ตัวอักษร 'H' ไม่ออกเสียงเมื่อไหร่ในภาษาอังกฤษ? / กฎของ Silent Letter H: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Pronunciation with Emma

ความยากในการเรียน
808 คำ 146 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: Emma อธิบายว่าเมื่อใดตัว H ไม่ออกเสียงในคำภาษาอังกฤษ โดยครอบคลุมรูปแบบที่เกี่ยวข้องกับคำซึ่งมาจากภาษาฝรั่งเศสและการสะกดแบบ RH กับ WH นอกจากนี้ยังอธิบายว่า CH ในคำที่มาจากภาษากรีกจำนวนมากออกเสียงเป็น /k/ ย้ำว่ากฎการสะกดมีข้อยกเว้น และกล่าวถึงความแตกต่างตามภูมิภาคในการออกเสียงคำว่า “schedule” ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. Do bear in mind — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: เข้าใจว่า do ที่ใช้เน้นทำให้ bear in mind เป็นคำเตือนที่สุภาพแต่หนักแน่นได้อย่างไร ผู้เรียนสามารถใช้ก่อนบอกกฎ คำแนะนำ หรือคำอธิบายที่ผู้ฟังต้องจดจำขอบเขตการใช้ เพื่อไม่ให้เข้าใจผิดว่าหลักนั้นใช้ได้โดยไม่มีข้อยกเว้น 2. it's not CH like in cheese, but it's K — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: มองเห็นโครงสร้าง not X, but Y ว่าเป็นวิธีปฏิเสธความเข้าใจที่ผิดอย่างชัดเจน แล้วเสนอรูปที่ถูกต้องทันที สามารถนำไปใช้แก้การออกเสียง เปรียบเทียบทางเลือก หรือทำให้คำแนะนำชัดเจนขึ้น 3. more American English / more British English. — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เรียนรู้การบอกว่าการออกเสียงหรือการใช้แบบหนึ่งมีแนวโน้มเป็นภาษาอังกฤษของภูมิภาคใดมากกว่า โดยไม่ตัดสินว่าอีกรูปหนึ่งผิด จึงอธิบายการออกเสียง “schedule” ทั้งสองแบบได้อย่างแม่นยำ พร้อมยอมรับความหลากหลายในหมู่ผู้พูดชาวอังกฤษ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Hello and welcome back to pronunciation with Emma or welcome if you're brand new to my channel. วลี

0:00

สวัสดีค่ะ และยินดีต้อนรับกลับสู่การออกเสียงกับ Emma หรือยินดีต้อนรับหากคุณเพิ่งเข้ามาที่ช่องของฉัน

วลี

welcome back to: ต้อนรับผู้ชมที่กลับมาอีกครั้ง

welcome back to + สถานที่ รายการ ชั้นเรียน ช่อง หรือกิจกรรม ใช้ทักทายคนที่กลับมาอีกครั้ง ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังต้อนรับผู้ชมประจำกลับมาที่ Pronunciation with Emma โดย back หมายถึง “อีกครั้ง” ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ถอยหลัง สำนวนนี้ยังแสดงถึงความต่อเนื่องด้วย ผู้ชมรู้จักสถานที่หรือรายการชุดนี้อยู่แล้วและกำลังกลับมาอีกครั้ง

แบบฝึกหัด

ใช้คำว่า welcome, back และ to ตามลำดับที่เป็นธรรมชาติเพื่อเติมประโยคเปิดให้สมบูรณ์: After a two-week break, ____ our Saturday science show.

ดูคำตอบ

welcome back to

วลี

brand new to: เพิ่งเริ่มและเป็นมือใหม่อย่างแท้จริง

be brand new to + คำนามหรือรูป -ing หมายถึงเพิ่งเริ่มต้นหรือแทบไม่มีประสบการณ์กับสิ่งนั้นเลย ในที่นี้ brand new to my channel หมายถึงคนที่เข้ามาเยี่ยมชมหรือดูช่องนี้เป็นครั้งแรก brand new เป็นกลุ่มคำตายตัว โดย brand ช่วยเน้นความหมายของ new ให้แรงขึ้น และในที่นี้ brand ไม่ได้หมายถึงยี่ห้อหรือชื่อบริษัท

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกชัดเจนที่สุดว่าผู้พูดไม่เคยมีประสบการณ์เล่นหมากรุกมาก่อนเลย

  1. I'm new to this chess club, but I've played chess for years.
  2. I'm brand new to chess, so today is my first lesson.
  3. I'm back to chess after a long break.
ดูคำตอบ

I'm brand new to chess, so today is my first lesson.

In today's video, we're going to talk about the silent letter H. โน้ต

0:04

ในวิดีโอวันนี้ เราจะมาพูดถึงตัวอักษร H ที่ไม่ออกเสียงกันค่ะ

ลำดับความ

ใช้ In today's video, เพื่อกำหนดหัวข้อปัจจุบัน

In today's video, ที่อยู่ต้นประโยคใช้กำหนดกรอบของเนื้อหาที่จะตามมา โดยผู้พูดกำลังแนะนำหัวข้อของวิดีโอนี้ ผู้ฟังจึงรู้ว่าส่วนเปิดต่อไปจะบอกว่าวิดีโอพูดถึงอะไร ในที่นี้ today's มักหมายถึงวิดีโอหรือตอนปัจจุบัน ไม่ได้หมายความว่าวิดีโอต้องถูกสร้าง เผยแพร่ หรือรับชมในวันเดียวกันเสมอไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเป็นการเปิดบทเรียนและกำหนดหัวข้อได้เป็นธรรมชาติที่สุด?

  1. On today's lesson, we'll learn how plants grow.
  2. At today's lesson, we'll learn how plants grow.
  3. In today's lesson, we'll learn how plants grow.
ดูคำตอบ

In today's lesson, we'll learn how plants grow.

วลี

we're going to talk about + หัวข้อ

we're going to talk about บอกผู้ฟังว่าหัวข้อถัดไปคืออะไร ในประโยคนี้ be going to แสดงการกระทำที่วางแผนไว้หรือกำลังจะทำ ไม่ได้หมายความว่ามีใครกำลังเดินทางไปที่ใด วางหัวข้อไว้หลัง talk about เช่น talk about the silent letter H, talk about online safety หรือ talk about how something works โครงสร้างนี้เป็นกันเองและใช้ในบทสนทนา มักพบตอนเริ่มวิดีโอ บทเรียน การประชุม และการนำเสนอ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ talk เพื่อแนะนำหัวข้อถัดไปได้ถูกต้อง?

  1. We're going to talk healthy sleep habits.
  2. We're going to talk about healthy sleep habits.
  3. We're going to discuss about healthy sleep habits.
ดูคำตอบ

We're going to talk about healthy sleep habits.

I'll be talking about words that have the silent H

0:08

ฉันจะพูดถึงคำที่มี H ไม่ออกเสียง

and I'll be talking about rules for you as well,

0:10

และฉันก็จะพูดถึงกฎต่างๆ สำหรับคุณด้วย

so you know when the letter H is silent. ลำดับความ

0:12

เพื่อที่คุณจะได้รู้ว่าเมื่อไหร่ตัวอักษร H ถึงไม่ออกเสียง

ลำดับความ

so you know when: ใช้บอกจุดประสงค์

so you know when... เชื่อมคำอธิบายหรือการกระทำก่อนหน้าเข้ากับจุดประสงค์หรือผลที่คาดหวังไว้ ในประโยคนี้ การอธิบายกฎมีจุดประสงค์เพื่อช่วยให้ผู้ฟังแยกได้ว่าตัวอักษร H ไม่ออกเสียงเมื่อใด ในโครงสร้างนี้ so มีความหมายแบบ so that หรือ this way คือ “เพื่อให้” หรือ “แบบนี้ก็จะ” ไม่ได้หมายถึง next หรือ “ต่อไป” หลัง know when สามารถตามด้วยส่วนที่มีประธานและกริยา เช่น when the letter H is silent หรือใช้ when to + กริยา เช่น when to stop

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าจุดประสงค์ของการอธิบายรหัสสีคือเพื่อช่วยให้ผู้ฟังตัดสินใจได้ว่าควรออกไปเมื่อใด

  1. I'll explain the colour code because you know when to leave.
  2. I'll explain the colour code after you know when to leave.
  3. I'll explain the colour code so you know when to leave.
ดูคำตอบ

I'll explain the colour code so you know when to leave.

Do bear in mind that English is not a phonetic language, โน้ต

0:15

โปรดจำไว้ว่าภาษาอังกฤษไม่ใช่ภาษาที่ออกเสียงตามตัวอักษรเสมอไป

น้ำเสียง/เจตนา

Do bear in mind: คำเตือนแบบเน้นย้ำ

Bear in mind that... หมายถึงให้จำข้อเท็จจริงหนึ่งไว้และนำมาพิจารณาด้วย ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวใช้บอกข้อจำกัดสำคัญก่อนว่า การสะกดคำภาษาอังกฤษไม่ได้บอกการออกเสียงเสมอไป ดังนั้นกฎที่จะกล่าวต่อไปอาจมีข้อยกเว้น Do เพิ่มน้ำหนักให้คำเตือนนี้ ไม่ได้ใช้สร้างคำถาม Do bear in mind จึงฟังหนักแน่นและตั้งใจย้ำมากกว่า Bear in mind แต่ยังคงสุภาพในบริบทนี้

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายแบบเต็มเพื่อให้เป็นคำเตือนที่หนักแน่นแต่สุภาพ: ____ that the last train leaves at eleven.

