รักลูกนะ | นางฟ้า | บลูอี้ (Bluey): บทเรียนภาษาอังกฤษ
Bluey - Official Channel
คำอธิบายวิดีโอ: ในฉากนี้จาก Bluey เหล่านางฟ้าสั่งให้พ่อเต้นรอบตู้จดหมายของครอบครัว และแช่แข็งบิงโกเมื่อเขาปฏิเสธ ก่อนจะยอมเต้นแบบน่าอายเพื่อถอนมนตร์ พ่อหยุดเพื่อกล่าวขอโทษบิงโกอย่างจริงใจ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. round our letterbox. — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เข้าใจว่า round ใช้แทน around ได้เป็นปกติในภาษาอังกฤษแบบบริติชและออสเตรเลีย ส่วน letterbox หมายถึงตู้รับจดหมายประจำบ้านในภาษาอังกฤษสองแบบนี้ จึงติดตามบทสนทนาท้องถิ่นได้โดยไม่ตีความ round ว่าเป็นเพียงคำคุณศัพท์ที่แปลว่า “กลม” 2. if I've ever hurt your feelings, I'm really sorry, — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: เรียนรู้รูปแบบคำขอโทษที่คำนึงถึงอีกฝ่าย โดยยอมรับความเป็นไปได้ว่าตนเคยทำร้ายจิตใจ แต่ไม่ยืนยันเกินจริงว่ารู้แน่ชัดเกี่ยวกับทุกเหตุการณ์ในอดีต สามารถนำไปใช้เพื่อรับผิดชอบ ฟื้นฟูความสัมพันธ์ และทำให้บทสนทนาที่ละเอียดอ่อนนุ่มนวลขึ้น 3. Are you not entertained? — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทโลกจริง: เข้าใจคำถามเชิงวาทศิลป์ที่มีลีลาเหมือนการแสดงนี้ว่าเป็นมุกแบบสื่อที่ผู้ชมอาจคุ้นเคย ไม่ใช่คำถามกลาง ๆ เพื่อขอข้อมูล จึงจับน้ำเสียงนักแสดงที่จงใจโอเวอร์และความท้าทายแฝงว่า “แค่นี้ยังสนุกไม่พออีกหรือ” ได้
คำอธิบายในบทเรียนนี้
It's a picture of Dad dancing round our letterbox. การใช้คำ
0:06มันเป็นรูปพ่อเต้นรำรอบตู้จดหมายของเรา
round our letterbox: round ที่ทำหน้าที่เป็นคำบุพบท
ในวลี round our letterbox คำว่า round เป็นคำบุพบทที่มีความหมายเหมือน around วลีนี้บอกเส้นทางการเคลื่อนไหวขณะพ่อเต้น คือพ่อเคลื่อนที่รอบตู้จดหมาย ไม่ได้บอกว่าตู้จดหมายมีรูปทรงกลม ในที่นี้ letterbox เป็นคำที่ใช้กันทั่วไปในภาษาอังกฤษแบบอังกฤษและออสเตรเลีย หมายถึงจุดที่บ้านใช้รับจดหมาย ดังนั้นทั้งวลีจึงหมายถึง “รอบตู้จดหมายของบ้าน”
แบบฝึกหัด
round our letterbox ในประโยคนี้หมายความว่าอะไร
- พ่อกำลังถือตู้จดหมายทรงกลม
- พ่อกำลังเต้นอยู่ข้างในตู้จดหมาย
- พ่อกำลังเคลื่อนที่ไปรอบตู้จดหมาย
ดูคำตอบ
พ่อกำลังเคลื่อนที่ไปรอบตู้จดหมาย
Hey, why have I got stink lines coming off me? โน้ต
0:10เฮ้ ทำไมถึงมีเส้นกลิ่นเหม็นออกมาจากตัวพ่อล่ะ
stink lines: เส้นที่วาดเพื่อแสดงกลิ่นเหม็น
stink lines คือเส้นที่วาดในหนังสือการ์ตูนหรือแอนิเมชันเพื่อทำให้กลิ่นเหม็นดูเหมือนมองเห็นได้ โดยมักวาดให้ลอยขึ้นมาจากคนหรือสิ่งของที่มีกลิ่นเหม็น ในประโยคนี้ coming off me บรรยายว่าเครื่องหมายเหล่านั้นยื่นออกมาจากตัวละครในภาพ มันเป็นสัญลักษณ์ทางภาพ ไม่ใช่เส้นที่มีอยู่จริง
แบบฝึกหัด
ในหนังสือการ์ตูนหรือการ์ตูนแอนิเมชัน stink lines คืออะไร
- เชือกจริงที่ผูกติดกับตัวละคร
- เส้นที่วาดเพื่อแสดงกลิ่นเหม็น
- บรรทัดข้อความที่มีคำหยาบ
ดูคำตอบ
เส้นที่วาดเพื่อแสดงกลิ่นเหม็น
coming off me: แผ่ออกมาจากแหล่งกำเนิด
ในประโยคนี้ coming off me หมายถึงบางสิ่งแผ่หรือยื่นออกมาจาก “ตัวฉัน” ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิด “เส้นกลิ่นเหม็น” ที่วาดขึ้นทำให้กลิ่นที่มองไม่เห็นกลายเป็นภาพ จึงดูเหมือนว่าเส้นเหล่านั้นออกมาจากตัวผู้พูด ตรงนี้ coming off me เป็นอนุประโยค -ing ที่ขยาย stink lines และมีความหมายเต็มว่า “stink lines that are coming off me” ไม่ได้หมายความว่าเส้นเหล่านั้นเคยติดอยู่กับตัวเขาแล้วหลุดออกมา
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ coming off ในความหมายว่า “ออกมาจากแหล่งกำเนิด”?
