ฝึกฟังภาษาอังกฤษ (IELTS) | หมายเลขโทรศัพท์ (ภาษาอังกฤษทางโทรศัพท์): บทเรียนภาษาอังกฤษ

Pronunciation with Emma

ความยากในการเรียน
692 คำ 143 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: Emma อธิบายการออกเสียงหมายเลขโทรศัพท์ภาษาอังกฤษ จากนั้นให้ฝึกฟังหมายเลข 15 ชุดด้วยความเร็วธรรมชาติและเปิดเพียงครั้งเดียวในรูปแบบคล้าย IELTS ก่อนเฉลยคำตอบ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. triple or treble. — ความหมายและระดับการใช้คำศัพท์: เรียนรู้ว่าทั้งสองคำอาจใช้บอกว่ามีตัวเลขเดียวกันเรียงติดกันสามตัว จึงสามารถถอดคำที่ได้ยินกลับเป็นลำดับเลขชุดเดียวกันได้ และไม่สับสนเมื่อผู้พูดเลือกใช้ treble ซึ่งอาจไม่คุ้นเคยเท่า triple 2. press one for... press hash for — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: เข้าใจรูปแบบคำสั่งมาตรฐานในระบบตอบรับโทรศัพท์อัตโนมัติ ซึ่งเชื่อมปุ่มกดเข้ากับตัวเลือกหนึ่ง ๆ ช่วยให้ทำตามคำแนะนำของฝ่ายบริการลูกค้าได้แม่นยำขึ้น และใช้รูปแบบเดียวกันเพื่อบอกผู้อื่นว่าควรกดปุ่มใด 3. if you find the recording too quick, — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตโครงสร้าง find + กรรม + คำคุณศัพท์ ซึ่งใช้บอกการประเมินจากมุมมองส่วนตัว สามารถนำไปบอกว่าคลิปเสียง จังหวะ งาน หรือคำอธิบายเร็ว ช้า หรือยากเกินไปสำหรับตน โดยไม่ทำให้ความคิดเห็นนั้นฟังเหมือนเป็นข้อเท็จจริงตายตัว

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Hello and welcome back to pronunciation with Emma วลี

0:00

สวัสดีและยินดีต้อนรับกลับสู่การออกเสียงกับ Emma

วลี

“welcome back to”: การต้อนรับผู้ชมที่กลับมาอีกครั้ง

“welcome back to + สถานที่ รายการ ชั้นเรียน หรือกิจกรรม” ใช้ทักทายผู้ที่เคยมาแล้วและตอนนี้กลับมาอีกครั้ง ในประโยคนี้ใช้ต้อนรับผู้ชมประจำที่กลับมาดูรายการฝึกออกเสียง back ในที่นี้หมายถึง “กลับมาอีกครั้ง” ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งที่อยู่ด้านหลัง ส่วน to ใช้นำหน้าสถานที่ รายการ หรือกิจกรรมที่คนนั้นกลับมา

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายเพื่อให้คำทักทายผู้ชมที่กลับมาสมบูรณ์: Hello, and ____ our weekly science show.

ดูคำตอบ

welcome back to

or welcome if you're brand new to my channel. วลี

0:02

หรือยินดีต้อนรับหากคุณเพิ่งเข้ามาที่ช่องของฉัน

วลี

“brand new to”: เพิ่งเริ่มและแทบไม่มีประสบการณ์

“be brand new to + คำนามหรือรูป -ing” หมายถึงเพิ่งเริ่มรู้จักสถานที่ กิจกรรม วิชา หรือระบบ และแทบไม่มีประสบการณ์กับสิ่งนั้นเลย ในประโยคนี้หมายถึงผู้ชมที่เพิ่งพบช่องนี้ brand ในที่นี้ใช้เน้นคำว่า new ไม่ได้หมายถึง “แบรนด์สินค้า” วลีนี้เน้นว่าคนนั้นเป็นมือใหม่หรือผู้มาใหม่อย่างแท้จริง

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายที่เน้นว่าแทบไม่มีประสบการณ์ให้ประโยคสมบูรณ์: I'm ____ coding, so I'll start with a beginner course.

ดูคำตอบ

brand new to

In today's video,

0:05

ในวิดีโอของวันนี้

we're going to be doing a listening exercise with phone numbers. ไวยากรณ์

0:06

เราจะมาทำแบบฝึกหัดการฟังเกี่ยวกับหมายเลขโทรศัพท์กัน

ไวยากรณ์

we're going to be doing: เกริ่นถึงกิจกรรมที่วางแผนไว้

โครงสร้าง we're going to be doing รวม be going to เข้ากับรูปต่อเนื่อง be doing ใน we're นั้น 're หมายถึง are และทำหน้าที่เป็น be ตัวแรก ส่วน be ที่อยู่ถัดไปใช้ร่วมกับ doing ดังนั้น be ทั้งสองตัวจึงทำหน้าที่ต่างกัน ในประโยคนี้ โครงสร้างดังกล่าวใช้เกริ่นถึงกิจกรรมในชั้นเรียนที่วางแผนไว้ว่าจะทำต่อไป รูปต่อเนื่องช่วยนำเสนอกิจกรรมเป็นกระบวนการที่ทุกคนจะมีส่วนร่วม จึงให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติว่า “ต่อไปเราจะทำสิ่งนี้กัน”

แบบฝึกหัด

เติมคำเกริ่นถึงกิจกรรมโดยใช้ going to และรูปต่อเนื่องของ do: We're ____ a science experiment after lunch.

ดูคำตอบ

going to be doing

This is perfect if you are preparing for the IELTS listening exam ไวยากรณ์

0:09

แบบฝึกหัดนี้เหมาะมากหากคุณกำลังเตรียมตัวสำหรับการสอบการฟัง IELTS

ไวยากรณ์

This is perfect if...: เชื่อมคำแนะนำกับความต้องการ

This is perfect if... เป็นโครงสร้างสำหรับใช้แนะนำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง This หมายถึงคอร์ส ผลิตภัณฑ์ วิธีการ หรือกิจกรรมที่กำลังแนะนำ ส่วนอนุประโยค if ระบุบุคคลหรือสถานการณ์ที่สิ่งนั้นเหมาะสม ในที่นี้ perfect หมายถึง “เหมาะมาก” ไม่ใช่ “ไม่มีข้อบกพร่องเลย” คุณสามารถใช้โครงสร้าง This is perfect if + เงื่อนไข เพื่อเชื่อมคำแนะนำกับความต้องการเฉพาะได้

แบบฝึกหัด

เติมคำแนะนำด้วยโครงสร้างที่ไฮไลต์ไว้อย่างถูกต้อง คุณกำลังแนะนำแอปแผนที่ออฟไลน์: ____ you often travel without internet access.

ดูคำตอบ

This is perfect if

or if you simply just want to improve your listening skills with phone numbers. น้ำเสียง/เจตนา

0:13

หรือหากคุณเพียงแค่ต้องการพัฒนาทักษะการฟังเกี่ยวกับหมายเลขโทรศัพท์

น้ำเสียง/เจตนา

simply just want to: ทำให้จุดประสงค์ฟังดูไม่ใหญ่และไม่กดดัน

ใน if you simply just want to... คำว่า simply และ just ต่างก็มีความหมายประมาณว่า “เพียงแค่” เมื่อนำมาใช้ร่วมกัน จะทำให้เป้าหมายฟังดูเป็นเรื่องเล็กและไม่กดดัน ในที่นี้ผู้พูดขยายคำเชิญจากผู้ที่เตรียมสอบไปยังผู้ที่เพียงต้องการฝึกการฟังด้วย คำวิเศษณ์สองคำนี้มีความหมายทับซ้อนกัน ไม่ได้เพิ่มเงื่อนไขสองข้อที่ต่างกัน การใช้คำซ้อนแบบนี้พบได้บ่อยในคำพูดที่เป็นธรรมชาติและไม่ได้เตรียมไว้ โดยมีหน้าที่หลักเพื่อทำให้ความต้องการที่แสดงด้วย want ฟังดูนุ่มนวลขึ้น

แบบฝึกหัด

พิจารณาข้อความนี้ว่าจริงหรือเท็จ: ในงานเขียนทางการที่กระชับ simply และ just ใน simply just want to มักจำเป็นต้องใช้ทั้งสองคำ

  1. จริง
  2. เท็จ
ดูคำตอบ

เท็จ

This video will be divided into three parts. ไวยากรณ์

0:17

วิดีโอนี้จะแบ่งออกเป็นสามส่วน

ไวยากรณ์

will be divided into: แสดงภาพรวมโดยแบ่งเป็นส่วนต่าง ๆ

Will be divided into เป็นโครงสร้างกรรมวาจกในอนาคต: will + be + กริยาช่องสาม สิ่งที่เป็นภาพรวมจะอยู่ก่อนโครงสร้างนี้ และ into จะนำจำนวนหรือประเภทของส่วนต่าง ๆ: [ภาพรวม] will be divided into [ส่วนต่าง ๆ] ในประโยคนี้ โครงสร้างดังกล่าวบอกล่วงหน้าว่าวิดีโอจัดเป็นอย่างไร โดยเน้นที่วิดีโอ ไม่ได้เน้นว่าใครเป็นผู้จัดโครงสร้าง มักใช้เมื่อแนะนำบทเรียน รายงาน งานนำเสนอ และกำหนดการ

แบบฝึกหัด

ใช้ will + รูปกรรมวาจกของ divide แล้วตามด้วยคำบุพบทที่นำส่วนต่าง ๆ มาเติมประโยค: The workshop ____ four sections.

ดูคำตอบ

will be divided into

The first part will talk about pronunciation and some vocabulary that you might hear. โน้ต

0:20

ส่วนแรกจะพูดถึงการออกเสียงและคำศัพท์บางคำที่คุณอาจได้ยิน

ลำดับความ

The first part: การบอกส่วนเปิดของเนื้อหา

The first part เป็นคำบอกทางของเนื้อหาที่ใช้ระบุส่วนเปิดของการนำเสนอที่ยาวกว่า ในที่นี้ part หมายถึงช่วงหนึ่งของเนื้อหาในวิดีโอ ไม่ใช่ชิ้นส่วนของสิ่งของหรือส่วนประกอบของเครื่องจักร การใช้ป้ายกำกับที่เข้าชุดกัน เช่น the second part และ the final part ช่วยให้ติดตามลำดับได้ง่าย รูปแบบนี้ใช้จัดโครงสร้างของการพูด บทเรียน ชุดคำแนะนำ หรือรายงานได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดจัดการนำเสนอเป็นสองส่วนที่มีลำดับได้ชัดเจนที่สุด

  1. The first part explains the rules, and the second part gives examples.
  2. The first part explains the rules, and another first part gives examples.
  3. The part first explains the rules, and the part second gives examples.
ดูคำตอบ

The first part explains the rules, and the second part gives examples.