ดูคำตอบ

Do bear in mind

การใช้คำ

not a phonetic language: การสะกดไม่ได้บอกการออกเสียงได้ทั้งหมด

ในประโยคนี้ not a phonetic language เป็นคำอธิบายแบบง่าย ๆ ว่าการสะกดกับการออกเสียงภาษาอังกฤษไม่ได้ตรงกันแบบหนึ่งต่อหนึ่งอย่างสม่ำเสมอ การดูตัวอักษรมักช่วยให้เดาได้ แต่ไม่ได้บอกเสมอว่าคำนั้นออกเสียงอย่างไรแน่ชัด นี่ไม่ได้หมายความว่าภาษาอังกฤษไม่มีรูปแบบการสะกดเลย รูปแบบเหล่านี้มีประโยชน์ แต่ตัวอักษรที่ไม่ออกเสียง กลุ่มตัวอักษรที่ออกเสียงได้หลายแบบ และข้อยกเว้นอื่น ๆ ทำให้บางครั้งยังต้องตรวจสอบการออกเสียงของแต่ละคำ

แบบฝึกหัด

not a phonetic language ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร?

  1. ตัวอักษรภาษาอังกฤษแต่ละตัวมีเสียงตายตัวเพียงเสียงเดียวเสมอ
  2. ภาษาอังกฤษไม่สามารถเขียนแทนด้วยสัญลักษณ์ทางสัทศาสตร์ได้
  3. การสะกดภาษาอังกฤษให้คำใบ้ที่เป็นประโยชน์ แต่ไม่ได้ทำนายการออกเสียงได้อย่างแม่นยำเสมอไป
ดูคำตอบ

การสะกดภาษาอังกฤษให้คำใบ้ที่เป็นประโยชน์ แต่ไม่ได้ทำนายการออกเสียงได้อย่างแม่นยำเสมอไป

so the rules that I'm going to share don't apply to every word that follow these rules. วลี

0:18

ดังนั้นกฎที่ฉันจะแบ่งปันจึงไม่สามารถใช้ได้กับทุกคำที่เข้าข่ายกฎเหล่านี้

วลี

don't apply to every word: การจำกัดขอบเขตของกฎ

apply to หมายถึงเกี่ยวข้องกับหรือใช้ได้กับบางสิ่ง ในที่นี้ประธานคือ the rules และสิ่งที่อยู่หลัง to คือ every word ดังนั้นประโยคจึงบอกว่ากฎเหล่านี้ใช้ได้กับคำใดบ้าง apply ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการยื่นใบสมัคร don't apply to every word เป็นการปฏิเสธเพียงบางส่วน หมายความว่ากฎอาจใช้ได้กับบางคำ แต่ไม่ใช่ทุกคำ ซึ่งต่างจาก don't apply to any word ที่หมายความว่าใช้ไม่ได้กับคำใดเลย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้รูปย่อ don't และคำกริยา apply: These rules ____ every product.

ดูคำตอบ

don't apply to

Just bear that in mind.

0:23

เพียงแค่จำสิ่งนี้ไว้ค่ะ

So, starting with the first rule, ลำดับความ

0:25

เอาล่ะ เริ่มต้นด้วยกฎข้อแรก

ลำดับความ

starting with the first rule: การเข้าสู่หัวข้อแรก

Starting with the first rule เปลี่ยนการอธิบายจากบทนำโดยรวมไปสู่หัวข้อแรก ในที่นี้ starting with หมายถึง “หยิบ...มาพูดเป็นอันดับแรก” ไม่ได้หมายความว่าการกระทำหนึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่แล้ว วลี -ing นี้อยู่ตอนต้นเพื่อบอกลำดับ จากนั้นผู้พูดจึงให้ข้อมูลหลักเกี่ยวกับหัวข้อแรกนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเปลี่ยนจากภาพรวมไปสู่หัวข้อแรกได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Skipping the first check, make sure the gate is closed.
  2. Starting with the first check, make sure the gate is closed.
  3. Finishing with the first check, make sure the gate is closed.
ดูคำตอบ

Starting with the first check, make sure the gate is closed.

when we have a word that begins with H, วลี

0:27

เมื่อเรามีคำที่ขึ้นต้นด้วย H

วลี

begins with H: การระบุตัวอักษรแรก

ใน begins with H คำว่า begin with ใช้บอกว่าอะไรอยู่เป็นอันดับแรก คำที่ begins with H มี H เป็นตัวอักษรแรก ไม่ใช่แค่มี H อยู่ที่ใดที่หนึ่งในคำ ประธาน that ย้อนกลับไปแทนคำนามเอกพจน์ a word ดังนั้นกริยาจึงเป็น begins โครงสร้าง A begins with B ยังใช้บอกส่วนเริ่มต้นของชื่อ ประโยค เรื่องราว หรือลำดับได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่า H เป็นตัวอักษรแรกของคำ

  1. The word begins with H.
  2. The word contains an H.
  3. The word ends with H.
ดูคำตอบ

The word begins with H.

but the origin is French or old French, วัฒนธรรม

0:30

แต่มีรากศัพท์มาจากภาษาฝรั่งเศสหรือภาษาฝรั่งเศสโบราณ

วัฒนธรรม

the origin is French or old French: ใช้ประวัติของคำเพื่ออธิบายการออกเสียง

ในที่นี้ the origin is French or old French บอกว่าคำเหล่านี้มาจากไหนในทางประวัติศาสตร์ กล่าวคือ ภาษาอังกฤษยืมคำเหล่านี้ผ่านภาษาฝรั่งเศสหรือภาษาฝรั่งเศสโบราณ ไม่ได้หมายความว่าปัจจุบันคำเหล่านี้เป็นคำของภาษาฝรั่งเศสเท่านั้น ประวัตินี้ช่วยอธิบายว่าเหตุใดตัว h ที่เขียนอยู่ในคำภาษาอังกฤษบางคำจึงไม่ออกเสียงเป็นเสียง /h/ ตามปกติ อย่างไรก็ตาม ที่มาของคำเป็นเพียงเบาะแส จึงยังต้องตรวจสอบการออกเสียงของแต่ละคำ

แบบฝึกหัด

ข้อใดอธิบาย French or old French ในที่นี้ได้ดีที่สุด

  1. หมายความว่าคำภาษาอังกฤษทุกคำที่ยืมจากภาษาฝรั่งเศสมี h ที่ไม่ออกเสียง
  2. บอกว่าคำเหล่านี้มาจากไหนและช่วยอธิบายการออกเสียงภาษาอังกฤษที่ไม่เป็นไปตามปกติ
  3. หมายความว่าปัจจุบันคำเหล่านี้ใช้ได้เฉพาะในภาษาฝรั่งเศสเท่านั้น
ดูคำตอบ

บอกว่าคำเหล่านี้มาจากไหนและช่วยอธิบายการออกเสียงภาษาอังกฤษที่ไม่เป็นไปตามปกติ

we tend not to pronounce that H as a /h/ sound. โน้ต

0:33

เรามักจะไม่ออกเสียง H นั้นให้เป็นเสียง /h/

ไวยากรณ์

tend not to: บอกแนวโน้มทั่วไป ไม่ใช่กฎที่ไม่มีข้อยกเว้น

tend not to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงบางสิ่งมักจะไม่เกิดขึ้น หรือโดยทั่วไปคนมักจะไม่ทำสิ่งนั้น โครงสร้างนี้บอกแนวโน้มทั่วไปพร้อมเปิดโอกาสให้มีข้อยกเว้น ในประโยคนี้ we tend not to pronounce ทำให้คำอธิบายเรื่องการออกเสียงมีความระมัดระวัง โดยบอกสิ่งที่มักเกิดขึ้นแทนที่จะยืนยันว่า h ไม่เคยออกเสียงเลย

แบบฝึกหัด

ครูกำลังอธิบายพฤติกรรมที่มักพบในห้องเรียน แต่เด็กบางคนเป็นข้อยกเว้น ประโยคใดเหมาะสมที่สุด

  1. Young children never sit still for very long.
  2. Young children must not sit still for very long.
  3. Young children tend not to sit still for very long.
ดูคำตอบ

Young children tend not to sit still for very long.

วลี

pronounce X as Y: บอกว่า X ออกเสียงเป็น Y

ใช้ pronounce X as Y เพื่อบอกว่ารูปเขียน X ออกเสียงด้วยเสียงหรือวิธีอ่าน Y โดย X อาจเป็นตัวอักษร คำ หรือชื่อ และ Y ระบุเสียงหรือวิธีอ่าน ในประโยคนี้ that H คือตัวอักษรที่กำลังพูดถึง และ a /h/ sound คือเสียงที่ตัวอักษรนั้นอาจแทนได้ ส่วน as หมายถึง “ออกเสียงเป็น” ไม่ใช่ “ในฐานะ”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง pronounce X as Y: In cat, we ____ the letter C ____ /k/.