- Warm air was coming off the radiator.
- The label was coming off the jar.
- Her joke came off well at the party.
ดูคำตอบ
Warm air was coming off the radiator.
must think: การคาดเดาอย่างมั่นใจ ไม่ใช่หน้าที่บังคับ
ในที่นี้ must think แสดงข้อสรุปที่มั่นใจโดยอาศัยหลักฐาน เมื่อเห็นเส้นกลิ่นเหม็น ผู้พูดจึงมั่นใจว่าพวกนางฟ้าคิดว่าคนคนนั้นมีกลิ่นไม่ดี โครงสร้างคือ must + กริยารูปพื้นฐาน think ในบริบทนี้ must ไม่ได้กำหนดหน้าที่หรือออกคำสั่งแก่นางฟ้า แต่แสดงการคาดเดาของผู้พูดเกี่ยวกับความคิดของพวกนางฟ้า
แบบฝึกหัด
must think ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร? “Maya is waiting outside the wrong room, so she must think the meeting is in there.”
- ผู้พูดคาดเดาอย่างมั่นใจว่า Maya เชื่ออะไร
- Maya มีหน้าที่ต้องคิดเกี่ยวกับการประชุม
- ผู้พูดกำลังสั่งให้ Maya รออยู่นอกห้อง
ดูคำตอบ
ผู้พูดคาดเดาอย่างมั่นใจว่า Maya เชื่ออะไร
I think they want you to fairy dance around our letterbox.
0:16หนูคิดว่าพวกเขาอยากให้พ่อเต้นระบำนางฟ้ารอบตู้จดหมายของเรานะ
I'm not doing that. สำหรับการปฏิเสธอย่างหนักแน่น
ในที่นี้ I'm not doing that. หมายถึงผู้พูดปฏิเสธที่จะทำสิ่งที่เพิ่งมีคนเสนอ รูป present progressive ไม่ได้บอกเพียงว่าการกระทำกำลังดำเนินอยู่ แต่แสดงการตัดสินใจของผู้พูดว่าจะไม่ทำอะไรด้วย that แทนการกระทำที่ทั้งสองฝ่ายเข้าใจชัดเจนจากบทสนทนาแล้ว รูปแบบ I'm not + คำกริยา-ing ใช้กำหนดขอบเขตอย่างหนักแน่นต่อการกระทำที่มีคนเสนอได้
แบบฝึกหัด
เพื่อนท้าให้คุณเข้าไปในพื้นที่ปิดที่อันตราย คำตอบใดเป็นการปฏิเสธอย่างหนักแน่น
- I'm not going in there yet.
- I don't go in there on Mondays.
- I'm not going in there.
ดูคำตอบ
I'm not going in there.
have to ที่ละการกระทำซึ่งเข้าใจกันแล้ว
have to แสดงความจำเป็น ในที่นี้มีคนบอกพ่อว่าพ่อต้องทำสิ่งที่กำลังพูดถึงกันอยู่ ความจำเป็นนี้อาจมาจากกฎ สถานการณ์ หรือสิ่งที่ผู้พูดมองว่าจำเป็น รูปเต็มคือ You have to do it. เนื่องจากเข้าใจ do it ได้จากบริบทอยู่แล้ว ภาษาอังกฤษจึงละวลีกริยาที่ซ้ำและเหลือ to ไว้ท้ายประโยคได้เป็น You have to. นี่เป็นการละคำตามบริบท ไม่ใช่ข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์
แบบฝึกหัด
เติมคำตอบด้วยรูปสั้นที่ลงท้ายด้วย have to: A: Do I really need to wear a helmet? B: Yes, you ____.
ดูคำตอบ
have to
No way.:การปฏิเสธแบบไม่เป็นทางการที่หนักแน่น
No way. เป็นคำตอบแบบภาษาพูดที่เป็นสำนวนตายตัว ในประโยคนี้หมายถึง “ไม่มีทาง” หรือ “ฉันไม่ยอม” เป็นการปฏิเสธที่หนักแน่นและมีอารมณ์มากกว่าการพูดเพียง No. way ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ถนน” หรือ “เส้นทาง” ให้เข้าใจสองคำนี้รวมกันว่าเป็นคำโต้ตอบแบบไม่เป็นทางการหนึ่งคำ
แบบฝึกหัด
ในตัวอย่างนี้ No way. สื่อความหมายอะไร?