ไวยากรณ์

that you might hear: อนุประโยคสัมพันธ์ที่ that เป็นกรรม

คำว่า that you might hear ใช้อธิบาย some vocabulary โดยบอกว่าหมายถึงคำศัพท์ใด นั่นคือคำหรือสำนวนที่ผู้ฟังอาจได้ยิน ในทางไวยากรณ์ ส่วนนี้เป็นอนุประโยคสัมพันธ์ you เป็นประธานของ hear ส่วน that ย้อนกลับไปแทน vocabulary และเป็นกรรมของ hear ในที่นี้ might แสดงความเป็นไปได้ ไม่ได้แสดงอดีต เนื่องจาก that เป็นกรรม จึงละได้ในภาษาอังกฤษแบบไม่เป็นทางการหรือเป็นกลาง: some vocabulary you might hear

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยคสัมพันธ์ได้ถูกต้องเพื่อระบุสำนวนที่อาจได้ยินในสถานที่หนึ่ง

  1. The guide explains some expressions that might you hear at the airport.
  2. The guide explains some expressions you might hearing at the airport.
  3. The guide explains some expressions that you might hear at the airport.
ดูคำตอบ

The guide explains some expressions that you might hear at the airport.

The second part will be the actual listening exercise

0:25

ส่วนที่สองจะเป็นแบบฝึกหัดการฟังจริงๆ

and the final part of the video will be the answers.

0:28

และส่วนสุดท้ายของวิดีโอจะเป็นเฉลยคำตอบ

So, make sure you stay until the end of the video ไวยากรณ์

0:31

ดังนั้น อย่าลืมอยู่จนจบวิดีโอ

so you can check that your answers are correct.

0:33

เพื่อที่คุณจะได้ตรวจดูว่าคำตอบของคุณถูกต้องหรือไม่

ไวยากรณ์

make sure you ... so you can: เชื่อมคำเตือนกับจุดประสงค์

make sure you + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้เตือนหรือบอกให้ทำอย่างชัดเจน โดยผู้ฟังต้องทำการกระทำในส่วนแรก so you can + คำกริยารูปพื้นฐาน บอกจุดประสงค์หรือผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ของการกระทำนั้น เมื่อนำสองส่วนมารวมกัน จะเป็นการบอกว่าต้องทำอะไรและการทำเช่นนั้นจะช่วยให้ทำอะไรได้ ที่นี่ so เชื่อมการกระทำกับจุดประสงค์หรือผลที่คาดไว้ ไม่ใช่เพียงคำเสริมในการสนทนา

แบบฝึกหัด

เติมคำสั่งให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง “คำเตือน+จุดประสงค์”: ____ save the file now ____ open it on your laptop later.

ดูคำตอบ

Make sure you · so you can

Starting with the pronunciation of the numbers, ลำดับความ

0:36

เริ่มต้นด้วยการออกเสียงตัวเลข

ลำดับความ

Starting with: แนะนำหัวข้อแรก

Starting with + นามวลี ใช้ระบุหัวข้อแรกในการอธิบายที่มีลำดับ ช่วยนำความสนใจของผู้ฟังไปยังสิ่งที่จะกล่าวต่อไปและทำให้ติดตามลำดับข้อมูลได้ง่ายขึ้น ในที่นี้ Starting with the pronunciation of the numbers เป็นวลีเปลี่ยนหัวข้อในการพูด ไม่ใช่อนุประโยคที่สมบูรณ์ ความหมายที่เข้าใจได้คือ We'll start with... ในประโยคที่สมบูรณ์ วลีนี้สามารถนำเข้าสู่ประโยคหลักได้ เช่น Starting with the basics, I'll show you each step.

แบบฝึกหัด

เติมวลีเปลี่ยนหัวข้อด้วยวลีเป้าหมาย: ____ the simplest example, I'll explain the pattern step by step.

ดูคำตอบ

Starting with

here is our first one.

0:39

นี่คือหมายเลขแรกของเรา

You might hear this one pronounced as zero or O. โน้ต

0:40

คุณอาจได้ยินหมายเลขนี้ออกเสียงว่า zero หรือ O

วลี

pronounced as: การนำเสนอรูปที่ออกเสียง

ในโครงสร้าง hear + กรรม + pronounced as + รูปที่ออกเสียง คำว่า pronounced เป็น past participle ที่บอกว่ากรรมนั้นถูกพูดออกเสียงอย่างไร ในประโยคนี้ this one หมายถึงเลข 0 และ zero หรือ O คือรูปที่ผู้ฟังอาจได้ยิน โดยทั่วไป X is pronounced as Y หมายความว่า Y คือรูปเสียงที่ใช้เรียก X ในการใช้นี้ as ใช้นำหน้ารูปที่ออกเสียง ไม่ได้แปลว่า “เพราะ”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลี past participle สองคำที่สร้างจาก pronounce + as: The symbol @ is ____ 'at'.

ดูคำตอบ

pronounced as

การใช้คำ

zero หรือ O: สองวิธีอ่านเลข 0 ในหมายเลขโทรศัพท์

ในหมายเลขโทรศัพท์และชุดตัวเลขอื่น ๆ ที่อ่านทีละหลัก เลข 0 อาจอ่านว่า zero หรือใช้ชื่ออักษร O ก็ได้ ในที่นี้ O เป็นทางเลือกในการพูด ไม่ใช่การสะกดเลข 0 เมื่อจดหมายเลข ไม่ว่าจะได้ยินการออกเสียงแบบใดก็ให้เขียนเป็นเลข 0 บริบทที่เป็นชุดตัวเลขจะบอกว่า O ตรงนี้หมายถึงตัวเลข ไม่ใช่ตัวอักษร

แบบฝึกหัด

ฟังประโยคภาษาอังกฤษเต็มประโยคแล้วเลือกประโยคที่ได้ยิน ให้สังเกตว่าหมายเลขโทรศัพท์ขึ้นต้นด้วย zero หรือชื่ออักษร O

  1. My phone number begins with zero seven.
  2. My phone number begins with O seven.
  3. My phone number begins with seven O.
ดูคำตอบ

My phone number begins with O seven.

So,

0:46

ดังนั้น

zero,

0:47

zero,

O.

0:48

O.

Then we have the rest.

0:49

จากนั้นเรามีส่วนที่เหลือ

One,

0:51

หนึ่ง,

two,

0:53

สอง,

three,

0:56

สาม,

four,

0:58

สี่,

five,

1:00

ห้า,

six,

1:03

หก,

seven,

1:05

เจ็ด,

eight,

1:07

แปด,

nine.

1:09

เก้า.

When we give phone numbers in English, วลี

1:11

เมื่อเราบอกหมายเลขโทรศัพท์เป็นภาษาอังกฤษ

we don't usually use double digits. การใช้คำ

1:12

เรามักจะไม่ใช้ตัวเลขแบบหลักสิบ

วลี

give phone numbers: ให้หรือบอกหมายเลขโทรศัพท์

ใน give phone numbers คำว่า give หมายถึงการให้หรือบอกข้อมูล ไม่ได้หมายถึงการยื่นสิ่งของให้ใคร ประโยคนี้พูดถึงวิธีอ่านหมายเลขโทรศัพท์ออกเสียง ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงการบอกหมายเลขให้อีกฝ่ายได้ยิน เมื่อระบุผู้รับข้อมูล ใช้รูป give + คน + phone number เช่น give me your phone number หรือ give a phone number to + คน ได้ ส่วนประโยคทั่วไปแบบในคำบรรยายสามารถละผู้รับข้อมูลได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าฉันให้หมายเลขโทรศัพท์ของฉันแก่พนักงานต้อนรับ?

  1. I said my phone number very slowly.
  2. I asked the receptionist for her phone number.
  3. I gave the receptionist my phone number.
ดูคำตอบ

I gave the receptionist my phone number.

การใช้คำ

double digits: การจับคู่ตัวเลขสองหลักในหมายเลขโทรศัพท์

ในประโยคนี้ double digits หมายถึงการนำตัวเลขสองตัวที่อยู่ติดกันมารวมกัน แล้วอ่านเป็นจำนวนเลขสองหลักหนึ่งจำนวน เช่น อ่าน 1 กับ 7 ว่า seventeen แทน one seven หมายเลขโทรศัพท์ภาษาอังกฤษมักอ่านทีละหลัก แม้วิธีแบ่งกลุ่มอาจแตกต่างกันได้ อย่าสับสนความหมายนี้กับ double two เพราะ double two หมายถึงเลข 2 สองตัวที่อยู่ติดกัน

แบบฝึกหัด

double digits ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. ใช้ double two เพื่อหมายถึงเลข 2 สองตัวที่อยู่ติดกัน
  2. อ่านตัวเลขทุกตัวสองครั้ง
  3. อ่านตัวเลขสองตัวที่อยู่ติดกันเป็นจำนวนเลขสองหลักหนึ่งจำนวน เช่น อ่าน 17 ว่า seventeen
ดูคำตอบ

อ่านตัวเลขสองตัวที่อยู่ติดกันเป็นจำนวนเลขสองหลักหนึ่งจำนวน เช่น อ่าน 17 ว่า seventeen

So, for example,

1:15

ดังนั้น ตัวอย่างเช่น

we read a number as 0175 instead of 08732, etc. วลี

1:16

เราจะอ่านหมายเลขเป็น 0175 แทนที่จะเป็น 08732 เป็นต้น

วลี

instead of: เลือกอย่างหนึ่งและตัดอีกอย่างออก

Instead of ใช้นำตัวเลือกหรือการกระทำที่ไม่ได้เลือกใช้ ในโครงสร้าง A instead of B ส่วน A คือสิ่งที่เกิดขึ้นหรือสิ่งที่เลือก และ B คือทางเลือกที่ถูกแทนที่หรือถูกตัดออก หลัง instead of ใช้คำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing เช่น tea instead of coffee; walk instead of driving ในประโยคนี้ วิธีอ่านตัวเลขที่อยู่หลัง instead of คือวิธีที่ผู้พูดบอกว่าไม่ควรใช้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีในบทเรียนที่หมายถึง “ไม่ใช่อีกอย่างหนึ่ง”:Mia drew a picture ____ writing a long note.

ดูคำตอบ

instead of

It would be a little bit weird and confusing if you did that in English. น้ำเสียง/เจตนา

1:22

มันจะดูแปลกและน่าสับสนเล็กน้อยหากคุณทำแบบนั้นในภาษาอังกฤษ

น้ำเสียง/เจตนา

would be a little bit weird and confusing: ความเห็นที่นุ่มนวลขึ้นเกี่ยวกับสถานการณ์สมมติ

โครงสร้าง would be ... if ... ใช้ประเมินสถานการณ์ที่สมมติขึ้นและผลที่น่าจะเกิด ที่นี่ would ไม่ได้บอกอนาคตเพียงอย่างเดียว แต่ใช้ร่วมกับ if you did that เพื่อพูดว่าผลจะเป็นอย่างไร A little bit ช่วยลดความแรงของคำว่า weird and confusing ผู้พูดยังหมายความว่าวิธีพูดนั้นจะฟังดูไม่ปกติและอาจเข้าใจยาก แต่คำวิจารณ์นี้นุ่มนวลกว่าการพูดตรง ๆ ว่า It's wrong

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเป็นวิธีที่สุภาพและเป็นธรรมชาติที่สุดในการบอกว่าถ้อยคำหนึ่งไม่ชัดเจน

  1. You are weird and confusing.
  2. Your wording is completely wrong.
  3. That wording would be a little bit weird and confusing for a new reader.
ดูคำตอบ

That wording would be a little bit weird and confusing for a new reader.

