You were a bum shuffler.

3:41

ลูกเป็นนักไถก้นตัวยงเลยล่ะ

Woohoo.

3:45

วู้ฮู

Go, Bluey.

3:46

ไปเลย บลูอี้

Meanwhile, ลำดับความ

3:47

ในขณะเดียวกัน

ลำดับความ

Meanwhile: เปลี่ยนไปเล่าอีกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกัน

Meanwhile เป็นสัญญาณว่าเรื่องเล่ากำลังเปลี่ยนไปยังอีกเหตุการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน คำนี้เชื่อมเส้นเรื่องที่ดำเนินไปพร้อมกัน แทนที่จะเลื่อนเวลาไปข้างหน้า เมื่ออยู่ต้นประโยค meanwhile มักตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค ในที่นี้ คำบรรยายเพียงคำเดียวทำหน้าที่เป็นคำเปลี่ยนเรื่อง และเนื้อหาถัดไปจะบอกว่าเกิดอะไรขึ้นในอีกที่หนึ่ง

แบบฝึกหัด

Lena กำลังนำเสนอผลงานที่สำนักงาน ในเวลาเดียวกัน พี่ชายของเธอกำลังทำอาหารเย็นอยู่ที่บ้าน ประโยคต่อใดแสดงว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นพร้อมกัน?

  1. Meanwhile, her brother is making dinner at home.
  2. Later, her brother will make dinner at home.
  3. Before that, her brother made dinner at home.
ดูคำตอบ

Meanwhile, her brother is making dinner at home.

Judo was pulling herself up on furniture, กริยาวลี

3:48

จูโด้กำลังจับเฟอร์นิเจอร์เพื่อพยุงตัวขึ้น

กริยาวลี

pull herself up on furniture: เกาะเฟอร์นิเจอร์แล้วดึงตัวเองขึ้น

pull oneself up on something หมายถึงใช้สิ่งหนึ่งเป็นที่พยุงแล้วดึงร่างกายขึ้น มักเป็นการดึงตัวจนอยู่ในท่ายืน ในประโยคนี้ herself ย้อนกลับไปที่ Judo, up แสดงการเปลี่ยนตำแหน่งขึ้นด้านบน และ on furniture ระบุสิ่งที่ใช้พยุง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ pull + สรรพนามสะท้อนกลับ + up on + สิ่งพยุง สรรพนามสะท้อนกลับต้องตรงกับประธาน เช่น herself สำหรับเด็กผู้หญิงหรือผู้หญิง และ himself สำหรับเด็กผู้ชายหรือผู้ชาย

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ pull oneself up on เติมประโยคให้สมบูรณ์: The little girl ____ the sofa and stood beside it.

ดูคำตอบ

pulled herself up on

which is the step right before walking.

3:50

ซึ่งเป็นขั้นตอนก่อนที่จะเดินได้

And I was just bum shuffling around.

3:53

แต่หนูกลับแค่ไถก้นไปมา

You are definitely not winning the baby race.

3:55

ลูกไม่มีทางชนะการแข่งเด็กทารกนี้แน่ ๆ

The doctor said there was nothing to worry about.

3:59

หมอบอกว่าไม่มีอะไรต้องกังวล

Some babies just bum shuffle before they crawl.

4:01

เด็กบางคนก็แค่ไถก้นก่อนที่จะคลาน

But I wasn't having that.

4:05

แต่แม่ยอมให้เป็นแบบนั้นไม่ได้

See, feels good, doesn't it? ไวยากรณ์

4:06

เห็นไหม รู้สึกดีใช่ไหมล่ะ?

ไวยากรณ์

feels good, doesn't it?: คาดหวังให้อีกฝ่ายเห็นด้วย

ใน feels good, doesn't it? ประโยคเต็มที่เข้าใจกันคือ It feels good ภาษาพูดแบบสบาย ๆ ละ it ตัวแรกไว้ แต่คำถามท้ายประโยคยังสร้างจาก it feels ดังนั้นข้อความบอกเล่าแบบบวกจึงตามด้วยรูปปฏิเสธ doesn't it ผู้พูดไม่ได้เพียงขอข้อมูลใหม่ คำถามท้ายประโยคนี้เชิญให้อีกฝ่ายเห็นด้วยว่าความรู้สึกนั้นดี และอาจชี้นำให้อีกฝ่ายเห็นด้วยอย่างนุ่มนวล โดยทั่วไป tag question สามารถเปลี่ยนข้อความบอกเล่าให้เป็นการตรวจสอบว่าอีกฝ่ายเห็นด้วยหรือไม่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้คำถามท้ายประโยคได้ถูกต้อง?

  1. This chair feels comfortable, doesn't it?
  2. This chair feels comfortable, don't they?
  3. This chair feels comfortable, isn't it?
ดูคำตอบ

This chair feels comfortable, doesn't it?

Feels like you want to crawl, right? น้ำเสียง/เจตนา

4:09

รู้สึกเหมือนอยากคลานแล้วใช่ไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

Feels like you want to crawl, right?: เสนอการตีความและชวนให้อีกฝ่ายเห็นด้วย

Feels like... เป็นรูปย่อในภาษาพูดของ It feels like.... ในที่นี้ใช้เสนอการตีความของผู้พูดว่าอีกฝ่ายดูเหมือนอยากคลาน การเติม right? ท้ายประโยคเป็นการขอคำยืนยัน แต่ไม่ใช่คำถามปลายเปิดอย่างแท้จริง ผู้พูดได้เสนอคำตีความที่คาดหวังไว้แล้วและกำลังชักนำให้ผู้ฟังเห็นด้วย

แบบฝึกหัด

ผู้พูดกำลังทำอะไรเป็นหลักเมื่อพูดว่า “Feels like you want to crawl, right?”