- การถามทางอย่างสุภาพ
- การบอกอย่างเป็นกลางว่าไม่มีเส้นทาง
- การปฏิเสธอย่างหนักแน่นและไม่เป็นทางการ
ดูคำตอบ
การปฏิเสธอย่างหนักแน่นและไม่เป็นทางการ
Do your worst:คำท้าแบบยั่วยุ
Do your worst เป็นสำนวนที่ใช้ท้าให้อีกฝ่ายงัดวิธีที่รุนแรงที่สุดมาใช้กับเรา ใกล้เคียงกับว่า “เอาเลย ลองดู ฉันไม่กลัว” worst ในที่นี้ทำหน้าที่เหมือนคำนาม หมายถึงการกระทำที่แย่ที่สุดหรืออันตรายร้ายแรงที่สุดที่อีกฝ่ายทำได้ ผู้พูดกำลังพูดเกินจริงและแสดงท่าทีท้าทาย ไม่ได้ขออย่างสุภาพให้อีกฝ่ายทำตัวแย่
แบบฝึกหัด
ข้อความใดถอดความ Do your worst. ได้ใกล้เคียงที่สุด?
- เอาเลย ใช้ไม้เด็ดที่แรงที่สุดของคุณมา ฉันไม่กลัว
- บอกฉันว่าตัวเลือกใดให้ผลลัพธ์แย่ที่สุด
- กรุณาทำตัวให้แย่ที่สุดเท่าที่จะทำได้
ดูคำตอบ
เอาเลย ใช้ไม้เด็ดที่แรงที่สุดของคุณมา ฉันไม่กลัว
have frozen: present perfect ที่เน้นผลลัพธ์ในปัจจุบัน
have frozen เป็นรูป present perfect ซึ่งประกอบด้วย have + กริยาช่องที่สาม frozen โดย The fairies เป็นผู้กระทำ และ Bingo เป็นกรรมที่ได้รับผลจากการกระทำนั้น การกระทำเกิดขึ้นก่อนเวลาปัจจุบัน แต่ประโยคเน้นผลที่เกิดอยู่ตอนนี้ คือ Bingo ยังอยู่ในสภาพแข็งและขยับไม่ได้ present perfect มักเชื่อมการกระทำก่อนหน้านี้กับสถานการณ์ที่ยังสำคัญในปัจจุบัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป present perfect ของ freeze: The windows ____ shut, so we cannot open them now.
ดูคำตอบ
have frozen
Because of you: คำกล่าวโทษที่ใช้เดี่ยว ๆ
Because of ตามด้วยนามวลีและใช้บอกสาเหตุ โดยนามวลีในที่นี้คือ you ปกติจะอยู่ในอนุประโยคที่สมบูรณ์ เช่น This happened because of you. เมื่อใช้ Because of you. เพียงลำพังหลังจากเกิดผลลัพธ์ที่ไม่ดี ผู้ฟังจะเข้าใจใจความของประโยคหลักจากบริบท คำพูดนี้โยนความรับผิดชอบไปยังผู้ฟังและมีความหมายประมาณว่า This is your fault ดังนั้นหน้าที่ของมันในที่นี้คือการกล่าวโทษ ไม่ใช่การอธิบายอย่างเป็นกลาง
แบบฝึกหัด
ตัดสินว่าข้อความนี้จริงหรือเท็จ: หลังเกิดปัญหา การพูด Because of you. กับเพื่อนร่วมงานโดยตรงมักฟังเหมือนคำอธิบายที่เป็นกลาง
- เท็จ
- จริง
ดูคำตอบ
เท็จ
Curse you: คำต่อว่าแบบละครและโบราณ
Curse you เป็นวิธีตำหนิหรือสาปแช่งใครสักคนแบบเล่นใหญ่ ในประโยคนี้ ผู้พูดแกล้งโยนความหงุดหงิดไปให้เหล่านางฟ้า จึงมีความหมายประมาณ “เจ้าพวกนางฟ้าน่าชัง!” แบบเกินจริง ไม่ใช่การกล่าวอย่างสงบ ในเรื่องเล่าและบทตลก สำนวนนี้มักใช้ภาษาที่ตั้งใจให้ฟังโบราณเพื่อแสดงความโกรธแบบแกล้งทำ ต้องดูการแสดงเชิงหยอกล้อรอบ ๆ เพื่อดูว่าความโกรธนั้นเป็นเรื่องล้อเล่นหรือไม่ แต่ตัวถ้อยคำเองยังฟังเป็นปฏิปักษ์อยู่
แบบฝึกหัด
ในฉากที่เห็นชัดว่าเป็นการเล่นมุกและแสดงแบบละคร Curse you! น่าจะแสดงอะไรที่สุด
- คำขอความช่วยเหลืออย่างสุภาพ
- คำต่อว่าแบบละครและโบราณ
- คำสัญญาตามตัวอักษรว่าจะใช้เวทมนตร์
ดูคำตอบ
คำต่อว่าแบบละครและโบราณ
you know what you have to do: การกดดันทางอ้อมและลำดับคำในคำถามแฝง
ใน you know what you have to do ผู้พูดนำเสนอการกระทำที่จำเป็นว่าเป็นสิ่งที่ผู้ฟังรู้อยู่แล้ว ในบริบทนี้ไม่ใช่การถามข้อมูลแบบกลาง ๆ แต่เป็นการผลักให้ผู้ฟังลงมือทำทางอ้อมและโยนความรับผิดชอบในการกระทำนั้นให้ผู้ฟัง อนุประโยค what you have to do เป็นคำถามแฝงหลัง know จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: what + you + have to do หากเป็นคำถามตรง ๆ จะเป็น What do you have to do? แต่เมื่อฝังอยู่ในประโยคนี้จะไม่สลับคำเป็น what do you have to do
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้คำถามแฝงหลัง know ได้ถูกต้องเพื่อผลักให้คนที่รู้ขั้นตอนถัดไปอยู่แล้วลงมือทำ
- You know what do you have to do.
