คำนามนับได้และนับไม่ได้: หมวดอาหาร มินิบทเรียนภาษาอังกฤษ: บทเรียนภาษาอังกฤษ

British Council | English

ความยากในการเรียน
135 คำ 160 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: บทเรียนเชิงปฏิบัติสำหรับสถานการณ์ในร้านอาหารและซูเปอร์มาร์เก็ต อธิบายว่าการนับได้หรือนับไม่ได้ส่งผลต่อคำนามเกี่ยวกับอาหารอย่างไร วิธีใช้ some และ any ในประโยคชนิดต่าง ๆ และวิธีพูดถึงแผนไปซื้อของแบบไม่เป็นทางการ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. countable and uncountable nouns. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้การแยกคำนามอาหารที่นับไม่ได้ เช่น milk และ rice ออกจากคำนามที่ทำเป็นพหูพจน์ได้ เช่น tomatoes และ apples ความเข้าใจนี้ช่วยให้ตัดสินใจได้ว่าคำใดใช้รูปพหูพจน์ได้ และเป็นพื้นฐานสำหรับเลือกถ้อยคำบอกปริมาณให้เหมาะสม 2. Some is positive, / any is negative, / also used for questions. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจหลักเบื้องต้นว่า some มักใช้ในประโยคบอกเล่า ส่วน any ใช้ในประโยคปฏิเสธและคำถาม จากนั้นจะสามารถถามว่ามีอาหารชนิดหนึ่งหรือไม่ และตอบรับหรือปฏิเสธแบบสั้น ๆ โดยไม่ต้องกล่าวคำนามเดิมซ้ำ 3. gonna — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เข้าใจว่านี่คือรูปภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการของ going to เมื่อต้องการบอกแผน เช่น แผนไปซื้อของ จึงฟังออกได้ในบทสนทนาทั่วไป พร้อมทั้งแยกได้ว่ารูปเต็มเหมาะกับงานเขียนทางการมากกว่า

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Food, you love it, you need it. ลำดับความ

0:04

อาหาร คุณชอบมัน คุณขาดมันไม่ได้

ลำดับความ

you love it, you need it: ประโยคเปิดที่ใช้อนุประโยคขนาน

ประโยคนี้นำอนุประโยคสั้นสองส่วนที่ใช้โครงเดียวกันมาวางคู่กัน: you + คำกริยา + it โครงสร้างขนานนี้สร้างจังหวะที่กระชับ และเชื่อมโยงหัวข้อกับปฏิกิริยาที่คุ้นเคยสองอย่าง คือชอบสิ่งที่กำลังพูดถึงและต้องการสิ่งนั้น เมื่อใช้เป็นประโยคดึงความสนใจตอนเปิดเรื่อง ประโยคนี้จะเรียกความสนใจและสร้างความรู้สึกร่วมก่อนเข้าสู่รายละเอียด วิธีนี้นำไปใช้ต่อได้ โดยอนุประโยคสั้นที่สมดุลกันสามารถเปิดหัวข้อได้หนักแน่นกว่าคำอธิบายยาว ๆ

แบบฝึกหัด

ประโยคนี้มีหน้าที่หลักอย่างไรเมื่ออยู่ตอนต้นของวิดีโอ

  1. บอกว่าการกระทำสองอย่างต้องเกิดขึ้นตามลำดับที่ตายตัว
  2. ระบุชนิดของอาหารที่กำลังพูดถึงอย่างเจาะจง
  3. ใช้อนุประโยคสั้นแบบขนานสองส่วนเพื่อดึงความสนใจและสร้างความรู้สึกร่วม
ดูคำตอบ

ใช้อนุประโยคสั้นแบบขนานสองส่วนเพื่อดึงความสนใจและสร้างความรู้สึกร่วม

But have you ever had trouble โน้ต

0:06

แต่คุณเคยมีปัญหา

ordering food in a restaurant or a supermarket?

0:08

เวลาสั่งอาหารในร้านอาหารหรือที่ซูเปอร์มาร์เก็ตไหม?