  1. เสนอการตีความและเชิญให้ผู้ฟังเห็นด้วย
  2. ให้คำจำกัดความของการคลานอย่างเป็นกลาง
  3. ถามคำถามปลายเปิดโดยไม่คาดหวังคำตอบใดเป็นพิเศษ
ดูคำตอบ

เสนอการตีความและเชิญให้ผู้ฟังเห็นด้วย

Did she crawl?

4:12

หนูคลานไหมคะ?

Yes.

4:13

ใช่จ้ะ

Hooray.

4:14

ไชโย

Backwards.

4:15

ถอยหลังนะ

The doctor said there was nothing to worry about.

4:22

หมอบอกว่าไม่มีอะไรต้องกังวล

But Nana wasn't having that.

4:25

แต่คุณยายยอมให้เป็นแบบนั้นไม่ได้

Let's stop mucking around, eh? โน้ต

4:27

เลิกมัวแต่งมเข็มสักทีเถอะ หืม?

น้ำเสียง/เจตนา

Let's stop mucking around, eh?: การผลักดันให้ลงมือที่ฟังดูเป็นมิตร

Let's + คำกริยารูปพื้นฐาน ปกติใช้เสนอให้ทำบางอย่างร่วมกัน ในที่นี้ Let's stop mucking around บอกให้กลุ่มหยุดเสียเวลาหรือทำกิจกรรมนั้นแบบไม่จริงจัง แล้วเดินหน้าต่อ คำว่า eh? ท้ายประโยคเชิญให้อีกฝ่ายเห็นด้วย จึงทำให้ฟังเป็นภาษาสนทนามากกว่าคำสั่งตรง ๆ แต่ไม่ใช่การถามข้อมูลจริง ๆ ในบริบทนี้ ผู้พูดกำลังผลักดันอย่างชัดเจนให้กลุ่มหยุด

แบบฝึกหัด

ข้อใดอธิบายน้ำหนักของ “Let's stop mucking around, eh?” ได้ดีที่สุด

  1. เป็นการขอข้อมูลข้อเท็จจริงอย่างเป็นกลาง
  2. สนับสนุนให้กลุ่มเล่นต่อไป
  3. ฟังเหมือนข้อเสนอให้ทำร่วมกัน แต่ก็กดดันให้กลุ่มหยุด
ดูคำตอบ

ฟังเหมือนข้อเสนอให้ทำร่วมกัน แต่ก็กดดันให้กลุ่มหยุด

กริยาวลี

mucking around: มัวเล่นหรือเสียเวลาแทนที่จะเอาจริง

muck around เป็นกริยาวลีแบบไม่เป็นทางการ หมายถึงเล่นไปเรื่อย เสียเวลา หรือไม่ทำสิ่งใดอย่างจริงจัง ใน stop mucking around คำว่า stop ตามด้วยรูป -ing เพราะหมายถึงการหยุดกิจกรรมที่กำลังเกิดขึ้น ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังเตือนทุกคนเบา ๆ ให้เลิกทำสิ่งที่ไม่เกิดประโยชน์แล้วลงมือทำงาน วลีนี้ไม่ได้หมายถึงการทำให้บริเวณรอบ ๆ สกปรกตามตัวอักษร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ muck around: The coach told us to stop ____ and focus on the drill.

ดูคำตอบ

mucking around

A bit of olive oil on those knees will do the trick. สำนวน

4:29

ทาน้ำมันมะกอกที่หัวเข่าสักหน่อยก็เรียบร้อยแล้ว

สำนวน

will do the trick: วิธีนี้จะได้ผล

do the trick เป็นสำนวนที่หมายถึงให้ผลตามที่ต้องการหรือแก้ปัญหาตรงหน้าได้ ใน will do the trick คำว่า will แสดงว่าผู้พูดคาดว่าวิธีที่เสนอจะได้ผล ประธานของประโยคมักเป็นสิ่งของหรือการกระทำที่ช่วยแก้ปัญหา trick ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงมายากลหรือการหลอกลวง

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวน do the trick เติมประโยคให้สมบูรณ์: The soup tastes bland. A pinch of salt should ____.

ดูคำตอบ

do the trick

But how is olive oil going to help?

4:32

แต่น้ำมันมะกอกจะช่วยได้ยังไงล่ะคะ?

Oh, my goodness.

4:33

โอ้ พระช่วย

Mum! what are you doing?

4:34

แม่! แม่ทำอะไรเนี่ย?

If she can't crawl, ไวยากรณ์

4:35

ถ้าแกคลานไม่ได้

she'll have to walk.

4:37

ก็ต้องให้แกเดิน

ไวยากรณ์

If she can't..., she'll have to...: ผลลัพธ์ที่จำเป็นจากเงื่อนไข

If she can't crawl เป็นการตั้งเงื่อนไขที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ในโครงสร้าง first conditional นี้ ใช้ if + รูปปัจจุบัน (can't = cannot) แล้วใช้ will have to + กริยารูปพื้นฐานในประโยคหลักเพื่อบอกผลลัพธ์: she'll have to walk. have to แสดงความจำเป็นที่เกิดจากสถานการณ์ ประโยคนี้หมายความว่า ถ้าคลานไม่ได้ การเดินก็จะกลายเป็นทางเลือกที่จำเป็น ไม่ได้เป็นเพียงการคาดการณ์ว่าเธอจะเดิน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ will have to และกริยา take: If the lift is out of order, we ____ the stairs.

