พฤติกรรมลูกโป่งที่ชวนฉงน - Smarter Every Day 113: บทเรียนภาษาอังกฤษ

SmarterEveryDay

ความยากในการเรียน
837 คำ 226 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: ในรถตู้ที่กำลังเร่ง Destin แสดงให้เห็นว่าลูกตุ้มไปด้านหลังแต่ลูกโป่งฮีเลียมไปด้านหน้า แล้วใช้ขวดน้ำและการเปิดหน้าต่างอธิบายบทบาทของอากาศ ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. which direction do you think this pendulum should go? (ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค): หลัง do you think ใช้ลำดับคำแบบบอกเล่า และ should บอกผลที่คาดไว้ 2. all the air is sloshing back. (สำนวนและภาษาภาพพจน์): slosh นำภาพการเคลื่อนของของเหลวมาใช้กับอากาศ ไม่ได้บอกว่าอากาศคือน้ำ 3. If you would please download an audiobook at audible.com/smarter. (วัจนปฏิบัติและท่าทีในการสนทนา): สังเกตคำขอแบบเป็นทางการที่นุ่มนวลและน้ำเสียงสุภาพหรือเชิงการแสดง

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Hey, it's me Destin.

0:00

เฮ้ ผมเดสตินครับ

Welcome back to Smarter Every Day.

0:01

ยินดีต้อนรับกลับสู่ Smarter Every Day

So today we're in the rocket van and I've got two little science helpers here,

0:02

วันนี้เราอยู่ในรถตู้จรวดและผมมีผู้ช่วยนักวิทยาศาสตร์ตัวน้อยสองคนอยู่ที่นี่

right?

0:05

ใช่ไหม?

Yes.

0:06

ใช่ค่ะ/ครับ

Are you wearing your seat belts?

0:06

พวกหนูคาดเข็มขัดนิรภัยหรือยัง?

Yes, sir.

0:07

คาดแล้วครับ/ค่ะ

Okay,

0:08

โอเค

we're going to do something pretty interesting.

0:08

เรากำลังจะทำอะไรที่น่าสนใจมากๆ

Check this out. กริยาวลี

0:10

ดูนี่สิ

กริยาวลี

Check this out: ดึงความสนใจด้วย check out

ใน Check this out คำว่า check out หมายถึง “ดูสิ่งนี้หรือสนใจสิ่งนี้” เป็นคำพูดแบบไม่เป็นทางการที่ใช้ดึงความสนใจของผู้ฟังไปยังสิ่งที่ผู้พูดกำลังจะให้ดูหรืออธิบาย ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการจ่ายเงินที่ร้านค้าหรือเช็กเอาต์ออกจากโรงแรม check out เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนามอย่าง this หรือ it ต้องวางคำสรรพนามไว้ระหว่าง check กับ out: Check this out; Check it out. หากกรรมเป็นกลุ่มคำนาม สามารถใช้ได้ทั้ง Check out this pendulum และ Check this pendulum out

แบบฝึกหัด

แทนที่ the gadget ด้วยคำสรรพนาม it แล้วเติมประโยคให้สมบูรณ์: Check ____ out.

ดูคำตอบ

it

I've got a pendulum suspended from the top of our family van ไวยากรณ์

0:10

ผมมีลูกตุ้มห้อยลงมาจากหลังคารถตู้ครอบครัวของเรา

ไวยากรณ์

I've got a pendulum suspended: have got + กรรม + กริยาช่อง 3

ใน I've got a pendulum suspended คำว่า I've got หมายถึง I have คือผู้พูดมีลูกตุ้มที่จัดติดตั้งไว้ในลักษณะหนึ่ง ส่วน Suspended เป็นกริยาช่อง 3 ที่อธิบายสภาพปัจจุบันของกรรม a pendulum โครงสร้างคือ ประธาน + have got + กรรม + กริยาช่อง 3 โดยรวมความหมายเรื่องการมีหรือการจัดวางกับสภาพของกรรมไว้ในอนุประโยคเดียว: We've got the doors locked. อย่าจับ got suspended รวมกันเป็น present perfect เพราะกรรมที่อยู่ระหว่าง got กับ suspended แสดงว่า suspended ขยายสภาพของกรรมนั้น

แบบฝึกหัด

การติดตั้งเสร็จแล้ว ใช้ got และกริยาช่อง 3 ของ mount เพื่อเติมโครงสร้างให้สมบูรณ์: I've ____ the camera ____ above the door.

ดูคำตอบ

got · mounted

and we're just going to drive forward.

0:14

และเราก็แค่จะขับเดินหน้าไป

We're going to accelerate.

0:15

เรากำลังจะเร่งความเร็ว

So, if we're going that way,

0:16

เอาล่ะ ถ้าเราไปทางนั้น

which direction do you think this pendulum should go? ไวยากรณ์

0:18

พวกหนูคิดว่าลูกตุ้มนี้ควรจะไปทางไหน?

ไวยากรณ์

ลำดับคำถามใน “which direction do you think ... should go?”

which direction คือข้อมูลที่ยังไม่ทราบและเป็นสิ่งที่กำลังถาม จึงวางไว้หน้าสุดของคำถามทั้งประโยค ส่วน do you think เป็นคำถามชั้นนอก และมีเพียงชั้นนอกนี้ที่ใช้การสลับลำดับแบบประโยคคำถาม หลัง think กลุ่มคำ this pendulum should go เป็นอนุประโยคซ้อน จึงคงลำดับแบบประโยคบอกเล่าไว้ คือ ประธาน + should + กริยารูปพื้นฐาน ในที่นี้ should สื่อถึงทิศทางที่คาดว่าจะเกิดขึ้นตามสถานการณ์ ไม่ใช่คำแนะนำหรือหน้าที่

แบบฝึกหัด

เติมคำถามคาดการณ์ให้สมบูรณ์ด้วยกรอบถามความคิดเห็นสามคำจากตัวอย่าง: Which direction ____ the smoke should move?

ดูคำตอบ

do you think

What do you think?

0:20

หนูคิดว่าไง?

3

0:21

3

2

0:21

2

1

0:22

1

go.

0:22

ไป

Left.

0:24

ซ้าย

Which way is it going?

0:24

มันไปทางไหน?

That way.

0:26

ทางนั้น

That's right.

0:27

ถูกต้อง

It's because I'm accelerating,

0:27

นั่นเพราะพ่อกำลังเร่งความเร็ว

right?

0:28

ใช่ไหม?