ไวยากรณ์

have you ever: การถามถึงประสบการณ์จนถึงตอนนี้

Have you ever + กริยาช่อง past participle ...? ใช้ present perfect เพื่อถามว่าจนถึงตอนนี้เคยมีประสบการณ์นั้นอย่างน้อยหนึ่งครั้งหรือไม่ ในประโยคนี้ had เป็น past participle ของ have และประสบการณ์ที่ถามคือการมีปัญหาเวลาสั่งอาหาร ในที่นี้ ever หมายถึง “ในเวลาใดเวลาหนึ่งก่อนตอนนี้” ไม่ได้หมายถึง “บ่อย ๆ” เนื่องจากเน้นประสบการณ์ทั่วไป คำถามจึงมักไม่ระบุเวลาในอดีตที่จบไปแล้ว เช่น yesterday หรือ last week

แบบฝึกหัด

คำถามใดถามว่าจนถึงตอนนี้ผู้ฟังเคยมีประสบการณ์นั้นหรือไม่ โดยไม่ได้ระบุเวลาอดีตที่จบไปแล้ว

  1. Do you ride a horse every week?
  2. Did you ride a horse yesterday?
  3. Have you ever ridden a horse?
ดูคำตอบ

Have you ever ridden a horse?

วลี

had trouble ordering food: โครงสร้าง have trouble + กริยา-ing

have trouble doing something หมายถึง การทำกริยาบางอย่างเป็นเรื่องยาก หลัง trouble กริยาที่บอกการกระทำมักอยู่ในรูป -ing ดังนั้น ordering จึงเป็นการกระทำที่ทำได้ยาก ใน have you ever had... คำว่า have เป็นกริยาช่วยของ present perfect และ had เป็นกริยาช่องที่ 3 ของ have รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ have trouble + กริยา-ing โดยรูปของ have จะเปลี่ยนเมื่อหลักไวยากรณ์กำหนด เช่น has trouble reading, had trouble finding และ have had trouble sleeping

แบบฝึกหัด

ใช้รูป -ing ของ read เติมประโยคให้สมบูรณ์: Ben has trouble ____ this map.

ดูคำตอบ

reading

I will help you with these useful tips. วลี

0:11

ฉันจะช่วยคุณด้วยเคล็ดลับที่มีประโยชน์เหล่านี้เอง

วลี

help you with: โครงสร้าง help someone with something

help someone with something หมายถึง การให้ความช่วยเหลือบุคคลเกี่ยวกับงาน หัวข้อ ปัญหา หรือแหล่งข้อมูล บุคคลที่ได้รับความช่วยเหลือวางไว้หลัง help โดยตรง และ with ใช้นำหน้ากลุ่มคำนามที่เกี่ยวข้องกับความช่วยเหลือนั้น ในประโยคนี้ you คือผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือ และ these useful tips คือแหล่งข้อมูลที่มอบให้ สามารถนำโครงสร้างนี้ไปใช้ในวลีอย่าง help me with my homework และ help us with the plan

แบบฝึกหัด

เติมคำที่หายไปจากโครงสร้าง help someone with something ให้ประโยคสมบูรณ์: Can you help me ____ this puzzle?

ดูคำตอบ

with

First of all, ลำดับความ

0:13

ก่อนอื่นเลย

ลำดับความ

First of all: การเปิดประเด็นแรก

First of all เป็นคำบอกลำดับที่ใช้เปิดประเด็นหรือขั้นตอนแรกของคำอธิบายที่เรียงเป็นลำดับ ในประโยคนี้ คำนี้บอกผู้ฟังว่าผู้พูดกำลังจะเริ่มอธิบายประเด็นไวยากรณ์ข้อแรก คำนี้ช่วยจัดลำดับความคิด ไม่ได้หมายความว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก โดยทั่วไปจะตามด้วยข้อความหรือคำสั่งข้อแรก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้เปิดขั้นตอนแรกของชุดคำแนะนำ?