ดูคำตอบ

will have to take

This isn't legal anymore. การใช้คำ

4:38

แบบนี้ไม่ถูกกฎหมายแล้วนะ

การใช้คำ

isn't legal anymore: สถานะเดิมได้สิ้นสุดลงแล้ว

isn't legal anymore หมายถึง ตอนนี้สิ่งหนึ่งไม่ถูกกฎหมาย พร้อมสื่อว่าเมื่อก่อนสิ่งนั้นอาจถูกกฎหมาย ได้รับอนุญาต หรือถือว่ายอมรับได้ ในประโยคปฏิเสธ anymore แสดงว่าสถานะเดิมได้สิ้นสุดลงแล้ว ในที่นี้ คำว่า legal ซึ่งฟังดูเป็นทางการช่วยเน้นคำวิจารณ์วิธีปฏิบัติแบบเก่าให้เกินจริง ประโยคนี้อาจเป็นมุกตลกแทนที่จะเป็นคำกล่าวทางกฎหมายที่แม่นยำ โดยต้องดูจากบริบทที่กว้างขึ้น

แบบฝึกหัด

isn't legal anymore ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. สิ่งนี้จะกลายเป็นสิ่งถูกกฎหมายในภายหลัง
  2. เมื่อก่อนอาจเคยได้รับอนุญาตหรือยอมรับได้ แต่ตอนนี้ไม่แล้ว
  3. สิ่งนี้ไม่เคยได้รับอนุญาตอย่างแน่นอน
ดูคำตอบ

เมื่อก่อนอาจเคยได้รับอนุญาตหรือยอมรับได้ แต่ตอนนี้ไม่แล้ว

I'll sprinkle some grit down too.

4:41

ฉันจะโรยกรวดลงไปด้วย

Oh, where did that go?

4:43

โอ้ แล้วมันหายไปไหนล่ะเนี่ย?

Your Nana's old-school. การใช้คำ

4:46

ยายของลูกเป็นคนหัวโบราณน่ะ

การใช้คำ

old-school: มีสไตล์หรือวิธีการแบบดั้งเดิม

old-school เป็นคำคุณศัพท์แบบไม่เป็นทางการ หมายถึงมีสไตล์ แนวคิด หรือวิธีการแบบดั้งเดิม ในที่นี้ใช้บอกว่า Nana ชอบวิธีแบบเก่า ไม่ใช่วลีนาม old school ที่หมายถึงโรงเรียนเก่าตามตัวอักษร คำเรียกสั้น ๆ นี้ช่วยบอกลักษณะของตัวละครอย่างรวดเร็ว และอาจมีอารมณ์ขันแบบเป็นมิตร ไม่จำเป็นต้องเป็นคำวิจารณ์รุนแรง

แบบฝึกหัด

เติมคำคุณศัพท์จากบทเรียนที่หมายถึงมีสไตล์แบบดั้งเดิมลงในประโยค: My grandfather is ____; he still keeps every appointment in a paper diary.

ดูคำตอบ

old-school

None of it mattered, though. ลำดับความ

4:48

แต่เรื่องพวกนั้นก็ไม่มีความหมายแล้ว

ลำดับความ

None of it mattered, though: สรุปสิ่งที่กล่าวมาก่อนแล้วแสดงความขัดแย้ง

None of it mattered รวบรวมความพยายาม รายละเอียด หรือเหตุการณ์ทั้งหมดที่เพิ่งกล่าวถึงให้เป็นข้อสรุปเดียวว่า สิ่งเหล่านั้นไม่ได้เปลี่ยนผลลัพธ์ ประโยคนี้จึงปิดช่วงก่อนหน้าของเรื่องและเตรียมผู้ฟังให้พร้อมรับผลที่ตามมา though ที่ท้ายประโยคเพิ่มความขัดแย้งโดยย้อนกลับไปหาข้อมูลก่อนหน้า คล้าย however หรือ even so ข้อมูลก่อนหน้าทำให้คาดว่าสิ่งเหล่านั้นน่าจะมีผล แต่ประโยคนี้กลับหักล้างความคาดหมายนั้น

แบบฝึกหัด

ข้อความต่อข้อใดสรุปได้อย่างเป็นธรรมชาติว่าการเตรียมก่อนหน้านั้นไม่ได้ผล และใช้ though ท้ายประโยคเพื่อแสดงการหักมุม?

  1. We planned for every delay. None of it mattered, though. The event was canceled.
  2. We planned for every delay. As a result, the event was canceled.
  3. We planned for every delay. One delay lasted ten minutes, for example.
ดูคำตอบ

We planned for every delay. None of it mattered, though. The event was canceled.

Judo had won the baby race. ลำดับความ

4:50

จูโด้ชนะการแข่งเด็กทารกไปแล้วล่ะ

ลำดับความ

had won the baby race: ผลลัพธ์ที่เกิดก่อนในอดีตและคำเปรียบเทียบเรื่องการแข่งขัน

Had won เป็น past perfect มีโครงสร้าง had + past participle โดยนำเสนอว่าการชนะของ Judo เสร็จสิ้นไปแล้วก่อนมุมมอง ณ เวลาอดีตที่เกิดทีหลัง ดังนั้นผลลัพธ์นี้จึงกลายเป็นข้อมูลพื้นหลังสำหรับความรู้สึกหรือปฏิกิริยาที่ตามมา ในที่นี้ baby race ไม่ใช่การแข่งขันที่จัดขึ้นจริง แต่เป็นคำเปรียบเทียบถึงการนำความเร็วในการเติบโตของทารกมาเปรียบกัน การใช้ won สานต่อภาพเปรียบเทียบนี้และแสดงว่าขณะนั้นผู้คนมองสถานการณ์ในแง่ของการแพ้หรือชนะ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป past perfect ของ win เพื่อแสดงว่าการชนะเกิดก่อนการมาถึง: By the time we arrived, Maya ____ the race.