Some people might do it,

1:26

บางคนอาจทำแบบนั้น

but it really, really is not a common thing. น้ำเสียง/เจตนา

1:27

แต่มันไม่ใช่เรื่องปกติที่ทำกันจริงๆ

น้ำเสียง/เจตนา

really, really: การเน้นด้วยการพูดซ้ำ

การพูด really ซ้ำทำให้น้ำเสียงเน้นหนักขึ้นมาก การซ้ำนี้เกิดขึ้นโดยตั้งใจ ไม่ใช่การพูดผิด ในประโยคนี้ really, really เน้นข้อความว่าเรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งที่พบได้ทั่วไป ผู้พูดยอมรับว่าอาจเกิดขึ้นได้ แต่ยืนยันว่าเป็นเรื่องที่พบได้น้อยมาก

แบบฝึกหัด

really, really ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. เน้นอย่างหนักว่าเรื่องนี้พบได้น้อยมาก
  2. ทำให้คำกล่าวอ่อนลงและแสดงความไม่แน่ใจ
  3. หมายความว่ามีเรื่องที่ไม่ธรรมดาเกิดขึ้นสองเรื่อง
ดูคำตอบ

เน้นอย่างหนักว่าเรื่องนี้พบได้น้อยมาก

Now for some vocabulary.

1:30

ตอนนี้มาดูคำศัพท์กันบ้าง

If you see two of the same number together, วลี

1:31

หากคุณเห็นตัวเลขเดียวกันสองตัวอยู่ด้วยกัน

you might hear this pronounced as double... การใช้คำ

1:34

คุณอาจได้ยินคำนี้ออกเสียงว่า double...

วลี

two of the same number together: ตัวเลขเดียวกันสองตัวอยู่ติดกัน

Two of the same number หมายถึงตัวเลขสองหลักนั้นเหมือนกัน ส่วน together เพิ่มความหมายว่าตัวเลขทั้งสองอยู่ติดกันในลำดับ รูปแบบคือ two of the same + คำนามเอกพจน์ + together ตัวอย่างเช่น 77 ใน 4772 ตรงตามคำอธิบาย แต่เลข 7 สองตัวใน 717 ไม่ตรง เพราะมีตัวเลขอื่นคั่นอยู่ สามารถเปลี่ยน number เป็น letter หรือ symbol ได้

แบบฝึกหัด

เมื่อใช้อธิบายรหัส two of the same number together หมายความว่าอย่างไร?

  1. ตัวเลขที่เหมือนกันสองตัวอยู่ติดกัน
  2. ตัวเลขเดียวกันปรากฏสองครั้ง แต่จะอยู่คนละตำแหน่งก็ได้
  3. ตัวเลขที่ต่างกันสองตัวอยู่ติดกัน
ดูคำตอบ

ตัวเลขที่เหมือนกันสองตัวอยู่ติดกัน

การใช้คำ

pronounced as double... สำหรับตัวเลขเดียวกันที่ซ้ำติดกันสองตัว

ในชุดตัวเลขที่อ่านทีละหลัก เช่น หมายเลขโทรศัพท์หรือรหัสเข้าใช้งาน double + ชื่อเลขหนึ่งหลัก หมายถึงเลขหลักเดิมปรากฏติดกันสองครั้ง เช่น double two แทน 22 และ double six แทน 66 ใน pronounced as double... จุดไข่ปลาแสดงว่าต้องตามด้วยชื่อเลขจริง ที่นี่ double ไม่ได้หมายถึง “จำนวนสองหลัก” แต่บอกว่าเลขเดิมซ้ำต่อกันทันที

แบบฝึกหัด

ฟังประโยคภาษาอังกฤษเต็มประโยคแล้วเลือกประโยคที่ได้ยิน สังเกตว่าช่วงท้ายเป็น double three, thirty-three หรือ three

  1. The access code ends in thirty-three.
  2. The access code ends in double three.
  3. The access code ends in three.
ดูคำตอบ

The access code ends in double three.

For example,

1:38

ตัวอย่างเช่น

0223.

1:39

0223.

If you see three of the same number together, วลี

1:41

หากคุณเห็นตัวเลขเดียวกันสามตัวอยู่ด้วยกัน

people may say triple or treble. การใช้คำ

1:44

ผู้คนอาจพูดว่า triple หรือ treble

วลี

three of the same number together สำหรับตัวเลขเดียวกันสามตัวที่อยู่ติดกัน

Three of the same number หมายถึงเลขหลักเดียวกันปรากฏสามครั้ง ส่วน together หมายถึงเลขทั้งสามตัวอยู่ติดกันเป็นกลุ่มเดียว ไม่ได้กระจายอยู่ตามตำแหน่งต่าง ๆ ในชุดตัวเลข 777 ตรงกับสำนวนนี้ แต่ 7177 ไม่ตรง เพราะเลข 7 ทั้งสามตัวไม่ได้อยู่ติดกันทั้งหมด สามารถนำรูปแบบ quantity + of the same + item + together ไปใช้กับสิ่งอื่นได้ เช่น four of the same symbol together

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ three of the same number together ได้ถูกต้อง

  1. 234 has three of the same number together.
  2. 222 has three of the same number together.
  3. 2722 has three of the same number together.
ดูคำตอบ

222 has three of the same number together.

การใช้คำ

triple หรือ treble สำหรับอ่านตัวเลขเดียวกันสามตัว

เมื่ออ่านชุดตัวเลขออกเสียง หากตัวเลขเดียวกันปรากฏติดกันสามครั้ง ผู้พูดอาจวาง triple หรือ treble ไว้หน้าตัวเลขนั้น triple five และ treble five ต่างก็ใช้แทน 555 ได้ คำเหล่านี้ช่วยย่อการอ่านตัวเลขซ้ำ ไม่ได้หมายถึงจำนวนอื่น ในบริบทนี้ treble เป็นวิธีอ่านตัวเลข ไม่ใช่คำทางดนตรีที่เกี่ยวกับเสียงสูง ผู้พูดแต่ละคนอาจชอบใช้ต่างกัน จึงควรรู้จักทั้งสองรูปแบบเมื่อได้ยิน

แบบฝึกหัด

ถ้ามีคนพูดว่า “The door code ends in treble seven” เขาหมายความว่าอย่างไร

  1. รหัสลงท้ายด้วย 7,777
  2. รหัสลงท้ายด้วย 77
  3. รหัสลงท้ายด้วย 777
ดูคำตอบ

รหัสลงท้ายด้วย 777

For example,

1:47

ตัวอย่างเช่น

02223,

1:48

02223,

02223.

1:51

02223.

I had a look online to see the difference between triple and treble วลี

1:53

ฉันได้ลองหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตเพื่อดูความแตกต่างระหว่าง triple และ treble

วลี

had a look online สำหรับการตรวจดูข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตอย่างรวดเร็ว

had a look online เป็นรูปอดีตของ have a look online ในที่นี้หมายถึงผู้พูดตรวจดูข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตเพื่อทำความเข้าใจความแตกต่าง have a look ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการมองเพียงแวบเดียวตามความหมายตรงตัว เมื่อใช้กับ online อาจรวมถึงการค้นหาและอ่านข้อมูลให้เพียงพอที่จะตอบคำถามได้

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ have a look online เติมประโยคให้สมบูรณ์: I wanted to check the shop's opening time, so I ____ before going there.

ดูคำตอบ

had a look online

and it seems that no one can agree which one is more correct. โน้ต

1:56

และดูเหมือนว่าไม่มีใครเห็นพ้องต้องกันว่าคำไหนถูกต้องกว่ากัน

น้ำเสียง/เจตนา

it seems that: บอกข้อสรุปอย่างระมัดระวัง

it seems that ใช้นำข้อสรุปที่ผู้พูดได้จากสิ่งที่สังเกตเห็นหรือค้นพบ ในประโยคนี้ ผู้พูดบอกว่าการไม่มีข้อสรุปร่วมกันนั้นดูเหมือนจะเป็นจริง แต่ไม่ได้ยืนยันว่าแน่ใจทั้งหมด ใช้โครงสร้างนี้หน้าประโยคย่อยที่สมบูรณ์ เพื่อให้ข้อสรุปฟังดูระมัดระวังและมีข้อมูลรองรับ แทนที่จะฟันธงอย่างเด็ดขาด

แบบฝึกหัด

ใช้วลีเป้าหมายเพื่อบอกข้อสรุปอย่างระมัดระวัง: The office is dark. ____ everyone has gone home.

ดูคำตอบ

It seems that

วลี

no one can agree: บอกว่าไม่มีข้อสรุปร่วมกัน

no one can agree หมายความว่าผู้คนไม่สามารถหาคำตอบหรือข้อสรุปร่วมกันได้ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวสรุปว่าความเห็นต่างยังไม่ได้ข้อยุติ ไม่ได้หมายความว่าทุกคนกำลังทะเลาะกัน หลังวลีนี้สามารถตามด้วยประโยคย่อยที่ขึ้นต้นด้วยคำแสดงคำถามได้ เช่น no one can agree which one is more correct ถ้าตามด้วยกลุ่มคำนาม ให้ใช้ agree on หรือ agree about เช่น no one can agree on a date

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าคนในกลุ่มไม่สามารถตัดสินใจร่วมกันเรื่องวันที่ได้?

  1. No one can agree on a date.
  2. Everyone has agreed on the date.
  3. No one has suggested a date.
ดูคำตอบ

No one can agree on a date.

So, you will hear both used.

2:00

ดังนั้น คุณจะได้ยินทั้งสองคำถูกนำมาใช้

I tend to use the word triple instead of treble, วลี

2:02

ฉันมักจะใช้คำว่า triple แทนคำว่า treble

วลี

Tend to use: การเลือกที่ทำเป็นปกติ ไม่ใช่กฎตายตัว

tend to use หมายถึง โดยปกติเลือกใช้สิ่งหนึ่ง หลัง tend to ต้องตามด้วยคำกริยารูปพื้นฐาน ซึ่งในที่นี้คือ use และโครงสร้างนี้บอกถึงความชอบที่เกิดขึ้นบ่อย แต่ยังมีข้อยกเว้นได้ ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังอธิบายการเลือกใช้คำของตนเอง ไม่ได้กำหนดกฎ สำนวนนี้ฟังนุ่มนวลและไม่เด็ดขาดเท่า always use จึงไม่ได้บอกว่า treble ผิด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกถึงตัวเลือกที่ใช้เป็นปกติ แต่ยังมีข้อยกเว้นได้

  1. I must use a pencil for sketches because it is required.
  2. I tend to use a pencil for sketches, but sometimes I use a pen.
  3. I always use a pencil for sketches, without exception.
ดูคำตอบ

I tend to use a pencil for sketches, but sometimes I use a pen.

but that doesn't mean that treble is any less valid โน้ต

2:05

แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า treble จะใช้ไม่ได้

or more incorrect or something like that.