- You know what have you to do.
- You know what you have to do.
ดูคำตอบ
You know what you have to do.
get the speaker: ไปเอาลำโพงมา
ในประโยคนี้ get หมายถึงไปยังที่ที่ลำโพงอยู่ หยิบมันมา แล้วนำกลับมายังจุดที่ต้องใช้ เป็นการบอกว่าจะไปเอาของมา ไม่ได้หมายถึงได้รับลำโพงหรือกลายเป็นเจ้าของ โครงสร้าง I'll get + คนหรือสิ่งของ ใช้บ่อยเมื่ออาสาว่าจะไปตามคนหรือไปเอาของที่ต้องการมา ต้องดูบริบทว่า get ใช้ในความหมายว่าไปเอามาหรือไม่
แบบฝึกหัด
ในบริบทนี้ I'll get the speaker หมายความว่าอย่างไร
- ฉันจะกลายเป็นเจ้าของลำโพง
- ฉันจะเข้าใจคนที่กำลังพูด
- ฉันจะไปเอาลำโพงแล้วนำกลับมา
ดูคำตอบ
ฉันจะไปเอาลำโพงแล้วนำกลับมา
Oh man: ปฏิกิริยาทางอารมณ์แบบไม่เป็นทางการ
Oh man เป็นคำอุทานแบบไม่เป็นทางการ ในประโยคนี้ ผู้พูดใช้เมื่อเห็นว่ามีคนอยู่เต็มไปหมดเพื่อแสดงความอึดอัดหรือความเขินอาย ส่วนในบริบทอื่นอาจใช้แสดงความประหลาดใจ ความหงุดหงิด ความผิดหวัง หรือความโล่งใจก็ได้ ในการใช้นี้ man เป็นส่วนหนึ่งของคำอุทาน ไม่ใช่คำนามที่ใช้เรียกผู้ชาย ต้องดูคำพูดที่ตามมาและน้ำเสียงของผู้พูดเพื่อระบุอารมณ์ที่ต้องการสื่อ
แบบฝึกหัด
Oh man ในประโยคนี้น่าจะแสดงอะไร
- ผู้พูดดีใจที่เห็นคนจำนวนมาก
- ผู้พูดรู้สึกอึดอัดหรือเขินอายเพราะฝูงชน
- ผู้พูดกำลังเรียกผู้ชายที่อยู่ใกล้ ๆ
ดูคำตอบ
ผู้พูดรู้สึกอึดอัดหรือเขินอายเพราะฝูงชน
there's people: การใช้ there's แบบไม่เป็นทางการหน้าคำนามพหูพจน์
ในภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการ there's มักทำหน้าที่เหมือนรูปแบบตายตัวที่ใช้บอกว่ามีบางสิ่งอยู่ แม้ว่าวลีคำนามที่ตามมาจะเป็นพหูพจน์ก็ตาม ในที่นี้ there's people everywhere หมายถึงมีคนอยู่ทั่วทุกแห่ง โดย people ยังคงเป็นพหูพจน์ ในการเขียนทางการที่ผ่านการตรวจแก้ ปกติจะต้องใช้ there are ให้สอดคล้องกับพหูพจน์: There are people everywhere ให้เข้าใจรูปเดิมว่าเป็นไวยากรณ์สนทนาที่พบได้ทั่วไป ไม่ใช่รูปมาตรฐานของภาษาเขียนทางการ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับงานเขียนทางการที่ผ่านการตรวจแก้แล้ว
- There's several reasons for the delay.
- There are several reasons for the delay.
- There is several reasons for the delay.
ดูคำตอบ
There are several reasons for the delay.