ดูคำตอบ

had won

Ow, biscuits. การใช้คำ

4:53

โอ๊ย บิสกิต

การใช้คำ

biscuits ในฐานะคำอุทานเบา ๆ ที่เหมาะกับครอบครัว

ในประโยคนี้ biscuits ไม่ได้หมายถึงอาหาร แต่เป็นคำพูดเล่น ๆ ที่ใช้แทนคำสบถที่แรงกว่า เมื่ออยู่หลัง Ow จึงสื่อถึงความเจ็บ ความหงุดหงิด หรือความผิดหวังเล็กน้อย การตีความนี้ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของ biscuits ที่ทำหน้าที่เป็นคำอุทานและบริบทที่เหมาะกับเด็ก การใช้คำนามที่ไม่มีพิษภัยช่วยคงอารมณ์ไว้พร้อมกับทำให้ภาษานุ่มนวลลง

แบบฝึกหัด

ใน “Ow, biscuits.” ผู้พูดใช้ biscuits เพื่อทำอะไร?

  1. แสดงความหงุดหงิดเล็กน้อยโดยไม่ใช้คำสบถ
  2. บอกสิ่งที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บร้ายแรง
  3. พูดถึงอาหารที่อยากกิน
ดูคำตอบ

แสดงความหงุดหงิดเล็กน้อยโดยไม่ใช้คำสบถ

Are you upset with me that I lost the baby race? วลี

4:55

แม่โกรธหนูไหมคะที่หนูแพ้การแข่งเด็กทารก?

วลี

upset with me: บอกว่าความรู้สึกมุ่งไปที่ใคร

be upset with someone หมายถึงรู้สึกโกรธ เจ็บใจ หรือผิดหวังกับคนคนหนึ่ง ใน upset with me คำว่า with บอกว่าความรู้สึกนั้นมุ่งไปที่ใคร อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกสถานการณ์ที่ทำให้เกิดความรู้สึกนั้น โครงสร้างนี้จึงแยกระหว่างบุคคลคือ me กับเหตุผลคือ that I lost the baby race

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมาย: Nora is ____ me because I broke her mug.

ดูคำตอบ

upset with

No, sweetie.

4:58

ไม่เลยจ้ะ ทูนหัว

Look,

4:59

ฟังนะ

we were all learning to do things for the first time. วลี

5:00

เราทุกคนกำลังเรียนรู้ที่จะทำสิ่งต่าง ๆ เป็นครั้งแรก

วลี

for the first time: ประสบการณ์ครั้งแรกจริง ๆ

for the first time เป็นวลีบอกเวลาที่ทำหน้าที่เหมือนคำวิเศษณ์ หมายความว่าการกระทำหรือประสบการณ์นั้นไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ในประโยคนี้วลีดังกล่าวขยาย learning to do things และบอกว่ากิจกรรมเหล่านั้นเป็นประสบการณ์ใหม่ โดยทั่วไปวลีนี้จะอยู่หลังการกระทำที่ขยาย เช่น try skiing for the first time วลีนี้บอกจำนวนครั้งในประสบการณ์ของคนคนหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงลำดับที่หนึ่งในรายการ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมาย: Until yesterday, I had never baked bread. Yesterday, I baked bread ____.

ดูคำตอบ

for the first time

I just felt like I was doing everything wrong. ไวยากรณ์

5:03

แม่แค่รู้สึกเหมือนแม่ทำทุกอย่างผิดไปหมดเลย

ไวยากรณ์

felt like + อนุประโยค: ความรู้สึกส่วนตัว

ในโครงสร้าง felt like + อนุประโยคที่สมบูรณ์ felt like หมายถึง “รู้สึกหรือมีความคิดว่าบางอย่างเป็นจริง” ตรงนี้ I was doing everything wrong เป็นอนุประโยคที่บอกการตัดสินตัวเองในแง่ลบของผู้พูด การตัดสินนี้เป็นความรู้สึกส่วนตัว ไม่จำเป็นต้องเป็นข้อเท็จจริง felt แสดงว่าความรู้สึกนี้เกิดขึ้นในอดีต ส่วน just ช่วยลดน้ำหนักของคำพูด ทำให้ฟังเหมือนกำลังอธิบายความรู้สึกในตอนนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษให้สมบูรณ์ด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนนี้: After my first presentation, I ____ everyone had noticed every mistake, although no one said anything.

ดูคำตอบ

felt like

Aren't you going to Mother's group? ไวยากรณ์

5:06

เธอไม่ไปกลุ่มคุณแม่เหรอ?

ไวยากรณ์

Aren't you going to...?: ถามย้ำแผนที่คาดไว้อยู่แล้ว

Aren't you going to...? เป็นคำถามปฏิเสธ โดยทั่วไปแสดงว่าผู้พูดคาดว่าอีกฝ่ายจะทำสิ่งนั้น และตอนนี้กำลังถามเพื่อยืนยันความคาดหมายดังกล่าว น้ำเสียงอาจทำให้คำถามนี้ฟังเหมือนการเตือน ความแปลกใจเล็กน้อย หรือการกดดัน จึงไม่เป็นกลางเท่ากับ Are you going to...?