2:08

หรือไม่ถูกต้องมากไปกว่ากัน หรืออะไรทำนองนั้น

ไวยากรณ์

That doesn't mean that...: ป้องกันข้อสรุปที่ผิด

That doesn't mean that... ใช้ป้องกันไม่ให้สรุปผิดจากสิ่งที่เพิ่งพูดไป that ตัวแรกชี้กลับไปยังข้อเท็จจริงก่อนหน้า ส่วน that ตัวที่สองนำเข้าสู่ข้อสรุปที่ผู้พูดต้องการปฏิเสธ ใช้รูปแบบ X, but that doesn't mean that Y เมื่อ X เป็นจริง แต่ไม่สามารถสรุป Y จาก X ได้ ในที่นี้ การเลือกใช้ triple บ่อยกว่าไม่ได้ทำให้ treble ใช้ได้น้อยลงหรือผิดมากขึ้น

แบบฝึกหัด

ใช้รูปแบบเป้าหมายเพื่อป้องกันข้อสรุปที่ผิด: I enjoy rainy days, but ____ I want it to rain every day.

ดูคำตอบ

that doesn't mean that

การใช้คำ

any less valid: ไม่ได้ยอมรับได้น้อยกว่า

ในโครงสร้างปฏิเสธ doesn't mean ... any less valid คำว่า any less valid หมายถึง “สมเหตุสมผลหรือน่ายอมรับน้อยลงแม้แต่นิดเดียว” โครงสร้างนี้ปฏิเสธการเปรียบเทียบดังกล่าว กล่าวคือ treble ไม่ได้น่ายอมรับน้อยลงเพียงเพราะมีคนชอบใช้อีกคำหนึ่งมากกว่า valid ในที่นี้ใช้ประเมินว่าการใช้คำหรือตัวเลือกหนึ่งสมเหตุสมผลและยอมรับได้หรือไม่ ไม่ได้หมายถึง “ยังไม่หมดอายุ” และไม่ได้จำกัดอยู่ที่ความชอบด้วยกฎหมาย

แบบฝึกหัด

“The less common spelling isn't any less valid” หมายความว่าอย่างไร

  1. การสะกดนี้ยอมรับได้น้อยกว่าเพราะไม่ค่อยพบ
  2. การสะกดนี้หมดอายุแล้ว
  3. การสะกดนี้ยังคงยอมรับได้เท่า ๆ กัน
ดูคำตอบ

การสะกดนี้ยังคงยอมรับได้เท่า ๆ กัน

It's just personal preference, การใช้คำ

2:11

มันเป็นแค่ความชอบส่วนบุคคล

it seems.

2:13

ดูเหมือนว่าจะเป็นอย่างนั้น

การใช้คำ

personal preference: ตัวเลือกที่ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคล

Personal preference หมายถึงสิ่งที่คนคนหนึ่งชอบหรือมักเลือก การบอกว่าสิ่งหนึ่งเป็น just personal preference แสดงว่าตัวเลือกที่มีอยู่ล้วนยอมรับได้ และการเลือกขึ้นอยู่กับแต่ละคน ไม่ใช่กฎเดียวที่ทุกคนต้องทำตาม รูปแบบที่พบบ่อย ได้แก่ It's personal preference และ a matter of personal preference

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย personal preference: Whether you work in silence or with music is a matter of ____.

ดูคำตอบ

personal preference

Although it's not common to use double digits in English for phone numbers, ไวยากรณ์

2:14

แม้ว่าในภาษาอังกฤษจะไม่นิยมใช้ตัวเลขหลักสิบสำหรับหมายเลขโทรศัพท์

you might hear with some certain chunks of numbers การใช้คำ

2:18

แต่คุณอาจได้ยินตัวเลขบางกลุ่ม

that they are read in very particular ways. วลี

2:22

ที่ถูกอ่านด้วยวิธีที่เฉพาะเจาะจงมากๆ

ไวยากรณ์

Although it's not common ... you might hear: สถานการณ์ทั่วไปและข้อยกเว้นที่อาจเกิดขึ้น

Although ใช้เกริ่นข้อมูลเชิงยอมรับข้อเท็จจริง โดยบอกข้อเท็จจริงทั่วไปที่อาจทำให้ข้อความถัดไปดูเหมือนไม่น่าเกิดขึ้น ในที่นี้ ข้อเท็จจริงทั่วไปคือการอ่านหมายเลขโทรศัพท์เป็นเลขสองหลักไม่ใช่เรื่องที่พบบ่อย ประโยคหลักที่ขึ้นต้นด้วย you might hear บอกข้อยกเว้นสำคัญ ส่วน might แสดงความเป็นไปได้ ผู้พูดจึงหมายความว่าตัวเลขบางกลุ่มยังอาจมีวิธีอ่านแบบพิเศษ ไม่ได้หมายความว่าจะอ่านเช่นนั้นเสมอ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ Although + อนุประโยคสมบูรณ์, ประโยคหลัก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง Although ... might hear ...: ____ this word is uncommon today, you ____ it in old films.

ดูคำตอบ

Although · might hear

การใช้คำ

chunks of numbers: ส่วนของชุดตัวเลขที่จัดเป็นกลุ่ม

Chunks of numbers หมายถึงส่วนต่าง ๆ ของชุดตัวเลขยาวที่นำมาจัดและอ่านเป็นกลุ่ม หนึ่ง chunk อาจมีตัวเลขหลายหลัก ทำให้ฟัง พูด จำ หรือตรวจสอบหมายเลขเป็นส่วนย่อย ๆ ได้ ในที่นี้ chunk เป็นคำทั่วไปที่ใช้เรียกการแบ่งกลุ่มเพื่อความสะดวก ไม่ใช่หน่วยทางคณิตศาสตร์อย่างเป็นทางการ เมื่อพูดถึงหมายเลขโทรศัพท์ กลุ่มตัวเลขที่คุ้นเคยบางกลุ่มอาจมีวิธีอ่านพิเศษ แทนที่จะอ่านเป็นตัวเลขเดี่ยวที่ไม่เกี่ยวข้องกัน

แบบฝึกหัด

ในบริบทของหมายเลขโทรศัพท์ chunks of numbers หมายถึงอะไร

  1. กลุ่มตัวเลขที่นำมาจัดเป็นกลุ่มเดียวกัน
  2. หน่วยทางการที่ใช้ในคณิตศาสตร์
  3. ตัวเลขเดี่ยวที่ต้องอ่านแยกกันเสมอ
ดูคำตอบ

กลุ่มตัวเลขที่นำมาจัดเป็นกลุ่มเดียวกัน

วลี

in very particular ways: วิธีที่เฉพาะเจาะจง ไม่ได้หมายถึงพฤติกรรมเรื่องมาก

in very particular ways หมายถึง “ด้วยวิธีที่เฉพาะเจาะจงและกำหนดไว้อย่างชัดเจน” ในที่นี้ particular ขยายคำว่า ways และหมายถึง “เฉพาะเจาะจง” ไม่ได้หมายถึงคนที่ “เรื่องมาก” วลีนี้บอกว่าการอ่านเป็นไปตามกฎพิเศษ ไม่ได้เลือกวิธีอ่านได้อย่างอิสระ โครงสร้าง in + คำคุณศัพท์ + ways ใช้อธิบายว่าสิ่งหนึ่งทำอย่างไร เช่น in different ways, in similar ways หรือ in very particular ways การใช้ ways ในรูปพหูพจน์แสดงว่าอาจมีรูปแบบการอ่านที่กำหนดไว้มากกว่าหนึ่งแบบ

แบบฝึกหัด

ใน “These words are read in very particular ways,” คำว่า particular หมายถึงอะไร?

  1. เฉพาะเจาะจงและกำหนดไว้อย่างชัดเจน
  2. เป็นแบบสุ่มและไม่มีข้อจำกัด
  3. เรื่องมากกับสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ
ดูคำตอบ

เฉพาะเจาะจงและกำหนดไว้อย่างชัดเจน

For example,

2:24

ตัวอย่างเช่น

0800 is usually read like this

2:25

0800 มักจะอ่านแบบนี้

as opposed to 0800 or 0800, for example. วลี

2:28

แทนที่จะเป็น 0800 หรือ 0800 เป็นต้น

วลี

as opposed to: แสดงความแตกต่างที่ชัดเจน

as opposed to ใช้เปิดส่วนที่สองของการเปรียบต่าง หมายถึง “เมื่อเทียบกับ” หรือในหลายประโยคหมายถึง “แทนที่จะเป็น” ในที่นี้วลีนี้แสดงว่ากำลังเปรียบเทียบวิธีอ่านก่อนหน้ากับวิธีอ่านอื่นที่เป็นไปได้ คำว่า opposed ไม่ได้หมายความว่ามีใครคัดค้านวิธีอ่านเหล่านั้น หลังวลีนี้ใช้กลุ่มคำนามหรือรูป -ing เช่น as opposed to a phone call และ as opposed to guessing โดยทั่วไปวลีนี้จะอยู่หลังตัวเลือกหรือกลุ่มแรก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเปรียบต่างสามคำจากบทเรียนนี้: For the project, we need a drawing, ____ a photo.

ดูคำตอบ

as opposed to

So, certain chunks do have certain ways of saying them

2:34

ดังนั้น ตัวเลขบางกลุ่มก็มีวิธีพูดที่แน่นอน

like 0800.

2:37

เช่น 0800

The next word is hash

2:39

คำต่อไปคือ hash (เครื่องหมายสี่เหลี่ยม)

and you might know this from hashtag from social media. วัฒนธรรม

2:41

และคุณอาจรู้จักสิ่งนี้จากคำว่า hashtag ในโซเชียลมีเดีย

วัฒนธรรม

hashtag from social media: การจำสัญลักษณ์ #

วลีนี้ชี้ไปที่สัญลักษณ์ # ที่คุ้นเคยจาก hashtag บนโซเชียลมีเดีย hashtag อย่าง #Music มีทั้งสัญลักษณ์ # และข้อความของป้ายกำกับ ผู้พูดใช้สิ่งที่คุ้นเคยนี้เพื่อช่วยให้คุณจำสัญลักษณ์เดียวกันบนแป้นโทรศัพท์ได้ ในคำแนะนำทางโทรศัพท์แบบอังกฤษ มักเรียกตัวสัญลักษณ์นี้ว่า hash เช่น Press hash สัญลักษณ์เหมือนกัน แต่บริบททำให้แต่ละคำหมายถึงสิ่งต่างกัน

แบบฝึกหัด

ในเมนูโทรศัพท์แบบอังกฤษ 'Press hash' ขอให้คุณทำอะไร

  1. กดปุ่ม 1
  2. กดปุ่ม *
  3. กดปุ่ม #
ดูคำตอบ

กดปุ่ม #

So, sometimes when you call centers, วัฒนธรรม

2:44

ดังนั้น บางครั้งเมื่อคุณโทรไปที่ศูนย์บริการ

they may say press one for... วลี

2:46

พวกเขาอาจพูดว่า กดหนึ่งเพื่อ...

press hash for more information.

