จะเกิดอะไรขึ้นถ้าดวงอาทิตย์หายไปหนึ่งเดือน?: บทเรียนภาษาอังกฤษ

AsapSCIENCE

ความยากในการเรียน
889 คำ 183 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: การทดลองทางความคิดนี้ติดตามหนึ่งเดือนที่โลกไม่มีดวงอาทิตย์ ตั้งแต่แสงและแรงโน้มถ่วงหายไปหลังช่วงหน่วง วิกฤตอาหารและอุณหภูมิ การเปลี่ยนวงโคจร ไปจนถึงโอกาสรอดเมื่อดวงอาทิตย์กลับมา ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. "what if it suddenly disappeared" — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้การใช้ “what if + อนุประโยค” เพื่อตั้งสมมติฐานและวางกรอบผลที่จะตามมา 2. "accounts for" — กริยาวลี: เข้าใจว่าสำนวนนี้บอกสัดส่วนของส่วนหนึ่งในทั้งหมดอย่างไร เช่น สัดส่วนเกษตรในอาคาร 3. "a rogue planet." — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทโลกจริง: เข้าใจศัพท์ของดาวเคราะห์ที่ไม่ผูกกับดาวฤกษ์ เพื่อมองเห็นความเสี่ยงด้านวงโคจรสุดท้ายของโลก

คำอธิบายในบทเรียนนี้

This episode was sponsored by Google Science Fair.

0:00

วิดีโอตอนนี้ได้รับการสนับสนุนจาก Google Science Fair

A near-perfect sphere of hot plasma with a core that's more than 15 million degrees Celsius,

0:03

ดวงอาทิตย์คือทรงกลมเกือบสมบูรณ์แบบที่ประกอบด้วยพลาสมาร้อน โดยมีแกนกลางอุณหภูมิสูงกว่า 15 ล้านองศาเซลเซียส

the sun is the most important source of energy for life on Earth.

0:09

และเป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญที่สุดสำหรับสิ่งมีชีวิตบนโลก

But what if it suddenly disappeared for a month? ไวยากรณ์

0:13

แต่จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าจู่ ๆ ดวงอาทิตย์หายไปนานหนึ่งเดือน?

ไวยากรณ์

what if it suddenly disappeared: การเสนอเหตุการณ์สมมติ

โครงสร้าง what if + อนุประโยค ใช้เสนอเหตุการณ์สมมติและชวนผู้ฟังคิดถึงผลที่อาจเกิดขึ้น ในประโยคนี้ disappeared อยู่ในรูปอดีต แต่ดวงอาทิตย์ไม่ได้หายไปจริง ๆ รูปอดีตช่วยบอกว่านี่เป็นเรื่องสมมติ คำถามสั้น ๆ นี้เปิดทางไปสู่ผลลัพธ์ต่อเนื่องที่ตามมา ใช้โครงสร้างเดียวกันเพื่อสำรวจความเสี่ยง แผนการ หรือเหตุการณ์ในจินตนาการได้

แบบฝึกหัด

เติมคำถามสมมตินี้ด้วยวลีเปิดสองคำที่ใช้กันทั่วไป: ____ it rained during our picnic tomorrow?

ดูคำตอบ

What if

We were actually inspired to think about this question by the Google Science Fair,

0:17

จริง ๆ แล้ว Google Science Fair เป็นแรงบันดาลใจให้เราลองคิดถึงคำถามนี้

which is an online global competition for sharing your best ideas using science,

0:20

งานนี้เป็นการแข่งขันออนไลน์ระดับโลกที่เปิดให้คุณแบ่งปันไอเดียที่ดีที่สุดโดยใช้วิทยาศาสตร์

technology, engineering, or math.

0:24

เทคโนโลยี วิศวกรรม หรือคณิตศาสตร์

I mean, without the sun,

0:26

คือถ้าไม่มีดวงอาทิตย์

we'd be requiring some pretty extreme innovations to survive. การใช้คำ

0:28

เราคงต้องพึ่งนวัตกรรมสุดขั้วเพื่อเอาชีวิตรอด

การใช้คำ

pretty extreme: pretty ในฐานะคำวิเศษณ์บอกระดับ

ใน pretty extreme คำว่า pretty เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับที่ขยาย extreme หมายถึง “ค่อนข้าง” หรือ “ทีเดียว” และเน้นระดับที่ extreme สื่อออกมา ไม่ได้หมายถึง “สวย” การใช้นี้มักอยู่หน้าคำคุณศัพท์ในภาษาอังกฤษที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น pretty hard, pretty cold และ pretty unusual ส่วนระดับความแรงที่แน่นอนขึ้นอยู่กับบริบท

แบบฝึกหัด

ในประโยค 'The repair was pretty expensive,' คำว่า pretty หมายถึงอะไร?

  1. เพียงเล็กน้อย
  2. ค่อนข้างหรือทีเดียว
  3. อย่างสิ้นเชิง
  4. ดูสวยงาม
ดูคำตอบ

ค่อนข้างหรือทีเดียว

If you're between the ages of 13 to 18 and have an idea that you think could help shape our world,

0:32

หากคุณอายุระหว่าง 13 ถึง 18 ปี และมีไอเดียที่คิดว่าจะช่วยกำหนดอนาคตของโลกเราได้

no matter how big or small, ไวยากรณ์

0:37

ไม่ว่าไอเดียนั้นจะใหญ่หรือเล็กแค่ไหน

unique or improving on an existing idea, กริยาวลี

0:39

จะเป็นไอเดียแปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร หรือเป็นการต่อยอดไอเดียที่มีอยู่แล้ว

you could win an educational scholarship,

0:42

คุณก็มีโอกาสคว้าทุนการศึกษา

travel experiences, or tons of other prizes.

0:44

โอกาสเดินทางเปิดประสบการณ์ หรือรางวัลอื่น ๆ อีกมากมาย

ไวยากรณ์

no matter how big or small: ไม่ว่าจะใหญ่หรือเล็กเพียงใด

ในที่นี้ no matter how big or small เป็นวลียอมรับเงื่อนไขแบบย่อ โดยมีความหมายเต็มว่า no matter how big or small the idea is คำว่า how บอกระดับ ไม่ได้บอกวิธีและไม่ได้ใช้ตั้งคำถาม วลีนี้สื่อว่าขนาดของไอเดียไม่มีผลต่อคุณสมบัติในการเข้าร่วม รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ no matter how + คำคุณศัพท์/คำวิเศษณ์ + ประธาน + คำกริยา เมื่อประธานและคำกริยา be ชัดเจนอยู่แล้วเหมือนในประโยคนี้ บางครั้งสามารถละได้ การจับคู่คำที่เป็นปลายตรงข้ามกันอย่าง big และ small ช่วยเน้นช่วงความเป็นไปได้ทั้งหมด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ no matter how ได้ถูกต้องเพื่อแสดงว่าระดับของคุณสมบัติไม่มีผลต่อผลลัพธ์

  1. No matter how the route difficulty is, we will finish the hike.
  2. No matter what difficult the route is, we will finish the hike.
  3. No matter how difficult the route is, we will finish the hike.
ดูคำตอบ

No matter how difficult the route is, we will finish the hike.

