อาหารที่คุณกินส่งผลต่อสมองของคุณอย่างไร - Mia Nacamulli: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
616 คำ 151 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: วิดีโอนี้อธิบายว่าไขมัน กรดอะมิโน สารอาหารรอง และคาร์โบไฮเดรตชนิดต่าง ๆ ส่งผลต่อโครงสร้างสมอง การส่งสัญญาณ อารมณ์ สมาธิ และพลังงานอย่างไร พร้อมสรุปว่าอาหารที่หลากหลายและอุดมด้วยสารอาหารช่วยให้ประสิทธิภาพด้านการคิดมีความสม่ำเสมอขึ้น ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. If you sucked และ what would it look like? — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้การใช้อนุประโยค if ร่วมกับ would เพื่อสร้างการทดลองทางความคิดแบบสมมุติ จึงสามารถเปิดการอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์ด้วยเงื่อนไขในจินตนาการได้โดยไม่เข้าใจผิดว่าเป็นเหตุการณ์จริงในอดีต 2. While the human brain only makes up about 2% และ it uses up to 20% — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตว่าการเปรียบต่างระหว่างสัดส่วนน้ำหนักสมองที่น้อยกับการใช้พลังงานที่สูงทำให้ตัวเลขน่าจดจำอย่างไร และนำโครงสร้างนี้ไปใช้เน้นความไม่สมดุลที่ชวนประหลาดใจได้ 3. they are all lumped into one total carb count, — กริยาวลี: เข้าใจว่า be lumped into หมายถึงการรวมสิ่งที่แตกต่างกันไว้ในหมวดหมู่กว้างหมวดเดียว ซึ่งอาจบดบังความแตกต่างที่สำคัญ และใช้เมื่อต้องพูดถึงฉลากโภชนาการ การจัดประเภท หรือข้อมูลที่ถูกรวมยอด

คำอธิบายในบทเรียนนี้

If you sucked all of the moisture out of your brain and broke it down to its constituent nutritional content, โน้ต

0:09

หากคุณดูดความชื้นทั้งหมดออกจากสมองและย่อยสลายเป็นส่วนประกอบทางโภชนาการ

กริยาวลี

suck something out of something: ดูดบางสิ่งออกมาจากด้านในของแหล่งที่มา

ในโครงสร้าง suck something out of something คำว่า something ตัวแรกคือสิ่งที่ถูกนำออก ส่วนวลีหลัง out of บอกแหล่งที่สิ่งนั้นอยู่ ในประโยคนี้ all of the moisture คือสิ่งที่ถูกดูดออก และ your brain คือแหล่งที่มา รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ suck + กรรม + out of + แหล่งที่มา โดย out of บอกการเคลื่อนออกมาจากด้านในของแหล่งนั้น ไม่ได้หมายความเพียงว่าสิ่งนั้นอยู่ข้างนอก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปอดีตของ suck ... out of: Yesterday, the pump ____ the dirty water ____ the tank.

ดูคำตอบ

sucked · out of

กริยาวลี

break it down to its constituent nutritional content: แยกวิเคราะห์จนถึงองค์ประกอบทางโภชนาการพื้นฐาน

ในที่นี้ break it down หมายถึงการวิเคราะห์สิ่งที่เป็นองค์รวมโดยแยกออกในเชิงแนวคิดเป็นส่วนต่าง ๆ ที่ประกอบกันขึ้นมา it หมายถึงสมองที่นำความชื้นออกแล้ว ส่วน to its constituent nutritional content แสดงจุดปลายของการวิเคราะห์ คือองค์ประกอบทางโภชนาการพื้นฐาน ไม่ได้หมายถึงการทุบสิ่งของแล้วเคลื่อนย้ายไปยังสถานที่หนึ่ง Break + object + down เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ระหว่าง break กับ down โดยพูดว่า break it down ไม่ใช่ break down it โครงสร้างนี้ยังใช้กับค่าใช้จ่าย ข้อมูล งาน และแนวคิดได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ break ... down to เพื่อแสดงว่าการวิเคราะห์หรือทำให้ง่ายลงไปถึงระดับหรือรูปแบบพื้นฐาน?

  1. The teacher separated from the theory to its simplest form.
  2. The teacher broke the theory because the class was downstairs.
  3. The teacher broke the theory down to its simplest form.
ดูคำตอบ

The teacher broke the theory down to its simplest form.

what would it look like?

0:16

มันจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร

ไวยากรณ์

If you sucked ... what would it look like?: จินตนาการผลลัพธ์ตามสมมติฐาน

รูปอดีตใน If you sucked ... และคำว่า broke ในอนุประโยค if เดียวกันไม่ได้เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในอดีต ในที่นี้การใช้รูปอดีตหลัง if ทำให้การทดลองอยู่ห่างจากความเป็นจริงและชวนให้ผู้ฟังจินตนาการ คำถาม what would it look like? ถามถึงผลลัพธ์ที่จินตนาการไว้ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ If + ประธาน + กริยารูปอดีต, what would + ประธาน + กริยารูปพื้นฐาน ...? ซึ่งพบได้บ่อยในการทดลองทางความคิดและการเกริ่นนำคำอธิบาย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดนำเสนอการเอาหน้าต่างทั้งหมดออกเป็นการทดลองแบบสมมติโดยตั้งใจ ไม่ใช่แผนจริงหรือเหตุการณ์ในอดีต

  1. If you removed all the windows, what would the room look like?
  2. If you remove all the windows, what will the room look like?
  3. After you removed all the windows, what did the room look like?
ดูคำตอบ

If you removed all the windows, what would the room look like?

Most of the weight of your dehydrated brain would come from fats, also known as lipids. วลี

0:18

น้ำหนักส่วนใหญ่ของสมองที่ขาดน้ำของคุณจะมาจากไขมัน หรือที่รู้จักกันในชื่อลิพิด

วลี

also known as lipids: การเพิ่มชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่ง

also known as + ชื่อ ใช้เพิ่มอีกชื่อหนึ่งของบุคคล สิ่งของ หรือแนวคิดเดียวกัน ในประโยคนี้ lipids ถูกนำเสนอเป็นศัพท์ทางวิทยาศาสตร์ของ fats วลีหลังเครื่องหมายจุลภาคเป็นข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องชื่อ ไม่ได้หมายความว่าไขมันมีชื่อเสียง วลีนี้เป็นรูปย่อของอนุประโยคแบบกรรมวาจก: fats, which are also known as lipids พบได้บ่อยในคำนิยาม คำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ ชีวประวัติ และการแนะนำข้อมูล

แบบฝึกหัด

เติมวลีสามคำที่มีความหมายว่า “เรียกอีกอย่างว่า” ลงในประโยค: Vitamin B9, ____ folate, is found in many foods.

ดูคำตอบ

also known as

In the remaining brain matter,

0:24

ในเนื้อสมองที่เหลืออยู่

you would find proteins and amino acids,

0:26

คุณจะพบโปรตีนและกรดอะมิโน

traces of micronutrients,

0:28

สารอาหารรองในปริมาณเล็กน้อย

and glucose.

0:30

และกลูโคส

The brain is, of course,

0:32

แน่นอนว่าสมองนั้น

more than just the sum of its nutritional parts, สำนวน

0:34

เป็นมากกว่าแค่ผลรวมของส่วนประกอบทางโภชนาการ

but each component does have a distinct impact on functioning, development, mood, and energy. ไวยากรณ์

0:37

แต่แต่ละส่วนประกอบก็ส่งผลกระทบอย่างชัดเจนต่อการทำงาน พัฒนาการ อารมณ์ และพลังงาน

สำนวน

more than just the sum of its nutritional parts: ทั้งหมดมีความซับซ้อนมากกว่าผลรวมง่าย ๆ ของส่วนประกอบ

รูปแบบที่ใช้กันทั่วไป more than just the sum of its parts หมายความว่า เราไม่อาจเข้าใจสิ่งหนึ่งโดยรวมได้ครบถ้วนเพียงแค่แจกแจงหรือบวกส่วนประกอบแต่ละส่วนเข้าด้วยกัน วิธีที่ส่วนต่าง ๆ ทำงานร่วมกันยังก่อให้เกิดคุณสมบัติหรือผลลัพธ์อื่น ๆ ในที่นี้ nutritional ปรับรูปแบบดังกล่าวให้เข้ากับหัวข้อ โดยสื่อว่าสมองไม่ได้เป็นเพียงกลุ่มของสารอาหาร คำว่า sum ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการคำนวณผลรวมทางคณิตศาสตร์

แบบฝึกหัด

“A community is more than just the sum of its parts” หมายความว่าอย่างไร?