2:49

กดเครื่องหมายสี่เหลี่ยมสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

วัฒนธรรม

call centers: ทีมที่รับสายจากลูกค้า

call center คือทีมหรือแผนกที่รับสายโทรศัพท์จากลูกค้าจำนวนมาก ในประโยคนี้ centers หมายถึงศูนย์บริการลูกค้าเหล่านี้ ส่วน call เป็นคำกริยาที่หมายถึงโทรศัพท์ไปหาศูนย์เหล่านั้น ศูนย์บริการมักเปิดเมนูโทรศัพท์อัตโนมัติก่อนที่จะมีพนักงานรับสาย ผู้โทรจึงได้ยินคำสั่งอย่าง press one หรือ press hash ซึ่งเป็นการบอกว่าต้องกดปุ่มใด

แบบฝึกหัด

ในประโยค 'I phoned the call centre about my account,' call centre หมายถึงอะไร

  1. ใจกลางเมือง
  2. ทีมบริการลูกค้าที่รับสายโทรศัพท์
  3. ปุ่มบนโทรศัพท์
ดูคำตอบ

ทีมบริการลูกค้าที่รับสายโทรศัพท์

วลี

Press one for ... press hash for: คำสั่งกดปุ่มในเมนูโทรศัพท์

ในเมนูโทรศัพท์อัตโนมัติ รูปแบบ press + ปุ่ม + for + บริการหรือจุดประสงค์ ใช้บอกผู้โทรว่าต้องกดปุ่มใดบนแป้นโทรศัพท์ Press one for English หมายถึง “หากต้องการบริการภาษาอังกฤษ ให้กด 1” และ press hash for more information หมายถึง “หากต้องการฟังข้อมูลเพิ่มเติม ให้กดปุ่ม #” ในที่นี้ for นำหน้าตัวเลือกที่ผูกกับปุ่มนั้น ไม่ได้หมายถึงการกดปุ่มแทนใคร ส่วน press one for... ที่พูดค้างไว้ ปกติในคำสั่งเต็มจะต้องตามด้วยบริการหรือจุดประสงค์

แบบฝึกหัด

เติมคำสั่งทางโทรศัพท์โดยใช้ปุ่ม 1 และรูปแบบ press + ปุ่ม + for + บริการ: Please ____ customer support.

ดูคำตอบ

press one for

So, it's a useful one to know. วลี

2:52

ดังนั้น มันเป็นคำที่มีประโยชน์ที่ควรทราบ

วลี

A useful one to know: one ที่ใช้แทนคำนามเอกพจน์

A useful one to know หมายถึง “สิ่ง คำ หรือข้อเท็จจริงที่มีประโยชน์และควรรู้” ในประโยคนี้ one ใช้แทนคำว่า hash เพื่อให้ผู้พูดไม่ต้องพูดคำนั้นซ้ำ one ในที่นี้ไม่ใช่เลข 1 คำว่า to know บอกว่าสิ่งนี้มีประโยชน์อย่างไร คือการรู้สิ่งนี้ช่วยได้ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ คำคุณศัพท์ + one + to + คำกริยา เช่น a good one to remember

แบบฝึกหัด

ใน “The shortcut is a useful one to know,” คำว่า one หมายถึงอะไร?

  1. คนที่รู้เรื่องนั้น
  2. เลข 1
  3. ทางลัดนั้น
ดูคำตอบ

ทางลัดนั้น

And the last one is plus

2:54

และคำสุดท้ายคือ plus

and we use this when we give country codes. วลี

2:56

และเราใช้สิ่งนี้เมื่อเราบอกรหัสประเทศ

วลี

give country codes: บอกรหัสประเทศสำหรับการโทรระหว่างประเทศ

ในที่นี้ give country codes หมายถึงการพูดหรือให้รหัสประเทศสำหรับการโทรระหว่างประเทศ give ใช้กับข้อมูลได้ ไม่ได้ใช้เฉพาะกับสิ่งของที่ยื่นให้ใครเท่านั้น ในประโยคนี้ a country code คือรหัสโทรออกระหว่างประเทศที่อยู่ต้นหมายเลขโทรศัพท์ ไม่ได้หมายถึงรหัสภาษา รหัสสนามบิน หรือรหัสผ่าน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ขอรหัสโทรศัพท์ระหว่างประเทศของญี่ปุ่นจากอีกฝ่ายได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Could you make me the country code for Japan?
  2. Could you give the country code me for Japan?
  3. Could you give me the country code for Japan?
ดูคำตอบ

Could you give me the country code for Japan?

For example,

2:59

ตัวอย่างเช่น

in the UK,

2:59

ในสหราชอาณาจักร

the country code is plus 44. วัฒนธรรม

3:00

รหัสประเทศคือ plus 44

วัฒนธรรม

plus 44: การอ่านรหัสโทรศัพท์ +44 ของสหราชอาณาจักร

ในบริบทของหมายเลขโทรศัพท์ plus 44 หมายถึง +44 ซึ่งเป็นรหัสโทรศัพท์ระหว่างประเทศที่ใช้สำหรับสหราชอาณาจักร plus คือชื่อเรียกเครื่องหมาย + ที่อยู่หน้ารหัส ไม่ใช่คำสั่งให้นำ 44 ไปบวก เมื่อเขียนหมายเลขระหว่างประเทศ เครื่องหมาย + จะอยู่หน้ารหัสประเทศ เครื่องหมายนี้แทนรหัสโทรออกต่างประเทศที่เหมาะกับสถานที่ที่โทรออก ดังนั้น +44 จึงบอกว่าหมายเลขนั้นใช้รหัสประเทศของสหราชอาณาจักร

แบบฝึกหัด

ในคู่มือหมายเลขโทรศัพท์ “The number begins with plus 44” หมายความว่าอย่างไร

  1. ต้องนำ 44 ไปบวกกับส่วนที่เหลือของหมายเลขโทรศัพท์
  2. หมายเลขระหว่างประเทศขึ้นต้นด้วย +44 ซึ่งเป็นรหัสประเทศของสหราชอาณาจักร
  3. หมายเลขโทรศัพท์ทุกหมายเลขในสหราชอาณาจักรลงท้ายด้วย 44
ดูคำตอบ

หมายเลขระหว่างประเทศขึ้นต้นด้วย +44 ซึ่งเป็นรหัสประเทศของสหราชอาณาจักร

So, you would say

3:03

ดังนั้น คุณจะพูดว่า

my number is plus 44 07...

3:04

หมายเลขของฉันคือ plus 44 07...

Now, it's time for the listening practice. วลี

3:08

ตอนนี้ถึงเวลาฝึกฟังแล้ว

วลี

it's time for: บอกว่าได้เวลาเริ่มกิจกรรมถัดไป

“It’s time for + นามวลี” หมายถึงเวลาที่กำหนดไว้หรือเวลาที่เหมาะสมสำหรับกิจกรรมหนึ่งมาถึงแล้ว ในประโยคนี้ the listening practice เป็นชื่อของกิจกรรมถัดไป วลีนี้จึงใช้เปลี่ยนบทเรียนเข้าสู่ช่วงดังกล่าว ใช้วลีนี้เพื่อบอกว่าสิ่งใดจะเกิดขึ้นต่อไปในตารางเรียน บทเรียน การประชุม หรือกิจวัตรประจำวันได้

แบบฝึกหัด

เติมประกาศให้สมบูรณ์ด้วยวลีเป้าหมาย: The break is over. ____ the next activity.

ดูคำตอบ

It's time for

In this part of the video,

3:10

ในส่วนนี้ของวิดีโอ

I will read 15 different numbers.

3:12

ฉันจะอ่านตัวเลข 15 หมายเลขที่แตกต่างกัน

After reading each number, ไวยากรณ์

3:15

หลังจากอ่านหมายเลขแต่ละตัวแล้ว

I will leave a 5-second pause to give you time to write the number. โน้ต

3:16

ฉันจะเว้นช่วงพัก 5 วินาทีเพื่อให้เวลาคุณเขียนหมายเลขลงไป

ไวยากรณ์

After reading each number: ใช้ After + -ing แสดงลำดับการกระทำ

After + -ing แสดงการกระทำที่เกิดขึ้นก่อน และใช้ย่ออนุประโยคที่มี after ได้เมื่อคนเดียวกันเป็นผู้ทำทั้งสองการกระทำ ในที่นี้ After reading each number มีความหมายเท่ากับ after I read each number แล้วจึงมีช่วงหยุดตามมา ผู้ที่เข้าใจว่าเป็นคนทำกริยา reading คือประธานของประโยคหลัก I ส่วน each number เป็นกรรมของ reading ไม่ใช่ผู้ทำกริยา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ After + -ing ได้ชัดเจน โดยคนเดียวกันเป็นผู้ทำทั้งสองการกระทำ?

  1. After packing her bag, Lina left for school.
  2. After packing her bag, the rain started.
  3. After packing her bag, the bus arrived.
ดูคำตอบ

After packing her bag, Lina left for school.

วลี

leave a 5-second pause: การเว้นช่วงเงียบโดยตั้งใจและคำขยายเวลาประสม

ในที่นี้ leave ไม่ได้หมายถึง “ออกไป” แต่หมายถึงการเว้นพื้นที่หรือเวลาไว้สำหรับบางสิ่ง ดังนั้น leave a pause จึงหมายถึงการตั้งใจเว้นช่วงเงียบสั้น ๆ สำนวนนี้มีประโยชน์เมื่อต้องอธิบายจังหวะเวลาในการบันทึกเสียง บทเรียน หรือกิจกรรม ใน a 5-second pause คำว่า 5-second เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่วางหน้า pause หน่วยเวลาต้องเป็นเอกพจน์และเชื่อมด้วยยัติภังค์ จึงใช้ 5-second ไม่ใช่ 5-seconds

แบบฝึกหัด

เลือกตัวเลือกที่เติมประโยคได้เป็นธรรมชาติ: I will leave ______ after each question.

  1. a ten-second pauses
  2. a ten-second pause
  3. a ten seconds pause
ดูคำตอบ

a ten-second pause

ไวยากรณ์

to give you time to: จุดประสงค์และกิจกรรมที่ตามมา

to ตัวแรกบอกจุดประสงค์ของการเว้นช่วง โดยตอบว่าผู้พูดทำเช่นนั้นทำไม รูปแบบ การกระทำ + to give someone time to do something อธิบายว่าการกระทำหรือการจัดเตรียมนั้นมีไว้เพื่อสร้างเวลาให้เพียงพอ ใน give you time to write คำว่า you เป็นกรรมของ give ส่วน time to write บอกว่าบุคคลนั้นต้องการเวลาเพื่อทำอะไร ดังนั้น to สองตัวจึงทำหน้าที่ต่างกัน ตัวแรกบอกจุดประสงค์ ส่วนตัวที่สองนำหน้ากิจกรรมที่จะทำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบ give + บุคคล + time + to: I'll pause to ____ read the instructions.

ดูคำตอบ

give you time to

If, however, you need more time, ลำดับความ

3:20

แต่ถ้าคุณต้องการเวลามากกว่านี้

then please feel free to pause the video. น้ำเสียง/เจตนา

3:22

ก็สามารถหยุดวิดีโอไว้ชั่วคราวได้ตามสบาย

ลำดับความ

If, however, ...: การเพิ่มเงื่อนไขที่ต่างจากแผนปกติ

If ใช้เปิดเงื่อนไข ส่วน however เป็นคำแสดงความขัดแย้งที่แทรกเข้ามา เพื่อบอกผู้ฟังว่าเงื่อนไขนี้ต่างจากการจัดการทั่วไปที่เพิ่งอธิบายไป โครงสร้างนี้ช่วยจัดข้อมูลโดยกล่าวถึงกรณีปกติก่อน แล้วจึงกล่าวถึงข้อยกเว้น however ไม่ได้เปลี่ยนไวยากรณ์ของอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย if เมื่อตัดออกก็ยังเหลือประโยคเงื่อนไขพื้นฐานว่า If you need more time, then ... ในภาษาเขียน เครื่องหมายจุลภาคแสดงว่า however เป็นข้อความที่แทรกเข้ามา: If, however, you need more time, ...