กริยาวลี

improving on an existing idea: ต่อยอดไอเดียที่มีอยู่แล้ว

ใน improving on an existing idea คำว่า improve on หมายถึงการสร้างรุ่น ผลลัพธ์ หรือแนวทางที่ดีกว่าสิ่งที่มีอยู่แล้ว คำว่า on นำเสนอไอเดียเดิมเป็นเกณฑ์เปรียบเทียบที่จะถูกพัฒนาหรือก้าวข้าม รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ improve on + แบบจำลอง วิธีการ ผลลัพธ์ หรือไอเดีย ในประโยคนี้ รูปแบบดังกล่าวแสดงว่าผลงานที่ส่งไม่จำเป็นต้องเป็นของใหม่ทั้งหมด การปรับปรุงสิ่งที่มีอยู่ให้ดีขึ้นอย่างมีความหมายก็มีคุณสมบัติได้เช่นกัน

แบบฝึกหัด

เติมคำอนุภาคที่แสดงว่ารุ่นใหม่ดีกว่ารุ่นก่อนหน้า: The new app improves ____ the old version by loading pages faster.

ดูคำตอบ

on

So stick around at the end of this video for more details. กริยาวลี

0:46

เพราะฉะนั้น อย่าเพิ่งไปไหน ช่วงท้ายวิดีโอนี้เราจะบอกรายละเอียดเพิ่มเติม

กริยาวลี

stick around: อยู่ต่อและดูต่อ

“Stick around” เป็นกริยาวลีแบบไม่เป็นทางการ หมายถึง “อยู่ต่อ” หรือ “อย่าเพิ่งไป” ไม่ได้หมายถึงการติดอยู่กับสิ่งใดจริง ๆ หรือการเคลื่อนที่ไปรอบสิ่งนั้น ในประโยคนี้ ผู้พูดขอให้ผู้ชมดูต่อจนจบ เพราะจะมีรายละเอียดเพิ่มเติมในช่วงท้าย วลีเดียวกันนี้ยังใช้ชวนให้ใครสักคนอยู่ต่อในสถานที่ การสนทนา งานกิจกรรม หรือวิดีโอได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Stick around after the show for a surprise,” คำว่า “stick around” หมายถึงอะไร

  1. เอาตัวเองไปติดกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
  2. เดินเป็นวงกลม
  3. อยู่ต่อและอย่าเพิ่งไป
ดูคำตอบ

อยู่ต่อและอย่าเพิ่งไป

Now, after the sun disappears,

0:49

ทีนี้ หลังจากดวงอาทิตย์หายไป

for the first 8 minutes and 20 seconds,

0:51

ในช่วง 8 นาที 20 วินาทีแรก

we'd all be completely oblivious, การใช้คำ

0:53

พวกเราทุกคนจะยังไม่รู้ตัวเลยว่าเกิดอะไรขึ้น

as that's how long it takes the sun's light to hit Earth. ไวยากรณ์

0:55

เพราะแสงจากดวงอาทิตย์ต้องใช้เวลานานเท่านั้นกว่าจะมาถึงโลก

การใช้คำ

be completely oblivious (to something): ไม่รับรู้บางสิ่งเลย

“Be oblivious” หมายถึงไม่รับรู้หรือไม่สังเกตเห็นบางสิ่ง “Completely” ช่วยเน้นความหมายว่าไม่รับรู้เลยแม้แต่น้อย โครงสร้างที่ใช้ทั่วไปคือ “be oblivious to + คำนามหรือรูป -ing” ในที่นี้ส่วนที่ขึ้นต้นด้วย “to” ถูกละไว้ เพราะบริบทบอกอยู่แล้วว่าสิ่งที่ผู้คนไม่สังเกตเห็นคือการหายไปของดวงอาทิตย์ คำคุณศัพท์นี้บรรยายสภาวะการรับรู้ ไม่ได้หมายถึงการตั้งใจเลือกเพิกเฉย

แบบฝึกหัด

“Maya was completely oblivious to the warning light” หมายถึงอะไร

  1. เธอจงใจปิดไฟเตือน
  2. เธอไม่สังเกตเห็นไฟเตือนเลย
  3. เธอสังเกตเห็น แต่ลืมว่าไฟเป็นสีอะไร
ดูคำตอบ

เธอไม่สังเกตเห็นไฟเตือนเลย

ไวยากรณ์

that's how long it takes + คำนาม + to-infinitive

ในที่นี้ that ใน that's อ้างกลับไปถึง “8 นาที 20 วินาที” ประโยคย่อยนี้หมายความว่า 8 นาที 20 วินาทีคือเวลาที่แสงจากดวงอาทิตย์ต้องใช้เพื่อเดินทางมาถึงโลก how long กล่าวถึงระยะเวลา ไม่ใช่ความยาวทางกายภาพ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ “That's how long it takes + คำนาม + to-infinitive” คำนามระบุบุคคลหรือสิ่งที่ทำหรือผ่านกระบวนการนั้น ส่วน to-infinitive ระบุกระบวนการ โครงสร้างนี้เชื่อมระยะเวลาที่กล่าวไปแล้วเข้ากับสิ่งที่ต้องใช้เวลานั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างที่เน้นไว้เพื่อเชื่อมระยะเวลาที่ระบุกับกระบวนการ: The tour lasts two hours because ____ the guide to show us the whole museum.

ดูคำตอบ

that's how long it takes

Of course, if it was nighttime where you live,

0:58

แน่นอนว่า ถ้าบริเวณที่คุณอยู่เป็นเวลากลางคืน

the moon would suddenly disappear,

1:00

ดวงจันทร์ก็จะหายไปจากฟ้าในทันที

as its brightness is simply a reflection of the sun's light.

1:02

เพราะแสงสว่างของมันเป็นเพียงแสงอาทิตย์ที่สะท้อนออกมา

All that's left is the natural light from stars. ไวยากรณ์

1:05

แสงธรรมชาติที่เหลืออยู่จะมีเพียงแสงจากดวงดาว

ไวยากรณ์

All that's left is + นามวลี

ในโครงสร้างนี้ all หมายถึง “ทุกสิ่ง” that's หมายถึง “that is” และ left หมายถึง “ที่เหลืออยู่” เมื่อรวมกัน “All that's left is + นามวลี” นำเสนอนามวลีนั้นว่าเป็นสิ่งเดียวที่เหลืออยู่ หลังจากสิ่งอื่นหายไป ถูกใช้ไป หรือไม่สามารถใช้ได้อีก ในประโยคนี้ โครงสร้างจะบอกผลก่อนว่าไม่มีสิ่งอื่นเหลืออยู่ แล้วจึงระบุสิ่งที่เหลือ คือแสงธรรมชาติจากดวงดาว ความหมายนี้หนักแน่นกว่าการบอกเพียงว่าแสงนั้นยังอยู่ เพราะตัดความเป็นไปได้ว่ายังมีแหล่งกำเนิดแสงอื่นเหลืออยู่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างที่เน้นไว้เพื่อแสดงว่าเหลือเพียงเส้นทางเดียว: The other routes are closed. ____ the mountain road.

ดูคำตอบ

All that's left is

Luckily, right now we can still support our electrical systems

1:08

โชคดีที่ในตอนนี้ เรายังพอทำให้ระบบไฟฟ้าทำงานต่อไปได้

because 83% of our world's energy comes from oil, coal, and natural gas.