Does that make sense to you guys? น้ำเสียง/เจตนา

0:29

พวกหนูพอเข้าใจไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

ใช้ “Does that make sense to you guys?” เพื่อตรวจสอบความเข้าใจ

make sense ในที่นี้หมายถึง “สามารถเข้าใจได้” หรือ “ดูสมเหตุสมผลอย่างชัดเจน” ผู้พูดกำลังตรวจสอบว่าผู้ฟังตามคำอธิบันทันหรือไม่ ไม่ได้ถามว่าสิ่งใดทำให้เกิดความรู้สึกทางร่างกายหรือไม่ รูปแบบ Does that make sense to + person? ใช้ถามว่าแนวคิดนั้นชัดเจนจากมุมมองของบุคคลนั้นหรือไม่ การเติม you guys เป็นการระบุกลุ่มที่กำลังพูดด้วยและทำให้น้ำเสียงไม่เป็นทางการ

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนสองคำที่หมายถึง “สามารถเข้าใจได้”: Does that ____ to you?

ดูคำตอบ

make sense

Yes, sir.

0:30

เข้าใจครับ/ค่ะ

Okay, very good.

0:30

โอเค ดีมาก

I was hoping it would make sense. น้ำเสียง/เจตนา

0:31

พ่อก็หวังว่าหนูจะเข้าใจนะ

น้ำเสียง/เจตนา

I was hoping it would make sense: การแสดงความหวังอย่างนุ่มนวล

ในที่นี้ I was hoping ทำให้ความคาดหวังของผู้พูดฟังนุ่มนวลและไม่กดดัน รูป past continuous ทำหน้าที่ด้านการใช้ภาษา คือช่วยลดความตรงของความหวัง มากกว่าจะเน้นว่าการหวังดำเนินอยู่ ณ จุดหนึ่งในอดีต It would make sense หมายถึงคำอธิบายนั้นจะเข้าใจได้ เมื่อผู้ฟังแสดงแล้วว่าเข้าใจ ประโยคนี้จึงสื่อความโล่งใจเล็กน้อยที่ผลเป็นไปตามที่หวัง ไม่ได้แปลว่าความหวังล้มเหลว รูป I was hoping + อนุประโยค ใช้เกริ่นความคาดหวังหรือคำขออย่างนุ่มนวลได้

แบบฝึกหัด

หลังจากผู้ฟังพูดว่า“Yes, I understand”ผู้พูดตอบว่า“I was hoping it would make sense.”คำตอบนี้สื่ออะไรอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด

  1. ผู้พูดแน่ใจว่าความหวังก่อนหน้านี้ล้มเหลว
  2. ผู้พูดรู้สึกโล่งใจที่คำอธิบายเข้าใจได้
  3. ผู้พูดคิดว่าผู้ฟังไม่เข้าใจ
ดูคำตอบ

ผู้พูดรู้สึกโล่งใจที่คำอธิบายเข้าใจได้

So, we're going to change it up just a little bit. กริยาวลี

0:33

เอาล่ะ เราจะเปลี่ยนมันสักนิดหน่อย

กริยาวลี

change it up: เปลี่ยนวิธีเดิมให้หลากหลายขึ้น

Change it up หมายถึงการเปลี่ยนวิธี การจัดวาง หรือกิจวัตรเดิมเพื่อให้มีความหลากหลายขึ้น คำว่า up ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนขึ้นด้านบน ในที่นี้ just a little bit แสดงว่าผู้พูดวางแผนจะปรับเพียงเล็กน้อย ไม่ใช่เปลี่ยนทั้งหมด วลีกริยานี้แยกคำได้ เมื่อใช้คำสรรพนาม ต้องวางไว้ระหว่าง change กับ up จึงต้องพูดว่า change it up ไม่ใช่ change up it เมื่อใช้คำนาม ทั้ง change the routine up และ change up the routine ใช้ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีกริยาสามคำจากบทเรียนที่หมายถึง“เปลี่ยนกิจวัตรเดิมให้มีความหลากหลาย”: We do the same warm-up every day, so let's ____.

ดูคำตอบ

change it up

Okay,

0:35

โอเค

so now what I'm going to do is ลำดับความ

0:35

ตอนนี้สิ่งที่พ่อจะทำก็คือ

I'm going to replace this pendulum with a balloon. วลี

0:36

พ่อจะเปลี่ยนลูกตุ้มนี้เป็นลูกโป่ง

ลำดับความ

What I'm Going to Do Is ...: การบอกขั้นตอนถัดไปล่วงหน้า

What I'm going to do is ... เป็นกรอบเกริ่นที่ประกอบด้วยอนุประโยค what และ be ใช้บอกล่วงหน้าว่าการกระทำเฉพาะหลัง is คือขั้นตอนสำคัญถัดไป ทำให้ผู้ฟังเห็นแนวทางก่อนจะได้ยินรายละเอียด ในการพูด หลัง is อาจเป็นวลีกริยารูปพื้นฐาน เช่น replace ... หรือเป็นอนุประโยคเต็ม เช่น I'm going to replace ... ก็ได้ การพูด I'm going to ซ้ำในประโยคต้นฉบับเป็นวิธีจัดลำดับคำพูดตามธรรมชาติ ไม่ใช่ข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์ที่ไร้ความหมาย และ what ตรงนี้ก็ไม่ได้ใช้ตั้งคำถาม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกรอบจากบทเรียนที่ใช้บอกขั้นตอนถัดไปล่วงหน้า: "____ check the pressure in the tank."

ดูคำตอบ

What I'm going to do is

วลี

Replace A with B: vật cũ trước, vật mới sau with

Replace A with B หมายถึงการนำ A ออกหรือเลิกใช้ A แล้วนำ B มาวางหรือใช้แทน A โดย A คือสิ่งเดิมหรือสิ่งที่ใช้อยู่ ส่วน B คือสิ่งใหม่ที่นำมาแทน ในประโยคนี้ this pendulum คือ A และ a balloon คือ B ลำดับนี้เป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบ: replace this pendulum with a balloon

แบบฝึกหัด

เติมคำสั่งโดยใช้รูปแบบ replace A with B: "The old battery is dead. ____ it ____ a new one."

ดูคำตอบ

Replace · with

And we should see the same thing, right?

0:39

และเราน่าจะเห็นแบบเดียวกัน ใช่ไหม?

Let me cut this off. กริยาวลี

0:41

ขอพ่อตัดตรงนี้หน่อยนะ

กริยาวลี

cut this off: การตัดแยกออกและตำแหน่งของคำสรรพนาม

ในฉากนี้ cut this off หมายถึง “ตัดส่วนที่เชื่อมติดอยู่นี้ให้ขาดแล้วเอาออก” สถานการณ์ของอุปกรณ์และกรรม this ทำให้รู้ว่าต้องตีความเช่นนี้ แม้ cut off จะใช้พูดถึงการขัดจังหวะได้ด้วย แต่ประโยคนี้ไม่ได้หมายถึงอย่างนั้น cut off เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ระหว่าง cut กับ off: cut this off หรือ cut it off ไม่ใช่ cut off this หรือ cut off it

แบบฝึกหัด

ป้ายถูกผูกไว้กับกล่องด้วยเชือกเส้นเล็ก จงเติมคำสั่งภาษาอังกฤษโดยใช้ cut ... off และคำสรรพนาม it: Please ____.