ดูคำตอบ

pronounce · as

We just remove it completely.

0:37

เราแค่ตัดมันออกไปเลยค่ะ

For example,

0:38

ตัวอย่างเช่น

honest

0:40

honest

honest

0:41

honest

hour

0:43

hour

hour

0:44

hour

honor

0:46

honor

honor

0:47

honor

heir

0:49

heir

heir

0:50

heir

So, this is pronounced the same as the heir we breathe. วลี

0:51

ดังนั้น คำนี้จึงออกเสียงเหมือนกับคำว่าอากาศที่เราหายใจ

วลี

be pronounced the same as: เปรียบเทียบว่าออกเสียงเหมือนกัน

be pronounced the same as ใช้เปรียบเทียบว่ารูปเขียนสองรูปมีเสียงอย่างไร โดยประธานคือคำหรือวลีแรก และสิ่งที่อยู่หลัง as คือรูปที่มีเสียงเหมือนกัน โครงสร้างนี้ไม่ได้บอกว่าทั้งสองรูปสะกดหรือมีความหมายเหมือนกันด้วย ในบริบทนี้ ผู้พูดใช้โครงสร้างนี้เพื่อแสดงว่า heir ออกเสียงเหมือน air ในวลี air we breathe

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกได้ถูกต้องว่า knight และ night มีเสียงเหมือนกันทุกประการ

  1. Knight is spelled the same as night.
  2. Knight is pronounced the same as night.
  3. Knight means the same as night.
ดูคำตอบ

Knight is pronounced the same as night.

Different spellings, but same pronunciation. การใช้คำ

0:54

สะกดต่างกัน แต่ออกเสียงเหมือนกันค่ะ

การใช้คำ

Different spellings, but same pronunciation: สะกดต่างกัน แต่ออกเสียงเหมือนกัน

Different spellings, but same pronunciation อธิบายคำตั้งแต่สองคำขึ้นไปที่สะกดต่างกันแต่ฟังเหมือนกัน คำแบบนี้เรียกว่า homophones หรือคำพ้องเสียง เช่น knight กับ night นี่เป็นคำสรุปสั้น ๆ ในภาษาพูด โดยละประธานและคำกริยาไว้ same pronunciation บอกเพียงว่าเสียงเหมือนกัน ไม่ได้หมายความว่าการสะกดหรือความหมายเหมือนกัน จึงต้องดูบริบทเพื่อรู้ว่าหมายถึงคำใด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดอธิบายคู่คำพ้องเสียงได้ถูกต้อง

  1. Knight and night have different spellings but the same pronunciation.
  2. Knight and night have different spellings and different pronunciations.
  3. Knight and night have the same spelling but different pronunciations.
ดูคำตอบ

Knight and night have different spellings but the same pronunciation.

heiress

0:57

heiress

heiress

0:59

heiress

or heiress

1:00

หรือ heiress

heiress

1:02

heiress

or another one, heiress

1:04

หรืออีกแบบหนึ่ง heiress

heiress.

1:08

heiress

So, for that last one, you've got three different ways to pronounce it. การใช้คำ

1:09

สำหรับคำสุดท้ายนี้ คุณสามารถออกเสียงได้สามแบบต่างกัน

การใช้คำ

three different ways to pronounce it: สามวิธีที่ต่างกันในการออกเสียง

ส่วน to + verb คือ to pronounce it บอกว่าสามวิธีนั้นเป็นวิธีทำอะไร นั่นคือสามวิธีในการออกเสียงคำนั้น คุณสามารถใช้รูปแบบ number + different ways to + verb เพื่อบอกว่ามีหลายวิธีในการทำสิ่งหนึ่ง ในที่นี้ วลีดังกล่าวบอกว่าคำที่เขียนเหมือนเดิมมีรูปแบบการออกเสียงสามแบบ ผู้พูดนำเสนอว่าเป็นวิธีออกเสียงที่เป็นไปได้ ไม่ได้ตัดสินโดยอัตโนมัติว่าเป็นข้อผิดพลาด แต่ไม่ได้หมายความว่าการออกเสียงแบบใดก็ยอมรับได้ หรือทุกแบบใช้กันบ่อยเท่ากันในทุกพื้นที่

แบบฝึกหัด

ชื่อหนึ่งมีการออกเสียงที่เป็นที่ยอมรับสองแบบ เติมประโยคให้สมบูรณ์: There are two different ____ to pronounce it.

ดูคำตอบ

ways

So, you pick which one you prefer. น้ำเสียง/เจตนา

1:12

ดังนั้นคุณเลือกได้เลยว่าชอบแบบไหน

น้ำเสียง/เจตนา

pick which one you prefer: ให้สิทธิ์อีกฝ่ายเลือก

Pick which one you prefer หมายถึง “เลือกอันที่คุณชอบมากกว่า” ในที่นี้ pick หมายถึง “เลือก” ไม่ใช่ “หยิบของขึ้นจากพื้นผิว” ส่วน which one you prefer บอกว่าจะให้เลือกอะไร เมื่อมีหลายตัวเลือกที่ใช้ได้ทั้งหมด สำนวนนี้จะมอบสิทธิ์ตัดสินใจให้ผู้ฟัง น้ำเสียงเป็นกันเองและไม่บังคับ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่ให้อีกฝ่ายเลือกได้อย่างอิสระ: Both notebooks cost the same, so ____.

ดูคำตอบ

pick which one you prefer

So, of course, this rule also applies to honestly. วลี

1:15

แน่นอนว่ากฎข้อนี้ก็ใช้กับ honestly ด้วยเช่นกัน

วลี

also applies to: ขยายกฎให้ครอบคลุมอีกกรณีหนึ่ง

also applies to หมายความว่ากฎ เงื่อนไข หรือแนวคิดเดียวกันนั้นใช้ได้กับบุคคล สิ่งของ หรือสถานการณ์อื่นด้วย also ทำหน้าที่เพิ่มกรณีใหม่เข้าไปในขอบเขตที่ครอบคลุมอยู่แล้ว โครงสร้างที่พบบ่อยคือ “กฎหรือเงื่อนไข + applies to + กรณีที่ครอบคลุม” เนื่องจาก this rule เป็นเอกพจน์ จึงใช้กริยา applies ในที่นี้ apply to หมายถึง “เกี่ยวข้องหรือใช้ได้กับ” ไม่ได้หมายถึง “ยื่นใบสมัคร”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายความว่านโยบายเดียวกันนี้ครอบคลุมกลุ่มใหม่ด้วย: The school policy ____ visitors.

ดูคำตอบ

also applies to

So, we have honest,

1:18

เราก็เลยมี honest

honestly,

1:20

honestly

honestly.

1:21

honestly

To make your life a little bit easier here, สำนวน

1:22

เพื่อให้ชีวิตคุณง่ายขึ้นอีกนิดตรงนี้

what you can do is cut that T in the middle, ไวยากรณ์

1:24

สิ่งที่คุณทำได้คือตัดตัว T ตรงกลางออก

สำนวน

make your life a little bit easier: ทำให้งานง่ายขึ้นเล็กน้อย

ในประโยคนี้ make your life a little bit easier หมายถึงทำให้งานตรงหน้าทำได้ง่ายขึ้นหรือยุ่งยากน้อยลง life เป็นการพูดเกินจริงแบบเป็นกันเอง ผู้พูดกำลังพูดถึงการทำให้คำหนึ่งออกเสียงง่ายขึ้น ไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนทั้งชีวิตของผู้ฟัง โครงสร้างคือ make + someone’s life + คำคุณศัพท์ ในที่นี้ easier บอกผลที่เกิดขึ้น ส่วน a little bit ช่วยลดระดับคำกล่าว ทำให้เคล็ดลับฟังดูพอดีและเป็นมิตร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่เน้นไว้: This checklist will ____ during your first week.

ดูคำตอบ

make your life a little bit easier

ไวยากรณ์

what you can do is + กริยารูปพื้นฐาน: เกริ่นคำแนะนำที่นำไปทำได้จริง

ในที่นี้ what you can do is ใช้เกริ่นการกระทำที่ทำได้จริง คือการตัด T ออก มีความหมายว่า “สิ่งหนึ่งที่คุณทำได้คือ...” และทำให้ขั้นตอนนั้นฟังเหมือนตัวเลือกที่ช่วยได้ มากกว่าจะเป็นคำสั่ง คำว่า what you can do รวมกันเป็นอนุประโยค what ที่ทำหน้าที่เป็นประธาน ไม่ใช่คำถาม ในโครงสร้างนี้ is มักตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน: What you can do is restart the app. จะใช้ infinitive ที่มี to ก็ได้ แต่กริยารูปพื้นฐานเป็นธรรมชาติมากในภาษาพูด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างการแนะนำจากบทเรียน: If the app stops responding, ____ close it and open it again.