  1. สมาชิกทุกคนมีส่วนร่วมในปริมาณที่เท่ากันทุกประการ
  2. สมาชิกสร้างคุณสมบัติและผลลัพธ์ที่ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยการพิจารณาแต่ละคนแยกกัน
  3. ชุมชนนั้นมีจำนวนส่วนประกอบในทางคณิตศาสตร์มากกว่าที่คาดไว้
ดูคำตอบ

สมาชิกสร้างคุณสมบัติและผลลัพธ์ที่ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยการพิจารณาแต่ละคนแยกกัน

ไวยากรณ์

does have a distinct impact on: การใช้ does เพื่อเน้นความหมาย

ในประโยคบอกเล่านี้ does ช่วยเน้น have ประโยค Each component does have... หมายความว่าแต่ละองค์ประกอบมีผลกระทบจริง ๆ หรืออย่างแน่นอน โดย does ไม่ใช่กริยาหลัก โครงสร้างคือ ประธาน + do/does/did + กริยารูปพื้นฐาน เนื่องจาก does แสดงรูปบุรุษที่สามอยู่แล้ว have จึงต้องคงเป็นรูปพื้นฐาน ไม่ใช่ has การเน้นตรงนี้ช่วยให้ความขัดแย้งชัดเจนขึ้น คือแม้สมองจะซับซ้อน แต่องค์ประกอบแต่ละอย่างก็ยังสำคัญจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปเน้นของ have: The device looks simple, but it ____ several useful features.

ดูคำตอบ

does have

So that post-lunch apathy or late-night alertness you might be feeling, ลำดับความ

0:44

ดังนั้น ความรู้สึกเฉื่อยชาหลังอาหารกลางวัน หรือความตื่นตัวในตอนดึกที่คุณอาจรู้สึกได้

well,

0:49

เอาล่ะ

that could simply be the effects of food on your brain.

0:50

นั่นอาจเป็นเพียงผลกระทบของอาหารที่มีต่อสมองของคุณ

ลำดับความ

So that ... well, that could ...: จากประสบการณ์ไปสู่คำอธิบาย

ตอนต้นประโยค So เชื่อมประโยคนี้เข้ากับคำอธิบายก่อนหน้า ส่วน That post-lunch apathy or late-night alertness you might be feeling เป็นนามวลีที่ระบุประสบการณ์ซึ่งผู้ฟังอาจคุ้นเคย ดังนั้น So that ตรงนี้จึงไม่ใช่คำเชื่อมบอกจุดประสงค์แบบในประโยค I left early so that I could rest. เมื่อวางหัวข้อแล้ว well ทำหน้าที่เว้นจังหวะสั้น ๆ แบบภาษาพูด และ that ตัวถัดไปชี้กลับไปยังประสบการณ์ทั้งหมด Could simply be เสนอว่าผลของอาหารต่อสมองเป็นคำอธิบายที่เป็นไปได้ ไม่ใช่ข้อสรุปที่พิสูจน์แล้ว ข้อมูลจึงเคลื่อนจากสิ่งที่ผู้ฟังคุ้นเคยไปสู่สาเหตุที่ยังเป็นเพียงข้อสันนิษฐาน

แบบฝึกหัด

ข้อใดอธิบายวิธีจัดลำดับข้อมูลในประโยคนี้ได้ดีที่สุด

  1. ใช้ so that เพื่อบอกจุดประสงค์ของการตื่นตัวในช่วงดึก
  2. กล่าวถึงประสบการณ์ที่คุ้นเคย หยุดเล็กน้อยด้วย well แล้วเสนอเหตุผลที่เป็นไปได้
  3. บอกสาเหตุที่แน่นอนก่อน แล้วจึงระบุผลที่พิสูจน์แล้วสองอย่าง
ดูคำตอบ

กล่าวถึงประสบการณ์ที่คุ้นเคย หยุดเล็กน้อยด้วย well แล้วเสนอเหตุผลที่เป็นไปได้

Of the fats in your brain,

0:54

ในบรรดาไขมันในสมองของคุณ

the superstars are omegas 3 and 6. สำนวน

0:55

ซุปเปอร์สตาร์คือโอเมก้า 3 และ 6

สำนวน

the superstars are omegas 3 and 6: อุปมาที่เน้นความสำคัญและความโดดเด่น

ตามความหมายตรงตัว Superstars หมายถึงคนที่มีชื่อเสียงหรือประสบความสำเร็จอย่างมาก แต่ในที่นี้เป็นคำอุปมา กล่าวคือ ในบรรดาไขมันที่พบในสมอง กรดไขมันโอเมกา-3 และโอเมกา-6 ถูกนำเสนอว่าเป็นสมาชิกที่สำคัญและโดดเด่นเป็นพิเศษ ภาพเปรียบเทียบที่ฟังสบายนี้บอกผู้ฟังว่าควรสนใจสิ่งใด แต่ตัวมันเองไม่ใช่การจัดอันดับทางเทคนิคหรือหลักฐาน และไม่ได้หมายถึงศิลปิน บุคคล หรือแบรนด์จริง ๆ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ วลี the superstars หมายถึงอะไร

  1. โอเมกา-3 และโอเมกา-6 เป็นสมาชิกที่สำคัญเป็นพิเศษของกลุ่มนี้
  2. โอเมกา-3 และโอเมกา-6 เป็นศิลปินที่มีชื่อเสียง
  3. โอเมกา-3 และโอเมกา-6 เป็นแบรนด์สินค้าที่คนดังช่วยโปรโมต
ดูคำตอบ

โอเมกา-3 และโอเมกา-6 เป็นสมาชิกที่สำคัญเป็นพิเศษของกลุ่มนี้

These essential fatty acids,

0:59

กรดไขมันจำเป็นเหล่านี้

which have been linked to preventing degenerative brain conditions, วลี

1:01

ซึ่งเชื่อมโยงกับการป้องกันภาวะสมองเสื่อม

must come from our diets.

1:05

ต้องมาจากอาหารที่เราทาน

วลี

which have been linked to preventing: การกล่าวถึงความสัมพันธ์จากงานวิจัยอย่างระมัดระวัง

ในที่นี้ อนุประโยคที่เริ่มด้วย which ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ these essential fatty acids ส่วน Have been linked to preventing หมายความว่างานวิจัยหรือการสังเกตพบความสัมพันธ์กับการป้องกัน แต่ไม่ได้บอกว่ามีการพิสูจน์แล้วว่ากรดไขมันเหล่านี้ป้องกันภาวะดังกล่าวได้โดยตรง ใน be linked to คำว่า to เป็นคำบุพบท จึงตามด้วยคำนามหรือกริยารูป -ing ได้ เช่น linked to preventing ส่วน present perfect แบบกรรมวาจก have been linked นำเสนอความสัมพันธ์นี้ว่าเป็นสิ่งที่นักวิจัยรายงานมาจนถึงปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดรายงานความสัมพันธ์ได้ถูกต้องโดยไม่อ้างว่ามีการพิสูจน์ความเป็นเหตุและผลโดยตรงแล้ว

  1. Regular exercise has been linked to improve sleep.
  2. Regular exercise causes better sleep for everyone.
  3. Regular exercise has been linked to better sleep.
ดูคำตอบ

Regular exercise has been linked to better sleep.

So eating omega-rich foods like nuts, seeds,

1:07

ดังนั้น การรับประทานอาหารที่อุดมด้วยโอเมก้า เช่น ถั่ว เมล็ดพืช

and fatty fish is crucial to the creation and maintenance of cell membranes. วลี

1:10

และปลาที่มีไขมันสูงจึงมีความสำคัญต่อการสร้างและบำรุงรักษาเยื่อหุ้มเซลล์

วลี

is crucial to the creation and maintenance of: การแสดงความสำคัญอย่างยิ่ง

ใน is crucial to the creation and maintenance of คำว่า crucial หมายถึงสำคัญอย่างยิ่งหรือจำเป็นต่อกระบวนการที่กล่าวถึง ในที่นี้คำบุพบท to ตามด้วยนามวลี the creation and maintenance of cell membranes และยังสามารถตามด้วยกริยารูป -ing ได้ด้วย Creation และ maintenance เป็นคำนามที่เชื่อมขนานกัน วลีร่วม of cell membranes ขยายคำนามทั้งสอง จึงมีความหมายรวมทั้งการสร้างและการบำรุงรักษาเยื่อหุ้มเซลล์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “สำคัญอย่างยิ่งต่อ”: Clear communication ____ building trust.