แบบฝึกหัด

ผู้แนะนำได้อธิบายแผนปกติแล้ว ประโยคใดเพิ่มเงื่อนไขที่ต่างออกไปได้ถูกต้อง

  1. If however the room is full but, we will meet in the library.
  2. If, however, the room is full, we will meet in the library.
  3. However if but the room is full, we will meet in the library.
ดูคำตอบ

If, however, the room is full, we will meet in the library.

น้ำเสียง/เจตนา

feel free to: การอนุญาตอย่างเป็นมิตร

Feel free to ตามด้วยคำกริยารูปพื้นฐาน เป็นวิธีสุภาพในการอนุญาตหรือช่วยให้อีกฝ่ายไม่ต้องลังเล หมายความว่าทำสิ่งนั้นได้และจะไม่เป็นปัญหา ในที่นี้เป็นการบอกผู้ชมว่าสามารถหยุดวิดีโอชั่วคราวได้เมื่อต้องการเวลามากขึ้น สำนวนนี้ไม่ได้หมายถึงการรู้สึกเป็นอิสระตามตัวอักษร แต่ปล่อยให้อีกฝ่ายเป็นผู้ตัดสินใจ จึงมักฟังเป็นมิตรและเป็นคำสั่งน้อยกว่าประโยคคำสั่งตรง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำที่เรียนในบทนี้เพื่อแสดงการอนุญาตอย่างเป็นมิตร: If you have any questions, ____ ask me.

ดูคำตอบ

feel free to

I will be reading each number only once ไวยากรณ์

3:24

ฉันจะอ่านแต่ละหมายเลขเพียงครั้งเดียวเท่านั้น

ไวยากรณ์

will be reading: รูปอนาคตกำลังกระทำสำหรับกิจกรรมที่กำลังจะเกิดขึ้น

will be reading เป็นรูปอนาคตกำลังกระทำที่มีโครงสร้าง will be + คำกริยา-ing ในประโยคนี้ใช้บอกว่าผู้พูดจะทำอะไรระหว่างแบบฝึกหัดที่กำลังจะเริ่ม นั่นคืออ่านตัวเลขตามกติกาที่แจ้งไว้ ทั้ง will read และ will be reading ถูกต้องตามไวยากรณ์ในบริบทนี้ แต่รูปกำลังกระทำเน้นว่าการอ่านเป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนที่วางแผนไว้ ส่วน only once ยังคงหมายถึงอ่านตัวเลขแต่ละตัวเพียงหนึ่งครั้ง

แบบฝึกหัด

เติมกิจกรรมที่วางแผนไว้ด้วย will be + รูป -ing ของ record: During tomorrow's game, I ____ the scores after each round.

ดูคำตอบ

will be recording

and this is because in the IELTS exam, ลำดับความ

3:27

และนี่เป็นเพราะในการสอบ IELTS

they only play the recording one time. วลี

3:29

พวกเขาจะเปิดไฟล์เสียงให้ฟังเพียงครั้งเดียว

ลำดับความ

this is because: เชื่อมข้อความเข้ากับเหตุผล

this is because ใช้เชื่อมข้อความกับเหตุผลของข้อความนั้น ในที่นี้ this ย้อนกลับไปถึงกติกาที่ว่าจะอ่านตัวเลขแต่ละตัวเพียงครั้งเดียว ส่วน because นำเข้าสู่เหตุผล คือในการสอบ IELTS จะเปิดเสียงบันทึกเพียงครั้งเดียว ใช้รูปแบบ ข้อความหรือกติกา. This is because + เหตุผล เมื่อต้องการบอกผลลัพธ์หรือกติกาก่อน แล้วจึงอธิบายสาเหตุ

แบบฝึกหัด

เติมคำเชื่อมสามคำที่ขึ้นต้นด้วย This และใช้บอกเหตุผล: The match was moved indoors. ____ it was raining heavily.

ดูคำตอบ

This is because

วลี

play the recording: เปิดเสียงบันทึก

ใน play the recording คำว่า play หมายถึงเริ่มเปิดเสียงที่บันทึกไว้เพื่อให้คนฟังได้ ไม่ได้หมายถึงเล่นสนุกหรือเข้าร่วมเล่นเกม การใช้นี้เป็นรูปแบบ play + สื่อ เช่น play a recording, play a song, play a message หรือ play a video ส่วน the ในที่นี้แสดงว่าผู้พูดหมายถึงเสียงบันทึกชิ้นหนึ่งที่รู้กันอยู่แล้วในสถานการณ์นั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดขอให้ใครสักคนเปิดเสียงที่บันทึกไว้ตั้งแต่ต้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ?

  1. Please do the recording from the beginning.
  2. Please play the recording from the beginning.
  3. Please play with the recording from the beginning.
ดูคำตอบ

Please play the recording from the beginning.

If, however, though, น้ำเสียง/เจตนา

3:32

แต่ทว่า

น้ำเสียง/เจตนา

If, however, though: การเริ่มประโยคใหม่ขณะพูดแบบทันที

If เริ่มโครงสร้างเงื่อนไข แต่ผู้พูดเติม however และ though เข้ามาขณะกำลังคิดว่าจะพูดต่ออย่างไร คำที่เติมมาทั้งสองคำแสดงความขัดแย้งเหมือนกัน จึงมีหน้าที่ซ้ำกันในที่นี้ นี่เป็นช่วงขึ้นต้นที่ยังไม่จบและมีการแก้คำพูดทันที ไม่ใช่โครงสร้างสามส่วนที่วางไว้อย่างรอบคอบ ให้เข้าใจทั้งช่วงว่าเป็นการกำลังเปลี่ยนไปพูดถึงข้อยกเว้นหรือกรณีที่ต่างออกไป ไม่ต้องฝืนแปลคำเชื่อมแต่ละคำให้มีความหมายแยกจากกัน

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดเปลี่ยนการเริ่มพูดใหม่แบบทันทีให้เป็นประโยคที่ชัดเจนและวางแผนไว้ โดยยังคงทั้งเงื่อนไขและความขัดแย้ง?

  1. The audio plays once in the test; if, however, though, you are practising at home, you can replay it.
  2. The audio plays once in the test; if but however you are practising at home, you can replay it.
  3. The audio plays once in the test; however, if you are practising at home, you can replay it.
ดูคำตอบ

The audio plays once in the test; however, if you are practising at home, you can replay it.

you need to listen to the number again, วลี

3:33

หากคุณจำเป็นต้องฟังหมายเลขนั้นอีกครั้ง

then you can replay that section of the video. การใช้คำ

3:35

คุณก็สามารถย้อนกลับไปเล่นวิดีโอในส่วนนั้นใหม่ได้

วลี

listen to the number again: โครงสร้าง listen to + กรรม

ใน listen to the number คำว่า listen หมายถึงการตั้งใจฟังเสียง เมื่อระบุสิ่งที่ฟัง เช่น the number ต้องใช้ to หลัง listen โดยมีโครงสร้าง listen to + กรรม Again แสดงว่าการฟังเกิดขึ้นอีกหนึ่งครั้ง รูปแบบที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ listen to + คน เสียง หรือเนื้อหา + again

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำสองคำพอดี โดยใช้ listen และคำบุพบทที่ต้องวางหน้ากรรม The first time was too fast. Please ____ the message again.

ดูคำตอบ

listen to

การใช้คำ

replay that section: เล่นส่วนหนึ่งของสื่อที่บันทึกไว้ซ้ำ

ในที่นี้ replay เป็นคำกริยา หมายถึงเล่นเสียงหรือวิดีโอที่บันทึกไว้ซ้ำอีกครั้ง โดยนำสื่อหรือส่วนที่จะเล่นซ้ำมาเป็นกรรมโดยตรง: replay that section Section คือส่วนหนึ่งของวิดีโอที่ยาวกว่า replay that section หมายถึงเล่นเฉพาะส่วนนั้นซ้ำ ไม่จำเป็นต้องเริ่มวิดีโอทั้งหมดใหม่ตั้งแต่ต้น

แบบฝึกหัด

คุณต้องการให้เครื่องเล่นสื่อเล่นช่วงสุดท้ายของเสียงบันทึกซ้ำอีกหนึ่งครั้ง ประโยคใดตรงกับความหมายนี้

  1. Could you repeat the address aloud?
  2. Could you restart the recording from the beginning?
  3. Could you replay the last part of the recording?
ดูคำตอบ

Could you replay the last part of the recording?

I will also be reading the numbers at a completely natural speed. วลี

3:38

นอกจากนี้ ฉันจะอ่านตัวเลขด้วยความเร็วที่เป็นธรรมชาติอย่างสมบูรณ์

วลี

at a completely natural speed: การบอกจังหวะความเร็ว

at a completely natural speed หมายถึง “ด้วยจังหวะปกติของการพูดจริง” บุพบท at ใช้นำหน้าความเร็วที่ใช้ในการอ่านตัวเลข completely เน้น natural ให้ชัดว่าผู้พูดจะไม่จงใจอ่านให้ช้าลง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ at + คำบรรยายความเร็ว เช่น at a slower speed

แบบฝึกหัด

เติมบุพบทที่ถูกต้อง: Please read the dialogue ____ a natural speed.

ดูคำตอบ

at

So, if you find the recording too quick, ไวยากรณ์

3:41

ดังนั้น หากคุณรู้สึกว่าไฟล์เสียงเร็วเกินไป

then you can go into the YouTube video settings and slow down the video. โน้ต

3:43

คุณสามารถเข้าไปที่การตั้งค่าวิดีโอ YouTube และลดความเร็ววิดีโอลงได้

ไวยากรณ์

find the recording too quick: find + กรรม + คำคุณศัพท์

find ในที่นี้หมายถึง “มองว่า” หรือ “รู้สึกว่า” ไม่ใช่ “หาเจอ” ใน find the recording too quick คำว่า the recording เป็นกรรม และ too quick เป็นกลุ่มคำคุณศัพท์ที่แสดงความเห็นของบุคคลนั้น ใช้ find + กรรม + คำคุณศัพท์ เพื่อบอกว่าคนหนึ่งรู้สึกหรือประเมินสิ่งใดอย่างไร เช่น find the game easy และ find the room noisy คำว่า too หมายถึง “เกินระดับที่เหมาะสม” ดังนั้น too quick จึงสื่อว่าความเร็วนั้นเป็นปัญหา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ find + กรรม + คำคุณศัพท์ เพื่อแสดงความคิดเห็น?

  1. I often find useful apps for my homework.
  2. I found this app in the store.
  3. I find this app easy to use.
ดูคำตอบ

I find this app easy to use.