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความเกี่ยวกับคำถามภาษาอังกฤษต่อไปนี้: “Aren't you going to call Maya?” เป็นคำถามที่เป็นกลางอย่างสมบูรณ์และไม่ได้สื่อว่าผู้พูดคาดไว้ว่าจะมีการโทรหา Maya

  1. ผิด
  2. ถูก
ดูคำตอบ

ผิด

Yes.

5:10

ไปสิ

What a cute cap. It's like he was born in it. โน้ต

5:11

หมวกน่ารักจังเลย เหมือนเขาเกิดมาพร้อมหมวกเลยนะ

ไวยากรณ์

What a cute cap: ประโยคอุทาน What a + คำคุณศัพท์ + คำนามเอกพจน์

โครงสร้าง What a/an + คำคุณศัพท์ + คำนามนับได้เอกพจน์ เป็นประโยคอุทานที่ใช้แสดงความรู้สึกอย่างชัดเจนและหนักแน่น ในที่นี้ What a cute cap! แสดงว่าผู้พูดคิดว่าหมวกใบนั้นน่ารักมาก ในโครงสร้างนี้ what ไม่ได้ใช้เพื่อถามข้อมูล และต้องคง a หรือ an ไว้หน้าคำนามนับได้เอกพจน์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคอุทานให้สมบูรณ์ด้วยคำในวงเล็บ: What ____! (a / lovely / surprise)

ดูคำตอบ

a lovely surprise

สำนวน

like he was born in it: การเปรียบเทียบแบบเกินจริง

ใน It's like he was born in it คำว่า like ใช้เปิดการเปรียบเทียบว่าเขาสวมหมวกแล้วดูเป็นธรรมชาติมาก ภาพที่เป็นไปไม่ได้ว่าเขาใส่หมวกมาตั้งแต่เกิดช่วยเน้นแบบเกินจริงว่าหมวกเหมาะกับเขามากเพียงใด อย่าเข้าใจภาพการเกิดนั้นว่าเป็นข้อเท็จจริง ในที่นี้ like หมายถึง as if หรือ as though ไม่ใช่คำกริยาที่แปลว่า “ชอบ” ส่วน it หมายถึงหมวก และ in it หมายถึงสวมมันอยู่

แบบฝึกหัด

ประโยคที่สองในตัวอย่างนี้หมายความว่าอย่างไร? “Maya looks completely natural in that costume. It's like she was born in it.”

  1. Maya สวมชุดนั้นอยู่จริง ๆ ตอนที่เธอเกิด
  2. Maya ชอบชุดนั้นเพราะเป็นชุดใหม่
  3. ชุดนั้นเหมาะกับ Maya มาก
ดูคำตอบ

ชุดนั้นเหมาะกับ Maya มาก

But then one day,

5:14

แต่แล้ววันหนึ่ง

Coco's mum came to see me.

5:15

แม่ของโคโค่ก็มาหาแม่

Hi, Chilli.

5:17

ไง ชิลลี่

Bella.

5:18

เบลล่า

Oh, hello.

5:19

โอ้ สวัสดีจ้ะ

I'm so sorry. น้ำเสียง/เจตนา

5:20

ฉันขอโทษจริง ๆ นะ

The house is a mess.

5:20

บ้านรกไปหมดเลย

น้ำเสียง/เจตนา

I'm so sorry. The house is a mess. — คำขอโทษอย่างสุภาพเมื่อมีแขกมาเยือน

สองประโยคนี้ทำหน้าที่ร่วมกันเป็นการแสดงมารยาทอย่างหนึ่ง I'm so sorry ยอมรับว่าอาจทำให้แขกไม่สะดวก และ The house is a mess บอกเหตุผลที่ขอโทษ ผู้พูดไม่ได้มีจุดประสงค์หลักเพื่อบรรยายสภาพบ้านหรือยอมรับความผิดร้ายแรง การพูดถึงปัญหาก่อนแสดงว่าเจ้าบ้านใส่ใจความรู้สึกของผู้มาเยือนและช่วยลดความกระอักกระอ่วน รูปแบบที่ขอโทษแล้วบอกเหตุผลสั้น ๆ สามารถช่วยให้สถานการณ์ทางสังคมเล็ก ๆ น้อย ๆ นุ่มนวลขึ้นได้

แบบฝึกหัด

เพื่อนมาถึงตอนที่บ้านของคุณยังรกอยู่ “I'm so sorry. The house is a mess.” มีหน้าที่หลักอย่างไร?

  1. แจ้งว่าบ้านได้รับความเสียหายร้ายแรง
  2. ยอมรับอย่างสุภาพว่าบ้านรกและช่วยลดความกระอักกระอ่วน
  3. ขอให้แขกช่วยทำความสะอาดบ้าน
ดูคำตอบ

ยอมรับอย่างสุภาพว่าบ้านรกและช่วยลดความกระอักกระอ่วน

We chatted for a while,

5:22

เราคุยกันอยู่พักหนึ่ง

and then she showed me a photo.

5:23

แล้วเธอก็เอารูปถ่ายให้แม่ดู

Are these all your children?

5:27

นี่ลูกของเธอทั้งหมดเลยเหรอ?

Yep.