ดูคำตอบ

is crucial to

And while omegas are good fats for your brain, ไวยากรณ์

1:16

และในขณะที่โอเมก้าเป็นไขมันที่ดีต่อสมองของคุณ

long-term consumption of other fats,

1:19

การบริโภคไขมันอื่นๆ ในระยะยาว

like trans and saturated fats,

1:21

เช่น ไขมันทรานส์และไขมันอิ่มตัว

may compromise brain health. การใช้คำ

1:24

อาจทำลายสุขภาพสมองได้

ไวยากรณ์

while A, B: ใช้ while เพื่อแสดงความเปรียบต่าง

while ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ในช่วงเวลาที่” แต่ใช้แสดงความเปรียบต่างโดยยอมรับข้อหนึ่งก่อนว่า ไขมันโอเมกาอาจดีต่อสมอง แต่การบริโภคไขมันชนิดอื่นบางชนิดเป็นเวลานานอาจเป็นอันตรายได้ โครงสร้าง while A, B วางข้อเท็จจริงสองข้อที่เกี่ยวข้องกันแต่ชี้ไปคนละทางไว้ด้วยกัน โดยอาจเข้าใจได้ว่า “แม้ว่า A แต่ B” หรือ “A ในขณะที่ B” ตามบริบท

แบบฝึกหัด

while ทำหน้าที่อะไรในประโยคตัวอย่าง?

  1. บอกว่าเหตุการณ์ทั้งสองเกิดขึ้นพร้อมกัน
  2. บอกระยะเวลาที่บริโภคไขมัน
  3. ใช้แสดงความเปรียบต่างระหว่างไขมันสองประเภท
ดูคำตอบ

ใช้แสดงความเปรียบต่างระหว่างไขมันสองประเภท

การใช้คำ

may compromise brain health: compromise หมายถึง “ทำให้เสี่ยง”

compromise ในที่นี้เป็นคำกริยาที่มีกรรม หมายถึง “ทำให้อ่อนแอลง ทำให้เสียหาย หรือทำให้เสี่ยง” สิ่งที่ตามหลังคำกริยาคือสิ่งที่อาจได้รับความเสียหาย ดังนั้น compromise brain health จึงหมายถึง “ทำให้สุขภาพสมองเสี่ยง” ไม่ใช่ “เจรจากับสุขภาพสมอง” คำกริยาช่วย may ทำให้ข้อความมีความระมัดระวัง ประโยคนี้กล่าวถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ไม่ใช่ผลที่เกิดขึ้นแน่นอน การใช้ compromise แบบเป็นทางการนี้พบบ่อยกับคำนามอย่าง health, safety, security, privacy และ quality

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ compromise ในความหมายว่า “ทำให้อ่อนแอลงหรือทำให้เสี่ยง”?

  1. The software bug could compromise user privacy.
  2. The two clubs reached a compromise about the schedule.
  3. Both sides agreed to compromise on the price.
ดูคำตอบ

The software bug could compromise user privacy.

Meanwhile,

1:27

ในขณะเดียวกัน

proteins and amino acids,

1:27

โปรตีนและกรดอะมิโน

the building block nutrients of growth and development, สำนวน

1:29

สารอาหารที่เป็นรากฐานของการเจริญเติบโตและพัฒนาการ

manipulate how we feel and behave.

1:32

เข้าควบคุมวิธีที่เรารู้สึกและประพฤติ

สำนวน

the building block nutrients: สารอาหารที่เป็นองค์ประกอบพื้นฐาน

ในที่นี้ building block เป็นคำเปรียบเทียบถึงส่วนพื้นฐานที่ช่วยประกอบหรือพัฒนาสิ่งที่ใหญ่กว่า วลีขยายความ the building block nutrients เรียกโปรตีนและกรดอะมิโนว่าสารอาหารพื้นฐานสำหรับการเจริญเติบโตและพัฒนาการ ไม่ได้หมายถึงวัสดุก่อสร้างจริง ๆ รูปแบบที่ใช้ได้ทั่วไปคือ a building block of + ระบบหรือผลลัพธ์ที่ใหญ่กว่า ภาพเปรียบเทียบนี้เน้นองค์ประกอบสำคัญหรือรากฐาน แต่ไม่ได้หมายความว่าองค์ประกอบเพียงอย่างเดียวทำให้เกิดผลลัพธ์ทั้งหมด

แบบฝึกหัด

"Reading is a building block of learning" หมายความว่าอย่างไร

  1. การอ่านเป็นส่วนพื้นฐานที่สนับสนุนการเรียนรู้
  2. การอ่านเป็นผลลัพธ์สุดท้ายของการเรียนรู้ทั้งหมด
  3. การอ่านใช้บล็อกเป็นอุปกรณ์ในห้องเรียน
ดูคำตอบ

การอ่านเป็นส่วนพื้นฐานที่สนับสนุนการเรียนรู้

Amino acids contain the precursors to neurotransmitters, การใช้คำ

1:36

กรดอะมิโนมีสารตั้งต้นของสารสื่อประสาท

the chemical messengers that carry signals between neurons, ลำดับความ

1:39

สารเคมีที่ส่งสัญญาณระหว่างเซลล์ประสาท

affecting things like mood, sleep,

1:43

ซึ่งส่งผลต่อสิ่งต่างๆ เช่น อารมณ์ การนอนหลับ

attentiveness, and weight.

1:46

ความสนใจ และน้ำหนักตัว

การใช้คำ

the precursors to neurotransmitters: ความสัมพันธ์ระหว่างสารตั้งต้นกับผลผลิต

a precursor to something หมายถึงสารหรือรูปแบบที่มีอยู่ก่อนและสามารถนำไปสร้างสิ่งที่เกิดขึ้นภายหลังได้ ในประโยคนี้ สารตั้งต้นมาก่อนสารสื่อประสาทในกระบวนการทางชีวภาพและมีส่วนในการสร้างสารสื่อประสาท ความสัมพันธ์นี้เฉพาะเจาะจงกว่าคำว่าเหตุทั่ว ๆ ไป เพราะ precursor ระบุวัสดุหรือขั้นตอนที่มาก่อนในเส้นทางการก่อตัว ผลผลิตหรือรูปแบบที่เกิดภายหลังจะตามหลัง to เช่นใน a precursor to neurotransmitters

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ "compound A is a precursor to compound B" มากที่สุด

  1. สารประกอบ A สามารถถูกนำไปใช้หรือเปลี่ยนแปลงเพื่อสร้างสารประกอบ B
  2. สารประกอบ A จะปรากฏหลังจากสารประกอบ B ก่อตัวแล้วเท่านั้น
  3. สารประกอบ A ทำให้เกิดสารประกอบ B แต่ไม่ใช่วัสดุหรือขั้นตอนที่มาก่อน
ดูคำตอบ

สารประกอบ A สามารถถูกนำไปใช้หรือเปลี่ยนแปลงเพื่อสร้างสารประกอบ B

ลำดับความ

the chemical messengers that carry signals between neurons ในฐานะส่วนวางพ้องที่ใช้อธิบายคำศัพท์

นามวลีที่คั่นด้วยจุลภาค “the chemical messengers that carry signals between neurons” เป็นส่วนวางพ้องที่เรียก “neurotransmitters” ด้วยอีกคำหนึ่งพร้อมอธิบายความหมาย นามวลีทั้งสองหมายถึงสิ่งเดียวกัน ส่วนที่เน้นไว้ไม่ใช่ประธานตัวที่สอง รูปแบบการเรียงข้อมูลนี้เสนอศัพท์เฉพาะก่อน แล้วจึงให้คำนิยามหน้าที่แบบเข้าใจง่าย ภายในส่วนวางพ้อง “that carry signals between neurons” อธิบายว่าสารส่งข้อความทางเคมีเหล่านี้ทำอะไร เมื่อลองตัดส่วนวางพ้องออกชั่วคราว ก็ยังมองเห็นโครงสร้างหลักของประโยคได้

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The heart, the organ that pumps blood through the body, works continuously,” วลี “the organ that pumps blood through the body” ทำหน้าที่อะไร?

  1. เพิ่มประธานตัวที่สองซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับหัวใจ
  2. เรียกหัวใจด้วยอีกคำหนึ่งพร้อมอธิบาย
  3. บอกว่าหัวใจทำงานเมื่อใด
ดูคำตอบ

เรียกหัวใจด้วยอีกคำหนึ่งพร้อมอธิบาย

They're one of the reasons we might feel calm after eating a large plate of pasta or more alert after a protein-rich meal. ไวยากรณ์

1:48

นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่เราอาจรู้สึกสงบหลังจากกินพาสต้าจานใหญ่ หรือตื่นตัวมากขึ้นหลังจากมื้ออาหารที่มีโปรตีนสูง

ไวยากรณ์

one of the reasons we might: หนึ่งในสาเหตุที่เป็นไปได้และยังไม่แน่นอน

One of the reasons + อนุประโยค หมายความว่าผลลัพธ์อาจมีหลายสาเหตุ และสิ่งที่เพิ่งกล่าวถึงเป็นเพียงหนึ่งในนั้น ในประโยคนี้ one of ช่วยไม่ให้ผู้พูดนำเสนอกลไกที่เกี่ยวกับอาหารว่าเป็นสาเหตุเดียว Might เพิ่มความระมัดระวังให้ข้อความ ความรู้สึกเหล่านี้อาจเกิดขึ้นได้ แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะเกิดขึ้น หลัง one of the ต้องใช้รูปพหูพจน์ reasons และมักเข้าใจได้ว่ามี why ที่ละไว้หน้าอนุประโยค: one of the reasons (why) we might feel...