ดูคำตอบ

what you can do is

so you can just say honest.

1:27

เพื่อให้คุณพูดแค่ honest

honestly.

1:30

honestly

So, we cut that T and it makes it so much easier to pronounce.

1:31

ดังนั้น เราตัดตัว T ออกไปและมันทำให้การออกเสียงง่ายขึ้นมากเลยค่ะ

Now, on to the second rule. ลำดับความ

1:35

ตอนนี้ มาถึงกฎข้อที่สอง

ลำดับความ

on to the second rule: เปลี่ยนไปยังหัวข้อถัดไป

ใน on to the second rule คำว่า on สื่อแนวคิดของการเดินหน้าต่อไป ส่วน to นำเข้าสู่หัวข้อถัดไป วลีเปลี่ยนเรื่องสั้น ๆ นี้หมายถึง “ตอนนี้มาดูกฎข้อที่สองกัน” เป็นการจัดลำดับการพูด ไม่ได้บรรยายการเคลื่อนที่ขึ้นไปบนพื้นผิว รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ Now, on to + หัวข้อหรือขั้นตอนถัดไป รูปแบบนี้บอกว่าส่วนหนึ่งจบแล้วและกำลังจะเริ่มส่วนใหม่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้วลีสองคำสำหรับเปลี่ยนไปยังหัวข้อถัดไปได้ถูกต้อง

  1. Now, onto the next question.
  2. Now, on to the next question.
  3. Now, on the next question.
ดูคำตอบ

Now, on to the next question.

When we have the combination of R and H together, การใช้คำ

1:36

เมื่อเรามีตัว R และ H รวมกัน

we remove the H and we just pronounce the R sound.

1:40

เราจะตัดตัว H ออกและออกเสียงแค่ตัว R

การใช้คำ

the combination of R and H together: เรียกองค์ประกอบที่รวมกัน

The combination of R and H เรียก R และ H ว่าเป็นสององค์ประกอบที่ปรากฏเป็นหน่วยเดียวกัน คือการสะกด RH รูปแบบ a/the combination of X and Y ใช้อธิบายตัวอักษร รูปร่าง ส่วนผสม หรือส่วนอื่น ๆ ที่รวมกันเป็นหนึ่งสิ่งได้ together เน้นว่าตัวอักษรสองตัวปรากฏเป็นคู่ แต่ combination มีความหมายนี้อยู่แล้ว จึงมักละ together ได้ วลีนี้ระบุกลุ่มตัวอักษรที่เขียน ส่วนที่เหลือของประโยคจึงอธิบายวิธีออกเสียง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้รูปแบบ a combination of X and Y ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. The logo is a combination of a circle and a star.
  2. The logo is a combination from a circle to a star.
  3. The logo is a combination either a circle and a star.
ดูคำตอบ

The logo is a combination of a circle and a star.

For example,

1:45

ตัวอย่างเช่น

rhino.

1:46

rhino

So, we don't try and say like rhino.

1:47

เราจะไม่พยายามพูดว่า rhino (แบบมีเสียง H)

It's really hard.

1:50

มันยากจริงๆ นะคะ

So, cut the H,

1:51

ดังนั้น ตัด H ออกไป

rhino.

1:52

rhino

rhino.

1:54

rhino

If you want the full name,

1:55

ถ้าคุณต้องการชื่อเต็ม

rhinoceros.

1:56

rhinoceros

rhinoceros.

1:58

rhinoceros

rhyme

2:01

rhyme

rhyme

2:02

rhyme

rhythm

2:04

rhythm

rhythm

2:06

rhythm

rhubarb

2:07

rhubarb

rhubarb

2:09

rhubarb

You might not know what a rhubarb is,

2:11

คุณอาจจะไม่รู้ว่า rhubarb คืออะไร

but it is quite common in the UK.

2:13

แต่มันเป็นที่นิยมมากในสหราชอาณาจักร

We tend to put it in pies, crumbles, desserts, and things.

2:15

เรามักจะใส่มันในพาย ครัมเบิล ของหวาน และอื่นๆ

So, if you come to the UK,

2:19

ดังนั้น ถ้าคุณมาที่สหราชอาณาจักร

then you might see rhubarb crumble, วัฒนธรรม

2:20

คุณอาจจะเห็น rhubarb crumble

rhubarb and apple crumble.

2:22

rhubarb and apple crumble

It's really popular here.

2:23

มันเป็นที่นิยมจริงๆ ที่นี่

So, it's a handy one to know, especially if you visit the UK. วลี

2:25

มันเลยเป็นคำที่มีประโยชน์ที่ควรรู้ โดยเฉพาะถ้าคุณมาเที่ยวที่สหราชอาณาจักร

วัฒนธรรม

rhubarb crumble ... rhubarb and apple crumble: ชื่อของหวานแบบอังกฤษ

ในที่นี้ rhubarb crumble คือของหวานอบที่ใส่รูบาร์บแล้วโรยหน้าด้วยส่วนผสมร่วน ๆ ส่วน rhubarb and apple crumble ใช้ทั้งรูบาร์บและแอปเปิล ในชื่ออาหารเหล่านี้ crumble เป็นคำนามที่เรียกของหวานชนิดนี้ ไม่ใช่คำกริยาที่หมายถึง “แตกเป็นชิ้นเล็ก ๆ” รูบาร์บเป็นวัตถุดิบที่พบได้บ่อยในพายและของหวานแบบอังกฤษ ความรู้พื้นฐานสั้น ๆ นี้ช่วยให้เข้าใจว่าสำนวนเหล่านี้เป็นชื่อเมนูหรืออาหารในสหราชอาณาจักร

แบบฝึกหัด

ในเมนูของหวานแบบอังกฤษ rhubarb and apple crumble น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด?

  1. ของหวานอบที่ทำจากรูบาร์บ แอปเปิล และส่วนผสมร่วน ๆ ด้านบน
  2. เครื่องดื่มที่ทำจากน้ำแอปเปิลเท่านั้น
  3. รูบาร์บที่แตกเป็นชิ้นเล็ก ๆ
ดูคำตอบ

ของหวานอบที่ทำจากรูบาร์บ แอปเปิล และส่วนผสมร่วน ๆ ด้านบน

วลี

a handy one to know: สิ่งที่มีประโยชน์และควรจำไว้

A handy one to know หมายถึง “สิ่งที่มีประโยชน์และควรจำไว้ เพราะอาจช่วยได้ในภายหลัง” ในประโยคนี้ handy หมายถึง “มีประโยชน์” หรือ “สะดวก” ส่วน one ใช้แทนคำหรือสำนวนที่เพิ่งกล่าวถึงก่อนหน้า รูปแบบ a handy one to know ช่วยให้ผู้พูดแนะนำสิ่งนั้นได้โดยไม่ต้องเรียกชื่อซ้ำ มักสื่อข้อความอย่างเป็นกันเองว่า “จำสิ่งนี้ไว้นะ เพราะอาจมีประโยชน์ภายหลัง”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “มีประโยชน์และควรจำไว้”: The local emergency number may help during your trip, so it's ____.

ดูคำตอบ

a handy one to know

Now, rule number three.

2:28

ตอนนี้ กฎข้อที่สาม

This is quite similar to the last one,

2:29

ข้อนี้คล้ายกับข้อที่แล้วมาก

but instead of having the combination RH, ไวยากรณ์

2:31

แต่แทนที่จะเป็นตัวย่อ RH

we now have WH. การใช้คำ

2:35

ตอนนี้เราเปลี่ยนเป็น WH

ไวยากรณ์

instead of having: ระบุตัวเลือกที่ถูกแทนที่ด้วยรูป -ing

Instead of having ใช้เกริ่นรูปแบบที่ถูกแทนที่หรือถูกนำมาเปรียบเทียบ ในที่นี้ ผู้พูดเสนอ the combination RH ว่าเป็นรูปแบบก่อนหน้าหรืออีกทางเลือกหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนไปพูดถึง WH คำว่า of เป็นคำบุพบท กริยาที่ตามหลังจึงต้องอยู่ในรูป -ing ได้แก่ instead of having ไม่ใช่ instead of have โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ instead of + คำนามหรือรูป -ing

แบบฝึกหัด

ใช้รูป -ing ของ have เติมประโยคให้สมบูรณ์: Instead of ____ a long meeting, we sent a short email.

ดูคำตอบ

having

การใช้คำ

we now have WH: ใช้ have เพื่อชี้รูปแบบที่ปรากฏ

ใน we now have WH คำว่า have หมายความว่ารูปแบบปัจจุบันมีหรือแสดง WH ไม่ได้หมายถึงการเป็นเจ้าของ ผู้บรรยายมักใช้ we have เพื่อพาผู้ฟังดูคำ ประโยค แผนภูมิ หรือตัวอย่างไปพร้อมกัน ในที่นี้ now บอกการเปลี่ยนจากรูปแบบ RH ก่อนหน้าไปเป็นรูปแบบ WH ปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

ในประโยค“In this word, we have two silent letters,” คำว่า have หมายความว่าอะไร?