1:11

เพราะพลังงาน 83% ที่โลกใช้มาจากน้ำมัน ถ่านหิน และก๊าซธรรมชาติ

Now, because gravity travels at the speed of light too,

1:16

และเนื่องจากแรงโน้มถ่วงก็เดินทางด้วยความเร็วแสงเช่นกัน

it would also take 8 minutes and 20 seconds for Earth to feel the effects of the sun's disappearance.

1:18

โลกจึงต้องใช้เวลา 8 นาที 20 วินาทีกว่าจะรับรู้ผลจากการหายไปของดวงอาทิตย์

Without the sun's gravitational pull, ไวยากรณ์

1:24

เมื่อไม่มีแรงดึงดูดจากดวงอาทิตย์

we'd fly out of orbit and into space.

1:26

เราจะหลุดออกจากวงโคจรและลอยไปในอวกาศ

ไวยากรณ์

Without + นามวลี, we'd + คำกริยา: ผลลัพธ์ที่สมมุติขึ้น

Without + นามวลีใช้กำหนดเงื่อนไขที่ไม่มีอยู่หรือสมมุติว่าไม่มีอยู่ ส่วนประโยคหลักบอกผลด้วย would + คำกริยารูปพื้นฐาน ในประโยคนี้ หากไม่มีแรงดึงดูดของดวงอาทิตย์ ผลก็คือการหลุดออกจากวงโคจร ในที่นี้ we'd หมายถึง we would เพราะตามด้วยคำกริยารูปพื้นฐาน fly โครงสร้างสั้น ๆ นี้แสดงอย่างชัดเจนว่าผลลัพธ์หนึ่งขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่จำเป็น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย Without + นามวลี และ would + คำกริยารูปพื้นฐาน: ____ the backup generator, the hospital ____ lose power during an outage.

ดูคำตอบ

Without · would

But without the light of the sun,

1:28

แต่หากไม่มีแสงอาทิตย์

all plant photosynthesis would stop immediately.

1:30

การสังเคราะห์แสงของพืชทั้งหมดจะหยุดลงทันที

This is a big deal, สำนวน

1:33

นี่เป็นเรื่องใหญ่

as we need plants for food and oxygen.

1:34

เพราะเราต้องพึ่งพาพืชทั้งเป็นอาหารและแหล่งออกซิเจน

สำนวน

a big deal: สิ่งที่สำคัญมาก

ในประโยคนี้ a big deal เป็นสำนวนที่หมายถึงสิ่งที่สำคัญมากหรือมีผลกระทบใหญ่หลวง ใช้ประเมินว่าสถานการณ์นั้นสำคัญเพียงใด ไม่ได้หมายถึงข้อตกลงทางธุรกิจ สำนวนนี้ใช้บอกความสำคัญได้ทั้งในทางบวกและทางลบ ในที่นี้ เหตุผลเกี่ยวกับอาหารและออกซิเจนทำให้เป็นการประเมินที่จริงจังและเป็นลบ

แบบฝึกหัด

ในประโยค 'Losing access to clean water is a big deal,' คำว่า 'a big deal' หมายความว่าอย่างไร

  1. นี่คือธุรกรรมทางธุรกิจขนาดใหญ่
  2. เรื่องนี้ไม่คุ้มที่จะกังวล
  3. เรื่องนี้สำคัญมากและมีผลกระทบร้ายแรง
ดูคำตอบ

เรื่องนี้สำคัญมากและมีผลกระทบร้ายแรง

In order to survive,

1:36

เพื่อให้ดำรงชีวิตอยู่ได้

plants need light energy to turn carbon dioxide and water into glucose and oxygen. กริยาวลี

1:37

พืชต้องใช้พลังงานแสงเปลี่ยนคาร์บอนไดออกไซด์และน้ำให้เป็นกลูโคสกับออกซิเจน

กริยาวลี

turn carbon dioxide and water into glucose and oxygen: เปลี่ยน A ให้เป็น B

ในโครงสร้าง turn A into B นั้น A หมายถึงวัสดุหรือสภาพก่อนเกิดการเปลี่ยนแปลง ส่วน B หมายถึงผลลัพธ์ ในประโยคนี้ carbon dioxide and water คือ A และ glucose and oxygen คือ B โดย into แสดงการเปลี่ยนสภาพ ไม่ใช่การเคลื่อนที่ไปยังสถานที่หนึ่ง โครงสร้างนี้ใช้บรรยายการแปรสภาพทางกายภาพ กระบวนการผลิต หรือการเปลี่ยนแปลงเชิงเปรียบเทียบได้ กล่าวคือ กระบวนการหรือผู้กระทำทำให้สิ่งหนึ่งกลายเป็นอีกสิ่งหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ใช้ turn A into B เติมประโยคให้สมบูรณ์: The machine can ____ old paper ____ clean packaging.

ดูคำตอบ

turn · into

Without the sun,

1:42

หากไม่มีดวงอาทิตย์

plants could still photosynthesize with artificial light,

1:43

พืชก็ยังสังเคราะห์แสงได้ด้วยแสงประดิษฐ์

allowing us to grow food, ไวยากรณ์

1:46

ทำให้เรายังปลูกพืชเป็นอาหารได้

but these artificial lights could only cover a fraction of the food produced by the sun.

1:48

แต่แสงประดิษฐ์เหล่านี้จะรองรับการผลิตอาหารได้เพียงเสี้ยวเดียวของปริมาณที่แสงอาทิตย์ช่วยผลิต

ไวยากรณ์

allowing us to grow food ในฐานะอนุประโยคแสดงผลลัพธ์

วลีหลังเครื่องหมายจุลภาค allowing... เป็นอนุประโยคแสดงผลลัพธ์ที่ใช้ present participle โดยย้อนกลับไปยังสถานการณ์ก่อนหน้าทั้งหมด คือการที่พืชสามารถสังเคราะห์ด้วยแสงโดยใช้แสงประดิษฐ์ และบอกผลที่ตามมาว่าสถานการณ์นั้นทำให้เราสามารถปลูกอาหารได้ allow ใช้โครงสร้าง allow + บุคคล + to-infinitive ซึ่งในที่นี้คือ allowing us to grow อนุประโยค -ing นี้เป็นส่วนที่ขึ้นกับประโยคหลัก จึงไม่ใช่คำกริยาหลักอีกตัวที่วางขนานกับ could photosynthesize

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป -ing ของ allow ที่แสดงผลลัพธ์: The new ramp removed a barrier, ____ wheelchair users to enter independently.

ดูคำตอบ

allowing

Currently, indoor farming accounts for 0.07% of agriculture, กริยาวลี

1:52

ปัจจุบัน การทำเกษตรในอาคารคิดเป็นเพียง 0.07% ของเกษตรกรรมทั้งหมด

meaning food production would go into crisis.

1:57

หมายความว่าการผลิตอาหารจะเข้าสู่ภาวะวิกฤต

กริยาวลี

accounts for + เปอร์เซ็นต์

ในบริบทที่กล่าวถึงเปอร์เซ็นต์นี้ accounts for หมายถึง “คิดเป็น” หรือ “ประกอบเป็น” โดย indoor farming เป็นประธาน และ 0.07% of agriculture คือสัดส่วนที่สิ่งนั้นมีอยู่ โครงสร้าง X accounts for Y% of Z ใช้บอกว่า X คิดเป็นสัดส่วนเท่าใดของ Z ทั้งหมด การมีเปอร์เซ็นต์ตามหลังเป็นเบาะแสชัดเจนว่าที่นี่หมายถึงสัดส่วน ไม่ใช่อีกความหมายหนึ่งที่แปลว่า “อธิบาย”

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ account for เติมประโยคให้สมบูรณ์: Solar power ____ 18% of the town's electricity.