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ทั้งสองส่วนของโครงสร้างเป้าหมายเพื่อบอกว่าการนอนหลับที่ดีขึ้นเป็นหนึ่งในสาเหตุที่เป็นไปได้และยังไม่แน่นอนของการมีสมาธิดีขึ้น?

  1. Better sleep is one of the reasons we might concentrate more easily.
  2. Better sleep is the only reason we might concentrate more easily.
  3. Better sleep is one of the reasons we concentrate more easily.
ดูคำตอบ

Better sleep is one of the reasons we might concentrate more easily.

The complex combinations of compounds in food

1:56

การผสมผสานที่ซับซ้อนของสารประกอบในอาหาร

can stimulate brain cells to release mood-altering norepinephrine, ไวยากรณ์

2:00

สามารถกระตุ้นเซลล์สมองให้หลั่งสารนอร์เอพิเนฟรินที่เปลี่ยนอารมณ์

dopamine, and serotonin.

2:05

โดพามีน และเซโรโทนิน

ไวยากรณ์

can stimulate brain cells to release: stimulate + กรรม + to-infinitive

ใน can stimulate brain cells to release คำว่า stimulate ตามด้วยกรรม brain cells และ to-infinitive คือ to release โครงสร้าง stimulate + กรรม + to-infinitive หมายถึงการกระตุ้นหรือทำให้กรรมทำบางสิ่ง ผู้ที่ทำกริยา release คือ brain cells ดังนั้น to release จึงบอกว่าเซลล์ถูกกระตุ้นให้ทำอะไร ไม่ได้บอกจุดประสงค์ของการกระตุ้นเซลล์เหล่านั้น

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง stimulate + กรรม + to-infinitive และคำในวงเล็บเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: A new discovery can ____ more questions. (scientists / ask)

ดูคำตอบ

stimulate scientists to ask

But getting to your brain cells is tricky, ไวยากรณ์

2:07

แต่การเข้าถึงเซลล์สมองของคุณนั้นยุ่งยาก

ไวยากรณ์

getting to your brain cells is tricky: วลี -ing ที่ทำหน้าที่เป็นประธาน

Getting to your brain cells เป็นวลี -ing ที่ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค วลีนี้กล่าวถึงกิจกรรมการไปถึงเซลล์เป็นแนวคิดเดียว ดังนั้นภาคแสดงจึงใช้ is ซึ่งเป็นรูปเอกพจน์ และใช้ tricky ประเมินกิจกรรมนั้น ในที่นี้ get to หมายถึงไปถึง ส่วน Getting ไม่ใช่กริยา present continuous เพราะไม่มีประธานแยกต่างหากอยู่ข้างหน้าแล้วตามด้วย be + getting สิ่งที่ประโยคบอกว่ายากหรือซับซ้อนคือวลี getting to your brain cells ทั้งวลี

แบบฝึกหัด

ใช้รูป -ing ของ cross เป็นประธาน: ____ a busy street at night can be dangerous.

ดูคำตอบ

Crossing

and amino acids have to compete for limited access. วลี

2:09

และกรดอะมิโนต้องแข่งขันกันเพื่อการเข้าถึงที่มีอยู่อย่างจำกัด

วลี

compete for limited access: แข่งขันเพื่อโอกาสเข้าถึงที่มีจำกัด

compete for + คำนาม หมายถึงผู้เข้าร่วมตั้งแต่สองฝ่ายขึ้นไปพยายามให้ได้สิ่งเดียวกัน ใน compete for limited access คำว่า limited access คือโอกาสที่มีอยู่อย่างจำกัดซึ่งแต่ละฝ่ายกำลังแย่งกัน กรดอะมิโนในประโยคนี้ไม่ได้ตัดสินใจอย่างมีสติ คำว่า compete ใช้อธิบายว่าพวกมันต้องใช้เส้นทางเข้าสู่เซลล์สมองที่มีจำกัดร่วมกัน ในที่นี้ access หมายถึงโอกาสที่จะเข้าไปหรือไปถึงสิ่งหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงสิทธิ์ใช้บัญชีออนไลน์เท่านั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกได้ถูกต้องว่าหลายกลุ่มกำลังพยายามให้ได้โอกาสเพียงไม่กี่ครั้งในการใช้ห้องปฏิบัติการ?

  1. Many groups compete with limited access to the laboratory.
  2. Many groups compete limited access to the laboratory.
  3. Many groups compete for limited access to the laboratory.
ดูคำตอบ

Many groups compete for limited access to the laboratory.

A diet with a range of foods helps maintain a balanced combination of brain messengers วลี

2:13

อาหารที่หลากหลายช่วยรักษาสมดุลของสารสื่อประสาทในสมอง

and keeps your mood from getting skewed in one direction or the other. วลี

2:19

และช่วยไม่ให้อารมณ์ของคุณเอนเอียงไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง

วลี

helps maintain a balanced combination of ...: ช่วยรักษาการผสมผสานที่สมดุลของ...

helps maintain หมายถึงช่วยให้สภาวะที่มีอยู่แล้วดำเนินต่อไปได้ง่ายขึ้น หลัง help สามารถใช้คำกริยารูปพื้นฐาน maintain ได้โดยตรง และกรรมของ maintain คือสภาวะหรือระบบที่ยังคงมีเสถียรภาพ a balanced combination of brain messengers หมายถึงสารสื่อประสาทหลายชนิดมีอยู่ในสัดส่วนที่เหมาะสม balanced ใช้อธิบายสัดส่วนที่สมดุลของส่วนผสม ไม่ใช่การทรงตัวทางกายภาพ ส่วน brain messengers เป็นคำเรียก neurotransmitters แบบเข้าใจง่าย

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างเป้าหมายหกคำที่หมายถึง “ช่วยให้ส่วนผสมอยู่ในสัดส่วนที่เหมาะสม” ลงในประโยค: A thoughtful schedule ____ study, exercise, and rest.

ดูคำตอบ

helps maintain a balanced combination of

วลี

keep ... from getting skewed in ...: ป้องกันไม่ให้เอนเอียงไปด้านหนึ่ง

โครงสร้าง keep + กรรม + from + กริยา -ing หมายถึงป้องกันไม่ให้กรรมนั้นทำบางอย่างหรือเข้าสู่สภาพใหม่ ในที่นี้ from ใช้นำการเปลี่ยนแปลงที่ต้องการป้องกัน ไม่ได้บอกถึงแหล่งที่มา get + กริยาช่องที่ 3 มักหมายถึงการเปลี่ยนไปอยู่ในสภาพที่ได้รับผลกระทบหรือถูกเปลี่ยนแปลง getting skewed in one direction หมายถึงค่อย ๆ เอนเอียงไปด้านหนึ่ง ดังนั้นวลีนี้จึงสื่อว่าบางสิ่งช่วยป้องกันไม่ให้อารมณ์ลำเอียงหรือเสียสมดุล

แบบฝึกหัด

เลือกวลีที่เติมประโยคภาษาอังกฤษนี้ได้เป็นธรรมชาติที่สุด: Using two reviewers can _____.

  1. keep from the evaluation to get skewed in favor of one candidate
  2. keep the evaluation getting skewed from favor of one candidate
  3. keep the evaluation from getting skewed in favor of one candidate
ดูคำตอบ

keep the evaluation from getting skewed in favor of one candidate

Like the other organs in our bodies,

2:23

เช่นเดียวกับอวัยวะอื่นๆ ในร่างกายของเรา

our brains also benefit from a steady supply of micronutrients. วลี

2:25

สมองของเราก็ได้รับประโยชน์จากการได้รับสารอาหารรองอย่างสม่ำเสมอ

วลี

benefit from a steady supply of: ได้รับประโยชน์จากการมีสิ่งใดอย่างสม่ำเสมอ

benefit from + นามวลี หมายถึงได้รับข้อดีหรือประโยชน์จากสิ่งนั้น ประธานคือบุคคล กลุ่ม หรือระบบที่ได้รับประโยชน์ และ from ใช้นำแหล่งที่มาของประโยชน์ ส่วน a steady supply of + คำนาม หมายถึงปริมาณที่มีมาให้อย่างต่อเนื่องและเชื่อถือได้ ไม่ใช่ได้รับเพียงครั้งเดียว เมื่อรวมกัน วลีนี้สื่อว่าสมองทำงานได้ดีขึ้นเมื่อมีสารอาหารรองให้อย่างสม่ำเสมอ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายเพื่อสื่อว่าน้ำสะอาดที่มีให้อย่างสม่ำเสมอเป็นประโยชน์ต่อต้นกล้า: Seedlings ____ clean water.