Nice roller skates: คำชมสั้น ๆ ด้วย Nice + คำนาม
Nice + คำนาม สามารถใช้เดี่ยว ๆ เป็นคำชมสั้น ๆ ในบทสนทนาได้ Nice roller skates! ละประโยคเต็มอย่าง Your roller skates are nice ไว้ แต่ยังคงเป็นถ้อยคำที่สมบูรณ์และเป็นธรรมชาติในภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการ น้ำเสียงช่วยเพิ่มท่าทีของผู้พูด ในที่นี้ผู้พูดสังเกตเห็นโรลเลอร์สเกตที่โดดเด่นของ Bandit ประโยคจึงฟังดูเป็นคำชมที่มีการหยอกอย่างเป็นมิตรเล็กน้อย ไม่ใช่เพียงคำบรรยายที่เป็นกลาง
แบบฝึกหัด
คุณเห็นรองเท้าคู่ใหม่ของเพื่อน ใช้ Nice + คำนาม shoes เติมคำชมสั้น ๆ ให้สมบูรณ์: ____!
ดูคำตอบ
Nice shoes
This isn't about you: ดึงความสนใจกลับไปยังปัญหาที่แท้จริง
ใน This isn't about you คำว่า about หมายถึง “มี...เป็นศูนย์กลาง” หรือ “เกี่ยวข้องเป็นหลักกับความรู้สึก ผลประโยชน์ หรือภาพลักษณ์ของคุณ” ไม่ได้บอกตำแหน่งทางกายภาพ ผู้พูดกำลังบอกว่าอีกฝ่ายไม่ใช่จุดสำคัญของปัญหาในตอนนี้ ประโยคนี้ดึงความสนใจกลับไปยังสิ่งที่สำคัญจริง ๆ ใช้เตือนคนที่กำลังทำให้ปัญหาร่วมกลายเป็นเรื่องของตัวเอง และสามารถตามด้วย It's about... เพื่อบอกว่าสิ่งสำคัญที่แท้จริงคืออะไร
แบบฝึกหัด
เพื่อนร่วมทีมคนหนึ่งพูดว่า “This isn't about you; it's about keeping the customers safe.” ผู้พูดกำลังทำอะไร?
- เปลี่ยนความสนใจจากเพื่อนร่วมทีมไปยังความปลอดภัยของลูกค้า
- บอกว่าไม่เคยมีใครพูดถึงเพื่อนร่วมทีมคนนั้น
- อธิบายว่าเพื่อนร่วมทีมยืนอยู่ตรงไหน
ดูคำตอบ
เปลี่ยนความสนใจจากเพื่อนร่วมทีมไปยังความปลอดภัยของลูกค้า
break the fairies' spell: ยุติเวทมนตร์
Break a spell เป็นกลุ่มคำที่ใช้กันทั่วไปในเรื่องแฟนตาซี หมายถึงการทำให้ผลของเวทมนตร์จากคาถาสิ้นสุดลง break ในที่นี้หมายถึง “ทำให้ใช้การไม่ได้” หรือ “ทำให้สิ้นสุด” ไม่ใช่การทุบวัตถุจริง ๆ ให้แตก เครื่องหมายอะพอสทรอฟีหลัง fairies แสดงความเป็นเจ้าของของคำนามพหูพจน์ หมายความว่า spell นั้นเป็นของหรือมาจาก fairy มากกว่าหนึ่งตน ดังนั้นทั้งวลีจึงหมายถึงการยุติเวทมนตร์ที่เหล่านางฟ้าสร้างขึ้น
แบบฝึกหัด
A spell was trapping the village. เติมประโยคที่สองด้วยกลุ่มคำเป้าหมาย โดยใช้ break และ the spell เพราะได้กล่าวถึงคาถานั้นแล้ว: The hero found a way to ____.
ดูคำตอบ
break the spell
one thing first: ให้สิ่งสำคัญมาก่อนขั้นตอนถัดไป
one thing first ใช้หยุดแผนเดิมชั่วคราว แล้วแทรกสิ่งสำคัญที่ต้องทำก่อนขั้นตอนถัดไป หมายถึง “ก่อนจะทำต่อ มีเรื่องหนึ่งที่ฉันต้องพูดหรือทำก่อน” one thing ตรงนี้ไม่ได้หมายถึงการนับสิ่งของหนึ่งชิ้น แต่หมายกว้าง ๆ ถึงเรื่อง คำเตือน เงื่อนไข หรือการกระทำที่ต้องมาก่อน โดยปกติผู้พูดจะอธิบายหรือทำสิ่งนั้นทันทีหลังจากพูดประโยคนี้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสามคำที่ใช้แทรกสิ่งสำคัญก่อนแผนหลัก: We can start the game in a minute, but ____: everyone needs a pencil.
ดูคำตอบ
one thing first
hurt your feelings: ทำร้ายความรู้สึก
Hurt someone's feelings เป็นสำนวนตายตัว หมายถึงทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเสียใจ ขุ่นเคือง หรือเจ็บปวดทางอารมณ์จากสิ่งที่คุณพูดหรือทำ ในประโยคนี้ your ระบุผู้ที่ได้รับผลกระทบ และ feelings หมายถึงอารมณ์ความรู้สึก ไม่ใช่ความคิดเห็นหรือความคิด เมื่อต้องการนำโครงสร้างนี้ไปใช้ในสถานการณ์อื่น ให้เปลี่ยนคำแสดงความเป็นเจ้าของ เช่น hurt my feelings, hurt her feelings หรือ hurt their feelings สำนวนนี้พูดถึงความเจ็บปวดทางอารมณ์ ไม่ใช่การบาดเจ็บทางร่างกาย
แบบฝึกหัด
เติมคำขอโทษด้วยสำนวนตายตัวที่หมายถึง “ทำให้คุณเจ็บปวดทางอารมณ์”: I didn't mean to ____.