ดูคำตอบ

accounts for

After a week,

1:59

หลังผ่านไปหนึ่งสัปดาห์

natural plant life would start decomposing,

2:00

พืชพรรณตามธรรมชาติจะเริ่มย่อยสลาย

bringing on the collapse of our entire food web. กริยาวลี

2:03

จนนำไปสู่การล่มสลายของโครงข่ายอาหารทั้งหมด

กริยาวลี

bringing on + ผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์

ในที่นี้ bringing on หมายถึง “ทำให้เริ่มต้นหรือเกิดขึ้น” ซึ่งมักใช้กับผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์ กรรมของวลีคือ the collapse of our entire food web ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่ถูกก่อให้เกิด อนุประโยคที่มีเครื่องหมายจุลภาค + -ing เพิ่มผลที่ตามมาจากเหตุการณ์ก่อนหน้า กล่าวคือ การย่อยสลายจะนำไปสู่การล่มสลาย รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ event or action, bringing on + result

แบบฝึกหัด

phrasal verb ใดเติมประโยคได้ดีที่สุดในความหมายว่า “ทำให้สภาวะที่ไม่พึงประสงค์เริ่มเกิดขึ้น”? Prolonged dehydration can ____ severe headaches.

  1. bring in
  2. bring on
  3. bring up
ดูคำตอบ

bring on

But another concern is CO2. ลำดับความ

2:05

แต่สิ่งที่น่ากังวลอีกอย่างคือ CO2

ลำดับความ

another concern is: เพิ่มปัญหาอีกเรื่องที่อยู่ในระดับเดียวกัน

โครงสร้าง another concern is ใช้เสนอปัญหาเพิ่มอีกหนึ่งเรื่อง หลังจากมีการกล่าวถึงข้อกังวลอย่างน้อยหนึ่งเรื่องแล้ว another หมายถึงข้อกังวลเพิ่มเติมที่อยู่ในระดับเดียวกัน ไม่ได้ยกเลิกหรือแทนที่ปัญหาก่อนหน้า คำที่อยู่หลัง is ระบุหัวข้อใหม่ ในที่นี้ CO2 เป็นการกล่าวสั้น ๆ ถึงปัญหาการสะสมของ CO2 โครงสร้างนี้ช่วยให้คำอธิบายดำเนินต่อไปอย่างเป็นลำดับ

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้างสามคำจากบทเรียนเพื่อเพิ่มปัญหาที่สอง: “The plan may take too long. ____ the cost of repairs.”

ดูคำตอบ

Another concern is

Decomposition of organic carbon,

2:08

การย่อยสลายของคาร์บอนอินทรีย์

like plants and animals,

2:10

อย่างพืชและสัตว์

accounts for 90% of carbon dioxide already.

2:11

เป็นแหล่งที่มาของคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 90% อยู่แล้ว

Without living plants to uptake that CO2,

2:14

เมื่อไม่มีพืชที่มีชีวิตคอยดูดซับ CO2

the atmospheric concentration would skyrocket. สำนวน

2:17

ความเข้มข้นของมันในชั้นบรรยากาศจะพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

สำนวน

skyrocket: พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและมาก

ในที่นี้ skyrocket เป็นคำกริยาที่หมายถึง “เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วมากและในปริมาณมาก” คำนี้นำภาพจรวดที่พุ่งขึ้นด้านบนมาใช้บรรยายการเพิ่มขึ้นของตัวเลขหรือระดับอย่างชัดเจน คำนี้สื่อถึงการเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงกว่าคำว่า increase มาก ในประโยคนี้ ความเข้มข้นของ CO2 ไม่ได้เพียงแค่สูงขึ้น แต่จะเพิ่มอย่างรวดเร็วจนถึงระดับที่สูงกว่ามาก

แบบฝึกหัด

ใน “Demand for tickets could skyrocket after the announcement,” คำว่า skyrocket หมายถึงอะไร?

  1. ลดลงอย่างรวดเร็วและมาก
  2. เพิ่มขึ้นช้า ๆ เพียงเล็กน้อย
  3. คงอยู่ในระดับเดิม
  4. เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและมาก
ดูคำตอบ

เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและมาก

CO2 in low concentrations is a physiologically important gas, ลำดับความ

2:20

เมื่อมีความเข้มข้นต่ำ CO2 เป็นก๊าซที่สำคัญต่อกระบวนการทางสรีรวิทยา

but at high concentrations is toxic.

2:24

แต่เมื่อมีความเข้มข้นสูง มันจะเป็นพิษ

ลำดับความ

เปรียบต่างเงื่อนไขด้วย in low concentrations ... but at high concentrations

วลีบุพบททั้งสองวลีกำหนดเงื่อนไขให้กับประธานเดียวกัน คือ CO2 โดย in low concentrations กำหนดเงื่อนไขของคำอธิบายแรก is a physiologically important gas ส่วน at high concentrations กำหนดเงื่อนไขของคำอธิบายที่สอง is toxic but แสดงว่าคำอธิบายเปลี่ยนไปในทางตรงข้ามเมื่อความเข้มข้นเปลี่ยน ส่วนหลังเพียงละประธาน CO2 ที่ซ้ำกัน ไม่ได้เปลี่ยนไปพูดถึงก๊าซชนิดอื่น โครงสร้างที่ขนานกันนี้ทำให้เห็นความแตกต่างระหว่างเงื่อนไขกับผลได้ชัดเจน

แบบฝึกหัด

โครงสร้างของประโยคนี้แสดงอะไร? "CO2 in low concentrations is a physiologically important gas, but at high concentrations is toxic."

  1. CO2 ถูกอธิบายแบบหนึ่งเมื่อมีความเข้มข้นต่ำ และถูกอธิบายในทางตรงข้ามเมื่อมีความเข้มข้นสูง
  2. ประโยคนี้บอกว่า CO2 เป็นพิษในทุกระดับความเข้มข้น
  3. ความเข้มข้นต่ำหมายถึง CO2 แต่ความเข้มข้นสูงหมายถึงก๊าซอีกชนิดหนึ่ง
ดูคำตอบ

CO2 ถูกอธิบายแบบหนึ่งเมื่อมีความเข้มข้นต่ำ และถูกอธิบายในทางตรงข้ามเมื่อมีความเข้มข้นสูง

At 1% of our air,

2:27

หาก CO2 มีสัดส่วน 1% ในอากาศ

you'd become drowsy,

2:29

คุณจะเริ่มง่วงซึม

but greater than 10% would lead to convulsions, coma, and death. วลี

2:30

แต่ถ้าสูงกว่า 10% จะทำให้ชัก หมดสติ และเสียชีวิต

วลี

lead to: แสดงเหตุและผล

ในประโยคนี้ lead to หมายถึงทำให้เกิดหรือก่อให้เกิดผลลัพธ์ ประธานคือเงื่อนไขที่มี CO2 ในอากาศมากกว่า 10% และนามวลีหลัง to แจกแจงผลที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่ อาการชัก โคม่า และการเสียชีวิต ใช้โครงสร้าง เหตุหรือเงื่อนไข + lead to + ผลลัพธ์ โดยผลลัพธ์อาจเป็นนามวลีหรือรูป -ing ก็ได้: lead to delays; lead to feeling ill.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึงทำให้เกิด: Ignoring the warning could ____ serious injuries.