ดูคำตอบ

benefit from a steady supply of

Antioxidants in fruits and vegetables strengthen the brain to fight off free radicals that destroy brain cells, กริยาวลี

2:29

สารต้านอนุมูลอิสระในผักและผลไม้เสริมสร้างสมองให้ต่อสู้กับอนุมูลอิสระที่ทำลายเซลล์สมอง

กริยาวลี

fight off free radicals: ต้านภัยคุกคามที่เป็นอันตราย

Fight off เป็นกริยาวลี หมายถึงการต้านและพยายามขับสิ่งที่เป็นอันตรายหรือคุกคามออกไป ในประโยคนี้ fight off free radicals หมายถึงการปกป้องสมองจากโมเลกุลที่เป็นอันตรายซึ่งอาจทำลายเซลล์ได้ ไม่ได้หมายถึงการต่อสู้ทางกายภาพทั่วไป Off เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี ไม่ใช่คำบอกสถานที่ ใช้รูป fight off + สิ่งคุกคาม เช่น fight off an infection, an illness หรือ an attacker

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีจากบทเรียนที่หมายถึง “ต้านหรือขับไล่”: A healthy immune system can ____ many common infections.

ดูคำตอบ

fight off

enabling your brain to work well for a longer period of time. ไวยากรณ์

2:37

ทำให้สมองของคุณทำงานได้ดีเป็นระยะเวลานานขึ้น

ไวยากรณ์

enabling your brain to...: เพิ่มผลลัพธ์ด้วยอนุประโยค participle

อนุประโยค participle ที่ขึ้นต้นด้วย enabling... หลังเครื่องหมายจุลภาคอาศัยความหมายจากอนุประโยคทั้งหมดที่อยู่ก่อนหน้า และบอกผลของการกระทำนั้น คือสมองสามารถทำงานได้ดีนานขึ้น ไม่ใช่กริยาหลักตัวที่สองที่วางคู่กับ strengthen ภายในอนุประโยคนี้ enable ใช้รูป enable + กรรม + to-infinitive: enabling + your brain + to work โครงสร้างบอกผลแบบกระชับนี้พบได้บ่อยในคำอธิบายและงานเขียนให้ข้อมูล

แบบฝึกหัด

เลือกวลีที่บอกผลได้อย่างเป็นธรรมชาติ: The new ramp removes a barrier, _____.

  1. enabling wheelchair users to enter safely
  2. enable wheelchair users entering safely
  3. enables wheelchair users to enter safely
ดูคำตอบ

enabling wheelchair users to enter safely

And without powerful micronutrients like the vitamins B6, ไวยากรณ์

2:41

และหากปราศจากสารอาหารรองที่ทรงพลัง เช่น วิตามินบี 6

B12, and folic acid,

2:44

บี 12 และกรดโฟลิก

our brains would be susceptible to brain disease and mental decline. การใช้คำ

2:47

สมองของเราจะอ่อนแอต่อโรคสมองและการเสื่อมถอยทางจิตใจ

ไวยากรณ์

without + นามวลี ... would + ผลลัพธ์: เงื่อนไขสมมติแบบกระชับ

ในที่นี้ without + นามวลี ทำหน้าที่ตั้งเงื่อนไขสมมติในเชิงขาดหรือไม่มี กล่าวคือ ให้ลองนึกว่าสมองของเราไม่มีสารอาหารรองเหล่านี้ ซึ่งมีความหมายเท่ากับ if our brains did not have these micronutrients. กริยาช่วย would นำเข้าสู่ผลที่เกิดภายใต้เงื่อนไขนั้น รูปแบบกระชับ without X, would Y เชื่อมทรัพยากรหรือเงื่อนไขที่ขาดไปเข้ากับผลลัพธ์สมมติ ดังนั้น without จึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเพิ่มข้อมูลพื้นหลัง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้การขาดการสนับสนุนเป็นเงื่อนไขสมมติอย่างเป็นธรรมชาติ แล้วจึงบอกผลลัพธ์?

  1. If without enough support, the project would fail.
  2. Without enough support, the project would fail.
  3. Without enough support, the project would failed.
ดูคำตอบ

Without enough support, the project would fail.

การใช้คำ

be susceptible to: ได้รับผลกระทบหรืออันตรายได้ง่าย

Be susceptible to + คำนาม หมายถึงได้รับผลกระทบจากบางสิ่งได้ง่าย โดยเฉพาะโรค อิทธิพลที่เป็นอันตราย หรือความเสี่ยง ในประโยคนี้ brain disease and mental decline คือผลลัพธ์เชิงลบที่สมองมีแนวโน้มจะเผชิญ ในที่นี้ to เป็นคำบุพบทที่นำเข้าสู่แหล่งที่มาหรือประเภทของความเสี่ยง วลีนี้สื่อถึงความเปราะบาง ไม่ใช่เพียงการสังเกตหรือรู้สึกถึงบางสิ่ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกได้ถูกต้องว่าการติดเชื้อราสามารถทำอันตรายต่อต้นกล้าได้ง่าย?

  1. These seedlings are susceptible for fungal infections.
  2. These seedlings are susceptible to fungal infections.
  3. These seedlings are susceptible with fungal infections.
ดูคำตอบ

These seedlings are susceptible to fungal infections.

Trace amounts of the minerals iron, copper, zinc, วลี

2:51

แร่ธาตุในปริมาณเล็กน้อยอย่างเช่น เหล็ก ทองแดง สังกะสี

and sodium are also fundamental to brain health and early cognitive development. วลี

2:55

และโซเดียมก็มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสุขภาพสมองและพัฒนาการทางสติปัญญาในช่วงแรก

วลี

Trace amounts: ปริมาณเล็กน้อยมาก

Trace amounts หมายถึงปริมาณที่เล็กน้อยมากของสารชนิดหนึ่ง ในโครงสร้าง trace amounts of + สาร คำว่า trace บอกว่ามีสารนั้นอยู่น้อยเพียงใด ไม่ใช่คำกริยาที่หมายถึง “ติดตาม” หรือ “แกะรอย” ในประโยคนี้ กลุ่มคำนามทั้งหมดทำหน้าที่เป็นประธาน ประโยคบอกว่าเราต้องการแร่ธาตุเหล่านี้ในปริมาณที่น้อยมาก ปริมาณน้อยไม่ได้หมายความว่าไม่มีอยู่หรือไม่สำคัญ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคจากบริบทห้องปฏิบัติการด้วยวลีเป้าหมายสองคำที่หมายถึง “ปริมาณเล็กน้อยมาก”: The sample contained ____ of copper.

ดูคำตอบ

trace amounts

วลี

fundamental to brain health and early cognitive development: เป็นพื้นฐานต่อสุขภาพสมองและพัฒนาการทางการคิดในระยะแรก

คำคุณศัพท์ fundamental หมายถึงสิ่งที่เป็นพื้นฐานและจำเป็นต่อการทำงานหรือการพัฒนาของสิ่งหนึ่ง ในโครงสร้าง be fundamental to + คำนามหรือรูป -ing คำว่า to เป็นคำบุพบทที่นำหน้ากระบวนการหรือผลลัพธ์ที่ได้รับการสนับสนุน ในที่นี้ are fundamental to เชื่อมแร่ธาตุเข้ากับผลลัพธ์ที่อยู่ในระดับเดียวกันสองอย่าง คือสุขภาพสมองและพัฒนาการทางการคิดในระยะแรก ข้อความนี้หนักแน่นและเป็นทางการกว่าการบอกเพียงว่าสิ่งเหล่านี้ important

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายสองคำที่แสดงความสำคัญระดับรากฐาน: Clear rules are ____ building a fair classroom.

ดูคำตอบ

fundamental to

In order for the brain to efficiently transform and synthesize these valuable nutrients, ไวยากรณ์

3:01

เพื่อให้สมองเปลี่ยนและสังเคราะห์สารอาหารที่มีค่าเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

it needs fuel and lots of it. วลี

3:06

มันต้องการเชื้อเพลิงและต้องมีปริมาณมาก

ไวยากรณ์

in order for + คำนาม + to + คำกริยา: ระบุว่าใครเป็นผู้ทำกริยา

โครงสร้าง in order for + คำนาม/คำสรรพนาม + to + คำกริยา ใช้บอกจุดประสงค์หรือเงื่อนไขที่จำเป็นเพื่อให้บางสิ่งเกิดขึ้น คำนามหลัง for คือผู้ทำกริยาในรูป infinitive ในที่นี้ the brain เป็นผู้เปลี่ยนและสังเคราะห์สารอาหาร อนุประโยคต้นประโยคบอกผลที่ต้องทำให้เกิดขึ้น ส่วนประโยคหลักบอกสิ่งที่ทำให้ผลนั้นเป็นไปได้ นั่นคือสมองต้องใช้พลังงาน ให้มอง for the brain เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างทั้งหมด ไม่ใช่วลีบอกเหตุผลที่แยกออกมาต่างหาก

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างเป้าหมายด้วยคำหนึ่งคำ: In order ____ every child to see the stage, adults should sit at the back.