ดูคำตอบ

cut it off

So, what we're going to do is

0:42

ดังนั้นสิ่งที่เรากำลังจะทำคือ

we're going to accelerate that way.

0:44

เราจะเร่งความเร็วไปทางนั้น

So, we have the mass of the balloon and the acceleration.

0:45

ทีนี้เราก็จะมีมวลของลูกโป่งและความเร่ง

So, that should net in a force and we'll have to react with this string, right?

0:48

ซึ่งนั่นควรจะทำให้เกิดแรงสุทธิและเราจะต้องตอบสนองด้วยเชือกเส้นนี้ ถูกไหม?

You guys ready?

0:52

พวกหนูพร้อมไหม?

Yes, sir.

0:53

พร้อมครับ/ค่ะ

3

0:53

3

2

0:54

2

1

0:55

1

go.

0:56

ไป

No.

0:58

ไม่ใช่แฮะ

Wait a second.

0:59

เดี๋ยวก่อน

What just happened?

1:01

เพิ่งเกิดอะไรขึ้นเนี่ย?

Hold on, น้ำเสียง/เจตนา

1:02

รอก่อนนะ

what happens when I stop?

1:03

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าพ่อหยุด?

น้ำเสียง/เจตนา

Hold on เพื่อขอให้หยุดชั่วครู่

ในที่นี้ Hold on เป็นคำพูดในบทสนทนาแบบไม่เป็นทางการ หมายถึง “หยุดสักครู่” ผู้พูดสังเกตเห็นผลที่ไม่คาดคิด จึงหยุดกิจกรรมชั่วคราวเพื่อดูอีกครั้งและถามคำถามใหม่ ไม่ได้หมายถึงการใช้มือจับสิ่งของ ในบทสนทนา Hold on ยังใช้ขอให้อีกฝ่ายรอระหว่างที่ผู้พูดคิด ตรวจสอบบางอย่าง หรือเปลี่ยนแนวทางได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ระหว่างการทดลองเป็นกลุ่ม คุณเห็นผลที่ไม่คาดคิดและต้องการให้ทุกคนหยุดระหว่างที่คุณตรวจสอบ ควรพูดว่าอะไรจึงจะเป็นธรรมชาติที่สุด?

  1. Hold this, let me check that again.
  2. Keep on, let me check that again.
  3. Hold on, let me check that again.
ดูคำตอบ

Hold on, let me check that again.

The balloon goes backwards when I stop.

1:04

ลูกโป่งถอยหลังตอนพ่อหยุด

What's happening?

1:07

เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?

It's going the same.

1:08

มันเคลื่อนที่เหมือนเดิมเลย

3

1:09

3

2

1:10

2

1

1:10

1

go.

1:11

ไป

There it is.

1:12

นั่นไง

It's coming right at me. วลี

1:13

มันพุ่งตรงมาหาพ่อเลย

วลี

come right at someone: right หมายถึง “ตรงเข้ามา”

ใน come right at someone คำว่า at ระบุคนหรือสิ่งที่การเคลื่อนไหวมุ่งตรงไปหา ในที่นี้ It's coming right at me. หมายถึงวัตถุกำลังเคลื่อนมาตามแนวตรงสู่ผู้พูด right ทำหน้าที่เน้นทิศทาง โดยหมายถึง “โดยตรง” หรือ “ตรงเข้ามา” ไม่ได้หมายถึง “อย่างถูกต้อง” วลีนี้เน้นเส้นทางและความเป็นไปได้ที่จะชน ส่วน come to me เน้นการมาถึงตำแหน่งของผู้พูดมากกว่า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำที่หมายถึง “ตรงมาที่ฉัน”: The ball is coming ____, so I need to move.

ดูคำตอบ

right at me

Why is it doing that?

1:14

ทำไมมันถึงทำแบบนั้นล่ะ?

Do you want to know?

1:16

อยากรู้ไหม?

Yeah.

1:18

อยาก

Yeah.

1:18

อยาก

All right,

1:19

เอาล่ะ

I brought something to show you.

1:19

พ่อมีอะไรจะให้ดู

Remember I told you?

1:20

จำที่พ่อบอกได้ไหม?

I was going to bring this jar earlier? ไวยากรณ์

1:22

ว่าพ่อจะเอาขวดโหลนี้มาก่อนหน้านี้?

ไวยากรณ์

was going to + กริยารูปพื้นฐาน: แผนในอดีตที่ไม่ได้หมายความว่าถูกยกเลิกเสมอไป

Was going to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้นำเสนอแผนหรือความตั้งใจจากมุมมองในอดีต I was going to bring หมายความว่าในเวลาก่อนหน้านั้น ผู้พูดมีความตั้งใจที่จะนำโหลมาอยู่แล้ว โครงสร้างนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกว่าแผนนั้นสำเร็จหรือไม่ ในบริบทนี้มีการนำโหลมาแล้ว จึงถือว่าแผนสำเร็จ ส่วนบริบทอื่นอาจแสดงว่าแผนถูกเปลี่ยนหรือขัดจังหวะ

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความเกี่ยวกับประโยคนี้: I was going to bring the jar, and here it is. คำว่า was going to พิสูจน์ว่าแผนนั้นล้มเหลว

  1. ถูก
  2. ผิด
ดูคำตอบ

ผิด

Remember that?

1:23

จำได้ไหม?

So, it's like this.

1:24

คือว่ามันเป็นแบบนี้

Imagine this entire van is just like this jar. ลำดับความ

1:25

ลองนึกภาพว่ารถตู้ทั้งคันนี้ก็เหมือนกับโหลใบนี้

ลำดับความ

Imagine X is just like Y: การสร้างการเปรียบเทียบ

Imagine บอกให้ผู้ฟังสร้างแบบจำลองชั่วคราวขึ้นในใจก่อนที่จะรับฟังรายละเอียด วิธีนี้จัดระเบียบคำอธิบายให้เป็นการเปรียบเทียบที่มีการชี้นำ ไม่ใช่คำบรรยายตามตัวอักษร ในโครงสร้าง X is just like Y นั้น X คือสถานการณ์ที่ไม่คุ้นเคย ส่วน Y คือแบบจำลองที่คุ้นเคย ในที่นี้รถตู้ถูกจับคู่กับโหล ทำให้คำอธิบายต่อไปสามารถจับคู่อากาศและลูกโป่งเข้ากับน้ำและฟองอากาศได้

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง Imagine ... is just like ... เพื่อเริ่มการเปรียบเทียบ: "____ the internet ____ a huge library."

ดูคำตอบ

Imagine · is just like

And all the air inside this van

1:28

และอากาศทั้งหมดในรถตู้คันนี้

is just like the water in the jar.

1:30

ก็เหมือนกับน้ำในโหล

Does that make sense?

1:31

เข้าใจไหม?

So, let's imagine that the balloon is this bubble on top

1:33

งั้นลองนึกภาพว่าลูกโป่งคือฟองอากาศที่อยู่ข้างบนนี่

because the helium in the balloon is lighter than air, right?