5:29

ใช่จ้ะ

I thought Coco was your first. การใช้คำ

5:30

ฉันคิดว่าโคโค่เป็นลูกคนแรกของเธอซะอีก

การใช้คำ

your first: เติมคำนาม child ที่ละไว้จากบริบท

ในการสนทนาเรื่องครอบครัวนี้ your first หมายถึง your first child คำนาม child ถูกละไว้เพราะหัวข้อสนทนาทำให้ผู้ฟังเติมคำนี้ได้ง่าย ภาษาอังกฤษสามารถละคำนามหลังคำบอกลำดับอย่าง first ได้เมื่อรู้อยู่แล้วว่ากำลังจัดลำดับอะไร เมื่อต้องทำความเข้าใจรูปอย่าง my first หรือ their second ให้เติมคำนามจากบริบท ในที่นี้ first ไม่ได้หมายถึง first place หรือ first time

แบบฝึกหัด

ผู้พูดกำลังคุยเรื่องลูกของใครคนหนึ่ง your first ในประโยค “I thought Coco was your first.” หมายถึงอะไร?

  1. your first visit
  2. your first prize
  3. your first child
ดูคำตอบ

your first child

No, I've got eight kids. ไวยากรณ์

5:32

เปล่า ฉันมีลูกแปดคน

ไวยากรณ์

I've got สำหรับบอกว่ามีอยู่ในปัจจุบัน

ในประโยคนี้ I've got หมายถึง “I have” หรือ “ฉันมี” คือผู้พูดมีลูกแปดคนอยู่ในปัจจุบัน ให้เข้าใจ have got เป็นโครงสร้างเดียวที่บอกการมีอยู่หรือการครอบครองในปัจจุบัน ไม่ใช่ “ได้มาแล้ว” รูปแบบคือ have/has got + นามวลี เช่น I've got a ticket; she's got two brothers. ในบทสนทนา have และ has มักใช้รูปย่อ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปย่อของ have got ที่บอกการมีในปัจจุบัน: ____ two tickets for tonight.

ดูคำตอบ

I've got

Wait, no. น้ำเสียง/เจตนา

5:34

เดี๋ยวนะ ไม่ใช่สิ

Nine.

5:35

เก้าคนน่ะ

น้ำเสียง/เจตนา

Wait, no ... สำหรับแก้คำพูดของตนเองทันที

Wait, no เป็นสัญญาณว่าผู้พูดเพิ่งรู้ตัวว่าพูดผิดและกำลังแทนที่ข้อมูลเดิมด้วยข้อมูลใหม่ Wait หยุดจังหวะการพูดเพียงครู่เดียว ไม่ได้ขอให้ผู้ฟังรอนาน ส่วน no ยกเลิกคำตอบก่อนหน้า Nine เป็นส่วนของประโยคที่ใช้ได้ในบทสนทนา ใจความเต็มคือ “I've got nine kids,” แต่พูดซ้ำเฉพาะข้อมูลที่แก้ไขแล้วก็เพียงพอ รูปแบบนี้ใช้แก้ตัวเลข ชื่อ วันที่ เวลา หรือทิศทางได้อย่างเป็นธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

ตอนแรกคุณบอกว่าต้องใช้เก้าอี้หกตัว แต่ทันทีนั้นก็นึกได้ว่าจำนวนที่ถูกต้องคือเจ็ดตัว ประโยคใดแก้คำพูดของตนเองได้ทันทีและเป็นธรรมชาติ

  1. Please wait while I count the seven chairs.
  2. We need six chairs, and perhaps seven later.
  3. We need six chairs—wait, no, seven.
ดูคำตอบ

We need six chairs—wait, no, seven.

I had no idea. วลี

5:36

ฉันไม่เคยรู้เลยนะเนี่ย

วลี

had no idea: ไม่รู้เรื่องนั้นเลย

ในประโยคนี้ had no idea หมายถึง “ไม่รู้เลย” หรือ “ไม่เคยตระหนักถึงเรื่องนั้นเลย” คำว่า idea ในที่นี้หมายถึงความรู้หรือการรับรู้ ไม่ได้หมายถึงข้อเสนอหรือแผน รูปอดีต had กล่าวถึงสภาพความรู้ของผู้พูดก่อนจะได้รับข้อมูลใหม่ เมื่อเทียบกับ I didn't know สำนวนนี้มักเน้นความประหลาดใจมากกว่า

แบบฝึกหัด

เมื่อตอบสนองต่อข้อมูลใหม่ I had no idea มีความหมายตามธรรมชาติที่สุดว่าอย่างไร?

  1. ผู้พูดมีแผนใหม่
  2. ก่อนหน้านี้ผู้พูดไม่รู้เรื่องนั้นเลย
  3. ผู้พูดกำลังขอคำแนะนำ
ดูคำตอบ

ก่อนหน้านี้ผู้พูดไม่รู้เรื่องนั้นเลย

Wow.

5:38

ว้าว

You must have learned a thing or two. โน้ต

5:39

เธอคงได้เรียนรู้อะไรมาบ้างแหละ

ไวยากรณ์

must have learned: การคาดคะเนอดีตอย่างมั่นใจ

Must have learned ใช้โครงสร้าง must have + คำกริยาช่องที่ 3 เพื่อคาดคะเนอย่างมั่นใจเกี่ยวกับเหตุการณ์หรือประสบการณ์ในอดีต ผู้พูดดูจากหลักฐานในปัจจุบันและสรุปว่าการเรียนรู้นั้นเกือบจะแน่นอนว่าเกิดขึ้นแล้ว ในที่นี้ การรู้ว่าผู้ฟังเลี้ยงลูกมาหลายคนเป็นหลักฐานในการคาดคะเน Must หมายถึง “ต้องเป็นเช่นนั้นแน่” หรือ “ฉันสรุปว่า” ไม่ได้หมายถึงหน้าที่บังคับ ส่วน learned ระบุว่าการเรียนรู้ที่คาดคะเนเกิดขึ้นในอดีต

แบบฝึกหัด

คุณเห็นรอยเท้าเปียกที่เดินเข้าไปในบ้าน ประโยคใดคาดคะเนอย่างมั่นใจว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนหน้านี้?