ดูคำตอบ

lead to

As for oxygen, ลำดับความ

2:34

ส่วนเรื่องออกซิเจนนั้น

although the brain can only survive 6 minutes without it,

2:35

แม้สมองจะอยู่ได้เพียง 6 นาทีหากขาดออกซิเจน

our atmosphere carries about 1 quintillion kilograms of oxygen,

2:38

แต่ชั้นบรรยากาศของเรามีออกซิเจนอยู่ราวหนึ่งล้านล้านล้านกิโลกรัม

which researchers approximate could last us at least a thousand years. การใช้คำ

2:42

ซึ่งนักวิจัยประเมินว่าน่าจะเพียงพอให้เราใช้ได้อย่างน้อยหนึ่งพันปี

ลำดับความ

As for oxygen: เปลี่ยนไปยังหัวข้อใหม่

As for + นามวลี ใช้กำหนดให้นามวลีนั้นเป็นหัวข้อถัดไป ในที่นี้ As for oxygen, เปลี่ยนความสนใจจากการพูดถึงคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกี่ยวข้องมาที่ออกซิเจน และบอกผู้ฟังว่าข้อมูลต่อไปจะกล่าวถึงอะไร วลีนี้ทำหน้าที่จัดลำดับข้อมูล ไม่ได้หมายถึง “เพราะ” หรือ “เมื่อ” โดยปกติจะใช้จุลภาคคั่นวลีหัวข้อที่ขึ้นต้นประโยคออกจากประโยคหลัก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเปลี่ยนหัวข้อ As for + หัวข้อที่กำหนด: We have checked the water supply. ____, the emergency tanks are full.

ดูคำตอบ

As for oxygen

การใช้คำ

last us at least a thousand years: มีเพียงพอสำหรับกลุ่มหนึ่ง

ในโครงสร้าง สิ่งของหรือปริมาณ + last + คนหรือกลุ่ม + ระยะเวลา คำว่า last หมายถึง “มีเพียงพอสำหรับ” กรรม us ระบุผู้ที่สามารถใช้ทรัพยากรนั้น ส่วน at least a thousand years ระบุระยะเวลาขั้นต่ำที่ประเมินไว้ ในประโยคนี้ ประธานคือปริมาณออกซิเจน ดังนั้น last us at least a thousand years จึงหมายความว่าออกซิเจนนี้อาจมีเพียงพอสำหรับมนุษยชาติไม่น้อยกว่าระยะเวลาดังกล่าว us เป็นสรรพนามรูปกรรม ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของวลีที่หมายถึงคนกลุ่มสุดท้าย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าแบตเตอรี่ที่มีอยู่เพียงพอสำหรับกลุ่มของเราเป็นเวลาสามวัน

  1. These batteries will reach us in three days.
  2. These batteries will last for three days.
  3. These batteries will last us three days.
ดูคำตอบ

These batteries will last us three days.

But within the same week,

2:46

แต่ภายในสัปดาห์เดียวกันนั้น

the planet's surface temperature would drop to around minus 18 degrees Celsius,

2:47

อุณหภูมิพื้นผิวโลกจะลดลงเหลือประมาณติดลบ 18 องศาเซลเซียส

which is survivable for now.

2:52

ซึ่งในตอนนี้เรายังพอเอาชีวิตรอดได้

Some Inuit communities already survive Arctic winters that are minus 25 degrees C at the warmest point of the day,

2:54

ชุมชนชาวอินูอิตบางแห่งอยู่รอดผ่านฤดูหนาวในอาร์กติกที่แม้แต่ช่วงอุ่นที่สุดของวันก็ยังอยู่ที่ติดลบ 25 องศาเซลเซียส

and some animals can survive minus 60 degrees Celsius.

3:00

และสัตว์บางชนิดก็อยู่รอดได้ในอุณหภูมิติดลบ 60 องศาเซลเซียส

But the universe is a large and cold place,

3:03

แต่จักรวาลนั้นทั้งกว้างใหญ่และหนาวเย็น

where the ambient temperature of space is around minus 273 degrees Celsius,

3:06

โดยอุณหภูมิโดยรอบในอวกาศอยู่ที่ประมาณติดลบ 273 องศาเซลเซียส

meaning it's only going to get colder and colder. ไวยากรณ์

3:11

นั่นหมายความว่าโลกมีแต่จะหนาวขึ้นเรื่อย ๆ

ไวยากรณ์

get colder and colder: semakin lama semakin dingin

ใน get colder and colder คำว่า get เป็นคำกริยาที่แสดงการเปลี่ยนสภาพและหมายถึง “กลายเป็น” ส่วน colder เป็นคำคุณศัพท์ขั้นกว่า แต่ในที่นี้ไม่ได้เปรียบเทียบสิ่งสองสิ่ง ณ ช่วงเวลาเดียวกัน รูปแบบ “คำขั้นกว่า + and + คำขั้นกว่าเดิม” แสดงแนวโน้มที่ดำเนินต่อเนื่อง โดยคุณสมบัตินั้นเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามเวลา ในที่นี้แต่ละช่วงจะหนาวกว่าช่วงก่อนหน้า รูปแบบเดียวกันนี้ใช้ได้ใน faster and faster และ more and more difficult

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปขั้นกว่าของ hard ที่พูดซ้ำ เพื่อแสดงการเปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง: As the levels progressed, the game got ____.

ดูคำตอบ

harder and harder

After a month,

3:14

หลังผ่านไปหนึ่งเดือน

assuming the same speed as our current orbit, ไวยากรณ์

3:15

หากเรายังคงเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเท่ากับวงโคจรปัจจุบัน

we'll have traveled 78 million kilometers,

3:18

เราจะเดินทางไปไกลถึง 78 ล้านกิโลเมตร

putting us past Mars, but not as far as Jupiter. ไวยากรณ์

3:21

ทำให้เราเลยดาวอังคารไปแล้ว แต่ยังไปไม่ถึงดาวพฤหัสบดี

ไวยากรณ์

assuming the same speed as our current orbit: สมมติว่าใช้ความเร็วเท่ากับวงโคจรปัจจุบัน

Assuming the same speed as our current orbit เป็นเงื่อนไขเสริมที่วางไว้ก่อนอนุประโยคหลัก ในที่นี้ assuming หมายถึง “หากเราสมมติว่า” หรือ “ภายใต้สมมติฐานว่า” ไม่ได้หมายถึงการที่ใครสักคนรับหน้าที่หรือความรับผิดชอบ เนื่องจาก assuming สามารถตามด้วยนามวลีได้โดยตรง ผู้พูดจึงระบุอย่างกระชับว่าการประมาณระยะทางขึ้นอยู่กับข้อสมมตินั้น เครื่องหมายจุลภาคแยกเงื่อนไขออกจากการคาดการณ์ ตัวเลขนี้จึงเป็นค่าประมาณแบบมีเงื่อนไข ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ไม่มีเงื่อนไข

แบบฝึกหัด

เติมรูป -ing ของ assume ที่ใช้แนะนำข้อสมมติในการทำงาน: ____ no delays, we should arrive by six.