  1. เราเป็นเจ้าของตัวอักษรที่ไม่ออกเสียงสองตัว
  2. คำนี้มีตัวอักษรที่ไม่ออกเสียงสองตัว
  3. เราต้องลบตัวอักษรที่ไม่ออกเสียงสองตัว
ดูคำตอบ

คำนี้มีตัวอักษรที่ไม่ออกเสียงสองตัว

For example,

2:37

ตัวอย่างเช่น

what.

2:38

what

So, don't try and say like what.

2:39

ดังนั้น อย่าพยายามพูดว่า what (แบบมีเสียง H แรงๆ)

I mean, you can, but that's really difficult, right?

2:42

คือคุณทำได้ แต่มันยากจริงๆ ใช่ไหมล่ะคะ?

what

2:44

what

what

2:46

what

when

2:47

when

when

2:49

when

where

2:50

where

where

2:52

where

weather

2:53

weather

weather

2:55

weather

And yes, this is pronounced the same as whether. การใช้คำ

2:56

และใช่ค่ะ คำนี้ออกเสียงเหมือนกับ whether

การใช้คำ

pronounced the same as whether: weather และ whether ออกเสียงเหมือนกัน

รูปแบบ be pronounced the same as ... หมายถึง ‘มีเสียงอ่านเหมือนกับ...’ ในที่นี้ this หมายถึง weather ที่กล่าวถึงก่อนหน้า ผู้พูดจึงกำลังบอกว่าในการออกเสียงแบบนี้ weather และ whether ฟังเหมือนกัน ในที่นี้ทั้งสองคำเป็นคำพ้องเสียง แต่ใช้แทนกันไม่ได้ weather เป็นคำนามเกี่ยวกับสภาพอากาศ ส่วน whether ใช้นำข้อความที่แสดงความไม่แน่ใจหรือทางเลือก ให้ดูไวยากรณ์และบริบทเพื่อเลือกการสะกด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ weather และ whether ได้ถูกต้อง

  1. I don't know whether the whether will improve.
  2. I don't know weather the weather will improve.
  3. I don't know whether the weather will improve.
ดูคำตอบ

I don't know whether the weather will improve.

which

3:00

which

which

3:02

which

while

3:04

while

while

3:05

while

white

3:07

white

white

3:09

white

why

3:11

why

why

3:13

why

And for our final rule,

3:13

และสำหรับกฎข้อสุดท้ายของเรา

we're going to look at the spelling CH. การใช้คำ

3:15

เราจะมาดูการสะกดด้วย CH

การใช้คำ

the spelling CH: การเรียกชุดตัวอักษรที่เขียนไว้

ใน the spelling CH คำว่า spelling หมายถึงรูปแบบตัวอักษร C + H ที่เขียนไว้ ผู้พูดกำลังเรียกสิ่งที่ปรากฏบนหน้า ไม่ได้พูดถึงความหมายของคำทั้งคำ ใช้ the spelling + letters เมื่อต้องการเน้นรูปแบบที่เขียน เช่น the spelling PH วลีนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าตัวอักษรเหล่านั้นมีเสียงได้เพียงเสียงเดียวเสมอ

แบบฝึกหัด

มี PH เขียนอยู่บนกระดาน เติมประโยคโดยใช้รูปแบบ the spelling + letters: Today we'll look at ____.

ดูคำตอบ

the spelling PH

Words that typically, not all, น้ำเสียง/เจตนา

3:18

คำที่โดยทั่วไป (ไม่ใช่ทั้งหมด)

but typically come from Greek, วัฒนธรรม

3:20

แต่โดยทั่วไปมาจากภาษากรีก

น้ำเสียง/เจตนา

not all, but typically: เปิดทางให้ข้อยกเว้น

ในวลีแทรกแบบภาษาพูดนี้ not all ยอมรับว่ามีข้อยกเว้น จากนั้น but typically กลับไปยังแนวโน้มหลัก คือข้อความนี้มักเป็นจริง แต่ไม่ได้จริงในทุกกรณี ผู้พูดแก้คำกล่าวที่เหมารวมเกินไปก่อนอธิบายต่อ การจำกัดความแบบนี้ใช้ได้กับกฎ แนวโน้ม หรือข้อสังเกตที่มีประโยชน์แต่ไม่ได้เป็นจริงเสมอไป จึงยังคงแนวโน้มหลักไว้พร้อมทำให้คำกล่าวแม่นยำขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้การแก้คำพูดระหว่างพูดเพื่ออธิบายแนวโน้มทั่วไป โดยไม่อ้างว่าเป็นจริงเสมอไป?

  1. Every one of these plants flowers in spring without exception.
  2. No clear pattern exists for when these plants flower.
  3. These plants typically—not all, but typically—flower in spring.
ดูคำตอบ

These plants typically—not all, but typically—flower in spring.

tend to have the CH spelling pronounced as a K. การใช้คำ

3:22

มักจะมีการสะกด CH ที่ออกเสียงเป็น K

วัฒนธรรม

come from Greek: ระบุภาษาต้นทางของคำ

ในที่นี้ come from Greek อธิบายรากศัพท์ หมายความว่าภาษากรีกเป็นภาษาต้นทางของคำภาษาอังกฤษเหล่านี้ ในการใช้นี้ come from หมายถึง “มีต้นกำเนิดจาก” ไม่ใช่การเคลื่อนที่จริง ประโยคนี้ใช้ที่มาดังกล่าวเป็นเบาะแสของรูปแบบการสะกดและการออกเสียง ในคำภาษาอังกฤษจำนวนมากที่มีรากจากภาษากรีก ch ออกเสียงเป็น /k/ นี่เป็นเพียงแนวโน้ม ไม่ใช่หลักฐานว่าคำจากภาษากรีกทุกคำหรือทุกคำที่มี ch จะเป็นไปตามรูปแบบนี้

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวนเป้าหมายเติมข้อความอธิบายรากศัพท์ให้สมบูรณ์: The prefix geo- ____ and means 'earth'.

ดูคำตอบ

comes from Greek

การใช้คำ

CH spelling pronounced as a K: CH แทนเสียง /k/

วลี "CH spelling pronounced as a K" หมายความว่า ตัวอักษร CH ที่เขียนอยู่แทนเสียง /k/ ในคำกลุ่มนี้ ส่วน "as a K" หมายถึงเสียงที่ตัวอักษร K มักใช้แทน ไม่ใช่การอ่านชื่อพยัญชนะภาษาอังกฤษว่า "kay" ผู้พูดใช้ typically และ tend to เพราะนี่เป็นรูปแบบที่พบบ่อย โดยเฉพาะในคำจำนวนมากที่มาจากภาษากรีก แต่ไม่ใช่กฎสำหรับทุกคำที่มี CH เมื่อพบคำใหม่ที่มี CH ให้ตรวจสอบการออกเสียงของคำนั้น แทนที่จะออกเสียงเป็น /tʃ/ แบบใน cheese โดยอัตโนมัติ

แบบฝึกหัด

CH ที่ต้นคำ chemistry แทนเสียงใด

  1. /tʃ/ แบบใน cheese
  2. /ʃ/ แบบใน shoe
  3. /k/ แบบใน key
ดูคำตอบ

/k/ แบบใน key

So, we don't pronounce it as a CH, which you might have already learned.

3:26

เราจึงไม่ออกเสียงเป็น CH อย่างที่คุณอาจจะเคยเรียนมา

So, it's not CH like in cheese, ไวยากรณ์

3:30

ดังนั้นมันไม่ใช่ CH เหมือนในชีส (cheese)

but it's K like for example in ache.

3:32

แต่มันเป็น K เช่นในคำว่า ache

ไวยากรณ์

It's not X, but it's Y: แก้ตัวเลือกหนึ่งเป็นอีกตัวเลือกหนึ่ง

โครงสร้าง "it's not X, but it's Y" จะปฏิเสธ X ก่อน แล้วจึงบอก Y ว่าเป็นคำแก้ที่ถูกต้อง ในประโยคนี้ X คือเสียง CH ใน cheese และ Y คือเสียง K ใน ache รูปแบบที่สั้นกว่าคือ "not X, but Y" ซึ่งใช้แก้ข้อมูลได้หลายแบบ ควรให้ X และ Y เป็นข้อมูลประเภทเดียวกัน เช่น เสียงสองเสียง วันที่สองวัน หรือชื่อสองชื่อ เพื่อให้ผู้ฟังเข้าใจชัดเจนว่าเปลี่ยนอะไรเป็นอะไร

แบบฝึกหัด

เติมคำแก้ไขให้สมบูรณ์ด้วย not ... but: The meeting is ____ on Tuesday, ____ on Thursday.

ดูคำตอบ

not · but

Sorry, I hear a lot of students saying H,

3:35

ขอโทษนะคะ ฉันได้ยินนักเรียนหลายคนพูดว่า H

I have a headahe for example,

3:38

ตัวอย่างเช่น I have a headahe

but it should be ache,

3:40

แต่มันควรจะเป็น ache

headache.