ดูคำตอบ
hurt your feelings
if I've ever hurt your feelings, I'm really sorry: ขอโทษต่อความรู้สึกที่อาจเคยทำร้ายในอดีต
ในที่นี้ if I've ever hurt your feelings, I'm really sorry เป็นการขอโทษโดยรวมต่อความรู้สึกที่อาจเคยทำร้ายในช่วงเวลาใดก็ตามจนถึงปัจจุบัน I've hurt เป็น present perfect และ ever ขยายช่วงเวลาให้หมายถึง “เวลาใดก็ตามจนถึงตอนนี้” อนุประโยคที่มี if แสดงว่าผู้พูดไม่แน่ใจว่าเคยทำร้ายความรู้สึกหรือไม่ แต่ประโยคหลักยังคงเป็นการขอโทษอย่างจริงใจ ผู้พูดใช้ I've hurt your feelings เพื่อระบุว่าตนเองเป็นผู้กระทำ และใช้ really เน้น sorry ดังนั้นหากความไม่แน่ใจนั้นเป็นเรื่องจริง ประโยคนี้จะฟังดูใส่ใจแทนที่จะดูไม่เห็นความสำคัญของความรู้สึกอีกฝ่าย
แบบฝึกหัด
ผู้พูดไม่แน่ใจว่าเหตุการณ์นี้เคยเกิดขึ้นในช่วงเวลาใดจนถึงปัจจุบันหรือไม่ ประโยคใดเป็นคำขอโทษที่ตรงกับสถานการณ์นี้?
- If I've ever made you feel unwelcome, I'm truly sorry.
- If I make you feel unwelcome tomorrow, I'll apologize.
- I'm sorry that I made you feel unwelcome yesterday.
ดูคำตอบ
If I've ever made you feel unwelcome, I'm truly sorry.
mate: คำเรียกอย่างเป็นมิตรและไม่เป็นทางการ
ในที่นี้ mate เป็นคำที่ใช้เรียกผู้ฟังโดยตรง หรือที่เรียกว่าคำขานรับ ในภาษาอังกฤษแบบอังกฤษและออสเตรเลียที่ไม่เป็นทางการ คำนี้มีความหมายใกล้เคียงกับ friend หรือ pal การใช้คำนี้ทำให้คำขอโทษฟังดูสนิทสนมและช่วยปลอบใจ mate ในการใช้นี้ไม่ได้หมายถึงคู่รัก เครื่องหมายจุลภาคก่อน mate ช่วยแสดงว่าคำนี้เป็นคำเรียกผู้ฟัง ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของข้อความหลัก
แบบฝึกหัด
mate ทำหน้าที่อะไรใน 'I'm really sorry, mate.'?
- ระบุว่าผู้ฟังเป็นคู่รักของผู้พูด
- ให้ตำแหน่งทางการแก่ผู้ฟัง
- เรียกผู้ฟังอย่างเป็นกันเองและอบอุ่น
ดูคำตอบ
เรียกผู้ฟังอย่างเป็นกันเองและอบอุ่น
“Must feel really bad”: การละประธานและ must ที่ใช้คาดคะเน
ในประโยคภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการนี้ Must feel really bad เป็นรูปย่อของ It must feel really bad หรือ That must feel really bad ประธานที่ไม่ได้พูดออกมาหมายถึงประสบการณ์ที่เข้าใจกันอยู่แล้วจากบริบท ผู้ฟังจึงเติมความหมายได้ must ในที่นี้ใช้คาดคะเนความรู้สึกอย่างมั่นใจ ผู้พูดเชื่อว่าประสบการณ์นั้นคงทำให้รู้สึกแย่มากและกำลังแสดงความเห็นใจ ไม่ได้สื่อถึงหน้าที่หรือคำสั่ง
แบบฝึกหัด
ประโยคเต็มข้อใดตรงกับ Must feel really bad ในตัวอย่างมากที่สุด
- Does it feel really bad?
- Someone is required to feel really bad.
- It must feel really bad.
ดูคำตอบ
It must feel really bad.
“does that”: ใช้ do ชี้ย้อนกลับไปยังการกระทำ
ใน does that คำว่า does เป็นรูปหนึ่งของ do ที่ใช้แทนการกระทำซึ่งรู้อยู่แล้ว ส่วน that ชี้ย้อนกลับไปยังการกระทำเดียวกัน เมื่อนำมารวมกันจึงหมายถึง “ทำสิ่งที่เพิ่งกล่าวถึง” ทำให้ผู้พูดไม่ต้องพูดการกระทำนั้นซ้ำทั้งหมด รูปของ do เปลี่ยนตามประธานและกาล ประธาน your dad เป็นบุรุษที่สามเอกพจน์ จึงใช้ does ในปัจจุบันกาล หากเป็นเหตุการณ์ในอดีตจะใช้ did that
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปปัจจุบันกาลของ do ตามด้วย that: Leo often interrupts people, and he apologizes after he ____.