ดูคำตอบ

Assuming

ไวยากรณ์

not as far as Jupiter: การเปรียบเทียบระดับแบบปฏิเสธ

โครงสร้าง not as + คำคุณศัพท์/คำวิเศษณ์ + as บอกว่าสิ่งหนึ่งมีระดับต่ำกว่าเกณฑ์ที่นำมาเปรียบเทียบ ในที่นี้ far ใช้วัดระยะทางที่เดินทาง และ Jupiter เป็นเกณฑ์เปรียบเทียบ กล่าวคือ ผู้เดินทางยังไปไม่ถึงระยะที่เท่ากับตำแหน่งของดาวพฤหัสบดี โครงสร้างนี้ให้ขอบเขตสูงสุดเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้ระบุตำแหน่งที่แน่นอน ทั้งประโยคบอกว่าผู้เดินทางเลยดาวอังคารไปแล้ว แต่ยังไปไม่ไกลเท่าดาวพฤหัสบดี

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง not as + คำคุณศัพท์ + as โดยใช้ far: From here, the café is three kilometers away and the airport is ten. The café is ____ the airport.

ดูคำตอบ

not as far as

This may leave us still within what is known as the circumstellar habitable zone, โน้ต

3:25

นั่นอาจทำให้เรายังคงอยู่ในบริเวณที่เรียกว่าเขตเอื้ออาศัยรอบดาวฤกษ์

the orbital range around a star that allows for enough light and heat to support liquid water. กริยาวลี

3:29

ซึ่งเป็นช่วงระยะวงโคจรรอบดาวฤกษ์ที่มีแสงและความร้อนเพียงพอให้น้ำคงอยู่ในสถานะของเหลว

วลี

what is known as: การแนะนำชื่อที่เป็นที่ยอมรับ

what is known as ใช้แนะนำชื่อหรือป้ายเรียกที่ตามหลังมา ในประโยคนี้ โครงสร้างดังกล่าวส่งสัญญาณว่านามวลี the circumstellar habitable zone เป็นคำศัพท์ที่ยอมรับกันสำหรับบริเวณที่กำลังอธิบาย ในที่นี้ what is ไม่ใช่สำนวนคำถามที่หมายถึง “สิ่งไหน?” โครงสร้าง what is known as X ทั้งหมดมีความหมายโดยประมาณว่า “สิ่งที่เรียกว่า X” และทำหน้าที่เป็นส่วนเติมเต็มของ within

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีทางการสี่คำที่ใช้แนะนำชื่อซึ่งเป็นที่ยอมรับ: The village lies within ____ the rain shadow.

ดูคำตอบ

what is known as

วัฒนธรรม

คำว่า circumstellar habitable zone

circumstellar habitable zone คือช่วงวงโคจรที่เป็นไปได้รอบดาวฤกษ์ ซึ่งดาวเคราะห์อาจได้รับแสงและความร้อนเพียงพอให้น้ำในสถานะของเหลวคงอยู่ได้ Circumstellar หมายถึงรอบดาวฤกษ์ ในประโยคนี้ ส่วนขยายที่ตามมา the orbital range around a star... ให้นิยามคำนี้โดยตรง Habitable บ่งบอกเพียงความเป็นไปได้ตามเงื่อนไข ไม่ได้พิสูจน์ว่ามีสิ่งมีชีวิตอยู่ หรือว่าทั้งดาวเคราะห์จะสะดวกสบายและปลอดภัย

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ circumstellar habitable zone ในประโยคนี้มากที่สุด

  1. ช่วงวงโคจรรอบดาวฤกษ์ที่เงื่อนไขอาจเอื้อให้มีน้ำในสถานะของเหลว
  2. เส้นทางที่ดาวเคราะห์ใช้เมื่อออกจากระบบดาวของตน
  3. ชั้นก๊าซที่ล้อมรอบดาวฤกษ์
  4. วงโคจรที่นักวิทยาศาสตร์ยืนยันแล้วว่ามีสิ่งมีชีวิต
ดูคำตอบ

ช่วงวงโคจรรอบดาวฤกษ์ที่เงื่อนไขอาจเอื้อให้มีน้ำในสถานะของเหลว

กริยาวลี

allow for ใน allows for enough light and heat

ในที่นี้ allows for หมายถึงทำให้บางสิ่งเป็นไปได้หรือจัดให้มีเงื่อนไขที่จำเป็น ช่วงวงโคจรอาจทำให้ดาวเคราะห์ได้รับแสงและความร้อนเพียงพอ และเงื่อนไขเหล่านั้นอาจช่วยให้น้ำในสถานะของเหลวคงอยู่ได้ รูปแบบคือ allow for + นามวลี ดังใน allows for enough light and heat ในบริบทนี้ไม่ได้หมายถึงการอนุญาตให้บุคคลทำสิ่งใด และไม่ได้หมายถึงการนำบางสิ่งมาคำนึงถึง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนที่หมายถึงการจัดพื้นที่หรือเงื่อนไขให้กับบางสิ่ง: The extra shelf space ____ taller books.

ดูคำตอบ

allows for

So, what would happen if after a month the sun suddenly switched back on? กริยาวลี

3:34

แล้วจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าหลังผ่านไปหนึ่งเดือน ดวงอาทิตย์จู่ ๆ กลับมาส่องสว่างอีกครั้ง?

กริยาวลี

switched back on: กลับสู่สถานะเปิด

ในที่นี้ switched back on หมายถึง “กลับมาทำงานอีกครั้งหลังจากที่ปิดอยู่” คำว่า back ไม่ได้บอกทิศทางย้อนกลับ แต่บอกถึงการกลับไปสู่สถานะเปิดเดิม ประโยคนี้เปรียบดวงอาทิตย์เหมือนอุปกรณ์ที่มีสวิตช์เปิดและปิด ดังนั้น switch back on จึงหมายถึงการกลับมาทำงาน ไม่ใช่การเปิดเป็นครั้งแรก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีรูปอดีตจากบทเรียนที่หมายถึง “กลับมาทำงานอีกครั้ง”: After the outage, the security cameras ____ automatically.

ดูคำตอบ

switched back on

Assuming we haven't crashed into any other planets or had their own gravity impact our trajectory,

3:39

สมมติว่าเราไม่ได้พุ่งชนดาวเคราะห์ดวงอื่น หรือถูกแรงโน้มถ่วงของดาวเหล่านั้นเปลี่ยนวิถีไปเสียก่อน

we're now roughly 170 million kilometers from the sun,

3:44

ตอนนี้เราจะอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ราว 170 ล้านกิโลเมตร

and it turns out our velocity isn't quite fast enough to escape the sun's gravity at this distance, โน้ต

3:48

และปรากฏว่าความเร็วของเรายังไม่มากพอจะหนีแรงโน้มถ่วงของดวงอาทิตย์ได้ที่ระยะนี้

ลำดับความ

it turns out: นำเสนอผลที่เพิ่งค้นพบ

it turns out ทำหน้าที่จัดข้อมูลในประโยคโดยนำเสนอสิ่งที่ตามมาว่าเป็นผลที่ค้นพบจากการคำนวณ หลักฐาน หรือเหตุการณ์ ผลนี้มักแก้ไขความคาดหมายก่อนหน้า ส่วน it ไม่ได้อ้างถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยเฉพาะ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกผู้ฟังให้เข้าใจข้อความเรื่องความเร็วว่าเป็นข้อสรุปที่เพิ่งได้มา ไม่ใช่ข้อสันนิษฐานตอนแรก โดยทั่วไปวลีนี้นำหน้าประโยคย่อย และจะมีหรือไม่มี that ก็ได้: It turns out (that) something is true.