  1. At first, the map looked confusing.
  2. For the first time, Mia read the map alone.
  3. First of all, check the map.
ดูคำตอบ

First of all, check the map.

you need to know countable and uncountable nouns. ไวยากรณ์

0:14

คุณต้องรู้จักคำนามนับได้และคำนามนับไม่ได้

ไวยากรณ์

countable and uncountable nouns: การเลือกรูปบอกปริมาณ

คำนามนับได้สามารถนับเป็นชิ้นหรือสิ่งที่แยกจากกัน และโดยทั่วไปมีรูปเอกพจน์กับพหูพจน์ เช่น one apple, two apples คำนามนับไม่ได้มักถูกมองเป็นสสารหรือสิ่งหนึ่งโดยรวม เช่น milk, rice, sugar ในความหมายนี้ โดยทั่วไปจะไม่ใช้ a/an และไม่ทำเป็นพหูพจน์แบบปกติ การแบ่งประเภทนี้มีผลต่อการเลือกใช้ a/an รูปพหูพจน์ และสำนวนบอกปริมาณ ควรเรียนว่าคำนามภาษาอังกฤษแต่ละคำเป็นคำนามนับได้หรือนับไม่ได้ตามความหมายที่กำลังใช้ ไม่ควรตัดสินจากวิธีมองแนวคิดนั้นในภาษาอื่นเพียงอย่างเดียว

แบบฝึกหัด

กลุ่มใดมีแต่คำนามที่โดยทั่วไปนับไม่ได้ เมื่อกล่าวถึงอาหารหรือสสารแบบทั่วไป?

  1. milk, rice, sugar
  2. milk, banana, sugar
  3. apple, rice, tomato
ดูคำตอบ

milk, rice, sugar

Uncountable:

0:17

คำนามนับไม่ได้:

milk, rice, sugar.

0:18

นม ข้าว น้ำตาล

We don't say rices. ไวยากรณ์

0:20

เราจะไม่พูดว่า rices

ไวยากรณ์

We don't say rices: rice ในฐานะคำนามนับไม่ได้

ในภาษาอังกฤษทั่วไป rice ที่หมายถึงอาหารเป็นคำนามนับไม่ได้ จึงไม่เติม -s เพื่อทำเป็นพหูพจน์โดยตรง หากต้องการบอกปริมาณ ให้คงรูป rice ไว้และเติมวลีบอกปริมาณ เช่น some rice, a bowl of rice หรือ two bags of rice รูปแบบ We don't say ... ใช้ในการสอนเพื่อชี้ว่ารูปคำนั้นไม่ใช่รูปปกติในสถานการณ์นั้น ในที่นี้ rices ไม่ใช่วิธีที่ใช้กันทั่วไปเพื่อพูดถึงจำนวนหรือปริมาณข้าว

แบบฝึกหัด

ถ้าต้องการสั่งข้าวสุกสองชามที่ร้านอาหาร ประโยคใดเป็นธรรมชาติ?

  1. We'd like two rices, please.
  2. We'd like two bowls of rice, please.
  3. We'd like two bowls of rices, please.
ดูคำตอบ

We'd like two bowls of rice, please.

For countable,

0:21

สำหรับคำนามนับได้

we can use the plural: ไวยากรณ์

0:22

เราสามารถใช้รูปพหูพจน์ได้:

tomatoes, apples, bananas.

0:24

มะเขือเทศ แอปเปิล กล้วย

ไวยากรณ์

we can use the plural: รูปพหูพจน์ของคำนามนับได้

For countable เป็นรูปย่อที่ใช้ในห้องเรียน หมายถึง for countable nouns คำนามนับได้ใช้เรียกสิ่งที่แยกนับเป็นชิ้นได้ และมีทั้งรูปเอกพจน์และพหูพจน์ We can use the plural หมายความว่า คำนามเหล่านี้เปลี่ยนรูปได้เมื่อพูดถึงมากกว่าหนึ่ง เช่น one tomato แต่ three tomatoes คำว่า plural เป็นชื่อของรูปทางไวยากรณ์ ไม่ได้แปลว่า “มาก” ในตัวมันเอง และคำนามนับได้ก็ไม่ได้อยู่ในรูปพหูพจน์เสมอไป

แบบฝึกหัด

เปลี่ยน tomato เป็นรูปพหูพจน์เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: We need three ____ for the salad.

ดูคำตอบ

tomatoes

You also need to know some and any.

0:26

คุณยังต้องรู้จักคำว่า some และ any ด้วย

Some is positive, ไวยากรณ์

0:29

some ใช้กับประโยคบอกเล่า

I have something,

0:30

หมายถึงฉันมีสิ่งนั้นอยู่บ้าง

and any is negative,

0:31

และ any ใช้กับประโยคปฏิเสธ

I don't have anything,

0:33

หมายถึงฉันไม่มีสิ่งนั้นเลย

and it's also used for questions.