3:42

headache

Now, for this rule,

3:43

ตอนนี้สำหรับกฎข้อนี้

I do have quite a lot of words in this list. โน้ต

3:44

ฉันมีคำในรายการนี้ค่อนข้างเยอะเลย

ไวยากรณ์

I do have: do ที่ใช้เน้นในประโยคบอกเล่า

ในประโยคบอกเล่า I do have คำว่า do ใช้เน้นข้อความ โดยให้ความหมายว่า “มีจริง ๆ” หรือ “มีแน่นอน” ในที่นี้ผู้พูดกำลังเน้นว่ารายการมีคำอยู่เป็นจำนวนมาก โครงสร้างคือ ประธาน + do/does/did + คำกริยารูปพื้นฐาน คำช่วยจะแสดงบุคคลหรือเวลา ดังนั้นคำกริยาหลักจึงคงรูปพื้นฐานไว้ เช่น I do have, she does have และ I did have

แบบฝึกหัด

ฟังประโยคภาษาอังกฤษแล้วเลือกข้อความที่ได้ยิน สังเกตว่ามี do ที่ชัดและลงน้ำหนักอยู่หน้า remember หรือไม่

  1. I do remember your name.
  2. I remember your name.
ดูคำตอบ

I do remember your name.

วลี

quite a lot of words: จำนวนที่ค่อนข้างมาก

Quite a lot of words หมายถึง “คำจำนวนค่อนข้างมาก” ในที่นี้ quite เป็นส่วนหนึ่งของวลีบอกปริมาณ quite a lot of ทั้งหมด ไม่ได้แปลว่า “อย่างสมบูรณ์” วลีนี้มักทำให้การประเมินปริมาณฟังดูไม่สุดโต่ง แต่ยังคงสื่อว่ามีปริมาณมาก โครงสร้างคือ quite a lot of + คำนามนับได้รูปพหูพจน์หรือคำนามนับไม่ได้ เช่น quite a lot of words และ quite a lot of time

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อได้ถูกต้องว่าวันนี้มีปริมาณงานค่อนข้างมาก

  1. We have quite lots of work today.
  2. We have quite a lot of work today.
  3. We have quite a lot work today.
ดูคำตอบ

We have quite a lot of work today.

So, I'm just going to say them.

3:47

ฉันก็เลยจะแค่อ่านมันออกมา

You can pause and repeat if you want to practice, วลี

3:49

คุณสามารถหยุดและพูดตามได้หากต้องการฝึกซ้อม

วลี

pause and repeat: คำสั่งฝึกสองขั้นตอน

pause and repeat บอกการกระทำสองอย่างตามลำดับ: ก่อนอื่นให้หยุดวิดีโอหรือเสียงชั่วคราว แล้วพูดคำหรือประโยคที่เพิ่งได้ยินซ้ำอีกครั้ง ในบริบทการเรียนนี้ repeat มักหมายถึงการเลียนแบบผู้พูดออกเสียง ไม่ใช่การเปิดบันทึกเสียงซ้ำ คำว่า You can และ if you want to practice ทำให้ประโยคนี้เป็นคำแนะนำสำหรับการฝึกที่เลือกทำได้ ไม่ใช่คำสั่งเคร่งครัด

แบบฝึกหัด

เติมคำสั่งฝึกกับวิดีโอโดยใช้การกระทำสองอย่างที่เรียนมา: When a line ends, ____.

ดูคำตอบ

pause and repeat

but I'm just going to fly through them. กริยาวลี

3:52

แต่ฉันจะไปแบบเร็วๆ นะคะ

กริยาวลี

fly through them: ไล่ผ่านรายการอย่างรวดเร็วมาก

fly through them ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ คือผู้พูดจะพูดถึงรายการต่าง ๆ อย่างรวดเร็วมาก Them ย้อนกลับไปหมายถึงคำที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ไม่ได้มีใครบินจริง ๆ fly through มักสื่อว่าจะทำหรือทบทวนทุกรายการด้วยความเร็วสูง จึงแทบไม่มีเวลาสำหรับรายละเอียด ใช้รูปแบบ fly through + เนื้อหาหรืองาน เช่น fly through the list

แบบฝึกหัด

ผู้นำเสนอมีเวลาเพียงหนึ่งนาทีและจะเปิดสไลด์ที่เหลือทั้งหมดอย่างรวดเร็วมาก ควรพูดว่าอย่างไร?

  1. I'll fly through the remaining slides.
  2. I'll go through the remaining slides carefully.
  3. I'll skip the remaining slides.
ดูคำตอบ

I'll fly through the remaining slides.

anchor

3:55

anchor

anchor

3:56

anchor

archaeology

3:58

archaeology

archaeology

4:00

archaeology

architect

4:02

architect

architect

4:04

architect

chaos

4:06

chaos

chaos

4:08

chaos

character

4:09

character

character

4:11

character

charisma

4:13

charisma

charisma

4:15

charisma

chemical

4:17

chemical

chemical

4:19

chemical

chemist

4:20

chemist

chemist

4:22

chemist

choir

4:24

choir

choir

4:26

choir

chord

4:27

chord

chord

4:29

chord

chrome

4:31

chrome

chrome

4:33

chrome

So, if you use the browser Google Chrome,

4:34

ถ้าคุณใช้เบราว์เซอร์ Google Chrome

you now know how to say it.

4:37

ตอนนี้คุณรู้แล้วว่าต้องอ่านยังไง

echo

4:39

echo

echo

4:41

echo

mechanic

4:42

mechanic

mechanic

4:44

mechanic

monarchy

4:45

monarchy

monarchy

4:47

monarchy

orchestra

4:49

orchestra

orchestra

4:51

orchestra

psychic

4:52

psychic

psychic

4:54

psychic

Notice that that P is also silent. การใช้คำ

4:56

สังเกตว่าตัว P ก็ไม่ออกเสียงด้วยเช่นกัน

การใช้คำ

P ก็ไม่ออกเสียงใน psychic

ในประโยคนี้ P is also silent หมายถึงตัว p ที่เขียนไว้ต้นคำ psychic ไม่ออกเสียง คำนี้ขึ้นต้นด้วยเสียง /s/ ไม่ใช่ /p/ หรือ /ps/ also เพิ่มข้อควรระวังเรื่องการสะกดกับเสียงอีกหนึ่งจุด นอกจากตัวสะกด ch ที่กำลังอธิบายอยู่แล้ว psychic ยังมี p ต้นคำที่ไม่ออกเสียงด้วย คำหนึ่งคำอาจมีจุดที่ต้องระวังในการออกเสียงมากกว่าหนึ่งจุด

แบบฝึกหัด

ข้อใดอธิบายเสียงต้นคำ psychic ได้ถูกต้อง?

  1. ตัว P ที่เขียนไว้ไม่ออกเสียง คำจึงขึ้นต้นด้วย /s/
  2. ตัว P ที่เขียนไว้ออกเสียงก่อน /s/
  3. คำนี้ขึ้นต้นด้วยเสียง /p/ เท่านั้น
ดูคำตอบ

ตัว P ที่เขียนไว้ไม่ออกเสียง คำจึงขึ้นต้นด้วย /s/

So, not psychic,

4:58

ดังนั้นไม่ใช่ psychic

psychic.

5:00

psychic

scheme

5:02

scheme

scheme

5:04

scheme

schedule

5:06

schedule

schedule

5:08

schedule

If you're now sitting thinking,

5:10

ถ้าตอนนี้คุณกำลังนั่งคิดอยู่ว่า

hold on, Emma, น้ำเสียง/เจตนา

5:11

เดี๋ยวก่อนนะ Emma

I've heard schedule.

5:12

ฉันเคยได้ยินคำว่า schedule

น้ำเสียง/เจตนา

hold on, Emma: หยุดชั่วครู่เพื่อทักท้วงหรือตรวจสอบ

ในที่นี้ hold on หมายถึง “เดี๋ยวก่อน” เป็นสัญญาณในการสนทนา โดยผู้พูดจินตนาการว่าผู้ฟังหยุดคำอธิบายของ Emma ก่อนจะทักท้วงเรื่องการออกเสียง schedule ใช้ hold on เมื่อต้องการขัดจังหวะสั้น ๆ ตรวจสอบสิ่งที่ได้ยิน ขอคำอธิบายเพิ่มเติม หรือตั้งข้อสงสัยกับข้อสรุป ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการจับสิ่งของไว้จริง ๆ

แบบฝึกหัด

ใน “Hold on, did you say the meeting starts at six?” คำว่า hold on ทำหน้าที่อะไร?

  1. ขอให้ใครบางคนถือสิ่งของจริงต่อไป
  2. จบบทสนทนาเพราะไม่จำเป็นต้องตอบ
  3. หยุดบทสนทนาเพื่อให้ผู้พูดตรวจสอบข้อมูลได้
ดูคำตอบ

หยุดบทสนทนาเพื่อให้ผู้พูดตรวจสอบข้อมูลได้

Typically, schedule is more American English การใช้คำ

5:15

โดยทั่วไปแล้ว schedule เป็นภาษาอังกฤษแบบอเมริกันมากกว่า

and schedule is more British English.