แบบฝึกหัด

วลีใดเติมประโยคได้เหมาะสมที่สุด เมื่อประโยคย่อยที่สองเป็นผลที่ยืนยันแล้วและทำให้นักวิจัยประหลาดใจ? They expected the smaller battery to fail first, but ____ it lasted the longest.

  1. it turns out
  2. in my opinion
  3. it seems
ดูคำตอบ

it turns out

ไวยากรณ์

isn't quite fast enough to escape: เกือบเร็วพอแต่ยังไม่พอ

โครงสร้าง not quite + คำคุณศัพท์ + enough + to do ใช้บอกว่าระดับของสิ่งหนึ่งเกือบถึงเกณฑ์ที่จำเป็นต่อการทำบางอย่าง แต่ยังต่ำกว่าเกณฑ์เล็กน้อย ในประโยคนี้ ความเร็วเกือบมากพอที่จะหนีแรงโน้มถ่วงของดวงอาทิตย์ แต่ยังไม่พอ คำปฏิเสธครอบคลุมระดับ quite enough ดังนั้น quite ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “มาก” โครงสร้างนี้สื่อว่า “เกือบพอ แต่ยังไม่พอ”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมาย Maya ใกล้ถึงอายุที่กำหนดแล้ว แต่วันเกิดของเธออยู่ในเดือนหน้า: Maya isn't ____ to enter the competition.

ดูคำตอบ

quite old enough

so we'd be pulled back into an elliptical orbit,

3:53

เราจึงจะถูกดึงกลับเข้าสู่วงโคจรรูปวงรี

though a much wider one than before. ไวยากรณ์

3:57

แม้ว่าวงโคจรนั้นจะกว้างกว่าเดิมมาก

ไวยากรณ์

a much wider one than before: อันที่กว้างกว่าเดิมมาก

ในนามวลีนี้ one ใช้แทนคำนามนับได้เอกพจน์ orbit ที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ดังนั้น a much wider one จึงหมายถึง a much wider elliptical orbit และ one ในที่นี้ไม่ใช่เลข 1 much ใช้เน้นคำขั้นกว่า wider เพื่อแสดงว่าต่างกันมาก ส่วน than before ระบุจุดเปรียบเทียบ คือเปรียบเทียบวงโคจรใหม่กับวงโคจรก่อนหน้าโดยไม่ต้องกล่าวคำนามเต็มซ้ำ

แบบฝึกหัด

เรียงคำที่กำหนดให้เป็นลำดับธรรมชาติเพื่อเติมประโยค: a, much, wider, one, than, before. Our old classroom was cramped. Now we have ____.

ดูคำตอบ

a much wider one than before

By most scientific estimates, ลำดับความ

3:59

ตามการประเมินทางวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่

we're still within the habitable zone,

4:00

เรายังคงอยู่ภายในเขตเอื้ออาศัย

ลำดับความ

By most scientific estimates: บอกหลักฐานและลดระดับความแน่นอนของข้อสรุป

By most scientific estimates บอกแหล่งที่มาและระดับความแน่นอนของข้อความที่ตามมา ในที่นี้ by หมายถึง “ตาม” หรือ “โดยอาศัย” และ most แสดงว่าข้อสรุปอิงกับการประเมินทางวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่แน่นอนตายตัว วลีเปิดนี้จัดระเบียบประโยคด้วยการวางกรอบของหลักฐานไว้ก่อน ทำให้ผู้พูดเสนอข้อสรุปที่มีหลักฐานรองรับดี แต่ยังคงระมัดระวังอย่างเหมาะสม

แบบฝึกหัด

วลีเปิดในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร? “By most scientific estimates, the lake could recover within twenty years.”

  1. ตามการประเมินทางวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่
  2. ใกล้สถานที่ที่ทำการประเมินส่วนใหญ่
  3. ก่อนที่นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่จะทำการประเมิน
ดูคำตอบ

ตามการประเมินทางวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่

and by congregating around areas that are volcanically and geologically active, ไวยากรณ์

4:02

และหากเราไปรวมตัวกันในบริเวณที่มีการปะทุของภูเขาไฟและการเคลื่อนไหวทางธรณีวิทยา

like Iceland and Yellowstone,

4:07

อย่างไอซ์แลนด์และเยลโลว์สโตน

we could harness the power of our molten core วลี

4:08

เราก็อาจนำพลังงานจากแก่นโลกที่หลอมเหลวมาใช้

ไวยากรณ์

by congregating: ใช้ by + -ing เพื่อบอกวิธี

By congregating ใช้โครงสร้าง by + คำกริยารูป -ing เพื่อบอกวิธีที่อาจทำให้ผลลัพธ์หลังจากนั้นเกิดขึ้นได้ Congregating หมายถึงการมารวมกันและอยู่ร่วมกันในสถานที่หนึ่ง วลีนี้จึงตอบคำถามว่า “เราจะนำพลังงานนั้นมาใช้ได้อย่างไร?” รูปแบบคือ ผลลัพธ์ + by + คำกริยา-ing ผู้ที่ทำกริยา congregating โดยนัยคือ we ซึ่งเป็นประธานของ could harness เช่นกัน

แบบฝึกหัด

ใช้ by + รูป -ing ของ congregate เติมประโยคให้สมบูรณ์: “The residents shared resources ____ in one central shelter.”

ดูคำตอบ

by congregating

วลี

harness the power of: ควบคุมและใช้พลังงาน

ในประโยคนี้ harness the power of หมายถึงการควบคุมพลังงานแล้วนำไปใช้เพื่อจุดประสงค์ที่เป็นรูปธรรม แก่นโลกที่หลอมเหลวถูกมองว่าเป็นแหล่งพลังงานที่สามารถควบคุมทิศทางเพื่อนำมาสร้างความอบอุ่นได้ โครงสร้างคือ harness the power of + แหล่งพลังงาน เทคโนโลยี พลัง หรือความสามารถ เมื่อเทียบกับ use คำว่า harness มักสื่อถึงการดึงมา ควบคุม หรือจัดระบบบางสิ่งเพื่อใช้ศักยภาพของสิ่งนั้นอย่างมีประสิทธิภาพ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่ตรงกับบทเรียน: The new device may ____ moving water to charge a battery.

ดูคำตอบ

harness the power of

to make up for the increased distance from the sun to keep us warm. กริยาวลี

4:11

เพื่อชดเชยผลจากการอยู่ห่างดวงอาทิตย์มากขึ้นและทำให้เรายังคงอบอุ่น

กริยาวลี

make up for: ชดเชยความสูญเสียหรือข้อเสีย

ในที่นี้ make up for หมายถึงการชดเชยข้อเสียหรือประโยชน์ที่ขาดหายไป พลังงานจากแก่นโลกที่หลอมเหลวจะให้ความร้อนทดแทนส่วนที่เสียไปเพราะโลกอยู่ไกลจากดวงอาทิตย์มากขึ้น โครงสร้างคือ make up for + ความสูญเสีย การขาดแคลน จุดอ่อน ความผิดพลาด หรือเงื่อนไขด้านลบอื่น ๆ กรรมที่อยู่หลัง for ระบุสิ่งที่ถูกถ่วงดุลหรือชดเชย ในประโยคนี้วลีดังกล่าวไม่ได้หมายถึงการแต่งเรื่องหรือการคืนดี

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่ตรงกับความหมายว่า “ชดเชย”: A free dessert helped ____ the long wait.