ดูคำตอบ

for

วลี

fuel and lots of it: ย้อนกลับไปกล่าวถึงสิ่งเดิมและเน้นปริมาณ

โครงสร้าง คำนาม + and lots of it จะกล่าวถึงสิ่งหนึ่งก่อน แล้วใช้ it ย้อนกลับไปหมายถึงสิ่งเดิม ในประโยคนี้ it หมายถึง fuel อีกครั้ง ไม่ได้กล่าวถึงสิ่งใหม่ การเติม and lots of it ช่วยเน้นว่ามีปริมาณมาก รูปนี้สั้นและหนักแน่นกว่าการพูดซ้ำว่า and lots of fuel

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “สิ่งเดิมนั้นในปริมาณมาก”: Starting a business takes patience—and ____.

ดูคำตอบ

lots of it

While the human brain only makes up about 2% of our body weight, โน้ต

3:09

แม้ว่าสมองของมนุษย์จะมีน้ำหนักเพียงประมาณ 2% ของน้ำหนักตัวเรา

กริยาวลี

makes up about 2%: บอกสัดส่วนของส่วนทั้งหมด

ในที่นี้ makes up หมายถึงประกอบเป็นหรือคิดเป็นสัดส่วน สมองมนุษย์เป็นส่วนย่อย น้ำหนักตัวเป็นส่วนทั้งหมด และ about บอกว่า 2% เป็นตัวเลขโดยประมาณ รูปแบบที่พบบ่อยคือ part + make(s) up + percentage + of + whole คำกริยาต้องสอดคล้องกับประธานที่เป็นส่วนย่อย ถ้าเป็นสิ่งเดียวใช้ makes up และถ้าเป็นพหูพจน์ใช้ make up

แบบฝึกหัด

ในประโยคใด make up หมายถึงประกอบเป็นเปอร์เซ็นต์หนึ่งของส่วนทั้งหมด

  1. After the argument, the two friends made up.
  2. The reporter made up a story about the delay.
  3. Online orders make up 35% of all sales.
ดูคำตอบ

Online orders make up 35% of all sales.

it uses up to 20% of our energy resources. การใช้คำ

3:13

แต่มันใช้ทรัพยากรพลังงานของเราถึง 20%

ลำดับความ

While ... only ..., ... up to ...: จัดโครงสร้างความขัดแย้งด้วยข้อมูล

ในที่นี้ while ใช้เชื่อมข้อมูลที่ขัดแย้งกัน ไม่ได้บอกช่วงเวลา อนุประโยคแรกใช้ only เพื่อทำให้ 2% ดูเป็นสัดส่วนที่น้อย ส่วนประโยคหลักใช้ up to เพื่อบอกว่าสัดส่วนสูงสุดอาจถึง 20% และเน้นว่าขีดจำกัดนี้สูงอย่างน่าประหลาดใจ โครงสร้างนี้วางข้อเท็จจริงสองอย่างเกี่ยวกับสิ่งเดียวกันไว้คู่กัน อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย while ให้ข้อมูลพื้นหลังที่น่าประหลาดใจน้อยกว่า ส่วนประโยคหลักนำเสนอจุดที่คาดไม่ถึงซึ่งผู้พูดต้องการเน้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ While ... only ... up to ... เพื่อเน้นความแตกต่างระหว่างข้อเท็จจริงสองอย่างเกี่ยวกับสิ่งเดียวกัน

  1. While the battery was charging, the screen displayed a progress bar.
  2. The battery makes up only 5% of the device's weight, and the device weighs one kilogram.
  3. While the battery only makes up 5% of the device's weight, it accounts for up to 20% of its cost.
ดูคำตอบ

While the battery only makes up 5% of the device's weight, it accounts for up to 20% of its cost.

การใช้คำ

uses up to 20%: การบอกค่าสูงสุด

ใน uses up to 20% คำกริยาคือ uses ส่วน up to 20% บอกขีดจำกัดสูงสุด ปริมาณจริงอาจต่ำกว่านี้ได้ แต่สามารถสูงถึง 20% ให้เข้าใจ up to + ตัวเลข ว่าเป็นค่าสูงสุด ไม่ใช่ค่าคงที่หรือค่าต่ำสุด ในที่นี้ up จับคู่กับ to เป็น up to ไม่ใช่กริยาวลี use up ที่แปลว่า “ใช้จนหมด”

แบบฝึกหัด

ในหน้าจองตั๋ว คุณเห็นข้อความ: You may bring up to two children. ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. คุณต้องพาเด็กมาสองคนพอดี
  2. คุณจะไม่พาเด็กมาเลย หรือพามาหนึ่งหรือสองคนก็ได้ แต่ห้ามเกินสองคน
  3. คุณต้องพาเด็กมาอย่างน้อยสองคน
ดูคำตอบ

คุณจะไม่พาเด็กมาเลย หรือพามาหนึ่งหรือสองคนก็ได้ แต่ห้ามเกินสองคน

Most of this energy comes from carbohydrates that our body digests into glucose or blood sugar. วลี

3:17

พลังงานส่วนใหญ่นี้มาจากคาร์โบไฮเดรตที่ร่างกายเราย่อยเป็นกลูโคสหรือน้ำตาลในเลือด

วลี

digest carbohydrates into glucose: การบอกผลลัพธ์ของการย่อย

ใน carbohydrates that our body digests into glucose คำว่า that ย้อนกลับไปแทน carbohydrates และทำหน้าที่เป็นกรรมของ digests รูปแบบพื้นฐานคือ digest A into B โดย A คือสารที่ถูกย่อย และ B คือสารที่เกิดขึ้นเป็นผลลัพธ์ ในที่นี้ into บอกการเปลี่ยนแปลงหรือผลลัพธ์ ไม่ใช่การเคลื่อนที่เข้าไปในสถานที่ วลีนี้หมายความว่าการย่อยเปลี่ยนคาร์โบไฮเดรตให้เป็นกลูโคส

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทที่แสดงผลลัพธ์ของการย่อยให้ประโยคสมบูรณ์: Enzymes digest starch ____ glucose.

ดูคำตอบ

into

The frontal lobes are so sensitive to drops in glucose, ไวยากรณ์

3:23

กลีบสมองส่วนหน้าไวต่อการลดลงของกลูโคสมาก

in fact,

3:27

ในความเป็นจริง

that a change in mental function is one of the primary signals of nutrient deficiency.

3:28

การเปลี่ยนแปลงการทำงานของจิตใจเป็นหนึ่งในสัญญาณหลักของการขาดสารอาหาร

ไวยากรณ์

are so sensitive ..., in fact, that: โครงสร้างบอกผล so ... that ที่มี in fact แทรกอยู่

โครงสร้าง so + คำคุณศัพท์ + that + อนุประโยค เชื่อมระดับที่สูงเข้ากับผลที่ตามมา ในที่นี้ are so sensitive ... that หมายความว่าสมองกลีบหน้ามีความไวมากพอที่การเปลี่ยนแปลงด้านการทำงานของจิตใจจะใช้เป็นสัญญาณสำคัญได้ in fact เป็นข้อความแทรกที่ช่วยเน้นความหมาย และไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้าง so ... that เมื่อต้องการดูโครงสร้าง ให้ตัด in fact ออกชั่วคราว แล้วเชื่อม are so sensitive to drops in glucose เข้ากับ that a change in mental function... โดยตรง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างบอกผล so ... that: The backpack was ____ heavy ____ Mia had to put it down.

ดูคำตอบ

so · that

Assuming that we are getting glucose regularly, ไวยากรณ์

3:34

สมมติว่าเราได้รับกลูโคสเป็นประจำ

how does the specific type of carbohydrates we eat affect our brains?

3:37

คาร์โบไฮเดรตประเภทเฉพาะที่เรากินส่งผลต่อสมองของเราอย่างไร

ไวยากรณ์

Assuming that ...: การกำหนดข้อสมมติชั่วคราว

Assuming that + อนุประโยค ใช้แนะนำเงื่อนไขที่ผู้พูดยอมรับไว้ชั่วคราวก่อนถามคำถามหรือสรุปผล ในประโยคนี้ การได้รับกลูโคสอย่างสม่ำเสมอถูกกำหนดเป็นเงื่อนไขตั้งต้น จากนั้นคำถามจึงมุ่งไปที่ชนิดของคาร์โบไฮเดรต ในที่นี้ assuming ไม่ได้หมายถึงการแกล้งทำ แต่หมายถึงการให้สิ่งหนึ่งเป็นจริงชั่วคราวเพื่อใช้เป็นฐานในการให้เหตุผลระหว่างการอภิปราย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสองคำจากบทเรียนที่ใช้กำหนดข้อสมมติชั่วคราว: ____ the library is open, we can study there after lunch.