5:18

และ schedule เป็นภาษาอังกฤษแบบอังกฤษมากกว่า

การใช้คำ

more American English ... more British English: แนวโน้มตามภูมิภาค

ในประโยคนี้ more American English และ more British English เป็นรูปย่อของ more characteristic of American English และ more characteristic of British English หมายถึงมีลักษณะของภาษาอังกฤษแบบอเมริกันหรือแบบบริติชมากกว่า ผู้พูดกำลังเปรียบเทียบการออกเสียง schedule สองแบบ โดยคำนี้ยังสะกดเหมือนเดิมไม่ว่าจะออกเสียงแบบใด more ในที่นี้บอกแนวโน้มตามภูมิภาค ไม่ใช่กฎที่จำกัดว่าต้องใช้เฉพาะที่ใดที่หนึ่ง การออกเสียงแบบหนึ่งอาจพบได้บ่อยกว่าในภาษาอังกฤษรูปแบบหนึ่ง แต่ผู้พูดจากภูมิภาคอื่นก็อาจใช้ได้เช่นกัน

แบบฝึกหัด

This pronunciation is more British English หมายความว่าอย่างไร

  1. มีเพียงชาวบริติชเท่านั้นที่ใช้การออกเสียงนี้ได้
  2. เป็นการออกเสียงที่พบได้ตามแบบภาษาอังกฤษบริติชมากกว่า แต่ผู้พูดจากที่อื่นก็อาจใช้ได้
  3. การออกเสียงนี้ผิดในภาษาอังกฤษแบบบริติช
ดูคำตอบ

เป็นการออกเสียงที่พบได้ตามแบบภาษาอังกฤษบริติชมากกว่า แต่ผู้พูดจากที่อื่นก็อาจใช้ได้

However, there are quite a lot of people in the UK

5:21

อย่างไรก็ตาม มีคนจำนวนมากในสหราชอาณาจักร

who use schedule,

5:25

ที่ใช้ schedule

myself included. วลี

5:26

รวมถึงตัวฉันด้วย

วลี

myself included: รวมตัวเองไว้ในกลุ่มที่กล่าวถึง

Myself included หมายถึง including me หรือ I am one of them ใช้เพิ่มว่าผู้พูดเองก็อยู่ในกลุ่มที่เพิ่งกล่าวถึง ในที่นี้ผู้พูดบอกว่าตนเป็นหนึ่งในคนที่อยู่ในสหราชอาณาจักรและใช้การออกเสียงแบบนั้น วลีนี้เป็นข้อความเสริมสั้น ๆ ไม่ใช่ประโยคสมบูรณ์ โดยปกติจะวางต่อจากข้อความหลักหลังเครื่องหมายจุลภาค ดังนั้นข้อความก่อนหน้าต้องบอกให้ชัดว่าผู้พูดถูกรวมอยู่ในกลุ่มหรือสถานการณ์ใด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำที่หมายถึง “รวมทั้งตัวผู้พูดเอง”: Several people on our team work from home, ____.

ดูคำตอบ

myself included

So, schedule and schedule are both used in the UK.

5:28

ดังนั้น ทั้ง schedule และ schedule ก็ถูกใช้ในสหราชอาณาจักร

Schedule is,

5:33

Schedule

as far as I'm aware, น้ำเสียง/เจตนา

5:34

เท่าที่ฉันทราบ

only used in the US.

5:35

ใช้เฉพาะในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น

น้ำเสียง/เจตนา

as far as I'm aware: จำกัดข้อความไว้ที่สิ่งที่ตนรู้

As far as I'm aware หมายถึง “เท่าที่ฉันรู้ในตอนนี้” วลีนี้จำกัดข้อความให้อยู่ในขอบเขตความรู้ของผู้พูด จึงทำให้ข้อความฟังดูระมัดระวัง ไม่ใช่การรับรองอย่างเด็ดขาด วลีนี้วางไว้ต้นประโยคหรือแทรกไว้กลางประโยคก็ได้ ทั้งสองตำแหน่งสื่อว่าข้อมูลที่ดีกว่าหรือใหม่กว่าอาจทำให้ข้อความนั้นเปลี่ยนไป

แบบฝึกหัด

as far as I'm aware ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. แสดงว่าข้อความนี้ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการแล้ว
  2. จำกัดข้อความให้อยู่ในขอบเขตที่ผู้พูดรู้ในขณะนั้น
  3. อธิบายระยะทางจริงที่เกี่ยวข้อง
ดูคำตอบ

จำกัดข้อความให้อยู่ในขอบเขตที่ผู้พูดรู้ในขณะนั้น

school

5:38

school

school

5:39

school

stomach

5:41

stomach

stomach

5:43

stomach

So, if for example,

5:44

ดังนั้น ตัวอย่างเช่น

you have a stomach ache, วลี

5:45

คุณมีอาการ stomach ache (ปวดท้อง)

you know that it's K K,

5:47

คุณรู้ว่ามันคือเสียง K K

stomach ache.

5:49

stomach ache

วลี

have a stomach ache: บอกอาการปวดด้วย have

have a stomach ache เป็นวิธีพูดอย่างเป็นธรรมชาติว่าปวดท้องหรือปวดบริเวณกระเพาะ ในที่นี้ have ใช้บอกอาการทางสุขภาพ ไม่ได้หมายถึงการเป็นเจ้าของ ache เป็นคำนามนับได้ในวลีนี้ รูปแบบนี้จึงใช้ a เป็น have a stomach ache รูปแบบเดียวกันพบได้ใน have a headache

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้เพื่อบอกแพทย์ว่าคุณปวดท้อง: I ____.

ดูคำตอบ

have a stomach ache

And our final one,

5:51

และคำสุดท้ายของเรา

technology.

5:53

technology

technology

5:55

technology

This is often shortened to tech. การใช้คำ

5:56

คำนี้มักจะถูกย่อเป็น tech

tech

6:00

tech

การใช้คำ

shortened to tech: รูปย่อที่ใช้ทั่วไปของ technology

โครงสร้างกรรมวาจก be shortened to + รูปที่สั้นกว่า ใช้บอกผลที่ได้จากการย่อคำหรือชื่อให้สั้นลง ในประโยคนี้ This หมายถึง technology และรูปที่ย่อแล้วคือ tech Tech ไม่ใช่เพียงตัวย่อชั่วคราวที่ใช้ในการเขียน แต่เป็นคำในชีวิตประจำวันที่ใช้กันแพร่หลายแล้วเพื่อหมายถึงเทคโนโลยีหรือวงการเทคโนโลยี

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างกรรมวาจกจากบทเรียน: In everyday English, technology is often ____.

ดูคำตอบ

shortened to tech

And that's it for this lesson. ลำดับความ

6:01

และนั่นก็คือทั้งหมดสำหรับบทเรียนนี้

ลำดับความ

that's it for this lesson: สัญญาณปิดบทเรียน

That's it for this lesson เป็นสัญญาณปิดบทเรียน ในที่นี้ it หมายถึงเนื้อหาหลักทั้งหมดที่วางแผนไว้สำหรับบทเรียน และ for this lesson ระบุว่าสิ่งที่เสร็จแล้วคือบทเรียนนี้ ประโยคนี้ช่วยจัดลำดับการพูด โดยบอกว่าส่วนการสอนจบแล้ว แม้อาจมีคำขอบคุณ คำเตือน หรือคำลาอยู่ต่อจากนั้น โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ That's it for + กิจกรรมหรือช่วงเวลา

แบบฝึกหัด

เมื่อพูด That's it for this lesson ตอนท้ายบทเรียน ผู้พูดกำลังส่งสัญญาณอะไร?

  1. ผู้พูดวางแผนจะเริ่มบทเรียนเดิมใหม่อีกครั้ง
  2. ผู้พูดคิดว่าบทเรียนนี้ไม่สำคัญ
  3. เนื้อหาหลักของบทเรียนจบแล้ว และอาจมีคำพูดปิดท้ายตามมา
ดูคำตอบ

เนื้อหาหลักของบทเรียนจบแล้ว และอาจมีคำพูดปิดท้ายตามมา

I hope you've enjoyed it and you've learned something new.

6:02

ฉันหวังว่าคุณจะสนุกกับมันและได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ นะคะ

If you'd like to learn more about silent letters,

6:04

หากคุณต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวอักษรที่ไม่ออกเสียง

I do have a full playlist on my channel.

6:07

ฉันมีเพลย์ลิสต์เต็มรูปแบบในช่องของฉัน

I will link it in the card above วัฒนธรรม

6:09

ฉันจะใส่ลิงก์ไว้ที่การ์ดด้านบน

and down below in the description.

6:11

และด้านล่างในคำอธิบายค่ะ

วัฒนธรรม

the card above ... down below in the description: ตำแหน่งที่พบลิงก์

ในบริบทของ YouTube คำว่า the card above หมายถึงการ์ดข้อมูลที่ปรากฏบนหน้าจอ ซึ่งอาจมีลิงก์หรือพาไปยังลิงก์นั้นได้ คำว่า card ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการ์ดที่เป็นวัตถุ ส่วน down below in the description หมายถึงช่องคำอธิบายที่อยู่ใต้ตัววิดีโอ เมื่อใช้ร่วมกัน สำนวนบอกตำแหน่งทั้งสองนี้บอกผู้ชมว่าลิงก์เพลย์ลิสต์อยู่ในสองส่วนของหน้าวิดีโอ คำว่า above และ below อ้างอิงจากสิ่งที่ผู้ชมเห็นบนหน้าจอ ตำแหน่งจริงจึงอาจต่างกันเล็กน้อยตามอุปกรณ์

แบบฝึกหัด

ผู้พูดบอกว่าลิงก์จะอยู่ที่ใด?