0:34

และมันยังใช้กับประโยคคำถามด้วย

ไวยากรณ์

Some ในประโยคบอกเล่า; any ในประโยคปฏิเสธและคำถาม

positive และ negative ในที่นี้อธิบายรูปแบบของประโยค ไม่ได้หมายความว่าสิ่งนั้นดีหรือไม่ดี กฎพื้นฐานคือใช้ some หรือ something ในประโยคบอกเล่า และใช้ any หรือ anything ในประโยคปฏิเสธทั่วไปและคำถามที่เป็นกลาง เมื่ออยู่หน้าคำนาม some และ any ใช้ได้ทั้งกับคำนามนับได้รูปพหูพจน์และคำนามนับไม่ได้ เช่น some apples, any apples, some milk และ any milk การเลือกคำขึ้นอยู่หลัก ๆ ว่าประโยคนั้นเป็นประโยคบอกเล่า ประโยคปฏิเสธ หรือคำถาม

แบบฝึกหัด

เติมข้อความเกี่ยวกับการเตรียมปิกนิกด้วย some หรือ any: We brought ____ sandwiches, but we didn't bring ____ juice. Did you pack ____ fruit?

ดูคำตอบ

some · any · any

Do you have any milk? วลี

0:37

คุณมีนมบ้างไหม?

วลี

Do you have any ...? เพื่อถามว่ามีบางสิ่งหรือไม่

โครงสร้าง Do you have any + คำนาม? เป็นคำถามแบบใช่หรือไม่ที่เป็นกลาง ใช้ถามว่ามีบางสิ่งหรือสิ่งนั้นพร้อมให้ใช้หรือไม่ เมื่อถามบุคคล have อาจหมายถึง “มีไว้ในครอบครอง” แต่เมื่อถามร้านค้าหรือคาเฟ่ มักหมายถึง “มีสินค้า” หรือ “มีพร้อมให้บริการ” ส่วน any ไม่ได้หมายถึงปริมาณมาก แต่เปิดไว้โดยไม่ระบุปริมาณ ใช้คำนามนับไม่ได้ต่อหลัง any ได้โดยตรง เช่น any milk หรือ any paper ส่วนคำนามนับได้โดยปกติใช้รูปพหูพจน์ เช่น any apples หรือ any clean cups

แบบฝึกหัด

คุณต้องการถามพนักงานร้านอย่างเป็นกลางว่ามีนมข้าวโอ๊ตหรือไม่ คำถามใดเป็นธรรมชาติ

  1. Do you have any oat milk?
  2. Do you have an any oat milk?
  3. Do you have any oat milks?
ดูคำตอบ

Do you have any oat milk?

Yes, I have some. ไวยากรณ์

0:38

มี ฉันมีอยู่นิดหน่อย

ไวยากรณ์

I have some: ใช้ some แทนคำนามโดยไม่พูดซ้ำ

ใน I have some คำว่า some ใช้เดี่ยว ๆ ทำหน้าที่เหมือนคำสรรพนาม แทนคำว่า milk ที่กล่าวถึงไปแล้ว และหมายถึงมีสิ่งนั้นอยู่ในปริมาณหนึ่งโดยไม่ระบุชัดเจน ใช้รูปแบบนี้เมื่อผู้ฟังรู้อยู่แล้วว่ากำลังพูดถึงอะไร จึงไม่ต้องพูดคำนามซ้ำ โดย I have some สั้นและเป็นธรรมชาติกว่า I have some milk

แบบฝึกหัด

เติมคำตอบให้สมบูรณ์โดยใช้ I have และคำสรรพนาม some: A: Do you have any glue? B: Yes, ____.

ดูคำตอบ

I have some

Do you have any rice?

0:40

คุณมีข้าวบ้างไหม?

No, I don't have any. ไวยากรณ์

0:41

ไม่มี ฉันไม่มีเลย

ไวยากรณ์

I don't have any: ใช้ any แทนคำนามโดยไม่พูดซ้ำ

ใน I don't have any คำว่า any ใช้เดี่ยว ๆ ทำหน้าที่เหมือนคำสรรพนามและแทน rice ที่กล่าวถึงไปแล้ว เมื่อใช้กับ don't จะหมายถึงไม่มีสิ่งนั้นเลย รูปแบบเดียวกันนี้ใช้ได้ทั้งกับคำนามนับได้พหูพจน์และคำนามนับไม่ได้ เช่น ไม่มีแบตเตอรี่เลยหรือไม่มีข้าวเลย ในคำตอบปฏิเสธทั่วไปให้ใช้ any แทน some

แบบฝึกหัด

เติมคำตอบปฏิเสธให้สมบูรณ์โดยใช้ I don't have และคำสรรพนาม any: A: Do you have any batteries? B: No, ____.