1:37

เพราะฮีเลียมในลูกโป่งเบากว่าอากาศ ใช่ไหม?

So, that causes it to do what? ไวยากรณ์

1:40

แล้วนั่นทำให้มันเป็นยังไง?

ไวยากรณ์

cause + กรรม + to + กริยา: causes it to do

ในโครงสร้าง cause + กรรม + to + กริยารูปพื้นฐาน ประธานระบุสาเหตุ กรรมระบุสิ่งที่ได้รับผลกระทบ และ infinitive ที่มี to ระบุการกระทำที่เกิดขึ้นตามมา โดย to เป็นส่วนที่ต้องมีในโครงสร้างนี้ ในคำบรรยาย that หมายถึงข้อเท็จจริงที่ก่อให้เกิดผล it หมายถึงลูกโป่ง และ what ขอให้ผู้ฟังระบุการกระทำที่เกิดขึ้น โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้รูป X causes Y to happen เพื่ออธิบายกลไกได้

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง cause ใน present simple ให้สมบูรณ์: "A faulty sensor ____ the alarm ____ sound even when there is no smoke."

ดูคำตอบ

causes · to

Go up.

1:42

ลอยขึ้น

Go up.

1:42

ลอยขึ้น

That's right.

1:43

ถูกต้อง

So, if I've got this air that's just like it,

1:44

ทีนี้ ถ้าพ่อมีอากาศที่เหมือนกันเป๊ะๆ แบบนี้

what happens if I move the jar that way?

1:46

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าพ่อขยับโหลไปทางนั้น?

It did.

1:49

นั่นไง

All that water sloshes to the back.

1:50

น้ำทั้งหมดนั้นกระฉอกไปข้างหลัง

And when that water sloshes back this way,

1:52

และเมื่อน้ำนั้นกระฉอกกลับมาทางนี้

which direction does the bubble go?

1:54

ฟองอากาศจะไปทิศทางไหน?

You see that?

1:56

เห็นนั่นไหม?

So, the air bubble moves in the direction of acceleration. วลี

1:57

ดังนั้นฟองอากาศจะเคลื่อนที่ไปในทิศทางของความเร่ง

วลี

in the direction of: ไปในทิศทางของ

“In the direction of” เป็นวลีบุพบทที่หมายถึง “มุ่งไปทางหรือตามแนวที่ระบุโดย” นามวลีหลัง of ในที่นี้ acceleration เป็นทิศทางอ้างอิงสำหรับการเคลื่อนที่ของฟองอากาศ ประโยคไม่ได้หมายความว่าฟองอากาศกำลังเร่งความเร็วเอง สามารถใช้รูปแบบ move/go/point + in the direction of + จุดหรือทิศทางอ้างอิง เพื่อเชื่อมโยงการกระทำหรือการหันไปทางใดทางหนึ่งกับสิ่งอื่น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสี่คำจากบทเรียน: The hikers walked ____ the lighthouse.

ดูคำตอบ

in the direction of

Does that make sense?

1:59

เข้าใจไหมลูก?

I know you're five,

2:01

พ่อรู้ว่าหนูเพิ่งห้าขวบ

but I think you can get this. การใช้คำ

2:01

แต่พ่อคิดว่าหนูน่าจะเข้าใจเรื่องนี้นะ

การใช้คำ

get this ในความหมายว่าเข้าใจ

ใน “I think you can get this” คำว่า get หมายถึง “เข้าใจ” และ this หมายถึงคำอธิบายที่เพิ่งกล่าวไป ผู้พูดกำลังแสดงความมั่นใจว่าผู้ฟังสามารถตามความคิดนั้นได้ ไม่ได้ขอให้ผู้ฟังไปเอาสิ่งของชิ้นหนึ่ง ความหมายนี้พบบ่อยในรูปแบบอย่าง get it, get the idea และ get why/how + อนุประโยค

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ get ในความหมายว่า “เข้าใจ” เหมือนกับตัวอย่าง

  1. Get this—our team won two tickets!
  2. Please get the book from the shelf.
  3. After one more example, Maya finally got it.
ดูคำตอบ

After one more example, Maya finally got it.

Okay, so I've got my seat belt on.

2:03

โอเค พ่อคาดเข็มขัดนิรภัยแล้ว

If I drive forward real fast right now, การใช้คำ

2:04

ถ้าตอนนี้พ่อขับรถพุ่งไปข้างหน้าเร็วๆ

which direction is the balloon going to go?

2:06

ลูกโป่งจะไปทางไหน?

การใช้คำ

real fast: real แบบไม่เป็นทางการที่หมายถึง really

ใน real fast คำว่า real เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับแบบไม่เป็นทางการ ใช้เน้น fast และมีความหมายเท่ากับ really หรือ very ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึง “อย่างรวดเร็วมาก” รูปแบบนี้พบบ่อยในการสนทนาภาษาอังกฤษแบบอเมริกันที่เป็นกันเอง ตรงนี้ real ไม่ได้บอกว่าสิ่งใดเป็น “ของจริง” แต่บอกว่าจะขับเร็วแค่ไหน

แบบฝึกหัด

ฟังประโยคภาษาอังกฤษแล้วเลือกประโยคที่ได้ยินอย่างตรงกันทุกคำ โดยสังเกตว่าหลังเสียง /l/ ใน real มีเสียง /i/ เพิ่มหรือไม่

  1. The car went real fast.
  2. The car went very fast.
  3. The car went really fast.
ดูคำตอบ

The car went real fast.

Forward.

2:08

ข้างหน้า

Why will it go forward?

2:08

ทำไมมันถึงไปข้างหน้าล่ะ?

Because um all the air is sloshing back. สำนวน

2:10

เพราะว่าเอ่อ...อากาศทั้งหมดกระฉอกไปข้างหลัง

สำนวน

all the air is sloshing back: อุปมาเรื่องการเคลื่อนที่ของของไหล

Slosh มักใช้อธิบายของเหลวที่เคลื่อนไหวแรงจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่งหรือไปมาในภาชนะ ตรงนี้นำคำดังกล่าวมาใช้กับอากาศในเชิงเปรียบเทียบ เพราะอากาศก็เคลื่อนที่และเปลี่ยนการกระจายตัวภายในพื้นที่ได้ Sloshing back หมายถึงมวลอากาศเคลื่อนไปทางด้านหลังเมื่อรถเร่งความเร็ว นี่เป็นการเปรียบเทียบให้เห็นภาพ ไม่ได้หมายความว่าอากาศกระเซ็นเหมือนน้ำทุกประการ หรือมีก้อนของแข็งถูกเหวี่ยงไปด้านหลัง

แบบฝึกหัด

ใน“All the air is sloshing back,” คำว่า sloshing back สร้างภาพแบบใด?