วลี

go into the YouTube video settings: การเปิดเมนูการตั้งค่า

ในคำแนะนำนี้ go into the YouTube video settings หมายถึงเปิดและเข้าไปยังหน้าการตั้งค่าของวิดีโอ เป็นการไปยังเมนูบนหน้าจอ ไม่ใช่การเดินเข้าไปในสถานที่จริง รูปแบบ go into + เมนูหรือส่วนการตั้งค่า พบได้บ่อยในคำแนะนำที่บอกเป็นขั้นตอน คำที่อยู่หลัง into จะระบุส่วนของหน้าจอที่ต้องเปิด

แบบฝึกหัด

ใช้ go into และคำว่า the display settings เพื่อเติมคำสั่งให้สมบูรณ์: ____ and choose a larger text size.

ดูคำตอบ

Go into the display settings

กริยาวลี

slow down: การลดความเร็วหรือจังหวะ

slow down หมายถึงลดความเร็วหรือทำให้จังหวะช้าลง ในประโยคนี้มี the video เป็นกรรม จึงหมายถึงลดความเร็วในการเล่นวิดีโอ down แสดงถึงการลดลง ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ไปยังที่ที่ต่ำกว่า slow down สามารถใช้โดยไม่มีกรรมได้ด้วย: Please slow down. เมื่อกรรมเป็นคำนาม สามารถใช้ได้ทั้ง slow down the video และ slow the video down เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนามอย่าง it ต้องวางไว้ตรงกลาง: slow it down ไม่ใช่ slow down it

แบบฝึกหัด

เติมคำขอให้สมบูรณ์ด้วย slow down: You're speaking too quickly. Please ____.

ดูคำตอบ

slow down

Alternatively, if you find them too slow, ลำดับความ

3:48

หรือหากคุณรู้สึกว่ามันช้าเกินไป

ลำดับความ

Alternatively: ใช้เสนออีกทางเลือกหนึ่ง

Alternatively ใช้เปิดตัวเลือกหรือแนวทางอีกแบบหนึ่ง ในที่นี้ ผู้พูดเปลี่ยนจากการบอกว่าควรทำอย่างไรเมื่อบางอย่างเร็วเกินไป ไปยังกรณีตรงข้าม คือรู้สึกว่ามันช้าเกินไป คำนี้ไม่ได้เพียงเพิ่มข้อมูลอีกข้อ แต่บอกผู้ฟังว่ากำลังจะมีอีกตัวเลือกหรืออีกวิธีหนึ่ง เมื่ออยู่ต้นประโยค ปกติจะตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค

แบบฝึกหัด

คุณได้บอกไปแล้วว่าสามารถยื่นแบบฟอร์มด้วยตนเองได้ ประโยคใดระบุอย่างชัดเจนว่าการส่งออนไลน์เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

  1. Alternatively, you can submit the form online.
  2. Therefore, you can submit the form online.
  3. Also, you can submit the form online.
ดูคำตอบ

Alternatively, you can submit the form online.

then I guess you could speed up the video as well. โน้ต

3:50

ฉันคิดว่าคุณก็สามารถเพิ่มความเร็ววิดีโอได้เช่นกัน

น้ำเสียง/เจตนา

I guess you could + คำกริยา: คำแนะนำที่นุ่มนวล

I guess you could + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้เสนอคำแนะนำอย่างนุ่มนวลและไม่ยืนยันหนักแน่น could แสดงว่าการกระทำนั้นเป็นทางเลือกหนึ่ง ส่วน I guess ทำให้น้ำเสียงของผู้พูดไม่บังคับมากเกินไป ในที่นี้ I guess ไม่จำเป็นต้องหมายความว่าผู้พูดกำลังเดาข้อเท็จจริง หน้าที่ของมันคือทำให้คำแนะนำอ่อนลงและปล่อยให้ผู้ฟังเป็นคนตัดสินใจ

แบบฝึกหัด

คุณกำลังพูดกับเพื่อนหนึ่งคน เติมประโยคด้วยโครงสร้าง I guess + you + could: ____ try opening the file on another device.

ดูคำตอบ

I guess you could

กริยาวลี

speed up: ทำให้บางสิ่งเร็วขึ้น

speed up หมายถึงทำให้บางสิ่งเคลื่อนที่หรือดำเนินไปเร็วขึ้น ในประโยคนี้ speed up the video หมายถึงเพิ่มความเร็วในการเล่นวิดีโอ คำว่า up บอกว่าความเร็วเพิ่มขึ้น ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ขึ้นด้านบน เมื่อมีกรรม เราสามารถแยก speed up ได้ พูดได้ทั้ง speed up the video และ speed the video up แต่ถ้ากรรมเป็นคำสรรพนาม ให้พูดว่า speed it up

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสองส่วนของ speed up: The game is moving too slowly, so let's ____ it ____.

ดูคำตอบ

speed · up

วลี

as well: เติมความหมายว่า “ด้วย” ไว้ท้ายประโยค

as well หมายถึง “ด้วย” หรือ “เช่นกัน” โดยปกติจะอยู่ท้ายประโยคบอกเล่า เพื่อเพิ่มบุคคล สิ่งของ หรือการกระทำอีกอย่างจากสิ่งที่กล่าวไปแล้ว ในที่นี้เป็นการเพิ่มการเร่งวิดีโอเป็นอีกหนึ่งตัวเลือก ในการใช้นี้ as well เป็นวลีเดียวกัน ไม่ได้หมายถึง “ดีเท่ากัน”

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: Maya brought pencils and paper as well. as well บอกอะไรเรา?

  1. มายานำมาเฉพาะกระดาษเท่านั้น
  2. กระดาษนั้นดีเป็นพิเศษ
  3. มายานำกระดาษมาด้วย
ดูคำตอบ

มายานำกระดาษมาด้วย

Make sure you have a pen or pencil and a piece of paper น้ำเสียง/เจตนา

3:52

ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณมีปากกาหรือดินสอและกระดาษหนึ่งแผ่น

and you're ready and let's get started. วลี

3:55

และคุณพร้อมแล้ว เรามาเริ่มกันเลย

น้ำเสียง/เจตนา

Make sure you have ...: ตรวจดูว่ามีสิ่งของที่จำเป็น

Make sure you have + สิ่งของ ใช้บอกให้ใครสักคนตรวจดูว่ามีสิ่งของจำเป็นพร้อมก่อนเริ่มกิจกรรม ในประโยคนี้ ผู้ฟังต้องเตรียมอุปกรณ์เขียนและกระดาษไว้สำหรับแบบฝึกหัด หลัง make sure ใช้อนุประโยคที่มีประธานและกริยาของตัวเอง เช่น you have .... Make sure หมายถึง “ตรวจดูและทำให้แน่ใจ” ไม่ได้แปลตรงตัวว่า “สร้างความแน่นอน”

แบบฝึกหัด

เติมคำเตือนด้วยรูปแบบสี่คำที่เรียนในบันทึกนี้: Before the art activity, ____ some colored pencils.

ดูคำตอบ

make sure you have

วลี

Let's get started: เริ่มกิจกรรมร่วมกัน

Let's get started เป็นวิธีพูดอย่างเป็นมิตรเพื่อประกาศว่ากิจกรรมที่ทำร่วมกันกำลังจะเริ่มตอนนี้ ในประโยคนี้ ผู้พูดตรวจแล้วว่าผู้ฟังพร้อม จากนั้นจึงพาบทเรียนเข้าสู่งานแรก Let's เป็นรูปย่อของ let us และรวมทั้งผู้พูดกับผู้ฟัง Get started หมายถึงเข้าสู่การลงมือทำกิจกรรมนั้น ไม่ได้หมายถึงมีคนอื่นมาเปิดหรือเริ่มตัวคุณ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดประกาศอย่างเป็นธรรมชาติว่ากิจกรรมที่ทำร่วมกันกำลังเริ่มตอนนี้

  1. Everyone is tired, so let's take a break.
  2. Everyone is almost ready, so let's wait a moment.
  3. Everyone is ready, so let's get started.
ดูคำตอบ

Everyone is ready, so let's get started.

One,

4:00

หนึ่ง,

01725 631 244

4:01

01725 631 244

Two,

4:13

สอง,

8900 333 700

4:14

8900 333 700

Three,

4:24

สาม,

07132 096

4:26

07132 096

Four,

4:36

สี่,

04156 892 351

4:38

04156 892 351

Five,

4:50

ห้า,

16235 733 47

4:51

16235 733 47

Six,

5:02

หก,

0800 932 9114

5:04

0800 932 9114

Seven,

5:15

เจ็ด,

67328 610

5:17

67328 610

Eight,

5:27

แปด,

06793 241 10

5:29

06793 241 10

Nine,

5:40

เก้า,

9643 410 6

5:42

9643 410 6

10,

5:52

10,

07651 329 740

5:54

07651 329 740

11,

6:06

11,

57203 6711 60

6:07

57203 6711 60

12,

6:19

12,

09237 622

6:21

09237 622

13,

6:31

13,

3219966 7013

6:32

3219966 7013

14,

6:45

14,

0800 123 974

6:46

0800 123 974

15,

6:56

15,

643 209 78

6:58

643 209 78

Well done,

7:09

ทำได้ดีมาก

you've completed the listening exercise. ไวยากรณ์

7:10

คุณทำแบบฝึกหัดการฟังเสร็จสมบูรณ์แล้ว

ไวยากรณ์

You've completed: บอกผลที่เสร็จแล้วและสำคัญต่อปัจจุบัน

You've completed เป็นรูปย่อของ you have completed และใช้โครงสร้าง present perfect คือ have + กริยาช่องที่สาม ในประโยคนี้ completed บอกว่าแบบฝึกหัดการฟังเสร็จสิ้นแล้วจนถึงตอนนี้ และผลนั้นสำคัญต่อขั้นตอนปัจจุบัน ใช้รูปแบบนี้เพื่อรายงานความคืบหน้า ยืนยันว่างานเสร็จแล้ว หรือบอกถึงความสำเร็จที่ยังเกี่ยวข้องกับปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

ใช้รูปย่อของ present perfect ของ complete กับประธาน you เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: ____ the safety course, so you can download your certificate.

ดูคำตอบ

You've completed

I'm now going to put the answers on the screen. วลี

7:12

ตอนนี้ฉันจะนำคำตอบขึ้นบนหน้าจอ

วลี

Put the answers on the screen: แสดงเนื้อหาบนหน้าจอ

ในวิดีโอหรืองานนำเสนอ put the answers on the screen หมายถึงทำให้คำตอบปรากฏบนหน้าจอ คำว่า put ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงนำกระดาษไปวางชิดกับหน้าจอจริง ๆ รูปแบบ put + เนื้อหา + on the screen ใช้กับเนื้อหาอื่นที่แสดงได้ด้วย เช่น รูปภาพ คำถาม หรือตารางเวลา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความอย่างเป็นธรรมชาติว่าพิธีกรจะแสดงคำตอบบนหน้าจอ

  1. The host will put the answers on the screen.
  2. The host will put the answers beside the screen.
  3. The host will take the answers off the screen.
ดูคำตอบ

The host will put the answers on the screen.