ดูคำตอบ
does that
Just know that: ใช้เกริ่นคำพูดเพื่อให้สบายใจ
Just know that ใช้เกริ่นข้อเท็จจริงหนึ่งอย่างที่ผู้พูดอยากให้ผู้ฟังจำไว้ know เป็นคำกริยารูปคำสั่ง และอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกข้อเท็จจริงสำคัญคือ I love you just ในที่นี้หมายถึง “ให้สนใจเพียงเรื่องนี้” หรือ “อย่างน้อยก็จำเรื่องนี้ไว้” ไม่ได้หมายถึง “เพิ่งจะ” คำนี้ทำให้สิ่งที่ขอจากผู้ฟังดูเล็กลง จึงช่วยให้ประโยคฟังเป็นการปลอบใจอย่างอ่อนโยน
แบบฝึกหัด
เพื่อนกังวลก่อนสอบ คำตอบใดใช้ Just know that เพื่อปลอบใจเพื่อน
- I just knew that you believed in me.
- Do you know that I took the exam?
- Just know that I believe in you.
ดูคำตอบ
Just know that I believe in you.
I'd do anything for you: ใช้ would แสดงความเต็มใจอย่างมาก
I'd ในที่นี้เป็นรูปย่อของ I would เพราะตามด้วยคำกริยารูปพื้นฐาน do ในประโยคนี้ would ไม่ได้บอกเวลาในอดีต แต่สื่อถึงความเต็มใจอย่างมาก คล้ายคำสัญญาว่าผู้พูดจะทำอะไรให้หากอีกฝ่ายต้องการ Anything ช่วยเน้นความรู้สึก ในคำพูดที่แสดงความรักแบบนี้ โดยทั่วไปหมายถึงการพร้อมสนับสนุนอย่างมาก ไม่ใช่คำสัญญาตามตัวอักษรที่ไม่มีขอบเขตเลย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดขยาย I'd ใน I'd do anything for you ได้ถูกต้อง
- I did everything for you.
- I would do anything for you.
- I had done everything for you.
ดูคำตอบ
I would do anything for you.
Let's do this: เริ่มลงมืออย่างมุ่งมั่น
Let's do this เป็นสำนวนไม่เป็นทางการที่ใช้บอกว่าถึงเวลาเริ่มแล้ว มักให้น้ำเสียงมุ่งมั่นและให้กำลังใจ คือผู้พูดพร้อมลงมือ และอาจกำลังกระตุ้นคนอื่นด้วย this ในที่นี้หมายถึงงานหรือกิจกรรมทั้งหมดที่กำลังจะเริ่ม ไม่ใช่สิ่งของชิ้นหนึ่ง Let's เป็นรูปย่อของ let us แต่คนคนเดียวก็พูด Let's do this เพื่อให้กำลังใจตัวเองได้
แบบฝึกหัด
ทีมหนึ่งพร้อมเริ่มงานที่ยาก ประโยคใดเป็นวิธีที่เป็นธรรมชาติที่สุดในการกระตุ้นทุกคน
- Let's do this.
- What is this?
- We already did this.
ดูคำตอบ
Let's do this.
Go Dad!: เชียร์ด้วย Go + คน
ใน Go Dad! คำว่า go เป็นเสียงเชียร์ที่มีความหมายใกล้กับ Keep going! หรือ You can do it! ผู้พูดกำลังให้กำลังใจพ่อ ไม่ได้สั่งให้พ่อออกไป รูปแบบ Go + คนหรือทีม เป็นคำเชียร์สั้น ๆ ที่ใช้ระหว่างการแข่งขัน การแสดง หรือการทำสิ่งท้าทาย ในการเขียนภาษาอังกฤษแบบมาตรฐาน มักใช้เครื่องหมายจุลภาคหน้าชื่อคนเพื่อแสดงการเรียกโดยตรง เช่น Go, Dad!
แบบฝึกหัด
ใช้รูปแบบคำเชียร์ Go + คน เพื่อเชียร์ Maya: ____, Maya!
ดูคำตอบ
Go
You can do it! ใช้ให้กำลังใจว่าอีกฝ่ายทำได้
You can do it! ใช้บอกอีกฝ่ายว่าคุณเชื่อว่าเขาทำสำเร็จได้ ในที่นี้ can แสดงความสามารถและความมั่นใจ ไม่ได้แสดงการอนุญาต it หมายถึงงานหรือความท้าทายที่ทั้งสองฝ่ายเข้าใจอยู่แล้วจากสถานการณ์
แบบฝึกหัด
เพื่อนรู้สึกกังวลก่อนกล่าวสุนทรพจน์สั้น ๆ ประโยคใดให้กำลังใจได้อย่างเป็นธรรมชาติ?
- You can do it!
- You did it!