ดูคำตอบ

Assuming that

Carbs come in three forms: วลี

3:42

คาร์โบไฮเดรตมีสามรูปแบบ:

starch, sugar, and fiber.

3:44

แป้ง น้ำตาล และไฟเบอร์

วลี

come in three forms: การเกริ่นนำการจำแนกประเภท

ในประโยคนี้ come in three forms หมายถึง “มีอยู่ในสามรูปแบบ” หรือ “จำแนกได้เป็นสามรูปแบบ” come in ตรงนี้ไม่ได้สื่อถึงการเคลื่อนที่ วลีนี้บอกจำนวนหมวดหมู่ก่อน แล้วเครื่องหมายทวิภาคจึงนำเข้าสู่รายการ—starch, sugar, and fiber—เพื่อให้ผู้อ่านรู้ชัดว่าทั้งสามรูปแบบคืออะไร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ come in: This helmet ____ two sizes: child and adult.

ดูคำตอบ

comes in

While on most nutrition labels,

3:47

แม้ว่าบนฉลากโภชนาการส่วนใหญ่

they are all lumped into one total carb count, กริยาวลี

3:48

พวกมันจะถูกรวมเป็นการนับจำนวนคาร์โบไฮเดรตทั้งหมดหนึ่งตัวเลข

the ratio of the sugar and fiber subgroups to the whole amount affect how the body and brain respond. วลี

3:52

แต่อัตราส่วนของกลุ่มย่อยของน้ำตาลและไฟเบอร์ต่อปริมาณทั้งหมดส่งผลต่อวิธีที่ร่างกายและสมองตอบสนอง

กริยาวลี

be lumped into one total: การรวมสิ่งที่แตกต่างกันเป็นยอดเดียว

"They are all lumped into one total carb count" ใช้โครงสร้างกรรมวาจก be + lumped into + หมวดหมู่หรือยอดรวมที่ได้จากการรวม หมายความว่าคาร์โบไฮเดรตชนิดต่าง ๆ ถูกนำมารวมและรายงานเป็นตัวเลขเดียว Lumped into มักสื่อว่าการจัดกลุ่มกว้างเกินไปและอาจบดบังความแตกต่างที่สำคัญ ในที่นี้ ยอดรวมเพียงตัวเลขเดียวไม่ได้แสดงปริมาณแป้ง น้ำตาล และใยอาหารแยกจากกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อว่าสิ่งที่แตกต่างกันถูกนำไปรวมไว้ใต้หัวข้อเดียวในลักษณะที่อาจบดบังความแตกต่าง?

  1. The survey responses were listed in separate categories.
  2. The survey responses were compared across categories.
  3. The survey responses were lumped into one broad category.
ดูคำตอบ

The survey responses were lumped into one broad category.

วลี

the ratio of A to B: สัดส่วนของ A เมื่อเทียบกับ B

โครงสร้าง the ratio of A to B หมายถึงปริมาณของ A เมื่อเทียบกับปริมาณของ B ในประโยคนี้ A คือ sugar and fiber subgroups ส่วน B คือ the whole amount คำว่า to ใช้เชื่อมไปยัง B ซึ่งเป็นฐานของการเปรียบเทียบ ไม่ได้บอกทิศทางหรือการเคลื่อนที่

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทสองคำเพื่อทำให้โครงสร้างสัดส่วนสมบูรณ์: The ratio ____ laptops ____ students is one to three.

ดูคำตอบ

of · to

A high-glycemic food, การใช้คำ

3:59

อาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลสูง

like white bread,

4:01

เช่น ขนมปังขาว

causes a rapid release of glucose into the blood, วลี

4:02

ทำให้ปล่อยกลูโคสเข้าสู่กระแสเลือดอย่างรวดเร็ว

การใช้คำ

high-glycemic food: อาหารที่มีดัชนีน้ำตาลสูง

High-glycemic เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่ขยายคำว่า food ใช้อธิบายอาหารที่มีแนวโน้มทำให้ระดับกลูโคสในเลือดเพิ่มขึ้นค่อนข้างเร็วหลังรับประทาน โดยในที่นี้ยก white bread เป็นตัวอย่าง glycemic เกี่ยวกับการตอบสนองของกลูโคสในเลือด ไม่ใช่รสชาติ เครื่องหมายยัติภังค์เชื่อม high กับ glycemic ให้ทำหน้าที่เป็นคำขยายหนึ่งชุดหน้าคำว่า food

แบบฝึกหัด

ข้อความใดอธิบาย high-glycemic food ได้ถูกต้อง

  1. ต้องมีน้ำตาลมากกว่าอาหารอื่นทุกชนิด
  2. อาจทำให้กลูโคสในเลือดเพิ่มขึ้นค่อนข้างเร็ว
  3. มีรสหวานมากเสมอ
ดูคำตอบ

อาจทำให้กลูโคสในเลือดเพิ่มขึ้นค่อนข้างเร็ว

วลี

causes a rapid release of ... into ...: ทำให้...ถูกปล่อยเข้าสู่...อย่างรวดเร็ว

รูปแบบ cause + a release of X into Y แสดงกระบวนการเหตุและผลโดยตรง X คือสิ่งที่ถูกปล่อย ส่วน Y คือสถานที่หรือระบบที่สิ่งนั้นเข้าไป ในประโยคนี้ อาหารกระตุ้นกระบวนการทางสรีรวิทยาที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว กล่าวคือ กลูโคสเข้าสู่กระแสเลือดอย่างรวดเร็ว คำว่า release บรรยายสิ่งที่เกิดขึ้นในกระบวนการ ไม่ได้หมายความว่าอาหารตั้งใจทำเช่นนั้น

แบบฝึกหัด

เติมคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ให้สมบูรณ์ด้วยรูปแบบเหตุและผลเป้าหมาย: The reaction ____ heat ____ the surrounding water.

ดูคำตอบ

causes a rapid release of · into

and then comes the dip. ลำดับความ

4:05

และจากนั้นก็ตามมาด้วยการลดลง

ลำดับความ

then comes the dip: การนำเสนอผลลัพธ์ถัดไป

then comes the dip ใช้การกลับลำดับคำเพื่อจัดลำดับเหตุการณ์ โดยวางคำว่า then ไว้ก่อน และวางกริยา comes ไว้หน้าประธานที่เป็นคำนาม the dip ลำดับปกติคือ the dip comes next การกลับลำดับนี้ทำให้ the dip เป็นข้อมูลใหม่ที่ถูกเปิดเผยไว้ท้ายประโยค ในที่นี้ dip หมายถึงระดับกลูโคสในเลือดที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัดหลังจากเพิ่มขึ้นก่อนหน้านี้ ประโยคกลับลำดับสั้น ๆ นี้นำเสนอการลดลงดังกล่าวว่าเป็นผลลัพธ์ถัดไป และทำให้คำอธิบายมีจังหวะรวดเร็วและชวนติดตาม

แบบฝึกหัด

ลำดับคำใน “The screen goes dark, and then comes the warning” มีหน้าที่หลักอย่างไร?

  1. เป็นการแนะนำคำเตือนว่าเป็นเหตุการณ์ใหม่ที่เกิดขึ้นถัดไป
  2. เป็นการนำเสนอคำเตือนว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้หน้าจอมืด
  3. เป็นการบอกว่าคำเตือนเกิดขึ้นก่อนที่หน้าจอจะมืด
ดูคำตอบ

เป็นการแนะนำคำเตือนว่าเป็นเหตุการณ์ใหม่ที่เกิดขึ้นถัดไป

Blood sugar shoots down, กริยาวลี

4:07

น้ำตาลในเลือดดิ่งลง

กริยาวลี

Blood sugar shoots down: การลดลงอย่างรวดเร็ว

ในประโยคนี้ shoots down หมายถึง “ลดลงอย่างรวดเร็วและฉับพลันมาก” คำว่า shoot ให้ความรู้สึกถึงความเร็วอย่างชัดเจน การเปลี่ยนแปลงจึงดูรวดเร็วกว่าการใช้เพียง goes down เนื่องจาก blood sugar เป็นระดับที่เปลี่ยนแปลงได้ วลีนี้จึงอธิบายการเคลื่อนลงบนมาตรวัดหรือกราฟ เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบเพื่อบอกการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่การยิงอาวุธ

แบบฝึกหัด

shoots down ใน “Blood sugar shoots down” หมายความว่าอย่างไร?