ดูคำตอบ

make up for

But if the sun had taken a few more months to turn on, ไวยากรณ์

4:14

แต่ถ้าดวงอาทิตย์ใช้เวลานานกว่านั้นอีกไม่กี่เดือนกว่าจะกลับมาส่องสว่าง

we'd be too far to be pulled back into orbit and would become a rogue planet. โน้ต

4:17

เราจะอยู่ไกลเกินกว่าจะถูกดึงกลับเข้าสู่วงโคจร และโลกจะกลายเป็นดาวเคราะห์พเนจร

ไวยากรณ์

If ... had taken ..., we'd be ...: เงื่อนไขอดีตที่ไม่เกิดขึ้นจริงและผลสมมติ

อนุประโยค if ใช้ past perfect คือ had taken เพื่อสมมติเวลาในอดีตอีกแบบที่ไม่ได้เกิดขึ้นในสถานการณ์นี้ นั่นคือดวงอาทิตย์กลับมาส่องสว่างช้ากว่าที่กำหนดไว้ ส่วนประโยคหลักใช้ would บอกผลที่สมมติขึ้น และ we'd ในที่นี้ย่อมาจาก we would รูปแบบนี้เชื่อมเงื่อนไขในอดีตที่ไม่เป็นจริงกับผลสมมติที่จะเป็นจริงในตอนนี้หรือภายหลังได้ ในประโยคนี้ would ใช้ร่วมกับผลสองอย่างที่เชื่อมกัน คือ would be too far และ would become a rogue planet

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสมมติเหตุการณ์ในอดีตที่ต่างออกไปและผลของมันในปัจจุบันได้ถูกต้อง

  1. If the map had been clearer, we would have been home yesterday.
  2. If the map were clearer, we would be home by now.
  3. If the map had been clearer, we would be home by now.
ดูคำตอบ

If the map had been clearer, we would be home by now.

ไวยากรณ์

too far to be pulled back into orbit: การเกินขีดจำกัดและ infinitive รูปถูกกระทำ

ใน too far to be pulled back into orbit โครงสร้าง too + คำคุณศัพท์ + to-infinitive หมายถึงระดับนั้นเกินขีดจำกัด กล่าวคือระยะทางจะไกลมากจนไม่สามารถถูกดึงกลับมาได้ ในที่นี้ too หมายถึง “มากเกินไป” ไม่ได้หมายถึง “ด้วย” infinitive อยู่ในรูปถูกกระทำ คือ to be pulled ดาวเคราะห์เป็นฝ่ายถูกดึง ไม่ได้เป็นฝ่ายดึงสิ่งอื่น เราใช้ too + คำคุณศัพท์ + to be + past participle ได้เมื่อบางสิ่งไม่สามารถรับการกระทำได้เพราะเกินขีดจำกัดบางอย่าง

แบบฝึกหัด

ใช้คำในวงเล็บเติมโครงสร้าง too ... to ให้สมบูรณ์โดยใช้การกระทำแบบถูกกระทำ: The piano is ____ by one person. (heavy; lift)

ดูคำตอบ

too heavy to be lifted

วัฒนธรรม

ดาวเคราะห์พเนจร (a rogue planet)

ในประโยคนี้ rogue planet หมายถึงดาวเคราะห์ที่ไม่ถูกแรงโน้มถ่วงของดาวฤกษ์ยึดไว้แล้ว และไม่ได้โคจรรอบดาวฤกษ์นั้น ดาวเคราะห์จะเคลื่อนที่ไปในอวกาศด้วยตัวเอง แทนที่จะเคลื่อนตามวงโคจรของดาวฤกษ์ rogue อธิบายสถานะการโคจรของดาวเคราะห์ ไม่ได้อธิบายบุคลิกของมัน ในที่นี้ become a rogue planet หมายถึงดาวเคราะห์จะหลุดออกจากระบบของดาวฤกษ์และล่องลอยอย่างอิสระในอวกาศ

แบบฝึกหัด

ในที่นี้ rogue planet หมายถึงอะไร

  1. ดาวเคราะห์ที่มีบุคลิกอันตราย
  2. ดาวเคราะห์ที่เล็กกว่าโลกมาก
  3. ดาวเคราะห์ที่ไม่โคจรรอบดาวฤกษ์ใดเลย
ดูคำตอบ

ดาวเคราะห์ที่ไม่โคจรรอบดาวฤกษ์ใดเลย

Though most planets are tethered to the star that created them,

4:21

แม้ดาวเคราะห์ส่วนใหญ่จะถูกยึดไว้กับดาวฤกษ์ที่ให้กำเนิดมัน

studies estimate that within the Milky Way,

4:24

งานวิจัยประเมินว่าภายในทางช้างเผือก

there are 100 billion planets that wander the galaxy as rogue planets.

4:26

มีดาวเคราะห์พเนจรราวหนึ่งแสนล้านดวงที่ท่องไปทั่วกาแล็กซี

Whichever the case for Earth,

4:31

ไม่ว่าโลกจะลงเอยในกรณีไหน

we'd require a lot of human innovation to survive.

4:32

เราก็ต้องอาศัยนวัตกรรมมากมายจากมนุษย์เพื่อเอาชีวิตรอด

Thanks again to Google Science Fair for sponsoring this video.

4:35

ขอขอบคุณ Google Science Fair อีกครั้งที่สนับสนุนวิดีโอนี้

If you are between 13 and 18 and you have an idea that could impact the world,

4:38

หากคุณมีอายุระหว่าง 13 ถึง 18 ปี และมีไอเดียที่อาจสร้างความเปลี่ยนแปลงให้โลก

make sure you go to googlesciencefair.com.

4:42

อย่าลืมเข้าไปที่ googlesciencefair.com

Maybe you have the idea for alternative energy sources

4:45

บางทีคุณอาจมีไอเดียเกี่ยวกับแหล่งพลังงานทางเลือก

or thought of a way to reduce waste

4:48

หรือคิดค้นวิธีลดขยะ

or just even ask the question,

4:50

หรือแม้แต่เพียงตั้งคำถามว่า

couldn't an alarm clock wake you up without making sound?

4:51

นาฬิกาปลุกจะปลุกคุณโดยไม่ต้องส่งเสียงได้ไหม?

The deadline to submit your project is December 12th, 2018.

4:54

กำหนดส่งโครงงานของคุณคือวันที่ 12 ธันวาคม 2018

Maybe you're independent

4:57

หากคุณอยากทำงานอย่างอิสระ

you can submit on your own,

4:58

คุณก็ส่งผลงานคนเดียวได้

or you can submit as a group of up to three people,

5:00

หรือจะส่งเป็นกลุ่มที่มีสมาชิกไม่เกินสามคนก็ได้

okay?

5:03

โอเคไหม?

So check it out,

5:03

ลองเข้าไปดูกัน

and also make sure you subscribe to this channel for new science videos every Thursday.

5:04

และอย่าลืมกดติดตามช่องนี้ เพื่อชมวิดีโอวิทยาศาสตร์ตอนใหม่ทุกวันพฤหัสบดี

See you.

5:08

แล้วเจอกัน