  1. อากาศกลายเป็นก้อนของแข็งที่ถูกเหวี่ยงไปด้านหลัง
  2. อากาศกำลังเคลื่อนไปทางด้านหลังเหมือนของเหลวที่เคลื่อนอยู่ในภาชนะ
  3. อากาศกำลังเปลี่ยนเป็นน้ำและไหลหกออกมา
ดูคำตอบ

อากาศกำลังเคลื่อนไปทางด้านหลังเหมือนของเหลวที่เคลื่อนอยู่ในภาชนะ

That's right.

2:12

ถูกต้อง

Very good.

2:13

เก่งมาก

Watch this.

2:14

ดูนี่นะ

Look at that.

2:15

ดูนั่นสิ

You see that?

2:16

เห็นนั่นไหม?

So, you know what that means, ไวยากรณ์

2:17

ทีนี้ รู้แล้วว่านั่นหมายความว่าอะไร

don't you?

2:18

ใช่ไหม?

ไวยากรณ์

การใช้ you know ..., don't you? เพื่อขอการยืนยันที่คาดไว้อยู่แล้ว

ประโยคหลักคือ you know ส่วน what that means เป็นอนุประโยคที่ทำหน้าที่เป็นกรรมของ know คำถามพ่วงปฏิเสธ don't you? เชื่อมกับประโยคหลัก กล่าวคือ you know ที่เป็นบอกเล่าจับคู่กับ don't you ที่เป็นปฏิเสธ คำถามพ่วงนี้ใช้ขอการยืนยัน พร้อมทั้งสื่อว่าผู้พูดคาดว่าผู้ฟังน่าจะรู้อยู่แล้ว จึงเป็นกลางน้อยกว่า Do you know what that means? เพราะมองว่าทั้งสองฝ่ายน่าจะเข้าใจตรงกันอยู่แล้ว

แบบฝึกหัด

เติมคำถามพ่วงปฏิเสธที่เข้าคู่กับประโยคบอกเล่าเชิงบวก: You remember where we parked, ____?

ดูคำตอบ

don't you

Yeah.

2:19

อืม

That means you have more air to breathe than Daddy does ไวยากรณ์

2:20

นั่นหมายความว่าหนูมีอากาศให้หายใจมากกว่าพ่อ

when I'm going fast.

2:22

เวลาที่พ่อขับรถเร็ว

ไวยากรณ์

more ... than Daddy does: การใช้กริยาช่วยแทนส่วนที่ซ้ำในประโยคเปรียบเทียบ

more air to breathe than Daddy does สร้างการเปรียบเทียบ โดยบอกว่าผู้ฟังมีปริมาณอากาศสำหรับหายใจมากกว่าที่ Daddy มี คำว่า than นำเข้าส่วนที่สองของการเปรียบเทียบ does เป็นกริยาช่วยที่ใช้แทนภาคแสดง has air to breathe ซึ่งเข้าใจได้จากบริบท ภาษาอังกฤษมักใช้ do, does หรือ did ในประโยคเปรียบเทียบเพื่อหลีกเลี่ยงการกล่าววลีกริยาทั่วไปซ้ำ ในที่นี้ does สอดคล้องกับประธานเอกพจน์บุรุษที่สาม Daddy และคงรูปปัจจุบันกาลไว้

แบบฝึกหัด

เติมกริยาช่วยที่ใช้แทน reads mystery novels เพื่อทำประโยคเปรียบเทียบให้สมบูรณ์: Maya reads more mystery novels than her brother ____.

ดูคำตอบ

does

Did you realize that?

2:24

หนูรู้เรื่องนี้มาก่อนไหม?

No.

2:25

ไม่

Yeah,

2:26

ใช่แล้ว

then what that means when I go fast

2:27

สิ่งที่มันหมายถึงเวลาพ่อขับเร็วก็คือ

that means more air sloshes back there to you

2:29

มันหมายความว่ามีอากาศกระฉอกไปข้างหลังหาหนูมากขึ้น

and you have more oxygen to breathe.

2:31

และหนูก็มีออกซิเจนให้หายใจมากขึ้น

Doesn't it feel good back there? น้ำเสียง/เจตนา

2:32

อยู่ข้างหลังนั่นรู้สึกดีไหมล่ะ?

น้ำเสียง/เจตนา

Doesn't it feel good back there? ในฐานะคำถามที่คาดหวังการเห็นด้วย

Doesn't it feel good back there? เป็นคำถามแบบตอบรับหรือปฏิเสธที่อยู่ในรูปปฏิเสธ โครงสร้าง doesn't + ประธาน + คำกริยารูปพื้นฐาน นำเสนอความคิดบอกเล่า It feels good back there ว่าเป็นสิ่งที่ผู้พูดคาดไว้อยู่แล้วว่าน่าจะจริง และชวนให้ผู้ฟังยืนยัน ในที่นี้คำถามมีน้ำเสียงหยอกล้อและชี้นำ ไม่ใช่การตรวจสอบอย่างเป็นกลางว่าสบายหรืออากาศดีหรือไม่ โดยทั่วไป คำถามปฏิเสธอย่าง Doesn't it...? มักเผยให้เห็นความคาดหวัง ความประหลาดใจ หรือความต้องการให้ผู้อื่นเห็นด้วยของผู้พูด ต้องดูน้ำเสียงและบริบทเพื่อระบุท่าทีที่ตั้งใจสื่อ

แบบฝึกหัด

ในประโยคต้นฉบับ ผู้พูดใช้ Doesn't it feel good back there? เพื่อทำอะไรเป็นหลัก?

  1. ตรวจสอบความสบายอย่างเป็นกลางโดยไม่คาดหวังคำตอบใด
  2. สั่งให้ผู้ฟังย้ายไปด้านหลัง
  3. ชวนให้ผู้ฟังเห็นด้วยว่าตรงนั้นรู้สึกดี
ดูคำตอบ

ชวนให้ผู้ฟังเห็นด้วยว่าตรงนั้นรู้สึกดี

Okay,

2:35

โอเค

so now we have the plumb bob right next to the balloon. วัฒนธรรม

2:35

ทีนี้เราเอาลูกดิ่งมาไว้ข้างๆ ลูกโป่งเลย

วัฒนธรรม

plumb bob: ตุ้มน้ำหนักแขวนที่ใช้เป็นแนวอ้างอิงในแนวดิ่ง

plumb bob คือตุ้มน้ำหนักที่แขวนจากปลายเชือก ภาษาไทยเรียกว่า “ลูกดิ่ง” แรงโน้มถ่วงจะดึงให้เชือกชี้ตามแนวดิ่งที่แท้จริง ช่างก่อสร้างและผู้ทำการทดลองจึงใช้เป็นแนวอ้างอิงในแนวดิ่ง ในที่นี้มันทำหน้าที่เป็นวัตถุถ่วงน้ำหนักที่แขวนอยู่ข้างลูกโป่ง ทำให้เปรียบเทียบทิศทางการเบนของทั้งสองสิ่งได้ ในวลีคำนามนี้ bob เป็นส่วนหนึ่งของชื่อเครื่องมือ ไม่ใช่ชื่อคนหรือคำกริยาภาษาอังกฤษที่หมายถึงการขยับขึ้นลง

แบบฝึกหัด

ช่างก่อสร้างต้องการตุ้มน้ำหนักแบบแขวนที่แสดงทิศทางแนวดิ่ง เติมประโยคภาษาอังกฤษให้สมบูรณ์: The builder used a ____ to check whether the post was vertical.