  1. Someone must come in from the rain.
  2. Someone had to come in from the rain.
  3. Someone must have come in from the rain.
ดูคำตอบ

Someone must have come in from the rain.

สำนวน

a thing or two: วิธีพูดถึงประสบการณ์แบบถ่อมตัว

ใน a thing or two ตัวเลขไม่ได้มีความหมายตามตัวอักษร สำนวนนี้หมายถึง “ความรู้หรือประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์อยู่บ้าง” และมักสื่อว่ามีความชำนาญมากกว่าที่ถ้อยคำอันถ่อมตัวนี้ทำให้รู้สึก ในประโยคนี้ learned a thing or two เป็นการยอมรับว่าคนนั้นได้รับประสบการณ์ที่มีค่า การพูดแบบลดระดับเช่นนี้ฟังเป็นภาษาสนทนาและไม่ตรงเกินไปเมื่อเทียบกับการบอกว่าเขาได้เรียนรู้หลายอย่าง

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายถึง “มีประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์อยู่บ้าง”: After years at the animal shelter, Leo has learned ____ about caring for nervous dogs.

ดูคำตอบ

a thing or two

I have.

5:41

แน่นอน

And there's something you need to know. ลำดับความ

5:42

และมีบางอย่างที่เธอต้องรู้นะ

ลำดับความ

there's something you need to know: การเกริ่นข้อมูลสำคัญ

อนุประโยค there's something you need to know ทำหน้าที่เป็นคำเกริ่น โดยบอกผู้ฟังว่ากำลังจะมีข้อมูลสำคัญตามมา โครงสร้างนี้ช่วยจัดระเบียบบทสนทนาด้วยการหยุดหัวข้อปัจจุบันชั่วคราว ดึงความสนใจ และสร้างความคาดหวังว่าผู้พูดจะอธิบายเพิ่มเติม something ในที่นี้หมายถึงข้อมูลที่ยังไม่ได้ระบุ ไม่ใช่วัตถุ ส่วนอนุประโยค you need to know ขยาย something และบอกว่าข้อมูลนั้นสำคัญต่อผู้ฟัง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเตรียมให้ผู้ฟังรับข้อมูลสำคัญที่อาจมีผลต่อการตัดสินใจได้ดีที่สุด

  1. I know something about this trail, but it does not matter.
  2. There's something you need to know before you choose this trail: the bridge is closed.
  3. You already know everything about this trail.
ดูคำตอบ

There's something you need to know before you choose this trail: the bridge is closed.

What?

5:44

อะไรเหรอ?

You're doing great. น้ำเสียง/เจตนา

5:47

เธอกำลังทำได้ดีมาก

น้ำเสียง/เจตนา

You're doing great: ให้กำลังใจโดยตรงเกี่ยวกับผลงานในตอนนี้

You're doing great หมายความว่า ผลงาน ความก้าวหน้า หรือวิธีรับมือกับสถานการณ์ของอีกฝ่ายนั้นดีมาก ในประโยคนี้ ผู้พูดใช้คำนี้เพื่อให้กำลังใจคนที่กำลังสงสัยในตัวเองโดยตรง doing great ในที่นี้เป็นการประเมินว่าโดยรวมแล้วอีกฝ่ายทำได้ดีเพียงใด ไม่ได้หมายความว่าเขากำลังทำเรื่องยิ่งใหญ่หรือกล้าหาญ

แบบฝึกหัด

เพื่อนรู้สึกประหม่าในการเรียนว่ายน้ำครั้งแรก แต่กำลังก้าวหน้าได้ดี คำตอบใดให้กำลังใจเกี่ยวกับผลงานในตอนนี้โดยตรง?

  1. You're doing a great thing for everyone.
  2. You're doing great. Keep going.
  3. You did everything yesterday.
ดูคำตอบ

You're doing great. Keep going.

Are those happy tears, Mum? การใช้คำ

5:56

นั่นน้ำตาแห่งความสุขเหรอคะ แม่?

การใช้คำ

happy tears: ร้องไห้เพราะอารมณ์เชิงบวก

Happy tears คือน้ำตาที่เกิดจากอารมณ์เชิงบวก เช่น ความดีใจ ความโล่งใจ ความภูมิใจ หรือความซาบซึ้งอย่างมาก คำคุณศัพท์ happy บอกเหตุผลที่คนนั้นร้องไห้ น้ำตาไม่ได้หมายถึงความเศร้าเสมอไป ในคำถามนี้ ผู้พูดกำลังถามว่าการร้องไห้นั้นเกิดจากความรู้สึกมีความสุขหรือไม่

แบบฝึกหัด

Those are happy tears โดยทั่วไปหมายความว่าอย่างไร?

  1. คนนั้นร้องไห้เพราะรู้สึกดีใจหรือซาบซึ้งอย่างมาก
  2. คนนั้นร้องไห้เพราะรู้สึกเศร้า
  3. ดวงตาของคนนั้นมีน้ำตาไหลเพราะฝุ่น
ดูคำตอบ

คนนั้นร้องไห้เพราะรู้สึกดีใจหรือซาบซึ้งอย่างมาก

Yeah.