- You may do it.
ดูคำตอบ
You can do it!
lord of the dance ในฐานะตำแหน่งล้อเล่นที่เกินจริง
ในประโยคนี้ lord of the dance เป็นตำแหน่งที่แต่งขึ้นอย่างโอ่อ่า หมายถึง “เจ้าแห่งการเต้น” ผู้พูดไม่ได้อ้างว่าเป็นตำแหน่งจริง ถ้อยคำที่ยิ่งใหญ่แบบวีรบุรุษทำให้การชมตัวเองกลายเป็นมุก รูปแบบ lord of the + กิจกรรมหรือสาขา ใช้สร้างตำแหน่งล้อเล่นได้เมื่อบริบทแสดงชัดว่าเป็นการพูดเกินจริง
แบบฝึกหัด
ในงานบาร์บีคิวของครอบครัว มีคนประกาศว่า “I am the lord of the barbecue!” ตำแหน่งสมมตินี้น่าจะทำหน้าที่อะไร?
- เป็นการอ้างว่าตนเชี่ยวชาญแบบล้อเล่นและเกินจริง
- เป็นการมอบตำแหน่งขุนนางจริงให้ผู้พูด
- เป็นการขอให้คนอื่นทำอาหารอย่างสุภาพ
ดูคำตอบ
เป็นการอ้างว่าตนเชี่ยวชาญแบบล้อเล่นและเกินจริง
Keep dancing: keep + -ing เพื่อบอกให้ทำสิ่งหนึ่งต่อไป
keep + คำกริยารูป -ing หมายถึงการทำสิ่งหนึ่งต่อไป ใน Keep dancing คำว่า keep ใช้เป็นคำสั่งหรือคำให้กำลังใจ ส่วน dancing คือการกระทำที่ไม่ควรหยุด เมื่อใช้ในความหมายนี้ ให้ตาม keep ด้วยรูป -ing เช่น Keep trying ไม่ใช้ keep to dance ในความหมายว่าเต้นต่อไป
แบบฝึกหัด
เพลงยังเล่นอยู่ จงเติมคำสั่งด้วยวลีที่ตรงกับความหมายว่าเต้นต่อไป: ____.
ดูคำตอบ
Keep dancing
Is this what you want?: คำถามเชิงวาทศิลป์ที่แสดงความไม่พอใจและท้าทาย
ตามความหมายตรงตัว Is this what you want? ถามว่าการกระทำหรือผลลัพธ์ตรงหน้าผู้ฟังตรงกับสิ่งที่ผู้ฟังต้องการหรือไม่ ในที่นี้ this หมายถึงสถานการณ์ที่กำลังเต้น ไม่ใช่สิ่งของ ในบริบทนี้ ผู้พูดไม่ได้ถามข้อมูลอย่างใจเย็น แต่ใช้คำถามเพื่อแสดงความไม่พอใจและท้าทายอีกฝ่าย โดยมีความหมายประมาณว่า “ตอนนี้พอใจหรือยัง?” น้ำหนักเชิงวาทศิลป์นี้มาจากสถานการณ์ที่น่าหงุดหงิดและวิธีพูด ไม่ได้มาจากไวยากรณ์เพียงอย่างเดียว
แบบฝึกหัด
ในบริบทการแสดงที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจนี้ Is this what you want? สื่อความหมายใดมากที่สุด?
- พวกคุณอยากซื้อสิ่งนี้ไหม?
- ปกติพวกคุณชอบของแบบไหน?
- ตอนนี้พวกคุณพอใจหรือยัง?
ดูคำตอบ
ตอนนี้พวกคุณพอใจหรือยัง?
Are you not entertained?: คำถามเชิงวาทศิลป์แบบเล่นใหญ่และคำพูดอ้างอิงจากภาพยนตร์
Are you not entertained? เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ที่มีน้ำเสียงเหมือนการแสดง ผู้พูดไม่ได้ถามจริง ๆ ว่าผู้ชมชอบหรือไม่ แต่คิดว่าผู้ชมควรประทับใจอยู่แล้ว แล้วท้าทายอย่างเกินจริงว่า “ขนาดนี้แล้วยังไม่น่าตื่นเต้นพออีกหรือ?” ประโยคนี้เชื่อมโยงอย่างชัดเจนกับภาพยนตร์เรื่อง Gladiator และปัจจุบันมักใช้เป็นคำพูดอ้างอิงหรือมีม ในที่นี้ ประโยคดังกล่าวทำให้การแสดงธรรมดาดูยิ่งใหญ่และกล้าหาญ จึงสร้างอารมณ์ขันด้วยการจงใจพูดเกินจริง
แบบฝึกหัด
เพื่อนคนหนึ่งเต้นแบบจงใจเล่นใหญ่จนจบ แล้วโพสท่าเหมือนฮีโร่ ประโยคใดเข้ากับน้ำเสียงที่ดูเป็นละครและขำขันที่สุด?
- Are you not entertained?
- Did everyone understand the instructions?
- Would you like me to stop?
ดูคำตอบ
Are you not entertained?