ดูคำตอบ

I don't have any

Do you have any tomatoes?

0:43

คุณมีมะเขือเทศบ้างไหม?

Yes, I have some.

0:45

มี ฉันมีอยู่บ้าง

Do you have any apples?

0:47

คุณมีแอปเปิลบ้างไหม?

No, I don't have any.

0:49

ไม่มี ฉันไม่มีเลย

Is there a rule for countable and uncountable? วลี

0:50

มีกฎสำหรับคำนามนับได้และนับไม่ได้ไหม?

วลี

Is there a rule for ...?: การถามว่ามีกฎอยู่หรือไม่

Is there a rule for ...? ใช้ there ในความหมายว่ามีบางสิ่งอยู่ เพื่อถามว่าหัวข้อหนึ่งมีกฎหรือไม่ ในประโยคนี้ there ไม่ได้ชี้สถานที่ แต่ถามว่ารูปที่นับได้และนับไม่ได้มีกฎกำกับหรือไม่ หลัง for ใช้คำนามหรือกลุ่มคำนามเพื่อบอกหัวข้อ หรือใช้กริยารูป -ing เพื่อบอกการกระทำ: a rule for this game; a rule for choosing a password โครงสร้างนี้ถามว่ามีกฎอยู่หรือไม่ จึงตอบ yes หรือ no ก่อนอธิบายเพิ่มเติมได้

แบบฝึกหัด

คุณไม่รู้ว่าการตั้งชื่อไฟล์มีกฎหรือไม่ เติมคำถามด้วยโครงสร้างจากบทเรียน: ____ naming these files?

ดูคำตอบ

Is there a rule for

No.

0:53

ไม่มีหรอก

You need to learn the list.

0:53

คุณต้องจำรายการเหล่านั้นเอาเอง

Now, I'm gonna go shopping. โน้ต

0:56

ตอนนี้ฉันจะไปช็อปปิ้งแล้วล่ะ

การใช้คำ

gonna: รูปภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการของ going to

gonna เป็นรูปภาษาพูดที่ไม่เป็นทางการมากของ going to เมื่ออยู่หน้าคำกริยารูปพื้นฐาน ใน I'm gonna go shopping รูปนี้ตรงกับ I'm going to go shopping และแสดงว่าการไปซื้อของเป็นแผนปัจจุบันของผู้พูด ให้มอง gonna เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้าง be going to ไม่ใช่คำกริยามาตรฐานที่ใช้เดี่ยว ๆ รูปของ be จะเปลี่ยนตามประธาน: I'm gonna..., she's gonna..., we're gonna....

แบบฝึกหัด

ฟังประโยคภาษาอังกฤษแบบเต็ม แล้วเลือกประโยคที่ได้ยิน ให้สังเกตว่ารูปอนาคตใช้ gonna หรือ going to

  1. I'm going to call my mum after school.
  2. I'm gonna call my mum after school.
ดูคำตอบ

I'm gonna call my mum after school.

วลี

go shopping: รูปแบบกิจกรรม go + -ing

ใน go shopping คำว่า shopping เป็นชื่อของกิจกรรม วลีทั้งหมดหมายถึง “ไปซื้อของ” หรือ “ไปช็อปปิง” รูปแบบ go + -ing ใช้กับกิจกรรมบางอย่างที่เป็นสำนวนใช้กันทั่วไป เช่น go swimming, go hiking และ go fishing โดย shopping วางต่อจาก go ได้เลย ไม่ใส่ to: ใช้ go shopping ไม่ใช่ go to shopping

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำรูปแบบ go + -ing ที่เรียนในบทนี้ ซึ่งหมายถึง “ออกไปซื้อของ”: We need food, so let's ____ this afternoon.

ดูคำตอบ

go shopping

Bye.

0:58

บ๊ายบาย