  1. ระดับแทบไม่เปลี่ยนแปลง
  2. ระดับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วมาก
  3. ระดับลดลงอย่างรวดเร็วมาก
ดูคำตอบ

ระดับลดลงอย่างรวดเร็วมาก

and with it our attention span and mood. ไวยากรณ์

4:09

และพร้อมกับมัน ช่วงความสนใจและอารมณ์ของเราก็ลดลงด้วย

ไวยากรณ์

and with it our attention span and mood: การเปลี่ยนแปลงที่เชื่อมโยงกัน

and with it ใช้นำสิ่งที่เปลี่ยนแปลงอันเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงที่เพิ่งกล่าวถึง หรือเปลี่ยนไปพร้อมกัน ในที่นี้ it ย้อนกลับไปหมายถึง blood sugar และการลดลงของมัน จึงเข้าใจได้ว่า attention span and mood ก็ลดลงด้วย ข้อความนี้ถูกย่อให้กระชับ โดยส่วนที่สองละกริยา shoots down ที่จะต้องกล่าวซ้ำ โครงสร้างนี้เชื่อมโยงผลลัพธ์เข้าด้วยกันอย่างแน่นแฟ้นและช่วยไม่ให้ต้องใช้กริยาเดิมซ้ำ

แบบฝึกหัด

เติมวลีสองคำที่หมายถึง “ไปพร้อมกับไฟฟ้า” ให้ประโยคสมบูรณ์: The power failed, and ____ our internet connection.

ดูคำตอบ

with it

On the other hand, ลำดับความ

4:12

ในทางกลับกัน

oats, grains, and legumes have slower glucose release, วลี

4:13

ข้าวโอ๊ต ธัญพืช และพืชตระกูลถั่ว ปล่อยกลูโคสช้ากว่า

enabling a steadier level of attentiveness.

4:17

ทำให้มีระดับความสนใจที่คงที่มากขึ้น

ลำดับความ

On the other hand: นำเสนออีกด้านที่ตัดกัน

On the other hand เป็นคำเชื่อมระดับข้อความที่พาผู้ฟังจากด้านหนึ่งของการเปรียบเทียบไปสู่อีกด้านที่แตกต่างและตัดกัน คำนี้บอกว่าข้อมูลถัดไปสัมพันธ์กับสิ่งที่กล่าวมาก่อนอย่างไร แทนที่จะเป็นการเพิ่มข้อมูลไปในทิศทางเดียวกัน ในประโยคนี้ คำดังกล่าวเปลี่ยนจากอาหารที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของกลูโคสอย่างรวดเร็ว ไปสู่อาหารที่ปล่อยกลูโคสช้ากว่า ไม่ได้หมายถึงมือจริง ๆ และไม่ได้หมายความว่าข้อความก่อนหน้าผิด

แบบฝึกหัด

เลือกคำเชื่อมที่ใช้แนะนำอีกด้านที่ตัดกัน: Working from home saves commuting time. ___, it can feel isolating.

  1. On the other hand
  2. For example
  3. In addition
ดูคำตอบ

On the other hand

วลี

have slower glucose release: บอกอัตราของกระบวนการ

ใน have slower glucose release คำว่า have เชื่อมประธานที่เป็นอาหารเข้ากับผลลักษณะเฉพาะที่อาหารนั้นก่อให้เกิด slower ขยายคำนาม release จึงหมายถึงกระบวนการปล่อยเกิดขึ้นด้วยอัตราที่ช้ากว่า ไม่ได้หมายความว่าตัว glucose เองช้า release ในที่นี้เป็นคำนามที่เรียกชื่อกระบวนการ อาหารถูกนำเสนอว่าเป็นที่มาของผลดังกล่าว ไม่ใช่สิ่งที่ตั้งใจลงมือทำ การใช้คำเปรียบเทียบ slower ต้องมีอัตราที่เร็วกว่าซึ่งกล่าวไว้หรือเข้าใจได้จากบริบทเป็นเกณฑ์เปรียบเทียบ

แบบฝึกหัด

ใช้ have + slower glucose release เติมประโยคให้สมบูรณ์: Compared with candy, lentils ____.

ดูคำตอบ

have slower glucose release

For sustained brain power, สำนวน

4:21

สำหรับพลังสมองที่ยั่งยืน

opting for a varied diet of nutrient-rich foods is critical. วลี

4:22

การเลือกรับประทานอาหารที่หลากหลายซึ่งเต็มไปด้วยอาหารที่อุดมด้วยสารอาหารเป็นสิ่งสำคัญ

สำนวน

For sustained brain power: ความสามารถทางความคิดที่คงอยู่ต่อเนื่อง

brain power เป็นสำนวนที่ไม่เป็นทางการและเห็นภาพชัด ใช้กล่าวถึงความสามารถทางความคิด โดยเฉพาะความสามารถในการคิด จดจำ และมีสมาธิ ไม่ได้หมายถึงกระแสไฟฟ้าจริง ๆ ในสมอง ใน For sustained brain power คำว่า sustained หมายถึงความสามารถนี้คงอยู่ในระดับที่สม่ำเสมอเป็นเวลานาน วลีที่ขึ้นต้นด้วย for บอกเป้าหมายของคำแนะนำที่ตามมา นั่นคือการรักษาความสามารถทางความคิด ไม่ใช่การทำให้รู้สึกมีพลังขึ้นเพียงชั่วครู่

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ sustained brain power หมายถึงอะไร

  1. ความรู้สึกมีพลังทางร่างกายเพียงชั่วครู่
  2. ความสามารถในการคิดและมีสมาธิอย่างสม่ำเสมอเป็นเวลานาน
  3. กระแสไฟฟ้าที่สมองสร้างขึ้น
ดูคำตอบ

ความสามารถในการคิดและมีสมาธิอย่างสม่ำเสมอเป็นเวลานาน

วลี

opting for a varied diet of nutrient-rich foods: opt for + นามวลี

Opt for + นามวลี หมายถึงการเลือกตัวเลือกหนึ่ง โดยทั่วไปหลังจากพิจารณาทางเลือกอื่นแล้ว ในที่นี้ for เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลีตายตัว opt for และไม่ได้ใช้บอกจุดประสงค์ สิ่งที่ถูกเลือกคือ a varied diet of nutrient-rich foods วลี -ing ทั้งหมดใน opting for ... ทำหน้าที่เป็นประธานของ is critical โครงสร้างนี้ช่วยให้กล่าวถึงการเลือกบางสิ่งในฐานะกิจกรรมหนึ่งอย่างได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป -ing ของ opt for: ____ a lighter backpack made the hike more comfortable.

ดูคำตอบ

Opting for

When it comes to what you bite, chew, and swallow, ลำดับความ

4:27

เมื่อพูดถึงสิ่งที่คุณกัด เคี้ยว และกลืน

your choices have a direct and long-lasting effect on the most powerful organ in your body. วลี

4:30

สิ่งที่คุณเลือกมีผลโดยตรงและยาวนานต่ออวัยวะที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในร่างกายของคุณ

ลำดับความ

When it comes to ...: การกำหนดหัวข้อ

When it comes to X หมายถึง “เมื่อพูดถึง X” หรือ “ในเรื่อง X” เป็นกรอบที่ใช้กำหนดหัวข้อ โดยจำกัดขอบเขตของเรื่องก่อน แล้วจึงใช้ประโยคหลักแสดงความเห็น คำแนะนำ หรือข้อสรุป ในที่นี้ X คืออนุประโยค what ใน what you bite, chew, and swallow ซึ่งหมายถึงสิ่งที่คุณกิน แต่ใช้กริยาสามคำเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ในกรอบนี้ comes to ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่จริง และ it ก็ไม่ได้อ้างถึงสิ่งใดโดยเฉพาะ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสำหรับกำหนดหัวข้อจากบทนี้: ____ online safety, strong passwords matter.

ดูคำตอบ

When it comes to

วลี

direct and long-lasting effect on: การอธิบายผลโดยตรงและยาวนาน

โครงสร้างคำนามแบบเต็มคือ have an effect on + คนหรือสิ่งที่ได้รับผลกระทบ หมายถึงบางสิ่งทำให้เป้าหมายนั้นเกิดการเปลี่ยนแปลง ในประโยคนี้ choices คือสาเหตุ ส่วน the most powerful organ in your body คือเป้าหมายที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งตามบริบทหมายถึงสมอง direct และ long-lasting เป็นคำคุณศัพท์ที่มีหน้าที่เท่ากันและขยาย effect โดย direct บอกว่าผลนั้นไม่ใช่ผลทางอ้อม ส่วน long-lasting บอกว่าผลนั้นดำเนินอยู่นาน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างคำนามจากบทนี้: Regular exercise can have a direct and long-lasting ____ your health.

ดูคำตอบ

effect on