ดูคำตอบ

plumb bob

So, if I go forward,

2:37

งั้นถ้าพ่อขับเดินหน้า

they should spread apart, right?

2:38

พวกมันควรจะแยกออกจากกัน ใช่ไหม?

Let's check it out.

2:40

มาดูกันเถอะ

Is it working?

2:42

มันได้ผลไหม?

Is it working?

2:42

มันได้ผลไหม?

Yeah.

2:43

ได้ผล

All right.

2:44

เอาล่ะ

So,

2:45

ดังนั้น

what I want to do is

2:45

สิ่งที่ผมอยากจะทำก็คือ

I want to tell everybody on Smarter Every Day that if they go download a free audiobook

2:46

ผมอยากจะบอกทุกคนที่ดู Smarter Every Day ว่าถ้าพวกเขาไปดาวน์โหลดหนังสือเสียงฟรี

that it'll help Smarter Every Day by sponsoring us.

2:50

มันจะช่วย Smarter Every Day ด้วยการเป็นสปอนเซอร์ให้เรา

Audible will.

2:54

Audible จะสนับสนุนครับ

They go to audible.com/smarter.

2:55

พวกเขาเข้าไปที่ audible.com/smarter

And so,

2:57

แล้วก็

they get a free audiobook.

2:57

พวกเขาจะได้หนังสือเสียงฟรี

But I'm going to do it in a funny way.

2:59

แต่ผมจะทำด้วยวิธีที่ตลกๆ หน่อย

Lean in towards me กริยาวลี

3:00

โน้มตัวมาหาพ่อ

กริยาวลี

Lean in towards me: คำสั่งให้ขยับร่างกายเข้ามาใกล้

ในที่นี้ Lean in บอกให้ผู้ฟังเอนหรือขยับร่างกายส่วนบนให้เข้ามาใกล้ขึ้น ส่วน towards me ระบุทิศทางว่าให้เข้ามาหาผู้พูด ทั้งวลีเป็นคำสั่งให้จัดตำแหน่งร่างกายตามความหมายตรง แม้ lean in จะใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบว่า “มีส่วนร่วมมากขึ้น” ได้ แต่ประโยคนี้หมายถึงการเคลื่อนไหวร่างกาย

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ Lean in towards me ขอให้อีกฝ่ายทำอะไร?

  1. เอนหรือขยับร่างกายส่วนบนให้เข้าใกล้ผู้พูด
  2. ยืนให้ไกลจากผู้พูดมากขึ้น
  3. มีส่วนร่วมในการสนทนาอย่างกระตือรือร้นมากขึ้น
ดูคำตอบ

เอนหรือขยับร่างกายส่วนบนให้เข้าใกล้ผู้พูด

and look straight at the camera.

3:01

แล้วมองตรงไปที่กล้องนะ

I know you don't know what I'm going to do,

3:02

พ่อรู้ว่าหนูไม่รู้ว่าพ่อจะทำอะไร

but don't laugh

3:03

แต่ห้ามหัวเราะนะ

because I want people to realize that they can send you to school

3:05

เพราะพ่ออยากให้คนอื่นรู้ว่าพวกเขาส่งพวกหนูไปโรงเรียนได้

if they get an audiobook.

3:08

ถ้าพวกเขารับหนังสือเสียง

Does that make sense?

3:09

เข้าใจไหม?

Yeah.

3:10

เข้าใจ

So, whatever happens, ไวยากรณ์

3:10

ดังนั้น ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

don't laugh.

3:11

ห้ามหัวเราะนะ

ไวยากรณ์

Whatever happens: การตั้งเงื่อนไขที่ไม่มีข้อยกเว้น

ใน whatever happens คำว่า whatever นำเงื่อนไขเชิงยอมรับแบบปลายเปิด หมายถึง “ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น” หรือ “ไม่คำนึงว่าจะเกิดอะไรขึ้น” เครื่องหมายจุลภาคแยกกรอบเงื่อนไขนี้ออกจากคำสั่งหลัก don't laugh กรอบนี้ทำให้คำสั่งที่ตามมาใช้ได้กับทุกสถานการณ์ที่เป็นไปได้ รวมถึงเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดไม่สนใจว่าจะเกิดอะไรขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมคำเตือนด้วยโครงสร้างภาษาอังกฤษสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น”: “____, stay inside until an adult says it is safe.”

ดูคำตอบ

Whatever happens

Okay?

3:12

โอเคไหม?

Look straight at the camera.

3:13

มองตรงไปที่กล้อง

Ready?

3:14

พร้อมไหม?

You don't know what I'm doing,

3:15

หนูไม่รู้ว่าพ่อจะทำอะไร

do you?

3:15

ใช่ไหมล่ะ?

Okay,

3:16

โอเค

you ready?

3:16

พร้อมไหม?

Thank you for supporting Smarter Every Day. วลี

3:20

ขอบคุณที่สนับสนุน Smarter Every Day ครับ

วลี

Thank you for supporting: ขอบคุณสำหรับการกระทำด้วยรูป -ing

Thank you for + คำนามหรือรูป -ing ใช้บอกเหตุผลที่กล่าวขอบคุณ ในประโยคนี้ supporting เป็นรูป -ing ที่ตามหลังคำบุพบท for และผู้พูดกำลังขอบคุณผู้ชมสำหรับการสนับสนุน การกระทำนั้นอาจเสร็จแล้ว กำลังดำเนินอยู่ หรือถือว่าได้ตกลงกันไว้แล้ว เมื่อนำรูปแบบนี้ไปใช้ ให้คง for ไว้และเปลี่ยนคำกริยาที่บอกการกระทำเป็นรูป -ing

แบบฝึกหัด

เพื่อนรอคุณหลังเลิกเรียน ใช้ wait เติมประโยคขอบคุณให้สมบูรณ์: Thank you ____ for me.