  1. ในการ์ดบนหน้าจอและในคำอธิบายวิดีโอ
  2. อยู่เฉพาะในคำพูดที่พูดในวิดีโอ
  3. บนการ์ดกระดาษที่ส่งให้ผู้ชมทางไปรษณีย์
ดูคำตอบ

ในการ์ดบนหน้าจอและในคำอธิบายวิดีโอ

As always, if this video has helped you out or you've learned something new, กริยาวลี

6:12

เช่นเคย หากวิดีโอนี้ช่วยคุณได้หรือคุณได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ

กริยาวลี

helped you out: ความช่วยเหลือที่ใช้ได้จริงเมื่อจำเป็น

help someone out หมายถึงช่วยใครสักคนอย่างเป็นรูปธรรมในเรื่องความจำเป็น ปัญหา หรืองานที่เฉพาะเจาะจง ในประโยคนี้ helped you out ถามว่าวิดีโอนี้เป็นประโยชน์ต่อผู้ชมจริงหรือไม่ คำว่า out เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี ไม่ได้บอกทิศทางการเคลื่อนที่ คำที่อยู่ระหว่าง help กับ out บอกว่าใครเป็นผู้ได้รับความช่วยเหลือ เมื่อใช้คำสรรพนามอย่าง me, you และ them ให้เรียงเป็น help + คำสรรพนาม + out เช่น help me out, help you out และ helped them out

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ help someone out เพื่อแสดงว่าคำแนะนำนั้นช่วยคุณได้จริง: Your advice really ____ when I fixed the bike.

ดูคำตอบ

helped me out

do give it a like. น้ำเสียง/เจตนา

6:15

ฝากกดไลก์ให้ด้วยนะคะ

น้ำเสียง/เจตนา

do give it a like: do ที่ใช้เน้นในประโยคคำสั่งเชิงบวก

ใน do give it a like คำว่า do วางไว้หน้ากริยารูปพื้นฐาน give เพื่อเน้นประโยคคำสั่งเชิงบวก ไม่ได้ใช้สร้างคำถามในที่นี้ ผู้พูดกำลังทำให้คำขอที่เป็นมิตรมีน้ำหนักมากขึ้น โดยมีความหมายประมาณว่าอย่าลืมกดไลก์ให้วิดีโอ Give it a like เป็นสำนวนที่ใช้กันทั่วไปบนแพลตฟอร์ม หมายถึงการคลิกหรือแตะปุ่มไลก์ของวิดีโอที่กำลังดู โครงสร้าง do + กริยารูปพื้นฐานแบบเดียวกันสามารถเพิ่มความอบอุ่น การให้กำลังใจ หรือการเน้นให้กับคำเชิญและคำขออื่น ๆ ได้

แบบฝึกหัด

เติมกริยาช่วยที่ใช้เน้นเพื่อทำให้คำขอเชิงบวกนี้หนักแน่นขึ้น: ____ give the video a like before you go.

ดูคำตอบ

Do

Let me know in the comments if there are any other words that have a silent H that I've missed out from my list. กริยาวลี

6:17

บอกให้ฉันรู้ในคอมเมนต์หน่อยนะคะว่ามีคำอื่นที่มี H ไม่ออกเสียงที่ฉันพลาดไปจากรายการของฉันอีกไหม

กริยาวลี

missed out from my list: รายการที่ตกหล่นจากรายชื่อ

ในประโยคนี้ that หมายถึงคำที่อาจมี H ไม่ออกเสียง และทำหน้าที่เป็นกรรมของ missed โครงสร้างแบบอังกฤษ miss something out ซึ่งบางครั้งตามด้วย from a list หมายถึงไม่ได้ใส่บางอย่างเข้าไป ดังนั้น missed out from my list ในที่นี้จึงหมายความว่าบางคำอาจตกหล่นจากรายการ ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดพลาดโอกาสบางอย่าง โครงสร้างที่หมายถึงการตกหล่นนี้แยกได้ ถ้ากรรมเป็นคำนาม พูดว่า I missed one name out แต่ถ้าเป็นคำสรรพนาม ให้พูดว่า I missed it out ส่วน Leave something out of a list เป็นทางเลือกที่ผู้ใช้ภาษาอังกฤษหลายพื้นที่เข้าใจได้ง่าย ตรงกันข้าม miss out on something หมายถึงพลาดโอกาสที่จะได้สัมผัสหรือได้รับบางสิ่ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่าที่อยู่หนึ่งรายการตกหล่นจากรายชื่อโดยไม่ได้ตั้งใจ

  1. I removed one address because it was no longer valid.
  2. I missed out on a chance to visit that address.
  3. I missed one address out when I copied the list.
ดูคำตอบ

I missed one address out when I copied the list.

There are many.

6:22

มีอีกมากมายเลยค่ะ

So, I'm excited to see the comments and see which other ones you can think of.

6:25

ฉันเลยตื่นเต้นที่จะได้อ่านคอมเมนต์และดูว่าคุณจะนึกถึงคำไหนได้อีกบ้าง

If you'd like to see more videos like this,

6:29

หากคุณต้องการดูวิดีโอแบบนี้อีก

then hit the subscribe button. วลี

6:31

ก็กดปุ่มติดตามได้เลยค่ะ

วลี

hit the subscribe button: คำชวนให้ทำแบบกันเองบนอินเทอร์เน็ต

ในประโยคนี้ hit the subscribe button หมายถึง “คลิกหรือกดปุ่มที่ใช้ติดตามช่อง” hit เป็นคำกริยาแบบกันเองสำหรับการใช้งานบนหน้าจอ ไม่ได้หมายถึงการตีหน้าจอ โครงสร้าง hit + the + ชื่อปุ่ม ใช้ชวนให้ผู้ฟังทำบางอย่างอย่างตรงไปตรงมาและเป็นกันเอง และนำไปใช้กับปุ่มอื่นได้ เช่น hit the play button

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำชวนให้ทำสี่คำที่ตรงกับบทเรียนนี้: If you want more videos, ____.

ดูคำตอบ

hit the subscribe button

That's it from me. ลำดับความ

6:33

ส่วนฉันก็มีเพียงเท่านี้

ลำดับความ

That's it from me: ใช้ปิดส่วนที่ตนเองพูด

That's it from me เป็นสัญญาณว่าผู้พูดพูดในส่วนของตนเองจบแล้ว หมายถึง “ฉันไม่มีอะไรจะเสริมอีกแล้ว” ไม่ได้หมายความว่าสิ่งของชิ้นหนึ่งมาจากตัวผู้พูด วลีนี้ปิดช่วงพูดของคนหนึ่ง และสามารถส่งต่อให้คนอื่นพูดหรือเข้าสู่คำกล่าวลาได้ เนื่องจาก from me จำกัดการจบไว้เฉพาะส่วนของผู้พูด การประชุม วิดีโอ หรือกิจกรรมจึงอาจดำเนินต่อไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเหมาะที่สุดสำหรับบอกกลุ่มว่าคุณพูดในส่วนของตนเองจบแล้ว แต่การอภิปรายยังดำเนินต่อได้?

  1. That came from me.
  2. That's it for today.
  3. That's it from me.
ดูคำตอบ

That's it from me.

Enjoy the rest of your week and I will see you later. น้ำเสียง/เจตนา

6:34

ขอให้มีความสุขในช่วงเวลาที่เหลือของสัปดาห์ แล้วเจอกันใหม่นะคะ

น้ำเสียง/เจตนา

Enjoy the rest of your week ในฐานะคำอวยพรปิดท้ายอย่างเป็นมิตร

Enjoy the rest of your week เป็นคำอวยพรอย่างอบอุ่นที่ใช้ตอนกล่าวลา หมายถึง “หวังว่าช่วงเวลาที่เหลือของสัปดาห์นี้จะผ่านไปด้วยดี” ประโยคขึ้นต้นด้วย Enjoy จึงอาจดูเหมือนคำสั่ง แต่จริง ๆ แล้วเป็นคำอวยพรที่เป็นมิตร ในโครงสร้าง the rest of + ช่วงเวลา คำว่า rest หมายถึง “ส่วนที่เหลือ” ไม่ได้หมายถึงการนอนหรือการพัก โครงสร้างเดียวกันนี้พบใน the rest of your day, the rest of your evening และ the rest of your weekend

แบบฝึกหัด

เติมคำปิดท้ายที่อบอุ่นนี้ด้วยวลีจากบทเรียน: Enjoy ____.

ดูคำตอบ

the rest of your week

Bye-bye.

6:36

บ๊ายบายค่ะ