5:58

ใช่จ้ะ

Happy tears,

5:59

น้ำตาแห่งความสุข

honey. And then on,

6:00

ที่รัก และตั้งแต่นั้นมา

I decided to run my own race. สำนวน

6:02

แม่ก็ตัดสินใจที่จะวิ่งในเส้นทางของตัวเอง

สำนวน

run my own race: มุ่งที่ความก้าวหน้าของตัวเอง

ในที่นี้ run my own race เป็นคำเปรียบเทียบ หมายถึงการเดินหน้าด้วยจังหวะและวิธีที่เหมาะกับผู้พูด แทนที่จะวัดตัวเองกับคนอื่น ไม่ได้หมายถึงการแข่งขันวิ่งจริง ๆ การเปลี่ยนมาใช้ my แสดงว่าผู้พูดได้นำแนวคิดนี้มาใช้กับตัวเอง โดยตัดสินใจใช้แนวคิดนี้เป็นแนวทางในการเลือกของตน โดยทั่วไป run one's own race หมายถึงการมุ่งที่เส้นทางและความก้าวหน้าของตัวเอง แทนการแข่งขันด้วยการเปรียบเทียบกับคนอื่นอยู่ตลอดเวลา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยคำเปรียบเทียบ run one's own race: Instead of comparing myself with everyone else, I decided to ____.

ดูคำตอบ

run my own race

Woohoo.

6:04

วู้ฮู

Woohoo.

6:04

วู้ฮู

Woohoo.

6:05

วู้ฮู

Woohoo.

6:05

วู้ฮู

Woohoo.

6:05

วู้ฮู

Bluey wins.

6:06

บลูอี้ชนะ

Bluey.

6:09

บลูอี้

Well done, น้ำเสียง/เจตนา

6:11

ทำได้ดีมาก

Judo.

6:12

จูโด้

น้ำเสียง/เจตนา

Well done: การกล่าวชม

Well done เป็นสำนวนตายตัวที่ใช้ชมใครสักคนเมื่อทำบางอย่างสำเร็จหรือพยายามได้ดี ในที่นี้ done ไม่ได้เพียงหมายความว่าการกระทำจบลงแล้ว แต่ทั้งวลีเป็นการประเมินในเชิงบวก สามารถใช้เดี่ยว ๆ ตามด้วยชื่อของบุคคลเหมือนใน Well done, Judo หรือระบุผลงานด้วย Well done on + คำนามหรือรูป -ing เช่น Well done on finishing the report.

แบบฝึกหัด

เด็กคนหนึ่งต่อจิ๊กซอว์ที่ยากสำเร็จหลังจากลองหลายครั้ง คำตอบใดเป็นคำชมที่เป็นธรรมชาติ

  1. Well done! You kept trying and finished it.
  2. The puzzle is finished now.
  3. You should have finished it sooner.
ดูคำตอบ

Well done! You kept trying and finished it.

You clever girl.

6:12

เด็กเก่ง

So,

6:15

แล้ว

did Bluey ever learn to walk? ไวยากรณ์

6:15

บลูอี้ได้เรียนรู้ที่จะเดินไหมคะ?

ไวยากรณ์

did ... ever learn ...?:ถามว่าเรื่องหนึ่งเคยเกิดขึ้นหรือไม่

ในคำถามเกี่ยวกับอดีต ever หมายถึง “เคย ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง” ในประโยค did Bluey ever learn to walk? ผู้พูดถามว่าบลูอี้เคยหัดเดินได้หรือไม่ และตามบริบทอาจมีนัยว่าสงสัยว่าสุดท้ายแล้วเรื่องนี้เกิดขึ้นหรือเปล่า โครงสร้างคือ did + ประธาน + ever + กริยารูปพื้นฐาน did แสดงอดีตอยู่แล้ว จึงใช้ learn ไม่ใช่ learned

แบบฝึกหัด

คำถามใดถามว่าในอดีตเขาเคยพบกุญแจที่หายไปหรือไม่

  1. Did he always carry his lost key?
  2. Did he usually look for his lost key?
  3. Did he ever find his lost key?
ดูคำตอบ

Did he ever find his lost key?

Yes, honey.

6:18

ใช่จ้ะ ที่รัก

In the kitchen, actually.

6:19

ในครัวเลยล่ะ

Why did I decide to walk in the kitchen?

6:33

ทำไมหนูถึงตัดสินใจเดินในครัวล่ะ?

I don't know, sweetie.

6:36

แม่ไม่รู้สิ ทูนหัว

Maybe you just saw something you wanted. ไวยากรณ์

6:41

บางทีลูกอาจจะแค่เห็นของที่อยากได้ล่ะมั้ง

ไวยากรณ์

something you wanted:การละคำสรรพนามเชื่อมความที่เป็นกรรม

Something you wanted เป็นกลุ่มคำนามกลุ่มเดียว you wanted ขยาย something และบอกว่าผู้พูดหมายถึงสิ่งไหน รูปเต็มคือ something that you wanted สามารถละ that ได้ เพราะ that เป็นกรรมของ wanted โดยความสัมพันธ์เดิมคือ you wanted something รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ คำสรรพนามไม่ชี้เฉพาะ + ประธาน + กริยา เช่น something I need หรือ someone we met

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสามารถละ that ได้โดยไม่เปลี่ยนโครงสร้างหรือความหมาย

  1. I found something that you might like.
  2. I need something that works offline.
  3. That is something important.
ดูคำตอบ

I found something that you might like.