ดูคำตอบ

for waiting

If you would please download an audiobook at audible.com/smarter. น้ำเสียง/เจตนา

3:22

หากคุณกรุณาช่วยดาวน์โหลดหนังสือเสียงที่ audible.com/smarter

น้ำเสียง/เจตนา

If you would please download ...: คำขอทางการที่ใช้เดี่ยวได้

โครงสร้างเปิด If you would please + กริยารูปพื้นฐาน ดูคล้ายอนุประโยคเงื่อนไขที่ขึ้นต้นด้วย if แต่ในที่นี้สามารถทำหน้าที่เป็นคำขอสุภาพได้ด้วยตัวเอง Download เป็นกริยารูปพื้นฐาน ส่วน would กับ please ช่วยลดความตรงของคำสั่งโดยคำนึงถึงความเต็มใจของผู้ฟัง ประโยคหลักที่ไม่ปรากฏไม่จำเป็นต้องตามมา เพราะเข้าใจโดยนัยได้ประมาณว่า I would appreciate it หรือ «ฉันจะขอบคุณมาก» ในช่วงโฆษณาผู้สนับสนุนนี้ ถ้อยคำที่เป็นทางการผิดปกติและเสียงต่ำที่จงใจแสดงทำให้คำขอฟังดูโอ่อ่าหรือเป็นละครโดยตั้งใจ ไม่ใช่เงื่อนไขจริง

แบบฝึกหัด

ไกด์พิพิธภัณฑ์พูดกับกลุ่มคนด้วยน้ำเสียงเป็นทางการว่า “If you would please follow me.” ประโยคนี้เป็นคำขอสุภาพที่สมบูรณ์ได้หรือไม่ แม้จะไม่ได้กล่าวประโยคหลักออกมา?

  1. ไม่ได้ ต้องมีประโยคหลักตามหลังเสมอ
  2. ได้ ในสถานการณ์ที่เป็นทางการนั้น ประโยคนี้ใช้เป็นคำขอสุภาพได้ด้วยตัวเอง
ดูคำตอบ

ได้ ในสถานการณ์ที่เป็นทางการนั้น ประโยคนี้ใช้เป็นคำขอสุภาพได้ด้วยตัวเอง

Did you know Dad could talk like this?

3:28

หนูรู้ไหมว่าพ่อพูดแบบนี้ได้ด้วย?

No.

3:30

ไม่

You didn't know that happened,

3:31

หนูไม่รู้ว่ามันจะเป็นแบบนี้

did you?

3:31

ใช่ไหมล่ะ?

So,

3:34

ดังนั้น

if you go get a free audiobook, ไวยากรณ์

3:34

ถ้าพวกคุณไปรับหนังสือเสียงฟรี

ไวยากรณ์

go get: go + กริยารูปพื้นฐาน

ใน go get คำว่า go ตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน get โดยตรง โครงสร้างไม่เป็นทางการ go + กริยารูปพื้นฐานนี้หมายถึง “ไปเอาหรือไปหา” เช่นเดียวกับ go and get หรือในความหมายที่กว้างกว่านั้นคือการลงมือทำสิ่งที่จำเป็นเพื่อให้ได้บางอย่างมา โดยไม่ต้องมี to ในประโยคนี้ การกระทำดังกล่าวทำได้ด้วยการเข้าเว็บไซต์ ดังนั้น go จึงไม่จำเป็นต้องหมายถึงการเดินทางไปยังสถานที่จริง โครงสร้างนี้มักนำเสนอหลายการกระทำให้เป็นงานที่ทำต่อเนื่องกันเพียงอย่างเดียว

แบบฝึกหัด

เติมคำขอให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างไม่เป็นทางการแบบอเมริกัน go + กริยารูปพื้นฐาน: Please ____ your jacket before we leave.

ดูคำตอบ

go get

it'll support Smarter Every Day

3:35

มันจะช่วยสนับสนุน Smarter Every Day

and it'll help me send these kids to school. ไวยากรณ์

3:37

และมันจะช่วยผมส่งเด็กๆ เหล่านี้ไปโรงเรียน

ไวยากรณ์

help me send ...: help + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน

ใน help me send คำว่า help ตามด้วยกรรม me และกริยารูปพื้นฐาน send โครงสร้าง help + บุคคล + กริยารูปพื้นฐาน ระบุว่าใครได้รับความช่วยเหลือและความช่วยเหลือนั้นทำให้การกระทำใดเป็นไปได้ การใช้กริยารูป infinitive ที่มี to หลัง help ก็ถูกต้องตามไวยากรณ์เช่นกัน แต่การละ to พบได้บ่อยเป็นพิเศษในภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับเงินนี้ send these kids to school หมายถึงการช่วยออกค่าใช้จ่ายหรือทำให้เด็กเหล่านี้ได้รับการศึกษา ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการพาเด็กไปยังอาคารเรียนด้วยตนเอง

แบบฝึกหัด

ใช้กริยารูปพื้นฐาน send ที่พบบ่อยหลัง help us: This grant will help us ____ more students to school.

ดูคำตอบ

send

Does that sound like a good idea? น้ำเสียง/เจตนา

3:39

ฟังดูเป็นไอเดียที่ดีไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

Does that sound like a good idea? เพื่อถามความรู้สึกต่อข้อเสนอ

sound like ในที่นี้หมายถึง “ดูเหมือน” หรือ “ให้ความรู้สึกว่า” โดยอาศัยสิ่งที่อีกฝ่ายเพิ่งได้ยินเกี่ยวกับแผนหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงคุณภาพของเสียงจริง ๆ คำถาม Does that sound like a good idea? ชวนให้ผู้ฟังประเมินข้อเสนอตามความรู้สึกที่เกิดขึ้นจากข้อมูลที่มีอยู่ มักใช้ขอความคิดเห็นและอาจคาดหวังการเห็นด้วยอย่างนุ่มนวล แทนที่จะกล่าวยืนยันโดยตรง

แบบฝึกหัด

เพื่อนเสนอให้พบกันทางออนไลน์แทนการเดินทาง ใช้ sound like เติมคำถามขอความคิดเห็นให้สมบูรณ์: Does that ____ a good idea?

ดูคำตอบ

sound like

Yeah.

3:41

ใช่

You should never do that,

3:42

แต่พวกหนูไม่ควรทำแบบนั้นเด็ดขาดเลยนะ

by the way. ลำดับความ

3:43

ขอบอกไว้ก่อนนะ

ลำดับความ

by the way ในฐานะตัวบอกข้อมูลข้างเคียง

by the way บอกว่าข้อความหนึ่งเกี่ยวข้องกับบทสนทนา แต่เป็นข้อมูลรองจากแนวเรื่องหลัก เมื่อวางไว้ท้ายประโยคนี้ จะย้อนกลับไปกำหนดให้คำเตือนทั้งประโยคเป็นข้อเตือนเพิ่มเติม ในฐานะคำเชื่อมระดับวาทกรรม คำนี้ช่วยให้ผู้ฟังเห็นลำดับความสำคัญของข้อมูล กล่าวคือ ผู้พูดแทรกประเด็นรองเข้ามาชั่วครู่ ไม่ได้บอกว่าคำเตือนนั้นเป็นผลตามเหตุผลจากข้อความก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

คุณกำลังคุยเรื่องทริปสุดสัปดาห์และต้องการเพิ่มข้อเตือนที่เกี่ยวข้องแต่เป็นข้อมูลรอง ประโยคใดแสดงชัดที่สุดว่าข้อมูลนี้เป็นเรื่องแทรก?

  1. Anyway, the museum closes at five.
  2. By the way, the museum closes at five.
  3. Therefore, the museum closes at five.
ดูคำตอบ

By the way, the museum closes at five.