Please pause the video and check your answers. วลี

7:14

โปรดหยุดวิดีโอชั่วคราวและตรวจสอบคำตอบของคุณ

วลี

check your answers: ตรวจว่าคำตอบของคุณถูกต้อง

“Check your answers” หมายถึงนำคำตอบที่คุณเขียนไปเทียบกับคำตอบที่ถูกต้องหรือเฉลย แล้วหาว่ามีข้อผิดพลาดหรือไม่ ในที่นี้ check หมายถึงตรวจสอบความถูกต้อง ไม่ใช่แค่มองผ่าน ๆ นี่เป็นคำสั่งที่พบบ่อยหลังทำแบบทดสอบ ใบงาน หรือแบบฝึกหัดเสร็จ รูปแบบเดียวกันนี้ใช้กับงานอื่นได้ด้วย: check your work

แบบฝึกหัด

เติมคำสั่งด้วยวลีสามคำที่ตรงกับความหมายว่า “เปรียบเทียบคำตอบของคุณกับคำตอบที่ถูกต้อง”: Before you submit the quiz, ____.

ดูคำตอบ

check your answers

Now,

7:22

เอาล่ะ

let me know down in the comments how you did. โน้ต

7:22

บอกฉันที่ส่วนแสดงความคิดเห็นด้านล่างว่าคุณทำได้ดีแค่ไหน

น้ำเสียง/เจตนา

let me know: ขอให้อีกฝ่ายบอกคุณ

“Let me know” เป็นวิธีที่เป็นมิตรในการขอให้อีกฝ่ายบอกหรือให้ข้อมูลแก่คุณ ในสำนวนนี้ let ไม่ได้เน้นเรื่องการอนุญาต ควรเรียนทั้งวลีเป็นก้อนเดียวในความหมายว่า “บอกฉัน” จากนั้นให้ระบุข้อมูลที่อยากรู้ เช่น let me know the result, let me know how it went หรือ let me know if you need help ในประโยคตัวอย่าง how you did ถามถึงผลหรือผลงานของผู้ชม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำที่ตรงกับการขอข้อมูลล่าสุดอย่างเป็นมิตร: If the delivery date changes, ____.

ดูคำตอบ

let me know

วัฒนธรรม

down in the comments: ช่องความคิดเห็นใต้วิดีโอ

ใน down in the comments คำว่า comments หมายถึงบริเวณที่ผู้ชมโพสต์ข้อความ ส่วน down ชี้ถึงตำแหน่งตามปกติของบริเวณนี้ซึ่งอยู่ใต้วิดีโอบนหน้าเว็บ วลีนี้บอกผู้ชมว่าควรตอบที่ไหน ไม่ได้หมายถึงคนหรือสิ่งของกำลังเคลื่อนที่ลงจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ down in the comments บอกให้ผู้ชมทำอะไร

  1. ย้ายความคิดเห็นที่เขียนไว้ลงไปยังชั้นล่าง
  2. เขียนผลของตนไว้ข้างในภาพวิดีโอ
  3. โพสต์ผลของตนในช่องความคิดเห็นใต้วิดีโอ
ดูคำตอบ

โพสต์ผลของตนในช่องความคิดเห็นใต้วิดีโอ

Out of 15 in total, วลี

7:24

จากทั้งหมด 15 ข้อ

how many did you get? การใช้คำ

7:26

คุณทำถูกกี่ข้อ?

วลี

Out of 15: ระบุว่าจำนวนรวมคือ 15

Out of 15 กำหนดว่า 15 คือจำนวนรวมที่เป็นไปได้ ในที่นี้หมายถึงมีทั้งหมด 15 ข้อ และคำถามถามว่าผู้ฟังทำถูกกี่ข้อ เมื่อต้องการบอกผล ให้ใช้โครงสร้าง ผลลัพธ์ + out of + จำนวนรวม เช่น 12 out of 15 หมายถึงได้ 12 จากจำนวนเต็ม 15 โครงสร้างนี้ใช้บ่อยกับคะแนนแบบทดสอบ จำนวนคำตอบที่ถูก การให้คะแนน และผลลัพธ์ที่คล้ายกัน

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างคะแนน ผลลัพธ์ + out of + จำนวนรวม ให้สมบูรณ์: Leo scored 12 ____ 15 on the quiz.

ดูคำตอบ

out of

การใช้คำ

get ใน did you get?: หมายถึงตอบถูก

ในบริบทของแบบทดสอบหรือแบบฝึกหัด How many did you get? ใช้ถามว่าคุณตอบถูกกี่ข้อ ความหมายนี้ของ get มาจากการที่ทั้งสองฝ่ายรู้อยู่แล้วว่ากำลังพูดถึงคะแนนหรือผลลัพธ์ ไม่ได้หมายถึงการได้รับสิ่งของ เมื่อบริบทชัดเจน คำว่า questions และ right สามารถละไว้ได้ did ใช้สร้างคำถามในรูปอดีต ดังนั้นคำกริยาหลัง did ต้องเป็นรูปพื้นฐาน get ไม่ใช่ got

แบบฝึกหัด

หลังทำแบบทดสอบ 15 ข้อ เพื่อนถามว่า “How many did you get?” เพื่อนหมายถึงอะไร

  1. ถามว่าคุณตอบคำถามถูกกี่ข้อ
  2. ถามว่าแบบทดสอบมีคำถามทั้งหมดกี่ข้อ
  3. ถามว่าคุณได้รับสิ่งของมากี่ชิ้น
ดูคำตอบ

ถามว่าคุณตอบคำถามถูกกี่ข้อ

Put it in the comments.

7:28

ใส่ไว้ในคอมเมนต์เลย

I'd like to know.

7:29

ฉันอยากรู้

If you're interested in more IELTS listening materials ไวยากรณ์

7:30

หากคุณสนใจสื่อการฟัง IELTS เพิ่มเติม

or more tips for the IELTS exam,

7:33

หรือเคล็ดลับเพิ่มเติมสำหรับการสอบ IELTS

then I have left a playlist for you down in the description โน้ต

7:35

ฉันได้ทิ้งเพลย์ลิสต์ไว้ให้คุณที่คำอธิบายด้านล่าง

ไวยากรณ์

If you're interested in ...: เสนอขั้นตอนถัดไปตามความสนใจ

If you're interested in ... หมายถึง “ถ้าหัวข้อหรือกิจกรรมนี้เป็นสิ่งที่คุณสนใจ” วลีนี้ตั้งเงื่อนไขตามความสนใจของผู้ฟัง แล้วประโยคหลักจึงสามารถเสนอแหล่งข้อมูล คำแนะนำ หรือขั้นตอนถัดไปได้ โครงสร้างคือ be interested in + คำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing ในประโยคนี้ then ใช้นำเข้าสู่ผลของเงื่อนไข แต่สามารถละได้ในประโยคเงื่อนไข if ทั่วไป

แบบฝึกหัด

เติมรูปของ interested และคำบุพบทที่ถูกต้องในประโยค: If you're ____ joining the science club, I can send you the details.

ดูคำตอบ

interested in

วลี

I have left a playlist for you: การเตรียมเพลย์ลิสต์ไว้ให้ใช้

ในประโยคนี้ leave something for someone หมายถึงการวางหรือใส่บางสิ่งไว้ในที่ที่อีกคนจะหาเจอหรือนำไปใช้ภายหลังได้ สิ่งที่นำมาใส่ไว้คือเพลย์ลิสต์ ดังนั้น left จึงไม่ได้หมายถึง “จากไป” รูป have left คือ present perfect ซึ่งบอกว่าการกระทำนั้นเสร็จแล้วและผลของมันสำคัญในตอนนี้ นั่นคือเพลย์ลิสต์พร้อมให้ใช้แล้ว ส่วน for you ระบุว่าเพลย์ลิสต์นั้นมีไว้ให้ใคร

แบบฝึกหัด

ใช้รูปแบบ leave something for someone เติมประโยคให้มีความหมายว่าคู่มือพร้อมให้ Maya ใช้แล้ว: I've ____ in the shared folder.

ดูคำตอบ

left the guide for Maya

and up in the card above.

7:37

และในการ์ดด้านบน

วัฒนธรรม

down in the description ... up in the card above: ตำแหน่งบนหน้าจอวิดีโอ

บนแพลตฟอร์มวิดีโอ down in the description ชี้ไปยังส่วนข้อมูลที่อยู่ใต้วิดีโอ ส่วน up in the card above ชี้ไปยังการ์ดที่คลิกได้ใกล้ด้านบนของวิดีโอ ทั้งสองวลีบอกผู้ชมว่าจะหาแหล่งข้อมูลได้ที่ไหน ในที่นี้ down และ up แสดงตำแหน่งบนหน้าจอ ไม่ได้อธิบายการเคลื่อนไหว description หมายถึงส่วนข้อมูลของวิดีโอ และ card หมายถึงรายการแนะนำบนหน้าจอ ไม่ใช่บัตรกระดาษ

แบบฝึกหัด

วลีที่เน้นทั้งสองวลีชี้ให้ผู้ชมไปที่ใด?

  1. คำบรรยายที่เขียนอยู่ชั้นล่างและบัตรกระดาษที่อยู่ชั้นบน
  2. คำอธิบายใต้วิดีโอและการ์ดที่คลิกได้ใกล้ด้านบน
  3. สิ่งของสองชิ้นที่เคลื่อนขึ้นและลงภายในห้อง
ดูคำตอบ

คำอธิบายใต้วิดีโอและการ์ดที่คลิกได้ใกล้ด้านบน

That's all for today's lesson. วลี

7:39

สำหรับบทเรียนวันนี้ก็มีเพียงเท่านี้

วลี

ใช้ That's all for ... เพื่อปิดกิจกรรม

That's all for + กิจกรรมหรือช่วงเวลา หมายความว่าส่วนนั้นจบแล้วและไม่มีอะไรจะเพิ่มเติมอีก ในตัวอย่าง ผู้พูดกำลังจบบทเรียนของวันนี้ สิ่งที่ตามหลัง for ใช้บอกว่าสิ่งใดกำลังจบลง เช่น That's all for today หรือ That's all for this meeting คำว่า all ในที่นี้หมายถึงเนื้อหาทั้งหมดในส่วนนั้น ไม่ได้เน้นว่ามีเนื้อหาจำนวนมาก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคปิดการประชุมด้วยกรอบคำสามคำจากบทเรียนให้ตรงทุกคำ: ____ today's meeting. Thanks, everyone.

ดูคำตอบ

That's all for

Enjoy the rest of your week. วลี

7:40

ขอให้มีความสุขกับช่วงเวลาที่เหลือของสัปดาห์นะ

วลี

the rest of your week: เวลาที่เหลือของสัปดาห์

the rest of your week หมายถึงช่วงเวลาของสัปดาห์ที่ยังเหลืออยู่หลังจากตอนนี้ ในที่นี้ rest เป็นคำนามที่หมายถึงส่วนที่เหลือ ไม่ได้หมายถึงการนอนหรือการพักผ่อน ใน Enjoy the rest of your week วลีนี้เป็นส่วนหนึ่งของคำอวยพรตอนลาแบบเป็นมิตร รูปแบบ the rest of + ช่วงเวลา ยังใช้พูดถึงส่วนที่เหลือของวัน เดือน วันหยุด หรือปีได้ด้วย

แบบฝึกหัด

เปลี่ยน week เป็น day ในรูปแบบที่เรียนเพื่อเติมคำอำลาให้สมบูรณ์: Enjoy ____.

ดูคำตอบ

the rest of your day

Bye-bye.

7:42

บ๊ายบาย