That's only for adults.

3:43

นั่นสำหรับผู้ใหญ่เท่านั้น

How did you do that?

3:45

พ่อทำได้ไงอะ?

It's magical.

3:47

มันคือเวทมนตร์ไง

Anyway, ลำดับความ

3:47

เอาเป็นว่า

I'm Destin.

3:48

ผมเดสตินครับ

ลำดับความ

Anyway, ในฐานะคำบอกการกลับเข้าสู่หัวข้อหลัก

ในที่นี้ Anyway เป็นคำบอกหน้าที่ในบทสนทนาที่ใช้ปิดประเด็นย่อยสั้น ๆ และพาผู้ฟังกลับเข้าสู่เรื่องหลัก ในประโยคนี้ไม่ได้หมายถึง “ถึงอย่างนั้นก็ตาม” เมื่ออยู่ต้นช่วงการพูดใหม่ anyway สามารถส่งสัญญาณว่า “หยุดขยายประเด็นย่อยนั้นแล้วไปต่อกันเถอะ” เนื่องจากเป็นการเปลี่ยนจุดสนใจ ถ้าพูดอย่างฉับพลันก็อาจให้ความรู้สึกเหมือนตัดบทเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

หลังจากเล่าเรื่องตลกสั้น ๆ ผู้นำเสนอพูดว่า “Anyway, let's get back to the results.” anyway ทำหน้าที่อะไรในที่นี้

  1. หมายความว่าผู้นำเสนอจะทำต่อไปแม้มีอุปสรรค
  2. พาบทสนทนากลับสู่หัวข้อหลัก
  3. เริ่มให้รายละเอียดอีกอย่างเกี่ยวกับเรื่องตลก
ดูคำตอบ

พาบทสนทนากลับสู่หัวข้อหลัก

You're getting smarter every day.

3:48

คุณฉลาดขึ้นในทุกๆ วัน

Please subscribe to Smarter Every Day and support our sponsor,

3:49

โปรดกดติดตาม Smarter Every Day และสนับสนุนสปอนเซอร์ของเรา

Audible.

3:52

Audible

I'll leave a link somewhere

3:53

ผมจะทิ้งลิงก์ไว้ที่ไหนสักแห่ง

and you can check it out.

3:53

แล้วคุณเข้าไปดูกันได้นะครับ

Thanks.

3:54

ขอบคุณครับ

Bye.

3:55

บ๊ายบาย

How did you change your voice?

3:56

พ่อเปลี่ยนเสียงได้ยังไงอะ?

Okay,

4:01

โอเค

now we have the sunroof, ไวยากรณ์

4:01

ตอนนี้เราเปิดซันรูฟ

the side window,

4:02

หน้าต่างข้าง

and the back open.

4:03

และประตูด้านหลังเอาไว้

ไวยากรณ์

have the sunroof ... open: have + กรรม + คำคุณศัพท์

ใน we have the sunroof, the side window, and the back open คำว่า have บอกการจัดวางหรือสภาพที่คงไว้ในปัจจุบัน ไม่ได้หมายถึงเพียงการเป็นเจ้าของ นามวลีทั้งสามรวมกันเป็นกรรมของ have และ open เป็นคำคุณศัพท์ที่ทำหน้าที่เป็นส่วนเติมเต็มของกรรมเหล่านั้น เนื่องจาก open อยู่หลังรายการทั้งหมด จึงขยายทั้งซันรูฟ หน้าต่างด้านข้าง และด้านหลัง โครงสร้าง have + object + adjective ช่วยให้ผู้พูดบอกสภาพของหลายสิ่งได้อย่างกระชับโดยไม่ต้องพูด is open ซ้ำ

แบบฝึกหัด

ใช้ have, the files และ ready เติมประโยคให้สมบูรณ์: Before every meeting, we ____ for the team.

ดูคำตอบ

have the files ready

I'm going to go forward.

4:04

พ่อจะขับพุ่งไปข้างหน้านะ

Where do you think it's going to go?

4:05

หนูคิดว่ามันจะไปทางไหน?

Forward.

4:07

ข้างหน้า

Forward?

4:07

ข้างหน้าเหรอ?

Backwards.

4:08

ข้างหลัง

Backwards?

4:09

ข้างหลังเหรอ?

3

4:10

3

2

4:10

2

1

4:11

1

So,

4:15

งั้น

this is air, not helium.

4:15

นี่คืออากาศนะ ไม่ใช่ฮีเลียม

Yes, sir.

4:16

รับทราบครับ/ค่ะ

Okay,

4:17

โอเค

I think it's going to act like the pendulum. การใช้คำ

4:18

พ่อคิดว่ามันน่าจะทำตัวเหมือนลูกตุ้มนะ

การใช้คำ

act like the pendulum: เคลื่อนไหวเหมือนลูกตุ้ม

ในที่นี้ act หมายถึง “มีพฤติกรรมหรือทำงานในลักษณะหนึ่ง” ไม่ใช่ “แสดงละคร” ผู้พูดคาดว่าลูกโป่งจะตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวในลักษณะเดียวกับลูกตุ้ม โครงสร้าง act like + คำนาม ใช้เปรียบเทียบพฤติกรรมหรือการทำงาน ใช้บรรยายสิ่งของ อุปกรณ์ ระบบ หรือคนได้ และไม่ได้หมายถึงการจงใจเลียนแบบเสมอไป

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ act like the pendulum หมายความว่าอย่างไร

  1. แกล้งทำเป็นลูกตุ้ม
  2. มีรูปลักษณ์เหมือนลูกตุ้มทุกอย่าง
  3. ตอบสนองหรือเคลื่อนไหวในลักษณะคล้ายลูกตุ้ม
ดูคำตอบ

ตอบสนองหรือเคลื่อนไหวในลักษณะคล้ายลูกตุ้ม

3

4:20

3

2

4:21

2

1

4:22

1

go.

4:22

ไป

Backwards.

4:25

ข้างหลัง

Oh, it does. ไวยากรณ์

4:30

โอ้ มันไปข้างหลังจริงๆ

ไวยากรณ์

does ใน “Oh, it does.”

ในที่นี้ does เป็นกริยาช่วยที่ใช้แทนวลีกริยาก่อนหน้า โดยแทน act like the pendulum ดังนั้น Oh, it does จึงหมายถึง “Oh, it does act like the pendulum” การยืนยันสั้น ๆ แบบนี้ช่วยไม่ให้ต้องกล่าวภาคแสดงที่ชัดเจนอยู่แล้วซ้ำ ภาษาอังกฤษใช้ do, does หรือ did ตามประธานและกาล

แบบฝึกหัด

เติมคำตอบด้วยกริยาช่วยที่ใช้แทนวลีกริยาก่อนหน้า: “The new lock works with this key.” “Yes, it ____.”

ดูคำตอบ

does

We're going to use that one.

4:33

เราจะใช้อันนั้นแหละ